สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 22/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,805,281
Page Views 12,342,339
 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

ต้นไม้พุ่ม 1

ต้นไม้พุ่ม 1

ไม้พุ่ม 1


      เรื่องต้นไม้ถ้าจะคุยกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ มันมากจนบางทีก็จำไม่ได้และนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่คิดว่า ถ้าคุยกันไปเรื่อยๆทีละต้นทีละต้นนะ อาจจะออกอาการซะเองนี่ก็เริ่มๆมึนแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนดี แต่จะค่อยๆ เรียงๆไป

เริ่มด้วยต้นนี้แล้วกัน

    

ราชาวดี, พุดจีบ, พุดซ้อน, พุดแสงอุษา, พุดแสงอุษาซ้อน, พุดน้ำบุศย์, พุดสีดา, พุดปาปัวนิวกินี, พุดเศรษฐีสยาม, พุดสวน, พุดร้อยมาลัย, พุดศุภโชค, พุดพิชญา

พุดเวียตนาม, พุดตะแคง, พุดแตรงอน, พุทธชาด, พุทธชาดสามสี,มะลิลา-มะลิซ้อน,มะลิฉัตรดอกบัว,แก้ว,แก้วหิมาลัย,ทิวา, ราตรี, ราตรีสีทอง, ราตรีสวรรค์, นางแย้ม

พุดตาน,แย้มปีนัง,กุหลาบเมาะลำเลิง,กุหลาบพุกาม,กุหลาบมอญ, เข็มหลวง, เข็มอุณากรรณ,เข็มพวง

ขาว,เข็มบุษบา,พุดผา, สาวสันทราย, นมสวรรค์, หมวกจีน, ประยงค์, แก้วมุกดา,หอมเจ็ดชั้น

หอมหมื่นลี้, จำปีแขก, มุจลินทร์, ประทัดใหญ่,สำมะงา

ราชาวดี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Buddleja paniculata Wall.
ชื่ออื่น : ราชาวดี
วงศ์ : BUDDLEJACEAE
ถิ่นกำเนิด : เอเซียเขตร้อน

รูปภาพ : สวนสวรส

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตรแตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกันไปตามข้อต้น ใบระคายมีจักรอบริมใบ สีของใบด้านล่างสีจะจางกว่าสีใบด้านบน ขนาดใบยาวประมาณ10-12ซม.ดอกสีขาวขนาดเล็กมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามยอดและตามง่ามใบส่วนยอด ช่อยาวประมาณ6-8ซม.ออกดอกช่วง เดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปีส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่

ต้นราชาวดีนี้ สมัยเด็กๆ ที่บ้านที่บ้านนอกปลูกราชาวดีขึ้นซุ้มบันไดทางขึ้น บ้าน ตื่นขึ้นมารู้แต่ว่าหอมมากทุกเช้า ถามคุณยายว่านี่ต้นอะไร คุณยายบอกว่า ชื่อ ราชาวดี และก็ต่อด้วยร้อยกรองว่า
               "ราชาวดี"  เป็นยอดมาลี  ของพระราชา
 สีขาว  สวยสด งามงด  โสภา
  ใครเห็น  พึงตา  และต้องพึงใจ
จำมาตั้งแต่นั้นและรู้สึกได้กลิ่นหอมของราชาวดีทีไร คิดถึงบ้านที่สุพรรณทุกที

พุดจีบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ervatamia coronaria., Stapt

ชื่อสามัญ : East Indian Rosebay
วงศ์ : APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดีย

ขาวสุดพุดจีบจีน
เจ้ามีศีล พี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก
แต่พี่รักเจ้าคนเดียว

    พระนิพนธ์ เจ้าฟ้า ธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

ทุก ครั้งที่เห็นพุดจีบจะต้องนึกถึงร้อยกรองบทนี้ทุกที นำมาจากหนังสือท่านอาจารย์ วิชัย อภัยสุวรรณ ที่เขียนไว้ในหนังสือของท่านพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2535 และจิตใจนะ อยากให้ท่านพิมพ์ ออกมาจำหน่ายอีก เพราะเสียดาย ที่รุ่นหลังจะหาอ่านยาก  เป็นหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีคุณค่ามาก
                          พุดจีบเป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 1.5-3เมตรออกใบหนาทึบ ทรงพุ่มแน่น ใบเขียวเข้ม ลำต้นเหนียว เมื่อเด็ดใบและลำต้นจะมีน้ำยางไหลซึมออกมา ออกดอกเป็นพวงห้อยตามยอด หรือตามง่ามกิ่ง ใกล้ๆกับยอด ดอกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกซ้อนกันหลายชั้น ชั้นละ5กลีบ

เป็น พันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี มีดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อน ปลูกง่ายไม่เรื่องมาก ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการตอน หรือเพาะเมล็ด คนรักดอกไม้สีขาว คงไม่มีใครละต้นนี้ไปได้

มีอีกต้นที่เป็นพุดจีบใบด่าง


พุดซ้อน

ชื่อสามัญ : Gardenia, Cape-Jasmine                         

วงศ์ : RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด : ประเทศจีน                                                        


เป็น ไม้ยืนต้นพุ่มเตี้ย สูง 1-2 เมตร มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ใบรูปมนรีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ขนาดใบยาว5-6ซม.ดอกมักออกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก7-8ซม.ออกตามง่ามกิ่งใกล้ๆบริเวณยอด ดอกมักมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมแรง

ออกดอกตลอดปี พุดซ้อนยังมีพันธุ์แคระ ใบเล็กดอกเล็ก  พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง

ขยายพันธุ์ด้วยการตอน ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นอยู่โดยสม่ำเสมอ

เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายออกดอกง่ายชนิดหนึ่ง แต่ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น


พุดแสงอุษา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia taitensis DC   ชื่อสามัญ : Tahitian Gardenia
วงศ์ : RUBIACEAE

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตรใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี กว้างประมาณ 4-8ซม. ยาว 8-12 ซม.
ขอบใบเรียบและเป็นคลื่น ผืนใบเงาเป็นมัน แผ่นใบเนื้อค่อนข้างหนา

ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดโคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 2-3 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ แต่ละกลีบมีขอบขนาด กว้าง 0.5-0.8ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม.  
ออกดอกตลอดปี ออกดอกดกในช่วงฤดูฝน ดอกบาน 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

เหมาะปลูกกลางแจ้งให้ห่างต้นไม้อื่น ประมาณ 2 เมตร อาจปลูกเป็นไม้กระถางได้ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง ดอกจะน้อยและให้ทรงพุ่มหนาแน่นทึบ ก็เลือกได้ว่าจะเอาดอกหรือจะเอาใบ

พุดแสงอุษาซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia taitensis

ชื่อสามัญ : Heaven Scent.
วงศ์ : RUBIACEAE
ชื่ออื่น: พุดทูอินวัน,พุดเศรษฐีอเมริกา,  พุดฮาวาย

ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ2 - 3 เมตรเมตร แตกกิ่ง ก้านเป็นพุ่มทรงกลมใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีกว้าง ปลายเกือบมน โคนป้านเกือบมน หน้าใบสีเขียวเป็นมัน หลังใบสีเขียวหม่นใบจะแตกต่างจากใบพุดทั่วไปโดยจะมีขนาดใหญ่กว่า ดอกหอมตลอดวัน ออกดอกตลอดปี

ต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้งและควรทำการตัดแต่งกิ่งย่อย ๆ ออกบ้างจะทำให้ออกดอกใหญ่ขึ้น

พุดน้ำบุศย์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia carinata Wall.
ชื่อสามัญ : Golden Gardenia
วงศ์ : RUBIACEAE

