สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 20/11/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,846,323
Page Views 12,389,791
 
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

ต้นไม้พุ่ม 1

ต้นไม้พุ่ม 1

ไม้พุ่ม 1


     
เรื่องต้นไม้ถ้าจะคุยกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ มันมากจนบางทีก็จำไม่ได้และนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่คิดว่า ถ้าคุยกันไปเรื่อยๆทีละต้นทีละต้นนะ อาจจะออกอาการซะเองนี่ก็เริ่มๆมึนแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนดี แต่จะค่อยๆ เรียงๆไป

เริ่มด้วยต้นนี้แล้วกัน

    

าชาวดี, พุดจีบ, พุดซ้อน, พุดแสงอุษา, พุดแสงอุษาซ้อน, พุดน้ำบุศย์, พุดสีดา, พุดปาปัวนิวกินี, พุดเศรษฐีสยาม, พุดสวน, พุดร้อยมาลัย, พุดศุภโชค, พุดพิชญา

พุดเวียตนาม, พุดตะแคง, พุดแตรงอน, พุทธชาด, พุทธชาดสามสี,มะลิลา-มะลิซ้อน,มะลิฉัตรดอกบัว,แก้ว,แก้วหิมาลัย,ทิวา, ราตรี, ราตรีสีทอง, ราตรีสวรรค์, นางแย้ม

พุดตาน,แย้มปีนัง,กุหลาบเมาะลำเลิง,กุหลาบพุกาม,กุหลาบมอญ, เข็มหลวง, เข็มอุณากรรณ,เข็มพวง

ขาว,เข็มบุษบา,พุดผา, สาวสันทราย, นมสวรรค์, หมวกจีน, ประยงค์, แก้วมุกดา,หอมเจ็ดชั้น

หอมหมื่นลี้, จำปีแขก, มุจลินทร์, ประทัดใหญ่,สำมะงา


ราชาวดี

ชื่อวิทยาศาสตร์  Buddleja paniculata Wall.
ชื่อสามัญ  Butterfly Bush, Curly Butterfly Bush, Byttneria, Long Spiked, Summer Lilac, Panicled Butterfly Bush
ชื่ออื่น  ราขาวดี
ชื่อวงศ์ SCROPULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด

ตอนเหนือของอินเดียและจีน

เขตกระจายพันธุ์

อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีน  พม่า ไทย เวียตนาม

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตรแตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกันไปตามข้อต้น ใบระคายมีจักรอบริมใบ สีของใบด้านล่างสีจะจางกว่าสีใบด้านบน ขนาดใบยาวประมาณ10-12ซม.ดอกสีขาวขนาดเล็กมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามยอดและตามง่ามใบส่วนยอด ช่อยาวประมาณ6-8ซม.ออกดอกช่วง เดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปีส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่

ต้นราชาวดีนี้ สมัยเด็กๆ ที่บ้านที่บ้านนอกปลูกราชาวดีขึ้นซุ้มบันไดทางขึ้น บ้าน ตื่นขึ้นมารู้แต่ว่าหอมมากทุกเช้า ถามคุณยายว่านี่ต้นอะไร คุณยายบอกว่า ชื่อ ราชาวดี และก็ต่อด้วยร้อยกรองว่า
               "ราชาวดี"  เป็นยอดมาลี  ของพระราชา
 สีขาว  สวยสด งามงด  โสภา
  ใครเห็น  พึงตา  และต้องพึงใจ
จำมาตั้งแต่นั้นและรู้สึกได้กลิ่นหอมของราชาวดีทีไร คิดถึงบ้านที่สุพรรณทุกที


พุดจีบ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ervatamia coronaria., Stapt
ชื่อสามัญ  East Indian rosebay, Crape-jasmine, Moon beam, Wax flower.
ชื่ออื่น  พุดซ้อน พุดป่า พุดสวน พุดสา
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ เตร้อนและเขตอบอุ่น


ขาวสุดพุดจีบจีน
เจ้ามีศีล พี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก
แต่พี่รักเจ้าคนเดียว

    พระนิพนธ์ เจ้าฟ้า ธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

ทุก ครั้งที่เห็นพุดจีบจะต้องนึกถึงร้อยกรองบทนี้ทุกที นำมาจากหนังสือท่านอาจารย์ วิชัย อภัยสุวรรณ ที่เขียนไว้ในหนังสือของท่านพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2535 และจิตใจนะ อยากให้ท่านพิมพ์ ออกมาจำหน่ายอีก เพราะเสียดาย ที่รุ่นหลังจะหาอ่านยาก  เป็นหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีคุณค่ามาก
                          พุดจีบเป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 1.5-3เมตรออกใบหนาทึบ ทรงพุ่มแน่น ใบเขียวเข้ม ลำต้นเหนียว เมื่อเด็ดใบและลำต้นจะมีน้ำยางไหลซึมออกมา ออกดอกเป็นพวงห้อยตามยอด หรือตามง่ามกิ่ง ใกล้ๆกับยอด ดอกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกซ้อนกันหลายชั้น ชั้นละ5กลีบ

เป็น พันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี มีดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อน ปลูกง่ายไม่เรื่องมาก ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการตอน หรือเพาะเมล็ด คนรักดอกไม้สีขาว คงไม่มีใครละต้นนี้ไปได้

ลืม..พุดจีบเป็นไม้วงศ์เดียวกับลั่นทม(APOCYNACEAE)


พุดซ้อน

       

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia augusta (L.) Merr.
ชื่อสามัญ  Gardenia, Cape-Jasmine
ชื่ออื่น  อินถวา เค็ดถวา แคถวา พุดป่า พุทธรักษา พุดฝรั่ง พุดสา พุดสวน พุดจีบ พุด พุดจีน พุดใหญ่  พุดซ้อน
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน 
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

                                                                


พุดซ้อนจัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE) เป็น ไม้ยืนต้นพุ่มเตี้ย สูง 1-2 เมตร มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ใบรูปมนรีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ขนาดใบยาว5-6ซม.ดอกมักออกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก7-8ซม.ออกตามง่ามกิ่งใกล้ๆบริเวณยอด ดอกมักมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมแรง

ออกดอกตลอดปี พุดซ้อนยังมีพันธุ์แคระ ใบเล็กดอกเล็ก  พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง

ขยายพันธุ์ด้วยการตอน ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นอยู่โดยสม่ำเสมอ

เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายออกดอกง่ายชนิดหนึ่ง แต่ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น


พุดแสงอุษา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia taitensis DC
ชื่อสามัญ 

Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti

ชื่ออื่น  พุดแสงอุษา
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน


พุดแสงอุษาอยู่ในวงศ์เดียวกับเข็ม(RUBIACEAE) ชื่อสามัญทำให้คิดไปได้ว่าถิ่นกำเนิดน่าจะเป็นที่ตาฮิติ แต่กลับเป็นว่าตาฮิติเป็นเพียงที่เก็บรวมพันธุ์iไว้ครั้งแรกที่นั่นโดยJules Dumont d'Urville ใน พ.ศ. 2367 ถิ่นกำเนิดจริงก็ตามข้างบนนั้น

พุดแสงอุษาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตรใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี กว้างประมาณ 4-8ซม. ยาว 8-12 ซม.
ขอบใบเรียบและเป็นคลื่น ผืนใบเงาเป็นมัน แผ่นใบเนื้อค่อนข้างหนา

ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดโคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 2-3 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ แต่ละกลีบมีขอบขนาด กว้าง 0.5-0.8ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม.  
        ออกดอกตลอดปี ออกดอกดกในช่วงฤดูฝน ดอกบา
น 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

เหมาะปลูกกลางแจ้งให้ห่างต้นไม้อื่น ประมาณ 2 เมตร อาจปลูกเป็นไม้กระถางได้ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง ดอกจะน้อยและให้ทรงพุ่มหนาแน่นทึบ ก็เลือกได้ว่าจะเอาดอกหรือจะเอาใบ


พุดแสงอุษาซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia taitensis DC
ชื่อสามัญ  Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti
ชื่ออื่น  พุดทูอินวัน,พุดเศรษฐีอเมริกา, พุดฮาวาย
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน


พุดแสงอุษาและพุดแสงอุษาดอกซ้อนเป็นพุดต้นเดียวกันชื่อวิทยาศาสตร์เลยเหมือนกัน เพราะพุดแสงอุษามีทั้งดอกซ้อนหรือดอกลา หรืออาจมีได้ทั้งดอกซ้อนและดอกลาอยู่ในต้นเดียวกัน ส่วนชื่ออื่นๆนั้นเป็นชื่อทางการค้า ซึ่งมันเป็นชื่อที่ทำให้ไขว้เขวไปถึงถิ่นกำเนิด เรียกชื่อพุดแสงอุษาซ้อนหรือพุดแสงอุษาดอกซ้อนจะชัดกว่า 

