เปิดเว็บไซต์ |
15/02/2008 |
ปรับปรุง |
26/01/2019 |
สถิติผู้เข้าชม |
8,528,972 |
Page Views |
13,216,378 |
|
«
| February 2019 | »
|
---|
S | M | T | W | T | F | S |
---|
| | | | | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | | |
|
|
07/08/2018
View: 12,379

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4
90 |
ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea |
106 |
เลือดมังกร/Dracaena draco |
91 |
ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis |
107 |
สะเดาบ้าน/Azadirachta indica |
92 |
ไข่เน่า/Vitex glabrata |
108 |
หูกวาง/Terminalia catappa |
93 |
จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides |
109 |
หลิว/Salix babylonica |
94 |
จันทน์หอม/Mansonia gagei |
110 |
มหาพรหม/Mitrephora winitii |
95 |
จันทน์เทศ/Myristica fragrans |
111 |
ลำพู/Sonneratia caseolaris |
96 |
โพทะเล/Thespesia populneoides |
112 |
ลำแพน/Sonneratia ovata |
97 |
ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus |
113 |
ตะโกสวน/Diospyros malabarica |
98 |
โพฝรั่ง/Hura crepitans |
114 |
พลับพลา/Microcos tomentosa |
99 |
พยอม/Shorea roxburghii |
115 |
แสมขาว/Avicennia alba |
100 |
มะเกลือ/Diospyros mollis |
116 |
แสมทะเล/Avicennia marina |
101 |
ขานาง/Homalium tomentosum |
117 |
มังคะ/Cynometra ramiflora |
102 |
พิกุล/Mimusops elengi |
118 |
หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis |
103 |
มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani |
119 |
องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera |
104 |
มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla |
120 |
โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata |
105 |
จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis |
121 |
ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum |
90 ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby ชื่อพ้อง ---Cassia arayatensis Naves ---Cassia arborea Macfad ---Cassia florida Vahl ---Cassia gigantea DC ---Cassia siamea Lam ---Cassia siamea var. puberula Kurz ---Cassia sumatrana Roxb ---Cassia sumatrana DC ---Chamaefistula gigantea G.Don ---Sciacassia siamea (Lam.) Britton & Rose S ---Sciacassia siamea (Lam.) Britton ---Senna sumatrana (DC.) Roxb. ชื่อสามัญ ---Thai Copper Pod, Siamese cassia, Kassod tree, Cassod tree, Cassia tree ชื่ออื่น ---ขี้เหล็กบ้าน, ขี้เหล็กหลวง, ผักจี้ลี้ ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE) ถิ่นกำเนิด ---อินดิสตะวันออก มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย เขตการกระจายพันธุ์ ---เอเซียใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-18เมตรไม่ผลัดใบ พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ เปลือกต้นสีเทาอมน้ำตาล ตามยาวแตกเป็นร่องตื้นๆ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มแคบ ใบ เป็นใบผสมชั้นเดียว6-12(15)คู่ ปลายใบมนหน้าใบเกลี้ยง หลังใบมีขนสั้นสีเหลืองซีดปกคลุม ดอกเป็นดอกช่อสีเหลืองสดยาว20-30ซม.กลีบ1.2-2ซม. เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างบ้านเรือน เสา รอด ตง เครื่องเรือน นิยมปลูกประดับให้ร่มป้องกันแดดลมตามถนนหนทาง สวนสาธารณะ ยอดอ่อนและดอกอ่อนนำมาต้มทิ้งน้ำให้ขมน้อยหน่อยก่อนเอามาแกงใส่กระทิกับหมู ย่างอร่อยมากและมีประโยชน์ทางด้านเป็นสมุนไพรแก้ไข้มาลาเรีย แก้ปวดท้อง และเบาหวาน
ระยะเวลาออกดอก : ดอกจะบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเริ่มติดฝักในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
91 ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Senna spectabilis (DC.) H.S.Irwin & Barneby ชื่อพ้อง ---Cassia amazonica Ducke ---Cassia carnaval Speg. ---Cassia edulis Sessé & Moc. ---Cassia excelsa Schrad. ---Cassia excelsa Schrad. var. acutifolia Hassl. ---Cassia humboldtiana DC. ---Cassia speciosa Kunth ---Cassia spectabilis DC. ---Cassia totonaca Sessé & Moc. ---Cassia trinitatis Reichb. ex DC. ---Cathartocarpus humboldtianus Loudon ---Cathartocarpus speciosus G. Don ---Cathartocarpus trinitatis (Reichb. ex DC.) G. Don ---Pseudocassia spectabilis (DC.) Britton & Rose ชื่อสามัญ ---American Cassia, Popcorn Tree, Weeping Cassia, Drooping Cassia, Popcorn Bush, Golden Wonder Tree, Spectacular Cassia, Yellow Cassia ชื่ออื่น ---ขี้เหล็กอเมริกัน ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE) ถิ่นกำเนิด ---อาร์เจนติน่า,ปรากวัย,บราซิล,โบลิเวีย, เปรู,โคลัมเบีย, เวเนซูเอล่า เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แคริเบียน

ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กทรงต้นแผ่กว้าง โดยปกติทั่วไปจะมีความสูงประมาณ 7-10 เมตรแต่มักไม่เกิน 15 เมตร ใบย่อย 6-15 คู่ ดอกออกเป็นช่อใหญ่แตกแขนงที่ปลายกิ่ง สีเหลืองกลีบดอกล่างที่ใหญ่สุดจะโค้งงอ เกสรตัวผู้ 7 อัน ยาวกว่า 3 อัน ที่เหลือ ใบและดอกของขี้เหล็กอเมริกันใช้เป็นอาหารได้เช่นเดียวกับขี้เหล็กบ้าน
ระยะเวลาออกดอก : เป็นระยะตลอดปี ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
92 ไข่เน่า/Vitex glabrata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Vitex glabrata R.Br. ชื่อพ้อง ---Vitex cunninghamii Schauer ชื่อสามัญ ---Smooth Chastetree, Black Plum, Black berry tree ชื่ออื่น ---คมขวาน, ฝรั่งโคก, ขี้เห็น ชื่อวงศ์ ---LAMIACEAE (LABIATAE) ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย,บังคลาเทศ,ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,ปาปัวนิวกินี,ออสเตรเลีย,หมู่เกาะมารีน่า
ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบขึ้นในป่าแล้ง ป่าเบญจพรรณ ชายป่าดิบชื้นในทุกภาคของประเทศ ในระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 400เมตร ความสูงโดยประมาณของต้นไข่เน่าสูงประมาณ 8-20 เมตร ทรงพุ่มกลมโปร่ง กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆหนาแน่น ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย3-5ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบกลางมีขนาดใหญ่สุด ขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่งช่อยาว8-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีขาวมี5กลีบ ดอกจะเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศผสมตัวเองหรือต่างต้นต่างดอกก็ได้
ผลไม่สุกรูปไข่หรือไข่กลับสีเขียวแข็ง เมื่อสุกสีม่วงดำ นิ่ม มีเมล็ด 1เมล็ด เป็นไม้ต้นที่ทรงพุ่มให้ร่มเงา เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ผลสุกรับประทานได้รสหวานเล็กน้อย หรือนำไปดองน้ำเกลือ เปลือกและรากเป็นสมุนไพร ขับพยาธิในเด็ก แก้ตานขโมย เด็กถ่ายเป็นฟอง
ระยะเวลาออกดอก : เดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ : เมล็ด
|
93 จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Vatica diospyroides Symington ชื่อสามัญ ---none ชื่ออื่น ---เขี้ยวงูเขา, จันทน์พอ, จันทน์พ้อ, จันทน์ตะพ้อ ชื่อวงศ์ ---DIPTEROCARPACEAE ถิ่นกำเนิด ---พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย เขตการกระจายพันธุ์ ---ภาคใต้ที่จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา และตรัง
|
เลื่องลือในด้านความเป็นไม้ดอกหอมมากต้น หนึ่ง ที่นักสะสมไม้ไทยมักต้องมีเก็บไว้ เป็นไม้โตช้ามากถ้าปลูกอยู่ในที่แจ้งแดดจัดมักไม่งามใบมักจะไหม้ เพราะที่พบตามธรรมชาติจะขึ้นปนกับไม้ยางที่เกิดในที่ราบหรือป่าดงดิบทางภาค ใต้ จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 6-15เมตร ต้นแตกกิ่งมากที่ยอดเป็นทรงกลม เปลือกแตกและมีน้ำยางใสซึมออกมาใบรูปรีแกมขอบขนานหรือใบหอก สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อสั้นๆตามซอกใบและปลายกิ่ง มี5กลีบสีขาวหรือเหลืองอ่อน กลีบรองดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนสีน้ำตาลด้านนอก ดอกทยอยบานนาน1-2สัปดาห์ ดอกบานเพียงวันเดียว เมล็ดมีความงอกต่ำ ควรเพาะทันทีเมื่อเก็บมาจากต้น ชอบความชื้นสูง ทนน้ำท่วมขัง เหมาะปลูกในที่โล่งแจ้งริมน้ำ หรือในที่มีน้ำหลากน้ำท่วม ชอบน้ำมาก
ระยะเวลาออกดอก : ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
|
94 จันทน์หอม/Mansonia gagei

