สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 10/12/2019
สถิติผู้เข้าชม 9,067,427
Page Views 13,919,124
 
« December 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

หญ้า-วัชพืช

หญ้า-วัชพืช

วัชพืช

ต้นไม้ที่เดินเหยียบกันไปเหยียบกันมา ทำความรู้จักกันบ้างก็จะดี ต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยพวกนี้มักไม่ค่อยมีคนสนใจ คิดแค่เป็นวัฃพืช อยากจะถอนทิ้งด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้จักอาจไม่อยากเหยียบ
ที่จริงแล้วต้นอะไรก็เป็นวัชพืชได้ทั้งนั้นถ้าไปขึ้นอยู่ผิดที่ ไปอยู่ในที่ๆไม่มีใครต้องการ หาประโยชน์ได้น้อยทำให้ระบบเขาเสียหาย ขึ้นง่ายตายยาก กำจัดยากต่างหาก ขยายพันธุ์รวดเร็ว เป็นอีกประเด็น
แต่...ไม่มีอะไรร้ายไปหมด ในความร้ายก็มีความดีอยู่  พืชที่นำมาลง บางชนิดเป็นผัก หรือเป็นสมุนไพร แต่ก็มีศักยภาพในการเป็นวัชพืชด้วยเหมือนกัน
จึงเป็นเรื่องดังนี้

