สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 16/09/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,882,822
Page Views 13,665,775
 
« September 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930     

ต้นไม้ในป่า1

ต้นไม้ในป่า1

 

ต้นไม้ในป่า 1

For information only-the plant is not for sale.


1 กรวย/Horsfiedia irya 37 ก่อแพะ/Quercus kerrii
2 กรวยป่า/Casearia grewifolia 38 ก่อสร้อย/Carpinus londoniana
3 กระจับนกเล/Cassine vibumifolia 39 ก่อหมูดอย/Castanopsis calathiformis
4 กระเจียน/Polyaalthia cerasoides 40 ก่อหยุม/Castanopsis argyrophylla
5 กระซิก/Dalbergia parviflora 41 กอหรั่ง/Castanopsis armata 
6 กระดังงาเขา/Polyalthia jenkinsii 42 กอมขน/Ailanthus triphysa
7 กระดังงาดง/Cyathocalyx sumatranus 43 กอมขม/Picrasma javanica
8 กระดังงาป่า/Polyalthia lateriflora 44 กะพง(สมพง)/Tetrameles nudiflora 
9 กระดุมผี/Glochidion rubrum 45 กะพวมมะพร้าว/ Vernonia arborea
10 กระโดงแดง/Chionanthus microstigma 46 กะโหลก/Dendrokingstonia nervosa
11 กระโดนแดง/Tristaniopsis  burmanica 47 กะอวมAcronychia pedunculata 
12 กระถินเทศ/Acacia farnesiana 48 กะอาม/Crypteronia paniculata
13 กระถินพิมาน/Acacia harmandiana  49 กัดลิ้น/Walsura trichostemon
14 กระถินหางกระรอก/Dichrostachys cinerea 50 กัลปพฤกษ์เปลือกขม/Cassia agnes
15 กระท่อม/Mitragyna speciosa 51 กาง/Albizia crassiramea
16 กระบาก/Anisoptera costata 52 กางขี้มอด/Albizia odoratissima
17 กระพี้/Millettia macrostachya 53 กางหลวง/Albizia chinensis
18 กระพี้เขาควาย/Dalbergia cultrata 54 กานพลู/Syzygium aromaticum
19 กร่าง/ Ficus altissima 55 ก่ายกอม/ Ethretia acuminata
20 กร่างใบมน/Ficus benghalensis 56 กายอม/Rhododendron veitchianum
21 กฤษณา/Aquilaria crassna 57 ก้าว/Tristaniopsis  burmanica var. rufescens
22 กล้วยค่าง/Orophea enterocarpa 58 กาสามปีก/Vitex peduncularis
23 กล้วยเต่า/Polyalthia debilis 59 กำยาน/Styrax benzoides
24 กล้วยน้อย/ Xylopia vielana 60 กำยานญวน/Styrax tonkinensis
25 กล้วยฤๅษี/Diospyros glandulosa 61 กำลังช้างสาร/Pithecellobium tenue
26 กลาย/Mitrephora keithii 62 กุหลาบป่าเชียงดาว/Rhododendron ludwigianum
27 ก่วม/Acer oblongum 63 กุหลาบป่ามาลายา/Rhodendron malayanum
28 กว้าว/ Haldina cordifolia 64 เก็ดขาว/Dalbergia glomeriflora
29 ก่อจุก Quercus eumorpha 65 เก็ดส้าน/Olea rosea
30 ก่อแซะ/Anacolasa ilicoides 66 แก้งขี้พระร่วง/ Celtis timorensis
31 ก่อเดือย/Castanopsis acuminatissima 67 แกงเลียงใหญ่/ Psydrax dicocca
32 ก่อแดง/Quercus kingiana 68 แกลบหนู/Dendrolobium lanceolatum
33 ก่อตาคลอย/Quercus lenticellata 69 ไก๊/Homalium ceylanicum
34 ก่อนก/Lithocarpus polystachyus 70 ไก๋แดง/Ternstroemia gymnanthera
35 ก่อใบเลื่อม/Castanopsis tribuloides 71 ไกร/Ficus subpisocarpa
36

ก่อพวง/Lithocarpus fenestratus

72 ไก่หลง/Wikstroemia polyantha


Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search



1 กรวย/Horsfiedia irya  

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Horsfiedia irya (Gaertn.) Warb.
ชื่อพ้อง---Has 16 Synonyms
---Horsfieldia acuminata Merr.
---Horsfieldia amklaal Kaneh.
---Horsfieldia congestiflora A.C.Sm.
---Horsfieldia labillardierei Warb.
---Horsfieldia lemanniana (A.DC.) Warb.
---Horsfieldia subglobosa Warb.
---Myristica irya Gaertn.
---Myristica javanica Blume
---Myristica labillardieri Boerl.
---Myristica lemanniana A.DC.
---Myristica sphaerocarpa Wall.
---Myristica subglobosa Miq.
---Myristica vrieseana Miq.
---Palala irya (Gaertn.) Kuntze
---Palala lemanniana (A.DC.) Kuntze
---Palala subglobosa (Miq.) Kuntze

ชื่อสามัญ---None
ชื่ออื่น------กรวย -kruai (Bangkok)
---กรวยน้ำ- kruai nam (Bangkok)
---กรวยสวน -kruai suan (Bangkok)
---กอก -kok (Narathiwat)
---กะเพราพระ- ka phrao phra (Chumphon)
---จุมพร้า -chum phra (Nakhon Si Thammarat)
---ดือระแฮ -due-ra-hae (Malay-Pattani)
---ตุมพระ -tum phra (Nakhon Si Thammarat, Satun)
---แปงู- pae-ngu (Malay-Narathiwat)
---เพราพระ- phrao phra (Chumphon)
---ยางู -ya-ngu (Malay-Narathiwat)
---ระหัน -ra han (Pattani)
---หัน -han (Pattani)
ชื่อวงศ์---MYRISTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา หมู่เกาะอันดามัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย นิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน                            พบในที่ราบลุ่มเขตร้อนชื้นซึ่งสามารถพบได้ที่ระดับความสูงถึง 600 เมตร                                                                   ไม้ ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ในประเทศไทยพบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำทางภาคกลาง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ลักษณะทรงต้น สูงได้ประมาณ 10-25 เมตร เรือนยอดแคบยาวหรือเป็นรูปกรวยคว่ำ โคนต้นเป็นพูพอนมักมีรากค้ำยัน เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่อง ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกว้าง4-8ซม.ยาว15-25ซม. รูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบเรียบ
          ดอก เป็นช่อแยกแขนง สีเหลืองออกที่ซอกใบแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกเพศผู้แตกแขนงแผ่กว้างกว่าช่อดอกเพศเมีย ดอกมีจำนวนมาก ขนาดเล็กมาก สีเหลืองกลิ่นหอม กลีบรวมติดกัน ส่วนบนแยกเป็น2กลีบ ดอกเพศเมียใหญ่กว่าดอกเพศผู้
          ผล สด กลมมีเนื้อ ออกเป็นพวง พวงละ2-5ผลขนาด2-3ซม.ผนังผลหนา สุกสีส้มแดงหรือแดงอมส้ม มี1เมล็ด เมล็ดแข็งขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้ม เนื้อหุ้มเมล็ดสีแดงอมส้ม                                                                                           ไม้เนื้อแข็งและเนื้อแน่น ไม้มีค่าควรให้ความสนใจ ใช้งานได้ดีและขัดเงาได้ดี มันถูกใช้ในท้องถิ่น
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
ระยะออกผล---เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

2 กรวยป่า/Casearia grewifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---  Casearia grewifolia Vent.var.grewifolia
ชื่อสามัญ---None
ชื่ออื่น---   กรวยป่า คอแลน,หมากผ่าสาม,สีเสื้อหลวง
ชื่อวงศ์---    SALICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่า คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ อินโดนีเซีย

   

           ไม้ ต้นผลัดใบสูงถึง 24 เมตร มักพบขึ้นในที่โล่งแจ้งแสงแดดจัด ตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบจากระดับน้ำทะเลถึง1,200เมตร ลำต้น มักมีพูพอนเมื่อต้นแก่ เปลือกต้นไม่มีหนาม สีน้ำตาลอ่อน ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแคบ กว้าง3.5-6ซม.ยาว8-18ซม. ขอบใบเป็นซี่ละเอียด เมื่อส่องใบกับแสงจะเห็นขีดใสๆกระจายอยู่ในใบ
           ดอก สีเขียวขนาดเล็ก ออกอยู่ในซอกใบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง4-5กลีบ ไม่มีกลีบดอก ผลรูปสามเหลี่ยม ขนาด 3.5-5ซม.แตกเป็น3พูผลมีเนื้อแดงสด-ส้ม
เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน ทำไม้อัด
ระยะเวลาออกดอก-ผล : มีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการตอนกิ่งและเพาเมล็ด                                        

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


3 กระจับนกเล/Cassine vibumifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cassine vibumifolia (Juss.) Ding Hou
ชื่อพ้อง---
---Elaeodendron subrotundum King
---Elaeodendron viburnifolium (Juss.) Merr.
---Euonymus viburnifolius (Juss.) Merr.
ชื่อสามัญ---Grey Nicker
ชื่ออื่น---กระจับนกเล น้ำนองตรัง                                                                                                           Vernacular Name
---Barak Laut (Malay)
---Barat-barat (Malay)
---Kempudang Baran (Malay)
---Mata Pelanduk (Malay)
---Mempenai (Malay)
ชื่อวงศ์---CELASTRACEAE                                                                      
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะอันดามัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาะเซเลเบส

ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็กสูง 3-8 เมตร ประเทศไทยพบเฉพาะภาคใต้ พบกระจายห่างๆตามแนวป่าชายเลน และริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว บนเลนที่ค่อนข้างแข็ง
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดโปร่ง เปลือกเรียบสีเทาถึงเทาคล้ำ มีช่องอากาศตามลำต้น
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ รูปไข่กว้างถึงกลมมน ขนาด2-4ซม.ยาว3-7ซม. โคนใบแหลมถึงสอบเป็นรูปลิ่ม
ขอบใบหยักมนถี่ตื้นและมีหนามสีดำขนาดเล็กที่ปลายหยัก ปลายใบแหลมทู่ถึงกลม เนื้อใบหนาคล้ายหนังแกมอวบน้ำ ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียว ด้านล่างสีอ่อนกว่าถึงมีนวล
ดอก แบบช่อกระจุกออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกยาวถึง 12 ซม.ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวกลีบเลี้ยง4กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ  ผล รูปทรงไข่กลับหน้าตัดมักเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขนาดกว้าง0.3-0.5ซม.ยาว1-1.5ซมง ผนังผลชั้นกลางเป็นคอร์กนุ่ม ชั้นในแข็ง ผลสุกสีเหลืองมี 1 เมล็ด
ระยะออกดอกและผล---ระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน

---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                           โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554   


 4 กระเจียน/Polyaalthia cerasoides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Polyalthia cerasoides (Roxb.) Bedd                                                                                    ชื่อพ้อง---Has 5 synonyms
---Guatteria bifaria A.DC.
---Guatteria cerasoides Dunal
---Polyalthia bifaria (A.DC.) Hook.f. & Thomson
---Polyalthia crassipetala Merr.
---Uvaria cerasoides Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---    กะเจียน พญารากดำ ค่าสามซีก เหลืองไม้เหลือง สะบันงาป่า ทรายเด่น
ชื่อวงศ์---    ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีนใต้

กะเจียนเป็นไม้ต้น ผลัดใบ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ชอบแสงแดดจัดเจริญได้ดีในดินทุกสภาพ มักพบขึ้นตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเลจนถึง 700 เมตร ขนาดความสูงใหญ่ของต้นกระเจียนโดยประมาณสูง 8- 15เมตร ลำต้นเปลาเปลือกเรียบกิ่งเกือบตั้งฉากกับลำต้น ใบยาว10-12.5 ซม.เป็นใบเดี่ยวยาว10-12.5ซม.เรียงสลับรูปหอก ปลายใบและโคนใบเรียวแหลม ทั้งสองข้าง หลังใบสีเขียวเข้มท้องใบสีอ่อน
ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม ดอกขนาด1-1.5ซม.สีเขียว ก้านดอกเรียวยาว กลีบดอกแข็งมี6กลีบ ดอกอ่อนสีเขียว ดอกแก่สีเหลือง มีกลิ่นหอมมากบางครั้งใช้ทำน้ำหอม ผลขนาด0.6ซม. กลมหรือรูปไข่ ผลสีแดงสด เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีดำผลสุกรับประทานเนื้อหุ้มเมล็ดได้มีรสหวาน เนื้อไม้สีเหลืองหรือสีเทาเป็นพื้นผิวที่ละเอียดเนื้อแข็งและหนักไม้ใช้ในงานก่อสร้างเล็กๆและเครื่องมือทางการเกษตร แต่ใช้ได้ในบางฤดูเท่านั้น ต้องระวังการแตกกระเทาะและโค้งงอ เหมาะสำหรับทำไม้อัด
ระยะเวลาออกดอก : เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะ เมล็ด

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

5 กระซิก/Dalbergia parviflora

ชื่อวิทยาศาสตร์--Dalbergia parviflora Roxb.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms
---Amerimnon cumingii (Benth.) Kuntze
---Amerimnon parviflorum (Roxb.) Kuntze
---Dalbergia cumingii Benth.
---Drepanocarpus cuminghii Kurz
---Drepanocarpus cumingii Kurz   
ชื่อสามัญ---Blackwood, Akar Laka
ชื่ออื่น---ครี้ ซิก สรี้
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย                                                                 พบในป่าชั้นรองบนฝั่งแม่น้ำตามแนวชายฝั่ง ในป่าพรุน้ำจืดและในป่าเต็งรัง ส่วนใหญ่อยู่บนดินที่อุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำที่ระดับความสูงถึง 150 เมตร

ไม้ต้นขนาดกลางขึ้นอยู่ตามป่าโปร่งในที่ลุ่ม และตามชายห้วย ทางภาคใต้ ลำต้นมีหนาม เปลือก สีเทา เรือนยอดมีลักษณะไม่แน่นอน  ใบ  ประกอบรูปขนนกปลายคี่  ใบย่อยรูปรีหรือรูปขอบขนานเรียงสลับกันบน ก้าน ใบ ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ใบอ่อนและยอดอ่อนมีสีน้ำตาลแก่
 ดอก มีขนาดเล็ก กลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงประกอบดอกตามปลายกิ่ง หรือง่ามใบใกล้ยอด  ออกดอกเดือนมีนาคม-มิถุนายน
 ผล เป็นฝักแบน ขอบฝักบางคม คล้ายมีดมีเมล็ดรูปไต เรียงติดตามยาวของฝัก ฝักแก่จะไม่แตกแยกจากกัน
นิยมปลูกตามบ้านเรือน วัดวาอาราม ริมถนนหรือที่สาธารณะเพื่อให้ร่มเงา เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดสตูล
เนื้อ ไม้ใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องกลึง แกะสลัก เครื่องดนตรี ลักษณะคล้ายไม้ชิงชัน น้ำมันจากเนื้อ ไม้ใช้ รักษาแผลเรื้อรัง  เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก่นและรากมีกลิ่นหอมใช้ทำธูปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนอินเดียและมาเลเซีย                     สปีชีส์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิดแบคทีเรียเหล่านี้ก่อตัวเป็นก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้โดยพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถนำมาใช้โดยพืชอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้กัน
ระยะเวลาออกดอก :เดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด หรือแยกต้นที่เกิดใหม่ไปปลูก


 6 กระดังงาเขา/Polyalthia jenkinsii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Polyalthia jenkinsii (Hook.f. & Thomson) Hook.f. & Thomson
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Hubera jenkinsii (Hook.f. & Thomson) Chaowasku
---Guatteria jenkinsii Hook.f. & Thomson
---Polyalthia agusanensis (Elmer) Merr.
---Polyalthia andamanica Kurz ex King
---Polyalthia cumingiana Merr.
---Polyalthia havilandii Boerl.
---Unona agusanensis Elmer
ชื่อสามัญ---None
ชื่ออื่น---    กระดังงาเขา กระดังงาต้น                                                                                                                ---ดังงาขาว dang nga khao (Surat Thani)
---สังหยู sang yu (Peninsular)                                                                                                                     ---topilek (India)
ชื่อวงศ์---    ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีนใต้

พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 100-400เมตร ไม้ต้น สูง 10-15เมตร แตกกิ่งในระดับสูงขนานกับพื้นดิน เปลือกเรียบสีเทาปนน้ำตาลเป็นร่องตามยาว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล เนื้อไม้เปราะใบรูปหอกแกมขอบขนานมีขนสีน้ำตาลเข้ม  กว้าง3.5-6ซม.ยาว10-20ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก เดี่ยวออกตรงซอกใบ ขนาดดอกบาน3-5ซม.ดอกอ่อนสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลีบดอก6กลีบ เรียงเป็น2ชั้นมีขนาดใกล้เคียงกัน ค่อนข้างหนา รูปขอบขนาน มีกลิ่นหอม
ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย15-30ผล รูปรี ปลายผลเป็นติ่งแหลม ผลกว้าง5-6มม.ยาว0.8-1.2ซม. ผลแก่สีม่วงเข้มมีเมล็ด1เมล็ด
ปลูกเป็นไม้ประดับมีดอกดกกลิ่นหอมอ่อนให้ร่มเงา
ระยะเวลาออกดอก : เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะ เมล็ด

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา : หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ

7 กระดังงาดง/Cyathocalyx sumatranus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cyathocalyx sumatranus Scheff.
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms
---Xylopia curtisii King
---Xylopia tembelingensis M.R.Hend
ชื่อสามัญ---None
ชื่ออื่น---กระดังงาดง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-มาเลเซีย ไทย
เขตกระจายพันธุื---มาลายา สุมาตรา ไทย เวียตนาม

ไม้ต้นในวงศ์กระดังงา พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง200-600เมตร
ลำต้นเปลาตรง สูงประมาณ 25-35เมตร เปลือกเรียบ สีน้ำตาลอมเทา แตกกิ่งในระดับสูง ทรงพุ่มกลม กิ่งแก่สีน้ำตาล มีช่องอากาศสีขาวเป็นแนวตามยาว กิ่งอ่อนสี
เขียว เนื้อไม้เหนียวมาก
ใบ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง5.5-7.5ซม.ยาว12-18ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบรูปเรียวทู่และมีติ่ง ยาว1.5ซม.ใบหนาแข็งกรอบ ด้านบนเขียวเข้มและเป็นมัน
          ดอก ออกเป็นช่อ2-4ดอก นอกซอกใบ ดอกอ่อนสีเหลืองอมเขียว เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอมอ่อน มีใบประดับเล็กๆติดอยู่ที่กลางก้านดอก กลีบเลี้ยงสีเขียวรูปไข่ ปลายแหลมกลีบกระดกขึ้น กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้น กลีบชั้นนอกหนายาวเรียว กลางกลีบด้านนอกเป็นร่อง กลางกลีบด้านในเป็นสันนูนหนา กลีบชั้นในมีขนาดเล็กกว่ากลีบชั้นนอก
ผลเดี่ยว ก้านผลแข็งเหมือนเนื้อไม้ เปลือกผลหนาและแข็งรูปรีหรือทรงกระบอก กว้าง3-5ซม.ยาว4-6ซม.
ระยะเวลาออกดอก : เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด
                                                                         ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

8 กระดังงาป่า/Polyalthia lateriflora

ชื่อวิทยาศาสตร์---Polyalthia lateriflora (Blume) King
ชื่อพ้อง---
 ชื่อสามัญ---Local names ---Borneo : Banitan, Semukau.
ชื่ออื่น--- กระดังงาป่า  
ชื่อวงศ์---    ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์--- ไทย มาเลเซีย สุมาตรา อินโดนีเซียชวา บอร์เนียว  เวสต์อินดีส หมู่เกาะซุนดาน้อย ซีลีเบส โมลุกกะ นิวกินี

ไม้ต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบ ประเทศไทยพบขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และป่าพรุทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-600เมตร ชอบแสงแดดจัด น้ำปานกลาง ดินร่วนมีอินทรีย์วัตถุมาก ความสูงของกระดังงาป่าโดยประมาณ 10-20 เมตร แตกกิ่งระดับสูงขนานกับพื้นดิน เปลือกเรียบสีเทาหนา และมีกลิ่นฉุน เนื้อไม้เหนียว
ใบ รูปขอบขนานกว้าง6-12ซม.ยาว18-35ซม.โคนใบมนปลายใบแหลม ใบค่อนข้างหนา ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้านดอกออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งแก่ ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกค่อนข้างหนารูปแถบ เมื่อบานขนาด4-6ซม. ผลกลุ่ม มีผลย่อย 20-30ผล รูปรีกว้าง2ซม.ยาว4ซม.ผลแก่สีแดงมี1เมล็ด
ระยะเวลาออกดอก : เดือนมีนาคม-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ดและปลูกเป็นไม้ปลูกป่า เนื้อไม้นำมาใช้ในการก่อสร้างและเป็นเชื้อเพลิง

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา : หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ

9 กระดุมผี/Glochidion rubrum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Glochidion rubrum Bl
ชื่อพ้อง--                                                                                                                                               ---Bradleia rubra (Blume) Steud.
---Bradleia coronata Benth.
---Bridelia glauca Benth.
---Diasperus coronatus (Müll.Arg.) Kuntze
---Diasperus leiostylus (Kurz) Kuntze
---Diasperus subscandens (Zoll. & Moritzi) Kuntze
---Diasperus wightianus Kuntze
---Glochidion coronatum Hook.f.
---Glochidion diversifolium (Miq.) Merr.
---Glochidion foliosum S.Moore
---Glochidion grave S.Moore
---Glochidion insulare Hook.f.
---Glochidion penangense (Müll.Arg.) Airy Shaw
---Glochidion subscandens Zoll. & Moritzi
---Glochidion thorelii Beille in H.Lecomte
---Glochidion versicolor S.Moore
---Phyllanthus diversifolius Miq.
---Phyllanthus penangensis Müll.Arg.
---Phyllanthus subscandens (Zoll. & Moritzi) Müll.Arg

ชื่อสามัญ---Pink-berried, Pin-flower Tree
ชื่ออื่น---กระดุมผี ชุมเส็ด  นกนอน  ขัดนะ  มะรวด
ชื่อวงศ์ --- PHYLLANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ เวสต์อินดีส หมู่เกาะซุนดาน้อย สุลาเวสี โมลุกกะ

ไม้ พุ่มผลัดใบหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง12เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ใบเดี่ยวผิวใบเรียบเกลี้ยงดอกสีขาวอมเขียวหรือเหลือง ผลขนาด0.8-1.5ซม.ออกสีชมพูกลมแบนเป็นพู3-5พู ปลายทั้งสองแบน หรือโค้งเข้า มีปุ่มเล็กๆที่ปลาย เมล็ดสีน้ำตาลอ่อนเป็นมัน
 **หมายเหตุ                                                                                                                                                            ไม้ถิ่นเหนือ กระจายกว้างขวาง พบทั่วไปในที่โล่งแจ้งและในป่าชั้นที่2 ป่าผลัดใบ ป่าไผ่ ระดับความ สูง300-900เมตร

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


10 กระโดงแดง/Chionanthus microstigma

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---    Chionanthus microstigma (Gagnep.) P.S.Green
ชื่อพ้อง---
---Chionanthus sangda (Gagnep.) Soejarto & P.K.Lôc
---Linociera microstigma Gagnep.
---Linociera sangda Gagnep.
ชื่อสามัญ---kradong daeng (Thai)
ชื่ออื่น---    กระบกคาย ขมัน ประดงแดง กระโดงแดงเขา
ชื่อวงศ์---    OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ลาว ไทย เวียตนาม    
เขตการกระจายพันธุ์---ภูมิภาคอินโดจีน

ประเทศไทยพบทางภาคตะวันออก ตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลางและภาคใต้
ไม้ ต้นสูง6-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขนาดใบกว้าง2-4.5ซม.ยาว6-11ซม. รูปไข่ถึงรูปใบหอก โคนใบแหลม แผ่นใบตล้ายหนัง ดอกเป็นช่อกระจะ ออกที่ซอกใบสีขาว ยาว2-5ซม.ดอกย่อย5-7ดอก ผลแข็ง เมล็ดเดียว ขนาดของผลกว้าง1.3-1.5ซม.ยาว1.5-1.7ซม.รูปทรงกลม
ระยะออกดอกติดผล --- เดือนเมษายน-เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

11 กระโดนแดง/Tristaniopsis  burmanica 


ชื่อวิทยาศาสตร์---    Tristaniopsis  burmanica  (Griff.)  Peter  G. Wilson & J.T. Waterh
ชื่อพ้อง---Tristania burmanica Griff.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---    กระโดนแดง ตำเสาหนู
ชื่อวงศ์---    MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา ลาว ไทย  เวียตนาม


ไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กสูง10-15 เมตร เปลือกสีน้ำตาลออกเทา หลุดออกเป็นชิ้นยาวบางแห้งๆ เปลือกชั้นในสีครีม ลำต้นและกิ่งก้านคดงอ พบมากในที่โล่งแจ้งที่แห้งชอบขึ้นตามสันเขาที่โล่ง มักจะพบขึ้นปะปนกับไม้สน เนื้อไม้เหมาะกับการสร้างสิ่งก่อสร้างชั่วคราว
ใบ ขนาดกว้าง2-3.5ซม.ยาว5-8.5ซม.ยอด อ่อนมีขนคล้ายไหม ใบแก่เรียบเกลี้ยง หนาและเป็นไขสีเขียวเข้มด้านบน ด้านล่างใบสีอ่อนกว่ามีจุดใสๆ ดอกสีเหลืองอ่อนรูประฆังปลาย5แฉก ผลเป็นแคปซูลที่แตกออกตอนบนเป็น3ส่วนที่ฐานมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ เมล็ดแบนและเป็นเหลี่ยม
ระยะออกดอก ---
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


12 กระถินเทศ/Acacia farnesiana

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Acacia farnesiana (L.) Willd.
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Vachellia farnesiana (L.) Wight & Arn.
ชื่อสามัญ---Ellington's curse, Sweet acacia, Needle bush, Mimosa Bush
ชื่ออื่น --- ดอกคำใต้ คำใต้  กระถินหอม มอนคำ บุหงาอินโดนีเซีย
ชื่อวงศ์ --- FABACEAE (LEGUMINOSAE- MIMOSACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

ไม้พุ่มสูง 2-4 เมตร ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน แกนใบยาว5-10ซม.ที่โคนมีหูใบเป็นหนามแหลมแข็ง 1คู่ ใบประกอบมีแขนง4-8คู่ แต่ละแขนงมีใบย่อย8-21คู่ ใบย่อยรูปขอบขนานแคบ ก้านใบสั้นมากหรือไม่มี
ดอก สีเหลืองออกเป็นช่อกลมแน่น ขนาด1-2ซม.แต่ละช่อประกอบด้วยดอกเล็กๆจำนวนมากยาว3มม. กลีบดอก5กลีบโคนติดกันเป็นหลอดเกสรผู้มีจำนวนมากยาว5-8มม. ผลเป็นฝักโค้งและคอดเล็กน้อย ขนาดกว้าง1-2ซม.ยาว4-7.5ซม. ผิวเรียบฝักแก่ไม่แตกมีเมล็ดประมาณ15เมล็ด
นิยมปลูกเป็นรั้วและไม้ประดับตามหมู่บ้าน ดอกมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว น้ำมันหอมระเหยจากดอกใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหอมราคาแพง
ระยะออกดอก---ช่วงเดือน พฤศจิกายน-เดือนมีนาคม

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม3 (2548)

13 กระถินพิมาน/Acacia harmandiana


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Acacia harmandiana (Pierre.) Gagnep
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Vachellia harmandiana (Pierre) Maslin, Seigler & Ebinger
---Acacia siamensis Craib
---Delaportea armata Gagnep.
---Pithecellobium harmandianum Pierre
---Pithecolobium mekongense Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---    คะยา, หนามขาว, cแฉลบขาว, กระถินป่า, กระถินวิมาน,  หนามพิมาน, กะถินป่า, ปี้มาน, พิมาน, มะขี้มาน
ชื่อวงศ์---    LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---ภูมิภาคอินโดจีน    

         ไม้ต้นขนาดกลางผลัดใบสูง10-15เมตร เปลือกต้นสีขาวแกมเทา ต้นและกิ่งมีหนามแหลม กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่นตามกิ่งมีหูใบแปลงรูปเป็นหนามแหลมแข็ง ยาว 4-5 ซม.
ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก2ชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายมน โคนเบี้ยว แผ่นใบมีขนทั้ง 2 ด้าน ไม่มีก้านใบย่อย
ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ตามง่ามใบและปลายกิ่ง1-4ช่อ ก้านช่อดอกมีขนเล็กน้อย ดอกสีขาวจำนวนมากเรียงชิดกันแน่นบนก้านดอกเป็นช่อกลม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ฝักแบนยาวแคบรูปขอบขนาน ฝักแก่สีน้ำตาลโค้งงอ เมล็ดรูปไข่ มีเมล็ดหลายเมล็ด  
พบขึ้นตามป่าละเมาะและป่าเบญจพรรณที่แห้งแล้งชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกสภาพ
ใบอ่อนและยอดอ่อนรับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกรสจืดมัน                                                                                เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้าง ทำอุปกรณ์ต่าง ๆ และใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดี
ระยะออกดอก--- เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

รูปภาพ---สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.)

14 กระถินหางกระรอก/Dichrostachys cinerea


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Dichrostachys cinerea Wight et Arn.
ชื่อพ้อง---
---Cailliea dichrostachys Guill. et Perrot.
---Dichrostachys glomerata Chiov.
---Dichrostachys nutans (Pers.) Benth.
---Dichrostachys nyassana Taub
---Mimosa cinerea L.
ชื่อสามัญ---Sicklebush, Bell mimosa, Chinese lantern tree
ชื่ออื่น---กระถินหางกระรอก
ชื่อวงศ์ --- LEGUMINOSAE
ถิ่นกำเนิด---แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แคริเบียน

ไม้ต้นขนาดกลางสูง 3-5 เมตร ทรงต้นโปร่งตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามมาก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ประมาณ 8คู่ แต่ละคู่แยกเป็นใบย่อยเล็กๆอีกมาก คล้ายๆใบกระถิน แต่มีขนาดเล็กกว่า
ดอกขนาดเล็กประกอบกันเป็นช่อดอกยาวๆ เกสรซึ่งทำให้ดอกเป็นสีสันนั้นแบ่งเป็น2ส่วน ส่วนโคนเกสรยาว เมื่อบานใหม่ๆเป็นสีม่วง
วันรุ่งขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ส่วนปลายเป็นเกสรสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม ฝักคล้ายฝักถั่วแต่มีขนาดสั้น ประมาณ 5 ซม.
ออกดอกมากในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ถิ่นกำเนิดอินเดีย
 ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือสะกัดรากชำ

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม3 (2548)


15 กระท่อม/Mitragyna speciosa


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mitragyna speciosa (Korth.) Havil.
ชื่อพ้อง---
---Nauclea korthalsii Steud. nom. inval.
---Nauclea luzoniensis Blanco
---Nauclea speciosa (Korth.) Miq.
---Stephegyne speciosa Korth.
ชื่อสามัญ---kratom
ชื่อวงศ์ --- RUBIACEAE
ชื่ออื่น --- อีถ่าง, ท่อม
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ไทยและมาเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปอาฟริกา

การปลูกและซื้อขายกระท่อมเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยกระท่อมจัดเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามความใน พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษ ในประเภทที่ 5 ได้แก่ กัญชา และพืชกระท่อม โดยห้ามซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก หรือครอบครอง ซึ่งครอบคลุมถึงการห้ามปลูก ถ้าตรวจพบต้องตัดทิ้งและทำลาย โดยมีบทกำหนดโทษต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี หรือปรับสูงสุดหนึ่งล้านห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ลักษณะของต้นกระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 12-15 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่แกมขอบขนาน หูใบรูปใบหอกอยู่ระหว่างก้านใบขนาด กว้าง x ยาวประมาณ 5-10 x 8-14 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ฐานใบมน ก้านใบออกจากฐานใบ มีความยาวประมาณ 2-4 ซม. เส้นใบเรียงตัวแบบขนนก เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบมีสีแดงเรื่อ มีขนอ่อนสั้นๆ บริเวณเส้นใบที่อยู่ด้านท้องใบ มีเส้นแขนงใบ 10-15 คู่ ใบมีรสขมเฝื่อน แผ่นใบสีเขียว
ดอกช่อออกเป็นช่อตุ้มกลมที่ปลายกิ่ง ขนาด 3-5 ซม.ใน 1 ช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวอมเหลืองจํานวนมาก ดอกย่อยสมบูรณ์เพศช่อย่อยรูปทรงกลมคล้ายดอกกระถิน ดอกย่อยเมื่อเริ่มบานสีขาวนวลแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล ผลสดรูปทรงกลมรูปไข่ขนาดเล็กประมาณ 5-7 มม.
ใบจัดเป็นยาเสพติดมีฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้เคลิบเคลิ้ม กดความรู้สึกเมื่อยล้า ทำให้ทำงานได้นานขึ้น เมื่อติดยาจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ผิวหนังดำเกรียม บางรายมีอาการสภาพจิตสับสน
สมัย โบราณ กระท่อมเป็นพืชที่ใช้เข้าเป็นตัวยาในตำรับพวกประเภทยาแก้ท้องเสีย ในสูตรยาของหมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณ เช่น ตำรับยาประสะกระท่อม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาขนาดนี้แล้ว เพราะมียาแผนปัจจุบันและแผนโบราณให้ผลเท่าเทียมหรือดีกว่า


