สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 23/09/2020
สถิติผู้เข้าชม 9,618,818
Page Views 14,685,494
 
« September 2020»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   

ไม้ดอกเพื่อประดับ

ไม้ดอกเพื่อประดับ


ไม้ดอกเพื่อประดับ


ไม้ ดอกที่นิยมใช้ประดับในเทศกาลหน้าหนาว ตามสถานที่ต่างๆหรือตกแต่งที่อยู่อาศัยให้ดูสดใสเบิกบาน ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาและโอกาศทองที่ดอกไม้เหล่านี้จะได้อวดรูปโฉมกันเต็มที่ เพื่อนๆทั้งหลายที่ต้องการความงามเฉพาะกิจอาจกำลังอยากเดินเลือกซื้อไม้ดอก สวยๆไปปลูกต้อนรับปีใหม่กันใช่ไม๊
ก็ลองเลือกกัน ดูแหล่งที่ซื้อขายกันเป็นที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็คลอง 15 ตรงปากทางเข้าซ้ายมือก่อนเข้าไปในคลอง จะมีขายอยู่หลายร้าน ขนาดถุงดำ4"ราคาอยู่ที่ถุงละ10บาท ถ้าซื้อจำนวนมากก็อาจได้ลดถูกกว่านี้หรือไปเดินจตุจักรวันพุธตอนเช้าๆก็สนุกดีนะ ที่นั่นก็มีให้เลือกเยอะ ขายราคาส่งไม่แพง

แถวรัตนาธิเบศร์ บางบัวทองก็เป็นแหล่งใหญ่เหมือนกัน
ไม้ดอกพวกนี้อาจเป็นไม้ดอกที่มีอายุสั้น แต่มีสีสันสดุดตาการใช้งานก็เฉพาะช่วงที่มีดอกเท่านั้น เมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ จุดประสงค์คือเพื่อประดับสถานที่ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ต้องทำใจไว้  ว่าล้มแล้วไม่ลุก แต่ก็ถือว่าคุ้มค่านะ อาหารตาอาหารใจ มีหลายเรื่องที่เราใช้เงินส่งเดชซื้อความสุขให้ตัวเองคนเดียว แต่นี่รับรองว่าใครเห็นก็ชอบ ได้รับความสุขถ้วนหน้า


ดาวกระจาย/Cosmos Bipinnatus

ชื่อวิทยาศาสตร์--Cosmos Bipinnatus Cav. 1791
ชื่อพ้อง---Has 16 Synonyms
-Bidens bipinnata Baill. - non L.-- nom.illegit. (ill.)
-Bidens formosa (Bonato) Sch.Bip.
-Cosmos formosa Bonato-More
ชื่อสามัญ---Cosmos, Mexican Aster, Garden cosmos.
ชื่ออื่น---คอสมอส ; [THAI: Cosmos]; [AFRIKAANS: Kosmos, Mieliepes.]; [BRAZIL: Amor de moça, Beijo de moça, Cosmea.]; [CZECH: Krásenka zpeřená.]; [CHINESE: qiu ying.]; [FRENCH: Cosmos bipenné.]; [GERNAN: Kosmee, Schmuckkörbchen.]; [MEXICO: Girasol morado, Mirasol.]; [PORTUGUESE: Cosmos-de-jardim, Estrela-do-monte, Picão-rosa.].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา    
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาเหนือ(เม็กซิโก) อเมริกาใต้ เวสต์อินดีส อิตาลี ออสเตรเลีย เอเชีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีกคำว่าkosmosแปลว่าสวยงาม : ฉายาเฉพาะ Bipinnatus หมายถึงพืชใบแบบbipinnate(ใบประกอบ2ชั้น)
Cosmos Bipinnatus เป็นพืชดอกในครอบครัวดอกทานตะวันได้รับการอธิบายครั้งแรกโดยAntonio José Cavanilles ในปีพ.ศ.2334

มีถิ่นกำเนิดในรัฐแอริโซนาในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโกและกัวเตมาลาจนถึงคอสตาริกา กระจายอยู่ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, เวสต์อินดีส, อิตาลี, ออสเตรเลียและเอเชีย เติบโตในป่าละเมาะและทุ่งหญ้า ที่ระดับความสูง 0-1000 เมตร ในบางประเทศถือเป็นสายพันธุ์ที่รุกราน (นิวซีแลนด์)
ต้นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว สูง 0.30-2 เมตร ลำต้นทรงสี่เหลี่ยม เกลี้ยงหรือมีขน มีกลิ่นฉุน ใบประกอบ 2 ชั้น เรียงตรงข้าม รูปใบหอก ยาว 5-25ซม.ใบย่อย 3-5 คู่ ยาว 1-5ซม. ปลายแหลม โคนสอบเรียว ขอบใบหยักเว้าลึกแบบขนนกเป็นเส้นเรียวยาว แผ่นใบสีเขียว ก้านใบยาว 1-7ซม.ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบ ยาว 10-20ซม. ดอกสีขาว สีชมพู หรือสีแดง หรือสองสีในดอกเดียว  เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-8ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งแสงแดดจัดแต่ทนต่อร่มเงาบางส่วนได้ ดินร่วนปนทราย ดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ค่า pHของดินระหว่าง 6.0 ถึง 8.5 หลีกเลี่ยงดินที่อุดมสมบูรณ์เกินไปซึ่งอาจทำให้ต้นไม้โตเร็วและสูงเกินไปทำให้ต้นล้มคว่ำได้
ใฃ้ประโยชน์--- ใช้ปลูกประดับเป็นแปลงไม้ดอกแบบผสมผสาน หรือปลูกริมรั้ว หรือปลูกเป็นไม้กระถาง ในกรณีนี้อาจต้อใช้ไม้ปักหลักช่วยพยุงลำต้น
โรคหรือศัตรู---ศัตรูพืชบางชนิดเช่นเพลี้ยด้วงหมัดและเพลี้ยไฟชอบคอสมอส แต่ก็ควบคุมได้ง่ายด้วยน้ำสบู่ฉีดพ่นฆ่าแมลง
ระยะออกดอก---การออกดอกจะเริ่มขึ้นระหว่าง 60 ถึง 90 วันหลังจากงอก
ขยายพันธุ์---เมล็ด

ดาวกระจาย/Cosmos sulphureus

ชื่อวิทยาศาสตร์-- Cosmos sulphureus Cav.1791
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonyms

-Bidens artemisiifolia Kuntze -Cosmos aurantiacus Klatt
-Bidens sulphurea (Cav.) Sch.Bip. -Cosmos gracilis Sherff
-Coreopsis artemisiifolia Jacq. -Cosmos sulphureus var. exaristatus Sherff
-Cosmea sulphurea (Cav.) Willd. -Cosmos sulphureus var. hirsuticaulis Sherff
-Cosmos artemisiifolius (Jacq.) M.R.Almeida -Cosmos sulphureus var. typicus Sherff

ชื่อสามัญ--- Sulfur Cosmos, Yellow Cosmos, Orange cosmos
ชื่ออื่น--- ดาวเรืองพม่า, คำเมืองไหว, คำอังวะ, คำแพ ; [THAI: Dao krachai (Central); Kham mueang wai (Northern); Kham phae (Northern);  Kham ang wa (Mae Hong Son).]; AFRIKAANS: Ododo-imiesu.]; [CHINESE: Liu huang ju.]; [FINNISH: Keltakosmos.]; [FRENCH: Cosmos soufré.]; [GERMAN: Gelbe Kosmeee, Gelbes Schmuckkörbchen.]; [JAPAN: Kibana-kosumosu.]; [MEXICO: axal-xóchitl; ecaxtli; ehcaxtli; mirasol yellow; shinul; xinula; xochipal; xochipali.]; [MYANMAR:  Paw-me-tar; Sein-chai-kadipa.]; [PORTUGUESE: Cosmo-amarelo, Picão, Picão-grande, Áster-do-méxico.]; [RUSSIAN: Kosmos želtyj.]; [SWEDISH: Gullskära.].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา    
เขตกระจายพันธุ์--- แอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใน อนุทวีปอินเดียและศรีลังกา อเมริกาเหนือทางตะวันออกและทางใต้ของสหรัฐอเมริกา อเมริกากลางและใต้แคริบเบียน หมู่เกาะแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสปีชีส์sulphureusอ้างอิงถึงสีเหลืองส้มของดอกไม้ของพืช
Cosmos sulphureus เป็นพืชดอกในครอบครัวดอกทานตะวันได้รับการอธิบายครั้งแรกโดยAntonio José Cavanillesในปีพ.ศ.2334
มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและอาจอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ แต่ปัจจุบันได้รับการเพาะปลูกและบางครั้งได้รับการแปลงสัญชาติในพื้นที่เขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลกและบางครั้งได้รับการบันทึกว่าเป็นสายพันธุ์ที่รุกราน เกิดขึ้นที่ระดับความสูงประมาณ 80 ถึง 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ดาวกระจายเป็นไม้ดอกล้มลุกอายุฤดูเดียว ทรงพุ่มเตี้ย และโปร่ง ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-50 ซม.ใบเป็นใบเดี่ยวยาว 5–15 ซม. และกว้าง 4–8 ซม. ใบเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ แผ่นใบและขอบใบเรียบ มีสีเขียวเข้ม แผ่นใบเว้าแว่งคล้ายนิ้วมือ 5-7 แฉกรูปใบหอก ดอกสมบูรณ์เพศ ออกบริเวณปลายกิ่ง ก้านดอกยาว ขนาดดอกประมาณ 5-15 ซม. กลีบดอกมีหลายสีตามสายพันธุ์ เช่น สีเหลือง สีแดงอมม่วง สีชมพู และขาว เป็นต้น กลีบดอกอาจมีชั้นเดียวหรือเรียงซ้อนเป็นชั้น แผ่นกลีบดอกบาง และเรียบ ปลายกลีบหยักเป็นฟันเลื่อย เมล็ดรูปรียาว หัวท้ายเรียวแหลม เปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง สีน้ำตาลอมดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนปนทรายแสงแดดเต็มวัน ความชื้นพอเพียง ชอบค่า pHของดินระหว่าง 6.0 ถึง 8.5
การใช้ประโยชน์---ใฃ้ปลูกประดับ เป็นต้นไม้ที่สวยแบบไม่ต้องคิดมากทยอยบานนาน 4-6 สัปดาห์ จากนั้นดอกจะโรยและติดเมล็ด
-ใช้กิน หน่ออ่อนกินดิบหรือปรุงสุกในอินโดนีเซียเรียกว่า lalab หรือ gudang ในประเทศไทยมีการบริโภคในสลัดหรือชาสมุนไพรที่มีผลของการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปสตับอ่อน
-ใช้เป็นยา ในประเทศจีนมีการใช้สายพันธุ์นี้ในยาแผนโบราณมานานหลายศตวรรษเนื่องจากมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรารวมทั้งรักษาแผลในกระเพาะอาหาร การอักเสบของตับและโรคข้ออักเสบ
-อื่น ๆ ดอกไม้ให้สีย้อมสีส้ม สีเหลือง
ระยะออกดอก---การออกดอกจะเริ่มขึ้นระหว่าง 50 ถึง 60 วันหลังจากงอก
ขยายพันธุ์---เมล็ด

