สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 27/11/2020
สถิติผู้เข้าชม 9,736,230
Page Views 14,875,584
 
« November 2020»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930     

นานาไม้เลื้อย1

นานาไม้เลื้อย1



นานาพรรณไม้เลื้อย 1

For information only-the plant is not for sale.

เปรียบเทียบกันไปว่าผู้หญิงเปรียบเหมือนพันธุ์ไม้เลื้อย ใกล้ไหนเกาะนั่น เปรียบเอาไว้ได้เจ็บจริง ทีนี้เรามาลองดูซิว่าที่เปรียบไว้ไม่เสมอไปนะ พรรณไม้เลื้อยบางชนิดพันธุ์ ก็ไม่ได้ใกล้ไหนเกาะนั่น บางทีทำซุ้มรอให้เลื้อยถ้าไม่จับไม่ยึดก็ไม่ได้ซุ้มอย่างใจหรอก ทีนี้ในหน้านี้ขอนำเสนอไม้เลื้อยชนิดต่างๆ สวยทั้งนั้น เริ่มต้นได้แก่พรรณไม้ในสกุล'' เสาวรส '' ซึ่งถ้าตัดสะระเอกับสะระอาออกไปจะได้ชื่อ เว็บไซต์ "สวนสวรส" และไม่ได้แปลว่า สวนกระทกรก คนละความหมาย

1 เสาวรส/Passiflora laurifolia 21 สายหยุด/Desmos chinensis.
2 สร้อยฟ้าฮาวาย/Passiflora 'Blue-eyed Susan' 22 รสสุคนธ์/Tetracera loureiri
3 เลดี้มาร์กาเร็ต/Passiflora 'Lady Margaret' 23 อรคนธ์/Tetracera indica
4 เสาวรสสยาม/Passiflora siamica 24 โมกเครือ/Aganosma marginata 
5 สายน้ำผึ้ง/Lonicera Japonica 25 ไก่ฟ้าพญาลอ/Aristolochia grandiflora
6 สายน้ำผึ้งจีน/Lonicera japonica 26 โนรา/Hiptage benghalensis 
7 เล็บมือนาง/Combretum indicum 27 หิรัญญิการ์/Beaumonontia grandiflora
8 เล็บมือนางดอกลา/Combretum indicum 28 กระเทียมเถา/Pachyptera hymenaea
9 ชำมะนาด/Vallaris glabra 29 อัญชัน/Clitoria ternatea
10 พวงคราม/Petrea volubilis 30 ใบระบาด/Argyreia nervosa
11 พวงแส/Jacquemontia pentantha 31 ใบไม้สีทอง/Bauhinia aureifolia
12 พวงชมพู/Antigonon leptopus 32 อมรเบิกฟ้า/Mandevilla Cv 'Alice Du Pont '
13 พวงประดิษฐ์/Congea tomentosa 33 จันทร์กระจ่างฟ้า/Pentalinon luteum
14 พวงโกเมน/Mucuna bennetti 34 แพนโดเรีย/Pandorea jasminoides
15 พวงเงิน/Clerodendrum thomsoniae 35 ถ้วยทอง/Solandra grandiflora
16 พวงนาก/Clerodendrum x speciosum 36 เหลืองชัชวาลย์/Dolichandra unguis-cati
17 พวงแสด/Pyrostergia venusta 37 มอร์นิ่งกลอรี่/Ipomoea purpurea
18 มธุรดา/Campsis grandiflora 38 ลดาวัลย์/Porana volubilis 
19 ชะลูดช้าง/Stephanotis floribunda  39 ม่านบาหลี/Cissus nodosa 
20 ตีนตุ๊กแก/Ficus pumila 40 มาลัยนงนุช/Petraeovitex bambusetorum


1 เสาวรส/Passiflora laurifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Passiflora laurifolia L.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms  
---Granadilla laurifolia (L.) Medik.
---Passiflora acuminata DC.
---Passiflora oblongifolia Pulle
---Passiflora tinifolia Juss.
ชื่อสามัญ---Passion Flower, Jamaica Honeysuckle, Yellow Granadilla, Water- Lemon
ชื่ออื่น---สวรส, สุคนธรส ; [THAI: Sao wa rot, Sukhon-tharot.];[FRENCH: Grenadille jaune, Mari tanbou, Pomme de liane, Pomme d'or.]; [GERMAN: Gelbe Grenadille, Wasserlimone.];[PORTUGUESE: Maracuja-lauranha.]; [SPANISH: Parcha de culebra, Granadilla de China.]; [SWEDISH: Guldgrenadill.].
ชื่อวงศ์---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกาใต้ บราซิล เปรู เวเนซูเอล่า กีอานา แคริเบียน
เขตกระจายพันธุ์---แคริบเบียน :  บาร์เบโดส, คิวบา, โดมินิกา, เกรเนดา, กวาเดอลูป, มาร์ตินีก, มอนต์เซอร์รัต, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, : สหรัฐอเมริกา [เปอร์โตริโก] -อเมริกาเหนือตอนใต้ : เฟรนช์เกียนา, กายอานา, ซูรินาเม, เวเนซุเอลา -อเมริกาตะวันตกเฉียงใต้ : เปรู
.ถึงสวนหลวงหลวงห้ามเหมือนความรัก
เหลือจักหักจับต้องเป็นของหลวง
แต่รวยรินกลิ่นผกาบุปผาพวง
จะรื่นร่วงเรณูฟูขจร
โอ้ไม้ต้นคนเฝ้าเสาวรส
ยังปรากฏกลิ่นกล่อมหอมเกสร
แต่โกสุมภุมรินมาบินวอน
ไม่ดับร้อนร่วงกลิ่นให้ดิ้นโดย...
สุนทรภู่ จากนิราศพระประธม พระโทณ
เจออะไรก็จะเก็บๆมาถือว่าเล่าสู่กันฟัง   เพราะพริ้งเหลือจะประมาณ ยกมาให้อ่านกัน  ต้นเสาวรสนี้สมัยก่อนเจ้าของคงหวงน่าดู มีคนเฝ้าด้วย พวกพ้องเผ่าพันธุ์ของเสาวรสมีอยู่ด้วยกันประมาณ400 ชนิดเป็นไม้เลื้อยทั้งสิ้น ต้นนี้เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยยืนต้น ไม่ใช่พืชล้มลุก ดอกมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ (แปลเอาจากคำว่า Passion ) ผลของเสาวรสมีรสหวานหอมอมเปรี้ยวมักใช้เป็นเชื้อปนในน้ำหวาน
พืชตระกูลเสาวรสที่คนไทยรู้จักดีอีกต้นคือ “สุคนธรส “หรือ Passiflora quadrangularis  มีดอกซ้อนสองชั้นและมีเกสรตัวผู้สีม่วงแดงมากกว่า และใบจะมีเพียงสี่ แฉก


เสาวรสมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนพื้นที่สูงในทวีปอเมริกา เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้ออ่อนอายุ หลายปี เลื้อยได้ไกลประมาณ 10 เมตร มีขนอ่อนปกคลุมทั่วต้น ใบออกเรียงสลับ ฐานใบโค้งรูปหัวใจ ปลายใบแหลมแยกเป็น3แฉก ขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อยและมีขนสั้นๆขนาดของใบยาวประมาณ 5-1 3ซม.กว้าง 4-12 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยว สมบูรณ์เพศเกิดที่ข้อบริเวณโคนก้านใบของเถาใหม่พร้อมกับการเจริญของเถา ดอกเป็นสีขาวส่วน ตรงกลางของดอกจะมีส่วนยื่นสังเกตุเห็นได้ชัด กลีบดอกที่อยู่ใต้กลีบเลี้ยงจะเป็นฝอยสีเขียวส่วนนี้จะอยู่นานจนกระทั่งเป็น ผล เกสรเพศผู้มีอยู่ 5 อันส่วนยอดเกสรเพศเมียจะแยกออกเป็น 3 เส้น ตรงปลายตุ้ม ผลแก่สีเหลืองมีเนื้อหุ้มเมล็ดจะลื่นและรสหวาน โดยต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะออกดอกติดผลเมื่ออายุประมาณ4-5เดือน แต่ถ้าเป็นต้นเสียบยอดหรือต้นที่ปักชำจะสามารถออกดอกติดผลได้เร็วขึ้น ผลเสาวรสสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ50-70วันหลังติดผล เปลือกผลและเนื้อส่วนนอกแข็งรับประทานไม่ได้ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลหรือดำจำนวนมาก แต่ละเมล็ดจะถูกหุ้มด้วยรกซึ่งบรรจุน้ำสีเหลืองมีลักษณะเหนียวข้นอยู่ภายใน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมีความเป็นกรดสูงและส่วนที่นำไปบริโภคก็คือส่วนที่เป็นน้ำสีเหลืองนี่เอง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม ---พืชเขตร้อนชื้นและที่ราบลุ่มซึ่งพบได้ในระดับสูงถึง 500 เมตร ต้องใช้ดินที่อุดมด้วยฮิวมัสชื้น แต่มีการระบายน้ำดีและตำแหน่งในที่ร่มเงาชอบดินที่มีความเป็นกลาง ชอบ pH ในช่วง 5.5 - 6.5 ทนได้ 5 - 7
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน เนื้อผลนำไปทำขนมได้หลายชนิด เช่น เค้ก แยม เยลลี ไอศกรีม ใช้แต่งกลิ่นหรือรสชาติในโยเกิร์ต น้ำอัดลม ใช้ทำเป็นน้ำผลไม้ปั่น ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยในการชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ช่วยในการบำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอรวมอยู่ด้วย มีแคลเซียมซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง
--ใช้เป็นยา ใบที่เป็นผงนั้นมีรสขมและถือว่าเป็นยาแก้พยาธิ
 ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง
 


2 สร้อยฟ้าฮาวาย/Passiflora 'Blue-eyed Susan'

ชื่อวิทยาศาสตร์---Passion Flower ‘Blue Eyed Susan’ (Passiflora hybrid)'
ชื่อสามัญ----Passion giant
ชื่ออื่น---สร้อยฟ้าฮาวาย
ชื่อวงศ์---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด-----
เขตกระจายพันธุ์-----
Passion Flower 'Blue Eyed Susan' (ลูกผสม Passiflora) ลูกผสมที่มีขนาดใหญ่และมีความโดดเด่นของดอกนี้
ดอกเป็นดอก เดี่ยว ขนาด8-15ซม. กลีบเลี้ยงสีเขียว5กลีบลู่ไปข้างหลัง กลีบดอกสีครีม ปลายกลีบสีขาว รูปขอบขนาน มีรยางค์เป็นเส้นสีม่วง โคนสีม่วงเข้มและปลายหยักสีขาวเรียงเป็นวงในสุด ดอกมีกลิ่นหอม
ชอบแสงแดดจัดจนถึงรำไร
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง


3 เลดี้มาร์กาเร็ต/Passiflora 'Lady Margaret'


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Passiflora 'Lady Margaret'
ชื่อสามัญ     ---Passion Vine Lady Magaret
ชื่ออื่น     ---เลดี้มาร์กาเร็ต
ชื่อวงศ์    ---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----A hybrid between Passiflora coccinea and Passiflora incarnata.
เขตกระจายพันธุ์    ------
เลื้อย ได้ไกล5-10เมตร ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ กลีบดอกสีแดงเข้ม โคนและปลายกลีบสีขาว รยางค์ชั้นในเป็นเส้นสีขาวเรียงเป็นวงในสุด ดอกขนาด7-10ซม. ชอบแสงแดดจัด


เรื่อง-รูปภาพจาก : หนังสือ เทคโนโลยี การอนุรักษ์พรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย โดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น

4 เสาวรสสยาม/Passiflora siamica

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Passiflora siamica Craib.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Passiflora octandra Gagnep.
---Passiflora octandra var. attopensis Gagnep.
---Passiflora octandra var. cochinchinensis Gagnep.
ชื่อสามัญ---Passion Flower
ชื่ออื่น---สวรสสยาม, กระทกรกสยาม ; [THAI: Sawarot sayam, Kra tok rok sayam.]; [CHINESE: Chang xi fan lian.];
ชื่อวงศ์  ---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย (อัสสัม) พม่า จีน (ยูนนาน) ลาวและเวียตนาม
พบในจีน (กวางสี ยูนนาน) อินเดีย(อัสสัม), ลาว, พม่า, ไทย, เวียดนาม ที่ระดับความสูง  500-1600 เมตร
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย บนดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ที่ระดับความสูง 660 เมตร โดยหมอคาร์นายแพทย์ชาวไอริช มีรายงานการตั้งชื่อในปีพ.ศ.2554 มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด
ลักษณะดอกแตกต่างจากชนิดอื่นอย่างชัดเจนในขณะที่วงการไม้ประดับของโลกมีความนิยมปลูกพืชพันธุ์เสาวรสเป็นไม้ประดับ เนื่องจากดอกมีรูปร่างสีสันสวยงาม จึงมีความต้องการเสาวรสสยามไปผสมพันธุ์ เพื่อที่ให้ได้ลูกผสมที่แตกต่างออกไป สำหรับป้อนตลาดที่กำลังได้รับควมนิยมสูงอยู่ในขณะนี้ในขณะเดียวกันก็จำเป็น ต้องปลูกเสาวรสต้นแม่พันธุ์ เพื่อรักษาพันธุกรรมให้คงที่ สำหรับใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ในอนาคต
สาวรส สยาม เป็นไม้เถาเนื้ออ่อนขนาดกลางยาว6-8 เมตร  ทุกส่วนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงเวียนรูปรีแกมรูปไข่ กว้าง3-6ซม.ยาว5-20ซม.มีดอกย่อย2-15ดอก กลีบดอกสีขาว มีเส้นผ่านศูนย์กลางของดอก2.5-3ซม. ผลทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง2ซม.เมื่อสุกสีเหลืองส้มเมล็ดมีเมือกแข็งหุ้ม
ระยะเวลาออกดอก/ผลแก่--- พฤษภาคม-กรกฎาคม/สิงหาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง


5 สายน้ำผึ้ง/Lonicera Japonica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Lonicera Japonica Thunb.
ชื่อพ้อง ---Has 7 Synonyms   
---Caprifolium chinense S.Watson ex Loudon
---Caprifolium japonicum (Thunb.) Dum.Cours.
---Caprifolium roseum Lam.
---Lonicera brachypoda Siebold
---Lonicera chinensis P. Watson
---Lonicera fauriei H. Lév. & Vaniot
---Lonicera shintenensis Hayata
ชื่อสามัญ ---Honeysuckle, Japanese Honey suckle, Chinese honeysuckle, Gold - and -silver Flower
ชื่ออื่น---สายน้ำผึ้ง ; [THAI: Sai nam phueng.]; [ARGENTINA:  Madre-selva.]; [AUSTRALIA: Woodbine.]; [CHINESE: Ren dong, Chin yin hua; Chin yin t'eng; Jen tung; Jen tung chiu; Jen tung kao; Sui-kazura; Yin hua.]; [DUTCH: Japanse kamperfoelie.]; [FRENCH: Chèvrefeuille asiatique, Clématite du Japon, Chèvrefeuille du Japon.]; [GERMAN: Japanische Heckenkirsche; Geissblatt ; Heckenkirsche; Japanische.]; [PORTUGUESE: Madressilva; Madressilva-da-china; Madressilva-do-japão; Madressilva-dos-jardins.]; [SPANISH: Madreselva.]; [TIBET: Phan nag.]; [USA: Chinese honeysuckle; Hall's honeysuckle; Loja.]; [VIETNAM: Kim ngam, day nhan dong.].
ชื่อวงศ์---CAPRIFOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออก :  จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกาเหนือ, แคนาดา, อเมริกากลาง, บางส่วนของอเมริกาใต้, ยุโรปและออสตราเลเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อพืชสกุล ' Lonicera ' หมายถึง Adam Lonitzer นักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน ; ชื่อสายพันธุ์ '' japonica ''หมายถึงส่วนหนึ่งของถิ่นกำเนิดของมัน-ญี่ปุ่น


มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนญี่ปุ่นและเกาหลี กลายเป็นสัญชาติในอาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่รวมถึงฮาวาย หมู่เกาะแปซิฟิกและหมู่เกาะแคริบเบียน มันจัดว่าเป็นพิษวัชพืชในเท็กซัส อิลลินอยส์และเวอร์จิเนียและถูกห้ามในอินเดียนา และมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ มีชื่ออยู่ในAccord Plant Pest แห่งชาตินิวซีแลนด์ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
สายน้ำผึ้งเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งอายุหลายปียาวประมาณ7-10 เมตร เถามีลักษณะกลมเป็นสีน้ำตาล ส่วนเนื้อในเถากลวง แตกกิ่งก้านสาขาออกมากมายเป็นทรงพุ่ม ตามกิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลปกคลุม  ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กว้าง 1-4ซม.ยาว 3-8.5 ซม.ปลายใบแหลมมีหางสั้น โคนใบมน หรือตัด หรือเว้าเข้าหากันคล้ายรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเรียบ หลังใบเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบเป็นสีเทาอมเขียว เนื้อใบอ่อนนุ่มมีขนขึ้นปกคุลมเล็กน้อย ดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อละ 2 ดอก ก้านใบชูช่อสั้นมีขนนุ่ม ดอกเป็นหลอดเล็ก ๆ ยาวประมาณ 3-5 ซม. ส่วนปลายแยกเป็นรูปปาก กลีบดอกเป็นสีครีม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยแหลมยาว ปลายแยกเป็นปาก 2 ปาก ล่างและบน ปากล่างมี 1 กลีบ ส่วนปากบน 4 กลีบ ดอกมีใบประดับคล้ายใบ 1 คู่ ส่วนนอกกลีบจะมีขนปกคลุมอยู่ กลีบรองดอกติดกัน ปลายแยกเป็นรูปสามเหลี่ยม ใจกลางดอกมีเกสรอยู่ 5 อันยื่นออกมาดอกสายน้ำผึ้งเมื่อ ดอกออกใหม่จะเป็นสีขาวนวลเมื่อดอกแก่จะค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และเหลืองแก่เมื่อใกล้โรย ผลเป็นผลสดรูปทรงกลม มีขนาด 6-7 มม. ผิวผลเกลี้ยง เรียบเป็นมันเงา ผลเมื่อสุกจะเป็นสีดำ เมล็ดไข่รูปสีน้ำตาลถึงดำขนาด 2-3 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สายน้ำผึ้ง เป็นไม้ที่ปลูกง่ายทนทั้งลมและแดด แต่ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นมากๆ ชอบปุ๋ยทุกชนิด หอมทั้งกลางวันกลางคืน แต่จะกระจายกลิ่นหอมจัดในเวลากลางคืน แต่ในเวลากลางวัน เข้าไปใกล้ๆถึงจะได้กลิ่น
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ดอกสดหรือดอกแห้ง นำมาชงดื่มแทนชา มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้กระปรี้กระเปร่าและอายุยืน ดอกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มและขนมหวานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ น้ำเชื่อม ไอศกรีม แยม หรือเยลลี่ ส่วนช่อดอกสดจะนำมาใช้แต่งหน้าขนมเค้กหรือขนมหวานเพื่อเพิ่มความสวยงาม
-ใช้เป็นยา ดอกมีสรรพคุณเป็นยารักษาแผลในปาก ใช้เป็นยารักษาระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ แก้เต้านมอักเสบ ทั้งต้นมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคลำไส้ เถาสดนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ท้องเสีย (บิดไม่มีตัว) ท้องร่วง แก้บิด ถ่ายเป็นเลือด และลำไส้อักเสบ-จากการศึกษาวิจัยในประเทศจีนยังพบด้วยว่าสายน้ําผึ้งอาจมีสรรพคุณเป็นยารักษามะเร็งบางชนิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งทรวงอก อีกทั้งยังมีการนำไปทดลองใช้เพื่อรักษาเอดส์ด้วยเช่นกัน
-ใช้ปลูกประดับใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป หรือปลูกให้ขึ้นพันกับต้นไม้หรือรั้วบ้าน
-วนเกษตร มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาในฐานะที่เป็นไม้ประดับเพื่อควบคุมการกัดเซาะและสำหรับที่พักพิงสัตว์ป่าเช่นกวาง พุ่มที่หนาทึบให้พื้นที่กำบังและทำรังสำหรับนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก
-อื่น ๆ ชาวตะวันตกถือว่าสายน้ำผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของความรักความผูกพัน ความสวยงาม และความอ่อนหวานไร้เดียงสา เชื่อว่ากลิ่นของสายน้ำผึ้งสามารถทำให้จิตใจร่าเริงเบิกบาน ขับไล่ความโศกเศร้าและความกลัวได้ ทำให้รู้สึกเป็นสุข อบอุ่น และปลอดภัยและด้วยรูปลักษณ์ของดอกที่ดูบอบบางน่าเอ็นดูและยังมีกลิ่นหอมหวานอันสดใส จึงทำให้ดอกน้ำผึ้งเป็นแรงบันดาลใจของกวีและศิลปินจำนวนมาก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ด้วยการตอน และตัดกิ่งปักชำ เวลาปักชำ เลือกกิ่งที่แก่จัดจริงๆ ตัดให้ยาว 6 นิ้วขึ้นไป เวลาปักชำจำเป็นต้องให้ข้อจมอยู่ในดิน หนึ่งข้อไม่งั้นไม่ออกราก