16 กระบาก/Anisoptera costata

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Anisoptera costata Korth
ชื่อพ้อง---
---Anisoptera cochinchinensis Pierre
---Anisoptera marginatoides F.Heim
---Anisoptera oblonga Dyer
---Anisoptera robusta Pierre
---Dipterocarpus parallelus Korth. ex Burck.
---Dryobalanops hallii Korth
---Shorea nervosa Kurz
ชื่อสามัญ--- Mersawa
ชื่อื่น---ตะบาก,หมีดังว่า, ประดิก, พนอง, กระบากขาว, กระบากดำ, กระบากโคก,กระบากช่อ,กระบากด้าง,กระบากแดง,บาก
ชื่อวงศ์ --- DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นสูง 15-30เมตร  เป็นไม้กลางแจ้งทนต่อสภาพแห้งแล้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง แสงแดดตลอดวัน ลักษณะ ลำต้นเปลาตรง โคนต้นมีพูพอน เปลือกสีเทาหรือน้ำตาลปนเทา เรียบหรือล่อนเป็นสะเก็ดบางๆ หรือแตกเป็นร่องตามแนวยาว เรือนยอดเป็นพุ่มกว้างกลม เปลือกในสีเหลืองอ่อนเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ
ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปขอบขนานปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมนขอบใบเรียบแผ่นใบสีเขียวมีขน ท้องใบสีเขียวหม่นมีขนสีเหลือง
ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กสีขาวปนเหลืองอ่อน
ผลเป็นผลแห้งรูปทรงกลมขนาด1ซม.มีปีกยาว2ปีก
เนื้อไม้สีน้ำตาลปนเหลือง เนื้อหยาบ ใช้ทำไม้แบบหล่อคอนกรีต ลังใส่ของ หีบใส่ของ ทำแจวเรือ เครื่องตกแต่งบ้าน พื้น ตง
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดหรือแยกลำต้นที่เกิดใหม่      

 

17 กระพี้/Millettia macrostachya


ชื่อวิทยาศาสตร์---    Millettia macrostachya Collett & Hemsl.
ชื่อพ้อง
---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระพี้    
ชื่อวงศ์---    FABACEAE(LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---บังคลาเทศ ตอนกลางและตอนใต้ของจีน พม่า ไทย    
เขตการกระจายพันธุ์--- คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาลายา สุมาตรา

ไม้ ผลัดใบสูง15เมตร เรือนยอดแผ่ขยายโปร่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลมีรอยแตกตื้นๆ ใบประกอบมีใบย่อย4-5คู่ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่นปกคลุม ใบแก่ด้านล่างมีขนอ่อนนุ่ม
ดอก ขนาด2-3ซม.สีชมพูหรือม่วงอ่อนมีแต้มเหลืองตรงกลางกลีบดอกด้านนอกมีขน กลีบบนสุดโค้งงอไปข้างหลัง กลีบด้านข้างตรงและแคบ กลีบล่างสุดโค้งเข้าด้านใน
ผลยาวถึง30ซม.เปลือกหนาเมล็ดใหญ่แบน1-3เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม


อ้างอิง-ภาพประกอบ : หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


 18 กระพี้เขาควาย/Dalbergia cultrata


ชื่อวิทยาศาสตร์---    Dalbergia cultrata Graham ex Benth.
ชื่อพ้อง---Dalbergia fusca Pierre
ชื่อสามัญ    ---Burma Blackwood
ชื่ออื่น---    กระพี้เขาควาย
ชื่อวงศ์---    FABACEAE(LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์--- จีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา เวียตนาม  

ไม้ ต้นผลัดใบสูง 15-25เมตร ขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าทุ่งที่ ค่อนข้างชุ่มขึ้นทั่วไป ตามเชิงเขาจนถึงพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร ลักษณะของต้นกระพี้เขาควายมีเรือนยอดเป็นพุ่มกลมยาว ค่อนข้างโปร่ง เปลือกต้นสีเทานวลเรียบแตกสะเก็ดตื้นๆ เปลือกชั้นในสีแดงออกน้ำตาล แก่นไม้สีม่วงแก่ ยอดอ่อนมีขนสีขาว
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย3-6คู่ ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงออกตามง่ามใบใกล้ปลายยอด ดอกขนาด5-6มม.สีขาวช่อดอกยาว5-8ซม.ดอกออกก่อนผลิใบ
ผล เป็นฝัก ขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว2.5-10ซม.แบนรูปคล้ายกระสวยปลายมีติ่งแหลมขนาด กว้าง2ซม.ยาว4-10ซม.แข็งเหมือนไม้ ฝักแก่ไม่แตก ก่อนออกดอกจะทิ้งใบหมดแล้วผลิใบใหม่พร้อมกับออกดอก เนื้อไม้แข็งเหนียวและทนมาก ขัดมันแล้วทำเครื่องเรือนเครื่องแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง
พบมากบริเวณที่เกิดไฟป่า มักจะเป็นพุ่มหรือแตกหน่อขึ้นมาจากตอเดิม
ระยะเวลาออกดอก : เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน
ระยะเวลาเป็นผล :เดือนสิงหาคม-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


19 กร่าง/ Ficus altissima

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Ficus altissima Bl
ชื่อพ้อง---
---Ficus laccifera Wight ex Roxb.
---Ficus latifolia Oken
---Urostigma altissimum (Bl.) Miq.
---Urostigma lacciferum (Wight ex Roxb.) Miq
ชื่อสามัญ--- Lofty Fig, Council tree
ชื่ออื่น---กร่าง
ชื่อวงศ์ --- MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ พม่า ไทย เวียตนาม ลาว เมลีเซีย อันดามัน หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดใหญ่ ลำต้นรัดพันไม้อื่น พบกระจายกันอยู่กว้างขวาง พบเห็นได้ทั่วไป เป็นไม้ที่ใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในป่า ขึ้นอยู่ตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณสูงถึง30เมตรเรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งต่ำ เปลือกเรียบสีเทา มักมีรากอากาศบ้างหรือไม่มีเลย มีน้ำยางสีขาว ส่วนต่างๆเมื่อยังอ่อนมีขนสั้นปกคลุมประปรายและหลุดร่วงเมื่อแก่ ยกเว้นผิวด้านนอกของหูใบมีขนอ่อนสีน้ำตาลไหม้ปกคลุม
ใบ เดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบหนารูปรีหรือรูปไข่แกมขอบขนาน ขนาดของใบกว้าง4-11ซม.ยาว8-22ซม. โคนใบกลมขอบใบเรียบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ค่อนข้างหนาคล้ายหนัง ก้านใบยาว2-5ซม.
ดอกช่อมีลักษณะคล้ายผล ไม่มีก้านมักออกคู่ตามง่ามใบดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น
ผลออกเป็นคู่ในซอกใบไม่มีก้านผล เมื่ออ่อนมีกาบรองดอกหุ้ม สีเหลืองส้ม สุกเป็นสีแดงอมม่วง
รากอากาศของต้นกร่างเหนียวใช้ทำเชือกได้ เปลือกชั้นในใช้ทำกระดาษ ต้นใช้เลี้ยงครั่ง
ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนหรือเพาะเมล็ด


 20 กร่างใบมน/Ficus benghalensis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Ficus benghalensis Linn.
ชื่อพ้อง---
---Ficus banyana Oken
---Ficus benghalensis var. krishnae (C. D. C.) Corner
---Ficus chauvieri G. Nicholson
---Ficus cotoneifolia Vahl
---Ficus cotonifolia Stokes
---Ficus crassinervia Kunth & C. D. Bouché
---Ficus karet Baill.
---Ficus krishnae C. D. C.
---Ficus lancifolia Moench
---Ficus lasiophylla Link
---Ficus procera Salisb.
---Ficus pubescens B. Heyne ex Roth
---Ficus umbrosa Salisb.
---Perula benghalensis Raf.
---Urostigma benghalense (L.) Gasp.
---Urostigma crassirameum Miq.
---Urostigma procerum Miq.
---Urostigma pseudorubrum Miq.
---Urostigma rubescens Miq.
---Urostigma sundaicum Miq.
 ชื่อสามัญ --- Banyan Fig, Banyan tree, Bar, East Indian Fig
ชื่ออื่น --- นิโครธ ไทรนิโครธ
วงศ์ ---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด --- ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ต้นสูง 10-15เมตร เปลือกหยาบสีเทา กิ่งก้านแผ่กว้างออกทางด้านข้าง เมื่อแตกกิ่งใหม่จะมีขน ใบรูปไข่รีโคนใบกลมหรือตัด ปลายใบแหลมหรือมนมีติ่งแหลม กว้าง15-25ซม.แผ่นใบหนา ผิวใต้ใบสากคาย เส้นใบเด่นชัดสีอ่อน ขอบใบเรียบมีขนนุ่มทั้งสองด้านของใบผลออกเป็นคู่ไม่มีก้าน ผลกลมมีขนสุกสีแสดหรือแดง
จัดเป็นพวกไทรกร่างที่มีใบใหญ่ที่สุด นิยมปลูกตามวัดเนื่องจากเป็นไม้มงคลในพุทธประวัติ และเพื่อเป็นไม้ให้ร่มเงาและเพิ่มความร่มเย็น ไม่นิยมปลูกตามบ้านเพราะมีขนาดใหญ่เกินไป
ต้น กร่างใบมนยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรคือใบและเปลือกใช้แก้โรคท้องเสีย ท้องร่วง ถ่ายเป็นมูกเลือด และช่วยห้ามเลือด ยางใช้แก้โรคหูด ริดสีดวงทวาร  ผลสุกใช้เป็นยาระบาย ส่วนราก ใช้เคี้ยวป้องกันโรคเหงือกบวม
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด,ปักชำ,ตอนกิ่ง, หรือโดยวิธีทางธรรมชาติโดยมีสัตว์บางชนิดกินผลแล้วถ่ายมูลที่มีเมล็ดติดอยู่ไปยังที่ต่างๆ 


21 กฤษณา/Aquilaria crassna


ชื่อวิทยาศาสตร์---Aquilaria crassna Pierre ex H. Lec.
ชื่อพ้อง--
ชื่อสามัญ--Siamese agar wood, Eagle Wood, Agar Wood, Aloe Wood
ชื่ออื่น--กฤษณา
ชื่อวงศ์---THYMELAEACEAE
ถิ่นกำเนืด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี


กฤษณาเป็นไม้ ต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบสูงถึง 30 เมตร เป็น ไม้ในป่าดงดิบ หายากในสภาพธรรมชาติ จะจำกัดในบริเวณที่เป็นเขตหวงห้าม ลักษณะทรงต้นเปลาตรงเรือนยอดแคบ เปลือกเรียบสีเทา แตกเป็นร่องยาวตื้นๆ เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อน มีแถบยางสีเข้ม
ใบ เป็นใบเดี่ยวกว้าง3-5ซม.ยาว6-11ซม. รูปรีหรือรูปไข่กลับ ปลายเรียวแหลม โคนมน ขอบใบเป็นคลื่น ม้วนลงเล็กน้อย แผ่นใบบางและเรียบ ด้านบนมัน  ใบแก่เหนียว ด้านล่างเกลี้ยงหรือมีขนสีเงินประปรายบนเส้นใบหลัก ไม่มีหูใบ ยอดอ่อนมีขนสีเงินหนาแน่น
ช่อ ดอกเป็นช่อซี่ร่ม ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอมออกเป็นช่อเล็กๆเป็น กระจุกตามง่ามใบและปลายกิ่ง กลีบดอกไม่มีแต่มีเกล็ดที่มีขนดูคล้ายกลีบดอก 10อันติดบนปากของชั้นกลีบเลี้ยง ผลอ่อนสีเขียวสด รูปไข่กว้างมีสันแคบตามยาวของผลและชั้นกลีบเลี้ยงที่ขยายติดอยู่ที่ฐาน ผิวบางเหนียว มีรอยย่นๆและแตกได้2พู เมล็ดเป็นมัน1เมล็ด มีระยางค์ยาวคล้ายหาง
กฤษณาเป็นไม้หอมที่มีคุณค่านับแต่ครั้งพุทธกาลเป็นหนึ่งในของหอมธรรมชาติ๔ อย่าง เรียกว่า จตุชาติสุคนธ์
 ไม้ กฤษณาที่ดีที่สุดในโลกนั้นพบหลักฐานในสมัยอยุธยาในจดหมายของบริษัทอินเดีย ตะวันออก พ.ศ.๒๒๒๒ ระบุว่า คือไม้หอมกฤษณาจากบ้านนา(Agillah Bannah)ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนครนายก
ปัจจุบัน ไม้กฤษณาคุณภาพดีที่สุดได้จากเขาใหญ่ซึ่งเคยมีมากแถบดงพญาไฟ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไม้หอมเพื่อการส่งออกมาแต่อดีตต้นตระกูล การหาไม้กฤษณามาจาก บ้านบุเกษียร ลำคลอง กระตุก บุตาชุ ซึ่งปัจจุบันเป็นทุ่งหญ้าอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ไม้ กฤษณามีเนื้อไม้อ่อน สีขาวถึงสีนวล ไม่มีกลิ่นและไม่มียาง จะมีกลิ่นหอมเมื่อมีเชื้อราลงเจริญเข้าไปในเนื้อไม้ ทำให้เนื้อไม้นั้นสร้างชันน้ำมันขึ้นมา เนื้อไม้จึงมีสีเข้มขึ้น เชื้อรามักเกิดขึ้นกับต้นอายุ20ปีขึ้นไป และจะเจริญเต็มที่เมื่ออายุได้50ปี บางครั้งอาจให้เนื้อไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งต้น เมื่อหักกิ่งจะมีน้ำมันชันไหลเยิ้มออกมามีกลิ่นหอมมาก เนื้อไม้ที่มีกลิ่นหอมนี้เรียกว่า agaru ในภาษาสันสกฤต กฤษณาที่มีคุณภาพดีนั้นฝรั่งเรียกรวมกันว่า true agaru
โบราณแบ่งชั้นคุณภาพของกฤษณาโดยใช้สีและน้ำหนักเป็นเกณฑ์ ได้แก่

                   1 เนื้อไม้(หรือไม้หอม) ชนิดนี้ คุณภาพดีที่สุด มีสีดำเข้มโดยตลอด หนักกว่าน้ำ(จมน้ำ) และมีชันอยู่ในปริมาณสูง ชนิดนี้มีหลักฐานบันทึกว่า ไทยเราเคยส่งไปเป็นบรรณาการให้ประเทศอังกฤษ

                   2 กฤษณา เป็นชนิดที่มีคุณภาพรองลงมา มีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ หนักกว่าน้ำ ชนิดนี้โบราณใช้ทำยา

                   3 ลูกผุด เป็นชนิดที่มีคุณภาพด้อยกว่า เนื้อไม้สีอ่อนกว่า มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำเฉพาะที่ หรือเป็นจุดๆ

 เป็นไม้มีค่าสูงเนื่องจากน้ำยางมีกลิ่นหอม ซึ่งจะมีเฉพาะในไม้ที่กำลังจะตายอันเกิดจากการเป็นโรคหรือถูกฟ้าผ่า เวลาเปลือกเป็นแผลตามธรรมชาติจะสร้างยางไม้ออกมาหุ้ม เป็นสีน้ำตาลหรือดำ แต่สีดำสนิทจะมีคุณภาพดีที่สุดชาวบ้านเรียก ไม้ลูกแก่น มีราคาแพงมากประมาณ 15,000-20,000บาทต่อกิโลกรัมพวกหาของป่าจะแกะยางส่วนนี้นำมาขาย แก่นไม้มีประโยชน์มากที่สุด ทำเครื่องหอม ทำยา ปัจจุบันนำมาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจอีกต้นหนึ่ง ส่วนไม้กฤษณาที่มีคุณภาพต่ำจะนำไปต้มกลั่นเป็นน้ำหอมได้
ระยะออกดอก : เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์
ระยะผลแก่แตก :ช่วงเดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง การปักชำ หรือขุดลำต้นที่เกิดใหม่จากต้นแม่ นำไปเพาะเลี้ยงกล้าในเรือนเพาะชำ1ปีแล้วค่อยนำไปปลูกลงแปลง