ตามหมายเลขไปเลย

1 กรดน้ำ/Scoparia dulcis 67 ลำโพงขาว/Datura metel
2 หญ้าลิ้นงู/Hedyotis corymbosa 68 โคกกระออม/Cardiospermum halicacabum
3 หญ้าดอกขาว/Cyanthillium cinereum 69 เดือยหิน/Coix lachryma – jobi
4 หูปลาช่อน/Emilia sonchifolia 70 โคกกระสุน/Tribulus terrestris
5 เซ่งเล็ก/Melochia corchorifolia 71 ผักกระเฉดโคก/Neptunia javanica
6 หญ้าดอกอ่อน/Crassocephalum crepidioides 72 ชะคราม/Suaeda maritima
7 บาหยา/Asystasia gangetica 73 ถั่วลิสงนา/Alysicarpus vaginalis
8 หญ้าเกล็ดหอย/Desmodium triflorum  74 บานไม่รู้โรยป่า/Gomphrena celossioides
9 หญ้าน้ำดับไฟ/Lindenbergia philippensis 75 ฉัตรพระอินทร์/Leonotis nepetifolia
10 ปืนนกไส้/Bidens pilosa 76 ครอบจักรวาล/Abution indicum
11 หญ้ายาง/Euphorbia heterophylla 77 ครอบตลับ /Abutilon indicum (L.) Sweet
12 หญ้างวงช้าง/Heliotropium indicum 78 ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย)/ A. sinense Oliv.
13 หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima 79 เล็บเหยี่ยว/Ziziphus oenoplia
14 หญ้าพันงูขาว/Achyranthes aspera 80 หนามวัวซัง/Capparis sepiaria
15 หญ้าพันงูเขียว/Stachytarpheta jamaicensis 81 หนามพุงดอ/Actegeton sarmentosa
16 หญ้าพันงูแดง/Cyathula prostrata 82 ปอลมปม/Thespesia lampas
17 ผักโขมหัด/Amaranthus viridis 83 ปอบิด/Helicteres isora
18 ผักโขมหนาม/Amaranthus spinosus 84 สาบเสือ/Chromolaena odorata
19 ผักโขมสวน/Amaranthus tricolor 85 สาบหมา/Ageratina adenophora
20 ผักโขมหินต้นตั้ง/Boerhavia erecta 86 สาบแร้งสาบกา/Ageratum conyzoides
21 ผักโขมหินต้นแผ่/Boerhavia diffusa 87 แมงลักคา/Hypis suaveolens
22 ขมหินใบน้อย/Pilea microphylla 88 ขยุ้มตีนหมา/Ipomoea pes-tigridis
23 ลูกใต้ใบ/Phyllanthus amarus  89 กระถิน/Leucaena leucocephala
24 สันพร้ามอญ/กระดูกไก่ดำ/Justicia gendarussa  90 ชุมเห็ดไทย/Senna tora
25 สันพร้าหอม/Ayapana triplinervis 91 ชุมเห็ดเทศ/Cassia alata
26 ขอบชะนาง/Pouzolzia 92 มะระขี้นก/Momordica charantia
27 ผักปลัง/Basella  93 ย่านลิเภา/Lygodium flexuosum
28 กระเจานา/Corchorus aestuans 94 ขี้ไก่ย่าน/Mikania cordata
29 ปอกระเจาฝักยาว/Corchorus olitorius  95 ตำยาน/Zygostelma benthamii
30 ปอกระเจาฝักกลม/Corchorus capsularis 96 ถั่วไมยรา/ Desmanthus virgatus
31 ตำแยแมว/Acalipha indica 97 เครือซุด/Secamone villosa
32 สะเดาดิน/Glinus oppositifolius 98 เถาวัลย์เปรียง/Derris scandens
33 ตำลึงตัวผู้/Solena amplexicaulis 99 ตดหมูตดหมา/Paederia pirifera 
34 กะเม็งตัวเมีย/Eclipta prostrata 100 ตดหมูตดหมา/Paederia linearis Hook. f.
35 กะเม็งตัวผู้/Sphagneticola calendulacea 101 จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum
36 หญ้าขัดมอน/Sida acuta 102 ฝอยทอง/Cuscuta chinensis
37 หญ้าขัดมอนใบป้อม/Sida cordifolia L 103 กระทกรก/Passiflora foetida
38 หญ้าขัดมอนหลวง /Sida subcordata 104 ถั่วกรามช้าง/Lablab purpureus
39 หญ้าขัดมอนใบมน /Sida rhombifolia 105 ถั่วลาย/Centrosema pubescens
40 ขลู่/Pluchea indica 106 ถั่วผี/Macroptilium lathyroides
41 ขี้กาขาว/Trichosanthes cordata 107 ถั่วผีเลื้อย/Phaseolus atropurreus
42 ต้อยติ่ง/Ruellia tuberosa 108 มะแว้งต้น/Solanum indicum
43 เทียนนา/ Ludwigia hyssopifolia 109 มะแว้งเครือ/Solanum trilobatum
44 ผักแครด/Synedrella nodiflora 110 ผักบุ้งรั้ว/Ipomoea mauritiana 
45 ผักคราดทะเล/Wedelia biflora 111 ผักกาดน้ำ/Plantago major
46 ผักคราดหัวแหวน/Acmella oleracea 112 ผักกาดนา/Blumea napifolia
47 หญ้าลูกข้าว/Spermacoce ocymoides 113 ไมยราบ/Mimosa pudica
48 กระดุมใบ/Borreria laevis 114 ไมยราบเลื้อย/Mimosa diplotricha
49 เถาคัน/Cayratia trifolia 115 ไมยราบยักษ์/Mimosa pigra
50 ผักเป็ด/Alternanthera sessilis 116 ผกากรองป่า/Lantana urticoides
51 ผักเบี้ยใหญ่/Portulaca oleracea 117 ชิงช้าชาลี/Tinospora baenzigeri
52 ผักเบี้ยทะเล/Sesuvium portulacastrum 118 เทียนชะมด/Abelmoschus moschatus
53 ผักเบี้ยหิน/Trianthema portulacastrum 119 บุษบาริมทาง/Tithonia rotundifolia
54 ผักเสี้ยนขาว/Cleome gynandra 120 หงอนไก่ไทย/Celosia argentea
55 ผักเสี้ยนขน/Cleome rutidosperma 121 ดอกรัก/Calotropis gigantean
56 ผักเสี้ยนผี/Cleome viscosa 122 บัวตอง/Tithonia diversifolia
57 ผักกระสัง/Peperomia pellucida 123 ปอเทือง/Crotalaria juncea
58 ใบต่างเหรียญ/Evolvulus nummularius 124 หิ่งเม่น/Crotalaria pallida
59 น้ำนมราชสีห์/Euphorbia hirta 125 ปอคัน/Malachra capitata
60 น้ำนมราชสีห์เล็ก/Euphorbia thymifolia 126 หมามุ่ย/Mucuna pruriens
61  Euphorbia indica Lam/Dudhali 127 หมามุ่ยช้าง/Mucuna gigantea
62 จิงจ้อขาว/Ipomoea obscura 128 โสน/Sesbania javanica
63 จิงจ้อเหลือง/Merremia vitifolia 129 โสนหางไก่/Aeschynomene indica
64 จิงจ้อเหลี่ยม/Operculina turpethum 130 สบู่แดง/Jatropha gossypifolia
65 เถาสะอึก/Merremia hederacea 131 ดาดตะกั่วทุ่ง/Hemigraphis alternata
66 เถาสองสลึง/Ipomoea pileata 132 กาฝากมะม่วง/Dendrophthoe pentandra
133 พริกฝรั่ง/Rivina humilis


