สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 23/02/2018
สถิติผู้เข้าชม 7,972,789
Page Views 12,541,884
 
« February 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728   

ต้นไม้พุ่ม 1

ต้นไม้พุ่ม 1

ไม้พุ่ม 1


     
เรื่องต้นไม้ถ้าจะคุยกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ มันมากจนบางทีก็จำไม่ได้และนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่คิดว่า ถ้าคุยกันไปเรื่อยๆทีละต้นทีละต้นนะอาจจะออกอาการซะเอง นี่ก็เริ่มๆมึนแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มอะไรก่อนดี แต่จะค่อยๆ เรียงๆไป

เริ่มด้วยต้นนี้แล้วกัน

    

าชาวดี, พุดจีบ, พุดซ้อน, พุดแสงอุษา, พุดแสงอุษาซ้อน, พุดน้ำบุศย์, พุดสีดา, พุดปาปัวนิวกินี, พุดเศรษฐีสยาม, พุดสวน, พุดร้อยมาลัย, พุดศุภโชค, พุดพิชญา

พุดเวียตนาม, พุดตะแคง, พุดแตรงอน, พุทธชาด, พุทธชาดสามสี,มะลิลา-มะลิซ้อน,มะลิฉัตรดอกบัว,แก้ว,แก้วหิมาลัย,ทิวา, ราตรี, ราตรีสีทอง, ราตรีสวรรค์, นางแย้ม

พุดตาน,แย้มปีนัง,กุหลาบเมาะลำเลิง,กุหลาบพุกาม,กุหลาบมอญ, เข็มหลวง, เข็มอุณากรรณ,เข็มพวง

ขาว,เข็มบุษบา,พุดผา, สาวสันทราย, นมสวรรค์, หมวกจีน, ประยงค์, แก้วมุกดา,หอมเจ็ดชั้น

หอมหมื่นลี้, จำปีแขก, มุจลินทร์, ประทัดใหญ่,สำมะงา

ราชาวดี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Buddleja paniculata Wall.
ชื่อพ้อง

---Buddleja acutifolia C.H.Wright

---Buddleja lavandulacea Kraenzl.

---Buddleja gynandra C.Marquand

---Buddleja mairei H.Lév.

---Buddleja mairei var. albiflora H.Lév.

ชื่อสามัญ  ---Butterfly Bush, Curly Butterfly Bush, Byttneria, Long Spiked, Summer Lilac, Panicled Butterfly Bush
ชื่ออื่น  ---ราขาวดี
ชื่อวงศ์ ---SCROPULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด

---ตอนเหนือของอินเดียและจีน

เขตกระจายพันธุ์

---อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีน  พม่า ไทย เวียตนาม

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตรแตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกันไปตามข้อต้น ใบระคายมีจักรอบริมใบ สีของใบด้านล่างสีจะจางกว่าสีใบด้านบน ขนาดใบยาวประมาณ10-12ซม.ดอกสีขาวขนาดเล็กมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามยอดและตามง่ามใบส่วนยอด ช่อยาวประมาณ6-8ซม.ออกดอกช่วง เดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปีส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่

ต้นราชาวดีนี้ สมัยเด็กๆ ที่บ้านที่บ้านนอกปลูกราชาวดีขึ้นซุ้มบันไดทางขึ้น บ้าน ตื่นขึ้นมารู้แต่ว่าหอมมากทุกเช้า ถามคุณยายว่านี่ต้นอะไร คุณยายบอกว่า ชื่อ ราชาวดี และก็ต่อด้วยร้อยกรองว่า
               "ราชาวดี"  เป็นยอดมาลี  ของพระราชา
 สีขาว  สวยสด งามงด  โสภา
  ใครเห็น  พึงตา  และต้องพึงใจ
จำมาตั้งแต่นั้นและรู้สึกได้กลิ่นหอมของราชาวดีทีไร คิดถึงบ้านที่สุพรรณทุกที


พุดจีบ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ervatamia coronaria., Stapt
ชื่อสามัญ  ---East Indian rosebay, Crape-jasmine, Moon beam, Wax flower.
ชื่ออื่น  ---พุดป่า พุดสวน พุดสา
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อนและเขตอบอุ่น


ขาวสุดพุดจีบจีน
เจ้ามีศีล พี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก
แต่พี่รักเจ้าคนเดียว

    พระนิพนธ์ เจ้าฟ้า ธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

ทุก ครั้งที่เห็นพุดจีบจะต้องนึกถึงร้อยกรองบทนี้ทุกที นำมาจากหนังสือท่านอาจารย์ วิชัย อภัยสุวรรณ ที่เขียนไว้ในหนังสือของท่านพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2535 และจิตใจนะ อยากให้ท่านพิมพ์ ออกมาจำหน่ายอีก เพราะเสียดาย ที่รุ่นหลังจะหาอ่านยาก  เป็นหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีคุณค่ามาก
                          พุดจีบเป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 1.5-3เมตรออกใบหนาทึบ ทรงพุ่มแน่น ใบเขียวเข้ม ลำต้นเหนียว เมื่อเด็ดใบและลำต้นจะมีน้ำยางไหลซึมออกมา ออกดอกเป็นพวงห้อยตามยอด หรือตามง่ามกิ่ง ใกล้ๆกับยอด ดอกสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกซ้อนกันหลายชั้น ชั้นละ5กลีบ

เป็น พันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี มีดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อน ปลูกง่ายไม่เรื่องมาก ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการตอน หรือเพาะเมล็ด คนรักดอกไม้สีขาว คงไม่มีใครละต้นนี้ไปได้


พุดซ้อน

       

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Gardenia jasminoides J.Ellis

ชื่อพ้อง

---Gardenia augusta (L.) Merr. (nom. illeg.)

---Genipa florida (L.) Baill.

---Genipa grandiflora (Lour.) Baill.

---Genipa radicans (Thunb.) Baill.

ชื่อสามัญ  ---Gardenia, Cape-Jasmine
ชื่ออื่น  ---อินถวา เค็ดถวา แคถวา พุดป่า พุทธรักษา พุดสวน พุด พุดจีน พุดใหญ่  พุดซ้อน
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศจีน 
เขตกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน

                                                                


พุดซ้อนจัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE) เป็น ไม้ยืนต้นพุ่มเตี้ย สูง 1-2 เมตร มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ใบรูปมนรีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ขนาดใบยาว5-6ซม.ดอกมักออกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก7-8ซม.ออกตามง่ามกิ่งใกล้ๆบริเวณยอด ดอกมักมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมแรง

ออกดอกตลอดปี พุดซ้อนยังมีพันธุ์แคระ ใบเล็กดอกเล็ก  พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง

ขยายพันธุ์ด้วยการตอน ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นอยู่โดยสม่ำเสมอ

เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายออกดอกง่ายชนิดหนึ่ง แต่ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น

อ้างอิง
---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง---พุดซ้อน; Gardenia jasminoides J.Ellis — The Plant List

 http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-88270

---Gardenia jasminoides J.Ellis - พุดซ้อน Put Zon ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ ...

www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=171


พุดแสงอุษา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia taitensis DC
ชื่อพ้อง

---Gardenia taitensis f. minor Reinecke

---Gardenia weissichii H.St.John

ชื่อสามัญ 

---Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti

ชื่ออื่น  ---พุดแสงอุษา
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---ฟิจิ ซามัว วานูอาตู ตองกา


พุดแสงอุษาอยู่ในวงศ์เดียวกับเข็ม(RUBIACEAE) ชื่อสามัญทำให้คิดไปได้ว่าถิ่นกำเนิดน่าจะเป็นที่ตาฮิติ แต่กลับเป็นว่าตาฮิติเป็นเพียงที่เก็บรวมพันธุ์iไว้ครั้งแรกที่นั่นโดยJules Dumont d'Urville ใน พ.ศ. 2367 ถิ่นกำเนิดจริงก็ตามข้างบนนั้น

พุดแสงอุษาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตรใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี กว้างประมาณ 4-8ซม. ยาว 8-12 ซม.
ขอบใบเรียบและเป็นคลื่น ผืนใบเงาเป็นมัน แผ่นใบเนื้อค่อนข้างหนา

ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดโคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว 2-3 ซม. ปลายแยกเป็น 5-8 กลีบ แต่ละกลีบมีขอบขนาด กว้าง 0.5-0.8ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม.  
        ออกดอกตลอดปี ออกดอกดกในช่วงฤดูฝน ดอกบา
น 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

เหมาะปลูกกลางแจ้งให้ห่างต้นไม้อื่น ประมาณ 2 เมตร อาจปลูกเป็นไม้กระถางได้ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง ดอกจะน้อยและให้ทรงพุ่มหนาแน่นทึบ ก็เลือกได้ว่าจะเอาดอกหรือจะเอาใบ


พุดแสงอุษาซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia taitensis DC
ชื่อสามัญ  ---Heaven Scent,Tahiti Gardenia, Star of Tahiti
ชื่ออื่น  ---พุดทูอินวัน,พุดเศรษฐีอเมริกา, พุดฮาวาย
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน


พุดแสงอุษาและพุดแสงอุษาดอกซ้อนเป็นพุดต้นเดียวกันชื่อวิทยาศาสตร์เลยเหมือนกัน เพราะพุดแสงอุษามีทั้งดอกซ้อนหรือดอกลา หรืออาจมีได้ทั้งดอกซ้อนและดอกลาอยู่ในต้นเดียวกัน ส่วนชื่ออื่นๆนั้นเป็นชื่อทางการค้า ซึ่งมันเป็นชื่อที่ทำให้ไขว้เขวไปถึงถิ่นกำเนิด เรียกชื่อพุดแสงอุษาซ้อนหรือพุดแสงอุษาดอกซ้อนจะชัดกว่า 

เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ2 - 3 เมตรเมตร แตกกิ่ง ก้านเป็นพุ่มทรงกลมใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีกว้าง ปลายเกือบมน โคนป้านเกือบมน หน้าใบสีเขียวเป็นมัน หลังใบสีเขียวหม่นใบจะแตกต่างจากใบพุดทั่วไปโดยจะมีขนาดใหญ่กว่า ดอกหอมตลอดวัน ออกดอกตลอดปี

ต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกกลางแจ้งและควรทำการตัดแต่งกิ่งย่อย ๆ ออกบ้างจะทำให้ออกดอกใหญ่ขึ้น


พุดน้ำบุศย์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia carinata Wall.
ชื่อพ้อง

---No synonyms are recorded for this name.