อ้างอิงแหล่งที่มา---หนังสือ คู่มือการปลูกสวนป่าเศรษฐกิจ "ไม้โตเร็ว" ของคุณ ศุภวิชญ์ ชูโชติ

รูปภาพ---สวนสวรส


22 กล้วยค่าง/Orophea enterocarpa


ชื่อวิทยาศาตร์---Orophea enterocarpa Maingay ex. Hook. f. & Thomson
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยค่าง จิงกล้อม  มะป่วน ดีปลีต้น ปีบผล
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 4-8เมตร ในประเทศไทยขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-400เมตร ลักษณะทรงต้น เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ แตกกิ่งขนานกับพื้นดินจำนวนมาก เปลือกเรียบ สีน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำ กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆประปราย
ใบรูปขอบขนาน กว้าง3-4ซม.ยาว 8-13ซม. โคนใบมนปลายใบเรียวแหลม ใบบางและเกลี้ยง ใบด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอกออกเป็นช่อสั้นๆ ช่อละ1-3ดอก แต่จะหลุดร่วงไปก่อนเหลือบานเพียงดอกเดียว ดอกสีเหลืองนวล ดอกบานตั้งขึ้น ดอกบานมีขนาด 1.2-1.5ซม.
ผลกลุ่มมี3-6ผลรูปรี โคนและปลายผลแหลม กว้าง7-8มม.ยาว2ซม.เมื่อแก่สีแดง
เนื้อไม้นมาใช้ทำเชื้อเพลิง
ระยะออกดอกและติดผล---เกือบตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

23 กล้วยเต่า/Polyalthia debilis


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia debilis (Pierre) Finet & Gagnep
ชื่อพ้อง---Unona debilis Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยเต่า กล้วยตับเต่า ไข่เต่า ตับเต่า ตับเต่าน้อย ก้นครก
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ พุ่มขนาดเล็ก พบกระทั่วไปในป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค พบมากในภาคเหนือ และภาคอีสาน ลักษณะทรงต้นสูงประมาณ 20-60 ซม. กิ่งก้านมีขนละเอียดสีน้ำตาลใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรี รูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง2-4ซม.ยาว 5-8ซม
ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมหรือรูปทรงกระบอก สีเหลืองมีขนละเอียดสีเหลืองอ่อน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

24 กล้วยน้อย/ Xylopia vielana


ชื่อวิทยาศาตร์---Xylopia vielana Pierre
ชื่อพ้อง---Xylopicrum vielanum (Pierre.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Thailand: kluai noi, taa laeo, sa thaang (eastern)
ชื่ออื่น---กล้วยน้อย ตาเหลว สะทาง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ เวีบตนาม ไทย กัมพูชา

ไม้ ต้นสูง 10-20เมตร ขึ้นในป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ที่ระดับความสูง 200-500เมตร ลักษณะทรงต้น เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสั้นๆ สีน้ำตาลแดง เปลือกสีน้ำตาลคล้ำ มีช่องอากาศสีขาวทั่วไป ใบรูปไข่กว้าง 3-5ซม.ยาว 6-10ซม. โคนใบมนหรือหยักเว้าเล็กน้อย ปลายแหลม มีขนนุ่มสั้นๆทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว หรือเป็นกระจุก1-3ดอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกบานมีขนาด2-2.5ซม. ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย4-6ผลผลแก่สีเหลืองอมส้ม แตกอ้ามี2-3เมล็ด เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีแดง เนื้อไม้นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงและพืชสมุนไพร
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม  
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


 25 กล้วยฤๅษี/Diospyros glandulosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---     Diospyros glandulosa Lace
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---    
ชื่ออื่น---    กล้วยฤๅษี จันป่า,เขือเถื่อน
ชื่อวงศ์---    EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---ตอนเหนือของอินเดีย พม่า ไทย ลาว

 

         ไม้ต้นอยู่ในวงศ์เดียวกับมะเกลือ ต้นสูงประมาณ 10-15เมตร ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบระยะสั้น พบขึ้นตามป่าดิบเขา และป่าทุ่งหญ้า ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย กระจายทั่วไปที่ระดับความสูง 750-1,500เมตร ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทาหรืออมแดงมีรอยแตก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ขอบขนาน กว้าง3-6.5ซม.ยาว8-18ซม.ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลทองปกคลุมใบแก่เรียบเกลี้ยงหรือ มีขนสีน้ำตาลเข้มบนเส้นใบด้านบน
ดอก แยกเพศต่างต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กตามซอกใบ รูประฆัง กลีบเลี้ยงและกลีบดอก4-5กลีบ เกสรเพศผู้ 13-40อัน ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดี่ยวดอกใหญ่กว่าดอกเพศผู้ ผลขนาด2.5-4ซม.สีส้มอมเหลือง ฉ่ำน้ำ กลมหรือรูปไข่ ปลายบนและล่างบุ๋มเล็กน้อย มีขนคล้ายไหมปกคลุมหนาแน่นซึ่งถูหลุดออกง่าย ชั้นกลีบเลี้ยงที่เจริญตามผลแผ่กว้างและเป็นคลื่น เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม3-7เมล็ด เรียงเป็นรูปดาว ผลรับประทานได้
กล้วยฤาษี ใช้เป็นต้นตอของต้นมะพลับในการติดตาและทาบกิ่ง ผลสุกกินได้ เนื้อไม้แข็ง มัน หนักมีลาย สวย ชักเงาได้ดี นิยมใช้ทำด้ามปืน
ระยะออกดอก : เดือนกันยายน - เดือนตุลาคม
ระยะผลแก่ :ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ต่อกิ่ง ติดตา

อ้างอิง-ภาพประกอบ --- หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

26 กลาย/Mitrephora keithii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mitrephora keithii Ridl
ชื่อพ้อง---
---Mitrephora lophophora C.E.C.Fisch.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กลาย กล้วยค่าง มหาพรหม ลำดวนเหลือง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ไทย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์

         ไม้ ต้นขนาดเล็กพบขึ้นกระจายในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 50-700เมตร
ลำต้นสูง2-4เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลดำ แตกกิ่งน้อยขนานกับพื้นดิน ทรงพุ่มโปร่ง เนื้อไม้เหนียว ใบรูปขอบขนาน กว้าง3-4ซม.ยาว8-12ซม.ผิวใบมันทั้งสองด้าน  ดอกออกตรงข้ามใบดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆเมื่อเริ่มบานมีสีเหลืองนวลและบานทน อยู่ได้นาน2-3วันเมื่อใกล้โรยสีจะเปลี่ยนเป็นเหลืองเข้มขึ้นออกดอกตลอดปี ดอกขนาด2-3ซม. ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย4-7ผลรูปทรงกระบอก กว้าง1ซม.ยาว1.5-2ซม.ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีขาวนวล
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง ต้นกลายมีดอกหอมเพียงบางต้น จึงควรเลือกขยายพันธุ์โดยวิธีตอนกิ่งจากต้นที่มีดอกหอม
ปลูกเป็นไม้ประดับดอกมีกลิ่นหอมอ่อน

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา : หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ

27 ก่วม/Acer oblongum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---    Acer oblongum Wall. ex DC
ชื่อพ้อง---
---Acer albopurpurascens Hayata
---Acer buzimpala Buch.-Ham. ex D.Don
---Acer hypoleucum Hayata
---Acer itoanum (Hayata) H.L.Li
---Acer laikuanii Ling
---Acer lanceolatum Molliard
---Acer laurifolium D.Don
---Acer litseifolium Hayata
---Acer nepalense Dippel
---Acer oblongifolium Dippel
---Acer oblongum var. albopurpurascens (Hayata) S.S.Ying
---Acer oblongum var. pachyphyllum W.P.Fang
---Euacer laevifolium Opiz
ชื่อสามัญ    ---Himalayan maple, Evergreen maple, Kashmir maple
ชื่ออื่น---    กำเบ้อ
ชื่อวงศ์---    ACERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ พม่า ลาว ตอนเหนือของเวียตนาม ไทย
ในประเทศไทยพบกระจายห่าง ๆ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้

 

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงถึง 40 เมตรเป็นไม้กึ่งผลัดใบ พบมากที่ดอยอินทนนท์ กระจายประปรายในที่อื่นๆ ในป่าดิบชื้นที่ยังไม่ถูกรบกวน ตามป่าดิบแล้ง และป่าดิบ บริเวณริมแม่น้ำ ที่ระดับความสูง 200-1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะของต้นก่วมมีลำต้นตรงยาว เรือนยอดแน่นทึบ ลำต้นมีพูพอนเล็กน้อย เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง เมื่อต้นแก่เปลือกจะเป็นเกล็ด
ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่ หรือมนรี ขนาดของใบ กว้าง3-6ซม.ยาว7-12ซม.สีเขียวเข้มด้านบน ด้านล่างใบสีขาวเทา ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกแตกแขนงสั้นๆ ดอกสีขาวขนาด0.5ซม.กลีบเลี้ยง5กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว2 มม. กลีบดอก5กลีบ รูปไข่กลับแคบ ยาว3-5 มม. เกสรเพศผู้ 8 อัน ผลออกเป็นผลคู่มีปีกขนาด3.5-7.5ซม. ผลอ่อนสีชมพูอ่อน
ไม้ใช้งานไม่ทน ในที่โล่งแจ้ง เหมาะสำหรับทำโครงสร้างรอง ใบพอจะเลี้ยงสัตว์ได้
ระยะออกดอก : เดือนธันวาคม-เดือนมกราคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา : หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


28 กว้าว/ Haldina cordifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Haldina cordifolia (Roxb.) Ridsdale
ชื่อพ้อง---
---Adina cordifolia (Roxb.) Benth. & Hook.f. ex B.D.Jacks.
---Nauclea cordifolia Roxb.
---Nauclea sterculiifolia A.Rich. ex DC.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กว้าว ตุ้มกว้าว ขว้าว กระทุ่มขว้าว ตองเหลือง ตานควาย
ชื่อวงศ์ --- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ คาบสมุทรมาลายา

ไม้ ต้นสูงได้ถึง 30เมตรเรือนยอดกลมและโปร่ง ลำต้นตรงเปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนถึงเทาเข้มใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง ขนาดกว้าง 8-15ซม.ยาว8-16ซม. ปลายใบแหลมโคนใบรูปหัวใจใบอ่อนสีเขียวอ่อนก้านใบสีชมพู กิ่ง ก้านอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม พบหูใบชัดเจนที่ยอด ใบอ่อนและดอกแตกจากตุ่มตาเดียวกัน
ดอก ช่อแบบช่อกระจุกแน่น แกนช่อดอกกลม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นห้าแฉกสีเหลืองนวลหรือออกชมพูมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ก้านชูยอดเกสรเพศเมียยาวพ้นหลอดกลีบดอกสีเขียว เกสรเพศผู้สั้นมากเชื่อมติดกับหลอดกลีบดอกด้านบน  
ผลแห้งแตก ขนาด4-5มม.เป็นช่อกลม จะมีแกนแข็งกั้นระหว่างเมล็ด ผลแตกจากปลายผลลงระหว่างแกนแข็ง  เมล็ดขนาดเล็กปลายแหลมมีปีกแคบๆ
เนื้อไม้ทนกรดใช้ในงานตกแต่งภายใน ทำเฟอร์นิเจอร์ และงานแกะสลัก
ขึ้นกระจายในป่ากึ่งโล่งแจ้ง มักจะขึ้นปะปนกับไม้สัก


ก่อ

วงศ์: FAGACEAE

พืช วงศ์ก่อ กระจายอยู่ในเขตอบอุ่น ทั่วโลกประมาณ700ชนิด ในภาคเหนือพบอยู่4สกุลประมาณ40-60ชนิด เป็นไม้ผลัดใบหรือไม่ผลัดใบ ไม่มียาง เปลือกต้นมักหนาจะมีรอยแตกตื้นๆ ใบเรียงสลับวนรอบมักเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กมักมีสีครีมอมเหลือง ออกเป็นช่อเรียวยาวที่ปลายกิ่งและซอกใบบนๆ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกช่อในต้นเดียวกัน ผลเป็นแบบนัท (nut) มีกาบกลมหุ้มทั้งหมดหรือหุ้มบางส่วน

29 ก่อจุก/ Quercus eumorpha

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Quercus eumorpha Kurz.
ชื่อพ้อง---
---Quercus eumorpha subsp. yaiensis
---Lithocarpus eumorphus (Kurz) A.Camus
---Cyclobalanopsis eumorpha (Kurz) Schottky
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- ก่อ ก่อจุก
ชื่อวงศ์ ---FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย พม่า ประเทศไทยพบที่ไหล่เขาระดับสูงบนดอยอินทนนท์

ก่อจุก Quercus eumorpha เป็นไม้วงศ์ก่อไม่ผลัดใบขนาดเล็กสูงถึง10เมตร มักจะแคระแกรน ใบ7.5-10ซม. ชอบใบมีซี่หยักป้านๆที่ปลายใบ ใบแก่เหนียวสีเขียวเรียบเกลี้ยง
 ผลช่อ ขนาดยาวถึง5ซม.มีเพียง1-2ผล นัท1.8-2ซม.รูปไข่เกลี้ยง กาบหุ้มรูปถ้วยสีน้ำตาลหนาและเหนียว เมื่อผลอ่อนเกล็ดจะชัดเจน รูปสามเหลี่ยมเรียงชิดกัน เมื่อผลสุกเกล็ดจะไม่ชัดเจน เรียงตัวเป็นวงแคบ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา : หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


30 ก่อแซะ/Anacolasa ilicoides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Anacolasa ilicoides Mast.
ชื่อพ้อง---    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อแซะ
ชื่อวงศ์---OLACACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่าตอนเหนือ ภาคเหนือของไทย อินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 10-12เมตร ไม่ผลัดใบ พบตามป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูง 800-1,000 ม.เปลือกต้นสีน้ำตาลออกครีม เปลือกบาง มีรอยแตกตื้นๆเปลือกชั้นในสีครีม ไม่มีน้ำยาง
ใบ กว้าง2-8ซม.ยาว8-20ซม.ใบเดี่ยวเรียงสลับ  ค่อนข้างอยู่ในแนวระนาบ ขอบใบเรียบใบด้านบนเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกขนาดเล็ก 3-4มม.สีเขียวอ่อน ออกเป็นช่อสั้นเป็นกระจุกตามซอกใบ ช่อยาว1-3ซม.กลีบดอกแยก5กลีบกลีบกนามีขนหนาแน่น  ผลขนาด2-4ซม.เมื่อสุกสีแดงหรือส้มมีเมล็ดเดียวแข็ง ต้มรับประทานได้                                                            
ระยะออกดอกติดผล---พฤษภาคม-ธันวาคม                                                                                                      ขยายพันธุ์---เมล็ด

                                                                                                      
อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา ---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
                                                                                                                                     ---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (The Botanical Garden Organization)
Office of the Prime Minister พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542

31 ก่อแดง/Quercus kingiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Quercus kingiana Craib.
ชื่อพ้อง---  No synonyms are recorded for this name.  
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อแดง, ก่อแมงนูน, ก่อตี่, ก่อหัววอก, ก่อขี้หมู, ก่อหยวก
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีนตอนใต้ ตอนเหนือของพม่า ภาคเหนือของไทย

ไม้ ผลัดใบสูง10-15เมตร พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้ง บางครั้งปะปนกับไม้เต็งรัง ลักษณะเปลือกต้นสีเทาเข้มถึงดำ แตกระแหงลึก เปลือกชั้นในสีแดงแก่มีลายจางๆ ใบเดี่ยว (2)4-6x(6)10-16 ซม.เรียงสลับรูปรี ขอบใบหยักห่างหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอกขนาดเล็กแยกเพศอยู่ร่วมต้น ต่างช่อ ดอกเพศผู้ห้อยลง ช่อดอกเพศเมียตั้งตรง ผลออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ เมล็ดเดียวเรียวแฃ็งรูปทรงกระบอก มีฐานรองดอกเจริญเป็นถ้วยหุ้มที่ฐาน ผนังด้านนอกเป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยม
เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน นิยมใช้ทำถังหมักแอลกอฮอล์