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลมโคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเป็นแฉกสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน หุ้มรอบดอก ดอกสีเหลืองอ่อนจนถึงส้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว10-12ซม.ปลายแยกเป็น7-8แฉก  ดอกเริ่มบานมีสีขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดดอก3-4ซม. ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน บานได้นาน1-2วันจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ผลสดรูปกระสวยมีสัน5สันตามยาว ขนาดผลกว้าง3ซม.ยาว4ซม.ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

พุดน้ำบุศษ์ เป็นพรรณไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอมและโตเร็ว ออกดอกตลอดปีดอกจะดกมากตอนช่วงต้นฝน สามารถปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้การปลูกลงดินกลางแจ้งต้องผูกติดกับหลักยึดให้ แน่น ตรวจตราดินใส่ฟูราดาน ทำลายพวกไส้เดือนฝอยและหนอนในดินกินราก ก่อนด้วย


พุดสีดา

พุดอีกดอกที่คล้ายพุดน้ำบุษย์มากคือพุดสีดา ถ้าไม่สังเกตุดีๆแทบแยกไม่ออกคือ พุดสีดา

 ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมคล้ายกันแต่พุดสีดาจะมีแปดกลีบ (พุดน้ำบุษย์มี7กลีบ)

กิ่งก้านจะดูแข็งแรงกว่า และใบจะสั้นกว่า

                                                                                                      พุดปาปัวนิวกินี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia  sp.  "Pud-Pa-Pua"
วงศ์ : RUBIACEAE

 เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะโดยรวมคล้ายพุดเวียตนามบวกพุดน้ำบุศย์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบเรียบ เป็นมันเงา สีเขียวเข้ม

จะออกดอกที่ปลายยอด ดอกมีกลิ่นหอมแรง ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วันแล้วโรย เมื่อดอกพุดปาปัวฯ เริ่มบานใหม่ๆ ดอกจะสีขาวแล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดอกสีเหลืองอ่อนและเหลืองเข้มก่อนจะโรย

ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ออกดอกง่าย และดอกดก หากดอกติดเป็นผล ผลรูปกลมรี มีสันตามยาว ภายในมีเมล็ด สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

พุดเศรษฐีสยาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabernaemontana pachysiphon Stapf
ชื่อสามัญ : Giant Pinwheel Flower
วงศ์ : APOCYNACEAE

ไม้ พุ่มขนาดกลาง สูง 4-5 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา มีรอยแตกตามแนวยาวของต้น ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปขอบขนานแกมรูปรี  กว้าง5-8ซม.ยาว8-15ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ใบหนา ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน สีเขียวเข้ม

ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกลุ่ม1-5ดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกตูมสีเขียว ดอกบานสีขาวเมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โคนกลีบเชื่อม ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น5กลีบ บิดเวียนเหมือนกังหัน บานในช่วงเย็น เมื่อบานเต็มที่ดอกมีขนาดกว้าง8-10ซม. ส่งกลิ่นหอม อ่อนตลอดวัน พอดอกร่วงไม่ติดผล

ออกดอกทยอยตลอดปี ขยาย พันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยใช้พุดกุหลาบเป็นต้นตอเสียบยอด ชอบแสงแดดตลอดวัน ตัดแต่งทรงพุ่มไว้ให้แต่ละกิ่งได้รับแสงแดดทั่วถึงจะออกดอกดกทั้งทรงพุ่ม

พุดสวน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ervatamia rostrata Markgr

ชื่อสามัญ: Crape jasmine

ชื่ออื่น : พุดฝรั่ง

วงศ์ : Oleaceae


 ไม้ พุ่มขนาดเล็ก ทรงพุ่มโปร่ง อดทนต่อสภาพแวดล้อม ทรงพุ่มสวยโดยธรรมชาติเมื่อปลูกกลางแจ้ง ไม่มีความจำเป็นที่จะตัดแต่งทรงพุ่ม ออกดอกตลอดปี ดอกหอมน้อยมาก

ปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
การขยายพันธุ์ด้วยการตอน เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีการออกราก 100%

พุดร้อยมาลัย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tabernaemontana pandacaqui   Lam.

ชื่ออื่น: พุดตุม พุดฝรั่ง มะลิฝรั่ง

วงศ์: APOCYNACEAE

ไม้พุ่มสูง 2-6 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มหรือสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบสีเขียวเป็นมัน
    ดอกช่อสีขาว มีกลิ่นหอม   ออกแยกแขนงเชิงหลั่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายกลมหรือเรียวแหลม โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย กลีบดอกสีขาวมีส่วนที่เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอ่อน ดอกจะบานอยู่ได้ 1-2 วันจึงโรย

     ผล ผลเป็นฝักคู่รูปกระสวยเบี้ยว ปลายแหลมและโค้งขึ้น สีส้มแดงแตกด้านเดียว เมล็ดมีเนื้อนุ่มสีแดงหุ้ม รูปสามเหลี่ยมและขรุขระ สีน้ำตาลแกมดำ

พุดศุภโชค

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Gardenia jasminoides.
ชื่อสามัญ  :  Gerdenia Crape Jasmine
วงศ์  :  RUBIACEAE

ชื่ออื่น :  พุดศรีลังกา ,พุดแคระ

ไม้พุ่มเตี้ย สูง 0.40-0.50 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำ หนาแน่น
ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบปลายกิ่ง ใบรูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ใบมีขนาดเล็กกว่าใบพุดทั่วไปสีเขียวสด
ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 5-7 ดอก โคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5 กลีบ ปลายแหลมกลีบดอกชั้นเดียว สีขาวกลางดอกสีเหลือง ดอกขนาด 2 ซม. ไม่มีกลิ่น ออกดอกตลอดปี ดอกบานทยอยบานและบานทน ออกดอกดก
ปลูกเป็นไม้กระถางหรีอปลูกลงดินเลี้ยงง่าย
ขยายพันธุ์โดยการ ตอนกิ่ง และการปักชำ


พุดพิชญา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wrightia antidysenterica R.Br.

ชื่อสามัญ : Arctic Snow,Winter Cherry Tree,Sweet Indrajao,Snowflake

วงศ์ : APOCYNACEAE

ถิ่นกำเนิด : ศรีลังกา

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นกิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อน ขนาดของใบกว้าง1-3ซม.ยาว2-3ซม.

ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อย5-6ดอกต่อช่อ ดอกย่อยโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบส่วนปลายแยกเป็น5แฉก และมีขนละเอียดหนาแน่น ตรงกลางดอกมีสีเหลือง ดอกบานเต็มที่ ขนาด1.5-2.5ซม.ก้านดอกยาวประมาณ2.5ซม.สีขาว ออกดอกตลอดปีไม่มีกลิ่นหอม

ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงดินเป็นกลุ่ม เป็นแถว ไม่ทนดินเค็ม

พุดเวียตนาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia augusta (L.) Merr.

ชื่อสามัญ : Cape Jusmine, Gardenia

วงศ์ :RUBIACEAE

ถิ่นกำเนิด : จีน

ไม้พุ่มสูง1-2เมตร แตกยอดเป็นพุ่มแน่นจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมันสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวออกที่ปลายยอด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีขาว ยาว3-4ซม.มี6-7กลีบ เมื่อบานมีขนาด5ซม.ส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน ดอกออกตลอดปี แต่ดกมากช่วงฤดูฝน ผลรูปรียาว3ซม.

หมั่น ตัดแต่งกิ่ง ทำทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้ดอกดกขึ้น หากปลูกในที่แห้งแล้งจะโตช้าและไม่ออกดอก สามารถปลูกเป็นไม้กระถางและปลูกลงแปลงกลางแจ้งก็ได้

พุดตะแคง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brunfelsia americana L.