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ2 - 3 เมตรเมตร แตกกิ่ง ก้านเป็นพุ่มทรงกลมใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีกว้าง ปลายเกือบมน โคนป้านเกือบมน หน้าใบสีเขียวเป็นมัน หลังใบสีเขียวหม่นใบจะแตกต่างจากใบพุดทั่วไปโดยจะมีขนาดใหญ่กว่า ดอกหอมตลอดวัน ออกดอกตลอดปี

ต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้งและควรทำการตัดแต่งกิ่งย่อย ๆ ออกบ้างจะทำให้ออกดอกใหญ่ขึ้น


พุดน้ำบุศย์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia carinata Wall.
ชื่อสามัญ  Golden Gardenia
ชื่ออื่น  พุดน้ำบุศย์
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด มาเลเซีย


ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลมโคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเป็นแฉกสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน หุ้มรอบดอก ดอกสีเหลืองอ่อนจนถึงส้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว10-12ซม.ปลายแยกเป็น7-8แฉก  ดอกเริ่มบานมีสีขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดดอก3-4ซม. ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน บานได้นาน1-2วันจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ผลสดรูปกระสวยมีสัน5สันตามยาว ขนาดผลกว้าง3ซม.ยาว4ซม.ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

พุดน้ำบุศษ์ เป็นพรรณไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอมและโตเร็ว ออกดอกตลอดปีดอกจะดกมากตอนช่วงต้นฝน สามารถปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้การปลูกลงดินกลางแจ้งต้องผูกติดกับหลักยึดให้ แน่น ตรวจตราดินใส่ฟูราดาน ทำลายพวกไส้เดือนฝอยและหนอนในดินกินราก ก่อนด้วย


พุดสีดา

พุดอีกดอกที่คล้ายพุดน้ำบุษย์มากคือพุดสีดา ถ้าไม่สังเกตุดีๆแทบแยกไม่ออกคือ พุดสีดา

 ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมคล้ายกันแต่พุดสีดาจะมีแปดกลีบ (พุดน้ำบุษย์มี7กลีบ)

กิ่งก้านจะดูแข็งแรงกว่า และใบจะสั้นกว่า

                                                                                      พุดปาปัวนิวกินี

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia  sp.  "Pud-Pa-Pua"
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  ---
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ----

 เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะโดยรวมคล้ายพุดเวียตนามบวกพุดน้ำบุศย์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบเรียบ เป็นมันเงา สีเขียวเข้ม

จะออกดอกที่ปลายยอด ดอกมีกลิ่นหอมแรง ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วันแล้วโรย เมื่อดอกพุดปาปัวฯ เริ่มบานใหม่ๆ ดอกจะสีขาวแล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดอกสีเหลืองอ่อนและเหลืองเข้มก่อนจะโรย

ออกดอกง่าย และดอกดก หากดอกติดเป็นผล ผลรูปกลมรี มีสันตามยาว ภายในมีเมล็ด

ระยะเวลาออกดอก---ตลอดทั้งปี

ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง


พุดเศรษฐีสยาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Tabernaemontana pachysiphon Stapf
ชื่อสามัญ  Giant Pinwheel Flower
ชื่ออื่น  พุดเศรษฐีสยาม
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน


 พุดเศรษฐีสยามอยู่ในวงศ์เดียวกันกับลั่นทม (APOCYNACEAE)ไม้ พุ่มขนาดกลาง สูง 4-5 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา มีรอยแตกตามแนวยาวของต้น ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปขอบขนานแกมรูปรี  กว้าง5-8ซม.ยาว8-15ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ใบหนา ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน สีเขียวเข้ม

           ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกลุ่ม1-5ดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกตูมสีเขียว ดอกบานสีขาวเมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โคนกลีบเชื่อม ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น5กลีบ บิดเวียนเหมือนกังหัน บานในช่วงเย็น เมื่อบานเต็มที่ดอกมีขนาดกว้าง8-10ซม. ส่งกลิ่นหอม อ่อนตลอดวัน พอดอกร่วงไม่ติดผล

ออกดอกทยอยตลอดปี ขยาย พันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยใช้พุดกุหลาบเป็นต้นตอเสียบยอด ชอบแสงแดดตลอดวัน ตัดแต่งทรงพุ่มไว้ให้แต่ละกิ่งได้รับแสงแดดทั่วถึงจะออกดอกดกทั้งทรงพุ่ม


พุดสวน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ervatamia rostrata Markgr
ชื่อสามัญ  Crape jasmine
ชื่ออื่น  พุดฝรั่ง
ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ อินเดีย ไทย มาเลเซีย เวียตนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
พุดต้นนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ (OLEACEAE) พุดสวนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงพุ่มโปร่ง อดทนต่อสภาพแวดล้อม ทรงพุ่มสวยโดยธรรมชาติเมื่อปลูกกลางแจ้ง ไม่มีความจำเป็นที่จะตัดแต่งทรงพุ่ม ออกดอกตลอดปี ดอกหอมน้อยมาก

ปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
การขยายพันธุ์ด้วยการตอน เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีการออกราก 100%


พุดร้อยมาลัย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Tabernaemontana pandacaqui   Lam.
ชื่อสามัญ 

Pinwheel jasmine, Pinwheelflower,Crape jasmine, East India rosebay and Nero's crown

ชื่ออื่น  พุดตุม พุดฝรั่ง มะลิฝรั่ง
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์ อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเขตอบอุ่นของทวีปเอเซีย

ไม้พุ่มสูง 2-6 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มหรือสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบสีเขียวเป็นมัน
    ดอกช่อสีขาว มีกลิ่นหอม   ออกแยกแขนงเชิงหลั่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายกลมหรือเรียวแหลม โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย กลีบดอกสีขาวมีส่วนที่เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอ่อน ดอกจะบานอยู่ได้ 1-2 วันจึงโรย

     ผล ผลเป็นฝักคู่รูปกระสวยเบี้ยว ปลายแหลมและโค้งขึ้น สีส้มแดงแตกด้านเดียว เมล็ดมีเนื้อนุ่มสีแดงหุ้ม รูปสามเหลี่ยมและขรุขระ สีน้ำตาลแกมดำ


พุดศุภโชค

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia jasminoides.
ชื่อสามัญ  Gerdenia Crape Jasmine
ชื่ออื่น  พุดศรีลังกา ,พุดแคระ
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด จีน อินเดีย

ไม้พุ่มเตี้ย สูง 0.40-0.50 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำ หนาแน่น
ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบปลายกิ่ง ใบรูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ใบมีขนาดเล็กกว่าใบพุดทั่วไปสีเขียวสด
ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 5-7 ดอก โคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5 กลีบ ปลายแหลมกลีบดอกชั้นเดียว สีขาวกลางดอกสีเหลือง ดอกขนาด 2 ซม. ไม่มีกลิ่น ออกดอกตลอดปี ดอกบานทยอยบานและบานทน ออกดอกดก
ปลูกเป็นไม้กระถางหรีอปลูกลงดินเลี้ยงง่าย
ขยายพันธุ์โดยการ ตอนกิ่ง และการปักชำ



พุดพิชญา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Wrightia antidysenterica R.Br.
ชื่อสามัญ  Arctic Snow,Winter Cherry Tree,Sweet Indrajao,Snowflake,Inda
ชื่ออื่น  พุดพิชญา
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด นำเข้าศรีลังกา

พุดพิชญาเป็นไม้ที่อยู่วงศ์เดียวกันกับลั่นทม เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นกิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อน ขนาดของใบกว้าง1-3ซม.ยาว2-3ซม.

ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อย5-6ดอกต่อช่อ ดอกย่อยโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบส่วนปลายแยกเป็น5แฉก และมีขนละเอียดหนาแน่น ตรงกลางดอกมีสีเหลือง ดอกบานเต็มที่ ขนาด1.5-2.5ซม.ก้านดอกยาวประมาณ2.5ซม.สีขาว ออกดอกตลอดปีไม่มีกลิ่นหอม

ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงดินเป็นกลุ่ม เป็นแถว ไม่ทนดินเค็ม


พุดเวียตนาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Gardenia jasminoides var. jasminoides
ชื่อสามัญ   Gardenia
ชื่ออื่น  พุดเวียตนาม
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด จีน เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

ไม้พุ่มสูง1-2เมตร แตกยอดเป็นพุ่มแน่นจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมันสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวออกที่ปลายยอด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีขาว ยาว3-4ซม.มี6-7กลีบ เมื่อบานมีขนาด5ซม.ส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน ดอกออกตลอดปี แต่ดกมากช่วงฤดูฝน ผลรูปรียาว3ซม.