ชื่อสามัญ  ---Golden Gardenia
ชื่ออื่น  ---พุดน้ำบุศย์
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---มาเลเซีย


ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลมโคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเป็นแฉกสีเขียวอ่อนเชื่อมติดกัน หุ้มรอบดอก ดอกสีเหลืองอ่อนจนถึงส้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว10-12ซม.ปลายแยกเป็น7-8แฉก  ดอกเริ่มบานมีสีขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดดอก3-4ซม. ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน บานได้นาน1-2วันจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ผลสดรูปกระสวยมีสัน5สันตามยาว ขนาดผลกว้าง3ซม.ยาว4ซม.ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

พุดน้ำบุศษ์ เป็นพรรณไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอมและโตเร็ว ออกดอกตลอดปีดอกจะดกมากตอนช่วงต้นฝน สามารถปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้การปลูกลงดินกลางแจ้งต้องผูกติดกับหลักยึดให้ แน่น ตรวจตราดินใส่ฟูราดาน ทำลายพวกไส้เดือนฝอยและหนอนในดินกินราก ก่อนด้วย


พุดสีดา

พุดอีกดอกที่คล้ายพุดน้ำบุษย์มากคือพุดสีดา ถ้าไม่สังเกตุดีๆแทบแยกไม่ออกคือ พุดสีดา

 ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมคล้ายกันแต่พุดสีดาจะมีแปดกลีบ (พุดน้ำบุษย์มี7กลีบ)

กิ่งก้านจะดูแข็งแรงกว่า และใบจะสั้นกว่า

                                                                                      พุดปาปัวนิวกินี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia  sp.  "Pud-Pa-Pua"
ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  ---
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ----

 เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะโดยรวมคล้ายพุดเวียตนามบวกพุดน้ำบุศย์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ผิวใบเรียบ เป็นมันเงา สีเขียวเข้ม

จะออกดอกที่ปลายยอด ดอกมีกลิ่นหอมแรง ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วันแล้วโรย เมื่อดอกพุดปาปัวฯ เริ่มบานใหม่ๆ ดอกจะสีขาวแล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดอกสีเหลืองอ่อนและเหลืองเข้มก่อนจะโรย

ออกดอกง่าย และดอกดก หากดอกติดเป็นผล ผลรูปกลมรี มีสันตามยาว ภายในมีเมล็ด

ระยะเวลาออกดอก---ตลอดทั้งปี

ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง


พุดเศรษฐีสยาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Tabernaemontana pachysiphon Stapf
ชื่อพ้อง

---Conopharyngia angolensis (Stapf) Stapf

---Conopharyngia cumminsii Stapf

---Conopharyngia holstii (K.Schum) Stapf

---Conopharyngia pachysiphon (Stapf) Stapf

---Sarcopharyngia angolensis (Stapf) L.Allorge

---Tabernaemontana angolensis Stapf

---Tabernaemontana holstii K.Schum

---Voacanga dichotoma K.Schum

ชื่อสามัญ  ---Giant Pinwheel Flower
ชื่ออื่น  ---พุดเศรษฐีสยาม
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน


 พุดเศรษฐีสยามอยู่ในวงศ์เดียวกันกับลั่นทม (APOCYNACEAE)ไม้ พุ่มขนาดกลาง สูง 4-5 เมตร ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา มีรอยแตกตามแนวยาวของต้น ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปขอบขนานแกมรูปรี  กว้าง5-8ซม.ยาว8-15ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น ใบหนา ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน สีเขียวเข้ม

           ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกลุ่ม1-5ดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกตูมสีเขียว ดอกบานสีขาวเมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โคนกลีบเชื่อม ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น5กลีบ บิดเวียนเหมือนกังหัน บานในช่วงเย็น เมื่อบานเต็มที่ดอกมีขนาดกว้าง8-10ซม. ส่งกลิ่นหอม อ่อนตลอดวัน พอดอกร่วงไม่ติดผล

ออกดอกทยอยตลอดปี ขยาย พันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยใช้พุดกุหลาบเป็นต้นตอเสียบยอด ชอบแสงแดดตลอดวัน ตัดแต่งทรงพุ่มไว้ให้แต่ละกิ่งได้รับแสงแดดทั่วถึงจะออกดอกดกทั้งทรงพุ่ม

อ้างอิง

---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง-พุดเศรษฐีสยาม; Tabernaemontana pachysiphon Stapf — The Plant List

www.theplantlist.org/tpl/record/kew-200853

พุดสวน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ervatamia rostrata Markgr
ชื่อพ้อง

---Ervatamia calyculata Markgr.

---Ervatamia curtisii King & Gamble

---Ervatamia cylindrocarpa King & Gamble

---Ervatamia evrardii (Pit.) Pichon

---Ervatamia garciniifolia (Pierre ex Pit.) Kerr

---Ervatamia pitardii (Gagnep.) Kerr

---Ervatamia rostrata (Wall.) Markgr.

---Tabernaemontana cylindrocarpa (King & Gamble) Merr.

---Tabernaemontana evrardii Pit.

---Tabernaemontana garciniifolia Pierre ex Pit.

---Tabernaemontana micrantha Voigt

---Tabernaemontana nicobarica Liebm.

---Tabernaemontana parviflora Roxb.

---Tabernaemontana pitardii Gagnep
ชื่อสามัญ  ---Crape jasmine
ชื่ออื่น  ---พุดฝรั่ง พุดสา
ชื่อวงศ์ ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศอินเดีย
เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย ไทย มาเลเซีย เวียตนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
พุดต้นนี้อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ (OLEACEAE) พุดสวนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงพุ่มโปร่ง อดทนต่อสภาพแวดล้อม ทรงพุ่มสวยโดยธรรมชาติเมื่อปลูกกลางแจ้ง ไม่มีความจำเป็นที่จะตัดแต่งทรงพุ่ม ออกดอกตลอดปี ดอกหอมน้อยมาก

ปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
การขยายพันธุ์ด้วยการตอน เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีการออกราก 100%

อ้างอิง

---ชื่อวิทยาศาสตร์,ชื่อพ้อง-พุดสวนเ Tabernaemontana rostrata - Useful Tropical Plants

http://www.tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Tabernaemontana+rostrata


พุดร้อยมาลัย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Tabernaemontana pandacaqui   Lam.
ชื่อสามัญ 

---Pinwheel jasmine, Pinwheelflower,Crape jasmine, East India rosebay and Nero's crown

ชื่ออื่น  ---พุดตุม พุดฝรั่ง มะลิฝรั่ง
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเขตอบอุ่นของทวีปเอเซีย

ไม้พุ่มสูง 2-6 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปหอกกลับ โคนใบรูปลิ่มหรือสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบสีเขียวเป็นมัน
    ดอกช่อสีขาว มีกลิ่นหอม   ออกแยกแขนงเชิงหลั่นตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายกลมหรือเรียวแหลม โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย กลีบดอกสีขาวมีส่วนที่เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอ่อน ดอกจะบานอยู่ได้ 1-2 วันจึงโรย

     ผล ผลเป็นฝักคู่รูปกระสวยเบี้ยว ปลายแหลมและโค้งขึ้น สีส้มแดงแตกด้านเดียว เมล็ดมีเนื้อนุ่มสีแดงหุ้ม รูปสามเหลี่ยมและขรุขระ สีน้ำตาลแกมดำ


พุดศุภโชค

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia jasminoides.
ชื่อสามัญ  ---Gerdenia Crape Jasmine
ชื่ออื่น  ---พุดศรีลังกา ,พุดแคระ
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---จีน อินเดีย

ไม้พุ่มเตี้ย สูง 0.40-0.50 เมตร แตกกิ่งก้านต่ำ หนาแน่น
ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับรอบปลายกิ่ง ใบรูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ใบมีขนาดเล็กกว่าใบพุดทั่วไปสีเขียวสด
ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย 5-7 ดอก โคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5 กลีบ ปลายแหลมกลีบดอกชั้นเดียว สีขาวกลางดอกสีเหลือง ดอกขนาด 2 ซม. ไม่มีกลิ่น ออกดอกตลอดปี ดอกบานทยอยบานและบานทน ออกดอกดก
ปลูกเป็นไม้กระถางหรีอปลูกลงดินเลี้ยงง่าย
ขยายพันธุ์โดยการ ตอนกิ่ง และการปักชำ


พุดพิชญา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Wrightia antidysenterica R.Br.
ชื่อพ้อง

---Nerium antidysentericum L.

---Nerium zeylanicum L.

---Walidda antidysenterica (L.) Pichon

---Wrightia zeylanica (L.) R.Br..

ชื่อสามัญ  ---Arctic Snow,Winter Cherry Tree,Sweet Indrajao,Snowflake,Inda
ชื่ออื่น  ---พุดพิชญา
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ศรีลังกา

พุดพิชญาเป็นไม้ที่อยู่วงศ์เดียวกันกับลั่นทม เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นกิ่งก้านสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อน ขนาดของใบกว้าง1-3ซม.ยาว2-3ซม.

ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อย5-6ดอกต่อช่อ ดอกย่อยโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบส่วนปลายแยกเป็น5แฉก และมีขนละเอียดหนาแน่น ตรงกลางดอกมีสีเหลือง ดอกบานเต็มที่ ขนาด1.5-2.5ซม.ก้านดอกยาวประมาณ2.5ซม.สีขาว ออกดอกตลอดปีไม่มีกลิ่นหอม

ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงดินเป็นกลุ่ม เป็นแถว ไม่ทนดินเค็ม


พุดเวียตนาม

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Gardenia jasminoides var. jasminoides
ชื่อสามัญ  ---Gardenia
ชื่ออื่น  ---พุดเวียตนาม
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---จีน เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไม้พุ่มสูง1-2เมตร แตกยอดเป็นพุ่มแน่นจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมันสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวออกที่ปลายยอด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสีขาว ยาว3-4ซม.มี6-7กลีบ เมื่อบานมีขนาด5ซม.ส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน ดอกออกตลอดปี แต่ดกมากช่วงฤดูฝน ผลรูปรียาว3ซม.

หมั่น ตัดแต่งกิ่ง ทำทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้ดอกดกขึ้น หากปลูกในที่แห้งแล้งจะโตช้าและไม่ออกดอก สามารถปลูกเป็นไม้กระถางและปลูกลงแปลงกลางแจ้งก็ได้


พุดตะแคง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Brunfelsia americana L.
ชื่อพ้อง

---Brunfelsia abbottii Leonard

---Brunfelsia fallax Duchass. ex Griseb.

---Brunfelsia inodora Mart.

---Brunfelsia latifolia Steud.

---Brunfelsia terminalis Salisb.

---Brunfelsia violacea Lodd.

---Brunfelsiopsis americana (L.) Urb.