6 สายน้ำผึ้งจีน/Lonicera japonica


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Lonicera japonica var. chinensis (P. Watson) Baker
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms
---Basionym: Lonicera chinensis P. Watson
---Lonicera japonica f. chinensis (P. Watson) H. Hara
ชื่อสามัญ---Japanese honeysuckle, Lonicera japonica 'Chinensis'
ชื่ออื่น---สายน้ำผึ้งจีน ; [THAI: Sai nam phueng cheen.]; [CHINESE:  Hong bai ren dong.]; [FRENCH: Chèvrefeuille du Japon .];
ชื่อวงศ์---CAPRIFOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออก : จีน เกาหลี ญี่ปุ่น
 มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน (มณฑลอานฮุย กุ้ยโจว เจ้อเจียง) ญี่ปุ่น เกาหลี เกิดขึ้นในป่าที่ถูกรบกวน ในป่าพรุ และป่าในเขตเมือง ที่ระดับความสูง 800 เมตร
เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2-3 เมตร ใบมีขนปกคลุมหนาแน่น ช่อดอกยาว มีดอกย่อย 10-20 ดอก ปลายกลีบดอก แยกเป็น 5 กลีบคล้ายสายน้ำผึ้ง แตกต่างกันที่ผิวนอกของกลีบดอก มีขนปกคลุมสีแดง ด้านในของกลีบมีสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมเหมือนกัน การใช้ประโยชน์เหมือนกัน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ด้วยการตอน และตัดกิ่งปักชำ


7 เล็บมือนาง/Combretum indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Combretum indicum (L.) DeFilipps
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Quisqualis indica L.
ชื่อสามัญ---Rangoon Creeper, Burma Creeper, Chinese honeysuckle, Drunken Sailor, Red Jasmine
ชื่ออื่น---อ้อยช้าง (อุตรดิตถ์), แสมแดง (ชุมพร), เล็บนาว (สตูล), มะจีมั่ง จ๊ามัง จะมั่ง (ภาคเหนือ), นิ้วมือพระนารายณ์ (ใต้), ไท้หม่อง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน),เล็บมือนาง(ทั่วไป) ; [THAI: Lep mue nang , A-doning, Cha mang, Macheemang, Tha mang, Thii-mong]; [BANGLADESH: Basantilata, Begunlata, Modhumalati, Ranganbel.]; [BENGALI: Madhumanjari.]; [BURMESE: HtaL Wey-mheing.]; [CAMBODIA: Dong preah phnom, Vor romiet nhi.]; [CHINESE: She jin zi, Shih chun tzu, Shi jun zi.]; [CZECH: Hranoplod indicky.]; [GERMAN: Indische fadenrohre.]; [HINDI: Madhu, Malati.]; [INDIA: Madhabilata, Rangoon-ki-bel, Rangun, Rangunumalli.]; [INDONESIA: Wudani, kuikalis, akar dani, ceguk, Bidani, cekluk, udani.]; [JAPANESE: Indo-shikunshi.]; [KHMER: Dong preah phnom, Khua hung.]; [KOREAN: Saguncha.]; [LAOS:  Dok ung, Khena hung, Sa mang.]; [MALAYSIA: Melati Belanda, Selimpas, Setanduk, Akar Dani (Malay); Bidani, Wedani (Bahasa Indonesia); Wudani, kuikalis, Akar dani, Akar pontianak, Akar suloh, Ordanie, Selimpas.]; [MARATHI: Vilayati chambeli.]; [NICARAGUA: Santa Cecilia.]; [NIGERIAN: Ogan funfun, Ogan igbo.]; [PANAMA: Karate del humano.]; [PHILIPPINES: Niog-niogan, Tagarau, Tagulo, Tangolan, Tontoraok (Tag); Balitadham, Pinion (Bis.).]; [PORTUGUESE: Arbusto-Milagroso.]; [SPANISH: Quiscual.]; [TAMIL: Irangun mali.]; [VIETNAM: Cay sau rieng, Day giun, Lang an, Qua nac.].
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อนุทวีปอินเดีย เอเซียใต้-เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบได้ในประเทศจีนอินเดียลาวและพม่า
เล็บ มือนางเป็นไม้เลื้อยเถาใหญ่แข็งแรง สามารถเลื้อยพันได้ถึง 8-10 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มหนาทึบ เถาอ่อนเป็นสีเขียว ตามลำต้นและเถาอ่อนมีขนสีเหลือหรือสีน้ำตาลอมเทาปกคลุมอยู่ แต่ต้นแก่ผิวจะเกลี้ยง โดยเถาแก่เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง เปลือกค่อนข้างเรียบ หรือมีหนามเล็กน้อย ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ขนาดใบกว้าง 10-12 ซม.ยาว14-18 ซม.ใบเป็นรูปมนแกมขอบขนานหรือเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลมหรือมนและมีติ่งแหลม โคนใบจักเว้าเข้าเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบแผ่นใบเป็นสีเขียว เนื้อบาง ท้องใบมีขนปกคลุมเป็นจำนวนมาก ใบอ่อนเป็นสีเขียวอมแดง เนื้อใบบางค่อนข้างเหนียว ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ดอกเล็บมือนางมีกลิ่นหอมมากในเวลากลางคืน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและที่ปลายกิ่งหรือตามปลายยอด ในช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 10-20 ดอก กลีบเลี้ยงเป็นหลอดยาวสีเขียว ดอกมีลักษณะคล้ายพวกดอกเข็มคือมีก้านดอกยาว แต่ของดอกเข็มเป็นกรวยดอกไม่ใช่ก้านดอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ปลายแหลม มี 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปหลอดรูปทรงกระบอกยาว ส่วนปลายแยกเป็น 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4ซม. มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ดอกเมื่อแรกบานเป็นสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นชมพูอ่อน เมื่อดอกแก่จัดจะกลายเป็นสีชมพูเข้มและสีแดง ในช่อหนึ่งจะเห็นมีสีขาว ชมพู แดง สอดสลับกันไป ผลเป็นผลแห้งและแข็งรูปกระสวย มีสัน 5 สันตามยาว ผลมีขนาด1.2- 3ซม.ผลสุกเป็นสีน้ำตาลอมสีดำ มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เล็บมือนางเป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง เจริญได้ดีในดินร่วนปนทราย ดินที่มีการระบายน้ำดี ทนน้ำท่วมขัง ทนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับป็นไม้ประดับรั้ว ขึ้นซุ้มดอกดกสีสันสวยงามมีกลิ่นหอม
-ใช้เป็นยา สรรพคุณทางเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันมานานคือ รากต้มน้ำ กินเป็นยาถ่ายพยาธิ ใช้ใบตำเป็นยาทาแผล รักษาบาดแผล และฝี ได้เป็นอย่างดี
ระยะเวลาออกดอก---เมษายน-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---โดยวิธีการเพาะเมล็ด ทาบกิ่งและปักชำ ขึ้นง่ายทุกวิธี


8 เล็บมือนางดอกลา/Combretum indicum

เล็บมือนางดอกลา หมายถึงเล็บมือนางที่มีกลีบดอกชั้นเดียว เป็นไม้พื้นเมืองของไทยสายพันธุ์เดียวกับเล็บมือนางป่า ดอกออกเป็นช่อใหญ่ใกล้ปลายยอด
มีดอก ย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว เมื่อดอกตูมจะค่อนข้างชี้งอนขึ้น แต่เมื่อดอกเริ่มบานก็จะห้อยลงมาเป็นพวง ดอกเริ่มบานใหม่ๆจะเป็นสีขาวแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้น


9 ชำมะนาด/Vallaris glabra


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Vallaris glabra (L.) ktze.
ชื่อพ้อง---Has  5 Synonyms
---Echites hircosus Roxb.
---Emericia pergularia (Burm.f.) Roem. & Schult.
---Basionym : Pergularia glabra L
---Vallaris indica J.F.Gmel. [Illegitimate]
---Vallaris ovalis Miq.
---Vallaris pergulana Burm.f.
ชื่อสามัญ---Bread Flower
ชื่ออื่น---ดอกข้าวใหม่ ชำมะนาดกลาง ชำมะนาดฝรั่ง อ้มส้าย (ภาคเหนือ) (ภาคกลาง); [THAI: Dok khao mai, Cham ma nad, Om saai.]; [MALAYSIA: Kesidang, Kesedengan, Siku Dengan, Bunga Tongkan, Bunga Kesidang,]; [JAVA: Kerak Nasi.];
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จากพม่าถึงอินโดนีเซีย(สุมาตรา, ชวา, หมู่เกาะซุนดา)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล "Vallaris" เป็นภาษาละติน = สำหรับพวงมาลัยที่มอบให้กับทหารคนแรกที่ปีนข้ามกำแพงของศัตรู ; ชื่อฉายาชนิด "glabra" หมายถึงไม่มีขน อ้างอิงถึงพื้นผิวด้านบนของใบซึ่งโดยทั่วไปจะไม่มีขน
ชมนาด เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยขนาดย่อม มีต้นหรือเถาค่อนข้างเหนียว ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ปกติต้องอาศัยต้นไม้อื่นขึ้นทอดพาดพัน อาจเลื้อยได้ไกลถึง 6-8 เมตร  แต่ถ้าปลูกนานๆอาจแผ่เป็นพุ่มกว้างใหญ่ได้เหมือนกัน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ แผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกแบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อละ 15-30 ดอก ดอกสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ กลีบดอกเชื่อมกัน เป็นรูปถ้วยตื้นสีขาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายแหลมม้วนงอเข้าเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 5 เกสร เกสรเพศเมียอยู่ภายในเหนือฐานรองดอก ผล เมื่อแก่แห้งแตกตามรอยตะเข็บเพียงด้านเดียว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ดอกชมนาดมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ กลิ่นคล้ายข้าวใหม่ผสมใบเตย หอมมากๆ  ออกดอกปีละครั้งเดียว ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน จะมีดอกมากเป็นพิเศษช่วงเดือน เมษายน เมื่อดอกหมดรีบจัดคัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ออกกิ่งใหม่มากๆ เพื่อปีต่อไปจะได้ออกดอกได้มากขึ้น ควรปลูกในที่ร่วนซุย ไม่ชื้นแฉะ ชอบแสงแดดตลอดวัน
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ดอกมีกลิ่นหอมใช้ปรุงแต่งอาหารเช่นข้าวแช่
-ใช้ปลูกประดับเป็นไม้ดอกหอมปลูกขึ้นซุ้มหรือข้างรั้ว เป็นที่นิยมสำหรับการจัดสวนในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-ใช้เป็นยา ยางชำมะนาด รสร้อนเมา ใส่แผลสด ช่วยสมานแผลและห้ามเลือด ดอกชำมะนาด รสเมาเบื่อร้อน ช่วยถ่ายน้ำเหลือง ทำให้อาเจียน มีฤทธิ์ถ่ายแรงมาก เป็นยาอันตราย
-อื่น ๆ ใช้ทำน้ำอบ น้ำปรุง
ระยะออกดอก---มีนาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---การตัดกิ่งปักชำ ตอน หรือเพาะเมล็ด  แต่ปักชำจะออกรากค่อนข้างยาก


10 พวงคราม/Petrea volubilis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Petrea volubilis L.
ชื่อพ้อง ---Has  Synonyms   
---Petrea amazonica Moldenke
---Petrea arborea Kunth
---Petrea arborea f. albiflora Standl.
---Petrea arborea f. broadwayi (Moldenke) Moldenke
---many more
ชื่อสามัญ---Queen's Wreath, Sandpaper vine, Purple Wreath,
ชื่ออื่น---พวงคราม, ช่อม่วงพวงคราม ; [THAI: Chor moung , Phuang khram.]; [BENGALI: Nilmanilata.]; [COSTA RICA: Choreque.]; [CUBA: Vella elvira.]; [FRENCH: Fleur de la fête de dieu;Lliane à cercle; Liane pente-cote; Liane rude; Liane saint-jean; Liane violette.]; [GERMAN: Purpurkranz.]; [HAITI: Liane st. jean.]; [HINDI: Nilmani Lata.]; [MEXICO: Yoch opp tzi min; Aax; Bejuco de lija; Bejuco de soltero.]; [NICARAGUA:  Machigua.];  [PANAMA: Bejuco de ajo; buirá; Flor de la cruz; Flor de niño; Viuda.]; [SPANISH: Adolfina choreque; Estrella azul flor de Jesús; Flor de mayo; Flor de papel; Flor de Santa María hoja chigile; Lengua de vaca raspasombrero; Petrea; Soltero totopostillo.]; [SWEDISH: Propellerbuske.]; [TAMIL: Kudirai Valuppu.].
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---- ปารากวัย, บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, Guyanas; C. America - ปานามาไปยังเม็กซิโก; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปฟลอริดา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ' Petrea ' เป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาสตร์และนักสะสมชาวอังกฤษ Robert James Petre (1713-1742) ; ชื่อสายพันธุ์  '' volubilis '' จากภาษาละติน หมายถึง 'twining'  อ้างอิงสำหรับการปีนป่าย ตามธรรมชาติของกิ่งไม้


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน : หมู่เกาะเวสต์อินดีส ประเทศบราซิล เติบโตในป่าดิบแล้งตามฤดูกาล ลำธาร ริมถนน กำแพง หินปูนที่สูงชันในป่าดิบแล้ง ทุ่งหญ้า จากระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 1900 เมตร
พวงครามเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง เป็นเถาขนาดใหญ่ อายุหลายปี กิ่งก้านเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านค่อนข้างเหนียว สามารถเลื้อยไปได้ไกลกว่า 20เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่โคนถึง10ซม.ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตามข้อต้น รูปมนรีปลายแหลม ขนาดของใบกว้าง 5-7 ซม.ยาว 8-11 ซม.ใบสากคายมือ แผ่นใบค่อนข้างหนาและแข็ง  ใบมีเส้นกลางใบสีเขียวอ่อน และเส้นใบย่อยแตกออกสลับข้างจากเส้นกลางใบ ดอก ออกเป็นช่อกระจะยาวตามซอกใบและปลายกิ่งช่อยาวประมาณ 20-25 ซม.แต่ละช่อมีดอก 10-50 ดอก ก้านดอกสั้นประมาณ 3-5 ซม.แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบรองดอก 5 กลีบ เรียงเป็นวงกลม กลีบรองดอกมีรูปรียาวคล้ายดาบ กว้างประมาณ 0.3-0.5 ซม. ยาวประมาณ 1.2-1.5ซม. ดอกสีม่วงหรือม่วงคราม มีดอกเล็กๆอยู่ตรงกลาง  สีม่วงสว่างสดใสมากมักจะบานพร้อมกันหมดทั้งช่อ ขนาดดอกรวมกลีบประดับ 2-3 ซม กลีบดอกจะเริ่มบานออกเมื่อกลีบรองดอกมีสีขาว โดยกลีบดอกจะมี 5 กลีบ เรียงกันเป็นวง แต่ละกลีบมีลักษณะปลายกลีบมนเป็นครึ่งวงกลม มีโคนกลีบดอกสอบแหลมเข้า และเชื่อมติดกับกลีบดอกอันอื่น ซึ่ง กลีบดอกที่บานครั้งแรกจะมีสีม่วงอ่อน หลังจากนั้นจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม พร้อมๆกับกลีบรองดอก และก้านช่อดอกก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มด้วยเช่นกัน เมื่อดอกแก่เต็มที่ กลีบดอกจะร่วงหมด เหลือเพียงกลีบรองดอกที่ติดกับฐานดอกหุ้มเมล็ด ผล และเมล็ดเจริญที่ฐานดอกที่เจริญมาจากรังไข่ ซึ่งจะถูกห่อหุ้มไว้บริเวณฐานดอก เมล็ดมีลักษณะเกือบกลม และค่อนข้างแบนเล็กน้อย แต่เมล็ดที่ไม่สมบูรณ์จะมีลักษณะทรงกระบอก ไม่อวบออกด้านข้าง เปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาล เมื่อแช่น้ำจะกลายเป็นสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ประสบความสำเร็จในอาทิตย์เต็มและในที่ร่มเงาบางส่วน ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ชื้น แต่เนื้อดี มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  pH 5.6 -7.5  
ใช้ประโยชน์---พืชนี้เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น มักจะปลูกเป็นไม้ประดับในเขตร้อน
-ใช้กินได้ ดอกนำมาคั้นสกัดเอาน้ำสำหรับเป็นสีทำขนม หรือที่เรียกว่า ขนมช่อม่วง
-ใช้เป็นยา ลำต้น และกิ่ง นำมาต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะเล็ด น้ำต้มแก้อาการท้องร่วง หรือโรคบิด แก้ริดสีดวงทวาร-ดอก ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหลอดเลือดในสมอง ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับง่าย
-ใช้ปลูกประดับ สำหรับคนชอบดอกไม้สีม่วงนะต้นนี้เลย ดอกจะออกดอกมากในช่วงหนาวจัดและแล้งจัด จะทิ้งใบหมด ต้นนี้ถ้าปลูกลงกระถางแล้ว ออกดอกในกระถางได้แต่จะไม่อลังการ ถ้าปลูกลงดินขึ้นซุ้มเวลาออกดอกจะแสดงศักยภาพเต็มที่ ช่อดอกจะยาวระย้าสวยมาก การปลูกขึ้นซุ้ม ซุ้มต้องแข็งแรงพอรับน้ำหนักและเถาขนาดใหญ่ได้ดี
-อื่น ๆ ดอกนำมาต้มย้อมผ้า ให้ผ้าสีครามหรือสีม่วง-ไม้ไม่มีคุณค่าทางการค้า ใช้ในท้องถิ่นเพื่อทำของเล่น-ไม้เนื้อแข็ง เผาไหม้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีควันมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงที่ดี-ใบไม้ถูกใช้ในเม็กซิโกเพื่อเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
ระยะออกดอก---
ขยายพันธุ์์---ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

 11 พวงแส/Jacquemontia pentantha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Jacquemontia pentantha (Jacq.) G. Don
ชื่อพ้อง---Has 17 Synonyms

-Aniseia velloziana var. laxiflora Meisn. -Jacquemontia canescens (Kunth) Benth.
-Convolvulus azureus Desr. -Jacquemontia coelestis Van Houtte ex Planch.
-Convolvulus canescens Kunth -Jacquemontia elongata Britton
-Basionym: Convolvulus pentanthus Jacq. -Jacquemontia houseana Standl.
-Convolvulus violaceus Vahl -Jacquemontia violacea (Vahl) Choisy
-Convolvulus zimmermannii Gagnep. -Jacquemontia violacea var. abbreviata Choisy
-Ipomoea canescens (Kunth) G.Don -Jacquemontia violacea var. canescens (Kunth) Choisy
-Jacquemontia azurea (Desr.) Choisy -Jacquemontia violacea var. glabriuscula Meisn.
-Jacquemontia violacea var. guatemalensis Meisn.

