สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 23/09/2020
สถิติผู้เข้าชม 9,618,749
Page Views 14,685,370
 
« September 2020»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   

ไม้คลุมดินและไม้พุ่มเตี้ย

ไม้คลุมดินและไม้พุ่มเตี้ย

 ไม้คลุมดิน-ไม้พุ่มเตี้ย

ต้นไม้ ขนาดเล็กที่กิ่งก้านมักแตกจากโคนต้นเป็นกอสูงไม่เกิน60เซนติเมตร พุ่มใบแน่นปกคลุมผิวดินได้ดีมีทั้งเป็นไม้ดอก
และบางชนิดเจริญเป็นไม้เลื้อยหรือตัดแต่งเป็นพุ่มได้ส่วนไม้ที่ทอดเลื้อยไปตามผิวดินแตกรากตามข้อกิ่งก้านแผ่ไปได้ไกล หรือบางส่วนอาจ ชูยอดตั้งเป็นพุ่มแต่มีความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตรเรียกว่าไม้ผิวดิน(Terrestrial Plant)
ต้นไม้พวกนี้ บางต้นก็เคยเป็นไม้ป่า บ้างก็เป็นวัชพืช แต่ได้รับการพัฒนา จนกลายเป็นไม้ประดับ ยืนยงคงกระพันอยู่ในงานแลนด์สเคปได้อย่างดี ทั้งไม้คลุมดินและไม้ผิวดินมีความสำคัญสำหรับการปลูกตกแต่งสวนให้สวยงามขึ้น อย่างที่จะขาดเสียไม่ได้ สมมุติว่าไม่มี  มันเหมือนกินอะไรแล้วไม่มีน้ำจิ้ม จืดสนิท
สำหรับพรรณไม้ที่นิยมนำมาปลูกกันมีหลายชนิด และที่ไม่นิยมแต่น่ารู้ในบทนี้ก็มีเหมือนกัน

For information only-the plant is not for sale.


ใบเงิน, ใบทอง ,ใบนาก

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gratophyllum pictum (L.) Griff
ชื่อพ้อง---Has 7 Synonyms
---Graptophyllum picturatum W.Bull
---Justicia carayana F.Newman ex Nees
---Justicia ecbolium Blanco
---Justicia klotzschiana Hoffm. ex Nees
---Justicia picta L.
---Justicia picta var. luridosanguinea Sims
---Marama picta (L.) Raf.
ชื่อสามัญ---Caricature plant, Graptofilum
ชื่ออื่น---ใบเงิน ใบทอง ; [THAI: bai ngeon, bai thong.]; [CUBA: Guacamari, camagua, guacamayo.]; [INDIA: Kaala-aduusa, ysjudemaram.]; [INDONESIA: Wungu, daun temen-temen, handeuleum (Sundanese); daun unggu.]; [MALAYSIA: Pudding, puding, benalu, pudding benalu, demung, tulak.]; [PAPUA NEW GUINEA: Kutung, nepec.]; [PHILIPPINES: Antolang, atai-atai, balasbas, balasbas-malomai, kalpueng, kalupeng, , pasau, sarasa, ternate, yovas , morado.]; [PORTUGUESE: Graptofilo, Planta-caricata.]; [SWEDISH: Skriftblad.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวกินี เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
ใบเงิน ใบทอง และใบนากเป็น พรรณไม้ชนิดเดียวกัน โดยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบรูปรีแกมรูปไข่ แผ่นใบมีแถบหลายสี ทำให้มีชื่อเรียกต่างกันดอกมีสีม่วงแดง ส่วนดอกที่มีสีขาวประม่วงเป็นไม้ประดับอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในสกุล Pseuderanthemum L.H.Bailey ทั้งสองสกุลชอบแสงแดดครึ่งวันถึงตลอดวัน
ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อโรคได้ดี
ไม้ในกลุ่มนี้ปลูกง่ายเลี้ยงดูง่ายสามารถอยู่ในที่แจ้งแสงแดดจัดจนถึงร่มรำไร เติบโตได้ดีที่สุดในดินที่ชื้น แต่มีการระบายน้ำได้ดีซึ่งอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ การตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของใบใหม่และส่งเสริมความเป็นพุ่ม สำหรับต้นสีเข้มสีของใบไม้ เช่น นากชมพู ทองประกายแสด นากดำ ยิ่งอยู่กลางแดดจัดยิ่งสวย
ใช้ประโยชน์---มีประโยชน์ทางยาแผนโบราณหลายประเภท ใช้ปลูกประดับเป็นไม้พุ่ม ไม้คลุมดินในสวนเขตร้อนทั่วไป ปลูกเป็นไม้ประดับและป้องกันความเสี่ยงหรือปลูกเป็นไม้กระถาง
-ใช้เป็นยา การใช้งานแบบดั้งเดิม ตามเนื้อผ้า  G. pictum ถือเป็นสารทำให้ผิวนวล, resolvent, ยาระบาย, ขับปัสสาวะและต้านการอักเสบ ในคิวบาพืชถูกกำหนดในการรักษาอาการปวดหูเจ็บบวมและบาดแผล ชาวอินโดนีเซียใช้เพื่อรักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบฝีและโรคไขข้อ ทางตะวันออกและตอนกลางของอินโดนีเซียกล่าวว่ามันถูกใช้เพื่อรักษาอาการคัดตึงของเต้านมและฝีที่เต้านม  
ใบของ  G. Pictum ใช้ในการรักษาอาการท้องผูก, กอง, บวมและแผล ชาวอินเดียใช้ใบไม้เป็นสารทำให้ผิวนวลและมีฤทธิ์ในการละลาย ในมาเลเซียมีการนำใบมาต้มและดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะขับลมและบรรเทาอาการไม่สบายตับ สำหรับส่วนที่บวมให้ใช้ใบแปะเพื่อบรรเทา ดอกไม้ใช้ในการควบคุมการมีประจำเดือน
-อื่น ๆ ใบมีซาโปนินและใช้แทนสบู่ได้
ช่วงระยะเวลาออกดอก ---มีนาคม-เมษายน
ขยายพันธ์ --- ด้วยการปักชำ เพาะเมล็ด

ใบเงิน/Graptophyllum pictum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Graptophyllum pictum (L.) Griff.
ชื่อพ้อง---Justicia picta L
ชื่อสามัญ---Caricature Plant
ชื่ออื่น---ใบเงิน,ทองขาว
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---นิวกินี
เขตกระจายพันธุ์----เขตมรสุม ประเทศในเขตร้อน
ไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่งสาขาออกจากโคนต้น ลำต้นกลมเล็ก สีขาวปนเทา ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ ๆ สลับกันตามลำต้นใบรูปรี ปลายใบแหลมขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดใบกว้างประมาณ3-6 ซม.ยาวประมาณ7-10 ซม.พื้นใบสีเขียว กลางใบปนด้วยสีขาวหรือเหลืองจางๆออกดอกเป็นช่อ ส่วนยอดของลำต้นดอกเป็นหลอดยาวมีกลีบดอก 3 กลีบ ดอกสีแดงเข้ม
ระยะออกดอก---มีนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


ใบทอง/Graptophyllum pictum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Grapthophyllun pictum (L.) Griff.
ชื่อพ้อง---Justicia picta L.
ชื่อสามัญ---Gold Leaves
ชื่ออื่น---ทองลงยา
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด ---นิวกินี
เขตกระจายพันธุ์---เขตมรสุม ประเทศในเขตร้อน
ไม้ต้นขนาดเล็กทรงพุ่มขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกจากโคนต้น ลำต้นกลมเล็กสีขาวปนเทาใบเดี่ยว แตกออกเป็นคู่ๆสลับกันตามข้อของลำต้นหรือกิ่งก้าน ใบรูปหอกปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบจะมีรอยด่างเป็นสีเหลือง ขนาดใบกว้างประมาณ 3-6 ซม. ยาวประมาณ 7-10 ซม.แผ่นใบมีสีเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อสั้น ออกตามส่วนยอดของลำต้นกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีสีม่วง
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ


ใบนาก/Pseuderanthemum atropurpureum “Trycolor”

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseuderanthemum atropurpureum “Trycolor”
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---P. Kewense, Purple False Eranthemum
ชื่ออื่น---นากนอก ทองสัมฤทธิ์
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตมรสุมในเมืองร้อน
เขตกระจายพันธุ์---เขตมรสุมในเมืองร้อน
Pseuderanthemumเป็นพืชสกุลหนึ่งในวงศ์ Acanthaceae
ไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาจากโคนต้น ลำต้นกลมเล็กสีขาวปนเทา ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ ๆ ตรงกันข้ามใบรุปหอก ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบเรียบแผ่นใบสีเขียวอมม่วงสีขาวม่วงสีชมพูเข้มปนกันขนาดใบกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อสั้นออกตามส่วนยอดหลอดดอกยาวประมาณ2-3 เซนติเมตรกลีบดอก 4 กลีบ ดอกสีม่วงแดง
ปลูกง่ายในร่มหรือกลางแจ้งในกระถางหรือปลูกลงแปลง ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกแบบผสมผสาน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ


ทองคำขาว/P. carruthersi var. atropurpureum 'Variegatum'


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Pseuderanthemum carruthersii var. atropurpureum 'Variegatum'
ชื่อสามัญ---Variegated False Eranthemum
ชื่ออื่น---ทองคำขาว
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตมรสุม ประเทศในเขตร้อน
เขตกระจายพันธุ์---เขตมรสุม ประเทศในเขตร้อน
มีใบแตกต่างกันสีเขียวและสีขาวขนาดใหญ่ยาว 4-6 "และกว้าง 1-2" ดอกสีม่วงถึงชมพู สีสันสวยงามสำหรับที่ร่มหรือแดดจัด


ทองดอกบวบ/Pseuderanthemum reticulatum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseuderanthemum reticulatum (Hook.f.) Radlk
ชื่อพ้อง---has 2 Synonyms    
---Pseuderanthemum carruthersii var. reticulatum (Bull) F.R.Fosberg
---Siphoneranthemum reticulatum (Bull) Kuntze
ชื่อสามัญ---Caricature Plant
ชื่ออื่น---ทองดอกบวบ
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตมรสุมในเมืองร้อน
เขตกระจายพันธุ์---เขตมรสุมในเมืองร้อน
เป็นไม้พุ่ม ลำต้นมักเปราะบางหักง่าย มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ชอบแสงแดดจัดชอบน้ำปานกลาง ใบคู่ตรงกันข้ามมีสีสันสวยงาม ดอกมีลักษณะเป็นหลอด ปลายหลอดจะแยกเป็น 5 กลีบ ออกที่ปลายยอด
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ


ทองประกายแสด/P.carruthersii var. atropurpureum 'Variegatum'



ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Pseuderanthemum carruthersii var. atropurpureum 'Variegatum'
ชื่อสามัญ---Variegated Chocolate Plant 'Variegatum'
ชื่ออื่น---ทองแสด,ทองประกายแสด
ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตมรสุมในเมืองร้อน
เขตกระจายพันธุ์---เขตมรสุมในเมืองร้อน


   อังกาบ/Barleria cristata


ชื่อวิทยาศาสตร---Barleria cristata L.
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms    
 ---Barleria Alba G.Lodd.
---Barleria ciliata Roxb.
---Barleria dichotoma Roxb.
---Barleria indica L. ex T.Anderson
---Barleria laciniata Wall.
---Barleria lactea Desf. ex Steud.
---Barleria napalensis Nees
---Barleria nuda Nees
---Barleria prinoides Nees
---Barleria venulosa Nees
---Lepidagathis laciniata Wall. ex Nees
ชื่อสามัญ---Philippine Violet, Bluebell barleria, Crested Philippine violet
ชื่ออื่น---ก้านชั่ง คันชั่ง ลืมเฒ่าใหญ่ ทองระอา ทองระย้า อังกาบกานพลู อังกาบเมือง ; [THAI: Kaanchang, Luem thao yai, Thong ra-aa.]; [ASSAMESE: Jhinili.];[BENGALI: Janti.]; [CHINESE: Jia du juan.]; [FIJIAN: Tombithi.]; [FRENCH: Gueule de loup.]; [GERMAN: Philippinenveilchen.]; [HINDI: Jhinti, Nil jhinti, Tadrelu.]; [JAPANESE: Barureria.]; [KANNADA: Jhinte, Kuruvaka, Mullugoranta, Sairiyaka.]; [MALAYALAM: Karimkurunni.]; [MARATHI: Gokarna, Koranti.]; [NEPALI: Bhende kurro, Katsaraiya.]; [PHILIPPINES: Kolintang-violeta (Tag.).]; [PORTUGUESE: Barléria, Violeta-filipina.]; [SWEDISH: Kantax.]; [TAMIL: Cem-mulli, Mituri, Nila-c-cemmulli, Uta mulli, Vellai-nilamparam.]; [TELUGU: Gobbi, Kodi kannu, Mulu goranta, Niru goranta, Pedda gorinta.]; [TIBET: sa ha ra ca, Sa ha ratsap, Sa-ha-tsa.]; [VIETNAMESE: Hoach[oo]ng.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ พม่า ไทย กัมพูช าลาว เวียดนาม

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ : จีน และอินเดีย
ไม้ พุ่มสูง 60-120 เซนติเมตร กิ่งก้านมีขนปกคลุม ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3.5-10ซม.ยาวประมาณ 3-12 ซม.ปลายใบเรียวแหลมหรือยาว โคนใบเรียวสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีขนสั้นนุ่มกระจายอยู่ทั้งสองด้าน โดยเฉพาะตามเส้นใบ  ก้านใบสั้น มีความยาวประมาณ 0.3-2 ซม. ดอกเป็นรูปแตรปลายบานมี5กลีบ ออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือปลายกิ่ง มีหลายสีเช่น ม่วง ชมพู ขาว เหลือง และต้นสองสีในดอกเดียวกัน คือม่วงแก่สลับม่วงอ่อน สำหรับดอกสีเหลืองมีหนาม ผลเป็นฝักรูปยาวรี ปลายและโคนฝักแหลม ส่วนปลายฝักจะกว้างกว่าส่วนโคนฝัก ในฝักอังกาบมีเมล็ด 4 เมล็ด เมล็ดแบนกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 มม. มีขนแบนราบ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็น ไม้ที่เจริญได้ดีทั้งในที่ร่มหรือที่แจ้ง ชอบแดดรำไรถึงครึ่งวันในช่วงเช้าหรือแสงแดดตลอดวัน ให้ดอกดกมากไม่เรื่องมากเลือกดิน เป็นต้นไม้ที่รู้จักกันมานานแล้ว
ใช้ประโยชน์--- นอกจากการเป็นไม้ประดับยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรอีกด้วย
-ใช้เป็นยา ใบช่วยถอนพิษร้อนอักเสบแก้อาการปวดฝี รากอังกาบดอกม่วง ใช้แก้พิษงู พิษตะขาบ และแมลงป่องต่อย บำรุงธาตุ เจริญธาตุไฟ ฟอกโลหิต น้ำขมของใบหรือรากมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียขับลมและขับเสมหะ -ใช้ในการรักษาการติดเชื้อหวัดร้ายแรง
ระยะออกดอก ---กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ


อังกาบสีปูน/Barleria repens

ชื่อวิทยาศาสตร์---Barleria repens Nees
ชื่อพ้อง ---Has 2 Synonyms   
---Barleria querimbensis Klotzsch
---Barleria swynnertonii S.Moore
ชื่อสามัญ--- Coral Creeper, Red Barleria, Creeping Barleria, Small Bush Violet
ชื่ออื่น----อังกาบสีปูน ; [Ang kaap si poon.]; [AFRIKAANS: Kleinbosviooltjie.]; [CZECH: Bezlapačka.]; [MARATHI: Tambadi Koranti.]; [ZULU: Inzinziniba.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาใต้ถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---สกุลBarleriaได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Rev. James Barrelier (1606–1673) แพทย์ชาวฝรั่งเศสนักพฤกษศาสตร์ นักสะสมพืช พระชาวโดมินิกันหรือที่รู้จักกันในนามสาธุคุณเจมส์บาเรลิเยร์  ; ชื่อสายพันธุ์ repens มาจากคำภาษาละติน repo หมายถึง 'การคืบคลานและการหยั่งราก' อ้างอิงถึงนิสัยของมัน
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้เกิดขึ้นในป่าไม้ตั้งแต่ KwaZulu-Natal ขึ้นไปทางเหนือจนถึงแอฟริกาเขตร้อน (โมซัมบิก แทนซาเนีย เคนยา) ไปสู่หมู่เกาะฮาวายและออสเตรเลียตะวันออก ในประเทศต้นกำเนิดเติบโตในพุ่มไม้และป่าไม้ เจริญเติบโตได้ในที่ร่มบางส่วนบริเวณชายฝั่งและรอบ ๆ แม่น้ำที่ระดับความสูงถึง 230 เมตร
พืชชนิดนี้เป็นภัยคุกคามต่อพืชพรรณธรรมชาติในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั้งหมดของออสเตรเลีย มันสามารถก่อให้เกิดการระบาดอย่างหนาแน่นในเขตสงวนพุ่มไม้ในเมืองและยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็นวัชพืชของพืชพันธุ์
ไม้พุ่มคลุมดินขนาดเล็ก เป็นกิ่งทอดเลื้อย สูง 15 - 40 ซม. ใบรูปไข่ ปลายแหลม ยาว 2 - 4 ซม. มีสีเขียวเป็นมัน ดอกมีสีแดงอมส้ม คล้ายสีปูนแดงที่กินกับหมาก กลีบดอกกลมมน ผลไม้เป็นแคปซูลยาวแก่แล้วแตก มีเมล็ด 4 เล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดตลอดวันถึงครึ่งวัน หากปลูกในที่ร่มต้นจะยืด ข้อใบห่าง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับใช้เป็นพืชคลุมดินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ดอกไม้สีสันสวยงาม เหมาะสำหรับสวนทั่วไป
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีปักชำกิ่ง และเพาะเมล็ด


สังกรณีใบมัน/Crossandra infundibuliformis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Crossandra infundibuliformis Merr.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Justicia infundibuliformis L.
---Crossandra undulifolia Salisb.
ชื่อสามัญ---Fire cracker Flower
ชื่ออื่น---สังกรณีใบมัน ; [THAI: Sang-gor-ra-nee Bai man.]; [CHINESE: Bào zhú huā, Yān huǒ huā.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เขตร้อน
ชื่อสามัญ "ดอกไม้ไฟ" Fire cracker หมายถึงฝักเมล็ดซึ่งพบได้หลังจากดอกแห้งและมีแนวโน้มที่จะ "ระเบิด" เมื่ออยู่ใกล้ความชื้นสูงหรือฝนตก "การระเบิด" จะปล่อยเมล็ดลงสู่พื้นดินแล้วจึงสร้างต้นกล้าใหม่
ต้นสูงประมาณ 0.50-0.80เมตร ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักเป็นคลื่น สีเขียวเข้มเป็นมัน แผ่นใบย่นตามแนวเส้นใบ ดอกออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง ตามโคนก้านใบหรือส่วนยอดของต้น มีหลอดดอกเล็กๆยื่นมาจากกาบรองดอก ปลายหลอดดอกเป็นกลีบแบนไม่สมมาตร 3- 5 กลีบ เมื่อบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม.  สีของดอกไม้มีตั้งแต่สีส้มทั่วไป ไปจนถึงส้มแซลมอน หรือแอปริคอท ปะการังไปจนถึงสีแดง-เหลือง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งแสงแดดครึ่งวัน ดินร่วนปนทราย น้ำปานกลาง  เติบโตปานกลาง
ใช้ประโยชน์---นิยมปลูกประดับเป็นไม้ดอกในสวน
ระยะออกดอก---ตลอดปี พักตัวในช่วงหน้าหนาว
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดหรือปักชำ


สังกรณีใบมัน/Crossandra nilotica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Crossandra nilotica Oliv.
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms    
---Crossandra smithii S.Moore
ชื่อสามัญ---Fire cracker Flower, Crossandra
ชื่ออื่น---หญ้าหงอนไก่ หญ้าหัวนาค สังกรณีใบมัน ; [THAI: Sang-gor-ra-nee Bai man.]; [SWEDISH: Afrikansk fakirblomma.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศเขตร้อนของทวีปแอฟริกา
พืชพื้นเมืองในแอฟริกาเขตร้อน พบใน แองโกลา, บุรุนดี, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, เคนยา, มาลาวี, รวันดา, ซูดาน, แทนซาเนีย, ยูกันดา, แซมเบีย, ซาแอร์
ไม้พุ่มสูง 60-120 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกันเวียนสลับรอบต้น ใบรูปรีมนรีปลายแแหลม สีเขียวอ่อน ขนาดของใบยาวประมาณ7.5ซม.มีขนสั้นปกคลุม ดอกคล้ายสังกรณีใบมันแต่มีสีเหลืองเข้ม  ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ชั้นละ 4 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม สีเขียวมีขนอ่อนปกคลุม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดดอกเล็กๆ และแยกเป็น 5 แฉก ส่วนปลายเว้าลึกคล้ายรูปหัวใจ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง แสงแดดปานกลาง  
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ สังกรณีทั้ง2ต้นมีลักษณะเด่นคือเป็นไม้ดอกที่สามารถเจริญได้ดีในที่ร่มรำไร เพราะปกติมีไม้ดอกน้อยชนิดที่จะปลูกเลี้ยงได้ดีในที่ร่ม
ขยายพันธุ์--เพาะเมล็ดและปักชำ


สังกรณี/Barleria strigosa


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Barleria strigosa Willd.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Barleria caerulea Roxb.
---Barleria polytricha Wall.
---Barleria purpureosepala H.P.Tsui
---Pseudobarleria caerulea (Roxb.) Oerst.
---Pseudobarleria hirsuta Oerst.
---Pseudobarleria polytricha (Wall.) Oerst.
ชื่อสามัญ---Bristly Blue Barleria, Blue Barleria,
ชื่ออื่น---  ขี้ไฟนกคุ้ม (ปราจีนบุรี), กำแพงใหญ่ (เลย), กวางหีแฉะ (สุโขทัย), จุกโรหินี (ชลบุรี), หญ้าหงอนไก่ หญ้าหัวนาค (ภาคเหนือ), เพิงดี (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ; [THAI: Sang korani.]; [AYURVEDA: Sahachara (blue-flowered var.), Nilajhinti (root).]; [BENGALI: Jhaati, Kaaraajaati.]; [HINDI: Nili, Katsaraiya.]; [MALAYALAM: Nilakurnji.]; [MARATHI: Koraanti, Wahiti.]; [SANSKRIT: Artagala, Saireyakah, Nilasaireyakah.]; [SIDDHA/TAMIL: Nili.]; [TAMIL: Shemmuli.]; [TELUGU: Mullugorant, Nilambaramu.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อนุทวีปอินเดีย จีน (ยูนนาน) อินโดจีน ควีนส์แลนด์ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลๆด้รับเกียรติจากนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส J.Barlier (หรือ Barrelier) ; ชื่อสายพันธุ์เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน ''strigosus, a , um '' = ขนแข็งสั้นหนา

 

มีถิ่นกำเนิดในอนุทวีปอินเดีย จีน (ยูนนาน) และอินโดจีน เกิดขึ้นตามธรรมชาติบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 1,200 เมตร
ในประเทศไทยพบเป็นไม้พื้นล่าง บริเวณป่าดิบและ ป่าเบ็ญจพรรณ
สังกรณีเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-100 ซ.ม ลำต้นมีลักษณะหยาบ ก้านใบสีน้ำตาลแกมเหลือง ก้านใบยาว 0.7–2.5 ซม ใบป็นใบเดี่ยวขนาด 5.5–15x2.2–5.5 ซม. เรียงตรงข้ามแบบสลับ ลักษณะรูปใบ เป็นรูปรี ถึงรูปไข่แกมใบหอก ใบด้านบนเกลี้ยงเป็นมันขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อ ออกที่ง่ามใบ ไม่มีก้านดอก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ปลายแยกเป็นสองแฉก ใบประดับย่อยปลายแยกเป็น 4 แฉก ผลเป็นฝักขนาด 1.4–1.8 x ca. 0.5 ซม.  แบนเกลี้ยง สีน้ำตาล แห้งแตกได้ มีเมล็ด 4 เมล็ด รูปกลมแบน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ตำแหน่งแสงแดดจัด ดินร่วนอุดมสมบูรณ์ความชื้นสม่ำเสมอ น้ำปานกลาง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ
-ใช้เป็นยา ทั้งต้นต้มน้ำดื่มบำรุงกำลัง  ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้ แก้โลหิตกำเดา ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้กาฬ
ระยะออกดอก/ติดผล-- สิงหาคม-ธันวาคม หรือ (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
ขยายพันธุ์---เมล็ด

สังกรณีดอกขาว/Whitfieldia elongata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Whitfieldia elongata (P.Beauv.) De Wild. & T.Durand
ชื่อพ้อง--Has 6 Synonyms
---Ruellia elongata P.Beauv.
---Whitfieldia longiflora S.Moore
---Whitfieldia longifolia perglabra (C.B.Clarke) Hutch. & Dalziel
---Whitfieldia perglabra C.B.Clarke
---Whitfieldia subviridis C.B.Clarke
---Whitfieldia tanganyikensis C.B.Clarke
ชื่อสามัญ---White Candles.
ชื่ออื่น---สังกรณีดอกขาว, เทียนขาว ; [THAI: Sang korani dok khao.]; [AFRIKAANS: Indolou.]; [TANZANIA: Mbonyati.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์--- แอฟริกาเขตร้อน  
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลได้รับเกียรติจากนักพฤกษศาสตร์และนักสะสมชาวอังกฤษ Thomas Whitfield ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' elongatus , a , um '' = elongated โดยอ้างอิงถึงท่อโคโรไลน์แบบยาว


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน เกิดขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่เบนินตอนใต้และไนจีเรีย ผ่านแคเมอรูนตอนใต้ กาบองและคองโก ไปจนถึง ซาอีร์ยู กันดาและรวันดา นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นบนชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกในเคนยาและแทนซาเนีย พบในป่าเขตร้อนบ่อยครั้งตามแนวลำธารจากระดับน้ำทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 1500 เมตร
ไม้พุ่มล้มลุกอายุ1-2 ปี ในถิ่นกำเนิดสูงได้ถึง3-5เมตร ในบ้านเราจะสูงอยู่ประมาณ1.2-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรง ลำต้นและกิ่งเปราะหักง่าย  ลักษณะใบรูปไข่ยาว15-25ซม.กว้าง 4-10ซม.ออกตรงข้าม สีเขียวเข้มเป็นมัน แผ่นใบยับย่นระหว่างเส้นใบ ก้านใบยาว1-3ซม. ดอกออกเป็นช่อสีขาวที่ปลายยอดช่อดอกยาว 5-20 ซม.ก้านช่อดอกยาว1-4 ซม.มีใบประดับสีเขียวรูปไข่ยาว1.5ซม. ตามช่อดอกและกลีบดอกมีขนอ่อนสั้นๆ ผลเป็นแคปซูลยาวประมาณ 3 ซม.มีเมล็ดกลม2เมล็ดขนาด0.8ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ หรือร่วนปนทรายระบายน้ำดี ความชื้นสม่ำเสมออย่าปล่อยให้ดินแห้ง ต้นจะเหี่ยวทันที ชอบอากาศเย็นและแสงแดดรำไร จะออกดอกดีในที่ร่มต่างจากพรรณไม้ในวงศ์อื่นทั่วไปที่ต้องการแสงแดดจัดปลูกในกรุงเทพอาจจะเห็นดอกได้ในหน้าฝน ธรรมชาติของต้นนี้จะเห็นดอกได้ทั้งปีต้องอยู่ในที่ที่อากาศเย็น
ใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกรวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่นเป็นสีย้อมและใช้ไม้ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ บางครั้งก็ปลูกเป็นพืชบ้าน
-ใช้เป็นยา ยาต้มใบในไวน์ปาล์มใช้ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารและเป็นยาแก้อาหารเป็นพิษ
-อื่น ๆ ใบไม้ให้สีย้อมสีดำ ลำต้นใช้ทำแกนหมุน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด


ตรีชวา /Justicia betonica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Justicia betonica L.
ชื่อพ้อง ---Has 9 Synonyms
---Adhatoda betonica (L.) Nees
---Adhatoda cheiranthifolia Nees
---Adhatoda lupulina Nees
---Adhatoda variegata Nees var. pallidior Nees
---Justicia betonicoides C.B. Clarke
---Justicia cheiranthifolia (Nees) C.B. Clarke
---Justicia pallidior (Nees) C.B. Clarke
---Justicia pallidior (Nees) C.B. Clarke var. cooperi C.B. Clarke
---Justicia uninervis S. Moore
ชื่อสามัญ---Paper plume, Shrimp plant, Squirrel tail, Squirrel's tail, Squirreltail, White shrimp, White shrimp plant, Rose-spotted, White-flowered Justice Wort
ชื่ออื่น---ตรีชวา,  หางกระรอก, หางแมว, เขียวพระสุจริต ; [THAI: Tree Chawa, Hang kra rok, Hang meow, Kheaow phra sut cha rit.]; [ETHIOPIA: Goppe dhaliyaa.]; [FRENCH: Queue d'écureuil, Crevette blanche.]; [INDIA: Palage soppu, tellarantu, had-paata (Bihar); prameha-harati, mokandar (Madhya Pradesh).]; [INDONESIA: Ekor tupai, om rompien (Java); jukut buntut seroh (Sunda).]; [HINDI: Had-paata,Mokandar.]; [KENYA: Kipkesio.]; [MALAYALAM: Paduthamara, Vellakurunji, Vellakurinji.]; [MALAYSIA: Daun ekor tupai.]; [MARATHI: Gulabi Adulasa.]; [REUNION:  Carmantine à fleurs courtes.]; [SANSKRIT: Sveta-sahacarah.]; [SRI LANKA: Sudupuruk (Singhala).]; [TAMIL: Veli-munkil, Velimungil.]; [TANZANIA: Akech (Luo).]; [TELUGU: Tellarantu.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาเขตร้อน -แอฟริกาใต้ เอเชียเขตร้อน ; อเมริกา

 

แพร่หลายในแอฟริกาเขตร้อนแอฟริกาใต้เอเชียเขตร้อนและเปิดตัวในอเมริกามักพบการเติบโตในป่า เป็นวัชพืชตามริมถนนและในที่รกร้างว่างเปล่า พบที่ระดับความสูงถึง 2,000 เมตร
ไม้ พุ่มสูงได้ถึง0.60-1.2 เมตร ใบเดี่ยวรูปขอบขนาน ออกเป็นคู่ตรงข้ามข้อต้นขนาด 6-17.5 x 2.2-4 ซม แผ่นใบบางสีเขียวเข้ม ดอก ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งช่อหนึ่งมีก้านดอกหลายก้าน ช่อยาวประมาณ20-25ซม. ก้านดอกสีเขียวทำหน้าที่เป็นใบประดับ ดอกสีขาวหรือดอกสีม่วง ใบประดับ 3 กลีบ รูปหัวใจ สีขาวลายสีเขียว กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก ด้านบน 2 แฉก เชื่อมติดกัน ด้านล่าง 3 แฉก โคนกลีบสีม่วงเข้ม เกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่ติดกับกลีบด้านบน ผลเป็นแคปศูลขนาด 10-16 x 5-6 มม.มีเมล็ดขนาด 4-8 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ขึ้นได้ดีในดินทุกประเภท ชอบดินร่วน ต้องน้ำปานกลาง แสงแดดรำไร
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ชาวอินเดียใช้ช่อดอกรับประทาน
ใช้ปลูกประดับ ปลูกประดับสวน เป็นพืชสมุนไพร ปลูกจำนวนมากเป็นกลุ่มใหญ่จะสวยกว่าปลูกเดี่ยวๆ
-ใช้เป็นยา ใช้ในการรักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่างๆ ในอินเดียใช้ประโยชน์จากพืชในการรักษาอาการท้องร่วง -ในเคนยาใช้ใบไม้และเถ้าดอกไม้ในการรักษาอาการอาเจียนและท้องผูก-ชาวเผ่าลูในแทนซาเนียใช้ยาต้มจากพืชทั้งหมดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง-ชาวอินเดียและศรีลังกาใช้ยาพอกที่ทำจากใบของพืชบดพอกบนฝีเพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม
-อื่น ๆ ชาวอินเดียใช้ช่อดอกเป็นยาสระผม
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


ช้อนทอง/Pseudomussaenda flava

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseudomussaenda flava Verdc.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms    
Mussaenda luteola Delile, nom. Ilg.
Manettia lanceolata (Forssk.) Vahl
Mussaenda flava (Verdc.) Bakh.f.
Vignaldia luteola Schweinf., nom. super fl
ชื่อสามัญ---Yellow Mussaenda, Dwarf Mussaenda, Dwarf Yellow Mussaenda, White Wing
ชื่ออื่น---ช้อนทอง, ช่อสุวรรณ, สร้อยสุวรรณ, แก้มขาว ; [THAI: Chon thong, Sroi suwan, chor thong, Kaem khao.]; [BENGALI: Nagballi.]; [CHINESE:  Fei zhou yu ye jin hua.]; [KINYARWANDA: Usugikon Ronka.];
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตดระจายพันธุ์---แอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้และแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Pseudo =  เท็จ mussaenda ; ชื่อสายพันธุ์ flava = สีเหลืองหมายถึงสี sepal

 

พื้นเมืองจากแอฟริกาเขตร้อน (ไนจีเรีย ซาอีร์ตะวันออก เคนยา ยูกันดา เอธิโอเปีย ซูดาน) ในป่าเขตร้อนมันเกิดขึ้นที่ระดับความสูงประมาณ 750–1230
เป็น ไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่นทึบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปหอกใบมีความยาว 4- 9 ซม. กว้าง 1.5 - 3.5 ซม.  ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบเรียว ผิวใบด้านบนสีเขียวสด ก้านใบยาว 1-2 มม. ช่อดอกออกที่ปลายยอดมีใบประดับ ดอกสีเหลือง บานเต็มที่กว้าง1.5ซม.โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบ เกสรผู้5อันติดอยู่ในหลอดดอก กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยก5แฉก บางดอกมีกลีบเลี้ยงขนาดใหญ่1กลีบค่อนข้างกลม สีขาวอมเหลือง ขนาด2-2.5ซม. ปลายแหลมเป็นติ่งสั้นๆ ผลเป็นผลสดรูปขอบขนานยาวประมาณ 7 มม. กว้างประมาณ 5 มม. แยกเป็น 2 หลอด เมล็ดมีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดตลอดวันถึงรำไร แต่ถ้าปลูกในที่ที่แสงแดดไม่พอจะเป็นราง่าย ชอบดินเหนียวชื้นที่ซึมผ่านได้ดีไม่ทนน้ำท่วมขัง
ใช้ประโยชน์---นิยมปลูกเป็นกลุ่มริมทางเดิน
ระยะออกดอก --- ตลอดปี ออกดอกมาก พฤษภาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์--- ด้วยการปักชำกิ่ง


บาหยา/Asystasia gangetica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Asystasia gangetica (L.) T. Anderson
ชื่อพ้อง ---Has 15 Synonyms

-Asystasia bojeriana Nees -Intrusaria bicolor Raf.
-Asystasia coromandeliana Nees -Justicia gangetica L.
-Asystasia gangetica var. mendeliana S.R.Kundu & Mahua Pal -Justicia plumbaginea Wall.
-Asystasia plumbaginea Nees -Ruellia biloba Hochst.
-Asystasia quarterna Nees -Ruellia gangetica (L.) R.Br.
-Asystasia violacea Dalzell -Ruellia secunda Vahl
-Dyschoriste biloba Hochst. -Ruellia zeylanica Roxb.
-Tyloglossa longipes Hochst. ex Solms-Laub.