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542


32 ก่อเดือย/Castanopsis acuminatissima

ชื่อวิทยาศาสตร์---Castanopsis acuminatissima (Bl.) A.DC.
ชื่อพ้อง---
---Castanea acuminatissima Bl.
---Castanea sessilifolia Bl.
---Quercus lineata (non Bl.) Miq.
---Quercus varingaefolia Miq.
---Quercus junghuhnii Miq.   
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อแดง, ก่อแมงนูน, ก่อตี่, ก่อหัววอก, ก่อขี้หมู, ก่อหยวก
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย พม่า คายสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ ไต้หวัน คาบสมุทรมาเลย์ อินเดีย ชวา นิวกินี

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง25เมตร ต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยแตกตามยาวลึก เปลือกหนา ใบรูปหอกปลายสอบแหลมฐานใบกลมหรือป้าน ขอบใบเรียบหรือมีรอยหยักซี่เลื่อยใกล้ปลายใบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างออกสีเงิน ผลมีก้านชัดเจนรูปมนรีเบี้ยว กาบหุ้มผลมีหนามสั้นๆเรียงห่างๆกัน ผิวนอกบางมีขนเล็กน้อยผิวในมีขนคล้ายไหม แตกได้

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

33 ก่อตาคลอย/Quercus lenticellata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Quercus  lenticellata Barnett.
ชื่อพ้อง---Cyclobalanopsis lenticellata (Barnett) Hjelmq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อตาคลอย
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ -ไทย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เนปาล อินเดีย ไทย

ไม้ ไม่ผลัดใบ  ขนาดใบกว้าง2-4.5ซม.ยาว6-13ซม. ปลายใบแหลมหรือป้านทั้งสองด้าน ใบแก่ด้านบนเกลี้ยงด้านล่างมีขนสีครีม กาบผลกว้าง1.2-1.8ซม.รูปถ้วยลึก ปิดมากกว่าหรือน้อยกว่าครึ่งผลของนัท กาบบางมีเกล็ดรูปสามเหลี่ยมชิดกัน เรียงเป็นวงไม่ชัดเจน นัทขนาด1.2-2ซม.รูปไข่ปลายติ่ง รอยแผลแบนหรือเว้านูนที่ฐาน
ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ ไม้เป็นเชื้อเพลิง

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


34 ก่อนก/Lithocarpus polystachyus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lithocarpus polystachyus (Wall.)Rehd.
ชื่อพ้อง
---Pasania polystachya (Wall. ex A.DC.) Oerst.    
---Quercus bancana Kurz    
---Quercus polystachya Wall. ex A.DC.    
---Synaedrys polystachya (Wall. ex A.DC.) Koidz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อนก, ก่อเอียก, ก่อหมาก, ก่อหมู
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย ลาว เวียตนาม
ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 7-15เมตร แตกกิ่งก้านต่ำเปลือกต้นสีเทาใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรีหรือใบหอก ขอบใบเรียบ ใบแก่บางและเหนียว ด้านล่างบางครั้งจะมีนวล ก้านใบด้านบนมีปีกเล็กน้อย ดอกขนาดเล็กแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลเชื่อมติดกันบนก้านรวม ผลมี
เปลือกแข็งเมล็ดเดียวรูปไข่ที่โคนมีกาบหุ้มผลผิวด้านนอกเป็นเกล็ดเรียง ซ้อนกัน ออกเป็นช่อผล
เนื้อไม้ใช้ทำฟืนใบอ่อนทำชา เปลือกมีสารแทนนินสูงในช่วงฤดูหนาว และมีสารนี้น้อยมากในฤดูร้อน

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


35 ก่อใบเลื่อม/Castanopsis tribuloides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Castanopsis tribuloides (Sm.) A.DC.
ชื่อพ้อง---
---Castanea microcarpa Lindl. ex Wall.    
---Castanea tribuloides (Sm.) Lindl.    
---Quercus caudata Lindl. ex Wall.    
---Quercus armata D.Don    
---Quercus loureiroi Hance    
---Quercus tribuloides Sm.    
---Balanoplis tribuloides Raf.    
---Quercus acuta Buch.-Ham. ex Wal
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อใบเลื่อม ก่อหลั่ง ก่อเดือย
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---เนปาล อินเดีย พม่า ลาว เวียตนาม จีนตอนใต้
ไม้ ต้นสูงถึง 30 เมตร ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเหลืองถึงน้ำตาลเทามีร่องแตกผิวบาง ขอบใบมักมีซี่หยักตื้นๆ ใกล้ปลายใบ ใบแก่ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างใบสีเขียวอมเทา มีผงนวลสีน้ำตาลครีมที่หลุดง่าย ผลเป็นช่อ ออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ผิวนอกของกาบหุ้มผลมีหนามแหลมกระจายอยู่บริเวณเส้นของ กาบผลเป็น4แถวไม่ชัดเจน
การใช้งาน ไม้หนัก เปราะ ลายไม้หยาบ การใช้งานไม่ทน เหมาะทำฟืน เปลือกมีแทนนินมาก ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ผลกินได้
ก่อชนิดนี้เป็นชนิดที่พบมากที่สุด

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

36 ก่อพวง/Lithocarpus fenestratus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lithocarpus fenestratus (Roxb.) Rehd
ชื่อพ้อง---
---Lithocarpus fenestratus var. brachycarpus A.Camus.
---Lithocarpus fenestratus var. fenestratus.  
---Lithocarpus fenestratus var. intermedia A.Camus.
---Lithocarpus fenestratus var. khasiana A.DC.
---Pasania fenestrata (Roxb.) Oerst.
---Quercus callicarpifolia Griff.
---Quercus fenestrata Roxb.
---Synaedrys fenestrata (Roxb.) Koidz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อพวง
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียตนาม จีน ฮ่องกง
ไม้ ต้นสูงถึง 20 เมตร ไม่ผลัดใบกิ่งใหญ่ตั้งขึ้น ลำต้นอ้วนสั้น ฐานมักเป็นร่อง เปลือกสีเทาถึงน้ำตาลแก่ มักมีแต้มสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับแบบวนรอบ ขอบใบเรียบ ขนาดใบกว้าง3-8ซม.ยาว12-22ซม. ใบอ่อนสีชมพูมีขนประปราย  ใบแก่ด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ใบด้านล่างสีซีดกว่ามีขนคล้ายสักกะหลาดคลุมหนาแน่น
ผลเป็นกลุ่มแน่นบนช่อที่ตั้งขึ้น ยาวถึง25ซม.กาบหุ้มผลเกือบคลุมนัททั้งหมด เปลือกบางและแตกได้ ผิวนอกมีเกล็ดโค้งเป็นตะขอ2-3มม.สีน้ำตาลอมเทาคล้ายกำมะหยี่ผลขนาด1.4-1.9 ซม.รูปกลมหรือแบนเล็กน้อยสีน้ำตาล
ประโยชน์ที่นำมาใช้ ทำถ่าน ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้างทั่วไป แต่เนื้อไม้หนักใช้งานยาก ฐานรองผลมีสารแทนนินสูง

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

37 ก่อแพะ/Quercus kerrii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Quercus kerrii Craib
ชื่อพ้อง---
---Cyclobalanopsis kerrii (Craib) Hu
---Quercus dispar Chun & Tsiang
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อแพะ ก่อแอบ
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย เวียตนาม


ไม้ต้นขนาดเล็ก-ขนาดกลางสูง7-16เมตร ผลัดใบในฤดูแล้ง พบตามป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังผสมผลัดใบ ในระดับความสูง400-700เมตร พบเป็นบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเปลือกนอก แตกเป็นร่องยาวลึก เปลือกในสีน้ำตาลแดงหรือแดงคล้ำ
ใบ เดี่ยว เวียนสลับ ใบรูปรีกึ่งใบหอกกลับ ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อน สีม่วง ดอกแยกเพศ ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง
ผล เปลือกแข็ง กลมแป้นขนาด 2ซม.และมีกาบรองรูปถ้วยรองรับตัวผล1ผลต่อ1กาบ ตามผนังด้านนอกของรูปกาบถ้วย ปกคลุมด้วยเกล็ดเชื่อมเป็นแผ่นบางๆเรียงอยู่โดยรอบ ผลแก่ไม่หลุดจากกาบรองรูปถ้วย
เปลือกและฐานรองผลมีสารแทนนินมาก
ควรอนุรักษ์ไว้เพราะเป็นพืชถิ่นเดียวของไทยและมีจำนวนไม่มากนัก
ระยะออกดอก---มีนาคม-เมษายน
ระยะติดผล---ตุลาคม-พฤศจิกายน

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

38 ก่อสร้อย/Carpinus viminea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Carpinus viminea Wall. ex Lindl.
ชื่อพ้อง---Carpinus londoniana H.J.P.Winkl.
ชื่อสามัญ---Hornbeam
ชื่ออื่น---ก่อสร้อย สนสร้อย ก่อหัด
ชื่อวงศ์--- BETULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย จีน
ก่อสร้อยไม่ใช่ไม้ในวงศ์ ก่อ แต่เป็นไม้ในวงศ์เดียวกับ กำลังเสือโคร่ง ซึ่งจะหาอ่านได้ในบทความพืชสมุนไพร 1 ไม้ต้นเดียวกันไม่อยากลงไว้ในหลายที่ เดี๋ยวจะเป็น duplicate copy ตัวเองไป
ก่อสร้อยเป็นไม้ต้น สูงได้ถึง25เมตร เป็นไม้ผลัดใบถิ่นเหนือที่ขึ้นประปรายในที่ชื้น ที่ไม่มีไฟป่าเข้า
เปลือกต้นสีเทาอ่อนเกลี้ยงดูแกร่ง ใบเดี่ยว กว้าง3.5-5ซม.ยาว9-12ซม.ขอบใบมีซี่จักแหลมเป็นคู่ไม่สม่ำเสมอ ใบแก่สีเขียวสดใสเรียบเกลี้ยง
ดอกเล็กสีเขียว ออกแดง ดอกเพศผู้เป็นช่อสั้นลู่ลง ออกในซอกใบ ดอกเพศเมียออกเป็นคู่ที่ปลายกิ่งก้าน มีกาบชั้นนอกที่หลุดร่วงง่ายรองรับผลเป็นช่อเรียวยาว5-12ซม.สีเขียวอ่อนมี กาบบางคล้ายปีกขนาดใหญ่
เป็นเนื้อไม้
ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


39 กอหรั่ง/Castanopsis armata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Castanopsis armata (Roxb) Spach
ชื่อพ้อง---
---Castanea armata (Roxb.) F.N.Williams    
---Castanea falconeri Hance    
---Castanea sphaerocarpa Lindl.    
---Castanopsis falconeri Hance    
---Castanopsis sphaerocarpa (Lindl.) Lindl.    
---Castanopsis tribuloides var. armata (Roxb.) Kurz    
---Quercus armata Roxb.    
---Quercus catungea Buch.-Ham. ex D.Don
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อหรั่ง, ก่อตาหมูหลวง, มะก่อ
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน
ไม้ต้นสูง 15-30 เมตร ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม แตกตามยาวเป็นร่องลึก ใบเดี่ยวเรียงสลับแบบวนรอบ ขอบใบเรียบ ใบแก่ไม่มีขน ผล ออกเดี่ยว หรือเป็นคู่ไม่ติดกัน
กาบหุ้มผลหนาและแข็งแตกได้ มีหนามแหลมยาวเป็นรูปดาวอยู่เป็นกลุ่ม มีก้านชูหนามเรียงรอบส่วนนูนที่เป็นสันแต่ปิดผิวไม่หมด
ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


40 ก่อหมูดอย/Castanopsis calathiformis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Castanopsis calathiformis (Skan) Rehder & E. H. Wilson
ชื่อพ้อง
---Lithocarpus calathiformis (Skan) A.Camus    
---Pasania calathiformis (Skan) Hickel & A.Camus    
---Quercus calathiformis Skan    
---Synaedrys calathiformis (Skan) Koidz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อหมูดอย, ก่อน้ำ, ก่อขี้หมู
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน ทิเบต  เวียตนาม ลาว พม่า ไทย

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นมีรอยแตกลึก สีน้ำตาลอมเหลือง ใบเดี่ยวเรียงสลับแบบวนรอบกิ่ง ขนาดของใบ กว้าง3-9ซม.ยาว10-24ซม.ขอบใบมีซี่หยักห่าง ยกเว้นใกล้ฐานใบ ยอดอ่อนมีขนละเอียดสีน้ำตาลอมส้ม ใบแก่ด้านบนสีเขียวอมเหลืองเป็นมัน ด้านล่างมีขนสีเงินอมน้ำตาลเข้ม หรือเกือบไม่มีขน
ผล เป็นช่อไม่มีก้านผลแต่ละผลมีกาบหุ้ม ที่บอบบางและแตกได้ หนามสั้นคล้ายเกล็ดเรียงเป็นวงรอบ4-6วง นัทขนาด1.2-2ซม.สีน้ำตาลเป็นมันมีขนคล้ายไหมที่ด้านบน เนื้อในมีลายเส้นสีแดง

ระยะออกดอก---มีนาคม-เมษายน
ระยะผลแก่---ตุลาคม-ธันวาคม

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


41 ก่อหยุม/Castanopsis argyrophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Castanopsis argyrophylla King ex Hook.f.
ชื่อพ้อง---
---Castanopsis argyrophylla King
---Castanopsis tribuloides var. ferox Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่อหยุม ก่อตี่ ก่อหัววอก
ชื่อวงศ์--- FAGACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---บังคลาเทศ จีน พม่า ไทย ลาว

ไม้ ต้นกึ่งผลัดใบสูง 7--15เมตร พบตามป่าดิบแล้งที่ระดับความสูง 800-1,000เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลออกเทาถึงน้ำตาลเข้ม ค่อนข้างเกลี้ยงถึงแตกเป็นร่องลึก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานถึงรูปขอบขนานแกมรี กว้าง4.5-8ซม.ยาว11-20ซม. ดอกแยกเพศขนาดเล็กออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ตั้งขึ้นแตกแขนงมาก ยาวได้ถึง 12 ซม.แกนช่อดอกมีขน ดอกติดเป็นกลุ่ม มีขน กลีบรวม6กลีบ เกสรเพศผู้ 12 อัน ช่อดอกเพศเมียที่คล้ายช่อดอกเพศผู้ แต่มักเป็นช่อเดี่ยว ผลค่อนข้างกลม กว้างและยาวได้ถึง 2.5ซม. มีกาบหุ้มผลเป็นหนาม เมื่อแก่เป็นสีดำ ปลายหนามเป็นสีเหลือง
ไม้มีแทนนินสูง ผลกินได้
ระยะติดผล---เดือนกันยายน

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542


42 กอมขน/Ailanthus triphysa


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Ailanthus triphysa (Dennst) Alston
ชื่อพ้อง---
---Adenanthera triphysa Dennst.
---Ailanthus malabarica DC.
ชื่อสามัญ---White bean, Ferntop ash.
ชื่ออื่น --- มะยมป่า
ชื่อวงศ์ --- SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา พม่า อินเดีย กัมพูชา ลาว เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์ ตั้งแต่ อินโดนีเซีย ถึง ออสเตรเลีย

ไม้ ต้น ผลัดใบสูงถึง 30เมตร กิ่งทอดขึ้นเรือนยอดดปร่งเปลือกต้นสีเทาอ่อนผิวเรียบ เปลือกชั้นในมีน้ำยางสีแดง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกยาว30-70ซม. ออกเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง ใบย่อย9-13คู่ ขนาดใบย่อย กว้าง1.5-5ซม.ยาว5-12ซม.ฐานใบไม่สมมาตร ผิวด้านล่างมักมีขนสั้นๆโดยเฉพาะบนเส้นใบ มีต่อมกระจายอยู่ตามซอกของเส้นใบ ไม่มีหูใบ
     ดอก ขนาด0.5ซม.สีเขียว-เหลืองออกเป็นกลุ่มที่ซอกใบ ช่อดอกยาว20-60ซม.ดอกแยกเพศแยกต้นผลขนาด5-8x1.8-2.5ซม.มักออกเป็นคู่ผลอ่อนมีลาย เส้นสีชมพูมากมาย ผลรูปขอบขนาน เมล็ดแบน1เมล็ด มีปีกบางห่อหุ้มปีกอ่อนสีชมพูมีลายเส้นหนาแน่น
ไม้ เนื้ออ่อนเบา ทำก้านไม้ขีด ไม้อัด กระดาษ ยางเผาใช้เป็นเครื่องหอม  มีสรรพตุณทางเป็นสมุนไพรเปลือกไม้ใช้แก้ไขและเครื่งดื่มบำรุงหลังคลอด ใบกินดิบได้รักษาโรคกระเพาะ