ผีเสื้อ/Dianthus chinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dianthus chinensis L.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
-Dianthus chinensis subsp. paracampestris Vorosch.
-Dianthus heddewigii
-Dianthus sequieri Chaix
ชื่อสามัญ---Indian Pink, China Pink, Chinese pink, Rainbow pink
ชื่ออื่น---ผีเสื้อ, เก็งชุ้งล้อ, แก้วลืมวาง ; [THAI: Keng-chung-lo (Chinese-Bangkok); Kaeo luem wang (Chiang Mai).]; [CZECH: Hvozdík.]; [CHINESE: Shí Zhu.]; [GERMAN: Chinenser-Nelke, Kaiser-Nelke.].
ชื่อวงศ์---CARYOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน คาซัคสถาน เกาหลี มองโกเลีย รัสเซีย ยุโรป เอเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลDianthus มาจากคำรวมกันของภาษากรีก dios หมายถึงพระเจ้าและanthos หมายถึงดอกไม้ ; ชื่อสายพันธุ์ chinensis = ของจีน
มีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของประเทศจีน[กานซู เหอเป่ย เฮยหลงเจียง เหอหนาน จี๋หลิน เหลียวหนิง เน่ยมองโกล หนิงเซี่ย ชิงไห่ ส่านซี ซานตง ซานซีและซินเจียง] แปลงสัญชาติใน จีนตอนใต้ ไปยังคาซัคสถาน เกาหลี มองโกเลีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย (ไซบีเรียตะวันออกไกล); ยุโรป เอเซีย
ไม้พุ่มขนาดเล็กอายุประมาณ 2ปี สูง 25-40 ซม.ลำต้นแตกแขนงหลายใบมีลักษณะหลวม ๆใบมีสีเขียวหรือสีเขียวอมเทาเรียวยาว 3-5 ซม.กว้าง 2-4 มม. ดอกไม้มีสีขาว, ชมพู, หรือสีแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 ซม.ออกเดี่ยว ๆหรือออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ผลเป็นแคปซูลล้อมรอบด้วยกลีบเลี้ยง เมล็ดสีดำลักษณะแบนกลม เป็นไม้ดอกที่มีช่วงอายุในการให้ดอกนานหลายเดือน ดอกค่อยทยอยบานในแต่ละช่อ แล้วเกิดช่อใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดรำไรเต็มวัน อากาศเย็นสบายแสงแดดเพียงพอและรดน้ำอย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง ในฤดูร้อนสามารถทนต่อแสงแดดได้ตลอดทั้งวัน
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะเป็นไม้ประดับทั้งในประเทศจีนและที่อื่น ๆ ในเขตอบอุ่นของโลก ได้รับการคัดเลือกพันธุ์จำนวนมากเพื่อใช้ในสวน มักปลูกลงแปลง หรือเป็นกลุ่ม ใกล้ประตูหรือทางเดิน ปลูกเป็นไม้กระถางได้
ข้อควรดูแล---ดอกที่บานและเหี่ยวมักอยู่ในช่อเดียวกัน หมั่นเก็บดอกเหี่ยวทิ้งจะได้ดอกใหม่และออกดอกดกขึ้น อย่าปล่อยให้ดอกแห้งรวมคาต้น รดน้ำโดนดอกตรง ๆดอกจะเละพาให้ดอกใหม่อื่นๆไม่สวยไปด้วย และไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยมากนัก อย่าให้น้ำมากเกินไปหรือใส่ปุ๋ยมากเกินไป
โรคและศัตรูพืช-โรคยอดเน่าและราสนิมหากดินมีการระบายน้ำไม่ดีและอาจมีปัญหากับทากและหอยทากหากปลูกในที่ร่มมากเกินไป
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

เวอร์บีน่า/Verbena x hybrida

ชื่อวิทยาศาสตร์---Verbena x hybrida Groenl. & Ruempler.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Glandularia × hybrida (Groenl. & Rümpler) G.L.Nesom & Pruski.(Accepted name)
ชื่อสามัญ---Common Garden Verbena, Florist's Verbena, Rose vervain.
ชื่ออื่น---เวอร์บีน่า ; [THAI: Verbena.]; [CZECH: Železník hybridný.]; [FRENCH: Verveine (hybrides des jardins).]; [GERMAN: Verbena-Hybriden.]; [JAPANESE: Bijo zakura.]; [POLISH: Werbena ogrodowa, Witułka.].
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อลาบามา; โคลอมเบีย; คิวบา; เชโกสโลวาเกีย; ฮอนดูรัส; ปาหนาม; ตรินิแดด - โตเบโก; เวเนซุเอลา
มึถิ่นกำเนิดในเขตร้อน และกึ่งเขตร้อนของอเมริกาใต้และประเทศต่างๆในเขตร้อนพบที่ระดับความสูง 900-1000 เมตร
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลVerbena มาจากชื่อภาษาละตินที่ใช้สำหรับพืชบางชนิดในพิธีกรรมทางศาสนาและในทางการแพทย์ ; ชื่อสายพันธุ์ hybrida หมายถึงลูกผสม
เวอร์บีน่า เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กอายุสั้น ดอกมีสีสันอ่อนหวานสวยสะดุดตา สูงประมาณ 20-30 ซม.ลำต้นมีทั้งตั้งตรงหรือค่อนข้างเลื้อย ทอดตามผิวดิน มีรากพิเศษที่ข้อ ลำต้นมีขนสั้นๆปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปหอก ปลายแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบหยักเว้กลึกแบบขนนก แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม มีขนนุ่ม เส้นใบเป็นร่องลึก ขนาดใบกว้าง 3ซม.ยาว  6 ซม.ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีหลายสี เช่น สีแดง ขาว ม่วงเข้ม กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายจักเป็น 5 ซี่ กลีบดอกมีขนาดเล็ก ปลายแยกเป็น 5 กลีบเว้า คล้ายรูปหัวใจ ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ชอบอากาศเย็นและแสงแดดเต็มวัน ดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ตวามฃื้นปานกลาง
การใฃ้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับสวนหย่อม ตัดแต่งพุ่มได้ ปลูกริมน้ำตก ริมลำธาร เหมาะกับสวนหิน
ระยะออกดอก---10 สัปดาห์นับจากการงอก
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

คลีโอเม่/Cleome speciosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cleome speciosa Raf.
ฃื่อพ้อง---Has 11 Synonyms

-Cleome cardinalis DC. -Cleome speciosa Kunth
-Cleome gigantea Blanco -Cleome speciosissima Deppe อดีต Lindl
-Cleome longifolia Willd. อดีต Schult & Schult.f. -Cleoserrata speciosa (Raf.) Iltis
-Cleome pachystigma Briq. -Gynandropsis grandiflora Turcz
-Cleome purpurea DC. -Gynandropsis speciosa DC.
-Gynandropsis tracyi Briq

ชื่อสามัญ---Cleome, Spider flowers, Spider plants, Spider weeds, Bee plants
ชื่ออื่น ---ผักเสี้ยนฝรั่ง ; [THAI: Phak Sian Farang.]; [KANNADA: Kannada Kanchuwaala.]
ชื่อวงศ์---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ หมู่เกาะเวสต์อินดีส