ชื่อสามัญ : Lady of the night

วงศ์ : SOLANACEAE

ไม้ พุ่มสูง 1-1.50เมตร แตกกิ่งก้านมากใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด  เริ่มบานสีเหลืองอ่อนเกือบขาว บานเต็มที่สีเหลืองและบิดตะแคงตามกัน ดอกขนาดประมาณ3ซม.ส่งกลิ่นหอมช่วงค่ำออกดอกตลอดปีและดอกดกมากช่วงฤดูฝน 

เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือริมรั้ว ริมกำแพง ริมทางเดิน


พุดแตรงอน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euclinia longiflora SAlisb.

ชื่อสามัญ : African Angel Trumpet, Tree Gardenia
วงศ์ : RUBIACEAE

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้พุ่มเตี้ยทรงทึบ กิ่งเปราะ ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีขาว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ออกดอกประมาณ เดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ทยอยออกดอกตลอดปีดอกจะเอียงห้อยลงเพราะก้านดอกยาวมากรับน้ำหนักดอกไม่ไหว ดอกบานอยู่ได้ 2วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกหอมอ่อนตลอดวัน
เมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน

ตอนยุคล่าไม้ไทย กำลังเฟื่องฟู พุดแตรงอนนี่ขนาดกระถาง 16" ขายกันราคาตั้งแต่ 1,500-2,000บาทเดี๋ยวนี้ไม่รู้ราคา  คงถูกลงกว่านี้เพราะ

เป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ง่ายและเลี้ยงง่าย ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดี จับผูกหลักยึด แต่งทรงพุ่มให้สวย

พุทธชาด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum auriculatum., Vahl.

ชื่อสามัญ : Jasmine Vine
ชื่ออื่น : บุหงาประหงัน
วงศ์ : OLEACEAE

พุทธชาด เป็นไม้ต้นกึ่งเลื้อยหรือรอเลื้อย คืออยากให้เป็นไม้ต้นก็เป็นได้คือ คอยตัดแต่งทรงพุ่มไว้อยากให้เป็นไม้เลื้อยก็ทำซุ้มให้เลื้อยซะก็เป็นไม้ เลื้อยได้

มีขนาดต้นสูงประมาณ1-2 เมตร ขนาดใบยาว6ซม. ออกใบเป็นคู่ตรงข้าม

ดอกมีขนาดเล็กสีขาวกว้างประมาณ1.5ซม. ดอกดกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือตามข้อต้นดอกมี6-7กลีบดอก มีกลิ่นหอมแรงมาก พูดถึงความ หอมของพุทธชาดแล้ว บอกไม่ถูก ว่าหอมยังไง แล้วแต่ชอบ ชอบก็ว่าหอม ไม่ชอบก็ว่ากันไปบอกไม่ถูกตามแต่รสนิยมเรื่องความหอม หอมใครหอมมัน  พุทธชาดเป็นต้นไม้ที่ ออกดอกดกแถมออกทั้งปีเสียด้วย คงถูกใจใครหลายคน การขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธี ทับกิ่ง,ตอน,ปักชำ และเพาะเมล็ด เมล็ดของพุทธชาดมีลักษณะกลมดำและแข็งมาก

พุทธชาดเป็นต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ในวรรณคดีไทยมีการกล่าวถึงไว้อย่างมากมาย

เช่นในนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เคยกล่าวถึงพรรณไม้นี้เอาไว้ว่า

"  พุทธชาดดวงน้อยน้อย   เจ้าคิดร้อยพวงมาไลย...."

   พุทธชาดสามสี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brunfelsia hopeana., Benth                                                                                  .

ชื่อสามัญ : Yesterday , Today and Tomorrow
ชื่ออื่น : พุดสามสี , สามราศี , พุทธชาดสามสี

วงศ์ : SOLANACEA

ถิ่นกำเนิด: ประเทศอเมริกาเขตร้อนและหมู่เกาะอินดีส

เห็นชื่อสามัญ แล้วคิดว่าคนตั้งนี่สุดยอดจริงๆ เพราะพุดสามสีหรือพุทธชาดสามสีนี้ เวลาดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีม่วงเข้ม พอรุ่งขึ้นจึงกลายเป็นสีม่วงอ่อน และรุ่งขึ้นอีกวันดอกจะกลายเป็นสีขาว พอถึงวันที่สี่ดอกจะโรย  ออกดอกดกมากเวลาออกดอกจะมองเห็นดอกสะพรั่งไปทั้งต้นเป็นดอกไม้ที่มีสามสีใน ต้นเดียวกัน สวยยังกะดาว
ปลูกก็ง่ายมาก เป็นไม้พุ่มทึบตัดแต่งเป็นทรงพุ่มได้ตามต้องการ ชอบแสงแดด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำหรือตอน แต่การตอนจะได้ผลดีกว่า

ลักษณะ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูง1-1.5ซม.แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบกิ่งมีขนาดเล็กและเปราะ ใบเดี่ยวรูปรีออกตรงข้าม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบส่วนปลายกลีบดอกหยักเป็นลอยเล็กน้อย ดอกบานเต็มที่กว้าง3-4ซม.มีกลิ่นหอมตลอดวัน

             ผล แห้งแตกทรงกลมหรือรูปรีขนาด1-2ซม.แต่มักไม่พบ ต้นที่ปลูกกลางแจ้งและมีอากาศเย็นจะออกดอกมากกว่าต้นที่ปลูกในร่ม หาหหมั่นตัดแต่งทรงพุ่มให้แต่ละกิ่งได้รับแสงจะช่วยให้ดอกดกขึ้น ทั้งยังสามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้


มะลิลา-มะลิซ้อน

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Jasminum sambac (Linn.) Ait
ชื่อสามัญ : Arabian Jasmine   วงศ์ :
OLEACEAE

ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดีย

 

ใกล้วันแม่ ต้นไม้ต้นนี้ต้องพูดถึงในคติของคนไทย ถือกันว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ
  นอกจากนี้นักเล่นพระสมเด็จฯก็มักนิยม อบพระ(เครื่อง)สมเด็จ โดยเชื่อกันว่าทำให้เนื้อของพระเครื่องดียอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
          มะลิยังอยู่ในความเชื่อของคนไทยโบราณที่ปลูกมะลิว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน เก็บมะลิหรือเฉียดเข้าใกล้ต้นมะลิอย่างเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่าจะทำให้ดอกมะลิเหี่ยวเฉา หรือเกิดด้วงเกิดแมลงในสวนมะลิของตน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ามะลิคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์มากนั่นเอง
 มะลิ เป็นไม้พุ่มขนาดปานกลางมีพุ่มต้นสูงเต็มที่ประมาณ 5 ฟุต มีชนิดดอกซ้อนและดอกลา ชนิดดอกซ้อนเรียกว่า มะลิซ้อน และดอกลา เรียกมะลิลา ดอกลาหรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมกว่าชนิดดอกซ้อน และเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยมาลัยบุชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น

มะลิเป็นพืชที่ดอกมีน้ำมันหอมระเหยมาก จึงนิยมนำดอกมะลิไปกลั่นเอาน้ำมันหอมเพื่อทำน้ำหอม  และมีประโยชน์ทางสมุนไพร เช่นนำดอกมะลิที่ตากแห้งเป็นยาต้มรับประทาน หรือป่นเป็นผงเข้ายาต่างๆ หรือใช้ดอกมะลิตำสดๆใส่พิมเสนสุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด
มะลิเป็นพืชที่ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดปีหอมตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ


มะลิฉัตรดอกบัว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum Sambac (L) Aiton 'Mali Chat Dok Bua'

วงศ์ : OLEACEAE



ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยสูง1-2เมตร พุ่มกลมแน่นทึบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่ สีเขียวอมเหลือง ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสีขาว ที่ปลายกิ่ง1-4ดอก ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมเย็น ดอกบานได้1-2วัน ออกดอกตลอดปี

ดอกมะลิฉัตรดอกบัว ดอกมีลักษณะเด่น คือ กลีบดอกห่อกันกลมแน่นที่กลางดอก ดูคล้าย "ดอกบัวตูม" และกลีบดอกซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ คล้าย "ฉัตร"จึงรวมกันเป็นที่มาของชื่อ "มะลิฉัตรดอกบัว"

ขนาดของดอกมะลิฉัตรดอกบัว เมื่อดอกบานจะมีขนาดประมาณ 3-4 cm.ถ่ายภาพมาหลังฝน กลีบดอกเลยช้ำ

ขยายพันธุ์ด้วยการทับกิ่ง ปักชำและตอนกิ่ง

แก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Murraya paniculata.,Jack.