ชื่อสามัญ ---Indian Asystasia, Chinese violet, Coromandel, Creeping foxglove, Asystasia, Ganges Primrose
ชื่ออื่น---บุษบาฮาวาย, บาหยา, อ่อมแซ่บ, ผักกูดเน่า ; [THAI: Baya, Yaya (Bangkok), Phak-kaat nao (Chiang Mai).]; [CHINESE: Kaw kua chai.]; [CONGO: Ondo, Ondoko.]; [FRENCH: Herba le rail, Mange-tout, Herba pistache, Pistache marron.]; [KENYA: Atipa, Burutula, Enkosida, Fuchwe, Talakushe, Vongonya.]; [KINYARAWANDA:  Ijojwe, Urusogo.]; [MALAYSIA: Rumput bunga putih, Rumput hantu, Rumput nyonya.]; [NIGERIA: Lobiri, Inana.]; [PHILIPPINES:  Asistasiya (Tagalog); Bulak-bulak (Subanun) ; Zamboangenita.]; [PORTUGUESE: Asistasia branca.]; [SWEDISH:  Fuchwe, Mtikini, Kichwamangwo.]; [UGANDA: Lenzokobi, Odipaikong.]; [ZULU: Isihobo.].
ชื่อวงศ์ ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ --- แอฟริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Asystasia หมายถึงความไม่สอดคล้องกันและเกี่ยวข้องกับความจริงที่ว่ากลีบดอกมีความสม่ำเสมอมากหรือน้อยซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติในตระกูล Acanthaceae ; ชื่อสายพีนธุ์ gangetica มาจากแม่น้ำคงคาในอินเดียซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้น

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย และศรีลังกา แพร่กระจายใน แอฟริกาเขตร้อน ; E. เอเชีย - อินเดียผ่านเอเชียเขตร้อนไปยังอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ พบตาม ริมถนนและริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่กึ่งน้ำขังรวมทั้งพื้นที่เพาะปลูกตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 2,500 เมตร
บาหยาเป็นไม้พุ่มสูง 1-1.5 เมตร อายุหลายปี ใบเดี่ยวออกสลับเป็นคู่ตั้งฉากกัน รูปไข่แกมรี กว้าง2.5-6ซม.ยาว8-16ซม.โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อกระจะ ดอกสีม่วงอ่อน โคนกลีบสีขาวอมเหลือง ปลายกลีบแยกเป็น5แฉก นอกจากสีม่วงแล้วยังมีดอกสีอื่นอีก คือสีขาวและสีเหลืองอ่อน  ผลเป็นแคปซูลขนาด13  x 2 มม มี 2-4 เมล็ดเป็นรูปไข่แบนขนาดประมาณ 1  x 0.75 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชที่ปลูกง่ายชอบดินที่ค่อนข้างแห้งและอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดส่องถึงหรือร่มเงาบางส่วน เจริญเติบโตบนดินอัลลูเวียมชายฝั่ง, ดินร่วนปนทรายและดินเหนียว พืชสามารถเติบโตได้ในดินพรุที่มีอินทรีย์วัตถุ 85% และ pH ต่ำถึง 3.5 - 4.5 เป็นพืชที่ชอบร่มเงาการสังเคราะห์แสงที่ดีที่สุดเกิดขึ้นระหว่างแสงแดดเต็มที่ 33 - 50% และพืชสามารถเติบโตได้แม้ว่าจะมีแสงแดดเพียง 10%และมีความทนทานต่อความแห้งแล้ง
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหารและยาในท้องถิ่น บางครั้งมีขายในตลาดท้องถิ่นในช่วงฤดูฝน มักปลูกเป็นไม้ประดับและพืชคลุมดินในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
-ใช้กิน ใบและยอดอ่อน - สุก ใบและดอกรับประทานเป็นสมุนไพรหม้อ ในมาเลเซียนิยมนำใบและยอดอ่อนมาปรุงเป็นผัก ในเคนยาและยูกันดาเป็นผักยอดนิยมและปรุงด้วยถั่วและถั่วบดหรืองา
-ใช้เป็นยา พืชนี้ใช้เป็นยาแผนโบราณในหลาย ๆ ส่วนของพืช ราก แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้พิษฝีภายใน แก้ไข้เหนือ ขับลมให้ซ่านออกมาทั่วตัว ใบ แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ และเป็นพืชอาหาร ใช้กินเป็นผัก ใบและดอก สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงสายตา แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเป็นไม้ประดับในกระถาง
-อื่น ๆ พืชมีซาโปนิน เป็นฟองในน้ำใช้แทนสบู่
ระยะออกดอก-----กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์----ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


ต้อยติ่งฝรั่ง/Ruellia squarrosa


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ruellia squarrosa (Fenzi) Cufod.
ชื่อพ้อง--Has 1 Synonyms
---Basionym: Dipteracanthus squarrosus Fenzl
ชื่อสามัญ---Ruellias, Wild petunias, Minnieroot, Iron root, Feverroot, Popping pod, Cracker plant
ชื่ออื่น ---ต้อยติ่งเทศ, ต้อยติ่งน้ำ ; [THAI: Toeyting-thet, Toeyting nam.]; [DUTCH: Waterkanon.]; [INDONESIA: Kencana, Bunga kencana.]; [JAPANESE: Kebukaruirasou.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาเหนือ เม็กซิโกตอนใต้

 

เป็น ไม้พุ่มล้มลุก สูง 20-30 ซม. อายุหลายปี ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจนมีขนอ่อนขึ้นปกคลุมอยู่เล็กน้อยใบแคบเรียวซึ่งต่างจากต้อยติ่งที่เห็นทั่วไป ใบเดี่ยว ออกเรียงกันเป็นคู่ ตามข้อของลำต้น รูปมนรี ปลายมน โคนแหลม สีเขียว ขอบเรียบ หรืออาจมีคลื่นเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ หรือดอกเดี่ยวๆ ดอกสีม่วงหรือชมพู ออกตามซอกใบบริเวณส่วนยอดของต้น กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียว โคนกลีบดอกมีเชื่อมติดกันเป็นหลอดแล้วแยกออก 5 กลีบ คล้ายกรวย สีม่วง กลางดอกมีเกสร 4 ก้าน แบ่งเป็นก้านสั้น 2 ก้านและก้านยาว 2 ก้าน  ผลรียาวสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำเมื่อแก่แตกออกเมื่อโดนความชื้น ภายในผลมีเมล็ดลักษณะแบน 8-10 เมล็ด
ข้แกำหนดสิ่งแวดล้อม---เลี้ยงง่าย ชอบแดดจัดและร่มรำไรก็ปลูกได้  ดินแฉะหน่อยได้
ใช้ประโยชน์---นิยมปลูกต้อยติ่งเทศเป็นไม้ประดับคลุมดิน ใช้ปลูกประดับสวนปลูกเป็นไม้ริมน้ำได้  
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยการเพาะเมล็ด 


ฤาษีผสม/Plectranthus scutellarioides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Plectranthus scutellarioides (L.) R.Br.
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms
---Coleus aromaticus (Roxb.) Benth.
---Coleus blumei Benth.
---Coleus blumei var. blumei Benth.
---Coleus blumei var. verschaffeltii (Lem.) Lem.
---Coleus hybridus hort. ex Voss
---Coleus pumilus Blanco
---Coleus scutellarioides (L.) Benth.
---Coleus verschaffeltii Lem.
---Solenostemon scutellarioides (L.) Codd
ชื่อสามัญ---Coleus, Painted- Nettle, Painted-leaf plant, Variegated coleus, Jacob's coat.
ชื่ออื่น---ฤาษีผสม, ฤาษีผสมแล้ว (ภาคกลาง); [THAI: Ruesi phasom, Ruesi phasom laew (Central).]; [CHINESE: wu cai su.]; [FIJI: Lata, Lau lata.]; [FRENCH: Vieux garcon.]; [GERMAN: Buntblatt, Buntnessel.]; [HAWAII: Weleweka.]; [MALAYSIA: Ati-ati (Malay).]; [MAORI(Cook Islands): Televete, Terevete.]; [MEXICO: Ahijado.]; [PHILIPPINES: Mayana (Tag.); Saimayu (Sul.); Daponaya, Lapunaya, Tapunaya (Bis.); Dafronaya (Span.).]; [PORTUGUESE: Coleus de Java, Coracao magaodo.]; [SAMOA: Fāteine, La‘au fai sei, Pate.]; [SPANISH: Macho, Nene, Coleos.]; [SWEDISH: Palettblad.]; [UNKNOWN: El-nene.].  
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลคือการรวมกันของคำในภาษากรีก '' plectron '' = เดือยและ '' anthos '' = ดอกไม้โดยอ้างอิงจากรูปร่างของดอกไม้ที่ด้านหลังมีส่วนขยายที่มีรูปร่างคล้ายเดือย ; ชื่อของสายพันธุ์ได้มาจากการรวมกันของ scutellaria สายพันธุ์ที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันและจากปัจจัย '' -oeide's '' จาก  '' Eidos '' = รูปร่างลักษณะที่คล้ายกันกับ scutellaria
พบใน จีน (ฝูเจี้ยน กวางจง กวางสี) เวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลียตอนเหนือ ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน แหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายตั้งแต่ที่ราบลุ่มจนถึงภูเขา เติบโตในป่าฝน ริมฝั่งลำธารและแหล่งน้ำอื่น ๆ เขื่อนในนาข้าว พุ่ม; เขาหินปูน ป่าทุติยภูมิ ป่ามอสพื้นดินที่ถูกรบกวน ฯลฯ ที่ระดับความสูงถึง 2,900 เมตร มันถูกระบุว่าเป็น 'Invasive' ในคิวบาและหลบหนีการเพาะปลูกในเปอร์โตริโกและหมู่เกาะแปซิฟิกบางแห่ง สายพันธุ์นี้มีความทนทานต่อร่มเงาสามารถเติบโตได้ในที่อยู่อาศัยที่หลากหลายแพร่พันธุ์ได้ทั้งเมล็ดและกิ่งก้านและสามารถก่อตัวเป็นพุ่มหนาทึบ ปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นศัตรูพืชเล็กน้อยแทนที่จะเป็นวัชพืชที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง
ไม้ล้มลุกอยู่ได้1-2ปีแล้วแต่การดูแล ลักษณะลำต้น ค่อนข้างอวบน้ำสูงได้ถึง 30-100 ซม. ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบบางย่นกว้าง (1)-3-5-(10) ซม. ยาว (1)-4-7-(15) ซม. ขอบใบหยักมนมีลายสีสันสดสวยสะดุดตา ช่อดอกชูตั้งปลายยอด ยาว 5-10 ซม.ใบประดับรูปไข่ ยาว 2-3 มม.ดอกเล็กสีฟ้าผลรูปไข่หรือกลมเล็ก สีน้ำตาล เป็นมัน ยาว 1-1.2 มม.   
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ฤาษี ผสมเป็นไม้ที่มีสีสันและลักษณะใบแตกต่างกันมากมาย มีหลากหลายพันธุ์อยู่ได้ทั้งในที่แสงแดดจัดจนถึงร่มรำไร แล้วแต่ชนิด บางชนิดได้แดดจัดสีจะยิ่งสดจัดจ้าน บางชนิดได้รับแสงแดดมากสีกลับซีดไป ต้นสีสดมากๆพออยู่ในร่มจะกลายเป็นสีเขียวหรือคล้ำลง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฤาษีผสมชนิดไหน แต่ทุกชนิดจะมีจุดอ่อนเหมือนกันคือไม่ชอบดินแฉะ หมั่นตัดแต่งเสมออย่าปล่อยให้ดอกบานจนโรยคาต้น เพราะต้นจะตายให้ตัดช่อดอกทิ้งตั้งแต่เป็นดอกอ่อนอยู่
ใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหารและยาในท้องถิ่น มักปลูกเป็นไม้ประดับในสวน
-ใช้กิน ใบรับประทานสดกับขนมปังและเนยหรือนำมาลวกแล้วใส่เบียร์ท้องถิ่น
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้ ต้นและใบ  น้ำต้มเป็นยาช่วยย่อย แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ปวดภายในช่องท้อง ตับอักเสบที่มีอาการบวมตามมือและเท้า ตำพอกแก้ปวดบวม ปวดท้อง พอกต่อมต่าง ๆ ที่มีอาการบวม ยาชงใบใช้ขับระดู น้ำคั้นใบทาสมานแผล
-น้ำเลี้ยงจากลำต้นของชนิดพันธุ์ป่าใบสีม่วง-ดำ ใช้ในการสัก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ


ผักแพวแดง/Iresine herbstii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Iresine herbstii Hook.
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Iresine verschaffeltii Lem.
ชื่อสามัญ---Chicken Gizzard, Bloodleaf, Beefsteak Plant, Herbst's bloodleaf, Chicken Gizzard.
ชื่ออื่น---ผักแผ่วแดง, ผักแผ่วสวน, ผักอีแปะ, ผักแพวสวน, ละอองใบด่าง (เชียงใหม่) ; [THAI: Phak paew dang, Phak paew suan, Phak i-pae, La-ong bai dang.]; [CHINESE: Xue xian.]; [FINLAND: Kirjopunalehti.]; [INDONESIA: Bayam merah; Bayem bang.]; [JAPANESE: Marubabiyu.]; [PHILIPPINES: Dahong pula (Tag.).]; [PORTUGUESE: Iresine, Coração-magoado.];
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---ประเทศบราซิล ประเทศในเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ Herbstii ตั้งชื่อตาม Mr Herbst ผู้เผยแพร่ที่ Royal Botanic Gardens, Kew
มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา ; บราซิล แปลงสัญชาติในเขตป่าและตามเส้นทางป่าในมาเลเซียที่ระดับความสูงตั้งแต่ 500 - 1,500 เมตร
ไม้ล้มลุกต้นและใบเป็นสีแดง สูงประมาณ 50 ซ.ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบกว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. รูปโล่แกมรูปไข่ ปลายเว้าสีแดง มีแถบขวางสีชมพู ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง สีขาว ผลแห้งไม่แตก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ดินร่วนอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำดี อยู่กลางแจ้งแบบแสงแดดเต็มวันหรือครึ่งวันหรืออยู่ในร่มเงา
ใช้ประโยชน์---ใบใช้ในท้องถิ่นเป็นสีผสมอาหาร พืชมักปลูกเป็นไม้ประดับในเขตร้อน
-ใช้กิน  น้ำคั้นใบจะได้สีย้อมสีแดงที่ใช้สำหรับทำสีวุ้น
-ใช้เป็นยา ใบและลำต้นใช้รักษาบาดแผล ใบและดอกใช้เป็นยาต้มแก้ไข้ยาคลายเครียดและโรคไต
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนสีสันสวยงาม
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ในเทือกเขาแอนดีส ทางตอนเหนือของเปรูใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาด้วยเวทมนตร์ที่หมอแผนโบราณใช้เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกจากร่างกาย
ระยะออกดอก---
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


แดงชาลี/Aerva sanguinolenta


ชื่อวิทยาศาสตร์---Aerva sanguinolenta (L.) Blume
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms    
---Achyranthes sanguinolenta L.
---Achyranthes scandens Roxb.
---Aerva scandens (Roxb.) Moq.
ชื่อสามัญ---Climbing Wool-plant
ชื่ออื่น---แดงชาลี เครือข้าวตอก พันงูตัวผู้ พันงูเล็ก หญ้าดอกขาว ; [THAI: Khruea khaao tok (northern), Yaa dok khaao (central), Phan nguu yai (Saraburi).]; [AYURVEDA: Paashaanabheda Gorakshaganjaa, Aadaanpaaki, Shatkabhedi.]; [CHINESE: Báihuā xiàn.];[ECUADOR: Escancel.]; [INDONESIA: Ki sambang (Sundanese), Sambang colok, Gondang kasih (Javanese).]; [LAOS: do:k khaix ped (Luang Prabang).]; [MALAYALAM: Vallicherula.]; [SIDDHA/TAMIL: Sirupeelai.]; [VIETNAM: Mông gà , Rau chua, Mao vi dô.].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---จีนตอนใต้ ปากีสถาน อินเดีย ภูฏาน เนปาล เมียนมาร์ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
พบใน E. เอเชีย - ตั้งแต่อนุทวีปอินเดีย อินโดจีน จีนตอนใต้และไต้หวันจนถึงไทยและภูมิภาคมาเลเชีย (ชวา หมู่เกาะซันเดอ ซันดา สุลาเวสี โมลุคคัสและฟิลิปปินส์) พบได้ทั่วไปในทุ่งนาที่ถูกทิ้งร้างที่ระดับความสูงถึง 200 เมตรในเกาะชวา แต่สูงขึ้นถึง 2,000 เมตรในอินโดจีน
ไม้ล้มลุกคลุมดินอายุหลายปี สูง ประมาณ 30-40 ซม.ลำต้นแตกแขนงเลื้อยไปตามผิวดินปลายกิ่งมักชูตั้งขึ้น ต้นมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อน ใบเรียงสลับหรือตรงกันข้ามรูปไข่ - รูปไข่แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอกขนาด 1.5-7.5 ซม. × 0.5-4.5 ซม. ดอกสีขาวขุ่น ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว แต่ละช่อมีดอกย่อยติดกับก้านช่อดอกเป็นกระจุก ผลแหลมหนาแน่นและหนาไม่แตกง่าย เมล็ด 0.8-1 มม.
ข้อกำหนดสภาพแวดล้อม---ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี แต่ก็ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แดดจัด โตเร็ว
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น และบางครั้งก็ปลูกเป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ยาต้มของกิ่งอ่อนใช้ในการรักษาอาการต่างๆเช่นเลือดออก ประจำเดือนผิดปกติหรือ ปวดประจำเดือน ในอายุรเวชใช้ ยาต้มของพืชใช้ในการรักษากระเพาะปัสสาวะ ดอกและรากใช้แก้ปวดหัว
-ใช้ปลูกประดับจัดสวนเป็นไม้คลุมดินสีสันสวยงาม หลังจากออกดอกติดผลช่วงนี้ให้ตัดแต่งไว้ให้แตกใบใหม่ปล่อยให้ออกดอกใหม่หากทิ้งไว้ต้นจะโทรม
ระยะออกดอก/ติดผล---เมษายน-มิถุนายน/สิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


ประทัดแตก/Russelia equisetiformis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Russelia equisetiformis Schlecht. & Cham
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Russelia juncea (Zucc.)
ชื่อสามัญ---Fountainbush; Firecracker plant, Coral plant, Coral Fountain, Coralblow, Fountain plant.
ชื่ออื่น---ประทัดฝรั่ง, ประทัดเล็ก, ประทัดเล็ก, ประทัดจีน ; [THAI: Pra-tat farang, Pra-tat lek, Pra-tat cheen.]; [CHINESE; Bao zhang zhu, Jíxiáng huā, Hóng zhǎng huā, Huā dīngzi.]; [COLOMBIA: Cola de caballo.]; [FRENCH: Russélie fausse-prêle, Plante corail.]; [HINDI: Rasili.]; [ITALIAN: Coral de italia.]; [MAORI (Cook Islands): Menemene.]; [MARSHALL: Albokbororo.]; [MEXICAN: Cola de caballo.]; [SPANISH: Lagrima de cupido, Lluvia de coral, Lluvia de fuego.]; [TONGA: Toa.]; [VIETNAM: Hoa liễu tường.].
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้-บราซิล, กัวเตมาลา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Russelia เป็นเกียรติแก่นักธรรมชาติชาวสก๊อต อเล็กซานเดรัสเซล (1715-1768), มอบให้กับพืชและสัตว์โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์บารอนนิโคลัสฟอน Jacquin (1727-1817) ; ชื่อสปีชีส์ที่อ้างอิงถึงพืชชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกับหางม้าและคำว่า equisetiformis ในภาษาละตินแปลว่า "เหมือน Equisetum"


มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและกัวเตมาลา ในเม็กซิโกปัจจุบันมีการเพาะปลูกอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนและพร้อมแปลงเป็นธรรมชาติ ในฟิจิ มีการปลูกและแปลงสัญชาติได้อย่างอิสระในที่โล่งและตามถนนและริมถนนใกล้ระดับน้ำทะเล
ไม้พุ่มสูงได้ถึง 3 เมตรลำต้นมีข้อปล้อง แตกกอและกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น ใบมี 5 ถึง 8 ใบมักจะลดขนาดเป็นเกล็ดเชิงเส้น แต่บางครั้งรูปไข่ถึงรูปไข่ยาว 1-2.5 ซม.เรียงเป็นเส้นเล็กเรียว ปลายใบแหลมเป็นติ่ง สีเขียวสดใส กลีบเลี้ยงขนาดเล็กลึกเกือบถึงโคนรูปใบหอกถึงรูปไข่ย่อยไม่เท่ากัน ดอก ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ปลายกลีบแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีแดงสดเป็นท่อยาว 1.5-2.5 ซม. ผลทรงกลมแบบแคปซูลหรือทรงรีแบบกว้าง เมล็ดจำนวนมากเล็กเป็นรูปขอบขนาน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนซุย ปนทราย ไม่ทนน้ำท่วมขัง ปลูกในที่ได้รับแสงแดดเต็มที่เต็มวันจะออกดอกดก นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ที่มีดอกสีขาวงาช้างหรือสีชมพู เหลือง ครีม ชมพู การออกดอกจะดีที่สุดในแสงแดดอย่างน้อยครึ่งวันแม้ว่าพืชจะเติบโตได้ดีในที่ร่มลึกถึงแสงแดดจ้า


ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เหมาะกับการจัดสวนหิน หรือสวนริมน้ำจะปลูกเป็นกอเดี่ยว หรือเป็นปลูกเป็นแนวก็ได้ สามารถเป็นไม้กระถางแขวน
-ใช้เป็นยา ใช้แบบดั้งเดิมในการรักษาอาการอักเสบและความเจ็บปวด ในจีนใช้ส่วนเหนือพื้นดิน: ต่อเนื่องกล้ามเนื้อและกระดูกส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตและขจัดภาวะเลือดหยุดนิ่ง แก้ฟกช้ำแผลถูกแทง กระดูกหักและเส้นเอ็น
-อื่น ๆ สารสกัดจากใบและลำต้นของ R. equisetiformis ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง -เป็นพืชน้ำหวานที่ได้รับความนิยมมากสำหรับนกฮัมมิ่งเบิร์ดและผีเสื้อ
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤศจิกายน-มิถุนายนของปีต่อไป
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำ


เอื้องทอง/Sanchezia speciosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Sanchezia speciosa Leonard
ชื่อพ้อง ---This name is unresolved.Has 2 Synonyms   
---Sanchezia glaucophylla (hort.)
---Sanchezia spectabilis (hort.)
ชื่อสามัญ  ---Large-bract sanchezia, Shrubby whitevein, Zebra Plant, Yellow Sanchezia, Gold Vein Plantmala
ชื่ออื่น---กนกลายไทย, ม้าลาย,เอื้องทอง ; [THAI: ka-nok lai thai, Maa lai, Aueng thong.]; [FRENCH: Sanchezie.]; [PORTUGUESE: Sanquesia.]; [SPANISH: Sanchesia, Cachimbo amarillo.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- อเมริกาใต้ : โคลอมเบีย อิควาดอร์ เปรู เขตร้อนทั่วไป : สหรัฐอเมริกา [ฮาวาย, เปอร์โตริโก], หมู่เกาะคุก เฟรนช์โปลินีเซีย, ฟิจิ นิวแคลิโดเนีย, จาไมกา
นิรุกติศาสตร์----ชื่อสกุล Sanchezia เป็นชื่อที่ยกย่อง José Sanchez ศาสตราจารย์นักพฤกษศาสตร์ที่กาดิซ , สเปน (1794) ; ชื่อสายพันธุ์ คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' speciosus, a , um '' = สวยงาม
มีถิ่นกำเนิดในป่าดิบชื้นของโคลอมเบีย[Putumayo]และเอกวาดอร์ มีการแปลงสัญชาติในป่าที่มีความสูงต่ำในอเมริกากลาง แคริบเบียนและหมู่เกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก พบตามลำธาร ริมฝั่งแม่น้ำ ในขอบป่าและป่าทุติยภูมิที่ถูกรบกวน ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 200 เมตร
ไม้พุ่มขนาดกลาง อายุหลายปี โตช้า ต้นสูงประมาณ 0.5-2 เมตร ลำต้นและกิ่งรูปสี่เหลี่ยม ลำต้นสีม่วง สีเขียวหรือสีเหลือง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีถึงรูปไข่ กว้าง4-8ซม. ยาว10-25ซม.ปลายแหลม โคนสอบ ขอบจักฟันเลื่อย ใบสีเขียวมีแนวสีเหลืองตามเส้นใบ เส้นกลางใบและที่ยอดมีสีแดงเรื่อ ก้านใบอ้วนสั้น ยาว0.5-2 ซม. ช่อดอกเป็นช่อเชิงลดออกที่ปลายยอดยาว20-40ซม. ดอกเป็นหลอดสีส้มปลายบานเป็น5กลีบสั้นๆใบประดับสีแดงส้ม 2 ใบยาวไม่เกิน 4 ซม. โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 10ซม.ปลายแยก 5 แฉก ม้วนงอออกด้านนอก ผลเป็นแคปซูลรูปขอบขนานมีเมล็ดกลม6-8 เมล็ด (เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในการเพาะปลูก)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ขึ้นง่ายเลี้ยงง่าย ชอบแสงแดดจัดในที่แจ้ง ถ้าอยู่ในร่มก็มีชีวิตอยู่ได้ แต่ลายสีเหลืองจะซีดจางลงจนกลายเป็นไม้ใบสีเขียวสม่ำเสมอ สังเกตุดูได้ตามใต้ร่มไม้ใหญ่ ชอบดินที่อุดมไปด้วยอินทรีย์วัตถุเป็นกรดหรือเป็นกลาง ดินมีการระบายน้ำดี น้ำไม่เป็นด่าง ทนต่อสภาวะน้ำเค็มได้
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชสวนที่สำคัญและมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะพุ่มไม้ริมถนนหรือปลูกเป็นรั้ว หรือแนวริมรั้ว มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในการค้าพืชสวนและเรือนเพาะชำ
-ใช้เป็นยา สารสกัดจากใบและลำต้นได้รับการวิเคราะห์ว่าเป็นแหล่งที่มีศักยภาพของสารต่อต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ -ในประเทศไทยรากใช้รักษาอาการอ่อนแรงและเพิ่มความต้องการทางเพศ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่งหรือยอด


นีออน/Leucophyllum frutescens

ชื่อวิทยาศาสตร์---Leucophyllum frutescens (Bert.) Johnson
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Terania frutescens Berland
ชื่อสามัญ---Ash Plant , Barometer bush, Texas Ranger, Texas rain sage, cenizo, Texas silverleaf
ชื่ออื่น---นีออน ; [THAI: Nee-on.].
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันพกเฉียงใต้ของอเมริกาและตอนเหนือของเม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Leucophyllum มาจากภาษากรีก leucos = สีขาวและ phyllon หมายถึงสีขาวอ้างอิงสำหรับใบไม้สีขาว ; ชื่อสายพันธุ์ frutescens ฉายาเฉพาะมาจากภาษาละตินหมายถึงไม้พุ่ม อ้างอิงถึงเหมือนไม้พุ่มตามรูปแบบของพืช

 

พืชพื้นเมืองของรัฐเท็กซัสในตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและรัฐของ Coahuila , Nuevo Leónและ Tamaulipasในภาคเหนือของเม็กซิโก
ไม้พุ่มขนาดกลาง ความสูง 1-2 เมตร ทรงพุ่มกว้าง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวมีขนอ่อนนุ่มสีขาวปกคลุมเลยดูเหมือนใบเป็นสีเทา มักบิดห่อเล็กน้อย ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกรูประฆังหรือกรวยสีม่วงสดถึงม่วงแดง มี5กลีบและ2ปาก โคนกลีบดอกสีม่วงอ่อนปลายแยกเป็น5กลีบ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด ถ้าปลูกในร่มใบจะเป็นสีเขียวดูห่อเหี่ยว และออกดอกน้อยกว่าปลูกกลางแดดจัด ปลูกได้ง่ายในดินที่เป็นด่างถึงปานกลางและมีการระบายน้ำได้ดี ใส่หินปูนโดโลไมท์ในดินที่เป็นกรด พืชจะเจริญเติบโตในดินทรายที่มีความชื้นน้อยที่สุด การระบายน้ำที่ดีมากเป็นสิ่งสำคัญ ต้องหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำมากเกินไปหรือมีการระบายน้ำไม่ดี ในบริเวณที่มีฝนตกชุกควรปลูกในแปลงแบบยกสูง พืชชอบความชื้นต่ำ ทนต่อความแห้งแล้งและความร้อนได้ดีเยี่ยม อย่าใส่ปุ๋ยพืช เมื่อปลูกแล้วพืชต้องการ การบำรุงรักษาน้อยที่สุด
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับสวน ตัดแต่งกิ่งสม่ำเสมอพรวนดินใส่ปุ๋ยเป็นประจำ ต้นจะแข็งแรงให้ดอกดก ปลูกริมรั้วหรือปลูกเป็นแถว ก็ได้ มีให้เลือกหลายสายพันธุ์ได้แก่ 'Green Cloud', 'White Cloud', 'Compacta', 'Convent' และ 'Bert-Star'
ระยะออกดอก---ตลอดปี และมักออกพร้อมกันทั้งต้น ดกมากในช่วงหน้าฝน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะตอนกิ่งและปักชำ


พัดโบก/Rotheca incisa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rotheca incisa (Klotzsch) Steane & Mabb.
ชื่อพ้อง --- Has 3 Synonyms  
---Basionym: Clerodendrum incisum Klotzsch
---Clerodendrum bernieri Briq.
---Clerodendrum macrosiphon Hook.f.
ชื่อสามัญ---Do-Re-Mi Plant, Musical Note , Morning Kiss, Witches Tongue.
ชื่ออื่น---พัดโบก ; [THAI: Pat-Bok.]; [JAPANESE: Roteka inkisa.]; [MALAYSIA: Lampin Budak, Mata Kesang, Mata Kesing, Pepanggil Liar, Tambun Tasik, Timba Tasik, Tinjal Tasik (Malay).].
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---โซมาเลีย เคนยา แทนซาเนีย โมซัมบิก ซิมบับเว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลRothecaเป็นรูปแบบละตินของคำมาลายาลัม = 'small teak'.;ชื่อสายพันธุ์ incisumเป็นภาษาละติน = ‘cut’

 

มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันออก (เคนยา โมซัมบิก โซมาเลีย แทนซาเนีย ซิมบับเว)และปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อน พบตามป่าดิบชื้นและเนินทรายหนาทึบริมชายฝั่งที่ระดัยความสูง 5 - 1,000 เมตร
ไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ความ สูงประมาณ1-1.5 เมตร  ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลม สีเขียวเข้ม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดใบ 1.7-15.5 (20) x 1.2-7.5 (6.8) ซม.ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักฟันเลื่อยห่าง บางใบมีขอบเรียบทั้งใบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ช่อดอกออกเป็นช่อกระจะที่ปลายกิ่ง  5-18 ดอก ดอกสีขาวก้านดอกยาวเป็นหลอดออกไปด้านนอกทำให้มีรูปร่างเหมือนโน้ตดนตรี เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีเกสรสีม่วงเป็นเส้นยื่นออกมา ดอกร่วงเร็วมีกลิ่นอ่อนๆ ผลกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 มม.มี 3-4 แฉกไม่มีขน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ดูแลรักษาง่าย ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดเต็มวันหรือครึ่งวัน  หมั่นตัดแต่งอยู่เสมอจะให้ดอกดก การเจริญเติบโตปานกลาง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เหมาะปลูกเป็นแปลงริมลำธาร ปลูกเป็นไม้กระถาง ปลูกประดับตามแนวรั้ว
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


เทียนทอง/Duranta erecta

ชื่อวิทยาศาสตร์---Duranta erecta L.
ชื่อพ้อง---Duranta repens L.
ชื่อสามัญ---Duranta, Golden dewdrop , Sky flower , Pigeon berry, Japan Camillia, Creeping skin flower.
ชื่ออื่น---เทียนหยด, เทียนทอว, พวงม่วง, เทียนพระยาอินทร์ ; [THAI: Thiean yod, Thiean thong, Phoung moung, Thiean phraya in.]; [AFRIKAANS: Vergeet-my-nie-boom.]; [ASSAMESE: Duronta-kanta, Jeora-goch.]; [CHINESE: Jia lian qiao.]; [FRENCH: Durante dressée; Durante; Vanillier de Cayenne; Vanillier marron.]; [GERMAN: Durante, Taubenbeere.]; [INDIA: Kata mehedi.]; [INDONESIA: Sinyo nakal.]; [JAPANESE: Deyuranta; Harimatsuso; Sinyo nakal; Taiwan-rengiyô.]; [KANNADA: Neelakantha.]; [MARATHI: Piwalimendi, Piwali Mendi.]; [MEXICO: Pojkol che; Xcambocoché.]; [PHILIPPINES: Dueanta.]; [PORTUGUESE: Duranta; Fruta-de-jacú; Pingo-de-ouro; Violeteira.]; [SPANISH: Cuentas de oro; Duranta; Flor celeste; San Jacinto; Tala blanco.]; [SWEDISH: Duvbär.]; [UGANDA: Ekikomamahanga; Kawololo; Langwila.]; [VIETNAM: Thanh quan.].
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก,อเมริกาใต้,แคริบเบียน เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลได้รับการตั้งชื่อตาม Castore Durante นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีในศตวรรษที่16 ; ชื่อสายพันธุ์ '' erecta '' มาจากภาษาละติน erectus หมายถึง "ตรง" ; ชื่อสามัญคือ Golden dewdrop มาจากลักษณะของผลไม้สีทองที่ห้อยลงมาจากต้น

