สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 04/11/2018
สถิติผู้เข้าชม 8,441,283
Page Views 13,101,875
 
« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

ต้นไม้ใหญ่ยืนต้น 4

90 ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea 106 เลือดมังกร/Dracaena draco
91 ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis 107 สะเดาบ้าน/Azadirachta indica
92 ไข่เน่า/Vitex glabrata 108 หูกวาง/Terminalia catappa
93 จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides 109 หลิว/Salix babylonica
94 จันทน์หอม/Mansonia gagei 110 มหาพรหม/Mitrephora winitii
95 จันทน์เทศ/Myristica fragrans 111 ลำพู/Sonneratia caseolaris
96 โพทะเล/Thespesia populneoides 112 ลำแพน/Sonneratia ovata
97 ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus 113 ตะโกสวน/Diospyros malabarica
98 โพฝรั่ง/Hura crepitans 114 พลับพลา/Microcos tomentosa
99 พยอม/Shorea roxburghii 115 แสมขาว/Avicennia alba
100 มะเกลือ/Diospyros mollis 116 แสมทะเล/Avicennia marina
101 ขานาง/Homalium tomentosum 117 มังคะ/Cynometra ramiflora
102 พิกุล/Mimusops elengi 118 หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis
103 มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani 119 องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera
104 มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla 120 โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata
105 จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis 121 ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum


90 ขี้เหล็กบ้าน/Senna siamea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby
ชื่อพ้อง    
---Cassia arayatensis Naves
---Cassia arborea Macfad
---Cassia florida Vahl
---Cassia gigantea DC
---Cassia siamea Lam
---Cassia siamea var. puberula Kurz
---Cassia sumatrana Roxb
---Cassia sumatrana DC
---Chamaefistula gigantea G.Don
---Sciacassia siamea (Lam.) Britton & Rose S
---Sciacassia siamea (Lam.) Britton
---Senna sumatrana (DC.) Roxb.
ชื่อสามัญ    ---Thai Copper Pod, Siamese cassia, Kassod tree, Cassod tree, Cassia tree
ชื่ออื่น    ---ขี้เหล็กบ้าน, ขี้เหล็กหลวง, ผักจี้ลี้
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อินดิสตะวันออก มาเลเซีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-18เมตรไม่ผลัดใบ พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ เปลือกต้นสีเทาอมน้ำตาล ตามยาวแตกเป็นร่องตื้นๆ แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มแคบ
ใบ เป็นใบผสมชั้นเดียว6-12(15)คู่ ปลายใบมนหน้าใบเกลี้ยง หลังใบมีขนสั้นสีเหลืองซีดปกคลุม ดอกเป็นดอกช่อสีเหลืองสดยาว20-30ซม.กลีบ1.2-2ซม.
เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างบ้านเรือน เสา รอด ตง เครื่องเรือน นิยมปลูกประดับให้ร่มป้องกันแดดลมตามถนนหนทาง สวนสาธารณะ ยอดอ่อนและดอกอ่อนนำมาต้มทิ้งน้ำให้ขมน้อยหน่อยก่อนเอามาแกงใส่กระทิกับหมู ย่างอร่อยมากและมีประโยชน์ทางด้านเป็นสมุนไพรแก้ไข้มาลาเรีย แก้ปวดท้อง และเบาหวาน

ระยะเวลาออกดอก : ดอกจะบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเริ่มติดฝักในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


91 ขี้เหล็กอเมริกัน/Senna spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Senna spectabilis (DC.) H.S.Irwin & Barneby
ชื่อพ้อง    
---Cassia amazonica Ducke
---Cassia carnaval Speg.
---Cassia edulis Sessé & Moc.
---Cassia excelsa Schrad.
---Cassia excelsa Schrad. var. acutifolia Hassl.
---Cassia humboldtiana DC.
---Cassia speciosa Kunth
---Cassia spectabilis DC.
---Cassia totonaca Sessé & Moc.
---Cassia trinitatis Reichb. ex DC.
---Cathartocarpus humboldtianus Loudon
---Cathartocarpus speciosus G. Don
---Cathartocarpus trinitatis (Reichb. ex DC.) G. Don
---Pseudocassia spectabilis (DC.) Britton & Rose
ชื่อสามัญ     ---American Cassia, Popcorn Tree, Weeping Cassia, Drooping Cassia, Popcorn Bush, Golden Wonder Tree,
Spectacular Cassia, Yellow Cassia
ชื่ออื่น     ---ขี้เหล็กอเมริกัน
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อาร์เจนติน่า,ปรากวัย,บราซิล,โบลิเวีย, เปรู,โคลัมเบีย, เวเนซูเอล่า
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แคริเบียน


ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กทรงต้นแผ่กว้าง โดยปกติทั่วไปจะมีความสูงประมาณ 7-10 เมตรแต่มักไม่เกิน 15 เมตร ใบย่อย 6-15 คู่ ดอกออกเป็นช่อใหญ่แตกแขนงที่ปลายกิ่ง สีเหลืองกลีบดอกล่างที่ใหญ่สุดจะโค้งงอ เกสรตัวผู้ 7 อัน ยาวกว่า 3 อัน ที่เหลือ
ใบและดอกของขี้เหล็กอเมริกันใช้เป็นอาหารได้เช่นเดียวกับขี้เหล็กบ้าน

ระยะเวลาออกดอก : เป็นระยะตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


92 ไข่เน่า/Vitex glabrata

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Vitex glabrata R.Br.
ชื่อพ้อง    
---Vitex cunninghamii Schauer
ชื่อสามัญ    ---Smooth Chastetree, Black Plum, Black berry tree
ชื่ออื่น    ---คมขวาน, ฝรั่งโคก, ขี้เห็น
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์  ---อินเดีย,บังคลาเทศ,ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,ปาปัวนิวกินี,ออสเตรเลีย,หมู่เกาะมารีน่า

 

ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบขึ้นในป่าแล้ง ป่าเบญจพรรณ ชายป่าดิบชื้นในทุกภาคของประเทศ ในระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 400เมตร ความสูงโดยประมาณของต้นไข่เน่าสูงประมาณ 8-20 เมตร ทรงพุ่มกลมโปร่ง กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆหนาแน่น ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย3-5ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบกลางมีขนาดใหญ่สุด ขอบใบเรียบหรือหยักเล็กน้อย
ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่งช่อยาว8-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีขาวมี5กลีบ ดอกจะเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศผสมตัวเองหรือต่างต้นต่างดอกก็ได้

 

ผลไม่สุกรูปไข่หรือไข่กลับสีเขียวแข็ง เมื่อสุกสีม่วงดำ นิ่ม มีเมล็ด 1เมล็ด
เป็นไม้ต้นที่ทรงพุ่มให้ร่มเงา เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ผลสุกรับประทานได้รสหวานเล็กน้อย หรือนำไปดองน้ำเกลือ  เปลือกและรากเป็นสมุนไพร ขับพยาธิในเด็ก แก้ตานขโมย เด็กถ่ายเป็นฟอง

ระยะเวลาออกดอก : เดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ : เมล็ด


93 จันทน์กะพ้อ/Vatica diospyroides

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Vatica diospyroides Symington
ชื่อสามัญ    ---none
ชื่ออื่น    ---เขี้ยวงูเขา, จันทน์พอ, จันทน์พ้อ, จันทน์ตะพ้อ
ชื่อวงศ์    ---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ภาคใต้ที่จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา และตรัง

เลื่องลือในด้านความเป็นไม้ดอกหอมมากต้น หนึ่ง ที่นักสะสมไม้ไทยมักต้องมีเก็บไว้ เป็นไม้โตช้ามากถ้าปลูกอยู่ในที่แจ้งแดดจัดมักไม่งามใบมักจะไหม้ เพราะที่พบตามธรรมชาติจะขึ้นปนกับไม้ยางที่เกิดในที่ราบหรือป่าดงดิบทางภาค ใต้
จันทน์กะพ้อเป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 6-15เมตร ต้นแตกกิ่งมากที่ยอดเป็นทรงกลม เปลือกแตกและมีน้ำยางใสซึมออกมาใบรูปรีแกมขอบขนานหรือใบหอก สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อสั้นๆตามซอกใบและปลายกิ่ง มี5กลีบสีขาวหรือเหลืองอ่อน กลีบรองดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม  มีขนสีน้ำตาลด้านนอก
ดอกทยอยบานนาน1-2สัปดาห์ ดอกบานเพียงวันเดียว
เมล็ดมีความงอกต่ำ ควรเพาะทันทีเมื่อเก็บมาจากต้น ชอบความชื้นสูง ทนน้ำท่วมขัง เหมาะปลูกในที่โล่งแจ้งริมน้ำ หรือในที่มีน้ำหลากน้ำท่วม ชอบน้ำมาก