ชื่อสามัญ  ---Lady of the Night, American Brunfelsia
ชื่ออื่น  ---พุดตะแคง
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เวสต์อินดีส-ทรินิแดด โดมินิกันรีพลับบลิค

พุดตะแคงอยู่วงศ์เดียวกับมะเขือ (SOLANACEAE)ไม้ พุ่มสูง 1-1.50เมตร แตกกิ่งก้านมากใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด  เริ่มบานสีเหลืองอ่อนเกือบขาว บานเต็มที่สีเหลืองและบิดตะแคงตามกัน ดอกขนาดประมาณ3ซม.ส่งกลิ่นหอมช่วงค่ำออกดอกตลอดปีและดอกดกมากช่วงฤดูฝน 

เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือริมรั้ว ริมกำแพง ริมทางเดิน


พุดแตรงอน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Euclinia longiflora Salisb.
ชื่อพ้อง

---Gardenia devoniana Lindl.       

---Gardenia longiflora (Salisb.) W.T.Aiton [Illegitimate]

---Gardenia longifolia G.Don [Spelling variant]      

---Gardenia macrantha Schult.    

---Randia bowieana A.Cunn. ex Hook.      

---Randia devoniana (Lindl.) Benth. & Hook.f. ex B.D.Jacks.            

---Randia longiflora Salisb. [Invalid]          

---Randia macrantha (Schult.) DC.             

---Rothmannia bowieana (A.Cunn. ex Hook.) Benth.          

---Rothmannia macrantha (Schult.) Robyns            

---Solena bowieana (A.Cunn. ex Hook.) D.Dietr.   

---Solena macrantha (Schult.) D.Dietr.

ชื่อสามัญ  ---African Angel Trumpet, Tree Gardenia
ชื่ออื่น  ---พุดแตรงอน
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้พุ่มเตี้ยทรงทึบ กิ่งเปราะ ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีขาว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ออกดอกประมาณ เดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ทยอยออกดอกตลอดปีดอกจะเอียงห้อยลงเพราะก้านดอกยาวมากรับน้ำหนักดอกไม่ไหว ดอกบานอยู่ได้ 2วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกหอมอ่อนตลอดวัน
เมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน

ตอนยุคล่าไม้ไทย กำลังเฟื่องฟู พุดแตรงอนนี่ขนาดกระถาง 16" ขายกันราคาตั้งแต่ 1,500-2,000บาทเดี๋ยวนี้ไม่รู้ราคา  คงถูกลงกว่านี้เพราะ....

เป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ง่ายและเลี้ยงง่าย ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดี จับผูกหลักยึด แต่งทรงพุ่มให้สวย

ขออนุญาตแทรก เรื่องพุด

จากที่ผ่านตามาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าที่เราเรียกกันว่าพุดนู้นพุดนี้ มีพุดต่างๆหลายชนิดที่มาจากคนละวงศ์กัน แต่เรามักเรียกรวมๆกันโดยขึ้นต้นว่า พุด โดยอยู่ในวงศ์เข็ม(RUBIACEAE)เช่น พุดซ้อน พุดแสงอุษา พุดน้ำบุศย์ฯ

ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับลั่นทม(APOCYNACEAE)เฃ่น พุดจีบ พุดเศรษฐี พุดร้อยมาลัยฯ

อยู่ในวงศ์เดียวกับมะลิ(OLEACEAE)เช่นพุดสวนหรือพุดฝรั่ง ส่วนพุดพิชญาอยู่ในสกุลโมกวงศ์เดียวกับลั่นทม พอเป็นข้อสังเกต

อีกอย่างคือ ชื่อวิทยาศาสตร์  ที่ค่อนข้างงงงง ก็คือมักไม่ตรงกัน นี่ก็พยายามค้นหาอยู่เทียบดูทั้งเว็บไทยเว็บเทศ หนังสือไทยหนังสือเทศ ถ้าท่านผู้มีปัญญามีข้อโต้แย้งก็ขอให้เตือนกันมาด้วย เพราะมันคือความรู้ หากแพร่กันแบบผิด ก็จะผิดกันต่อ แล้วก็ผิดกันไป

หากผู้รวมมา มีความผิดพลาดประการใดกรุณาอภัยและแจ้งให้ทราบด้วย

Tipvipav@gmail.com

3/11/2017


พุทธชาด

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Jasminum auriculatum Vahl
ชื่อพ้อง

---Jasminum affine Wight

---Jasminum mucronatum Rchb. ex Baker

---Jasminum ovalifolium Wight

---Jasminum trifoliatum (Lam.) Pers.

---Mogorium trifoliatum Lam.

ชื่อสามัญ  ---
ชื่ออื่น  ---บุหงาปะหงัน ไก่น้อย
ชื่อวงศ์ OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด

---Nepal, India, Sri Lanka

เขตกระจายพันธุ์

---India, Nepal, Sri Lanka, Bhutan and the Andaman Islands

พุทธชาด เป็นไม้ต้นกึ่งเลื้อยหรือรอเลื้อย คืออยากให้เป็นไม้ต้นก็เป็นได้คือ คอยตัดแต่งทรงพุ่มไว้อยากให้เป็นไม้เลื้อยก็ทำซุ้มให้เลื้อยซะก็เป็นไม้ เลื้อยได้

มีขนาดต้นสูงประมาณ1-2 เมตร ขนาดใบยาว6ซม. ออกใบเป็นคู่ตรงข้าม

ดอกมีขนาดเล็กสีขาวกว้างประมาณ1.5ซม. ดอกดกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือตามข้อต้นดอกมี6-7กลีบดอก มีกลิ่นหอมแรงมาก พูดถึงความ หอมของพุทธชาดแล้ว บอกไม่ถูก ว่าหอมยังไง แล้วแต่ชอบ ชอบก็ว่าหอม ไม่ชอบก็ว่ากันไปบอกไม่ถูกตามแต่รสนิยมเรื่องความหอม หอมใครหอมมัน  พุทธชาดเป็นต้นไม้ที่ ออกดอกดกแถมออกทั้งปีเสียด้วย คงถูกใจใครหลายคน การขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธี ทับกิ่ง,ตอน,ปักชำ และเพาะเมล็ด เมล็ดของพุทธชาดมีลักษณะกลมดำและแข็งมาก

พุทธชาดเป็นต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ในวรรณคดีไทยมีการกล่าวถึงไว้อย่างมากมาย

เช่นในนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เคยกล่าวถึงพรรณไม้นี้เอาไว้ว่า

"  พุทธชาดดวงน้อยน้อย   เจ้าคิดร้อยพวงมาไลย...."

  

พุทธชาดสามสี

  

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Brunfelsia uniflora (Pohl) D.Don

ชื่อพ้อง

---Brunfelsia hopeana (Hook.) Benth.

---Brunfelsia hopeana var. pubescens Benth.

---Brunfelsia mutabilis (Jacques) A. Vilm.

---Brunfelsia uniflora var. pubescens (Benth.) Baker

---Brunfelsia uniflora var. uniflora

---Franciscea hopeana Hook.

---Franciscea mutabilis H.Jacq.

---Franciscea mutabilis Regel

---Franciscea uniflora Pohl

---Martia opifera Lacerda

---Martia opifera Lacerda ex J. A. Schmidt

ชื่อสามัญ  ---Yesterday , Today and Tomorrow
ชื่ออื่น  ---พุดสามสี , สามราศี , พุทธชาดสามสี
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEA
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาเขตร้อน-บราซิล ปารากวัย,หมู่เกาะอินดีสตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

                                                                  

เห็นชื่อสามัญ แล้วคิดว่าคนตั้งนี่สุดยอดจริงๆ เพราะพุดสามสีหรือพุทธชาดสามสีนี้ เวลาดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีม่วงเข้ม พอรุ่งขึ้นจึงกลายเป็นสีม่วงอ่อน และรุ่งขึ้นอีกวันดอกจะกลายเป็นสีขาว พอถึงวันที่สี่ดอกจะโรย  ออกดอกดกมากเวลาออกดอกจะมองเห็นดอกสะพรั่งไปทั้งต้นเป็นดอกไม้ที่มีสามสีใน ต้นเดียวกัน สวยยังกะดาว
ปลูกก็ง่ายมาก เป็นไม้พุ่มทึบตัดแต่งเป็นทรงพุ่มได้ตามต้องการ ชอบแสงแดด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำหรือตอน แต่การตอนจะได้ผลดีกว่า

ลักษณะ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูง1-1.5ซม.แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบกิ่งมีขนาดเล็กและเปราะ ใบเดี่ยวรูปรีออกตรงข้าม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบส่วนปลายกลีบดอกหยักเป็นลอยเล็กน้อย ดอกบานเต็มที่กว้าง3-4ซม.มีกลิ่นหอมตลอดวัน

             ผล แห้งแตกทรงกลมหรือรูปรีขนาด1-2ซม.แต่มักไม่พบ ต้นที่ปลูกกลางแจ้งและมีอากาศเย็นจะออกดอกมากกว่าต้นที่ปลูกในร่ม หาหหมั่นตัดแต่งทรงพุ่มให้แต่ละกิ่งได้รับแสงจะช่วยให้ดอกดกขึ้น ทั้งยังสามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้


มะลิลา-มะลิซ้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Jasminum sambac (Linn.) Ait
ชื่อสามัญ  ---Arabian Jasmine
ชื่ออื่น  ---มะลิ
ชื่อวงศ์ ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด

---ตะวันออกของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ใกล้วันแม่ ต้นไม้ต้นนี้ต้องพูดถึงในคติของคนไทย ถือกันว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ
  นอกจากนี้นักเล่นพระสมเด็จฯก็มักนิยม อบพระ(เครื่อง)สมเด็จ โดยเชื่อกันว่าทำให้เนื้อของพระเครื่องดียอดเยี่ยมยิ่งขึ้น
          มะลิยังอยู่ในความเชื่อของคนไทยโบราณที่ปลูกมะลิว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน เก็บมะลิหรือเฉียดเข้าใกล้ต้นมะลิอย่างเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่าจะทำให้ดอกมะลิเหี่ยวเฉา หรือเกิดด้วงเกิดแมลงในสวนมะลิของตน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ามะลิคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์มากนั่นเอง
 มะลิ เป็นไม้พุ่มขนาดปานกลางมีพุ่มต้นสูงเต็มที่ประมาณ 5 ฟุต มีชนิดดอกซ้อนและดอกลา ชนิดดอกซ้อนเรียกว่า มะลิซ้อน และดอกลา เรียกมะลิลา ดอกลาหรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมกว่าชนิดดอกซ้อน และเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยมาลัยบุชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น

มะลิเป็นพืชที่ดอกมีน้ำมันหอมระเหยมาก จึงนิยมนำดอกมะลิไปกลั่นเอาน้ำมันหอมเพื่อทำน้ำหอม  และมีประโยชน์ทางสมุนไพร เช่นนำดอกมะลิที่ตากแห้งเป็นยาต้มรับประทาน หรือป่นเป็นผงเข้ายาต่างๆ หรือใช้ดอกมะลิตำสดๆใส่พิมเสนสุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด
มะลิเป็นพืชที่ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดปีหอมตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ


มะลิฉัตรดอกบัว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Jasminum Sambac (L) Aiton 'Mali Chat Dok Bua'
ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  ---มะลิฉัตร
ชื่อวงศ์ ---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด ---Not known




ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยสูง1-2เมตร พุ่มกลมแน่นทึบ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่ สีเขียวอมเหลือง ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสีขาว ที่ปลายกิ่ง1-4ดอก ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมเย็น ดอกบานได้1-2วัน ออกดอกตลอดปี

ดอกมะลิฉัตรดอกบัว ดอกมีลักษณะเด่น คือ กลีบดอกห่อกันกลมแน่นที่กลางดอก ดูคล้าย "ดอกบัวตูม" และกลีบดอกซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ คล้าย "ฉัตร"จึงรวมกันเป็นที่มาของชื่อ "มะลิฉัตรดอกบัว"

ขนาดของดอกมะลิฉัตรดอกบัว เมื่อดอกบานจะมีขนาดประมาณ 3-4 cm.ถ่ายภาพมาหลังฝน กลีบดอกเลยช้ำ

ขยายพันธุ์ด้วยการทับกิ่ง ปักชำและตอนกิ่ง


แก้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Murraya paniculata.,Jack.
ชื่อพ้อง

---Camunium exoticum (L.) Kuntze

---Chalcas cammuneng Burm.f.