หมั่น ตัดแต่งกิ่ง ทำทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้ดอกดกขึ้น หากปลูกในที่แห้งแล้งจะโตช้าและไม่ออกดอก สามารถปลูกเป็นไม้กระถางและปลูกลงแปลงกลางแจ้งก็ได้


พุดตะแคง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Brunfelsia americana L.
ชื่อสามัญ  Lady of the Night, American Brunfelsia
ชื่ออื่น  พุดตะแคง
ชื่อวงศ์ SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด เวสต์อินดีส-ทรินิแดด โดมินิกันรีพลับบลิค

พุดตะแคงอยู่วงศ์เดียวกับมะเขือ (SOLANACEAE)ไม้ พุ่มสูง 1-1.50เมตร แตกกิ่งก้านมากใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด  เริ่มบานสีเหลืองอ่อนเกือบขาว บานเต็มที่สีเหลืองและบิดตะแคงตามกัน ดอกขนาดประมาณ3ซม.ส่งกลิ่นหอมช่วงค่ำออกดอกตลอดปีและดอกดกมากช่วงฤดูฝน 

เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือริมรั้ว ริมกำแพง ริมทางเดิน



พุดแตรงอน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Euclinia longiflora Salisb.
ชื่อสามัญ  African Angel Trumpet, Tree Gardenia
ชื่ออื่น  พุดแตรงอน
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้พุ่มเตี้ยทรงทึบ กิ่งเปราะ ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีขาว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ออกดอกประมาณ เดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ทยอยออกดอกตลอดปีดอกจะเอียงห้อยลงเพราะก้านดอกยาวมากรับน้ำหนักดอกไม่ไหว ดอกบานอยู่ได้ 2วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกหอมอ่อนตลอดวัน
เมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน

ตอนยุคล่าไม้ไทย กำลังเฟื่องฟู พุดแตรงอนนี่ขนาดกระถาง 16" ขายกันราคาตั้งแต่ 1,500-2,000บาทเดี๋ยวนี้ไม่รู้ราคา  คงถูกลงกว่านี้เพราะ....

เป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ง่ายและเลี้ยงง่าย ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดี จับผูกหลักยึด แต่งทรงพุ่มให้สวย

ขออนุญาตแทรก เรื่องพุด

จากที่ผ่านตามาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าที่เราเรียกกันว่าพุดนู้นพุดนี้ มีพุดต่างๆหลายชนิดที่มาจากคนละวงศ์กัน แต่เรามักเรียกรวมๆกันโดยขึ้นต้นว่า พุด โดยอยู่ในวงศ์เข็ม(RUBIACEAE)เช่น พุดซ้อน พุดแสงอุษา พุดน้ำบุศย์ฯ อยู่ในวงศ์เดียวกับลั่นทม(APOCYNACEAE)เฃ่น พุดจีบ พุดเศรษฐี พุดร้อยมาลัยฯ อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ(OLEACEAE)เช่นพุดสวนหรือพุดฝรั่ง ส่วนพุดพิชญาอยู่ในสกุลโมกวงศ์เดียวกับลั่นทม พอเป็นข้อสังเกต

อีกอย่างคือ ชื่อวิทยาศาสตร์  ที่ค่อนข้างงงงง ก็คือมักไม่ตรงกัน นี่ก็พยายามค้นหาอยู่เทียบดูทั้งเว็บไทยเว็บเทศ หนังสือไทยหนังสือเทศ ถ้าท่านผู้มีปัญญามีข้อโต้แย้งก็ขอให้เตือนกันมาด้วย เพราะมันคือความรู้ หากแพร่กันแบบผิด ก็จะผิดกันต่อ แล้วก็ผิดกันไป

หากผู้รวมมา มีความผิดพลาดประการใดกรุณาอภัยและแจ้งให้ทราบด้วย

Tipvipav@gmail.com

3/11/2017


พุทธชาด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Jasminum auriculatum Vahl
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  บุหงาปะหงัน ไก่น้อย
ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด

Nepal, India, Sri Lanka

เขตกระจายพันธุ์

India, Nepal, Sri Lanka, Bhutan and the Andaman Islands

พุทธชาด เป็นไม้ต้นกึ่งเลื้อยหรือรอเลื้อย คืออยากให้เป็นไม้ต้นก็เป็นได้คือ คอยตัดแต่งทรงพุ่มไว้อยากให้เป็นไม้เลื้อยก็ทำซุ้มให้เลื้อยซะก็เป็นไม้ เลื้อยได้

มีขนาดต้นสูงประมาณ1-2 เมตร ขนาดใบยาว6ซม. ออกใบเป็นคู่ตรงข้าม

ดอกมีขนาดเล็กสีขาวกว้างประมาณ1.5ซม. ดอกดกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือตามข้อต้นดอกมี6-7กลีบดอก มีกลิ่นหอมแรงมาก พูดถึงความ หอมของพุทธชาดแล้ว บอกไม่ถูก ว่าหอมยังไง แล้วแต่ชอบ ชอบก็ว่าหอม ไม่ชอบก็ว่ากันไปบอกไม่ถูกตามแต่รสนิยมเรื่องความหอม หอมใครหอมมัน  พุทธชาดเป็นต้นไม้ที่ ออกดอกดกแถมออกทั้งปีเสียด้วย คงถูกใจใครหลายคน การขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธี ทับกิ่ง,ตอน,ปักชำ และเพาะเมล็ด เมล็ดของพุทธชาดมีลักษณะกลมดำและแข็งมาก

พุทธชาดเป็นต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ในวรรณคดีไทยมีการกล่าวถึงไว้อย่างมากมาย

เช่นในนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เคยกล่าวถึงพรรณไม้นี้เอาไว้ว่า

"  พุทธชาดดวงน้อยน้อย   เจ้าคิดร้อยพวงมาไลย...."

  

พุทธชาดสามสี

  

ชื่อวิทยาศาสตร์  Brunfelsia hopeana., Benth
ชื่อสามัญ  Yesterday , Today and Tomorrow
ชื่ออื่น  พุดสามสี , สามราศี , พุทธชาดสามสี
ชื่อวงศ์ SOLANACEA
ถิ่นกำเนิด อเมริกาเขตร้อน-บราซิล ปารากวัย,หมู่เกาะอินดีสตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

                                                                  

เห็นชื่อสามัญ แล้วคิดว่าคนตั้งนี่สุดยอดจริงๆ เพราะพุดสามสีหรือพุทธชาดสามสีนี้ เวลาดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีม่วงเข้ม พอรุ่งขึ้นจึงกลายเป็นสีม่วงอ่อน และรุ่งขึ้นอีกวันดอกจะกลายเป็นสีขาว พอถึงวันที่สี่ดอกจะโรย  ออกดอกดกมากเวลาออกดอกจะมองเห็นดอกสะพรั่งไปทั้งต้นเป็นดอกไม้ที่มีสามสีใน ต้นเดียวกัน สวยยังกะดาว
ปลูกก็ง่ายมาก เป็นไม้พุ่มทึบตัดแต่งเป็นทรงพุ่มได้ตามต้องการ ชอบแสงแดด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำหรือตอน แต่การตอนจะได้ผลดีกว่า

ลักษณะ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูง1-1.5ซม.แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบกิ่งมีขนาดเล็กและเปราะ ใบเดี่ยวรูปรีออกตรงข้าม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบส่วนปลายกลีบดอกหยักเป็นลอยเล็กน้อย ดอกบานเต็มที่กว้าง3-4ซม.มีกลิ่นหอมตลอดวัน

             ผล แห้งแตกทรงกลมหรือรูปรีขนาด1-2ซม.แต่มักไม่พบ ต้นที่ปลูกกลางแจ้งและมีอากาศเย็นจะออกดอกมากกว่าต้นที่ปลูกในร่ม หาหหมั่นตัดแต่งทรงพุ่มให้แต่ละกิ่งได้รับแสงจะช่วยให้ดอกดกขึ้น ทั้งยังสามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้


มะลิลา-มะลิซ้อน


ชื่อวิทยาศาสตร์  Jasminum sambac (Linn.) Ait
ชื่อสามัญ  Arabian Jasmine
ชื่ออื่น  มะลิ
ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด

ตะวันออกของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ใกล้วันแม่ ต้นไม้ต้นนี้ต้องพูดถึงในคติของคนไทย ถือกันว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ
  นอกจากนี้นักเล่นพระสมเด็จฯก็มักนิยม อบพระ(เครื่อง)สมเด็จ โดยเชื่อกันว่าทำให้เนื้อของพระเครื่องดียอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
          มะลิยังอยู่ในความเชื่อของคนไทยโบราณที่ปลูกมะลิว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน เก็บมะลิหรือเฉียดเข้าใกล้ต้นมะลิอย่างเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่าจะทำให้ดอกมะลิเหี่ยวเฉา หรือเกิดด้วงเกิดแมลงในสวนมะลิของตน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ามะลิคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์มากนั่นเอง
 มะลิ เป็นไม้พุ่มขนาดปานกลางมีพุ่มต้นสูงเต็มที่ประมาณ 5 ฟุต มีชนิดดอกซ้อนและดอกลา ชนิดดอกซ้อนเรียกว่า มะลิซ้อน และดอกลา เรียกมะลิลา ดอกลาหรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมกว่าชนิดดอกซ้อน และเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยมาลัยบุชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น