ชื่อสามัญ : Andaman Satinwood,China Box Tree

ชื่ออื่น ; แก้วขาว,แก้วลาย,แก้วขี้ไก่

วงศ์ : RUTACEAE

แก้ว เป็นไม้ดอกหอมที่เรารู้จักกันดีมานานแล้ว และยังเป็นต้นไม้ในวรรณคดีไทยที่กล่าวถึงอยู่เสมอ ขนาดและความสูงเมื่อโตเต็มที่โดยไม่ตัดแต่งจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงได้ ถึง8-10เมตร วัดรอบต้นได้80เซนติเมตร ในสมัยก่อนแก้วมีเนื้อไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้วย นิยมนำมาทำไม้เท้า ด้ามปืน ฝักมีด ด้ามร่ม คันซออู้ ซอด้วง เพราะเนื้อไม้ของแก้วแน่นเหนียว ลวดลายสวยงาม พ่อค้าไม้จะรู้จักแก้วในชื่อ Andaman Satinwood หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ไม้เนื้อแพรแห่งอันดามัน"
ลักษณะทั่วไปของต้นแก้ว เปลือกต้นแตกเป็นร่องตามยาวและมักบิดเวียน ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 - 9 ใบเรียงสลับจากเล็กไปหาใหญ่ ใบรูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันที่ใบเป็นมัน ที่ใบมีต่อมน้ำมัน ดอกเป็นดอกช่อสีขาว ออกเป็นข่อสั้นๆ ตามซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็กมี 5 แฉก ติดอยู่ทนจนถึงเป็นผล กลีบดอกมี 5กลีบ ปลายกลีบมนหรือเรียวแหลม

 ผลรูปรี เมื่อแก่เปลือกมีสีแดงอมส้ม แต่ละผลมี 1 - 2 เมล็ด  

ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

ดอก แก้วเวลาบานพร้อมกันจะดูขาวสะพรั่งทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง ถ้าสนใจหมั่นแต่งกิ่งแล้วพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอแก้วจะออกดอกเป็นระยะๆอยู่ ตลอดปี

บอกความลับเล็กๆ เคี้ยวใบแก้วแล้วตัวจะร้อนรุมเหมือนเป็นไข้ ทั้งที่สบายดี เป็นมารยาของคนแกล้งป่วย

แก้วหิมาลัย

นี่ เป็นแก้วหิมาลัย ใบใหญ่กว่าและปลายใบกลมมนกว่า แก้วธรรมดา ถึงดอกจะเล็กกว่าแต่ก็ออกดอกดกมากๆกลิ่นก็หอมแรงกว่าด้วย ยังมีแก้วแคระ ที่มีใบเล็กและดอกเล็กอีด้วย

แก้วแคระ

ทิวา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum diurnum Linn.

ชื่อสามัญ : Day Cestrum, Chinese Inkberry

ชื่ออื่น : ทิวาราตรี
วงศ์ : SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด : เวสต์อินดิส

ไม้ พุ่มสูง 2-3 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเป็นปุ่มปมเล็ก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปหอกใบแคบ กว้าง2-5ซม.ยาว5-10ซม. ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจาย สีขาว มีดอกย่อย15-20ดอกโคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว 1ซม.ปลายแยกเป็น5-6กลีบ เมื่อบานขนาด6-8 มม.ผลกลมสีดำ เปลือกนิ่ม

มีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางวัน บานอยู่ได้2-3วันแล้วจึงโรย ออกดอกประมาณเดือนละครั้งตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง


ราตรี

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum Nocturnum Linn.

ชื่อสามัญ : Night Cestrum , Night-Blooming Jasmine, Queen Of The Night
วงศ์ : SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด : หมู่เกาะอินดิส

ราตรี เป็นไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดต้นสูง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนา ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว  เปลือกต้นสีเทาอ่อนปนขาว ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรูปรี ยาว8-15ซม. ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ตามยอดและตามข้อต้นโคนก้านใบ ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมาย ดอกราตรีจะมีกลิ่นหอมจัดและหอมไกลในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะร่วงหมด และดอกตูมจะบานใหม่ในคืนต่อๆไปกลิ่นของดอกราตรีจะส่งกลิ่นรุนแรงมากถ้าได้ กลิ่นหรือสูดดมใกล้ๆ อาจทำให้วิงเวียนและไม่สบายได้ ควรปลูกให้ห่างที่พักพอประมาณ ไม่อย่างนั้นในช่วงออกดอกเต็มต้นจะส่งกลิ่นแรงมากในตอนกลางคืน อาจทำให้ปวดศรีาะ ไม่สบายกันทั้งบ้าน

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งและปักชำ
หากนำเอาต้นและดอกราตรีเข้าไปให้คนในท้องถิ่นของอำเภอกุดชุม
หรือ ในเขตลุ่มน้ำลำห้วยแกว ( ลำห้วยแบ่งเขตอุบลราชธานีกับร้อยเอ็ด)คนเฒ่าคนแก่แถบนั้นจะบอกทันทีว่า ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ "หอมดึก" เป็นพันธุ์ไม้ป่าในท้องถิ่นและหาง่าย ชาวบ้านแถวนั้น นิยมใช้เป็นดอกไม้ในประเพณี " แห่ดอกไม้"เป็นประจำอยู่ทุกปีนานแล้ว


ราตรีสีทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum aurantiacum., Lindl.

ชื่อสามัญ : Yellow Jasmine, Orange Cestrum

วงศ์ : SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด : หมู่เกาะอินดิส และ กัวเตมาลา

  ราตรีสีทองเป็นไม้จำพวกเดียวกับราตรีและอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเขือเทศ ชื่อของไม้วงศ์นี้นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า The Nightshade Family
  เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว แตกกิ่งก้านเล็กๆจำนวนมาก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ยาว8-12ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวอ่อน

ดอก ออกเป็นช่อตามยอดหรือง่ามใบเรียงติดกันเป็นกลุ่มหนาแน่นตามก้าน ช่อดอกสีเหลืองทองเป็นกรวยยาว 8-15ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายดอกแตกออกเป็นปากแตร5กลีบ ขนาดดอกเมื่อบาน 0.6-1 ซม.มีกลิ่นหอม

ออกดอกเป็นระยะตลอดปีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ราตรี สีทองขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ เป็นไม้ชอบอยู่กลางแจ้ง แต่ต้องอยู่ในสภาพดินที่ชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่แฉะและไม่แล้งจนเกินไปเพราะรากของราตรีสีทองบอบบางไม่แข็งแรงเหมือนราก ต้นไม้อื่น ถ้าแฉะนานเกินควร รากจะเน่าและถ้าแล้งนานเกินไปรากก็จะแห้งตาย เหมือนกัน



ราตรีสวรรค์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum calamitosum L. 