1 กรดน้ำ/Scoparia dulcis


ชื่อวิทยาศาสตร์:     ---Scoparia dulcis Linn
ชื่อพ้อง ---Has 8 synonyms   
---Ambulia micrantha Raf.
---Capraria dulcis (L.) Kuntze
---Gratiola micrantha Nutt.
---Scoparia grandiflora Nash
---Scoparia nudicaulis Chodat & Hassl.
---Scoparia procumbens Jacq.
---Scoparia purpurea Ridl.
---Scoparia ternata Forssk.
ชื่อสามัญ:    ---Licorice weed, Sweet Broomweed, Scoparia-Weed
ชื่ออื่น:    ---ขัดมอญเทศ, กระต่ายจามใหญ่, หญ้าสามวัน, กัญชาป่า, มะไฟเดือนห้า, เอี่ยกำเช่า, หญ้าปีกแมงวัน ; Mithi Patti [Hindi]; Mala-anis, Saang-kabayo (Tag.)  [Philippines]; Zhu zai cao [China]; Escobilla amarga.[Spain]
ชื่อวงศ์:    ---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก ประเทศไทยพบขึ้นทั่วทุกภาค
พืชพื้นเมืองของอเมริกาเขตร้อน พบได้ทั่วโลกในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พบที่ระดับความสูงถึง 1,000 ม.
กรดน้ำ เป็นวัชพืชปีเดียวและวัชพืชข้ามปีคือมีอายุระหว่าง1-2 ปี ขึ้นในที่รกร้าง เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งหรือร่มเงาบางส่วน พบตามที่ดอนหรือริมน้ำชื้นแฉะทั่วไป  ชอบความชื้นค่อนข้างมาก ลักษณะของต้นกรดน้ำ  มีความสูงประมาณ 25-80 ซม.ลำต้นไม่มีขน ก้านใบยาว 1 ซม.ใบรูปไข่ยาว 0.5-2 ซม สีเขียวแก่ ขอบใบหยักแบบฟันปลา ใบเรียงตรงข้าม หรือเป็นวงรอบข้อ ข้อละ 3-4 ใบกิ่งเล็กเรียว แผ่สาขามาก ดอกขนาดเล็กกลีบดอกสีขาว กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ สีเขียว ผลกลมข้างในมีเมล็ดจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ยอดอ่อนรสขมในตอนแรกรสหวานในภายหลัง หวานเล็กน้อยใช้รับประทานได้ ใช้เป็นยา มี สรรพคุณทางเป็นสมุนไพรเช่น ใบใช้ลดไข้ แก้ไอ ขับระดู ใช้อมบ้วนปากแก้ปวดฟัน ทั้งต้นใช้ลดไข้ แก้หวัด ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา ใบและลำต้นใช้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด
เมื่อเคี้ยวให้

2 หญ้าลิ้นงู/Hedyotis corymbosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hedyotis corymbosa (L. ) Lamk.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Oldenlandia corymbosa L.
ชื่อสามัญ    ---Diamond flower,  Mutiara Grass, Pearl grass, Snake tongue grass, Flat top mille graines
ชื่ออื่น    ---จัวจิเช่า; หญ้าลิ้นงู ,Yaa linnguu [Thai]; Rumput Mutiara [Indonesia]; Shui xian cao, Bai hua she she cao, San feng hue er cao [Chinese]; Siku-siku, Siku dengan, Pokok telur belangkas [Malaysia]; Mala-ulasiman-aso (Tag.) [Philippines]
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา เอเชีย แคริบเบียน อเมริกา ออสเตรเลีย และแปซิฟิก
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศเขตร้อน ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา


แพร่หลายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน อารเบีย, กึ่งเขตร้อนและเอเชียเขตร้อนไปยังนิวกินี ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,300 เมตร
พืชล้มลุกคลุมดินอายุปีเดียว พบแพร่กระจายในทุกภาคของประเทศไทย พบมากตามที่รกร้างที่มีวัชพืชจำพวกหญ้าขึ้นน้อย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ความชื้นสูงมีแดดส่องถึง หญ้าลิ้นงูจัดเป็นหญ้าสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จัวจิเช่า รสเผ็ดขมนิดๆ ออกฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ดับพิษ ใช้ภายนอก รักษาแผลสด รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลักษณะของหญ้าลิ้นงู ลำต้นเป็นข้อ เหลี่ยมเรียบ เลื้อยยาวประมาณ 15-50 ซ.ม.ใบเดี่ยวขนาดเล็กยาว 2 - 5 ซม.เรียบแหลม ขอบใบหยาบ หูใบเล็ก ไม่มีก้านใบ หลังใบคดงอ ออกดอกตามง่ามใบ ดอกออกเป็นช่อประมาณ 2-4 ดอก กลีบดอกและกลีบรองดอกเป็นสีขาวหรือสีชมพูอ่อน ดอกรูปกรวยปลายแยกมีขนปก ผลขนาด กว้าง 1.75 - 2 มม. ยาว 2 - 2.5 มม.เป็นสันสี่มุม เปลือกหุ้มแข็ง ผลแตกออกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดมาก
การใช้ประโยชน์ ทุกส่วนของพืชทั้งสดและแห้งสามารถใช้เป็นยา มีคุณสมบัติเป็นพืชสมุนไพร
รากให้สีย้อมสีเขียวที่เรียกว่า 'gerancine'
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

