สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 02/07/2020
สถิติผู้เข้าชม 9,466,391
Page Views 14,453,592
 
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

;\



ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

For information only-the plant is not for sale.


90 ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea 106 เลือดมังกร/Dracaena draco
91 ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis 107 สะเดาบ้าน/Azadirachta indica
92 ไข่เน่า/Vitex glabrata 108 หูกวาง/Terminalia catappa
93 จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides 109 หลิว/Salix babylonica
94 จันทน์หอม/Mansonia gagei 110 มหาพรหม/Mitrephora winitii
95 จันทน์เทศ/Myristica fragrans 111 ลำพู/Sonneratia caseolaris
96 โพทะเล/Thespesia populneoides 112 ลำแพน/Sonneratia ovata
97 ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus 113 ตะโกสวน/Diospyros malabarica
98 โพฝรั่ง/Hura crepitans 114 พลับพลา/Microcos tomentosa
99 พยอม/Shorea roxburghii 115 แสมขาว/Avicennia alba
100 มะเกลือ/Diospyros mollis 116 แสมทะเล/Avicennia marina
101 ขานาง/Homalium tomentosum 117 มังคะ/Cynometra ramiflora
102 พิกุล/Mimusops elengi 118 หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis
103 มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani 119 องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera
104 มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla 120 โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata
105 จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis 121 ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum


90 ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms  
---Cassia arborea Macfad.
---Cassia florida Vahl
---Cassia gigantea Bertero ex DC.
---Cassia siamea Lam.
---Cassia sumatrana Roxb. ex Hornem.
---Chamaefistula gigantea (Bertero ex DC.) G.Don
---Senna sumatrana (Roxb. ex Hornem.) Roxb.
ชื่อสามัญ---Bombay blackwood; Cassod tree; Ironwood; Kassa of tree; Kassod tree; kassodtree; Pheasantwood; Siamese acacia; Siamese senna; Thai cassia; Thai copper pod; Thailand shower; yellow cassia
ชื่ออื่น---ขี้เหล็ก (ทั่วไป); ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี); ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง, สุราษฎร์ธานี); ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ); ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง); ผักจี้ลี้ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน); แมะขี้เหละพะโดะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ยะหา (มาเลย์-ปัตตานี); [ THAI: khi lek ban; khi lek yai; kilek; phak chili]; [BANGLADESH: minjiri.]; [CAMBODIA: angkanh.]; [CHINESE: tie dao mu.]; [FRENCH: bois perdrix; cassia.]; [HINDI: Seemia,Kassod.];[INDIA: beati; kassod; kilek; manjakonnai; manje-konna.]; [INDONESIA: johar.]; [KANNADA: Sima Tangedu,Motovolanyaro,Simethangadi,Hiretangedi.]; [LAOS: khi lek.]; [MALAYALAM: Manjakonnei,Manjakonna.]; [MALAYSIA: johor; juah; petai belalang.]; [PHILIPPINES: robles; Thailand shower.]; [PORTUGUESE: cásia-do-Siao; cassia-siamesa; cássia-siamica.]; [SPANISH: casia amarilla; casia de Siam.]; [SRI LANKA: wa.]; [TAMIL: Manje-konne,Manjal Konrai,Chelumalarkkonrai.]; [TELUGU: Sima Tangedu,Kurumbi.]; [TONGA: kasia.]; [VIETNAM: mu[oof]ng.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---เอเซียใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้-อินดิสตะวันออก มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย


พืชพื้นเมืองทางใต้ของอินเดีย, ศรีลังกา, พม่า (พม่า), ไทย, กัมพูชา, มาเลเซียและบางส่วนของอินโดนีเซีย เติบโตในป่าหลากหลายชนิดในระดับต่ำ การก่อตัวในป่าทุติยภูมิบนที่ราบที่ระดับระดับความสูง0- 1,300 เมตร ในประเทศไทย พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ
ไม้ ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 10-18เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 30 ซม  เปลือกต้นสีเทาอมน้ำตาล ตามยาวแตกเป็นร่องตื้นๆ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มแคบ มีระบบรากตื้นซึ่งสามารถถอนได้ง่ายจากแรงลม ใบ เป็นใบผสมชั้นเดียวยาว15-30ซม.มี  6-12(15)คู่ ใบย่อยรูปไข่แกมขอบขนาน ยาว 3-7 ซม., กว้าง 1.2-2ซม.ปลายใบมนหน้าใบเกลี้ยง หลังใบมีขนสั้นสีเหลืองซีดปกคลุม ดอกเป็นดอกช่อสีเหลืองสดยาว 20-30 ซม.สูงสุด60ซม. ออกที่ปลายกิ่ง  ก้านดอกยาว 1.5-2ซม. มีใบประดับใต้กลีบดอก กลีบดอก1.2-2ซม. ฝักแบนยาว 15-25 ซม  นุ่มและคล้ายริบบิ้นเมื่ออ่อนสีน้ำตาลเมื่อสุก มี 20-30 เมล็ดต่อฝัก เมล็ดมีรูปร่างคล้ายถั่วสีน้ำตาลเข้มเงางามมีความยาว 8 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มวัน ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และชื้นมีการระบายน้ำดี ไม่สามารถทนต่อความเค็มได้ แต่มีความทนทานต่อสภาพดินที่เป็นกรด ค่า pH ของดิน 5.5-7.5
ศัตรูธรรมชาติ มีความต้านทานต่อปลวกได้ดี แต่มีความอ่อนไหวต่อการขยายขนาดของแมลงหนอนผีเสื้อ ตัวหนอนที่ทำลายเปลือกไม้ เจาะในลำต้นและราก ในบรรดาโรคเชื้อราเห็ดหลินจือทำให้เกิดอาการเน่า
-ใช้ประโยชน์ ต้นไม้นั้นมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งสำหรับฟืนคุณภาพสูงและได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางในเขตร้อนทั้งสำหรับสิ่งนี้และสำหรับการใช้งานหลายอย่างในระบบวนเกษตร และยังปลูกใช้เป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นอาหาร ในประเทศไทยและอินโดจีนดอกไม้ผลอ่อนและใบอ่อนจะถูกกินหลังจากแช่ในน้ำร้อนเพื่อกำจัดสารพิษแม้ว่ารสชาติจะขม
-ใช้เป็นยาในยาแผนโบราณผลไม้นี้ใช้เพื่อดักจับหนอนในลำไส้และป้องกันการชักในเด็กประโยชน์ทางด้านเป็นสมุนไพรแก้ไข้มาลาเรีย แก้ปวดท้อง และเบาหวาน ในประเทศอินโดนีเซียใช้เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย
-ใช้เป็นไม้ประดับมีคุณค่าด้านความงามในฐานะต้นไม้ประดับและต้นไม้ข้างถนน นิยมปลูกประดับให้ร่มป้องกันแดดลมตามถนนหนทาง สวนสาธารณะ
-วนเกษตร ใช้สำหรับควบคุมการกัดเซาะการพังทะลายของดิน  ในประเทศไนจีเรียมันถูกใช้เป็นพืชเพาะปลูกที่รกร้าง ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดสำหรับทุ่งนาซึ่งสามารถช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญลดปัญหาการควบคุมวัชพืชเนื่องจากใบไม้ย่อยสลายช้า ในบางพื้นที่มันมีการสะสมอย่างหนาแน่นเป็นอาหารสัตว์สำหรับวัวแกะและแพะ มีรายงานว่าอัลคาลอยด์ในฝักและใบเป็นอันตรายต่อหมู
-ใช้อื่น ๆ แก่นไม้เป็นสีดำน้ำตาล ไม้มีน้ำหนักปานกลางถึงหนักมาก เป็นไม้คุณภาพดีทนทานมักใช้สำหรับงานประดับมุก  งานตกแต่งและรูปปั้น เช่นตะลุมพุก ไม้เท้า กล่อง ไม้จับและด้ามขวาน เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างบ้านเรือน เสา รอด ตง เครื่องเรือน ใช้เป็นไม้ฟืนและถ่านคุณภาพดี
-รู้จักอันตราย ขี้เลื่อยอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่จมูกคอและดวงตา บางครั้งไม้ก่อให้เกิดผงสีเหลืองที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม-สิงหาคม/สิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด


91 ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Senna spectabilis (DC.) H.S.Irwin & Barneby
ชื่อพ้อง   ---Has 12 Synonyms

-Cassia amazonica Ducke -Cassia spectabilis DC.
-Cassia carnaval Speg. -Cassia totonaca Sessé & Moc.
-Cassia edulis Posada-Ar. -Cassia trinitatis Rchb. ex DC.
-Cassia humboldtiana DC. -Cathartocarpus speciosus G.Don
-Cassia selloi Spreng. ex Vogel -Cathartocarpus trinitatis (Rchb. ex DC.) G.Don
-Cassia speciosa Kunth -Pseudocassia spectabilis (DC.) Britton & Rose

ชื่อสามัญ---American Cassia, Popcorn Tree, Weeping Cassia, Drooping Cassia, Golden Wonder Tree, Popcorn bush, Spectacular Cassia, Yellow Cassia, Crown-of-Gold Tree, Archibald's Cassia, Calceolaria shower, Pisabed.
ชื่ออื่น ---ขี้เหล็กอเมริกัน (ทั่วไป),; ; [THAI: khi hlek a- me- ri- kan (general).]; [BELIZE: pisabed.]; [BOLIVIA: aceitón; aceitón ordinario; carnaval; hediondillo; limoncillo; pacaisillo; pajarilla amarillo; ramo.]; [BRAZIL: acássia, canafístula-de-besouro, cássia do nordeste, pau-de-ovelha, tula-de-besouro.]; [CHINESE: mei li jue ming.]; [CUBA: algarrobillo; palo bonito.]; [DOMINICAN : palo de burro.]; [FRENCH:  casse remarquable; séné spectaculaire.]; [HAITI: casse marron; kas mawon (Creole).]; [KENYA: mhomba; momba; mwenu.]; [MALAYSIA: antsoan dilaw; cassia; mhomba; mwenu; Panama-ngu; scented shower.]; [NICARAGUA: candelillo.]; [PHILIPPINES: antsoan-dilau; palucheba.]; [PUERTO RICO: casia amarilla.]; [SPANISH: algarrobilo, candelillo, carnaval, casia amarilla, casse marron.]; [SWAHILI: mhomba.]; [USA: calceolaria shower; yellow shower.].
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกาเหนือ เม็กซิโก อเมริกากลาง อเมริกาใต้ อาร์เจนติน่า,ปรากวัย,บราซิล,โบลิเวีย, เปรู,โคลัมเบีย, เวเนซูเอล่า เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แคริเบียน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุลมาจากภาษาอาหรับ "sanā" ซึ่งเรียกว่าSenna alexandrina Mill; ชื่อของสปีชีส์คือคำภาษาละติน "spectabilis" = เป็นอย่างมากโดยอ้างอิงถึงลักษณะการประดับ


มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกา เติบโตตามธรรมชาติตามขอบป่า สะวันนา ริมฝั่งแม่น้ำ ถนนพื้นดินเสียและสวนป่า ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 เมตร เติบโตที่ระดับความสูง 0-500 เมตร ในเปรู ระหว่าง 0-1,000 เมตร ในปานามาและระหว่าง 0-1,300 เมตร ในนิการากัว
ไม้ผลัดใบ ยืนต้นขนาดเล็กสูง 7-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30 ซมทรงต้นแผ่กว้าง  ก้านใบยาว3-4 ซม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ยาวถึง 40 ซม. ใบย่อย 6-15 คู่ ใบย่อยรูปหอกแกมรูปขอบขนานยาว 3-8 ซม. กว้าง 1-2 ซม. ปลายแหลมสีเขียวเข้ม มีขนด้านล่าง  ดอกออกเป็นช่อใหญ่แตกแขนงที่ปลายกิ่งยาว15-30 ซม.  ดอก  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,5-4 ซม. มีห้ากลีบสีเหลืองไม่เท่ากัน กลีบดอกล่างที่ใหญ่สุดจะโค้งงอ เกสรตัวผู้ 7 อัน ยาวกว่า 3 อัน ที่เหลือ ผลเป็นฝักยาว18-25.ซม.สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่ เมล็ด 2.5 ซม.สีน้ำตาล
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องใช้ตำแหน่งที่มีแดด ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี ลึกชื้นมีทรายหรือดินร่วนปน ค่า pH ในช่วง 5.5 - 7 ที่ทนได้ 5 - 7.5 มีความทนทานต่อความแห้งแล้ง เป็นต้นไม้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วสามารถสูงถึง 3.5 เมตรภายใน 2 ปีจากเมล็ด
การใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นยาและแหล่งที่มาของไม้
-ใช้เป็นอาหารใบและดอกของขี้เหล็กอเมริกันใช้เป็นอาหารได้เช่นเดียวกับขี้เหล็กบ้าน
-ใช้เป็นยา สารสกัดจากพืชถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณใช้ในการรักษากลากและโรคผิวหนัง  แก้ปวด,  แก้อักเสบ, ยาระบายและยาถ่าย
-ใช้เป็นไม้ประดับ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนสำหรับเป็นไม้ประดับ ใช้เป็นต้นไม้ให้ร่มเงา ต้นไม้ริมถนน ที่ให้ดอกสีเหลืองสดใส ในฤดูร้อน
-วนเกษตรใช้ปลูกให้ร่มเงาและใช้เป็นปุ๋ยพืชสด
-อื่น ๆ แก่นไม้มีสีน้ำตาล กระพี้มีสีขาว เนื้อไม้มีน้ำหนักปานกลาง ทนทานปานกลางหากเก็บไว้ในที่แห้งและทนต่อการโจมตีของปลวก เนื่องจากขนาดที่เล็กจึงใช้สำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่น ที่จับ เครื่องมือ กล่อง ฯลฯ ไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิงและทำถ่าน
ระยะเวลาออกดอก ---เป็นระยะตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


92 ไข่เน่า/Vitex glabrata

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Vitex glabrata R.Br.
ชื่อพ้อง  ---Has 8 Synonyms 

-Vitex cunninghamii Schauer -Vitex helogiton K.Schum.
-Vitex elegans Griff. -Vitex minahassae Koord.
-Vitex glabrata f. bombacifolia (Wall. ex C.B.Clarke) Moldenke -Vitex nitida Merr.
-Vitex glabrata f. pallida (Wall. ex C.B.Clarke) Moldenke -Vitex pentaphylla Merr.

ชื่อสามัญ---Smooth Chaste tree, Black Plum, Black berry tree, Black Currant Tree, Water peacock's foot tree, White wood chaste tree
ชื่ออื่น---ไข่เน่า(ทั่วไป); ขี้เห็น(เลย,อุบลราชธานี); คมขวาน, ฝรั่งโคก(ภาคกลาง); ปลู(เชมร-สุรินทร์) ; [THAI: khai nao (General); khi hen (Loei, Ubon Ratchathani); khom khwan, farang khok (Central);  plu (Khmer-Surin).]; [ASSAMESE: Pani-amora,Pani-amra,Gohera,Pani-amori,Bhodia]; [KANNADA: Hole lakki.];[MALAYALAM: Aatunocci.]; [MARATHI: Songarbi,Sheras.]; [SANSKRIT: Paravatapadi.]; [TAMIL: Kattu-nocci.]; [TELUGU: Kondavaavili.]
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย,บังคลาเทศ,ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,ปาปัวนิวกินี,ออสเตรเลีย,หมู่เกาะมารีน่า

 

แพร่หลายตั้งแต่คาบสมุทรอาหรับ ไปจนถึงแอฟริกาตะวันออก จนถึง นามิเบีย บอตสวานา สวาซิแลนด์และแอฟริกาใต้ที่ระดับความสูงถึง1,450เมจร ในทวีปเอเซียพบใน อินเดีย,บังคลาเทศ,ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ปาปัวนิวกินี ,ออสเตรเลีย, หมู่เกาะมารีน่า เกิดตามธรรมชาติในป่าดงดิบที่พบได้บ่อยตามขอบป่าบางครั้งก็อยู่ในป่าผลัดใบหรือทุ่งหญ้าที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร ในประเทศไทย พบขึ้นในป่าแล้ง ป่าเบญจพรรณ ชายป่าดิบชื้นในทุกภาคของประเทศ ในระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 400เมตร
ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 8-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นถึง 125 ซม ทรงพุ่มกลมโปร่ง กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆหนาแน่น ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย3-5ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบกลางมีขนาดใหญ่สุด ขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่งช่อยาว8-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีขาวมี5กลีบ ดอกจะเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศผสมตัวเองหรือต่างต้นต่างดอกก็ได้ ผลไม่สุก รูปไข่หรือไข่กลับสีเขียวแข็งขนาด 1.2 - 2.5 ซม. เมื่อสุกสีม่วงดำ นิ่ม มีเมล็ด 1เมล็ด

 

ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลสุกกินได้รสหวานเล็กน้อย หรือนำไปดองน้ำเกลือ  
-ใช้เป็นยา เปลือกและรากเป็นสมุนไพร ขับพยาธิในเด็ก แก้ตานขโมย เด็กถ่ายเป็นฟอง เป็นยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร รากและเปลือกไม้ใช้เป็นยาสมานแผล
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ต้นที่ทรงพุ่มสวยงามให้ร่มเงา
---อื่น ๆ แก่นไม้เป็นฟางอ่อนถึงน้ำตาลอ่อน เนื้อไม้สีเทามีความแวววาวมันแข็งปานกลางเนื้อแน่นและทนทาน มีคุณภาพดีใช้สำหรับงานก่อสร้างบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ล้อเกวียนและพาย
ระยะเวลาออกดอก---มกราคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


93 จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Vatica diospyroides Symington
ชื้อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---Broken Heart Flower
ชื่ออื่น---  เขี้ยวงูเขา (พังงา); จันทน์กะพ้อ, จันทน์ตะพ้อ (กรุงเทพฯ); จันทน์พ้อ (ภาคใต้) ; [THAI: khiao ngu khao (Phangnga);  chan ka pho,  chan ta pho;  chan pho (Peninsular).]; [VIETNAM: Táu muối Bắc Bộ, táu muối]
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---มาเลเซีย ,ไทยและเวียดนาม
เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย ภาคใต้ที่จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา และตรัง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 100 เมตร ชนิดนี้มีรายงานจากมาเลเซียและเวียดนามด้วยเช่นกัน แต่เป็นการปลูก หรือระบุอย่างไม่ถูกต้อง พวกนั้นไม่ใช่พืชพื้นเมือง
สายพันธุ์ที่ถูกคุกคามโดยการสูญเสียที่อยู่อาศัยประชากรและที่อยู่อาศัยลดลง และมีแนวโน้มที่จะน้อยกว่านี้ ในอนาคตสายพันธุ์นี้อาจถูกกดดันจากการเก็บเกี่ยวเนื่องจากดอกไม้และพืชทั้งหมดอาจถูกรวบรวมเพื่อการวิจัยทางการแพทย์หรือเพื่อใช้ในการทำน้ำหอม นี่เป็นภัยคุกคามต่อสายพันธุ์โดยเฉพาะเนื่องจากเป็นการยากที่จะเผยแพร่สายพันธุ์เพื่อจุดประสงค์เหล่านี้  ถูกจัดวางไว้ใน The IUCN Red List of Threatened Species 2017 ประเภท ใกล้สูญพันธุ์
จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 6-15เมตร ต้นแตกกิ่งมากที่ยอดเป็นทรงกลม เปลือกแตกและมีน้ำยางใสซึมออกมาใบรูปรีแกมขอบขนานหรือใบหอกยาว 10-28 ซม. เส้นใบย่อยแบบขั้นบันได ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. งอเป็นข้อ  สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อสั้นๆตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 4-5 ซม. ช่อแยกแขนงมี 1-5 ดอก ใบประดับรูปใบหอก ยาวประมาณ 2 มม. ก้านดอกยาว 1-2 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-5 มม. กลีบดอกมี5กลีบสีขาวหรือเหลืองอ่อน กลีบรูปขอบขนานถึงรูปใบหอก ยาว 1.2-1.7 ซม.  มีขนสีน้ำตาลด้านนอก ดอกบานเพียงวันเดียวแล้วร่วง ดอกทยอยบานนาน1-2สัปดาห์  ผลรูปรี ยาว 1.5-3 ซม. ปลายเป็นติ่งแหลม ผิวมีนวลแป้งสีน้ำตาล แห้งแตกเป็น 3 ส่วน กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายเรียวแหลม ยาว 1-1.5 ซม. เรียงซ้อนเหลื่อมที่โคน
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบความชื้นสูง ทนน้ำท่วมขัง เหมาะปลูกในที่โล่งแจ้งริมน้ำ หรือในที่มีน้ำหลากน้ำท่วม ชอบน้ำมาก **ส่วนตัว-เลื่องลือในด้านความเป็นไม้ดอกหอมและหายากมากต้นหนึ่ง ซึ่งนักสะสมไม้ไทยมักต้องมีเก็บไว้ เป็นไม้โตช้ามากถ้าปลูกอยู่ในที่แจ้งแดดจัดมักไม่งามใบมักจะไหม้ เพราะแหล่งที่พบตามธรรมชาติจะขึ้นปนกับไม้ยางที่เกิดในที่ราบหรือป่าดงดิบทางภาคใต้ การปลูกต้องอาศัยร่มเงาจากต้นไม้อื่นในช่วงที่ต้นยังเล็ก**
*ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา ดอกใช้ผสมกับยาอื่นปรุงเป็นยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ เนื้อไม้มีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน ขับลม แก้เสมหะ แก้สันนิบาต
-ใช้ปลูกประดับ เนื่องจากดอกของต้นจันทน์กะพ้อมีกลิ่นหอมแรง ออกดอกดก จึงนิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ โดยจะปลูกตามป่าอนุรักษ์ ตามสนามหน้าบ้าน หรือใช้จัดสวนหย่อมก็ได้ และควรปลูกทางด้านทิศตะวันออกที่มีไม้ใหญ่
-อื่นๆ คนโบราณจะใช้ดอกกลั่นทำน้ำมันใส่ผมและมีการนำมาใช้ทำน้ำหอม นิยมนำดอกจันทน์กะพ้อมาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เพื่อใช้อบให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอม-ไม้จันทน์กะพ้อมีเนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลอมเหลือง สามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างหรือใช้ทำด้ามเครื่องมือเครื่องใช้* [เว็บไซต์เมดไทย (Medthai)]
ตำนาน/ความเชื่อ ตามตำนานของไทยดอกจันทน์กะพ้อ ที่ปลูกในสวนช่วยรักษาวิญญาณของผู้อกหัก และเยียวยาหัวใจที่แตกสลาย ซึ่งไปตรงกับ คุณสมบัติทางสมุนไพรของพืชที่ใช้ในการแพทย์พื้นบ้านเพื่อใช้รักษาปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ และใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ
ระยะเวลาออกดอก/ ติดผล---กุมภาพันธ์-เมษายน/กุมภาพันธ์ - สิงหาคม
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด เมล็ดมีความงอกต่ำ ควรเพาะทันทีเมื่อเก็บมาจากต้น