ถิ่นกำเนิดหมู่เกาะเวสต์อินดิส และจากตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลจนถึงอาร์เจนตินาขี้นตามพุ่มไม้ชื้นทุ่งโล่งหรือพื้นดินเสียบางครั้งก็อยู่บนลูกรังริมลำธารที่ระดับความสูงต่ำกว่า 1,800 เมตร
เป็นไม้ดอกอายุสั้นมีพุ่มสูงได้ถึง1-2 เมตร  ใบด้านล่างเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 5-7 ใบ ใบกลางที่ใหญ่ที่สุด รูปใบหอกแคบหรือรูปช้อน ปลายแหลม ขอบจักฟันเลื่อย ใบสีเขียว ใบแก่ด้านล่างมีหนามใต้ใบ ตามแกนช่อด้านบนมีใบประดับรูปไข่ขนาดเล็กอัดตัวกันแน่นรอบแกน ดอกออกเป็นช่อกลมที่ปลายยอด ขนาดช่อดอก 10-15 ซม. ดอกมีสีชมพูหรือสีม่วงเม็ดมะปรางเมื่อแรกบาน และจะค่อยกลายเป็นสีขาวเมื่อแก่จัด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกกลางแจ้งดวงอาทิตย์เต็มบางส่วน ในดินที่มีการระบายน้ำได้เร็ว จะได้ดอกสวยและงามกว่าในร่มที่มีความชื้นของดินแฉะอยู่ตลอดเวลา pH ของดิน    เป็นกรดถึงเป็นกลาง
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ใบ - ปรุงกินเป็นผักโขม
-ใช้ปลูกประดับเป็นไม้ดอกประดับสวนที่ปลูกัทั่วไป
ระยะออกดอก / ติดผล--- เมษายน - พฤษภาคม / กันยายน - ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

ดาวเรือง/Tagetes erecta

ชื่อวิทยาศาสตร์---Tagetes erecta L
ชื่อสามัญ---African Marigold, Aztec marigold, Big Marigold, American Marigold
ชื่ออื่น---คำปูจู้น้อย,คำปูจู้หลวง,ดาวเรืองใหญ่,ดาวเรืองน้อย,พอทู,ยี่สุ่น,โพชีโทงซะ; [THAI: Kham pu chu noi, Kham pu chu luang (Northern); Dao rueang yai (Central); Dao rueang noi (Central); Pho-thu (Karen-Mae Hong Son); Yisun (Bangkok); Pho-chi-thong-sa (Karen-Kanchanaburi).]; [AYURVEDA: Jhandu, Gendaa.]; [CHINESE: Wàn shòu jú.]; [PHILIPPINES: Amarillo (Tagalog).]; [SIDDHA: Thuruksaamanthi.]; [UNANI: Sadbarg, Gul-hazaaraa, Gul-jaafari.].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก อเมริกากลางและแคริบเบียน

มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก ในป่าในรัฐของเม็กซิโก (Pueblaและ Veracruz) พบได้ในลุ่มน้ำ Balsas และเม็กซิโกตะวันตก ยังพบได้ในอเมริกากลางและแคริบเบียน : เบลีซ โบลิเวีย โคลอมเบีย คอสตาริกา คิวบา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา กายอานา ฮอนดูรัส จาเมกา นิการากัว ปานามา เปอร์โตริโก และเวเนซุเอลา อาศัยอยู่ในระบบนิเวศหลายประเภทเช่นป่าผลัดใบ ป่าเมฆ ป่าสน - โอ๊ค ในสถานที่ที่มีการรบกวนอย่างมากที่ระดับความสูง 800–2300 เมตร ในฐานะที่เป็นสายพันธุ์ที่แนะนำ (เพาะปลูก) สามารถพบได้ในจีน อินเดีย แซมเบีย แอฟริกาใต้และออสเตรเลีย
ดอกดาวเรืองที่คนไทยรู้จักกันมากได้แก่ดอกดาวเรืองในตระกูลดอกสีเหลือง แต่ความจริงก็ยังมีดาวเรืองสีอื่น เช่น สีขาว สีส้ม สีแสด รวมทั้งมีสองสีในดอกเดียวกันสลับเป็นจุดเป็นลายแปลกๆ ดาวเรืองพวกนี้เรียกกันว่า African Marigold หรือ Aztec Marigold หรือ Big Marigold ส่วนTagetes patula (ดาวเรืองฝรั่งเศส)เป็นไวพจน์ของดาวเรือง
เป็นพืชล้มลุก มีอายุได้ราว 1 ปี พุ่มสูงประมาณ 20-90 ซม. แตกกิ่งก้านมากที่โคนต้น ลำต้นเป็นสีเขียวและเป็นร่อง ทั้งต้นเมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นเหม็น จึงทำให้แมลงไม่ค่อยมารบกวน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายใบคี่ ออกเรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยประมาณ 11-17 ใบ ใบย่อยเป็นรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟัน ขนาดใบ  0.5-1.5x 2.5-5 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยวตามปลายยอด สีเหลืองสดหรือสีเหลืองปนส้ม กลีบดอกมีขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันหลายชั้นเป็นวงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 5-10x1.5-2 ซม.ก้านชูดอกยาว กลีบเลี้ยงสีเขียวเชื่อมติดกันหุ้มโคนช่อดอก ผลเป็นผลแห้งสีดำไม่แตก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นปานกลาง และชอบแสงแดดแบบเต็มวัน เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ออกดอกดกและออกดอกทั้งปี ปลูกง่ายในดินเกือบทุกชนิด  เป็นพืชที่มีความอดทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดีชนิดหนึ่ง
ใช้ประโยชน์---ใฃ้ปลูกประดับ เป็นที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในเชิงพาณิชย์ที่มีหลายสายพันธุ์ที่ใช้เป็นไม้ประดับและเป็นไม้ตัดดอก
-ใฃ้กิน ดอกถูกนำมาใช้ในสลัดรวมกับผักกาดหอมและอาหารอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นยาบำรุงกำลังลดการอักเสบ,โลหิตจาง,ประจำเดือนมาไม่ปกติ,ปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน,ปวดกล้ามเนื้อ
-อื่น ๆ น้ำมันหอมระเหยจากดอกมีสารต้านอนุมูลอิสระอาจจะถูกเพิ่มเข้าไปในน้ำหอม นอกจากนี้ยังใช้เป็นสีย้อมธรรมชาติบนสิ่งทอ กลีบดอกไม้แห้งบดเป็นผงใช้ในอาหารสัตว์ปีกเพื่อเพิ่มสีไข่แดงและผิวไก่เนื้อ
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

คริสต์มาส/Euphorbia pulcherrima

ชื่อวิทยาศาสตร์---Euphorbia pulcherrima Willd. ex Klotzsch
ชื่อสามัญ---Poinsettia, Mexican flame flower, Painted leaf, Christmas flower, Christmas star, Lobster plant.
ชื่ออื่น---โพผัน, คริสต์มาส, บานใบ, สองระดู ; [THAI: Pho phan (Bangkok); Khrit mat (General); Ban bai (Northern); Song radu (Bangkok).].
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศต่างๆทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นเกียรติแก่ Euphorbus แพทย์ของ King of Mauretania
ชื่อสามัญ Poinsettia ตั้งเป็นเกียรติแก่ Joel Roberts Poinsett  (1775-1851) นักพฤกษศาสตร์และนักการทูตจากเซาท์แคโรไลนาซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำเม็กซิโกในปี พ.ศ. 2367 เขาได้นำพืชนั้นกลับไปที่เซาท์แคโรไลนา
Poinsettia ที่ถูกอธิบายว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ในปี พ.ศ. 2477 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Johann Friedrich Klotzschและให้เครดิตกับCarl Ludwig Willdenow ด้วยชื่อสายพันธุ์ " pulcherrima " หมายถึง สวย
มีถิ่นกำเนิดในในอเมริกากลางจากเม็กซิโกไปจนถึงกัวเตมาลาตอนใต้
คริสต์มาส เป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง อาจสูงได้3-4 เมตร เมื่อปลูกนาน จะมีลำต้นสูงชลูดดูเก้งก้าง ดอกออกเป็นช่อตามยอดตามปลายกิ่ง ส่วนที่เห็นเป็นใบสีแดงๆตามบริเวณยอดและปลายกิ่งนั้นนั่นคือใบประดับ (Bract)ซึ่งมันจะค่อยๆเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงในราวปลายเดือนพฤศจิกายน และจะมีสีแดงเจิดจ้าในระหว่างเทศกาลคริสต์มาสพอดี และแดงอยู่จนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ คริสต์มาสยังมีอีกหลายชนิด (Variety) เช่นคริสต์มาสขาว "White Poinsettia",คริสต์มาสซ้อน."Double Poinsettia",ชนิดใบประดับสีแดงที่คล้ายใบต้นโอ๊ค "Oakleaf Poinsettia"
ใบประดับสีแดงมักจะอยู่ได้ประมาณ 2-6 เดือนหลังจากซื้อมา เมื่อซื้อต้นไม้ตรวจดูดอกไม้สีเหลืองขนาดเล็กที่อยู่ตรงกลางถ้ายังไม่เปิดคุณจะมีระยะเวลานานขึ้น หากเปิดไว้แล้วคุณจะมีเวลากับต้นไม้ไม้น้อยลง หลังดอกบานและใบไม้ร่วงนั่นคือจุดจบของชีวิตต้นไม้ที่ดูสวยงามนี้เว้นแต่คุณจะมีเวลาและความอดทนในการรอให้ออกดอกอีกครั้งในคริสต์มาสถัดไป
เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเชิงพาณิชย์ ปลูกเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปลูกเป็นไม้กระถางที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก โดยคิดเป็นประมาณ 85% ของยอดขายในเทศกาลคริสต์มาส สหรัฐอเมริกาส่งออกพืชประมาณ 90% ของโลก ผลิตในเชิงพาณิชย์ในโรงเรือนใน 50 รัฐและในแต่ละปีมีการผลิตเพื่อขายมากกว่า 70 ล้านต้นในช่วงหกสัปดาห์โดยมีมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์
ความเป็นพิษ---ยางสีขาวอาจมีคุณสมบัติในการแพ้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้น้ำยาง
การขยายพันธุ์---โดยการปักชำ