3 หญ้าดอกขาว/Cyanthillium cinereum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyanthillium cinereum (L.) H. Rob.
ชื่อพ้อง ---Has 63 Synonyms  
---Blumea chinensis (L.) DC.
---Conyza chinensis L.
---Conyza cinerea L.
---Senecioides cinerea (L.) Kuntze ex Britt. & Wilson
---Serratula cinerea (L.) Roxb.
---Vernonia cinerea (L.) Less.
---Vernonia cinerea var. parviflora (Reinw.) DC.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Ironweed, Little Ironweed, Purple Fleabane, Ash-coloured fleabane, Ash-coloured ironweed, Purple-flowered fleabane
ชื่ออื่น    ---หญ้าละออง,หญ้าหมอน้อย, หญ้าสามวัน, เสือสามขา,  yaa dok khaao; yaa-saam-wan; ya-la-ong [Thai] ; ye xiang niu [Chinese]; mura-saki-mukashi-yomogi [Japan]; ayapana sauvage [French]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกาและออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา - เซเนกัลไปยังโซมาเลีย,แอฟริกาใต้ ผ่านอารเบียเอเชียเขตร้อนไปยังนิวกินีและออสเตรเลีย

 

พืชในเขตร้อนชื้นมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาและออสเตรเลีย แพร่หลายอย่างกว้างขวางในภูมิภาคเขตร้อนในอเมริกาและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มักอยู่ในที่โล่งบนทางลาด ทุ่งนา และริมถนน  พบได้ที่ระดับความสูงถึง 1,300 เมตร
สายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ง่ายด้วยลมและมีศักยภาพในการเติบโตเป็นวัชพืชใน ruderals (วัชพืชในพื้นที่เพาะปลูก) พื้นที่เกษตรกรรมและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เป็นไม้ล้มลุกขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติหรือด้วยการเพาะเมล็ด พบตามที่รกร้างทั่วไป อายุประมาณ1-5ปี ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูง 15 – 80 เซนติเมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปวงรีแคบรูปไข่ รูปใบหอกหรือรูปแถบ ใบที่บริเวณโคนต้นขนาดใหญ่กว่าที่ปลายยอด ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบมนหรือแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย
ดอกช่อกระจุกแน่น ออกรวมเป็นช่อแยกแขนง รูปคล้ายช่อเชิงหลั่น  ดอก สีม่วงเข้มแล้วค่อย ๆ จางลงเป็นสีขาว หลุดร่วงง่าย ผลแห้งมีเมล็ดเดี่ยวเปลือกแข็งแห้งไม่แตก.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา  มีสรรพคุณทางสมุนไพรที่โดดเด่น มีการวิจัยพบว่า ในลำต้น ใบและรากของหญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ Soduim Nirate ซึ่ง มีฤทธิ์ ทำให้ประสาทรับรสบริเวณลิ้นเกิดอาการชา ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปไม่รับรู้รสชาดใดๆ และไม่รู้สึกอยากบุหรี่ เป็นที่มาของการนำหญ้าดอกขาว มาเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการเลิกบุหรี่
สำหรับสรรพคุณด้านอื่น ใบต้มดื่ม แก้บิด แก้หืด  แก้หลอดลมอักเสบ ตำพอกสมานแผล แก้กลากเกลื่อนเรื้อนกวาง แก้ปวดศรีษะ ตำผสมน้ำนมคนเอาน้ำหยอดตาแก้ตาแดง  ตาแฉะ เมล็ด  ขับพยาธิ แก้ท้องอืดเฟ้อ พอกแก้โรคผิวหนัง  กำจัดเหา  
ทั้ง ต้น รสเย็นขื่น  ต้มดื่มลดไข้ กินแก้ไอ แก้ดีซ่าน แก้ตับอักเสบเฉียบพลัน แก้ปัสสาวะรดที่นอน  แก้ร้ดสีดวงทวาร บำรุงกำลัง แก้ท้องร่วง คั้นเอาน้ำดื่มกระตุ้นให้เจ็บท้องคลอด   ขับรก ขับระดู
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ :โดยใช้เมล็ด