 

มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาตั้งแต่เม็กซิโกและแคริบเบียนทางใต้ไปจนถึงบราซิลและอาร์เจนตินา ยังมีถิ่นกำเนิดในรัฐแอริโซนา แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา ลุยเซียนาและเท็กซัสในสหรัฐอเมริกา มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก มีการแพร่กระจายในประเทศออสเตรเลีย เอเซีย, จีน, แอฟริกาใต้และหลายต่อหลายแห่งในหมู่เกาะแปซิฟิก พืชนี้ได้รับการระบุว่าเป็นวัชพืชสิ่งแวดล้อมในประเทศออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้, และจีนและอธิบายว่าเป็นรุกรานในฮาวาย, ฟิจิและFrench Polynesia ในธรรมชาติ พบได้ทั่วไปตามข้างถนนและในพุ่มไม้ ที่ความสูงตั้งแต่ 150 - 1,650 เมตร ในกัวเตมาลาเติบโตในป่าทึบป่ารองพุ่มไม้ริมถนนที่ระดับความสูงตั้งแต่ 500 - 2,600 เมตร
ไม้ พุ่มขนาดเล็ก ทรงพุ่มแน่นทึบ ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมาก เปลือกสีน้ำตาลอ่อน สูงได้ถึง 3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 1.5-2 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก แผ่นใบสีเขียวอ่อนอมเหลืองถึงสีเหลืองเข้ม ก้านใบประมาณ 1 ซม. มีขน ดอกออกเป็นช่อ ยาวประมาณ 15 ซม. ดอกมีสีม่วงอ่อน, สีขาวโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผลสดรูปกลม ขนาด 0.5-0.8 ซม. สีเหลืองส้มมันเงา มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบตำแหน่งที่มีแสงแดดจัดถึงรำไรเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี   
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ลักษณะใบสีเหลืองทองและดอกสีม่วงอ่อนเด่นสะดุดตา ทำให้เป็นที่ชื่นชอบนำมาใช้จัดสวนเป็นเวลานานแสนนานไม่มีทีท่าจะเอ้าท์ง่ายๆ นิยมปลูกเป็นกลุ่ม ปลูกเป็นแถว ปลูกเป็นแนวรั้วเป็นไม้จัดสวนที่สามารถตัดแต่งเป็นรูปทรงที่ต้องการได้ มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก ได้แก่ 'Alba', 'Aurea', 'Aussie Gold', 'Gold Mound', 'Geisha Girl' พันธุ์สีม่วงสด, 'Sapphire Showers' และ 'Variegata'
-ใช้เป็นยา มีการใช้เป็นยาในประเทศจีน ต้นใช้ในการรักษาไข้ แก้ผิวหนังคัน
-อื่น ๆ พืชใช้เป็นสารไล่แมลง
รู้จักอันตราย---หากกินผลไม้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารอาเจียนและท้องร่วง
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง (เมล็ดควรหว่านทันทีเมื่อสุกคาดว่าจะมีอัตราการงอกน้อยกว่า 20% โดยเมล็ดจะงอกภายใน 90 - 110 วัน)

หลิวไต้หวัน/Cuphea hyssopifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cuphea hyssopifolia HBK.
ชื่อพ้อง---Parsonsia hyssopifolia (Kunth) Standl.
ชื่อสามัญ---Elfin Herb, False Heater, Mexican heather, Hawaiian heather.
ชื่ออื่น---หลิวไต้หวัน ; [THAI: Lew tai wan.]; [BRAZIL: Cuféia.]; [CUBA: Cufia.]; [CZECH: Trvalka japonska myrta.]; [FRENCH: Corail.];[GERMAN: Falsches Heidekraut.]; [PORTUGUESE: Falsa-Erica.]; [SAMOA: āoa.]; [SPANISH: Cufia; Romerito; Yerba de la dicha; Yerba de la suerte.]; [SWEDISH: Isopskufea.].
ชื่อวงศ์---LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก กัวเตมาลา ฮอนดูรัสเขตร้อนทั่วไป
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากคำภาษากรีกkyphosหมายถึงโค้งหรือค่อมในการอ้างอิงถึงรูปร่างของแคปซูลเมล็ด ; ชื่อสายพันธุ์ hyssopifolia มาจากคำภาษาละตินหมายถึง" hyssop-leaved "อ้างอิงถึงใบไม้ทึ่คล้ายคลึงใบhyssop


พืชพื้นเมืองของเม็กซิโก กัวเตมาลาและฮอนดูรัส เติบโตตามขอบของลำห้วยและแม่น้ำในป่าชื้นและในบริเวณพื้นที่ที่ถูกรบกวน จากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร
ไม้พุ่มขนาดเล็กอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ 30-80 ซม. ลำต้นสีน้ำตาล รูปทรงแผ่เตี้ยแตกกิ่งเป็นพุ่ม มีขนตามกิ่ง กิ่งย่อยจะแตกออกจากกิ่งหลักสองข้างและ แผ่ออกตรงข้ามกันใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีถึงรูปใบหอก ประมาณขนาดกว้าง 0.3 ซม.ยาว 1ซม.ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ใบสีเขียวเข้ม เป็นมันดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีเขียวเชื่อมติดกัน กลีบดอกเป็นหลอด กลีบดอกมีจำนวน 5 กลีบ มีสีม่วงสด ม่วงอมชมพู  เหลือง ชมพูหรือขาว ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1 ซม.ผลแคปซูลรูปไข่ยาว 3.5 มม.มีเมล็ด 5-8 เมล็ด สีน้ำตาลแดงเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--ต้องการพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดโดยตรงแต่ไม่ตลอดทั้งวันอย่างน้อยสามหรือสี่ชั่วโมงในแต่ละวันการได้รับแสงแดดโดยตรงมากเกินไปอาจทำให้ใบของพืชชนิดนี้ซีดกว่าปกติ เจริญเติบโต ได้รวดเร็ว ขึ้นได้ดี ในดินร่วนปนทรายดินต้องมีการระบายน้ำได้ดีและชื้น โรครากเน่าเป็นปัญหาใหญ่โดยทั่วไปเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปหรือดินที่ระบายน้ำได้ไม่ดี 
ใช้ประโยชน์---ปลูกและขายเป็นไม้ประดับกันอย่างแพร่หลาย ต้นนี้ได้รับ รางวัล Garden Merit จาก Royal Horticultural Society-"Cuphea hyssopifolia". Royal Horticultural Society. Retrieved 22 July 2013.
-ใช้ปลูกประดับ นิยมใช้ปลูกเป็นไม้คลุมดินใช้จัดสวนกันมากเพราะปลูกง่าย สวยงามทนทาน เมื่อตัดแต่งจะแตกยอดใหม่เร็ว ออกดอกทุกกิ่งก้าน
-ใช้เป็นยา มีการใช้เป็นยาในเม็กซิโก ( Morales-Serna et al. 2011 ) และในบังกลาเทศ ( Rahmatullah et al., 2010 )
-อื่น ๆ ดอกไม้เป็นแหล่งสำหรับผึ้งและแมลงผสมเกสรอื่น ๆ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ แยกต้น


หลิวใบ/Phyllanthus myrtifolius

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phyllanthus myrtifolius (Wight) Muell. Arg.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms    
---Diasperus myrtifolius (Wight) Kuntze
---Basionym: Macraea myrtifolia Wight
---Phyllanthus myrtifolius Moon ex Hook. f.
ชื่อสามัญ---Mousetail plant, Myrtele-leaf, Leaf-flower, Ceylon phyllanthus, Indian phyllanthus.
ชื่ออื่น---หลิวใบ, หลิวเลื้อย, หลิวญี่ปุ่น ; [THAI: Lew bai.];[CHINESE: Liu xian ye xia zhu.]; [SINHALESE: Ganga werella.]; [TAIWAN: Xī lán yè xià zhū.];
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEA
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียและอเมริกาเขตร้อน

   

มีถิ่นกำเนิดในศรีลังกา แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียและอเมริกาเขตร้อน ปลูกเพื่อการแพทย์ใน กวางตุ้ง ไหหลำ (ไหโข่ว ว่านหนิง) ไต้หวัน (ไท่เป่ย)
ไม้พุ่มอายุหลายปี แผ่กิ่งก้านราบไปกับพื้น สูงถึง 30-50 ซม. ลำต้นและก้านใบสีแดง ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรูปแถบหรือรี ขนาดใบกว้าง 0.5 -1ซม. ยาว 2 – 3 ซม.ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบบาง ช่อดอกหลายช่อรวมกันเป็นกระจุกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกเป็นจุดกลมเล็กสีแดง กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนกลีบเลี้ยงและโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มดอก ปลายแยกเป็น 5 แฉกดอกบานเต็มที่ กว้างประมาณ 0.5 :," ผลแคปซูลสีแดงอมม่วงถึงเขียวขนาดเล็กมี 3 แฉก เมื่อแก่จะแตกได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแดดรำไรถึงแดดจัด ดินร่วนปนทราย ความชื้นสม่ำเสมอ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มักนำมาใช้ในการจัด สวนหิน สวนญี่ปุ่น สวนน้ำ ริมน้ำแต่ต้องคอยตัดแต่งให้แตกยอดใหม่อย่างสม่ำเสมอ ปล่อยทิ้งไว้นานจะดูฟูเหมือนรก นอกจากนี้ยังเป็นวัสดุที่ดีเยี่ยมสำหรับทำ shohin หรือบอนไซในร่มขนาดเล็ก
-ใช้เป็นยา ในประเทศจีนและไต้หวันมีการใช้เป็นยา
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม -สิงหาคม/สิงหาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำและตอนกิ่ง


แพรเซี่ยงไฮ้/Portulaca grandiflora

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Portulaca grandiflora Hook.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Portulaca hilaireana G. Don
---Portulaca immersostellulata Poelln.
---Portulaca mendocinensis Gillies ex Hook.
---Portulaca multistaminata Poelln.
ชื่อสามัญ---Sun-Plant, Rose moss, Eleven o'clock, Mexican rose, Moss rose, Vietnam Rose, Sun rose, Rock rose, Moss-rose purslane.
ชื่ออื่น---ดอกผักเบี้ย, แดงสวรรค์, ผักเบี้ยฝรั่ง, แพรเซี่ยงไฮ้ ; [THAI: Phrae Siang hai.]; [CHINESE: Wǔshí huā, Tàiyáng huā, Jīn sī dùjuān, Lóng xū mǔdān, Sōng yè mǔdān.]; [FRENCH: Chevalier-d'onze-heures, Pourpier à grandes fleurs.]; [GERMAN: Portulakröschen.]; [HUNGARIAN: Kossuth-Csillag, Nagyvirágú porcsin.]; [ITALIAN: Porcellana grandiflora.];[JAPANESE: Matsuba botan.] [KOREAN: Chaesonghwa.];[PORTUGUESE: Onze-horas.];[SPANISH: Verdolaga de flor.];[SWEDISH: Praktportlak.];[VIETNAMESE: Hoa mười giờ, Rau sam hoa lớn.].
ชื่อวงศ์---PORTULACACEAE
ถิ่นกำเนิ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อาร์เจนติน่า, บราซิลตอนใต้, อุรุกวัย

 

มีถิ่นกำเนิดในอาร์เจนตินาทางตอนใต้ของบราซิลและอุรุกวัย แพร่กระจายอยู่ในเขตร้อนกึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก
พืชคลุมดินขนาดเล็ก ทอดลำต้นแผ่คลุมไปตามพื้นดิน อยู่ได้นานหลายปี สูงได้ถึง10- 30 ซม แต่มักจะน้อยกว่า ลำต้น ใบ กลมและอวบน้ำแต่เปราะหักง่าย ใบมีขนาดยาวประมาณ 12–35 มม. และกว้างประมาณ 1–4 มม. มีใบย่อยเชิงเส้นเนื้อหนาและเรียงสลับดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายก้าน มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน  ดอกสีชมพูจัด สว่างสดใส กลีบดอกซ้อนกันคล้ายเยื่อแพรบางๆ
ดอกไม้มีขนาดใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 4 ซม.ดอกไม้จะบานในตอนเช้าและใช้ได้เพียงวันเดียว ผลเป็นแคปซูล  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นไม้กลางแจ้งที่ดอกดกและออกดอกตลอดขึ้นง่ายในดินทุกชนิด ขนาดพื้นทรายชายทะเล แพรเซี่ยงไฮ้ก็สามารถปลูกให้งามได้ตามปกติ
ใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชก็เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เมล็ดและใบที่กินได้ซึ่งบริโภคในท้องถิ่น มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนถึงเขตอบอุ่น
-ใช้กิน ใบ - ดิบหรือสุก, เมล็ด - ดิบหรือสุก สามารถบดเป็นผงและใช้ในซุป ฯลฯ หรือจะเติมลงในซีเรียลก็ได้
-ใช้เป็นยา ใช้ในการรักษาโรคตับอักเสบ ตับแข็ง ตับที่มีน้ำในช่องท้องบวมและปวดในคอหอย น้ำใบและลำต้นสดใช้ทาภายนอกเป็นโลชั่นกันงูและแมลงสัตว์กัดต่อยแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกและกลาก
-ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดินดอกมีสีสันสวยงาม ตามทางเท้าริมถนน นำมาใช้จัดในสวนกรวดสวนหิน สวนหย่อมได้ถูกใจ  ปัจจุบันผสมแพรเซี่ยงไฮ้ให้ดอกมีหลายสี  มี สีแดง สีส้ม สีขาว สีเหลือง ดอกเล็ก ดอกใหญ่
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


คุณนายตื่นสาย/Portulaca oleracea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Portulaca oleracea L.
ชื่อพ้อง---Has 8 Synonyms
---Portulaca neglecta Mackenzie & Bush    
---Portulaca oleracea subsp. granulatostellulata (Poelln.) Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. impolita Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. nicaraguensis Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. nitida Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. papillatostellulata Danin & Baker    
---Portulaca oleracea subsp. stellata Danin & Baker    
---Portulaca retusa Engelm.
ชื่อสามัญ---Purslane, Pussley, Common purslane, Verdolaga, Pigweed, Portulaca, Little hogweed, Red root.
ชื่ออื่น---คุณนายตื่นสาย, ผักตาโค้ง, ผักเบี้ยดอกเหลือง, ผักเบี้ยใหญ่, ผักอีหลู (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน) ; [THAI: Khun nai tuen sai, Phak ta khong,.]; [CHINESE: Mǎ chǐ cài, Wǔháng cǎo, Suān xiàn, Zhū mǔ cài, Dì mǎ cài, Mǎ shé zǐ cài, Zhǎngshòu cài, Lǎoshǔ ěr.]; [INDONESIA: Kremi (Java), Jalu-jalu bobudo.]; [JAPANESE: Suberihiyu.]; [MALAYSIA: Akulikuli-kula (Malay).]; [MYANMAR: Myet-htauk, Myay-byit.].
ชื่อวงศ์---PORTULACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาเหนือถึงตะวันออกกลางและอนุทวีปอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นชื่อที่ชาวโรมันมอบให้กับ purslane; มันมาจากportare = การพกพาและ lac = นมหมายถึงน้ำนม ; ชื่อสายพันธุ์ oleracea มาจากภาษา ละตินและเป็นรูปแบบหนึ่งของ  holeraceus (oleraceus) หมายถึง "ผัก / สมุนไพร"

 

มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางโดยขยายจากแอฟริกาเหนือผ่านตะวันออกกลางและอนุทวีปอินเดียไปยัง Malesia และ Australasia ปัจจุบันมีการโอนสัญชาติไปทั่วโลกทั้งในสภาพอากาศหนาวเย็นและร้อน พบเติบโตจากที่ราบลุ่มไปจนถึงระดับความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เป็นไม้ล้มลุกที่มีรากแก้วหนาโดยมีรากทุติยภูมิที่เป็นเส้นใย ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดินและสูงได้ถึง 25 ซม. ลำต้นมีลักษณะกลมหนาอวบน้ำและมีสีตั้งแต่สีเขียวอ่อนจนถึงสีน้ำตาลแดง ใบซึ่งอาจเรียงสลับกันหรือตรงกันข้ามเป็นกระจุกที่ข้อต่อและปลายลำต้น ใบรีรูปมนหรือรูปไข่กว้างประมาณ 0.2-0.3 ซม. ยาวประมาณ 2. ซม. สีเขียวปนแดงเรื่อ ดอกมีลักษณะ 2 แบบ คือ ดอกชั้นเดียว และดอกซ้อน ดอกมีหลายสี กลีบบอบบาง ดอกบานเพียงไม่กี่ชั่วโมงในตอนเช้าที่มีแดดจัดระหว่าง 8.00 - 11.00 น. และจะเหี่ยวเฉาในช่วงบ่าย  ผลเป็นฝักเล็ก ๆ ซึ่งจะเปิดเมื่อเมล็ดโตเต็มที่
พันธุ์ดอกซ้อนจะมีกลีบเล็กฟูอยู่ตรงกลางดอก แต่ไม่ค่อยเด่น สู้ต้นดอกชั้นเดียวไม่ได้ ถ้าได้รับแสงแดดจัดตลอดวันจะมีพุ่มแน่นและดอกดก คุณนายตื่นสายเป็นไม้พวกปอร์ตูลากาเหมือนแพรเซี่ยงไฮ้ แต่ความทนจะสู้แพรเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ เป็นไม้ที่มีอายุหลายปีก็จริง แต่ถ้าปลูกไปนานๆต้นจะเลื้อยยาวไม่เป็นพุ่ม ต้องตัดแต่งใหม่หรือเด็ดยอดไปชำใหม่ อาการนี้เป็นในที่ที่มีแสงแดดน้อยด้วย
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ทั่วยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียและเม็กซิโก ใช้ใบเป็นผักใบได้ ใบมีรสเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อย ใบ ลำต้นและตาดอกเป็นอาหารที่กินได้ทั้งหมด อาจกินเป็นส่วนผสมของสลัดหรือผัดหรือปรุงเหมือนผักโขมก็ได้และเนื่องจากใบเป็นเมือกจึงสามารถใช้ในซุปและสตูว์ได้ ในกรีซใบและลำต้นผัดกับเฟต้า ชีส มะเขือเทศ หัวหอม กระเทียม ออริกาโนและน้ำมันมะกอก เมล็ดสีดำเล็ก ๆ มีโปรตีนสูงถึง 20% และไขมัน 16% เป็นอาหารที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งของคนพื้นเมืองในออสเตรเลียตอนกลาง เมล็ดถูกแปรรูปโดยการทุบด้วยหินจนเป็นแป้ง แป้งที่ได้จะถูกทำให้เป็นแดมเปอร์
-ใช้เป็นยา ถูกใช้เป็นพืชสมุนไพรมานานหลายศตวรรษ ส่วนที่ใช้ ทุกส่วนของ purslane เริ่มจากลำต้นรากและใบ ทั้งสดหรือแห้ง ในทางการแพทย์แผนจีนเรียกว่าMa Chi Xian (ดอกบานไม่รู้โรย) พืชมีกรดไขมันโอเมก้า 3 วิตามิน A, B, C และ E ในปริมาณสูงโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียมและลิเธียมซึ่งเป็นยากล่อมประสาทตามธรรมชาติ -ใบใช้ในการรักษาโรคไต ยังเป็นยาระบายและย่อยอาหาร-ใช้ภายนอกใบบดหรือน้ำของพืชจะถูกนำไปใช้โดยตรงกับผิวหนังเพื่อรักษาแผลไฟไหม้ แมลงกัดต่อย แผลและสิว
-ใช้ปลูกประดับ ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกประดับคลุมดินในแปลงจัดสวนหรือปลูกในกระถาง
-อื่น ๆ พืชนี้ยังใช้เป็นอาหารสัตว์ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์และสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในไข่ไก่
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


โคลงเคลงเลื้อย/Dissotis rotundifolia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Heterotis rotundifolia (Sm.) Jacq. -Fél.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
----Dissotis plumosa (D. Don) Hook. f.
----Dissotis rotundifolia (Sm.) Triana.
----Melastoma plumosum D. Don.
----Osbeckia rotundifolia Sm.
ชื่อสามัญ---Spanish Shawl, Trailing Glory Flower, Pinklady, Trailing dissotis.
ชื่ออื่น---โคลงเคลงเลื้อย [SPANISH: Flor princesa; Manta española; Mantilla española; Mantón español.]; [AUSTRALIA: Trailing tibouchina.]; [PALAU: Meseki.];
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์--- เขตร้อนของทวีปแอฟริกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากคำภาษากรีก ' mela ' หมายถึงสีดำและstoma = ปาก อ้างอิงถึงปาก , การกินผลเบอร์รี่สีน้ำเงินอมม่วงที่กินได้และจะทำให้ปากเป็นสีดำ
สกุลHeterotisรวมประมาณ 23 ชนิดส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตร้อน สายพันธุ์H. rotundifoliaยังได้รับการปฏิบัติเหมือนDissotis rotundifolia ( USDA-ARS, 2013 )
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อนตั้งแต่เซียร์ราลีโอนไปจนถึงแองโกลารวมถึงคองโก ซิมบับเวและโมซัมบิก  มีสัญชาติในออสเตรเลียเปอร์โตริโกคอสตาริกาและหมู่เกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก เติบโตในที่ชื้นหรือชื้นในป่า (ใต้ร่มเงาไม้) และตามลำธาร ริมถนน พื้นที่ที่ถูกรบกวนและบางครั้งก็อยู่บนโขดหินหรือเลื้อยไปตามก้อนหินในป่าเปิด ( Prota4U, 2013 ) ในเขตเมืองปลูกในสวนเป็นไม้ประดับและไม้คลุมดิน จากระดับน้ำทะเลสูงถึง 1,400 เมตร มีศักยภาพในการเติบโตเป็นผืนหนาแน่นซึ่งแทนที่พืชพันธุ์พื้นเมืองและเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของพันธุ์พื้นเมืองในป่าชั้นล่างรวมทั้งในพื้นที่โล่งริมถนนและพื้นที่ที่ถูกรบกวน
ไม้คลุมดินอายุหลายปี ลำต้นกิ่งก้านสีม่วงแดงอวบน้ำมีขน รากแตกออกตามข้อ เจริญไปตามผิวดินได้ไกล1-2 เมตร ใบเดี่ยวออกแบบเรียงสลับตรงข้ามกันที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-7 ซม. กว้าง 0.8-4 ซม. แผ่นใบค่อนข้างหนาสีเขียวเข้มรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ มีขนสั้นๆ สีขาวปกคลุมอยู่ทั่ว ก้านใบ ยาว -2.5 ซม. ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวๆ บริเวณซอกใบที่ปลายยอด กลีบดอกสีม่วงสด หรือม่วงอมชมพู ผลรูปทรงรียาวประมาณ 1 ซม. และกว้าง 0.9 ซม. เมล็ดยาวประมาณ 1 มม มีขนคล้ายหนามปกคลุม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดเต็มวันหรือครึ่งวัน ชอบดินร่วนเป็นกรดอ่อนๆ ชอบดินที่มี pH ตั้งแต่ 6 (เป็นกรดเล็กน้อย) ถึง 7.5 (เป็นกลาง) ระบายน้ำดี
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นไม้ประดับและเป็นพืชคลุมดินเพื่อรักษาเสถียรภาพของดิน-ในสิงคโปร์และคอสตาริกามักมีการใช้เป็นพืชคลุมดิน
-ใช้เป็นยา  ในแอฟริกามีการใช้ยาแผนโบราณเพื่อรักษาโรคเช่นโรคไขข้อและโรคท้องร่วง ( Prota4U, 2013 ) -การทดสอบทางคลินิกโดยใช้H. rotundifolia แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากใบและลำต้นมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ( Abere, 2010 )
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง

หีบไม้งาม/Boxwood Beauty


ชื่อวิทยาศาสตร์---Carissa grandiflora (E.Mey) A.DC. cv. Boxwood Beauty
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Carissa macrocarpa (Eckl.) A.DC.
ชื่อสามัญ---Boxwood Beauty, Natal Plum
ชื่ออื่น---จีบไม้งาม ; [THAI: Cheep mai ngam.]; [CHINESE: Kǎ lì sā, Dà huā kǎ lí, Dà huā jiǎ hǔ cì, Jù huā jiǎ hǔ cì, Měiguó yīngtáo.];
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ---เขตร้อนทั่วไป-แอฟริกาใต้
'Boxwood Beauty' เป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้แคระหลายสายพันธุ์ของCarrisa macrocarpa (Natal Plum)
มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ชายฝั่งของนาตาลแอฟริกาใต้และได้รับการเพาะปลูกในดินแดนในแถบTransvaal.
ไม้พุ่ม รอเลื้อยขนาดเล็กสูง 0.30-0.50 เมตร แต่ถ้าอายุมาก แก่มากอาจสูงได้ถึง 2 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ลำต้นและกิ่งมีหนามออกตามข้อ หนามตรงส่วนปลายแยกเป็นสองแฉก ยาวได้ถึง3ซม. ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่เกือบกลมปลายใบมนมีติ่งหนามสั้น โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา แข็งสีเขียวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่งช่อละ1-3ดอก  ดอกบานเต็มที่ขนาด2-3 ซม. ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน แต่จะหอมมากช่วงอุณหภูมิต่ำหรือแดดอ่อน ผลสดแบบมีเนื้อทรงกลมแป้นขนาด2-4 ซม.มีสีเขียวและมีน้ำยางข้นเมื่อยังไม่สุก เมื่อมันสุกผิวที่เนียนนุ่มจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง ภายใน1ผล มี 6-16 เมล็ด เมล็ดขนาดเล็กบางแบนสีน้ำตาล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ต้องการตำแหน่งที่แสงแดดจัด ดินอุดมสมบูรณ์ดี น้ำปานกลาง ทนทานต่อความแห้งแล้งในระดับปานกลางและสามารถทนไอเกลือและดินเค็มได้
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้กินได้ มีวิตามินซีและโพแทสเซียมในปริมาณสูง ผลสุกเต็มที่ใส่น้ำตาลทรายและฆ่าเชื้อในขวดโหล นำไปทำเป็นแยม ซิรัปหรือผักดองหวาน- เยลลี่ทำจากผลไม้ที่สุกเล็กน้อยหรือผลไม้ที่สุกและไม่สุกเพื่อเพิ่มสีสัน เมล็ดเหมาะสำหรับสลัดผลไม้เพิ่มเจลาตินและใช้เป็นท็อปปิ้งเค้กพุดดิ้งและไอศกรีม สามารถปรุงเป็นซอสหรือใช้ในพายและทาร์ต
-ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้พุ่มคลุมดินได้ มีความโดดเด่นที่ใบและลีลาต้นส่งผลทำให้เป็นที่นิยม ปลูกประดับสวนหิน ริมน้ำตก ลำธาร เป็นพืชตกแต่งสวนริมทะเลได้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง


ข้าวตอกพระร่วง/Serissa japonica

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ligustrum sinense Lour. cv. Variegata
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---Chinese Ligustrum, Chinese Privet, Hedge Privet, Small leaved Privet.
ชื่ออื่น---ข้าวตอก, ข้าวตอกพระร่วง, เกร็ดแก้วต้น ; [AFRIKAANS: Chinese liguster.]; [ARGENTINA: Ligustrina.]; [CHINESE: Xiao la.]; [FRENCH: Troène de Chine.]; [GERMAN:  Liguster, Chinesischer.]; [ITALIAN: Ligustro della China.]; [PORTYGUESE: Ligustrinho, Ligustrio.]; [SWEDISH: Kinesisk liguste.].
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Ligustrum หมายถึง 'สารยึดเกาะ' ถูกตั้งชื่อโดย Pliny and Virgil.
มีถิ่นกำเนิดในจีน ไต้หวันและเวียดนามนอกจากนี้ยังเป็นสัญชาติในแอฟริกาใต้หมู่เกาะ Mascarene ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ หมู่เกาะแปซิฟิก Réunion หมู่เกาะอันดามัน ,เกาะนอร์โฟล์ค ,คอสตาริกา ,ฮอนดูรัส ,ปานามาและ ภาคตะวันออกและภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา (จากเท็กซัสและฟลอริด้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แคนซัส ,อิลลินอยส์ ,รัฐนิวเจอร์ซีย์ , แมสซาชูเซตและคอนเนตทิคัต )
เป็น ได้ทั้งไม้พุ่มเล็กและไม้คลุมดิน ต้นสูง ประมาณ0. 60-2 เมตร  เป็นไม้พุ่มทึบแตกกิ่งก้านสาขาได้มาก ลำต้นสีเทาถึงสีน้ำตาล ระบบรากตื้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปรี ยาว 2-7 ซม.กว้าง 1-3 ซม. ปลายใบมน ก้านใบสั้น ใบเรียบหรือย่นเล็กน้อย ขอบใบมีสีขาว กลางใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวอ่อนก้านใบยาว 2–8 มม. ดอกมีสีขาวกลีบเลี้ยงมี 4 แฉกยาว 3.5–5.5 มม. ผลรูปทรงรีถึงทรงกลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5–8 มม. มีเมล็ด1-4 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---แสงแดดเต็มวันถึงครึ่งวัน ชอบอากาศเย็น การดูแลเอาใจยากเล็กน้อย น้ำมากไปจะทิ้งใบ น้ำน้อยไปจะทิ้งใบ ร้อนจัดแดดแรงทั้งวันจะทิ้งใบหนาวเกินไปจะทิ้งใบ เป็นว่าถ้าทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติเมื่อไหร่ก็จะแตกใบใหม่ เห็นทิ้งใบแล้วดูแลทันทีก็จะไม่ตายง่ายแต่การเจริญโตช้า
ใช้ประโยชน์----ใช้ปลูกประดับเป็นไม้พุ่มหรือไม้คลุมดิน ปลูกเป็นแปลงหรือปลูกเป็นไม้กระถาง ต้นนี้ในรูปเป็นพันธุ์ใบด่าง มีพันธุ์ใบเขียวหมดแต่ไม่ค่อยเจอ ต้นนี้ปลูกแล้วสวยดี ราคาสูงกว่าไม้คลุมดินทั่วไปในขนาดเดียวกัน (2008)นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นต้นไม้ บอนไซยอดนิยม
รู้จักอันตราย---ทั้งใบและผลไม้มีรายงานว่าเป็นพิษต่อมนุษย์และปศุสัตว์ แต่ไม่ทราบหลักการที่เป็นพิษอย่างแน่นอน
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-มกราคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง


หัวใจม่วง/Tradescantia pallida


ชื่อวิทยาศาสตร์---Tradescantia pallida (Rose) D.R.Hunt
ชื่อพ้อง --- Has 2 Synonyms  
---Basionym: Setcreasea pallida Rose
---Setcreasea purpurea Boom
ชื่อสามัญ---Wandering jew ,Purple secretia, Purple-heart, Purple queen
ชื่ออื่น----หัวใจสีม่วง, หัวใจสีม่วง, หัวใจราหู ; [CZECH: Podeňka.]; [CUBA: Cucaracha americana.]; [COSTA RICA: Cucaracha, Saprissa.]; [GERMAN: Mexikanische Dreimasterblume.]; [PORTUGUESE: Coração-roxo, Trapoeraba-Roxa.]; [PUERTO RICO: Cohitre morado.]; [SPANISH: Amor de hombre, Morada, Niña en barca, Purpurina.]; [SWEDISH: Purpurblad.].
ชื่อวงศ์---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก เขตร้อนทั่วไป
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Tradescantia ได้รับการตั้งชื่อตามหนึ่ง (หรืออาจทั้งสองอย่าง) ของทีมพ่อและลูกJohn Tradescant the elder (ประมาณ ค.ศ. 1570–1638) และ John Tradescant the younger (1608–1662) พวกเขาเป็นชาวสวนผู้นำเข้าพืชแปลกและนักสะสม ; ชื่อสายพันธุ์มาจากภาษาละติน pallida หมายถึง "ซีด" ; ชื่อสามัญ " ยิวพเนจร "( Wandering jew)ใช้ร่วมกับสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดTradescantia fluminensisและTradescantia zebrina. ชื่อนี้มาจากคติชนของคริสเตียนยุคกลางประมาณศตวรรษที่ 13
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางซึ่งเกิดขึ้นจากรัฐตาเมาลีปัสทางตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโกไปจนถึงนิการากัว ในถิ่นกำเนิดเติบโตในป่าผลัดใบ ในเขตจากชายฝั่งทะเลถึงระดับความสูงประมาณ 600 เมตร
หัวใจ ม่วงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “หัวใจราหู” เป็นไม้เลื้อยคลุมดินเนื้ออ่อน ลำต้นมีข้อปล้อง เนื้อในมียาง อาจเลื้อยตามดินได้ไกล 0.40-1 เมตร ใบเป็นรูปหอกหรือรูปขอบขนาน ใบขนาดยาวประมาณ  17 ซม.และกว้าง 2.5 ซม. ออกเรียงสลับตรงข้าม ตามความยาวของลำต้น แผ่นใบมีลักษณะอวบน้ำ ชูตั้งเฉียงกับลำต้น ขอบใบเรียบตรง โคนใบใหญ่ ปลายใบแหลม แผ่นใบงุ้มเข้าหากลางใบ แผ่นใบทั้งด้านล่าง และด้านบนมีสีม่วง และมีขนปกคลุมทั่วทั้งแผ่นใบ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็กบริเวณซอกใบที่ปลายยอด ตัวดอกประกอบด้วยกลีบดอก 3 กลีบ โคนกลีบเรียงซ้อนทับกัน กลีบดอกมีลักษณะ 3 เหลี่ยม ปลายกลีบแหลม แผ่นกลีบดอกทั้งด้านบนด้านล่างมีสีชมพูอมม่วงทั้งหมด ตรงกลางมีเกสรเพศผู้สีเหลือง 6 อัน เกสรเพศเมียสีขาว 1 อัน ผลไม้เป็นแคปซูลเกลี้ยงยาว 4-5 มม.มักไม่ค่อยติดผลหรือเมล็ดให้เห็น
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ชอบแดด แต่ถ้าอยู่ในที่ร่มรำไรก็งามดีสีสวยเหมือนกันใบจะออกม่วงคล้ำๆ ปลูกได้ในพื้นดินทุกสภาพที่มีความชื้นพอควร
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ทั้งในกระถาง และปลูกลงแปลงจัดสวน นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดิน เป็นไม้เพิ่มสีสันให้กับสวนเพราะสีของมันตัดกับความเขียวของสนาม หรือปลูกคลุมดินตกแต่งตามรอบต้นไม้ใหญ่ นับเป็นไม้คลุมดินยอดนิยมต้นหนึ่งที่ไม่เคยห่างหายจากวงการ
-ใช้เป็นยา ลำต้น และใบ (ต้มน้ำดื่ม) แก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ -ลำต้น และใบ (ใช้ภายนอก)แก้อาการเจ็บตา ใบนำมาตำบด หรือ ขยำ ใช้ประคบหรือพอกบริเวณร่างกาย แก้อาการฟกช้ำดำเขียวหรือบวม -ในไต้หวัน ใช้ใบต้มน้ำดื่มเพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิต และต้านการอักเสบ และขับสารพิษออกจากร่างกาย
-อื่น ๆ พบรายงานงานวิจัยด้านการใช้เพื่อฟอกอากาศ ละดูดสารพิษในอาคาร พบว่า หัวใจสีม่วงมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศหรือดูดสารมลพิษในอาคาร อาทิ สาร VOCs (สารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้)ชนิดต่างๆที่อยู่ในอาคารได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ https://puechkaset.com/
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีปักชำกิ่ง