ระยะเวลาออกดอก : ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด


94 จันทน์หอม/Mansonia gagei

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mansonia gagei J.R.Drumm.ex Prain
ชื่อสามัญ    ---Kalamet
ชื่ออื่น    ---จันทน์ขาว, จันทน์พม่า, จันทน์
ชื่อวงศ์    ---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย พม่า


ไม้ ต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พบขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไป ลักษณะของต้นจันทน์หอม สูงประมาณ 10-20 เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว หรือสีเทาอมน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นตามแนวยาวของลำต้น เรือนยอดรูปกรวยต่ำค่อนข้างโปร่ง
ใบ เดี่ยวออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเบี้ยวเล็กน้อยหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นคลลื่นห่างๆ แผ่นใบบางสีเขียวเข้ม
ดอกออกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่งและซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวอมเหลืองอ่อนๆ ภายนอกมีขนสีเทานุ่มปกคลุมทั่วไป
ผลรูปกระสวยส่วนปลายมีครีบหรือปีกเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม
เนื้อ ไม้ กระพี้สีขาว แก่นสีน้ำตาลเข้ม ไสกบตกแต่งง่าย ไม้ที่ตายเองจะมีกลิ่นหอม ใช้ทำหีบใส่ผ้า เครื่องแกะสลัก ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำหอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่องสำอาง ปรุงน้ำอบไทย

ระยะเวลาออกดอก : เดือนสิงหาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


95 จันทน์เทศ/Myristica fragrans

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Myristica fragrans Houtt.
ชื่อพ้อง    
---Myristica aromatica Lam.
---Myristica officinalis L. f.
---Myristica moschata Thunb.
---Myristica officinalis Mart.
ชื่อสามัญ    ---Nutmeg Tree
ชื่ออื่น    ---จันทน์บ้าน
ชื่อวงศ์    ---MYRISTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---หมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ปลูกทั่วไปในเขตเมืองร้อน ในประเทศไทยจะพบได้มากทางภาคใต้


ไม้ต้นสูง 5-18 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง4-5ซม.ยาว10-15ซม.ผิวใบมัน ดอกเดี่ยวหรือช่อ2-3ดอกออกที่ซอกใบ ดอกเป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกย่อย รูปคนโทขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อน
ผล เป็นผลสดฉ่ำน้ำ รกหุ้มเมล็ดสีแดงเรียกว่า ดอกจันทน์ มีเมล็ดเดียวสีน้ำตาลเปลือกแข็งเรียกว่าลูกจันทน์ ทั้งสองอย่างใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร
จันทน์เทศขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดแต่ดินที่เหมาะกับการเจริญเติบโตคือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูง

ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด


96 โพทะเล/Thespesia populneoides

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Thespesia populneoides (Roxb.) Kostel
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ    ---Pacific rosewood, Seaside mahoe, Rosewood of seychelles, Yellow mallow tree, Umbrella tree, Portia tree, Cork tree, Coast cotton tree, Indian tulip tree, Tulip tree
ชื่ออื่น    ---โพทะเล
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะไหหลำ
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ รวมไปถึงภูมิภาคมาเลเซียและในหมู่เกาะแปซิฟิก


ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 8-15 เมตร เรือนยอดค่อนข้างแน่นทึบแผ่กว้าง ลำต้นคดงอแตกกิ่งต่ำเปลือกเรียบสีเทาแล้วเปลี่ยนเป็นผิวขรุขระ มีรอยแตกตามยาวเมื่ออายุมากขึ้น มีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกในเป็นเส้นใยเหนียวลอกออกได้ง่าย
ใบเดี่ยวเรียงสลับแผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง8-12ซม.ยาว9-13ซม.ขอบใบเรียบ ใบอ่อนที่ปลายยอดปกคลุมด้วยเกล็ดสีบรอนซ์หรือสีทองแดงหนาแน่น ดอกจะโน้มเอียงหรือห้อยลง ไม่มีริ้วประดับ
ผลแห้งแล้วแตกตามรอยประสานรูปทรงกลมแป้นปลายมนหรือแบนเล็กน้อยเมื่อแก่เต็มที่แตกออกเป็น5แฉกจากปลายผลลงมา1/2-2/3ของความยาว
พบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ที่ดอน และริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำกร่อย

ระยะเวลาออกดอกติดผล : เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด


97 ปอทะเล/Hibiscus tilliaceus


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hibiscus tilliaceus L.
ชื่อพ้อง    
---Pariti grande Britton ex Small
---Pariti tiliaceum (L.) A. Juss. ex Britton & Millsp.
---Talipariti tiliaceum (L.) Fryxell
ชื่อสามัญ    ---Sea hibiscus, Beach hibiscus, Cottonwood, Green cottonwood, Sea rosemallow,Coast cotton tree, Yellow mallow tree
ชื่ออื่น    ---ขมิ้นนางมัทรี, ปอฝ้าย,ปอนา,บา,ผีหยิก,ปอโฮ่งบารู
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของแอฟริกา ยุโรป เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย


ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 3-10 เมตร ลำต้นสั้น คดงอ แตกกิ่งมากเปลือกเรียบเกลี้ยง สีเทาถึง น้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในสีชมพูประขาว มีกิ่งก้านสาขาทรงพุ่มใบหนาแน่น  แผ่นใบรูปหัวใจขนาดกว้าง 5-10 ซม.ยาว 7-15 ซม.เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ
ดอก เดี่ยวออกตามง่ามใบหรือออกเป็นกระจุกด้านเดียวใกล้ปลายกิ่ง ดอกขนาดใหญ่ดอกบานขนาด5-10ซม. ออกดอกดกและออกตลอดปี ดอกสีเหลืองอ่อน แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงอมส้ม เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง ผลเป็นแบบแห้งแล้วแตกกลางพู รูปไข่ถึงเกือบกลม ผลแก่แตกเป็น5ซีกเมล็ดเล็กรูปไตสีน้ำตาลจำนวนมาก
สามารถ ปลูกได้ในดินทุกชนิด ขึ้นเจริญงอกงามในที่ลุ่มมากกว่าในที่ดอน ทั้งในที่ใกล้น้ำกร่อย น้ำเค็ม หรือ น้ำเปรี้ยว

ระยะเวลาออกดอก : เกือบตลอดทั้งปี หรือออกในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง ปักชำก็ขึ้นง่าย


ปอทะเลสามสี

 

มี รูปมาฝากรูปนี้ถ่ายที่ร้านอาร์ทร็อค สระบุรีใบด่างลายสามสีสวยอย่างนี้ มีต้นใหญ่ที่เป็นต้นแม่อยู่ใกล้ๆใต้ต้นดอกร่วงพราวสวยจริง แวะชมได้


98 โพฝรั่ง/Hura crepitans


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hura crepitans L.
ชื่อพ้อง    
---Hura brasiliensis Willd.
---Hura senegalensis Baill.
---Hura strepens Willd.
ชื่อสามัญ    ---Sand box tree, Monkey pistol, Portia tree, Umbrella tree, Monkey’s dinner bell
ชื่ออื่น    ---โพศรี ,โพอินเดีย,โพหนาม
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลางและอเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---เปรู,โบลิเวีย,บราซิล,ตอนเหนือของแคริเบียน,นิคารากัว