มะลิเป็นพืชที่ดอกมีน้ำมันหอมระเหยมาก จึงนิยมนำดอกมะลิไปกลั่นเอาน้ำมันหอมเพื่อทำน้ำหอม  และมีประโยชน์ทางสมุนไพร เช่นนำดอกมะลิที่ตากแห้งเป็นยาต้มรับประทาน หรือป่นเป็นผงเข้ายาต่างๆ หรือใช้ดอกมะลิตำสดๆใส่พิมเสนสุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด
มะลิเป็นพืชที่ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดปีหอมตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ


มะลิฉัตรดอกบัว


ชื่อวิทยาศาสตร์  Jasminum Sambac (L) Aiton 'Mali Chat Dok Bua'
ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  มะลิฉัตร
ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด Not known




ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยสูง1-2เมตร พุ่มกลมแน่นทึบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่ สีเขียวอมเหลือง ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสีขาว ที่ปลายกิ่ง1-4ดอก ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมเย็น ดอกบานได้1-2วัน ออกดอกตลอดปี

ดอกมะลิฉัตรดอกบัว ดอกมีลักษณะเด่น คือ กลีบดอกห่อกันกลมแน่นที่กลางดอก ดูคล้าย "ดอกบัวตูม" และกลีบดอกซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ คล้าย "ฉัตร"จึงรวมกันเป็นที่มาของชื่อ "มะลิฉัตรดอกบัว"

ขนาดของดอกมะลิฉัตรดอกบัว เมื่อดอกบานจะมีขนาดประมาณ 3-4 cm.ถ่ายภาพมาหลังฝน กลีบดอกเลยช้ำ

ขยายพันธุ์ด้วยการทับกิ่ง ปักชำและตอนกิ่ง


แก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Murraya paniculata.,Jack.
ชื่อสามัญ  Andaman Satinwood,China Box Tree,Orange jasmine,Cosmetic Bark Tree
ชื่ออื่น  แก้วขาว,แก้วลาย,แก้วขี้ไก่
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด

เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และออสเตรเลีย

แก้ว เป็นไม้ดอกหอมที่เรารู้จักกันดีมานานแล้ว และยังเป็นต้นไม้ในวรรณคดีไทยที่กล่าวถึงอยู่เสมอ ขนาดและความสูงเมื่อโตเต็มที่โดยไม่ตัดแต่งจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงได้ ถึง8-10เมตร วัดรอบต้นได้80เซนติเมตร ในสมัยก่อนแก้วมีเนื้อไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้วย นิยมนำมาทำไม้เท้า ด้ามปืน ฝักมีด ด้ามร่ม คันซออู้ ซอด้วง เพราะเนื้อไม้ของแก้วแน่นเหนียว ลวดลายสวยงาม พ่อค้าไม้จะรู้จักแก้วในชื่อ Andaman Satinwood หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ไม้เนื้อแพรแห่งอันดามัน"
ลักษณะทั่วไปของต้นแก้ว เปลือกต้นแตกเป็นร่องตามยาวและมักบิดเวียน ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 - 9 ใบเรียงสลับจากเล็กไปหาใหญ่ ใบรูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันที่ใบเป็นมัน ที่ใบมีต่อมน้ำมัน ดอกเป็นดอกช่อสีขาว ออกเป็นข่อสั้นๆ ตามซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็กมี 5 แฉก ติดอยู่ทนจนถึงเป็นผล กลีบดอกมี 5กลีบ ปลายกลีบมนหรือเรียวแหลม

 ผลรูปรี เมื่อแก่เปลือกมีสีแดงอมส้ม แต่ละผลมี 1 - 2 เมล็ด  

ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

ดอก แก้วเวลาบานพร้อมกันจะดูขาวสะพรั่งทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง ถ้าสนใจหมั่นแต่งกิ่งแล้วพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอแก้วจะออกดอกเป็นระยะๆอยู่ ตลอดปี

บอกความลับเล็กๆ เคี้ยวใบแก้วแล้วตัวจะร้อนรุมเหมือนเป็นไข้ ทั้งที่สบายดี เป็นมารยาของคนแกล้งป่วย

แก้วหิมาลัย

นี่ เป็นแก้วหิมาลัย ใบใหญ่กว่าและปลายใบกลมมนกว่า แก้วธรรมดา ถึงดอกจะเล็กกว่าแต่ก็ออกดอกดกมากๆกลิ่นก็หอมแรงกว่าด้วย ยังมีแก้วแคระ ที่มีใบเล็กและดอกเล็กอีด้วย


ทิวา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cestrum diurnum Linn.
ชื่อสามัญ  Day Cestrum, Chinese Inkberry
ชื่ออื่น  ทิวาราตรี
ชื่อวงศ์ SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด เวสต์อินดิส


ไม้ พุ่มสูง 2-3 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเป็นปุ่มปมเล็ก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปหอกใบแคบ กว้าง2-5ซม.ยาว5-10ซม. ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจาย สีขาว มีดอกย่อย15-20ดอกโคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว 1ซม.ปลายแยกเป็น5-6กลีบ เมื่อบานขนาด6-8 มม.ผลกลมสีดำ เปลือกนิ่ม

มีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางวัน บานอยู่ได้2-3วันแล้วจึงโรย ออกดอกประมาณเดือนละครั้งตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง



ราตรี

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cestrum Nocturnum Linn
ชื่อสามัญ  Night Cestrum , Night-Blooming Jasmine, Queen Of The Night,Night-blooming cestrum, raatrani
ชื่ออื่น  ราตรี
ชื่อวงศ์ SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้-เวสต์อินดิส

           

        ราตรี เป็นไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดต้นสูง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนา ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว  เปลือกต้นสีเทาอ่อนปนขาว ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรูปรี ยาว8-15ซม. ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ตามยอดและตามข้อต้นโคนก้านใบ ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมาย ดอกราตรีจะมีกลิ่นหอมจัดและหอมไกลในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะร่วงหมด และดอกตูมจะบานใหม่ในคืนต่อๆไปกลิ่นของดอกราตรีจะส่งกลิ่นรุนแรงมากถ้าได้ กลิ่นหรือสูดดมใกล้ๆ อาจทำให้วิงเวียนและไม่สบายได้ ควรปลูกให้ห่างที่พักพอประมาณ ไม่อย่างนั้นในช่วงออกดอกเต็มต้นจะส่งกลิ่นแรงมากในตอนกลางคืน อาจทำให้ปวดศรีาะ ไม่สบายกันทั้งบ้าน

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งและปักชำ
หากนำเอาต้นและดอกราตรีเข้าไปให้คนในท้องถิ่นของอำเภอกุดชุม
หรือ ในเขตลุ่มน้ำลำห้วยแกว (ลำห้วยแบ่งเขตอุบลราชธานีกับร้อยเอ็ด)คนเฒ่าคนแก่แถบนั้นจะบอกทันทีว่า ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ "หอมดึก" เป็นพันธุ์ไม้ป่าในท้องถิ่นและหาง่าย ชาวบ้านแถวนั้น นิยมใช้เป็นดอกไม้ในประเพณี " แห่ดอกไม้"เป็นประจำอยู่ทุกปีนานแล้ว



ราตรีสีทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cestrum aurantiacum., Lindl.
ชื่อสามัญ  Yellow Jasmine, Orange Cestrum
ชื่ออื่น  ราตรีสีทอง
ชื่อวงศ์ SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด หมู่เกาะอินดิส และ กัวเตมาลา

  ราตรีสีทองเป็นไม้จำพวกเดียวกับราตรีและอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเขือเทศ ชื่อของไม้วงศ์นี้นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า The Nightshade Family
  เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว แตกกิ่งก้านเล็กๆจำนวนมาก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ยาว8-12ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวอ่อน

ดอก ออกเป็นช่อตามยอดหรือง่ามใบเรียงติดกันเป็นกลุ่มหนาแน่นตามก้าน ช่อดอกสีเหลืองทองเป็นกรวยยาว 8-15ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายดอกแตกออกเป็นปากแตร5กลีบ ขนาดดอกเมื่อบาน 0.6-1 ซม.มีกลิ่นหอม

ออกดอกเป็นระยะตลอดปีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ราตรี สีทองขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ เป็นไม้ชอบอยู่กลางแจ้ง แต่ต้องอยู่ในสภาพดินที่ชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่แฉะและไม่แล้งจนเกินไปเพราะรากของราตรีสีทองบอบบางไม่แข็งแรงเหมือนราก ต้นไม้อื่น ถ้าแฉะนานเกินควร รากจะเน่าและถ้าแล้งนานเกินไปรากก็จะแห้งตาย เหมือนกัน