94 จันทน์หอม/Mansonia gagei

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mansonia gagei J.R.Drumm.ex Prain
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Burretiodendron umbellatum Kosterm.
ชื่อสามัญ---Kalamet, Mansonia Heartwood.
ชื่ออื่น--- จันทน์, จันทน์ขาว, , จันทน์พม่า, จันทน์หอม (ทั่วไป) ; [THAI: Chan, Chan-cha-mot, Chan pha ma, Chan hom.]; [CHINESE: Man Suo Ni Ya Xin Cai.].
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลตั้งตาม F. B. Manson นักอนุรักษ์ของการป่าไม้อินเดียในช่วงศตวรรษที่ 20


จันทน์ชะมด เป็นชื่อเรียกไม้ต้น 2 ชนิด ได้แก่
Aglaia silvestris (M. Roem.) Merr. ในวงศ์กระท้อน (Meliaceae)
Mansonia gagei J.R. Drumm. ex Prain ในวงศ์ย่อย Sterculiaceae ของวงศ์ชบา (Malvaceae) เครื่องยาจันทน์ชะมดที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาไทยในปัจจุบันได้มาจากแก่นพืชชนิดนี้
พบที่อินเดียและพม่า ในไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลางที่สระบุรี ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ที่นครศรีธรรมราช ขึ้นตามป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้งที่เป็นหินปูน ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูงความสูง 100-650 เมตร
ไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-20 เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว หรือสีเทาอมน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นตามแนวยาวของลำต้น เรือนยอดรูปกรวยต่ำค่อนข้างโปร่ง
ใบ เดี่ยวกว้าง 3-6ซม. ยาว 8-14 ซม.ออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเบี้ยวเล็กน้อยหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นคลื่นห่างๆ แผ่นใบบางสีเขียวเข้ม ดอกออกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็กมี5กลีบสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ ภายนอกมีขนสีเทานุ่มปกคลุมทั่วไป ผลยาว 1-1.5 ซม.รูปกระสวยส่วนปลายมีครีบหรือปีกเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม มักออกเป็นคู่
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นยา น้ำมันที่กลั่นจากเนื้อไม้ใช้เข้ายาบำรุงหัวใจ เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้โลหิตเสีย แก้กระหายน้ำและอ่อนเพลีย
-อื่น ๆ แก่นไม้เป็นสีน้ำตาลเข้มมะกอก กระพี้เป็นสีน้ำตาลอ่อน เนื้อไม้แข็งมากเนื้อสัมผัสแน่นและเป็นเนื้อเดียวกัน มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากไม้เมื่อโค่นสด ไม้ที่ถึงอายุไข 100 ปีขึ้นไปจะตายเองตามธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตายพราย จะมีกลิ่นหอมมาก ใช้ทำหีบใส่ผ้า เครื่องแกะสลัก ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำหอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่องสำอาง ปรุงน้ำอบไทย
สำคัญ---1ใน4ไม้มงคลชั้นสูง ใช้สร้างพระโกศที่ใช้ในงานพระราชพิธี
ระยะเวลาออกดอก ---สิงหาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด


95 จันทน์เทศ/Myristica fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์---Myristica fragrans Houtt.
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms

-Aruana silvestris Burm.f. -Myristica moschata Thunb.
-Myristica amboinensis Gand. -Myristica officinalis L.f.
-Myristica aromatica Sw. -Myristica philippinensis Gand.
-Myristica laurella Gand. -Palala fragrans (Houtt.) Kuntze

ชื่อสามัญ---Nutmeg Tree, Mace
ชื่ออื่น---จันทน์เทศ(ภาคกลาง), จันทน์บ้าน(ภาคเหนือ) ; [THAI: chan thet (Central);  chan-ban (Shan-Northern).]; [ASSAMESE: Jaiphol.]; [CHINA: rou dou kou]; [FRENCH: muscadier commun, noix muscade, pied de muscade, pied-muscade.]; [GERMAN: Duftende Muskatnuß, Muskatnußbaum.]; [HINDI: jaiphal, mada shaunda, taiphal.]; [INDONESIA: pala, pala banda.]; [ITALIAN: Noce moscata]; [MALAYSIA: pala.]; [MYANMAR: zar-date-hpo, zar-pwint]; [PORTUGUESE: moscadeira, noz-moscada.]; [SPANISH: moscadero, nogal moscado, nuez moscada.]; [SANSKRIT: Jatiphala]; [TAMIL: jati pattiri, jatikka.]; [VIETNAM: Nhục đậu khấu]
ชื่อวงศ์---MYRISTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---มาเลเซีย หมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุลมาจากกรีก "myristicόs" = กลิ่น; ชื่อของสปีชีส์คือคำภาษาละติน "fragrans" = มีกลิ่นหอมมีการอ้างอิงที่ชัดเจน


เป็นพืชท้องถิ่นในหมู่เกาะโมลุกกะในอินโดนีเซีย เติบโตในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของพื้นที่เขตร้อนชื้นระดับความสูงไม่เกิน 500 เมตร ในประเทศไทยจะพบได้มากทางภาคใต้
ไม้ต้นสูง 5-18 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง4-5ซม.ยาว10-15ซม.ผิวใบมัน  ดอกเป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ช่อดอกเพศเมียมีช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกสีเหลืองปนเหลืองครีม กลีบดอกอ้วนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 มม. และยาว 12 มม. รูปคนโทขนาดเล็ก ช่อดอกตัวผู้เป็นช่อดอกที่ประกอบไปด้วยดอกไม้ 4 ถึง 15 ดอก  มีกลิ่นหอม สีขาวครีมมีกลีบรูปคล้ายกัน แต่มีขนาดเล็กลงยาว 5-8 มม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มม ผลไม้ สุกใน 8-9 เดือนมีลักษณะเป็นเนื้อรูปรี ยาว 5-8 ซม. สีเหลือง มีเมล็ดรูปไข่ 1-4 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางยาว 0.5 มม. สีดำและเงา เมล็ดถูกปกคลุมอย่างผิดปกติโดย reticulum ของเนื้อเยื่อสีแดงสด (aril)
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---จันทน์เทศต้องการแสงแดดเต็มวันหรือร่มเงาบางส่วน ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดแต่ดินที่เหมาะกับการเจริญเติบโตคือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูง มีการระบายน้ำดี มีค่า pH อยู่ในช่วง 6.5 - 7.5 ทนได้ 5.5 - 7.5ต้นไม้มีเพียงระบบรากตื้น ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปลูกในที่กำบังจากลมแรง
ใช้ประโยชน์--- พืชได้รับการปลูก อย่างกว้างขวางในพื้นที่ที่เหมาะสมของเขตร้อนเป็นไม้ประดับและในการค้าเชิงพาณิชย์สำหรับเครื่องเทศสองชนิดมันผลิตลูกจันทน์เทศและเมซ พื้นที่การผลิตที่สำคัญคืออินโดนีเซียศรีลังกาและกรานาดาในหมู่เกาะอินเดียตะวันตก
-ใช้กินได้ เมล็ดเป็นแหล่งของลูกจันทน์เทศเป็นเครื่องเทศ มักจะเป็นผงแล้วเพิ่มไปยัง อาหารจานหวานทั่วไปเช่นคัสตาร์ด, ซอส, เค้กและพุดดิ้ง เนื้อแห้งโดยรอบเมล็ดเป็นแหล่งของmaceเป็นเครื่องเทศ ใช้สำหรับปรุงแต่งรสชาติอาหารจานหลักเช่นซุปซอสแกงกะหรี่ผักดองและขนม อบ -น้ำมันหอมระเหย (ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันลูกจันทน์เทศจากเมล็ดและน้ำมันmace จาก Aril แต่ยังมาจากเปลือกไม้ใบไม้และดอกไม้) และสารสกัด (เช่น oleoresins) มักใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุกระป๋องในเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง
-ใช้เป็นยา  เมล็ดจะถูกนำมาใช้ภายในในการรักษาโรคท้องร่วงบิด อาเจียน ท้องแน่น อาหารไม่ย่อยและอาการจุกเสียด ใช้ภายนอกรักษาอาการปวดฟันปวดไขข้อและปวดท้อง   เมล็ดใช้ในอายุรเวทในการรักษาการย่อยอาหารที่ไม่ดีนอนไม่หลับปัสสาวะเล็ดและการหลั่งเร็ว-ในพม่าใช้ M. fragrans ใช้ร่วมกับ tha-na-kha (Limonia acidissima), taungtan-gyi (Premna integrifolia) และน้ำมันสนสำหรับใช้ภายนอกในการรักษาเนื้องอก
-ใช้อื่น ๆ น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ฆ่าแมลงฆ่าเชื้อราและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันคงที่ที่ได้จากการกดเมล็ดใช้ในขี้ผึ้งและเทียน sap สีแดง (kino), อยู่ในเปลือกของสายพันธุ์ส่วนใหญ่ในประเภทนี้สามารถใช้เป็นสีย้อมที่ให้สีย้อมสีน้ำตาลถาวร
รู้จักอันตราย--- ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง - กินส่วนที่เกินเมล็ดอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง, คลื่นไส้, เวียนศีรษะและอาการเพ้อ ลูกจันทน์เทศสามารถใช้เป็นยาเสพติดที่มีผลกระทบประสาทหลอน แต่เป็นอันตราย การบริโภคลูกจันทน์เทศบดละเอียดสองตัว (ประมาณ 8 กรัม) กล่าวกันว่าทำให้เสียชีวิต เนื่องจากมีปริมาณ myristicin ในแซนซิบาร์ ลูกจันทน์เทศจะถูกเคี้ยวเป็นทางเลือกในการสูบกัญชา
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


96 โพทะเล/Thespesia populneoides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Thespesia populnea (L.) Sol. ex Corrêa
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Hibiscus populneoides Roxb.
---Parita populnea (L.) Scop.
---Thespesia howii S.Y.Hu
ชื่อสามัญ---Pacific rosewood, Seaside mahoe, Rosewood of seychelles, Yellow mallow tree, Umbrella tree, Portia tree, Cork tree, Coast cotton tree, Indian tulip tree, Tulip tree
ชื่ออื่น--- บากู (มาเลย์-นราธิวาส); ปอกะหมัดไพร (ราชบุรี); ปอมัดไซ (เพชรบุรี); โพทะเล (ภาคกลาง) ; [THAI: ba-ku (Malay-Narathiwat, Pattani); po kamat phrai (Ratchaburi); po mat sai (Phetchaburi); pho thale (Central).]; [CHINESE: tong mian.]; [BANGLADESH: shanboloi.]; [BRAZIL: tespésia.]; [FIJI: mulomulo.]; [FRENCH: arbre ombrelle, bois de rose d'Océanie, kalfata, motel debou, porché.]; [GERMAN: Küsten-Tropeneibisch, Baum-Eibisch, Pappelblättriger.]; [GUAM: kilulo.]; [HINDI: Bhendi, gajadanda.]; [INDIA: arasi; asha; bhendi; bhindi; bugari.]; [INDONESIA: baru laut; salimuli; waru laut; waru lot; tebawan.]; [MALAYSIA: banalu; baru; baru baru; baru laut.]; [MYANMAR: sabu-bani.]; [PHILIPPINES: banalo.]; [PORTUGUESE: bela-sombra, pau-rosa.]; [PUERTO RICO: emajaguilla; otaheita; seaside mahoe.]; [SPANISH: alamo; alamo blanco.]; [SRI LANKA: gan sooriya.]; [SWAHILI: mtakawa.]; [TAMIL: Cheelanthi.]; [USA/HAWAII: milo.]
ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ภูมิภาคมาเลเซีย หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลThespesia หมายถึง 'ถูกกำหนดโดยพระเจ้า' โดย Daniel Solander ซึ่งเป็นสมาชิกของเรือกัปตันคุกหลังจากเห็นในตาฮิติ (เฟรนช์โปลินีเซีย)


มีช่วงกำเนิดที่กว้างขวางมากและมีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อน พบมากที่สุดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลในอเมริกากลาง, อเมริกาเหนือ, แคริบเบียน, แอฟริกา, เอเชีย ตอนเหนือของออสเตรเลียและบนหมู่เกาะอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก พบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ที่ดอน และริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำกร่อย ที่ระดับความสูง 150-500เมตร
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 8-15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 20-60 (-120) ซม เรือนยอดค่อนข้างแน่นทึบแผ่กว้าง ลำต้นคดงอแตกกิ่งต่ำเปลือกเรียบสีเทาแล้วเปลี่ยนเป็นผิวขรุขระ มีรอยแตกตามยาวเมื่ออายุมากขึ้น มีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกในเป็นเส้นใยเหนียวลอกออกได้ง่าย ใบเดี่ยวเรียงสลับแผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง 8-12 ซม.ยาว 9-13 ซม.ขอบใบเรียบ ใบอ่อนที่ปลายยอดปกคลุมด้วยเกล็ดสีบรอนซ์หรือสีทองแดงหนาแน่น ดอกจะโน้มเอียงหรือห้อยลง ไม่มีริ้วประดับ ดอกมีกลีบดอกห้ากลีบเฉียงกว้างความยาว 5 ซม. ขึ้นไป สีเหลืองซีดมักมีจุดสีน้ำตาลแดงที่ฐานมีขนรูปดาวเล็ก ๆ อยู่บนพื้นผิวด้านนอก  ดอกจะบานและโรยวันเดียวกัน กลีบดอกและเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือสีชมพู ผลแคปซูล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. แห้งแล้วแตกตามรอยประสานรูปทรงกลมแป้นปลายมนหรือแบนเล็กน้อยเมื่อแก่เต็มที่แตกออกเป็น5แฉกจากปลายผลลงมา1/2-2/3ของความยาว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในแสงแดดเต็ม ชอบดินทราย ดินภูเขาไฟ หินปูนและดิน ที่มีค่า pH ของ 6.0-7.4 ทนต่อดินหนักดินเค็มและน้ำท่วม เป็นครั้งคราว แต่ไม่เติบโตในพื้นที่น้ำท่วมถาวร  ทนต่อไอเกลือและลมทะเล
การใช้ประโยชน์--- ต้นไม้เอนกประสงค์ใช้เป็นอาหารและยาและสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายสำหรับใช้ในท้องถิ่น
-ใช้กิน ดอกไม้ดอกตูมและใบไม้อ่อน ดิบ-สุก กินเป็นผัก ต้มหรือเพิ่มในซุป ผลสุกจะกินดิบต้มหรือทอดเป็นผัก
-ใช้เป็นยา ทุกส่วนของพืช เปลือก, ราก, ใบ, ดอกไม้ ผลไม้ ล้วนใช้รักษาใช้สำหรับเตรียมยาแผนโบราณ ผลไม้และใบประกอบไปด้วยสารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียในขณะที่สารสกัดเมทาโนลิกของดอกตูมมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา แก่นไม้เป็นยาขับลม มันมีประโยชน์ในการรักษาเยื่อหุ้มปอดอักเสบ, อหิวาตกโรค, อาการจุกเสียดและไข้สูง ลำต้นใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม เมล็ดเป็นยาถ่าย
-วนเกษตร ใช้ควบคุมการกัดเซาะชายฝั่งและมักจะปลูกเป็นรั้วมีชีวิตใน Karnataka อินเดียและหมู่เกาะ Pacifci
-ใช้ปลูกประดับ พืชที่เหมาะสำหรับการปลูกริมทะเลให้การคัดกรองที่พักพิงและร่มเงา ในหมู่เกาะแปซิฟิกบางแห่งก็ถือว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และได้รับการปลูกใกล้วัด
-อื่น ๆ แก่นไม้มีสีน้ำตาลแดงถึงสีเข้มหรือสีน้ำตาลช็อกโกแลตมักมีลายเส้นสีม่วงตัดกันอย่างแหลมคม (และดึงดูดใจ) ไม้ที่ตัดใหม่มีกลิ่นเหมือนกุหลาบ ต้นไม้เป็นแหล่งของไม้ที่สวยงามแข็งแรงและแข็งซึ่งมีมูลค่าสูงในหมู่เกาะแปซิฟิก ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ใช้ทำชามแบบดั้งเดิม สิ่งประดิษฐ์ ปืน เครื่องประดับและเครื่องใช้ของม้า นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการก่อสร้างแบบเบา, พื้นแม่พิมพ์, เครื่องดนตรี  เนื่องจากมีความทนทานใต้น้ำจึงเป็นที่นิยมสำหรับการสร้างเรือ-เปลือกที่เหนียวให้เส้นใยที่แข็งแรงใช้สำหรับสายระโยงระยางในการประมง -น้ำมันที่ได้จากเมล็ดสามารถใช้ในโคมไฟ -ไม้ที่แช่ในน้ำจะให้สารละลายที่ให้สีย้อมสีน้ำตาลเข้ม ผลไม้และดอกไม้ให้สีย้อมสีเหลืองที่ละลายน้ำได้ ใบให้สีย้อมสีดำ
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล ---กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เพาะเมล็ด


97 ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Talipariti tiliaceum (L.) Fryxell.
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Basionym: Hibiscus tiliaceus L.
ชื่อสามัญ---Sea hibiscus, Beach hibiscus, Cottonwood, Green cottonwood, Sea rosemallow,Coast cotton tree, Yellow mallow tree, Coast hibiscus, Cottonwood hibiscus, Lime-tree-leaved hibiscus, Linden hibiscus, Norfolk hibiscus.
ชื่ออื่น---บา (จันทบุรี); ขมิ้นนางมัทรี (เลย); ปอทะเล (ภาคกลาง); ปอนา (ภาคใต้); ปอฝ้าย (ภาคกลาง); ผีหยิก (เลย); โพทะเล (กรุงเทพฯ) ; [THAI: khamin nang matse, po thale, po faai, po na.]; [AUSTRALIA: malwan; mapandhurr; native hibiscus; native rosella; yal.]; [BENGALI: Chelwa.]; [CUBA: majagua];[Guam: pago.]; [FIJI: vau; vau ndamu; vau ndamundamu.]; [FRENCH: hibiscus tilléiforme; mahot blanc.]; [HAITI: coton mahaut; grand mahaut; maho fran.]; [HINDI: Bola.]; [INDIA: attuparathi; bala; banish; belapata.]; [INDONESIA: babaru; baru; waru.]; [LAOS: hou sua; ta sua.]; [MALAYALAM: Puzhapparuthi,Taipparutti,Aattuparuthi.]; [MALAYSIA: baru; baru laut; baru-baru; bebaru bulu.]; [MARATHI: Belapata.]; [MYANMAR: thinban.]; [PHILIPPINES: bago; balabago; balibago; bauan; danglin; dangliu; ganglog.]; [PUERTO RICO: emajagua.]; [SAMOA: fau.]; [SPANISH: majaguito de playa.]; [SRI LANKA: beli-patta.]; [TAMIL: Nir Paratthi.]; [TELUGU: Ettagogu,Etagogu.]; [TRADE NAME: coast cottonwood; Cuban bast.]; [USA/HAWAII: hau.]; [VANUATU: burao.]; [VIETNAM: dam but phu dung.].
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---มหาสมุทรอินเดีย แอฟริกาตะวันออก เขตร้อนของเอเซีย-อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อเฉพาะสายพันธุ์"tiliaceus"หมายถึงความคล้ายคลึงกันของใบกับสายพันธุ์Tiliaที่เกี่ยวข้อง


เป็นพืชชายฝั่งที่พบได้ทั่วไป รอบ ๆ มหาสมุทรอินเดียตั้งแต่แอฟริกาตะวันออกไปจนถึงเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงออสเตรเลียทางเหนือและตะวันออก ไปยังหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและตอนกลาง  พบได้ทั่วไปในหรือใกล้กับชายหาดป่าชายเลนและปากแม่น้ำ พบได้ในระดับความสูงถึง 800 เมตร
ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 3-10 เมตร ลำต้นสั้น คดงอ แตกกิ่งมากเปลือกเรียบเกลี้ยง สีเทาถึง น้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในสีชมพูประขาว มีกิ่งก้านสาขาทรงพุ่มใบหนาแน่น  ใบเป็นใบเดี่ยวก้านใบมีความยาว 5-13 ซม. มีเกล็ดฐานขนาดใหญ่มีขนสั้นสีขาวแหลม 2 ใบยาวประมาณ 2.5-4 ซม. ร่วงเร็วและทิ้งวงรอยแผลเป็น  แผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง 5-10 ซม.ยาว 7-15 ซม.เนื้อใบบางคล้ายกระดาษสีเขียว-เหลือง ดอก เดี่ยวออกตามง่ามใบหรือออกเป็นกระจุกด้านเดียวใกล้ปลายกิ่ง ดอกขนาดใหญ่ มีริ้วประดับ 7-10 กลีบ กลีบเลี้ยงยาว 2.5-3 ซม.. สีเทาสีเขียว มีขนดก ดอกบานขนาด5-10ซม. มี5กลีบรูปไข่กลับ กลีบดอกบางเรียงซ้อนเกยทับกัน บริเวณโคนกลีบด้านด้านในเป็นสีม่วงหรือสีแดงเข้ม มีเกสรเป็นแกนยื่นออกมา กลีบดอกเริ่มบานเป็นสีเหลือง แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงอมส้ม เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง ดอกบานและร่วงในวันเดียว ผลเป็นแบบแห้งแล้วแตกกลางพู รูปไข่ถึงเกือบกลม ผลแคปซูลรูปไข่ยาว 2.5-3 ซม. มีขนยาวชี้ สี เทา - เขียว แก่แล้วแตกเป็น5ซีก เมล็ดเล็กรูปไตยาว 3-5 มม. สีน้ำตาลจำนวนมาก
ข้อกำฟนดสภาพแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแดด ปลูกได้ในดินทุกชนิด มีค่า pH ที่เหมาะสม 5–8.5 ขึ้นเจริญงอกงามในที่ลุ่มมากกว่าในที่ดอน ทั้งในที่ใกล้น้ำกร่อย น้ำเค็ม หรือ น้ำเปรี้ยว ไม่สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้นานและต้องการความชื้นในดินอย่างต่อเนื่อง ศัตรูธรรมชาติ ไส้เดือนฝอย ด้วงกุหลาบ เพลี้ยแป้ง
ใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บจากป่าเพื่อเป็นอาหารและยา และเป็นแหล่งวัสดุ -ใช้เป็นอาหาร รากดอกและใบอ่อนกินได้และถูกนำมาใช้เป็นอาหารโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง-ในอินโดนีเซียใช้สำหรับการหมัก 'เทมเป้' ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองแบบดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมในชวา
-ใช้เป็นยา ดอกไม้, รากและเปลือกมีคุณสมบัติทางยาที่เป็นที่รู้จักและมีศักยภาพ และใช้ในการแพทย์แผนโบราณ เช่น ใบใช้แก้ไข้และบรรเทาอาการไอ เปลือกไม้รักษาโรคบิด ดอกไม้ใช้สำหรับการติดเชื้อที่หูและฝี เปลือกและดอกไม้ เป็นยาระบาย
-ใช้ปลูกประดับให้ร่มเงา ใช้ปลูกประดับสำหรับสวนริมทะเล ในเอเชียตะวันออก มักใช้เป็นพืชบอนไซ
-อื่น ๆ  แก่นไม้สีเขียวเข้มและไม้กระพี้ขาว ไม้เนื้ออ่อนนุ่มและมีรูพรุนปานกลางหนักและแข็งแรงมาก ไม้ที่ตัดสดมีกลิ่นคล้ายมะพร้าว ใช้งานง่ายและขัดเงาได้ดี มีความทนทานในน้ำทะเลและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับเรือแคนู ทุ่นลอยและเสา  ไม้ถูกใช้โดยอุตสาหกรรมงานฝีมือของฮาวายในการทำชามและกำไล  เปลือกชั้นในนั้นใช้สำหรับทำเส้นใยเป็นเส้นเชือกสำหรับ เชือก อวน ตะกร้าและสายเบ็ดตกปลารวมถึง 'กระโปรงหญ้า' ที่ใช้สำหรับงานพิธีและส่งออกสำหรับนักเต้นฮูลาจากซามัวและที่อื่น ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ระยะเวลาออกดอก ---เกือบตลอดทั้งปี หรือออกในช่วง---มิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


ปอทะเลสามสี

 

มี รูปมาฝากรูปนี้ถ่ายที่ร้านอาร์ทร็อค สระบุรีใบด่างลายสามสีสวยอย่างนี้ มีต้นใหญ่ที่เป็นต้นแม่อยู่ใกล้ๆใต้ต้นดอกร่วงพราวสวยจริง แวะชมได้


98 โพฝรั่ง/Hura crepitans


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hura crepitans L.
ชื่อพ้อง ---Has 8 Synonyms

-Hura brasiliensis Willd. -Hura crepitans var. orbicularis Müll.Arg.
-Hura crepitans var. genuina Müll.Arg. -Hura crepitans var. ovata Müll.Arg.
-Hura crepitans var. membranacea Müll.Arg. -Hura senegalensis Baill.
-Hura crepitans var. oblongifolia Müll.Arg. -Hura strepens Willd.