โพฝรั่ง หรือ โพศรีเป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ15เมตรและอาจสูงได้ถึง45เมตรในถิ่นกำเนิด  ลำต้นแก่มีหนามสั้นๆขึ้นกระจายทั่วไป มีน้ำยางใส ใบเดี่ยวลักษณะคล้ายใบโพธิ์ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้มีสีแดงเข้มเป็นช่อดอกยาว ดอกตัวเมียเป็นรูปเห็ดเล็ก ๆ
 ผลกลมแป้นเป็นกลีบเท่า ๆ กัน รูปทรงคล้ายผลฝักทอง เนื้อแข็ง ภายในมีเมล็ดคล้ายเมล็ดถั่วปากอ้า ในสมัยก่อนมีการนำผลที่ยังไม่สุกมาต้ม เจาะรู ตากให้แห้ง บรรจุทรายไว้ในผล ใช้สำหรับซับหมึกจากปากกา เป็นที่มาของชื่อ sand box tree
 เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการนำผลโพธิ์ศรีไปรับประทานและเกิดอาการพิษ ทั้งนี้เนื่องจากผลซึ่งมีลักษณะสวยงามและดึงดูดสายตา ประกอบกับมีเมล็ดซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับเมล็ดถั่วปากอ้าที่ใช้บริโภค

ฃยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ: สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง พุแค สระบุรี


99 พยอม/Shorea roxburghii

   

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Shorea roxburghii G.Don
ชื่อพ้อง    
---Hopea floribunda Wall.
---Saul iallarea Roxb. ex Wight & Arn.
---Shorea attopoensis Pierre
---Shorea cochinchinensis Pierre
---Shorea harmandii Pierre ex Lanessan
---Shorea laccifera Heyne ex Wall
---Shorea saigonensis Pierre
---Shorea talura Roxb.
---Vatica laccifera (Wall. ex DC.) Wight & Arn.
ชื่อสามัญ    ---Shorea, White meranti
ชื่ออื่น    ---ยางหยวก, กะยอม, พะยอมทอง, ขะยอมดง, พะยอมดง, สุกรม, คะยอม,ขะยอม,พะยอมแดง แคนพยอม
ชื่อวงศ์    ---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไทย พม่า ลาว ศรีลังกา ฟิลิปปินส์
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย พม่า ไทยกัมพูชา ลาว เวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์


  

ไม้ ต้นขนาดใหญ่อาจผลัดใบหรือไม่ผลัดใบก็ได้แล้วแต่สภาพแวดล้อมถ้าผลัดใบจะผลัด ใบในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ความสูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกแตกเป็นร่องสีเทาอมน้ำตาลเข้มเรือนยอดรูปไข่ทึบ
ใบรูปขอบขนานรี ขนาดกว้างประมาณ3.5-7ซม.ยาว8-15ซม.โคนใบมนและเว้าเป็นติ่งสั้นๆ ปลายใบป้าน หลังใบมีขนสีน้ำตาลนิ่มปกคลุม
ช่อ ดอกออกที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง ดอกออกเพียงข้างเดียวสีขาว มีกลิ่นหอมลือลั่น  ผลมี3ปีกใหญ่ ขนาด0.6-1x6-8 ซม.ปีกแคบปลายแหลม เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาลแก่
นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ถ้าปลูกในดินเหนียวหรือดินที่แฉะจะออกดอกน้อยมาก เวลาล้อม พะยอมต้นใหญ่จะล้อมยากมากเพราะมักพบตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบที่เป็นดิน ทรายตุ้มดินมักแตก ทำให้พะยอมต้นใหญ่ที่ล้อมมาปลูกเพื่อจัดสวนจะมีราคาแพง
เนื้อไม้แข็งและทน แต่ทำให้ไม้แห้งยาก ใช้ตกแต่งภายในและเครื่องเฟอร์นิเจอร์ เปลือกกินกับหมากให้แทนนินมาก
พบ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งและชื้น ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้งทั่วๆไปและ มักจะพบในป่าที่ถูกรบกวนน้อย พบทุกภาค ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 60-1,200 เมตร สังเกตุง่าย เมื่อดอกบานต้นจะปกคลุมด้วยดอกสีขาวทั้งต้น

ระยะเวลาออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


100 มะเกลือ/Diospyros mollis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Diospyros mollis Griff.
ชื่อพ้อง    
---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---Ebony Tree
ชื่ออื่น     ---ผีเผา มักเกลือ หมักเกลือ มะเกือ
ชื่อวงศ์    ---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่าและไทย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ยืนต้นผลัดใบหรือไม่ผลัดใบขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30เมตร เปลือกต้นสีดำเป็นรอยแตกสะเก็ดเล็กๆหรือเป็นร่องทั่วลำต้น เปลือกในสีเหลืองกระพี้สีขาว กิ่งอ่อนจะมีขนนุ่มขึ้นประปราย
ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง2-3ซม.ยาว4-7ซม. ปลายใบสอบแคบเข้าหากันโคนใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางเกลี้ยง สีเขียวเข้ม ใบอ่อนมีขนนุ่มทั้ง2ด้าน ใบอ่อนสีเงินใบแก่หนาสีเขียวเมื่อแห้งสีดำดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อสั้นประมาณ3ดอก ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวกลีบดอกสีเหลือง
ผล เป็นผลสด กลมเกลี้ยงขนาด2ซม. ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีดำ มีกลีบเลี้ยง4กลีบ ติดอยู่ที่ขั้วผล เมล็ดสีน้ำตาลอมดำเนื้อหุ้มเมล็ดเป็นวุ้นใสขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและ แยกลำต้นที่เกิดใหม่เนื้อไม้มีแก่นดำปลอด เนื้อละเอียดแข็งทนทาน ใช้ทำเครื่องเรือนเครื่องใช้อย่างดีเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของไทยที่ ไม้ มีน้ำหนักมากที่สุด(1,300กก/ม3)ใช้ ในงานแกะสลัก อุปกรณ์ดนตรี เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ เปลือกใช้ดองเหล้าและยาเบื่อปลา ผลเป็นสีย้อมผ้าให้สีดำ เป็นยาถ่ายพยาธิ แต่มีพิษข้างเคียง
การ กระจายพันธุ์ ในประเทศไทยพบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ จะพบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไป นิยมปลูกตามบ้านเรือน วัดวาอาราม ริมถนนหรือตามสวนสาธาณะให้ร่มเงา ใช้สอยในด้านอื่นๆ และประโยชน์ทางด้านสมุนไพร

ระยะเวลาออกดอก : เดือน มกราคม-กันยายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด


101 ขานาง/Homalium tomentosum

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Homalium tomentosum   (Vent.)  Benth.
ชื่อพ้อง    
---Blackwellia tomentosa Vent.
ชื่อสามัญ    ---Moulmein lancewood
ชื่ออื่น    ---ช้างเผือกหลวง, เปื๋อยคะนาง, ขางนาง, คะนาง, เป์๋อยคะนาง,ค่านาง,ลิงง้อ
ชื่อวงศ์    ---FLACOURTIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ตอนเหนือของอินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย

 

ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 40เมตร ลำต้นกลมตรง เปลือกต้นบางสีขาวนวลหรือเทาอ่อน โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลนุ่ม
ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-13ซม.ยาว10-20ซม.ปลายใบมนหรือกลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมนคล้ายฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีเขียวหม่นและมีขนสาก
ดอก ช่อแบบช่อเชิงลดห้อยลง ออกที่ซอกใบและที่ปลายยอด เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยขนาดเล็ก กระจุกละ2-3ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก สีเหลืองแกมเขียว ผลแห้งไม่แตก ขนาดเล็ก ภายในมี1เมล็ด
เนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลือง แข็ง เหนียว ใช้ทำเครื่องมือการเกษตร ทำคานเกวียน คราด กระดาน เสากระโดงเรือ
พบขึ้นทางภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย มีมากในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี บริเวณที่เป็นเขาหินปูนที่สูง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบทั่วไป

ระยะเวลาออกดอก : ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม
ผลแก่ : เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและแยกลำต้นที่เกิดใหม่