สร้อยไก่/Celosia argentea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Celosia argentea L.
ชื่อสามัญ ---Plumed cockscomb, Silver cock's comb, Cocks comb, Foxtail amaranth
ชื่ออื่น---กระลารอน, ชองพุ, ดอกด้าย, ด้ายสร้อย, พอคอที, สร้อยไก่, หงอนไก่, หงอนไก่ดง, หงอนไก่ไทย, หงอนไก่ดอกกลม, หงอนไก่ฝรั่ง, หงอนไก่ฟ้า  ; [THAI: kra-la-ron (Khmer-Prachin Buri); chong-phu (Khmer-Prachin Buri); dok dai, dai soi, soi kai, ngon kai,(Northern);  pho-kho-thi (Karen-Mae Hong Son); ngon kai thai, ngon kai dok klom,  ngon kai farang, ngon kai fa  (Central); [CHINESE: Bai ri hong, Ye ji guan huo, Gou wei cao, Ji guan huo, Quing xiang.]; [FRENCH: Amarante crête de coq, Célosie argentée, Célosie crête de coq.]; [GERMAN: Hahnenkamm, Silber-Brandschopf.]; [INDIA: sufaid murgha; vitunna.]; [INDONESIA: Bayam ekor belanda (Sumatra).]; [ITALIAN: Cresta di Gallo.]; [JAPANESE: No-geitou.]; [KOREAN: Gaemaendeurami.]; [MALAYSIA: Bayam merah; Baym ekur kuching.]; [NIGERIA: Soko Yokota.]; [PALAUAN: Chesechil a malk, Esechila malk.]; [PHILIPPINES: Kindayohan (Tag.); Kudyapa (Bis.).]; [PORTUGUESE: Crista de galo, Rabo de Gato.]; [SAMOAN: Māmoe.]; [SPANISH: Orlón, Cresta de gallo, Rabo de conejo.]; [SWAHILI: Mfungu.]; [SWEDISH: Celosia, Tuppkam]; [TAHITIAN: Repe moa.]; [TONGAN: Lisi.]; [VIETNAM: Mao ga trang.].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ได้รับการแนะนำ(เพาะปลูก)ทั่วประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีกคำว่า "kelos"ซึ่งแปลว่า"เผา"หรือ"ไหม้"อ้างอิงถึงดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายเปลวไฟ
Celosia argentea ใช้ชื่อย่อ CEOAR ในการค้าพืชสวน

มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อนตั้งแต่เซเนกัลไปทางตะวันออกจนถึงโซมาเลียและทางใต้ไปทางตอนเหนือของแอฟริกาใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย เติบโตได้ดีในเขตป่าชื้นที่ราบต่ำที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,700 เมตร
ไม้ล้มลุก อายุสั้น ลำต้นอ่อนไม่มีเนื้อไม้พุ่มสูง 15-80 ซม.แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามข้อต้น แต่ละกลุ่มมีใบใหญ่1ใบรูปมนรีปลายแหลม ขนาดใบยาว 3-4 ซม. ชนิดดอกสีเหลืองลำต้นและใบจะเป็นสีเขียวอ่อนอมเหลือง ส่วนชนิดดอกสีแดง ลำต้นและใบจะเป็นสีเขียวคล้ำ ดอกออกเป็นช่อตามยอดดอกมีขนาดเล็กแบบช่อกระจุกเป็นมวลละออง ออกตามซอกใบและปลายกิ่งตั้งตรง ช่อหนึ่งๆยาวประมาณ  10-20 ซม.หรือถ้าปลูกได้งามอาจใหญ่กว่านี้ได้อีก ใบประดับเป็นขน ซ้อนกันแน่นหลายชั้น มีหลายสี เช่น สีแดง ส้ม ชมพู เหลือง หรือมีหลายสีในช่อเดียวกัน ดอกมีขนาดเล็ก กลีบรวม 5 กลีบ บางคล้ายกระดาษ หากมีการดูแลที่ดี ดอกไม้จะอยู่ได้นานถึง 8-10 สัปดาห์
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เป็นไม้กลางแจ้งแสงแดดมากถึงรำไร ปลูกง่ายขึ้นง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการน้ำปริมาณปานกลาง ทนแล้งได้ดี ชอบ pH ในช่วง 6 - 6.5 ทนได้ 5.5 - 7.5 ชอบปุ๋ยขี้เป็ดมากกว่าปุ๋ยชนิดอื่น
การใช้ประโยชน์---ปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับจากเขตร้อนไปจนถึงเขตอบอุ่น
-ใช้กิน ลำต้นใบและยอดอ่อน - สุก ใช้กินเป็นผักใช้ในซุปและสตูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาเรียกว่า Lagos Spinach น้ำมันที่บริโภคได้จากเมล็ด
-ใช้ป็นยา เมล็ดมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตและโรคตา เมล็ดมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเดียเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ใบใช้ในการรักษาแผลติดเชื้อบาดแผลและผิวหนังพุพอง ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้พิษงู รากใช้ในการรักษาอาการจุกเสียด หนองในและกลาก ดอกและเมล็ด ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิและยาพอก ใช้ในการรักษาอุจจาระเป็นเลือด เลือดออกริดสีดวงทวาร เลือดออกในมดลูก ตกขาว บิดและท้องร่วง
ขยายพันธุ์---เมล็ดพันธุ์ - หว่านในแหล่งกำเนิด การงอกควรเกิดขึ้นภายใน 5-7 วัน การออกดอก 6 - 7 สัปดาห์หลังหยอดเมล็ด

บานไม่รู้โรย/Gomphrena globosa

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Gomphrena globosa L.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
-Gomphrena eriopoda Gillies ex Moq.
-Gomphrena rubra Moq.
-Gomphrena tumida Seidl ex Opiz
-Xeraea globosa (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Bachelor's Buttons, Everlasting, Globe Amaranthus, Common globe-amaranth.
ชื่ออื่น---กะล่อม, ดอกสามเดือน, ตะล่อม, บานไม่รู้โรย ; [THAI: Kalom (Northern); Dok sam duean (Peninsular); Ta lom (Northern); Ban mai ru roi (Central).]; [BENGALI: Botam phul, Gulmakhamal, Golkamal.]; [ITALIAN: Amarantino perpetuino.]; [FRENCH: Amarantine, Immortelle pourpre.]; [GERMAN: Kugelamarant.]; [GUYANA:Tocoroho.]; [HINDI: Gul-e-makhmal.]; [MALAYALAM: Vadamalli.]; [MANIPURI: Chengkruk.]; [PHILIPPINES: Botoncillo (Sp.); Botones-botonesan, Bukingan (Tag.).]; [SPANISH: Amarantina, Amor seco, Eterna.]; [SURINAME: Staan vaste.].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล ปานามา กัวเตมาลา เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางรวมถึงภูมิภาคปานามาและกัวเตมาลาแต่ตอนนี้ขึ้นกระจายไปทั่วโลกเติบโตที่ระดับความสูง27-2600เมตร
ไม้ล้มลุกสูงประมาณ 15-60 ซม.ลำต้นตั้งตรงหรือโคนต้นอาจจะเอนราบกับดิน ที่ข้อของต้นพองออกเล็กน้อยเกิดรากตามข้อ ลำต้นมักจะมีข้อสีแดงหรือบางต้นมีสีเขียว กิ่งอ่อนมีขน ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ รูปใบหอก หรือรูปขอบขนาน 2.5–12 (–15) × 2–4 (–6) ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอก ออกเป็นกระจุกกลมประกอบด้วยดอกเล็ก ๆจำนวนมากอยู่บนก้านช่อดอก ออกเดี่ยว ๆ หรือ บางครั้งก็ออกเป็นกลุ่ม 2-4 กระจุก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.75-2.25 ซม. มี 3 สี คือ ขาว ชมพู และม่วงแดงเข้ม ออกดอกตามซอกใบใกล้ยอด แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ กลีบรวมมี 5 กลีบ ผลแคปซูลรูปไข่แกมขอบขนานเปลือกบาง ± 2.5 มม เมล็ดแบนขนาด ± 2 มม. สีน้ำตาลเป็นมัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็ม สามารถเติบโตได้ในดินทุกสภาพที่มีการระบายน้ำได้ดี ความชื้นปกติ
ใช้ประโยชน์---นิยมปลูกกันแพร่หลายเป็นไม้ประดับ ตามบ้านเรือนหรือตามสวนสาธารณะ
-ใช้กินได้ - ดอกไม้ผสมกับชาหลายชนิด กลีบดอกใช้รับประทานเป็นผักได้
-ใช้เป็นยาพื้นบ้าน ยาต้มจากวัสดุแห้งหรือช่อดอก 10 ดอกใช้สำหรับโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ไอกรน - ยาต้มจากพืชสดใช้ล้างแผล - ยาต้มดอกไม้ใช้แก้ตาอักเสบปัสสาวะลำบาก ปวดหัวและบิด - ในตรินิแดดและโตเบโก ใช้สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโรคดีซ่านและปัญหาเกี่ยวกับไตอื่น ๆ และเป็นยาบำรุงหัวใจ- ในพม่าใช้ยาต้มจากพืชแก้ไอ-แพทย์แผนไทยใช้ชนิดดอกสีขาวเป็นยา
-อื่น ๆ ดอกสามารถใช้ทำดอกไม้ประดิษฐ์
ระยะออกดอก---ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ดแก่ที่แห้งติดกับดอกช่อ หว่านลงในดินที่มีความชื้น