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mansonia gagei J.R.Drumm.ex Prain ชื่อสามัญ ---Kalamet ชื่ออื่น ---จันทน์ขาว, จันทน์พม่า, จันทน์ ชื่อวงศ์ ---STERCULIACEAE ถิ่นกำเนิด ---เอเซีย เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย พม่า

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พบขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไป ลักษณะของต้นจันทน์หอม สูงประมาณ 10-20 เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว หรือสีเทาอมน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นตามแนวยาวของลำต้น เรือนยอดรูปกรวยต่ำค่อนข้างโปร่ง ใบ เดี่ยวออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเบี้ยวเล็กน้อยหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นคลลื่นห่างๆ แผ่นใบบางสีเขียวเข้ม ดอกออกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ ภายนอกมีขนสีเทานุ่มปกคลุมทั่วไป ผลรูปกระสวยส่วนปลายมีครีบหรือปีกเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม เนื้อ ไม้ กระพี้สีขาว แก่นสีน้ำตาลเข้ม ไสกบตกแต่งง่าย ไม้ที่ตายเองจะมีกลิ่นหอม ใช้ทำหีบใส่ผ้า เครื่องแกะสลัก ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำหอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่องสำอาง ปรุงน้ำอบไทย
ระยะเวลาออกดอก : เดือนสิงหาคม - ตุลาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
95 จันทน์เทศ/Myristica fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Myristica fragrans Houtt. ชื่อพ้อง ---Myristica aromatica Lam. ---Myristica officinalis L. f. ---Myristica moschata Thunb. ---Myristica officinalis Mart. ชื่อสามัญ ---Nutmeg Tree ชื่ออื่น ---จันทน์บ้าน ชื่อวงศ์ ---MYRISTICACEAE ถิ่นกำเนิด ---หมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย เขตการกระจายพันธุ์ ---ปลูกทั่วไปในเขตเมืองร้อน ในประเทศไทยจะพบได้มากทางภาคใต้

ไม้ต้นสูง 5-18 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง4-5ซม.ยาว10-15ซม.ผิวใบมัน ดอกเดี่ยวหรือช่อ2-3ดอกออกที่ซอกใบ ดอกเป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกย่อย รูปคนโทขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน ผล เป็นผลสดฉ่ำน้ำ รกหุ้มเมล็ดสีแดงเรียกว่า ดอกจันทน์ มีเมล็ดเดียวสีน้ำตาลเปลือกแข็งเรียกว่าลูกจันทน์ ทั้งสองอย่างใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร จันทน์เทศขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดแต่ดินที่เหมาะกับการเจริญเติบโตคือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูง
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
|
96 โพทะเล/Thespesia populneoides

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Thespesia populneoides (Roxb.) Kostel ชื่อพ้อง ---No synonyms are recorded for this name ชื่อสามัญ ---Pacific rosewood, Seaside mahoe, Rosewood of seychelles, Yellow mallow tree, Umbrella tree, Portia tree, Cork tree, Coast cotton tree, Indian tulip tree, Tulip tree ชื่ออื่น ---โพทะเล ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE ถิ่นกำเนิด ---ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะไหหลำ เขตการกระจายพันธุ์ ---แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ รวมไปถึงภูมิภาคมาเลเซียและในหมู่เกาะแปซิฟิก

ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 8-15 เมตร เรือนยอดค่อนข้างแน่นทึบแผ่กว้าง ลำต้นคดงอแตกกิ่งต่ำเปลือกเรียบสีเทาแล้วเปลี่ยนเป็นผิวขรุขระ มีรอยแตกตามยาวเมื่ออายุมากขึ้น มีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกในเป็นเส้นใยเหนียวลอกออกได้ง่าย ใบเดี่ยวเรียงสลับแผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง8-12ซม.ยาว9-13ซม.ขอบใบเรียบ ใบอ่อนที่ปลายยอดปกคลุมด้วยเกล็ดสีบรอนซ์หรือสีทองแดงหนาแน่น ดอกจะโน้มเอียงหรือห้อยลง ไม่มีริ้วประดับ ผลแห้งแล้วแตกตามรอยประสานรูปทรงกลมแป้นปลายมนหรือแบนเล็กน้อยเมื่อแก่เต็มที่แตกออกเป็น5แฉกจากปลายผลลงมา1/2-2/3ของความยาว พบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ที่ดอน และริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำกร่อย
ระยะเวลาออกดอกติดผล : เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
|
97 ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Hibiscus tilliaceus L. ชื่อพ้อง ---Pariti grande Britton ex Small ---Pariti tiliaceum (L.) A. Juss. ex Britton & Millsp. ---Talipariti tiliaceum (L.) Fryxell ชื่อสามัญ ---Sea hibiscus, Beach hibiscus, Cottonwood, Green cottonwood, Sea rosemallow,Coast cotton tree, Yellow mallow tree ชื่ออื่น ---ขมิ้นนางมัทรี, ปอฝ้าย,ปอนา,บา,ผีหยิก,ปอโฮ่งบารู ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE ถิ่นกำเนิด ---เขตร้อนของแอฟริกา ยุโรป เอเซีย เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย

ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 3-10 เมตร ลำต้นสั้น คดงอ แตกกิ่งมากเปลือกเรียบเกลี้ยง สีเทาถึง น้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในสีชมพูประขาว มีกิ่งก้านสาขาทรงพุ่มใบหนาแน่น แผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง 5-10 ซม.ยาว 7-15 ซม.เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ ดอก เดี่ยวออกตามง่ามใบหรือออกเป็นกระจุกด้านเดียวใกล้ปลายกิ่ง ดอกขนาดใหญ่ดอกบานขนาด5-10ซม. ออกดอกดกและออกตลอดปี ดอกสีเหลืองอ่อน แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงอมส้ม เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง ผลเป็นแบบแห้งแล้วแตกกลางพู รูปไข่ถึงเกือบกลม ผลแก่แตกเป็น5ซีกเมล็ดเล็กรูปไตสีน้ำตาลจำนวนมาก สามารถ ปลูกได้ในดินทุกชนิด ขึ้นเจริญงอกงามในที่ลุ่มมากกว่าในที่ดอน ทั้งในที่ใกล้น้ำกร่อย น้ำเค็ม หรือ น้ำเปรี้ยว
ระยะเวลาออกดอก : เกือบตลอดทั้งปี หรือออกในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง ปักชำก็ขึ้นง่าย
|
ปอทะเลสามสี

มี รูปมาฝากรูปนี้ถ่ายที่ร้านอาร์ทร็อค สระบุรีใบด่างลายสามสีสวยอย่างนี้ มีต้นใหญ่ที่เป็นต้นแม่อยู่ใกล้ๆใต้ต้นดอกร่วงพราวสวยจริง แวะชมได้
|
98 โพฝรั่ง/Hura crepitans

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Hura crepitans L. ชื่อพ้อง ---Hura brasiliensis Willd. ---Hura senegalensis Baill. ---Hura strepens Willd. ชื่อสามัญ ---Sand box tree, Monkey pistol, Portia tree, Umbrella tree, Monkey’s dinner bell ชื่ออื่น ---โพศรี ,โพอินเดีย,โพหนาม ชื่อวงศ์ ---EUPHORBIACEAE ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลางและอเมริกาใต้ เขตการกระจายพันธุ์ ---เปรู,โบลิเวีย,บราซิล,ตอนเหนือของแคริเบียน,นิคารากัว