102 พิกุล/Mimusops elengi

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mimusops elengi Linn.
ชื่อพ้อง    ---Diospyros longipes Hiern
ชื่อสามัญ    ---Spanish cherry, Bullet Wood, Tanjong Tree
ชื่ออื่น    ---กุน, พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน, แก้ว, ซางดง, พิกุลป่า
ชื่อวงศ์    ---SAPOTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย ศรีลังกา ไทย พม่า อินโดจีน และในหมู่เกาะอันดามัน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบขึ้นตามป่าดงดิบในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มกลม เปลือกสีเทาอมน้ำตาลมีรอยแตกตามยาวลำต้น
ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตัวเวียนรอบกิ่ง รูปหอกแคบๆหรือรูปหอกแกมรูปไข่กลับ โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม ใบเกลี้ยงขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น
ดอกสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1ซม.มีกลิ่นหอมออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่งและง่ามใบกลีบรองดอกมี2วง วงละ4กลีบ กลีบดอกมี24กลีบเรียงซ้อนกันเป็น2วง โคนกลีบเชื่อมติดกัน

ผล รูปไข่ ขนาด1.5-2ซม.ภายในมีเมล็ด1-2เมล็ด ผลสุกสีแดงเนื้อเหลืองรสหวานรับประทานได้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด พิกุลนิยมปลูกเป็นไม้ระดับและไม้ให้ร่มเงา เพราะมีเรือนยอดที่สวยงามและพุ่มทึบ
ดอก พิกุล จัดเป็นหนึ่งใน พิกัด "จตุทิพยคันธา"   กลิ่นทิพย์ ๔ ประการ คือ   ดอกพิกุล ชะเอมเทศ มะกล่ำเครือ ขิงแครง.

ระยะออกดอก : ระหว่างเดือน ตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


103 มะฮอกกานีใบเล็ก/Swietenia mahogani

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Swietenia mahogani (Linn.) Jacq
ชื่อพ้อง    
---Swietenia mahagoni (L.) Jacq.
---Cedrela mahagoni L.
---Swietenia acutifolia Stokes
---Swietenia fabrilis Salisb.
---Swietenia mahagoni var. praecociflora Hemsl.
---Swietenia mahogani C. DC.
---Swietenia mahogoni Lam.
ชื่อสามัญ     ---Cuban Mahogany, True Mahogany,Dominican Mahogany, American Mahogany, Small-leaved Mahogany, West Indian Mahogany
ชื่ออื่น     ---มะฮอกกานี
ชื่อวงศ์    ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---รัฐฟลอริดาตอนใต้  ประเทศสหรัฐอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---อเมริกาตอนใต้ เม็กซิโก ประเทศในเขตร้อน

ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางสูง 15-18 เมตร ลำต้นเปลาตรงใบเป็นใบประกอบ ใบค่อนข้างหนา และเหนียวหน้าใบสีสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีอ่อนกว่าและมีเส้นกลางใบสีน้ำตาลแดง ดอก เป็นช่อเกิดตามง่ามใบตอนปลายกิ่งยาวประมาณ5-15ซม.ดอกสีเหลืองอ่อนอมเขียว
ผล ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว9-12ซม.ผลแก่สีน้ำตาลเมื่อแก่จะแตกออกเป็น5พู เปลือกหนาภายในมีเมล็ดสีน้ำตาล ขนาดของเมล็ดรวมปีกประมาณ 0.4-0.8ซม.
นิยมปลูกให้ร่มเงาตามริมถนน ตามสถานที่ราชการ บ้านเรือนหรือสวนสาธารณะ

ระยะเวลาออกดอก : ประมาณเดือน มีนาคม-เดือนกรกฏาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


104 มะฮอกกานีใบใหญ่/Swietenia macrophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Swietenia macrophylla King
ชื่อพ้อง    
---Swietenia belizensis Lundell
---Swietenia candollei Pittier
---Swietenia krukovii Gleason
---Swietenia macrophylla var. marabaensis Ledoux & Lobato
---Swietenia tessmannii Harms
ชื่อสามัญ    ---Broad leaf Mahogany
ชื่ออื่น    ---มะฮอกกานี
ชื่อวงศ์    ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตอนใต้ของเม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

เป็น ไม้ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 15-18เมตรใบเป็นใบผสม ใบย่อยเรียงตัวแบบตรงข้าม3-8คู่ ใบย่อยรูปมนรีหรือขอบขนานฐานใบเยื้องกัน ปลายใบแหลม เนื้อใบหนาและเหนียวหน้าใบสีเขียวเข้มเป็นมัน หลังใบสีเขียวซีดดอกเป็นช่อยาวประมาณ10-15ซม.
ดอกสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอม เขียวขนาดผลใหญ่กว่ามะฮอกกานีใบเล็กกว้าง6-9ซมและยาว14-18ซ.ม.นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและให้ร่มเงาเช่นเดียวกัน

ระยะเวลาออกดอก : เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด


105 จันทน์ผา จันทน์แดง/Dracaena cochinchinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C.Chen.
ชื่อพ้อง    
---Draco saposchnikowii (Regel) Kuntze
---Dracaena saposchnikowii Regel
---Dracaena loureiroi Gagnep.
---Aletris cochinchinensis Lour.
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---จันผา,จันแดง, ลักจั่น,ลักกะจั่น
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไทย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน ญี่ปุ่น เวียตนาม ไทย ลาว

 

                 จันทน์ ผาหรือจันทน์แดงคือต้นไม้ต้นเดียวกัน เพราะในไทยจะเห็นจันทน์ผาอยู่ 2 ต้นคือชนิดต้นที่มีใบกว้างและต้นที่มีใบแคบคม เคยคิดนะว่าจันทน์ผาคือต้นใบ กว้างและจันทน์แดงคือต้นใบแคบ ปลายเรียวแหลม นั่นล่ะคิดผิดเลย เพราะชื่อในวงพฤกษศาสตร์ใช้เรียกกันอยู่ชื่อเดียว และความกว้างหรือแคบของใบยึดถือเป็นความต่างชนิดของพันธุ์ไม่ได้
จันทน์ผาหรือจันทน์แดงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ลักจั่น" ซึ่งหมายถึงต้นไม้ที่ไม่ใช่ต้นหมากหรือมะพร้าว แต่ก็สามารถออกดอกเป็นจั่นได้อย่างจั่นหมากหรือมะพร้าว คือไปลักจั่นหมาก มะพร้าวมาออกได้ที่ต้นของมันเอง
 จันทน์ผานิยมปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับจัดสวนมาก การขนย้ายจันทน์ผาแบบไม่มีดินติดรากละก็เตรียมสตางค์ไว้เสียค่าปรับได้ เพราะเหตุที่ว่าถูกขนจากป่าเอามาขายจนจะหมดป่าอยู่แล้วบางทีขุด ถอน ตัดทอนกันมาทำเป็นบ้างไม่เป็นบ้างตายไปอย่างน่าเสียดาย เลยถูกหมายหัวซะเลย
ประโยชน์ของจันทน์ผาในทางเป็นพืชสมุนไพรอย่างดีเลิศคือนำมาทำเป็น "น้ำยาอุทัย" ที่ผสมน้ำดื่มแต่โบราณนั่นแหละ โดยใช้เปลือกจันทน์ผาที่ยืนต้นแห้งตายแล้ว แก่นจะเป็นสีแดง นำมาบดให้ละเอียดเป็นผงผสมน้ำ  มีกลิ่นหอม ดังนั้น กลิ่นและสีของน้ำยาอุทัยจึงไม่ใช่สารสังเคราะห์ แต่มาจากต้นไม้ชนิดนี้นั่นเอง คุณสมบัติ ช่วยดับกระหายคลายร้อน
การขยายพันธุ์ กิ่งแก่ปักชำ ในดินที่ชุ่มชื้นและแสงแดดรำไร ควรผสมดินลูกรังหรือหินให้มากในหลุมดินที่จะปลูก เพราะหากปลูกลงในดินล้วนๆยอดของจันทน์ผาที่จะเกิดใหม่จะลีบตีบเล็กลง ไม้ต้นนี้ชอบฝังรากลงในหินใต้ดิน และสามารถทนแล้งได้อย่างดีเยี่ยม
ลักษณะ เป็นไม้ต้นที่มีกิ่งก้านมากเปลือกต้นสีครีมอ่อน มีรอยแผลของใบติดๆกัน ใบขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว50-80ซม.เรียงแบบสลับฐานใบจะโอบคลุมลำต้น ไม่มีก้านใบ ดอกขนาด0.7-1ซม.สีครีมหรือเขียวอมเหลือง ช่อดอกใหญ่ออกที่ปลายยอดยาวถึง100ซม.ผลกลมสีน้ำตาลอมเขียวมักจะมี1เมล็ด
 พบในท้องถิ่นทั่วไปโดยเฉพาะบนเขาหินปูน ต้นโตเต็มที่สูงได้ถึง17เมตรมีเรือนยอดได้ถึง100ยอด    
ที่คล้ายกัน Draceana angustifolia พร้าวพันลำ  