ดาดตะกั่ว/Hemigraphis alternata


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Hemigraphis alternata (Burm.f.) T.Anderson
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms    
---Ruellia repanda Bl.
---Ruellia colorata Bl.
---Blechum cordatum Leonard
---Hemigraphis colorata
ชื่อสามัญ---Cemetery-plant, Red Ivy, Red Flame Ivy, Metal Leaf
ชื่ออื่น---ฮ่อมครั่ง (ภาคเหนือ), โฮ่งจี๊อั้ง, ดาดตะกั่ว ; [THAI: Daat ta kua.]; [AUSTRALIA: Purple waffle plant,]; [GERMAN: Rotblättrige Efeuranke.]; [INDIA: Murikootti, Murian pacha.]; [INDONESIA: Keji beling, Sambang getis, Sarap, Lire, Remek daging, Reundeu beureum.]; [MALAYALAM: Murikootti.]; [MALAYSIA: Benatu api.]; [MARSHALLESE: Kinwoj, Utilojan.]; [PAPAU NEW GUINEA: Kwaiwa.]; [PHILIPPINES: Dahon-pula, Dahong pula (Tag.).]; [PUERTO RICO: Asia negra.]; [SAMOA: Suipi.]; [SWEDISH: Bronsblad, Palettruellia.]; [USA: red-flame ivy.]; [VANUATU: Noyon gengen.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น
มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย แพร่กระจายใน อินเดียและมาเลเซีย มีการแปลงสัญชาติในส่วนอื่น ๆ ของโลกรวมทั้งบนหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง (เช่นอเมริกันซามัว ซามัวตะวันตก ปาเลา หมู่เกาะคุก ตองกา ฟิจิ เฟรนช์โปลินีเซียและฮาวาย) และทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา (เช่น ฟลอริด้า)
 ดาดตะกั่วเป็นไม้เลื้อยผิวดินมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นเป็นสีแดงและเป็นข้อ สูงประมาณ 10-20 ซม. ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ ๆ ไปตามข้อลำต้น ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-5 ซม. และยาวประมาณ 2.5-5 ซม. ใบเป็นรูปไข่ถึงรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบบน ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ใบเป็นสีม่วงเขียวอมสีบรอนซ์เงิน ใต้ใบเป็นสีแดงเลือดหมู ตามเส้นใบมีร่องลึก ดอกขนาดเล็กสีขาว ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดตรงส่วนยอดของกิ่ง ในแต่ละช่อนั้นจะมีใบประดับเรียงซ้อน ๆ กันเป็นชั้น ๆ มีความยาวประมาณ 2.5-3.75 เซนติเมตร ดอกเป็นรูปกรวยหรือรูปถ้วยเล็ก ๆ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ส่วนปลายดอกแยกเป็นแฉก 5 แฉก ทรงดอกยาวได้ประมาณ 1.2 ซม.ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ มีขนาดประมาณ 1.25 ซม.มีเมล็ด 4-20 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นได้ดีในที่รำไรและกลางแจ้ง หากปลูกในร่มเกินไปใบจะบางและห่าง ถ้าแดดจัดเกินไปใบจะเล็กสีจะออกแดงและกรอบ ควรปลูกในที่มีแสงแดดรำไรจะสวยสุด ใบจะออกสีเงินมากกว่าสีเขียวม่วง ขึ้นได้ดีในดินทรายและดินร่วนซุยทุกชนิดชอบดินที่เป็นกรดและชื้นเล็กน้อยมีค่า pH ตั้งแต่ 6.1 - 7.5 ไม่ทนต่อสภาพแห้งแล้งหรือเค็ม
ใช้ประโยชน์---มีการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และนำไปใช้เป็นไม้ประดับในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วเอเชียอเมริกาแคริบเบียนและไปยังหมู่เกาะต่างๆในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และใช้ในยาแผนโบราณของเอเชีย                         -ใช้ปลูกประดับ ดาดตะกั่วเป็นไม้คลุมดินอีกต้นที่นักจัดสวนนิยมใช้เพิ่มสีสันให้กับสนามและเป็นพันธุ์ไม้ที่มักต้องใช้มากในธุรกิจจัดสวน นอกจากนี้ยังมีอีกพันธุ์เรียกว่า ดาดทับทิมลักษณะคล้ายกันแต่มีใบย่นมากกว่า
-ใช้เป็นยา ดาดตะกั่ว คนจีนเรียก “โฮ่งจี๊ อั๊ง” และใช้เป็นสมุนไพรเป็นยาขับปัสสาวะ หรือแก้โรคนิ่วให้ทุเลาได้ นอกจากนี้ยังใช้ใบดาดตะกั่วเข้าเครื่องยาแก้โรคบิด และรักษาโรคริดสีดวงทวาร ใบใช้กับบาดแผลสดเพื่อห้ามเลือด ยังใช้สำหรับโรคโลหิตจาง-ในวานูอาตูคั้นตาใบในน้ำและดื่มตอนเช้ามืดเป็นเวลา 4 วันเพื่อคุมกำเนิดและทำให้เป็นหมัน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ง่าย---โดยวิธีปักชำ


กาบหอยแครง/Tradescantia spathacea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Tradescantia spathacea Sw
ชื่อพ้อง--Has 7 Synonyms
---Ephemerum bicolor Moench
---Ephemerum discolor Moench    
---Rhoeo discolor (L'Hér.) Hance
---Rhoeo spathacea (Sw.) Stearn
---Tradescantia discolor L'Hér.
---Tradescantia spathacea Sw.
---Tradescantia versicolor Salisb
ชื่อสามัญ---Boat Lily, Oyster Plant, Cradle Lily, Moses-in-the-Cradle, Moses in His Cradle, Moses on a Raft, Moses in the Bulrushes, Men in a Boat
ชื่ออื่น ---กาบหอยแครง ว่านหอยแครง (กรุงเทพฯ) ; [THAI: Kaap hoy, Wan kaap hoy.]; [AUSTRALIA: Rhoeo; Three men in a boat.]; [CHINESE: Zi bei wan nian qing.]; [CUBA: Cordobán.]; [FRENCH: Moïse dans les jonc; Plante huitre; Rhoé.]; [GERMAN: Purpurblättrige Dreimasterblume.]; [JAMAICA: Moses-in-the-bulrushes.]; [KHMER: Toem pradl lk'.]; [MEXICO: Chaksam morado.]; [PALAU: Nobesos.]; [PHILIPPINES: Bangka-bangkaan (Tag.).]; [PORTUGUESE: Moisés-no-berço, Abacaxi-roxo.]; [PUERTO RICO: Sanguinaria.]; [SPANISH: Canoa Di San Pedro, Señoritas Embarcadas, Barca de San Pedro; Maguey morado.]; [SWEDISH: Blomstervagga.]; [TONGA: Faina; Faina fa‘itoka; Faina kula.]; [USA/Hawaii: Moses in the basket.]; [VIETNAMESE: Cay le ban, Lao ban, So huyet.].
ชื่อวงศ์---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---เม็กซิโก กัวเตมาลา คิวบา เวสต์อินดิส
มีถิ่นกำเนิดในแถบเบลีซ ,กัวเตมาลา , และภาคใต้ของเม็กซิโก (เชียปัส ,ทาบาสโกและคาบสมุทรYucatán ) แต่ปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับและมีเขตการกระจายพันธุ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ในส่วนของฟลอริด้า ,เท็กซัส ,ฮาวายและหมู่เกาะในมหาสมุทรต่างๆ รวมทั้งทวีปเอเชีย ในธรรมชาติพบได้มากในพื้นที่ ของป่าชายฝั่ง พุ่มไม้ป่าสน ป่าทุติยภูมิ พื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ที่ถูกรบกวน ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูงต่ำ
ลักษณะของต้นกาบหอยแครงหรือที่เรียกกันว่า ว่านกาบหอย เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ20-40 ซ.ม ลำต้น ไม่มีการแตกกิ่งก้าน ต้นอวบใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-5 ซม.ใบออกจากลำต้น ออกเรียงเป็นวงซ้อนกันหลายชั้น ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดกว้าง 2-6 ซม. และยาว 10-30  ซม. รูปหอกหรือรูปแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบตัดและโอบลำต้น ส่วนขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาและตั้งตรง  หน้าใบเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนหลังใบเป็นสีม่วงแดง เส้นใบขนาน มองเห็นไม่ชัด และไม่มีก้านใบ ออกดอกเป็นช่อที่โคนใบหรือตามซอกใบ ช่อดอกมีทั้งช่อเดี่ยวและหลายช่อ ในแต่ละช่อประกอบไปด้วยใบประดับ 2 กาบ สีม่วงแซมเขียวรูปหัวใจโค้งขนาดกว้าง 3-6 ซม. ยาว 3-4 ซม. โคนกาบทั้งสองประกบเกยซ้อนและโอบหุ้มดอกขนาดเล็กสีขาวที่อยู่รวมกันเป็นกระจุก ก้านช่อดอกยาว1-5 ซม. ที่โคนก้านช่อดอกมีใบประดับ 1 ใบ สีม่วงแซมเขียว ดอกมีกลีบเลี้ยงสีขาว 3 กลีบ บางและใส ส่วนกลีบดอกมี 3 กลีบ กลีบเป็นสีขาว ผลรูปกระสวยเป็นผลแห้งเมื่อแตกจะแยกเป็นแฉก 2-3 แฉก ขนาดกว้าง 2.5-3 มม.ยาว 3.5 มม. มีขนเล็กน้อย ภายในมีเมล็ดขนาดเล็ก
ดอกออกตามซอกใบประดับ ดอกเล็กสีขาวออกรวมเป็นกระจุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัดถึงปานกลางเป็นพืชชั้นล่าง เติบโตในดินที่มีการระบายน้ำได้ดีหลายประเภทรวมถึงดินหินทรายและหินปูนไม่ทนต่อดินที่มีน้ำขัง สามารถพบเติบโตเป็นพืช epiphytic หรือกึ่ง epiphytic บนลำต้นของปาล์มหรือต้นไม้หน้าผาหินหรือซอกอื่น ๆ ที่ไม่มีดินเป็นหลัก
ใช้ประโยชน์---เป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในการเพาะชำและการค้าในงานภูมิทัศน์
-ใช้ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดินนิยมใช้จัดสวน หลายสายพันธุ์มีการค้าอย่างกว้างขวางในฐานะเป็นไม้ประดับและพืชในบ้านในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
-ใช้เป็นยา ใช้ในยาแผนโบราณในเม็กซิโกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดอกไม้และใบไม้ถูกนำมาใช้ในยาแผนโบราณในการรักษาโรคมะเร็ง โรคติดเชื้อรา อาการไอโรคหวัดและโรคบิด -ตำรายาไทยใช้ใบสดเป็นยาแก้เจ็บคอ แก้ไอ -ตำรายาจีนจะใช้ดอกของว่านกาบหอยเป็นยาแก้อาการตกเลือดในลำไส้ -ในประเทศอินเดีย จะใช้ว่านกาบหอยผสมกับน้ำมันงา ใช้เป็นยาพอกแก้ต่อมน้ำเหลืองบวม รักษาโรคผิวหนัง และโรคเท้าช้าง -ในไต้หวันจะใช้เป็นยาพอกแผล มีดบาด และแก้บวม
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยไหล การชำยอด


ริบบิ้น/Hemigraphis rependa

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Hemigraphis repanda (L. ) Hallier f . var. Rubra Hort
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms    
---Ruellia repanda L.
ชื่อสามัญ---Dragon’s Breath, Dragon’s Tongue, Narrow Leaf Hemigraphis, Waffle Plantใ
ชื่ออื่น--- ริบบิ้นดำ เชือกผูกรองเท้า ; [THAI: Rib-bin-dam.]; [VIETNAM: Cỏ lưỡi rồng – cỏ may mắn.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน (มาเลเซีย,Malesia) ตอนนี้มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกส่วนใหญ่อยู่ในเขตร้อน
ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ลักษณะต้นใบคล้ายดาดตะกั่วหรือดาดทับทิม ใบรูปใบหอกแกมรูปแถบกว้าง 7 – 8 มม. ยาว 3 – 7 ซม.ขอบใบหยักมนหรือหยักซี่ฟันห่าง ๆ แผ่นใบสีม่วงแดงเหลือบเทาเงิน ใต้ใบสีม่วงแดงจาง ช่อดอกสั้นมีดอกเล็กๆสีขาว1-2ดอก กลีบดอกเป็นหลอดปลายบานแยกเป็น5แฉกเกสรเพศผู้4อัน ไม่เห็นผล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---การเจริญเติบโตเร็ว ปลูกได้ทั้งในที่ที่มีแสงแดดจัดและร่มรำไร แต่ถ้าปลูกกลางแจ้งแสงแดดจัดต้องการน้ำมากพอ ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง
การใช้ปรโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชคลุมดินหรือปลูกเป็นไม้กระถาง การใช้พรรณไม้ชนิดนี้มาจัดสวน จะช่วยสร้างความแตกต่างของพื้นผิวสวนให้ดูแปลกตาด้วยสีและลักษณะใบที่ดูเล็กละเอียด ถ้าแทรกลงไปให้ถูกจังหวะละก็สวยงามไม่น้อย แต่ก็ต้องลงทุนเยอะหน่อยละเพราะถ้าใช้คงใช้ต้นสองต้นไม่ได้แน่ ต้องเป็นกลุ่มผืนใหญ่ มีพันธ์ใบสีเขียว H. rependa
ระยะออกดอก--มกราคม - เมษายน
ขยายพันธุ์---โดยการปักชำกิ่ง


กระดุมทองเลื้อย/Sphagneticola trilobata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Sphagneticola trilobata (L.) Pruski
ชื่อพ้อง ---Has 27 Synonyms   
---Basionym: Silphium trilobatum L.
---Wedelia trilobata (L.) A.S. Hitchc.
---More
ชื่อสามัญ---Climber Wedelia, Creeping-oxeye, Ttrailing daisy, Bay Biscayne creeping-oxeye, Singapore daisy, Wedelia,
ชื่ออื่น---เบญจมาศเครือ, กระดุมทองเลื้อย ; [THAI: Kra doom thong luey, Ben cha maat khruea.]; [CHINESE: Nan mei peng qi ju.]; [BAHAMAS: Trailing wedelia.]; [BRAZIL: Insulin; Vedélia.]; [CUBA: Romero de playa.]; [FRENCH: Patte canard.]; [GERMAN: Wedelie, Goldstern.]; [JAMAICA: Creeping oxeye.]; [PALAU: Ngesil ra ngebard.]; [PANAMA: Clavelín de playa; Clavelito de muerto; Clavellin.];
[SOUTH AFRICA: Singapoer-madeliefie.]; [SPANISH: Manzanilla; Manzanilla de playa; Margarita amarilla; Margarita de pasto; Romerillo; Saladillo macho; Yerba buena cimarrona.]; [TONGA: Ate.]; [USA: Bay Biscayne creeping oxeye; Yellow dots.].
ชื่อวงศ์--COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล โบลิเวีย เปรู เอกวาดอร์ โคลอมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ; อเมริกากลาง - ปานามาถึงเม็กซิโกแคริบเบียน - คิวบาจนถึงหมู่เกาะวินด์วาร์ด หมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย อินโดนีเซียและศรีลังกา
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนทวีปอเมริกา (เม็กซิโก อเมริกากลางและแคริบเบียน) แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในหมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย อินโดนีเซียและศรีลังกา เติบโตบนดินชื้นหรือเปียกบางครั้งในหนองน้ำมักจะอยู่ตามชายหาดริมทะเล พบได้ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 700 เมตร  หรือมากกว่าในระดับความสูง (และสูงถึง 1300 เมตร ในเฟรนช์โปลินีเซีย)
เป็นวัชพืชที่เป็นพิษในพื้นที่เกษตรกรรมตามริมถนนและทางเดินในพื้นที่เปิดพื้นที่ขยะ สนามหญ้า ชลประทาน กองขยะ ทุ่งหญ้าธรรมชาติและสถานที่ที่ถูกรบกวนเป็นพืชที่สามารถแพร่กระจายและกำจัดยาก IUCN ได้ระบุ S. trilobataไว้ใน 100 ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานที่เลวร้ายที่สุดในโลกและ Florida Exotic Plant Pest Council จัดให้เป็นผู้รุกรานประเภท II สายพันธุ์นี้ยังคงมีอยู่เป็นไม้ประดับและมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายต่อไป
เป็น ไม้ผิวดินลำต้นทอดเลื้อย แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก สูงประมาณ 30 ซม.ทุกส่วนของต้นมีผิวสาก ใบสีเขียวสด มีขนปกคลุม ขนาดของใบยาวประมาณ4-9ซม.กว้าง2-5ซม.ขอบใบหยักหรือฟันไม่สม่ำเสมอ ปกติมีแฉกด้านข้างเป็นคู่ ใบสีเขียวเข้มด้านบนและด้านล่างสีเขียวจาง ก้านดอกยาว 3–10 ซม.ช่อดอกออกตามข้อสีเหลืองสด ผล achenes ยาว 4-5 มม.มีเปลือกผลสีน้ำตาลแห้งและแข็ง ผลไม้ไม่เด่น การขยายพันธุ์ส่วนใหญ่ใช้การปักชำเนื่องจากเมล็ดมักไม่อุดมสมบูรณ์
ช้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดีช่วงค่า pH 5.5-7.5 มีความอดทนมากในสภาพแห้งและชื้น ทนน้ำท่วมและทนต่อความแห้งแล้ง พืชทนเกลือมากเจริญเติบโตได้ดีใกล้ทะเล
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเพื่อป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน กันดินพังริมตลิ่งได้ดีมาก
-ใช้เป็นยา มักใช้ในการรักษาการติดเชื้ออาหารไม่ย่อยและรักษาโรคตับอักเสบ
-อื่น ๆ Dissanayake et al. (2002)รายงานว่าS. trilobataมีความสามารถในการดูดซับ Cu + 2, Ni + 2, Mn + 2 และ Fe + 2 / Fe + 3 ในปริมาณสูงจากพื้นที่ที่มีมลพิษในศรีลังกา ดังนั้นจึงสามารถแนะนำให้S. trilobataเป็นสารกำจัดไฟโตที่สามารถนำไปใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งของเสียและสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยไอออนของโลหะหนัก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


กระดุมไพลิน/Centratherum punctatum

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Centratherum punctatum Cass.
ชื่อพ้อง---Has 41 Synonyms
---Centratherum punctatum subsp. punctatum Cass.
---many more
ชื่อสามัญ---Brazil button flower, Brazilian Button, Lark -Daisy, Brazilian Bachelor Button, Centratherum.
ชื่ออื่น---กระดุมไพลิน, กระดุมหยก, กระดุมม่วง ; [THAI: Kra doom pai-lin.]; [AUSTRALIA: Brazilian button flower.]; [LESSER ANTILLES: Magéwit; Marguerite.]; [PORTUGUESE: Perpetua-do-mato, Perpetua-roxa-do-mato, Suspiro de-cachorro, Vassoura-roxa.]; [SPANISH: Alcanfor; Chupón; Margarita; Mejorana; Siempreviva, Verbena, Verginia.]; [USA: Larkdaisy.].
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกาใต้-เวเนซูเอล่า,อาร์เจนติน่า,ปานามา,นิคารากัว, ทรินิแดด หมู่เกาะอินเดียตะวันตก ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์อินเดียและชวา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลคือการรวมกันของคำกรีก '' kentron '' = เดือยและ '' antheros '' = หนามหรือกระดูกสันหลัง ; ชื่อสายพันธุ์คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' puntatus, a , um '' = ที่มีการอ้างอิงถึงต่อมเล็ก ๆ ที่มีอยู่บนใบไม้ 


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (อาร์เจนตินา)ส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่เขตร้อนจากระดับน้ำทะเลถึง 1500 เมตร
ถูกระบุไว้ใน Global Compendium of Weeds ว่าเป็นวัชพืชที่ส่งผลกระทบต่อสถานที่ที่ถูกรบกวนและระบบนิเวศกึ่งธรรมชาติ ( Randall, 2012 ) ในออสเตรเลียพรรณไม้ชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในประเภทวัชพืชทั่วไปที่สามารถพบได้ตามขอบป่าดงดิบ ในป่าเปิดและป่าไม้ที่แห้งแล้ง ( CSIRO, 2010 ) ปัจจุบัน C. punctatumถือเป็นพืชที่รุกรานในฮาวาย หมู่เกาะกาลาปากอส นิวแคลิโดเนีย เปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จิน ( Charles Darwin Foundation, 2008 ; Acevedo-Rodríguezและ Strong, 2012 ; PIER, 2013 )
ไม้พุ่มขนาดเล็กอายุหลายปีสูง 10 - 50 ซม มีขนสั้นนุ่มตามลำต้นและใบ ใบเป็นใบเดี่ยวรูปใบหอกถึงรูปไข่ ยาว 2.5–8 ซม. กว้าง 0.6–2.5 ซม. ขอบใบจักซี่ฟันสองชั้น ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่นออกเดี่ยว ๆ ที่ปลายกิ่ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-8 ซม.ดอกสีม่วงอ่อนถึงม่วง วงกลีบดอกเชื่อมติดเป็นหลอด ด้านในมีขน ผลแห้งเมล็ดล่อน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้นนี้ปลูกได้ง่ายในดินที่ชื้นอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดีในช่วงแดดจัด ทนต่อร่มเงาบางส่วน
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับเป็นหลัก **ไม่น่าแปลกใจที่วัชพืชจะกลายมาเป็นไม้ประดับ รูปนี่ก็ถ่ายมาจากข้างทางตอนไปเหนือ เห็นสวยดีเลยถ่ายเก็บไว้ มาเจออีกทีอยู่ในกระถางขาย อยู่ในกระถางแขวนแล้ว (2008) **
-ใช้เป็นยา น้ำมันในเมล็ดใช้เป็นยาปฎิชีวนะ สารสกัดจากใบมีฤทธิ์ต้านจุลชีพสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการแพร่กระจายและแนะนำว่าสายพันธุ์นี้อาจใช้เป็นตัวแทนยาที่มีศักยภาพ ( Pawar and Arumugan, 2011 )ในทำนองเดียวกันในไนจีเรียกลุ่มวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากC. punctatumอาจมีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ ( Ogunwande et al., 2005 )
ระยะออกดอก/ติดผล---กุมภาพันธ์-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


ดัสตี้มิลเลอร์/Senecio cineraria DC.cv.Dusty Miller

ชื่อวิทยาศาสตร์---Senecio cineraria DC.cv.Dusty Miller
ชื่อพ้อง--No synonyms are record for this name
ชื่อสามัญ---Dusty Miller, Silver dust, Silver lace.
ชื่ออื่น----ดัสตี้มิลเล่อร์ ละอองเงิน
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปยุโรป
เขตกระจายพันธุ์----ยุโรป อเมริกาเหนือ เมดิเตอร์เรเนียน
Dusty miller เป็นชื่อสามัญของพืชหลายชนิดที่มีใบสีเทาหรือสีเงิน มีถิ่นกำเนิดแถบเมดิเตอร์เรเนียน


เป็น ไม้พุ่มเตี้ยสูงประมาณ 15-60 เซนติเมตร ดอกสีครีมหรือเหลืองแต่ไม่ค่อยออกดอก มีดอกให้เห็นยาก ทุกส่วนทั้งต้นทั้งใบมีขนสีขาวปกคลุมใบจะเป็นแฉกคล้ายใบเฟิน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ชอบอากาศเย็น แสงแดดตลอดวัน ต้องการดินที่ชื้นมีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง แต่ก็สามารถทนต่อดินที่ไม่ดีได้ การใช้ปุ๋ยอย่าใส่ปุ๋ยเคมีพวก15-15-15,16-16-16ลงไปตรงๆต้นใบจะไหม้เป็นสีน้ำตาลเป็นดวงๆ ต้องใส่พวกปุ๋ยละลายช้าพวกปุ๋ย3เดือนหรือที่เรียกว่าปุ๋ยออสโมโค๊ตนั่นแหละดี  
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดิน ปลูกลงแปลงหรือปลูเป็นไม้กระถาง **เมื่อก่อน (ก่อนปี45) มีการขยายพันธุ์เป็นไม้ถุงเพาะชำมาขาย ตอนนี้ไม่เห็นหรือมีแต่คงน้อยลง ปลูกในบ้านเราใบมันจะมีสีเขียวปนมากเนื่องคงเพราะอากาศร้อน. มีแต่ยอดที่เป็นสีขาวจริงๆอยู่ 2-3 ใบ ปลูกลงแปลงแล้วไม่โดดเด่น เพราะไม้ต้นนี้โชว์ใบล้วนๆ ดอกก็ไม่เห็น อย่างนี้ก็เลยไม่บูม (2008)**
-ใช้เป็นยา ส่วนของพืชที่เติบโตเหนือพื้นดินใช้ทำยา ใช้แก้อาการ ปวดหัว ไมเกรน ใช้เป็นยาล้างตาสำหรับต้อกระจก ผู้หญิงใช้เมื่อเริ่มมีประจำเดือน (ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะทราบวิธีการใช้) อย่างไรก็ตามพืชชนิดนี้มีพิษพอสมควรและไม่ควรรับประทานหรือใช้ภายในไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ รวมถึงการใช้กับดวงตา
Up date---ตอนนี้ 2018 ผ่านมา10ปี ระหว่างช่วงที่ผ่านมาน่าจะมีการพัฒนา เริ่มเห็นออกมาวางจำหน่าย ต้นที่อยู่ในรูปบนเป็นรูปล่าสุดที่ถ่ายมา ดูสวยสะอาดสม่ำเสมอดีวิธีการเลี้ยงดูตอนนี้ยังบอกไม่ได้ชัดแต่เดาเอาว่านิสัยคงไม่เปลี่ยนเท่าไร คงชอบอากาศเย็นและแสงแดดจัดอยู่เหมือนเดิม
Up date---ตอนนี้2020 ผ่านมา 2 ปี เริ่มหายากอีกแล้ว
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำยอด


แดงกำมะหยี่/Gynura aurantiaca

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gynura aurantiaca (Blume) DC.
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonyms   
---Cacalia aurantiaca Blume 1826
---Crassocephalum aurantiacum (Blume) Kuntze
---Crassocephalum teysmannianum Kuntze
---Gynura ajakensis Hochr.
---Gynura densiflora Miq.
---Gynura dichotoma Turcz.
---Gynura lyrata Sch.Bip.
---Gynura mollis Sch.Bip.
---Gynura sumatrana Miq.
---Senecio zollingerianus Sch.Bip.
ชื่อสามัญ---Purple Passion Vine, Purple Velvet Plant
ชื่ออื่น----แดงกำมะหยี่ กำมะหยี่ม่วง ; [THAI: Daeng kam-ma-yi, Kam-ma-yi muong.]; [GERMAN: Purpur-Samtpflanze.]; [SWEDISH: Sammetsblad.].
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้  
มึถิ่นกำเนิดใน มาเลเซีย อินโดนีเซีย [สุลาเวสี ชวา]
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์คือคำศัพท์เฉพาะในภาษาละติน aurantiaca แปลว่า "สีส้ม" อ้างอิงถึงสีปกติของดอกไม้
เป็น ไม้พุ่มเตี้ยอายุหลายปี สูงประมาณ 15-30 ซม. กิ่งก้านและใต้ใบมีขนสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปรี กว้าง 1.5 – 2 ซม.ยาว 2 – 4 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบตัดตรงหรือรูปหัวใจ ขอบใบจักห่าง ช่อดอกรวมแบบช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยออกเป็นช่อกระจุกมี 1-5 ดอก ดอกสีส้มเหลืองมีกลิ่นค่อนข้างแรง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดครึ่งวันในช่วงเช้า แต่สามารถปลูกได้ในแสงแดดตลอดวัน แต่ใบมักจะห่อ ชอบดินร่วนปนทราย ดินมีการระบายน้ำดีไม่ชอบดินชื้นแฉะ
**แดงกำมะหยี่ เป็นไม้เก่า เดี๋ยวนี้เรียกกันอีกชื่อว่ากำมะหยี่ม่วง เมื่อก่อนเห็นเขาปักชำใส่ดินเหนียวห่อกระดาษมาขายสมัยที่อยู่สนามหลวงก่อนจะย้ายมาจตุจักร (กี่ปีแล้วไม่รู้แต่มันนานมาก) ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเห็น หายไปอีกต้น**(2008)
-ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้คลุมดิน ปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกเป็นไม้กระถางแขวน
-อื่น ๆ ในสหราชอาณาจักรพืชชนิดนี้ได้รับ รางวัล  Royal Horticultural Society’s Award of Garden Merit.
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง


บัวดิน/Zephyranthes rosea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Zephyranthes rosea Lindl
ชื่อพ้อง---Has4 Synonyms    
---Amaryllis carnea Schult. & Schult.f.
---Amaryllis rosea (Lindl.) Spreng. nom. illeg.
---Atamasco rosea (Lindl.) Greene
---Zephyranthes carnea (Schult. & Schult.f.) D.Dietr.
ชื่อสามัญ---Fairy- lily, Rainflower, Zephyr lily, Cuban zephyrlily, Magic lily, Atamasco lily, Rain lily, Storm lily
ชื่ออื่น---บัวสวรรค์, ว่านแสนพันล้อม ; [THAI: Bua sawan, Saen pan lom.]; [FRENCH: Lis zéphyr rose.]; [GERMAN: Rosafarbene, Windlbume.]; [SPANISH: Duende rojo, Leli de San Jose.]; [VIETNAMESE: Tóc tiên hồng,  Còn gọi báo vũ.];
ชื่อวงศ์ ---AMARYLLIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์  ---โคลัมเบีย, เปรู ,กัวเตมาลา, แคริบเบียน: คิวบา กวาเดอลูป มาร์ตินีก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Zephyranthes = "ดอกไม้ของลมตะวันตก" จากภาษากรีก  Zephyros (anemoi) และanthos = 'ดอกไม้  Zephyrusซึ่งเป็นตัวตนของชาวกรีกเกี่ยวกับลมตะวันตกมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนด้วย ; ชื่อสายพันธุ์ rosea มาจากภาษาละตินว่า "rosy" ; ชื่อสามัญ Rain lily มีที่มาจากลักษณะของดอกที่บานหลังจากฝนตกหนักเท่านั้น

 

มีถิ่นกำเนิดในโคลัมเบีย, เปรู ,กัวเตมาลา
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีหัวใต้ดิน สูงเพียง 15 - 20 ซม.ใบเชิงเส้นสีเขียวขนาดกว้างประมาณ 3-4 ซม.ดอกเดี่ยวตั้งตรงหรือเอียงเล็กน้อยก้านดอกยาวประมาณ 10 - 15 ซมดอกมี 6กลีบ มีกลิ่นหอมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม. และยาว 3-3.5 ซม. ผลเป็นแคปซูลที่แบ่งลึกออกเป็นสามแฉก เมล็ดแบนมีสีดำเงา -(รูปบนสุด) บัวดินดอกใหญ่สีชมพูปลายกลีบดอกมน เรียกว่า "ขุนแผนสะกดทัพ"ชื่อวิทยาศาสตร์ Zephyranthes grandiflora
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดตลอดวันหรือครึ่งวัน
ใช้ประโยชน์---ปลูกเป็นไม้ประดับคลุมดิน
-ใช้เป็นยา ส่วนที่ใช้:  หัว, ใบ, ราก -หัวของ  Z. rosea และ Z. flava ใช้ในการแพทย์พื้นบ้านในอินเดียใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โรคหูและทรวงอกและการติดเชื้อไวรัส -ในประเทศจีนใช้สำหรับรักษามะเร็งเต้านม -ในเวียดนามใบแก้ผมร่วงทำให้สดชื่นและบรรเทาอาการไอ รากแก้ไข้และโรคบิด
รูัจักอันตราย--หัวของ C.roseaเหมือนสมาชิกอื่น ๆ ของZephyranthes ประกอบด้วยอัลคาลอยด์ที่เป็นพิษต่าง ๆ รวมทั้งlycorineและhaemanthamine อาจทำให้อาเจียนชักและเสียชีวิต เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ ปศุสัตว์และสัตว์ปีก
ความเชื่อ/พิธีกรรม---สรรพคุณในเชิงว่านเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมและปลูกไว้จะช่วยป้องกันภัยต่างๆ
ระยะออกดอก---ตลอดปีแต่จะมากช่วงหน้าฝน
ขยายพันธุ์---ด้วยการแยกหัวหรือเพาะเมล็ด