ยิปโซฟิลลา/Gypsophila paniculata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gypsophila paniculata L.
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms
-Arrostia paniculata Raf.
-Gypsophila effusa Tausch
-Gypsophila hungarica Borbás
-Gypsophila parviflora Moench
-Gypsophila tatarica Gueldenst.
-Lychnis procera Ledeb.
-Saponaria paniculata (L.) H.Neumayer
-Silene paniculata (L.) E.H.L.Krause
ชื่อสามัญ---Baby’s Breath, Common gypsophila, Panicled baby's-breath.
ชื่ออื่น---ยิปโซ ; [THAI: Gypso.]; [FRENCH: Gypsophile paniculé, Saponaire blanche.]; [GERMAN: Rispiges gipskraut, Scheierkraut, Schleierkraut.]; [JAPANESE: Kogome-nadeshiko.]; [LITHUANIAN: Muilinė guboja.]; [NETHERLAND: Bruidssluier.]; [SWEDEN: Brudslöja.]
ชื่อวงศ์---CARYOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปยุโรป
เขตกระจายพันธุ์---เอเซีย อเมริกาเหนือ-สหรัฐอเมริกา แคนาดา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก gypsos =  gypsum, calc และ philos =  เพื่อน
Gypsophila paniculata เป็นพืชออกดอกของครอบครัวคาร์เนชั่น สายพันธุ์นี้ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl von Linnéในปี พ.ศ.2296
มีถิ่นกำเนิดในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกติดกับเอเชีย(มองโกเลียตะวันตก)ในพื้นที่ที่ถูกรบกวนที่ระดับความสูง1200-2100 เมตร
ไม้ดอก อายุหลายปี สูง 30-90 ซม. แตกกิ่งก้านมากลำต้นมีขนเล็กน้อย ดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ออกตามปลายยอด ดอกสีขาว สีชมพู หรือสีม่วง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน กลีบดอกมีทั้งสีขาวและสีชมพู โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มวัน น้ำปานกลาง ดินร่วนระบายน้ำดี จะออกดอกดี ถ้าดินเป็นด่างเล็กน้อย
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกเป็นไม้กระถางแขวน ใช้มากในการจัดดอกไม้สด(เรียกว่า Gyp)สำหรับการค้า มีการปลูกในเชิงพาณิชย์ในเปรูสำหรับเพื่อการส่งออก
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ - ยาต้มรากใช้เป็นยาขับเสมหะ
-อื่น ๆ สกุลนี้เป็นแหล่งของซาโปนินที่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์หลายประเภทเช่นการผลิตฟิล์มถ่ายภาพและน้ำยาสำหรับห้องปฏิบัติการ มีคุณสมบัติของผงซักฟอกทำให้มีประโยชน์ในการทำสบู่และแชมพู
ระยะออกดอก---เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ

บลูฮาวาย/Achetaria azurea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Achetaria azurea (Linden) V.C.Souza.2009
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
-Otacanthus azureus (Linden) Ronse 2001
-Otacanthus caeruleus Lindl 1862
-Stemodia azurea Linden 1862
-Tetraplacus taubertii Mez 1890
ชื่อสามัญ---Amazon Blue, Brazilian Snapdragon, Little Boy Blu, Blue Hawaii bush
ชื่ออื่น---บลูฮาวาย ; [THAI: Blue Hawaii.]; [CHINESE: Lan zin hua.]; [FRENCH: Otacanthe bleuâtre.]; [GERMAN: Brasilianisches Löwenmäulchen.]; [ITALIAN: Bocca di leone brasiliana.]; [JAPANESE: Burajirukingyosou.]; [PORTUGUESE: Pendão-azul.]
ชื่อวงศ์---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้-บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' azureus, a, um '' = สีฟ้า โดยอ้างอิงถึงสีชองดอกไม้
Achetaria azurea เป็นพันธุ์ไม้ครอบครัววงศ์เทียนเกล็ดหอย ที่ Jean Jules Linden อธิบายเป็นครั้งแรกและได้รับชื่อปัจจุบันเป็น Achetaria Azurea จาก V.C.Souza ในปีพ.ศ. 2552
ครอบครัวนี้ได้รับการโอนจากวงศ์ Scrophulariaceae ไปยังวงศ์ Plantaginaceae
มีถิ่นกำเนิดทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ( Mata Atlântica ) เกิดขึ้นในรัฐ Espírito Santo และ Rio de Janeiro ได้รับการแนะนำ(เพาะปลูก)ในส่วนอื่น ๆ ของบราซิล มาดากัสการ์ เซเชลส์ มอริเชียส เรอูนียงและหมู่เกาะฮาวาย
ไม้ พุ่มอายุหลายปี ( 4 - 5 ปี) สูงประมาณ 0.30 - 0.90 เมตร กิ่งใบโปร่ง ลำต้นสีม่วงแดง ใบรูปไข่รีสีเขียวเข้มเป็นมันรูปใบหอก ยาว 5 - 8 ซม.ดอกออกเป็นช่อสีม่วงสดตรงกลางดอกแต้มขาวขนาด 3 - 4 ซม.โคนกลีบเชื่อมติดเป็นหลอดปลายกลีบรูปกลม 2 กลีบ ดอกบานนาน 4 - 5 วัน ผลแคปซูลรูปไข่มีขนที่มีกลีบเลี้ยงถาวรติดอยู่ ยาว 7 มม.กว้าง 5 มม. เมล็ดรูปขอบขนาน 0.5 มม.สีน้ำตาล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดเต็ม วัน-ครึ่งวัน ชอบดินร่วนซุยการระบายน้ำดี
การดูแล---ถ้ากิ่งก้านยืดยาวควรตัดแต่งให้เป็นพุ่มแต่ไม่ควรตัดต่ำกว่า 0.50 เมตรจะแตกยอดยาก น้ำมากไปจะมีแต่ใบ น้ำน้อยไปดินแห้งจะทำให้ใบเหลือง ต้องสังเกตุ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นแปลงยาว หรือเป็นกลุ่ม หรือรอบศาลาริมสวน ปลูกเป็นไม้คลุมดิน มีการปลูกในเขตร้อนทั่วโลกโดยใช้เป็นไม้ประดับในสวนสาธารณะและสวนที่นำเสนอโดยธุรกิจพืชสวนหลายแห่ง
ระยะออกดอก---หมุนเวียนตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ดและปักชำ

ฟ้าประดิษฐ์/Convolvulus sabatius

ชื่อวิทยาศาสตร์  Convolvulus sabatius Viv. Subsp Convolvulus mauritianus Boiss.
ชื่อสามัญ 

Ground Morning Glory,Ground blue-convolvulus, Blue rock bindweed.

ชื่ออื่น  ฟ้าประดิษฐ์
ชื่อวงศ์ CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด

อิตาลี ตอนเหนือของแอฟริกา

เขตกระจายพันธุ์ ยุโรป เอเซีย อเมริกา ออสเตรเลีย


ดอกไม้สีฟ้า น่ารักมากต้นสูงประมาณ 25-40 เซนติเมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงช้าม ใบรูปรีถึงรูปไข่ ปลายใบแหลมถึงมนมีติ่งแหลมปลายใบ โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียวอมเทา มีขนนุ่มปกคลุมทั่วดอกสีฟ้าอมม่วง ตรงกลางสีขาวดอกมักดกในช่วงฤดูร้อน โตเร็วขึ้นได้ดีในดินทั่วไปที่มีการระบายน้ำดีขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ หรือปักชำกิ่ง


กล้วยไม้

ชื่อสามัญ  Orchid
ชื่อวงศ์ ORCHIDACEAE
ถิ่นกำเนิด เขตร้อนและเขตกึ่งร้อนทั่วโลก


กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทยมีอยู่ในป่าธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 1,000ชนิด ทั้งประเภทอิงอาศัยที่พบอยู่บนต้นไม้อื่นหรือพบตามภูเขาสูงและพื้นดินมีความ หลากหลายทั้งถิ่นที่อยู่และสภาพภูมิอากาศ การเลี้ยงกล้วยไม้จริงๆไม่ยากถ้าเราศึกษาธรรมชาติและเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ ของชนิดที่เรานำมาปลูก สำคัญมากๆที่ต้องรู้ถ้าอยากให้กล้วยไม้เจริญเติบโตออกดอกสวยงามตามที่ใจอยากให้เป็น