ราตรีสวรรค์


ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum calamitosum L.
ชื่อสามัญ  White Butterfly
ชื่ออื่น  ราตรีสวรรค์
ชื่อวงศ์ LABITAE(LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด อินโดนีเซีย-ชวา

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มแน่น เปลือกต้นสีเทาอมม่วง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแต่ละคู่ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ดอกสีขาวออกเป็นกระจุกแยกแขนงที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก มีกลิ่นหอม โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน สีเขียว ปลายแยก5แฉก สีแดงคล้ำ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบยาว ปลายแยก5แฉก ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปขอบขนานแกมรี สีดำ  ออกดอกตลอดปี ดอกบาน 1-2 วันแล้วโรยมีกลิ่นหอมอ่อนๆในช่วงกลางวัน และหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ
 นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เวลาปลูกควรปลูกเป็นกลุ่มจะออกดอกพร้อมกันสวยงาม ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้สม่ำเสมอหากต้นเริ่มโทรมหรือเิริ่่มออกดอกน้อยลงให้ พรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก

การขยายพันธุ์ ปักชำ โน้มกิ่ง ตอนกิ่ง



นางแย้ม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum philippinum Schauer.var. pleniflorum Schauer.
ชื่อสามัญ  Burma Conehead, White-Rose Clerodendron, Lady Nugent's Rose
ชื่ออื่น  ปิ้งซ้อน, ปิ้งชะมด, ปิ้งสมุทร, ส้วนใหญ่
ชื่อวงศ์ LABIATAE (LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด ไทย พม่า

ไม้ พุ่มเนื้ออ่อนสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกลำต้นใกล้ผิวดินจำนวนมาก แยกไปปลูกได้ เป็นวิธีขยายพันธุ์วิธีหนึ่ง นอกจากปักชำและตอนกิ่ง กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม มีขนตามลำต้นและก้านใบ มีช่องอากาศประปราย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มหรือรูปหัวใจ มีขนนุ่มสั้นๆปกคลุมทั้งสองด้าน หลังใบสีเขียวหม่น ท้องใบสีเขียวอ่อน  ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันห่างๆ ขนาดใบกว้าง 5-8ซม.ยาว10-15ซม.

ดอก ของนางแย้มสีขาวจะออกเป็นช่อกระจุกแน่นตาม ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงอัดกันแน่น กลีบเลี้ยงสีม่วงแดงกลีบดอกซ้อนกัน 3-5ชั้น แต่ละชั้นมี5-8กลีบ รูปไข่กลับปลายกลม อัดซ้อนกันลักษณะคล้ายมะลิซ้อน  เกสรเพศผู้และเพศเมียไม่สมบูรณ์ ไม่ติดผล  ดอกทนบานอยู่ได้หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำเป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมาก ต้องปลูกกลางแจ้งและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเสมอเพื่อไม่ให้ใหญ่เกินไปจนรกทึบ สามารถปลูกเป็นไม้ดอกหอมในกระถางได้ หากตัดแต่งอยู่เสมอจะมีอายุยืนอยู่ได้ 2-3ปี


พุดตาน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Hibiscus multibilis Linn.
ชื่อสามัญ  Cotton Rose,Changeable Rose
ชื่ออื่น  ดอกสามสี ดอกสามผิว
ชื่อวงศ์ MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน

ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 1-3เมตรมีขนปกคลุมตามกิ่งก้านและใบ ใบคล้ายกับใบฝ้าย ขอบใบหยัก ขนาดใบกว้าง12.5ยาว15ซม.ดอกมีรูปร่างคล้ายชบาซ้อนแต่มีขนาดใหญ่กว่าคือ ขนาด12.5-15ซม.

ออก ดอก ตามกิ่งข้างหรือกระจุกยอด กลีบรองดอกสีเขียว มีขน ดอกขนาด 7-10 เซนติเมตรมีทั้งดอกลาและดอกซ้อนเมื่อเริ่มบานเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูและ ชมพูเข้มภายใน1วัน ถึงเวลาเย็นดอกพุดตานก็จะเริ่มเหี่ยว

พุดตาน เป็นไม้ที่มีดอกดกและออกดอกตลอดปี เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและ ตอนกิ่ง ชอบอยู่บนที่ดอนกลางแจ้ง ไม่ชอบดินแฉะมีน้ำขัง ถ้าถูกน้ำท่วมราก จะตายทันที

มีรูปพุดตานดอกลาหรือพุดตานไต้หวันมาเสนอ


แย้มปีนัง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Strophanthus gratus., Franch
ชื่อสามัญ  Petals-Tips Flower, Climbing Oleander, Rose Allamanda, Cream Fruit, Poison Arrowvine, Spider-Tresses
ชื่ออื่น  บานทน,แย้มปีนัง,หอมปีนัง
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาและเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์

ทั่วประเทศไทย มาเลเซีย เปอร์เซีย และศรีลังกา

   เห็นชื่อคงจะทำให้ไขว้เขว เข้าใจได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ของเกาะปีนัง แต่ความเป็นจริงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอาฟริกา และแพร่พันธุ์อยู่เฉพาะท้องที่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นที่เทือกเขาคีรีมัน จาโร,ภูเขาตูมโม่และภูเขาติเบสตี้ เพียงเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับปีนังตรงไหน น่าจะเรียกตามที่เรียกกันมาก่อนว่า"บานทน"มากกว่า
        ต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร เป็นไม้ครึ่งต้นครึ่งเลื้อยแบบชมนาด ทรงพุ่มกลมทึบ มียางสีขาวทุกส่วน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่จนถึงรูปรี ยาว7-10ซม. แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน 

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย5-8ดอก รูปแตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5กลีบ ขอบกลีบเป็นรอยจีบและหยักเว้า ดอกบานมีขนาด4-5ซม. ออกดอกดกเป็นระยะตลอดปี แต่ที่ออกดอกเยอะมากตอนใกล้หนาว ดอกบานอยู่หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ดอกสีม่วงเข้มตอนเป็นดอกตูม และตอนเป็นดอกบานจะเป็นสีม่วงอ่อนสวย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือตอนกิ่ง  ปลูกได้กลางแจ้งและที่ร่มรำไร


กุหลาบเมาะลำเลิง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pereskia grandiflora.,Haw.
ชื่อสามัญ  Pereskia ,Rose Cactus
ชื่ออื่น  กุหลาบเทียม กุหลาบแก้ว ชมพูแก้ว      
ชื่อวงศ์ CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด บราซิล

ชื่อ เหมือนมาจากเมืองมอญแต่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลย กุหลาบเมาะลำเลิงของจริงก็คือกุหลาบมอญ ที่ชาวมอญนำพาเข้าเมืองไทยมาจากเมืองมะละแหม่งฝรั่งเรียก Moulmein หรือที่ชาวมอญเขาเรียกเมาะลำเลิง

ปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพพม่า กุหลาบเมาะลำเลิงเป็นพืชในวงศ์กระบองเพชร ที่แปลกสามารถออกใบได้อย่างใบไม้ธรรมดาพันธุ์นี้กิ่งต้นอวบหนา ใบหนาแข็งรูปใบทรงป้อมก้านใบสั้นติดกิ่งออกใบเวียนกันรอบต้น ขนาดใบยาว10-15ซม.  ต้นเป็นพุ่มอาจสูงได้ถึง 4เมตร มีหนามแข็งตามลำต้น

ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งดอกสีชมพูขนาดดอกกว้าง 4ซม. พันธุ์นี้ชื่อสามัญว่า Rose cactus

    


กุหลาบพุกาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  Pereskia corrugata
ชื่อสามัญ 

Rose cactus, Wax rose, Perescia

ชื่ออื่น  กุหลาบเทียม
ชื่อวงศ์ CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง-บราซิล เม็กซิโก

พันธุ์ นี้จะมีกลีบดอกสีเฉดแดงส้ม ทรงพุ่มสูงไม่เกิน 3เมตร มักแตกหน่อเป็นกอ  ออกใบดกเนื้อใบบางใบสีเขียวเข้มตามที่เห็นในรูป ขนาดใบยาวได้ตั้งแต่8-30ซม.

ดอกเป็นดอกเดี่ยวกลีบซ้อน กัน2ชั้นขนาดดอกบานเต็มที่กว้าง4-6ซม.