ชาฮกเกี้ยน/Ethretia microphylla


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ethretia microphylla Lam
ชื่อพ้อง---Has11 Synonyms    
---Carmona heterophylla Cav.
---Carmona microphylla (Lam.) G.Don
---Basionym: Carmona retusa (Vahl) Masam.
---Cordia coromandeliana Retz. ex A.DC.
---Cordia retusa Vahl
---Ehretia buxifolia Roxb.
---Ehretia coromandeliana Retz. ex A.DC.
---Ehretia dentata Courchet ex Gagnep.
---Ehretia heterophylla Spreng.
---Ehretia monopyrena Gottschling & Hilger
---Lithothamnus buxioides Zipp. ex Span.
ชื่อสามัญ---Fukien tea tree, Philippine tea, tree, Scorpionbush, Wild tea
ชื่ออื่น---ชาฮกเกี้ยน, ชาดัด, ข่อยจีน, ชาญี่ปุ่น, ชาเชียงใหม่ ; [THAI: Khoi cheen (Bangkok); chaa yeepun (Central); chaa (Chiang Mai).]; [CHINESE: Ji ji shu.]; [HINDI: Pala.]; [INDIA: Kujipana.]; [INDONESIA: Kinangan, Serut lanang (Javanese); Pinaan (Madurese).]; [JAPANESE: Fuku-mangi, Fukumangi.]; [KANNADA: Bute.];[PHILIPPINES: Tsaang gubat,Buyok-buyok, Patolang-uak (Tag.); Putputai (Bikol); Alangit (Bisaya); Buyok-buyok (Sul.).]; [SWEDISH: Karmona.]; [TAMIL: Kattu-vellilai, Kodikarai, Kuruvinchi, Kurangu vetthilal.]; [TELUGU: Bavanaburei, Bure.]; [Vietnam: Kim li[ee]n, c[uf]m r[uj]n, b[uf]m r[uj]n.].
ชื่อวงศ์---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออก เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---จีน ญี่ปุ่น อนุทวีปอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนามฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะโซโลมอน
แพร่หลายในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้จากอินเดีย , อินโดจีน , ภาคใต้ของประเทศจีน , ไต้หวันและญี่ปุ่นผ่านมาเลเซียรวมทั้งออสเตรเลียดินแดนของเกาะคริสต์มาสถึงนิวกินีแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียที่คาบสมุทรยอและหมู่เกาะโซโลมอน
ชาดัดหรือชาฮกเกี้ยนเป็นไม้คลุมดินลำต้นสีน้ำตาลอ่อน สูงได้ถึง 1 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก เป็นพุ่มแน่น เนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับแคบ ขนาดใบ1-6 (-10) ซม. x 0.5-2.5 (-4) ซม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม โคนสอบรูปลิ่ม ขอบช่วงล่างเรียบช่วงบนหยักห่าง สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกแบบช่อกระจุกออกตามซอกใบ มีดอก 2-5 ดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อน รูปแถบ สีเขียวอ่อน ด้านนอกมีขนยาวประปราย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกันเล็กน้อย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผลกลมเล็กขนาดเม็ดพริกไทยเส้นผ่านศูนย์กลาง5-6 มม.เมื่อสุกสีแดงหรือสีเหลือง มีเมล็ด1-4เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นไม้กลางแจ้งแสงแดดจัดและชอบน้ำ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ชาที่ทำจากใบ - ผลไม้กินได้
-ใช้ปลูกประดับเป็นไม้พุ่มไม่ค่อยทิ้งใบนิยมดัดตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ เป็นแนวรั้ว เป็นพุ่ม ยิ่งตัดแต่งเป็นระยะสม่ำเสมอจะยิ่งแตกใบหนาแน่น
-ใช้เป็นยา พืชเป็นที่นิยมในPenjingในประเทศจีน ใบจะใช้ยาในประเทศฟิลิปปินส์ในการรักษาอาการไอ , อาการจุกเสียด , โรคท้องร่วงและโรคบิด-เป็นหนึ่งในสมุนไพร 10 ชนิดที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ (DOH) ว่าเป็นยาแก้ปวดท้องและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพรที่ Philippine Bureau of Food & Drug (BFAD).-ในการแพทย์พื้นบ้านในฟิลิปปินส์ ใช้ใบเป็นยาฆ่าเชื้อหลังคลอดบุตร-ในศรีลังกาใช้สำหรับโรคเบาหวาน - ในเวียดนามรากและลำต้นแห้งใช้ในการรักษาอาการปวดหลังและอาการชาที่มือและเท้า- ในอินเดียและศรีลังการากใช้ในการรักษาบาดแผลที่ถูกงูกัด
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและการตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง


ชาปัตตาเวีย/Malpighia coccigera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Malpighia coccigera L.
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms    
---Malpighia coccigera var. coccigrya (L.) Nied.
---Malpighia coccigera var. microphylla Nied.
---Malpighia coccigrya L.
---Malpighia heterantha Wight
ชื่อสามัญ---Miniature Holly, Singapore Lily, Singapore Holly, Dwarf-holly, Barbados cherry    
ชื่ออื่น---ชาใบมัน,ชาดัดใบมัน ; [THAI: Chaa bai maan.]; [FRENCH: Malpighier à feuilles d'Yeuse.]; [RUSSIAN: Mal'pigiya bagryanaya.]; [SWEDISH: Västindisktkörsbär.];
ชื่อวงศ์---MALPIGHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---แคริบเบียน หมู่เกาะอินเดียตะวันตก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Malpighiaตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Marcello Malpighia (1628 1693) นักธรรมชาติวิทยาที่มีชื่อเสียงชาวอิตาลีและศาสตราจารย์ที่ Bologna
มีถิ่นกำเนิดในทะเลแคริบเบียน  คิวบา โดมินิกา กวาเดอลูป ฮิสปานีโอลา มาร์ตินีก เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ สหรัฐอเมริกา [เปอร์โตริโก]
ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 1เมตรแตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามขอบใบเรียบหรือจักฟันเลื่อยและมีหนามแหลมเนื้อใบหนาสี เขียวเข้มเป็นมันดอกสีขาวอมชมพูออกเป็นกระจุก1-2ดอกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ก้านดอกย่อยสีแดงอ่อนใบประดับย่อย1คู่เหนือโคนก้าน กลีบเลี้ยง5กลีบรูปสามเหลี่ยมสีเขียวอ่อน ที่ขอบมีขน กลีบดอก5กลีบขอบกลางจีบ ย่น ผลมีเนื้อกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 - 15 มม สีส้มแดง มีเมล็ดหลายเมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในดินที่ชื้น แต่มีการระบายน้ำได้ดีในช่วงแดดจัดหรือในที่ร่ม สามารถปรับตัวได้ต่อดินได้หลากหลาย
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้ - ดิบหรือสุก ใช้ในทาร์ตเยลลี่และมาร์มาเลด
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับในสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง ปลูกในโครงเหล็กดัดเป็นรูปต่างๆ เช่นโครงรูปกระต่าย ช้าง ม้า แล้วตัดแต่งจนใบแน่นได้รูปตามต้องการนิยม นำไปใช้ทำบอนไซด้วย
ระยะออกดอก/ติดผล--- ตุลาคม - ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


หูปลาช่อน/Acalypha wilkesiana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Acalypha wilkesiana Muell. Arg.
ชื่อพ้อง---Has  17 Synonyms 

-Acalypha amentacea f. circinata (Müll.Arg.) Fosberg -Acalypha macafeeana Veitch
-Acalypha amentacea subsp. wilkesiana (Müll.Arg.) Fosberg -Acalypha macrophylla Veitch
-Acalypha circinata A.Gray ex Seem. -Acalypha marginata (Mill.) J.J.Sm.
-Acalypha compacta Guilf. ex C.T.White -Acalypha musaica auct.
-Acalypha godseffiana Mast. -Acalypha torta Pax & K.Hoffm.
-Acalypha godseffiana var. heterophylla L.H.Bailey -Acalypha tricolor Seem.
-Acalypha hamiltoniana Bruant -Acalypha tricolor hort.
-Acalypha illustris Pax & K.Hoffm. -Acalypha triumphans L.Linden & Rodigas
-Ricinocarpus wilkesianus (Müll.Arg.) Kuntze

ชื่อสามัญ ---Painted Copper Leaf, Beef-steak, Copper Leaf, Jacob’s Coat, Match-Me-If-You-Can.
ชื่ออื่น---โพธิ์เงินโพธิ์แดง (ภาคกลาง) ใบเงิน (ตะวันออกเฉียงใต้). หูปลาช่อน, หูกระต่าย,โพเงิน,โพด่าง, โพแดง, แสงทอง ; [THAI: Huu-krataai, Huu-plachon,  Pho ngoen, Pho daang (central), Bai ngoen (southeastern).]; [CHINESE: Hóng sāng.]; [COLOMBIA: Barbas de guasco.]; [FIJI: Kalabuci damu.]; [FRENCH: Manteau de Saint-Joseph.]; [GERMAN: Buntlaubiges Kupferblatt.]; [GUATAMALA: Capa del rey.]; [INDONESIA: Daun nansi (Sunda Islands).]; [MALAYSIA: Akalifa (Malay).]; [PAPUA NEW GUINEA: Kavus,Kokoai, Haunuana.];[PORTUGUESE: Crista do perú.];[PUERTO RICO: Acalifa,Capa de obispo.];[SWEDISH: Mosaikblad.];[VIETNAM:Tai tuwong dor].
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย แปซิฟิกตะวันตก
เขตกระจายพันธุ์---ซิมบับเว, บอตสวานา, แอฟริกาใต้, แซมเบีย, เอเชีย, ออสเตรเลีย, บาฮามาส, เบอร์มิวดา, บราซิล, ฟิจิ, ฮาวาย, อินโดจีน, อินโดนีเซีย, เคนยา, มาเลเซีย, ไนจีเรีย, เกาะนอร์ฟอล์ก, แปซิฟิก, ปากีสถาน, ปาปัวนิวกินี, PNG, โพลินีเซีย, แทนซาเนีย , ไทย, ตองกา, ยูกันดา, สหรัฐอเมริกา, วานูอาตู, เวียดนาม
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Acalypha มาจากภาษากรีกακαληφη (akaléphé) = ตำแย อ้างอิงถึงใบของพืชบางชนิดที่ใบคล้ายคลึงกับตำแย ; ชื่อสายพันธุ์ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่พลเรือเอกชาร์ลส์วิลค์ส (1798–1877) แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ เขามีชื่อเสียงจากการเป็นผู้นำในการเดินทางซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแปซิฟิกใต้(1832-1842).


A. wilkesianaเป็นพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนซึ่งเติบโตตามธรรมชาติมีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ (หมู่เกาะบิสมาร์กหมู่เกาะโซโลมอน ฟิจิ วานูอาตู)
ไม้ พุ่มเตี้ยสูงได้ถึง1- 3 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลตั้งตรงและกิ่งก้านมาก มีขนละเอียดปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ มีรูปร่างหลายแบบกว้าง 15 ซม. ยาว10-20 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อยแบบไม่สม่ำเสมอ ใบมีสีเขียวทองแดงและมีสีแดงกระเซ็นทำให้มีลักษณะเป็นจุด ๆ(แผ่นใบมีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เช่น ชมพูเหลืองหรือขาว  น้ำตาลแดง สีนากปนเขียว) แผ่นใบบิดห่อขึ้น ช่อดอกเป็นช่อเชิงลด ช่อดอกตั้งขึ้น ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีชมพูเรื่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีหนามแหลมยาวซึ่งห้อยลงมาในขณะที่ดอกเพศเมียมีหนามแหลมสั้นไม่ปรากฏให้เห็นได้ง่ายเนื่องจากมักจะซ่อนอยู่ในใบไม้ ก้านดอกยาว 10–20 ซม.  ผลแคปซูล 3 แฉกมีขนขนาด 4 มม. เมล็ดกลมเรียบ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เหมาะกับตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด(เพื่อให้ได้สีที่เข้มขึ้น) หรือแสงแดดครึ่งวันหรือร่มรำไร อยู่ในที่กำบังลมแรงและดินอินทรีย์ที่อุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำที่ดี ดินจะต้องมีความชื้นอย่างสม่ำเสมอหากแห้งก็มักจะเกิดการร่วงหล่นของใบอย่างรวดเร็ว อาจได้รับความเสียหายจากความแห้งแล้ง
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ใบและยอดอ่อนที่ไม่มีดอกใช้กินเป็นผักสุกกินกับข้าว
-ใช้เป็นยา มีความสำคัญในท้องถิ่นเช่นใช้ในการรักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา ใบคั้นเอาแต่น้ำเป็นยารักษาอาการท้องร่วงและโรคบิด น้ำใบสดดื่มแก้โรคกล่องเสียงอักเสบ ใช้ใบเคี้ยวเพื่อเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับไส้ติ่งที่แตก -การแช่ใบและเปลือกเป็นยารักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ
-ใช้ปลูกประดับ นิยมใช้จัดสวนอยู่มาก โตเร็ว ปลูกเป็นกลุ่มตัดแต่งทรงพุ่มหรือปลูกเป็นแถวริมรั้วริมทางเดิน สายพันธุ์ที่นิยม- 'Marginata' มีใบสีเขียวทองแดงที่มีขอบสีชมพูหรือสีแดงเข้ม -'Macrophylla' มีใบขนาดใหญ่แตกต่างกันไปด้วยบรอนซ์ครีมเหลืองและแดง ใบของ -'Musaica' มีสีส้มและแดงเป็นจุด ๆ- 'Godseffiana' มีใบแคบหลบตามีขอบสีครีม **ในรูปซ้ายมือใบใหญ่สีแดงและมีรอยจีบน้อย นักจัดสวนสมัยก่อนเรียกก้นว่า หูปลาชะโด คือปลาชะโดมันใหญ่กว่าปลาช่อน เดี๋ยวนี้คงไม่เรียกกันแล้ว เล่าให้ฟังเฉยๆ**
ระยะออกดอก---มีดอกตลอดทั้งปีในภูมิภาคที่ไม่มีฤดูแล้งเด่นชัด
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำกิ่ง  ชำยอดอ่อน


ประทัดฟิลิปปินส์/Hamelia patens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Hamelia patens Jacq
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms

-Duhamelia odorata Willd. ex Schult. -Hamelia nodosa M.Martens & Galeotti
-Duhamelia patens (Jacq.) Pers. -Hamelia ovata Wernham
-Duhamelia sphaerocarpa (Ruiz & Pav.) Pers. -Hamelia patens var. axillaroides Wernham
-Hamelia brachystemon Wernham -Hamelia patens var. glabra Oerst.
-Hamelia brittoniana Wernham -Hamelia patens var. quinifolia DC.
-Hamelia coccinea Sw. -Hamelia pedicellata Wernham
-Hamelia corymbosa Sessé & Moc. -Hamelia sphaerocarpa Ruiz & Pav.
-Hamelia erecta Jacq. -Hamelia suaveolens Kunth
-Hamelia intermedia Urb. & Ekman -Hamelia tubiflora Wernham
-Hamelia lanuginosa M.Martens & Galeotti -Hamelia verticillata Moc. & Sessé ex DC.
-Hamelia latifolia Rchb. ex DC. -Hamelia viridifolia Wernham
-Schoenleinia thyrsoidea Miers

ชื่อวิทยาศาสตร์--Hamelia patens Jacq
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms
---Hamelia erecta Jacq.
---Hamelia nodosa M.Martens & Galeotti
ชื่อสามัญ---Scarlet Bush, Firebush, Hummingbird Bush, Redhead, Firecracker Bush.
ชื่ออื่น---ประทัดฟิลิปปินส์, ประทัดไต้หวัน ; [Pra tat phi-lip-pin.]; [BELIZ: Ix Canaan (Mayan).means "guardian of the forest.".]; [PORTUGUESE: Mato de oreção, Valmoura.]; [SPANISH: Pata de pajaro, Sanalo-todo.].
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง


มีถิ่นกำเนิดในโคลอมเบียมีช่วงขยายจากอเมริกากลาง - ปานามาถึงเม็กซิโก; แคริบเบียน - ตรินิแดดถึงคิวบาบา ฮามาสและฟลอริดา พบขึ้นในพื้นที่โล่งและพุ่มไม้ในหินปูนชื้นและเชิงเขาตอนล่างที่ระดับความสูง 0 - 3,700 เมตร
เป็นไม้พุ่มที่เขียวชอุ่มตลอดปีซึ่งมักจะเติบโตสูง 1.8 - 3 เมตรแม้ว่าบางครั้งจะกลายเป็นต้นไม้ที่มีความสูงถึง 5 เมตรโดยมีboleสั้น ๆ เส้นผ่านศูนย์กลาง 8 ซม ใบยาว 10-20 ซม.ดอกเป็นหลอดสีส้มอมแดงสด ผลกลมสีดำมีเนื้อนุ่ม ยาว 6 - 9 มม. มีเมล็ดจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ชอบแสงแดดตลอดวัน สามารถทนอยู่ในที่ร่มได้นานแต่ดอกจะออกน้อยกว่าอยู่กลางแดดเต็มวัน
ใช้ประโยชน์---พืชชนิดนี้มีเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารยาและแหล่งของแทนนินและปลูกเป็นไม้ประดับ
-ใช้กิน ผลมีรสชาติที่สดชื่นและเป็นกรด กินได้ ในเม็กซิโกนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม หมัก
-ใช้เป็นยา ผลไม้และใบใช้ในการแพทย์พื้นบ้านสำหรับโรคต่างๆ - ในเบลีซพืชชนิดนี้ใช้สำหรับปัญหาผิวหนังทุกประเภทรวมถึงแผล แผลไฟไหม้ อาการคัน แมลงและสัตว์กัดต่อย -ในเปรู Amazonใช้ใบสำหรับโรคบิดไข้, โรคไขข้อและเลือดออกตามไรฟัน ยาพอกใบอุ่นใช้สำหรับฟกช้ำและเคล็ดขัดยอก -ในบราซิลรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะใบแก้หิดและปวดหัว -ยาพื้นบ้านของชาวมายันใช้สำหรับแผลเรื้อรังและเนื้องอก
-ใช้ปลูกประดับ ตัดแต่งทรงพุ่มเป็นรูปทรงต่างๆได้ดี
-อื่น ๆ เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนแข็ง โดยทั่วไปมีขนาดเล็กเกินไปที่จะมีการใช้ประโยชน์มาก ลำต้นและใบถูกนำมาใช้ในการฟอกหนัง ดอกสีแดงดึงดูดนกฮัมมิ่งเบิร์ดและผีเสื้อสำหรับการผสมเกสร
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด การตอนกิ่ง ชำยอด


ชบาด่างสามสี/Hibiscus rosa-sinensis L.'cooperi'

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hibiscus rosa-sinensis L.'cooperi'
ชื่อสามัญ---Rose mallow 'Cooperi', Hibiscus Cooper, Roseflake.
ชื่ออื่น---ชบาใบด่าง, ชบาสามสี
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียใต้


ความเป็นมาของพืชชนิดนี้ค่อนข้างไม่ชัดเจน แต่จากข้อมูลที่กระจัดกระจายเป็นไปได้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (หรือชนิดย่อยของHibiscus rosa-sinensis).
ไม้พุ่มอายุหลายปี สูง0.5-2เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ปลายใบ แหลมถึงมน ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบด้านบนมีทั้งด่างสีแดงและสีขาว พันธุ์ที่มีใบด่างสีแดงจะ มีสีเขียวปนแดงเกือบทั้งใบ ส่วนพันธุ์ที่มีใบด่างสีขาว จะมีสีเขียวปนเขียวอ่อน ชื่อว่า 'Cooperi Alba'  กิ่งก้านของชบาด่างสามสีจะมีสีเขียวปนแดงเรื่อ ดอกสีแดงออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายกิ่งขนาดกว้างถึง 10 ซม. มีทั้งกลีบดอกชั้นเดียวเเละดอกซ้อน กลีบดอกบาง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 กลีบ ปลายกลีบหยักเป็นคลื่น ผล ผลแห้งแตก รูปไข่กลับ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่แสงแดดจัด ดินร่วนปนทราย ดินมีการระบายน้ำดี ความชื้นในดินสม่ำเสมอ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้ในการจัดสวน ปลูกเป็นกลุ่มเป็นแปลงขนาดใหญ่ ในสวนสาธารณะ ปลูกเป็นแถว เป็นแนวริมรั้ว ริมกำแพงได้ดี หรือ ริมทางเดิน ริมน้ำตก ลำธาร สระว่ายน้ำ ริมทะเล
-อื่น ๆ ยังมีสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น 'Snow Queen', 'Roseflake' และ 'Hummels Fantasy' ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้นพร้อมกับความแตกต่างของสีขาวจำนวนมากในใบไม้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ปักชำ เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
    

ละอองดาว/Hypoestes phyllostachya

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Hypoestes phyllostachya Baker.
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Hypoestes sanguinolenta Hook.
ชื่อสามัญ---Flamingo- plant, Pink- Dot, Polka Dot, Polka- dot- plant, Freckle- face, Measlesplant.
ชื่ออื่น---ละอองดาว ; [THAI: La-ong-dao.]; [JAPANESE: Sobakasusou (sobakasu kusa).]; [PORTUGUESE: Hypoestes.]; [SWEDISH: Rosenstänk.];
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาใต้,มาดากัสการ์,เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก hypo หมายถึงภายใต้และ estia หมายถึงบ้านอ้างอิงถึง calyxes ที่ปกคลุมด้วย bracts ; ชื่อสายพันธุ์ phyllostachya มาจากภาษาละตินหมายถึง "มีหนามแหลม"
มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์
ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 30-50 ซม.ใบไม้สีเขียวย้อมด้วยจุดสีชมพูม่วง ใบเรียงตรงข้ามรูปไข่และปลายแหลม มีก้านใบยาว 2 ถึง 4 ซม. 1 ชนิดที่พบมากที่สุดมีใบสีเขียวมีจุดสีชมพูแม้ว่าจะมีตั้งแต่สีขาวจนถึงสีชมพูจนถึงสีแดงก็ตาม จุดที่ด้านล่างของใบมีสีจางกว่ามากมักเป็นสีขาว ดอกขนาดเล็กเกิดที่ปลายลำต้น มีสีชมพู / ม่วง ผลไม้เป็นแคปซูล มีเมล็ดจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินปนทรายที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ แดดครึ่งวันเช้าหรือเต็มวันหรือรำไร อ่อนแอต่อแมลงหวี่ขาว เพลี้ยและเพลี้ยแป้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปลูกในบ้านในสภาพที่ไม่เหมาะสม ระวังโรคราแป้ง.
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปลูกลงดินจะควบคุมการให้น้ำยาก น้อยก็ไม่ได้มากก็ไม่ดี เป็นไม้กระถาง หรือกระถางแขวนจะดูแลง่ายกว่า  มีหลายสายพันธุ์ที่มีใบหลากสีที่กล่าวถึงได้และได้รับความนิยม เช่น H. phyllostachya 'Camina' มีใบสีเขียวเข้มและสีแดงเลือดนก
H. phyllostachya 'Confetti Blush สีขาวมะกอกเขียว
H. phyllostachya 'Pink Splash' สีเขียวและชมพูซีด
H. phyllostachya 'Red Splash' สีเขียวและสีแดง
H. phyllostachya 'White Splash' สีเขียวและสีขาว
ในสหราชอาณาจักรได้รับรางวัล  Royal Horticultural Society’s Award of Garden Merit.
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


ลิ้นกระบือ/Exocoecaria cochinchinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Exocoecaria cochinchinensis Lour.
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms    
---Antidesma bicolor Hassk.
---Excoecaria bicolor (Hassk.) Zoll. ex Hassk.
---Excoecaria orientalis Pax & K.Hoffm.
---Excoecaria quadrangularis Müll.Arg.
---Sapium cochinchinense (Lour.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Picara, Chinese croton, Blindness tree, Junkle Fire plant.
ชื่ออื่น---ลิ้นกระบือ, กระบือเจ็ดตัว, กำลังกระบือม, ใบทองแดงม ลิ้นกระบือขาว, ตาตุ่มไก่, ตาตุ่มนก ; [THAI: Ka buea, Kamlang krabue, Kra bue chet tua, Lin krabue, Bai thong daeng, Lin krabue khao, Tatum kai, Tatum nok.]; [CHINESE: Ji wei su.];[INDIA: Tsillay cheddie, Tilay cheddey.]; [INDONESIA: Ki sambang, Daun remek daging, Sambang daging.]; [JAPANESE: Sei-shi-boku.]; [MALAYSIA: Buta-buta, Bebuta, Daun sambang, Sambang merah, Sambang darah.]; [SWEDISH: Burgunderbuske.]; [VIETNAM: Cay leiodo.].
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากภาษาละติน "excoecaria"  = ทำให้ตาบอด อ้างอิงถึง รายงานที่Sapของต้นไม้ ทำให้ตาบอด ; ชื่อสายพันธุ์มาจากภาษาละติน cochinchinensis มาจาก Cochinchina ซึ่งเป็นชื่อเก่าของเวียดนาม

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน พบที่ระดับความสูง 0-1,500 เมตร
เป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง1-2เมตร  ใบมีขนาดขนาด 4-15 x 1.5-4.5 ซม.ใบด้านบนจะมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ใต้ใบสีแดงเลือดหมู ทำให้ดูมีสีสันแทรกความเขียว ดอกไม่โดดเด่น เป็นดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ดอกเป็นดอกเล็กสีเขียวอ่อน ช่อดอกเพศผู้มีความยาว 1-2 ซม. ในขณะที่ดอกเพศเมียมีดอก 3 ถึง 5 ดอกสั้นกว่าเล็กน้อย ผลเป็นแคปซูล เมล็ดรูปไข่เรียบ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้งแดดตลอดวัน หรือแดดรำไร ดินที่ชื้นและมีการระบายน้ำได้ดี
ใช้ประโยชน์---มักปลูกเป็นไม้ประดับโดยเฉพาะสีของใบและบางครั้งก็ปลูกเพื่อใช้เป็นยา
-ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน  เสน่ห์ของไม้ต้นนี้อยู่ที่ใบ นิยมปลูกกันมานานกว่า30ปี สมัยก่อนนิยมนำใบไปร้อยมาลัยและจัดพานพุ่ม
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นยาแก้คันและห้ามเลือด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ทุกส่วนของพืชใช้เป็นยาในการรักษาโรคหัด ตาอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ -ใบต้มหรือคั่ว เป็นยาพื้นบ้านสำหรับลมพิษ เริมและงูสวัด
รู้จักอันตราย---น้ำยางเป็นสารระคายเคืองและใช้เป็นยาเบื่อปลา
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำ


ลิ้นกระบือด่าง/Excoecaria cochinchinensis 'Firestorm'

ชื่อวิทยาศาสตร์---Excoecaria cochinchinensis 'Firestorm'
ชื่อพ้อง ---None set
ชื่อสามัญ ---Variegated Chinese, Croton Chinese ,Croton Variegated, Blindness Tree,Buta Buta
ชื่ออื่น---ลิ้นกระบือด่าง ลิ้นกระบือใบด่าง ; [THAI: Lin krabue dang, Lin krabue bai dang.].
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ต้นนี้ใบจะแตกต่างออกไปจากลิ้นกระบือปกติ คือสีเขียวของด้านบนใบจะเป็นสีเขียวมะกอกมีสีครีมออกเหลืองหน่อยๆแทรก ส่วนใต้ใบเป็นสีแดงเลือดหมูหรือสีแดงคล้ำเหมือนกัน ต้นนี้จะโตช้ากว่า ความสูงของทรงต้นเมื่อโตเต็มที่อยู่ประมาณ 90-120ซ.ม.แต่ปลูกแล้วจะดูสวยเต็มที่ตอนต้นสูงประมาณ 30-40 ซ.ม.สูงกว่านั้นถ้าขาดการดูแลตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอต้นจะเก้งก้าง อีกอย่างลิ้นกระบือทั้งสองต้นเป็นไม้นิยมพวกพ้อง เวลาปลูก ควรปลูกเป็นกลุ่ม เป็นแถว เป็นแนว
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


 แพงพวย/Catharanthus roseus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Catharanthus roseus (L.) G.Don
ชื่อพ้อง--- Has 4 Synonyms   
---Basionym : Vinca rosea L.
---Ammocallis rosea (L.) Small
---Lochnera rosea (L.) Rchb. ex K.Schum.
---Pervinca rosea (L.) Gaterau
ชื่อสามัญ---Madagascar periwinkle, West Indian Periwinkle, Cape periwinkle, Rose periwinkle, Rosy periwinkle, Old-maid , Graveyard plant, Bright eyes.
ชื่ออื่น---ผักปอดบก, แพงพวยบก, แพงพวย [THAI: Paeng puoey.]; [ASSAMESE: Nayantara,Pirali Kunwori.]; [BENGALI: Nayantara.]; [BRAZIL: Boa-noite, Boa-tarde, Lavadeira, Pervinca-rosa, Vinca-de-gato, Vinca-de-madagascar, Vinca-rósea.]; [CHINESE: Chang chun hua.]; [CZFCH: Katarantus.]; [FRENCH: Pervenche de Madagascar.]; [HINDI: Sadasuhagi, Sadabahar, Sadaphuli.]; [MALAYALAM: Shavam Naari.]; [MARATHI: Sadaphuli.]; [PERSIA: Gul-e-farang.]; [PORTUGUESE: Maria sem-vergonha.]; [SPANISH: Chatas, Chula, Pervinca de Madagascar]; [SWEDISH: Rosensköna.]; [TAMIL: Nithyakalyaani.].
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ยุโรป (กรีซ); แอฟริกา (เอริเทรีย เอธิโอเปีย มาลาวี โมซัมบิก แซมเบีย มอริเชียส เรอูนียง เซเชลส์ ; เอเชีย - ทรอปิคอล ( ศรีลังกา ปาปัวนิวกินี ไทย  มาเลเซีย ; ออสตราเลเซีย (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ [หมู่เกาะเคอร์มาเดค] ; อเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา -ฟลอริดา) ; แปซิฟิก สหรัฐอเมริกา (ฮาวาย) หมู่เกาะมาร์แชล, ไมโครนีเซีย, เฟรนช์โปลินีเซีย  ฟิจิ นิวแคลิโดเนีย นีอูเอ ตองกา สหรัฐอเมริกา [อเมริกันซามัว] ; แคริบเบียน: แองกวิลลาแอ นติกาและบาร์บูดา บาฮามาส บาร์เบโดส หมู่เกาะเคย์แมน คิวบา โดมินิกาสาธารณรัฐ โดมินิกัน กวาเดอลูป เฮติ จาเมกา มาร์ตินีก มอนต์เซอร์รัต เนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ , สหรัฐอเมริกา, [เปอร์โตริโกหมู่เกาะเวอร์จินสหรัฐอเมริกา] หมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ) ; อเมริกากลาง (เบลีซ คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส นิการากัว ปานามา เวเนซุเอลา) ; อเมริกาใต้ (โบลิเวีย เอกวาดอร์ [กาลาปากอส] เปรู) อาร์เจนตินา ปารากวัย , อุรุกวัย)


มีถิ่นกำเนิดในมหาสมุทรอินเดียตะวันตก: มาดากัสการ์ แต่ปลูกกันอย่างแพร่หลายและมีสัญชาติในพื้นที่กึ่งเขตร้อนและเขตร้อนของโลก มักพบในบริเวณที่เป็นทรายตามแนวชายฝั่ง  ริมฝั่งแม่น้ำ ในทุ่งหญ้าสะวันนาและตามริมถนนบางครั้งในป่าเปิดหรือป่าละเมาะโดยปกติจะอยู่ใกล้ระดับน้ำทะเล แต่บางครั้งก็ถึงที่ระดับความสูง 1,500 เมตร
แพงพวยฝรั่ง เป็นไม้เนื้ออ่อนพุ่มเตี้ยสูงประมาณ สูง 30 - 100 ซม.น้ำยางสีขาวมีอยู่ในทุกส่วนของพืช ใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขนาดใบ 2.5-9 x 1-3.5 ซม. ใบออกเป็นคู่เรียงสลับตามข้อต้น ใบสีเขียวมันวาวไม่มีขนมีเส้นกลางใบสีซีดและก้านใบสั้น 1-1.8 ซม. ดอกออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ3-6ดอก ดอกมี5กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลางดอก2-5 ซม.ผลแห้งแตกได้ เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลดำจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด แม้แต่ตามหาดทรายชายทะเล ก็ขึ้นได้ตามปกติ ทนต่อเกลือในดินได้มาก ชอบ pH ในช่วง 6 - 7 ทนได้ 5.5 - 7.5
ใช้ประโยชน์---พืชนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแพทย์แผนโบราณในแอฟริกาและเอเชีย มักรวบรวมมาจากป่าและยังมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย การค้นพบล่าสุดของสารประกอบ vincristine ในพืชได้นำไปสู่การเพาะปลูกเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะในสเปนจีนและสหรัฐอเมริกาเนื่องจากสารประกอบดังกล่าวพิสูจน์ตัวเองว่ามีประโยชน์ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
-ใช้ปลูกประดับ ปลูกลงแปลงเป็นกลุม เป็นแถวเป็นแนว ปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกเป็นไม้กระถางแขวน ปัจจุบันมีแพงพวยสีใหม่ๆมากมาย แพงพวยพันธุ์ใหม่จะมีขนาดเตี้ยกว่าแพงพวยพันธุ์เดิม และความคงทนสู้พันธุ์เดิมไม่ได้ แพงพวยพันธุ์ใหม่จะปล่อยให้ขาดน้ำไม่ได้ยุบตัวแล้วรดน้ำไม่ค่อยฟื้น ไม่ทนต่อโรคราและโรคเน่าคอดิน แต่ก็มีความสวยงามน่ารักมากทำให้เป็นที่นิยม สายพันธุ์ที่โดดเด่น ได้แก่ 'Albus' (ดอกไม้สีขาว), 'Grape Cooler' (กุหลาบ - ชมพู, พันธุ์ที่ทนต่อความเย็น), Ocellatus Group (สีต่างๆ) และ 'Peppermint Cooler' (สีขาวตรงกลางสีแดงทนต่อความเย็นได้) ในสหราชอาณาจักรได้รับรางวัล  Royal Horticultural Society’s Award of Garden Merit 2017
-ใช้เป็นยา ใช้ในในอายุรเวท (ยาแผนโบราณของอินเดีย) สารสกัดจากรากและยอดของมันแม้ว่าจะมีพิษ แต่ก็ถูกนำมาใช้กับโรคต่างๆ- ในการแพทย์แผนจีน , สารสกัดถูกนำมาใช้กับโรคจำนวนมากรวมถึงโรคเบาหวาน , โรคมาลาเรีย โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง -การทดสอบโดย บริษัท ยาในปี 1950 พบว่ามีสารอัลคาลอยด์ที่ออกฤทธิ์ทางการแพทย์จำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสารประกอบ vincristine ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ การปักชำในน้ำจะทำให้เกิดรากได้เช่นกัน แต่จะใช้เวลานานกว่าในดิน