กล้วยไม้ดิน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Spathoglottis
ชื่อสามัญ  ---Ground orchid,
ชื่ออื่น  ---เอื้องดิน,ว่านจุก
ชื่อวงศ์ ---ORCHIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ภูมิภาคเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์

---ทั่วทั้งเอเชีย นิวกินีตอนเหนือของออสเตรเลียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


เป็นสกุลหนึ่งของพืชในวงศ์กล้วยไม้ปลูกประดับตามบ้านเพื่อความสวยงามตามอัธยาศัย


กุหลาบ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Rosa spp
ชื่อสามัญ  Rose
ชื่ออื่น  กุหลาบ
ชื่อวงศ์ ROSACEAE

ไม้ พุ่มขนาดเล็กหรือเป็นไม้เลื้อย กุหลาบเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คงไม่มีใครที่โตแล้วไม่รู้จักกุหลาบนะ  เพราะรูปทรงของดอกที่สวยงามสีสันสะดุดตา ดอกมีกลิ่นหอม เป็นราฃินีของดอกไม้ทั้งปวง การดูแลปลูกเลี้ยงจะว่ายากก็พูดไม่เต็มปากนักสำหรับคนที่รักและเลี้ยงดู อย่างดี รักซะอย่างอะไรๆก็คงสามารถ

ถ้าจะพูดถึงกุหลาบแบบละเอียดก็ต้องตั้งหัวเรื่องใหม่ แนะนำหนังสือให้แล้วกัน มีขายตามร้านหนังสือในห้าง ชื่อ ร้อยพรรณพฤกษา ตอน กุหลาบราชินีแห่งดอกไม้ มี1,2และคงมีอีกหลายเล่มตามมา โดย อาจารย์ เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล  แฟนกุหลาบตามเอานะ เยอะมากๆสวยๆทั้งนั้น


กะหล่ำประดับ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Brassica Oleracea L.
ชื่อสามัญ  ---Acephala Group Kale, Flowering Cabbage, Ornamental Cabbage, Brussels sprouts, Collard greens,Kale.
ชื่ออื่น  ---กะหล่ำประดับ
ชื่อวงศ์ ---BRASSICACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ยุโรป
เขตกระจายพันธุ์ ---ชายฝั่งทะเลทางใต้และตะวันตกของ ยุโรป

คล้าย กะหล่ำปลีที่เรารู้จักกันดีนั่นแหละ แต่ว่าใบห่อกันไม่แน่น ดูคล้ายดอกไม้ มีหลายสีแตกต่างกัน เช่น ชมพู อมม่วง เขียวอมเทา หรือเขียวขาว จะสวยงามมากถ้าปลูกอยู่ในที่ค่อนข้างเย็นทางภาคเหนือ เอาใบล่างๆมาผัดกินได้นะ แต่เราว่าสวยเกินกว่าจะกิน เอาไว้ดูดีกว่า


สร้อยทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Solidage caradensis
ชื่อสามัญ  ---Golden Rod , Canada goldenrod, Canadian goldenrod
ชื่ออื่น  ---สร้อยทอง
ชื่อวงศ์ ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาเหนือ
เขตกระจายพันธุ์ ---แคนาดา สหรัฐอเมริกา-รัฐ เมน คอนเนกติกัต โรดไอส์แลนด์ นิวแฮมเชีย เวิร์มอนต์ ยุโรป

เป็นไม้ล้มลุกต้นเตี้ย ดอกออกเป็นช่อตามโคนใบส่วนยอด ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกดกแน่นช่อมองเป็นละอองสีเหลืองสดปลูกขึ้นง่ายในสภาพชุ่มชื้น มีดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด, แยกหน่อ

เมื่อไม่นานมานี้ยังเคยเห็นนิยมมากำขายรวมกับดอกบัว เป็นดอกไม้ไหว้พระ และจัดแจกันอยู่เล


ลิลลี่

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Lilium sp
ชื่อสามัญ  ---Asiatic Lilly
ชื่ออื่น  ---ลิลลี่
ชื่อวงศ์ ---LILACEAE
ถิ่นกำเนิด ---จีน ญี่ปุ่น
เขตกระจายพันธุ์ ---ซีกโลกเหนือที่มี อุณหภูมิปานกลาง

ถิ่นกำเนิด จีนและญี่ปุ่น ตอนแรกคิดว่าเป็นต้นไม้ฝรั่งเสียอีก  เป้นต้นไม้ืั้ทีหัวสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ดอกมีขนาดใหญ่หลายสี มีสีขาว ชมพู ส้ม แดง ม่วง ดอกจะบานและทนได้ถึง 2-4 วัน


อาจูก้า

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Plectranthus "Mona Lavender"
ชื่อสามัญ  ---Mona Lavender, Spur flower
ชื่ออื่น  ---ม่วงมณี
ชื่อวงศ์ ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---ทวีปยุโรป เอเซีย และอาฟริกาใต้

ไม้ พุ่มเล็กใบเดี่ยวออกตรงข้ามแผ่นใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ใต้ใบสีม่วงดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งชูช่อตั้งตรง ดอกรูปแตรสีม่วงเข้ม ,ชมพู หรือขาว  ออกดอกตลอดปี ดอกดกช่วงหน้าหนาว

ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี แดดปานกลาง น้ำปานกลางใส่ปุ๋ยดีๆสม่ำเสมอจะให้ดอกสีสันสวยงาม

ขยายพันธุ์โดยการปักชำกิ่ง


อเจอราตุ้ม

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ageratum houstonianum Mill.
ชื่อสามัญ

---Flossflower, Bluemink, Blueweed, Pussy foot, Mexican paintbrush

ชื่ออื่น  ---กระดุมไพลิน
ชื่อวงศ์ ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง-เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน


  ไม้พุ่มสูง 15-30 ซม.ลำต้นมีขนขาวๆปกคลุมใบเดี่ยวรูปหัวใจปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่ ดอกออกเป็นช่อกระจุก แต่ละช่อมีดอก5-15ดอก ดอกมีหลายสี เช่น ฟ้า ม่วง ขาว ชมพู  ชอบอากาศเย็นแสงแดตลอดวัน  รูปที่ถ่ายมาเป็นรูปที่ปลูกลงดินในกรุงเทพฯ อากาศร้อนหรือไม่ก็ขาดปุ๋ย ดอกออกช่อละดอกเดียว


แวววิเชียร

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Angelonia goyazensis Benth.
ชื่อสามัญ 

---Little Turtle Flower

ชื่ออื่น  ---แวววิเชียร
ชื่อวงศ์

---PLANTAGINACEAE

ถิ่นกำเนิด

---อเมริกาใต้ เม็กซิโก และบราซิล

เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ต้น Forget - me - not ที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นพืชในสกุล Myosotis อยู่ในวงศ์ Boraginaceae

ไม่เกี่ยวข้องกับต้นฟอร์เก็ตมีน็อตหรือแววิเชียรของไทยที่เราเห็นปลูกกันอยู่ทั่วไป

      แวววิเชียรเป็นไม้ดอกล้มไม่ลุก ลำต้นเล็กตั้งตรงสูงไม่เกิน 1เมตรมีการแตกกิ่งใกล้ผิวดินจำนวนมาก
ทุกส่วนมียางเหนียวดอกมีสีม่วงอมฟ้า ขาว ชมพู หรือมีสองสีในต้นเดียวกัน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

โตเร็วชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดีความชื้นปานกลาง แสงแดตลอดวัน

ดอกสีชมพูเข้มเกือบม่วงสวยมาก ช่อสั้นและดอกแน่นขึ้น


เพลตี้โคดอน ดอกบอลลูน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Platycodon grandiflorus (Jacq.) A. DC.
ชื่อสามัญ 

--- Balloon-Flower, Chinese bellflower, Platycodon

ชื่ออื่น  ---ดอกบอลลูน แพลตตี้โคดอน
ชื่อวงศ์ ---CAMPANULACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออก
เขตกระจายพันธุ์ ---จีน ญี่ปุ่น เกาหลี


ไม้เถาเลื้อย เนื้อแข็ง อายุหลายปี มีหัวใต้ดินดอก สีขาว ชมพูหรือม่วงอมน้ำเงิน

อาจมีเส้นสีม่วงเข้มกลางกลีบ   ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ  มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน


ตุ้มหูนางฟ้า


Fuchisaia'Bicentennial' Fuchsia'Royal Velvet' 
    Fuchsia'Beacon Rosa'
รูปภาพประกอบจากหนังสือ Botanica's Pocket  Trees & Shrubs By Random House Australia
Fuchsia'White Spider' Fuchsia'Display'
รูปภาพประกอบจากหนังสือ Botanica's Pocket  Trees & Shrubs By Random House Australia
ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Fuchsia Hybrids
ชื่อสามัญ  ---Fuchsia
ชื่ออื่น  ---ตุ้มหูนางฟ้า
ชื่อวงศ์ ---ONAGRACEAE
ถิ่นกำเนิด ---นิวซีแลนด์
เขตกระจายพันธุ์ ---ทวีปอเมริกาใต้ เอซียและอเมริกากลาง
Fuchsia'Garden News' Fuchsia'Hidecote Beauty' Fuchsia'Dark eyes'