ชื่อสามัญ ---Sand box tree, Monkey pistol, Monkey’s dinner bell, Monkey-no-climb-tree, Possum wood.
ชื่ออื่น---ทองหลางฝรั่ง (กรุงเทพฯ); โพทะเล, โพฝรั่ง, โพศรี (บุรีรัมย์) ; [THAI: thong lang farang (Bangkok); pho thale (Buri Ram); pho farang (Buri Ram); pho si (Buri Ram).]; [BRAZIL: árvore-do-diabo, arceira, assaçú, catauá.]; [BOLIVIA: achohó.]; [COLOMBIA: acuapar arenillo, ceiba amarilla, ceiba de leche.]; [COSTA RICA: javillo]; [Cuba: habillo, salvadera, haba.]; [GERMAN: Sandbüchsenbaum.]; [HAITI: arbre du diable, sablier blanc.]; [INDONESIA: Buah Roda.]; [NICARAGUA: habillo.]; [PANAMA: ceibo, havillo, nuno, tronador.]; [PERU: catahua.]; [PORTUGUESE: Assacu, Assacu-preto, Assacú-vermelho, Inupupu.]; [PUETO RICO: javilla, molinillo.]; [SURINAME:  posentri.]; [SWEDISH: sanddoseträd.]; [TAMIL: Kattu arasu maram.]; [VENEZUELA: ceiba blanca, jabillo.]
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---อเมริกากลางและอเมริกาใต้-เปรู,โบลิเวีย,บราซิล,ตอนเหนือของแคริเบียน,นิคารากัว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Hura คือที่ชาวบ้านให้ความหมายว่า "พิษที่เป็นพิษ"; ชื่อสายพันธุ์ภาษาละติน "crepo" = เสียงแตก, เพื่อส่งเสียง, โดยอ้างอิงกับผลไม้ที่เมื่อสุกระเบิดด้วยลักษณะเสียงแตก
ปัจจุบันสกุลHuraประกอบด้วยสองสายพันธุ์ คือ
---Hura crepitans L. - มีต้นกำเนิดมาจากนิการากัว ,บาฮามาส ,โบลิเวีย ; ได้รับการแนะนำหลายประเทศในแอฟริกา (กินี ,กินีบิสเซา ,เบนิน ,สาธารณรัฐแอฟริกากลาง )
---Hura polyandra Baill -เม็กซิโกอเมริกากลางเอกวาดอร์


สถานที่ถ่ายภาพ: สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง พุแค สระบุรี
มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่บาฮามาสโบลิเวียบราซิล (เอเคอร์ อเมซอน อามาปา ปารา Roraima รอนโดเนียและโตกันตินส์) โคลัมเบีย คอสตาริกา คิวบาโ ดมินิกันรีพับลิก เอกวาดอร์ กายอานา เฮติ ฮอนดูรัส จาเมกา  Antilles, Leeward Islands, นิการากัว, ปานามา, เปรู, เปอร์โตริโก, ซูรินาเม, ตรินิแดดและโตเบโกและแอนทิลลิส เวเนซูเอลา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โล่งและริมป่ามักจะอยู่ใกล้กับลำธารน้ำ
โพฝรั่ง หรือ โพศรี เป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ15 เมตรและอาจสูงได้ถึง45เมตรในถิ่นกำเนิด  ลำต้นแก่มีหนามสั้นๆขึ้นกระจายทั่วไป มีน้ำยางใส ก้านใบยาว 5-20 ซม.ใบเดี่ยวลักษณะคล้ายใบโพธิ์ กว้าง 5-15 ซม.ยาวประมาณ 5-25 ซม.  สีเขียวเข้มมันวาวข้างบน ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีสีแดงเข้มเป็นช่อดอกยาว 4-6 ซม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ซม. ดอกเพศเมียเป็นรูปเห็ดเล็ก ๆก้านช่อดอกยาว 1-1.5 ซม. และยาวได้ถึง 6 ซม. ผลกลมแป้นเป็นซี่กลีบเท่า ๆ กัน16ซี่  เส้นผ่านศูนย์กลางผล 4-8 ซม.รูปทรงคล้ายผลฝักทอง เนื้อแข็ง ภายในมีเมล็ดคล้ายเมล็ดถั่วปากอ้า ประกอบด้วยเมล็ด สีน้ำตาลหนึ่งอันสำหรับเกสรเพศเมียแต่ละอัน เมล็ดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. เมื่อผลไม้แห้งเมล็ดจะถูกขับออกมาอย่างเสียงดังและรุนแรงและกระจายเมล็ดออกไปได้ไกล 14 -20 เมตรโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง กลไกการแพร่กระจายก็เหมือนกับEuphorbiaceaeอื่น ๆ อีกมากมาย
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มหรือร่มเงาบางส่วน ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิดมีความเป็นกรดปานกลางถึงด่างเล็กน้อยมีการระบายน้ำดี และดินชื้นสม่ำเสมอ
การใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเพื่อเป็นยาและแหล่งวัสดุ บางครั้งมีการซื้อขายไม้
-ใช้เป็นยา ใบ, เปลือกไม้, ผลไม้, เมล็ด, น้ำมันเมล็ดและน้ำยาง ล้วนใช้เป็นยา ในการแพทย์แผนโบราณ เปลือกเป็นยาถ่าย น้ำยางในเปลือกมีพิษ มีฤทธิ์กัดกร่อนและระคายเคือง แม้ว่าจะมีการกล่าวกันว่าเป็นการรักษาโรคเรื้อน ยางใช้เป็นยารักษาโรคเท้าช้าง น้ำมันข้นหนืดที่ได้จากเมล็ดนั้นมีความเข้มข้นสูงและรุนแรงมาก
-ใช้ปลูกประดับ ต้นไม้ถูกปลูกเพื่อให้ร่มเงาในสวนและได้รับการปลูกฝังอย่างกว้างขวางในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนของอเมริกา แอฟริกาและเอเชีย มักจะปลูกไปตามถนนและในสวนสาธารณะ
-ใช้อื่น ๆ แก่นไม้มีสีซีดสีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาลเข้มสีม่วงหรือสีเขียว พื้นผิวมีความละเอียดถึงปานกลาง ความมันวาวสูง ไม่มีกลิ่นที่โดดเด่น มีความทนทานปานกลาง อ่อนไหวต่อความเสียหายจากปลวก ถูกใช้สำหรับช่างไม้ทั่วไปในการก่อสร้างภายใน กล่อง ลังไม้ วีเนียร์และไม้อัดเฟอร์นิเจอร์  น้ำยางใช้กับหัวลูกศรพิษ และเบื่อปลา ในสมัยก่อนมีการนำผลที่ยังไม่สุกมาต้ม เจาะรู ตากให้แห้ง บรรจุทรายไว้ในผล ใช้สำหรับซับหมึกจากปากกา เป็นที่มาของชื่อ sand box tree
-รู้จักอันตรายเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการนำผลโพศรีไปรับประทานและเกิดอาการพิษ ทั้งนี้เนื่องจากผลซึ่งมีลักษณะสวยงามและดึงดูดสายตา ประกอบกับมีเมล็ดซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วปากอ้าที่ใช้บริโภค ทุกส่วนของพืชมีน้ำยางที่เป็นพิษมาก ประกอบไปด้วยสาร diterpene hura-toxin และมีน้ำย่อย hurain ซึ่งเป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีน ที่สามารถย่อยเนื้อได้ จึงทำให้เกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง โดยจะเกิดอาการเป็นผื่นแดงแบบไฟลามทุ่งและพุพองขึ้นเป็นตุ่มน้ำใส และอาจทำให้ตาบอดหากสัมผัสกับดวงตา น้ำยางมีสารพิษ
ฃยายพันธุ์ ---เมล็ด


99 พยอม/Shorea roxburghii

   

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Shorea roxburghii G.Don
ชื่อพ้อง ---Has 10 Synonyms

-Anthoshorea harmandii (Pierre ex Laness.) Pierre -Shorea harmandii Pierre ex Laness.
-Saul iallarea Roxb. ex Wight & Arn. -Shorea laccifera B.Heyne ex Wall.
-Shorea attopoensis Pierre -Shorea saigonensis Pierre
-Shorea cochinchinensis Pierre -Shorea talura Roxb.
-Shorea floribunda Kurz -Vatica laccifera Wight & Arn.

ชื่อสามัญ---Shorea, White meranti, Talora lac tree, Lac tree of South India, Taloora Lac Tree.
ชื่ออื่น---กะยอม (เชียงใหม่); กูวิง (มาเลย์-นราธิวาส); ขะยอม (ลาว); ขะยอมดง (ภาคเหนือ); แคน (เลย); เชียง, เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่); พะยอม (ภาคกลาง); พะยอมดง (ภาคเหนือ); พะยอมทอง (ปราจีนบุรี, สุราษฎร์ธานี); ยอม (ภาคใต้); ยางหยวก (น่าน); สุกรม (ภาคกลาง) ; [THAI: kayom, phayom, su krom.]; [CAMBODIA: popé:l.]; [MALAYSIA: Temak, Meranti temak, Meranti Temak Nipis.]; [HINDI: Sal.];[INDIA: jalakanda, jalari, jalla, kunjiti, sal, talura.];[KANNADA: Bile bovu,Jaalari mara,Aragina mara,Jhallmara,Jaala,Jaalaranda.]; [LAOS: khanho:m.][MALAYALAM: Thalooram,Jal,Varangi.]; [MALAYSIA: Meranti Temak Nipis, Temak.]; [MYANMAR: kaban-ywet-they, pantheya, panthitya.]; [TAMIL: Kungiliyam,Kungili,Talari,Talura.]; [TELUGU:Jaalari chettu,Talari,Talura.]; [VIETNAM: sến cật, sến mủ, sên dỏ.].
 ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย กัมพูชา ลาว เวียตนาม
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลตั้งเป็นเกียรติแก่ Sir John Shore Teignmouth (1751-1834); ผู้ว่าการ - นายพลแห่งอินเดีย ; ชื่อสายพันธุ์เพื่อเป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อWilliam Roxburgh (1751-1815) ผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์กัลกัตตา


พบขึ้นกระจายอยู่ใน กัมพูชา; อินเดีย (รัฐอานธรประเทศ รัฐกรณาฏกะ ทมิฬนาฑู); ลาว; มาเลเซีย (มาเลเซียตอนใต้); พม่า; ประเทศไทย; เวียดนาม พบส่วนใหญ่ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม อยู่ในป่าเต็งรัง  ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูง 0-1500 เมตร
ในประเทศไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งทั่วๆไปและ มักจะพบในป่าที่ถูกรบกวนน้อย ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 60-1,200 เมตร สังเกตุง่าย เมื่อดอกบานต้นจะปกคลุมด้วยดอกสีขาวทั้งต้น
เนื่องจากการถูกเอารัดเอาเปรียบของสิ่งมีชีวิตและการสูญเสียถิ่นอาศัยที่กำลังลดลงในพื้นที่ขอบเขตและคุณภาพ ต้นไม้ถูกวางไว้ใน IUCN Red List of Threatened Species (2017) ประเภท  'ความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์'
ไม้ต้นขนาดใหญ่อาจผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้แล้วแต่สภาพแวดล้อมถ้าผลัดใบจะผลัดใบในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ความสูงประมาณ 15-30 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง90ซม. เปลือกแตกเป็นร่องสีเทาอมน้ำตาลเข้มเรือนยอดรูปไข่ทึบ ใบรูปขอบขนานรี ขนาดกว้างประมาณ 3.5-7ซม.ยาว 8-15 ซม.โคนใบมนและเว้าเป็นติ่งสั้นๆ ปลายใบป้าน หลังใบมีขนสีน้ำตาลนิ่มปกคลุม ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง ดอกออกเพียงข้างเดียวสีขาว มีกลิ่นหอม ผลมี 3 ปีกใหญ่ ขนาด 0.6-1x6-8 ซม.ปีกแคบปลายแหลม เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาลแก่
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็ม มักพบขึ้นบนดินทรายในป่า แต่ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ ค่า pH ในช่วง 5.5 - 6 ทนได้ 4.9 - 7.2

  

การใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งการค้าของไม้ White Meranti และใช้เป็นยาในท้องถิ่น
-ใช้กินได้ ดอกอ่อนกินดิบ-สุก เปลือกเคี้ยวกินกับหมากพลูให้แทนนินมาก เปลือกไม้หรือไม้ชิ้นเล็ก ๆ นำมา ใส่เครื่องหมักดองกันบูดกันเสียได้
-ใช้เป็นยา ยาต้มเปลือกใช้ในการรักษาโรคบิด ดอกไม้แห้งรวมกับดอกไม้อื่น ๆ ที่ใช้ในการรักษาบำรุงหัวใจและแก้ไข้
-นิยมใช้ ปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ถ้าปลูกในดินเหนียวหรือดินที่แฉะจะออกดอกน้อยมาก เวลาล้อม พะยอมต้นใหญ่จะล้อมยากมากเพราะมักพบตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบที่เป็นดินทรายตุ้มดินมักแตก ทำให้พะยอมต้นใหญ่ที่ล้อมมาปลูกเพื่อจัดสวนจะมีราคาแพง
-อื่น ๆ แก่นไม้มีสีขาวครีมกลายเป็นสีเหลืองน้ำตาลตามอายุ เนื้อไม้แข็งปานกลางทนทานปานกลาง ทนต่อเชื้อราราแห้งและปลวก แต่ทำให้ไม้แห้งยาก ใช้ตกแต่งภายในและเครื่องเฟอร์นิเจอร์ การก่อสร้าง ทำ รอด ตง คาย พื้นกระดาน
ความเชื่อ/ความเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดที่ปลูกต้นพะยอมไว้ประจำบ้าน จะช่วยทำให้คนในบ้านมีนิสัยที่อ่อนน้อม  ช่วยทำให้ไม่ขัดสนในเรื่องต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องเงินทองด้วย การปลูกเพื่อเอาคุณนั้นให้ปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและควรปลูกในวันเสาร์
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล --ธันวาคม-กุมภาพันธ์/มกราคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด


100 มะเกลือ/Diospyros mollis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Diospyros mollis Griff.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Ebony Tree
ชื่ออื่น ---ผีเผา (เงี้ยว-ภาคเหนือ); มะเกลือ (ทั่วไป); มักเกลือ (เขมร-ตราด); [THAI: phi-phao (Shan-Northern); ma kluea (General); mak kluea (Khmer-Trat).]; [JAPAN:  Diosupirosu morurisu, Taikokutan.]; [MALAY : Kayu eboni.]; [MYANMAR: te.]; [VIETNAM: Mặc nưa.].
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด----ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า  ภูมิภาคอินโดจีน


พบที่พม่า ไทย ลาว เวียดนามในประเทศไทยพบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ จะพบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไปที่ระดับความความสูง 5- 500 เมตร
ไม้ยืนต้นผลัดใบหรือไม่ผลัดใบขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 10-30 เมตร เปลือกต้นสีดำเป็นรอยแตกสะเก็ดเล็กๆหรือเป็นร่องทั่วลำต้น เปลือกในสีเหลืองกระพี้สีขาว กิ่งอ่อนจะมีขนนุ่มขึ้นประปราย ก้านใบยาว 0.5-1 ซม.ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง2-3ซม.ยาว4-7ซม. ปลายใบสอบแคบเข้าหากัน เส้นแขนงใบข้างละ 10-15 เส้น  โคนใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางเกลี้ยง สีเขียวเข้ม ใบอ่อนมีขนนุ่มทั้ง2ด้าน ใบอ่อนสีเงินใบแก่หนาสีเขียวเมื่อแห้งสีดำ ดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อสั้นประมาณ3ดอก ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวกลีบดอกสีเหลืองผลเป็น ผลสดกลมเกลี้ยงขนาด2ซม.ผลดิบสีเขียวผลสุกสีดำมีกลีบเลี้ยง4กลีบติดอยู่ที่ขั้วผลเมล็ดสีน้ำตาลอมดำเนื้อหุ้มเมล็ดเป็นวุ้นใส
ใช้ประโยชน์----ใช้กินได้ เปลือกใช้ผสมเครื่องดื่มพื้นเมืองเพื่อกันบูด  เปลือกนำไปปิ้งไฟให้เหลือง ใช้ใส่ผสมรวมกับน้ำตาล นำไปหมัก ก็จะได้แอลกอฮอล์ ที่เรียกว่าน้ำเมา
-ใช้เป็นยา มีประโยชน์ทางด้านเป็นสมุนไพร  ใบมะเกลือนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับสุรา ใช้ดื่มแก้อาการตกเลือดภายหลังการคลอดบุตรของสตรี ลำต้น, เปลือกต้น, ราก, ทั้งต้น ใช้แก้กระษัย รากและผลดิบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากมีพิษ
-ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกตามบ้านเรือน วัดวาอาราม ริมถนนหรือตามสวนสาธาณะให้ร่มเงา
-ใช้อื่นๆ  แก่นมีสีดำสนิท เนื้อมีความละเอียดเป็นมันสวยงามแข็งทนทาน ใช้ทำเครื่องเรือนเครื่องใช้อย่างดีเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของไทยที่ ไม้มีน้ำหนักมากที่สุด(1,300กก/ม3)ใช้ ในงานแกะสลัก อุปกรณ์ดนตรี เครื่องมือเครื่องใช้  เฟอร์นิเจอร์ไม้มะเกลือ เครื่องเรือนไม้มะเกลือประดับมุก เปลือกใช้ดองเหล้าและยาเบื่อปลา ผลสุกเป็นสีย้อมผ้าให้สีดำติดทนนาน  
รู้จักอันตราย--- ในปัจจุบันไม่มีการแนะนำให้ใช้ผลมะเกลือในการถ่ายพยาธิแล้ว เนื่องจากมีความเสี่ยง เพราะยังไม่มีการศึกษาวิจัยอย่างแน่นอนว่ามันจะแปรสภาพไปเป็นสารที่ทำให้ตาบอดได้มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญโรคพยาธิต่าง ๆ ในปัจจุบันก็ลดน้อยลงอย่างมากหากเปรียบเทียบกับสมัยก่อน แถมกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่แนะนำให้นำมาใช้เป็นยาถ่ายอีกด้วย และก็ไม่มีการนำมาใช้ในการถ่ายพยาธินานมากนับสิบปีแล้ว
-สำคัญ เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด สุพรรณบุรี
ระยะเวลาออกดอก--- มกราคม-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด   แยกต้นที่เกิดใหม่


101 ขานาง/Homalium tomentosum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
ชื่อพ้อง--- This name is a synonym of Homalium bhamoense Cubitt & W.W.Sm.
ชื่อสามัญ---Burma lancewood,Moulmein lancewood, Lancewood.
ชื่ออื่น---ขางนาง, ขานาง, คะนาง (ภาคกลาง); โคด (ระยอง); ช้างเผือกหลวง (เชียงใหม่); แซพลู้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); ปะหง่าง (ราชบุรี); เปลือย (กาญจนบุรี); เปี๋อยนาง, เปื๋อยคะนาง (อุตรดิตถ์); เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง); ลิงง้อ (นครราชสีมา) ; [THAI: khang nang , kha nang , kha nang (Central) ; khot (Rayong) ; chang phueak luang (Chiang Mai) ; sae-phlu (Karen-Kanchanaburi) ; pa ngang (Ratchaburi) ; plueai (Kanchanaburi) ;  pueai nang, pueai kha nang (Uttaradit) ; pueai khang hai (Lampang) ; ling ngo (Nakhon Ratchasima).]; [INDONESIA: Dlingsem.]; [MYANMAR: myawwat hkyaww]; [VIETNAM: Chà ran lông dày, Thiên liệu]
ชื่อวงศ์---FLACOURTIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---ตอนเหนือของอินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม

 

พบที่อินเดีย พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในประเทศไทยพบขึ้นทางภาคเหนือและภาคกลางของประเทศ  มีมากในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี บริเวณที่เป็นเขาหินปูนที่สูง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบทั่วไป มักจะอยู่ที่ระดับความสูง100-350เมตร
ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 20- 40 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นสูงสุด 90 ซม มีรากค้ำยันสูงถึง 1 เมตรและกว้าง 20 ซม ลำต้นกลมตรง เปลือกต้นบางสีขาวนวลหรือเทาอ่อน โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลนุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-13ซม.ยาว10-20ซม.ปลายใบมนหรือกลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมนคล้ายฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีเขียวหม่นและมีขนสาก ดอก ช่อแบบช่อเชิงลดห้อยลง ออกที่ซอกใบและที่ปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยขนาดเล็ก กระจุกละ2-3ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก สีเหลืองแกมเขียว ผลแห้งไม่แตก ขนาดเล็ก ภายในมี1เมล็ด
ใช้ประโยชน์-- ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อใช้ประโยชน์จากไม้ในท้องถิ่นเป็นหลักและใช้เป็นยา ถูกแนะนำให้ใช้ในโครงการปลูกป่าทดแทน
-ใช้เป็นยา รากเป็นยาฝาดสมาน ทำความสะอาดแผล
-ใช้อื่น ๆ เนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลือง ค่อนข้างแข็งและหนัก ไม้มีคุณภาพสูงแต่มีความยากลำบากอย่างมากในการจัดการ โดยไม่ให้แยกออกจากกัน กระดานไม้ขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะแตกหลังจากการเลื่อย ถ้าจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้จะเป็นไม้ที่มีค่ามาก
-สำคัญ-เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดกาญจนบุรี
ระยะเวลาออกดอก/ผลแก่---ธันวาคม - มกราคม/มีนาคม - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ดและแยกต้นที่เกิดใหม่


102 พิกุล/Mimusops elengi

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mimusops elengi L.
ชื่อพ้อง ---Has 13 Synonyms

-Diospyros longipes Hiern -Manilkara parvifolia (R.Br.) Dubard
-Magnolia xerophila P.Parm. -Mimusops erythroxylon Llanos ex Fern.-Vill.
-Imbricaria perroudii Montrouz. -Mimusops javensis Burck
-Kaukenia elengi (L.) Kuntze -Mimusops latericia Elmer
-Kaukenia javensis (Burck) Kuntze -Mimusops lucida Poir.
-Kaukenia timorensis (Burck) Kuntze -Mimusops parvifolia R.Br.
-Mimusops timorensis Burck

ชื่อสามัญ---Spanish cherry, Bullet Wood, Tanjong Tree, Asian bulletwood, Indian Medlar, Asian bulletwood.
ชื่ออื่น---แก้ว(เลย,ภาคเหนือ); กุน, พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน, พิกุลป่า (ภาคใต้); ซางดง (ลำปาง); พิกุล(ภาคกลาง) ; [THAI: kaeo (Loei, Northern);  kun, phikun khao, phikun thuean, phikun pa (Peninsular); sang dong (Lampang); phikun (Central).]; [ASSAMESE: Bakul,Bokul.];[BENGALI: Bakul.];[HINDI: Maulsari, Moulasiri.];[INDONESIA: Tanjung, Karikis, Tanjung laut.];[KANNADA: Ranjal,Pokkalathu.];[LAOS: Phi koun; 'Sa koun.];[MALAYALAM: Elenji,Elengi,Bakulam,Ilanni,Mukura,Elangi,Elanchi.];[MALAYSIAN: Bitis, Elengi, Mengkula, Nyatoh bato.];[MARATHI: Bakuli.];[MYANMAR: Kaya.];[NEPALESE: Bhalsari.];[PHILIPPINES: Kabiki,Tugatoi, Bansalagin.];[SANSKRIT: Bakula.];[TAMIL: Bagulam,Magadam,Magizham.];[TRADE NAME: bakul, betis, bitis, bulletwood, tanjung.]; [VIETNAM: Sến xanh.].
ชื่อวงศ์---SAPOTACEAE
ถิ่นกำเนิด--ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-อินเดีย ศรีลังกา ไทย พม่า อินโดจีน และในหมู่เกาะอันดามัน


ถิ่นกำเนิด อินเดีย ศรีลังกา พม่า อินโดจีน ไทยและหมู่เกาะอันดามัน แต่มีการปลูกกันทั่วไปใน Malesia ไปยังหมู่เกาะโซโลมอนนิวแคลิโดเนียวานูอาตูและออสเตรเลียตอนเหนือและประเทศในเขตร้อนอื่น ๆ พบได้ทั่วไปใกล้ทะเล แต่อาจพบได้ในสถานที่ที่มีโขดหินและป่าไม้ที่ระดับความสูงถึง 600 เมตร
ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบขึ้นตามป่าดงดิบในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มกลม เปลือกสีเทาอมน้ำตาลมีรอยแตกตามยาวลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตัวเวียนรอบกิ่ง รูปหอกแคบๆหรือรูปหอกแกมรูปไข่กลับ โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ใบเกลี้ยงขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ดอกสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1ซม.มีกลิ่นหอมออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่งและง่ามใบกลีบรองดอกมี2วง วงละ4กลีบ กลีบดอกมี24กลีบเรียงซ้อนกันเป็น2วง โคนกลีบเชื่อมติดกัน ผล รูปไข่ ขนาด1.5-2ซม.ภายในมีเมล็ด1-2เมล็ด ผลรูปรีถึงรูปขอบขนานยาวถึง 3.5 ซม. และกว้าง 16 ซม สุกสีแดงเนื้อเหลืองรสหวานรับประทานได้
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งที่มีแดดจัดหรือร่มเงาางส่วน ปรับตัวให้เข้าได้กับดินหลากหลายชนิด ค่อนข้างทนลม  สามารถปลูกได้ในพื้นที่ชายฝั่ง สามารถทนน้ำท่วมดินได้นานถึง 2 เดือน ต้นไม้เติบโตช้า แต่บางครั้งต้นไม้อาจสูงถึง 34 เมตรใน 20 ปีโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ 50 ซม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งที่มีแดดจัด แต่ก็ทนทานภายใต้ร่มเงา ชอบดินร่วนลึกที่อุดมสมบูรณ์ แต่สามารถปรับตัวให้เข้าได้กับดินหลากหลายชนิด ค่อนข้างทนลม ต้นไม้สามารถปลูกได้ในพื้นที่ชายฝั่งและสามารถทนน้ำท่วมได้นานถึง 2 เดือน

ใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ให้อาหาร ยารักษาโรค และสินค้าหลากหลายสำหรับคนในท้องถิ่น มันมักจะได้รับการปลูก ในเขตร้อนและ กึ่งเขตร้อน เพื่อให้ร่มเงาตามถนนและในสวนและสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
-ใช้เป็นอาหาร ผลไม้สามารถรับประทานดิบดองหรือดองสีเหลืองเมื่อสุกจะมีรสหวาน น้ำมันที่ได้จากเมล็ด ใช้ทำอาหาร  คุณภาพทางโภชนาการของน้ำมันกลั่นนั้นถือว่าใกล้เคียงกับน้ำมันถั่วลิสง
-ใช้เป็นยาดอก พิกุล จัดเป็นหนึ่งใน พิกัด "จตุทิพยคันธา"   กลิ่นทิพย์ ๔ ประการ คือ   ดอกพิกุล ชะเอมเทศ มะกล่ำเครือ ขิงแครง.สรรพคุณ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้เสมหะ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึก ส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้มีคุณสมบัติเป็นยา -ในระบบการแพทย์แบบดั้งเดิมของอินเดีย, อายุรเวทและในระบบยาพื้นบ้าน, เปลือก, ผลไม้และเมล็ดของ Mimusops elengi มีคุณสมบัติเป็นยาหลายอย่างเช่นยาสมานแผลยาชูกำลังและยาแก้ไข้ ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์โบราณของอายุรเวท มันถูกใช้ในการรักษาและบำรุงรักษาสุขอนามัยในช่องปาก การล้างปากด้วยน้ำสะอาดที่ทำจาก Bakul ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของฟัน นอกจากนี้ยังป้องกันกลิ่นปากและช่วยให้เหงือกแข็งแรง
-ใช้ประโยชน์ในฐานะที่เป็นไม้ประดับ และไม้ให้ร่มเงา ที่นิยมปลูกกันมาก ด้วยลักษณะเรือนยอดที่สวยงามพุ่มทึบและดอกมีกลิ่นหอม
-ใช้อื่น ๆ แก่นไม้มีสีแดงเข้มหรือสีน้ำตาลแดงเข้ม  พื้นผิวละเอียด ไม้นั้นหนัก แข็งแรงและทนทานมาก ยากที่จะทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลื่อย ไม้นี้ใช้สำหรับงานก่อสร้างทั่วไปงานสร้างเรือและต่อเรือ เสาเข็ม สะพาน อุปกรณ์การเกษตร นอกจากนี้ยังใช้สำหรับปูพื้น  ประตูและกรอบ  ฐานราก หมอนรถไฟ ไม้ซุง งานเฟอร์นิเจอร์และตู้ ของเล่น สินค้ากีฬาและเครื่องดนตรี ผลิตแผ่นไม้และไม้อัดคุณภาพดี มีค่าพลังงานของแก่นไม้ใช้เป็นฟืนที่ดี ดอกไม้มีกลิ่นหอมมากและรักษากลิ่นไว้เป็นเวลานานหลังจากที่แห้ง นิยมใส่ในถุงผ้าลินินเก็บไว้ในตู้ หรือใส่ในหมอน ดอก ใบ เปลือกไม้มีน้ำมันหอมระเหยใช้ทำน้ำหอม เปลือกไม้ ใช้สำหรับฟอกหนัง แต่มีแทนนินอยู่ในระดับต่ำ เปลือกไม้ให้สีย้อมสีน้ำตาล
ความเชื่อ/พิธีกรรม มีการถวายดอกพิกุล ให้กับองค์พระพิฆเนศในช่วง 21-pushpa puja ดอกพิกุลถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาเชนและศาสนาพุทธ -ในอินเดียมีความเชื่อกันว่าดอกพิกุลจะบานสะพรั่งเมื่อไวน์หวานถูกโรยจากปากของหญิงสาวสวย
ระยะออกดอก ---ตุลาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


103 มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani

ชื่อวิทยาศาสตร์---Swietenia mahagoni (L.) Jacq.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Cedrela mahagoni L.
---Swietenia acutifolia Stokes
---Swietenia fabrilis Salisb.
ชื่อสามัญ---Cuban Mahogany, True Mahogany, Dominican Mahogany, American Mahogany, Small-leaved Mahogany, West Indian Mahogany
ชื่ออื่น---มะฮอกกานีใบเล็ก ; [THAI: mahokkani-bailek]; [BENGALI: mahagni.]; [BRAZIL: mogno, mogno-de-folhas-pequenas, mogno-do-Caribe, mogno-verdadeiro.]; [CHINESE: tao hua xin mu.]; [CREOLE: kajou peyi.]; [DUTCH: mahok.]; [FRENCH: Acajou pays,Acajou d'Amérique,Mahogany d'Amérique, Acajou.]; [GERMAN: Amerikanisches Mahagoni.]; [HINDI: mahagoni,mahagni,mahaagonichetta,ciminukku.]; [INDONESIA: mahoni.]; [JAPANESE: Ooba Mahoganii.]; [MALAYSIA: cheria mahogany.]; [PUERTO RICO: mahogany tree, small leaf mahogany.]; [SPANISH: Caoba Espanõla, Coabilla.]; [SWEDISH: Kubamahogny.]; [TAMIL: cimainukku,mahagony.]; [TRADE NAME: mahogany, Honduran mahogany.]; [VIETNAM: gi[as]in[uwj]ga.]
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---รัฐฟลอริดาตอนใต้  ประเทศสหรัฐอเมริกา อเมริกาตอนใต้ -เม็กซิโก ประเทศในเขตร้อน

พืชในเขตชื้นไปจนถึงเขตร้อนชื้น พบได้ในป่าดิบแล้งหรือชื้นมักจะอยู่บนเขาหินปูนที่ระดับความสูงตั้งแต่ 50 - 1,500 เมตร ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางสูง 15-18 เมตร ลำต้นเปลาตรงใบเป็นใบประกอบ ใบค่อนข้างหนา และเหนียวหน้าใบสีสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีอ่อนกว่าและมีเส้นกลางใบสีน้ำตาลแดง ดอก เป็นช่อเกิดตามง่ามใบตอนปลายกิ่งยาวประมาณ5-15ซม.ดอกสีเหลืองอ่อนอมเขียว ผล ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว9-12ซม.ผลแก่สีน้ำตาลเมื่อแก่จะแตกออกเป็น5พู เปลือกหนาภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล ขนาดของเมล็ดรวมปีกประมาณ 0.4-0.8ซม
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่แสงแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน ดินที่ลึก อุดมสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงดินที่แข็งและหนักขาดธาตุอาหาร ดีที่สุดคือดินทรายที่มีการระบายน้ำดีมีค่าpH ในช่วง 6 - 7 ทนได้ 5.5 - 8
การใช้ประโยชน์---มะฮอกกานีที่ได้จากไม้หลายชนิดในสกุล Swietenia ถือได้ว่าเป็นไม้ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์และตู้ชั้นสูง สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์แรกที่ชาวยุโรปค้นพบและถูกส่งออกจาก Hispaniola ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มันถูกใช้อย่างกว้างขวางในป่าแต่ทรัพยากรหมดลงอย่างรุนแรง ต้นไม้ถูกจำแนกว่า 'ใกล้สูญพันธุ์' ใน IUCN Red List of Threatened Species (2010) เนื่องจากการลดลงของประชากรกว่า 50% ในช่วงสามชั่วอายุที่ผ่านมา การลดลงของช่วงธรรมชาติและการแสวงหาผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ได้รับการปลูก ในสวนในพื้นที่อื่น ๆ ของเขตร้อน มันเติบโตเป็นต้นไม้ประดับในส่วนต่าง ๆ ของอินเดียและประเทศในเขตร้อนทั่วไป
-ใช้เป็นยา เปลือกใช้เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ ยาสมานแผลและยาแก้ไข้ โรคท้องร่วงและโรคบิด สารสกัดเมทานอลของเปลือกไม้แสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส HIV-1 สารสกัดจากอีเธอร์ของเมล็ดยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือด
-ใช้เป็นไม้ประดับ นิยมปลูกให้ร่มเงาร่มรื่นตามริมถนน ตามสถานที่ราชการ บ้านเรือนหรือสวนสาธารณะ
-อื่น ๆ  แก่นไม้มีสีแดงหรือชมพูสีจะเข้มขึ้นตามอายุจนถึงสีแดงเข้มหรือสีน้ำตาล ทนต่อปลวก แต่มีความเสี่ยงต่อแมลงชนิดอื่น เป็นทางเลือกสำหรับเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง  การต่อเรือและการแกะสลัก น้ำมันสกัดได้จากเมล็ดเมล็ดซึ่งอาจมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ เปลือกไม้เป็นแหล่งของแทนนินและถูกนำมาใช้สำหรับการย้อมสี เปลือกของผลที่ถูกบดใช้เป็นวัสดุปลูก
ระยะเวลาออกดอก --- มีนาคม-กรกฏาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ปักชำจากพืชอายุไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่ได้ผลจากพืชที่มีอายุมากกว่า


104 มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์---Swietenia macrophylla King
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Swietenia belizensis Lundell
---Swietenia candollei Pittier
---Swietenia krukovii Gleason
---Swietenia tessmannii Harms
ชื่อสามัญ---Broad leaf Mahogany, Big Leaf Mahogany, Honduras mahogany, Honduran mahogany, Dominican mahogany, Bastard mahogany, Brazilian mahogany tree, Colombian mahogany.
ชื่ออื่น---มะฮอกกานี, มะฮอกกานีใบใหญ่ ; [THAI: mahokkani-baiyai.]; [BENGALI: bara mahauni,bara-mahagoni,mahagni.]; [DUTCH: mahonie,mahok.]; [MALAYALAM: Mahogani,Manthagani.]; [MALAYSIA: cheria mahogany.]; [MYANMAR: kreabbek.]; [PORTUGUESE: aguano, mogno-brasileiro.]; [SPANISH: caoba de Santo, domingo, Caoba de Honduras.]; [SWEDISH: Hondurasmahogny.]; [TELUGU: Mahagani,Peddakulamaghani.]; [TRADE NAME: mahogany.]
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้-บราซิล โบลิเวีย และเปรูทิศเหนือผ่านอเมริกากลางถึงเม็กซิโก
พบได้ในทุกประเภทของป่าจากขอบของทุ่งหญ้าสะวันนาไปจนถึงป่าฝนเขตร้อน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบป่าไม้เนื้อแข็งผสมกันตามแนวริมฝั่งแม่น้ำบนดินลุ่มน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นพืชในเขตร้อนชื้นซึ่งพบได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร เป็นไม้ผลัดใบหรือไม่ผลัดใบขนาดใหญ่สูงประมาณ30-40 เมตร ใบเป็นใบผสม ใบย่อยเรียงตัวแบบตรงข้าม 3-8 คู่ ใบย่อยรูปมนรีหรือขอบขนาน ยาว 40-60ซม.ฐานใบเยื้องกัน ปลายใบแหลม เนื้อใบหนาและเหนียวหน้าใบสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีเขียวซีดดอกเป็นช่อยาวประมาณ10-15 ซม. ดอกสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอม เขียวขนาดผลใหญ่กว่ามะฮอกกานีใบเล็กกว้าง 6-9 ซมและยาว14-18 ซ.ม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ค่า pH ในช่วง 6.5 - 7.5 ซึ่งทนได้ 6 - 8.5 ต้นไม้ถูกรายงานว่าสามาถต้านทานลมแรงและทนต่อพายุไซโคลน
-การใช้ประโยชน์ มะฮอกกานี มีอายุยืนยาวกว่า 350 ปีเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ป่าฝนและเป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่น เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นไม้ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูง ต้นไม้ถูกใช้ประโยชน์อย่างหนักกลายเป็นสูญพันธุ์อย่างแท้จริงในบางพื้นที่ พืชจัดอยู่ในประเภท 'ความเสี่ยง' ในรายการ IUCN Red of Threatened Species (2010) ตอนนี้มันได้รับการปลูกในสวน ในหลายส่วนของเขตร้อน มันถูกปลูกเป็นต้นไม้ประดับในคาบสมุทรมาเลเซีย ในประเทศไทยก็นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและให้ร่มเงาเช่นเดียวกัน
-ใช้เป็นยา มีรายงานการใช้ยาในส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้จากอเมริกากลาง เปลือกไม้นั้นมีรสฝาดขมและขมขื่น ใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงและไข้ น้ำมันซึ่งมีรสขมมากสกัดได้จากเมล็ดใช้เป็นยาระบาย
-วนเกษตรใช้ -หนึ่งในสายพันธุ์บุกเบิกในพื้นที่ ที่ปล่อยให้พื้นที่เกษตรกรรมเสื่อมโทรม มันถูกใช้ในโครงการปลูกป่า และมีศักยภาพในการกำจัดวัชพืช แต่อาจบุกรุกชุมชนป่าพื้นเมืองโดยไม่ควรปลูกในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญสูง
-อื่น ๆ แก่นไม้มีสีแดง, ชมพู,หรือสีเหลืองเมื่อสด จนถึงสีแดงหรือน้ำตาลเข้ม พื้นผิวค่อนข้างดีถึงหยาบ ไม้หนาแน่นมีน้ำหนักปานกลางมีความทนทานพอสมควร ไม่แตกหรือโค้งงอทำให้มีคุณค่าในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพ ถูกใช้ในงานตกแต่งภายในงานไม้ เช่นประตูหมุนไม้ไม้อัด และงานก่อสร้างหนัก คุณสมบัติทางเทคนิคที่โดดเด่นทำให้มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานไม้ที่มีความแม่นยำ เปลือกไม้ใช้สำหรับย้อมและฟอกหนัง เปลือกผลไม้บดถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในการปลูก
ระยะเวลาออกดอก --- พฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด


105 จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C.Chen.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Draco saposchnikowii (Regel) Kuntze
---Dracaena saposchnikowii Regel
---Dracaena loureiroi Gagnep.
---Aletris cochinchinensis Lour.
ชื่อสามัญ---Thai Dragon Tree
ชื่ออื่น---จันทน์ผา(ภาคเหนือ); จันทน์แดง(ภาคกลาง,สุราษฎร์ธานี); ลักกะจั่น(ภาคกลาง) ; [THAI: chan pha (Northern); chan daeng (Central, Surat Thani); lakka chan (Central).]; [Chinese: jian ye long xue shu.]; [Vietnam: Giáng ông, bồng bồng, huyết giác]
ชื่อวงศ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ญี่ปุ่น เวียตนาม ไทย ลาว กัมพูชา

 