ระยะเวลาออกดอก : เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์ :เพาะกล้าจากเมล็ดหรือการแยกกอ    


106 เลือดมังกร/Dracaena draco


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Dracaena draco (L.) L.
ชื่อพ้อง    
---Asparagus draco L.
ชื่อสามัญ     ---Canary Islands dragon tree, Drago
ชื่ออื่น     ---เลือดมังกร
ชื่อวงศ์    ---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---หมู่เกาะคะเนรี, เคปเวิร์ด, โมร็อคโค
เขตกระจายพันธุ์    ---ยุโรป-ปอร์ตุเกส สเปน

รูปภาพจากหนังสือ Botanica' Pocket Trees & Shrubs
by Random House Australia Pty Ltd

ชื่อ สกุลDracaenaมาจากภาษากรีกว่า drakianaหมายถึง มังกรเพศเมีย ซึ่งสื่อถึงลักษณะพิเศษของ Dracaena dracoที่มีน้ำยางสีแดงภายในลำต้น บางตำราว่า ชื่อสกุลนี้มาจากความศรัทธาของชาวเกาะเนรีที่มีต่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง นั่นคือ Dragon Tree หรือ D. draco นั่นเอง ซึ่งนอกจากจะมีน้ำยางสีแดงแล้ว ยังมีลำต้นใหญ่มีใบสีเขียวแผ่กิ่งก้านสาขาคล้ายหัวมังกรอีกด้วย
 เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นกลมเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้อยู่ภายใน ดอกบานตอนกลางคืนมีกลิ่นหอม เลี้ยงง่ายขยายพันธุ์ง่ายโดยการตอนกิ่งปักชำ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี เมื่อเล็กต้องการแสงแดดรำไรถึงครึ่งวันพอโตเต็มที่สามารถปลูกในที่ที่มีแสงแดดตลอดวัน


107 สะเดาบ้าน/Azadirachta indica

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Azadirachta indica A.Juss.
ชื่อพ้อง    
---Azadirachta indica var. minor Valeton
---Azadirachta indica var. siamensis Valeton
---Azadirachta indica subsp. vartakii Kothari, Londhe & N.P.Singh
---Melia azadirachta L.
---Melia indica (A. Juss.) Brandis
ชื่อสามัญ    ---Neem Tree, Neem, Indian Lilac, Pride of china, Siamese neem tree
ชื่ออื่น    ---สะเลียม กะเดา กาเดา เดา
ชื่อวงศ์    ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อนุทวีปอินเดีย ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า ปากีสถาน ศรีลังกา ไทย หมู่เกาะมัลดิฟ


ไม้ ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 5-10เมตร ทุกส่วนมีรสขม ยอดอ่อนแตกใหม่สีน้ำตาลแดง เปลือกสีเทาปนดำแตกเป็นร่อง เล็กๆ หรือเป็นสะเก็ด เปลือกที่กิ่งอ่อนเรียบใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย7-9คู่ ใบย่อยรูปหอกเบี้ยวเล็กน้อยขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน กลีบดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ผล รูปกลมรี ฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองอมเขียวผิวเรียบขนาด1.5-2ซม.มีเมล็ดเดียว สะเดาจะให้เมล็ดเมื่ออายุ5ปีขึ้นไป
ปลูก สะเดานอกจากจะทำให้คิดถึงสะเดาน้ำปลาหวานแล้ว สรรพคุณทางด้านเป็นสมุนไพรก็ใช่ย่อยตำรายาไทยใช้ก้านใบเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด เปลือก ต้น ผล ดอกใช้ได้หมด แถมเมล็ดและใบมีสารอาซาดิเรซติน(Azadirachtin) ใช้สกัดเป็นยาฆ่าแมลงชนิดต่างๆได้หลายชนิด ฉะนั้นเมื่อนำมาปลูก จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลง นิยมปลูกเป็นแนวบังลม หรือให้ร่มเงาเพราะมีระบบรากลึกแข็งแรงทำให้ลำต้นแข็งแรง และทนแล้งได้ดีมาก

ระยะออกดอก : ในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ตอนกิ่งและปักชำ


108  หูกวาง/Terminalia catappa

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Terminalia catappa Linn.
ชื่อพ้อง    
---Badamia commersonii Gaertn.
---Buceras catappa (L.) Hitchc.
---Catappa domestica Rumph.
---Juglans catappa (L.) Lour.
---Myrobalanus catappa (L.) Kuntze
---Myrobalanus terminalia Poir.
---Terminalia badamia DC.
---Terminalia intermedia Bertero ex Spreng.
---Terminalia latifolia Blanco
---Terminalia moluccana Lam.
---Terminalia myrobalana Roth
---Terminalia ovatifolia Noronha
---Terminalia paraensis Mart.
---Terminalia procera Roxb.
---Terminalia rubrigemmis Tul.
---Terminalia subcordata Humb. & Bonpl. ex Willd.
ชื่อสามัญ    ---Singapore Almond , Indian Almond, Tropical almond,Sea Almond
ชื่ออื่น    ---ตาปัง, โคน, หลุมปัง, คัดมือ,ตัดมือ
ชื่อวงศ์    ---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดียจนถึงตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---มาดากัสการ์ เอเซียเขตร้อน ตอนเหนือออสเตรเลีย


         ไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่เป็นไม้ท้องถิ่นของภาคใต้ มักขึ้นตามชายฝั่งทะเล ต้นสูง 10-25 เมตร  เปลือกเรียบสีน้ำตาล เรือนยอดแผ่กว้างกิ่งก้านเรียงในแนวราบ เป็นชั้นๆคล้ายฉัตร ต้นโตเต็มที่เรือนยอดมักจะเปลี่ยนเป็นรูปไข่
ใบ เดี่ยวเรีงเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่กลับกว้าง8-15ซม.ยาว10-25ซม. ฐานใบกลมหรือค่อนเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบหนาผิวใบเรียบเป็นมัน
 ดอกเล็กสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบไม่แตกแขนง ช่วงปลายเป็นดอกเพศผู้ช่วงล่างเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลสีเขียวสด เรียบเป็นมัน มีสันแคบสองสันชัดเจน
        เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้าง เปลือกต้นใช้ย้อมหนังสัตว์ ทำหมึก เมล็ดในผลรับประทานได้ ให้น้ำมันคล้ายน้ำมันอัลมอนด์

ออกดอก2ครั้งใน1ปี : คือในเดือน พฤศจิกายน-มกราคมและ มิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด


109 หลิว/Salix babylonica


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Salix babylonica Linn.
ชื่อพ้อง
---Salix babylonica var. szechuanica Görz
---Salix cantoniensis Hance
---Salix chinensis Burm. f.
---Salix elegantissima K. Koch
---Salix matsudana Koidz.
ชื่อสามัญ     ---Weeping Willow, Babylon weeping willow.
ชื่ออื่น     ---หลิว
ชื่อวงศ์    ---SALICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศจีน
เขตกระจายพันธุ์    ---ยุโรป แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา

ไม้ ต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 10-15 เมตรเปลือกสีน้ำตาลเรือนยอดโปร่ง กิ่งก้านสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวรูปใบหอกแคบๆ ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักละเอียด เกลี้ยงใต้ใบสีเขียวอ่อน
ดอกไม่มีกลีบดอกดอกตัวผู้ตัวเมียอยู่แยกต้น เป็นไม้ปลูกเลี้ยงเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกประเภท มักขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำ
 ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการตอนกิ่งและวิธีการปักชำกิ่ง


110 มหาพรหม/Mitrephora winitii

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mitrephora winitii Craib
ชื่อสามัญ    ---
ชื่ออื่น    ---มหาพรหม
ชื่อวงศ์    ---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---พืชถินเดียวของประเทศไทย
เขตการกระจายพันธุ์    ---พบเฉพาะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ในเขตจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

 

ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก พบในป่าดิบแล้งติดต่อกับป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ตั้งแต่จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ที่ระดับความสูง 100-600เมตร ต้นสูง 5-15 เมตรเปลือกต้นหนาและฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นฉุน มีช่องอากาศเป็นจุดๆ กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เนื้อไม้เหนียว แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลม ลำต้นมักเอียงและแตกกเ่งยอดใหญ่เป็น2-3ยอด
ใบ เดี่ยวรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง5-7ซม.ยาว12-16ซม.ผิวใบโคนใบมนเบี้ยว ปลายใบแหลม ใบหนา ผิวใบสากเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างเป็นสันนูนเด่น
ดอกเดี่ยวมีกลีบดอกชั้นนอก 3กลีบ สีขาว กลีบดอกชั้นในประกบเป็นรูปกระเช้า  และมีลายสีม่วงแดงอ่อนๆเป็นแถบบนปลายกลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง7-8ซม. กลิ่นหอมและแรงในช่วงค่ำ
ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย10-16ผล ก้านผลย่อยสั้นมาก ผลย่อยกลมรีกว้าง1.5ซม.ยาว2-2.5ซม.เปลือกผลมีขนนุ่มสีเหลือง มีเมล็ดหลายเมล็ด
การขยายพันธุ์ขยายด้วยการเพาะเมล็ด และทาบกิ่งโดยใช้มะป่วนเป็นต้นตอจะได้ดอกเร็ว แต่ทรงพุ่มจะสวยไม่เท่าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ชอบแล้งควรปลูกในที่ดอน ถ้าน้ำเยอะใบจะดกและออกดอกน้อย
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทยที่มีการสำรวจพบครั้งแรกโดยพระยาวนิจวนันดร ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์เมื่อพ.ศ.2464 ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ผู้สำรวจพบ

ระยะออกดอก : เดือน กุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด และทาบกิ่ง


111 ลำพู/Sonneratia caseolaris

  

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sonneratia caseolaris (Linn.) Engler
ชื่อพ้อง
---Blatti acida (L. f.) Lam.
---Rhizophora caseolaris L.
---Sonneratia acida L. f.
---Sonneratia evenia Blume
---Sonneratia neglecta Blume
---Sonneratia obovata Blume
---Sonneratia ovalis Korth.
ชื่อสามัญ     ---Cork tree, Mangrove apple, Crabapple mangrove,
ชื่ออื่น     ---ลำพู
ชื่อวงศ์    ---SONNERATIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ป่าชายเลนเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา ศรีลังกา มาลเซีย อินโดนีเซีย ตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย , นิวแคลิโดเนีย ,เกาะไหหลำ ใน ประเทศจีน และ ฟิลิปปิ


เป็น ไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เมื่ออายุน้อยเปลือกเรียบ และแตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ดเมื่ออายุมากขึ้น บริเวณโคนต้นจะพบรากอากาศโผล่อยู่เต็มไปหมด ใบลำพูเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี   ปลายใบแหลมทู่ ถึงเป็นติ่งสั้นๆ ฐานใบรูปลิ่ม เส้นใบไม่เด่นชัด ก้านใบค่อนข้างแบน   สีแดงเรื่อๆ
ดอก ออกเดี่ยวๆที่ปลายกิ่ง วงกลีบเลี้ยงเป็นหลอดตื้นๆ รูปถ้วย ปลายแยกเป็นแฉกลึก 8 แฉก โคนกลีบเลี้ยงด้านในสีออกแดง เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนก้านสีแดง ปลายสีขาว ร่วงง่ายภายในวันเดี่ยว  ส่วนผลมีเนื้อและมีเมล็ด  ฝังอยู่ในเนื้อผล ผลรูปกลม  สีเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแผ่บานออก ผลสุกมีกลิ่นหอมและนิ่ม
การ เจริญเติบโต ขึ้นในเขตป่าชายเลนค่อนข้างจืด หรือมีช่วงระยะเวลา ที่ระดับความเค็มของน้ำน้อยเป็นเวลานาน มักขึ้นเป็นกลุ่ม ตามริมชายฝั่งแม่น้ำที่เป็นดินเลนเหนียว และลึก

ระยะออกดอก : เดือน สิงหาคม-ธันวาคม
ระยะออกผล : เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา, ป่าในกรุง เขตประเวศ


112 ลำแพน/Sonneratia ovata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sonneratia ovata backer
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     ---Mangrove Apple
ชื่ออื่น     ---อีกาย ลำแพนเขา
ชื่อวงศ์    ---SONNERATIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และบางส่วนของหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
เขตกระจายพันธุ์    ---ภาคใต้ของจีน ( ไหหลำ ) เวียตนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี และออสเตรเลีย

 

ไม้ ยืนต้นขนาดกลาง สูงระหว่าง10-15เมตร เปลือกต้นสีเทาดำแตกสะเก็ด ทรงพุ่มโปร่ง กิ่งก้านลู่ลง ก้านใบแข็งหนาเป็นสัน ใบหนาสีเขียวเข้มยอดอ่อนสีแดง  ดอกสีขาวผลรูปกลมมีฐานกลีบเลี้ยงดอกรองรับขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน กิ่ง
ลำแพนมีลักษณะทั่วไปคล้ายลำพูมากแตกต่างที่ลำแพนไม่มีรากอากาศบริเวณโคนต้นเหมือนลำพู

 

ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา, ป่าในกรุง เขตประเวศ


113 ตะโกสวน/Diospyros malabarica

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Diospyros malabarica (Dehr.) Kostel. var. malabarica
---Diospyros biflora Blanco
---Diospyros citrifolia Wall. ex A.DC.
---Diospyros embryopteris Pers.
---Diospyros glutinifera (Roxb.) Wall.
---Diospyros glutinosa J.Koenig ex Roxb.
---Diospyros peregrina (Gaertn.) Gürke
---Diospyros siamensis Hochr.
---Embryopteris gelatinifera G.Don
---Embryopteris glutinifera Roxb.
---Embryopteris glutinifolia Link
---Embryopteris peregrina Gaertn.
---Garcinia malabarica Desr.
ชื่อสามัญ     ---Malabar ebony, Black-and-white ebony, Pale moon ebony
ชื่ออื่น     ---ตะโกไทย มะเขือเถื่อน ขะนิง ถะยิง มะสุลัวะ
ชื่อวงศ์    ---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย


  ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 15 เมตร โตช้า ต้นเล็กมักคดงอ ส่วนต้นโตจะเปลาตรง เปลือกสีเทาดำแตกเป็นร่องตามยาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มทู่ ขอบใบเรียบ  เนื้อใบเกลี้ยงหนา สีเขียวเข้ม
ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอก สีขาวขนาดเล็ก ออกดอกเดี่ยวใกล้ซอกใบปลายยอด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ4-5กลีบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน

 

ผลกลมมนด้านนอกมีขนนุ่ม จุกผลมีขนสีน้ำตาล ผลมีเนื้อมีหลายเมล็ด เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว ผลรับประทานได้มีรสหวาน เป็นไม้เนื้อแข็งเหนียว  พบในป่าดิบแล้ง ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด

ระยะออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด


114 พลับพลา/Microcos tomentosa


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Microcos tomentosa Sm.
ชื่อพ้อง    
---Grewia affinis Hassk.
---Grewia blumei Hassk.
---Grewia cumingiana Turcz.
---Grewia paniculata Roxb.
---Grewia paniculata Roxb. ex DC.
---Grewia paniculata var. minor Kunt
ชื่อสามัญ     ---
ชื่ออื่น     ---คอมส้ม กะปกกะปู ค่อม พลา ลาย สากกะเบือดง สากกะเบือละว้า จับมือแก พลาขาว พลาลาย น้ำลายควาย
ชื่อวงศ์    ---TILIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---พม่า กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีน อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา

 

ไม้ ต้นขนาดกลางสูง10-20เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ แตกกิ่งต่ำ โคนต้นเป็นพูพอนต่ำ เปลือกนอกสีน้ำตาลปนเทา แตกล่อนเป็นแผ่นสะเก็ดบางๆ เปลือกในสีขาว
ใบ เดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กลับ แกมรูปขอบขนาน กว้าง3-8ซม.ยาว 8-17ซม.ปลายใบมีติ่งแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักฟันเลื่อยจนถึงเรียบ ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อยาว3-15ซม.ตามปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกตูมรูปกลม กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบสีเหลืองอ่อนดอกในช่อมีจำนวนมาก ดอกบานเต็มที่ขนาด1-1.5ซม.     