---Chalcas exotica (L.) Millsp.

---Chalcas intermedia M.Roem.

---Chalcas japanensis Lour.

---Chalcas paniculata L.

---Chalcas sumatrana M.Roem.

---Connarus foetens Blanco

---Connarus santaloides Blanco

---Murraya exotica L.

---Murraya omphalocarpa Hayata

ชื่อสามัญ  ---Andaman Satinwood,China Box Tree,Orange jasmine,Cosmetic Bark Tree
ชื่ออื่น  ---แก้วขาว,แก้วลาย,แก้วขี้ไก่
ชื่อวงศ์ ---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด

---เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และออสเตรเลีย

แก้ว เป็นไม้ดอกหอมที่เรารู้จักกันดีมานานแล้ว และยังเป็นต้นไม้ในวรรณคดีไทยที่กล่าวถึงอยู่เสมอ ขนาดและความสูงเมื่อโตเต็มที่โดยไม่ตัดแต่งจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงได้ ถึง8-10เมตร วัดรอบต้นได้80เซนติเมตร ในสมัยก่อนแก้วมีเนื้อไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้วย นิยมนำมาทำไม้เท้า ด้ามปืน ฝักมีด ด้ามร่ม คันซออู้ ซอด้วง เพราะเนื้อไม้ของแก้วแน่นเหนียว ลวดลายสวยงาม พ่อค้าไม้จะรู้จักแก้วในชื่อ Andaman Satinwood หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ไม้เนื้อแพรแห่งอันดามัน"
ลักษณะทั่วไปของต้นแก้ว เปลือกต้นแตกเป็นร่องตามยาวและมักบิดเวียน ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 - 9 ใบเรียงสลับจากเล็กไปหาใหญ่ ใบรูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันที่ใบเป็นมัน ที่ใบมีต่อมน้ำมัน ดอกเป็นดอกช่อสีขาว ออกเป็นข่อสั้นๆ ตามซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวขนาดเล็กมี 5 แฉก ติดอยู่ทนจนถึงเป็นผล กลีบดอกมี 5กลีบ ปลายกลีบมนหรือเรียวแหลม

 ผลรูปรี เมื่อแก่เปลือกมีสีแดงอมส้ม แต่ละผลมี 1 - 2 เมล็ด  

ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

ดอก แก้วเวลาบานพร้อมกันจะดูขาวสะพรั่งทั้งต้น ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดอกบานวันเดียวแล้วร่วง ถ้าสนใจหมั่นแต่งกิ่งแล้วพรวนดินใส่ปุ๋ยอยู่เสมอแก้วจะออกดอกเป็นระยะๆอยู่ ตลอดปี

บอกความลับเล็กๆ เคี้ยวใบแก้วแล้วตัวจะร้อนรุมเหมือนเป็นไข้ ทั้งที่สบายดี เป็นมารยาของคนแกล้งป่วย

แก้วหิมาลัย

นี่ เป็นแก้วหิมาลัย ใบใหญ่กว่าและปลายใบกลมมนกว่า แก้วธรรมดา ถึงดอกจะเล็กกว่าแต่ก็ออกดอกดกมากๆกลิ่นก็หอมแรงกว่าด้วย ยังมีแก้วแคระ ที่มีใบเล็กและดอกเล็กอีด้วย


ทิวา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Cestrum diurnum Linn.
ชื่อพ้อง ----
ชื่อสามัญ  ---Day Cestrum, Chinese Inkberry
ชื่ออื่น  ---ทิวาราตรี
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---หมู่เกาะเวสต์อินดิส


ไม้ พุ่มสูง 2-3 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเป็นปุ่มปมเล็ก ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปหอกใบแคบ กว้าง2-5ซม.ยาว5-10ซม. ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจาย สีขาว มีดอกย่อย15-20ดอกโคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว 1ซม.ปลายแยกเป็น5-6กลีบ เมื่อบานขนาด6-8 มม.ผลกลมสีดำ เปลือกนิ่ม

มีกลิ่นหอมแรงในเวลากลางวัน บานอยู่ได้2-3วันแล้วจึงโรย ออกดอกประมาณเดือนละครั้งตลอดปี
ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง


ราตรี

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Cestrum Nocturnum Linn
ชื่อสามัญ  ---Night Cestrum , Night-Blooming Jasmine, Queen Of The Night, Night-blooming cestrum, Raatrani
ชื่ออื่น  ---ราตรี
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้-เวสต์อินดิส

           

        ราตรี เป็นไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดต้นสูง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนา ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว  เปลือกต้นสีเทาอ่อนปนขาว ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรูปรี ยาว8-15ซม. ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ตามยอดและตามข้อต้นโคนก้านใบ ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมาย ดอกราตรีจะมีกลิ่นหอมจัดและหอมไกลในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะร่วงหมด และดอกตูมจะบานใหม่ในคืนต่อๆไปกลิ่นของดอกราตรีจะส่งกลิ่นรุนแรงมากถ้าได้ กลิ่นหรือสูดดมใกล้ๆ อาจทำให้วิงเวียนและไม่สบายได้ ควรปลูกให้ห่างที่พักพอประมาณ ไม่อย่างนั้นในช่วงออกดอกเต็มต้นจะส่งกลิ่นแรงมากในตอนกลางคืน อาจทำให้ปวดศรีาะ ไม่สบายกันทั้งบ้าน

ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งและปักชำ
หากนำเอาต้นและดอกราตรีเข้าไปให้คนในท้องถิ่นของอำเภอกุดชุม
หรือ ในเขตลุ่มน้ำลำห้วยแกว (ลำห้วยแบ่งเขตอุบลราชธานีกับร้อยเอ็ด)คนเฒ่าคนแก่แถบนั้นจะบอกทันทีว่า ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ "หอมดึก" เป็นพันธุ์ไม้ป่าในท้องถิ่นและหาง่าย ชาวบ้านแถวนั้น นิยมใช้เป็นดอกไม้ในประเพณี " แห่ดอกไม้"เป็นประจำอยู่ทุกปีนานแล้ว


ราตรีสีทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Cestrum aurantiacum., Lindl.
ชื่อพ้อง

---Cestrum auriculatum Ruiz & Pav.

---Cestrum chaculanum Loes.

---Cestrum paucinervium Francey

---Cestrum pedunculare Pav. ex Dunal

---Cestrum regelii Planch.

---Cestrum warszewiczii Klotzsch

---Habrothamnus aurantiacus Regel

ชื่อสามัญ  ---Yellow Jasmine, Orange Cestrum
ชื่ออื่น  ---ราตรีสีทอง
ชื่อวงศ์ ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด ---หมู่เกาะอินดิส และ กัวเตมาลา

  ราตรีสีทองเป็นไม้จำพวกเดียวกับราตรีและอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเขือเทศ ชื่อของไม้วงศ์นี้นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า The Nightshade Family
  เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว แตกกิ่งก้านเล็กๆจำนวนมาก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ยาว8-12ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวอ่อน

ดอก ออกเป็นช่อตามยอดหรือง่ามใบเรียงติดกันเป็นกลุ่มหนาแน่นตามก้าน ช่อดอกสีเหลืองทองเป็นกรวยยาว 8-15ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายดอกแตกออกเป็นปากแตร5กลีบ ขนาดดอกเมื่อบาน 0.6-1 ซม.มีกลิ่นหอม

ออกดอกเป็นระยะตลอดปีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ราตรี สีทองขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ เป็นไม้ชอบอยู่กลางแจ้ง แต่ต้องอยู่ในสภาพดินที่ชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่แฉะและไม่แล้งจนเกินไปเพราะรากของราตรีสีทองบอบบางไม่แข็งแรงเหมือนราก ต้นไม้อื่น ถ้าแฉะนานเกินควร รากจะเน่าและถ้าแล้งนานเกินไปรากก็จะแห้งตาย เหมือนกัน


ราตรีสวรรค์


ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Clerodendrum calamitosum L.
ชื่อพ้อง

---Volkameria alternifolia Burm.f.

ชื่อสามัญ  ---White Butterfly
ชื่ออื่น  ---ราตรีสวรรค์
ชื่อวงศ์ ---LABITAE(LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---อินโดนีเซีย-ชวา

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มแน่น เปลือกต้นสีเทาอมม่วง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแต่ละคู่ตั้งฉากกัน รูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ดอกสีขาวออกเป็นกระจุกแยกแขนงที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก มีกลิ่นหอม โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน สีเขียว ปลายแยก5แฉก สีแดงคล้ำ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบยาว ปลายแยก5แฉก ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปขอบขนานแกมรี สีดำ  ออกดอกตลอดปี ดอกบาน 1-2 วันแล้วโรยมีกลิ่นหอมอ่อนๆในช่วงกลางวัน และหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ
 นิยม ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เวลาปลูกควรปลูกเป็นกลุ่มจะออกดอกพร้อมกันสวยงาม ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้สม่ำเสมอหากต้นเริ่มโทรมหรือเิริ่่มออกดอกน้อยลงให้ พรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก

การขยายพันธุ์ ปักชำ โน้มกิ่ง ตอนกิ่ง


นางแย้ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Clerodendrum chinense (Osbeck) Mabb

ชื่อพ้อง

---Agricolaea fragrans (Vent.) Schrank

---Clerodendrum chinense var. simplex (Moldenke) S.L.Chen

---Clerodendrum fragrans Willd.