4 หูปลาช่อน/Emilia sonchifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Emilia sonchifolia (L.) DC. ex Wight
ชื่อพ้อง    ---Has 9 synonyms
---Cacalia sonchifolia L.
---Emilia javanica (Burm.f.) C.B.Rob.
---Emilia marivelensis Elmer
---Emilia purpurea Cass.
---Emilia rigidula DC.
---Emilia sinica Mq.
---Emilia scabra DC.
---Emilia sonchifolia (L.) DC. ex DC.
---Gynura ecalyculata DC.
---Senecio sonchifolius (L.) Moench
ชื่อสามัญ    ---Cupid’s shaving Brush, Emilia , Sow Thistle, Red tasselflower
ชื่ออื่น    ---ผักบั้ง,  ผักแดง,  ผักกาดนกเขา,  หางปลาช่อน, หญ้าลิ้นปี่ ;  djombang, dwaji rowo [Indonesia]; ketumbit jantan [Malay]; cetim, kipot-kipot, lamlampka [Philippines]; usubeni-nigana [Japan]; co chua le [Vietnam]; Pupu lele [HAWAII]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาตะวันตก เอเชีย โอเชียเนีย


เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกากลางและอเมริกาใต้  เกิดขึ้นในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนอย่างน้อย 54 ประเทศ มีการกระจายอย่างกว้างขวางในพื้นที่ชื้นของแอฟริกาตะวันตกเอเชียและโอเชียเนีย
เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กจำพวกหญ้าจัดเป็นวัชพืชที่มีการกระจายพันธุ์ได้รวดเร็ว พบขึ้นตามที่ชื้นที่มีแดดหรือที่โล่งปะปนไปกับวัชพืชชนิดอื่น ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1.700 เมตร
ลำต้นตรง สูงประมาณ 20-50 ซม. ตามลำต้นมีขนขึ้นปกคลุม  ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ยาว4 - 16 ซม.กว้าง 1 - 8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบกว้างเรียวสอบเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยักลึกแบบฟันเลื่อยห่าง  
ออกดอกเป็นช่อ โดยออกตามบริเวณกลางลำต้นหรือยอดต้น ช่อดอกหนึ่ง จะมีสองแขนงดอกย่อย ดอกรูประฆังแคบ กลีบดอกมี5กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก กลีบดอกส่วนโคนจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ ดอกสมบูรณ์เพศก้านดอกยาวมักแตกแขนง ดอกไม้อาจเป็นสีม่วง, สีแดง, ชมพู, ส้ม, ขาวหรือม่วง ผลเป็นผลเดี่ยว เปลือกผลแข็ง แห้งแล้วไม่แตก ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ยาว 2.4- 3 มม. มีสีน้ำตาลแดงหรือออกขาว มีขนสีขาวฟูยาวประมาณ 8 มม.
การใช้ประโยชน์ มีการใช้เป็นยาแบบดั้งเดิมและยังให้ใบที่กินได้ ถูกปลูกเลี้ยงเป็นครั้งคราวสำหรับใช้ใบเหล่านี้ซึ่งมักจะขายในตลาดท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ชวา
ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนและใบอ่อน ดิบหรือสุกรสขมเล็กน้อย ใช้รับประทานเป็นผักจิ้ม  ผลิตเป็นผงใช้ในการเตรียมเค้กที่หมักด้วยยีสต์ (เรียกว่ามาร์ชาในเนปาล) ซึ่งใช้กลั่นสุรา
ใช้เป็นยา ชาที่ทำจากใบใช้รักษาโรคบิด น้ำคั้นจากใบใช้สำหรับรักษาอาการตาอักเสบ ตาบอดกลางคืน บาดแผล และอาการเจ็บหู น้ำจากรากใช้ในการรักษาอาการท้องเสีย ดอก เคี้ยวแล้วเก็บไว้ในปากประมาณ 10 นาทีเพื่อป้องกันฟันผุ
ระยะเวลาออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

5  เซ่งเล็ก/Melochia corchorifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์  ---Melochia corchorifolia L.
ชื่อพ้อง   --- Has 2 synonyms
---Riedlea corchorifolia (L.) DC.
---Visenia corchorifolia (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ    ---Wire Bush, Red Weed, Chocolate Weed.; [CHINA: ma song zi.]
ชื่ออื่น    ---เซ่ง เส้ง เส้งเล็ก สะแองใบมน ปากขาวปุด ขางปากปุด
ชื่อวงศ์    ---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้  อเมริกา ออสเตรเลีย

 