                สมัย ก่อนนิยมปลูกกันมากเพราะดอกสวยและออกดอกดก แต่ตอนหลังคงถอดใจกันเพราะหนามแหลมที่โดนเข้าไปเจ็บจริงๆ แต่ถ้านำไปปลูกบริเวณที่กว้างริมรั้วก็กันคนได้นะกว่าจะลอดรั้วฝ่าดงหนาม น้ำตาคงรินหลายหยดเลยหละ


กุหลาบมอญ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Rosa damascena Mill.
ชื่อสามัญ  Damask Rose
ชื่ออื่น  ยี่สุ่น
ชื่อวงศ์ ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด

 

  นี่ละ่กุหลาบเมาะลำเลิงของสาวมอญแม่เม้ยเจิง ตัวจริง แต่ชื่อสามัญกับชื่อวิทยาศาสตร์มันกลับบอกว่าเป็นกุหลาบแขกมากกว่ากุหลาบมอญ ซึ่งพันธุ์แท้ดั้งเดิมมีด้วยกันสองสีเท่านั้นคือสีแดงกับสีชมพูมีกลิ่นหอม แรงตลอดวัน

ชาวอินเดียโบราณได้สกัดเอาไปทำน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้ก่อนใครๆในโลก หัวน้ำหอมชนิดนี้สกัดมาจากกุหลาบมอญมีชื่อทางการค้าว่า Otto of Rose Bulgarian สำหรับอีกชื่อหนึ่งที่เราเคยได้ยินกันก็ คือยี่สุ่นแต่อาจไม่รู้ว่าต้นไหน ที่จริงแล้วยี่สุ่นก็เป็นกุหลาบจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า กุหลาบมอญ นี่เอง



เข็มหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ixora spectabilis Wall.
ชื่อสามัญ  ----
ชื่ออื่น  เข็มหลวง
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโจีน พม่า ไทย


ไม้ พุ่มเตี้ย ขนาดเล็ก ใบแคบยาว  ต้องมีการควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งบ้างจึงจะได้ทรงพุ่มตามต้องการและออก ดอกดก ไม้ต้นนี้   ออกดอก  ตลอดปี  แต่จะดกมากเป็นพิเศษช่วง  เดือน พฤษภาคม-เดือนสิงหาคมดอกจะออกเป็นช่อใหญ่ๆ ที่ปลายกิ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นลั่นทม ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง



เข็มอุณากรรณ

ชื่อวิทยาศาสตร์  Kopsia fruticosa A.DC
ชื่อสามัญ 

Pink Kopsia, Shrub Vinca, Kopsia Merah, Pink Gardenia, Chabai Hutan

ชื่ออื่น  พุดชมพู, ตึ่งตาใส
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
เขตกระจายพันธุ์ จีน พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 3เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง3.3-8ซม.ยาว7.5-18ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนรูปลิ่ม

         ดอกสีชมพูหรือสีขาวออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว7-12ซม.มีขนสั้น ดอกบานเต็มที่ขนาด5.5ซม.กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นปลายแยก เป็น5แฉกกลีบดอกเป็นหลอดยาว4ซม.ปลายแผ่เป็น5กลีบรูปไข่กลับปลายมน เกสรผู้5อันติดอยู่ใกล้ปลายหลอดกลีบดอก รังไข่เกลี้ยงหรือมีขน ผลสีดำแดงยาว1.5-1.7ซม.ปลายผลเป็น จงอยเด่น  นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ในสภาพธรรมชาติพบในป่าดิบหรือป่าที่กำลังคืนสภาพบนภูเขาหินปูนที่ระดับความ สูงถึง500เมตร

ระยะเวลาออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน

ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่ง


เข็มพวงขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  Ixora finlaysoniana Wall. ex G.Don
ชื่อสามัญ  Siamese White Ixora
ชื่ออื่น  เข็มขาว, เข็มหอม
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้


เห็นรูปแล้วอย่าตกใจ คิดว่าลงผิด ต้นเข็มหรือนี่ทำไมมันใหญ่โตได้ขนาดนี้ ต้นเข็มพวงขาวโดยทั่วไปแล้วจะสูงอยู่ประมาณ1-3เมตรแต่ต้นนี้ต้นนี้สูงประมาณ 4-5เมตรได้ อายุไม่ต่ำกว่า30ปี คุณปู่ของลูกปลูกไว้ ตอนย้ายมาอยู่บางสะพานน้อย

ลักษณะของเข็มพวงขาว ลำต้นจะเกลี้ยง แตกกิ่งใกล้ผิวดินเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่รูปรี ขอบขนาน กว้าง3-5ซม.ยาว6-10ซม. มีหูใบระหว่างก้านใบ ผิวใบค่อนข้างหนาสีเขียวสด โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ เข็มพวงขาว เป็นดอกไม้ดอกช่อออกเป็นช่อกลมแน่นที่ปลายยอด ขนาด10-15ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยขนาด1ซม

และ เป็นพันธุ์เดียวที่ดอกมีกลิ่นหอมจัด รากก็มีกลิ่นหอมและรสหวาน แพทย์แผนโบราณใช้รากเข็มพวงขาว ต้มกินแก้โรคตา และกินเป็นยาเจริญอาหาร ผลเข็มเป็นเม็ดกลม อ่อนเป็นสีเขียว ห่ามเป็นสีแดงและแก่เป็นสีดำ เมล็ดข้างในแข็งใช้เพาะพันธุ์ได้ แต่มีโอกาสติดเมล็ดได้น้อย ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้แตกใบอ่อนและยอดใหญ่ ออกช่อดอกที่ปลายยอดอย่างสวยงาม

ระยะเวลาออกดอก---ตลอดปี

ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง


เข็มบุษบา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Kopsia arborea Blume
ชื่อสามัญ 

Shrub Vinca, Penang Sloe

ชื่ออื่น  หนำเลี๊ยบเทียม, พุดดง
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด -----
เขตกระจายพันธุ์ จากอันดามันถึงจีนตอนใต้ ไทย เวียตนาม มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ชวา ฟิลิปปินส์ ถึง ออสเตรเลีย  (ควีนส์แลนด์)

             ไม้พุ่มสูง 1.5-2เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเป็นคลื่น

ดอก สีขาว ออกเป็นช่อกระจุกเชิงซ้อนที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ1คู่ ออกตรงข้ามรูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมี3ดอก ดอกกลางบานอ่อน กลิ่นหอมอ่อนๆ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน สีขาว ปลายแยกเป็น5แฉก รูปขอบขนานปลายกลม บริเวณรอบปากดอกสีแดงแกมชมพู มีขน ผลรูปกระสวยมักออกเป็นคู่ สุกสีม่วงดำ

เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเพาะเมล็ด


พุดผา

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

Gardenia saxatilis Geddes

ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  ข่อยโคก ข่อยหิน ปัดหิน ข่อยด่าน
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ไทย 
เขตกระจายพันธุ์

ลาว กัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ของประเทศไทย

ไม้พุ่ม ผลัดใบ แตกกิ่งต่ำ สูง 2-4 เมตร เจริญเติบโตช้ามาก
ตามกิ่งมีหนามแข็ง ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม.ยาว 5-8 ซม. ปลายมน โคนใบเว้าเล็กน้อย แผ่นใบด้านบนเกลี้ยง ผิวใบคายสากมือ สีเขียวอมเหลือง ด้านล่างมีขนนุ่มทั่วไป ก้านใบสั้นมากหรือเกือบไม่มีก้านใบ มีหูใบร่วมระหว่างคู่ใบ

ดอกออกเดี่ยว ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนบนผายออกแยกเป็น6 กลีบ แผ่ออกเกยกันคล้ายกังหัน ดอกบานมีขนาด 3-4 ซม. มีกลิ่นหอมออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม

รูป ที่ถ่ายมานี้ดอกเหมือนมี7กลีบ แต่จริงๆมี6กลีบ ดอกนี้กลีบดอกฉีกตั้งแต่ยังเป็นดอกตูม ตอนนั้นมีเหลืออยู่ติดต้นแค่ดอกเดียว เลยได้รูปออกมาแบบนี้ ส่วนผลเป็น ผลสด สีเขียว รูปกลมขนาด2-2.5ซม.เมื่อ่สุกสีส้ม ปลายผลมีแฉกของกลีบเลี้ยงติดทน มีเมล็ดจำนวนมาก
พุดผาเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ระดับความสูง 100 เมตร โดยหมอคาร์ ชาวไอริช เป็นพรรณไม้สกุลพุด ชอบขึ้นบนที่โล่งตาม ซอกหินของลานภูเขาหิน ทนแล้ง โตช้า มีเนื้อไม้แกร่ง ทรงพุ่มโปร่ง ดอกดกมีกลิ่นหอม และมีการนำมาพัฒนาเป็นไม้แคระหรือบอนไซ มีการตัดแต่งให้สวยงาม 

เมื่อ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปียังมีให้เห็นอยู่เต็มบริเวณนี้ ออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั้งป่า ต้นที่เห็นนี่ เหลืออยู่ต้นเดียวที่ใหญ่หน่อยคงขุดยากเพราะขึ้นอยู่ในซอกหิน นอกนั้นโดนแงะเอาไปหมด เหลือแต่ต้นเล็กๆสูงไม่ถึงครึ่งเมตร

............................................................