ชื่อสามัญ---Little Blue Hat, Skyblue Clustervine, Jacquemontia, Pentantha.
ชื่ออื่น ---พวงแส, แส , แสเถา ; [THAI: Phuang sae, Sae, Sae thao,]; [GUATEMALA: Akilxiu, Yaxhal, Sacmiz.]; [MEXICO: Yaax-hebil, Sacmiz.];
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ; เม็กซิโก อาฟริกา แคริเบียน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ' Jacquemontia ' เป็นเกียรติแก่  Victor Jaquemont นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและนักสำรวจ ; ชื่อสายพันธุ์ '' pentanthos '' อ้างถึงกลุ่มดอกไม้ (panicles)
พืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ตั้งแต่ฟลอริดาถึงแคริบเบียนเม็กซิโกไปจนถึงอเมริกาใต้
ไม้ เถาเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นหรือเถามีลักษณะคล้ายเถาวัลย์เล็กๆเป็นสีน้ำตาลเข้มมีเนื้อไม้ อาจเลื้อยได้ไกลตั้งแต่3-5เมตร ใบเล็กแผ่นใบบางรูปคล้ายใบโพธิ์ ขนาดของใบยาวประมาณ5ซม.ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ3-5ดอกขนาดดอกกว้างประมาณ 5ซม. ดอกคล้ายปากแตรบานสีน้ำเงินอมม่วง  ผลแคปซูลกลม สีน้ำตาล เมล็ดสีน้ำตาลยาว 2.5 มม.ผลแก่แห้งแล้วแคก
ดอกไม้ ที่มีสีน้ำเงิน มีอยู่ในโลกไม่มากชนิดนัก จึงมักเป็นดอกไม้ที่หายากและมักมีผู้นิยมปลูกมากกว่าดอกไม้สีอื่นๆ
**จำได้ว่าเมื่อประมาณปี 2541มีลูกค้าท่านหนึ่งเกษียณอายุแล้วเป็นสตรี ท่านต้องการต้นแสมาเป็นไม้เลื้อยหลังคาซุ้ม เล่นเอาเหงื่อตกหาแทบพลิกตลาดต้นไม้ไม่เจอเลยซักต้น แม่ค้าไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ตนเองรึก็ไม่เคยเห็นต้นจริงซักที เผอิญมีคุณป้าที่ขายต้นไม้คนหนึ่งบอกว่าที่บ้านปลูกไว้จะตอนมาให้อีกเดือนครึ่งค่อยมา ตั้งแต่นั้นมาก็ค่อยๆเห็น แสเป็นไม้ที่มีขายในตลาดต้นไม้ทั่วไปเพราะขายดี ด้วยว่า แส ขยายพันธุ์ง่าย ดอกดกพรั่งพรูตลอดปี ชอบแดดจัด น้ำจัด เติบโตได้ดีในดินทุกชนิด  และสวยมากจริงๆ ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มวัน ดินร่วน ระบายน้ำดี การเจริญเติบโตเร็ว ทนเค็มปานกลาง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับตามรั้วโปร่งหรือปลูกเป็นแผงกั้นบังตา
ระยะออกดอก/ติดผล--- กันยายน - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---การตอน ทับกิ่ง


12  พวงชมพู/Antigonon leptopus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Antigonon leptopus Hook. & Arn.
ชื่อพ้อง--- Has 5 Synonyms   
---Antigonon amabie K.Koch
---Antigonon cinerascens M.Martens & Galeotti
---Antigonon cordatum M.Martens & Galeotti
---Antigonon platypus Hook. & Arn.
---Corculum leptopus Stuntz
ชื่อสามัญ ---Bride's tears, Chain- of- love, Hearts on a Chain, Rosa de Montana, Mountain-rose Coralvine, Sandwich Island Creeper, Icecream Flowers, Mexican Creeper, Honolulu Creeper, Queen's jewels, Queen's wreath, Confederate-vine.
ชื่ออื่น --- ชมพูพวง (กรุงเทพฯ), หงอนนาก (ปัตตานี), พวงนาก (ภาคกลาง) ; [THAI: Phuang chom phoo.]; [AUSTRALIA: Coral creeper.]; [BENGALI: Anantalata.]; [BRAZIL: Amor agarradinho.]; [FIJI: Corallita.]; [FRENCH: Antigone; Antigone à pied grêle; Liane antigone; Liane corail.]; [HAITI: Belle mexicaine; Pois-et-riz.]; [PALAU: Dilngau.]; [PHILIPPINES: Cadena-de-amor (Span., Tag.).]; [SPANISH: Bellísima; Cadena de amor; Coral; Coralilla; Coralillo; Coralillo rosado; Coralita; Pensamiento.]; [SWEDISH: Rosensky.]; [TAMIL: Kodi Rose.]; [TONGA: Ufi.]; [UNITED STATES VIRGIN ISLANDS: Love chain.].
ชื่อวงศ์---POLYGONACE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน,กึ่งเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก นอกเหนือจากถิ่นกำเนิดสายพันธุ์นี้ได้รับการปลูกฝังในสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นทั่วโลกรวมถึงแอฟริกา, อินเดีย, ออสเตรเลีย, อเมริกาเหนือ, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พบที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตรในกัวเตมาลา
พันธุ์ไม้นี้เป็นพันธุ์ไม้พื้นบ้านของเม็กซิโก ซึ่งชาวพื้นเมืองของเขาเรียกพวงชมพูว่า Chain of Love คนอังกฤษหรืออเมริกันจะเรียกว่าCoral vine หรือ Mexican Creeper ส่วน fiji จะเรียกว่า Corallita
พวง ชมพูเป็นพืชล้มลุกลำต้นหรือเถาเป็นสีน้ำตาลเข้มมีขนาดค่อนข้างเล็ก มีมือจับ สามารถเลื้อยพาดพันสิ่งเกาะยึดได้ไกล6-12เมตร  ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับทิศทางกันไปตามข้อต้น ใบสากสีเขียว รูปหัวใจ หรือรูปสามเหลี่ยมปลายใบแหลม โคนใบมนเว้าเข้าหากันจนชิด ขอบใบเรียบเกลี้ยงแลเห็นเส้นแขนงใบชัดเจน ขนาดใบยาว5-7ซม.ดอก ออกเป็นช่อรวมกันเป็นกลุ่ม ตามง่ามกิ่งส่วนยอด มีทั้งสีชมพูและสีขาวแต่ส่วนใหญ่จะพบแต่สีชมพูมากกว่า ดอกขนาดเล็กประมาณ1ซม.ช่ออาจชูตั้งขึ้นหรือห้อยเป็นพวงระย้าลง ช่อดอกยาวตั้งแต่9-15ซม.ติดดอกช่อละประมาณ 25-55 ดอก ผลเป็นผลแห้งเมล็ดล่อน รูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 0.6-1 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เจริญเติบโตในสภาพดินเกือบทุกๆรูปแบบและทนดินที่มีค่า PH สูง (high pH) หรือดินที่มีความเป็นด่างสูงนั่นเอง สำหรับพวงชมพูต้นนี้ถ้าเจ้าของหมั่นให้น้ำให้ปุ๋ยเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็จะออกดอกได้ทั้งปี แต่จะดกมากในเดือนฤดูร้อนคือระหว่าง เดือนมีนาคม และเดือนเมษายน ถ้าขาดน้ำหรือให้เทวดาเลี้ยงจะแห้งตาย แต่จะมีหัวพักฟื้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งจะงอกเป็นพวงชมพูต้นใหม่ได้ในฤดูฝนหน้า
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ยอดอ่อนและช่อดอกตูม ลวกสุก กินเป็นผัก รากหัวใต้ดินสามารถปรุงสุกและกินได้มีรสชาติเหมือนถั่ว
-ใช้ปลูกประดับ นิยมนำมาใช้จัดสวนแนวตั้ง พื้นที่ผนังที่ต้องการสีเขียว ขี้นซุ้มระแนง ซุ้มทางเดิน หรือจะปลูกใส่ภาชนะสำหรับปลูก ให้ห้อยลงมาก็ได้
-ใช้เป็นยา รากและเถาใช้เป็นยากล่อมประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด การตอน และการปักชำกิ่ง


13 พวงประดิษฐ์/Congea tomentosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Congea tomentosa Roxb
ชื่อพ้อง--- Has 6 Synonyms   
---Calochlamys capitata C.Presl
---Congea azurea Wall.
---Congea oblonga Pierre ex Dop
---Congea petelotii Moldenke
---Congea villosa (Roxb.) Voigt
---Roscoea villosa Roxb.
ชื่อสามัญ---Shower Orchid, Lavender Wreath, Wooly Congea, Shower of Orchids
ชื่ออื่น--- ออนแดง (เชียงใหม่), ค้างเบี้ย เบี้ย (นครพนม), พลูหีบ ล้วงสุ่มขาว ล้วงสุ่มตัวผู้ (นครราชสีมา), สะแกบ (อุดรธานี), งวงชุม (เลย), จั่งบั่ง ท้องปลิง (จันทบุรี), สังขยา (พิษณุโลก, สงขลา), พญาโจร, พวงประดิษฐ์ (กรุงเทพฯ), กาไบ้ดง ; [THAI: Khruae on, Phuang pradit.[; [BENGALI: Kangi.]; [CHINESE: Rong bao teng, Rong bao teng shu.]; [FRENCH: Pluie d'orchidees,]; [PORTUGUESE: Congeia, Côngea.]; [SPANISH:  Lluvia de orquideas, Terciopelo.]; [VIETNAM: Lam nhung long.].
ชื่อวงศ์---SYMPHOREMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ไทย พม่า มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียใต้ ;  เอเซียคะวันออกเฉียงใต้ รวม ลาว เวียตนาม มาเลเซีย จีน (ยูนนาน) บังคลาเทศ อินเดีย
นิรุกติศาสตร์--ชื่อสกุล Congea มาจากท้องถิ่น '' kangi '' ใช้ในเบงกอลสำหรับสายพันธุ์นี้ ; = ชื่อเฉพาะคือคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' tomentosus, a , um '' = fuzzy อ้งอิงถึงด้านล่างซึ่งครอบคลุมส่วนต่าง ๆ ของพืชไว้

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชพื้นเมืองพม่าและประเทศไทย สามารถพบได้ที่อื่น ๆ ในภาคใต้ของเอเชียรวมทั้งลาว ,เวียดนาม , มาเลเซีย ( รัฐเกดะห์ ), จีน ( ยูนนาน ), บังคลาเทศและอินเดีย ( อัสสัม , มณีปุระ , รัฐทมิฬนาฑูและรัฐเบงกอลตะวันตก )  พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังป่าผสม ที่ระดับความสูง 600-1200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
เป็น ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกลถึง 10-15 เมตร สามารถแตกกิ่งก้านทอดยอดแผ่คลุมต้นไม้ใหญ่ มีอายุยืนหลายปี ผลัดใบ ตามกิ่งก้านและยอดอ่อนมีขนนุ่ม กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ แต่ละคู่สลับทิศทางกันขนาดของใบยาว 8-13 ซม.รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลมและมีติ่งยาว ดอก ช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาว 30-50 ซม. ดอกย่อยออกเป็นกระจุกตรงข้ามกันกระจุกละ5ดอก มีกลีบประดับสีชมพูอมม่วงหรือสีเงิน มีขนนุ่มปกคลุม มี3กลีบ เมื่อบานมีขนาด2-2.5ซม. ผลแห้งรูปไข่กลับมี1เมล็ด
ใช้แระโยชน์--- ปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยไต่ซุ้มให้ร่มเงา
-ใช้เป็นยา ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต ใช้ตำคั้นเอาน้ำทาเป็นยาบรรเทาอาการอักเสบจากตะขาบ แมงป่อง และแมลงมีพิษกัดต่อย ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดเมื่อย
**ช่วงธันวาคม-เมษายน จะเป็นช่วงออกดอกถ้าขับรถขึ้นเหนือตอนนั้น อย่าลืมมองสองข้างทางช่วง เถิน ลำปาง จะมองเห็น ดอกยิบๆสีชมพูอมม่วงหรือเงิน ตามยอดต้นไม้ใหญ่  สวย....สวย  ดอกดกมาก รูปนี้ถ่ายไว้ จากบ้านเพื่อนบ้าน ตอนนี้ท่านตัดทิ้งไปแล้ว ให้เสียดายนัก เขาว่า... รก...จบเลย** (2008)
ระยะออกดอก/ติดผล---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งและปักชำ


14 พวงโกเมน/Mucuna bennetti


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Mucuna warburgii K.Schum & Lauterb
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Mucuna bennettii sensu Polunin
---Mucuna miniata Merr.
---Mucuna peekelii Harms
ชื่อสามัญ---New Guinea Creeper, Red Jade Vine, Devil's Claw, Red Jade Liana, Vinelet Jade Scarlet.
ชื่ออื่น---พวงโกเมน ; [THAI: Phuang komen.]; [FRENCH: Griffes du diable. Liane de Jade rouge.];
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ปาปัวนิวกีนี, หมู่เกาะบิสมาร์ก ประเทศในเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในปาปัวนิวกินีถึงหมู่เกาะบิสมาร์ก (Bismarck Archipelago) และปลูกกันอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเขตร้อน
ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งเมื่อแก่มีเนื้อไม้ขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกลถึง 20-25 เมตร ลำต้นรูปทรงกระบอก มีขนสีน้ำตาล ทอดเลื้อยหรือเลื้อยพันต้นไม้ชนิดอื่น  ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ออกสลับ ใบย่อย3ใบ รูปไข่ปลายใบแหลมโคนใบมน ขนาดใบกว้าง5-7.5ซม.ยาว11-13ซม.ขอบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ห้อยลงตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อยาว15-25ซม. ทยอยบานจากโคนไปปลายช่อ ดอกรูปถั่ว กลีบดอกสีส้มอมแดง มี5กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายโค้งเรียวคล้ายดอกแค ผลเป็นฝักยาว10-15ซม.เมล็ดกลม12เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด ดินร่วนปนทราย ดินชื้นสม่ำเสมอ
ใช้ประโยชน์--- ใช้ปลูกประดับเป็นไม้เลื้อย
ระยะออกดอก---กุมภาพันธ์ - เมษายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง


15 พวงเงิน/Clerodendrum thomsoniae

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Clerodendrum thomsoniae Balf.f.
ชื่อพ้อง--- Has 2 Synonyms   
---Clerodendrum balfourii (B.D.Jacks. ex Dombrain) Dombrain
---Clerodendrum thomsoniae var. balfourii B.D.Jacks. ex Dombrain
ชื่อสามัญ---White Bleeding Heart, Bleeding glory-bower, Bagflower, Bleeding-heart vine.
ชื่ออื่น---พวงแก้ว, มังกรคาบแก้ว, หัวใจแตก; [THAI: Phuang kaew, Mung kon kap kaew.]; [CUBA: Clara lisa; Claralisa; Clemátida; Clerodendron; Crendolento; Crendolinda; Jamaiquina; Querendona.]; [DOMINICAN: Bandera holandesa; Coquisa.]; [GERMAN: Kletternder Losstrauch.]; [JAPANESE: Genpei-kusagi.]; [MYANMAR: Bleeding heart; Taik-pan-gyi.]; {PUERTO RICO: Bandera danesa.]; [SWEDISH: Brokklerodendrum.]
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาตะวันตก อินเดียถึงจีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Clerodendrum มาจากภาษากรีก 'kleros', ความหมาย 'โอกาส'  ‘lot’, หรือ ‘fate’ แปลว่า 'ต้นไม้แห่งโอกาส' ; ชื่อสายพันธุ์ได้รับการตั้งชื่อตามคำร้องขอของนายวิลเลียมคูเปอร์ทอมสัน (1829-22 มีนาคม 1878) ผู้สอนศาสนาและแพทย์ในไนจีเรียเพื่อเป็นเกียรติแก่ภรรยาคนแรกของเขา
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของแอฟริกาตะวันตกจากประเทศแคเมอรูนตะวันตกไปเซเนกัล (แคเมอรูน, แกมเบีย, กานา, อ่าวกีนี, เซียร์ราลีโอน, ซาเอเร, เซเนกัล, ไนจีเรียและสาธารณรัฐคองโก) ได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลกและเป็นที่รู้จักกันว่าได้รับการแปลงสัญชาติในสถานที่แนะนำหลายแห่งรวมถึง Guiana Shield, Belize, United States, หมู่เกาะกาลาปากอส และออสเตรเลีย
ไม้พุ่มกึ่งไม้เถา เลื้อยได้ไกล3-7 เมตร ใบเดี่ยวออกตรงข้าม ชนาด 5.2-14 × 2.7-7 ซม. รูปไข่หรือรูปใบหอก ก้านใบยาว 1-2.8 ซม. ดอกของพวงเงินจะบานอยู่ราว2วัน จึงจะหลุดจากใบประดับที่มีสีขาวสะอาดตา  ผลปกคลุมด้วยกลีบเลี้ยงกว้าง 2.3 ซม.ยาว 10-14 มม. เมล็ดรูปขอบขนานสีดำมันวาว เป็นไม้ดอกดกมีดอกตลอดปี เมื่อดอกโรยรีบตัดกิ่งทิ้งจะแตกกิ่งออกดอกใหม่ได้เร็วขึ้นพวงเงินเรียกอีก อย่างว่ามังกรคาบแก้ว เพราะดอกที่โผล่พ้นจากใบประดับจะเป็นสีแดงจัดคล้ายดอกเข็มและมีเกสรสีขาว มองเหมือนเส้นด้ายยาวยื่นออกมาจากตาดอก บางคนเลยเถิดเรียกเป็นมังกรแลบลิ้นก็มี ชื่อนี้ได้ยินแล้วห้ามจำนะมันผิด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ไม้ชนิดนี้อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม หากปลูกกลางแจ้งควรมีซุ้มให้เลื้อย จะสวยงามกว่าไม่มีที่ให้เกาะจับ และควรปลูกไว้หลุมละ 2-3 ต้นจะได้ร่มไม้ใบบังเป็นอย่างดี ชอบดินร่วนหรือทรายที่มีค่า pH ตั้งแต่กรดเป็นกลางและด่าง
ใช้ประโยชน์---พืชมีการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น และปลูกกันอย่างแพร่หลาย เป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ใบและดอกถูกทุบ นำไปใช้กับรอยฟกช้ำบาดแผลผื่นผิวหนังและแผล
-ใช้ปลูกประดับ ถูกใช้เป็นไม้ประดับในหลายสถานที่รวมถึงโคลัมเบีย, เปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จิน พม่า อินเดียและ French Polynesia ( Wagner et al., 2014 )
-อื่น ๆ ใบที่ถูกทำให้สุกจะถูกใช้เป็นแชมพูเพื่อป้องกันการขูดขีดของหนังศีรษะและเพื่อขจัดรังแค
ระยะออกดอก---ตลอดปี
การขยายพันธุ์--- พวงเงินเป็นไม้ติดเมล็ดยากฉะนั้นจึงนิยมใช้การขยายพันธุ์ด้วยการตอนและตัดกิ่งปักชำมากกว่าการเพาะเมล็ด

16 พวงนาก/Clerodendrum x speciosum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Clerodendrum x speciosum Dombr.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Java Glory Bean, Java Glory Vine, Red Bleeding Heart, Clerodendrum Vine, Pagoda Flower.
ชื่ออื่น---พวงแก้วแดง, พวงนาก ; [THAI: Phuang kaew daeng, phuang nak.]; [CHINESE: Hónghuā lóng tǔ zhū, Hóng è lóng tǔ zhū, Hóng è zhēn zhūbǎo lián]; [JAPANESE: Benibenkeikazura, Keiji Beni.]; [SWEDISH: Praktklerodendrum.];
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อนทั่วไป

 

ลูกผสมระหว่าง Clerodendrum splendens และ Clerodendrum thomsoniae
พวงนากเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้เถาเล็กรอเลื้อย มีอายุอยู่ได้หลายปี เลื้อยได้ไกลประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีม่วงแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปไข่ ขนาด กว้าง 6-8 ซม. ยาว 10-14 ซม. ปลายใบแหลมโคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว2-2.5ซม.แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีแดงเรื่อ รูปหัวใจกลับ5กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายแยกเป็นแฉก กลีบดอกสีแดงเข้ม โคนกลีบเชื่อมเป็นหลอด ยาว2ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ เกสรเพศผู้สีชมพูเป็นเส้นยาว ขนาดดอก1ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดเต็มที่หรือร่มเงาบางส่วน ดินอุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรีย์วัตถุที่มีการระบายน้ำดี
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำ ตอนกิ่ง


17 พวงแสด/Pyrostergia venusta

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Pyrostergia venusta (Ker-Gawl) Miers.
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms
---Bignonia ignea Vell.
---Bignonia tecomiflora Rusby
---Bignonia tubulosa Klotzsch
---Basionym: Bignonia venusta Ker Gawl.
---Jacaranda echinata Spreng.
---Pyrostegia ignea (Vell.) C.Presl
---Pyrostegia tecomiflora (Rusby) K.Schum. ex Urb.
---Pyrostegia tubulosa (Klotzsch) Bureau & K.Schum.
---Pyrostegia venusta var. villosa Hassl.
---Tecoma venusta (Ker Gawl.) Lem.
---Tynanthus igneus (Vell.) Barb.Rodr.
ชื่อสามัญ---Flame Vine, Flame Flower, Fire Cracker Vine, Orange Trumpet, Flaming Trumpet, Chinese cracker flower
ชื่ออื่น ---พวงแสด, พวงแสดเครือ, พวงแสดเถา ; [THAI: Phuang saet thao, Phuang saet khrue.]; [BRAZIL: Cipo-de-sao-joao, Belas.]; [CHINESE: Pao zhang hua.]; [DUTCH: Oranje stephanoot.]; [GERMAN: Feuer auf dem Dach, Feuerranke.]; [HAWAII: Pahu-pahu.]; [PORTUGUESE: Cipó-de-SãoJoão.]; [SWEDISH: Flamranka.].
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด--ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์----อเมริกาใต้ ประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล "Pyrostegia" จากการรวมกันของคำกรีก pyrosแปลว่า 'ไฟ' ซึ่งเกี่ยวข้องกับสีของดอกไม้และรูปร่างของริมฝีปากบนและstegiaหมายถึง 'ครอบคลุม' เมื่อดอกไม้ปกคลุมหลังคาดูเหมือนไฟ ; ชื่อสายพันธุ์ Venusta หมายถึง 'สวยงาม', 'เสน่ห์' หรือ 'สง่างาม'