พบตั้งแต่ แอฟริกาตะวันออก และเอเชียใต้ ผ่านเอเชียตะวันออก สู่ออสเตรเลีย และหมู่เกาะโซโลมอน ส่วนใหญ่พบในที่ ที่มีแดดจัดหรือมีเงาเล็กน้อยในเขตร้อนชื้น เช่นฝั่งแม่น้ำ ชายฝั่งทะเลสาบ และที่ราบลุ่มน้ำ
เป็นพืชใบเลี้ยงคู่อายุฤดูเดียว  ในประเทศไทยพบขึ้นในที่มีน้ำขัง ชื้นแฉะ เป็นวัชพืชในนาข้าว ในแปลงเพาะปลูกพืชสวน พืชไร่  ต้นสูงประมาณ 30 - 100 เซนติเมตร ตามลำต้นมีขนปกคลุม เปลือกบางสามารถลอกออกได้  ใบเป็นใบเดี่ยวกว้าง 5.5ซม. ยาว 7.5ซม. ออกแบบเรียงสลับ บางครั้งเป็นกระจุก 2 - 3 ใบ ใบรูปหอกปลายแหลม ฐานใบกว้าง โค้งมนเข้าหาก้านใบ ขอบใบหยัก ที่โคนก้านใบมีหูใบเป็นแผ่นหรือเกล็ดแบน ๆ ปลายแหลม 2 อัน ดอก ออกแบบช่อกระจุกออกตามปลายยอดและบริเวณซอกใบ สีม่วงหรือชมพู ก้านดอกสั้น ผล เป็นฝักกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มม.แก่แล้วแตกตามรอยตะเข็บ เมล็ดสีน้ำตาลมีรอยย่นยาวประมาณ 2.0 - 2.5 มม
เป็นสายพันธุ์ที่มีความหลากหลายสูง หลายชนิดที่เรียกว่า เส้ง บางทีเขียนว่า เซ่ง เพื่อที่จะให้รู้ว่าเป็นชนิดไหนมักมีคำต่อท้าย เช่น เส้งใบมนหรือ เส้งเล็ก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบปรุงและกินเป็น potherb ใบไม้ที่ปรุงแล้วจะเป็นเครื่องเคียงที่ได้รับความนิยมในมาลาวี
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ลำต้นและใบ ต้มในน้ำมันเป็นยาป้องกันพิษจากงูบางชนิด ใบ ใช้พอกแผล แก้บวมหรือแก้ปวดบริเวณท้อง
ใช้อื่นๆ เส้นใยสีเงินที่สกัดจากเปลือกนั้นดีและแข็งแรง สวยงามวิจิตร แต่มีปริมาณน้อยเกินไปที่จะสำคัญ ลำต้นใช้สำหรับมัด และใช้ในการก่อสร้างหลังคารูปกรวยสำหรับบ้านในท้องถิ่น                                                                               ระยะออกดอก---กรกฎาคม-ตุลาคม, ติดผล--- กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์----เมล็ด