มีทั้งชนิดเป็นพุ่มและเลื้อย สูง 1-3 เมตร ใบและลำต้นอวบน้ำ

ใบรูปไข่หรือใบหอก ขอบจักฟันเลื่อย ดอกเดี่ยวหรือออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกรูปถ้วยคว่ำ กลีบดอกรูปถ้วยคว่ำ กลีบเลี้ยงรูปรีแกมรูปไข่ มี 4 กลีบ ปลายโค้งขึ้น กลีบดอก 4 กลีบหรือมากกว่า ซ้อนเกยกันอยู่กลางดอกดอกออกเป็นช่อห้อยลงมีหลายสี คือขาวชมพู แดง ม่วง ส้ม มี ทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อนออก ดอกช่วงฤดูหนาว

ชอบอากาศเย็น ดินระบายน้ำได้ดี แสงแดดรำไร สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงดินและปลูกในกระถาง

ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และ ปักชำ
รูปพวกนี้เป็นพวก Fuchsia hybrids syn.Fuchsia x hybrida


 

ซัลเวีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Salvia farinacea Benth
ชื่อสามัญ  ---Blue Salvia ,Mealy Cap Sage, Mealy Sage.
ชื่ออื่น  ---ซัลเวีย
ชื่อวงศ์ ---LAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์ ---เม็กซิโก บางส่วนของสหรัฐอเมริกา
บลูซัลเวีย
ทั้ง สองชนิดเป็นพืชในสกุลซัลเวียที่นิยมปลูกในบ้านเราจากที่นักพฤกษศาสตร์ คำนวณว่ามีอยู่ในโลกถึง700พันธุ์ เป็นพันธุ์ที่มีดอกสีแดงสดใสและพันธุ์ที่เป็นดอกไม้สีม่วงอมฟ้าที่ปลูกแล้ว สวยในบ้านเราตลอดปีโดยเฉพาะหน้าหนาวดอกจะแน่นสวยปลูกได้ทั้งแดดจัดกลางแจ้ง และร่มรำไรชอบน้ำพอดีและดินปนทรายหรือดินร่วนซุยที่มีปุ๋ยหมักผสมอยู่มากๆ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ด ที่จริงก็ออกดอกได้ทั้งปีนั่นแหละ แต่พอถูกเวลาเลยแฮปปี้เป็นพิเศษ ปลูกเป็นกลุ่มใหญ่สวยมากไม้ดอกพวกนี้แปลกนะอยู่ต้นเดียวก็งั้นๆแต่รวมพวกที ไรได้เรื่องเลย พาเสียตัง ปลูกห่างก็ไม่ได้ ปลูกน้อยก็ไม่สวย แถมบางอย่างล้มแล้วไม่ลุกอีกต่างหาก อย่างว่ารักไม้ดอกงามก็ต้องทำใจ นะ
ซัลเวียอีกพันธุ์ที่เป็นไม้พุ่มสูง1-2เมตรที่เรียกว่าซัลเวียอิลิแกนท์ถ้าหารูปได้แล้วจะเอามาลง


ทานตะวัน

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Helianthus annuus L.

ชื่อสามัญ 

---Common sunflower, Sunflower, Sunchoke.

ชื่ออื่น  ---บัวผัด
ชื่อวงศ์ ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

  กลีบดอกทานตะวันบานรับแสงอาทิตย์จนอาจเรียกได้ว่าเป็นดอกไม้แห่งดวงตะวัน(Flower of the Sun)
ทานตะวันที่นิยมปลูกกันมีหลายพันธุ์เช่นทานตะวันพันธุ์เตี้ยใช้พื้นที่ไม่ มากได้แก่พันธุ์ 'ซันโกลด์'(Sun Gold)ซึ่งสูงประมาณ 1เมตรพร้อมกับดอกสีเหลืองคู่หนาดก
 พันธุ์ 'บรอนซ์เฉด'(Bronze shades)สูงประมาณ1.5เมตรออกดอกเดี่ยวไล่โทนสีตั้งแต่เหลืองอร่ามไปจนถึงสีน้ำตาลอมเหลือง
               และพันธุ์แคระอย่าง'เท็ดดี้ แบร์' (Teddy Bear)ซึ่งสูงประมาณ 0.65เมตรมีดอกคู่สีเหลืองรูปทรงคล้ายเข็มหมุด
ส่วนทานตะวันพันธุ์ยักษ์ Helianthus salicifoliusเป็นพันธุ์ยืนต้นมีรูปทรงเพียวดอกสีเหลืองดอกเล็กและพันธุ์ที่ ปลูกทั่วไปจะเตี้ยกว่านี้คือ'โกลเด้น พีรามิด' (Golden pyramid)
ทานตะวันชอบอากาศค่อนข้างเย็นและเจริญงอกงามเมื่อดอกเผชิญแสงอาทิตย์ แต่รากก็ต้องการความชื้นแฉะเราจึงสามารถใช้คุณสมบัติของการดูดซับความชื้น ของทานตะวันมาเป็นประโยชน์โดยปลูกกลุ่มทานตะวันในบริเวณที่ที่เปียกแฉะเช่น ริมรั้วฐานกำแพงเพื่อซับความชื้นและช่วยปรับปรุงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังได้


กระเจียวขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma parviflora Wall.
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  เทพอัปสร
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย


ลำ ต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน โคนใบแผ่เป็นกาบซ้อนกันเป็นลำต้นเทียม โผล่พ้นดินขึ้นมาในช่วงฤดูฝน ดอกสีม่วงอ่อนแกมขาวออกบนช่อ ดอกรูปทรงกระบอก ใบเป็นใบประดับเรียงเวียนซ้อนกันแน่น ใบประดับด้านโคนช่อสีเขียว ด้านปลายช่อมีขนาดใหญ่กว่าสีขาว มีกลิ่นหอมในช่วงสาย

คาเมลเลีย
รูปภาพประกอบจากหนังสือ Botanica's Pocket  Trees & Shrubs By Random House Australia
ชื่อสามัญ : Camellia
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Camellia spp.
วงศ์ : THEACEAE

เป็น พืชพื้นเมืองของ เอเซียตะวันออก เอเชียใต้และอินเดีย อยู่ในวงศ์เดียวกับชา Camellia sinensis ที่ใช้ใบมาชงเป็นชา มีความสูงของต้นระหว่าง 20เซ็นติเมตร-2เมตร  มีหลายสี เช่น ชมพู แดง เหลือง แล้วแต่สายพันธุ์ ดอกสวยงามมาก บางพันธุ์ปลูกให้ออกดอกได้ทางภาคเหนือของประเทศไทย
รูปภาพประกอบจากหนังสือ Botanica's Pocket  Trees & Shrubs By Random House Australia

รักเร่

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Dahlia spp.
ชื่อสามัญ  ---Dahlia
ชื่ออื่น  ---รักแรก รักเร่
ชื่อวงศ์ ---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

รักเร่เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกชื่อแบบนี้ไม่อยากปลูก
ลำต้นสูงประมาณ0.30เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก รากมีลักษณะคล้ายหัว ดอกเป็นแบบเดียวกับเบญจมาศ ก้านดอกอวบยาวแข็งแรง  กลีบดอกชั้นนอกแผ่กว้าง หรืออาจจะห่อเป็นหลอดก็ได้แล้วแต่ชนิดของดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดรูปไข่ ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม แดง แสด ส้ม ม่วง

ขยาย พันธุ์ ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ และราก(เมื่อต้นโทรม ตัดต้นเหนือระดับดิน3” ขุดขึ้นพร้อมราก เพราะส่วนของตาที่จะเจริญเป็นต้นใหม่จะอยู่บริเวณโคนต้น นำไปปลูกเป็นต้นใหม่)

เบญจมาศ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Chrysanthemum morifolium
ชื่อสามัญ  ---Chrysanthemum,Florist's daisy, Hardy garden mum
ชื่ออื่น  ---เบญจมาศ
ชื่อวงศ์ ---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---จีน
เขตกระจายพันธุ์

---อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้

ไม้ ดอกล้มแล้วลุก อายุยืนอยู่ ทรงพุ่มสูงได้ถึง 1เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ประกอบด้วยดอกเล็กๆจำนวนมาก ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและแยกหน่อ
เบญจมาศหนู ดอกเล็กน่ารัก มีหลายสี


ฮอลลี่ฮอก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Althaea Rosea (LINN.)
ชื่อสามัญ 

---Hollyhock, Common hollyhock, Garden Hollyhock

ชื่ออื่น  ---ฉัตรทอง
ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรป เอเซีย

เป็นไม้วงศ์เดียวกับ ชบา ฝ้าย และปอต่างๆที่เรารู้จัก ปัจจุบันรู้จักกันแต่ชื่อ ฮอลลี่ฮอก เรียกทับศัพท์ชื่อสามัญไปเลย
ฮอล ลี่ ฮอกเป็นไม้ต้นชลูดสูงได้ถึง1-2เมตร มีเปลือกเหนียว และมีขนระคายปกคลุมอยู่ทั่วทั้งต้นและใบ

เป็นไม้ใบเดี่ยวออกสลับทางกันไปตามข้อต้น ใบหยักเป็นสามแฉก ก้านใบยาวออกดอกเดี่ยวตามข้อต้นโคนใบ มีดอกดกมากเพราะออกดอกทุกๆข้อ เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งขึ้นดีในดินร่วนซุย ดินปนทรายชอบอากาศหนาวเย็น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

เอื้องพร้าว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Phaius tankervilleae (Banks) Blume
ชื่อสามัญ 

---Greater swamp-orchid, Swamp lily, Swamp orchid, Nun's-hood orchid, Nun's orchid, Veiled orchid.