ไม้ เถาเลื้อยมีเนื้อไม้ ขนาดใหญ่ มีใบที่กลายเป็นมือพันยึดเกาะ สามารถเลื้อยได้ไกลถึง10-12เมตรใบสีเขียวเข้ม ก้านใบสั้นเกือบชิดใบประกอบ 3 ใบย่อยออกสลับทิศทางกันขนาดใบรูปไข่ กว้าง 2 – 3 ซม. ยาว 4 – 5ซม. ดอกสีแดงแสด ออกเป็นช่อแน่นปลายกิ่งส่วนยอดดอกดกมาก ดอกย่อย 10 – 30 ดอก ก้านส่งดอกค่อนข้างยาว กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยหรือกระดิ่งหงาย รูปดอกเป็นทรงกรวยเรียวยาว ปลายดอกบานออกเป็น4กลีบดอกมีขนาดยาว6-8ซม.ฝักรูปขอบขนาน สีน้ำตาล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พวงแสดโตเร็วชอบแดดจัดแรงกล้าอากาศเย็น อดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีพอควร ปลูกภาคกลางดอกจะไม่ดกเท่ากับทางภาคเหนือ
ใช้ประโยชน์---นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยประดับรั้วกัน ดอกสีส้ม ร้อนแรงดี
-ใช้เป็นยา มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในยาแผนโบราณของบราซิล ในฐานะยาชูกำลังทั่วไป รักษาโรคผิวหนัง (leukoderma)ใช้สำหรับการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจท้องเสีย vitiligo ดีซ่าน ลดการอาเจียน การติดเชื้อเช่นหลอดลมอักเสบ ไข้หวัด
-ดอกไม้ให้สีย้อม
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน- มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


18 มธุรดา/Campsis grandiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Campsis grandiflora (Thunb.) K. Schum
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms    
---Bignonia chinensis Lam.           
---Bignonia grandiflora Thunb.    
---Campsis chinensis (Lam.) Voss
---Campsis grandiflora (Thunb.) K. Schum.
---Incarvillea grandiflora (Thunb.) Spreng.
---Tecoma chinensis (Lam.) K.Koch           
---Tecoma grandiflora (Thunb.) Loisel.     
---Tecoma sinensis Spach
ชื่อสามัญ---Chinese Trumpet Vine, Chinese Trumpet Creeper.
ชื่ออื่น---มธุรดา, รุ่งอรุณ ; [THAI: Mathurada, Rung-Aa-run.]; [CHINESE: Ling xiao.]; [JAPANESE: Nōzenkazura.]; [FRENCH: Bignone a grandes fleurs, Bignon de chine.]; [GERMAN: Trompetenblume, Klettertrompeten, Rote trompeten.]; [PORTUGUESE: Trombeta- chinesa.]; [SPANISH: Trompeta china.].
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออก-ญี่ปุ่น จีน ; เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศในเขตร้อน,กึ่งเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล "Campsis" มาจากภาษากรีก "Kampe"หมายถึง โค้งงอ อ้างอิงถึงพืชที่ลักษณะเป็นหลอดยาวและโค้ง ; ชื่อชนิด "Grandiflora" คือการรวมคำมาจากภาษาละติน '' grandis '' = หมายถึง ขนาดใหญ่และ " floreo " = ที่จะเบ่งบาน

 

เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต้ (ฝูเจี้ยน, กวางตุ้ง, กวางสี, เหอเป่ย, ชานตง, ชานซี) ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, อินเดีย, ปากีสถาน, ประเทศไทย, พม่า(ย่างกุ้ง), เนปาล, เวียดนาม, เกาหลี , โบลิเวีย
ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยผลัดใบขนาดกลางลำต้นแก่มีเนื้อไม้ เลื้อยได้ไกลถึง 6-10 เมตร เลื้อยพันโดยอาศัยรากที่ออกเป็นกระจุกรอบข้อ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบย่อยประมาณ 4-5 คู่ ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-5 ซม.ยาว 4-7 ซม.ออกดอกเป็นช่อแยกแขนงสั้น โดยจะออกตามซอกใบและที่ปลายยอด ดอกเป็นสีส้มอมสีแดง แต่ละช่อมีดอกย่อยประมาณ 4-10 ดอก แต่ละดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง มีความยาวประมาณ 3.2-3.5 ซม.ส่วนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแผ่ออกเป็นกลีบ 5 กลีบ ขอบกลีบดอกหยักเล็กน้อย แต่ละดอกมีเกสรตัวผู้ 4 อัน ส่วนรังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ และมักไม่ค่อยติดผล ผลมีลักษณะเป็นฝักยาว ฝักอ่อนเป็นสีเขียว ภายในผลมีเมล็ดลักษณะแบนและมีปีก
ช้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด ดินร่วนและระบายน้ำได้ดี
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ในประเทศจีนมีการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับขับเสมหะ
-ใช้ปลูกประดับขึ้นซุ้มไม้เลื้อยให้ร่มเงา โตเร็ว ** จากรูป ขึ้นซุ้มได้ขนาดนี้ใช้เวลาประมาณ6-7เดือนเอง ปลูกจากต้นในกระถาง12" ดอกเป็นสีส้มอมแดงปรี๊ด ช่างบาดตาบาดใจ แถมออกดอกดก อายุยืนยาวหลายปี ชื่อก็เพราะ ใครเห็นแล้วไม่รักได้ยินชื่อแล้วไม่หลงก็ไม่รู้จะว่าไง**
ระยะออกดอก---กรกฎาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ (ตัดข้อที่มีรากติด2-3ข้อ)


19 ชะลูดช้าง/Stephanotis floribunda

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Stephanotis floribunda Brongn.
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms    
---Isaura alliacea Steud.
---Isaura allicia Comm. ex Lam.
---Marsdenia floribunda (Brongn.) Schltr.
---Marsdenia isaura (Decne.) Choux          
---Stephanotis isaura Decne.
ชื่อสามัญ---Creeping Tuberose, Madagascar Jasmine, Bridal Wreath, Chaplet Flower, Waxflower, Floradora.
ชื่ออื่น---ชะลูดช้าง, ซ่อนกลิ่นเถา ; [THAI: Cha lood chang, Son klin thao.]; [GERMAN: Madagaskar-Kranzschlinge.]; [PORTUGUESE: Flor-de-noiva, Jasmin-de-Madagascar.]; [SPANISH: Floradora.]; [SWEDISH: Doftranka.].
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซีย แอฟริกา มาดากัสการ์ อเมริกา   
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลStephanotis มาจากคำภาษากรีก“ stephanos = crown (การจัดเรียงดอกไม้) และ“ otis” = หู (ภายในดอกไม้เพศเมียและเกสรเพศผู้มีลักษณะคล้ายกับหูชั้นใน)
มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์
เป็น ไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2- 4 เมตรมีน้ำยางสีขาวอยู่ในทุกส่วนของลำต้น ใบเดี่ยว ใบออกเป็นคู่ตรงข้ามกันตามข้อของลำต้นหรือเถาใบเป็นรูปรี หรือรูปไข่  ปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบกว้างและหนาเป็นมันคล้ายแผ่นหนัง โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรีบยกขึ้นทางด้านบนทำให้ใบมีลักษณะเป็นราง ใบกว้างประมาณ 3 ซม.ยาว10 ซม. ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกจะมีลักษณะกลีบดอกแข็งหนาสีขาวคล้ายขี้ผึ้ง มีดอกดกช่วงฤดู แล้ง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆในตอนกลางวันและหอมแรงในเวลากลางคืน
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้เลื้อยขึ้นซุ้มโค้งหลังคาทางเดิน จะเลื้อยได้ไกลและออกดอกได้มากขึ้นหมั่นตัดแต่งให้โปร่ง ได้แสงแดดเต็มที่จะช่วยให้ออกดอกดกได้ทั่วทั้งซุ้ม สามารถนำมาปลูกเป็นไม้กระถางได้โดยทำซุ้มไม้ไผ่เล็กๆ คอยจับให้เลื้อยไต่เป็นระเบียบสวยงาม
**ต้นที่ถ่ายมาทั้งหมดนี้เป็นพันธุ์ใบด่าง มีขอบใบเป็นสีขาว บ้างก็ทั่วขอบใบ บ้างก็ไม่ทั่วขอบใบ สีใบจะออกเขียวซีดกว่าต้นเดิม**
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด ปักชำ กิ่ง โน้มกิ่งปลูก


20 ตีนตุ๊กแก/Ficus pumila

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ficus pumila L
ชื่อพ้อง ---Has 5 Synonyms   
---Ficus hanceana Maxim.
---Ficus repens Rottler
---Ficus scandens Lam.
---Ficus stipulata Thunb.
---Urostigma scandens Liebm.
ชื่อสามัญ ---Climbing Fig, Creeping Fig, Creeping Rubber Fig, Figvine.
ชื่ออื่น---ตีนตุ๊กแก ,มะเดื่อเถา ; [THAI: lin suea; madueo thao.]; [ASSAMESE: Lata-dimaru.];[BANGLADESH: Anoya wanch.];[BRAZIL: Hera de China; Mama de pared.];[CHINESE: Bi li; Man tu luo.];[FRENCH: Figuier rampant.];[GERMAN: Feigenbaum, Kletterfeige.];[INDIA: Khram-barat, Bongpur doukha.];[INDONESIA: Karet rambat.];[JAPANESE: O-itabi; O-itabi-kazura.];[MYANMAR: Kyauk-kat-nyaung-nwe.];[SPANISH: Higuera trepadora.];[SWEDISH: Klätterfikus.];[VIETNAM: Mac pup; Trau cp; Vay oc.];
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของจีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน,ตอนเหนือของเวียตนาม, ทั่วไปในประเทศเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ '' pumila '' มาจากภาษาละติน  pumilus หมายถึง แคระอ้างอิงถึงใบที่มีขนาดเล็กมากของพืช


มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและแถบเอเชีย มันเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไปทั่วเปอร์โตริโกนอกจากนี้ยังได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางในฟิลิปปินส์และเมลานีเซีย รวมถึงในเนปาลและอินโดจีน ในสหรัฐอเมริกาสามารถเพาะพันธุ์ได้ในบางส่วนของชายฝั่งทางใต้และตะวันตก พบที่ระดับความสูง 0-2000เมตร
ใช้ประโยชน์---พืชถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่นและกินผลไม้ มันได้รับการปลูกฝังในสวนผลไม้และสวนของอินเดียศรีลังกาและญี่ปุ่นสำหรับผลไม้ที่กินได้ ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนมันเป็นที่รู้จักกันในนามไม้ประดับและใช้กันอย่างแพร่หลายในการปิดบังกำแพงการยับยั้งกราฟฟิตีมีประสิทธิภาพมาก มีตัวเลือกหลากหลายให้ปลูกในเชิงพาณิชย์เป็นพืชกระถางในเขตอบอุ่น
-ใช้กิน ผลไม้ - ใช้สำหรับการผลิตแยมและเยลลี่
-ใช้เป็นยา ผลไม้และใบไม้ถือเป็นกาแลคตากาและยาชูกำลัง ใช้ในกรณีของความอ่อนแอ, โรคปวดเอว, โรคไขข้อ, โรคโลหิตจาง, haematuria, โรคบิดเรื้อรังและริดสีดวงทวาร
-วนเกษตร พืชมีการปลูกแบบดั้งเดิมในรั้วมีชีวิตอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งจะช่วยในการป้องกันปศุสัตว์และสัตว์อื่น ๆ ; ทำเครื่องหมายขอบเขตที่ดิน ในขณะที่ยังให้ยาและการใช้งานอื่น ๆ
-ใช้ปลูกประดับ F. pumilaเป็นสายพันธุ์ที่ปีนป่ายหนาแน่นและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยรากที่อันตรายและความอดทนสูงต่อความแห้งแล้งร่มเงาและดินที่ขาดธาตุอาหาร และสามารถเจริญเติบโตได้ในดินส่วนใหญ่รวมถึงชอล์ก, ดิน, ทรายและดินร่วนปนที่มีค่าความเป็นกรดตั้งแต่กรดจนถึงด่างตราบใดที่มีการระบายน้ำดี **ถ้าต้องการต้นไม้โตเร็วที่ใช้คลุมพื้นที่กว้าง เช่นผนัง หรือรั้วที่ไม่น่าดู ให้ปลูกไม้เลื้อยชนิดเดียวกัน 2-3ต้น ห่างกัน 0. 60-1 เมตร แล้วค่อยจัดแต่งกิ่งก้านที่ทอด ออกให้คลุมพื้นผิวบริเวณนั้น หากใครต้องการผนังสีเขียว ธรรมชาติ  ก็ปลูกต้นตีนตุ๊กแก แล้วตัดแต่งก้านใบให้อยู่ระนาบเดียวกัน เหมือนงานตัวอย่าง ที่  FIX รูปหล่องานลอยตัวติดกับกำแพง เป็นตัวเสริมประกอบงานที่ให้ความรู้สึกเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องทาสี แล้วก็ ไม่ต้องคิดรื้อทิ้งภายหลัง บอกเลย ว่ายาก ให้ทำใจว่า ไม่มีอะไรดีหมดหรือเลวหมด ชอบ ก็ทำเลย แค่นั้น ข้อควรระวังก็คือ ต้นไม้ข้างเคียงหากคุณไม่ควบคุมให้ดีปล่อยให้เจ้าตีนตุ๊กแกเข้ายึดครองไม้ เจ้าบ้าน มันอาจเลื้อยรัดจนใบหมดต้น ต้องคอยตัดยอดตีนตุ๊กแกอย่าให้มีโอกาสทำแย่ๆอย่างนี้ได้**(2008)
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


21 สายหยุด/Desmos chinensis.

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Desmos chinensis Lour.
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonms  (From Wikipedia)  
---Desmos chinensis var. brevifolius (Teijsm. & Binn. ex Boerl.) Bân
---Desmos chinensis var. laevigatus (Hook.f. & Thomson) D.Mitra
---Desmos chinensis var. lawii (Hook.f. & Thomson) Bân
---Desmos chinensis var. macropetalus (Teijsm. & Binn. ex Boerl.) Bân
---Desmos chinensis var. pubescens (Hook.f. & Thomson) Deb
---Desmos dunalii (Wall. ex Hook.f. & Thomson) Saff.
---Desmos lawii (Hook.f. & Thomson) Saff.
---Unona chinensis DC.
---Unona discolor Vahl
---Unona dunalii Hook. f. & Thomson
ชื่อสามัญ ---Desmos, Chinese Desmos
ชื่ออื่น ---เครือเขาแกลบ (เลย), กล้วยเครือ (สระบุรี), เสลาเพชร (สุราษฎร์ธานี), สาวหยุด (ภาคกลาง, ภาคใต้) [THAI: Saaiyut  (Central, Peninsular), Kluai khruea (Saraburi), Khruea khao klaep (Loei).]; [CHINESE: Chia ying chao, Jiǎ yīng Zhǎo]; [MALAYSIA: Akar pisang-pisang, kenanga hutan, akar darah (Malay).]; [PHILIPPINES: Ilang-ilang gubat, Ylang-Ylang gubat (Tagalog).]; [VIETNAM: Hoa giẻ thơm, Hoa dẻ thơm, Giổi tanh, Nối côi.].
ชื่อวงศ์ ---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดียถึงจีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลจากภาษากรีก, desmos = กลุ่ม ; ชื่อสายพันธุ์ chinensis จากภาษาละติน  = จากประเทศจีน                            

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ ตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงแหลงมลายู ในประเทศไทยพบขึ้นกระจายอยู่ทั่วประเทศกและเป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของต้นสายหยุดด้วย มักขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และตามป่าเบญจพรรณตั้งแต่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึง 600 เมตร
สายหยุด เป็นไม้เลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาหรือต้นใหญ่แข็งแรงสามารถเลื้อยพันหรือเกาะสิ่งอื่นไปได้ไกล 5-8 เมตร เปลือกเถาเรียบเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่หนาแน่น มีรูระบายอากาศ มักแตกกิ่งก้านสาขามากบริเวณยอด และแผ่สาขาออกไปเป็นบริเวณกว้าง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปขอบขนานกว้างประมาณ 3-7 ซม.ยาวประมาณ 6-15 ซม.ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย หลังใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ส่วนท้องใบเรียบเป็นสีเขียวนวล เนื้อใบบางและเหนียว มีขนกระจายอยู่ทั้งสองด้าน ก้านใบยาว5มม.โคนก้านใบและตามตาติดกับกิ่งและลำต้น ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวตามข้อต้นเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 5-8 ซม. กลีบดอกมี 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้น ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกระดังงาไทย เมื่ออ่อนดอกเป็นสีเขียว เมื่อบานเต็มที่ดอกจะเป็นสีเหลือง ดอกไม้ดอกนี้จะส่งกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่ พอสายดอกจะลดกลิ่นหอมลงและหมดกลิ่นเมื่อใกล้เที่ยง ผลเป็นกลุ่ม มีประมาณ 5-35 ผลย่อย คอดเป็นข้อ ๆ ระหว่างช่วงเมล็ด ได้ถึง 7 ข้อ แต่ละผลจะมีขนาดกว้างประมาณ 5ซม.ยาว  2-4 ซม. เมล็ดกลมหรือรูปรีสีน้ำตาล มีขนาดกว้าง 0.4-0.5ซม.ยาว 0.6-0.8 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งควรปลูกในที่น้ำท่วมไม่ถึง ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดบำรุงต็มที่ 3 -4 ปี ถึงจะได้เห็นดอก ต้นยิ่งอายุมากดอกจะใหญ่และออกดอกดกมากขึ้นไปอีก
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เหมาะแก่การนำมาปลูกไว้ในสวนทั่วไป ปลูกริมทางเดิน ปลูกเดี่ยวแล้วแต่งทรงพุ่ม ปลูกขึ้นซุ้ม ยังมีสายหยุดแดงอีกต้นที่มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกันคือ Desmos chinensis Lour.กลิ่นหอมมากเหมือนกัน กลีบดอกจะออกสีแดงอมส้ม ต่างไปจากสายหยุดต้นเดิม อย่างอื่นก็เหมือนๆกัน
-ใช้เป็นยา ดอกสดใช้เข้ายาหอม บำรุงหัวใจ แก้ลมวิงเวียน รากและดอกมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้ท้องเดิน แก้บิด ตำรายาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดเมื่อย ต้นและรากใช้เข้ายาหอม หรือเข้ายาอาบอบ รักษาอาการติดยาเสพติด-ในการแพทย์พื้นบ้านของจีนใช้สำหรับโรคมาลาเรีย-ในเวียดนามใช้เป็นยาต้านมาลาเรีย ยาฆ่าแมลงยาและยาแก้ปวด
-อื่น ๆ ใช้ดอกสดนำมากลั่นเอาน้ำมันหอมระเหย ใช้ในทางสุคนธบำบัด (Aromatherapy) หรือใช้ทำเป็นน้ำหอมสำหรับเครื่องสำอางต่าง ๆ
-เป็นต้นไม้ในวรรณคดี จากพระนิพนธ์ในลิลิตตะเลงพ่าย ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
   สายหยุด หยุด                กลิ่นฟุ้ง ยามสาย              
สายบ่ หยุดเสน่หาย            ห่างเศร้า
   กี่คืนกี่วันวาย                 วางเทวศ ฤาแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า             หยุดได้ ฉันใด
จากพระนิพนธ์ในลิลิตตะเลงพ่าย
ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีเพาะเมล็ดหรือตอน แต่ก็เป็นต้นไม้ที่ตอนแล้วออกรากยาก และตายง่ายมากกว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ด