       ตอนเขียนเรื่องนี้ (พุดผา) ตอนนั้นปี2008 รูปถ่ายมาจากสถานที่ หล้งวัดเขาพระ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีมาถึงตอนนี้ปี2017 Up date ให้เป็นปัจจุบัน สถานภาพของต้นไม้ต้นนี้จากไม้ถิ่นเดียวรวมสถานภาพใหม่เข้าไปด้วยกลายเป็นไม้หายากไปเรียบร้อย ต้นเล็กต้นน้อยในถิ่นก็ไม่เหลือ


สาวสันทราย

ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum quadriloculare Merr.
ชื่อสามัญ  Quezonla,

Bronze-leaved clerodendrum, Fire works, Philippine glorybower, Shooting star, Starburst bush

ชื่ออื่น  เกษรา จรกา ราชินีสันทราย
ชื่อวงศ์ COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด นิวกินี และฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์ เขตร้อน

      

ชื่อเหมือนมาจากฟิลิปปินส์ ตอนแรกๆรู้จักไม้ต้นนี้ เรียกกันว่า"เกษรา" ก็เข้าใจเอาเองว่าคงจะมาจาก
" เกซอนลา"ซึ่งเป็นชื่อสามัญ ฟังแล้วมันคล้ายๆกัน กับ เกซอนซิตี้เมืองหลวงของฟิลิปปินส์

              ทีนี้ต้นไม้ต้นนี้คงชอบอากาศเย็นทางเหนือปลูกแล้วสวยงามมากนิยมปลูกเป็นไม้ ประดับกันทั่ว ชื่อที่ตามมาคือ"สาวสันทราย"ก็เข้าใจอยู่ แต่ตอนนี้กลายเป็น"ราชินีสันทราย"ไปแระ  สำหรับชื่อจรกานี่ไม่รู้มายังไงนะ น่าจะเพราะ เวลาไม่ออกดอกนี่ คงขี้เหร่มั๊ง (เดาเอานะ) เพราะต้นนี้เวลาไม่มีดอกนี่เอาไปปลูกให้ใครโดนหาว่าเอาต้นไม้ไม่สวยไปปลูกให้ เพราะต้นแตกกิ่งเยอะ ไม่ค่อยมีใบ ลำต้นสีเทาๆสีใบด้านบนสีเขียวด้านล่างสีม่วงมองดู ธรรมดาๆ แต่ใจเราชอบนะต้นนี้น่ะหาไม่ได้ง่ายๆด้วย กว่าจะรู้ว่าต้นนี่มันสวยยังไงก็โน่น เดือนธันวา-มกรา นั่นแหละ ถึงยิ้มได้ เพราะออกดอกสวยคลาสสิคเชียว

ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มสีขาวอมม่วง ติดผลกลมสีม่วงเอาไปเพาะขยายพันธุ์ได้ ตอนกิ่งก็จะออกดอกให้ดูเร็วหน่อย



นมสวรรค์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum paniculatum Linn.
ชื่อสามัญ  Pagoda Flower
ชื่ออื่น  พนมสวรรค์ ปรางค์มาลี ฉัตรฟ้า
ชื่อวงศ์ VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลาง

เขตกระจายพันธุ์ จีนตอนใต้ ไต้หวัน อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา บอร์เนียว สุลาเวสี สุมาตรา ฟิลิปปินส์ ฟิจิ

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร เป็นพืชใบเดี่ยวออกใบเป็นคู่ๆสลับทิศทางกันตามข้อต้นใบเป็น5แฉกสากระคายมือ ปลายแฉกแหลม ใบเป็นมันสีเขียวเข้มช่อดอกออกที่ปลายยอดและปลายกิ่งยาวประมาณ 30ซมหรือมากกว่านั้ถ้าต้นสมบูรณ์เต็มที่มีดอกดกและดอกออกตลอดปี.มีดอก2สีคือ ชนิด(variety)สีเหลืองหรือว่าขาวก็ได้เพราะมันออกนวลๆและสีแดงสดเป็นรูปทรง แบบช่อฉัตร 

เมือดอกแก่จะติดเมล็ดเป็นช่อฉัตรเหมือนรูปทรงช่อดอกเดิมกลีบทั้งห้ากลีบจะ เติบโตทำหน้าที่คล้ายกาบรองดอกเพราะกลีบดอกที่ติดเมล็ดจะโตขึ้นและกลายเป็น สีแดงเข้มพร้อมกับบานแอ่นลงล่างเข้าหาก้านดอกทั้ง5กลีบ ส่วนเมล็ดที่มีลักษณะกลมเหมือนสาคูเม็ดใหญ่ จะวางเด่นอยู่บนแท่นเหนือกลีบสีแดงเข้ม เมื่ออ่อนเมล็ดจะเป็นสีเขียวพอห่ามจะเป็นสีม่วงและเป็นสีดำสนิทเมื่อแก่เต็ม ที่จึงทำให้ดูคล้ายดอกไม้ช่อหนึ่งที่มีกลีบสีแดงเข้มและเกสร(ที่จริงเป็น เมล็ด)สีดำ สวยงามมาก(สีเหลืองก็เหมือนกัน)
 ดูสิดูเป็นช่อดอกสวยยังไม่ พอเป็นช่อเมล็ดก็ยังอุตส่า่ห์สวยอยู่  มีรูปดอกนมสวรรค์สีเหลืองมาให้ดูด้วยเห็นว่าหายากอยู่

นมสวรรค์ ปลูกได้ในสภาพดินเกือบทุกชนิดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ทั้งกลาง แดด
และร่มรำไรขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำหรือแยกจากต้นที่ขึ้นจากไหลไปปลูกจะได้ผลเร็วกว่าเพาะเมล็ด


หมวกจีน

ชื่อวิทยาศาสตร์  Holmskioldia sanguinea.Retz.
ชื่อสามัญ 

Cup & Saucer Plant, Mandarin's Hat, Chinese-Hat Plant, Parasol Flower

ชื่ออื่น  เรด้าร์ หมวกเจ๊ก
ชื่อวงศ์ LABIATAE
ถิ่นกำเนิด หิมาลัย
เขตกระจายพันะุ์ เขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตมรสุม


เป็น ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย เจริญเป็นพุ่ม สูง2-5เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นลำสี่เหลี่ยม ยาวโค้ง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเป็นคู่ตามข้อลำค้น ลักษณะใบเป็นรูปรีหรือรูปใบพลูขนาดกว้าง6ซม.ยาว10ซม.ขอบใบจักเล็กน้อย แผ่นใบบางและสากมือ

ดอก ออกเป็นช่อตามข้อลำต้นโคน ก้านใบและปลายกิ่ง ช่อละ5-20ดอก กลีบเลี้ยงรูปจานค่อนข้างกลม มีหลายสี มีเหลือง แดง  ส้ม  ดอกรูปกรวย โคนเชื่อมเป็นหลอดแคบยาวปลายแยก5แฉก ขนาดดอก2-2.5ซม.

ชอบแสงแดดจัด อากาศเย็นดินค่อนข้างแห้งระบายน้ำดี

เสียดาย ต้นไม้สวยบางต้น ตอนนำมาขายใส่กระถางมา ต้นเล็กๆ ดอกไม่มาก มองดูไม่น่าสนใจ คนไม่ซื้อ คนขายก็ไม่อยากเอามาขาย  คนขยายพันธุ์ก็ไม่รู้จะขยายไปทำไม สู้ทำต้นไม้แปลกๆใหม่ๆดีกว่า ทำเว็บนี้บอกเลย ไม่มีต้นไม้ขายหรอก แค่อยากเก็บต้นไม้เก่าๆไว้ ถ้าคนรักต้นไม้เข้ามาดู ไม่ว่าจะเก่ายังไงหากเห็นคุณค่า ก็จะซื้อหาเก็บกันเอง

ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์

ฃยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำและตอนกิ่ง


ประยงค์

ชื่อวิทยาศาสตร์  Aglalia odorata., Lour.
ชื่อสามัญ 

Chinese perfume plant, Chinese Rice Flower

ชื่ออื่น  หอมไกล., พะยงค์ , ขะยง
ชื่อวงศ์ MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์

จีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย พม่า ไทย เวียตนาม ลาว

ประยงค์เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ เดียวกับลางสาด ลองกอง คอแลน ฯลฯ มีอยู่3ชนิดคือ ประยงค์ ประยงค์ป่า((A. odoratissima) และประยงค์ใบใหญ่(A.chaudocensis)
                  ประยงค์เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมถึงขนาดใหญ่ สูง2-3เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบสีเขียวเข้มหนาเป็นมันคล้ายใบแก้วเป็นแบบใบรวม กลุ่มใบหนึ่งๆจะประกอบด้วยใบย่อย5ใบรูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก

ดอกออกเป็นเม็ดกลมๆไม่บาน ก้านดอกแตกสาขาหลายแขนงดอกสีเหลืองมีเกสรสีขาวเล็กๆอยู่ ภายใน มีกลิ่นหอมเย็นและหอมไปได้ไกล

 ผล รูปทรงกลมรี ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเหลืองอ่อน ผลสุกสีแดง เมล็ดเดี่ยว สีน้ำตาล

ประยงค์ เป็นพรรณไม้ของประเทศไทย มักพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเหมือนต้นแก้ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน ขึ้นได้ดีในสภาพดินฟ้าอากาศเกือบทุกชนิด มีความอดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีมาก



แก้วมุกดา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Fagraea ceilanica Thunb.
ชื่อสามัญ  Perfume Flower Tree
ชื่ออื่น  ตังติดนก นางสวรรค์ โกงกางเขา ฝ่ามือผี
ชื่อวงศ์ GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด ทวีปเอเชีย แถบประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย และทางตอนใต้ของหมู่เกาะไต้หวัน

        

     ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น อิงอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น หรือขึ้นบนพื้นดิน หรือเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง3-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนาน กว้าง4-7ซม.ยาว10-25ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดทั้งสองด้าน ช่อดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกรูประฆัง โคนติดกันรูปกรวย ยาว2-5ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ หยักเว้าลึก เมื่อบานสีขาวอมเหลือง ขนาดดอกบาน5-6ซม. ผลรูปรีขนาด3-5ซม. 

    มักนำมาใช้ประกอบการจัดสวน ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมเย็นๆ ทรงพุ่มสวยตามธรรมชาติไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดแต่งกิ่งก้าน ใบใหญ่สวยสีเขียวเข้ม ไม่ค่อยมีการผลัดใบ ออกดอกอยู่เรื่อยๆเป็นระยะตลอดปี



หอมเจ็ดชั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์  Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  หอมเจ็ดชั้น,จันทนาใบเล็ก
ชื่อวงศ์ RUBIACEAE
เขตกระจายพันธุ์ ------


เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสุงได้ถึง 3เมตร ดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกดอกประมาณ เดือนตุลาคมขเดือนกุมภาพันธ์ ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน หากได้รับความชื้นพอสามารถออกดอกได้ในช่วงอื่นอีก ชอบที่ที่มีแสงแดดหรือแสงแดดครึ่งวันหรือปลูกในที่ร่มรำไรได้นิยมปลูกประดับตามสถานที่ต่าง ปลูกลงดินหรือปลูกให้ออกดอกในกระถางได้

ระยะเวลาออกดอก----ตุลาคม-กุมภาพันธ์

ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


หอมหมื่นลี้

ชื่อวิทยาศาสตร์  Osmanthus fragrans Lour.
ชื่อสามัญ  Fragrant Olive, Sweet Olive, Tea Olive.
ชื่ออื่น 

สารภีฝรั่ง สารภีอ่างกา

ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเซียตะวันออก-เทือกเขาหิมาลัยและจีน
เขตกระจายพันธุ์ ไปทางใต้ของญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                

หอมหมื่นลี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานพร้อมกันทั้งช่อหากดอกออกเต็มต้นจะสวยงามมากส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ในธรรมชาติพบในดอยสูงทางภาคเหนือ แสดงว่าชอบอากาศเย็น แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ หรือในที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่ดอกจะน้อยและช่อดอกเล็ก


 

จำปีแขก

ชื่อวิทยาศาสตร์  Magnolia figo(Lour.) DC. Var. figo.
ชื่อสามัญ 

Banana Shrub, Portwine Magnolia, Dwarf Chempaka, Brown-stalked Magnolia, Chinese Tulip Tree, Chempaka Ambon, Pisang-pisang, Kaum Chempaka

ชื่ออื่น  จำปีแขก
ชื่อวงศ์ MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด จีนตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์ เขตกึ่งร้อนและเขตมาสุม

              เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.50 เมตร ปลายกิ่งมีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมแน่น แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่น ดอกออกที่ซอกใบ สีขาวนวลหรือสีเหลืองนวล  มักไม่ติดผลและเมล็ด ดอกออกทยอยเกือบตลอดปี ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงใกล้พลบค่ำ และ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน

 จำปีแขกชอบอยู่กลางแจ้ง หมั่นแต่งกิ่งให้ออกกิ่งใหม่จะออกดอกได้ทุกกิ่ง ถ้าปลูกในกระถางต้องใช้กระถางขนาดใหญ่และหมั่นแต่งกิ่งควบคุมทรงพุ่มให้ดี

การขยายพันธุ์ ใช้วิธีตอนกิ่งหรือทาบกิ่ง โดยใช้จำปาเป็นต้นตอ บ้างเลยเรียกว่า จำปาแขก



มุจลินท์


ชื่อวิทยาศาสตร์  Ravenia spectabilis
ชื่อสามัญ  Ravenia Pink
ชื่ออื่น  มุจลินท์
ชื่อวงศ์ RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศคิวบา

      

    มุจลินท์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ตั้งแต่ 2-4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา ใบรูปยาวรี โคนปลายใบมน ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง มุจลินท์ใบเขียวดอกสีแดง ส่วนมุจลินท์ใบด่าง ดอกสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือตามยอด ออกเป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-5 ดอก  ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกได้ตลอดทั้งปี 

ต้นที่มีใบด่างมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าRavenia spectabilis Planch. ex Griseb.



ประทัดใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์  Quassia amara  L.
ชื่อสามัญ  Stave-wood, Sีuriname wood,Amargo, Bitter-ash, Bitter-wood, Hombre grande
ชื่ออื่น  ปิง อมรา ประทัดจีน
ชื่อวงศ์ SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้-บราซิล เปรู เวเนซูเอล่า โคลัมเบีย อาร์เจนติน่า กีอาน่า และสุรินัม
เขตกระจายพันธุ์ ประเทศในเขตร้อน

The name amargo means "bitter" in Spanish and describes its very bitter taste.

ก็ไม่แปลล่ะนะท่าน ไม้ต้นนี้นิยมปลูกประดับทั่วไป มักพบปลูกตามสวนพฤกษศาสตร์ รูปต้นนี้ก็ได้มาจากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระเทพฯ ที่จ.ระยอง 

ประทัดใหญ่เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1.5-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากเป็นพุ่มเตี้ย เปลือกต้นเรียบ  สีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยมี 5 ใบ รูปรีหรือรูปไข่กลับ  ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบรวมสีแดงมีครีบแผ่ออกทั้งสองข้าง ใบอ่อนสีแดง ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีแดงสด กลีบดอกไม่บานจะหุ้มเกสรอยู่เป็นรูปกรวยคว่ำ ก้านช่อดอกสีแดง ผล เป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปไข่กลับ สีแดงคล้ำ

น้ำที่สกัดได้จากเนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้และยังสามารถนำมาใช้เป็นสารฆ่าแมลงได้ ซึ่งสารที่พบได้แก่สารที่มีรสขมจัด ชื่อว่า Amaroid และ Quassia ซึ่งอธิบายความหมายของประโยคภาษาอังกฤษที่ไม่ได้แปล

ระยะเวลาออกดอก----เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคมปีต่อไป

ขยายพันธุ์----- เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


สำมะงา

ชื่อวิทยาศาสตร์  Clerodendrum inerme (L.) Gaerth.
ชื่อสามัญ  Bower Glory
ชื่ออื่น  สำมะลี สำลีงา เขี้ยวงู ส้มเนรา สำปันงา สักขรีย่าน
ชื่อวงศ์ VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง อินโดนีเชีย
เขตกระจายพันธุ์ ออสเตรเลีย เอเซีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ พุ่ม แต่รอเลื้อย สูง 2 เมตร มีขนนุ่มคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีกว้าง1.5-2วม.ยาว3-4.5ซม.ปลายใบทู่ ผิวใบเกลี้ยงหรืออาจมีขนประปรายทางด้านใต้ใบ

        ดอก สีขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อย 3 ดอก ก้านช่อดอกยาว2-5ซม. ดอกย่อยรูปแจกันทรงสูง สีขาวอมชมพู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย มีกลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาว2-3ซม.เกสรผู้4อัน และเกสรเมีย 1 อัน มีก้านเกสรเรียวยาวสีม่วงแดงยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเด่นชัด

ผลสดรูปกลมหรือไข่กลับ มี4พู ขนาด1.2-1.8ซม.ผิวเกลี้ยง มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วผล ผลอ่อนสีเขียว สุกสีดำ เมล็ดแข็งมากส่วนใหญ่มี1-4เมล็ด

ออกดอกและผลเกือบตลอดปี

 

 

 

 


 

 

 


 


                 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view