---Clerodendrum fragrans f. pleniflorum (Schauer) Standl. & Steyerm.

---Clerodendrum fragrans var. pleniflorum Schauer

---Clerodendrum lasiocephalum C.B.Clarke

---Clerodendrum macradenium Miq.

---Clerodendrum philippinum Schauer

---Clerodendrum philippinum f. multiplex (Sweet) Moldenke

---Clerodendrum philippinum f. pleniflorum (Schauer) Moldenke

---Clerodendrum philippinum f. subfertile Moldenke

---Clerodendrum roseum Poit.

---Cryptanthus chinensis Osbeck

---Ovieda fragrans (Vent.) Hitchc.

---Volkameria fragrans Vent.

---Volkmannia japonica Jacq.

ชื่อสามัญ  ---Burma Conehead, White-Rose Clerodendron, Lady Nugent's Rose
ชื่ออื่น  ---ปิ้งซ้อน, ปิ้งชะมด, ปิ้งสมุทร, ส้วนใหญ่
ชื่อวงศ์ ---LABIATAE (LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด ---ไทย พม่า

ไม้ พุ่มเนื้ออ่อนสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกลำต้นใกล้ผิวดินจำนวนมาก แยกไปปลูกได้ เป็นวิธีขยายพันธุ์วิธีหนึ่ง นอกจากปักชำและตอนกิ่ง กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม มีขนตามลำต้นและก้านใบ มีช่องอากาศประปราย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มหรือรูปหัวใจ มีขนนุ่มสั้นๆปกคลุมทั้งสองด้าน หลังใบสีเขียวหม่น ท้องใบสีเขียวอ่อน  ขอบใบหยักเป็นซี่ฟันห่างๆ ขนาดใบกว้าง 5-8ซม.ยาว10-15ซม.

ดอก ของนางแย้มสีขาวจะออกเป็นช่อกระจุกแน่นตาม ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงอัดกันแน่น กลีบเลี้ยงสีม่วงแดงกลีบดอกซ้อนกัน 3-5ชั้น แต่ละชั้นมี5-8กลีบ รูปไข่กลับปลายกลม อัดซ้อนกันลักษณะคล้ายมะลิซ้อน  เกสรเพศผู้และเพศเมียไม่สมบูรณ์ ไม่ติดผล  ดอกทนบานอยู่ได้หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำเป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมาก ต้องปลูกกลางแจ้งและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเสมอเพื่อไม่ให้ใหญ่เกินไปจนรกทึบ สามารถปลูกเป็นไม้ดอกหอมในกระถางได้ หากตัดแต่งอยู่เสมอจะมีอายุยืนอยู่ได้ 2-3ปี

พุดตาน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Hibiscus mutabilis Linn.
ชื่อสามัญ  ---Cotton Rose,Changeable Rose
ชื่ออื่น  ---ดอกสามสี ดอกสามผิว
ชื่อวงศ์ ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศจีน

ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 1-3เมตรมีขนปกคลุมตามกิ่งก้านและใบ ใบคล้ายกับใบฝ้าย ขอบใบหยัก ขนาดใบกว้าง12.5ยาว15ซม.ดอกมีรูปร่างคล้ายชบาซ้อนแต่มีขนาดใหญ่กว่าคือ ขนาด12.5-15ซม.

ออก ดอก ตามกิ่งข้างหรือกระจุกยอด กลีบรองดอกสีเขียว มีขน ดอกขนาด 7-10 เซนติเมตรมีทั้งดอกลาและดอกซ้อนเมื่อเริ่มบานเป็นสีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูและ ชมพูเข้มภายใน1วัน ถึงเวลาเย็นดอกพุดตานก็จะเริ่มเหี่ยว

พุดตาน เป็นไม้ที่มีดอกดกและออกดอกตลอดปี เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและ ตอนกิ่ง ชอบอยู่บนที่ดอนกลางแจ้ง ไม่ชอบดินแฉะมีน้ำขัง ถ้าถูกน้ำท่วมราก จะตายทันที

มีรูปพุดตานดอกลาหรือพุดตานไต้หวันมาเสนอ


แย้มปีนัง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Strophanthus gratus (Wall. & Hook.) Baill.

ชื่อพ้อง

---Roupellia grata Wall. & Hook.

---Roupalia grata (Wall. & Hook.) T.Moore & Ayres

---Strophanthus stanleyanus Hook.

---Strophanthus glaber Cornu ex Holmes

---Nerium guineense Brongn. ex Perrot & Vogt

---Strophanthus chopraie M.R.Almeida

ชื่อสามัญ  ---Petals-Tips Flower, Climbing Oleander, Rose Allamanda, Cream Fruit, Poison Arrowvine, Spider-Tresses
ชื่ออื่น  ---บานทน,แย้มปีนัง,หอมปีนัง
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด ---แอฟริกาและเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์

---ทั่วประเทศไทย มาเลเซีย เปอร์เซีย และศรีลังกา

   เห็นชื่อคงจะทำให้ไขว้เขว เข้าใจได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ของเกาะปีนัง แต่ความเป็นจริงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอาฟริกา และแพร่พันธุ์อยู่เฉพาะท้องที่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นที่เทือกเขาคีรีมัน จาโร,ภูเขาตูมโม่และภูเขาติเบสตี้ เพียงเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับปีนังตรงไหน น่าจะเรียกตามที่เรียกกันมาก่อนว่า"บานทน"มากกว่า
        ต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร เป็นไม้ครึ่งต้นครึ่งเลื้อยแบบชมนาด ทรงพุ่มกลมทึบ มียางสีขาวทุกส่วน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่จนถึงรูปรี ยาว7-10ซม. แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน 

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย5-8ดอก รูปแตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5กลีบ ขอบกลีบเป็นรอยจีบและหยักเว้า ดอกบานมีขนาด4-5ซม. ออกดอกดกเป็นระยะตลอดปี แต่ที่ออกดอกเยอะมากตอนใกล้หนาว ดอกบานอยู่หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ดอกสีม่วงเข้มตอนเป็นดอกตูม และตอนเป็นดอกบานจะเป็นสีม่วงอ่อนสวย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือตอนกิ่ง  ปลูกได้กลางแจ้งและที่ร่มรำไร


กุหลาบเมาะลำเลิง

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Pereskia grandiflora.,Haw.
ชื่อพ้อง

---Cactus grandifolius (Haw.) Link

---Pereskia ochnocarpa Miq.

---Pereskia rosea hort. ex A.Dietr.

---Pereskia tampicana F.A.C.Weber

---Rhodocactus grandifolius (Haw.) F.M.Knuth

---Rhodocactus tampicanus (F.A.C.Weber) Backeb

ชื่อสามัญ  ---Pereskia, Rose Cactus, Pray-For-Us
ชื่ออื่น  ---กุหลาบเทียม กุหลาบแก้ว ชมพูแก้ว      
ชื่อวงศ์ ---CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---บราซิล

ชื่อ เหมือนมาจากเมืองมอญแต่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลย กุหลาบเมาะลำเลิงของจริงก็คือกุหลาบมอญ ที่ชาวมอญนำพาเข้าเมืองไทยมาจากเมืองมะละแหม่งฝรั่งเรียก Moulmein หรือที่ชาวมอญเขาเรียกเมาะลำเลิง

ปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหภาพพม่า กุหลาบเมาะลำเลิงเป็นพืชในวงศ์กระบองเพชร ที่แปลกสามารถออกใบได้อย่างใบไม้ธรรมดาพันธุ์นี้กิ่งต้นอวบหนา ใบหนาแข็งรูปใบทรงป้อมก้านใบสั้นติดกิ่งออกใบเวียนกันรอบต้น ขนาดใบยาว10-15ซม.  ต้นเป็นพุ่มอาจสูงได้ถึง 4เมตร มีหนามแข็งตามลำต้น ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งดอกสีชมพูขนาดดอกกว้าง 4ซม. พันธุ์นี้ชื่อสามัญว่า Rose cactus   


กุหลาบพุกาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Pereskia bleo (Kunth) DC.

ชื่อพ้อง

---Cactus bleo Kunth

---Pereskia corrugata Cutak

---Pereskia panamensis F.A.C.Weber

---Rhodocactus bleo (Kunth) F.M.Knuth

---Rhodocactus corrugatus (Cutak) Backeb

ชื่อสามัญ 

---Rose cactus, Wax rose, Perescia

ชื่ออื่น  ---กุหลาบเทียม
ชื่อวงศ์ ---CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง-บราซิล เม็กซิโก

พันธุ์ นี้จะมีกลีบดอกสีเฉดแดงส้ม ทรงพุ่มสูงไม่เกิน 3เมตร มักแตกหน่อเป็นกอ  ออกใบดกเนื้อใบบางใบสีเขียวเข้มตามที่เห็นในรูป ขนาดใบยาวได้ตั้งแต่8-30ซม.

ดอกเป็นดอกเดี่ยวกลีบซ้อน กัน2ชั้นขนาดดอกบานเต็มที่กว้าง4-6ซม.

                สมัย ก่อนนิยมปลูกกันมากเพราะดอกสวยและออกดอกดก แต่ตอนหลังคงถอดใจกันเพราะหนามแหลมที่โดนเข้าไปเจ็บจริงๆ แต่ถ้านำไปปลูกบริเวณที่กว้างริมรั้วก็กันคนได้นะกว่าจะลอดรั้วฝ่าดงหนาม น้ำตาคงรินหลายหยดเลยหละ

กุหลาบมอญ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Rosa x damascena Mill.
ชื่อสามัญ  ---Damask Rose
ชื่ออื่น  ---ยี่สุ่น
ชื่อวงศ์ ---ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด

 

  นี่ละ่กุหลาบเมาะลำเลิงของสาวมอญแม่เม้ยเจิง ตัวจริง แต่ชื่อสามัญกับชื่อวิทยาศาสตร์มันกลับบอกว่าเป็นกุหลาบแขกมากกว่ากุหลาบมอญ ซึ่งพันธุ์แท้ดั้งเดิมมีด้วยกันสองสีเท่านั้นคือสีแดงกับสีชมพูมีกลิ่นหอม แรงตลอดวัน

ชาวอินเดียโบราณได้สกัดเอาไปทำน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้ก่อนใครๆในโลก หัวน้ำหอมชนิดนี้สกัดมาจากกุหลาบมอญมีชื่อทางการค้าว่า Otto of Rose Bulgarian สำหรับอีกชื่อหนึ่งที่เราเคยได้ยินกันก็ คือยี่สุ่นแต่อาจไม่รู้ว่าต้นไหน ที่จริงแล้วยี่สุ่นก็เป็นกุหลาบจำพวกหนึ่งที่เรียกกันว่า กุหลาบมอญ นี่เอง

เข็มหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Ixora spectabilis Wall. ex G.Don

ชื่อพ้อง

---No synonyms are recorded for this name

ชื่อสามัญ  ----
ชื่ออื่น  ---เข็มหลวง
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเซียเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์ ---อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโจีน พม่า ไทย


ไม้ พุ่มเตี้ย ขนาดเล็ก ใบแคบยาว  ต้องมีการควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งบ้างจึงจะได้ทรงพุ่มตามต้องการและออก ดอกดก ไม้ต้นนี้   ออกดอก  ตลอดปี  แต่จะดกมากเป็นพิเศษช่วง  เดือน พฤษภาคม-เดือนสิงหาคมดอกจะออกเป็นช่อใหญ่ๆ ที่ปลายกิ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นลั่นทม ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง


เข็มอุณากรรณ

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Kopsia fruticosa A.DC
ชื่อพ้อง

---Calpicarpum roxburghii G.Don

---Cerbera fruticosa Ker Gawl.