 

ผล สดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ขนาดผลกว้าง0.5-1ซม.ยาว1-1.5ซม. ผลสุกสีม่วงดำรับทานได้ เมล็ดแข็งรูปไข่ ชอบแดดจัดขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
ประเทศไทยพบขึ้นกระจายทั่วประเทศ ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้งและป่าดงดิบชื้น

ระยะออกดอก : เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคมผลแก่เดือน มิถุนายน-เดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


115 แสมขาว/Avicennia alba

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Avicennia alba Blume
ชื่อสามัญ     ---Api Api, Api Api Putin
ชื่ออื่น     ---แสม(กลาง), แหม, แหมเล (ใต้), พีพีเล (ตรัง)
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ชายฝั่งทะเลเขตร้อนหรือกึ่งร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---พบกระจายทั่วโลก โดยเฉพาะ อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย


ไม้ ต้นสูง10-20เมตร เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามเลนงอกใหม่ ริมฝั่งทะเลหรือบริเวณปากแม่น้ำ ลักษณะลำต้นไม่มีพูพอน ต้นเปลาตรงรูปทรงกรวยสั้นๆ แตกกิ่งระดับต่ำ กิ่งแขนงห้อยลง เปลือกสีเทาถึงคล้ำ ไม่มีช่องอากาศ มักมีสีสนิมหรือสีคล้ำซึ่งเกิดจากเชื้อราติดตามกิ่งและส่วนบนของต้น รากหายใจรูปดินสอ สูง 15-30 ซม.แผ่กระจายหนาแน่นรอบโคนต้น
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งสลับฉาก แผ่นใบรูปรีแกมรูปหอก ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-15ซม.เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวคล้ำเป็นมัน ด้านล่างมีขนหนานุ่มสีเทา่อ่อนถึงขาวนวลปกคลุม ใบแห้งม้วนเป็นสีดำ
ดอก แบบช่อกระจุกออกตามปลายกิ่งและง่ามใบใบใกล้ปลายยอด ยาว3-8ซม.มีขนสั้นหนานุ่มสีน้ำตาลอมเหลืองหม่นปกคลุม  ดอกย่อย10-30ดอก สีเหลืองส้มไม่มีก้านดอก ขนาดดอก0.5ซม.
ผล แบบผลแห้งแตกตามรอยประสานเป็น2ซีกรูปคล้ายพริกเบี้ยวค่อนข้างแบนขนาด กว้าง1.5-2ซม.ยาว2.5-5ซม. เปลือกผลย่น อ่อนนุ่มสีเหลืองอมเขียว มีขนสั้นสีเทาอ่อนปกคลุมหนาแน่น ปลายผลเป็นจงอย ผลแก่เปลือกแตกแล้วม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด

ระยะออกดอก : เดือนมกราคม-เมษายน


116 แสมทะเล/Avicennia marina

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Avicennia marina (Forsk.) Vierh.
ชื่อพ้อง    
---Avicennia alba Blume
---Avicennia intermedia Griff.
---Avicennia mindanaensis Elmer
---Avicennia sphaerocarpa Stapf ex Ridl.
---Avicennia spicata Kuntze
---Sceura marina Forssk.
ชื่อสามัญ     ----Olive Mangrove, Gray Mangrove
ชื่ออื่น     ---ปีปีดำ(ภูเก็ต)
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ชายฝั่งทะเลเขตร้อนหรือกึ่งร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกาตะวันออก หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตลอดจนถึงทะเลจีนใต้ หมู่เกาะโพลีนีเซีย และเกาะเหนือของนิวซีแลนด์

 

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง3-8เมตร มักแตกกิ่งเป็นพุ่มต่ำ เรือนยอดโปร่ง ไม่มีพูพอน รากหายใจรูปคล้ายดินสอสูง10-20ซม. เปลือกเรียบเป็นมันสีขาวอมเทาหรือขาวอมชมพู เมื่ออายุมากมักล่อนเป็นเกล็ดบางๆคล้ายแผ่นกระดาษ และผิวของเปลือกใหม่เป็นสีเขียวอ่อน
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กว้าง ขนาด3-5ซม.ยาว5-8ซม. ขอบใบเรียบและม้วนลงคล้ายหลอด ปลายใบทู่เป็นติ่งแหลมสั้น เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างมีนวลสีขาวหรือขาวอมเทา
ดอก แบบช่อกระจุก ก้านช่อดอกยาว1-5ซม.ดอกย่อย4-12ดอก เรียงเป็นกระจุกแน่นที่ปลายก้านช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กสีเหลืองหรือเหลืองอมส้มมีกลิ่นหอม ขนาดดอก0.5ซม.
ผล แห้งแล้วแตกตามแนวประสานเป็น2ซีก รูปทรงไข่กว้าง เบี้ยว ถึงเกือบกลม แบนด้านข้าง ขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว1.5-2.5ซม. เปลือกผลบางอ่อนนุ่ม มีนวลสีเขียวอมเหลือง ผิวเปลือกเป็นรอยย่น มีขนสั้นนุ่มปกคลุม ปลายผลไม่เป็นจงอย เมื่อแก่เต็มที่เปลือกแตกม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด
เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามแนวตะเข็บฝั่งทะเล ในที่ดินทราย เลนทราย และชายฝั่งที่เป็นหาดหินหรือหาดทราย

ระยะออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน


117 มังคะ/Cynometra ramiflora

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Cynometra ramiflora L.
ชื่อพ้อง    
---Cynometra bijuga Span. ex Miq.
---Cynometra schumanniana Harms---Cynometra whitfordii Elmer
ชื่อสามัญ     ----CYNOMETRA
ชื่ออื่น     ----มะคะ, พังคะ,พังค่า, มะคาก, แมงคะ
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ศรีลังกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 

ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง8-30เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นเปลาตรง บางครั้งมีพูพอน เปลือกขรุขระสีน้ำตาลเทา เปลือกในสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลแกมชมพู
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนสลับห่างๆ ขนาดใบกว้าง1-3(2-7)ซม.2-6(3-15)ซม. รูปรี รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบแหลมเยื้อง ขอบใบเรียบ  เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีซีดกว่า ใบอ่อนสีชมพู
ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามง่ามใบ ช่อดอกตั้งตรง ยาว1.5-2.5ซม. ดอกย่อยสีขาว กลีบเลี้ยง4กลีบ
กลีบดอก5กลีบ ผลแบบฝักถั่ว สีน้ำตาลอมเขียว ขนาดกว้าง1.5-4ซม.ยาว2-5ซม.ผิวแข็งขรุขระ ขอบเป็นคลื่น หรือมีรอยย่นเล็กน้อย ปลายฝักเป็นจงอยแหลม ฝักแห้งไม่แตก เมล็ดกลมสีน้ำตาลแดง
พบ ตามพื้นที่ไม่ห่างจากชายฝั่งทะเล เช่น ที่ลุ่มน้ำขังป่าพรุ ตามริมฝั่งแม่น้ำ หรือรอยต่อระหว่างแนวหลังป่าชายเลนกับป่าบกที่เป็นเลนแข็ง

ระยะออกดอก : ช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


118 หงอนไก่ทะเล/Heritiera littoralis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Heritiera littoralis Dryan
ชื่อพ้อง    
---Amygdalus litoralis (Dryand.) Kuntze
---Balanopteris tothila Gaertn.
---Heritiera minor Bojer
---Samadera littoralis (Dryander) Oken
---Sutherlandia littoralis J.F.Gmel.
ชื่อสามัญ     ---Looking-glass mangrove
ชื่ออื่น     ---หงอนไก่,ไข่ควาย, ดุหุน
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แนวชายฝั่งทะเลเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---บังคลาเทศ และ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ แอฟริกา เขตร้อน

 