โพฝรั่ง หรือ โพศรีเป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ15เมตรและอาจสูงได้ถึง45เมตรในถิ่นกำเนิด ลำต้นแก่มีหนามสั้นๆขึ้นกระจายทั่วไป มีน้ำยางใส ใบเดี่ยวลักษณะคล้ายใบโพธิ์ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้มีสีแดงเข้มเป็นช่อดอกยาว ดอกตัวเมียเป็นรูปเห็ดเล็ก ๆ ผลกลมแป้นเป็นกลีบเท่า ๆ กัน รูปทรงคล้ายผลฝักทอง เนื้อแข็ง ภายในมีเมล็ดคล้ายเมล็ดถั่วปากอ้า ในสมัยก่อนมีการนำผลที่ยังไม่สุกมาต้ม เจาะรู ตากให้แห้ง บรรจุทรายไว้ในผล ใช้สำหรับซับหมึกจากปากกา เป็นที่มาของชื่อ sand box tree เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการนำผลโพธิ์ศรีไปรับประทานและเกิดอาการพิษ ทั้งนี้เนื่องจากผลซึ่งมีลักษณะสวยงามและดึงดูดสายตา ประกอบกับมีเมล็ดซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วปากอ้าที่ใช้บริโภค
ฃยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด สถานที่ถ่ายภาพ: สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง พุแค สระบุรี
|
99 พยอม/Shorea roxburghii

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Shorea roxburghii G.Don ชื่อพ้อง ---Hopea floribunda Wall. ---Saul iallarea Roxb. ex Wight & Arn. ---Shorea attopoensis Pierre ---Shorea cochinchinensis Pierre ---Shorea harmandii Pierre ex Lanessan ---Shorea laccifera Heyne ex Wall ---Shorea saigonensis Pierre ---Shorea talura Roxb. ---Vatica laccifera (Wall. ex DC.) Wight & Arn. ชื่อสามัญ ---Shorea, White meranti ชื่ออื่น ---ยางหยวก, กะยอม, พะยอมทอง, ขะยอมดง, พะยอมดง, สุกรม, คะยอม,ขะยอม,พะยอมแดง แคนพยอม ชื่อวงศ์ ---DIPTEROCARPACEAE ถิ่นกำเนิด ---ไทย พม่า ลาว ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย พม่า ไทยกัมพูชา ลาว เวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์

ไม้ ต้นขนาดใหญ่อาจผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้แล้วแต่สภาพแวดล้อมถ้าผลัดใบจะผลัด ใบในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ความสูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกแตกเป็นร่องสีเทาอมน้ำตาลเข้มเรือนยอดรูปไข่ทึบ ใบรูปขอบขนานรี ขนาดกว้างประมาณ3.5-7ซม.ยาว8-15ซม.โคนใบมนและเว้าเป็นติ่งสั้นๆ ปลายใบป้าน หลังใบมีขนสีน้ำตาลนิ่มปกคลุม ช่อ ดอกออกที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง ดอกออกเพียงข้างเดียวสีขาว มีกลิ่นหอมลือลั่น ผลมี3ปีกใหญ่ ขนาด0.6-1x6-8 ซม.ปีกแคบปลายแหลม เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาลแก่ นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ถ้าปลูกในดินเหนียวหรือดินที่แฉะจะออกดอกน้อยมาก เวลาล้อม พะยอมต้นใหญ่จะล้อมยากมากเพราะมักพบตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบที่เป็นดิน ทรายตุ้มดินมักแตก ทำให้พะยอมต้นใหญ่ที่ล้อมมาปลูกเพื่อจัดสวนจะมีราคาแพง เนื้อไม้แข็งและทน แต่ทำให้ไม้แห้งยาก ใช้ตกแต่งภายในและเครื่องเฟอร์นิเจอร์ เปลือกกินกับหมากให้แทนนินมาก พบ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งทั่วๆไปและ มักจะพบในป่าที่ถูกรบกวนน้อย พบทุกภาค ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 60-1,200 เมตร สังเกตุง่าย เมื่อดอกบานต้นจะปกคลุมด้วยดอกสีขาวทั้งต้น
ระยะเวลาออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
100 มะเกลือ/Diospyros mollis

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Diospyros mollis Griff. ชื่อพ้อง ---No synonyms are recorded for this name. ชื่อสามัญ ---Ebony Tree ชื่ออื่น ---ผีเผา มักเกลือ หมักเกลือ มะเกือ ชื่อวงศ์ ---EBENACEAE ถิ่นกำเนิด ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่าและไทย เขตกระจายพันธุ์ ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ยืนต้นผลัดใบหรือไม่ผลัดใบขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30เมตร เปลือกต้นสีดำเป็นรอยแตกสะเก็ดเล็กๆหรือเป็นร่องทั่วลำต้น เปลือกในสีเหลืองกระพี้สีขาว กิ่งอ่อนจะมีขนนุ่มขึ้นประปราย ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง2-3ซม.ยาว4-7ซม. ปลายใบสอบแคบเข้าหากันโคนใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางเกลี้ยง สีเขียวเข้ม ใบอ่อนมีขนนุ่มทั้ง2ด้าน ใบอ่อนสีเงินใบแก่หนาสีเขียวเมื่อแห้งสีดำดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อสั้นประมาณ3ดอก ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวกลีบดอกสีเหลือง ผล เป็นผลสด กลมเกลี้ยงขนาด2ซม. ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีดำ มีกลีบเลี้ยง4กลีบ ติดอยู่ที่ขั้วผล เมล็ดสีน้ำตาลอมดำเนื้อหุ้มเมล็ดเป็นวุ้นใสขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและ แยกลำต้นที่เกิดใหม่เนื้อไม้มีแก่นดำปลอด เนื้อละเอียดแข็งทนทาน ใช้ทำเครื่องเรือนเครื่องใช้อย่างดีเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของไทยที่ ไม้ มีน้ำหนักมากที่สุด(1,300กก/ม3)ใช้ ในงานแกะสลัก อุปกรณ์ดนตรี เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ เปลือกใช้ดองเหล้าและยาเบื่อปลา ผลเป็นสีย้อมผ้าให้สีดำ เป็นยาถ่ายพยาธิ แต่มีพิษข้างเคียง การ กระจายพันธุ์ ในประเทศไทยพบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ จะพบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไป นิยมปลูกตามบ้านเรือน วัดวาอาราม ริมถนนหรือตามสวนสาธาณะให้ร่มเงา ใช้สอยในด้านอื่นๆ และประโยชน์ทางด้านสมุนไพร
ระยะเวลาออกดอก : เดือน มกราคม-กันยายน ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
|
101 ขานาง/Homalium tomentosum

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Homalium tomentosum (Vent.) Benth. ชื่อพ้อง ---Blackwellia tomentosa Vent. ชื่อสามัญ ---Moulmein lancewood ชื่ออื่น ---ช้างเผือกหลวง, เปื๋อยคะนาง, ขางนาง, คะนาง, เป์๋อยคะนาง,ค่านาง,ลิงง้อ ชื่อวงศ์ ---FLACOURTIACEAE ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออก เขตการกระจายพันธุ์ ---ตอนเหนือของอินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย

ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 40เมตร ลำต้นกลมตรง เปลือกต้นบางสีขาวนวลหรือเทาอ่อน โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลนุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-13ซม.ยาว10-20ซม.ปลายใบมนหรือกลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมนคล้ายฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีเขียวหม่นและมีขนสาก ดอก ช่อแบบช่อเชิงลดห้อยลง ออกที่ซอกใบและที่ปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยขนาดเล็ก กระจุกละ2-3ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก สีเหลืองแกมเขียว ผลแห้งไม่แตก ขนาดเล็ก ภายในมี1เมล็ด เนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลือง แข็ง เหนียว ใช้ทำเครื่องมือการเกษตร ทำคานเกวียน คราด กระดาน เสากระโดงเรือ พบขึ้นทางภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย มีมากในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี บริเวณที่เป็นเขาหินปูนที่สูง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบทั่วไป
ระยะเวลาออกดอก : ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ผลแก่ : เดือนมีนาคม - พฤษภาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและแยกลำต้นที่เกิดใหม่
|
102 พิกุล/Mimusops elengi