---Cerbera fruticosa Roxb.

---Kopsia roxburghii (G.Don) Pharm. ex Wehmer

---Kopsia vinciflora Blume

---Tabernaemontana longiflora Rusby

---Tabernaemontana rosea Ten.

ชื่อสามัญ 

---Pink Kopsia, Shrub Vinca, Kopsia Merah, Pink Gardenia, Chabai Hutan

ชื่ออื่น  ---พุดชมพู, ตึ่งตาใส
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
เขตกระจายพันธุ์ ---จีน พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 3เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปขอบขนานกว้าง3.3-8ซม.ยาว7.5-18ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนรูปลิ่ม

         ดอกสีชมพูหรือสีขาวออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาว7-12ซม.มีขนสั้น ดอกบานเต็มที่ขนาด5.5ซม.กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นปลายแยก เป็น5แฉกกลีบดอกเป็นหลอดยาว4ซม.ปลายแผ่เป็น5กลีบรูปไข่กลับปลายมน เกสรผู้5อันติดอยู่ใกล้ปลายหลอดกลีบดอก รังไข่เกลี้ยงหรือมีขน ผลสีดำแดงยาว1.5-1.7ซม.ปลายผลเป็น จงอยเด่น  นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

ในสภาพธรรมชาติพบในป่าดิบหรือป่าที่กำลังคืนสภาพบนภูเขาหินปูนที่ระดับความ สูงถึง500เมตร

ระยะเวลาออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน

ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่ง

เข็มพวงขาว

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ixora finlaysoniana Wall. ex G.Don
ชื่อพ้อง

---Ixora denticulata Pierre

---Ixora denticulata Pierre ex Pit.

---Ixora findlayana B.S.Williams

---Ixora merguensis var. parvifolia F.N.Williams

ชื่อสามัญ  ---Siamese White Ixora
ชื่ออื่น  ---เข็มขาว, เข็มหอม
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้


เห็นรูปแล้วอย่าตกใจ คิดว่าลงผิด ต้นเข็มหรือนี่ทำไมมันใหญ่โตได้ขนาดนี้ ต้นเข็มพวงขาวโดยทั่วไปแล้วจะสูงอยู่ประมาณ1-3เมตรแต่ต้นนี้ต้นนี้สูงประมาณ 4-5เมตรได้ อายุไม่ต่ำกว่า30ปี คุณปู่ของลูกปลูกไว้ ตอนย้ายมาอยู่บางสะพานน้อย

ลักษณะของเข็มพวงขาว ลำต้นจะเกลี้ยง แตกกิ่งใกล้ผิวดินเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่รูปรี ขอบขนาน กว้าง3-5ซม.ยาว6-10ซม. มีหูใบระหว่างก้านใบ ผิวใบค่อนข้างหนาสีเขียวสด โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ เข็มพวงขาว เป็นดอกไม้ดอกช่อออกเป็นช่อกลมแน่นที่ปลายยอด ขนาด10-15ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยขนาด1ซม

และ เป็นพันธุ์เดียวที่ดอกมีกลิ่นหอมจัด รากก็มีกลิ่นหอมและรสหวาน แพทย์แผนโบราณใช้รากเข็มพวงขาว ต้มกินแก้โรคตา และกินเป็นยาเจริญอาหาร ผลเข็มเป็นเม็ดกลม อ่อนเป็นสีเขียว ห่ามเป็นสีแดงและแก่เป็นสีดำ เมล็ดข้างในแข็งใช้เพาะพันธุ์ได้ แต่มีโอกาสติดเมล็ดได้น้อย ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะช่วยให้แตกใบอ่อนและยอดใหญ่ ออกช่อดอกที่ปลายยอดอย่างสวยงาม

ระยะเวลาออกดอก---ตลอดปี

ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง

เข็มบุษบา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Kopsia arborea Blume
ชื่อพ้อง

---Kopsia jasminiflora Pit.

---Kopsia lancibracteolata Merr.

---Kopsia laxinervia Merr.

---Kopsia longiflora Merr.

---Kopsia officinalis Tsiang & P.T.Li

---Kopsia pitardii Merr.

---Kopsia pruniformis Rchb.f. & Zoll. ex Bakh.f.

---Kopsia scortechinii King & Gamble
ชื่อสามัญ 

---Shrub Vinca, Penang Sloe

ชื่ออื่น  ---หนำเลี๊ยบเทียม, พุดดง
ชื่อวงศ์ ---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด -----
เขตกระจายพันธุ์ ---จากอันดามันถึงจีนตอนใต้ ไทย เวียตนาม มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ชวา ฟิลิปปินส์ ถึง ออสเตรเลีย  (ควีนส์แลนด์)

             ไม้พุ่มสูง 1.5-2เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเป็นคลื่น

ดอก สีขาว ออกเป็นช่อกระจุกเชิงซ้อนที่ซอกใบและปลายกิ่ง ใบประดับ1คู่ ออกตรงข้ามรูปแถบยาว แต่ละช่อย่อยมี3ดอก ดอกกลางบานอ่อน กลิ่นหอมอ่อนๆ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบมีขนาดไม่เท่ากัน สีขาว ปลายแยกเป็น5แฉก รูปขอบขนานปลายกลม บริเวณรอบปากดอกสีแดงแกมชมพู มีขน ผลรูปกระสวยมักออกเป็นคู่ สุกสีม่วงดำ

เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเพาะเมล็ด


พุดผา

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Gardenia saxatilis Geddes

ชื่อพ้อง

---No synonyms are recorded for this name

ชื่อสามัญ  -----
ชื่ออื่น  ---ข่อยโคก ข่อยหิน ปัดหิน ข่อยด่าน
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ไทย 
เขตกระจายพันธุ์

---ลาว กัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ของประเทศไทย

ไม้พุ่ม ผลัดใบ แตกกิ่งต่ำ สูง 2-4 เมตร เจริญเติบโตช้ามาก
ตามกิ่งมีหนามแข็ง ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม.ยาว 5-8 ซม. ปลายมน โคนใบเว้าเล็กน้อย แผ่นใบด้านบนเกลี้ยง ผิวใบคายสากมือ สีเขียวอมเหลือง ด้านล่างมีขนนุ่มทั่วไป ก้านใบสั้นมากหรือเกือบไม่มีก้านใบ มีหูใบร่วมระหว่างคู่ใบ

ดอกออกเดี่ยว ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนบนผายออกแยกเป็น6 กลีบ แผ่ออกเกยกันคล้ายกังหัน ดอกบานมีขนาด 3-4 ซม. มีกลิ่นหอมออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม

รูป ที่ถ่ายมานี้ดอกเหมือนมี7กลีบ แต่จริงๆมี6กลีบ ดอกนี้กลีบดอกฉีกตั้งแต่ยังเป็นดอกตูม ตอนนั้นมีเหลืออยู่ติดต้นแค่ดอกเดียว เลยได้รูปออกมาแบบนี้ ส่วนผลเป็น ผลสด สีเขียว รูปกลมขนาด2-2.5ซม.เมื่อ่สุกสีส้ม ปลายผลมีแฉกของกลีบเลี้ยงติดทน มีเมล็ดจำนวนมาก
พุดผาเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่จังหวัดมุกดาหาร ที่ระดับความสูง 100 เมตร โดยหมอคาร์ ชาวไอริช เป็นพรรณไม้สกุลพุด ชอบขึ้นบนที่โล่งตาม ซอกหินของลานภูเขาหิน ทนแล้ง โตช้า มีเนื้อไม้แกร่ง ทรงพุ่มโปร่ง ดอกดกมีกลิ่นหอม และมีการนำมาพัฒนาเป็นไม้แคระหรือบอนไซ มีการตัดแต่งให้สวยงาม 

เมื่อ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปียังมีให้เห็นอยู่เต็มบริเวณนี้ ออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั้งป่า ต้นที่เห็นนี่ เหลืออยู่ต้นเดียวที่ใหญ่หน่อยคงขุดยากเพราะขึ้นอยู่ในซอกหิน นอกนั้นโดนแงะเอาไปหมด เหลือแต่ต้นเล็กๆสูงไม่ถึงครึ่งเมตร

............................................................

       ตอนเขียนเรื่องนี้ (พุดผา) ตอนนั้นปี2008 รูปถ่ายมาจากสถานที่ หล้งวัดเขาพระ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีมาถึงตอนนี้ปี2017 Up date ให้เป็นปัจจุบัน สถานภาพของต้นไม้ต้นนี้จากไม้ถิ่นเดียวรวมสถานภาพใหม่เข้าไปด้วยกลายเป็นไม้หายากไปเรียบร้อย ต้นเล็กต้นน้อยในถิ่นก็ไม่เหลือ


สาวสันทราย

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Clerodendrum quadriloculare Merr.
ชื่อพ้อง

---Ligustrum quadriloculare Blanco

---Clerodendrum blancoanum Fern.-Vill.