เทียนบ้าน/Impatiens balsamina

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Impatiens balsamina L.
ชื่อพ้อง---Has 22 Synonyms

-Balsamina coccinea (Sims) DC. -Impatiens balsamina var. coccinea (Sims) Hook.f.
-Balsamina cornuta (L.) DC. -Impatiens balsamina var. longifolia Wight & Arn.
-Balsamina foeminea Gaertn. -Impatiens coccinea Sims
-Balsamina lacca Medik. -Impatiens cornuta L.
-Balsamina minutiflora Span. -Impatiens eriocarpa Launert
-Balsamina mollis G.Don -Impatiens giorgii De Wild.
-Balsamina odorata Buch.-Ham. ex D.Don -Impatiens malayensis Griff.
-Balsamina racemosa Buch.-Ham. ex D.Don -Impatiens salicifolia Turcz.
-Balsamina salicifolia Bojer ex Baker -Impatiens sinensis Buch.-Ham. ex Benth.
-Impatiens angustifolia Steud. -Impatiens stapfiana Gilg
-Impatiens arcuata Wall. ex Wight & Arn. -Impatiens tamsiana Exell

ชื่อสามัญ---Garden Balsam, Garden jewelweed, Rose balsam, Touch-me-not
ชื่ออื่น---เทียนบ้าน เทียนดอก เทียนสวน เทียนไทย เทียนขาว เทียน (ภาคกลาง) ; [THAI: Thian baan; Thian suan, Thiandok.]; [ASSAMESE:Keruphul,Dopati,Damdeuka.]; [BENGALI: Dopati.]; [BRUNEI DARUSSALAM: Banga pacar; Bungar pecar.]; [CHINESE: Feng xian hua.]; [CUBA: Espuela; Espuela de gallo; Jardines.]; [CZECH: Netýkavka balzamína.]; [FRENCH: Balsamine, Balsamine des jardins, Impatiente.]; [GERMAN: Balsamine, Garten-Springkraut, Gartenspringkraut.]; [HINDI: Gulmehendi.]; [INDIA: Dopati; Dushparijati; Tatur; Terada.]; [INDONESIA: Laka gofu; Pacar air; Pacar banyu.]; [ITALIAN: Balsamina.]; [JAPANESE: Tsuri-fune-so.]; [KOREAN: Bongseonhwa.]; [LESSER ANTILLES: Gekweekt.]; [MALAYALAM: Thottachinungi, Thilam Oonappuu,Mechingam.]; [MALAYSIA: Bungatabo; Inai ayer; Keembong.]; [MARATHI: Terada, Gulmendi.]; [MYANMAR: Dau dalet.]; [PHILIPPINES: Kamantigi; Solonga.]; [PORTUGUESE: Beijo de frade.]; [PUERTO RICO: Espuela de galán.]; [SAINT LUSIA: Busy-lizzie.]; [SANSKRIT: Dushparijati, Tairini.]; [SPANISH: Balsamina; Chachupina; Chico; Madama; Mírame-lindo.]; [TAMIL: Utakatam, Aivartyenki, Kacit-tumpai.]; [TELUGU: Mudda gorinta.].
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ยุโรป เอเชีย อเมริกา โอเชียเนีย บางส่วนของแอฟริกาเขตร้อนและเกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก
มีถิ่นกำเนิดในอินเดียและพม่า มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในยุโรป เอเชีย อเมริกา โอเชียเนียและบางส่วนของแอฟริกาเขตร้อนและได้มีการแปลงสัญชาติรุกรานบนเกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก แคริบเบียนรวมถึงคอสตาริกา เปรู หมู่เกาะกาลาปากอส ฟิลิปปินส์ พบเกิดขึ้นตามพื้นที่เปียกค่อนข้างโล่งหรือเป็นป่าพง เติบโตที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลใกล้ถึง 3,500 เมตร
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อยู่ได้ราว1ปี ต้นสูงประมาณ 20-70 ซม. ลำต้นแตกกิ่งก้านใกล้กับโคนต้น ข้อกลวง ต้นใหญ่ เป็นรูปกลมทรงกระบอก  กิ่งก้านสีเขียวอ่อนอมแดงอวบน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียนรอบต้น ใบรูปรีกว้าง ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบจักเป็นซี่ฟันตลอดทั้งขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 ซม.ยาวประมาณ 6-10 ซม. แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้มหลังใบและท้องใบเรียบ  ก้านใบ 2-13 มม. ดอกออกตามซอกใบและซอกกิ่ง ดอกเป็นช่อประมาณ 2-3 ดอก หรือออกเป็นดอกเดี่ยว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-5 ซม.มีดอกซ้อนและดอกชั้นเดียวมีหลายสีเช่น ขาว ม่วง แดง ชมพู ผลเป็นแคปซูลรูปทรงรีขนาด 12-20 x 6-8 มม.  ผิวผลมีขนยาวสีขาวปกคลุม ผลเป็นกระเปาะมีรอยแยกแบ่งเป็น 5 กลีบ ผลมีก้านยาวสีเขียว เมื่อแก่เต็มที่จะแตกออกตามยาว เปลือกจะบิดม้วนและดีดเมล็ดออกมา ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มถึงดำ มีรอยกระอยู่หลายเมล็ด เมล็ดกลมหรือเป็นรูปไข่แบน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-3 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ตำแหน่งร่มรำไรแสงแดดอ่อน ชอบดินร่วนซุยที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี แต่ชื้น สามารถเติบโตได้ในดินหลายประเภทเช่นดินเหนียวดินทรายและดินร่วนที่มี pH อยู่ในช่วง 5.6-7.5
ใช้ประโยชน์---พืชนี้เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารยาสีย้อม ฯลฯ และมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
-ใช้กิน ใบและยอดอ่อน - สุก กินได้ ในอดีตชาวบาหลีจะนำใบเทียนบ้านมากินเป็นอาหาร
-ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกกันเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือน ตามสถานที่ราชการต่าง ๆ หรือตามสวนยาจีน สวนทั่ว ๆ ไป ปลูกเลี้ยงง่ายโตเร็ว ดอกจะทยอยบานทนนาน1เดือน เมื่อเมล็ดร่วงจะงอกได้เองในฤดูฝนหรือเมื่อได้รับน้ำ
-ใช้เป็นยา สายพันธุ์นี้ถูกใช้เป็นยาแผนโบราณในเอเชียสำหรับโรคไขข้อกระดูกหักและโรคอื่น ๆ น้ำคั้นจากใบใช้รักษาหูดและงูกัดและใช้ดอกไม้กับแผลไฟไหม้-ในเกาหลีการแพทย์พื้นบ้านใช้ดอกไม้ชนิดนี้ นำมาใช้เป็นยาที่เรียกว่าbongseonhwa dae สำหรับการรักษาของอาการท้องผูกและโรคกระเพาะ-ชาวจีนใช้พืชชนิดนี้ในการรักษาผู้ที่ถูกงูกัดหรือผู้ที่กินปลามีพิษเข้าไป-เมล็ดเป็นยาขับเสมหะและใช้ในการรักษามะเร็ง ยาต้มรากดื่มเพื่อรักษาประจำเดือนที่ผิดปกติ บางครั้งรากจะถูกบดและใช้ในการพอกแผลการอักเสบของผิวหนังและเล็บที่ฉีกขาด-ลำต้นใบและน้ำมันของเมล็ดใช้ในยาแผนโบราณของเอเชียเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิตและบรรเทาอาการปวดและเจ็บคอ
-อื่น ๆ ชาวเวียดนามสระผมด้วยสารสกัดจากพืชเพื่อกระตุ้นการงอกของเส้นผม -ใบสดนำมาต้มกับน้ำใช้สระผม จะช่วยบำรุงผม ทำให้ผมดกดำ-ดอกไม้มักใช้ในเอเชียสำหรับการย้อมเล็บมือและเล็บเท้าของผู้หญิงเป็นสีส้ม
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ชื่อของต้นเทียน เปรียบเสมือนสิ่งที่ให้แสงสว่างที่ชาวพุทธใช้ในการบูชาพระรัตนตรัย และใช้ในงานพิธีต่าง ๆ ถือเป็นความมงคล
รู้จักอันตราย---ในการใช้เป็นยา รากของต้นเทียนบ้านหากกินในปริมาณมาก หรือใช้ติดต่อกันนาน ๆ หรือกินบ่อย ๆ จะเป็นอันตรายต่อม้ามและกระเพาะ
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


เพ็ญทิวา/Asystasia intrusa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Asystasia intrusa blume
ชื่อพ้อง--- This name is a synonym of Asystasia gangetica subsp. micrantha (Nees) Ensermu
ชื่อสามัญ---Ganges primrose, Philippine violet, Creeping foxglove
ชื่ออื่น---บาหยา,ย่าหยา,เพ็ญนภา ; [THAI: Baya, Yaya, Pen na phaa, Pen thi wa.]; [AFRIKAANS: Isihobo (Zulu).]; [CHINESE: Shi wan cuo shu.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย, ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---แอฟริกาใต้-เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Asystasia หมายถึงความไม่สอดคล้องกันและเกี่ยวข้องกับความจริงที่ว่ากลีบดอกมีความสม่ำเสมอมากหรือน้อยซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติในตระกูล Acanthaceae ;  คำว่า gangetica มาจากแม่น้ำคงคาในอินเดียซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้น
ถิ่นกำเนิดในแอฟริกาอินเดียและศรีลังกา พบในแหล่งที่อยู่อาศัยที่หลากหลายมักอยู่ในที่ร่มที่ระดับความสูงถึง 1600เมตร
เป็น ไม้พุ่มสูงได้ถึง 1 เมตร กิ่งก้านมักทอดยอดเลื้อย ดอกใหญ่สีชมพูงเข้ม หรือม่วงแดงขลิบขาว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดครึ่งวันหรือรำไร สามารถปลูกในดินใดก็ได้ในสวน แต่จะดีกว่าถ้าใส่ปุ๋ยหมักมาก ๆ
ใช้ประโยน์---ใช้กิน ใบไม้ถูกคนในท้องถิ่นกินเป็นผักโขม
-ใช้ปลูกประดับ ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน ใช้ปลูกเป็นจำนวนมากภายใต้ต้นไม้ใหญ่และมีแนวขอบที่มีแสงแดดส่องถึงกึ่งร่มหรือในที่ร่ม ใช้ปลูกเป็นไม้กระถางได้ เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ให้ดอกดก โตเร็ว  
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


ก้ามปูหลุด/Tradescantia zebrina

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Tradescantia zebrina Bosse.
ชื่อพ้อง ---Has 1 Synonyms   
---Cyanotis zebrina (Bosse) Nees
ชื่อสามัญ---Cockroach grass; Inch plant; Purple wandering jew; Silver inch plant; Striped trad; Striped wandering creeper; Striped wandering jew; Wandering zebrina; Zebra plant.
ชื่ออื่น---ก้ามปูหลุด, ยิวพเนจร ; [THAI: Kaam poo hlood, Yew pha nae chon.]; [BRAZIL: Judeu-errante; Lambari; Trapoeraba-roxa.]; [CHINESE: Diao zhu mei.]; [CUBA: Cucaracha.]; [FRENCH: Misère; Mizè.]; [GERMAN: Silber-Dreimasterblume.]; [LESSER ANTILLES: Kakalaka.]; [PUERTO RICO: Cohitre morado; Judío errante.]; [SPANOSH: Barbija; Cañutillo; Hoja de milagro.].
ชื่อวงศ์---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ โคลอมเบีย คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เม็กซิโก นิการากัว ปานามา
มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกแต่ได้รับการแนะนำอย่างกว้างขวางในที่อื่นในฐานะไม้ประดับในสวน ปัจจุบันมีอยู่ในออสเตรเลียหมู่เกาะแปซิฟิกต่างๆแคริบเบียนบางส่วนของอเมริกากลางและใต้ สหรัฐอเมริกาตอนใต้ แทนซาเนีย เอเชียตะวันออกและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในธรรมชาติพบบนหินและบนพื้นดินในป่าดิบชื้นที่ร่มรื่นที่ระดับความสูง 60 - 1500 เมตร
ไม้ล้มลุกที่มีลักษณะอวบน้ำ ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดินออกรากไปตามข้อ ใบรูปขอบขนานถึงรูปไข่ยาว 2-5 ซม ปลายใบแหลม สีเขียวเข้มมีแถบเทาเงิน 2-3 แถบ ด้านหลังใบสีม่วงแดง ดอกสีชมพูถึงสีม่วงกลีบดอกรูปไข่ยาว 10-12 มม. บอบบางเชื่อมครึ่งล่างเป็นหลอดสีขาวแคบ ผลเป็นแคปซูล 3 แคปซูล มี 1-2 เมล็ดต่อแคปซูล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดรำไรหรือแดดช่วงเช้า ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย  pH ของดิน 6-8 การดูแลไม่ต้องให้ปุ๋ยบ่อยนักปีละครั้งสองครั้งก็พอเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็ได้ ตัดแต่งกิ่งเสมอจะอยู่ได้นาน กิ่งที่ตัดทิ้งนำมาปักชำได้ ควรให้น้ำแต่น้อยแต่ให้บ่อยๆ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้คลุมดินหรือใส่กระถางแขวนเป็นไม้แขวนประดับให้ห้อยลงมาก็ได้  มีหลายพันธุ์ที่มีสีม่วงค่อนข้างมากและใบมีลาย ชมพู แดงและสีขาวพาดตามยาว ชื่อสามัญจะคล้ายกัน กับก้ามปูหลุดธรรมดา ลักษณะต้นทอดเลื้อยแผ่ไปตามผิวดินชูยอดตั้งขึ้น ใบ สีแดงเข้มสวยงามแปลกตามาก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำลำต้น


ปีกแมลงสาบ/Pellionia pulchra


ชื่อวิทยาศาสตร์---Pellionia pulchra (Carr.) N.E.Br.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Pellionia repens (Lour.) Merr..
ชื่อสามัญ---Pellonia, Polynesian Vines, Trailing watermelon Begonia, Wavy Watermelon Begonia, Satin Creeper, Rainbow Vine, Watermelon Vine
ชื่ออื่น-ปีกนางฟ้า ;[THAI: Peek nang faa, Peek ma-laeng saab.];[CHINESE: Tu yan hua.]; [JAPANESE:Purukura.];
ชื่อวงศ์---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : ภูฏาน อินเดีย จีนตอนใต้ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Pellionia ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ AMJ Alphonse Pellion (1795-1868) นายทหารเรือหนุ่มชาวฝรั่งเศส
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่อยู่ในเวียดนาม พม่า คาบสมุทรมาเลเซียและโพลินีเซีย
ไม้เลื้อยอายุหลายปี มีลำต้นสีม่วงเทามีจุดด่างดำ เป็นพืชลำต้นทอดเลื้อยที่มีความสูงไม่เกิน 20-25 ซม.เป็นไม้ค่อนข้างอวบน้ำ กิ่งก้านมีสีน้ำตาลแดงเรื่อ ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว ใบรูปรีถึงรูปไข่สีเขียวอ่อนมีเส้นใบสีน้ำตาลเข้มโดดเด่น คมชัด  ดอกสีขาว แดงอมชมพูเรื่อๆ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายและโตเร็ว ชอบดินโปร่ง ไม่ขังแฉะ ดินมีการระบายน้ำดี ชอบความชุ่มชื้นและแสงจ้า แต่ไม่ใช่การสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ให้ชื้น แต่ไม่แฉะ การดูแล ปุ๋ยให้ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยเม็ดละลายช้า หรือใช้ปุ๋ยยูเรียเล็กน้อยผสมน้ำรดให้เดือนละครั้ง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับคลุมดิน เหมาะปลูกใส่กระถางหรือตะกร้าแขวน ปีกนางฟ้าหรือปีกแมลงสาบ จากหลายสิบสายพันธุ์ ที่พบมากที่สุดในการเพาะปลูก คือ
---Pellionia pulchra (Carr.) N.E.Br.ชนิดใบกลม
---Pellionia repens (Lour.) Merr. (ชนิดใบยาวปลายใบแหลมสีเขียว)
---Pellionia pulchra N.E.Br.(ชนิดใบยาวปลายใบแหลมสีแดง)
ระยะออกดอก---ตลอดปี
การขยายพันธุ์ ---ปักชำ


เกล็ดแก้ว/Alternanthera bettzichiana

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Alternanthera bettzichiana (Reg.) Nichols
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms
---Achyranthes bettzickiana (Regel) Standl.
---Alternanthera bettzickiana (Regel) Voss
---Alternanthera ficoidea bettzickiana (Regel) Backer
---Alternanthera ficoidea versicolor (Lem.) LBSm. & ดาวน์
---Alternanthera spathulata Lem.
---Alternanthera versicolor (Lem.) Regel
---Telanthera bettzickiana Regel
---Telanthera ficoide versicolor Lem.
---Telanthera picta (Passarge) C.Koch
ชื่อสามัญ---Baptist plant, Calico plant, Parrot leaf.
ชื่ออื่น---เกล็ดแก้ว,  ผักเป็ดด่างม ผักเป็ดฝรั่ง ; [THAI: Klet kaew, Pàkbpèt dang, Pàkbpèt fà-ràng.]; [CHINESE: Jǐn xiù xiàn.]; [FRENCH: Alternanthère de Bettzick.]; [GERMAN: Papageienblatt.]; [JAPANESE: Moyoubiyu.]; [MALAY: Djukut selon.]; [RUSSIA: Alternanthera Betzick, Telanter Betzik.].
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด----ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---เขตร้อน
อาจมีต้นกำเนิดในบราซิล แต่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายและพบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพืชป่าอย่างแท้จริงบางครั้งมันก็หลุดรอดจากการเพาะปลูกและพบได้ในพื้นที่เปิดโล่งที่มีแสงแดดส่องถึงระดับความสูงถึง 2,000 เมตร
เกล็ดแก้ว เกล็ดทับทิม เป็นไม้คลุมดินกิ่งก้านเล็ก สูงระหว่าง 20 ถึง 50 ซม. สีเขียวปนขาว มีขนสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบบิดและย่น ห่อขึ้นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มอมเทาปนสีเขียวอ่อน ด่างสีขาวครีมถึงเหลืองนวล ในแต่ละใบไม่เท่ากัน ก้านใบยาว ดอกขนาดเล็กสีขาวออกเป็นแบบช่อเชิงลดตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ใบประดับ ยาว 1.5 ถึง 3 มม. กลีบและกลีบเลี้ยงมีสีขาว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ดินที่อุดมด้วยอินทรีย์และความชื้นสม่ำเสมอ คำแหน่งแสงแดดจัดเป็นบางส่วน หรือเต็มวัน
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ใบและยอดอ่อน - ดิบหรือสุก ปรุงรสอ่อน ๆ สามารถกินในสลัดหรือต้มและใช้เป็นผัก
-ใช้เป็นยา ผักปรุงสุกให้เด็กที่เป็นโรคโลหิตจางกินเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง
-ใช้ปลูกประดับ มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน นิยมจัดสวนหย่อมเป็นไม้แถวหน้า เป็นที่นิยมอย่างยิ่งในประเทศจีนซึ่ง "ปลูกในเมืองใหญ่เกือบทั้งหมด" พืชสามารถตัดแต่งและปลูกเป็นไม้พุ่มเตี้ย
-วนเกษตร พืชมีระบบรากที่กว้างขวางและปลูกในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อเป็นพืชคลุมดินและเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

เกล็ดทับทิม/Alternanthera bettzichiana

ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แดดจัด น้ำปานกลาง นิยมจัดสวนหย่อมเป็นไม้แถวหน้า


แสยก/Euphorbia tithymaloides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Euphorbia tithymaloides L.
ชื่อพ้อง--- Has 2 Synonyms   
---Pedilanthus tithymaloides (L.) Poit.
---Tithymalus tithymaloides (L.) Croizat
ชื่อสามัญ---Redbird flower, Devil's-backbone, Redbird cactus, Jewbush, Buck-thorn, Cimora misha, Christmas candle, Fiddle flower, Ipecacuahana, Jacob's ladder, Japanese poinsettia, Jew's slipper, Milk hedge, Myrtle-leaved spurge, Padus-leaved clipper plant, Red slipper spurge, Slipper flower, Sslipper plant, Slipper spurge, Timora misha,  Zig-zag plant.
ชื่ออื่น---นางกวัก, ว่านสลี, ว่านจะเข็บ, เคียะไก่ไห้, กะแหยก, แสยกสามสี, มหาประสาน, ย่าง; [ASSAMESE: Ranghita.]; [BRAZIL: Sapatinho do diabo.]; [CHINESE: Hóng què shān hú, Tuo xie hua, Yang shan hu, Niu qu cao, Yu dai gen.]; [CUBA:Itamo real.]; [FRENCH: Pantoufle.]; [GERMAN: Teufelsruckgrat.];[HAITI: Gros négre; Porcelaine; Z’herbe de l’eau.];[HINDI: Agia, Baire, Airi.]; [INDONESIAN: Pokok lipan, Pohon sig-sag, Sig-sag, Penawar lilin.]; [JAMAICA: Monkey fiddle.]; [JAPANESE: Gin-ryu.]; [MALAYALAM: Tattam'macceṭi.]; [MALAYSIA: Lalipan, Pedong, Penawar lipan, Pokok lipan, Tentulang jantan.]; [MEXICO: Zapatilla del diablo.]; [PERU: Planta magica, Cimora misha.]; [PHILIPPINES: Luha, Luhang-dalaga (Tag.).]; [PORTUGUESE: Sapatinho do diablo.]; [PUERTO RICO:  Ipecacuahana.]; [SAMOA: Atualoa.]; [SPANISH: Timora misha, Itamo real, Zapatito rojo, Zapatito de la Vergen.]; [SWEDISH: Skobuske.]; [TONGA: Matavivi, Feo.];  [VIETNAMESE: Dương san hô, Hồng tước san hô, Cây thuốc giấu.]; [YORUBA: Aperejo.];
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะอันดามัน บังคลาเทศ หมู่เกาะเวสต์อินดีสต์ เกาะเคแมน อเมริกาใต้ แอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดในฟลอริดา (สหรัฐอเมริกา) เม็กซิโกอเมริกากลางอเมริกาใต้ตอนเหนือและหมู่เกาะส่วนใหญ่ในทะเลแคริบเบียน มีการกระจายพันธุ์ไปทั่วโลกในฐานะไม้ประดับ สายพันธุ์นี้ได้รับการแนะนำในเอเชีย แอฟริกา ฮาวายและหมู่เกาะเล็ก ๆ ในโอเชียเนียและแคริบเบียน มีการแปลงสัญชาติในบังกลาเทศ ชาด แกมเบีย ซึ่งเกิดขึ้นบนเนินเขาพื้นที่รกร้างและริมถนนที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1200 เมตร ปัจจุบันมีการระบุว่ารุกรานในนิวแคลิโดเนีย, บริติชอินเดียน, เกาะเวก(Wake)ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะรอบนอกของสหรัฐอเมริกาโอเชียนเทร์ริทอรีและคิวบา
เป็น ไม้พุ่มต้นสูง40-70 ซม ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ลำต้นคดไปมาใแต่ชูยอดตั้งตรง ใบรูปรีถึงรูปไข่ 3.5-8 x 2.5-5 ซม. แผ่นใบหนา ผิวใบเรียบ บางชนิดผิวใบย่น บางชนิดห่อขึ้นเหมือนรูปเรือ สีเขียวอ่อน บางชนิดด่างขาวอมชมพู มีช่อดอกเล็กๆที่ปลายยอด ดอกแยกเพศ
ข่อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบสภาพแห้งและแดดจัดโดยเฉพาะพันธุ์สีชมพูเมื่อถูกแดด สีชมพูจะขับขึ้นมาสดใส แต่ก็สามารถจะปลูกในที่่ร่มได้ทนต่อร่มเงาได้ปานกลาง ปรับตัวให้เติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิดที่มีค่า pH 6.1-7.8 นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อความแห้งแล้งสูง
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์อย่างกว้างขวางเพื่อใช้เป็นไม้ประดับมักใช้เป็นไม้พุ่มหรือไม้กระถาง นิยมปลูกกันในบ้านเรามานานแล้ว แต่ต้องระวังเวลาตัดแต่งกิ่งควรสวมมือป้องกัน เพราะยางสีขาวของแสยกมีพิษ
-ใช้เป็นยา ใช้ในทางการแพทย์ในประเทศจีนเช่นการบาดเจ็บและกระดูกหัก-ในทางการแพทย์ของอินเดียใบใช้ในการรักษาบาดแผลแผลไฟไหม้และแผลในปาก-- ในระบบพื้นบ้านอื่น ๆ ใบชาใช้สำหรับโรคกล่องเสียงอักเสบ แผลในปาก กามโรค โรคหอบหืดไอ - ชาที่ทำจากรากถูกใช้เป็นยาฆ่าเชื้อและใช้แทนยาฆ่าเชื้อสำหรับ ipecacuanha - น้ำยางถูกใช้ในการรักษาโรคมะเร็งและไส้เลื่อน นอกจากนี้ยังหยดลงในโรคฟันผุที่เจ็บปวดและปวดหู (ดูความเป็นพิษต่อดวงตา: ข้อควรระวัง)
-วนเกษตร ในบางพื้นที่ปลูกเพื่อแก้ไขดินที่เป็นพิษ ใช้ปลูกในหลุมฝังกลบขยะพิษและริมถนนเนื่องจากเป็นหนึ่งในพืชไม่กี่ชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก
-อื่น ๆ ในประเทศอินเดียในการตรวจสอบประโยชน์ของมันเป็น "petrocrop" พืชที่สามารถให้ผลผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพสารสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน
รู้จักอ้นตราย---รากลำต้นและใบของพืชเป็นพิษ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ปักช

นกน้อยนำโชค/Euphorbia bracteata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Euphorbia bracteata Jacq.
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms

-Diadenaria articulata Klotzsch & Garcke. -Tithymaloides bracteata (Jacq.) Kuntze.
-Diadenaria involucrata Klotzsch & Garcke. -Tithymaloides involucrata (Klotzsch & Garcke) Kuntze.
-Diadenaria pavonis Klotzsch & Garcke. -Tithymaloides pavonis (Klotzsch & Garcke) Kuntze.
-Pedilanthus articulatus (Klotzsch & Garcke) Boiss.  -Tithymalus aztecus Croizat 
-Pedilanthus bracteatus (Jacq.) Boiss.  -Tithymalus bracteatus (Jacq.) Haw. 
-Pedilanthus greggii Millsp.  -Tithymalus eochlorus Croizat.
-Pedilanthus involucratus (Klotzsch & Garcke) Boiss.  -Tithymalus greggii (Millsp.) Croizat.
-Pedilanthus olsson-sefferi Millsp.  -Tithymalus olsson-sefferi (Millsp.) Croizat
-Pedilanthus pavonis (Klotzsch & Garcke) Boiss.  -Tithymalus spectabilis (Rob.) Croizat.
-Pedilanthus rubescens Brandegee. -Tithymalus subpavonianus Croizat.
-Pedilanthus spectabilis Rob.  -Ventenatia bracteata (Jacq.) Tratt.
-Tithymaloides articulata (Klotzsch & Garcke) Kuntze .

ชื่อสามัญ---Slipper Flower, Love Bird, Slipper Plant, Little Bird Flower, High Slipper Flower, Candelilla,  Tall slipper plant, Slipper spurge.                                                                                                                   ชื่ออื่น ---นกน้อยนำโชค, นางกวักสาลิกาลิ้นทอง [THAI: Nok noi nam chok, Nang kwak sa li ka lin thong.]; [CHINESE: Xiao Niao Hua.]; [MALAYSIA: Pokok Burung Indonesia (Malay).];
ชื่อวงศ์  ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด  ---ทวีปออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกากลาง - เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Euphorbia ได้รับมอบหมายในปี 1753 โดย Carl Linnaeus นักพฤกษศาสตร์และนักอนุกรมวิธานเพื่อเป็นเกียรติแก่ Euphorbus แพทย์ชาวกรีกของ Juba II ; ชื่อสายพันธุ์ bracteata = หมายถึงการมี bractsอ้างอิงถึงbractsที่น่าดึงดูดและโดดเด่น
มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกตะวันตกตั้งแต่โซโนราถึงเกร์เรโร (Sonora to Guerrero) เติบโตบนพื้นราบหรือพื้นราบเล็กน้อยและที่ขอบของป่าไม้ผลัดใบ ที่ระดับความสูง 300-600 เมคร
ลักษณะเป็นไม้พุ่มยืนต้นอวบน้ำความสูง 1-2 เมตร (หรือสูงถึง 2.7 เมตรในที่อยู่อาศัย) และโดยทั่วไปมีพุ่มความกว้างประมาณ 0.6-1.2 เมตร ลำต้นอวบหนาสีเขียวมียางสีขาว รูปทรงกระบอกแตกแขนงออกจากฐานมีลักษณะอวบน้ำและมักมีขนประปราย ใบหนาสีเขียวเข้มอวบน้ำออกเรียงสลับเรียบง่ายรูปไข่ยาว 4,5-10 ซม. กว้าง 25-6 ซม.มีกระดูกงูอยู่ด้านล่างเป็นมันวาวถึงมีขน ก้านใบยาว 3-4 มม.(เกือบไม่มีก้านใบ)  ดอกที่ออกมาดูเหมือนนก และสีสันสวยงามเป็นสีชมพูอมเขียวอ่อนแทรก ช่อดอก ออก1-3 กิ่งใกล้ปลายก้าน แต่ละดอกประกอบด้วยดอกเพศเมีย 1 ดอกและดอกเพศผู้หลายดอกที่อยู่ในกลุ่ม cuplike ของกาบสีชมพูอมแดงที่จับคู่กัน (ใบดัดแปลง) มีดอกไม้สีเขียวซีดถึงสีเขียวสดใสซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนกตัวเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างคู่ของสีชมพูถึงกาบสีแดง กาบสีที่สวยงามจะเริ่มออกเป็นสีเขียวและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอมแดง ในทางตรงกันข้ามกับใบไม้สีเขียวในขณะที่ดอกเบอร์ดี้สีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อผ่านช่วงเวลาสำคัญในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา หากดอกไม้ได้รับการผสมเกสร ผลไม้จะพัฒนาเป็นแคปซูล 3 แฉก  เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-13 มม. ก้านช่อดอก 7-12 มม.มีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม 3-4 เมล็ด รูปไข่ ยาว 5-7 มม. กว้าง 4-5 มม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- การดูแลง่าย ต้องการแสงแดดจัด แต่สามารถทนต่อร่มเงาที่ลึกกว่าได้ แต่พืชจะมีใบมากขึ้นและมีดอกน้อยลง ชอบ ดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ดินที่มีการระบายน้ำได้ดี อุดมด้วยสารอาหาร
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้พ่มหรือปลูกลงแปลงจำนวนมาก ทนต่อความแห้งแล้งเหมาะสำหรับใช้ในสวน xeriscaping
-อื่น ๆ พืชนี้เป็นแหล่งที่มาของขี้ผึ้ง candelilla ซึ่งใช้ในลักษณะเดียวกับขี้ผึ้ง carnauba (ได้จาก Copernicia cerifera) ใช้ในการขัดและเคลือบเงาคุณภาพสูงต่างๆ -ดอกไม้ของนกน้อยเป็นที่ดึงดูดของผึ้งผีเสื้อและนก
ความเชื่อ/พิธีกรรม---เป้นไม้มงคลนำโชคลาภมาสู่เจ้าของ
รู้จักอันตราย---แม้ว่าเราจะไม่เห็นข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพืชชนิดนี้ แต่ในน้ำยางส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่ทั้งหมด Euphorbias นั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นพิษ - การสัมผัสทางผิวหนังมักทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นแผลพุพอง การสัมผัสกับดวงตาทำให้ตาบอดชั่วคราวหรือถาวร ในขณะที่การกลืนกินอาจทำให้เกิดปัญหาในการกำจัดหรือรุนแรงขึ้น
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


เศรษฐีพันล้าน(Kalanchoe hybrid)


ชื่อวิทยาศาสตร์---Kalanchoe hybrid
ชื่อสามัญ---Mother of thousands, Mexican plant, Kanaloche, Devils backbone or Alligator plant
ชื่ออื่น---คว่ำตายหงายเป็น
ชื่อวงศ์---CRASSULACEAE
ถิ่นกำเนิด---มาดากัสการ์
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อน


ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ60ซ.ม. ไม่แตกกิ่งก้านหรือแตกเพียงเล็กน้อย ลำต้นเกลี้ยงกลมอวบน้ำ ภายในลำต้นและกิ่งก้านกลวง ใบออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปใบหอก กว้าง 2.5 – 3 ซม. ยาว 10 – 15 ซม.ปลายใบแหลม คนใบสอบ ขอบใบหยักมนมีตาพิเศษที่เกิดเป็นต้นเล็กๆ ตามขอบใบจำนวนมาก แผ่นใบหนา ตั้งขึ้น สีเขียวอมฟ้า ก้านใบสีเขียว ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดชูตั้งขึ้น ดอกย่อยจำนวนมากทรงดอกรูประฆังโคนกลีบดอกสีส้มปลายกลีบสีเหลืองช่วงที่ดอกบานนั้นใบเกือบจะไม่มีเลย
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เลี้ยงง่ายชอบน้ำน้อย ดินแห้ง ทนแล้ง แสงแดดเต็มวัน ครึ่งวัน หรืออยู่ใต้ร่มเงาได้
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงแปลงเป็นกลุ่ม
ความเชื่อ/พิธีกรรมเชื่อกันว่า ถ้าปลูกไว้จะร่ำรวย ทำมาค้าขึ้น
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและต้นอ่อนที่ก่อตัวบนขอบใบ


ฟรุ้งฟริ้ง/Gaura 'Crimson Butterflies'