ชื่ออื่น  ---ฉัตรพระอินทร์
ชื่อวงศ์ ---ORCHIDACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ป่าพรุในเขตร้อนทั่วโลก
เขตกระจายพันธุ์

---อนุทวีปอินเดีย นิวกินี จีน ญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ฮาวาย ปานามา เวสต์อินดีส รัฐ ฟลอริดา ของ สหรัฐ และหมู่เกาะบางแห่งใน มหาสมุทรแปซิฟิก

เป็น ฤดูที่กำลังออกดอกพอดี แต่ออกจะปลายๆแล้ว ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม เป็นกล้วยไม้ดิน ที่ดอกใหญ่สวยงาม ลำลูกกล้วยเจริญเติบโตทางด้านข้าง แผ่นใบสีเขียวค่อนข้างบาง ใบพับเป็นจีบตามแนวยาว ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ กลีบดอกด้านในสีน้ำตาลม่วงอมแดง ด้านหลังเป็นสีขาว ส่วนกลีบปากสีม่วงแดง โคนกลีบห่อปลายบานออกด้านในสุดมีสีม่วงแต้ม2แต้ม ชอบแดดรำไรและแดดในช่วงเช้า


เยอบีร่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Gerbera jamesonii Bol. ex Adlam and hybrids

ชื่อสามัญ  --Gerbera, Barberton Daisy, Transvaal Daisy
ชื่ออื่น  ---เยอบีร่า
ชื่อวงศ์ ---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน


ไม้ ดอกอายุหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดิน สูง 30-50ซม ใบเดี่ยวรูปขอบขนานออกจากโคนกอ ขอบใบเว้า สีเขียวเข้ม ใต้ใบมีขน ดอกออกเดี่ยวจากโคนกอ กลีบดอกสี ขาว แดง ชมพู เหลือง ส้ม ออกดอกตลอดปีชอบแดดจัดเต็มวัน ขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอ และเพาะเมล็ด


กุหลาบหิน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Kalanchoe blossfeldiana
ชื่อสามัญ 

---Flaming Katy, Christmas kalanchoe, Florist kalanchoe, Madagascar widow's-thrill.

ชื่ออื่น  ---กุหลาบหิน
ชื่อวงศ์ ---CRASSULACEAE
ถิ่นกำเนิด ---มาดากัสการ์ แอฟริกา เอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน
                          ไม้ พุ่มอายุหลายปี สูง30-50เซนติเมตร ลำต้นกลมอวบน้ำ สีเขียว ใบออกเป็นคู่ตรงข้ามดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีหลายสีนิยมปลูกประดับตามสวนหิน ออกดอกตลอดปีดอกบานทนเลี้ยงง่าย
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชำใบและชำยอด


พิทูเนีย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Petunia hybrida
ชื่อพ้อง Petunia violacea var. hybrida
ชื่อสามัญ  ---Petunia
ชื่ออื่น  ---พิทูเนีย
ชื่อวงศ์ ---Solanaceae
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน
  

ไม้ ดอกพุ่มต้นเตี้ย และค่อนไปทางเลื้อยเป็นไม้เนื้ออ่อนลำต้น สูงประมาณ 30 ซม.ดอกมีรูปร่างเป็นรูปกรวย ดอกมีทั้งชนิดดอกเดี่ยวหรือ ดอกซ้อน ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนแฉะหรือชื้นมากเกินไปต้องการแสงมาก ควรปลูกไว้ในที่โล่งแจ้ง


เดซี่

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Thymophylla tenuiloba

ชื่อสามัญ  ละอองทอง ดัลเบิร์กเดซี่
ชื่ออื่น  golden fleece, shooting star, Gold Carpet
ชื่อวงศ์ COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---เท็กซัส เม็กซิโก
เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีน

 

ไม้ดอกล้มลุกที่มีอายุได้ถึง 2 ปี พุ่มสูง 15 ซม. ใบฝอย สีเขียวอ่อน ออกสลับตรงข้ามกัน ดอกสีเหลือง มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก และรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ชอบแดดจัด น้ำปานกลาง

4/4/2008

www.suansavarose.com

                                                                             
 




ความคิดเห็น

  1. 1
    03/08/2013 13:17
  2. 2
    22/07/2013 14:39
  3. 3
    sukrachai
    sukrachai wp707@yahoo.com 06/10/2012 15:01

    ดอกไม้สวยมากครับ เคยเห็นตอนไปเที่ยวเหนือ แต่ไม่รู้ชื่อ ขอบคุณที่ได้ทำ WEB ดี ดี

  4. 4
    เหมียว
    เหมียว 20/08/2012 20:05

    อยากให้มีข้อมูลที่ให้ความรู้อย่างนี้ตลอดไป


     

  5. 5
    18/06/2012 23:26
    เอื้องพร้าว เกษตรแพร่ มีครับ ^^
  6. 6
    18/06/2012 23:24
    ผม ปฐพี ระลึก ตึ๋ง
    VVVV
    VVV
    VV
    V
  7. 7
    18/06/2012 23:22
    คิดถึง อาจารย์ ดิษฐ์ ชั่งหิน เลย
  8. 8
    03/06/2012 07:03

    เอื้องพร้าวหาไม่ยาก มีขายอยู่ค่ะ แต่จะเห็นเด่นชัดตอนออกดอก

  9. 9
    คนรักต้นไม้

    ไม่ทราบว่าต้นเอื้องพร้าว มีขายที่จตุจักรหรือไม่  และเลี้ยงยากหรือปล่าว


    อยากเอามาปลูก ขอเรียนถามผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

  10. 10
    ใบปอ
    ใบปอ rattikarnck99@yahoo.co.th 23/02/2012 09:32
  11. 11
    ครีม
    ครีม pa_pitchaya@hotmail.co.th 06/12/2011 18:48
    รูปภาพสวยมากเลย
  12. 12
    26/11/2011 09:24
    ขอบคุณคับผม
  13. 13
    wanarom
    wanarom namkum@hotmail.com 18/11/2011 23:55
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ
  14. 14
    wanarom
    wanarom namkum@hotmail.com 18/11/2011 23:52
  15. 15
    14/11/2011 16:39
    ขอบคุณข้อมูลดีๆ
     
  16. 16
    30/10/2011 14:24
  17. 17
    nook
    nook 11/09/2011 21:21
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ สวยมากๆเลย
    ชอบกุหลาบหินกับฟอร์เก็ตมีน็อตมากๆเลยค่ะ
    ยังไงก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
  18. 18
    puypooh
    puypooh t6027_@hotmail.com 29/08/2011 09:59

    ชอบดอกฟอเก็ตมีน็อตค๊
    กำลังหาความหมายของดอกฟอเก็ตมีน็อตสีชมพูนะค๊
    และก็หาการดูแลต้นไม้อยู่นะค๊ มีไรแนะนำด้วยนะค๊
    ขอบคุณค๊

  19. 19
    ถิงๆ
    ถิงๆ tuptim2008@hotmail.com 26/06/2011 08:42
    ชอบสุดๆเลยคะ สวยมากๆ อยากได้ ขอบคุณภาพสวยๆคะ
  20. 20
    โมเม
    โมเม mome@hotmail.com 14/06/2011 14:11

    รักเธอทุกนาที

  21. 21
    นิรมล
    นิรมล moozaa2011@windowslive.com 09/06/2011 22:23
    ขอบคุณมากค่ะ น่ารักจัง ได้ดอกไม้หลายดอกที่อยากปลูก รักดอกไม้ รักเจ้าของข้อมูล
  22. 22
    X-GUN
    X-GUN 22/04/2011 06:49
    ได้ความรู้เยอะเลยครับ
  23. 23
    พนม นารักษ์
    พนม นารักษ์ pnarux@hotmail.com 20/02/2011 00:19

    รูปสวยดื มีความรู้ ขอบคุณมากๆ

  24. 24
    กาย
    กาย 30/01/2011 08:44
    อยากหัยมีข้อมูลเยอะๆๆๆๆๆ ค้า... -
    -_-  ***  vbvbvbvv
  25. 25
    maklor
    maklor phuphan.14@hotmail.com 30/09/2010 00:33
    ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปันมีประโยชน์มากครับ
  26. 26
    SOJU
    SOJU nungpimja@hotmail.com 20/06/2010 17:41

    ชอบดอกฟอเก็ตมีน็อตสวยดี

  27. 27
    ณิชา
    ณิชา 05/03/2010 21:13
    สวยดี แต่ อยากได้ที่แปลกกว่านี้
  28. 28
    กานต์สินี
    กานต์สินี meetu2@sanook.com 08/02/2010 10:41
  29. 29
    คนดี
    คนดี asdfsf@hotmail.com 01/02/2010 18:43

    เวรก๊อปปี้ก็ไม่ได้

    จะทำงานก็ไม่เสร็จ

    ห่า

  30. 30
    หนิงน้อย
    หนิงน้อย wanjai150729@live.com 07/12/2009 09:42
    ดูแล้วสดชื่นมากเลยค่ะ {icon3} {icon3}
 1  2 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view