---Clerodendrum navesianum Vidal

ชื่อสามัญ  ---Quezonla, Bronze-leaved clerodendrum, Fire works, Philippine glorybower, Shooting star, Starburst bush
ชื่ออื่น  ---เกษรา จรกา ราชินีสันทราย
ชื่อวงศ์ ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---นิวกินี และฟิลิปปินส์
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน

      

ชื่อเหมือนมาจากฟิลิปปินส์ ตอนแรกๆรู้จักไม้ต้นนี้ เรียกกันว่า"เกษรา" ก็เข้าใจเอาเองว่าคงจะมาจาก
" เกซอนลา"ซึ่งเป็นชื่อสามัญ ฟังแล้วมันคล้ายๆกัน กับ เกซอนซิตี้เมืองหลวงของฟิลิปปินส์

              ทีนี้ต้นไม้ต้นนี้คงชอบอากาศเย็นทางเหนือปลูกแล้วสวยงามมากนิยมปลูกเป็นไม้ ประดับกันทั่ว ชื่อที่ตามมาคือ"สาวสันทราย"ก็เข้าใจอยู่ แต่ตอนนี้กลายเป็น"ราชินีสันทราย"ไปแระ  สำหรับชื่อจรกานี่ไม่รู้มายังไงนะ น่าจะเพราะ เวลาไม่ออกดอกนี่ คงขี้เหร่มั๊ง (เดาเอานะ) เพราะต้นนี้เวลาไม่มีดอกนี่เอาไปปลูกให้ใครโดนหาว่าเอาต้นไม้ไม่สวยไปปลูกให้ เพราะต้นแตกกิ่งเยอะ ไม่ค่อยมีใบ ลำต้นสีเทาๆสีใบด้านบนสีเขียวด้านล่างสีม่วงมองดู ธรรมดาๆ แต่ใจเราชอบนะต้นนี้น่ะหาไม่ได้ง่ายๆด้วย กว่าจะรู้ว่าต้นนี่มันสวยยังไงก็โน่น เดือนธันวา-มกรา นั่นแหละ ถึงยิ้มได้ เพราะออกดอกสวยคลาสสิคเชียว

ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มสีขาวอมม่วง ติดผลกลมสีม่วงเอาไปเพาะขยายพันธุ์ได้ ตอนกิ่งก็จะออกดอกให้ดูเร็วหน่อย

นมสวรรค์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Clerodendrum paniculatum Linn.
ชื่อพ้อง

---Caprifolium paniculatum Noronha

---Cleianthus coccineus Lour. ex B.A.Gomes

---Clerodendrum pyramidale Andrews

---Clerodendrum diversifolium Vahl

---Clerodendrum splendidum Wall. ex Griff.

---Volkameria angulata Lour.

---Volkameria diversifolia Vahl

ชื่อสามัญ  ---Pagoda Flower
ชื่ออื่น  ---พนมสวรรค์ ปรางค์มาลี ฉัตรฟ้า
ชื่อวงศ์ ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด

---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลาง

เขตกระจายพันธุ์ ---จีนตอนใต้ ไต้หวัน อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา บอร์เนียว สุลาเวสี สุมาตรา ฟิลิปปินส์ ฟิจิ

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร เป็นพืชใบเดี่ยวออกใบเป็นคู่ๆสลับทิศทางกันตามข้อต้นใบเป็น5แฉกสากระคายมือ ปลายแฉกแหลม ใบเป็นมันสีเขียวเข้มช่อดอกออกที่ปลายยอดและปลายกิ่งยาวประมาณ 30ซมหรือมากกว่านั้ถ้าต้นสมบูรณ์เต็มที่มีดอกดกและดอกออกตลอดปี.มีดอก2สีคือ ชนิด(variety)สีเหลืองหรือว่าขาวก็ได้เพราะมันออกนวลๆและสีแดงสดเป็นรูปทรง แบบช่อฉัตร 

เมือดอกแก่จะติดเมล็ดเป็นช่อฉัตรเหมือนรูปทรงช่อดอกเดิมกลีบทั้งห้ากลีบจะ เติบโตทำหน้าที่คล้ายกาบรองดอกเพราะกลีบดอกที่ติดเมล็ดจะโตขึ้นและกลายเป็น สีแดงเข้มพร้อมกับบานแอ่นลงล่างเข้าหาก้านดอกทั้ง5กลีบ ส่วนเมล็ดที่มีลักษณะกลมเหมือนสาคูเม็ดใหญ่ จะวางเด่นอยู่บนแท่นเหนือกลีบสีแดงเข้ม เมื่ออ่อนเมล็ดจะเป็นสีเขียวพอห่ามจะเป็นสีม่วงและเป็นสีดำสนิทเมื่อแก่เต็ม ที่จึงทำให้ดูคล้ายดอกไม้ช่อหนึ่งที่มีกลีบสีแดงเข้มและเกสร(ที่จริงเป็น เมล็ด)สีดำ สวยงามมาก(สีเหลืองก็เหมือนกัน)
 ดูสิดูเป็นช่อดอกสวยยังไม่ พอเป็นช่อเมล็ดก็ยังอุตส่า่ห์สวยอยู่  มีรูปดอกนมสวรรค์สีเหลืองมาให้ดูด้วยเห็นว่าหายากอยู่

นมสวรรค์ ปลูกได้ในสภาพดินเกือบทุกชนิดเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ทั้งกลาง แดด
และร่มรำไรขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำหรือแยกจากต้นที่ขึ้นจากไหลไปปลูกจะได้ผลเร็วกว่าเพาะเมล็ด


หมวกจีน

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Holmskioldia sanguinea.Retz.
ชื่อพ้อง

---Hastingia coccinea Sm.

---Hastingia scandens Roxb.

---Holmskioldia rubra Pers.

---Holmskioldia sanguinea f. aurantiaca

---Holmskioldia sanguinea f. aurantiaca

---Holmskioldia sanguinea f. citrina Moldenke

---Holmskioldia scandens Sweet

---Platunum rubrum A.Juss

ชื่อสามัญ 

---Cup & Saucer Plant, Mandarin's Hat, Chinese-Hat Plant, Parasol Flower

ชื่ออื่น  ---เรด้าร์ หมวกเจ๊ก
ชื่อวงศ์ ---LABIATAE
ถิ่นกำเนิด ---หิมาลัย
เขตกระจายพันะุ์ ---เขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตมรสุม


เป็น ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย เจริญเป็นพุ่ม สูง2-5เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นลำสี่เหลี่ยม ยาวโค้ง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเป็นคู่ตามข้อลำค้น ลักษณะใบเป็นรูปรีหรือรูปใบพลูขนาดกว้าง6ซม.ยาว10ซม.ขอบใบจักเล็กน้อย แผ่นใบบางและสากมือ

ดอก ออกเป็นช่อตามข้อลำต้นโคน ก้านใบและปลายกิ่ง ช่อละ5-20ดอก กลีบเลี้ยงรูปจานค่อนข้างกลม มีหลายสี มีเหลือง แดง  ส้ม  ดอกรูปกรวย โคนเชื่อมเป็นหลอดแคบยาวปลายแยก5แฉก ขนาดดอก2-2.5ซม.

ชอบแสงแดดจัด อากาศเย็นดินค่อนข้างแห้งระบายน้ำดี

เสียดาย ต้นไม้สวยบางต้น ตอนนำมาขายใส่กระถางมา ต้นเล็กๆ ดอกไม่มาก มองดูไม่น่าสนใจ คนไม่ซื้อ คนขายก็ไม่อยากเอามาขาย  คนขยายพันธุ์ก็ไม่รู้จะขยายไปทำไม สู้ทำต้นไม้แปลกๆใหม่ๆดีกว่า ทำเว็บนี้บอกเลย ไม่มีต้นไม้ขายหรอก แค่อยากเก็บต้นไม้เก่าๆไว้ ถ้าคนรักต้นไม้เข้ามาดู ไม่ว่าจะเก่ายังไงหากเห็นคุณค่า ก็จะซื้อหาเก็บกันเอง

ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์

ฃยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำและตอนกิ่ง


ประยงค์

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Aglalia odorata Lour.
ชื่อพ้อง

---Aglaia odorata var. microphyllina C. DC

ชื่อสามัญ 

---Chinese perfume plant, Chinese Rice Flower,

Mock Lemon

ชื่ออื่น  ---หอมไกล, พะยงค์ , ขะยง
ชื่อวงศ์ ---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม
เขตกระจายพันธุ์

---จีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย พม่า ไทย เวียตนาม ลาว

ประยงค์เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ เดียวกับลางสาด ลองกอง คอแลน ฯลฯ มีอยู่3ชนิดคือ ประยงค์ ประยงค์ป่า((A. odoratissima) และประยงค์ใบใหญ่(A.chaudocensis)
                  ประยงค์เป็นไม้พุ่มขนาดย่อมถึงขนาดใหญ่ สูง2-3เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบสีเขียวเข้มหนาเป็นมันคล้ายใบแก้วเป็นแบบใบรวม กลุ่มใบหนึ่งๆจะประกอบด้วยใบย่อย5ใบรูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก

ดอกออกเป็นเม็ดกลมๆไม่บาน ก้านดอกแตกสาขาหลายแขนงดอกสีเหลืองมีเกสรสีขาวเล็กๆอยู่ ภายใน มีกลิ่นหอมเย็นและหอมไปได้ไกล

 ผล รูปทรงกลมรี ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเหลืองอ่อน ผลสุกสีแดง เมล็ดเดี่ยว สีน้ำตาล

ประยงค์ เป็นพรรณไม้ของประเทศไทย มักพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเหมือนต้นแก้ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอน ขึ้นได้ดีในสภาพดินฟ้าอากาศเกือบทุกชนิด มีความอดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีมาก


แก้วมุกดา

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Fagraea ceilanica Thunb.
ชื่อพ้อง

---Fagraea coromandelina Wight

---Fagraea gardneri Thwaites

---Fagraea khasiana Benth.

---Fagraea malabarica Blume

---Fagraea obovata Wall.

---Fagraea prainii Gand.

---Fagraea rostrata Blume

---Fagraea sasakii Hayata

---Gardenia heteroclyta J.König ex Blume

---Hillia longiflora hort. ex Lem.

---Solandra oppositifolia Moon

---Willughbeia ceilanica Spreng.

---Willughbeia obovata Spreng.

---Winchia cirrhifera Gardner ex Thwaites

ชื่อสามัญ  ---Perfume Flower Tree
ชื่ออื่น  ---ตังติดนก นางสวรรค์ โกงกางเขา ฝ่ามือผี
ชื่อวงศ์ ---GENTIANACEAE
เขตกระจายพันธุ์ ---ทวีปเอเชีย แถบประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย และทางตอนใต้ของหมู่เกาะไต้หวัน

        

     ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น อิงอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น หรือขึ้นบนพื้นดิน หรือเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง3-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปขอบขนาน กว้าง4-7ซม.ยาว10-25ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนา เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดทั้งสองด้าน ช่อดอกออกใกล้ปลายยอด ดอกรูประฆัง โคนติดกันรูปกรวย ยาว2-5ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ หยักเว้าลึก เมื่อบานสีขาวอมเหลือง ขนาดดอกบาน5-6ซม. ผลรูปรีขนาด3-5ซม. 

    มักนำมาใช้ประกอบการจัดสวน ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมเย็นๆ ทรงพุ่มสวยตามธรรมชาติไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดแต่งกิ่งก้าน ใบใหญ่สวยสีเขียวเข้ม ไม่ค่อยมีการผลัดใบ ออกดอกอยู่เรื่อยๆเป็นระยะตลอดปี


หอมเจ็ดชั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์  -----Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
ชื่อพ้อง

---Ixora wallichii (Hook.f.) Kuntze

---Tarenna wallichii var. angustata Pierre

---Tarenna wallichii var. angustata Pierre ex Pit.