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


43 กอมขม/Picrasma javanica


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Picrasma javanica Bl.
ชื่อพ้อง---
---Brucea dubia Steud.
---Picrasma andamanica Kurz
---Picrasma javanica var. nepalensis (Benn.) Badhwar
---Picrasma nepalensis Benn.
---Picrasma philippinensis Elmer
---Triscaphis kerrii Gagnep.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- ดีงูต้น กระลำเพาะต้น หงีน้ำ ตะพ้านก้น หมักกอม หมาชล
ชื่อวงศ์ --- SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---สิกขิม อัสสัม อินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย หมู่เกาะอันดามัน เวียตนาม อินโดนีเซีย

ไม้ ต้นไม่ผลัดใบ ชอบขึ้นตามริมน้ำในป่าดิบทั่วไป ที่ความสูง 200-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร กิ่งก้านบอบบาง เปลือกต้นบางเรียบสีน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกมีใบย่อย2-4คู่ผิวเรียบเป็นมัน ใบอ่อนสีชมพูมีหูใบขนาดใหญ่หลุดร่วงง่ายดอกขนาด1-1.5ซม.สีขาวออกเขียวหรือ เหลืองอ่อน ออกเป็นกลุ่มในซอกใบผล0.9-1.2ซม.ผลกลมสีขาวหรือฟ้ามีเนื้อบางเป็นกลุ่ม2-4ผลบน ฐานรองดอกที่ขยายตัว ขึ้นมามีกลีบเลี้ยงสีเขียวสดรองรับ
เปลือกต้นมีสารแควสซิน ใช้รักษาไข้ และใช้เป็นยาฆ่าแมลง

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


44 กะพง/Tetrameles nudiflora


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Tetrameles nudiflora R.Br. ex Benn.
ชื่อพ้อง---
---Tetrameles grahamiana Wight
---Tetrameles horsefieldii Steud.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- สมพง  สะพุง กะพง กะปง งุ้น สมิงคำราม
ชื่อวงศ์ ---TETRAMELACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์--- ศรีลังกา อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม คาบสมุทรมาลายา สุมาตรา ชวา สุลาวาสี หมู่เกาะซุนดาน้อย

 

เป็น ไม้ต้นขนาดใหญ่มากชนิดหนึ่งของภาคเหนือ มีความสูงถึง 50เมตร เรือนยอดเปิดแผ่กว้างเป็นพุ่มโปร่งลำต้นตรงและยาวมากๆ เมื่อโตเต็มที่จะมีพูพอนที่โคนขนาดใหญ่ อาจสูงถึงประมาณ 2 เมตร เส้นรอบวงต้นอย่างต่ำๆก็10คนโอบ ในประเทศไทยพบขนาดใหญ่ที่สุด 50 คนโอบทีเดียว
กะพงหรือสมพงเป็นไม้องค์ประกอบป่าชื้นระดับต่ำ ชอบที่ราบ ใกล้ลำธาร บางครั้งขึ้นได้บนหินหรือสิ่งก่อสร้างที่หักพังเช่นที่ นครวัต ถึงช่วงออกดอกจะทิ้งใบหมดก่อนออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
ลักษณะเปลือกต้นเป็นสีเทาอมชมพูหรือสีเทาเงินอ่อนเรียบเป็นมัน เปลือกในสีน้ำตาลอมชมพู ไม่มีแก่น ต้นอ่อนมีตุ่มกระจายบนผิว และเปลี่ยนเป็นรอยแผลเป็นเมื่อต้นแก่
ใบ ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ใบรูปไข่กว้างเกือบกลมขอบใบหยักเป็นซี่ไม่สม่ำเสมอ  มีเส้นใบที่ฐาน5เส้นนูนขึ้นจากผิวใบ  ขนาดของใบกว้าง10-15ซม.ยาว12-20ซม.ก้านใบยาว6-10ซม.มีรอยต่อที่ฐานเนื้อใบ ค่อนข้างบาง หลังใบมีขนสาก หลังใบแก่เกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง ท้องใบมีขนนุ่ม
ดอก เล็กสีเขียว แยกเพศ แยกต้น ช่อแคบยาวลู่ลง  ช่อดอกผู้ไม่แตกแขนงยาว10-20ซม.ช่อดอกเมียแตกแขนงยาว8-20ซม.ไม่มีกลีบดอก
ผล  มีขนาดเล็ก ผิวแข็ง เมื่อแก่จัดตอนปลายจะแตกออกจากกัน ผลยาว0.5ซม.สีน้ำตาลอ่อนรูปกลมหรือรูปไข่มีสันเล็กๆเปลือกนอกบางคล้ายกระดาษ มีรูเปิด4รู และชั้นกลีบเลี้ยงติดที่ปลายผล มีเมล็ดเล็กๆจำนวนมาก
เนื้อ ไม้  สีขาว ถูกอากาศนานๆ จะมีสีเหลือง ไม่มีแก่น เสี้ยนตรง เนื้ออ่อนค่อนข้างหยาบ เลื่อย ผ่า ไสกบ ตบแต่งง่าย ขัดชักเงาได้ดีพอสมควร ใช้ทำกล่องใส่ของ กรุประตูหน้าต่าง ไม้อัด รองเท้าไม้
ไม้สมพงเป็นไม้เนื้ออ่อนที่เจริญเติบโตเร็วมาก การปลูกสามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ด

ระยะออกดอก--- เดือนธันวาคม -มกราคม
ระยะเป็นผล-เดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคม

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

45 กะพวมมะพร้าว/ Vernonia arborea


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Vernonia arborea Buch.-Harn.
ชื่อพ้อง---
---Vernonia wallichii Ridley
--- Vernonia vaniotii H. Lév'
---Vernonia javanica DC.
---Vernonia celenonia DC.
ชื่อสามัญ---Tree Vernonia
ชื่ออื่น---ตะกวม กะพวมมะพร้าว จวงอ้ายเหนียวหมา นวลแป้ง สมองกุ้ง
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา ไทย พม่า ยูนนาน ลาว     
           ไม้ ต้นสูงประมาณ 7-15 เมตร เป็นไม้หายาก  ซึ่งมักพบตามป่าดิบที่ระดับความสูงกว่า 800 เมตร ไม้ชนิดนี้อยู่ในวงศ์ ทานตะวันซึ่งส่วนใหญ่ไม้ในวงศ์ทานตะวันมักเป็นไม้ล้มลุก หรือไม้พุ่ม
ลักษณะ เปลือกต้นสีขาว กิ่งอ่อนมีขนสีเหลือง ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม.ยาว 9-20 ซม. ขอบใบเรียบ ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อกลม แต่ละช่อมีดอกย่อย 5-6 ดอก ช่อรามยาวถึง 40 ซม.กาบรองดอกเป็นช่อซ้อนกัน 4 ชั้น
ผลเป็นรูปกิ่งสามเหลี่ยม ผลยาวประมาณ 3-4 มม มีสันตามยาว 10 สัน ผิวผลเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มห่าง ๆ
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง

46 กะโหลก/Dendrokingstonia nervosa

ชื่อวิทยาศาตร์---Dendrokingstonia nervosa (Hook. f. & Thomson) Rauschert
ชื่อพ้อง---
---Bocagea nervosa (Hook.f. & Thomson) Pierre
---Kingstonia nervosa Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กะโหลก
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 4-10เมตร พบตามป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 600-1,000เมตร ลักษณะแตกกิ่งน้อยขนานกับพื้นดิน กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น เปลือกสีน้ำตาลมีช่องอากาศสีขาวใบ รูปขอบขนานกว้าง 4.5-6.5ซม.ยาว12-21ซม. ใบบาง ขอบเป็นคลื่น โคนใบมนปลายใบแหลม ใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบด้านล่างสีเขียวอ่อน ดอกออกดอกเดี่ยว ออกตรงซอกใบ ดอกสีน้ำตาล มีใบประดับรูปไข่3ใบติดอยู่ที่โคนก้านดอก ดอกบานขนาด2-2.5ซม.
ผลเดี่ยวรูปไข่ กว้าง3ซม.ยาว 6ซม.โคนผลป้าน ปลายผลเรียวเปลือกมีขนนุ่ม
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน

47 กะอาม/Crypteronia paniculata


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Crypteronia paniculata Bl
ชื่อพ้อง---
---Crypteronia glabra (Wall.) Blume
---Crypteronia glabra (Wall.) Planch. ex Endl.
---Crypteronia leptostachya (Planch.) Endl.
---Crypteronia lutea (Blanco) Blume
---Crypteronia pubescens (Wall.) Blume
---Crypteronia wallichii A.DC.
---Henslowia glabra Wall.
---Henslowia leptostachya Planch.
---Quilamum luteum Blanco
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้มด
ชื่อวงศ์ : CRYPTERONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม บังกลาเทศ พม่า ลาว เวียตนาม ไทย จีนตอนใต้ ไทย  หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรมาเลย์ บอร์เนียว สุมาตรา ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย ฟิลิปปินส์


ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 30 เมตร ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน บนพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ลักษณะของกะอาม มีทรงลำต้นยาวตรง กิ่งก้านเรียวยาว เรือนยอดค่อนข้างโปร่ง เปลือกหนาสีน้ำตาลอมเทาเข้ม มีสันเล็กๆและร่องยาวมักจะหลุดเป็นชิ้นบาง เปลือกชั้นในสีน้ำตาลอ่อนเป็นเยื่อใย    
ใบ เดี่ยวขอบใบเรียบ ใบอ่อนสีฟ้าอมม่วงแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำตาลออกชมพู กิ่งก้านสีน้ำตาลแดงเข้มเป็นเหลี่ยม ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ช่อย่อยยาวประมาณ 10 ซม. ดอกสีครีมหรือเหลืองอ่อนอมเขียว ดอกแยกเพศแยกต้น
ผลสีม่วงเข้มกลมหรือรูปไข่ ผิวแข็ง มีขนประปราย  ผลแห้งแตกเป็น2ซีก มีเมล็ดเล็กๆมากมายมีปีกบาง ขนาดประมาณ 2 มม
เนื้อไม้สีเหลืองแดง คงทนใช้ทำเครื่องเฟอร์นิเจอร์ ล้อเกวียน

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

48 กะอวม/Acronychia pedunculata


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Acronychia pedunculata (L.) Miq
ชื่อพ้อง---
---Jambolifera pedunculata L.
---Acronychia arborea Blume
---Acronychia laurifolia Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- กริง กระเบื้องถ้วย มะยมป่า ย้อมผ้าระนาบ กริง เปล้าขลิบทอง ค้อนหมา
ชื่อวงศ์ : RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย เนปาล พม่า ไทย จีนตอนใต้ ไทย จีนตอนใต้ ไต้หวัน หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรมาเลย์  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี


       ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบสูง 4-12เมตร เปลือกต้นบางสีน้ำตาลเรียบ หรือมีรอยแตกตื้นๆ เนื้อไม้สีเหลือง เมื่อเผามีกลิ่นหอมใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้าม ใบแก่บางเหนียวเรียบเกลี้ยงสีเขียวเข้มด้านบนเป็นมันมีต่อมใสกระจายอยู่ทั่วไป
ช่อดอกออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง แตกแขนงเล็กน้อย ดอกเล็กสีเขียวอ่อนหรือเหลืองเขียว กลีบดอก 4 กลีบ  ดอกสมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน
ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7-1.2 ซม. ส่วนบนมักมี 4 สัน ปลายผลมีติ่งเล็กน้อย ผลสีเขียวสด เมื่อสุกสีเหลืองเขียวผลไม่แตกมีเนื้อบางชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ผลสุกกินได้ ใบและผลเมื่อขยี้จะมีกลิ่นคล้ายส้ม
รากใช้เป็นยาเบื่อปลา ไม้ใช้ทำถ่าน ใบผสมน้ำอาบเนื่องจากใบมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหย สารสกัดจากเปลือกใช้แก้อาการคัน
ระยะออกดอก---กุมภาพันธ์-เมษายน, กรกฏาคม-สิงหาคม

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


49 กัดลิ้น/Walsura trichostemon


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Walsura trichostemon Miq.
ชื่อพ้อง--- Walsura villosa Kurz
ชื่อสามัญ ---                                                                                                                                           ชื่ออื่น --- กัดลิ้น, ขี้อ้าย, ลำไยป่า, มะค่าลิ้น, แก้วลาว
ชื่อวงศ์ --- MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา

ไม้ ต้นสูงขนาด5-12เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้างค่อนข้างกลม กิ่งอ่อนมีขนสั้นสีน้ำตาลอ่อนและมีช่องอากาศเป็นขีดสีขาวเห็นได้ชัด ใบประกอบแบบขนนกมี3ใบย่อย ใบกลางใหญ่สุดยาว7-12ซม.ใบย่อยคู่ด้านข้างอยู่ตรงข้ามกัน  ช่อดอกออกแบบช่อแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง ยาว5-10ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากสีขาวนวล ขนาด 6-8 มม. ผลดิบสีเขียวสุกสีเหลืองอ่อน ขนาด1-1.5ซม.เนื้อหุ้มเมล็ดกินได้รสหวานคล้ายลำไยแต่กินมากจะรู้สึกสากลิ้น เนื้อไม้ใช้ทำฟืน อุปกรณ์การเกษตร ผลสุกเป็นอาหารของสัตว์ป่า
ประเทศไทยพบในป่าดิบแล้ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในระดับความสูงจากน้ำทะเล500เมตร
ระยะออกดอก--พฤศจิกายน-ธันวาคม
ระยะติดผล--มกราคม-กุมภาพันธ์

รูปภาพประกอบเพื่อการศึกษา---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


50 กัลปพฤกษ์เปลือกขม/Cassia agnes


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Cassia agnes Brenan.
ชื่อพ้อง---Cassia javanica var. agnes de Wit
ชื่อสามัญ---Pink Shower
ชื่ออื่น --- กัลปพฤกษ์เปลือกขม ราชพฤกษ์ ราชพฤกษ์ป่าเปลือกขม ขี้เหล็ก ลักเคยลักเกลือ กัลปพฤกษ์
ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์--- พบตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียจนถึงลาวและตอนเหนือของเวียตนาม

ไม้ ต้นสูง 10เมตร ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าประเภทกึ่งผลัดใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบย่อย5-7คู่ รูปรี กว้าง2-3ซม.ยาว3.5-5.5ซม.ดอกสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง5กลีบยาว4-5 มม. กลีบดอก5กลีบ รูปไข่หรือรูปช้อนยาว1.5-1.8ซม. เกสรตัวผู้สีเหลืองจำนวน10อัน ขนาดไม่เท่ากัน ผลทรงกระบอกเป็นฝักสีดำ มีเมล็ดจำนวนมาก
ปลูกเป็นไม้ประดับ เนื้อไม้สีแดงแกมเหลือง แข็งแรงทนทาน ใช้ทำเสา ล้อเกวียน คันไถ
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม2 2543


51 กาง/Albizia crassiramea


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Albizia crassiramea Lace
ชื่อพ้อง---
---Albizia lancangensis Y.Y.Qian
---Albizia laotica Gagnep.
---Albizia yunnanensis T.L.Wu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาง จามจุรีป่า จามจุรีดง
ชื่อวงศ์ --- FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ เวสต์อินดีส หมู่เกาะซุนดาน้อย สุลาเวสี โมลุกกะ

ไม้ ต้นสูง 10-20เมตร พบตามป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูงไม่เกิน750เมตร เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือนและเครื่องมือการเกษตร
ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเป็นคู่ตามกิ่งก้านใบย่อยรูปไข่กลับ สีเขียว โคนใบมน ปลายใบมน ขนาดใบ กว้าง1.2-3.5ซม.ยาว2.5-6ซม.    
ดอกสีขาว ดอกออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายยอด ดอกย่อยรวมกันเป็นกลุ่ม กลีบดอกเป็นรูปกรวยปลายแยกเป็น 5แฉก เกสรตัวผู้จำนวนมากดอกออกเป็นฝอยพู่ เหมือนดอกจามจุรี  แต่สีเขียวๆ  ขาวๆ  มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ฝักแบนสีน้ำตาล รูปชอบขนานกว้าง2.5-3ซม.ยาว14-17ซม. เมื่อแก่แตกด้านข้าง เมล็ดรูปไข่กลับแกมรี
iระยะออกดอก---เดือน สิหาคม-เดือนพฤศจิกายน