พบใน จีนตอนใต้ เวียดนาม กัมพูชา ลาว ไทย ตามพื้นที่ลาด หินปูน ที่ระดับความสูง 900 - 1,700 เมตรในภาคใต้ของจีน ในประเทศไทย พบในท้องถิ่นทั่วไปโดยเฉพาะบนเขาหินปูน ต้นโตเต็มที่สูงได้ถึง17เมตรมีเรือนยอดได้ถึง100ยอด  ที่คล้ายกัน Draceana angustifolia ชื่อเรียก พร้าวพันลำ
จันทน์ ผาหรือจันทน์แดงคือต้นไม้ต้นเดียวกัน เพราะในไทยจะเห็นจันทน์ผาอยู่ 2 ต้นคือชนิดต้นที่มีใบกว้างและต้นที่มีใบแคบคม **ส่วนตัว--เคยคิดว่าจันทน์ผาคือต้นใบกว้างและจันทน์แดงคือต้นใบแคบ ปลายเรียวแหลม นั่นล่ะคิดผิดเลย เพราะชื่อในวงการพฤกษศาสตร์ใช้เรียกกันอยู่ชื่อเดียว และความกว้างหรือความแคบของใบยึดถือเป็นความต่างชนิดของพันธุ์ไม่ได้
จันทน์ผาหรือจันทน์แดงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ลักจั่น" ซึ่งหมายถึงต้นไม้ที่ไม่ใช่ต้นหมากหรือมะพร้าว แต่ก็สามารถออกดอกเป็นจั่นได้อย่างจั่นหมากหรือมะพร้าว คือไปลักจั่นหมาก และมะพร้าวมาออกได้ที่ต้นของมันเอง จันทน์ผานิยมปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับจัดสวนมาก การขนย้ายจันทน์ผาแบบไม่มีดินติดรากละก็เตรียมสตางค์ไว้เสียค่าปรับได้ เพราะเหตุที่ว่าถูกขนจากป่าเอามาขายจนจะหมดป่าอยู่แล้วบางทีขุด ถอน ตัดทอนกันมาทำเป็นบ้างไม่เป็นบ้างตายไปอย่างน่าเสียดาย เลยถูกหมายหัวซะเลย (2008)***
ลักษณะ เป็นไม้ต้นที่มีกิ่งก้านมากเปลือกต้นสีครีมอ่อน มีรอยแผลของใบติดๆกัน ใบขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว50-80ซม.เรียงแบบสลับฐานใบจะโอบคลุมลำต้น ไม่มีก้านใบ ดอกขนาด0.7-1ซม.สีครีมหรือเขียวอมเหลือง ช่อดอกใหญ่ออกที่ปลายยอดยาวถึง100ซม.ผลกลมสีน้ำตาลอมเขียวมักจะมี1เมล็ด
ใช้ประโยชน์---จันทน์ผาใช้ในทางเป็นพืชสมุนไพรอย่างดีเลิศ เรซิ่นแห้งที่เรียกว่า xue jie หรือเลือดของมังกรถูกใช้เป็นยา "น้ำยาอุทัย" ที่ผสมน้ำดื่มแต่โบราณ ใช้เปลือกจันทน์ผาที่ยืนต้นแห้งตายแล้ว แก่นจะเป็นสีแดง นำมาบดให้ละเอียดเป็นผงผสมน้ำ  มีกลิ่นหอม ดังนั้น กลิ่นและสีของน้ำยาอุทัยจึงไม่ใช่สารสังเคราะห์ แต่มาจากต้นไม้ชนิดนี้ คุณสมบัติ ช่วยดับกระหายคลายร้อน
ระยะเวลาออกดอก---กรกฎาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เพาะกล้าจากเมล็ดหรือการแยกกอ กิ่งแก่ปักชำ ในดินที่ชุ่มชื้นและแสงแดดรำไร ควรผสมดินลูกรังหรือหินให้มากในหลุมดินที่จะปลูก เพราะหากปลูกลงในดินล้วนๆยอดของจันทน์ผาที่จะเกิดใหม่จะลีบตีบเล็กลง ไม้ต้นนี้ชอบฝังรากลงในหินใต้ดิน และสามารถทนแล้งได้อย่างดีเยี่ยม


106 เลือดมังกร/Dracaena draco


รูปภาพจาก--- Botanica' Pocket Trees & Shrubs by Random House Australia Pty Ltd
ชื่อวิทยาศาสตร์---Dracaena draco (L.) L.
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms
                  -Palma draco (L.) Mill.                  -Draco draco (L.) Linding.
                  -Asparagus draco L.                     -Draco dragonalis Crantz
                  -Dracaena resinifera Salisb.           -Drakaina draco (L.) Raf.
                  -Draco arbor Garsault                   -Stoerkia draco (L.) Crantz
                                                                   -Yucca draco (L.) Carrière
ชื่อสามัญ---Canary Islands dragon tree, Drago,
ชื่ออื่น---เลือดมังกร (ภาคกลาง) ; [THAI: lueat mangkon (Central).]; [AFRIKAANS: Drakebloedboom]; [ARABIC: dirasiana altinin.]; [CHINESE: Lóng xuè shù.]; [DUTCH: Drakenbloedboom.]; [FRENCH: Sang de dragon (Resin), Dragonnier commun, Dragonnier des Canaries.]; [GERMAN: Kanarischer Drachenbaum, Drachenbaum.]; [ITALIAN: Sangue di Drago, Albero del drago, Dracena]; [JAPANESE: Ryuuketsuju.]; [PORTUGUESE: Dragoeiroromână: Dragonier]; [SPANISH: Drago, Drago De Canarias, Sangre De Drago, El drago]; [SWEDISH: Drakblodsträd.].
ชื่อวงศ์---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะคะเนรี, เคปเวิร์ด, โมร็อคโค ยุโรป-ปอร์ตุเกส สเปน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อ สกุล Dracaena มาจากภาษากรีก“ δράκαινα” (drakàina) หมายถึง มังกรเพศเมีย ซึ่งสื่อถึงลักษณะพิเศษของ Dracaena dracoที่มีน้ำยางสีแดงภายในลำต้น บางตำราว่า ชื่อสกุลนี้มาจากความศรัทธาของชาวเกาะเนรีที่มีต่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง นั่นคือ Dragon Tree หรือ D. draco ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวอยู่ได้นานกว่า 600ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งนอกจากจะมีน้ำยางสีแดงแล้ว ยังมีลำต้นใหญ่มีใบสีเขียวแผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายหัวมังกรอีกด้วย
แหล่งกำเนิดและที่อยู่อาศัย: หมู่เกาะคะเนรี (เตเนริเฟ่, กรานคานาเรีย, ลาปาตินา), เคปเวิร์ด, มาเดรา, และเฉพาะในภาคตะวันตกของโมร็อกโก, และแนะนำให้รู้จักกับอะซอเรส เติบโตในพื้นที่ลุ่มแห้งแล้ง
ลักษณะเป็นต้นไม้ที่มีลำต้นกลมเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้อยู่ภายใน ลำต้นขนาดใหญ่มาจากการมีส่วนร่วมของกลุ่มของรากอากาศที่โผล่ออกมาจากฐานของกิ่งไม้ที่ต่ำที่สุดและเติบโตลงสู่ดิน พวกมันเกาะติดแน่นกับลำต้นรวมเข้าด้วยกันและทำให้เกิดการเติบโตในแนวรัศมี เมื่ออายุยังน้อยจะมีก้านเดี่ยว เมื่ออายุประมาณ 10-15 ปีก้านจะหยุดการเจริญเติบโตและก่อให้เกิดดอกแรกที่มีสีขาวกลิ่นหอมคล้ายดอกลิลลี่ตามด้วยผลเบอร์รี่กลมสีแดงขนาด1-1.5ซม. หลังจากออกดอกแต่ละครั้งต้นไม้ก็จะแตกกิ่งก้าน แต่ละสาขาเติบโตประมาณ 10-15 ปี และแตกแขนงใหม่ดังนั้นต้นไม้ที่โตเต็มที่จึงมีลักษณะคล้ายร่ม มีการเติบโตอย่างช้าๆต้องใช้เวลาประมาณสิบปีในการเข้าถึงความสูง 1.2 เมตร มันไม่แสดงแหวนประจำปีหรือแสดงการเจริญเติบโตใด ๆ ดังนั้นอายุของต้นไม้สามารถถูกประเมินโดยจำนวนของคะแนนการแตกแขนงก่อนถึง canopy ตัวอย่างที่เรียกว่า " El Drago Milenario " (มังกรอายุหนึ่งพันปี) เติบโตที่Icod de los VinosทางตะวันตกเฉียงเหนือของTenerife เป็นพืชที่มีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดของสายพันธุ์นี้ อายุของมันประมาณว่าในปี 1975 จะอยู่ที่ประมาณ 250-365 ปี นอกจากนี้ยังเป็น D. draco ที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนต้นไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ต้องมีตำแหน่งที่มีแดดจัด ชอบดินระบายน้ำดี เมื่อเล็กต้องการแสงแดดรำไรถึงครึ่งวันพอโตเต็มที่จึงย้ายปลูกในที่ที่มีแสงแดดตลอดวัน
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้มักถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าและบางครั้งก็ถูกนำไปปลูกเพื่อใช้เรซิ่นสีแดงที่เรียกว่าเลือดของมังกร ซึ่งมีการซื้อขายกันในระดับสากลในฐานะยา แหล่งที่มาของสารที่เรียกว่าเลือดมังกร ได้จากเปลือกไม้และใบไม้ที่ถูกตัด เรซิ่นสีแดงจากต้นไม้นี้มีสาร mono- and dimeric flavansจำนวนมากที่ทำให้เกิดสีแดงของเรซิ่น
-ใช้เป็นยา มีการใช้ในยาแผนโบราณจำนวนมาก
-ใช้ปลูกประดับ ได้รับการปลูกฝังและวางจำหน่ายอย่างกว้างขวางในฐานะเป็นไม้ประดับสำหรับสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่ทุกที่ ที่มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่เหมาะสม เนื่องจากความทนทานต่อสภาพแห้งแล้งจึงถูกนำไปใช้ในโครงการภูมิทัศน์ที่ยั่งยืนในภูมิภาคแห้งแล้ง
-ใช้อื่น ๆ เรซิ่นสีแดงมีการใช้งานที่หลากหลาย: เป็นสารเคลือบเงา; สำหรับย้อมสีไม้เช่นไวโอลิน; สำหรับดองศพ ฯลฯ
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ในตำนานของชาวยุโรปว่าเป็นเลือดของมังกรและมักจะถูกนำมาใช้เพื่อคุณภาพที่วิเศษและเป็นยา เรซิ่นยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบันเพื่อผลิตธูปและน้ำมันชักเงาที่ใช้ในการย้อม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

107 สะเดาบ้าน/Azadirachta indica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Azadirachta indica A.Juss.
ชื่อพ้อง--Has 9 Synonyms

-Antelaea canescens Cels ex Heynh. -Melia fraxinifolia Salisb.
-Antelaea javanica Gaertn. -Melia hasskarlii K.Koch
-Azadirachta indica subsp. vartakii Kothari, Londhe & N.P.Singh -Melia indica (A.Juss.) Brandis
-Melia azadirachta L. -Melia parviflora Moon
-Melia pinnata Stokes

ชื่อสามัญ---Neem Tree, Neem, Indian Lilac, Pride of china, Siamese neem tree
ชื่ออื่น---กะเดา(ภาคใต้); ควินิน(ทั่วไป) ; จะตัง(ส่วย); สะเดา(ภาคกลาง); สะเดาอินเดีย(กรุงเทพฯ); สะเลียม(ภาคเหนือ ; [THAI: kadao (Peninsular); khwi nin (General); cha-tang (Suai); sadao (Central); sadao india (Bangkok); saliam (Northern).];
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ปากีสถาน ศรีลังกา ไทย หมู่เกาะมัลดิฟส์
[ASSAMESE: Neem,Maha-neem,Mahaneem,Neem.]; [BENGALI: Neem.]; [CAMBODIA:aka sdov]; [FRENCH: margousier, margosier, neem.];[GERMAN: Niembaum.]; [INDONESIA: mimba.]; [JAPANESE: Indosendan.]; [KANNADA: Turakabevu,Bevu/ Kirubevu.]; [KISWAHILI: mwarobaini.]; [LAOS: kadao]; [MALAYALAM: Nimbam,Vembu,Ayurveppu,Kaippanveppu,Ariyaveppu,Veppu.];[MARATHI: Nimbay.]; [MYANMAR: tamar]; [PORTUGUESE: amargosa.]; [SANSKRIT: Pakvakrita,Nimbaka.]; [SPANISH: nim, margosa, lila india.]; [TAMIL: Sengumaru,வேப்பை Veppai,Veppa,Vembu.]; [TELUGU: Vepa.]; [VIETNAM: sầu đâu, gỏi sầu đâu]


มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่แห้งแล้งของอนุทวีปอินเดีย พม่าและจีน มันกระจายตามธรรมชาติในประเทศไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียและได้กลายเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่แพร่หลายที่สุดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มันได้กลายเป็นสายพันธุ์รุกรานในแคริบเบียน (เปอร์โตริโก, สาธารณรัฐโดมินิกัน), sub-Saharan Africa (เคนยา, แกมเบีย, เซเนกัล, กินีบิสเซา, กานา, แทนซาเนีย) และแปซิฟิก (ออสเตรเลีย, ฟิจิ, หมู่เกาะมาร์แชลล์) เกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าผลัดใบและป่าหนามหรือป่าอะคาเซีย รวมถึงที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่รกร้าง, สะวันนาและป่าแห้งแล้ง พบได้จากระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 1500 เมตร
ไม้ ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 5-10เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนแตกใหม่สีน้ำตาลแดง เปลือกสีเทาปนดำแตกเป็นร่อง เล็กๆ หรือเป็นสะเก็ด เปลือกที่กิ่งอ่อนเรียบใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย7-9คู่ ใบย่อยรูปหอกเบี้ยวเล็กน้อยขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผล รูปกลมรี ฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองอมเขียวผิวเรียบขนาด1.5-2ซม.มีเมล็ดเดียว สะเดาจะให้เมล็ดเมื่ออายุ5ปีขึ้นไป
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินเนื้อดีในที่แดดจัด แต่ทนต่อดินที่ไม่ดีได้ ค่า pH ในช่วง 5.5 - 7 ที่ทนได้ 5 - 7.5 ไม่ทนน้ำท่วมขังหรือดินที่เปียกแฉะตลอดเวลา
ใช้ประโยชน์--- เป็นพืชที่มีคุณค่ามาก เป็นสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพใช้เป็นอาหาร  ใช้เป็นยาขับไล่แมลง และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย ต้นไม้เป็นที่ยอมรับทั่วทั้งเขตร้อนและ กึ่งเขตร้อน สำหรับเป็นไม้ประดับที่ให้ร่มเงาตลอดทั้งปี
-ใช้เป็นอาหาร ใบสะเดาและดอกสะเดา รสขม ใช้เป็นอาหารในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะปรุงเป็นอาหารชนิดต่าง ๆจะต้มน้ำทิ้งเพื่อขจัดความขม ในพม่าใบสะเดาอ่อนและดอกตูมถูกต้มกับฝักมะขามเพื่อทำให้ความขมของมันอ่อนลงและกินเป็นผัก ส่วนใบสะเดาดองจะกินกับมะเขือเทศและน้ำปลา ในประเทศไทย ใบอ่อนและดอกตูมลวกกินกับน้ำปลาหวาน
-ใช้เป็นยา ยาที่ทำจากสะเดาได้ถูกนำมาใช้ในประเทศอินเดียมานานกว่าสองพันปี และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของยาสิทธา , อายุรเวทและ Unani สำหรับวัตถุประสงค์ยา ฆ่าพยาธิ , เชื้อรา , เบาหวาน , ต้านเชื้อแบคทีเรีย , ไวรัส , การคุมกำเนิดและยากล่อมประสาท และมีการใช้สำหรับการรักษา โรคผิวหนัง ใบสะเดาจะใช้ในการรักษา กลาก , โรคสะเก็ดเงินและโรคอื่น ๆน้ำมันสะเดาใช้สำหรับรักษาเส้นผม ปรับปรุงการทำงานของตับ ล้างพิษในเลือดและปรับสมดุลระดับน้ำตาลในร่างกาย ตำรายาไทยใช้ก้านใบเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด   
-ใช้เป็นไม้ประดับมีประโยชน์ เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะเห็นต้นสะเดาที่ใช้ปลูกริมถนน ตามวัด โรงเรียนและอาคารสาธารณะอื่น ๆ หรือใช้จัดสวนตามบ้านพักอาศัยของคนส่วนใหญ่ เมล็ดและใบมีสารอาซาดิเรซติน(Azadirachtin) ใช้สกัดเป็นยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆได้หลายชนิด ฉะนั้นเมื่อนำมาปลูก จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลง นิยมปลูกเป็นแนวบังลม หรือให้ร่มเงาเพราะมีระบบรากลึกแข็งแรงทำให้ลำต้นแข็งแรง และทนแล้งได้ดีมาก
-อื่น ๆ ต้นสะเดาเป็นยาขับไล่แมลงที่มีศักยภาพจะไม่ฆ่าแมลงโดยตรง สารประกอบที่ใช้งานหลักเรียกว่า azadirachtin สารสกัดสามารถทำจากใบและเนื้อเยื่ออื่น ๆ แต่เมล็ดมีความเข้มข้นสูงสุดมันทำหน้าที่เป็นยาขับไล่แมลงยับยั้งการกินอาหารและขัดขวางการเจริญเติบโตของแมลงและเปลี่ยนแปลงการสืบพันธุ์ ยับยั้งการลอกคราบป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนพัฒนาเป็นดักแด้ มันได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการเป็นยาต้านการกินของแมลงประมาณ 100 ชนิด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อแมลงผสมเกสรที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ เช่นผึ้ง -ใช้เค้กสะเดา (ส่วนที่เหลือหลังจากการสกัดน้ำมันจากเมล็ด) เป็นปุ๋ยอินทรีย์และการแก้ไขดิน เชื่อว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยไนโตรเจนโดยการลดอัตราการไนตริฟิเคชั่นและยับยั้งศัตรูพืชในดิน ได้แก่ ไส้เดือนฝอยราและแมลง -ใบและกิ่งเล็ก ๆ ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ลำต้นหลักของต้นไม้ยังใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อทำเสาสำหรับการก่อสร้างเพราะไม้สามารถทนต่อปลวก ไม้มีมูลค่าสูงมากในฐานะเป็นยาฆ่าแมลงซึ่งในบางพื้นที่ของแอฟริกาต้นไม้นั้นปลูกเป็นพุ่มไม้เพื่อให้ได้ใช้ใบไม้เป็นเสบียงสำหรับใช้งาน
รู้จักอันตราย--ในผู้ใหญ่การใช้สะเดาในระยะสั้นนั้นปลอดภัยในขณะที่การใช้ในระยะยาวอาจเป็นอันตรายต่อไตหรือตับ ในเด็กเล็กน้ำมันสะเดาเป็นพิษและอาจนำไปสู่ความตาย สะเดายังอาจทำให้เกิดการแท้งบุตร ภาวะมีบุตรยากและน้ำตาลในเลือดต่ำ  
ระยะออกดอก---ธันวาคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ตอนกิ่งและปักชำ


108  หูกวาง/Terminalia catappa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Terminalia catappa L.
ชื่อพ้อง---Has 17 Synonyms

-Badamia commersonii Gaertn. -Terminalia intermedia Bertero ex Spreng.
-Buceras catappa (L.) Hitchc. -Terminalia kydiana Roxb. ex Wall.
-Myrobalanus badamia Poir. -Terminalia moluccana Lam.
-Myrobalanus catappa (L.) Kuntze -Terminalia myrobalana Roth
-Myrobalanus commersonii Kuntze -Terminalia paraensis Mart.
-Myrobalanus rubrigemmis (Tul.) Kuntze -Terminalia rubrigemmis Tul.
-Myrobalanus terminalia Poir. -Terminalia subcordata Humb. & Bonpl. ex Willd.
-Terminalia badamia (Poir.) DC. -Juglans catappa Lour.
-Phytolacca javanica Osbeck

ชื่อสามัญ---Singapore Almond, Tropical almond, Sea Almond, Beach almond, Country almond, Malabar almond
ชื่ออื่น---ตาปัง (พิษณุโลก, สตูล), โคน (นราธิวาส), หลุมปัง (สุราษฎร์ธานี), คัดมือ ตัดมือ (ตรัง), ตาแปห์ (มลายู-นราธิวาส) ; [THAI: dat mue, hukwang, khon, taa-pang]; [ASSAMESE: Kath-badam.]; [BENGALI: Badam.]; [BRAZIL: amendoeira-da-India; amendoeira-da-praia; sombreiro.]; [BRUNEI DARUSSALAM: telisai; terminalia.]; [CAMBODIA: barang, châmbak barang]; [CHINESE: lan ren shu]; [COLOMBIA: kotamba.];
[FIJI: tavali; tivi.]; [FRENCH: amandier de la Martinique; amandier des Indes; badamier; myrobolan.]; [GERMAN: etangen baum; indischer Mandelbaum; Katappenbaum.]; [HAITI: amadier tropical; amandier des Indes.]; [HINDI: Jangli-badam,Badam,Desi-badam.]; [INDIA: adamaram, badam, badambo, badami]; [INDIA/ANDAMAN /NICOBAR ISLANDS: white Bombay; white bombway.]; [INDONESIA: ketapang]; [JAPANESE: Momotamana.]; [KANNADA: Taree.]; [LAOS: hou kouang; hu kwang; huu kwaang; sômz moox dông.]; [MALAYSIA: jelawai ketapang, Talisai Ketapang.]; [MARATHI: Badam,Bengali Badam.]; [MYANMAR: badan, banda]; [PAPUA NEW GUINEA: jara almond, reddish-brown Terminalia, talis]; [PHILIPPINES: dalinsi, kalumpit, logo, talisai]; [PORTUGUESE: amendoeira; amendoeira da India.]; [SANSKRIT: Tailaphala,Batam,Ingudi.];[SPANISH: almendra; almendrillo; almendro; almendro de playa.]; [SRI LANKA: kottamba]; [TAMIL: Inguti,Vatha-kottai,Nattu-vadam,Saraparuppu.]; [TELUGU: Badamu.]; [TONGA: telie.]; [TRADE NAME: Andaman badam, Indian almond.]; [USA/HAWAII: false kamani, haole, kamani-haole]; [VIETNAM: bang bien; bang nu'o'c.].
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---แอฟริกา - มาดาสการ์; E. เอเชีย - จีน, อินเดีย, พม่า, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, นิวกินีไปยังออสเตรเลียและแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ฉายาเฉพาะ 'catappa' จากชื่อในมาเลเซีย ketapang


มีถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรมาเลเซีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะอันดามัน เป็นต้นไม้ที่พบมากที่สุดในที่อยู่อาศัยตามแนวชายฝั่งและชายหาดในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของอเมริกา, อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก พบในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติป่าชายฝั่ง และถูกปลูกตามสวนและสวนสาธารณะเพื่อใช้เป็นไม้ประดับให้ร่มเงา  ส่วนในประเทศไทยเป็นไม้ท้องถิ่นของภาคใต้ มักขึ้นตามชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ (ตราดและชลบุรี) ภาคตะวันตกเฉียงใต้ (ประจวบคีรีขันธ์และกาญจนบุรี) และภาคใต้ (นราธิวาส ตรัง และสุราษฎร์ธานี)
ไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ต้นสูง 10-25 เมตร  เปลือกเรียบสีน้ำตาล เรือนยอดแผ่กว้างกิ่งก้านเรียงในแนวราบ เป็นชั้นๆคล้ายฉัตร ต้นโตเต็มที่เรือนยอดมักจะเปลี่ยนเป็นรูปไข่ ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่กลับกว้าง8-15ซม.ยาว10-25ซม. ฐานใบกลมหรือค่อนเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบหนาผิวใบเรียบเป็นมัน ดอกเล็กสีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบไม่แตกแขนง ช่วงปลายเป็นดอกเพศผู้ช่วงล่างเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลขนาด3.5–7 ซม. x 2-5.5 ซม.สีเขียวสด เรียบเป็นมัน มีสันแคบสองสันชัดเจน ผลแก่เปลี่ยนเป็นสีแดงหรือม่วงเข้ม เมล็ดมีความยาว 3 - 4 ซม. หนา 3 - 5 มม. และล้อมรอบในเปลือกหนาที่ยากต่อการแตก
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มที่ เติบโตในดินหลากหลายประเภท รวมถึงดินเค็มและทรายอัลคาไลน์, ดินร่วนปนทราย, ดินร่วนและดินเหนียวหนัก ที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 5 - 7ทนได้ 4.3 - 8 ทนต่อลมแรงและไอเกลือของชายฝั่งทะเลที่แห้งแล้ง
การใช้ประโยชน์--- เป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญและอเนกประสงค์ให้ อาหาร และยา และสินค้าอื่น ๆ
-ใช้กินได้ ผลไม้ที่มีเส้นใยมีกลิ่นหอมและกินได้ แต่ไม่อร่อยมาก คุณภาพผลไม้อาจมีตั้งแต่ความหวานจนถึงความขม เมล็ดถือว่าอร่อยกินดิบหรือคั่วและมีรสชาติเหมือนอัลมอนด์เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันสูง น้ำมัน ใช้ในการปรุงอาหารแทนน้ำมันอัลมอนด์ แต่มีแนวโน้มที่จะเหม็นหืนน้อยกว่า
-ใช้เป็นยา ในอินเดีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซียและนิวแคลิโดเนีย ถือว่าใบเป็นยาคุมกำเนิด  แทนนินจากเปลือกและใบใช้เป็นยาสมานแผล  และโรคบิด ขับปัสสาวะ น้ำมันอัลมอนด์ บรรเทาการอักเสบในช่องท้องและต้มกับใบในการรักษาโรคเรื้อน, หิดและโรคผิวหนังอื่น ๆ ใบเปลือกและผลไม้ใช้รักษาโรคคุดทะราด
- วนเกษตร ระบบรากที่กว้างใหญ่ของต้นไม้นั้นรวมทั้งทรายและดินที่ไม่ดีเข้าด้วยกัน ใบไม้ที่ร่วงมากใช้เป็นวัสดุคลุมดินสำหรับการปกป้องดิน เป็นสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มสำหรับการปลูกป่าในพื้นที่ที่เป็นทรายและดินไม่ดี
-ปลูกประดับ ได้รับการปลูกอย่างกว้างขวางในเขตร้อนเป็นต้นไม้ที่ร่มรื่นสำหรับเป็นไม้ประดับและเป็นต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น ควรคำนึงถึงผลที่ตามมา เนื่องจาก ผลไม้มีกรดแทนนิกที่ทำให้เกิดเป็นคราบกับรถยนต์และสินค้าอื่น ๆ ใบไม้ที่ร่วงเป็นจำนวนมากซึ่งต้องกำจัดอย่างคงที่ ต้นไม้ยากต่อการจัดการเพราะ เติบโตรวดเร็วการตัดแต่งกิ่งต้องทำบ่อยและสม่ำเสมอ ระบบรากที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวดินอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ทางเท้าและอาคาร  มีมดหลายชนิดที่อาศัยอยู่บนต้น
-อื่น ๆ แก่นไม้สีน้ำตาลเข้มถึงน้ำตาลแดง  เนื้อไม้แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ ทำงานง่าย ค่อนข้างทนทานแต่ไม่ทนปลวก ไม้คุณภาพดีใช้สำหรับ เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้างอาคาร, เรือ, สะพาน, พื้น, ผนัง, กล่อง, ลัง, ไม้กระดานและอื่น ๆ เปลือก ใบ รากและผลสีเขียว ใช้ในการฟอกหนังและให้สีย้อมสีดำที่ใช้สำหรับการย้อมผ้าฝ้าย ย้อมหวาย และทำหมึก ลำต้นเป็นแหล่งย้อมสีเหลืองและสีดำ เศษไม้แช่ในน้ำให้สีเหลือง ใบไม้ให้สีเหลืองและสีเขียว
สำคัญ---เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดตราด
ระยะออกดอก 2 ครั้ง ใน1ปี--- พฤศจิกายน-มกราคม, มิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด


109 หลิว/Salix babylonica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Salix babylonica L.
ชื่อพ้องชื่อพ้อง---Has 24 Synonyms
---Salix babylonica var. szechuanica Görz
---Salix cantoniensis Hance
---Salix chinensis Burm. f.
---Salix elegantissima K. Koch
---Salix matsudana Koidz
---(More)  
ชื่อสามัญ---Weeping Willow, Babylon weeping willow, Peking Willow, Green Weeping Willow.
ชื่ออื่น ---ลิ้ว, หยั่งลิ้ว(จีน), หลิว(ทั่วไป);  [THAI: lio, yang-lio (Chinese); lio (General).]; [CHINESE: chui liu, Dàoguà liǔ, Dào chā yángliǔ, Chuí zhī liǔ.]; [DUTCH: Groene treurwilg.]; [FRENCH: saule de Babylone; saule parasol; saule pleureur; saule pleureur de chine.]; [GERMAN: Chinesische Haengeweide, Gräberweide; Hängeweide; Tränenweide,Trauer-Weide.]; [ITALIAN: salice babilonese; salice piangente.]; [JAPANESE: shidare-yanagi.]; [NETHERLANDS: treurwilg.]; [PORTUGUESE: Salgueiro-chorão.]; [SPANISH:  sauce de Babilonia; sauce llorón.]; [TRADE NAME: weeping willow.].
ชื่อวงศ์ ---SALICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรป แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา
มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน แต่ปลูกฝังมานานนับพันปีที่อื่น ๆ ในเอเชีย การแพร่กระจายตามแนวเส้นทางสายไหมทางตะวันตกเฉียงใต้เอเชียและยุโรป
ไม้ต้นขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 20-25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเรือนยอดโปร่ง กิ่งก้านสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวรูปใบหอกแคบๆยาว 4-16 ซม.กว้าง 0.5-2 ซม.ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักละเอียด ใบมีสีเขียวอ่อนด้านบนสีเทาอมเขียวด้านล่าง ดอกไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้และดอกตัวเพศเมียอยู่แยกต้น ผลแคปซูลสีน้ำตาลเล็กมาก
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม--ต้องการแสงแดดเต็มหรือร่มเงาบางส่วน ดินเปียกชื้น ดินเหนียว ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน เปลือกชั้นใน - แบบดิบหรือสุก ทำให้แห้งบดเป็นผงแล้วเพิ่มแป้งธัญพืชสำหรับใช้ในการทำขนมปัง ฯลฯ รสขมมากมันเป็นอาหารความอดอยากที่ใช้เมื่อทุกอย่างล้มเหลวเท่านั้น -หน่ออ่อนและดอกตูม - สุก ไม่ค่อยอร่อย ใบแก่ใช้ในการปลอมปนชา
-ใช้เป็นยา ใบและเปลือกไม้เป็นยาแก้ไข้, ยาสมานแผลและยาชูกำลัง ใช้ยาต้มของใบในการรักษาฝี,โรคไขข้อ, โรคผิวหนัง, แผล ฯลฯ การแช่เปลือกใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงและไข้ เปลือกสามารถใช้เป็นยาพอก ใช้ในการรักษาผิวที่ปะทุเนื่องจากปรสิต ใช้ในการอาบน้ำเพื่อรักษาโรคผิวหนัง มีการใช้หมากฝรั่งจากลำต้นเพื่อรักษาแผลพุพอง เมล็ดใช้สำหรับรักษาไข้, เลือดออก, ดีซ่าน, โรคไขข้อ ฯลฯ
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือของจีนและยังปลูกเพื่อการผลิตไม้และให้ร่มเงาที่พักพิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสำคัญรอบ ๆโอเอซิสของทะเลทรายโกบีเพื่อปกป้องพื้นที่เกษตรกรรมจากลมทะเลทรายนิยมนำมาใช้จัดสวนปลูกประดับตามริมลำธาร ริมบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ด้วยรูปลักษณ์สง่างามและประณีตเป็นที่ยอมรับอย่างง่ายดาย ไม่แนะนำให้ใช้ในภูมิทัศน์ที่อยู่อาศัยเนื่องจาก สามารถพัฒนาเป็น ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่มาก ระบบรากตื้นที่รุกรานหารอยร้าวในท่อระบายน้ำท่อปะปา ความเสี่ยงต่อการแตกหักของกิ่งก้าน เศษไม้ใบไม้ที่ร่วงหล่นทำให้สวนที่อยู่ใต้ต้นไม้จัดการยาก ปัญหาโรคและแมลงมากมายเช่น โรคใบจุด โรคราแป้ง  cankers เพลี้ย หนอนผีเสื้อ
ระยะออกดอก---มีนาคม - เมษายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ตอนกิ่ง  ปักชำ


110 มหาพรหม/Mitrephora winitii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mitrephora winitii Craib
ชื่อพ้อง---This name is unresolved
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---มหาพรหม, [Thai: Maha phrom].
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์---พม่า ไทย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ‘Mitrephora’ มาจากภาษากรีกคำว่า  ‘mitra’ แปลว่าหมวก และคำว่า ‘phoreo’ แปลว่าวางท่าทาง หมายถึงลักษณะของเกสรเพศเมียที่รวมกันแล้วดูคล้ายหมวกพระในศาสนาคริสต์ ส่วนคำระบุชนิด ‘winitii’ ตั้งให้เป็นเกียรติแก่พระยาวินิจวนันดร (โต โกเมศ) บิดาแห่งวงการพฤกษศาสตร์ไทย

 

เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทยที่มีการสำรวจพบครั้งแรกโดยพระยาวนิจวนันดร ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์เมื่อพ.ศ.2464 พบในป่าดิบแล้งติดต่อกับป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ตั้งแต่จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ที่ระดับความสูง 100-600เมตร
ไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 5-15 เมตรเปลือกต้นหนาและฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน มีช่องอากาศเป็นจุดๆ กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เนื้อไม้เหนียว แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ลำต้นมักเอียงและแตกกิ่งยอดใหญ่เป็น 2-3 ยอด ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-7ซม.ยาว12-16ซม.ผิวใบโคนใบมนเบี้ยว ปลายใบแหลม ใบหนา ผิวใบสากเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างเป็นสันนูนเด่น ดอกเดี่ยวมีกลีบดอกชั้นนอก 3กลีบ สีขาว กลีบดอกชั้นในประกบเป็นรูปกระเช้า  และมีลายสีม่วงแดงอ่อนๆเป็นแถบบนปลายกลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง7-8ซม. กลิ่นหอมและแรงในช่วงค่ำ ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย10-16ผล ก้านผลย่อยสั้นมาก ผลย่อยกลมรีกว้าง1.5ซม.ยาว2-2.5ซม.เปลือกผลมีขนนุ่มสีเหลือง มีเมล็ดหลายเมล็ด
การขยายพันธุ์ขยายด้วยการเพาะเมล็ด และทาบกิ่งโดยใช้มะป่วนเป็นต้นตอจะได้ดอกเร็ว แต่ทรงพุ่มจะสวยไม่เท่าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ชอบแล้งควรปลูกในที่ดอน ถ้าน้ำเยอะใบจะดกและออกดอกน้อย
ระยะออกดอก--- เมษายน - กรกฏาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด และทาบกิ่ง


111 ลำพู/Sonneratia caseolaris

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sonneratia caseolaris (Linn.) Engler
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms

-Aubletia caseolaris (L.) Gaertn. -Sonneratia neglecta Blume
-Blatti caseolaris (L.) Kuntze -Sonneratia obovata Blume
-Sonneratia acida L.f. -Sonneratia ovalis Korth.
-Sonneratia evenia Blume -Sonneratia rubra Oken
-Rhizophora caseolaris L.

ชื่อสามัญ---Cork tree, Mangrove apple, Crab apple mangrove, Firefly mangrove.
ชื่ออื่น---ลำพู(ภาคกลาง); [THAI: Lam phu (Central).]; [CAMBODIA: 'Am'-pie, lop ou.]; [CHINESE: hǎi sāng.]; [BENGALI: Orchaa.]; [BRUNEI:  pedada nasi.].[INDIA: Tivar, Chipi.]; [INDONESIA: Pidada, perepat, bogem (Sundanese).]; [MALAYALAM: Blatti, Chakkarakandal, Puzhamunja, Thirala.]; [MALAYSIA: Pedada, berem­bang, perepat.]; [MYANMAR: Tapoo, ta­moo.]; [PAPUA NEW GUINEA: Pagapate.]; [PHILIPPINES: Pagatpat (Tagalog), hikaw-hikawan, Hikau-hikauan (Tagalog), bunayon (Bisaya), Ilukabban, Lukabban (Ibn.).]; [VIETNAM: bần chua, cây bần, lậu.];
ชื่อวงศ์---SONNERATIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- ศรีลังกา มาลเซีย อินโดนีเซีย ตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย , นิวแคลิโดเนีย ,เกาะไหหลำ ใน ประเทศจีน และ ฟิลิปปินส์ แอฟริกา


เติบโตในเขตป่าชายเลนค่อนข้างจืด หรือมีช่วงระยะเวลา ที่ระดับความเค็มของน้ำน้อยเป็นเวลานาน มักขึ้นเป็นกลุ่ม ตามริมชายฝั่งแม่น้ำที่เป็นดินเลนเหนียวและลึก ในประเทศไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคใต้ ขึ้นตามป่าชายเลน ริมแม่น้ำที่น้ำทะเลขึ้นลง
เป็น ไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เมื่ออายุน้อยเปลือกเรียบ และแตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ดเมื่ออายุมากขึ้น บริเวณโคนต้นจะพบรากอากาศโผล่อยู่เต็มไปหมด ใบลำพูเป็นใบเดี่ยวขนาด 4-13 ซม. x 2-7 ซม. เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี   ปลายใบแหลมทู่ ถึงเป็นติ่งสั้นๆ ฐานใบรูปลิ่ม เส้นใบไม่เด่นชัด ก้านใบค่อนข้างแบน   สีแดงเรื่อๆ
ดอก ออกเดี่ยวๆที่ปลายกิ่ง วงกลีบเลี้ยงเป็นหลอดตื้นๆ รูปถ้วย ปลายแยกเป็นแฉกลึก 8 แฉก โคนกลีบเลี้ยงด้านในสีออกแดง เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนก้านสีแดง ปลายสีขาว ร่วงง่ายภายในวันเดี่ยว  ส่วนผลมีเนื้อและมีเมล็ด  ฝังอยู่ในเนื้อผล ผลรูปกลมขนาด 5-7.5 ซม  สีเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแผ่บานออก ผลสุกมีกลิ่นหอมและนิ่ม เมล็ดยาวประมาณ7มม
ใช้ประโยชน์--ใช้กินได้ ผลอ่อนมีรสเปรี้ยวใช้เป็นเครื่องปรุง ผลสุกมีรสชาติเหมือนชีส กินดิบหรือสุก ใบมีการกินเป็นครั้งคราว
-ใช้เป็นยาใช้ภายนอก ใบทุบกับเกลือใช้เป็นยาพอกปิดบนบาดแผลเล็กน้อย ใช้ภายใน บรรเทาอาการไอ และตกเลือด  เปลือกและผลมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ แก้ไข้ แก้ท้องเสีย ฆ่าพยาธิ
-ใช้อื่นๆ เพคตินสกัดได้จากผลไม้ คุณภาพไม่ดีและบางครั้งใช้สำหรับเยื่อกระดาษหรือเชื้อเพลิง รากหายใจต้มกับน้ำใช้ในท้องถิ่นสำหรับฟอกหนัง
ระยะออกดอก/ติดผล---สิงหาคม-ธันวาคม/ตุลาคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


112 ลำแพน/Sonneratia ovata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Sonneratia ovata backer
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Mangrove Apple, Sonneratia.
ชื่ออื่น---อีกาย, ลำพูทะเล, ลำพูหิน, ลำแพน (ทั่วไป); [THAI: Lumphan, lam phu thale, lam phu hin (General).]; [BRUNEI: Perapat.]; [CAMBODIA: Ampea, lapea.]; [GERMAN: mangroven apfel, holzapfel mangrove.]; [INDONESIA: Bogem (Palembang); kedabu (East Sumatra).]; [JAPAN: Hamazakuro, Hamakuma, Mayabushigi.]; [JAVA: Bogem.]; [MALAYSIA: Gedabu (Peninsular Malaysia); (pedada) rogam (Sarawak).]; [SINGAPORE: Gedabu.]; [VIETNAM: Cay Ban oi.]
ชื่อวงศ์---SONNERATIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภาคใต้ของจีน ( ไหหลำ ) เวียตนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก แอฟริกาเหนือ

 

พบ กระจัดกระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ อย่างกว้างขวางจากจีนและไทยผ่านคาบสมุทรมาเลเซีย, หมู่เกาะเรียว, เกาะชวาและเกาะบอร์เนียว, เกาะสุลาเวสี, หมู่เกาะโมลุกกะ, เกาะดารุและอ่าวมิลน์ในนิวกินี ในพื้นที่ป่าชายเลน ป่าโกงกางและบริเวณน้ำกร่อย
เนื่องจากมีการคุกคามที่เพิ่มขึ้นของป่าโกงกางซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์  ถูกจัดวางใน IUCN Red List of Threatened Species 2010 ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง'
ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงระหว่าง10-15เมตร เปลือกต้นสีเทาดำแตกสะเก็ด ทรงพุ่มโปร่ง กิ่งก้านลู่ลง ก้านใบแข็งหนาเป็นสัน ใบหนาขนาด 5-7ซม.สีเขียวเข้มยอดอ่อนสีแดง  ดอกสีขาวขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ซม. บานและร่วงในคืนเดียว ผลรูปกลมขนาด7.5 ซม.มีฐานกลีบเลี้ยงดอกรองรับ ลำแพนมีลักษณะทั่วไปคล้ายลำพูมากแตกต่างที่ลำแพนไม่มีรากอากาศบริเวณโคนต้นเหมือนลำพู

 

ใช้ประโยชน์--- ใช้ในท้องถิ่นสำหรับอาหารยาและเชื้อเพลิง ได้รับการปลูก เป็นไม้ประดับในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
-ใช้เป็นอาหาร ใช้ใบอ่อนและดอกตูมเป็นผักสด ผลกินได้ รสเปรี้ยวมาก เนื่องจากความเป็นกรด บางครั้งใช้แทนน้ำส้มสายชู
-ใช้เป็นยา ผลไม้ถูกนำมาใช้เป็นยาพอกยาแก้ข้อเท้าแพลง
-วนเกษตรใช้ ควบคุมการพังทลายของฝั่งแม่น้ำ
-ใช้อื่น ๆ เปลือกมีแทนนิน แต่ในปริมาณที่น้อยเกินไปสำหรับการแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ไม้ใช้เป็นฟืน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---พาะเมล็ด ตอนกิ่ง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา, ป่าในกรุง เขตประเวศ


113 ตะโกสวน/Diospyros malabarica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Diospyros malabarica (Desr.) Kostel.
ชื่อพ้อง---Has 13 Synonyms

-Diospyros biflora Blanco -Diospyros peregrina (Gaertn.) Gürke
-Diospyros citrifolia Wall. ex A.DC. -Diospyros peregrina f. javanica Kosterm.
-Diospyros embryopteris Pers. [Illegitimate] -Diospyros siamensis Hochr.
-Diospyros glutinifera (Roxb.) Wall. -Embryopteris gelatinifera G.Don
-Diospyros glutinosa J.König ex Roxb. -Embryopteris glutinifera Roxb.
-Diospyros malabarica var. siamensis (Hochr.) Phengklai -Embryopteris glutinifolia Link
-Embryopteris peregrina Gaertn. 