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mimusops elengi Linn. ชื่อพ้อง ---Diospyros longipes Hiern ชื่อสามัญ ---Spanish cherry, Bullet Wood, Tanjong Tree ชื่ออื่น ---กุน, พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน, แก้ว, ซางดง, พิกุลป่า ชื่อวงศ์ ---SAPOTACEAE ถิ่นกำเนิด ---อินเดีย ศรีลังกา ไทย พม่า อินโดจีน และในหมู่เกาะอันดามัน เขตการกระจายพันธุ์ ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบขึ้นตามป่าดงดิบในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มกลม เปลือกสีเทาอมน้ำตาลมีรอยแตกตามยาวลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตัวเวียนรอบกิ่ง รูปหอกแคบๆหรือรูปหอกแกมรูปไข่กลับ โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ใบเกลี้ยงขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ดอกสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1ซม.มีกลิ่นหอมออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่งและง่ามใบกลีบรองดอกมี2วง วงละ4กลีบ กลีบดอกมี24กลีบเรียงซ้อนกันเป็น2วง โคนกลีบเชื่อมติดกัน

ผล รูปไข่ ขนาด1.5-2ซม.ภายในมีเมล็ด1-2เมล็ด ผลสุกสีแดงเนื้อเหลืองรสหวานรับประทานได้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พิกุลนิยมปลูกเป็นไม้ระดับและไม้ให้ร่มเงา เพราะมีเรือนยอดที่สวยงามและพุ่มทึบ ดอก พิกุล จัดเป็นหนึ่งใน พิกัด "จตุทิพยคันธา" กลิ่นทิพย์ ๔ ประการ คือ ดอกพิกุล ชะเอมเทศ มะกล่ำเครือ ขิงแครง.
ระยะออกดอก : ระหว่างเดือน ตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด
|
103 มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Swietenia mahogani (Linn.) Jacq ชื่อพ้อง ---Swietenia mahagoni (L.) Jacq. ---Cedrela mahagoni L. ---Swietenia acutifolia Stokes ---Swietenia fabrilis Salisb. ---Swietenia mahagoni var. praecociflora Hemsl. ---Swietenia mahogani C. DC. ---Swietenia mahogoni Lam. ชื่อสามัญ ---Cuban Mahogany, True Mahogany,Dominican Mahogany, American Mahogany, Small-leaved Mahogany, West Indian Mahogany ชื่ออื่น ---มะฮอกกานี ชื่อวงศ์ ---MELIACEAE ถิ่นกำเนิด ---รัฐฟลอริดาตอนใต้ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกาตอนใต้ เม็กซิโก ประเทศในเขตร้อน

ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางสูง 15-18 เมตร ลำต้นเปลาตรงใบเป็นใบประกอบ ใบค่อนข้างหนา และเหนียวหน้าใบสีสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีอ่อนกว่าและมีเส้นกลางใบสีน้ำตาลแดง ดอก เป็นช่อเกิดตามง่ามใบตอนปลายกิ่งยาวประมาณ5-15ซม.ดอกสีเหลืองอ่อนอมเขียว ผล ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว9-12ซม.ผลแก่สีน้ำตาลเมื่อแก่จะแตกออกเป็น5พู เปลือกหนาภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล ขนาดของเมล็ดรวมปีกประมาณ 0.4-0.8ซม. นิยมปลูกให้ร่มเงาตามริมถนน ตามสถานที่ราชการ บ้านเรือนหรือสวนสาธารณะ
ระยะเวลาออกดอก : ประมาณเดือน มีนาคม-เดือนกรกฏาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
104 มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Swietenia macrophylla King ชื่อพ้อง ---Swietenia belizensis Lundell ---Swietenia candollei Pittier ---Swietenia krukovii Gleason ---Swietenia macrophylla var. marabaensis Ledoux & Lobato ---Swietenia tessmannii Harms ชื่อสามัญ ---Broad leaf Mahogany ชื่ออื่น ---มะฮอกกานี ชื่อวงศ์ ---MELIACEAE ถิ่นกำเนิด ---ตอนใต้ของเม็กซิโก เขตการกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน
เป็น ไม้ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 15-18เมตรใบเป็นใบผสม ใบย่อยเรียงตัวแบบตรงข้าม3-8คู่ ใบย่อยรูปมนรีหรือขอบขนานฐานใบเยื้องกัน ปลายใบแหลม เนื้อใบหนาและเหนียวหน้าใบสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีเขียวซีดดอกเป็นช่อยาวประมาณ10-15ซม. ดอกสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอม เขียวขนาดผลใหญ่กว่ามะฮอกกานีใบเล็กกว้าง6-9ซมและยาว14-18ซ.ม.นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและให้ร่มเงาเช่นเดียวกัน
ระยะเวลาออกดอก : เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
|
105 จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C.Chen. ชื่อพ้อง ---Draco saposchnikowii (Regel) Kuntze ---Dracaena saposchnikowii Regel ---Dracaena loureiroi Gagnep. ---Aletris cochinchinensis Lour. ชื่อสามัญ --- ชื่ออื่น ---จันผา,จันแดง, ลักจั่น,ลักกะจั่น ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE ถิ่นกำเนิด ---ไทย เขตกระจายพันธุ์ ---จีน ญี่ปุ่น เวียตนาม ไทย ลาว

|
|
จันทน์ ผาหรือจันทน์แดงคือต้นไม้ต้นเดียวกัน เพราะในไทยจะเห็นจันทน์ผาอยู่ 2 ต้นคือชนิดต้นที่มีใบกว้างและต้นที่มีใบแคบคม เคยคิดนะว่าจันทน์ผาคือต้นใบ กว้างและจันทน์แดงคือต้นใบแคบ ปลายเรียวแหลม นั่นล่ะคิดผิดเลย เพราะชื่อในวงพฤกษศาสตร์ใช้เรียกกันอยู่ชื่อเดียว และความกว้างหรือแคบของใบยึดถือเป็นความต่างชนิดของพันธุ์ไม่ได้ จันทน์ผาหรือจันทน์แดงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ลักจั่น" ซึ่งหมายถึงต้นไม้ที่ไม่ใช่ต้นหมากหรือมะพร้าว แต่ก็สามารถออกดอกเป็นจั่นได้อย่างจั่นหมากหรือมะพร้าว คือไปลักจั่นหมาก มะพร้าวมาออกได้ที่ต้นของมันเอง จันทน์ผานิยมปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับจัดสวนมาก การขนย้ายจันทน์ผาแบบไม่มีดินติดรากละก็เตรียมสตางค์ไว้เสียค่าปรับได้ เพราะเหตุที่ว่าถูกขนจากป่าเอามาขายจนจะหมดป่าอยู่แล้วบางทีขุด ถอน ตัดทอนกันมาทำเป็นบ้างไม่เป็นบ้างตายไปอย่างน่าเสียดาย เลยถูกหมายหัวซะเลย ประโยชน์ของจันทน์ผาในทางเป็นพืชสมุนไพรอย่างดีเลิศคือนำมาทำเป็น "น้ำยาอุทัย" ที่ผสมน้ำดื่มแต่โบราณนั่นแหละ โดยใช้เปลือกจันทน์ผาที่ยืนต้นแห้งตายแล้ว แก่นจะเป็นสีแดง นำมาบดให้ละเอียดเป็นผงผสมน้ำ มีกลิ่นหอม ดังนั้น กลิ่นและสีของน้ำยาอุทัยจึงไม่ใช่สารสังเคราะห์ แต่มาจากต้นไม้ชนิดนี้นั่นเอง คุณสมบัติ ช่วยดับกระหายคลายร้อน การขยายพันธุ์ กิ่งแก่ปักชำ ในดินที่ชุ่มชื้นและแสงแดดรำไร ควรผสมดินลูกรังหรือหินให้มากในหลุมดินที่จะปลูก เพราะหากปลูกลงในดินล้วนๆยอดของจันทน์ผาที่จะเกิดใหม่จะลีบตีบเล็กลง ไม้ต้นนี้ชอบฝังรากลงในหินใต้ดิน และสามารถทนแล้งได้อย่างดีเยี่ยม ลักษณะ เป็นไม้ต้นที่มีกิ่งก้านมากเปลือกต้นสีครีมอ่อน มีรอยแผลของใบติดๆกัน ใบขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว50-80ซม.เรียงแบบสลับฐานใบจะโอบคลุมลำต้น ไม่มีก้านใบ ดอกขนาด0.7-1ซม.สีครีมหรือเขียวอมเหลือง ช่อดอกใหญ่ออกที่ปลายยอดยาวถึง100ซม.ผลกลมสีน้ำตาลอมเขียวมักจะมี1เมล็ด พบในท้องถิ่นทั่วไปโดยเฉพาะบนเขาหินปูน ต้นโตเต็มที่สูงได้ถึง17เมตรมีเรือนยอดได้ถึง100ยอด ที่คล้ายกัน Draceana angustifolia พร้าวพันลำ
ระยะเวลาออกดอก : เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม ขยายพันธุ์ :เพาะกล้าจากเมล็ดหรือการแยกกอ
|
106 เลือดมังกร/Dracaena draco