---Tarenna wallichii var. brunnea Craib

---Tarenna wallichii var. subglabra Craib

---Tarenna wallichii var. viridis Craib

---Webera wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ  -----Scent Pin Flower
ชื่ออื่น  -----หอมเจ็ดชั้น,จันทนาใบเล็ก
ชื่อวงศ์ -----RUBIACEAE
เขตกระจายพันธุ์ -----เอเซียเขตร้อน

เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสุงได้ถึง 3เมตร ดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกดอกประมาณ เดือนตุลาคมขเดือนกุมภาพันธ์ ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน หากได้รับความชื้นพอสามารถออกดอกได้ในช่วงอื่นอีก ชอบที่ที่มีแสงแดดหรือแสงแดดครึ่งวันหรือปลูกในที่ร่มรำไรได้นิยมปลูกประดับตามสถานที่ต่าง ปลูกลงดินหรือปลูกให้ออกดอกในกระถางได้

ระยะเวลาออกดอก----ตุลาคม-กุมภาพันธ์

ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง

หอมหมื่นลี้

ชื่อวิทยาศาสตร์  ----Osmanthus fragrans Lour.
ชื่อพ้อง

---Notelaea posua D.Don

---Olea acuminata Wall. ex G.Don

---Olea buchananii Lamb. ex D.Don

---Olea fragrans Thunb.

---Olea ovalis Miq.

---Olea posua Buch.-Ham. ex D.Don [Invalid]

---Osmanthus acuminatus (Wall. ex G.Don) Nakai

---Osmanthus asiaticus Nakai

---Osmanthus aurantiacus (Makino) Nakai

---Osmanthus intermedius Nakai

---Osmanthus latifolius (Makino) Koidz.

---Osmanthus longibracteatus H.T.Chang

---Osmanthus macrocarpus P.Y.Pai

ชื่อสามัญ  ----Fragrant Olive, Sweet Olive, Tea Olive.
ชื่ออื่น 

----สารภีฝรั่ง สารภีอ่างกา

ชื่อวงศ์ ----OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด ----เอเซียตะวันออก-เทือกเขาหิมาลัยและจีน
เขตกระจายพันธุ์ ไปทางใต้ของญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                

หอมหมื่นลี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานพร้อมกันทั้งช่อหากดอกออกเต็มต้นจะสวยงามมากส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ในธรรมชาติพบในดอยสูงทางภาคเหนือ แสดงว่าชอบอากาศเย็น แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ หรือในที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่ดอกจะน้อยและช่อดอกเล็ก

 

จำปีแขก

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Magnolia figo (Lour.) DC. Var. figo.
ชื่อพ้อง

---Liriodendron figo Lour.   

---Michelia figo (Lour.) Spreng.

---Magnolia fuscata Andrews

---Magnolia fuscata var. annonifolia (Salisb.) DC.     

---Magnolia fuscata var. hebeclada DC.       

---Magnolia fuscata var. parviflora (Blume) Steud.   

---Magnolia parviflora Blume           

---Magnolia parvifolia DC. 

---Michelia parviflora Deless.           

---Sampacca parviflora (Deless.) Kuntze

ชื่อสามัญ 

---Banana Shrub, Portwine Magnolia, Dwarf Chempaka, Brown-stalked Magnolia, Chinese Tulip Tree, Chempaka Ambon, Pisang-pisang, Kaum Chempaka

ชื่ออื่น  ---จำปีแขก
ชื่อวงศ์ ---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด ---จีนตอนใต้
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตกึ่งร้อนและเขตมาสุม

              เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.50 เมตร ปลายกิ่งมีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมแน่น แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่น ดอกออกที่ซอกใบ สีขาวนวลหรือสีเหลืองนวล  มักไม่ติดผลและเมล็ด ดอกออกทยอยเกือบตลอดปี ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงใกล้พลบค่ำ และ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน

 จำปีแขกชอบอยู่กลางแจ้ง หมั่นแต่งกิ่งให้ออกกิ่งใหม่จะออกดอกได้ทุกกิ่ง ถ้าปลูกในกระถางต้องใช้กระถางขนาดใหญ่และหมั่นแต่งกิ่งควบคุมทรงพุ่มให้ดี

การขยายพันธุ์ ใช้วิธีตอนกิ่งหรือทาบกิ่ง โดยใช้จำปาเป็นต้นตอ บ้างเลยเรียกว่า จำปาแขก


มุจลินท์


ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ravenia spectabilis
ชื่อพ้อง ---Lemonia spectabilis
ชื่อสามัญ  ---Ravenia Pink, Lemonia
ชื่ออื่น  ---มุจลินท์
ชื่อวงศ์ ---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ประเทศคิวบา
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง แคริบเบียน

     มุจลินท์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ตั้งแต่ 2-4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา ใบรูปยาวรี โคนปลายใบมน ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง มุจลินท์ใบเขียวดอกสีแดง ส่วนมุจลินท์ใบด่าง ดอกสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือตามยอด ออกเป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-5 ดอก  ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ชอบดินร่วนระบายน้ำดี การให้น้ำพอประมาณ แสงแดดเต็มวันหรืออยู่รำไรเล็กน้อย

ต้นที่มีใบด่างมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าRavenia spectabilis Planch. ex Griseb.

ระยะออกดอก----ตลอดปี

ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง

ประทัดใหญ่

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Quassia amara  L.
ชื่อพ้อง

---Quassia alatifolia Stokes

---Quassia amara f. paniculata (Engl.) Cronq.

---Quassia amara var. grandiflora Hemsl.

---Quassia amara var. paniculata Engl.

---Quassia crocea Vahl

---Quassia officinalis Rich..

ชื่อสามัญ  ---Stave-wood, Sีuriname wood,Amargo, Bitter-ash, Bitter-wood, Hombre grande
ชื่ออื่น  ---ปิง อมรา ประทัดจีน
ชื่อวงศ์ ---SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกาใต้-บราซิล เปรู เวเนซูเอล่า โคลัมเบีย อาร์เจนติน่า กีอาน่า และสุรินัม
เขตกระจายพันธุ์ ---ประเทศในเขตร้อน

The name amargo means "bitter" in Spanish and describes its very bitter taste.

ก็ไม่แปลล่ะนะท่าน ไม้ต้นนี้นิยมปลูกประดับทั่วไป มักพบปลูกตามสวนพฤกษศาสตร์ รูปต้นนี้ก็ได้มาจากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระเทพฯ ที่จ.ระยอง 

ประทัดใหญ่เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1.5-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากเป็นพุ่มเตี้ย เปลือกต้นเรียบ  สีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยมี 5 ใบ รูปรีหรือรูปไข่กลับ  ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบรวมสีแดงมีครีบแผ่ออกทั้งสองข้าง ใบอ่อนสีแดง ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีแดงสด กลีบดอกไม่บานจะหุ้มเกสรอยู่เป็นรูปกรวยคว่ำ ก้านช่อดอกสีแดง ผล เป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปไข่กลับ สีแดงคล้ำ

น้ำที่สกัดได้จากเนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้และยังสามารถนำมาใช้เป็นสารฆ่าแมลงได้ ซึ่งสารที่พบได้แก่สารที่มีรสขมจัด ชื่อว่า Amaroid และ Quassia ซึ่งอธิบายความหมายของประโยคภาษาอังกฤษที่ไม่ได้แปล

ระยะเวลาออกดอก----เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคมปีต่อไป

ขยายพันธุ์----- เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง

สำมะงา

ชื่อวิทยาศาสตร์ 

---Volkameria inermis L.

ชื่อพ้อง

---Clerodendrum inerme (L.) Gaertn

ชื่อสามัญ
---Bower Glory
ชื่ออื่น  ---สำมะลี สำลีงา เขี้ยวงู ส้มเนรา สำปันงา สักขรีย่าน
ชื่อวงศ์ ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง อินโดนีเชีย
เขตกระจายพันธุ์ ---ออสเตรเลีย เอเซีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ พุ่ม แต่รอเลื้อย สูง 2 เมตร มีขนนุ่มคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีกว้าง1.5-2วม.ยาว3-4.5ซม.ปลายใบทู่ ผิวใบเกลี้ยงหรืออาจมีขนประปรายทางด้านใต้ใบ

        ดอก สีขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อย 3 ดอก ก้านช่อดอกยาว2-5ซม. ดอกย่อยรูปแจกันทรงสูง สีขาวอมชมพู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 1 ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วย มีกลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาว2-3ซม.เกสรผู้4อัน และเกสรเมีย 1 อัน มีก้านเกสรเรียวยาวสีม่วงแดงยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเด่นชัด

ผลสดรูปกลมหรือไข่กลับ มี4พู ขนาด1.2-1.8ซม.ผิวเกลี้ยง มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วผล ผลอ่อนสีเขียว สุกสีดำ เมล็ดแข็งมากส่วนใหญ่มี1-4เมล็ด

ออกดอกและผลเกือบตลอดปี

เอกสารประกอบ,อ้างอิง

---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ BGO Plant Databases, The Botanical Garden OrganizationOrganization http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_page.asp

---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/

---อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=search

---เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.

---หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

---เอื้อมพร วีสมหมาย และคณะ. 2551. พรรณไม้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด.

---ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย.  http://www.thaibiodiversity.org/Life/LifeDetail.aspx?LifeID=38763

---สารานุกรมไม้ประดับในประเทศไทย(เล่ม1)โดยคณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์บ้านและสวน บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน)

---หนังสือ ไม้ประดับเพื่อการตกแต่ง(Ornamental Plants for Decoration) ศาศตราจารย์(พิเศษ)ดร.ประชิด วามานนท์

Check for more information on the species:

Plants Database ---Names, synonymy and distribution The Garden.org Plants Database https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative ---Digitized type specimens, descriptions and use หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos ---Nomenclature, literature, distribution and collections Tropicos - Home www.tropicos.org/
GBIF ---Global Biodiversity Information Facility Free and open access to biodiversity data https://www.gbif.org/
IPNI ---International Plant Names Index The International Plant Names Index - home page http://www.ipni.org/
EOL ---Descriptions, photos, distribution and literature Global access to knowledge about life on Earth Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA    ---Uses The Plant Resources of Tropical Africa https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude ---Medicinal uses Prelude Medicinal Plants Database http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images ---Images

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V

รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ

บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด

สวนเทวา  เชียงใหม่

www.suansavarose.com

www.suan-theva.com

 

 

 

 


 

 

 


 


                 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view