ชื่อวิทยาศาสตร์---Oenothera lindheimeri (Engelm. & A.Gray) W.L.Wagner & Hoch
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Basionym: Gaura lindheimeri Engelm. & Gray
---Gaura filiformis var. munzii Cory
ชื่อสามัญ---Butterfly bush, Gaura, White Gaura, Pink Gaura, Indian feather, Lindheimer's beeblossom, Crimson Butterflies, Siskiyou Pink, Butterfly Gaura
ชื่ออื่น---ฟรุ้งฟริ้ง, หญ้าฟรุ้งฟริ้ง ; [THAI: Frung-Fring, Yaa- Frung-Fring.]; [CHINESE: Shan tao cao.]; [CZECH: Pupalka (gaura) Lindheimerova.]; [JAPANESE: Gaura, Yamamomosou, Yakusou sana.]; [GERMAN: Die Prachtkerze.]; [SWEDISH: Sommarljus.].
ชื่อวงศ์ ---ONAGRACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา :  ลุยเซียนา เท็กซัส,  อลาบามา , ยุโรป : กรีซ อิตาลี โปรตุเกส สเปน, ออสเตรเลีย : ควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Gaura : มาจากภาษากรีกแปลว่า 'สุดยอด' ตั้งชื่อตามความสูงและการแสดงดอกไม้ของบางชนิดในสกุลนี้ ; ชื่อสายพันธุ์ Lindheimeriได้รับการตั้งชื่อตาม Ferdinand Jacob Lindheimer (1801-1879) ซึ่งมักถูกเรียกว่า Father of Texas Botany เนื่องจากผลงานของเขาในฐานะนักสะสมพืชประจำถิ่นคนแรกในเท็กซัส
'Crimson Butterflies' เกิดจากการผสมพันธุ์ โดย Howard Bentley จาก Australia.และรู้จักกันในนาม 'Siskiyou Pink' ดอก Guara จากออสเตรเลีย

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ ทางตอนใต้ของรัฐลุยเซียนาและเท็กซัสทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา แพร่หลายในหลายพื้นที่ทางตะวันออกและทางใต้ของออสเตรเลีย
ไม้พุ่มเตี้ยยืนต้น สูง 0.50-0-1.50 เมตร ลำต้นสีแดงปนเหลือง แตกเป็นกอแน่น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียน รูปรี กว้าง 1-2 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบหยักห่างไม่เท่ากัน แผ่นใบสีเขียว เส้นกลางใบลักษณะนูนสีเขียวอ่อน ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 3 ซม.ออกตามปลายกิ่ง ดอกสีชมพู กลีบเลี้ยง 3-4 กลีบ กลีบดอกรูปไข่กลับ 4 กลีบ สีชมพูอมขาว เกสรเพศผู้ 1 เกสร อยู่บริเวณกลางดอก เกสรเพศเมีย 8 เกสร ผลรูปทรงรียาว 6–8 มม. และกว้าง 2-3 มม. ทำมุม 4 เหลี่ยม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแดดจัด ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ดินต้องมีการระบายน้ำดี ค่า pH 5.5-7.0  ดูแลง่ายไม่ค่อยมีโรค ทนเค็ม
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชสวนที่ได้รับความนิยมปลูกประดับสวน ปลูกเป็นไม้กระถาง ไม้แขวน ปลูกคลุมดิน ไม้ดอกน้อยเล็กจิ๋ว รูปร่างคล้ายผีเสื้อนี้ จะออกดอกหน้าร้อนไปจนถึง ฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีสันสวยงาม ดอกไม้มีหลายสายพันธุ์ได้รับการคัดเลือกสำหรับสีดอกไม้ที่แตกต่างกันตั้งแต่สีขาวบริสุทธิ์ 'Whirling Butterflies' ไปจนถึงสีชมพูเข้มใน 'Cherry Brandy' และ 'Siskiyou Pink' ในบางช่วงกลีบดอกจะมีสีขาวในยามรุ่งสางจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูก่อนจะร่วงหล่นในเวลาพลบค่ำ ในสหราชอาณาจักร O.lindheimeri ได้รับรางวัล The Royal Horticultural Society's Award of Garden Merit.
ระยะออกดอก---มิถุนายน-พฤศจิกายน
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


เข็มแคระด่าง/(West Indian Jasmine - Dwarf Variegated Leaved )


เป็นไม้พุ่มตี้ย หรือ ไม้ต้นแคระสูงไม่เกิน 1 ฟุต มีใบด่าง ลายขาวเขียวหรือเหลืองเขียว ออกดอกตลอดปี ดอกสีขาวปลายกลีบดอกลายชมพู
มีกลิ่นหอมอ่อน เลี้ยงง่าย เหมือนต้นเข็มทั่วไป


ถั่วปินโต/Arachis pintoi


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Arachis pintoi Krapov. & W.C.Gregory
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Pinto Peanut,  Forage peanut, Yellow peanut plant
ชื่ออื่น---ถั่วเปรู ถั่วลิสงเถา ถั่วบราซิล ถั่วอมาริลโล ; [THAI: Thua lisong tao.]; [BRAZIL: Modifiedoim forrageiro.]; [FRENCH: Arachide de Pinto.]; [INDONESIA: Kacang pinto, Kacang hias, Kacang-kacangan]; [MALAYSIA: Kacang Pintoi (Malay).]; [PORTUGUESE: Amendoim forrageiro.]; [SPANISH: Maní forrajero perenne, Maní perenne.]; [VIETNAM:  Cỏ đậu, Cỏ đậu phộng, Dậu phộng kiểng, Cỏ hoàng lạc, Lạc dại.].
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ ประเทศบราซิล และประเทศในเขตร้อน
มีต้นกำเนิดจากอเมริกาใต้ ; บราซิล (Bahia, Goiás, Minas Gerais) และแพร่หลายไปในเขตร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อน ได้รับการแนะนำไปสู่หลายพื้นที่รวมถึงอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย โคลอมเบียและสหรัฐอเมริกา ไปยังประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกากลางและแปซิฟิก พบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 1,400 เมตร
เป็น ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูงได้ถึง 20-50 ซม. มีรากแก้วและรากที่เป็นปมทุติยภูมิมากมาย ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ ลักษณะคล้ายต้นถั่วลิสง แต่มีใบเล็กกว่าและมีลำต้นเลื้อยไปตามดินแผ่เลื้อย คลุมดินได้ในบริเวณกว้าง ใบประกอบแบบขนนกออกตรงข้าม ใบย่อย 4 ใบ รูปไข่ กว้าง 1 – 3 ซม. ยาว 1 – 7ซม.ดอกรูปดอกถั่ว สีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 2 – 4 ซม. เมื่อได้รับการผสมเกสรก้านดอกจะยาวและงอกลงไปในดินเจาะได้ลึกประมาณ 7 ซม. ผลมีลักษณะเป็นขั้วใต้ดินฝักเดียวยาว 1-1.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มม. พบในดินชั้นบน 10 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบตำแหน่งแสงแดดจัดเต็มวันถึงแสงครึ่งวันเช้า และน้ำมาก ขึ้นได้ดีในดินหลายสภาพ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ชอบ pH ในช่วง 5.4 - 6 ทนได้ 4.5 - 7.5 มีความไวต่อสภาวะที่มีน้ำขังอย่างถาวร แต่สามารถทนต่อน้ำท่วมได้ในบางช่วงและสามารถอยู่รอดจากสภาวะแห้งแล้งได้นานถึง 4 เดือน ขึ้นได้ดีโดยเฉพาะ ภายใต้สภาพร่มเงา
ใช้ประโยชน์---เป็นพืชตระกูลถั่วเขตร้อนยืนต้นที่มีประโยชน์สำหรับทุ่งหญ้าคลุมดินและเป็นไม้ประดับ
-วนเกษตร รักษาเสถียรภาพของดินป้องกันการกัดเซาะ สามารถปรับปรุงดินและทุ่งหญ้าที่เสื่อมโทรมให้ปุ๋ยตรึงไนโตรเจนในดินได้ดี สายพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิด แบคทีเรียเหล่านี้ก่อตัวเป็นก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในชั้นบรรยากาศ ไนโตรเจนนี้บางส่วนถูกนำไปใช้โดยพืชที่กำลังเติบโต แต่พืชชนิดอื่นที่ปลูกในบริเวณใกล้เคียงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
--ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้คลุมดิน มีดอกสีเหลืองสดสวยงามเหมาะสำหรับจัดสวนประดับและปลูกแทนสนามหญ้า ปลูกควบคุมวัชพืชอื่นๆ ก็ได้ **ที่คลอง15จะ ขายกันถุงละ 5-10บาท(ราคาแล้วแต่ฤดูกาล) (2008) ช่วงที่เหมาะกับการปลูกคือช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ระยะห่างการปลูกระหว่างต้น เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองและได้ผลดี คือ 25-50 ซม. แต่ส่วนใหญ่ถ้านำมาใช้จัดสวนเพื่อความสวยงามเบื้องต้น จะปลูกชิดเป็นแพ แบบจัดเต็ม**
-อื่น ๆ ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ ถั่วปิ่นโตเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าปลูกง่ายอยู่และรวมกันได้ดีในพืชผสมภายใต้สภาพอากาศและดินที่หลากหลาย มีความสามารถในการผลิตพืชอาหารสัตว์ที่ให้ผลผลิตสูงในเขตร้อน ทนต่อการแทะเล็มหนักได้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


บานบุรี/Allamanda carthartica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Allamanda carthartica L.
ชื่อพ้อง ---Has 11 Synonyms   
---Allamanda aubletii Pohl
---Allamanda cathartica f. salicifolia (Willd. ex Roem. & Schult.) Voss
---Allamanda cathartica var. grandiflora L.H.Bailey & Raffill
---Allamanda cathartica var. hendersonii (W. Bull ex Dombr.) L.H. Bailey & Raffill
---Allamanda hendersonii W. Bull ex Dombr
---Allamanda latifolia C. Presl.
---Allamanda linnaei Pohl
---Allamanda wardleyana Lebas
---Allemanda cathartica
---Echites salicifolius Willd. ex Roem. & Schult.
---Echites verticillatus Sessé & Moc.
ชื่อสามัญ---Yellow Allamanda, Common Alamanda, Yellow Bell, Brownbud alamanda.
ชื่ออื่น---บานบุรี, บานบุรีเหลือง [THAI: Ban bu ri, Ban bu ri lueng.]; [AUSTRALIA: Golden trumpet vine.]; [CHINESE: Huang ying, Ruan zhi huang chan.]; [CUBA: Barber, Cinco llagas, Collazo, Flor de barbero, Jasmin de tierra, Malasuegra.]; [DOMINICAN REPUBLIC: Mantequilla.]; [FRENCH: Allamanda, Canari, Liane a lait, Liane jaune, liane s'aime.]; [GERMAN: Allamande, Goldtrompete.]; [HAWAIIAN: Lani ali'i, Nani ali'i.]; [HINDI: Pilaghanti, Saithani phool.]; [INDIA: Malatilata, Ghanta phul, Harkakra.]; [MALAYSIA: Bunga loceng, Akar Chempaka Hutan, Bunga Akar Kuning.]; [MAORI: 'Aramena, Pua, Puapua, Pupua, Tiare rengarenga.]; [MEXICO: Jasmin de Cuba, Trompeta arialla, Trompetilla.]; [PHILIPPINES: Kampanilya, Kampanero, Kompanaria  (Tag.); Campanilla (Span., Tag.).]; [PORTUGUESE: Alamanda-amarela, Carolina, Dedal-de-dama.]; [SAMOAN: Pua taunofo.]; [SPANISH: Allamanda, Campana de oro, Copa de oro.]; [TAHITIAN: Piti.]; [TONGA: Pua, Pula.];
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด--ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ ---อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกา จีน อเมริกากลาง หมู่เกาะเวสต์อินดีสและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ตั้งเป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาสตร์ชาวสวิส Frederic L. Allamand ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติในเลย์เดนในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 ; ชื่อสายพันธุ์ cartharticaหมายถึงยาฆ่าเชื้อ

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล กายอานา เฟร้นช์กายอานา ซูรินาเมและเวเนซุเอลา นอกช่วงพื้นเมืองมีการแปลงสัญชาติและปลูกเป็นไม้ประดับในสภาพอากาศอบอุ่นเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลกรวมทั้งออสเตรเลีย แอฟริกา จีน อเมริกากลาง หมู่เกาะเวสต์อินดีสและหมู่เกาะมากมายในมหาสมุทรแปซิฟิก พบได้ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่หลากหลายรวมถึงพื้นที่ที่ถูกรบกวน ริมถนน ขอบป่า สวนและฟาร์มที่ถูกทิ้งร้าง เติบโตในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิอบอุ่น ที่ระดับความสูงระหว่าง 0-700 เมตร
ไม้ กึ่งพุ่มกึ่งเลื้อยสูง 2-4 (-8) เมตร ลำต้นแข็งและเหนียวมีน้ำยางข้นมาก ถ้าปล่อยเลื้อยจะเลื้อยไปได้ไกล ลำต้นเป็นสีเทาทรงกระบอกเกลี้ยง ใบออกตรงข้ามเป็นวง 3 หรือ 4 ใบ ขนาด 8-13 × 1.5-3.5 ซม. รูปขอบขนานหรือ รูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นลูกคลื่น ผิวด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมันวาวมีเส้นใบตรงกลางที่โดดเด่น พื้นผิวด้านล่างสีเขียวอมเหลืองโดยมีเส้นใบหนาขึ้น ก้านใบยาว 5-10 มม.ดอกบานบุรีออกเป็นช่อสั้นๆตามข้อบริเวณใกล้ยอด กลีบเลี้ยงสีเขียวรูปใบหอก 5 ใบยาว 12-18 มม. ดอกเป็นรูปกรวยสีเหลืองมี 5 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 ซม.กลีบดอกเวียนซ้อนทับกัน มีทั้งชนิดดอกลาและดอกซ้อน ผลเป็นแคปซูลทรงรีปกคลุมด้วยหนามจำนวนมากมักไม่ค่อยพบ  เมล็ดแบนรูปไข่สีน้ำตาลมีปีกมีจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- เลี้ยงง่ายชอบแดดจัด ถ้าเลี้ยงในที่แสงแดดไม่พอ กิ่งจะผอมยาว ใบบางและห่างไม่สวย
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ได้รับการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก เป็นไม้ที่นิยมกันมากเพราะออกดอกตลอดปี โดยเฉพาะพันธุ์ใบเล็กนิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นไม้พุ่มประดับสวน มีชนิดสีม่วง ที่มีชื่อสามัญว่า "Purple Allamanda"ลักษณะ ต้นใบและดอกเหมือนบานบุรีเหลือง เพียงแต่เล็กกว่า ลำต้นแข็งเหนียวเหมือนกัน แต่ใบมีขนคายมือ ดอกออกเป็นช่อสั้นๆเป็นรูปกรวยปากบาน สีม่วงแดง ต้นนี้จะโตช้ากว่าและเลี้ยงดูยากกว่าชนิดต้นสีเหลืองและบานบุรีชนิดอื่นๆ
-ใช้เป็นยา - ในการแพทย์อายุรเวชและUnaniใช้สำหรับการรักษาบาดแผลและแผล เปลือกต้นใช้เป็นยาขับน้ำในช่องท้อง ใบใช้เป็นยาขับปัสสาวะรากใช้แก้งูกัด ทั้งต้นใช้สำหรับโรคดีซ่านและมาลาเรีย - ในตรินิแดดใช้สำหรับรักษาโรคมาลาเรียและโรคดีซ่าน - ในกีอานาน้ำยางถูกใช้เป็นยาขับปัสสาวะและใช้สำหรับอาการจุกเสียด - ในซูรินามพืชใช้เป็นยาถ่าย - ชาวคิวบามักดื่มชาที่ทำจากใบเป็นยาระบายอย่างรุนแรงหรือทำให้อาเจียน
รู้จักอันตราย---พืชทั้งต้นเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทุกส่วนของพืชมี iridoid lactone allamandinและอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนหรือท้องร่วงได้หากกินเข้าไป - cathartic ของเหลวสีขาวขุ่นในใบลำต้นและดอกไม้อาจทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

บานบุรีแคระ/Allamanda cathartica 'Compacta'

 

เป็นบานบุรีพันธุ์ใบเล็ก มีรูปแบบพันธุ์แคระคือ A. cathartica 'Compacta' ซึ่งบางครั้งระบุไว้ในรายการค้าว่า 'Dwarf Jenny' รูปร่างค่อนข้างกะทัดรัดสูงได้ถึง 60 ซม. ดอกเล็กและใบเล็กกว่าบานบุรีทั่วไป นิยมนำมาใช้จัดสวนเป็นกล่มหรือเป็นแถว
เป็นไม้พุ่มเตี้ยทุกส่วนมีน้ำยางข้นสีขาวคล้ายน้ำนม เหมือนบานบุรีทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับแบบตรงข้าม ออกดอกตามส่วนยอด ดอกรูปกรวยปากบานมีกลีบดอก5กลีบสีเหลือง พันธุ์นี้ปลูกกันมากตามสนามหญ้าขนาดใหญ่ มีพันธุ์อื่น ๆ อีกสองสามพันธุ์ที่ใช้ปลูกกันมาก เช่น 'Stansill's Double' มีดอกคู่ 'Hendersonii' ที่มีดอกขนาดใหญ่กว่ามากและ 'Brown Bud' ที่มีดอกตูมสีน้ำตาลเด่นชัด
สายพันธุ์อื่น ๆ ที่เป็นไมัพุ่ม Allamanda schottii มีการเจริญเติบโตที่คล้ายกัน มีขนาดกะทัดรัดในแนวนอน ดอกสีเหลืองมีลักษณะเป็นท่อมากกว่า แต่สวยงามไม่แพ้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำ


บานพารา/Allamanda schottii


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Allamanda schottii Pohl
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms    
---Allamanda brasiliensis Schott ex Pohl nom. inval.
---Allamanda cathartica Schrad. nom. illeg.
---Allamanda magnifica B.S.Williams
---Allamanda neriifolia Hook.
ชื่อสามัญ---Bush Alamanda, Golden trumpet bush, Oleander allamanda, Buttercup flower
ชื่ออื่น---บานพารา ; [THAI: Ban-pha-ra.]; [CHINA: Huang ying.]; [GERMAN: Strauch-Allamande.]; [MALAYSIA: Akar chempaka hutan, Bunga akar kuning.]; [SWEDISH: Buskallamanda.]; [VIETNAMESE: Day huynh la hep.].
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์ --- บราซิล, เฟรนช์เกียนา, อาร์เจนตินา, บังกลาเทศ, จีนตะวันออกเฉียงใต้, ปานามา, ฮอนดูรัส, เปอร์โตริโก, ไหหลำ, ไต้หวัน, คอสตาริกา, เม็กซิโกตะวันออกเฉียงใต้, กาลาปากอส
มีถิ่นกำเนิดในประเทศบราซิล พบทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลในรัฐ Espírito Santo, Minas Gerais, Rio de Janeiro, São Paulo, Paranáและ Santa Catarina ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นพืขเฉพาะถิ่นของประเทศ เติบโตใกล้หรือข้างแหล่งน้ำมักอยู่ในพื้นที่เปียกในป่าเปิด
ไม้พุ่มเตี้ยแต่ถ้าปล่อยให้สูงจะสูงได้ถึง2.5เมตร ทุกส่วนมี น้ำยางข้นสีขาวคล้ายน้ำนม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับแบบตรงข้าม ออกดอกตามส่วนยอด ดอกรูปกรวยปากบานมีกลีบดอก5กลีบสีเหลือง ผลเป็นแคปซูลทรงกลมเต็มไปด้วยหนาม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดีและตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกเป็นไม้พุ่มประดับสวนจะมีอีก2พันธุ์  คือ Allamanda schottii 'Grey Supreme' มีใบสีเขียวอ่อน ริมใบสีขาวและพันธุ์ "Silver dwarf discovery"ที่มีใบสีเงิน แต่จะมีความแข็งแกร่งน้อยกว่า
-ใช้เป็นยา ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อและถ่ายพยาธิ
รู้จักอันตราย---ลำต้นและใบของAllamanda schottiiมีน้ำยางที่เป็นสารระคายเคือง  พืชมี plumericin ซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำ


บานเช้าสีนวล/Turnera subulata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Turnera subulata Sm
ชื่อพ้อง ---Has 5 Synonyms   
---Turnera elegans Otto
---Turnera mollis Kunth
---Turnera sericea Kunth
---Turnera trioniflora Sims
---Turnera ulmifolia var. elegans (Otto) Urb.
ชื่อสามัญ---White alder, White buttercup, Dark-eyed turnera, Politician's flower, Sulphur alder, Politician's flower, Dark-eyed turnera.
ชื่ออื่น---บานเช้าสีนวล บานเช้าสีขาว ; [THAI: Banchao si naun, Banchao si khao.]; [CZECH: Pastala.]; [MALAYSIA: Bunga Padang (Malay).].
ชื่อวงศ์ ---TURNERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาเขตร้อน หมู่เกาะ อินดิส ตะวันตก ปานามา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ โบลิเวีย บราซิล แอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียตอนเหนือ หมู่เกาะแปซิฟิก แคริบเบียน ฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้จากปานามาผ่านชายฝั่งและบริเวณเชิงเขาของโคลอมเบียและเอกวาดอร์ไปจนถึงโบลิเวียตอนเหนือและบราซิลตะวันออกเฉียงใต้ (Amazônia, Caatinga, Cerrado, Mata Atlântica) เป็นที่รู้จักกันดีในสถานที่อื่น ๆ อีกมากมายในฐานะที่เป็นสายพันธุ์ที่แนะนำเช่นแอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนออสเตรเลียตอนเหนือ หมู่เกาะแปซิฟิกอื่น ๆ, แคริบเบียนและฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา เติบโตในป่าฝนเขตร้อนพืชพันธุ์ชายฝั่งในทุ่งหญ้าสะวันนา (เซอราโดและคาทิงกา) และในแหล่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ พบที่ระดับตวามสูง 10-250 เมตร
เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก มีรากแก้วที่หนาและโคนลำต้นเป็นไม้สูงประมาณ 30-50 (-80) ซม. แตกกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนมีขนสั้นอ่อนนุ่มสีขาวหนาแน่น ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ยาว 3–7 (–9) ซม. และกว้าง 1.5–3 ซม.ปลายแหลม ขอบใบจัก ผิวใบสาก มีหูใบขนาดเล็กรูปสามเหลี่ยม สีเขียวปลายสีเหลือง ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกรูปไข่กลับหรือรูปเกือบกลม มี 5 กลีบ กลีบบางซ้อนเหลื่อมกัน โคนกลีบสีม่วงดำ ถัดมามีสีเหลืองอ่อน ส่วนปลายสีขาว เกสรเพศผู้สีเหลือง ก้านสั้น ผลเป็นแคปซูลรูปไข่ป้านมีขนดกผนังค่อนข้างหนา
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแน่งแสงแดดจัด ดินร่วนอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำดี
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดัยในสวนและสวนสาธารณะเป็นไม้ยืนต้นประดับดอกดกสวยงาม
-ใช้เป็นยา ใช้ในยาแผนโบราณของอเมริกาใต้
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ


บานเช้าสีเหลือง/Turnera ulmifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Turnera ulmifolia L.
ชื่อพ้อง --- Has 7 Synonyms  
---Turnera alba Liebm.
---Turnera angustifolia Mill.
---Turnera caerulea DC.
---Turnera mollis Kunth
---Turnera peruviana Willd. ex Roem. & Schult.
---Turnera trioniflora Sims
---Turnera velutina C.Presl
ชื่อสามัญ---Sage Rose, Yellow Alder, Ramgoat dashalong, West India holly
ชื่ออื่น---บานเช้าสีเหลือง [THAI: Banchao si lueng.]; [GERMAN: Großblättrige Damiana.]; [PORTUGUESE: Flor-do-guarujá.]; [SWEDISH: Strandöga.];
ชื่อวงศ์---TURNERACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปอเมริกา : บราซิล โบลิเวียไปเวเนซุเอลา, แคริบเบียน - ตรินิแดดถึงบาฮามาส ;  อเมริกากลาง - ปานามาถึงเม็กซิโก; ตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาเหนือ - ฟลอริดา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลTurnera ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ William Turner (1508 - 1568) เป็นที่รู้จักในฐานะบิดาแห่งพฤกษศาสตร์อังกฤษเพราะเขาเขียนแคตตาล็อกพืชชนิดแรกHerbals เป็นภาษาอังกฤษแทนภาษาละติน ; ชื่อสายพันธุ์---ulmifolia มาจากความคล้ายคลึงกันของใบไม้ที่มีรูปร่างคล้ายกับใบของต้นเอล์ม (Ulm)

 

พืชพื้นเมืองของเม็กซิโกและเวสต์อินดีส พบในทุ่งหญ้าสะวันนาหรือทุ่งหินหรือเนินเขามักพบเป็นวัชพืชที่ขึ้นอยู่ริมถนนหรือในพื้นดินเสียบางครั้งอยู่บนหินปูนที่ระดับความสูงถึง 1,200 เมตร ในกัวเตมาลา มีรายงานว่ารุกรานในหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง
บาน เช้าสีเหลือง เป็นไม้เนื้ออ่อนยืนต้น สูง 20-60 ซม.ลำต้นมีสีเขียวสดใสและมีขนสั้นปกคลุม ใบเดี่ยวรูปหอกสีเขียวเข้ม ออกเรียงคู่สลับขวางทิศทางกัน ปลายใบแหลม ขอบใบจัก ผิวใบหยาบ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองเข้มออกตรงปลายกิ่งส่วนยอด มี5กลีบ  ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกง่ายขึ้นดีในดินร่วนซุยเกือบทุกสภาพ
ใช้ประโยชน์---พืชที่รวบรวมมาจากป่าเพื่อใช้ชงเป็นชาและใช้เป็นยาในท้องถิ่น บางครั้งก็ปลูกประดับและปลูกเพื่อใช้เป็นยา
-ใช้กิน ใบแห้งใช้แทนชาหรือเป็นเครื่องปรุง
-ใช้เป็นยา พืชมีประโยชน์ทางยา ใบใช้สำหรับรักษาผมร่วง
-ใช้ปลูกประดับสวนทั่วไป เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มแน่นถึงกิ่งก้านดูชลูดเพรียวลมก็ตาม ดอกไม่ดกมากเหมือนบานเช้าสีนวล แต่ก็ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


บานเย็น/Mirabilis jalapa.

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mirabilis jalapa.L
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms
---Jalapa officinalis Garsault.
---Nyctago jalapae (L.) DC.
---Nyctago versicolor Salisb.
---Mimosa hispidula Kunth.
ชื่อสามัญ---Four-o'-clock , Marvel of Peru, Beauty-of-the-night, Common four o'clock, Marvel of the World, Pearl of Egypt, Prairie Four O’Clock, Pretty-by-Night, Jalap Plant, Japanese Wonder Flower, Low Red Shrub,
ชื่ออื่น---บานเย็น จำยาม จันยาม ตามยาม ; [THAI: Ban-Yen.]; [AFRIKAANS: Vieruurtjie.]; [ARABIC: Zahr-Ul-Ajl.]; [BRAZIL:  Boa-Noite, Bonina, Clavillia, Maravilha.]; [CHINESE: Xǐzǎo Huā, Zhǔfàn Huā, Yan Zhi Hua, Fen Dou Hua, Ye Fan Hua, Zhuang Yuan Hua.]; [FRENCH: Belle-de-nuit, Merveille du Pérou.]; [GERMAN: Gewöhnliche Wunderblume, Wunderblume.]; [ITALIAN: Bella di notte comune, Bella di notte.]; [KOREA: Punkkot.]; [MALAYSIA: Bunga pukul empat, Kembang pukul empat, Kembang lohor, Kembang dzohor.]; [MALTESE: Hummejr.]; [PHILIPPINES: Gilalas (Tagalog); Maravillas, suspiros (Spanish-Filipino).]; [SPANISH: Clavellina, maravilla, Hoja de xalapam.].
ชื่อวงศ์---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เทีอกเขาแอนดีส ประเทศเปรู อเมริกาใต้ ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Mirabilisในภาษาละติน = "admirable" อ้างอิงถึงถึงสีที่โดดเด่นของดอกไม้ ; ชื่อสายพันธุ์ Jalapa = ต้นกำเนิดในจาลาในกัวเตมาลา แต่ฉายาของจาลาปายังสามารถหมายถึงเมืองซาลาปา (Xalapa) ในเม็กซิโก ซึ่งเป็นยาฆ่าหญ้าในอดีตชื่อjalapซึ่งนำมาจากหัวของtuberous jalap


มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกถึงอเมริกากลาง ปัจจุบันมีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางในฐานะไม้ประดับ  เกิดขึ้นในระดับความสูงตั้งแต่ 200-2150 เมตรจากระดับน้ำทะเล
บานเย็นสูงได้ถึง1เมตรมีรากหัวใต้ดิน กิ่งเปราะ ใบเป็นรูปหัวใจ 3.5-13 × 2-8 ซม. ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 4 ซม ดอกออกเป็นช่อตรงปลายกิ่ง ช่อละ 4-5 ดอก ลักษณะเป็นรูปกรวยปลายบานแยกเป็น5กลีบ ขนาดดอกประมาณ2.5ซม.ดอกมี สีแดง, สีชมพู, สีเหลืองหรือสีขาว fvd,ud]bjosv,และบานในช่วงบ่าย ผลมีสีดำและกลม 5-8 มม เมล็ดกลมเล็กสีดำ
ข่้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ขึ้นได้ในดินสวนธรรมดาเกือบทุกชนิด ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดีในช่วงแดดจัดหรือในที่ร่ม
ใช้ประโยชน์---ได้รับการเพาะปลูกโดยชาวแอซเท็กเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคและเป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ใช้ในการแพทย์แผนโบราณเพื่อรักษาโรคบางชนิด ใบช่วยบรรเทาอาการฝีในรูปของยาต้มและยังสามารถใช้เป็นยาพอกแผลพุพองและลมพิษ เมล็ดสามารถทำหน้าที่เป็นยาฆ่าเชื้อในขณะที่รากเป็นยาระบายในรูปแบบของยาต้ม- ในมาดากัสการ์รากใช้ในการรักษาอาการปวดในลำไส้ -ใช้ในการรักษาสภาพการติดเชื้อ เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ คอหอยอักเสบ การติดเชื้อที่อวัยวะเพศและท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมากอักเสบ-ชาวจีนเตรียมยาชูกำลังโดยใช้น้ำคั้นกับหมู ยาต้มรากที่มีหรือไม่มีเนื้อหมูช่วยบรรเทาอาการหวัด อาการอักเสบและมูกเลือด ใบถือเป็นยาโป๊ นอกจากนี้ยังเป็นยารักษานิ่วในไตและเบาหวาน
-ใช้กิน ใบอ่อน - ปรุงเป็นผัก อาหารฉุกเฉินกินเฉพาะเมื่อทุกอย่างล้มเหลว สีย้อมแดงที่กินได้จากดอกไม้ ใช้สำหรับระบายสีเค้กและเยลลี่ เมล็ดถูกบดและใช้แทนพริกไทย
-ใช้ปลูกประดับ  มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก
-อื่น ๆ **พูดถึงบานเช้าแล้วก็ต้องพูดถึงบานเย็นด้วย  ดอกบานเย็นจะบานพร้อมๆกันทุกดอกๆตอนสี่โมงเย็น และหุบในตอนเช้า จีน เรียกบานเย็นว่า "ดอกสายฝน" (shower flower) หรือ "ดอกหุงข้าว" (rice boiling flower) เพราะดอกบานเย็นจะบานในช่วงเวลานั้น ส่วนในฮ่องกง เรียกว่า "มะลิม่วง" (purple jasmine) แต่เดิมมีสีเดียวคือสีชมพูอมม่วงสดใส ทำให้คนนิยมเรียกสีชมพูอมม่วงแบบนี้ว่า สีบานเย็น ปัจจุบันดอกบานเย็นมีสีเพิ่มขึ้นมาหลายสีมี สีแดง ชมพูแก่ ชมพูอ่อน สีเหลือง ส้ม หรือแม้แต่หลายสีในต้นเดียวกันก็มี นิสัยของบานเย็นนั้นจะอยู่กลางแจ้งหรือในที่ร่มรำไรก็ได้ ออกดอกเหมือนกัน เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ก็ง่าย เพาะเมล็ด ปักกิ่ง หรือชำกิ่งอ่อน ยอดอ่อน หรือตัดหัวพันธุ์มาปลูกได้ทั้งนั้น ประโยชน์ของดอกบาเย็นท่านว่า (หมาย ถึงคนสมัยก่อน) เมล็ดของบานเย็น สาวๆสมัยนั้นนำมาใช้เป็นเครื่องสำอางโดยใช้แป้งในเมล็ด มาทาแก้สิวแก้ฝ้าทำให้หน้าผุดผ่องเป็นยองใย ใครอยากทดลองตามสบาย ผลเป็นอย่างไรไม่สำเร็จห้ามว่ากัน**
รู้จักอันตราย ---ส่วนที่เป็นพิษ รากและเมล็ด หัวใต้ดิน มีAlkaloid trigonelline ซึ่งระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ -ผล พิษยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและส่วนใหญ่ค่อนข้างไม่รุนแรง ไม่ควรก่อให้เกิดปัญหามากนักในการเป็นไม้ประดับอย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านควรระวังผลกระทบที่เป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นจากส่วนต่างๆของพืช
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ชยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


บานดึก/Ipomea alba


ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Ipomea alba Linn.
ชื่อพ้อง---Has 46 Synonyms    
---Calonyction aculeatum (L.) House
---Calonyction aculeatum var. lobatum (Hallier f.) C.Y. Wu
---Calonyction album (L.) House
---Calonyction bona-nox (L.) Bojer
---Calonyction pulcherrimum Parodi
---Calonyction speciosum Choisy
---Convolvulus aculeatus L.
---Convolvulus bona-nox (L.) Spreng.
---Convolvulus pulcherrimus Vell.
---Ipomoea bona-nox L.
---More
ชื่อสามัญ---Tropical white morning-glory, Moonflower, Evening Glory
ชื่ออื่น---บานดึก, ดอกชมจันทร์ ; [THAI: Dok chom chan.]; [BAHAMAS: Moon vine.]; [BRAZIL: Batatarana; Boa-noite; Bona-nox; Cipó-café; Dama-da-noite; Flor-da-noite.]; [CHINESE: Yuè guāng huā  ; Cháng'é bēn yuè (Yunnan); Tiān qiézi.]; [DOMINICAN REPUBLIC: Estrella vespertina.]; [EL SALVADOR: Campanilla blanca; Flor de luna; Pitoreta.]; [GUATEMALA: Hapolin ; Luna blanca.]; [HINDI: Dudhiakalmi.]; [INDIA: Alanga; Alangai.]; [JAMAICA:  Iight ipomoea ; Moonflower.]; [JAPANESE: Yè yán, Xī yán.]; [KANNADA: Candra pushpa']; [MEXICO: Nicua; Oracion.]; [PORTUGUESE: Batata-brava.]; [PUERTO RICO: Bejuco de vaca; Claro de luna; Gloria de la mañana blanca.]; [SANSKRIT: Gulchandani.]; [SINHALESE: Chandrakaanthi.]; [SPANISH: Spanish: Bejuco de tabaco; Camotillo; Flor de luna; Oracion.]; [TAMIL: nagamughatei.].
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลมาจากคำภาษากรีก ' ips 'หมายถึงหนอนและ ' homoios ' มีความหมายคล้ายกันโดยอ้างอิงได้จากรากใต้ดินที่แผ่กิ่งก้านสาขาของพืชสกุล ในทางกลับกันผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่าชื่อสกุลอ้างอิงถึงนิสัยของพืชที่มีลักษณะคล้ายหนอน ; ชื่อสายพันธุ์ ' alba ' = สีขาว
ชื่อสามัญ Moonflower เกิดจากการบานของดอกในตอนเย็นและมีรูปร่างกลมเหมือนพระจันทร์เต็มดวง