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Dracaena draco (L.) L. ชื่อพ้อง ---Asparagus draco L. ชื่อสามัญ ---Canary Islands dragon tree, Drago ชื่ออื่น ---เลือดมังกร ชื่อวงศ์ ---ASPARAGACEAE ถิ่นกำเนิด ---หมู่เกาะคะเนรี, เคปเวิร์ด, โมร็อคโค เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรป-ปอร์ตุเกส สเปน
รูปภาพจากหนังสือ Botanica' Pocket Trees & Shrubs by Random House Australia Pty Ltd
ชื่อ สกุลDracaenaมาจากภาษากรีกว่า drakianaหมายถึง มังกรเพศเมีย ซึ่งสื่อถึงลักษณะพิเศษของ Dracaena dracoที่มีน้ำยางสีแดงภายในลำต้น บางตำราว่า ชื่อสกุลนี้มาจากความศรัทธาของชาวเกาะเนรีที่มีต่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง นั่นคือ Dragon Tree หรือ D. draco นั่นเอง ซึ่งนอกจากจะมีน้ำยางสีแดงแล้ว ยังมีลำต้นใหญ่มีใบสีเขียวแผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายหัวมังกรอีกด้วย เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นกลมเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้อยู่ภายใน ดอกบานตอนกลางคืนมีกลิ่นหอม เลี้ยงง่ายขยายพันธุ์ง่ายโดยการตอนกิ่งปักชำ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี เมื่อเล็กต้องการแสงแดดรำไรถึงครึ่งวันพอโตเต็มที่สามารถปลูกในที่ที่มีแสงแดดตลอดวัน
|
107 สะเดาบ้าน/Azadirachta indica

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Azadirachta indica A.Juss. ชื่อพ้อง ---Azadirachta indica var. minor Valeton ---Azadirachta indica var. siamensis Valeton ---Azadirachta indica subsp. vartakii Kothari, Londhe & N.P.Singh ---Melia azadirachta L. ---Melia indica (A. Juss.) Brandis ชื่อสามัญ ---Neem Tree, Neem, Indian Lilac, Pride of china, Siamese neem tree ชื่ออื่น ---สะเลียม กะเดา กาเดา เดา ชื่อวงศ์ ---MELIACEAE ถิ่นกำเนิด ---อนุทวีปอินเดีย ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา เขตการกระจายพันธุ์ ---อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ปากีสถาน ศรีลังกา ไทย หมู่เกาะมัลดิฟ

ไม้ ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 5-10เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนแตกใหม่สีน้ำตาลแดง เปลือกสีเทาปนดำแตกเป็นร่อง เล็กๆ หรือเป็นสะเก็ด เปลือกที่กิ่งอ่อนเรียบใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย7-9คู่ ใบย่อยรูปหอกเบี้ยวเล็กน้อยขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผล รูปกลมรี ฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองอมเขียวผิวเรียบขนาด1.5-2ซม.มีเมล็ดเดียว สะเดาจะให้เมล็ดเมื่ออายุ5ปีขึ้นไป ปลูก สะเดานอกจากจะทำให้คิดถึงสะเดาน้ำปลาหวานแล้ว สรรพคุณทางด้านเป็นสมุนไพรก็ใช่ย่อยตำรายาไทยใช้ก้านใบเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด เปลือก ต้น ผล ดอกใช้ได้หมด แถมเมล็ดและใบมีสารอาซาดิเรซติน(Azadirachtin) ใช้สกัดเป็นยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆได้หลายชนิด ฉะนั้นเมื่อนำมาปลูก จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลง นิยมปลูกเป็นแนวบังลม หรือให้ร่มเงาเพราะมีระบบรากลึกแข็งแรงทำให้ลำต้นแข็งแรง และทนแล้งได้ดีมาก
ระยะออกดอก : ในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม ขยายพันธุ์ : เมล็ด ตอนกิ่งและปักชำ
|
108 หูกวาง/Terminalia catappa

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Terminalia catappa Linn. ชื่อพ้อง ---Badamia commersonii Gaertn. ---Buceras catappa (L.) Hitchc. ---Catappa domestica Rumph. ---Juglans catappa (L.) Lour. ---Myrobalanus catappa (L.) Kuntze ---Myrobalanus terminalia Poir. ---Terminalia badamia DC. ---Terminalia intermedia Bertero ex Spreng. ---Terminalia latifolia Blanco ---Terminalia moluccana Lam. ---Terminalia myrobalana Roth ---Terminalia ovatifolia Noronha ---Terminalia paraensis Mart. ---Terminalia procera Roxb. ---Terminalia rubrigemmis Tul. ---Terminalia subcordata Humb. & Bonpl. ex Willd. ชื่อสามัญ ---Singapore Almond , Indian Almond, Tropical almond,Sea Almond ชื่ออื่น ---ตาปัง, โคน, หลุมปัง, คัดมือ,ตัดมือ ชื่อวงศ์ ---COMBRETACEAE ถิ่นกำเนิด ---อินเดียจนถึงตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย เขตการกระจายพันธุ์ ---มาดากัสการ์ เอเซียเขตร้อน ตอนเหนือออสเตรเลีย

|
ไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่เป็นไม้ท้องถิ่นของภาคใต้ มักขึ้นตามชายฝั่งทะเล ต้นสูง 10-25 เมตร เปลือกเรียบสีน้ำตาล เรือนยอดแผ่กว้างกิ่งก้านเรียงในแนวราบ เป็นชั้นๆคล้ายฉัตร ต้นโตเต็มที่เรือนยอดมักจะเปลี่ยนเป็นรูปไข่ ใบ เดี่ยวเรีงเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่กลับกว้าง8-15ซม.ยาว10-25ซม. ฐานใบกลมหรือค่อนเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบหนาผิวใบเรียบเป็นมัน ดอกเล็กสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบไม่แตกแขนง ช่วงปลายเป็นดอกเพศผู้ช่วงล่างเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลสีเขียวสด เรียบเป็นมัน มีสันแคบสองสันชัดเจน เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้าง เปลือกต้นใช้ย้อมหนังสัตว์ ทำหมึก เมล็ดในผลรับประทานได้ ให้น้ำมันคล้ายน้ำมันอัลมอนด์
ออกดอก2ครั้งใน1ปี : คือในเดือน พฤศจิกายน-มกราคมและ มิถุนายน-สิงหาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด
|
109 หลิว/Salix babylonica

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Salix babylonica Linn. ชื่อพ้อง ---Salix babylonica var. szechuanica Görz ---Salix cantoniensis Hance ---Salix chinensis Burm. f. ---Salix elegantissima K. Koch ---Salix matsudana Koidz. ชื่อสามัญ ---Weeping Willow, Babylon weeping willow. ชื่ออื่น ---หลิว ชื่อวงศ์ ---SALICACEAE ถิ่นกำเนิด ---ประเทศจีน เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรป แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา
ไม้ ต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 10-15 เมตรเปลือกสีน้ำตาลเรือนยอดโปร่ง กิ่งก้านสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวรูปใบหอกแคบๆ ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักละเอียด เกลี้ยงใต้ใบสีเขียวอ่อน ดอกไม่มีกลีบดอกดอกตัวผู้ตัวเมียอยู่แยกต้น เป็นไม้ปลูกเลี้ยงเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกประเภท มักขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำ ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการตอนกิ่งและวิธีการปักชำกิ่ง
|
110 มหาพรหม/Mitrephora winitii