22 รสสุคนธ์/Tetracera loureiri

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Tetracera loureiri (Finet & Gagnep.) Pierre ex WG Craib
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Tetracera sarmentosa var. loureiri Finet & Gagnep.
ชื่อสามัญ---Tetracera, Tetracera loureiri, Dillenia, Mempelas, Bee Flower
ชื่ออื่น---รสสุคนธ์ขาว เสาวคนธ์ เสาวรส มะตาดเครือ (กรุงเทพมหานคร), ลิ้นแรด (อุบลราชธานี), ลิ้นแฮด (ยโสธร), รสสุคนธ์ (สุรินทร์), เถากะปดใบเลื่อม (ประจวบคีรีขันธ์), ปดน้ำมัน (ปัตตานี), บอระคน เถาอรคน อรคน (ตรัง), สุคนธรส มะตาดเครือ ย่านปด อรคนธ์ ปดขน (นครศรีธรรมราช), ปดคาย ปดเลื่อม (สุราษฎร์ธานี), สับปละ (นราธิวาส), ปะหล่ะลือแล็ง (ปัตตานี), กะปด กะป๊ด ป๊ด ย่านป๊อด (ภาคใต้); [THAI: Rot-su-khon khao, Su-khon-tha- rot.]; [VIETNAM: Dây Chiều, Dây chiều không lông, dây chiều Loueiro, tứ giác Loureiro..];
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียใต้,เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าธรรมชาติ ป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ ป่าชื้นทางภาคใต้ หรือป่าเบญจพรรณและป่าชายหาดหรือชายฝั่งทะเล
เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนขุยสีน้ำตาลแก่ปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนาน ใบกว้า 3-5 ซม.ยาว  6-10 ซม. โคนใบและปลายใบมนถึงแหลม ขอบใบเป็นจักห่าง ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนาสีเขียวเข้ม เส้นใบชัด ผิวใบด้านบนเห็นเส้นแขนงใบเป็นร่อง ใต้ท้องใบสากคาย ก้านใบยาว 0.6-1 ซม.ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงตามปลายกิ่งหรือตามโคนก้านใบ ช่อดอกยาว10-15ซม. ดอกสีขาวขนาดเล็กทรงกลม มีเกสรตัวผู้เป็นพู่ฝอยละเอียดรอบดอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.8-1ซม.มีกลิ่นหอมแรงมากในเวลากลางคืน และหอมอ่อนๆในเวลากลางวัน ผลรูปไข่เบี้ยวสีเขียว ขนาดประมาณ 0.7ซม.มีจะงอยที่ส่วนปลาย ผลแก่แตกออกเป็นแนวเดียว มีเมล็ดสีดำ 1-2 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในที่ร่ม มีแสงรำไร และที่โล่งแจ้งแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงามและกลิ่นหอม นิยมปลูกไว้เป็นไม้เลื้อยคลุมซุ้มเป็นร่มเงาหรือพันรั้ว
-ใช้เป็นยา ดอกของรสสุคนธ์ยังเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนผสมในยาหอมแก้ลมบำรุง หัวใจ มักใช้คู่กับเถาอรคนธ์ ตำรับยาพื้นบ้านทางภาคใต้ ใช้ใบรสสุคนธ์นำมาต้มกับน้ำดื่มแก้อาการสะอึก ใบรักษาโรคหิด-ใบหรือรากนำมาตำใช้พอกเป็นยาแก้ผดผื่นคัน ต้มน้ำดื่มใช้เป็นยาแก้อาการตกเลือดภายในปอด
-อื่น ๆ ไม้จากต้นหรือเถาใช้ทำเครื่องจักสานและเครื่องใช้สอยต่าง ๆ
ความเชื่อ/พิธีกรรม---เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกตามบ้านเรือน โดยมีความเชื่อว่า ผู้ปลูกจะเป็นผู้ดีมีความงามบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ มีชื่อเสียงดีเหมือนดังเถารสสุคนธ์ที่เลื้อยไปได้ไกล
ระยะออกดอก---ตลอดปี แต่ออกมากช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตอน หรือสกัดรากไปปลูก


23 อรคนธ์/Tetracera indica


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Tetracera indica (Christm. & Panz.) Merr.
ชือพ้อง---Has 10 Synonyms
---Assa exotica Gmel.
---Assa indica Houtt. ex Christm. & Panz.
---Eleiastis laevis Raf.
---Roehlingia suaveolens Dennst.
---Tetracera dichotoma Blume
---Tetracera gracilis Blume
---Tetracera laevis Vahl
---Tetracera malabarica Lam.
---Tetracera trigyna Roxb.
---Wahlbomia indica Thunb.
ชื่อสามัญ---Fireweed, Tetracera, Hedge Row Tetracera, Sandpiper vine
ชื่ออื่น---อรคนธ์ (กรุงเทพฯ), เครือปด (ชุมพร), ย่านเปล้า (ตรัง), ปดลื่น (ยะลา, ปัตตานี), เถาอรคนธ์ (ภาคกลาง), ย่านปด (ภาคใต้) ; [THAI: Rot-su-khon-Daeng, Or-ra khon, Khruea pot.]; [ASSAMESE: Ou-lata.]; [VIETNAM: Chặc chìu Ấn, Dây chiều Ấn Độ.].
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย จีนตอนใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย) ในประเทศไทยพบขึ้นตามป่าละเมาะทางภาคใต้ ที่ระดับน้ำทะเลจนถึง 600 เมตร
ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็ง สามารถเลื้อยได้ไกลถึง8เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีแกมขอบขนาน แผ่นใบสีเขียว โคนใบมนปลายใบแหลม ขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว7-12ซม.ดอก เป็นช่อ แบบช่อแยกแขนง  ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยโคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายบานออก5กลีบแต่กลีบเลี้ยงจะมีสีแดง กลีบดอกจะเป็นสีขาว หลุดร่วงง่าย ตรงกลางดอกมีเกสรผู้เป็นเส้นจำนวนมาก ผลกลมภายในมีเมล็ดสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด ดินร่วน ระบายน้ำดี
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้เลื้อยที่ดอกไม่หอมแต่ทรงพุ่มสวยสมัยก่อนตอนคนเริ่มนิยมสะสมไม้ไทยจำได้ว่า รสสุคนธ์แดงแพงมากๆ เดี๋ยวนี้หาง่ายไม่ค่อยแพงแล้ว (2008)
-ใช้เป็นยา ตำรายาไทยจะใช้ดอกรสสุคนธ์แดงเข้ายาหอมบำรุงหัวใจ แก้ลม โดยมักใช้คู่กับรสสุคนธ์ขาว ตำรายาพื้นบ้านภาคใต้จะใช้รากรสสุคนธ์แดงนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ-ยาพื้นบ้านมาเลเซียใช้ใบในการรักษาโรคเบาหวาน
-อื่น ๆ ในอินเดียใช้พืชชนิดนี้เบื่อปลา-ใบหยาบใช้เป็นกระดาษทรายสำหรับขัดไม้ให้เรียบและสำหรับขัดโลหะ-เถาใช้แทนเชือก
ระยะออกดอก--ตลอดปี ดอกดกช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


24 โมกเครือ/Aganosma marginata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Aganosma marginata (Roxb.) G. Don.
ชื่อพ้อง ---Has 1 Synonyms
---Basionym: Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J. Middleton  
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---โมกเครือ, เดื่อเครือ (ภาคเหนือ) ; เครือไส้ตัน (หนองคาย) ; เดื่อดิน (ประจวบคีรีขันธ์) ; เดื่อดิบ (กระบี่) ; [THAI: Mok khruea ; Dueai khruea ; Khruea sai tan ; Dueai din ; Dueai dip.];
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ใน Malesia: สุมาตรา, คาบสมุทรมาเลเซีย, บอร์เนียว, ชวา, ฟิลิปปินส์, สุลาเวสี, ซุนดาน้อย, โมลุกกะ

มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน (กวางตุ้ง) จนถึงเอเชียเขตร้อน
ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล5-10 เมตร ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว เปลือกเถาเหนียวและแยกจากแกนกลางเถาได้ง่าย เปลือกต้นเมื่อแก่สีเทา มีรูระบายอากาศเป็นจุดขาวอยู่ทั่วไป ใบเดี่ยวรูปขอบขนานถึงรูปไข่แคบยาว 4-20 ซม กว้าง1.7-5.3 ซม. ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบหยักเป็นคลื่น ดอกช่อสีขาวออกที่ปลายยอด หรือซอกใบมีดอกย่อยจำนวนมากและทยอยบาน ผลรวมมีผลย่อย 2 ผล เป็นฝักยาว ขนาด16.5-74x 4-10 มม.สีเขียวเรียบเป็นมัน แก่แล้วเป็นสีดำ แตกตามความยาวของฝัก เมล็ดแบนขนาด 4.7-13.6x 0.6-2.3 มม.มีครีบสีขาวปลิวไปตามลมได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด ดินชื้นสม่ำเสมอ มีการระบายน้ำดี
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ใช้รักษาโรคประดง แก้พิษฝีภายใน รากใช้บำรุงกำลัง แก้ไตพิการ ตับพิการ ขับระดู ใบเป็นส่วนผสมในยารักษาฝีและริดสีดวงทวาร -ยาต้มของราก ใช้ภายในเพื่อรักษาปัญหาทางเดินปัสสาวะ เป็นยาบำรุงไข้ เพื่อรักษาโรคโลหิตจางและเบื่ออาหาร ช่วยในการมีประจำเดือนให้ปกติ
-อื่น ๆ เปลือกเส้นใยสามารถใช้แทนเชือก
ระยะเวลาออกดอก---กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


25 ไก่ฟ้าพญาลอ/Aristolochia grandiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Aristolochia ringens Vahl
ชื่อพ้อง ---Has 4 Synonyms
---Aristolochia globiflora Mutis
---Aristolochia grandiflora Vahl [Illegitimate]
---Aristolochia turbacensis Kunth    
---Howardia ringens (Vahl) Klotzsch
ชื่อสามัญ---Gaping dutchman's pipe, Pipe vine.
ชื่ออื่น---ไก่ฟ้าพญาลอ, นกกระทุง ; [THAI: Kai fa phaya lor, Nok kra thung.]; [COLOMBIA: Gallitos; Guaco.]; [CUBA: Flor de pato; Gallito; Patico.]; [DOMINICAN: Gallito; Patico.]; [MALAYALAM: Garudapoovu, Mayilpoovu.]; [MARATHI: Badak vel.]; [PUERTO RICO: Gallito; Panitos; Pelicanos.].
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล อเมริกากลาง อินดิสตะวันตก ประเทศในเขตร้อนทั่วไป
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Aristolochia มาจากคำภาษากรีก 'aristos' ที่มีความหมายว่า 'ดีที่สุด' และ 'locheia' หมายถึง 'การเกิด' โดยอ้างอิงถึงการใช้พืชในการคลอดของชาวกรีก
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และเกิดขึ้นในเขตร้อนของทวีปอเมริกาและแอฟริกาพบตั้งแต่ปานามาจนถึงโบลิเวีย โคลอมเบียและเวเนซุเอลา เกิดขึ้นในแหล่งที่อยู่อาศัยหลายชนิดเช่นป่าพรีมอนเทนชื้น ป่าเขตร้อนชื้นถึงชื้นมากและป่าทุติยภูมิเขตร้อน ที่ระดับความสูง 0-2000 เมตร
ไก่ฟ้าเป็นไม้เลื้อยเถาขนาดกลาง ต้นและใบเป็นสีเขียวอ่อน ต้นเหนียว สามารถเลื้อยพันไม้อื่นได้ไกลถึง 3-5 เมตร ใบเดี่ยวขนาด 5-16 x 6-18 ซม. รูปหัวใจ ปลายใบมนถึงแหลม โคนใบเว้าลึก ก้านใบยาว 3-11 ซม.  มีหูใบคล้ายใบขนาดเล็กอยู่ตามข้อ ดอกมีลวดลายต่างๆสลับกันหลายสี ทรงดอกมีรูปร่างคล้ายไก่หรือนกกระทุง ขนาดดอกยาวระหว่าง 25-30 ซม. ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามข้อต้น ทรงดอกเป็นรูปงอ คล้าย หัว คอ  ลำตัวของสัตว์ปีกจำพวกนกหรือไก่ ลำตัวเป็นสีเขียวอ่อน มีลายเป็นทางยาวและทางขวางสลับกันสีม่วงเข้ม ผลรูปทรงกระบอกยาว 6-11 ซม. มีเหลี่ยม เมื่อแก่แตกออกเป็นรูปกระเช้า ภายในมีเมล็ดแบนรูปหัวใจ มีปีกยาว 7-15 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ไก่ฟ้าเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายชนิดหนึ่ง โตเร็วชอบดินร่วนซุยที่มีสภาพชุ่มชื้น สามารถทนต่อร่มเงาได้บ้าง แต่ชอบแสงแดดจัด
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ควรทำซุ้มไม้ให้เลื้อย
-ใช้เป็นยา ใช้ในยาแผนโบราณของแอฟริกันในการจัดการพิษงูกัด การรบกวนระบบทางเดินอาหาร โรคไขข้ออักเสบและโรคนอนไม่หลับ สามารถต่อต้านพิษในยาอาหรับและอินเดียรวมทั้งยาของชาวอเมริกันพื้นเมือง ( Hance, 1873 )
ความเชื่อ/พิธีกรรม---เป็นว่านทางเสน่ห์ เมตตามหานิยม หากปลูกไว้ตามบ้านจะทำให้มีผู้นิยมชมชอบ หากนำหัวพกติดตัวจะทำมาค้าขึ้น กล่าวกันว่าถ้าเก็บดอกแห้งมาบดให้ละเอียดผสมกับสีผึ้งทาปาก เป็นเมตตามหานิยม
ระยะออกดอกติดผล---มกราคม - มิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีปักชำ หรือเพาะเมล็ด

26 โนรา/Hiptage benghalensis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hiptage benghalensis (L.) Kurz
ชื่อพ้อง --- Has 5 Synonyms  
---Banisteria benghalensis L.
---Gaertnera obtusifolia Roxb.
---Hiptage javanica Blume
---Hiptage benghalensis var. benghalensis
---Hiptage obtusifolia (Roxb.) DC
ชื่อสามัญ---Hiptage, Helicopter- Flower, Clustered hiptage
ชื่ออื่น---สะเลา (เชียงใหม่), พญาช้างเผือก (แพร่), กำลังช้างเผือก (ภาคเหนือ), แหนปีก (ภาคอีสาน), กะลังจ่าง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) [THAI: No Raa, Ma no raa.]; [AYURVEDA: Atimukta, Atimuktaka, Maadhavi, Vaasanti, Pundrika, Mandaka, Vimukta, Kaamuka.]; [BENGALI: Madhabilata.]; [CHINESE: Feng zheng guo.]; [FRENCH: Liane de cerf; Liane Papillon.]; [GERMAN: Benghalen-Liane.]; [HINDI: Madhavi Lata.]; [KANNADA: Madhvi.]; [MALAYALAM: Njarambodal, Seethambu, Sitampu, Pongapoo, Chittilakody.]; [MAURITIUS: Liane de Cythère; Liane de fleurs d'oranger; Liane Rouge.]; [SAUDI ARABIA: Liane papillon.]; [SIDDHA/TAMIL: Madhavi, Vasandagala-malligai.]; [TAMIL: Karipakkukodi, Vasantakaala Malligai, Kurkatikodi].
ชื่อวงศ์---MALPHIGHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาลายู อินโดนีเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Hiptage มาจากภาษากรีก "hiptamai " ซึ่งแปลว่า "to fly " หมายถึงผลไม้สามปีกอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า  "samara "   ; ชื่อสายพันธุ์ "Benghalensis" มีที่มาจากภูมิภาคประวัติศาสตร์ของเบงกอลซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมือง

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตตามป่าทึบ, ป่าโปร่ง, ป่าไม้ของหุบเขา, ริมฝั่งแม่น้ำ, ริมถนนที่ระดับความสูง 100-1,900 เมตร ได้รับการบันทึกว่าเป็นวัชพืชในป่าฝนของออสเตรเลียและมีการบุกรุกอย่างมากในมอริเชียสและเรอูนียง
ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค โดยจะขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดิบเขา และป่าชายหาด ตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลไปจนถึง 2,000 เมตร
มโนราห์ เป็นไม้เลื้อยยืนต้น หรือรอเลื้อยคือสามารถตัดแต่งเป็นพุ่มได้ เลื้อยไปได้ไกลถึง 10 เมตร จะแตกกิ่งก้านเป็นไม้พุ่มได้เหมือนกัน กิ่งก้านเรียวเล็กห้อยลง เปลือกนอกบางสีเทา มีรูระบายอากาศทั่วไป เปลือกในสีขาว ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้าม ใบรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้าง4-6 ซม.ยาว 10-15 ซม. แผ่นใบด้านบนเกลี้ยง ส่วนท้องใบมีขน มีต่อมเล็ก ๆ อยู่ใกล้ฐานใบ ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง และมันจะออกเกือบทุกข้อต้นตามแนวกิ่ง ช่อดอกยาว 9-22 ซม.ดอกเป็นสีขาวหรือสีชมพูอ่อน กลางดอกเป็นสีเหลือง ดอกหอมมาก กลิ่นของดอกมโนราห์ คล้ายกลิ่นดอกส้ม บ้างว่าคล้ายส่าเหล้า ผลแยกออกเป็น3เสี้ยว แต่ละเสี้ยวมีปีกซึ่งมีขน ปีกกลางจะใหญ่ที่สุดยาว 4-6 ซม.ปีกด้านข้างสองข้างยาว 2-3 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ชอบแดดจัดมากนัก ควรเลือกปลูกที่ได้แดดในตอนเช้าและพ้นแดดในตอนบ่าย หรือใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่มีแดดส่องถึง

 

ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เนื่องจากดอกไม้มีรูปแบบที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นหอม ดอกมีสีซึ่งผิดกับไม้ดอกหอมชนิดอื่นซึ่งมักมีสีขาวปลอด จึงมักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในสวนเมืองร้อน
-ใช้เป็นยา แก่นโนราเป็นยาอายุวัฒนะ ใช้ดองเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เจริญอาหาร แก้อาการก่อนเพลีย ช่วยขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ ใช้ดองกับเหล้าเป็นยาบำรุงกำหนัด เปลือกต้นนำมาตำพอกใช้รักษาแผลสด-ใบใช้ในอินเดียเพื่อรักษาโรคหอบหืดและโรคไขข้อ
-อื่น ๆ พืชมีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง
ระยะออกดอก/ติดผล--- มีนาคม-กรกฎาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำหรือตอนกิ่ง


27 หิรัญญิการ์/Beaumonontia grandiflora


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Beaumonontia grandiflora Wall.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms    
---Beaumontia longiflora Hook.f.
---Beaumontia longifolia Lodd. ex Loudon
---Echites grandiflorus Roxb
ชื่อสามัญ---Nepal Trumpet, Nepal Trumpet Flower, Easter Lily Vine, Herald's Trumpet
ชื่ออื่น---เถาตุ้มยำช้าง (ภาคเหนือ), หิรัญญิการ์ (ภาคกลาง) ; [FRENCH: Bougainvillier blanc, Lys bois.]; [GERMAN: Heroldstrompete, Nepal Trompetenblume, Lilienwein.]; [PORTUGUESE: Trombeta de arauto, Trombeya-branca, Bomoncia.]; [SPANISH: Trombeta blanca.].
ชื่อวงศ์--APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียใต้ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นเกียรติแก่ Diana Beaumont (1765-1831) จาก Bretton Hall นักสะสมแร่ธาตุและพืชแปลกใหม่ผู้ส่งพืชไปให้ Nathaniel Wallich; ชื่อสายพันธุ์คือการรวมกันของคำในภาษาละติน ''grandis'' = great และ ''flos,-oris '' = flower


มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย เติบโตเป็นต้นไม้ในป่าเลื้อยบนโขดหินและพุ่มไม้ในตำแหน่งที่เปิดกว้าง ขึ้นที่ระดับความสูงถึง 1,400 เมตร ในเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศไทยพบขึ้นตามชายป่าดิบ ป่าเบญจพรรณใกล้ลำธาร ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคตะวันตกเฉียงใต้
เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เลื้อยพันต้นไม้อื่นสูง  3-15 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มแน่นเฉพาะตรงส่วนยอดที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ กิ่งอ่อนมียางสีขาวข้น ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ระนาบเดียวกัน ใบเป็นรูปรี รูปไข่กลับ หรือรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้างประมาณ 1.5-2.5 นิ้ว และยาวประมาณ 5-7 นิ้ว ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ส่วนขอบใบเรียบไม่มีหยัก หลังใบเรียบเป็นมัน ใต้ท้องใบเห็นเส้นใบได้ชัดเจน มีประมาณ 10-14 คู่ ไม่มีขนปกคลุม ก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 ซม.ดอกมีขนาดใหญ่สีขาว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีดอกย่อยประมาณ 5-10 ดอก มีกลิ่นหอมตลอดวัน ผลเป็นฝัก ยาวประมาณ 12-30 ซม. ผนังหนาและแข็งมาก ฝักเมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก ภายในผลมีเมล็ดแบน ๆ สีน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก ยาวประมาณ 1.7ซม.ส่วนปลายของเมล็ดมีขนยาวอ่อนนุ่มติดอยู่เป็นกระจุก ยาวประมาณ 3.5-5ซม.  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มวันดินร่วนระบายน้ำดี ความชื้นสม่ำเสมอ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ที่แตกยอดเร็วมาก อาจเลี้ยงในกระถางได้ระยะหนึ่ง ต้องย้ายปลูกลงดิน และทำซุ้มให้เลื้อย คอยตัดแต่งให้ทรงพุ่มได้รับแสงแดดทั่วถึง ช่วงออกดอกดกต็มต้นจะสวยมาก เป็นไม้เลื้อยอีกต้นที่ต้องทำซุ้มรับให้แข็งแรง มากๆ  
-ใช้เป็นยา เมล็ดมีใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ
-อื่น ๆ เส้นใยได้มาจากกิ่งอ่อน ใช้ทำเชือกหยาบ-พืชมีขนเมล็ดที่ดีที่สุดที่รู้จักกัน แต่ก็ยังใช้น้อยที่สุด  เส้นใยนี้ถูกกล่าวขานว่าไม่เพียง แต่เป็นประกายเงางามและสีขาวบริสุทธิ์ที่สุดของสิ่งที่เรียกว่า 'ผ้าไหมผัก' เท่านั้น แต่ยังมีความแข็งแกร่งในระดับที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ขนยังแยกออกจากเมล็ดได้ง่ายมาก เส้นใยยาว 29 - 44 มม.
ระยะออกดอก--- ธันวาคม-เมษายน
การขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง ปักชำ


28 กระเทียมเถา/Pachyptera hymenaea

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mansoa alliacea (Lam.) AHGentry
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Adenocalymma alliaceum (Lam.) Miers
---Adenocalymma sagotii Bureau & K.Schum.
---Basionym: Bignonia alliacea Lam.
---Pachyptera alliacea (Lam.) A.H.Gentry
---Pseudocalymma alliaceum (Lam.) Sandwith
---Pseudocalymma sagotii (Bureau & K.Schum.) Sandwith
ชื่อสามัญ ---Garlic Vine, False Garlic, Fake garlic, Purple garlic vine, Ajos sacha, Bejuco de ajo.
ชื่ออื่น ---กระเทียมเถา, การ์ลิคไวน์ ; [SPANISH: Bejuco de ajo, Ajos sacha.];
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ - เม็กซิโก บราซิลและเปรู , อเมริกากลาง - ทางเหนือของคอสตาริกา
ต้นไม้ ชนิดนี้ นิยมเรียกทับศัพท์ชื่อสามัญว่า “กาลิคไวน์” แต่ก็มีคนจำนวนมากเรียกเพี้ยนเป็น “กาหลิบไวน์” กลายเป็นต้นไม้อาหรับไป  ก็น่าจะเรียกกันให้ถูกต้อง หรือไม่ก็เรียกชื่อภาษาไทยไปเลยว่า กระเทียมเถา ซึ่งชื่อนี้ หลวงบุเรศร บำรุงกาล ตั้งไว้เมื่อ พ.ศ.2514
การกระจายจากเฟรนช์เกียนาพื้นที่ของมันทอดยาวจากทางตอนเหนือของโบลิเวีย ส่วนอเมซอนของเปรูและบราซิล ผ่านกายอานาและซูรินาเม ถึงคอสตาริก้าอเมริกากลาง อย่างไรก็ตามมีการปลูกในพื้นที่เขตร้อนอื่น ๆ ของโลกในสวนและสวนสาธารณะ (แอนทิลลิส, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกาใต้) เป็นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมในเขตอบอุ่นแม้ว่าจะปลูกในภาชนะได้ไม่ง่ายนัก เกิดในป่าฝนเขตร้อนและช่องเขาที่ร่มรื่นในที่ร่มมีดินลึกอุดมสมบูรณ์ แต่ซึมผ่านได้และมีพืชพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง ในทางตรงกันข้ามมันไม่ทนต่อการเปียกดังนั้นจึงไม่เติบโตบนฝั่งของลำธารและแม่น้ำหรือบนขอบหนองน้ำ นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงที่อยู่อาศัยแบบเปิดและแดดจัดเกินไป ตามธรรมชาติพบได้ในโซนจากชายฝั่งถึงระดับความสูงประมาณ 900 เมตร
กระเทียม เถาเป็นไม้เลื้อยขนาดกลาง ลำต้นเป็นเถาใหญ่ แข็งแรงสามารถเลื้อยไปได้ไกลกว่า10 เมตร เถาอ่อนและส่วนยอดจะเป็นสีเขียว ส่วนเถาแก่จะเป็นสีน้ำตาล มีใบประเภทใบประกอบ มีใบย่อย 1 คู่ ออกตรงข้ามกันตามข้อต้น เป็นไม้ใบบางแต่แข็งกระด้าง รูป ใบรีหรือมน หรือใบรูปไข่ขอบใบเรียบปลายใบและโคนใบแหลมก้านใบสั้นมีมือเกาะอยู่ระหว่างใบ ย่อยแต่ละคู่ในขณะที่ใบยังอ่อน ลองขยี้ใบแล้วเอามาดมดูจะได้กลิ่นเหมือนกลิ่นกระเทียม หรือตามโคนกาบใบ ช่อหนึ่งจะมีประมาณ 10 - 20 ดอก ดอกสีม่วงอ่อน ตรงปากดอกหรือกลางดอกสีค่อนข้างขาวมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเล็กน้อย ลักษณะดอก จะเป็นรูปกรวยปากบาน หรือรูปแตร มีกลีบดอกแยกออกเป็น 5 กลีบ เมื่อดอกบานใหม่ ๆ จะเป็นสีขาว แล้วจะกลายเป็นสีชมพูและสีม่วง เมื่อแก่จัด มีเกสรตัวผู้ภายในดอก 4 อัน สั้น 2 อัน และยาวอีก 2 อัน ในช่วงที่ออกดอก กระเทียมเถาจะทิ้งใบหมด ผลเป็นฝักยาวได้ถึง 20 ซม. มีเมล็ดมีปีกคล้ายหลังคาซ้อนกันยาว 3 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดและร่มเงาบางส่วน ควรปลูกในดินปนทราย หรือในดินที่ร่วนซุย ไม่ชอบดินเหนียว ถ้าต้องการให้กระเทียมเถาออกดอกดกกว่าปกติ ให้พรวนดินรอบโคนต้น แล้วใส่ปุ๋ยปีละครั้งเมื่อก่อนจะถึงวันขึ้นปีใหม่ หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยไนโตรเจนโรยไว้อีกสัปดาห์ละครั้ง จนกว่าจะถึงเวลาใบร่วงจึงหยุดใส่ปุ๋ย แต่ต้องรดน้ำไว้ตามปกติ
ใช้ประโยชน์---ชาวบ้านนิยมนำมาใช้เป็นยาแผนโบราณและยังนิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับ
-ใช้กิน ใบใช้เป็นเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศสำหรับรสและกลิ่นของกระเทียม
-ใช้เป็นยา ในการแพทย์พื้นบ้านจะใช้ยาต้มใบหรืออาบน้ำอุ่นด้วยใบและเปลือกไม้บดในกรณีของโรคทางเดินหายใจส่วนบน ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคข้อ ทั้งเปลือก (ในยาต้ม) หรือใบ (ในยาต้ม) ใช้เป็นยารักษาโรคไขข้ออักเสบ หวัด มดลูกผิดปกติอักเสบและโรคลมบ้าหมู -อันที่จริงวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการได้ยืนยันประสิทธิภาพของการรักษานี้ยาต้านโรคไขข้อ (เม็ด) ที่มีสารสกัดจาก manson สามารถซื้ออย่างเป็นทางการในร้านขายยาอเมริกาใต้
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้เลื้อยขึ้นซุ้ม ใช้เป็นพืชเลื้อยคลุมสำหรับ pergolas หรือรั้ว ในเขตอบอุ่น ต้นไม้จะถูกขายไปบนโครงลวดต่างๆเพื่อให้ดอกไม้ที่น่าสนใจโดดเด่น
ความเชื่อ/พิธีกรรม---Bejuco de Ajo ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายโดยชาวมายันชนพื้นเมืองในอเมซอนโดยมีการใช้เกือบทุกส่วนของพืช เมื่อแขวนกิ่งใบไว้รอบ ๆ บ้าน โดยเชื่อว่าต้นไม้นั้น 'มีมนต์ขลัง' หรือ 'จิตวิญญาณ' จะนำความโชคดีหรือเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกไป- ชาวประมงใช้สำหรับการทำให้บริสุทธิ์เพื่อให้แน่ใจว่าจับปลาได้ดี ยังใช้ในห้องอาบน้ำเพื่อเสริมความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง -หมอผีใช้เป็นส่วนผสมในยาหลอนประสาท
ระยะออกดอก--- มกราคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ ทับกิ่ง

29 อัญชัน/Clitoria ternatea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Clitoria ternatea L.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Clitoria ternatea var. alba hort.
---Ternatea vulgaris Kunth
ชื่อสามัญ---Butterfly Pea, Asian pigeonwings, Bluebellvine, Blue pea, Cordofan pea, Darwin pea.
ชื่ออื่น--- แดงชัน (เชียงใหม่), เอื้องชัน (ภาคเหนือ), อัญชัน ; [THAI: Anchan, Daengchan, Auengchan.]; [ASSAMESE: Aparajita.]; [ARABIC: Mazariyune-Hindi, Bazrulmazariyune-Hindi (Seeds), Bazrulmazariyunehindi, Buzrula, Mazariyunehindi.]; [AUSTRALIA: Asian pigeon-wings; Butterfly pea.]; [BENGALI:Aparajita.]; [BRAZIL: Cunha, Clitória.]; [CAMBODIA: Rum'choan.]; [CHINESE: Die Dou.]; [FRENCH: Honte, Pois Tonelle.]; [GERMAN: Blaue Klitorie, Blaue Schmetterlingswicke.]; [HAITI: Honte.]; [INDONESIA: Bunga biru; Kembang telang.]; [ITALIAN: Fagiolo indiano.]; [LAOS: 'Ang s'an dam, Bang s'an dam.]; [MALAYSIA: Bunga biru, kacang telang.]; [PHILIPPINES: Kolokanting (Tagalog); Giting princesa (Bikol); Balog-balog (Visaya).]; [VIETNAM: Dâu biê'c.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-- ไทย มาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา ออสเตรเลีย อเมริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Clitoria หมายถึงความคล้ายคลึงกันของดอกไม้กับอวัยวะเพศหญิงของมนุษย์ ; ชื่อพื้นถิ่นหลายชื่อของพืชในภาษาท้องถิ่นยังมาจากรูปร่างของดอกไม้

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของมันถูกบดบังด้วยการเพาะปลูกหรือการแปลงสัญชาติอย่างกว้างขวางในเขตร้อนชื้นของเอเชียแอฟริกาหมู่เกาะแปซิฟิกและอเมริกา เป็นที่แพร่หลายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในช่วงธรรมชาติC. ternateaเติบโตในทุ่งหญ้าป่าเปิดป่าไม้พืชพันธุ์ในแม่น้ำและป่าที่ถูกรบกวน เติบโตที่ระดับความสูง  0-1600 (-1800) เมตร อน่างไรก็ตามพืชชนิดนี้รอดพ้นจากการเพาะปลูกและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่รุกรานในริมฝั่งแม่น้ำลำห้วย ขอบของร่องน้ำช่องชลประทาน พื้นที่ที่ถูกรบกวน ถนน พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้า ในออสเตรเลีย ฮาวาย กาลาปากอส หมู่เกาะฟิจิและบนหลายเกาะในภูมิภาคแปซิฟิก ( Smith, 1985 ; Wagner et al., 1999 ;เปียร์, 2559 ; วัชพืชแห่งออสเตรเลีย, 2559 )
อัญชัน เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดเล็ก มีเถาเล็กและอ่อน เลื้อยได้ไกลถึง 7-8เมตรมี ใบประกอบมี5-7ใบ ใบย่อยเล็กค่อนข้างบางรูปไข่กว้างหรือเกือบเป็นรูปไข่ 2.5–5 x 1.5–3.5 ซม ดอกออกเป็นช่อตามปลายยอดสีน้ำเงินอมม่วงดอกคล้ายดอกถั่วขนาด 5.5ซม. มีสีขาวหรือสีส้มจาง ๆ อยู่ตรงกลางเป็นรูปไข่กว้าง มีฝักคล้ายถั่วฝักยาว5–11 x 0.7–1 ซม.จงอยปากยาว เมล็ดสีดำ 6–10 เมล็ด
ปกติ อัญชันที่เห็นกันมีดอก สีฟ้า สีน้ำเงินอมม่วง และสีขาว แต่ก็มีอีกชนิด(variety) หนึ่ง เป็นอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม แต่มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น เรียกว่า “อัญชันซ้อน” ชนิดนี้น่าปลูกมาก เพราะมีลีลาดอกสวยกว่า
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---โดยปกติจะเติบโตในแสงแดดเต็มที่ แต่มีความทนทานต่อร่มเงาปานกลาง ปรับสภาพให้เข้ากับดินหลากหลายประเภทตั้งแต่ดินทรายไปจนถึงดินร่วนแฉะลึกและดินเหนียวหนักที่มี pH ตั้งแต่ 5.5 ถึง 8.9
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหารและยา
-ใช้กิน ดอกสดดิบ-สุก นำมากินเป็นผักหรือปรุงเป็นอาหาร ทำเป็นเครื่องดื่มน้ำอัญชันเพื่อใช้ดับกระหาย ดอกอัญชันตากแห้งสามารถนำมาชงดื่มแทนน้ำชาได้ น้ำดอกอัญชันนำมาใช้ทำเป็นสีผสมอาหารโดยให้สีม่วง
-ใช้เป็นยา *อัญชันมีสารที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) ซึ่งมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น เช่น ไปเลี้ยงบริเวณรากผม ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลี้ยงบริเวณดวงตาจึงช่วยบำรุงสายตาไปด้วยในตัว หรือไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือ ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย และที่สำคัญสารนี้ยังมีความโดดเด่นที่ใครหลาย ๆ คนยังไม่ทราบ นั่นก็คือช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ และการ "กินดอกอัญชันทุกวัน...วันละหนึ่งดอก" จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบได้อีกด้วย* [จากเว็บไซต์เมดไทย (Medthai)]
-ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชตระกูลถั่วในทุ่งหญ้าที่มีการค้าเป็นไม้ประดับในสวน ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับบนรั้วและระแนงบังตา
-วนเกษตร ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก ลักษณะอัตราการเจริญเติบโตสูงความทนทานต่อความแห้งแล้งและการปรับตัวให้เข้ากับดินเหนียวหนักชี้ให้เห็นว่าสายพันธุ์นี้สามารถใช้เพื่อปรับปรุงทุ่งหญ้าตามธรรมชาติได้ ( Staples, 1992 )ใช้ปลูกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและปรับปรุงผลผลิตของพืชเช่นข้าวโพดข้าวฟ่างและข้าวสาลี นอกจากนี้ยังปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดพืชคลุมดินสำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์แบบหมุนเวียน แผล่งโปรตีนของการผลิตหญ้าแห้งและหญ้าหมัก
-อื่น ๆ ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง ครีมนวดผม ยาสระผม
ต้นไม้จากวรรณคดี--- คนสมัยก่อนนิยมใช้ดอกอัญชันขยี้ที่หัวเด็กให้ผมดก หรือขยี้ฝนที่คิ้วให้คิ้วดก ดังกาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ จากนิราศธารโศก ซึ่งแสดงไว้
อัญชันคิดอัญชัน                  ทาคิ้วมันกันเฉิดปลาย
ชำเลืองเยื้องตาชาย             ชายชมนักมักแลตาม
อัญชันคะนึงอ่าเจ้า               โฉมฉาย
คิ้วเคลือบมันกันปลาย           เฉิดช้อย
ชำเลืองเยื้องตาชาย             เนืองนั่ง
ชมเพลินเดินคล้ายคล้อย        บ่ายหน้า แลตาม
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด


30 ใบระบาด/Argyreia nervosa


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Argyreia nervosa (Burm f.) Bojer
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Argyreia speciosa (L. f.) Sweet
---Basionym: Convolvulus nervosus Burm.fil.    
---Convolvulus speciosus L. f.
---Ipomoea speciosa (L. f.) Pers.
---Lettsomia nervosa (Burm. f.) Roxb.
---Rivea nervosa (Burm. f.) Hallier f.
ชื่อสามัญ ---Silver Morning Glory, Silver Morning, Elephant Creeper, Elephant Climber, Elephant Creeper Silver, Hawaiian baby woodrose, Baby Wood- Rose, Hawaiian Wood rose,  Elephant VineMorning Glory, Woolly- morning- glory, Wood Rose.
ชื่ออื่น---ใบระบาด เมืองมอน เมืองมอบ (กรุงเทพฯ), ผักระบาด (ภาคกลาง), ใบละบาท ผักระบาท ; [THAI: Bai rabaat, Phak rabaat (Central); Mueangmop, Mueang mon (Bangkok).]; [ASSAMESE: Jatak mashi, Bih dharak.]; [BENGALI: Goguli, Bichtarak.]; [CHINESE: Mei li yin bei teng.]; [FRENCH: Coup d'air; Liane à minguet; Liane d'argent; Liane d'argent à minguet.]; [GERMAN: Holzrose.]; [HINDI: Vidhara, Samundar-ka-pat, Ghav Bel, Samudra-sokh.]; [INDONESIA: Areuy bohol keboh (Sundanese).]; [KANNADA: Samudravalli, Samudra Haale.]; [MALAYALAM: Maruthudari, Samudrappacha, Marikkunni.]; [MARATHI: Samudrasoka, Gugguli.]; [PHILIPPINES: Hojas de seda; Sedang-dahon (Tagalog).]; [SANSKRIT: Samudrashosha, Murva, Samudraphalaka, Vriddadaru.];[SPANISH: Hojas de seda.]; [SWEDISH: Elefantvinda.]; [TAMIL: Samuttira-p-palai, Katar-palai.]; [TELUGU: Chandra Poda.]; [VIETNAM: Thro bac gan.].
ชื่อวงศ์ --- CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด --- ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---อนุทวีปอินเดีย บังคลาเทศ ฮาวาย แอฟริกา และแคริเบียน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก'' argyro '' ซึ่งหมายถึงสีเงินที่ด้านล่างของใบ ; ชื่อของสปีชีส์ '' nervosa '' อ้างอิงถึงเส้นเลือดที่เด่นชัด
ชื่อสามัญที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดสองชื่อคือ “elephant creeper” หมายถึงความคล้ายคลึงของใบขนาดใหญ่กับหูช้างและ “Hawaiian wood rose” สำหรับความคล้ายคลึงของผลไม้กับกุหลาบแกะสลัก
มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในขอบป่าทุติยภูมิและพุ่มไม้ ที่ระดับความสูงต่ำถึงปานกลางสูงถึง 1,500 เมตร มีการบันทึกว่ามีการบุกรุกในพื้นที่ ทางตอนเหนือของออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิกบางแห่ง
ไม้ เถาเลื้อยอายุหลายปีสามารถเลื้อยได้ไกล10 เมตร ทุกส่วนมียางสีขาวและขนคลุม หนาแน่นโดยเฉพาะกิ่งอ่อน เถาอายุน้อยจะอวบน้ำ แต่พอแก่เถาจะแข็งเป็นไม้ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้าขนาดกว้าง 8-25 ซม.ยาว 10-30 ซม. หลังใบสีเขียวเข้ม ท้องใบมีขนนุ่มสีขาว ก้านใบยาว ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อหนึ่งจะมีดอกย่อย 3-5 ดอก ก้านช่อแข็ง ยาว 20 ซม. ดอกสีม่วงอมชมพูรูปแตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 ซม. ผลเป็นผลสดรูปทรงกลม สีน้ำตาลอมเหลือง ขนาด 2 ซม. ปลายผลมีติ่ง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุยมีอินทรียวัตถุ น้ำและความชื้นปานกลาง
ใช้ประโยชน์---พืชกูกรวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้ในการแพทย์แผนโบราณนอกจากนี้ยังมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นไม้ประดับทั่วเขตร้อน
-ใช้เป็นยา รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง ใช้รักษาโรคอ้วนที่เกิดจากการสะสมของไขมัน ช่วยกระตุ้นกำหนัด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับน้ำเหลืองเสีย น้ำคั้นจากใบใช้หยอดหูรักษาอาการอักเสบ ใบใช้ตำพอกรักษาบาดแผล พอกรักษาฝี รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน-รากและเมล็ดใช้ในยาสมุนไพรอายุรเวทในอินเดีย
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกขึ้นซุ้มไม้เลื้อยหรือปลูกริมรั้ว
พิธีกรรม/ความเชื่อ---หากปลูกต้นนี้แล้วเจริญงอกงามมีจำนวนใบมากๆและใบมีความสวยงามก็จะมีเงินมากขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้คนอยู่อาศัยภายในบ้านร่ำรวย เพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย ควรปลูกต้นใบระบาดไว้ทางทิศตะวันตก และให้ปลูกในวันอังคาร
ระยะออกดอก---กรกฎาคม - ธันวาคมและมีนาคม - เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง


31 ใบไม้สีทอง/Bauhinia aureifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Bauhinia aureifolia K.&s.s.Larsen
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms    
---Bauhinia chrysophylla K.Larsen & S.S.Larsen
ชื่อสามัญ---Golden Leave Liana
ชื่ออื่น---ใบไม้สีทอง, ย่านดาโอ๊ะ, เถาใบสีทอง ; [THAI: Bai mai si thong, Yhao si thong, Yan Da-o.].
ชื่อวงศ์---CAESALPINOIDEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย จังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา
เป็นไม้ประจำถิ่นของไทย ขึ้นตามที่โล่งริมลำธารในป่าดิบชื้น อุทยานแห่งชาติน้ำตกบาโจ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา  ที่ระดับความสูง50-200 เมตร พบครั้งแรกโดย ดร.ชวลิต นิยมธรรม ที่น้ำตกบาโจ จังหวัดนราธิวาสเมื่อปี 2526 ตั้งชื่อโดยศาสตราจารย์ ไคลาร์เสน (Dr.of Kai Lascrn) นักพฤษาศาสตร์ชาวเดนมาร์ค เมื่อ พ.ศ.2532


ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง ขนาดใหญ่  มีมือเกาะสำหรับเลื้อยพัน มือเกาะม้วนงอเป็นรูปตะขอคู่ สามารถเลื้อยได้ไกลถึง30เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปใบค่อนข้างกลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายและโคนใบเว้าลึก ใบแก่สีเขียวเข้มใบอ่อนสีทอง มีขนกำมะหยี่สีแดงปกคลุม เมื่อใบโตเต็มที่จะเห็นชัด แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีบรอนซ์เงินสวยงามมากใบดกหนาให้ร่มเงาได้ดี ขนาดใบกว้าง10-17ซม.ยาว8-12ซม.ระยะที่จะเห็นใบเป็นสีทองชัดเจนในช่วงเดือน มิถุนายน -กรกฎาคม ของทุกปี ต้นที่ปรากฏใบสีทองต้องมีอายุมากกว่า 5 ปี ดอกออกเป็น ช่อกระจุกที่ปลายยอดสีขาว ช่อละ3-5ดอก เมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีครีม ดอกมี5กลีบรูปไข่ ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น โคนกลีบสอบเรียว ดอกมีกลิ่นหอมเย็น ผลเป็นฝักแบนคล้ายฝักดาบ ยาว 23 ซม. กว้าง 6 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดงคล้ายกำมะหยี่ปกคลุม หนึ่งฝักมี ประมาณ6-8 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแดดจัด อากาศค่อนข้างชื้น
ใช้ประโยชน์--- ปัจจุบันนำมาขยายพันธุ์และปลูกเป็นไม้ประดับกันบ้าง แต่ยังไม่แพร่หลาย มักนำมาปลูกเป็นไม้ประดับซุ้ม
ความเชื่อ/พิธีกรรม---*ความแปลกของต้นใบไม้สีทอง ใน 1 ต้น  จะมีการเปลี่ยนของสีใบถึง 3 สี คือ สีนาค สีเงิน และสีทอง (ฤดูร้อน, ฤดูฝนจะมีสีทอง และฤดูหนาวจะมีสีเงิน ) ใน 1 ต้น จะมีใบสีนาคเพียง 1 ใบเท่านั้น  ทำให้ต้นใบไม้สีทองกลายเป็นใบไม้มงคลตามความเชื่อ ที่หลายคนอยากที่มีไว้ภายในบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล-ข้อมูลเพิ่มเติม: สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสร็จทรงงานที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ได้มีชาวบ้านนำใบไม้ดังกล่าวมาถวาย พระองค์จึงได้ประทานชื่อต้นไม้ดังกล่าว ตามแหล่งที่พบคือ “ย่านดาโอ๊ะ” และเรียกมาจนถึงปัจจุบัน โดยรับสั่งให้มีการรณรงค์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ดังกล่าวนับแต่นั้นมา* http://www.oknation.net
ระยะออกดอก/ติดผล--- สิงหาคม – ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


32 อมรเบิกฟ้า/Mandevilla amoena


ชื่อวิทยาศาสตร์---Mandevilla amoena hort.
ชื่อพ้อง---NoSynonyms are record for this name
ชื่อสามัญ---Rose Dipladenia, Mandevilla Vine
ชื่ออื่น---อมรเบิกฟ้า, อรุณเบิกฟ้า
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---บราซิล-ประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล "Mandevilla" ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Henry John Mandeville ทูตอังกฤษประจำอาร์เจนตินาเมื่อปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้; บราซิลตะวันออกเฉียงใต้
Special varieties of Mandevilla
-Mandevilla x amabilis 'Magic Dream' หนึ่งใน Mandevillas ที่มีสีแดงที่สุด ดอกไม้สีแดงเข้มคล้ายทรัมเป็ตสีแดงเข้มที่ค่อยๆจางหายไปจนถึงสีบานเย็น จะออกดอกตลอดทั้งปีในสภาพอากาศอบอุ่น แต่ละดอกบานทนกินเวลาหลายวัน
- Mandevilla x amabilis (Hort.Buckl.)  ‘Alice du Pont’ กลีบดอกสีชมพูอ่อนถึงชมพูเข้ม โคนกลีบสีชมพูอ่อนอมเหลือง กลีบดอกเรียงเวียนคล้ายกังหัน ปัจจุบันมีลูกผสมหลายพันธุ์หลายสี ทั้งสีขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม แดง และกลีบดอกซ้อน
-Mandevilla x amabilis 'Pink Parfait' มีลักษณะเป็นกลีบดอกคู่ มีดอกตูมจำนวนมาก ถึงประมาณ 20 ดอกขึ้นไป ออกเป็นเวลาหลายเดือน คุณลักษณะที่แตกต่างของ 'Pink Parfait' คือดอกไม้มีกลิ่นหอมอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ใน Mandevillas อื่น ๆ
-Mandevilla x amoena 'Aloha Regal Ruby' ดอกไม้รูปทรัมเป็ตสีแดงทับทิม


ลักษณะทั่วไปเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง ขนาดกลางอายุยืนยาวหลายปี  เลื้อยได้ไกลถึง 5 เมตร ทุกส่วนภายในต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมรูปไข่ ขนาดกว้าง3-5 ซม.ยาว 6-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน แผ่นใบหนาเหนียวคล้ายแผ่นหนังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ค่อนข้างโปร่ง ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบช่อละ 3 - 4 ดอก ดอกรูปแตร กลีบดอกสีชมพูอ่อนถึงเข้ม โคนกลีบสีชมพูหรือเหลืองเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยก5กลีบ เรียงเวียนคล้ายกังหันตามเข็มนาฬิกา ดอกใหญ่ขนาด 7-9 ซม. ดอกบานทน 5 - 6 วัน กลีบดอกอ่อนพริ้ว ดอกสีสวยเอามากๆ มีชนิดดอกลาและดอกซ้อน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบตำแหน่งที่มีแสงแดดจัดหรือแสงแดดครึ่งวันเช้า ปลูกได้ในดินทุกชนิด ดินที่ใช้ปลูกต้องโปร่งร่วนซุยระบายน้ำดี
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นเถาเลื้อยสำหรับโครงบังตาหรือซุ้มไม้เลื้อยที่ไม่สูง อาจปลูกเป็นกระโจมในกระถางที่ใหญ่หรือปลูกให้เลื้อยเถาไปตามรั้วไม้เตี้ยๆ ถ้าปล่อยให้เลื้อยสูง ต้นจะผอมแกร็น ไม่แตกกิ่ง ไม่ออกดอก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำ


33 จันทร์กระจ่างฟ้า/Pentalinon luteum

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Pentalinon luteum (L.) B.F.Hansen & Wunderlin
ชื่อพ้อง---Has 17 synonyms
---Basionym: Vinca lutea L.
---Urechites lutea (L.) Britt.    
---more
ชื่อสามัญ---Hammock Viper’s Tail, Yellow Dipladenia, Golden Fragrant Vine, Bryanthemum vine, Wild allamanda, Wild wist, Licebush.
ชื่ออื่น---จันทร์กระจ่างฟ้า ; [THAI: Chan kra chaang fa.]; [BANGLADESH: Wild Alkananda, Lata Alkananda ( Tapas Vardhan ).]; [SPANISH: Babeiro, Babeiro Amarillo.]; [SWEDISH: Liten allamanda.]; [VIETNAM: Cây Huỳnh đệ.].
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- แคริบเบียน - จาเมกาไปบาฮามาส; อเมริกาเหนือ - ฟลอริดา


มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะแคริบเบียน: แองกวิลลา บาฮามาส หมู่เกาะเคย์แมน คิวบา สาธารณรัฐโดมินิกัน กวาเดอลูป เฮติ จาเมกา เนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส [ซาบา] เซนต์คิตส์และเนวิส [เซนต์คิตส์] เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, [เซนต์วินเซนต์] สหรัฐอเมริกา, [เปอร์โตริโกหมู่เกาะเวอร์จินสหรัฐอเมริกา] หมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ)อเมริกากลาง: ฮอนดูรัส
ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง อายุหลายปี เลื้อยได้ไกล 3 – 5 เมตร กิ่งอ่อนสีเขียวอมแดงเรื่อ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้าง 4-6 ซม.ยาว7-9 ซม.ปลายใบและโคนใบมน แผ่นใบสีเขียวสดเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง รูปแตรสีเหลืองสด โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยก5กลีบ รูปกลมซ้อนเกยกัน ขนาดดอก4-5ซม.มักไม่ติดผล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด ดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี
ใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชจะถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา พืชใช้ในการรักษาอาการจุกเสียด หนองใน โรคสะเก็ดเงิน หูดและงูกัด
-ใช้ปลูกประดับซุ้มไม้เลื้อย ริมรั้ว ริมกำแพง สามารถออกดอกภายใน 2 – 3 เดือนหลังปลูก
รู้จักอันตราย---พิษลูกศรทำจากพืช พืชนี้ยังใช้เบื่อปลาทำให้ปลามึนงง
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ 


34 แพนโดเรีย/Pandorea jasminoides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pandorea jasminoides (Lindl.) K.Schum
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms    
---Gelseminum jasminoides (Lindl.) Kuntze
---Pandorea jasminoides var. alba Rehder
---Basionym: Tecoma jasminoides Lindl.
ชื่อสามัญ---Bower Of Beauty, Bower Plant, Bower Vine
ชื่ออื่น---แพนโดเรีย, จัสมินออสเตรเลีย, พิ้งค์เลิฟ, จัสมินใบด่าง ; [SWEDISH: Jasminpandorea.];
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---ออสเตรเลีย-ควีนส์แลนด์ เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ jasminoides : คล้ายดอกมะลิ (Jasminum sp.) หมายถึงดอกไม้


พืชพื้นเมืองของออสเตรเลีย เกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่า sclerophyllous ในเขตร้อนชื้นนิวเซาธ์เวลส์และควีนส์แลนด์ เติบโตในป่าชายฝั่งกึ่งเขตร้อน
ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล2-5เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย5-9ใบ เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปใบหอก ขนาด1-2 x4-8ซม. ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันหรือด่างสีเหลืองครีม ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกรูปกรวย ดอกสีชมพู โคนกลีบสีชมพูเข้ม หรือ (Pandorea jasminoides 'Alba')กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีขาว ( Pandorea jasminoides 'Lady Di') กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีเหลืองหรือ( Pandorea jasminoides 'Variegata') กลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีแดง ขนาดดอกบาน 5-8ซม. ผลเป็นฝักแบนยาว 4- 6 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง1-2 ซม.เมื่อแก่แตกได้ มีเมล็ดจำนวนมาก  เมล็ดแบนเกือบทั้งหมดล้อมรอบด้วยปีกที่เป็นเยื่อมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-15 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบอากาศค่อนข้างเย็น แสงแดดจัดจนถึงรำไร ดินร่วนปนทราย
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับขึ้นซุ้มไม้เลื้อย
ระยะออกดอก---ตลอดปี ดอกดกช่วงฤดูหนาว
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง


35 ถ้วยทอง/Solandra grandiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Solandra grandiflora Sw
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Datura sarmentosa Lam.
---Datura scandens Vell.
---Solandra hirsuta Dunal
---Solandra minor Griseb.
---Solandra nitida Zuccagni
---Solandra scandens Willd.
ชื่อสามัญ---Golden Cup, Showy chalicevine, Cup of Gold Vine, Chalice Vine
ชื่ออื่น---ถ้วยทอง ; [SWEDISH: Solandra.];
ชื่อวงศ์---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล จาไมก้า เวเนซุเอล่า ประเทศในเขตร้อน


พืชพื้นเมืองของเม็กซิโกอเมริกากลางและภาคเหนือของอเมริกาใต้ มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อนเป็นไม้ประดับ เติบโตที่ระดับความสูง 0-1800เมตร
เป็นไม้เถาเลื้อยทรงพุ่มขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกล 9-12 เมตร เปลือกเถาเรียบเกลี้ยงสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงสลับกันแบบถี่ๆ บริเวณปลายยอดและกิ่งก้าน ใบรูปทรงรีแกมขอบขนาน แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเข้มและค่อนข้างหนา โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบมีคลื่นเล็กน้อย มีขนาดความยาวของใบประมาณ 15 ซม. ก้านใบแข็ง มีความยาวประมาณ 1-5 ซม.ดอกขนาดใหญ่มาก ออกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบกลีบเลี้ยงสีเขียว โคนกลีบเชื่อมติดเป็นหลอดแคบยาว แล้วพองออกเป็นถ้วย ปลายแยก5แฉก ขอบกลีบบิดเป็นเส้นริ้ว ภายในดอกมีแถบสีม่วงแดง10เส้น ดอกขนาด8-11ซม.ดอกหอมส่งกลิ่นแรงในตอนเย็น บานนาน 3-4 วัน ผลรูปกลมขนาด 4-5 ซม. ผิวผลเรียบสีเหลืองอ่อน ปลายผลมีติ่งแหลม เปลือกผลเหนียว เมล็ดรูปไต± 7 × 4 มม สีน้ำตาลอ่อน มีเมล็ดจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด แต่ในที่ร่มรำไรก็ปลูกได้  
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ต้นนี้ดอกใหญ่สวยและออกดอกดกมาก นิยมปลูกประดับทำซุ้มให้ร่มเงาหรือริมรั้ว
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-มกราคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


36 เหลืองชัชวาลย์/Dolichandra unguis-cati

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dolichandra unguis-cati (L.) L.G.Lohmann
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms   
---Bignonia tweediana Lindl.
---Basionym: Bignonia unguis-cati L.
---Doxantha unguis-cati (L.) Rehder
---Macfadyena unguis-cati (L.) A.H. Gentry
ชื่อสามัญ---Cats claw creeper, Funnel creeper, Cat's claw trumpet, Macfadyena
ชื่ออื่น---เหลืองชัชวาลย์, เล็บวิฬาร์ ; [THAI: leb wi la , lueng chat-cha-wan.]; [CUBA: bejuco rana; bejucos perdiz.]; [FRENCH: griffe à chatte; patte d'oiseau; riffe chatte.]; [GERMAN: Krallentrompete.]; [HAITI: griffe-chatte; gris-chotte; liane griffe-chatte; liane verte.]; [MEXICO: uña de murciélago.]; [PORTUGUESE: Cipó-de-gato, Cipó-de-morcego, unha-de-gato.]; [PUERTO RICO: liana uñada; pegapalo.]; [SPANISH:  bejuco de gato; paz e justicia; uña de gato
ชื่อวงศ์---CRASSULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา แคริบเบียน
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แคริบเบียน ออสเตรเลีย ตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา แอฟริกาใต้ เอเซียเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงอาร์เจนตินาและหมู่เกาะอินเดียตะวันตกรวมทั้งตรินิแดดและโตเบโก ปัจจุบันเถาวัลย์ชนิดนี้ถูกระบุว่ารุกรานในเคนยา มาลาวี แทนซาเนีย แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย จีน มอริเชียส นิวแคลิโดเนีย คิวบา บาฮามาสและสหรัฐอเมริการวมทั้งฮาวายฟลอริดาและเท็กซัส เติบโตจากระดับน้ำทะเลใกล้ถึงระดับความสูงมากกว่า 600 เมตร
เป็น ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็กมีมือเกาะ มักเลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ เลื้อยเกาะโดยใช้มือพันเลื้อยได้ไกล ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่แคบ ขนาด 2-6 ซม.ยาว 5-16 ซม.ใบย่อยตรงกลางเปลี่ยนรูปเป็นมือจับที่ปลายแยกเป็น3แฉกคล้ายเล็บแมว ปลายใบแหลมเป็นติ่ง แผ่นใบบาง ขอบใบหยักเป็นคลื่นใต้ใบหยาบ ก้านใบยาว 0.5-2.5 ซม. ดอกออกเป็นกระจุก 1-15 ดอกที่ปลายยอด ก้านดอกยาว 2 ซม. ดอกรูปแตร กลีบดอกสีเหลือง เส้นดอกบริเวณโคนกลีบสีส้ม โคนกลีบเชื่อมเป็นหลอดปลายแยก 5 กลีบ ขนาดดอก 6-8 ซม.ผลแห้ง แคปซูลมีลักษณะเป็นเส้น ๆรูปขอบขนานยาว 15-50 ซม. และกว้าง 8-12 มม.สีน้ำตาล เมื่อแก่แตกเป็น2ซีก เมล็ดจำนวนมากรูปขอบขนาน ยาว 10-40 มม. และกว้าง 4-10 มม.มีปีกสองข้าง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องถึงหรือในที่ร่มบางส่วน
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สายพันธุ์นี้ได้รับการปลูกในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวางในฐานะเป็นไม้ประดับ นิยมปลูกเป็นไม้ขนาดเล็ก ประดับซุ้ม รั้ว
-ใช้เป็นยา ใบและลำต้นใช้เป็นยาขับเสมหะ แก้ไข้และทำให้ผิวนวล ใช้รักษาอาการไอและขับปัสสาวะ ใช้รักษางูกัด นอกจากนี้ในกายอานายังใช้คุมกำเนิดสำหรับผู้หญิงและการตกเลือด
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง


37 มอร์นิ่งกลอรี่/Ipomoea purpurea


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ipomoea purpurea (L.) Roth
ชื่อพ้อง--- Has 26 Synonyms   
---Basionym: Convolvulus purpureus L.
---Convolvuloides purpurea (L.) Moench
---many more
ชื่อสามัญ---Morning Glory,Common morning-glory,Tall morning-glory, Purple morning glory
ชื่ออื่น---มอร์นิ่งกลอรี่ ; [AFRIKAANS: Purpurwinde.]; [ASSAMESE: Longuti-Lata.]; [BRAZILIAN: Corda de viola.]; [CHINESE: Yuan ye qian niu.]; [CUBAN: Aguinaldo purpureo.];[CZECH: Povijnice nachova, Povojnik purpurovy.]; [DUTCH: Dagbloem.]; [FRENCH: Liseron, Volubilis, Ipomée pourpre.]; [GERMAN: PurPur-Prunkwinde, PurPur-Trichterwinde, Purpurne Prunkwinde.]; [GUATEMALA: Quilamul, Xel wamal.]; [ITALIAN: Campanella turchina.]; [JAPANESE: Maruba asagao.]; [PHILIPPINES: Aurora (Tag.).]; [PORTUGUESE: Gloria-da-manha, Campainha.]; [SPANISH: Campanilla, Quiebra-cajete.]; [SWEDISH: Purpurvinda.]; [TURKISH: Gece sefa.]
ชื่อวงศ์---CONVOULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา
นิรุกติศาสตร์---ขื่อสกุล Ipomoea มาจากคำภาษากรีก ips แปลว่า "หนอน" และhomoisแปลว่า "คล้ายกับ " Purpurea '' หมายถึงสีม่วง
Ipomoea purpurea มีหลายสายพันธุ์ พันธุ์ที่พบบ่อย ได้แก่
-พันธุ์ Heavenly Blue สีฟ้าเข้ม ใจกลางดอกสีอ่อน ดอกขนาด10-12ซม. เลื้อยได้ไกล 3.5 เมตร
-Scarlet O’Hara สีแดงสด ได้ AAS ปี 1939
-Pearly Gates สีขาว ได้ AAS ปี 1942
-ชุด Early Call มีสีคละ เช่น ฟ้าเข้ม แดง ม่วงไวโอเล็ต ชมพู ขาว สีชอกโกแลต และ Early Call Rose สีชมพูเข้มได้ AAS 1970
-Scarlet Star เป็นพันธุ์ใหม่ ดอกสีแดง (carmine scarlet) มีแฉกสีขาวรูปดาว และขลิบริมกลีบสีขาวด้วย พันธุ์นี้ให้ดอกเร็วและสามารถบานได้นานในช่วงบ่าย เถายาว90 ซม. หรือกว่านั้น ดอกมีขนาด 8 ซม. ผู้สร้างพันธุ์นี้ คือ ศาสตราจารย์ Yoneda และบริษัท Sakata นำมาปรับปรุงพันธุ์
-Dwarf Variegated Leaved mixture ต้นเตี้ยไม่เลื้อย ใบด่าง ให้ดอกสีต่าง ๆ เช่น แดง ชมพู น้ำเงิน และมีขอบขาวในทุกสี
-Dwarf Minibar Rose ดอกสี แดงอมชมพู (rosy red) มีขอบขาว ออกดอกดก ต้นมีใบเล็กๆ และด่าง
พันธุ์พื้นเมืองที่แน่นอนของIpomoea purpureaนั้นคลุมเครืออย่างไรก็ตามเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดในอเมริกาใต้ มีสัญชาติในบางส่วนของเคนยาและได้รับการแนะนำให้รู้จักกับแทนซาเนียและยูกันดา ในแอฟริกาตะวันออกเกิดขึ้นในเขต Mengo (ยูกันดา) เขต Kiambu (เคนยา) และเขต Lushoto (แทนซาเนีย) เติบโตในพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ในriparian (ริมฝั่งน้ำ) พื้นที่ชุ่มน้ำและที่อยู่อาศัยริมชายฝั่งถึงระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตร
ลักษณะทั่วไป เป็น เถาไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุฤดูเดียว ไม่มีมือเกาะเลื้อยได้ไกล3-5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ โคนใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ทุกส่วนมียางสีขาว ดอกรูปแตรออกเป็นช่อ ตามซอกใบและปลายยอด ดอก ย่อยขนาด12-14 ซม.รูปแตรมีสีให้เลือกหลายสีแล้วแต่ชอบ กลีบอ่อนบางสีหวานแหววมีสีฟ้า สีน้ำเงินอมม่วง แดง ชมพู ดอกบานเพียง1วัน ผลกลมขนาด9–10 มม เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแห้งแล้วแตก ภายในมีเมล็ดสีดำหรือสีนวล1-6เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ระบายน้ำได้ดีในตำแหน่งที่มีแดด
ใช้ประโยชน์---ปลูกประดับรั้วหรือซุ้มจะขึ้นเร็วแต่อายุไม่ยืน
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ขับปัสสาวะ ยาระบาย ใช้ในการรักษาอาการบวมน้ำ, oliguria, ascariasis และท้องผูก เมล็ดถือว่ามีฤทธิ์ทางจิตประสาท ในประเทศจีนเมล็ดใช้เป็นยาระบาย
ความเชื่อ/พิธีกรรม---เมล็ดใช้ในพิธีกรรมของชนเผ่าแอฟริกันบราซิล
ระยะออกดอก---กรกฎาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


38 ลดาวัลย์/Porana volubilis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Porana volubilis Burm.f.
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
---Porana volubilis Burm. f. var. burmanniana Blume
---Porana volubilis Burm. f. var. microcarpa Engler
ชื่อสามัญ---Bridal Creeper, Snow Creeper, Bridal Wreath, Snow Vine, Horse-tail Creeper, Christmas flower.
ชื่ออื่น ---ลัดดา, ลดา, นดา, กะลาเผือก, มอกหันเซะ ; [THAI: Laddawan, Ladawan, Lada, Nada.]; [FRENCH- REUNION: Porana volubile.]; [JAPANESE: Hirugao-ka.]; [VIETNAM: Bìm bìm núi.].
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงหมู่เกาะแปซิฟิก : อินโดจีน ชวา บอร์เนียว สุมาตรา โมลุกกะ สุลาเวสี ซุนดาน้อย


อาจมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซียและอินโดนีเซีย ดูเหมือนได้รับการแนะนำและแปลงสัญชาติในอินเดียตอนใต้ เมียนมาร์และฟิลิปปินส์  พบขึ้นตามธรรมชาติในป่าเต็งรังจากชายฝั่งถึงความสูง 700 เมตร
ลดาวัลย์เป็นพืชเถาเลื้อยยืนต้นอายุยืนนาน มีเถาขนาดเล็กแต่เหนียวนักพุ่มแน่น ยาว 6–10 (–20) เมตร ยิ่งปลูกนานก็ยิ่งเพิ่มสง่าราศรีแก่บ้านเรือนสามารถเลื้อยคลุมไม้ใหญ่ได้มิดทั้งต้น ใบมีลักษณะมนกลมปลายใบแหลมเนื้อเนียนบาง ขนาด5.8–10.7 x 3.7–6.3 ซม. โคนมนกลมหรือหัวใจเว้าตื้น มีขนประปรายตามเส้นแขนงใบด้านล่าง ก้านใบยาว 1.3–2.7 (–3.8) ซม. ออกดอกเป็นช่อแน่นระย้าตามปลายกิ่งเป็นดอกสีขาวเล็กๆ แต่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจทั้งยังส่งกลิ่นหอมไปได้ไกลมากกว่าดอกไม้หอมชนิดใดๆ อีกด้วย(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความหอมของดอกไม้บอกมา)ช่อดอกช่อหนึ่งยาวเกิน กว่า 50ซม.ขึ้นไปเกือบทุกช่อ ดอกสีขาวเล็กมากมี 5 กลีบ ดอกกว้างประมาณ 1.5 ซม.  ผลเป็นกระเปาะ รูปไข่หรือจัก 2-3 พู กลีบเลี้ยงเป็นแผ่นบาง พับงอ ส่วนมากมีเมล็ดเดียว เมล็ดกลมหรือเป็นแฉก 2- หรือ 3 แฉกเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5–3 มม. สีน้ำตาลเข้มถึงดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ดอกลดาวัลย์จะบานพร้อมสะพรั่งเพียงปีละวันเดียวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนวันที่ดอกลดาวัลย์บานนั้นฝูงแมลงจะพากันมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงทำให้ เกิดภาพที่สวยงามจริงๆ เป็นต้นไม้ที่ควรหามาปลูกไว้เพราะปลูกง่าย ขึ้นง่ายชอบแดดจัด ดินชุ่มชื้นร่วนซุยจะใช้ปุ๋ยอะไรก็รับได้หมดไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ตอนช่วงปลูกใหม่ก็ดูแลให้น้ำหน่อยต่อไปก็ปล่อยไปตามธรรมชาติได้
ใช้ประโยชน์--- ใช้ปลูกประดับริมรั้ว หรือขึ้นซุ้ม
-ใช้เป็นยา ในมาเลเซียมีการใช้น้ำต้มใบสำหรับสตรีมีครรภ์เพื่อดื่มเป็นยาชำระล้าง ใบใช้ในการรักษากลิ่นปาก
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์--- ด้วยการเพาะเมล็ดหรือแยกต้นเล็กๆงอกจากไหล ไปปลูกเลี้ยงในกระถางราว45วันก็นำไปปลูกลงดินได้


39 ม่านบาหลี/Cissus nodosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cissus nodosa Blume
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms    
---Cissus glaberrima (Wall.) Planch.          
---Vitis glaberrima Wall. Unresolved        
---Vitis nodosa (Blume) Miq.
ชื่อสามัญ---Grape Ivy, Javanese Treebine, Princess vine, Curtain vine
ชื่ออื่น---ม่านบังตา, ม่านพระอินทร์ ; [THAI: Maan bang taa, Maan phra-in.];
ชื่อวงศ์---UMBELIFERAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน: อินเดีย [หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ (หมู่เกาะอันดามัน)] มาเลเซีย: บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย [สุลาเวสีจาวา] มาเลเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสปีซี่ส์ nodosa มาจากภาษาละตินสำหรับ 'ปม' อ้างอิงถึงก้านที่ผูกปม

 

มีการรุกรานอย่างมากในฮาวายและหมู่เกาะแปซิฟิกอื่น ๆ
ม่านบาหลีเป็นไม้เลื้อยขนาดกลาง อายุหลายปี กิ่งก้านทอดเลื้อยได้ไกล 2-6เมตร ลำต้นมีรากพิเศษแตกออกตามข้อเป็นเส้นยาวห้อยลงมายาวได้3-8เมตร เมื่ออายุมากขึ้นลำต้นและรากมีเนื้อไม้ ใบเดี่ยวออกสลับรูปไข่ ขนาด4-7x7-8ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบหยักมนเล็กน้อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม
ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกย่อยสีขาวครีม
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ พันธุ์ ไม้เลื้อยต้นนี้ก่อนเทรนด์บาหลีจะมาแรงถือกันเป็นพันธุ์ไม้รก เนื่องจากเป็นไม้เลื้อยโตเร็วเลื้อยได้ไกลเป็นสิบๆเมตรขยายพันธุ์ง่ายๆ ชำกิ่งทิ้งก็ขึ้นมักจะขึ้นเองมากกว่าจะตั้งใจปลูก แต่หลังจากสวนบาหลีได้รับความนิยมไม้ต้นนี้ก็ได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย เพราะนำไปขึ้นซุ้มไม้ระแนงก็ได้ร่มเงาทันใจในเวลาไม่นานเหมาะเจาะเข้ากันได้ ดีกับอารมณ์บาหลีเพราะความหนาแน่นของใบและรากที่ห้อยย้อยพริ้วไปมา เอารากมาผูกโบว์ถักเปียกันเก๋ไก๋ไปเลย ก่อนหน้ารู้จักไม้ต้นนี้เขาเรียกกันว่าม่านพระอินทร์
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการชำกิ่ง


40 มาลัยนงนุช/Petraeovitex bambusetorum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Petraeovitex bambusetorum King & Gamble
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Petraeovitex bambusetorum f. simplicifolia Munir
ชื่อสามัญ---Nong Nooch Vine, Golden Wreath Flower, Wolfei's Vine
ชื่ออื่น---มาลัยนงนุช, มาลัยทอง ; [THAI: Malai nong nuch, Malai thong.];
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (formerly placed within Verbenaceae)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย บอร์เนียว อินโดนีเซีย ประเทศในเขตร้อน


ถิ่นกำเนิด มาเลเซีย (เประ) บอร์เนียว
มาลัย ทอง เป็นไม้เลื้อยพัน ไม่มีมือเกาะ  เลื้อยได้ไกล 2 – 5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปไข่  ปลายใบแหลม ผิวใบไม่เรียบ นูนขึ้นระหว่างเส้นใบ ดอก ออก ดอกเป็นดอกช่อแบบรวงข้าว ดอกย่อยมีใบประดับสีเหลือง รองรับ ดอกที่แท้จริงมีขนาดเล็ก อยู่ภายในอีกชั้นหนึ่ง  กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด สีเหลืองทั้งหมด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัดถึงรำไร ดินร่วนระบายน้ำดี แต่ปรับให้เข้ากับสภาพดินได้หลากหลาย
ใช้ประโยชน์---ปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย หรือไม้กระถางแขวน  ดอกของมาลัยทองจะบานทน อยู่นานมาก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง


4/5/2008 www.suansavarose.com

Tipvipa..V..2008

แหล่งที่มา-อ้างอิง

---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ BGO Plant Databases, The Botanical Garden OrganizationOrganization http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_page.asp
---เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.http://www.dnp.go.th/botany/
---เว็บไซต์เมดไทย (MedThai) URL: https://www.medthai.com
---หนังสือ ดอกไม้ และประวัติไม้ดอกเมืองไทย จาก ชุดธรรมชาติศึกษา โดย วิชัย อภัยสุวรรณ 2532
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---สำนักงานหอพรรณไม้. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ -- กรุงเทพมหานคร : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พ.ศ. 2549 http://www.dnp.go.th/botany/
---ฐานข้อมูล อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri
---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม 2 (2542)บ.อมรินทร์ปริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน)
---เอื้อมพร วีสมหมาย และคณะ. 2551. พรรณไม้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด.

Check for more information on the species:
    
Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images        
            

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan theva.com
Update 8/8/2008
Update 9/11/2016
update 28/8/2016,
Update 9/11/2016
update 24/10/2017
update 28/4/2018

update 8/8/2020



ความคิดเห็น

  1. 1
    miki
    miki mikitar.g@gmail.com 22/09/2016 12:55

    ไม้เลื้อยสวยมากเลยชอบพันธุ์ไม้เลี้อยมากแถวบ้านจะปลูกมันหวานญี่ปุ่นแล้วก็มีไม้เลื้อยเกาะตามรั้วไร่ น่าเอามาปลูกประดับเป็นกำแพงไร่คงจะต้องสวยแน่ครับ

  2. 2
    09/03/2015 13:45

    กำลังหาไม้เลื้อยอยุ่พอดีชอบมากๆเลย

  3. 3
    06/08/2014 21:48

    โดนแม่ค้าหลอก. ชมนาด. ออกดอกทั้งปี



    ลานไม้โคกกรวด### แอบเจ็บใจ

  4. 4
    PA
    PA zeer.pa_love-gun@hotmail.com 29/09/2013 22:03

    Clematis  ใครมีต้นนี้บ้างอ่า  ชนิด Ville de Lyon       ไม้เลื้อยเหมือนกันดอกสวยมากหาซื้อไม่ได้  ใครมีติดต่อมาทีนะค่ะอยากได้มากกกที่สุด




    0832526551 

  5. 5
    ไม่ระบุ
    ไม่ระบุ 23/08/2013 16:55

    ไม่ลงอะไรเลย

  6. 6
    03/01/2013 08:38
  7. 7
    อิงค์วรา  แก้วแกมทอง
    อิงค์วรา แก้วแกมทอง kaewkamthong@hotmail.co.th 28/12/2012 13:16

    ขอบคุณมาก  ชอบมากคะได้ความรู้เรื่องต้นไม้ขึ้นตั้งเยอะ

  8. 8
    23/11/2012 15:22

    สวยมากๆเลย

  9. 9
    มุก
    มุก mikky_ni@yahoo.com 18/11/2012 11:17

    ดีจัง ชอบมากคะ ขออนุญาตแบ่งปันนะคะ ขอบคุณมากคะ


  10. 10
    Pari
    Pari pari_11@hotmail.com 18/11/2012 08:39
    Very thanks. ชอบมากเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆทำให้รู้จักต้นไม้อีกเยอะแยะ และที่สงสัยๆว่าต้นอะรไๆ ค่ะ
  11. 11
    09/10/2012 16:05

    ขอบคุณที่นำมาเสนอให้ชม เรียกว่าสวยงาม+ความรู้

  12. 12
    ภาณุพงศ์
    ภาณุพงศ์ Panupong_num_8@hotmail.com 19/09/2012 13:06

    ขอบคุณมาก ได้ความรู้เยอะดี จะได้นำไปปรับปรุงที่วัดให้สวยงาม


    ทำให้มานั่งพักผ่อนแล้วสบายกายเย็นใจกับพรรณไม้นานา

  13. 13
    ืืnong
    ืืnong 25/04/2012 19:30

    4319

  14. 14
    pooky
    pooky mumushisu@yahoo.co.th 05/11/2011 12:39
    ต้นชมนาดเหี่ยวตาย ทำไงดี ปลูก2ครั้งแล้ว เลื้อยเต็มร้านแล้วตายออกดอกหอม รากเน่า ใบเหี่ยวเฉาตายเลยเสียดายมากๆๆว่าจะไม่ปลูกแล้ว
  15. 15
    05/11/2011 06:22
    ถ้วยทอง ทนมากเหมือนกัน ขยายพันธุ์ง่าย ดอกใหญ่เบ้อเริ่ม เลี้ยงไว้ไม่ผิดหวัง
  16. 16
    tonped
    tonped tonpedsef@hotmail.com 04/11/2011 10:36

    ที่บ้านปลูกพวงแสด 20 ปีแล้ว ทนมาก น้ำปุ๋ยไม่ยุ่ง หากินเองไปต่างจังหวัดเป็นเดือนกลับบ้านมาก็มีดอกสีส้มให้ดูสวยมาก แต่ตอนนี้กำลังอยากเลี้ยงถ้วยทองใครมีประสบการณ์ ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณคะ

  17. 17
    หลิว
    หลิว 13/09/2011 11:27

    ปลูกดูเล่น

  18. 18
    รัชหไบพร
    รัชหไบพร nonggift@hotmail.com 10/09/2011 14:19

    ^_^ ปลูกไว้เยอะๆไว้ทำee  อิอิ

  19. 19
    สา
    สา 28/08/2011 20:29

    ชอบมากๆค่ะ มีความสุขที่สูด

  20. 20
    สดใส
    สดใส kjanjarup@yahoo.com 28/08/2011 06:42

    ว่าง ๆ จะแวะไปที่สวนหาพันธ์ไม้เลื้อยมาปลูกค่ะ ได้ความรู้มากมายเลย

  21. 21
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 27/08/2011 02:07
    ค่ะคุณAod แก้ไขแล้วเรียบร้อย ขอบคุณมากๆที่ช่วยท้วงติง
    เจอตรงไหนไม่ชอบมาพากล ก็ส่งข่าวกัน ตรงนี้คงผิดมานานแล้ว ขออภัยๆ
  22. 22
    Aod
    Aod aod_litongjia@hotmail.com 26/08/2011 10:35
    ข้อมูลของ กระเทียมเถา ผิดนะครับ
    ดอกแรกบาน จะม่วงสด พอผ่านไป จะค่อยๆเปลี่ยนสี อ่อนลงๆ จนเป็นสีม่วงอ่อนเกือบขาวในที่สุด
  23. 23
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 22/08/2011 20:10
    คนชอบก็อยากได้เหมือนกัน ยังไม่รู้ที่ซื้อเลย เพื่อนๆใครรู้บ้างช่วยหน่อยนะ
  24. 24
    สิริมา
    สิริมา kojinaka@hotmail.com 22/08/2011 13:28

    ช่วยแนะนำสถานที่ซื้อต้นสุวรรณพฤกษ์ด้วยค่ะ ชอบมากๆ

  25. 25
    อังคณา
    อังคณา aungkana@codi.or.th 10/08/2011 14:18
  26. 26
    tomiang
    tomiang 02/08/2011 22:46
    ชำมะนาด หอมมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    แต่ที่บ้านไม่รู้ยังไงมันตายไปแล้ว เสียดายคะ 
  27. 27
    บุญวดี
    บุญวดี boonvadee.p@psu.ac.th 19/07/2011 10:18
    เยี่ยมมาก ขอบคุณจริง ๆ ทำให้ได้รู้จักไม้เลื้อยสวย ๆ แบบนี้
  28. 28
    Yada
    Yada blueorchid_th@hotmail.com 17/05/2011 18:37

    Thanks a lot for sharing this...I love it so much!!

  29. 29
    อภิสิทธิ์
    อภิสิทธิ์ vimanon1@HOTMAIL.CO.TH 24/02/2011 10:35

    ไม้เลื้อยนี้เป็นไม้ที่สวยงามเป็นที่รู้จะกันมากถ้าใครสนใจที่จะปลูกต้องศึกษาเรื่องนี่ก่อน

  30. 30
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 15/02/2011 18:02
    การเวก กระดังงาจีน สายหยุด รสสุคนธ์ขาว หิรัญญิการ์ ถ้วยทอง ฯลฯ และอื่นๆอีกมากมายมาก
 1  2  3 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view