ชื่อสามัญ---Malabar ebony, Black-and-white ebony, Pale moon ebony
ชื่ออื่น---ตะโกไทย(ทั่วไป),ตะโกสวน(ภาคเหนือ) มะเขือเถื่อน(สกลนคร) , ขะนิง, ถะยิง, มะสุลัวะ(กะเหรี่ยง-ลำปาง), มะพลับใหญ่, [THAI: Tako thai (General); tako suan (Northern); ma khuea thuean (Sakon Nakhon)  plap (Phetchabun);  ma-su-lua (Karen-Lampang); ma plap yai.]; [ASSAMESE: Kandu,Kendu.]; [CAMBODIA: Dângkaô khmaôch.]; [HINDI: Gaab.]; [INDONESIA: Culiket (Sundanese), kledung (Javanese).]; [KANNADA: Holitupare.];[LAOS: Küa namz, hnang hèèwx, lang dam.]; [MALAYALAM: Panancca.]; [MALAYSIA: Komoi, kumun.]; [MARATHI: Temburi.]; [MYANMAR: Plab, tako suam]; [TAMIL: Tumbika.]; [TELUGU: Bandadamara.]; [VIETNAM: Thi dâù heo, cu'ò'm thi.].
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย


มีพื้นที่กระจายค่อนข้างใหญ่ จากอินเดียตะวันออกและศรีลังกา, พม่า, กัมพูชา, ลาวและเวียดนามไปยังประเทศไทย (ปลูกส่วนใหญ่) และอินโดนีเซีย (Java, Sulawesi) พบเกิดในธรรมชาติที่ร่มรื่นและชื้น ใกล้กับลำธารในป่า พบได้ถึงระดับความสูงเมตร 500 เมตร
ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงถึง 15-(35) เมตร ลำต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 70 ซม. ทรงต้นรูปกรวย แผ่กิ่งก้าน ต้นเล็กมักคดงอ ส่วนต้นโตจะเปลาตรง เปลือกสีเทาดำแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยวขนาด ยาว 7-32 ซม.กว้าง 2-10 ซม. เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มทู่ ขอบใบเรียบ  เนื้อใบเกลี้ยงหนา สีเขียวเข้ม
ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอก สีขาวขนาดเล็ก ออกดอกเดี่ยวใกล้ซอกใบปลายยอด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 4-5 กลีบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ผลกลมมนเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7.5 ซม.ด้านนอกมีขนนุ่ม จุกผลมีขนสีน้ำตาล ผลมีเนื้อมี4-8 เมล็ด เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่สามารถปรับตัวได้ดีในดินแทบทุกชนิด ที่มีการระบายน้ำดีและความชื้นสม่ำเสมอ ค่า pH เป็นด่างถึงเป็นกลาง  pH ในช่วง 6 - 7 ทนได้ 5 - 7.5

 

การใช้ประโยชน์--- พืชนี้เก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อใช้ในหลากหลายรูปแบบรวมไปถึงวัสดุย้อมสี หมากฝรั่ง ยารักษาโรคและผลไม้ที่กินได้ พืชได้รับการปลูก เป็นครั้งคราวสำหรับการใช้งานที่หลากหลายโดยเฉพาะในอินเดียและประเทศไทย
-ใช้กินได้ ผลสุก-ดิบ รสหวานฝาดโดยทั่วไปไม่ค่อยอร่อย -ใช้เป็นยา เปลือก ใบ ดอก และผล มีการใช้มากในยาอายุรเวท ผลดิบฝาด มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและยารักษาพยาธิ ใช้ภายนอกเพื่อรักษาแผล ผลสุก มีประโยชน์ในการรักษาโรคท้องร่วงและโรคบิด โรคเลือด โรคหนองในและโรคเรื้อน น้ำคั้นจากเปลือกสด รักษาอาการไข้สูง รักษาฝีและเนื้องอก เมล็ดใช้รักษาโรคท้องร่วงและโรคบิดเรื้อรัง น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดใช้เป็นยา
-อืน ๆ ไม้เนื้อแข็ง มีค่าใช้ตกแต่งได้อย่างดี มีความแข็งแกร่ง แข็งหนาแน่นและทนทานมาก ใช้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์หรูหรา งานแกะสลักไม้และยังเป็นวัตถุดิบสำหรับทำเรือและสิ่งก่อสร้าง (อาคารสะพาน ฯลฯ ) เครื่องดนตรี ผลไม้สุก (บางครั้งก็เป็นใบไม้) เป็นแหล่งแทนนินที่ใช้สำหรับย้อมผ้าไหมและชุดสีดำอื่น ๆ ผลดิบมีเยื่อเหนียวที่อุดมไปด้วยแทนนินและเป็นแหล่งที่มาของหมากฝรั่ง มันสามารถใช้ในการอุดรูรั่วเรือ ทำหน้าที่เป็นสารกันบูด และเป็นกาวในการทำปกหนังสือ น้ำมันสีเข้มที่เตรียมจากผลไม้ (นี่อาจเป็นหมากฝรั่ง)ใช้เป็นน้ำยาเคลือบเงาที่ยอดเยี่ยมสำหรับร่มกระดาษและพัด
ระยะออกดอก---กุมภาพันธ์- พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ ---ด้วยการเพาะเมล็ด


114 พลับพลา/Microcos tomentosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Microcos tomentosa Sm.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Grewia affinis Hassk.
---Grewia blumei Hassk.
---Grewia cumingiana Turcz.
---Grewia paniculata Roxb. ex DC.
ชื่อสามัญ---Microcos, Shiral, Mahang
ชื่ออื่น---ก้อมส้ม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); กะปกกะปู (ภาคเหนือ); ขี้เถ้า (ภาคกลาง); ค่อม (ภาคเหนือ); คอมเกลี้ยง (ภาคตะวันออก); คอมส้ม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); จือมือแก (มาเลย์-ภาคใต้); น้ำลายควาย (ภาคใต้); พลองส้ม (ภาคตะวันออก); ,b>พลับพลา (ภาคกลาง); พลา (ภาคเหนือ); พลาขาว, พลาลาย (ภาคใต้); ไม้ลาย (ภาคตะวันออกเฉียงใต้); ลาย, สากกะเบือดง, สากกะเบือละว้า, หมากหอม (ภาคเหนือ).; [THAI: kom som, khom (Northeastern); kapok kapu, phla, sakkabuea dong, sakkabuea lawa, mak hom,  lai (Northern); khi thao (Central); khom kliang,  phlong som (Eastern);  chue-mue-kae (Malay-Peninsular); nam lai khwai, phla khao, phla lai (Peninsular); phlap phla (Central); mailai (Southeastern).]; [JAPAN: Mikurokosu zoku]; [MALAYSIA: Cenderai, Chenderai, Damak-damak, Pokok.]; [SRI LANKA: Kohu Kirilla, Kirilla (Sinhalese).].[VIETNAM: Cò ke, Sàilầu, Chu ca, Cò ke lá lõm, bung lai.].
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้, พม่า, ไทย ,, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์

 

พบขึ้นตามป่าดิบเขา ป่าผลัดใบและป่าดิบชื้น  กระจายอยู่ในป่าทุติยภูมิที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 0-600 เมตร
ในประเทศไทยพบขึ้นกระจายทั่วประเทศ ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งและป่าดงดิบชื้น ที่ระดับความสูง 50-300 เมตร
ไม้ต้นขนาดกลางผลัดใบ ความสูง10-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 40 ซม. เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ แตกกิ่งต่ำ โคนต้นเป็นพูพอนต่ำ เปลือกนอกสีน้ำตาลปนเทา แตกล่อนเป็นแผ่นสะเก็ดบางๆ เปลือกในสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กลับ แกมรูปขอบขนาน กว้าง3-8ซม.ยาว 8-17ซม.ปลายใบมีติ่งแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักฟันเลื่อยจนถึงเรียบ ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อยาว3-15ซม.ตามปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกตูมรูปกลม กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบสีเหลืองอ่อนดอกในช่อมีจำนวนมาก ดอกบานเต็มที่ขนาด1-1.5ซม. ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ขนาดผลกว้าง0.5-1ซม.ยาว1-1.5ซม. กว้าง 0. 5 - 1 ซม.ผลสุกสีม่วงดำรับทานได้ เมล็ดแข็งรูปไข่ยาว 8-10 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่แสงแดดจัดขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิดที่มีการระบายน้ำดี  

 

ใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหาร ยาและแหล่งของเส้นใยและไม้
-ใช้กิน ผลสุกกินได้ -ใช้เป็นยา ยาต้มจากรากใช้สำหรับรักษาอาการไอ ใช้:บรรเทาอาการไขข้ออักเสบ  มาลาเรีย (ราก, ใบ) ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร (ผลไม้) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยรากและลำต้นของมันถูกใช้เป็นส่วนผสมใน decoctions สมุนไพรเพื่อรักษาโรคดีซ่าน ในภาคใต้ ใบจะใช้ในการรักษาโรคเริมและเริมงูสวัด ในบังคลาเทศมีการใช้พืชเพื่อรักษาอาการอักเสบระบบทางเดินหายใจมีไข้และท้องร่วง   สารสกัด แสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียต้านอาการท้องร่วงและความเป็นพิษทางเซลล์
-ใช้อื่น ๆ เปลือกที่เป็นเส้นใยสามารถนำมาใช้ทำเชือก เนื้อไม้มีน้ำหนักเบาแข็งแรงและยืดหยุ่น ใช้สำหรับการก่อสร้างในร่มและเหมาะสำหรับการทำเครื่องมือจับอุปกรณ์การเกษตร ใช้เป็นเชื้อเพลิงและทำถ่าน
ระยะออกดอก/ผลแก่---เมษายน-พฤษภาคม/มิถุนายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


115 แสมขาว/Avicennia alba

ชื่อวิทยาศาสตร์---Avicennia alba Blume
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Avicennia alba var. latifolia Moldenke
---Avicennia marina var. alba (Blume) Bakh.
---Avicennia officinalis var. alba (Blume) C.B.Clarke
ชื่อสามัญ---Grey mangrove, Olive mangrove.
ชื่ออื่น---แสม, แสมขาว, แสมทะเล (ภาคกลาง); แสมทะเลขาว(สุราษฎร์ธานี); แหม,แหมเล(ภาคใต้); ปีปี(กระบี่; ปีปีดำ(ภูเก็ต);พีพีเล(ครัง); [THAI: samae, samae khao, samae thale (Central); samae thale khao (Surat Thani); mae, mae le (Peninsular); pipi (Krabi); pipi dam (Phuket); phi phi le (Trang).]; [MALAYSIA: Api-api (Malay), Api-api Hitam (Sarawak), Api-api putih]; [VIETNAM: Mấm trắng]
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลียและโอเชียเนีย


พบตามชายฝั่งทะเลในเขตร้อนชื้นทางตอนใต้ของเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงออสเตรเลียและโอเชียเนีย เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามเลนงอกใหม่ ริมฝั่งทะเลหรือบริเวณปากแม่น้ำ รวมถึงบนหาดทรายและในหนองน้ำที่ระดับความสูงถึง 50 เมตร
ไม้ ต้นสูง10-20เมตร ลักษณะลำต้นไม่มีพูพอน ต้นเปลาตรงรูปทรงกรวยสั้นๆ แตกกิ่งระดับต่ำ กิ่งแขนงห้อยลง เปลือกสีเทาถึงคล้ำ ไม่มีช่องอากาศ มักมีสีสนิมหรือสีคล้ำซึ่งเกิดจากเชื้อราติดตามกิ่งและส่วนบนของต้น รากหายใจรูปดินสอ สูง 15-30 ซม.แผ่กระจายหนาแน่นรอบโคนต้น ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งสลับฉาก แผ่นใบรูปรีแกมรูปหอก ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-15ซม.เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวคล้ำเป็นมัน ด้านล่างมีขนหนานุ่มสีเทา่อ่อนถึงขาวนวลปกคลุม ใบแห้งม้วนเป็นสีดำ ดอก แบบช่อกระจุกออกตามปลายกิ่งและง่ามใบใบใกล้ปลายยอด ยาว3-8ซม.มีขนสั้นหนานุ่มสีน้ำตาลอมเหลืองหม่นปกคลุม  ดอกย่อย10-30ดอก สีเหลืองส้มไม่มีก้านดอก ขนาดดอก0.5ซม.ผลแบบผลแห้งแตกตามรอยประสานเป็น2ซีกรูปคล้ายพริกเบี้ยวค่อนข้างแบนขนาด กว้าง1.5-2ซม.ยาว2.5-5ซม. เปลือกผลย่น อ่อนนุ่มสีเหลืองอมเขียว มีขนสั้นสีเทาอ่อนปกคลุมหนาแน่น ปลายผลเป็นจงอย ผลแก่เปลือกแตกแล้วม้วนเป็นหลอดกลม มีเมล็ด1 เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น
ใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกเก็บมาจากป่าเพื่อใช้ ไม้และเรซิ่น
-ใช้เป็นอาหาร เมล็ดต้ม กินเป็นผักและบางครั้งก็ซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา แก่น ต้มน้ำ แก้ลม แก้กษัย เรซิ่นใช้สำหรับงานทางการแพทย์ต่าง ๆ สารสกัดจากแก่นไม้ใช้ในยาสมุนไพรเพื่อทำยาชูกำลังและใช้เรซิ่นในการคุมกำเนิด
-วนเกษตรใช้ เป็นผู้บุกเบิกสายพันธุ์ธรรมชาติ มีประโยชน์สำหรับการพยายามสร้างป่าโกงกางขึ้นใหม่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล
-ใช้อื่น ๆไม้เนื้อแข็งปานกลาง  มีการใช้งาน ในงานการก่อสร้าง, เสา,  เฟอร์นิเจอร์ และเพื่อการตกแต่ง ลำต้นนำมาใช้เป็นฟืนและวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพต่ำ ใบอ่อนสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์และเป็นปุ๋ยพืชสด-เถ้าไม้ใช้ทำความสะอาดเสื้อผ้าในขณะที่เปลือกไม้ใช้ทำความสะอาดหรือกำจัดไขมันบนผิวหนัง
ระยะออกดอก---มกราคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


116 แสมทะเล/Avicennia marina

ชื่อวิทยาศาสตร์---Avicennia marina (Forsk.) Vierh.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Avicennia alba Blume
---Avicennia intermedia Griff
---Avicennia mindanaensis Elmer
---Avicennia sphaerocarpa Stapf ex Ridl
---Avicennia spicata Kuntze
---Sceura marina Forssk
ชื่อสามัญ----White mangrove, Olive Mangrove, Gray Mangrove, Kenyan mangrove.
ชื่ออื่น ---ปีปีดำ (ภูเก็ต) ; [Thai: pipi dum (Puket).]; [AFRIKAANS: witseebasboom.]; [CHINESE: Hǎi lǎn cí, Xiánshuǐ ǎi ràng mù (guǎngdōng), hǎi jiādōng, hǎi jiā dōng, táiwān hēi tán, wūmù, táiwān shì.]; [JAPANESE: Hirugidamashi.]; [IINDONESIA: api-api putih, api-api abang, sia-sia putih, sie-sie, pejapi, nyapi, hajusia, pai.]; [KENYA: Kiswahili Uchu.]; [MOZAMBIQUE: mussu (Quimuane).]; [NEW ZEALAND: manawa (Maori).]; [PAKISTAN: Tivar, Timir.].[QATAR: Garam, qurm, shoura, shourah.]
ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ชายฝั่งทะเลเขตร้อนหรือกึ่งร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---ตะวันออกของแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตลอดจนถึงทะเลจีนใต้ โอเชียเนีย  และเกาะเหนือของนิวซีแลนด์

 

เป็นสายพันธุ์ในป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์และแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้แล้ว ยังพบในพื้นที่แห้งแล้งของคาบสมุทรอาหรับ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแวดล้อม sabkha ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ โอมาน เยเมน ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์เอริเทรียและซูดาน อิหร่านตอนใต้ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย และยังถูกพบในป่าโกงกางของแอฟริกาใต้ และเป็นชนิดที่พบในโซมาเลีย ในประเทศออสเตรเลียมันขยายไปทางใต้และในออสเตรเลียตะวันตก มักขึ้นเป็นกลุ่มตามแนวตะเข็บฝั่งทะเล ในที่ดินทราย เลนทราย และชายฝั่งที่เป็นหาดหินหรือหาดทราย เป็นพืชในเขตชายฝั่งทะเลเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนที่ระดับความสูงถึง 50 เมตร
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 3-8 เมตร มักแตกกิ่งเป็นพุ่มต่ำ เรือนยอดโปร่ง ไม่มีพูพอน รากหายใจรูปคล้ายดินสอสูง10-20ซม. เปลือกเรียบเป็นมันสีขาวอมเทาหรือขาวอมชมพู เมื่ออายุมากมักล่อนเป็นเกล็ดบางๆคล้ายแผ่นกระดาษ และผิวของเปลือกใหม่เป็นสีเขียวอ่อน ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กว้าง ขนาด3-5ซม.ยาว5-8ซม. ขอบใบเรียบและม้วนลงคล้ายหลอด ปลายใบทู่เป็นติ่งแหลมสั้น เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างมีนวลสีขาวหรือขาวอมเทา ดอก แบบช่อกระจุก ก้านช่อดอกยาว1-5ซม.ดอกย่อย4-12ดอก เรียงเป็นกระจุกแน่นที่ปลายก้านช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลืองหรือเหลืองอมส้มมีกลิ่นหอม ขนาดดอก0.5ซม. ผล แห้งแล้วแตกตามแนวประสานเป็น2ซีก รูปทรงไข่กว้าง เบี้ยว ถึงเกือบกลม แบนด้านข้าง ขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว1.5-2.5ซม. เปลือกผลบางอ่อนนุ่ม มีนวลสีเขียวอมเหลือง ผิวเปลือกเป็นรอยย่น มีขนสั้นนุ่มปกคลุม ปลายผลไม่เป็นจงอย เมื่อแก่เต็มที่เปลือกแตกม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องใช้ตำแหน่งที่มีแดด พืชมีความทนทานต่อความเค็มทางสรีรวิทยากว้างสามารถอยู่รอดได้ในน้ำนิ่งและในสภาพแห้งตามฤดูกาลที่มีความเค็มสูงมาก  ทนต่อดินที่มีค่า pH ในช่วง 6 ถึง 8.5 ชอบ ดินที่มีค่า pH ในช่วง 6.5 - 7 ทนได้ 6 - 7.5 ใบจะขับถ่ายเกลือส่วนเกินผ่านรูขุมขนและผลึกเกลือมักปรากฏอยู่บนใบ
-ใช้ประโยชน์ ต้นไม้เอนกประสงค์เป็นการเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาไล่แมลงพืชสีย้อมแหล่งที่มาของแทนนินไม้ ฯลฯ
-ใช้กินได้ ใบเลี้ยงของเมล็ดมีการรับประทานเป็นครั้งคราว แต่อาจมีสารพิษ จะต้องปรุงให้สุก
-ใช้เป็นยา ใช้ในการแพทย์แผนโบราณ ในการรักษาโรคผิวหนังโรคไขข้ออักเสบแผล และไข้ทรพิษ เรซิ่นจากเปลือกไม้ใช้สำหรับรักษางูกัดและกำจัดรกหลังจากการคลอดบุตร ในมาดากัสการ์มีการใช้ใบยาเป็นยาแก้พิษหลังจากกินปลาที่มีพิษ ใบและเปลือกใช้ภายนอกกับหิด ขี้เถ้าไม้ถูกนำมาใช้ในการรักษาปัญหาผิวพรรณ  -สารสกัดจากน้ำ เอธานอลและบิวทานอล ของชิ้นส่วนทางอากาศของพืชได้รับการทดสอบฤทธิ์ต้านจุลชีพ สารสกัดบิวทานอลมีประสิทธิภาพสูงสุดรองลงมาคือสารสกัดเอธานอล และสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ต่ำ สารสกัดบิวทานอลที่ 2,000 μg / แผ่น มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ดี ทั้งแบคทีเรียแกรมบวกและกรัมลบรวมทั้งฤทธิ์ต้านเชื้อราปานกลางถึงดี
-วนเกษตรใช้ เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ ต้นไม้ทนโลหะหนักในดินได้เป็นอย่างดีเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมทองแดงตะกั่วและสังกะสี และมีประโยชน์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและกันลม
-อื่น ๆ เนื้อไม้สีเทาถึงสีเหลืองนั้นหนักและทนทานด้วยพื้นผิวที่ละเอียดและสม่ำเสมอ ใช้สำหรับทำเสาในการสร้างบ้าน สำหรับการก่อสร้างเรือ โดยเฉพาะ ทำโครงสำหรับเฟอร์นิเจอร์ เปลือกไม้มีแทนนิน แหล่งที่มาของสีย้อมสีน้ำตาลแดง ควันไฟที่เผาไหม้ไม้นั้นถือว่ามีประสิทธิภาพมากในฐานะที่เป็นยาไล่ยุง ไม้ใช้ทำฟืนและถ่าน
ระยะออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด รากอากาศ หน่อ


117 มังคะ/Cynometra ramiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cynometra ramiflora L.
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms
---Afzelia australis F.M.Bailey    
---Cynometra bijuga Span. ex Miq.    
---Cynometra carolinensis Kaneh.    
---Cynometra whitfordii Elmer
---Cynometra hosinoi Kaneh.
---Cynometra neocaledonica Guillaumin
---Cynometra schumanniana Harms
ชื่อสามัญ ----Cynometra, Wrinkled Pod Mangrove.
ชื่ออื่น----พังคะ (ภาคกลาง, ภาคใต้); พังค่า (ตรัง); มะคะ (ภาคกลาง, ภาคใต้); มะคาก (ภาคใต้); มังคะ (ภาคกลาง, ภาคใต้); แมงคะ (ตราด) ; [THAI: phang kha (Central, Peninsular); phang kha (Trang); ma kha (Central, Peninsular); ma khak (Peninsular); mang kha (Central, Peninsular); maeng kha (Trat).]; [BENGALI: Shinguri, Shingar, Singra, Shingra, Seeri.]; [CAMBODIA: Chom prinh.]; [INDONESIA: Kateng, Kepel, Sala, Wunut.]; [MALAYSIA: Amphawa, Hima, Katong laut, Kekatong, Katak Puru,Kopi Anjing, Nam-nam, Namu-namu, Nang-ai (Malay); Katong-katong, Kekatong Laut (Sabah).]; [PHILIPPINES: Balitbitan, Oringen (Tag.); Komon,Odling (Bis.).].[VIETNAM: Mót, Lá lụa, CâyLáLụa.];
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด----แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 

พบ ตามพื้นที่ไม่ห่างจากชายฝั่งทะเล เช่น ที่ลุ่มน้ำขังป่าพรุ  ป่าโกงกาง ตามริมฝั่งแม่น้ำ หรือรอยต่อระหว่างแนวหลังป่าชายเลนกับป่าบกที่เป็นเลนแข็งที่ระดับความสูงถึง 400 เมตร
ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 8-30 เมตร ส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นเปลาตรง บางครั้งมีพูพอน เปลือกขรุขระสีน้ำตาลเทา เปลือกในสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลแกมชมพู ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลับห่างๆ ขนาดใบกว้าง 1-3(2-7)ซม.2-6(3-15) ซม. รูปรี รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบแหลมเยื้อง ขอบใบเรียบ  เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีซีดกว่า ใบอ่อนสีชมพู ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามง่ามใบ ช่อดอกตั้งตรง ยาว1.5-2.5ซม. ดอกย่อยสีขาว กลีบเลี้ยง4กลีบ กลีบดอก5กลีบ ผลแบบฝักถั่ว สีน้ำตาลอมเขียว ขนาดกว้าง1.5-4 ซม.ยาว 2-5 ซม.ผิวแข็งขรุขระ ขอบเป็นคลื่น หรือมีรอยย่นเล็กน้อย ปลายฝักเป็นจงอยแหลม ฝักแห้งไม่แตก เมล็ดกลมสีน้ำตาลแดง
ใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นไม้และใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ บางครั้งมันก็ใช้เป็นไม้ประดับ
-ใช่เป็นยา ส่วนที่ใช้ ราก เมล็ดและใบ รากใช้เป็นยาถ่าย ในMalabarใบใช้ทำโลชั่นสำหรับโรคผิวหนัง- น้ำมันที่ได้จากเมล็ดใช้สำหรับผิวที่มีปัญหา- ในบังคลาเทศโลชั่นน้ำผึ้งที่ทำจากใบและต้มในนมวัว นำมาใช้กับโรคหิด โรคเรื้อนและโรคผิวหนังอื่น ๆในอินโดนีเซีย ใช้รักษาโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงกรดยูริคสูง
-วนเกษตร พืชชนิดอื่นมักไม่เจริญเติบโตภายใต้ร่มเงาของสายพันธุ์นี้
-อื่น ๆ ไม้ใช้สำหรับการตกแต่งภายในและการก่อสร้าง ไม้อัด ไม้อัดตกแต่ง นอกจากนี้สำหรับใช้ทำฟืนและถ่าน เศษไม้ให้สีย้อมสีม่วงในน้ำ
ระยะออกดอก ---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ --- เพาะเมล็ด
ถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