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mitrephora winitii Craib ชื่อสามัญ --- ชื่ออื่น ---มหาพรหม ชื่อวงศ์ ---ANNONACEAE ถิ่นกำเนิด ---พืชถินเดียวของประเทศไทย เขตการกระจายพันธุ์ ---พบเฉพาะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ในเขตจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก พบในป่าดิบแล้งติดต่อกับป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ตั้งแต่จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ที่ระดับความสูง 100-600เมตร ต้นสูง 5-15 เมตรเปลือกต้นหนาและฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน มีช่องอากาศเป็นจุดๆ กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เนื้อไม้เหนียว แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ลำต้นมักเอียงและแตกกเ่งยอดใหญ่เป็น2-3ยอด ใบ เดี่ยวรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-7ซม.ยาว12-16ซม.ผิวใบโคนใบมนเบี้ยว ปลายใบแหลม ใบหนา ผิวใบสากเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างเป็นสันนูนเด่น ดอกเดี่ยวมีกลีบดอกชั้นนอก 3กลีบ สีขาว กลีบดอกชั้นในประกบเป็นรูปกระเช้า และมีลายสีม่วงแดงอ่อนๆเป็นแถบบนปลายกลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง7-8ซม. กลิ่นหอมและแรงในช่วงค่ำ ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย10-16ผล ก้านผลย่อยสั้นมาก ผลย่อยกลมรีกว้าง1.5ซม.ยาว2-2.5ซม.เปลือกผลมีขนนุ่มสีเหลือง มีเมล็ดหลายเมล็ด การขยายพันธุ์ขยายด้วยการเพาะเมล็ด และทาบกิ่งโดยใช้มะป่วนเป็นต้นตอจะได้ดอกเร็ว แต่ทรงพุ่มจะสวยไม่เท่าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ชอบแล้งควรปลูกในที่ดอน ถ้าน้ำเยอะใบจะดกและออกดอกน้อย เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทยที่มีการสำรวจพบครั้งแรกโดยพระยาวนิจวนันดร ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์เมื่อพ.ศ.2464 ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ผู้สำรวจพบ
ระยะออกดอก : เดือน กุมภาพันธ์-เดือนเมษายน ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด และทาบกิ่ง
|
111 ลำพู/Sonneratia caseolaris

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Sonneratia caseolaris (Linn.) Engler ชื่อพ้อง ---Blatti acida (L. f.) Lam. ---Rhizophora caseolaris L. ---Sonneratia acida L. f. ---Sonneratia evenia Blume ---Sonneratia neglecta Blume ---Sonneratia obovata Blume ---Sonneratia ovalis Korth. ชื่อสามัญ ---Cork tree, Mangrove apple, Crabapple mangrove, ชื่ออื่น ---ลำพู ชื่อวงศ์ ---SONNERATIACEAE ถิ่นกำเนิด ---ป่าชายเลนเขตร้อน เขตกระจายพันธุ์ ---แอฟริกา ศรีลังกา มาลเซีย อินโดนีเซีย ตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย , นิวแคลิโดเนีย ,เกาะไหหลำ ใน ประเทศจีน และ ฟิลิปปิ

เป็น ไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เมื่ออายุน้อยเปลือกเรียบ และแตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ดเมื่ออายุมากขึ้น บริเวณโคนต้นจะพบรากอากาศโผล่อยู่เต็มไปหมด ใบลำพูเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี ปลายใบแหลมทู่ ถึงเป็นติ่งสั้นๆ ฐานใบรูปลิ่ม เส้นใบไม่เด่นชัด ก้านใบค่อนข้างแบน สีแดงเรื่อๆ ดอก ออกเดี่ยวๆที่ปลายกิ่ง วงกลีบเลี้ยงเป็นหลอดตื้นๆ รูปถ้วย ปลายแยกเป็นแฉกลึก 8 แฉก โคนกลีบเลี้ยงด้านในสีออกแดง เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนก้านสีแดง ปลายสีขาว ร่วงง่ายภายในวันเดี่ยว ส่วนผลมีเนื้อและมีเมล็ด ฝังอยู่ในเนื้อผล ผลรูปกลม สีเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแผ่บานออก ผลสุกมีกลิ่นหอมและนิ่ม การ เจริญเติบโต ขึ้นในเขตป่าชายเลนค่อนข้างจืด หรือมีช่วงระยะเวลา ที่ระดับความเค็มของน้ำน้อยเป็นเวลานาน มักขึ้นเป็นกลุ่ม ตามริมชายฝั่งแม่น้ำที่เป็นดินเลนเหนียว และลึก
ระยะออกดอก : เดือน สิงหาคม-ธันวาคม ระยะออกผล : เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา, ป่าในกรุง เขตประเวศ
|
112 ลำแพน/Sonneratia ovata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Sonneratia ovata backer ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name. ชื่อสามัญ ---Mangrove Apple ชื่ออื่น ---อีกาย ลำแพนเขา ชื่อวงศ์ ---SONNERATIACEAE ถิ่นกำเนิด ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และบางส่วนของหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เขตกระจายพันธุ์ ---ภาคใต้ของจีน ( ไหหลำ ) เวียตนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี และออสเตรเลีย

ไม้ ยืนต้นขนาดกลาง สูงระหว่าง10-15เมตร เปลือกต้นสีเทาดำแตกสะเก็ด ทรงพุ่มโปร่ง กิ่งก้านลู่ลง ก้านใบแข็งหนาเป็นสัน ใบหนาสีเขียวเข้มยอดอ่อนสีแดง ดอกสีขาวผลรูปกลมมีฐานกลีบเลี้ยงดอกรองรับขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน กิ่ง ลำแพนมีลักษณะทั่วไปคล้ายลำพูมากแตกต่างที่ลำแพนไม่มีรากอากาศบริเวณโคนต้นเหมือนลำพู
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา, ป่าในกรุง เขตประเวศ
|
113 ตะโกสวน/Diospyros malabarica

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Diospyros malabarica (Dehr.) Kostel. var. malabarica ---Diospyros biflora Blanco ---Diospyros citrifolia Wall. ex A.DC. ---Diospyros embryopteris Pers. ---Diospyros glutinifera (Roxb.) Wall. ---Diospyros glutinosa J.Koenig ex Roxb. ---Diospyros peregrina (Gaertn.) Gürke ---Diospyros siamensis Hochr. ---Embryopteris gelatinifera G.Don ---Embryopteris glutinifera Roxb. ---Embryopteris glutinifolia Link ---Embryopteris peregrina Gaertn. ---Garcinia malabarica Desr. ชื่อสามัญ ---Malabar ebony, Black-and-white ebony, Pale moon ebony ชื่ออื่น ---ตะโกไทย มะเขือเถื่อน ขะนิง ถะยิง มะสุลัวะ ชื่อวงศ์ ---EBENACEAE ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย

ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 15 เมตร โตช้า ต้นเล็กมักคดงอ ส่วนต้นโตจะเปลาตรง เปลือกสีเทาดำแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มทู่ ขอบใบเรียบ เนื้อใบเกลี้ยงหนา สีเขียวเข้ม ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอก สีขาวขนาดเล็ก ออกดอกเดี่ยวใกล้ซอกใบปลายยอด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ4-5กลีบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน
ผลกลมมนด้านนอกมีขนนุ่ม จุกผลมีขนสีน้ำตาล ผลมีเนื้อมีหลายเมล็ด เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว ผลรับประทานได้มีรสหวาน เป็นไม้เนื้อแข็งเหนียว พบในป่าดิบแล้ง ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด
ระยะออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
|
114 พลับพลา/Microcos tomentosa

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Microcos tomentosa Sm. ชื่อพ้อง ---Grewia affinis Hassk. ---Grewia blumei Hassk. ---Grewia cumingiana Turcz. ---Grewia paniculata Roxb. ---Grewia paniculata Roxb. ex DC. ---Grewia paniculata var. minor Kunt ชื่อสามัญ --- ชื่ออื่น ---คอมส้ม กะปกกะปู ค่อม พลา ลาย สากกะเบือดง สากกะเบือละว้า จับมือแก พลาขาว พลาลาย น้ำลายควาย ชื่อวงศ์ ---TILIACEAE ถิ่นกำเนิด ---ทวีปเอเซีย เขตกระจายพันธุ์ ---พม่า กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีน อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา

ไม้ ต้นขนาดกลางสูง10-20เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ แตกกิ่งต่ำ โคนต้นเป็นพูพอนต่ำ เปลือกนอกสีน้ำตาลปนเทา แตกล่อนเป็นแผ่นสะเก็ดบางๆ เปลือกในสีขาว ใบ เดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กลับ แกมรูปขอบขนาน กว้าง3-8ซม.ยาว 8-17ซม.ปลายใบมีติ่งแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักฟันเลื่อยจนถึงเรียบ ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อยาว3-15ซม.ตามปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกตูมรูปกลม กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบสีเหลืองอ่อนดอกในช่อมีจำนวนมาก ดอกบานเต็มที่ขนาด1-1.5ซม.
ผล สดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ขนาดผลกว้าง0.5-1ซม.ยาว1-1.5ซม. ผลสุกสีม่วงดำรับทานได้ เมล็ดแข็งรูปไข่ ชอบแดดจัดขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ประเทศไทยพบขึ้นกระจายทั่วประเทศ ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้งและป่าดงดิบชื้น
ระยะออกดอก : เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคมผลแก่เดือน มิถุนายน-เดือนธันวาคม ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
115 แสมขาว/Avicennia alba