**ไหนๆดอกไม้จะบานกันแล้ว ก็ขอบานทั้งวันตั้งแต่เช้ายันดึกเลยมีไม้เถาแอบเข้ามา1ต้น**
พืชพื้นเมืองภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลกใหม่จากทางตอนเหนือของอาร์เจนตินาเหนือไปเม็กซิโก ,ฟลอริด้า]และ เปอร์โตริโก แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ในประเทศออสเตรเลียและในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชียและจีนแผ่นดินใหญ่ (กวางสี, มณฑลส่านซี, เจียงซี, เจ้อเจียง, ยูนนาน, มณฑลกวางตุ้ง, เสฉวน, เจียงซู) พบขึ้นตามชายห้วยหรือในป่าดิบชุ่มชื้นที่ความสูงใกล้ระดับน้ำทะเล จนถึง1500 เมตร ปัจจุบันสายพันธุ์นี้รวมอยู่ใน Global Compendium of Weeds และมีการระบุไว้ว่ารุกรานในจีน แอฟริกาใต้ คิวบา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮาวายและหมู่เกาะอื่น ๆ ในภูมิภาคแปซิฟิก
บานดึกหรืออีกชื่อว่า ดอกชมจันทาร์ เป็นไม้เถายืนต้น ความสูงของต้น 5-10 เมตร ลำต้นเรียบหรือมีหนามอ่อนมีน้ำยาง ก้านใบ 5-20 ซม. ใบรูปไข่ถึง±วงกลมในโครงร่าง 10-20 x 5-16 ซม. ดอกสีขาวกลิ่นหอม บานตอนเช้าและ พลบค่ำ ผลเป็นแคปซูลรูปไข่ 2.5-3 ซม.เมล็ดสีน้ำตาลหรือดำ 7-8 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบแสงแดดจัด ดินที่ชื้น มีการระบายน้ำได้ดีและดินร่วนปนทรายโดยมีค่า pH ตั้งแต่ 6.1 ถึง 7.8
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ มีการค้าอย่างกว้างขวางในฐานะไม้ประดับในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับที่น่าสนใจสำหรับรั้ว ชั้นดาดฟ้าหรือโครงสร้างอื่น ๆ รอบบ้าน
-ใช้เป็นยา ในการแพทย์แผนจีนใช้ (เมล็ด) รักษาอาการฟกช้ำบวมและปวดกระดูกหัก ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดกระจายเลือดหยุดนิ่งลดอาการบวม (ทั้งต้น) รักษาแผลงูกัด บรรเทาพิษงู
-อื่น ๆ ในแคริบเบียนและอเมริกาใต้สายพันธุ์นี้ใช้เป็นยาระบายลดไข้ ใช้แทนสบู่และเป็นอาหารสำหรับสุกร
ระยะออกดอก/ติดผล---ปลูกในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ออกดอก--กรกฎาคม-ตุลาคม/กันยายน-พฤศจิกายน
การขยายพันธุ์---เมล็ด


บานชื่น/Zinnia elegans.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Zinnia elegans Jacq.
ชื่อพ้อง ---No synonyms are record for this name.   
ชื่อสามัญ---Youth and Old Age, Common zinnia, Elegant zinnia, Garden zinnia.
ชื่ออื่น---บานชื่น ; [THAI: Ban-chuen,]; [BRAZIL: Chapéu-de-couro.]; [FRENCH: Zinnia.]; [GERMAN: Garten-Zinnie, Pracht-Zinnie, Zinnie.]; [PORTUGUESE: Canela-de-velho, Zínia.]; [SPANISH: Mal de ojos, Flore de papel, Rosa mistica.];
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---เม็กซิโก อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนทั่วไป
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Zinnia ได้รับเกียรติจากนักกายวิภาคศาสตร์และนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันที่เป็นคนแรกที่นำเมล็ดบานชื่นจากอเมริกาไปปลูกยุโรป Dr. Johann Gottfried Zinn (1727-1759) ; ชื่อของสายพันธุ์เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน ' elegans ' =  หรูหรา สง่างาม
ชื่อสามัญว่า "เยาว์วัย และสูงอายุ -Youth and Old Age" เป็นดอกไม้ที่มีดอกอ่อนดอกแก่ดอกบานเต็มที่อยู่ในต้นเดีนวกัน

 

มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกถึงอเมริกากลาง แต่ปลูกเป็นไม้ประดับในหลาย ๆ ที่และมีการแปลงสัญชาติในหลายแห่งรวมทั้งสถานที่กระจัดกระจายในอเมริกาใต้และกลางหมู่เกาะอินเดียตะวันตกสหรัฐอเมริกาออสเตรเลียและอิตาลี พบในป่าผลัดใบหรือป่าโปร่ง ทุ่งหญ้าและพื้นที่รกร้างที่ระดับความสูงระหว่าง 600-1800 เมตร
 บานชื่นเป็นไม้ดอกล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงสูงได้ถึง 15-0.90 ซม. ไม่แตกกิ่ง ไม่มีแก่น กลวงและเปราะหักง่าย ต้น ใบ กิ่งก้านมีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกันรูปมนปลายแหลม ขอบใบเรียบ เส้นใบแยกออกจากฐานของใบ มี 5 แฉก ไม่มีก้านใบ ใบติดกับลำต้น ดอกเป็นดอกช่อกระจุกออกเดี่ยวๆ ดอกมีทั้งชนิดดอกลาและดอกซ้อน – ดอกลา ประกอบด้วยกลีบดอกเรียงซ้อนกันเพียง 1-3 ชั้น แต่ละกลีบมีขนาดเท่ากัน และทิ้งตั้งฉากกับเกสรดอกขนานกับพื้น – ดอกซ้อน ประกอบด้วยกลีบดอกหลายกลีบ เรียงซ้อนกันแน่นตามความสูง แต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน กลีบด้านล่างมีขนาดใหญ่ ขนานกับพื้น กลีบด้านบนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และค่อยๆตั้งฉากกับพื้น ผลอะคีน(Achene)เมล็ดมีสีดำขนาดเล็ก เรียวยาว ประมาณ 2 ซม. ประกอบด้วยก้านเมล็ดสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1 ซม. และตัวเมล็ด ยาวประมาณ 1 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ตำแหน่งที่โล่งแจ้งมีแสงแดดจัด ชอบดินร่วนปนทราย ดินมีอินทรีย์วัตถุสูง ดินมีความชื้นสม่ำเสมอ ไม่ชอบสภาพดินแฉะ มีน้ำขัง
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ดอกนำมาตากแห้ง และบดเป็นผงสำหรับชงเป็นชาดื่ม ใช้สำหรับเป็นสีผสมอาหาร
ใช้ปลูกประดับ**สำหรับ เมืองไทยสามารถปลูกบานชื่นได้ตลอดเวลาเพราะเป็นดอกไม้ที่ปลูกง่าย ขึ้นง่ายเพียงขยี้เมล็ดจาก "ดอกบนฐาน"แห้งๆโรยลงบนพื้นดิน ก็ขึ้นแล้ว เอื้อเฟื้อน้ำให้บ้างก็พอ ถ้าไม่รังเกียจว่าเป็นพันธุ์ไม้ข้างถนนละก็ {กทม เคยนำเมล็ดดาวเรือง ดาวกระจาย บานชื่นหว่านปลูกสองข้างถนนหลายสาย คงเห็นผ่านตากันบ้าง (2008)} หลากสีสันอันสดใสของบานชื่นก็สามารถทำให้ที่นั้นๆสดใสได้ **-ปัจจุบันนักผสมพันธุ์บานชื่น ได้ผสมพันธุ์บานชื่นจากพันธุ์เดิมหรือพันธุ์ Zinnia elegans จนได้ดอกสีสวยมากมายหลายพันธุ์ จึงเรียกพันธุ์ผสมชนิดต่างๆเหล่านั้นว่า บานชื่นสวนหรือ Garden Zinniaและ จัดไว้เป็นพวกดอกไม้แต่งสวนประจำฤดู บานชื่นเป็นพืชสวนยอดนิยมที่มีหลายร้อยสายพันธุ์ในสีดอกไม้ขนาดและรูปแบบต่างๆ สีดอกไม้มีตั้งแต่สีขาวและครีมไปจนถึงสีชมพู สีแดงและสีม่วงไปจนถึงสีเขียว สีเหลืองแอปริคอท สีส้มปลาแซลมอนและสีบรอนซ์ บางชนิดมีลายจุดด่างดำหรือสองสี ที่นั่น มีพันธุ์ "pom-pom"  รูปแบบที่มีลักษณะคล้ายdahlias ขนาดมีตั้งแต่พันธุ์แคระที่สูงน้อยกว่า 6 นิ้ว (15 ซม.) ไปจนถึงสูง 3 ฟุต (90 ซม.) พันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ 'Magellan', 'Envy Double', 'Fireworks', 'Purple Prince', 'Blue Point Purple', 'Profusion Cherry', 'Profusion Orange', 'Star Gold', 'Star Orange'
-อื่นๆ ดอกนำมาสกัดสีย้อมผ้า นำมาบดละลายน้ำใช้เป็นสีระบายภาพ
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ในบราซิลcuranderos หรือหมอพื้นบ้านใส่ใบดอกบานชื่น (Z. elegans) ไว้บนศีรษะของผู้ป่วยเพื่อรักษาอาการคลุ้มคลั่ง นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนผสมในการอาบน้ำตามพิธีกรรมของชาวบราซิล-ในประเทศไทย ใช้ปลูกเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะนำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้แก่ครอบครัว
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด (การออกดอกครั้งแรกประมาณ2เดือนหลังเพาะเมล็ด)


ผกากรอง/Lantana camara


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Lantana camara L.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Lantana aculeata L.
---Camara vulgaris Benth.
ชื่อสามัญ---Lantana, Cloth of Gold, Hedge Flower, Weeping lantana, Hedge Flower, Weeping lantana
ชื่ออื่น---ขะจาย มะจาย ตาปู (แม่ฮ่องสอน), คำขี้ไก่ (เชียงใหม่), ดอกไม้จีน (ตราด), ไม้จีน (ชุมพร), ขี้กา (ปราจีนบุรี, ประจวบคีรีขันธ์), สามสิบ (จันทบุรี), ยี่สุ่น (ตรัง), เบ็งละมาศ สาบแร้ง หญ้าสาบแร้ง (ภาคเหนือ), ก้ามกุ้ง เบญจมาสป่า หญ้าสาบแร้ง (ภาคกลาง) ; [THAI: Kamkung; Ben cha-maat paa, ; Pha-ka-krong.]; [ASSAMESE: Gubon,Gu-phul.]; [CAMBODIA: Ach mann.]; [CHINESE: Ma ying dan.]; [FRENCH: Corbeille d’or; Galabert; Lantanier; Mille fleurs; Vieille fille.]; [FIJI: Kauboica.]; [GERMAN: Wandelroeschen.]; [HINDI: Raimuniya.]; [INDONESIA: Boenga pagar; Chente; Kembang satik; Kembang telek; Oblo; Puchengan; Saliara; Tahi agam; Tai hayam; Tai kotok; Telekan; Tembelek; Tembelekan; Teterapan; Waung; Wileran.]; [JAPAESE: Shichihenge.]; [KANNADA: Aripu,Rozagida.]; [MALAYALAM: Arippoo, Konkini, Kongini.]; [MALAYSIA: Bunga asam senyur; Bunga pagar; Bunga tahi anjing; Bunga tahi asu; Bunga tahi ayam busok; Tahi ayam munai.]; [MEXICO: Alantana; Alfombrilla hedionda (Michoacán); Carrasposa,]; [PHILIPPINES: Bahug-bahug; sapinit.]; [SANSKRIT: Vanacchedi.]; [SOUTH AFRICA:  Boesmandruiwe; Cherry-pie.]; [SPANISH: Bandera; Banderita; Camar; Cariaquillo; Cinco negritos; Comida de paloma; Espuela de galán.]; [SRI LANKA: Ganda-pana; Katu-hinguru; Rata-guru; Ton-kinna.]; [TAMIL: Unni Chedi, Arasimala.]; [VIETNAM: Thom oi.]; [ZIMBABWE: chiponiwe.].
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ทั่วโลกในเขตร้อน

พืชพันธุ์พื้นเมืองของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ มีการแปลงสัญชาติใน 60 ประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบได้ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของแอฟริกา พบได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้แก่ ขอบป่า ทุ่งหญ้าป่าทุติยภูมิ ริมชายหาดและพื้นที่เกษตรกรรม  เกิดขึ้นที่ระดับความสูง ได้ถึง 1,400 เมตร
เป็นไม้พุ่มต้นสูง 30-45 ซม.และชนิดเลื้อยคลุมดินอายุหลายปี ยอดเลื้อยได้ไกล 3-5 เมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลอมเขียว เมื่ออายุมากมีเนื้อไม้  ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักซี่ถี่ผิวใบสากมีขนคายมือ สีเขียว ใต้ใบมีขนอ่อนสีขาวขนาดใบกว้าง 3-5 ซม.ยาว 4-6 ซม.
ดอก ออกเป็นช่อกระจุกแน่นตามซอกใบและปลายยอด ขนาดดอก 2-3 ซม. ดอกย่อย 15-20 ดอก ดอกย่อยรูปแตรมีหลายสี ขาว เหลือง ส้ม แดง ชมพู ขนาดดอกย่อย 5-8 มม.ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปกลมขนาด5-8มม.สีเขียว แก่สีดำมีเนื้อนุ่ม มีเมล็ด1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด ไม่มีความทนทานต่อร่มเงา สามารถอยู่รอดได้ในสภาพอากาศที่หลากหลายรวมถึงความแห้งแล้ง ทนดินประเภทต่างๆความร้อนความชื้นและเกลือ นอกจากนี้ยังค่อนข้างทนไฟและสามารถสร้างตัวได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ป่าที่เพิ่งถูกไฟไหม้
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับหลักในสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในสวนตามบ้าน สวนสาธารณะ นิยมปลูกรวมกันเป็นกลุ่มใช้ในงานจัดสวนแต่ไม่ควรปลูกเป็นกลุ่มรวมกับไม้คลุมดินชนิดอื่นเนื่องจาก ผกากรองจะขับสารเคมีอัลโลพาติกซึ่งช่วยลดการเจริญเติบโตของพืชโดยรอบโดยยับยั้งการงอกและการยืดตัวของราก
-ใช้เป็นยา ในบางส่วนของพันธุ์พื้นเมืองL. camaraถูกใช้เป็นแหล่งของการรักษาทางยาตัวอย่างเช่นในเอกวาดอร์ใบจะถูกกินเพื่อรักษาความผิดปกติของกระเพาะอาหาร
-วนเกษตร ใช้เป็นพืชคลุมดินที่ดีในการป้องกันการกัดเซาะ
-อื่น ๆ กิ่งใบแห้งผสมกับมูลสัตว์เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพและใช้กิ่งไม้เป็นเชื้อเพลิง- ในหลายภูมิภาคถูกมองว่าเป็นพืชน้ำผึ้งที่สำคัญ-สารสกัดจากใบมีสารฆ่าแมลงที่แข็งแกร่งและมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ
รู้จักอันตราย---สารที่ก่อให้เกิดการใช้งานความเป็นพิษในสัตว์แทะเล็ม มีpentacyclic triterpenoidsซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อตับเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงเช่นวัว แกะ ม้า สุนัขและแพะ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


ทับทิมหนู/Punica granatum L. var. nana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Punica granatum L. var. nana Pers.
ชื่อพ้อง---No synonyms are record for this name
ชื่อสามัญ--Dwarf Pomegranate, Punic Apple
ชื่ออื่น---เซียะลิ้ว พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ หมากจัง ; [THAI : Thap thim nu.]; [DUTCH: Granaatappel.]; [FRENCH: Grenade, Grenadier, Grenadier commun.]; [GERMAN: Granatapfelstrauch, Granatapfelbaum.]; [ITALIAN :  Granato a frutto nano.]; [PORTUGUESE: Romã, Romanzeiro, Romeira.]; [SPANISH: Granado enano.];
ชื่อวงศ์---PUNICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปยุโรป
เขตกระจายพันธุ์ ---ยุโรปตอนใต้ เมดิเตอร์เรเนียน- แอฟริกาตะวันออกไปจนถึงเปอร์เซีย ปาเลสไตน์และอินเดีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Punica มาจากชื่อภาษาละติน Malum punicum จาก Pliny เป็นการอ้างอิงถึงชื่อของผู้คน Punics และเมืองโบราณของ Carthage ที่พวกเขาอาศัยอยู่ใน Tunisa ; ชื่อสายพันธุ์ฉายาเฉพาะ ' granatum ' หมายถึงเมล็ดพันธุ์มากมาย ; Pomegranate มาจากภาษาละตินคำว่า pomum แปลว่าแอปเปิ้ล
มีถิ่นกำเนิดจากยุโรปตอนใต้ (ประเทศสเปน)ไปจนถึงอินเดียตอนเหนือ แต่ได้แปลงสัญชาติเมื่อเวลาผ่านไป รอบ ๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและในสภาพอากาศที่อบอุ่น หลายแห่งทั่วโลกรวมทั้งบางส่วนของทางตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา
ไม้พุ่มมีหนามผลัดใบขนาดเล็กหลายลำต้น สูงประมาณ  0.50-0.80  เมตร ทอดกิ่งอ่อน มีหนามแหลมปลายกิ่ง ใบเดี่ยวเล็กเรียวแคบ กว้าง 1.5-2 ซม. 4-8 ซม. ปลายใบมนถึงแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ดอกสีแดงแสดกว้าง 2.5-5 ซม ออกเดี่ยว ๆ เป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบรองดอกเป็นทรงกรวยมี 4-5 แฉก ส่วนกลีบดอกย่นซ้อนกันราว 8 กลีบ  ผลกลมขนาด 5 ซม.ผิวเปลือกมันเรียบสีน้ำตาลอมเหลืองจนถึงแดง กินได้ ภายในผลมีเมล็ดหุ้มเนื้อใสชุ่มน้ำสีขาวแกมชมพูจำนวนมาก เมล็ดอัดแน่นมีเยื่อกั้นช่องแบ่งเป็น 5 พู เหมือนทับทิมธรรมดาแต่มีขนาดเล็กกว่า
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัดและส่วนผสมของดินที่ระบายน้ำได้ดี ใช้ส่วนผสมของดินที่ประกอบด้วยพีทมอส1ส่วนกับดินร่วน1ส่วนทราย2ส่วน พืชเจริญเติบโตได้ในบรรยากาศกึ่งแห้งแล้งและเมื่อปลูกแล้วต้องการน้ำน้อยมาก
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกปรัดับ เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงแปลงกลางแจ้ง ผลจะแขวนอยู่บนต้นเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับการเป็นไม้ประดับ นอกจากนั้นทับทิมแคระยังเป็นพันธุ์ที่ดีที่จะใช้เป็นบอนไซอีกด้วย
ระยะออกดอก/ติดผล---มิถุนายน-กรกฎาคม/สิงหาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


อเมริกันบิวตี้/Ruspolia hypocrateriformis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ruspolia seticalyx (C.B. Clarke) Milne-Redh.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms    
---Eranthemum seticalyx CB Clarke
---Pseuderanthemum seticalyx (CB Clarke) Stapf
ชื่อสามัญ---Pink Ruspolia, Ruddy Rose, Prickly bush
ชื่ออื่น---อเมริกันบิวตี้
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---บอตสวานา, คองโก, แทนซาเนีย, มาลาวี, โมซัมบิก, แซมเบีย, ซิมบับเวและมาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นเกียรติแก่นักสำรวจชาวอิตาลี Eugenio Rispoli (1866-1893 ) ; ชื่อสายพันธุ์คือการรวมคำภาษาละติน  ' seta, ae ' = bristle, horsehairและ 'calyx,ycis = calyx

 

พันธุ์พื้นเมืองแอฟริกาเขตร้อนถึง มาดากัสการ์ เติบโตในป่าทึบป่าละเมาะมักอยู่บนเนินหินใกล้ลำธารน้ำที่ระดับความสูงถึง100-1200 เมตร
ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 0.50-1.20 เมตร ทุกส่วนมีขนปกคลุมเล็กน้อย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างถึงรูปรีขนาดใบกว้าง 5 – 8 ซม.ยาว 10 – 15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายยอดช่อดอกยาว 5-30 ซม.ดอกย่อย 3–7 ดอก ดอกรูปเข็มสีชมพูอ่อน โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบโคนกลีบมีจุดประสีชมพูเข้ม ผลเป็นแคปซูลยาว 2.8-4 ซม .แห้งแตก เมล็ดบางส่วนเกือบกลมและแบน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---โตเร็วชอบดินร่วนปนทราย แดดจัด น้ำปานกลาง หากได้แสงแดดน้อย จะมีแต่ใบ ไม่ออกดอก
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ นิยมปลูกลงแปลงเพื่อดึงดูดผีเสื้อเข้ามาในสวน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการชำกิ่ง


เหลืองคีรีบูน/Pachystachys lutea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Pachystachys lutea Nees.
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms
---Pachystachys albiflora Rizzini
ชื่อสามัญ---Lollypops Plant, Lollipop--plant, Golden- candle, Golden shrimp- plant, Yellow-candles.
ชื่ออื่น---เหลืองคีรีบูน [THAI: Lueng khi ri boon, Kung thong.]; [ASSAMESE: Hunboronia.]; [GERMAN: Gelbe Dickähre, Gelber Zimmerhopfen.]; [SWEDISH: Guldax.]; [MAYA: Camaron amarillo.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาเขตร้อน - เอลซัลวาดอร์ เปรู บราซิล ปานา เปรู สาธารณรัฐโดมินิกัน เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ตรินิแดด - โตเบโก เวเนซุเอลา แอนทิลลิส บังกลาเทศ พม่า
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสายพันธุ์ จากภาษาละติน lutea หมายถึง "สีเหลือง"
มีถิ่นกำเนิดจากเปรูถึงบราซิล
เหลืองคีรีบูนเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก สูงประมาณ 60-120 ซม.ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามสีเขียวรูปใบหอก กว้าง 4-5ซม. ยาว 8-12 ซม.. ปลายใบแหลม  โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ มีเส้นใบที่โดดเด่น ดอกออกเป็นข่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง ช่อดอกตั้งขึ้น ยาวประมาณ 10 ซม. ดอกสีขาวโผล่ออกมาตามลำดับจากใบประดับที่ทับซ้อนกันสีเหลืองสดใสประดับบนช่อดอก  ผลแห้งแตก มี 4 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตในดินที่มีการระบายน้ำดีเกือบทุกชนิด  แสงแดดรำไร
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ปลูกเป็นกลุ่มประดับสวนในที่มีแสงรำไร ใบประดับสวยมีสีสัน ริมศาลา น้ำตก ลำธาร ริมทางเดิน ตัดเเต่งทรงพุ่มได้ เป็นพืชภูมิทัศน์ที่ได้รับความนิยมในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก ในสหราชอาณาจักร P. lutea ได้รับรางวัล  Royal Horticultural Society’s Award of Garden Merit.
-ใช้เป็นยา ในทะเลแคริบเบียนใช้เป็นเครื่องดื่มหลอนประสาท - ใช้รักษาไข้ ไอ หวัดและผมร่วง - ชนเผ่ามิชชิ่งแห่งอัสสัมใช้รากรักษาโรคปอดบวม
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


แดงคีรีบูน/Pachystachys coccinea

ชื่อวิทยาศาสตร์ --Pachystachys coccinea (Aubl.)Nees
ชื่อพ้อง--- Has 7 Synonyms   
---Dianthera coccinea Salisb.
---Justicia carnea Hook. ex Nees
---Justicia coccinea (Aubl.) Hort.Berol.
---Justicia coccinea (Aubl.) Hort.Berol. ex Nees
---Justicia coccinea Aubl.
---Pachystachys latior Nees
---Thyrsacanthus coccineus (Aubl.) T.Anders.
ชื่อสามัญ---Cardinal's Guard, Brazilian plume.
ชื่ออื่น---แดงคีรีบูน  ; [THAI: Daeng khi ri boon.]; [BRAZIL: Camarao-escarlate, Camarao-vermelho.]; [CUBA: coral.]; [FRENCH: Carmantine roige.]; [GERMAN: Rote Dickahre.]; [SWEDISH: Rubinax.]; [TRINIDAD AND TOBAGO: Black stick.].
ชื่อวงศ์---ACANTHACEA
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เฟรนช์เกียนา บราซิล เปรู อินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะคุก ตรินิแดด โตเบโก คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุลคือการรวมกันของคำศัพท์ภาษากรีก '' pachys '' = ใหญ่และ ''stachys '' = spike โดยอ้างอิงถึงช่อดอก ; ชื่อสายพันธุ์ coccinea เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน '' coccineus, a, um '' = สีแดงโดยอ้งอิงถึงจากสีของดอกไม้

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ตั้งแต่เฟรนช์เกียนาไปจนถึงบราซิลและเปรู สายพันธุ์นี้ได้รับการปลูกและแปลงสัญชาติในอินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะคุกตรินิแดด โตเบโกและคิวบา เติบโตในป่าที่มีร่มเงาพุ่มไม้ ตามขอบของที่ราบลุ่ม ป่าฝนและตามเส้นทางริมฝั่งแม่น้ำที่ระดับความสูงระหว่าง 50-1,000 เมตร
แดงคีรีบูนเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง1-2เมตร ก้านใบยาว2-6 ซม.ใบออกตรงข้ามรูปขอบขนานพรือรูปไข่ปลายใบแหลม กว้าง 6-9 ซม. ยาว 12-25 ซม.สีเขียวเข้ม ช่อดอกประกอบด้วยหนามแหลมยาว 9-22 ซม. มีหนามและดอกที่เด่นชัดก้านช่อดอกยาว 1-3 ซม. ใบประดับสีเขียวยาว 1.5-2.5 ซม. และกว้าง 4-9 มม กลีบดอกสีแดงสดยาว 5-7 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดีแสงแดดรำไร เติบโตในพื้นที่กึ่งเขตร้อนและเขตร้อนที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 10 ° C ส่วนปัญหาการเลี้ยงดูของแดงคีรีบูนที่พบเหมือนกับไม้ที่อยู่ในร่มทั่วๆไป
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับจัดสวน ได้รับการปลูกในเชิงพาณิชย์เป็นไม้ประดับสำหรับดอกไม้สีแดงฉูดฉาด
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ


กำแพงเงิน/Dianella caerulea

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Dianella caerulea Sims
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms    
---Dianella angustifolia Schult. & Schult.f.
---Dianella coerulea Willd. [Spelling variant]
---Dianella elegans Kunth & C.D.Bouché
---Dianella paniculata Kunth
ชื่อสามัญ--- Flax lily, Blue flax-lily, Blueberry lily, Paroo lily
ชื่ออื่น---กำแพงเงิน ; [THAI: Kam phang ngeon.]; [GERMAN: Blaue Flachslilie.]; [PORTUGUESE: Blueberry-lily, Paroo-lily.].
ชื่อวงศ์---XANTHORRHOEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---นิวกินี,  ออสเตรเลีย ; นิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ แทสเมเนีย
ถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Dianella เป็นภาษาละตินมาจากDiana เทพธิดาแห่งการล่าสัตว์ของโรมันและราชินีแห่งป่า - Little Diana ; ชื่อสายพันธุ์ Caerulea มาจาก cæruleus = สีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้าเมดิเตอร์เรเนียนในตอนเที่ยงซึ่งอ้างอิงถึงสีของผลเบอร์รี่สุก

 

พืชพื้นเมืองของ S. New Guinea ถึง E. & SE ออสเตรเลีย.
ไม้คลุมดินยืนต้น พุ่มสูง 50-100 ซม. ลำต้นเรียวเล็ก ใบเดี่ยวเรียงแน่นแผ่ออกเป็นรูปพัด ยาวประมาณ30-50ซม. พื้นใบสีเขียวอมเทา ขอบใบด่างนวล โคนใบเป็นกาบหุ้มติดกัน ช่อดอกออกจากใบชูสูงขึ้นดอกเล็กสีขาวปนม่วงเทา ช่อดอกมี 3-25 ดอก เกสรสีเหลืองสด ผลมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1.5 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการดินที่เป็นกลางถึงกรดที่มีการระบายน้ำได้ดี ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งครึ่งวันเช้าและร่มรำไร
ใช้ประโยชน์----พืชให้ผลผลิตเส้นใยและยังมีผลไม้ที่กินได้ซึ่งบางครั้งก็รวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น
ใช้กิน---ผลไม้ - ดิบหรือสุกกินได้
-ใช้ปลูกประดับ--- ปลูกประดับสวน ปลูกคลุมดิน มีความทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน
-อื่น ๆ เส้นใยเนียนที่แข็งแรงมากได้มาจากใบไม้ ใช้ในการทำตะกร้า
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด แยกกอ


ปีปฝรั่ง/Hippobroma longiflora


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hippobroma longiflora (L.) G.Don
ชื่อพ้อง ---Has 4 Synonyms   
---Basionym: Lobelia longiflora L.
---Isotoma longiflora (L.) C.Presl
---Laurentia longiflora (L.) Endl.
---Laurentia longiflora (L.) Peterm.
ชื่อสามัญ---Star of bethlehem, Madam fate. Frog's flower.
ชื่ออื่น---ปีบฝรั่ง, แสนประสะ ; [THAI: Peer farang, Saen pra sa.]; [CHINESE: Ma zui cao.]; [FRENCH: Etoile de Bethléem, Lastron blanc.]; [HAWAII: Pua hōkū.]; [PALAU: btuch, udel ra badrei.]; [SPANISH: Flor de San Juan, Lágrimas de San Diego.]; [TAHITI: Fetia.]; [VIETNAM: Hoa dài, Cây mù mắt, Lỗ danh.]; [YAPESE: Adilep.].
ชื่อวงศ์---CAMPANULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาเขตร้อน-โอเชียเนีย เวสต์อินดีส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลเป็นการรวมกันของสารพิษในภาษากรีก '' hippos (horse) ''และ ''bromos (rage, fury)'' โดยอ้างอิงถึงความเป็นพิษสูงของพืชที่ทำให้ม้าบ้า ; ชื่อสายพันธุ์คือการรวมกันของคำศัพท์ภาษาละติน '' longus,a, um '' = longและคำว่า '' flos,-oris '' = flower


มีถิ่นกำเนิดในแคริบเบียน - จาเมกา ปัจจุบันพบได้ในพื้นที่เขตร้อนหลายแห่งของโลก เช่นในฟลอริดา เม็กซิโกและประเทศอื่น ๆ ในอเมริกากลาง ; แอนทิลลิสและตอนเหนือของอเมริกาใต้ (ขยายไปทั่วอเมซอนไปจนถึงที่ราบสูงของบราซิล) ในซีกโลกตะวันออก; เติบโตในมาดากัสการ์และมาสคารีน อินเดียศรีลังกา จีนตอนใต้และไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์,ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ; ควีนส์แลนด์ไมโครนีเซีย โพลินีเซียและหมู่เกาะฮาวายรวมทั้ง ฟิจิ เติบโตในที่อับชื้นริมฝั่ง ที่กำบังตามทางและริมถนนในดินเหนียวที่ทับถมหินปูน ที่ระดับความสูง 60 - 810 เมตร
ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 9–35 (–65) ซม โคนของลำต้นเป็นแกนแข็ง ตามลำต้นมีขนขึ้นประปราย ใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบลำต้นรูปไข่กลับ รูปยาวรี หรือรูปขอบขนานแกมรูปรี ยาว 10–17 ซม. และกว้าง 3–4 ซม.ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อยหรือหยักเว้าไม่สม่ำเสมอ หลังใบและท้องใบเรียบ ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบเป็นสีขาว ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ สีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ ปลายกลีบดอกแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ ผลเป็นรูปทรงรี เป็นผลแห้งแตก เมื่อแก่จะโป่งออกและโค้งลง ภายในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปรีจำนวนมาก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดแบบเต็มวันถึงร่มรำไร เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้ดีในที่รกร้างหรือที่ชุ่มชื้น และมีปลูกบ้างทั่วไป พันธุ์นี้ได้กลายเป็นวัชพืชในเขตร้อนส่วนใหญ่
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นยาในท้องถิ่น พืชชนิดนี้ยังปลูกเป็นครั้งคราวทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคและเป็นไม้ประดับ
-ใช้เป็นยา ในบราซิลพืชชนิดนี้ใช้เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ในเวียตนามใช้ใบ รักษาอาการปวดฟันปวดปาก (ใบ). ขยี้ยารักษาแผล ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ มาลาเรีย ใบสดใช้รักษาตุ่มหนอง หนองงูกัด
-ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นไม้ประดับสวนทั่วไปหรือใช้เป็นปลูกเป็นไม้กระถาง
รู้จักอันตราย---เป็นพืชที่มีพิษร้ายแรง
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด



แหล่งที่มา, อ้างอิง

---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ BGO Plant Databases, The Botanical Garden OrganizationOrganization http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_page.asp
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.
---สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) URL:www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Neptunia0javanica0Miq
---เอื้อมพร วีสมหมาย และคณะ. 2551. พรรณไม้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด.

Check for more information on the species:    
    
Plants Database   --- Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF   --- Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images   --- Images        
            

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
รูปภาพ--ทิพพ์วิภา วิรัชติ (2008)
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

Up date 8/26/2020


 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    วิระ
    วิระ viraaunok5170@gmail.com 26/10/2018 15:14

    อยากซื้อเข็มแคระด่างและเศรษฐีพันล้าน  ครับ  086-6855170

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view