6 หญ้าดอกอ่อน/Crassocephalum crepidioides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Crassocephalum crepidioides (Benth.) S.Moore
ชื่อพ้อง    ---Has 7 Synonyms
---Crassocephalum diversifolium Hiern
---Gynura crepidioides Benth.
---Gynura diversifolia Sch.Bip. ex Asch.
---Gynura microcephala Vatke
---Gynura polycephala Benth.
---Senecio crepidioides (Benth.) Asch.
---Senecio diversifolius A.Rich.
ชื่อสามัญ    ---Okinawa Spinach, Oldbag weed, Ebolo, Thickhead , Redflower ragleaf , Fireweed
ชื่ออื่น    ---ผักคออ่อน, ผักเผ็ดช้าง, ผักกาดช้าง, ผักกาดขมุ, ขี้งัว, ผักกาดง่อง, หญ้าดอกขาว, หญ้าดอกคำ, ผักห่าน, ผักขี้โว, phak pet maeo [Thai]; ye tong hao [Chinese]; benibanaborogiku [Japan];  jukut jamalok [Indonesia]; bulak manok [Philippines]; fisi puna [Tonga]; fua lele, vao lele [Samoa]       
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา มาดากัสการ์
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน มันแพร่กระจายอย่างกว้างขวางไปทางตะวันออก จากแอฟริกาและมาดากัสการ์ สู่อินดีสตะวันออก อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่มันได้กลายเป็นธรรมชาติในส่วนอื่น ๆ ของประเทศในเขตร้อน และกลายเป็นวัชพืชรุกรานในบางแห่งเช่น นิวคาลิโดเนีย  พบตามแหล่งที่ชื้น ตามแม่น้ำ หรือทะเลสาบ ในป่า สถานที่ท่ถูกรบกวน และพื้นที่เพาะปลูก ที่ระดับความสูง 0-2500เมตร
พืชล้มลุกอยู่ได้ฤดูเดียว ในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือหรือในเขตที่สูง ตามริมทาง ที่รกร้างและแปลงเพาะปลูก เป็นวัชพืชในพืชไร่  พบได้ที่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับ 1,500 เมตร                                                                        ลักษณะ ลำต้นสูง 40-100 ซ.ม. แตกกิ่งก้านสาขาหนาแน่น มีขนละเอียดทั่วลำต้นและกิ่งก้าน ใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปรีแกมขอบขนานสีเขียวเข้ม ยาว 6-18 ซม. และกว้าง 2 -5 ซม โคนใบแคบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยหรือเว้าเป็นแฉกบริเวณฐานใบ
ช่อดอกออกที่ปลายยอด3-5 ช่อรูปทรงกระบอกยาว 1-2 ซ.ม.ที่ส่วนโคนมีใบประดับหุ้ม ดอกย่อยอยู่รวมกันเป็นกระจุก
กลีบดอกย่อยสีเหลือง สีส้ม สีแดงเข้ม ที่ส่วนปลายมีสีเหลืองเกือบทั้งหมด อับเรณูเป็นสีม่วง ก้านดอกอ่อนมาก ทานน้ำหนักดอกไม่ไหวเลยโค้งลง ผลขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้ม มีขนฟูสีขาวเป็นพู่ที่ปลาย น้ำหนักเบา ปลิวไปตามลม
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ในประเทศไทย ใบและยอดอ่อนกินได้ทั้งดิบและสุก  ถูกใช้เป็นผัก กินเป็นผักลวกจิ้ม รากกินกับซอสพริก ในตะวันตกและแอฟริกากลาง ใช้ใบอ่อนฉ่ำและลำต้นที่มีเมือก ใช้เป็นผักในซุปและสตูว์ ในไนจีเรียตะวันตกเฉียงใต้ ที่นี่ใบไม้ถูกลวกเล็กน้อยน้ำส่วนเกินจะถูกระบายออกและใบไม้ก็ถูกปรุงด้วยพริก หัวหอม มะเขือเทศ แตงโมและบางครั้งกับปลาหรือเนื้อสัตว์เพื่อทำซุปและต้ม ในเซียร์ราลีโอนใบไม้ยังเป็นที่นิยมและถูกทำเป็นซอสราดด้วยถั่วลิสง  ในประเทศออสเตรเลียนั้นจะถูกกินเป็นสลัดสีเขียวไม่ว่าจะปรุงสุกหรือดิบ
ใช้เป็นยา ใบใช้แก้อาการอาหารไม่ย่อย ปวดหัว ใช้ภายนอกรักษาแผลสด ผงใบแห้งถูกนำไปใช้เป็นยานัตถุ์เพื่อหยุดเลือดออกจมูก และรมควันเพื่อรักษาโรคนอนหลับ  แทนนินที่พบในรากของพืชใช้รักษาริมฝีปากบวม อย่างไรก็ตามความปลอดภัยของการใช้ภายในจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเนื่องจากมีสารพิษจากพืช
ในวนเกษตร ได้ถูกนำมาใช้อย่างประสบความสำเร็จในการเป็นพืชดักจับเพื่อเก็บรวบรวมหนอนด้วงตัวเต็มวัยในสวนกล้วย
บทสรุปของการบุกรุก C. crepidiodes ถือเป็นพืชสมุนไพรรุกรานที่รวมอยู่ในบทสรุปทั่วโลกของวัชพืช และจัดเป็นวัชพืชที่ก้าวร้าวที่สุดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ( Randall, 2012 ) มันเป็นสายพันธุ์บุกเบิกที่มีความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ขนปุยลมจำนวนมาก
ออกดอกและติดผล : ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด ปักชำ