 52 กางขี้มอด/Albizia odoratissima


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Albizia odoratissima (L.f.) Benth
ชื่อพ้อง---
---Acacia odoratissima (L.f.) Roxb.
---Albizia micrantha Boivin.
---Mimosa odoratissima L.f.
ชื่อสามัญ---Black siris, Ceylon rosewood, Kala siris.
ชื่ออื่น --- มะขามป่า
ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เชตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว เวียตนาม

  

ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โตเร็ว สูงประมาณ15-25 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาอมเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน กิ่งอ่อนมีขนสั้นๆ กิ่งแก่เกลี้ยง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ช่อติดเรียงสลับ หลังใบเกลี้ยง ท้องใบอาจมีขนประปรายตามเส้นกลางใบ
ดอก ขนาดเล็กสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆออกรวมเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง ฝักรูปขอบขนานบางและแบนเรียบสีน้ำตาลแดง เมล็ดเรียงตามขวาง
เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบแก้ไอ                                                                                 ระยะออกดอก/ติดผล---เมษายน-มกราคม                                                                                                    ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


อ้างอิง-ภาพประกอบ --- หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


53 กางหลวง/Albizia chinensis

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Albizia chinensis (Osbeck) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Acacia stipulata DC.
---Albizia marginata (Lam.) Merr.
---Albizia stipulata B. Boivin.
---Inga purpurascens Hassk.
---Mimosa chinensis Osbeck.
---Mimosa marginata Lam.,
---Mimosa stipulacea Roxb.
---Pithecellobium serronii Glaz.
ชื่อสามัญ---Chinese albizia, Silk tree.
ชื่ออื่น --- สารคำ สารเงิน คางฮุง
ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เชตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา เวียตนาม จีนตอนใต้ ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย


ไม้ต้นขนาดกลางสูง 15-20เมตร เรือนยอดโปร่ง กิ่งก้านแผ่กว้าง  เปลือกต้นสีเทาอ่อน มีรอยย่นตามขวางและรูอากาศมาก เมื่ออายุมากเปลือกจะแตกเป็นร่องตามยาว เปลือกชั้นในสีชมพู มักมีเส้นสีขาวสลับ มียางสีแดง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อย 20-30คู่
ดอก ออกเป็นช่อกระจุกกลมแน่นขนาด2.5-5.5ซม.สีขาวหรือเหลืองอ่อน มี10-20ดอก กลีบเลี้ยงรูปท่อ กลีบดอกรูปกรวย ปลายแยกเป็นแฉก เกสรเพศผู้จำนวนมากโคนรวมกันเป็นมัด ผลเป็นฝักแบนมากสีน้ำตาลแห้งไม่แตก ขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว7-15ซม. เมล็ดแบนสีน้ำตาลเป็นมัน
 ไม้ใช้ทำกล่อง แผ่นกระดาน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ เยื่อกระดาษ เปลือกไม้และใบเป็นพิษต่อสัตว์ เปลือกเป็นยาเบื่อปลา
 พบทั่วไปในภาคเหนือโดยเฉพาะในป่าชั้นที่สอง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม                                                                                                      ระยะติดผล--เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฏาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบ --- หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,  พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


54 กานพลู/Syzygium aromaticum


ชื่อวิทยาศาตร์---Syzygium aromaticum (Linn.) Merr. & Perry.
ชื่อพ้อง---
---Caryophyllus aromaticus Linn.
---Eugenia aromatica Kuntze.
---Eugenia caryophyllata Thunb.
---Eugenia caryophyllus (Spreng.) Bullock & S. G. Harrison
ชื่อสามัญ---Clove
ชื่ออื่น---กานพลู
ชื่อวงศ์---MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา อินโดนีเซีย โมลุกกะ มาดากัสการ์

ไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปใบหอกขอบเป็นคลื่น ใบอ่อนสีแดงหรือน้ำตาลแดง เนื้อใบบาง ค้อนข้างเหนียว ผิวมัน
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวและร่วงง่าย กลีบเลี้ยงและฐานดอกสีแดง หนา แข็ง ผลสด รูปไข่
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ใช้ผสมในยาอมบ้วนปากดับกลิ่นปาก มีสาร eugenol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ จึงใช้แก้ปวดฟัน มีฤทธิ์ลดอาการปวด


55 ก่ายกอม/ Ethretia acuminata


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Ethretia acuminata R.Br.var.acuminata
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Ehretia acuminata R.Br.
ชื่อสามัญ---Churnwood, Koda, Kodo Wood, Silky Ash, Brown Cedar
ชื่ออื่น---ก่ายกอม
ชื่อวงศ์ ---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์--- ตอนเหนือของอินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย โมลุกกะ นิวกินี ออสเตรเลีย
ไม้ ยืนต้นลำต้นผอมตรงสูงถึง 18เมตร เปลือกต้นสีเทามีร่องเล็กๆตามยาว ใบกว้าง4-7.5ซม.ยาว8-20ซม.รูปมนรีแคบหรือรูปไข่ ขอบใบมีซี่หยักละเอียดและคม ใบอ่อนมีขนสั้นประปราย ใบแก่เรียบเกลี้ยงบางแต่เหนียว ดอกสีขาวกลิ่นหอมมาก ช่อดอกรูปปิรามิด ยาวถึง16เซนติเมตร ผลมีเนื้อขนาด2-4ซม. สีแดงอมส้ม สุกสีดำ รูปกลมหรือรูปไข่มีชั้นกลีบเลี้ยงติดคงอยู่ที่ฐาน ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง2หน่วย แต่ละหน่วยมี1-2เมล็ด ผลกินได้
        ไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ กรอบรูป เครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้าน เปลือกใช้เคี้ยวรักษาอาการเจ็บลิ้น ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ดี

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์, พินดา สิทธิสุนธร, วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


56 กายอม/Rhododendron veitchianum

ชื่อวิทยาศาตร์---Rhododendron veitchianum Hook.
ชื่อพ้อง---Azalea veitchiana (Hook.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Veitchianum Azalea
ชื่ออื่น---กายอม กุหลาบขาว
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม ลาว พม่า ยูนนาน

ไม้ พุ่มสูง2-3 เมตร พบในท้องถิ่นภาคเหนือในป่าดิบเขาที่ความสูงระดับ 1,350-2,400 เมตร ลักษณะ มักอิงอาศัยเกาะคาคบไม้อื่น ใบเดี่ยวเรียงเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ หรือรูปไข่กลับแกมรี ปลายป้าน มีติ่งสั้น โคนสอบ  แผ่นใบหนา ด้านบนเกลี้ยง ใบด้านล่างสีเขียวอ่อนมีเกล็ดสีน้ำตาลประปราย(ไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า)
ดอกขนาด6-7ซม.สีขาว ชมพู หรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อ ๆละ 3-8 ดอกที่ปลายกิ่ง
กลีบ เลี้ยงโคนติดกันเล็กน้อย ด้านนอกมีเกล็ด มีขนบริเวณขอบกลีบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็นกลีบกลม บานออก ขอบเป็นคลื่น ด้านนอกมีเกล็ด ที่โคนมีขนนุ่มคล้ายเส้นไหม
ผลทรงกระบอกมีรอยย่นและมีเกล็ด เมื่อแก่แตกเป็น 5 เสี่ยง เมล็ดเล็กมาก มีปีกบาง

57 ก้าว/Tristaniopsis  burmanica var. rufescens

ชื่อวิทยาศาสตร์---    Tristaniopsis burmanica(Griff) Peter G.Wilson & J.T.Waterh. var. rufescens (Hance) J.Parn. & Nic Lughadha
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---    ก้าว สี่แสน กระโดนแดง เคาะ ประดงเหลือง
ชื่อวงศ์---    MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย    
เขตการกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา ลาว ไทย  เวียตนาม

 

  ไม้ต้นสูง ประมาณ 5-9เมตร มักพบขึ้นในป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังผสมสน และป่าดิบเขา ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,300 เมตร ลักษณะยอดอ่อนมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปรี กว้าง1-4ซม.ยาว3-10ซม.ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบสอบ  เรียว
ดอก ช่ออกแบบกระจุกแน่น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลแห้งแล้วแตกเมล็ดแบนมีปีก ชาวพื้นบ้านอีสานใช้ยอดอ่อนต้มน้ำดื่มรักษาโรคกระเพาะ

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

58 กาสามปีก/Vitex peduncularis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Vitex peduncularis Wall. ex Schauer
ชื่อพ้อง---
---Vitex alata Roxb., nom. illeg.
---Synonym Vitex morava Buch.-Ham. ex Wall., nom. nud.
---Synonym Vitex peduncularis f. roxburghiana (C.B.Clarke) Moldenke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- ตีนนก,ตีนกา,แคตีนกา,ตีนนกผู้
ชื่อวงศ์ --- VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ปากีสถาน อินเดีย เนปาล อัสสัม พม่าตอนเหนือ บังกลาเทศ คาบสมุทรอินโดจีน

     ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 10-25 เมตร ผลัดใบหรือกึ่งผลัดใบ พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้งและป่าชั้นที่สอง ในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบทุกภาคของประเทศ ที่ระดับความสูง 50-400เมตร ลักษณะ เปลือกต้นเป็น สีน้ำตาลปนเหลืองหรือเทาอ่อน เกลี้ยง เกลี้ยงหรือแตกตื้นๆหลุดออก เปลือกชั้นในสีส้มอ่อนอมครีม ใบประกอบมี3ใบที่ปลายก้านใบเรียงตัวสลับตั้งฉาก ใบย่อยรูปรี ขนาด8-17ซม. มีก้านใบยาว5-9ซม.ใบแก่บางด้านล่างเกลี้ยงหรือมีขนห่างๆและมีจุดสีเหลือง(ต่อมยาง)
ดอก ออกเป็นช่อแยกแขนง ออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่งเป็นช่อยาว มีดอกย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก สีเหลืองอ่อนปนม่วงอ่อน ผลขนาด0.5-0.8ซม.กลมผิวเกลี้ยงเมื่อสุกสีแดงแล้วเปลี่ยนเป็นดำเมล็ดแข็งมี หนึ่งหรือหลายเมล็ด ใบและผลกินได้ เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างหรือนำมาแกะสลักงานหัตถกรรม                                                                                          ระยะออกดอก---เดือน มีนาคม-พฤษภาคม

รูปภาพประกอบเพื่อการศึกษา---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
(The Botanical Garden Organization) พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
                                                                                            ---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย   โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร  ,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


59 กำยาน/Styrax benzoides


ชื่อวิทยาศาตร์---Styrax benzoides Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Benzoin, Sumatra Benzoin
ชื่ออื่น---กำยาน ชาติสมิง,  สะดาน, เข้ว, เซ่พอบอ
ชื่อวงศ์---STYRACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


เป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่สูง 10-20เมตร ลำต้นเปลาเปลือกต้นสีเทาหม่น มีขนเล็กน้อย ใบรูปยาวเรียวปลายแหลม โคนมนและเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบมีขนเล็กน้อย เนื้อหนาท้องใบสีหม่นๆ ใบแห้งสีน้ำตาลแดงใบดกหนาทึบ
ดอกออกเป็นช่อสั้นๆแบบช่อแยกแขนง ช่อยาวถึง20ซม.  ออกที่ซอกใบและปลายยอดตามง่ามใบ ขนาดของดอก0.9-1.5ซม.สมบูรณ์เพศ กลีบดอก 5 กลีบ ด้านในสีชมพู ด้านนอกสีขาวมีขน เกสรตัวผู้สีเหลือง กลิ่นหอม  ผล1-1.8ซม.สีเขียวอมเทาอ่อน กลมแป้น มีขนรูปดาวหนาแน่น เปลือกบาง แข็งสีน้ำตาล   มี 1-2 เมล็ด
กำยาน ชั้นหนึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ได้จากต้นกำยานที่มีอายุ 3-6 ปี ชนิดสีน้ำตาลเป็นยางชั้นสองได้จากต้นแก่อายุ 7-9 ปี ต้นอายุ 9 ปี ขึ้นไปยางเป็นสีน้ำตาลดำ เกิดตามป่าดงดิบเขาสูง
 ยาง   (Gum Benjamin)  รสฝาดหอม  บำรุงหัวใจ  ขับปัสสาวะ  แก้โรคปอดอักเสบ รากผสมรากหัสคุณ ต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาลาเรีย
ระยะออกดอก---เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์  
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


60 กำยานญวน/Styrax tonkinensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Styrax tonkinensis (Pierre) Craib ex Hartwich
ชื่อพ้อง---
---Anthostyrax tonkinensis Pierre
---Styrax hypoglaucus Perkins
---Styrax macrothyrsus Perkins
---Styrax subniveus Merr. & Chun
---Styrax tonkinensis Craib
ชื่อสามัญ--- Siam benzoin
ชื่ออื่น---กำยานหลวงพระบาง
ชื่อวงศ์---STYRACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

(ชื่อเรียก กำยานญวนเรียกตามถิ่นกำเนิด ส่วนเรียกว่ากำยานหลวงพระบางนั้นเพราะเป็นกำยานที่ผลิตมาก ณ แขวงหลวงพระบางของลาวในปัจจุบัน)
กำยานชนิดนี้เป็นกำยานที่มีคุณภาพดีที่สุด ที่เกิดทางภาคเหนือของไทย ฝรั่งเรียก Siam benzoin เพราะกำยานชนิดนี้ส่งออกขายจากเมืองหลวงของราชอาณาจักรสยาม ลักษณะคล้ายกับพืชชนิดที่ให้กำยานสุมาตรา    
กำยาน ในทางการค้านั้นแบ่งออกเป็น2ชนิด คือ ชนิดเม็ดกลมรี เม็ดไม่ติดรวมเรียกว่า tear Siam benzoin ส่วนอีกชนิดหนึ่งเป็นเม็ดๆติดกันเป็นก้อน เรียกว่า block Siam benzoin
ประโยชน์ทางยาส่วนใหญ่เป็นกำยานสุมาตรา
ส่วนกำยานญวนหรือกำยานหลวงพระบางนี้ ใช้เป็นสารที่ให้ความหอมคงกลิ่นใน น้ำหอม สบู่ครีม สารซักฟอกเป็นต้น
เนื่อง จากกำยานสามารถต้านการสลายตัวของไขมันต่างๆจึงใช้ผสมในไขมันที่จะใช้เป็นยา พื้นสำหรับเตรียมยาขี้ผึ้งต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้กำยานผสมในตำรับยาแผนโบราณ เพื่อวัตถุประสงค์ในการแต่งกลิ่นและกันบูด


61 กำลังช้างสาร/Pithecellobium tenue

ชื่อวิทยาศาตร์---Pithecellobium tenue Craib.
ชื่อพ้อง---Basionym:Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm.
---Acacia tenue (Craib) Kosterm.
---Acacia tenuis (W. G. Craib) Kosterm.
---Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กำลังช้างสาร ฮ่อสะพายควาย(กาญจนบุรี)
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย พบที่ จ.ตาก นครสวรรค์ กาญจนบุรี    

ไม้ ยืนต้นสูง5-8เมตร ขึ้นตามชายป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ หรือเขาหินปูน ระดับความสูง 200 - 900 เมตร ลักษณะกิ่งก้านมีหนาม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย1-3คู่ รูปไข่กลับ หรือรูปวงรีก้านใบแผ่เป็นครีบ หูใบเป็นหนามดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เกสรเพศผู้สีขาวจำนวนมาก ผลเป็นฝักแบนคอดเล็กน้อย เมื่อสุกสีน้ำตาล
ยา พื้นบ้านใช้ต้นต้มกับน้ำซาวข้าว ดื่มแก้ไข้แก้ร้อนใน หรือผสมกับแก่นฝาง ต้นพญาท้าวเอว โด่ไม่รู้ล้มทั้งต้น ต้นเครืองูเห่า ต้มน้ำดื่มแก้ปวดเส้น ปวดเอว คุณสมบัติแบบนี้ไม่น่าสงสัยที่สถานภาพปัจจุบันหายากและใกล้สูญพันธุ์แม้แต่ในถิ่นกำเนิด
ระยะออกดอกผล---เดือน มีนาคม - มิถุนายน


62 กุหลาบป่าเชียงดาว/Rhododendron ludwigianum


ชื่อวิทยาศาตร์---Rhododendron ludwigianum Hoss.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กุหลาบป่าเชียงดาว กุหลาบขาวเชียงดาว คำขาวเชียงดาว
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไม้เฉพาะถิ่นของประเทศไทย

ไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตร  เป็น พืชถิ่นเดียวและหาพบยาก รวมทั้งใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย พบที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น พบขึ้นตามซอกหินปูนที่มีซากอินทรีย์สะสมบนยอดเขา และสันเขาที่โล่งแจ้ง ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่1,500เมตรขึ้นไป
ลักษณะ ลำต้นและกิ่งก้านมักคดบิดงอ ทรงพุ่มกลมเรือนยอดค่อนข้างโปร่ง ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบต้น เป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง รูปรีหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง1.5-3.5ซม.ยาว3-8ซม.หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบมีเกล็ดสีน้ำตาลปกคลุม ดอกออกเป็นดอกช่อสั้นๆตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ช่อละ2-5ดอก ขนาด8-13ซม. สีขาวหรือสีขาวอมชมพูหรือสีชมพูอ่อน มีประเหลืองหรือเหลืองอมเขียวแต้มเป็นทางจากปากหลอดกลีบดอกไปจนถึงโคนกลีบ ล่าง ขอบกลีบดอกพับย่น
ผล2-3ซม.รูปกระบอกหรือกระสวย ผิวแห้งแข็ง ขรุขระและมีเกล็ด ผลแก่แตกเป็น5-6เสี่ยง มีเมล็ดขนาดเล็กรูปแบนจำนวนมากและมีปีกบางใส
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม


63 กุหลาบป่ามาลายา/Rhodendron malayanum

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Rhododendron malayanum.
ชื่อพ้อง---Rhododendron malayanum Jack.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กุหลาบป่ามาลายา กุหลาบมาลายู กุหลาบแดงทักษิณ
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย

เป็น ไม้พุ่มอิงอาศัยสูง 2-4เมตรลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงสลับเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งจำนวน3-6ใบ แผ่นใบรูปขอบขนานหรือ รูปรีแกมใบหอก ขนาดของใบกว้าง1.5-3ซม.ยาว5-10ซม. ปลายแหลม โคนสอบเข้าหากัน ขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มมีเกล็ดประปราย แต่จะร่วงไปทำให้ใบเป็นจุดเล็กๆสีดำ แผ่นใบด้านล่างสีน้ำตาลอมแดง มีเกล็ดปกคลุมหนาแน่น เส้นแขนงใบมีข้างละ6-8เส้น
ดอกออกเป็นช่อสั้นที่ปลายกิ่ง มีช่อละ4-8ดอก กลีบดอกสีแดงหรือแดงส้มหรือชมพู เมื่อดอกบานเต็มที่ขนาด1-1.3ซม.ผิวกลีบดอกเป็นมัน มี5กลีบ ลักษณะกลีบ เล้กและกลม ขนาด0.4-0.5ซม. โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดยาว1.2-1.5ซม.เกสรผู้10อันยาวไม่เท่ากัน ก้านชูอับเรณูสีแดง รังไข่มีเกล็ดหนาแน่น  ผลเล็กรูปทรงกระบอก มีเกล็ด ผลแก่แตกเป็น5เสี่ยง มีเมล็ดจำนวนมากเมล็ดแบนเล็กมากและมีปีกบางใสล้อมรอบ
ในประเทศไทยพบได้เฉพาะทางภาคใต้ที่จังหวัด ยะลา และนราธิวาส บนภูเขาสูงประมาณ1,000เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป สถานภาพจึงเป็นพืชหายาก
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนมกราคม


64 เก็ดขาว/Dalbergia glomeriflora

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Dalbergia glomeriflora Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Dalbergia ovata var. glomeriflora (Kurz) Thoth (accepted name)
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- ดู่โรย, ดู่ขาว, ดู่แด้ง, เก็ดขาว, ไม้เก็ด
ชื่อวงศ์ --- FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา

ไม้ ต้นสูง 8-18เมตร ไม่ผลัดใบ ประเทศไทยใบพบได้ในป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง200-500เมตร ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นๆ เมื่อถากเปลือกทิ้งไว้เห็นเปลือกในที่เปลี่ยนสีเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลแดง
ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ  ใบย่อยมี7-11ใบ รูปรีหรือรูปไข่กว้าง ขนาดของใบย่อยกว้าง3-5ซม.ยาว5-8ซม. ขอบใบเรียบ ใบอ่อนมีขนนิ่ม ใบแก่เกลี้ยง ด้านล่างของใบมีนวลสีขาวเคลือบ
ดอกช่อแบบช่อแยกแขนง ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวหรือเหลืองอ่อน แบบดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาว3-5ซม.
เนื้อไม้ใช้ทำอุปกรณ์การเกษตร
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


65 เก็ดส้าน/Olea rosea


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Olea rosea Craib
ชื่อพ้อง---
---Linociera menghaiensis H.T.Chang
---Olea densiflora H.L.Li
---Olea oblanceolata Craib
---Tetrapilus densiflorus (H.L.Li) L.A.S.Johnson
---Tetrapilus oblanceolatus (Craib) L.A.S.Johnson
---Tetrapilus roseus (Craib) L.A.S.Johnson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- เก็ดส้าน ริโคเดีย ส้มจีนต้น
ชื่อวงศ์ --- OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนกลางและตอนใต้-ยูนนาน ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม

      ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงถึง 12เมตร เปลือกมีรอยแตกตื้นสีน้ำตาลเข้ม ใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนานขนาดใบกว้าง1.5-5.5ซม.ยาว4-16ซม. ขอบใบเรียบมีขนละเอียดเฉพาะบนเส้นใบด้านล่าง ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ดอกแห้งออกสีชมพู  แยกเพศ ดอกเพศผู้มีขนหนาแน่นช่อดอกยาว15ซม.ดอกเพศเมียดอกออกห่างๆช่อดอกยาว15ซม.
ผลมนรีหรือกลม ปลายแป้นเล็กน้อย เนื้อผลบางชั้นหุ้มเมล็ดแข็งมีเมล็ด 1เมล็ด ขึ้นประปรายในป่าดิบเขาที่มีการรบกวนน้อยทางภาคเหนือ

ระยะออกดอก/ติดผล--กุมภาพันธ์-กันยายน/กรกฎาคม-พฤศจิกายน

อ้างอิง-ภาพประกอบ : หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


66 แกงเลียงใหญ่/ Psydrax dicocca


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Psydrax dicocca Gaertn. var. dicocca
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---False Turkey -berry
ชื่ออื่น---แกงเลียงใหญ่ กระดูกค่าง, มันปลา, เหมือดตาน
ชื่อวงศ์ --- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ อินโดจีน เมลีเซีย

 

ไม้ พุ่มสูง5-9 เมตร ไม่ผลัดใบ พบกระจายในป่าดิบแล้งทั่วทุกภาคของประเทศ แต่มีจำนวนต้นไม่มาก ขึ้นในระดับความสูง100-400เมตร
ลักษณะ เปลือกสีน้ำตาลมีรอยด่างสีน้ำตาล สีขาวหรือเขียวอ่อน  เปลือกเรียบเห็นรูอากาศทั่วไป ทรงพุ่มกลมโปร่ง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามมีหูใบเล็กๆ ใบรูปรีกว้าง 2-4ซม.ยาว4-6ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงเป็นมันสีเขียวเข้ม เนื้อใบหนา ดอกช่อออกที่ซอกใบมีดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว ผลกลมขนาด1-1.5ซม.เมื่อสุกสีดำเปลือกนิ่มรสหวานรับประทานได้
เป็นพืชสมุนไพร ลำต้นใช้ทำเชื้อเพลิง                                                                                                         ระยะออกดอก---กุมภาพันธ์-พฤษภาคม

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1 โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


67 แก้งขี้พระร่วง/ Celtis timorensis


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Celtis timorensis Span
ชื่อพ้อง---
---Celtis cinnamomea Lindl. ex Planch.
---Celtis crenatoserrata Merr.
---Celtis dysodoxylon Thwaites
---Celtis hamata Blume
---Celtis reticulosa Miq.
---Celtis waitzii Blume
ชื่อสามัญ---Stinkwood , Stinking wood
ชื่ออื่น---แก้งขี้พระร่วง ขี้พระร่วง เช็ดก้นพระเจ้า
ชื่อวงศ์ ---CANNABACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย เนปาล พม่า คาบสมุทรอินโดจีน สุมาตรา บอร์เนียว ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย ฟิลิปปินส์


ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางไม่ผลัดใบ สูง 15-25 เมตร ในประเมศไทยพบได้ในป่าดิบแล้งทั่วทุกภาค ในระดับความสูง 100-450 เมตรเปลือกต้นสีน้ำตาล เรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น
 เนื้อไม้มีกลิ่นเหม็นเหมือนอุจจาระคน
ใบ เดี่ยวเรียงสลับ ใบรูปไข่แกมรูปหอก กว้าง4-5ซม.ยาว10-12ซม. ฐานใบมนเบี้ยว ปลาบใบแหลมถึงเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ด้านบนเห็นเส้นแขนงใบเป็นสันนูนเด่น กิ่งก้านอ่อนและก้านดอกมีขนละเอียดสีน้ำตาลอมส้มปกคลุม
ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ออกเป็นช่อกระจะยาว 3ซม. สีขาวนวล
 ช่อผลยาว 5ซมผลมีเมล็ดเดียวแข็ง ขนาด1ซม.รูปไข่ปลายแหลม ไม่มีขน
 เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้าง อุปกรณ์การเกษตร ใช้เป็นเชื้อเพลิง ใบใช้พอกเมื่อได้รับบาดเจ็บ                                       ระยะออกดอก/ติดผล---มกราคม-มีนาคม

ภาพประกอบการศึกษา---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1 โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


68 แกลบหนู/Dendrolobium lanceolatum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dendrolobium lanceolatum (Dunn.) Schindl
ชื่อพ้อง---
---Desmodium dunnii Merr.
---Desmodium lanceolatum (Dunn) Schindl. ex Gagnep.
---Lespedeza lanceolata Dunn
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระดูกอึ่ง, กระดูกเขียด,แกลบหูหนู, แปรงหูหนู
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา ไหหนาน ลาว ไทย เวียตนาม

ไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งมาก ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย3ใบใบกลางใหญ่กว่าใบคู่ด้านข้าง ผิวใบด้านท้องใบมีขนเล็กน้อย หลังใบเรียบสีเขียว
ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ สีขาวหรือเหลืองอ่อน ฝักแบนรีเบี้ยวถึงกลมมีเมล็ดรูปไต 1เมล็ด ใบอ่อนและยอดอ่อน นำมารับประทานเป็นผักสดได้รส มันจืด                                                                                                           ระยะออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม-สิงหาคม/กันยายน-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

ภาพประกอบการศึกษา---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1 โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


69 ไก๊/Homalium ceylanicum

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Homalium ceylanicum (Gardner) Benth.
ชื่อพ้อง---
---Blackwellia ceylanica Gardner
---Blackwellia tetrandra Wight
---Homalium balansae Gagnep.
---Homalium ceylanicum var. laoticum (Gagnep.) G.S. Fan
---Homalium hainanense Gagnep.
---Homalium laoticum Gagnep.
---Homalium minutiflorum Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- สีเสื้อ
ชื่อวงศ์ --- SALICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศไทย พม่า ลาว เวียตนาม

ไม้ ต้นสูง6-15เมตร พบได้ตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณบริเวณริมน้ำที่ระดับความสูง 200-700เมตร
ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีแกมรูปไข่ กว้าง3.5-7ซม.ยาว6-12ซม.ขอบใบหยัก ดอกสีขาวแกมเขียว ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อห้อยตามซอกใบยาว15-30ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอก4-6กลีบ ผลขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงติดทน ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น
เนื้อไม้ใช้เพื่อการค้าและปลูกเป็นไม้ประดับ

รูปภาพประกอบเพื่อการศึกษา
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
(The Botanical Garden Organization) พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542


 70 ไก๋แดง/Ternstroemia gymnanthera


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Ternstroemia gymnanthera (Wight & Arn.) Bedd.
ชื่อพ้อง---Ternstroemia japonica (Thunb.)
ชื่อสามัญ---Japanese Cleyera
ชื่ออื่น --- ไก๋แดง,ไก๋นก,ไก๋หัด, สารภีดง, หว้าขี้นก, ช้างน้อย
ชื่อวงศ์ --- PENTAPHYLACACEAE    
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย พม่า ลาว เวียตนามกัมพูชา ฟิลิปปินส์

 

ไม้ ต้นสูง 10-15เมตร มีกิ่งก้านแตกเป็นระเบียบ เปลือกต้นสีเทาแก่บางเรียบหรือแตกเล็กน้อย ใบกว้างประมาณ2-4.5ซม.ยาว5-9ซม.รูปหอกแกมขอบขนาน ออกเป็นใบช่อสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบ ขอบเรียบหรือมีซี่เล็กๆสีดำขนาด1.5-2ซม. ดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกตามซอกใบ สีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นธูป มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศ และดอกเพศผู้อยู่ต้นเดียวกัน ผลเป็นผลสดรูปไข่มน ขนาด0.8-1.5ซม.เหนียวไม่แตก ปลายติ่งแหลมมียอดเกสรตัวเมียยังเหลืออยู่ เมล็ดใหญ่1-4เมล็ดมีเนื้อสีแดงหุ้ม  เนื้อไม้นำมาบกทำธูป
กระจายอยู่กว้างขวางพบได้ทั่วไปตั้งแต่ระดับต่ำถึงป่าดิบเขาจาก700-2,000เมตร
ระยะออกดอกและติดผล---เดือนมิถุนายน-สิงหาคม

รูปภาพประกอบเพื่อการศึกษา
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
(The Botanical Garden Organization) พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย                                                                                   โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธืสุนทร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


71 ไกร/Ficus subpisocarpa


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ficus subpisocarpa Gagnep.
ชื่อพ้อง---
---Ficus superba var. japonica Miq
---Ficus geniculata var. abnormalis Kurz
ชื่อสามัญ --- Sea Fig, Deciduous Fig
ชื่ออื่น --- ไกร เลียบ ไทรเลียบ โพไทร
ชื่อวงศ์ ---Moraceae
ถิ่นกำเนิด --- ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- ญี่ปุ่น จีน ไต้หวันิเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โมลุกกะ

เป็น ไม้ป่าพบได้ทั่วประเทศ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลัดใบขึ้นได้อย่างอิสระหรือรัดพันต้นไม้อื่น มีรากอากาศไม่มาก สูงประมาณ 8-15 เมตร คล้ายต้นไทร มียาง ลำต้นเป็นพูพอนทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขา เปลือกสีเทา
ใบอ่อนสีออกแดง มีขนละเอียดคล้ายไหม ใบแก่สีเขียวอมเหลืองเรียบเกลี้ยง เหนียว ขนาดของใบกว้าง 4-8 ซม.ยาว 8-20 ซม.
ดอก ออกเป็นกระจุกเป็นช่อสั้นตามกิ่งผลอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็น ชมพู แดงดำเมื่อสุกผลเป็นอาหารนก เดือนธันวาคม-มกราคม จะผลัดใบและผลิใบใหม่ราวเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม
 ยอดอ่อนจะเป็นสีชมพูและชมพูอมเขียวยอดอ่อนสามารถนำมารับประทานได้ ไม้ต้นนี้นิยมนำมาทำบอนไซเหมือนกัน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือปักชำก็ได้


72 ไก่หลง/Wikstroemia polyantha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Wikstroemia polyantha Merr.
ชื่อพ้อง---
---Wikstroemia calva Backer
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไก่หลง
ชื่อวงศ์---THYMELAEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลย์เชีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย กัมพูชา

       ไม้ พุ่มสูง 4 เมตร ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ ในป่าดิบชื้นหรือริมลำธาร ที่ระดับความสูง1,700เมตร
ลักษณะกิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวออกเป็นวงรอบข้อ 3ใบ รูปรีแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมโคนใบสอบมน ดอกสีเหลืองอมเขียวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งก้านช่อดอสั้นกลีบรองดอกเชื่อมกัน เป็นหลอด ผิวด้านนอกมีขนห่างๆปลายแยกเป็น4กลีบ ไม่มีกลีบดอก
ผลรูปรีฉ่ำน้ำกว้าง5มม.ยาว8มม.สุกแล้วสีแดง
ระยะออกดอกและติดผล---เดือนตุลาคม-เดือนมกราคม



อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554
----ชื่อพรรณไม้ เต็ม สมิตินันทน์ http://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.aspx
REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary

Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view