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง5-15เมตร เป็นไม้ป่าชายเลน ลำต้นมักบิดงอ พูพอนต่ำแผ่เป็นครีบบิดไปมา ไม่มีรากหายใจเปลือกหยาบเป็นเกล็ด มีร่องลึกแตกตามยาว สีน้ำตาลอมชมพูถึงเทาเข้ม
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรี รูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปหอก หรือรูปรีแกมรูปไข่ พบบ่อยที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวไม่แน่นอน ขนาดของใบกว้าง5-10ซม.ยาว 10-22ซม.ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีเงินเทาขาว แวววาว เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง
 ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกเป็นช่อเชิงลดแยกแขนงตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกโปร่งยาว10-20ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก
ผล แห้งมีปีกเดียวรูปทรงรีขนาดกว้าง4-6ซม.ยาว5-10ซม.ด้านล่างแบน ด้านบนโค้งขึ้นและมีสันตามยาว แผ่กว้างออกไปทางปลายผลคล้ายหงอนไก่ เปลือกผลแข็งสีเขียวเข้มเป็นมันวาวแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อผลเป็นเส้นใยอัดแน่น ผลแก่ไม่แตกห้อยลงเป็นกลุ่มตามกิ่ง มี1เมล็ด

ระยะเวลาออกดอก : เป็นช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมและเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ : ตอนกิ่ง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


119 องุ่นทะเล/Coccoloba uvifera

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Coccoloba uvifera
ชื่อพ้อง    
---Coccolobis uvifera (L.) Crantz
---Guaiabara uvifera (L.) House
---Polygonum uvifera L.
ชื่อสามัญ     ---Seagrape, Seaside grape,ฺ Bay grape
ชื่ออื่น     ---ครุฑทะเล
ชื่อวงศ์    ---POLYGONACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนในอเมริกา และ แคริบเบียน รวมถึงภาคใต้ของ ฟลอริดา บาฮามาส มอลตา และ เบอร์มิวดา


ไม้ ต้นสูง 8-10เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกต้นสีค่อนข้างนวล กิ่งอ่อนสีเขียว มีจุดประสีขาวทั่วไป ใบเดี่ยวและมีหูใบรอบข้อ รอบๆลำต้น ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผลค่อนข้างกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงอมเขียว รูปทรงคล้ายแอปเปิ้ลขนาดเล็ก เปลือกและเนื้อผลบาง เมล็ดมีเมล็ดเดียว ในหนึ่งผล
เป็นพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตเร็วทรงพุ่มกลมกว้าง เหมาะสมกับพื้นที่แห้งแล้ง หรือดินเค็ม  
ผลสุกสีส้มแดงกินสดได้ มีรสชาดหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และนำเนื้อของผลมาทำแยมได้

ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


120 โกงกางใบเล็ก/Rhizophora apiculata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Rhizophora apiculata Blume
ชื่อพ้อง    
---Rhizophora candelaria DC.
---Rhizophora conjugata Arn.
---Rhizophora lamarckii Montrouz.
ชื่อสามัญ     ---Mamgrove
ชื่ออื่น     ---โกงกาง, พังกาเล็ก, พังกาทราย
ชื่อวงศ์    ---RHIZOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ป่าชายเลนเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและตอนเหนือของออสเตรเลีย


ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง25-30เมตร เรือนยอดรูปกรวยคว่ำและแผ่กว้าง รากค้ำยันสูง3-8เมตรรากค้ำยันแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ โคนรากทำมุมเกือบตั้งฉากกับลำต้นแล้วหักศอกลงดินเกือบเป็นมุมฉาก มีรากอากาศแตกตามกิ่ง เปลือกต้นสีเทาคล้ำหรือสีเทาอม ชมพู เรียบแล้วแตกเป็นร่องตามยาวตื้นๆ บางครั้งแตกตามแนวขวางคั่นไม่เป็นระเบียบคล้ายตารางสี่เหลี่ยม เมื่อทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่เปลือกในจะเป็นสีแดงสดถึงแดงเลือดหมู
ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉากออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีถึงขอบขนานแกมรูปรี ขนาดกว้าง4-8ซม.ยาว8-18ซม.โคนใบสอบรูปลิ่มถึงมน ชอบใบเรียบปลายใบเป็นติ่งแหลมอ่อนสีดำ ผิวใบเกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่า และมีจุดสีน้ำตาลเล็กๆกระจายทั่วผิวใบ เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง หูใบแคบปลายเรียวแหลมสีชมพูถึงแดงเรื่อ ประกบคู่ที่ปลายยอดยาว4-8ซม.หลุดร่วงง่าย
ดอก แบบช่อกระจุกด้านเดียวแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย1คู่ไม่มีก้านดอก  สีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว แข็งหนา

 

ผลแบบผลมีเนื้อเมล็ดเดียว รูปทรงไข่กลับปลายคอด ยาว2-3ซม.ผิวหยาบค่อนข้างขรุขระสีน้ำตาลคล้ำ เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยงหรือฝัก คล้ายรูปทรงกระบอกขนาด1-1.5ซม.ยาว20-40ซม.มักโค้งงอทางด้านยอดฝัก แล้วเหยียดตรงและขยายขึ้นที่ส่วนโคนส่วนของปลายโคนฝักทู่ ผิวเป็นมันสีเขียวหรือเขียวอมม่วง ค่อนข้างเรียบหรือมีตุ่มขรุขระกระจายทั่วไป ใบเลี้ยงที่ยื่นออกมาสีส้มหรือสีน้ำตาลแดงยาว1-2ซม.
พบ ขึ้นเป็นหมู่ไม้ที่มีพันธุ์ไม้ชนิดเดียวตามปากแม่น้ำลำคลอง และพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลที่มีดินอ่อนค่อนข้างลึกและน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอ บางครั้งมีโกงกางใบใหญ่ขึ้นปะปน

ระยะออกดอก : ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการใช้ฝักโดยตรง
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา


121 ตะบูนขาว/Xylocarpus granatum

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Xylocarpus granatum J. Koenig
ชื่อพ้อง    
---Xylocarpus obovatus
ชื่อสามัญ     ---Mangrove Cannonball Tree, Cannonball Mangrove
ชื่ออื่น     ---กระบูน กระบูนขาว ตะบูน ตะบูนขาว
ชื่อวงศ์    ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตามชายฝั่งทะเลในเขตร้อนชื้น
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย -ปาปัว นิวกินี หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 

ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ผลัดใบเจริญเติบโตดีในน้ำกร่อย ลักษณะทรงต้นและเรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นมักคดงอ ส่วนที่โคนต้นมีลักษณะเป็นพูพอน เปลือกต้นสีเทาหรือสีเทาอมขาว หรือเป็นสีน้ำตาลแดง เปลือกแตกล่อนเป็นแผ่นบาง ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่เรียงสลับกัน ใบย่อยเรียงตรงข้ามอยู่ 2 คู่ รูปไข่กลับ กว้างประมาณ 4.5-5 ซ.ม.ยาว 6-12 ซ.ม. ปลายใบมนโคนใบเรียวสอบ แผ่นใบหนาและเปราะ ขอบใบโค้งลงและเป็นคลื่นเล็กน้อยดอกสีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดอกออกรวมเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1-1.2 ซ.ม.ผลแห้งแล้วแตก ผลรูปทรงกลม สีน้ำตาล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15-20 ซ.ม. มีเมล็ดประมาณ 4-17 เมล็ด

ออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด
สถานที่ถ่ายภาพ: อุทธยานธรรมชาติศึกษาสิรีรุกขชาติ ม.มหิดล ศาลายา

อ้างอิง, แหล่งที่มา
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://apps.kew.org/wcsp/
---ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2555. URL http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_page.asp
---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)
    ขี้เหล็ก http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Senna0siamea0(Lam.)0H.0S.0Irwin010Barneby
    ขี้เหล็กอเมริกัน Synonym(s) Senna spectabilis - IUCN Red List http://www.iucnredlist.org/details/19892105/0
    ไข่เน่า - อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ http://pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=search_detail&medicinal_id=359
---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)
    จันทร์กะพ้อ-http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Vatica0diospyroides0Symington
---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) (Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)
    จันทน์หอม-http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Mansonia0gagei0J.0R.0Drumm.0ex0Prain

Check for more information on the species:
        
Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images        
            
รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com


















 


  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view