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Avicennia alba Blume ชื่อสามัญ ---Api Api, Api Api Putin ชื่ออื่น ---แสม(กลาง), แหม, แหมเล (ใต้), พีพีเล (ตรัง) ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE ถิ่นกำเนิด ---ชายฝั่งทะเลเขตร้อนหรือกึ่งร้อน เขตกระจายพันธุ์ ---พบกระจายทั่วโลก โดยเฉพาะ อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ ต้นสูง10-20เมตร เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามเลนงอกใหม่ ริมฝั่งทะเลหรือบริเวณปากแม่น้ำ ลักษณะลำต้นไม่มีพูพอน ต้นเปลาตรงรูปทรงกรวยสั้นๆ แตกกิ่งระดับต่ำ กิ่งแขนงห้อยลง เปลือกสีเทาถึงคล้ำ ไม่มีช่องอากาศ มักมีสีสนิมหรือสีคล้ำซึ่งเกิดจากเชื้อราติดตามกิ่งและส่วนบนของต้น รากหายใจรูปดินสอ สูง 15-30 ซม.แผ่กระจายหนาแน่นรอบโคนต้น ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งสลับฉาก แผ่นใบรูปรีแกมรูปหอก ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-15ซม.เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวคล้ำเป็นมัน ด้านล่างมีขนหนานุ่มสีเทา่อ่อนถึงขาวนวลปกคลุม ใบแห้งม้วนเป็นสีดำ ดอก แบบช่อกระจุกออกตามปลายกิ่งและง่ามใบใบใกล้ปลายยอด ยาว3-8ซม.มีขนสั้นหนานุ่มสีน้ำตาลอมเหลืองหม่นปกคลุม ดอกย่อย10-30ดอก สีเหลืองส้มไม่มีก้านดอก ขนาดดอก0.5ซม. ผล แบบผลแห้งแตกตามรอยประสานเป็น2ซีกรูปคล้ายพริกเบี้ยวค่อนข้างแบนขนาด กว้าง1.5-2ซม.ยาว2.5-5ซม. เปลือกผลย่น อ่อนนุ่มสีเหลืองอมเขียว มีขนสั้นสีเทาอ่อนปกคลุมหนาแน่น ปลายผลเป็นจงอย ผลแก่เปลือกแตกแล้วม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด
ระยะออกดอก : เดือนมกราคม-เมษายน
|
116 แสมทะเล/Avicennia marina

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Avicennia marina (Forsk.) Vierh. ชื่อพ้อง ---Avicennia alba Blume ---Avicennia intermedia Griff. ---Avicennia mindanaensis Elmer ---Avicennia sphaerocarpa Stapf ex Ridl. ---Avicennia spicata Kuntze ---Sceura marina Forssk. ชื่อสามัญ ----Olive Mangrove, Gray Mangrove ชื่ออื่น ---ปีปีดำ(ภูเก็ต) ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE ถิ่นกำเนิด ---ชายฝั่งทะเลเขตร้อนหรือกึ่งร้อน เขตกระจายพันธุ์ ---แอฟริกาตะวันออก หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตลอดจนถึงทะเลจีนใต้ หมู่เกาะโพลีนีเซีย และเกาะเหนือของนิวซีแลนด์

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง3-8เมตร มักแตกกิ่งเป็นพุ่มต่ำ เรือนยอดโปร่ง ไม่มีพูพอน รากหายใจรูปคล้ายดินสอสูง10-20ซม. เปลือกเรียบเป็นมันสีขาวอมเทาหรือขาวอมชมพู เมื่ออายุมากมักล่อนเป็นเกล็ดบางๆคล้ายแผ่นกระดาษ และผิวของเปลือกใหม่เป็นสีเขียวอ่อน ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กว้าง ขนาด3-5ซม.ยาว5-8ซม. ขอบใบเรียบและม้วนลงคล้ายหลอด ปลายใบทู่เป็นติ่งแหลมสั้น เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างมีนวลสีขาวหรือขาวอมเทา ดอก แบบช่อกระจุก ก้านช่อดอกยาว1-5ซม.ดอกย่อย4-12ดอก เรียงเป็นกระจุกแน่นที่ปลายก้านช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลืองหรือเหลืองอมส้มมีกลิ่นหอม ขนาดดอก0.5ซม. ผล แห้งแล้วแตกตามแนวประสานเป็น2ซีก รูปทรงไข่กว้าง เบี้ยว ถึงเกือบกลม แบนด้านข้าง ขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว1.5-2.5ซม. เปลือกผลบางอ่อนนุ่ม มีนวลสีเขียวอมเหลือง ผิวเปลือกเป็นรอยย่น มีขนสั้นนุ่มปกคลุม ปลายผลไม่เป็นจงอย เมื่อแก่เต็มที่เปลือกแตกม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามแนวตะเข็บฝั่งทะเล ในที่ดินทราย เลนทราย และชายฝั่งที่เป็นหาดหินหรือหาดทราย
ระยะออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน
|
117 มังคะ/Cynometra ramiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cynometra ramiflora L. ชื่อพ้อง ---Cynometra bijuga Span. ex Miq. ---Cynometra schumanniana Harms---Cynometra whitfordii Elmer ชื่อสามัญ ----CYNOMETRA ชื่ออื่น ----มะคะ, พังคะ,พังค่า, มะคาก, แมงคะ ชื่อวงศ์ ---FABACEAE ถิ่นกำเนิด ----แอฟริกา เขตกระจายพันธุ์ ---ศรีลังกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง8-30เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นเปลาตรง บางครั้งมีพูพอน เปลือกขรุขระสีน้ำตาลเทา เปลือกในสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลแกมชมพู ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลับห่างๆ ขนาดใบกว้าง1-3(2-7)ซม.2-6(3-15)ซม. รูปรี รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบแหลมเยื้อง ขอบใบเรียบ เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีซีดกว่า ใบอ่อนสีชมพู ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามง่ามใบ ช่อดอกตั้งตรง ยาว1.5-2.5ซม. ดอกย่อยสีขาว กลีบเลี้ยง4กลีบ กลีบดอก5กลีบ ผลแบบฝักถั่ว สีน้ำตาลอมเขียว ขนาดกว้าง1.5-4ซม.ยาว2-5ซม.ผิวแข็งขรุขระ ขอบเป็นคลื่น หรือมีรอยย่นเล็กน้อย ปลายฝักเป็นจงอยแหลม ฝักแห้งไม่แตก เมล็ดกลมสีน้ำตาลแดง พบ ตามพื้นที่ไม่ห่างจากชายฝั่งทะเล เช่น ที่ลุ่มน้ำขังป่าพรุ ตามริมฝั่งแม่น้ำ หรือรอยต่อระหว่างแนวหลังป่าชายเลนกับป่าบกที่เป็นเลนแข็ง
ระยะออกดอก : ช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
118 หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Heritiera littoralis Dryan ชื่อพ้อง ---Amygdalus litoralis (Dryand.) Kuntze ---Balanopteris tothila Gaertn. ---Heritiera minor Bojer ---Samadera littoralis (Dryander) Oken ---Sutherlandia littoralis J.F.Gmel. ชื่อสามัญ ---Looking-glass mangrove ชื่ออื่น ---หงอนไก่,ไข่ควาย, ดุหุน ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE ถิ่นกำเนิด ---แนวชายฝั่งทะเลเขตร้อน เขตกระจายพันธุ์ ---บังคลาเทศ และ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ แอฟริกา เขตร้อน