118 หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Heritiera littoralis Dryand
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Amygdalus litoralis (Dryand.) Kuntze
---Balanopteris tothila Gaertn.
---Samadera littoralis (Dryander) Oken
---Sutherlandia littoralis J.F.Gmel.
ชื่อสามัญ--Looking-glass mangrove, Looking-glass tree,Tulip mangrove, Boat-fruited mangrove, Red mangrove.
ชื่ออื่---ไข่ควาย (ชุมพร, กระบี่); ดุหุน, ดุหุนใบใหญ่ (ภาคใต้); หงอนไก่, หงอนไก่ทะเล (สุราษฎร์ธานี, ภาคใต้) ; [THAI: khai khwai (Chumphon, Krabi); du hun, du hun bai yai (Peninsular); ngon kai (Central, Surat Thani);ngon kai thale (Central, Surat Thani).]; [BANGLADESH: Dungun.]; [BRUNEI: Itik-itikan.]; [BURMESE: Pinle-kanazo.]; [CAMBODIA: Khleay.]; [CHINESE: Yin ye shu.]; [HINDI: sundari.]; [INDONESIA: Dungon, Dungun kecil.]; [JAPAN: sakishimasuōnoki.]; [KENYA: Ofunywa, Rayuwe]; [MALAYSIA: Dungun, Dungut laut.]; [PHILIPPINES: Dungon-late, Dungon-latian, Dungon-lalau, Maladuñgon (Tag.); Dungon-dagat (Bik.); Dungon-mangle (C. Bis.).]; [TONGA: Mamaea.]; [VIETNAM: Quy biền, Cui biển].
ชื่อวงศ์---MALVACEA
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ และ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ แอฟริกา

 

พบที่แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน กัมพูชา เวียดนาม ภูมิภาคมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก เกิดตามป่าชายเลนไปจนถึงหนองน้ำจืด ชายฝั่งหินและทรายด้านหลังป่าชายเลน มักจะอยู่ในป่าโกงกางในที่แห้ง ใกล้ระดับน้ำทะเล เป็นพืชในเขตร้อนชื้นชื้นซึ่งสามารถพบได้ที่ระดับความสูงถึง 600 เมตร ในประเทศไทยพบทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามป่าโกงกาง
ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง5-15เมตร เป็นไม้ป่าชายเลน ลำต้นมักบิดงอ พูพอนต่ำแผ่เป็นครีบบิดไปมา ไม่มีรากหายใจเปลือกหยาบเป็นเกล็ด มีร่องลึกแตกตามยาว สีน้ำตาลอมชมพูถึงเทาเข้ม ใบเดี่ยวเรียงเวียนเป็นกระจุกตามปลายกิ่งขนาดของใบกว้าง5-10ซม.ยาว 10-22ซม แผ่นใบรูปรี รูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปหอก หรือรูปรีแกมรูปไข่ พบบ่อยที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวไม่แน่นอน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีเงินเทาขาว แวววาว เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกเป็นช่อเชิงลดแยกแขนงตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกโปร่งยาว10-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ผลแห้งมีปีกเดียวรูปทรงรีขนาดกว้าง4-6ซม.ยาว5-10ซม.ด้านล่างแบน ด้านบนโค้งขึ้นและมีสันตามยาว แผ่กว้างออกไปทางปลายผลคล้ายหงอนไก่ เปลือกผลแข็งสีเขียวเข้มเป็นมันวาวแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อผลเป็นเส้นใยอัดแน่น ผลแก่ไม่แตกห้อยลงเป็นกลุ่มตามกิ่ง มี1เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ต้องการดินทราย ดินที่อุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำ ความชื้นสม่ำเสมอ และตำแหน่งที่มีแดด ค่า pH ในช่วง 5.5 - 6.5 ทนได้ 5 - 7 แม้ว่ามันจะเติบโตในป่าโกงกาง แต่ดูเหมือนจะทนไม่ได้กับความเค็มสูง สามารถทนน้ำเค็มที่ท่วมได้เป็นครั้งคราวแต่ความเค็มจะต้องถูกชะออกมาด้วยน้ำจืด


ใช้ประโยชน์--- ต้นไม้มักถูกนำไปใช้ประโยชน์จากป่าโดยเฉพาะไม้ที่แข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ยังได้รับการปลูก ในฐานะเป็นไม้ประดับ
-ใช้กินได้ เมล็ดกินแทนถั่ว น้ำมันจากเมล็ด
-ใช้เป็นยา ยาต้มรากใช้รักษาโรคปากและฟัน สารสกัดจากเมล็ดใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงและโรคบิด  น้ำคั้นจากเปลือกแก้ริดสีดวงทวาร ใบใช้ประคบแก้ปวด
-ใช้อื่น ๆ แก่นไม้มีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเข้มมักมีสีช็อกโกแลตหรือสีม่วง ไม้นั้นแข็งแข็งแรงและทนทาน มักจะมีกลิ่นเหมือนหนัง สามารถต้านทานการติดเชื้อในท้องทะเลได้  ใช้สำหรับเสากระโดงเรือเมื่อตรงและยาวพอ ๆ กับเสาเสาตอม่อ ขอแนะนำสำหรับการดัดโค้งนึ่ง - เปลือกมีสารแทนนิน 12 - 15% สำหรับน้ำหนักแห้ง ใช้สำหรับการทำ แห อวน เมล็ดยังมีแทนนิน กิ่งไม้ใช้เป็นแปรงสีฟัน เยื่อไม้เหมาะสำหรับการผลิตกระดาษห่อเขียนและพิมพ์ ไม้ใช้เป็นฟืนที่ยอดเยี่ยมมีค่าพลังงานสูง
ระยะเวลาออกดอก---มีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ -- เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


119 องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Coccoloba uvifera (L. ) L.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Coccolobis uvifera (L.) Crantz
---Guaiabara uvifera (L.) House
---Polygonum uvifera L.
ชื่อสามัญ---Sea Grape, Seaside grape, Bay grape, Shore-grape, Platter leaf.
ชื่ออื่น---ครุฑทะเล(กรุงเทพฯ), องุ่นทะเล(ทั่วไป) ; [THAI: khrut thale (Bangkok);  a ngun thale (General).]; [BRAZIL: uva de praia.]; [CHINESE: Hǎi pútáo.]; [DUTCH:  Meertraubenbaum, Seetraube.]; [FRENCH: Cipo Branco De Pernambuco, Kino, Raisin Marine, Raisinier, Raisinier Bord De Mer.]; [GERMAN:  Meertraube, Gewöhnliche; Seetraube, Gewöhnliche.]; [HONDURUS: papaturro.]; [MEXICO: niiche.]; [NETHERLANDS: Stranddruif, zeedruif, gewoone.]; [PORTUGUESE: Cocoloba, Uva-da-praia, Uva-do-mar.]; [SPANISH: Uva caleta, Uva de playa, Uvero, Uvero de playa.]; [SURINAME: Droifi, Druif, Sistridroifi, Zeedruif.]; [TAIWAN: Hǎi pútáo.];[TRADE NAME: American kino.];[VIETNAM: Nho biển.].
ชื่อวงศ์---POLYGONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ - เอกวาดอร์ โคลัมเบีย เวเนซุเอลา ซูรินาเม; อเมริกากลาง- ปานามา ไปยังเม็กซิโก; แคริบเบียน


มีถิ่นกำเนิดในฟลอริดา บาฮามาส เวสต์อินดีส อเมริกาใต้และเม็กซิโก เป็นพืชผู้บุกเบิกไม้ริมชายฝั่งทะเลทราย แนวชายฝั่งและหินปูน ในเขตร้อนชื้นซึ่งพบได้ในระดับสูงถึง 500 เมตร
ไม้ ต้นสูง 8-10เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 ซม.แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกต้นสีค่อนข้างนวล กิ่งอ่อนสีเขียว มีจุดประสีขาวทั่วไป ใบเดี่ยวและมีหูใบรอบข้อ รอบๆลำต้น ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกแยกเพสอยู่ต่างต้น ผลค่อนข้างกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 - 2 ซม. ออกเป็นกระจุกขนาดใหญ่คล้ายองุ่น ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงอมเขียว รูปทรงคล้ายแอปเปิ้ลขนาดเล็ก เปลือกและเนื้อผลบาง เมล็ดมี1เมล็ด ผลจะผลิตโดยต้นเพศเมียเท่านั้น ต้นเพศผู้จะไม่ผลิตผล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็วทรงพุ่มกลมกว้าง ต้องการแสงแดดจัด หรือร่มเงาบางส่วน เหมาะสมกับพื้นที่แห้งแล้ง ทนความหลากหลายของสภาพดินรวมถึงดินเค็ม ค่า pH ในช่วง 6.5 - 7.5 ซึ่งทนได้ 5.8 - 8 ทนต่อไอเกลือ และสัมผัสทางทะเล
-ใช้ประโยชน์ ส่วนที่นำมาใช้ใบ เปลือก เปลือกราก ผลไม้ พืชมักจะถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นอาหารยาและแหล่งที่มาของไม้เมื่อมีขนาดใหญ่พอ เป็นไม้มีค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานตู้และเฟอร์นิเจอร์ บางครั้งมันได้รับการปลูก สำหรับผลไม้ที่กินได้และมักจะปลูกเป็นไม้ประดับซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการป้องกันความเสี่ยงในพื้นที่ทางทะเล
-ใช้กินได้ ผลสุกสีส้มแดงกินสดได้ มีรสชาดหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และนำเนื้อของผลมาทำ แยม เยลลี่ หรือไวน์ ดอกไม้ให้น้ำหวานมากมายน้ำผึ้งที่ได้มีคุณภาพดีให้สีอำพันอ่อน
-ใช้เป็นยา น้ำผลไม้และยาต้มจากเปลือกไม้และรากใช้ในการรักษาโรคบิด, ตกเลือด, กามโรค - ใช้ทาภายนอกสำหรับผื่นและโรคผิวหนัง - การต้มใบใช้รักษาโรคหอบหืดเสียงแหบและล้างบาดแผล- รากและเปลือกต้นฝาดใช้ในยาแผนโบราณของเปอร์โตริโกและแคริบเบียน- ในสาธารณรัฐโดมินิกันการต้มใบที่ใช้สำหรับอาการวัยหมดประจำเดือน, ท้องร่วง, เนื้องอก, โรคโลหิตจาง, ระคายเคืองผิวหนัง, โรคหอบหืด - ในเฟรนช์เกียนาน้ำผลไม้ฝาดจากพืชทั้งหมด รู้จักกันในชื่อ Jamaica kino ใช้รักษาอาการท้องเสียและโรคบิด ยาต้มก้านที่ใช้สำหรับความผิดปกติของลำไส้
-ใช้อื่น ๆ แก่นไม้มีสีน้ำตาลแดง เนื้อไม้มีลักษณะ แข็งแรงและหนักมาก แต่ไวต่อการถูกโจมตีจากปลวก เหมาะสำหรับงานตู้ ทำเฟอร์นิเจอร์ งานกลึงและงานแกะสลัก-สารฝาดแดงที่เรียกว่า W.Indian kino สกัดจากเปลือกไม้และใช้สำหรับการฟอกและย้อมสี- ไม้ใช้สำหรับทำถ่านและฟืนเป็นเชื้อเพลิงที่ดี
ขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ เริ่มติดผลเมื่ออายุประมาณ 6-8 ปีจากเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ--- อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


120 โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhizophora apiculata Blume
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Rhizophora candelaria DC.
ชื่อสามัญ---Mamgrove, Tall-Stilted Mangrove
ชื่ออื่น---โกงกาง(ระนอง),โกงกางใบเล็ก(ภาคกลาง),พังกาใบเล็ก(พังงา),พังกาทราย(กระบี่) ; [THAI: kong kang (Ranong); kong kang bai lek (Central); phang ka bai lek (Phangnga); phang ka sai (Krabi).]; [BRUNEI: bakau minyak, bakau.]; [CAMBODIA: kaông ka:ng nhi.]; [CZECH: kořenovník.];  [INDIA: Garjan.]; [INDONESIA: bakau minyak (general), bako (Javanese), babakoan laut (Sundanese).]; [MALDIVES: Randho.]; [MALAYSIA: Bakau, Bakau minyak, Bakau tandok, Bakau akik, Pokok Bakau (Malay); Bangkita (Sabah).];[MYANMAR: pyoo.]; [PAPUA NEW GUINEA: abia (Gulf Province), bahkweh.]; [PHILIPPINES: bakauan (lalaki).]; [ SINGAPORE: bakau minyak, red-tree.]; [VIETNAM: cây Đước, Đước đôi.].
ชื่อวงศ์---RHIZOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ป่าชายเลนเขตร้อนทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและตอนเหนือของออสเตรเลีย


ขึ้นกระจายทั่วไปในป่าชายเลนส่วนใหญ่ในเอเชียเขตร้อนจากสามเหลี่ยมปากแม่น้ำสินธุในปากีสถานไปจนถึงเวียดนามและไหหลำ มันเกิดขึ้นทั่วภูมิภาค Malesian และไปทางทิศใต้ถึง รัฐควีนส์แลนด์และทางตะวันออกไปจนถึง New Caledonia และ Ponape (ไมโครนีเซีย) พบเป็นหมู่ไม้ ที่มีพันธุ์ไม้ชนิดเดียว ตามปากแม่น้ำลำคลอง และพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลที่มีดินอ่อนค่อนข้างลึกและน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอ บางครั้งมีโกงกางใบใหญ่ขึ้นปะปน
ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง25-30เมตร เรือนยอดรูปกรวยคว่ำและแผ่กว้าง รากค้ำยันสูง3-8เมตรรากค้ำยันแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ โคนรากทำมุมเกือบตั้งฉากกับลำต้นแล้วหักศอกลงดินเกือบเป็นมุมฉาก มีรากอากาศแตกตามกิ่ง เปลือกต้นสีเทาคล้ำหรือสีเทาอม ชมพู เรียบแล้วแตกเป็นร่องตามยาวตื้นๆ บางครั้งแตกตามแนวขวางคั่นไม่เป็นระเบียบคล้ายตารางสี่เหลี่ยม เมื่อทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่เปลือกในจะเป็นสีแดงสดถึงแดงเลือดหมูใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉากออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีถึงขอบขนานแกมรูปรี ขนาดกว้าง4-8ซม.ยาว8-18ซม.โคนใบสอบรูปลิ่มถึงมน ชอบใบเรียบปลายใบเป็นติ่งแหลมอ่อนสีดำ ผิวใบเกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่า และมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆกระจายทั่วผิวใบ เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง หูใบแคบปลายเรียวแหลมสีชมพูถึงแดงเรื่อ ประกบคู่ที่ปลายยอดยาว4-8ซม.หลุดร่วงง่าย ดอก แบบช่อกระจุกด้านเดียวแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย1คู่ไม่มีก้านดอก  สีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว แข็งหนา ผลแบบผลมีเนื้อเมล็ดเดียว รูปทรงไข่กลับปลายคอด ยาว2-3ซม.ผิวหยาบค่อนข้างขรุขระสีน้ำตาลคล้ำ เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยงหรือฝัก คล้ายรูปทรงกระบอกขนาด1-1.5ซม.ยาว20-40ซม.มักโค้งงอทางด้านยอดฝัก แล้วเหยียดตรงและขยายขึ้นที่ส่วนโคนส่วนของปลายโคนฝักทู่ ผิวเป็นมันสีเขียวหรือเขียวอมม่วง ค่อนข้างเรียบหรือมีตุ่มขรุขระกระจายทั่วไป ใบเลี้ยงที่ยื่นออกมาสีส้มหรือสีน้ำตาลแดงยาว1-2ซม.

 

ใช้ประโยชน์-ใช้กินได้ สามารถกินได้หลังจากสกัดแทนนินออก แต่นี่อาจเป็นเพียงในสถานการณ์ที่เกิดความอดอยาก
-เปลือกไม้ใช้เป็นยาต้านโรคบิด
-วนเกษตร เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการในโครงการปลูกป่าในพื้นที่ป่าชายเลน ส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-อื่น ๆ ไม้ใช้ทำเสาที่ใช้สำหรับตอกเสาเข็มในการก่อสร้างและเป็นเสาประมง ไม้เหมาะสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์  เปลือกอุดมไปด้วยแทนนินใช้สำหรับฟอกหนังและใช้ในการทำเชือก
เนื้อไม้มีค่าพลังงานสูงทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับทำฟืนและทำถ่าน
ระยะออกดอก---ธันวาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยวิธีการใช้ฝักโดยตรง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


121 ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Xylocarpus granatum J. Koenig
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms
---Amoora salomoniensis C.DC.
---Carapa granatum (J.Koenig) Alston.
---Carapa obovata Blume.
---Granatum obovatum (Blume) Kuntze.
---Xylocarpus obovatus (Blume) A.Juss.
ชื่อสามัญ---Cannonball Mangrove, Cedar mangrove, Puzzle fruit tree, Puzzlenut tree.
ชื่ออื่น---กระบูนขาว, ตะบูน, ตะบูนขาว (ภาคกลาง,ภาคใต้) ; [THAI: krabun khao, tabun, tabun khao (Central, Peninsular).]; [BENGALI: Dhundal, Dhundul, Tutul, Karamphul, Karambola, Karamfola.]; [CHINESE: Hai you, Mu guo lian.]; [MALAYSIAN: Nyireh ayer, Nyireh hudang, Nyireh bunga, Nireh, Niri, Pokok nyireh bunga.]; [MARATHI: Karpa.]; [PHILIPPINES: Piyagaw (Tag.); Kolimbaning (Ilk.); Lubanayong (Ibn.); Tambu-tambu (Mag.).]; [SINGHALESE: Kontalai, mutti kad.]; [TAMIL: Somuntheri, kadal manga.]; [TELUGU: Chenuga.].
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--เอเชีย ออสเตรเลีย -ปาปัว นิวกินี หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก -แอฟริกา

 

เกิดขึ้นในแอฟริกาเขตร้อนตะวันออกตลอดทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก พบได้ตามตามชายฝั่งทะเล พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณที่มีกระแสน้ำขึ้นน้ำลง
ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ผลัดใบเจริญเติบโตดีในน้ำกร่อย ลักษณะทรงต้นและเรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นมักคดงอ ส่วนที่โคนต้นมีลักษณะเป็นพูพอน เปลือกต้นสีเทาหรือสีเทาอมขาว หรือเป็นสีน้ำตาลแดง เปลือกแตกล่อนเป็นแผ่นบาง ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่เรียงสลับกัน ใบย่อยเรียงตรงข้ามอยู่ 2 คู่ รูปไข่กลับ กว้างประมาณ 4.5-5 ซ.ม.ยาว 6-12 ซ.ม. ปลายใบมนโคนใบเรียวสอบ แผ่นใบหนาและเปราะ ขอบใบโค้งลงและเป็นคลื่นเล็กน้อยดอกสีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดอกออกรวมเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1-1.2 ซ.ม.ผลแห้งแล้วแตก ผลรูปทรงกลม สีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15-20 ซ.ม. มีเมล็ดประมาณ 4-17 เมล็ด
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งที่มีแดด ขี้นได้ในดินทรายถึงดินเหนียวที่อุดมด้วยอินทรีย์วัตถุ ดินมี ค่า pH ในช่วง 6.8 - 7.2 ทนได้ 6.5 - 7.5
ใช้ประโยชน์--- ต้นไม้ถูกใช้ในท้องถิ่นสำหรับไม้แทนนินและสรรพคุณทางยา
-ใช้กินได้ เปลือกผลไม้ใช้เติมลงในซุป  เปลือกผลไม้แห้งใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย -ใช้เป็นยา ผลไม้ใช้รักษาอาการบวมของเต้านมและโรคเท้าช้าง ยาต้มของผลไม้บดจะเมาเหมือนยาโป๊ว เปลือกสมานแผลมีสรรพคุณทางยาบางอย่าง มีรายงานการรักษาโรคบิดท้องร่วงและปัญหาท้องอื่น ๆ และ ใช้เป็นยาแก้ไข้ เมล็ดถูกเผาแล้วผสมกับกำมะถันและน้ำมันมะพร้าวเพื่อรักษาโรคผิวหนังและอาการคัน
-ใช้อื่น ๆ -แก่นไม้สีน้ำตาลแดงไม้เนื้อแข็งหนักปานกลางไม่ค่อยทนทานใช้สำหรับการทำวัตถุขนาดเล็กเช่นหมุดเครื่องมือจับ
-เปลือกไม้บางครั้งใช้ย้อมผ้าสีน้ำตาล สีย้อมสีแดงเข้มได้มาจากเปลือกไม้ เรซินได้มาจากต้นไม้- น้ำมันสีขาวกึ่งแข็งได้มาจากเมล็ด กลายเป็นของเหลวที่อุณหภูมิสูงขึ้น ใช้ในอินเดียสำหรับการเผาไหม้และในบางสถานที่เป็นน้ำมันใส่ผม
ออกดอก---มีนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด

อ้างอิง, แหล่งที่มา

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙  (2539) ด่านสุทธาการพิมพ์
---หนังสือ ดอกไม้ และประวัติไม้ดอกเมืองไทย จาก ชุดธรรมชาติศึกษา โดย วิชัย อภัยสุวรรณ 2532
---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์  BGO Plant Databases, The Botanical Garden OrganizationOrganization http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_page.asp
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---The Plant List (TPL) was a working list of all known plant species  http://www.theplantlist.org/
---Useful Tropical Plants. http://tropical.theferns.info/viewtropical.                                                        ---India Biodiversity Portal. http://indiabiodiversity.org/species/show/                                                  ---Plants of the World Online | Kew Science . www.plantsoftheworldonline.org/taxon/urn:lsid:ipni.org     ---GBIF.the Global Biodiversity Information Facility.https://www.gbif.org/species/

Check for more information on the species:    
        
---Plants Database -Names, synonymy and distribution-The Garden.org Plants Database.  https://garden.org/plants/
---Global Plant Initiative-Digitized type specimens, descriptions and use    
----หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ  www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
---Tropicos- Nomenclature, literature, distribution and collections-Tropicos - Home.  www.tropicos.org/
---GBIF-Global Biodiversity Information Facility-Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
---IPNI- International Plant Names Index- The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
---EOL-Descriptions, photos, distribution and literature-Global access to knowledge about life on Earth. Encyclopedia of Life eol.org/
---PROTA- Uses-The Plant Resources of Tropical Africa.https://books.google.co.th/
---Prelude-Medicinal uses-Prelude Medicinal Plants Database.    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google- Images-Images       

รวบรวมเรียบเรียง: Tipvipa..V
รูปภาพ : ทิพพ์วิภา วิรัชติ
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์  จำกัด
สวนเทวา-เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com


















 


  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view