ชื่อสามัญ :White Butterfly

ชื่ออื่น : ราตรีสวรรค์
วงศ์ : LABITAE(LAMIACEAE)

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มแน่น เปลือกต้นสีเทาอมม่วง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแต่ละคู่ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ดอกสีขาวออกเป็นกระจุกแยกแขนงที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก มีกลิ่นหอม โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน สีเขียว ปลายแยก5แฉก สีแดงคล้ำ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบยาว ปลายแยก5แฉก ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปขอบขนานแกมรี สีดำ  ออกดอกตลอดปี ดอกบาน 1-2 วันแล้วโรยมีกลิ่นหอมอ่อนๆในช่วงกลางวัน และหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ
 นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เวลาปลูกควรปลูกเป็นกลุ่มจะออกดอกพร้อมกันสวยงาม ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้สม่ำเสมอหากต้นเริ่มโทรมหรือเิริ่่มออกดอกน้อยลงให้ พรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก

การขยายพันธุ์ ปักชำ โน้มกิ่ง ตอนกิ่ง


นางแย้ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum philippinum Schauer.var. pleniflorum Schauer.

ชื่อสามัญ : Burma Conehead, White-Rose Clerodendron, Lady Nugent's Rose
ชื่ออื่น : ปิ้งซ้อน, ปิ้งชะมด, ปิ้งสมุทร, ส้วนใหญ่

วงศ์ : LABIATAE (LAMIACEAE)

ไม้ พุ่มเนื้ออ่อนสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกลำต้นใกล้ผิวดินจำนวนมาก แยกไปปลูกได้ เป็นวิธีขยายพันธุ์วิธีหนึ่ง นอกจากปักชำและตอนกิ่ง กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม มีขนตามลำต้นและก้านใบ มีช่องอากาศประปราย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มหรือรูปหัวใจ มีขนนุ่มสั้นๆปกคลุมทั้งสองด้าน หลังใบสีเขียวหม่น ท้องใบสีเขียวอ่อน  ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันห่างๆ ขนาดใบกว้าง 5-8ซม.ยาว10-15ซม.

ดอก ของนางแย้มสีขาวจะออกเป็นช่อกระจุกแน่นตาม ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงอัดกันแน่น กลีบเลี้ยงสีม่วงแดงกลีบดอกซ้อนกัน 3-5ชั้น แต่ละชั้นมี5-8กลีบ รูปไข่กลับปลายกลม อัดซ้อนกันลักษณะคล้ายมะลิซ้อน  เกสรเพศผู้และเพศเมียไม่สมบูรณ์ ไม่ติดผล  ดอกทนบานอยู่ได้หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำเป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมาก ต้องปลูกกลางแจ้งและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเสมอเพื่อไม่ให้ใหญ่เกินไปจนรกทึบ สามารถปลูกเป็นไม้ดอกหอมในกระถางได้ หากตัดแต่งอยู่เสมอจะมีอายุยืนอยู่ได้ 2-3ปี

พุดตาน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus multibilis Linn.
ชื่อสามัญ : Cotton Rose,Changeable Rose

วงศ์ : MALVACEAE

ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 1-3เมตรมีขนปกคลุมตามกิ่งก้านและใบ ใบคล้ายกับใบฝ้าย ขอบใบหยัก ขนาดใบกว้าง12.5ยาว15ซม.ดอกมีรูปร่างคล้ายชบาซ้อนแต่มีขนาดใหญ่กว่าคือ ขนาด12.5-15ซม.

ออก ดอก ตามกิ่งข้างหรือกระจุกยอด กลีบรองดอกสีเขียว มีขน ดอกขนาด 7-10 เซนติเมตรมีทั้งดอกลาและดอกซ้อนเมื่อเริ่มบานเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูและ ชมพูเข้มภายใน1วัน ถึงเวลาเย็นดอกพุดตานก็จะเริ่มเหี่ยว

พุดตาน เป็นไม้ที่มีดอกดกและออกดอกตลอดปี เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและ ตอนกิ่ง ชอบอยู่บนที่ดอนกลางแจ้ง ไม่ชอบดินแฉะมีน้ำขัง ถ้าถูกน้ำท่วมราก จะตายทันที

มีรูปพุดตานดอกลาหรือพุดตานไต้หวันมาเสนอ

บานทน
แย้มปีนัง,หอมปีนัง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Strophanthus gratus., Franch

วงศ์ : APOCYNACEAE
ชื่อสามัญ : Petals-Tips Flower, Climbing Oleander, Rose Allamanda
ชื่ออื่น: บานทน,แย้มปีนัง,หอมปีนัง

ถิ่นกำเนิด : ทวีปแอฟริกา

   เห็นชื่อคงจะทำให้ไขว้เขว เข้าใจได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ของเกาะปีนัง แต่ความเป็นจริงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอาฟริกา และแพร่พันธุ์อยู่เฉพาะท้องที่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นที่เทือกเขาคีรีมัน จาโร,ภูเขาตูมโม่และภูเขาติเบสตี้ เพียงเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับปีนังตรงไหน น่าจะเรียกตามที่เรียกกันมาก่อนว่า"บานทน"มากกว่า
        ต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร เป็นไม้ครึ่งต้นครึ่งเลื้อยแบบชมนาด ทรงพุ่มกลมทึบ มียางสีขาวทุกส่วน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่จนถึงรูปรี ยาว7-10ซม. แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน 

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย5-8ดอก รูปแตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5กลีบ ขอบกลีบเป็นรอยจีบและหยักเว้า ดอกบานมีขนาด4-5ซม. ออกดอกดกเป็นระยะตลอดปี แต่ที่ออกดอกเยอะมากตอนใกล้หนาว ดอกบานอยู่หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ดอกสีม่วงเข้มตอนเป็นดอกตูม และตอนเป็นดอกบานจะเป็นสีม่วงอ่อนสวย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือตอนกิ่ง  ปลูกได้กลางแจ้งและที่ร่มรำไร

กุหลาบเมาะลำเลิง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pereskia grandiflora.,Haw.

ชื่อสามัญ : Pereskia ,Rose Cactus

ชื่ออื่น : กุหลาบเทียม กุหลาบแก้ว ชมพูแก้ว      

วงศ์ : CACTACEAE

ชื่อ เหมือนมาจากเมืองมอญแต่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลย กุหลาบเมาะลำเลิงของจริงก็คือกุหลาบมอญ ที่ชาวมอญนำพาเข้าเมืองไทยมาจากเมืองมะละแหม่งฝรั่งเรียก Moulmein หรือที่ชาวมอญเขาเรียกเมาะลำเลิง

ปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพพม่า กุหลาบเมาะลำเลิงเป็นพืชในวงศ์กระบองเพชร ที่แปลกสามารถออกใบได้อย่างใบไม้ธรรมดาพันธุ์นี้กิ่งต้นอวบหนา ใบหนาแข็งรูปใบทรงป้อมก้านใบสั้นติดกิ่งออกใบเวียนกันรอบต้น ขนาดใบยาว10-15ซม.  ต้นเป็นพุ่มอาจสูงได้ถึง 4เมตร มีหนามแข็งตามลำต้น

ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งดอกสีชมพูขนาดดอกกว้าง 4ซม. พันธุ์นี้ชื่อสามัญว่า Rose cactus

    

กุหลาบพุกาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pereskia corrugata

วงศ์ : CACTACEAE

พันธุ์ นี้จะมีกลีบดอกสีเฉดแดงส้ม ทรงพุ่มสูงไม่เกิน 3เมตร มักแตกหน่อเป็นกอ  ออกใบดกเนื้อใบบางใบสีเขียวเข้มตามที่เห็นในรูป ขนาดใบยาวได้ตั้งแต่8-30ซม.