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง5-15เมตร เป็นไม้ป่าชายเลน ลำต้นมักบิดงอ พูพอนต่ำแผ่เป็นครีบบิดไปมา ไม่มีรากหายใจเปลือกหยาบเป็นเกล็ด มีร่องลึกแตกตามยาว สีน้ำตาลอมชมพูถึงเทาเข้ม ใบ เดี่ยวเรียงเวียนเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรี รูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปหอก หรือรูปรีแกมรูปไข่ พบบ่อยที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวไม่แน่นอน ขนาดของใบกว้าง5-10ซม.ยาว 10-22ซม.ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีเงินเทาขาว แวววาว เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกเป็นช่อเชิงลดแยกแขนงตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกโปร่งยาว10-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ผล แห้งมีปีกเดียวรูปทรงรีขนาดกว้าง4-6ซม.ยาว5-10ซม.ด้านล่างแบน ด้านบนโค้งขึ้นและมีสันตามยาว แผ่กว้างออกไปทางปลายผลคล้ายหงอนไก่ เปลือกผลแข็งสีเขียวเข้มเป็นมันวาวแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อผลเป็นเส้นใยอัดแน่น ผลแก่ไม่แตกห้อยลงเป็นกลุ่มตามกิ่ง มี1เมล็ด
ระยะเวลาออกดอก : เป็นช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมและเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ขยายพันธุ์ : ตอนกิ่ง สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
119 องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Coccoloba uvifera ชื่อพ้อง ---Coccolobis uvifera (L.) Crantz ---Guaiabara uvifera (L.) House ---Polygonum uvifera L. ชื่อสามัญ ---Seagrape, Seaside grape,ฺ Bay grape ชื่ออื่น ---ครุฑทะเล ชื่อวงศ์ ---POLYGONACEAE ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนในอเมริกา และ แคริบเบียน รวมถึงภาคใต้ของ ฟลอริดา บาฮามาส มอลตา และ เบอร์มิวดา

ไม้ ต้นสูง 8-10เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกต้นสีค่อนข้างนวล กิ่งอ่อนสีเขียว มีจุดประสีขาวทั่วไป ใบเดี่ยวและมีหูใบรอบข้อ รอบๆลำต้น ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผลค่อนข้างกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงอมเขียว รูปทรงคล้ายแอปเปิ้ลขนาดเล็ก เปลือกและเนื้อผลบาง เมล็ดมีเมล็ดเดียว ในหนึ่งผล เป็นพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็วทรงพุ่มกลมกว้าง เหมาะสมกับพื้นที่แห้งแล้ง หรือดินเค็ม ผลสุกสีส้มแดงกินสดได้ มีรสชาดหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และนำเนื้อของผลมาทำแยมได้
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
120 โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Rhizophora apiculata Blume ชื่อพ้อง ---Rhizophora candelaria DC. ---Rhizophora conjugata Arn. ---Rhizophora lamarckii Montrouz. ชื่อสามัญ ---Mamgrove ชื่ออื่น ---โกงกาง, พังกาเล็ก, พังกาทราย ชื่อวงศ์ ---RHIZOPHORACEAE ถิ่นกำเนิด ---ป่าชายเลนเขตร้อน เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง25-30เมตร เรือนยอดรูปกรวยคว่ำและแผ่กว้าง รากค้ำยันสูง3-8เมตรรากค้ำยันแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ โคนรากทำมุมเกือบตั้งฉากกับลำต้นแล้วหักศอกลงดินเกือบเป็นมุมฉาก มีรากอากาศแตกตามกิ่ง เปลือกต้นสีเทาคล้ำหรือสีเทาอม ชมพู เรียบแล้วแตกเป็นร่องตามยาวตื้นๆ บางครั้งแตกตามแนวขวางคั่นไม่เป็นระเบียบคล้ายตารางสี่เหลี่ยม เมื่อทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่เปลือกในจะเป็นสีแดงสดถึงแดงเลือดหมู ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉากออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีถึงขอบขนานแกมรูปรี ขนาดกว้าง4-8ซม.ยาว8-18ซม.โคนใบสอบรูปลิ่มถึงมน ชอบใบเรียบปลายใบเป็นติ่งแหลมอ่อนสีดำ ผิวใบเกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่า และมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆกระจายทั่วผิวใบ เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง หูใบแคบปลายเรียวแหลมสีชมพูถึงแดงเรื่อ ประกบคู่ที่ปลายยอดยาว4-8ซม.หลุดร่วงง่าย ดอก แบบช่อกระจุกด้านเดียวแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย1คู่ไม่มีก้านดอก สีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว แข็งหนา
ผลแบบผลมีเนื้อเมล็ดเดียว รูปทรงไข่กลับปลายคอด ยาว2-3ซม.ผิวหยาบค่อนข้างขรุขระสีน้ำตาลคล้ำ เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยงหรือฝัก คล้ายรูปทรงกระบอกขนาด1-1.5ซม.ยาว20-40ซม.มักโค้งงอทางด้านยอดฝัก แล้วเหยียดตรงและขยายขึ้นที่ส่วนโคนส่วนของปลายโคนฝักทู่ ผิวเป็นมันสีเขียวหรือเขียวอมม่วง ค่อนข้างเรียบหรือมีตุ่มขรุขระกระจายทั่วไป ใบเลี้ยงที่ยื่นออกมาสีส้มหรือสีน้ำตาลแดงยาว1-2ซม. พบ ขึ้นเป็นหมู่ไม้ที่มีพันธุ์ไม้ชนิดเดียวตามปากแม่น้ำลำคลอง และพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลที่มีดินอ่อนค่อนข้างลึกและน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอ บางครั้งมีโกงกางใบใหญ่ขึ้นปะปน
ระยะออกดอก : ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการใช้ฝักโดยตรง สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
121 ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Xylocarpus granatum J. Koenig ชื่อพ้อง ---Xylocarpus obovatus ชื่อสามัญ ---Mangrove Cannonball Tree, Cannonball Mangrove ชื่ออื่น ---กระบูน กระบูนขาว ตะบูน ตะบูนขาว ชื่อวงศ์ ---MELIACEAE ถิ่นกำเนิด ---ตามชายฝั่งทะเลในเขตร้อนชื้น เขตกระจายพันธุ์ ---แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย -ปาปัว นิวกินี หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ผลัดใบเจริญเติบโตดีในน้ำกร่อย ลักษณะทรงต้นและเรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นมักคดงอ ส่วนที่โคนต้นมีลักษณะเป็นพูพอน เปลือกต้นสีเทาหรือสีเทาอมขาว หรือเป็นสีน้ำตาลแดง เปลือกแตกล่อนเป็นแผ่นบาง ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่เรียงสลับกัน ใบย่อยเรียงตรงข้ามอยู่ 2 คู่ รูปไข่กลับ กว้างประมาณ 4.5-5 ซ.ม.ยาว 6-12 ซ.ม. ปลายใบมนโคนใบเรียวสอบ แผ่นใบหนาและเปราะ ขอบใบโค้งลงและเป็นคลื่นเล็กน้อยดอกสีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดอกออกรวมเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1-1.2 ซ.ม.ผลแห้งแล้วแตก ผลรูปทรงกลม สีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15-20 ซ.ม. มีเมล็ดประมาณ 4-17 เมล็ด
ออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา
|
อ้างอิง, แหล่งที่มา ---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://apps.kew.org/wcsp/ ---ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2555. URL http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_page.asp ---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand) ขี้เหล็ก http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Senna0siamea0(Lam.)0H.0S.0Irwin010Barneby ขี้เหล็กอเมริกัน Synonym(s) Senna spectabilis - IUCN Red List http://www.iucnredlist.org/details/19892105/0 ไข่เน่า - อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ http://pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=search_detail&medicinal_id=359 ---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand) จันทร์กะพ้อ-http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Vatica0diospyroides0Symington ---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand) จันทน์หอม-http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Mansonia0gagei0J.0R.0Drumm.0ex0Prain
Check for more information on the species: Plants Database ---Names, synonymy and distribution The Garden.org Plants Database https://garden.org/plants/ Global Plant Initiative ---Digitized type specimens, descriptions and use หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html Tropicos ---Nomenclature, literature, distribution and collections Tropicos - Home www.tropicos.org/ GBIF ---Global Biodiversity Information Facility Free and open access to biodiversity data https://www.gbif.org/ IPNI ---International Plant Names Index The International Plant Names Index - home page http://www.ipni.org/ EOL ---Descriptions, photos, distribution and literature Global access to knowledge about life on Earth Encyclopedia of Life eol.org/ PROTA ---Uses The Plant Resources of Tropical Africa https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040 Prelude ---Medicinal uses Prelude Medicinal Plants Database http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude Google Images ---Images รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด สวนเทวา เชียงใหม่ www.suansavarose.com www.suan-theva.com
|
|
|