ดอกเป็นดอกเดี่ยวกลีบซ้อน กัน2ชั้นขนาดดอกบานเต็มที่กว้าง4-6ซม.

                สมัย ก่อนนิยมปลูกกันมากเพราะดอกสวยและออกดอกดก แต่ตอนหลังคงถอดใจกันเพราะหนามแหลมที่โดนเข้าไปเจ็บจริงๆ แต่ถ้านำไปปลูกบริเวณที่กว้างริมรั้วก็กันคนได้นะกว่าจะลอดรั้วฝ่าดงหนาม น้ำตาคงรินหลายหยดเลยหละ

กุหลาบมอญ

ชื่ออื่น ; Damask Rose

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa damascena Mill.
วงศ์ : ROSACEAE

 

  นี่ละ่กุหลาบเมาะลำเลิงของสาวมอญแม่เม้ยเจิง ตัวจริง แต่ชื่อสามัญกับชื่อวิทยาศาสตร์มันกลับบอกว่าเป็นกุหลาบแขกมากกว่ากุหลาบมอญ ซึ่งพันธุ์แท้ดั้งเดิมมีด้วยกันสองสีเท่านั้นคือสีแดงกับสีชมพูมีกลิ่นหอม แรงตลอดวัน

ชาวอินเดียโบราณได้สกัดเอาไปทำน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้ก่อนใครๆในโลก หัวน้ำหอมชนิดนี้สกัดมาจากกุหลาบมอญมีชื่อทางการค้าว่า Otto of Rose Bulgarian สำหรับอีกชื่อหนึ่งที่เราเคยได้ยินกันก็ คือยี่สุ่นแต่อาจไม่รู้ว่าต้นไหน ที่จริงแล้วยี่สุ่นก็เป็นกุหลาบจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า กุหลาบมอญ นี่เอง


เข็มหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Ixora spectabilis Wall.

วงศ์ : Rubiaceae

ไม้ พุ่มเตี้ย ขนาดเล็ก ใบแคบยาว  ต้องมีการควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งบ้างจึงจะได้ทรงพุ่มตามต้องการและออก ดอกดก ไม้ต้นนี้   ออกดอก  ตลอดปี  แต่จะดกมากเป็นพิเศษช่วง  เดือน พฤษภาคม-เดือนสิงหาคมดอกจะออกเป็นช่อใหญ่ๆ ที่ปลายกิ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นลั่นทม ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง

เข็มอุณากรรณ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kopsia fruticosa A. DC.

วงศ์ : APOCYNACEAE

ชื่ออื่น : พุดชมพู, ตึ่งตาใส

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 3เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง3.3-8ซม.ยาว7.5-18ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนรูปลิ่ม

                  ดอกสีชมพูหรือสีขาวออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว7-12ซม.มีขนสั้น ดอกบานเต็มที่ขนาด5.5ซม.กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นปลายแยก เป็น5แฉกกลีบดอกเป็นหลอดยาว4ซม.ปลายแผ่เป็น5กลีบรูปไข่กลับปลายมน เกสรผู้5อันติดอยู่ใกล้ปลายหลอดกลีบดอก รังไข่เกลี้ยงหรือมีขน ผลสีดำแดงยาว1.5-1.7ซม.ปลายผลเป็นจงอยเด่น ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ออกดอกเดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน

การ กระจายพันธุ์ จีน พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย ในสภาพธรรมชาติพบในป่าดิบหรือป่าที่กำลังคืนสภาพบนภูเขาหินปูนที่ระดับความ สูงถึง500เมตร


เข็มพวงขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ixora finlaysoniana Wall. ex G.Don

วงศ์ : RUBIACEAE
ชื่อ สามัญ : Siamese White Ixora
ชื่ออื่น : เข้มขาว, เข็มหอม
ถิ่นกำเนิด :อเมริกาใต้

รูปปัจจุบัน 5/9/2559

เห็นรูปแล้วอย่าตกใจ คิดว่าลงผิด ต้นเข็มหรือนี่ทำไมมันใหญ่โตได้ขนาดนี้ ต้นเข็มพวงขาวต้นนี้สูงประมาณ 4-5เมตรได้ อายุไม่ต่ำกว่า30ปี คุณปู่ของลูกปลูกไว้ ตอนย้ายมาอยู่บางสะพานน้อย

เข็มพวงขาวเป็นไม้ พุ่มสูง 1-3เมตร ลำต้นเกลี้ยง แตกกิ่งใกล้ผิวดินเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่รูปรี ขอบขนาน กว้าง3-5ซม.ยาว6-10ซม. มีหูใบระหว่างก้านใบ ผิวใบค่อนข้างหนาสีเขียวสด โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ เข็มพวงขาว เป็นดอกไม้ดอกช่อออกเป็นช่อกลมแน่นที่ปลายยอด ขนาด10-15ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยขนาด1ซม ออกดอกตลอดปี

และ เป็นพันธุ์เดียวที่ดอกมีกลิ่นหอมจัด รากก็มีกลิ่นหอมและรสหวาน แพทย์แผนโบราณใช้รากเข็มพวงขาว ต้มกินแก้โรคตา และกินเป็นยาเจริญอาหาร ผลเข็มเป็นเม็ดกลม อ่อนเป็นสีเขียว ห่ามเป็นสีแดงและแก่เป็นสีดำ เมล็ดข้างในแข็งใช้เพาะพันธุ์ได้ แต่มีโอกาสติดเมล็ดได้น้อยขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้แตกใบอ่อนและยอดใหญ่ ออกช่อดอกที่ปลายยอดอย่างสวยงาม

เข็มบุษบา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kopsia arborea Blume

ชื่ออื่น : หนำเลี๊ยบเทียม, พุดดง

ไม้พุ่มสูง 1.5-2เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเป็นคลื่น

ดอก สีขาว ออกเป็นช่อกระจุกเชิงซ้อนที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ1คู่ ออกตรงข้ามรูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมี3ดอก ดอกกลางบานอ่อน กลิ่นหอมอ่อนๆ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน สีขาว ปลายแยกเป็น5แฉก รูปขอบขนานปลายกลม บริเวณรอบปากดอกสีแดงแกมชมพู มีขน ผลรูปกระสวยมักออกเป็นคู่ สุกสีม่วงดำ

เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเพาะเมล็ด

พุดผา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia saxatilis Geddes
 วงศ์  : RUBIACEAE
ชื่ออื่น : ข่อยโคก ข่อยหิน ปัดหิน ข่อยด่าน

ไม้พุ่ม ผลัดใบ แตกกิ่งต่ำ สูง 2-4 เมตร เจริญเติบโตช้ามาก
ตามกิ่งมีหนามแข็ง ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบรูปไข่กลับ กว้าง2-4ซม.ยาว5-8ซม. ปลายมน โคนใบเว้าเล็กน้อย แผ่นใบด้านบนเกลี้ยง ผิวใบคายสากมือ สีเขียวอมเหลือง ด้านล่างมีขนนุ่มทั่วไป ก้านใบสั้นมากหรือเกือบไม่มีก้านใบ มีหูใบร่วมระหว่างคู่ใบ

ดอกออกเดี่ยว ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนบนผายออกแยกเป็น6 กลีบ แผ่ออกเกยกันคล้ายกังหัน ดอกบานมีขนาด3-4ซม. มีกลิ่นหอมออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม

รูป ที่ถ่ายมานี้ดอกเหมือนมี7กลีบ แต่จริงๆมี6กลีบ ดอกนี้กลีบดอกฉีกตั้งแต่ยังเป็นดอกตูม ตอนนั้นมีเหลืออยู่ติดต้นแค่ดอกเดียว เลยได้รูปออกมาแบบนี้ ส่วนผลเป็น ผลสด สีเขียว รูปกลมขนาด2-2.5ซม.เมื่อ่สุกสีส้ม ปลายผลมีแฉกของกลีบเลี้ยงติดทน มีเมล็ดจำนวนมาก
พุดผาเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ระดับความสูง 100 เมตร โดยหมอคาร์ ชาวไอริช เป็นพรรณไม้สกุลพุด ชอบขึ้นบนที่โล่งตาม ซอกหินของลานภูเขาหิน ทนแล้ง โตช้า มีเนื้อไม้แกร่ง ทรงพุ่มโปร่ง ดอกดกมีกลิ่นหอม และมีการนำมาพัฒนาเป็นไม้แคระหรือบอนไซ มีการตัดแต่งให้สวยงาม 

เมื่อ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปียังมีให้เห็นอยู่เต็มบริเวณนี้ ออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั้งป่า ต้นที่เห็นนี่ เหลืออยู่ต้นเดียวที่ใหญ่หน่อยคงขุดยากเพราะขึ้นอยู่ในซอกหิน นอกนั้นโดนแงะเอาไปหมด เหลือแต่ต้นเล็กๆสูงไม่ถึงครึ่งเมตร


สาวสันทราย

ชื่อสามัญ : Quezonla
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum quadriloculare Merr.
ชื่ออื่น : เกษรา จรกา ราชินีสันทราย

วงศ์ : COMBRETACEAE

       ชื่อเหมือนมาจากฟิลิปปินส์ ตอนแรกๆรู้จักไม้ต้นนี้ เรียกกันว่า"เกษรา" ก็เข้าใจเอาเองว่าคงจะมาจาก
" เกซอนลา"ซึ่งเป็นชื่อสามัญ ฟังแล้วมันคล้ายๆกัน กับ        เกซอนซิตี้เมืองหลวงของฟิลิปปินส์

ทีนี้ต้นไม้ต้นนี้คงชอบอากาศเย็นทางเหนือปลูกแล้วสวยงามมากนิยมปลูกเป็นไม้ ประดับกันทั่ว ชื่อที่ตามมาคือ"สาวสันทราย"ก็เข้าใจอยู่ แต่ตอนนี้กลายเป็น"ราชินีสันทราย"ไปแระ  สำหรับชื่อจรกานี่ไม่รู้มายังไงนะ น่าจะเพราะเวลาไม่ออกดอกนี่คงขี้เหร่มั๊ง (เดาเอานะ) เพราะต้นนี้เวลาไม่มีดอกนี่เอาไปปลูกให้ใครโดนหาว่าเอาต้นไม้ไม่สวยไปปลูก ให้ เพราะต้นแตกกิ่งเยอะลำต้นสีเทาๆสีใบด้านบนสีเขียวด้านล่างสีม่วงมองดู ธรรมดาๆแต่ใจเราชอบนะต้นนี้น่ะหาไม่ได้ง่ายๆด้วย กว่าจะรู้ว่าต้นนี่มันสวยยังไงก็โน่น เดือนธันวา-มกรา นั่นแหละ ถึงยิ้มได้ เพราะออกดอกสวยคลาสสิคเชียว

ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มสีขาวอมม่วง ติดผลกลมสีม่วงเอาไปเพาะขยายพันธุ์ได้ ตอนกิ่งก็จะออกดอกให้ดูเร็วหน่อย


นมสวรรค์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum paniculatum Linn.
ชื่อสามัญ : Pagoda Flower
ชื่ออื่น :พนมสวรรค์ ปรางค์มาลี ฉัตรฟ้า
วงศ์ : VERBENACEAE

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร เป็นพืชใบเดี่ยวออกใบเป็นคู่ๆสลับทิศทางกันตามข้อต้นใบเป็น5แฉกสากระคายมือ ปลายแฉกแหลม ใบเป็นมันสีเขียวเข้มช่อดอกออกที่ปลายยอดและปลายกิ่งยาวประมาณ 30ซมหรือมากกว่านั้ถ้าต้นสมบูรณ์เต็มที่มีดอกดกและดอกออกตลอดปี.มีดอก2สีคือ ชนิด(variety)สีเหลืองหรือว่าขาวก็ได้เพราะมันออกนวลๆและสีแดงสดเป็นรูปทรง แบบช่อฉัตร 

เมือดอกแก่จะติดเมล็ดเป็นช่อฉัตรเหมือนรูปทรงช่อดอกเดิมกลีบทั้งห้ากลีบจะ เติบโตทำหน้าที่คล้ายกาบรองดอกเพราะกลีบดอกที่ติดเมล็ดจะโตขึ้นและกลายเป็น สีแดงเข้มพร้อมกับบานแอ่นลงล่างเข้าหาก้านดอกทั้ง5กลีบ ส่วนเมล็ดที่มีลักษณะกลมเหมือนสาคูเม็ดใหญ่ จะวางเด่นอยู่บนแท่นเหนือกลีบสีแดงเข้ม เมื่ออ่อนเมล็ดจะเป็นสีเขียวพอห่ามจะเป็นสีม่วงและเป็นสีดำสนิทเมื่อแก่เต็ม ที่จึงทำให้ดูคล้ายดอกไม้ช่อหนึ่งที่มีกลีบสีแดงเข้มและเกสร(ที่จริงเป็น เมล็ด)สีดำ สวยงามมาก(สีเหลืองก็เหมือนกัน)
 ดูสิดูเป็นช่อดอกสวยยังไม่ พอเป็นช่อเมล็ดก็ยังอุตส่า่ห์สวยอยู่  มีรูปดอกนมสวรรค์สีเหลืองมาให้ดูด้วยเห็นว่าหายากอยู่

นมสวรรค์ ปลูกได้ในสภาพดินเกือบทุกชนิดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ทั้งกลาง แดด
และร่มรำไรขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำหรือแยกจากต้นที่ขึ้นจากไหลไปปลูกจะได้ผลเร็วกว่าเพาะเมล็ด

หมวกจีน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Holmskioldia sanguinea.Retz.
ชื่อสามัญ : Chinese Hat Plant
วงศ์ : LABIATAE

เป็น ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย เจริญเป็นพุ่ม สูง2-5เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นลำสี่เหลี่ยม ยาวโค้ง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเป็นคู่ตามข้อลำค้น ลักษณะใบเป็นรูปรีหรือรูปใบพลูขนาดกว้าง6ซม.ยาว10ซม.ขอบใบจักเล็กน้อย แผ่นใบบางและสากมือ

ดอก ออกเป็นช่อตามข้อลำต้นโคน ก้านใบและปลายกิ่ง ช่อละ5-20ดอก กลีบเลี้ยงรูปจานค่อนข้างกลม มีหลายสี มีเหลือง แดง  ส้ม  ดอกรูปกรวย โคนเชื่อมเป็นหลอดแคบยาวปลายแยก5แฉก ขนาดดอก2-2.5ซม.

ออกดอกเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ ฃยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำและตอนกิ่ง  

ชอบแสงแดดจัด อากาศเย็นดินค่อนข้างแห้งระบายน้ำดี

เสียดาย ต้นไม้สวยบางต้น ตอนนำมาขายใส่กระถางมา ต้นเล็กๆ ดอกไม่มาก มองดูไม่น่าสนใจ คนไม่ซื้อ คนขายก็ไม่อยากเอามาขาย  คนขยายพันธุ์ก็ไม่รู้จะขยายไปทำไม สู้ทำต้นไม้แปลกๆใหม่ๆดีกว่า ทำเว็บนี้บอกเลย ไม่มีต้นไม้ขายหรอก แค่อยากเก็บต้นไม้เก่าๆไว้ ถ้าคนรักต้นไม้เข้ามาดู ไม่ว่าจะเก่ายังไงหากเห็นคุณค่า ก็จะซื้อหาเก็บเอง



ประยงค์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglalia odorata., Lour.
ชื่ออื่น : หอมไกล., พะยงค์ , ขะยง
วงศ์ : MELIACEAE

ประยงค์เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ เดียวกับลางสาด ลองกอง คอแลน ฯลฯ มีอยู่3ชนิดคือ ประยงค์ ประยงค์ป่า((A. odoratissima) และประยงค์ใบใหญ่(A.chaudocensis)
                  ประยงค์เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมถึงขนาดใหญ่ สูง2-3เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบสีเขียวเข้มหนาเป็นมันคล้ายใบแก้วเป็นแบบใบรวม กลุ่มใบหนึ่งๆจะประกอบด้วยใบย่อย5ใบรูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก

ดอกออกเป็นเม็ดกลมๆไม่บาน ก้านดอกแตกสาขาหลายแขนงดอกสีเหลืองมีเกสรสีขาวเล็กๆอยู่ ภายใน มีกลิ่นหอมเย็นและหอมไปได้ไกล

 ผล รูปทรงกลมรี ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเหลืองอ่อน ผลสุกสีแดง เมล็ดเดี่ยว สีน้ำตาล

ประยงค์ เป็นพรรณไม้ของประเทศไทย มักพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเหมือนต้นแก้ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน ขึ้นได้ดีในสภาพดินฟ้าอากาศเกือบทุกชนิด มีความอดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีมาก

แก้วมุกดา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fagraea ceilanica Thunb.

ชื่อสามัญ : Perfume Flower Tree

ชื่ออื่น : ตังติดนก นางสวรรค์ โกงกางเขา
วงศ์ : GENTIANACEAE

ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น อิงอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น หรือขึ้นบนพื้นดิน หรือเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง3-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนาน กว้าง4-7ซม.ยาว10-25ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดทั้งสองด้าน ช่อดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกรูประฆัง โคนติดกันรูปกรวย ยาว2-5ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ หยักเว้าลึก เมื่อบานสีขาวอมเหลือง ขนาดดอกบาน5-6ซม. ผลรูปรีขนาด3-5ซม. 

    มักนำมาใช้ประกอบการจัดสวน ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมเย็นๆ ทรงพุ่มสวย ใบใหญ่สวยสีเขียวเข้ม

หอมเจ็ดชั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.

ชื่ออื่น : หอมเจ็ดชั้น,จันทนาใบเล็ก

วงศ์ : RUBIACEAE

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสุงได้ถึง 3เมตร ดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกดอกประมาณ เดือนตุลาคมขเดือนกุมภาพันธ์ ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน หากได้รับความชื้นพอสามารถออกดอกได้ในช่วงอื่นอีก ชอบที่ที่มีแสงแดดหรือแสงแดดครึ่งวันหรือปลูกในที่ร่มรำไรได้


หอมหมื่นลี้

ชื่อสามัญ : Fragrant Olive, Sweet Olive, Tea Olive.
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Osmanthus fragrans Lour.
ชื่ออื่น : หอมหมื่นลี้
วงศ์ : OLEACEAE

หอม หมื่นลี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานพร้อมกันทั้งช่อหากดอกออกเต็มต้นจะสวยงามมากส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ในธรรมชาติพบในดอยสูงทางภาคเหนือ แสดงว่าชอบอากาศเย็น แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ หรือในที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่ดอกจะน้อยและช่อดอกเล็ก

  จำปีแขก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Magnolia figo (Lour.) DC. Var. figo.

ชื่อสามัญ : Port Wine Magnolia

วงศ์ : MAGNOLIACEAE

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.50 เมตร ปลายกิ่งมีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมแน่น แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่น ดอกออกที่ซอกใบ สีขาวนวลหรือสีเหลืองนวล  มักไม่ติดผลและเมล็ด ดอกออกทยอยเกือบตลอดปี ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงใกล้พลบค่ำ และ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน

 จำปี แขกชอบอยู่กลางแจ้ง หมั่นแต่งกิ่งให้ออกกิ่งใหม่จะออกดอกได้ทุกกิ่ง ถ้าปลูกในกระถางต้องใช้กระถางขนาดใหญ่และหมั่นแต่งกิ่งควบคุมทรงพุ่มให้ดี

การขยายพันธุ์ ใช้วิธีตอนกิ่งหรือทาบกิ่ง โดยใช้จำปาเป็นต้นตอ บ้างเลยเรียกว่า จำปาแขก


มุจลินท์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ravenia Spectabis

ชื่อสามัญ : Ravenia

วงศ์ : RUTACEAE

มุจลินทร์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ตั้งแต่ 2-4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา ใบรูปยาวรี โคนปลายใบมน ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง มุจลินท์ใบเขียวดอกสีแดง ส่วนมุจลินท์ใบด่าง ดอกสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือตามยอด ออกเป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-5 ดอก  ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกได้ตลอดทั้งปี 

ต้นที่มีใบด่างมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าRavenia spectabilis Planch. ex Griseb.

ประทัดใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์  Quassia amara  L.

ชื่อสามัญ :   Stave-wood, Sironum wood

วงศ์ :   Simaroubaceae

ชื่ออื่น : ปิง อมรา ประทัดจีน

ไม้พุ่ม สูง 1.5-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากเป็นพุ่มเตี้ย เปลือกต้นเรียบ  สีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยมี 5 ใบ รูปรีหรือรูปไข่กลับ  ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบรวมสีแดงมีครีบแผ่ออกทั้งสองข้าง ใบอ่อนสีแดง ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีแดงสด กลีบดอกไม่บานจะหุ้มเกสรอยู่เป็นรูปกรวยคว่ำ ก้านช่อดอกสีแดง ผล เป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปไข่กลับ สีแดงคล้ำ



สำมะงา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum inerme (L.) Gaerth.

วงศ์ : VERBENACEAE

ชื่ออื่น : สำลีงา เขี้ยวงู ส้มเนรา สำปันงา สักขรีย่าน

ไม้ พุ่ม แต่รอเลื้อย สูง 2 เมตร มีขนนุ่มคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีกว้าง1.5-2วม.ยาว3-4.5ซม.ปลายใบทู่ ผิวใบเกลี้ยงหรืออาจมีขนประปรายทางด้านใต้ใบ

        ดอก สีขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อย 3 ดอก ก้านช่อดอกยาว2-5ซม. ดอกย่อยรูปแจกันทรงสูง สีขาวอมชมพู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย มีกลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาว2-3ซม.เกสรผู้4อัน และเกสรเมีย 1 อัน มีก้านเกสรเรียวยาวสีม่วงแดงยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเด่นชัด

ผลสดรูปกลมหรือไข่กลับ มี4พู ขนาด1.2-1.8ซม.ผิวเกลี้ยง มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วผล ผลอ่อนสีเขียว สุกสีดำ เมล็ดแข็งมากส่วนใหญ่มี1-4เมล็ด

ออกดอกและผลเกือบตลอดปี

การกระจายพันธุ์ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงอินโดนีเซีย

ประเทศไทยพบขึ้นตามชายป่าใกล้ลำห้วยและป่าชายหาด ทั่วประเทศ


 

 

 

 


 

 

 


 


                 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view