7 บาหยา/Asystasia gangetica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Asystasia gangetica (L.) T.Anderson
ชื่อพ้อง ---Has 2 Synonyms                                                                                                                ---Asystasia coromandeliana Nees
---Justicia gangetica L.
ชื่อสามัญ    ---Chinese violet, Asystasia, Indian Asystasia, Creeping Foxglove, Ganges primrose, Philippine violet
ชื่ออื่น    ---ย่าหยา, บุษบาฮาวาย, อ่อมแซ่บ, baya, yaya [Thai];  kuan ye shi wan cuo [Chinese]; asistasia, coromandel [Spanish]
ชื่อวงศ์    ---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
บาหยาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ชอบแสงแดดรำไร ชุ่มชื้น พบขึ้นตามที่รกร้าง ริมน้ำ ชายคลอง ทั่วไป ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค และนำมาใช้ปลูกประดับหรือเป็นไม้คลุมดิน ส่วนในประเทศออสเตรเลียพืชชนิดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่รุกรานและเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศของประเทศอย่างร้ายแรง ลักษณะของบาหยาลำต้นตั้งตรง หรือทอดเลื้อย สูงได้ถึง 1-1.5 เมตร อายุหลายปี ใบเดี่ยวออกสลับเป็นคู่ตั้งฉากกัน รูปไข่แกมรี กว้าง2.5-6ซม.ยาว8-16ซม.โคนใบสอบ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ขอบใบเรียบ
ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง เป็นช่อกระจะ ดอกสีม่วงอ่อน โคนกลีบสีขาวอมเหลือง ปลายกลีบแยกเป็น5แฉก นอกจากสีม่วงแล้วยังมีดอกสีอื่นอีก คือสีขาวและสีเหลืองอ่อน ผลแก่แตกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ด 3-4 เมล็ด เมล็ดรูปไต แบน สีน้ำตาล
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนกินเป็นผักได้แต่เหม็นเขียว
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางสมุนไพร รากใช้แก้ไข้ แก้พิษฝีภายใน แก้ไข้เหนือ ใบ แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ ใบและดอก สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่
การนำมาใช้ ปลูกเป็นไม้ประดับและพืชคลุมดินในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มันทนทานต่อการตัดและสามารถปลูกในสนามหญ้าได้ พืชที่โตง่ายไม่เลือกดิน อยู่ในที่ที่มีแสงแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน มีความสามารถเจริญเติบโตได้แม้ว่าจะโตช้าด้วยแสงแดดเพียง 10%
การนำมาใช้ในวนเกษตร มีประโยชน์อย่างยิ่งบนทางลาดซึ่งสามารถช่วยป้องกันการพังทลายของดิน เป็นพืชคลุมดินที่ป้องกันการรบกวนจากวัชพืชอื่น
ระยะเวลาออกดอก : เดือนกันยายน-ธันวาคม
ระยะติดผล : เดือนธันวาคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

8 หญ้าเกล็ดหอย/Desmodium triflorum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Desmodium triflorum (L.) DC
ชื่อพ้อง ---Has 21 synonyms   
---Desmodium parvifolium Blanco
---Desmodium granulatum (Schumach. and Thonn.) Walp.
---Hedysarum triflorum L.
---Meibomia triflora (L.) Kuntze---(more)
ชื่อสามัญ    ---Three-flower Beggarweed , Black Cover, Ticktrefoil, Creeping ticktrefoil
ชื่ออื่น    ---เกล็ดปลา, ผักแว่นโคก,หญ้าตานอ้อย,หญ้าเกล็ดหอย, หญ้าตานหอย, หญ้าตานทราย,  ya-klethoi, yan-tanhoi, ya-tansai [Thai]; san dian jin [Chinese]; Kudaliya (Bengali), Kudaliya,Motha (Hindi) {India}; hierba cuartillo [Spanish];  kihikihi [Tonga];  trang qua ba hoa [Vietnam]; smau hae lolook [Cambodia]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ทวีปเอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายทั่วไปประเทศในเขตร้อน
พบตามสนามหญ้า ที่รกร้างและพื้นที่โล่ง เจริญได้ดีในดินทุกชนิดและดินทั่วไป ในพื้นที่แห้งแล้งที่ถูกรบกวนใกล้ชายฝั่ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร
เป็นวัชพืชใบกว้างยืนต้น ลำต้นแตกกิ่งทอดนอนไปตามพื้น ต้นสูงประมาณ 5-12 ซ.ม กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีขาว ใบประกอบแบบขนนก มี3ใบย่อยออกตามซอกใบ รูปไข่กลับปลายใบตัดเล็กน้อย ขนาดใบ2.5-10 x 2.5-10 มม ดอกออกเป็นช่อกระจะออกตามซอกใบใกล้ปลายยอดออกเดี่ยวๆ หรือ2-3 ดอก ดอกขนาดเล็กรูปดอกถั่ว กลีบดอกย่อยสีม่วงอมชมพู ผลเป็นฝักแบนโค้งล็กน้อย ยาวถึง 17 มม. กว้างประมาณ 2.3 มม. มี 3-7 ปล้อง เมล็ดรูปสี่เหลี่ยม
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรคือใช้เป็นยาดับพิษร้อน  ทั้งต้นมีรสจืดเย็น แก้อาการร้อนใน ช่วยฟอกโลหิต ใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ ยาแก้ดีพิการ ใบตำละเอียดนำไปใช้ภายนอกกับบาดแผลและสำหรับปัญหาผิวโดยทั่วไป
การใช้ในวนเกษตร ปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดคลุมดินเพื่อกำจัดวัชพืชและป้องกันการพังทลายของดิน สายพันธุ์นี้มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับแบคทีเรียในดินบางชนิด แบคทีเรียเหล่านี้ก่อให้เกิดก้อนบนรากและตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศ ไนโตรเจนบางส่วนนี้ถูกใช้โดยพืชที่กำลังเติบโต แต่บางชนิดก็สามารถใช้โดยพืชอื่น ๆ
ออกดอกติดผล ---ช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


9 หญ้าน้ำดับไฟ/Lindenbergia philippensis

   

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lindenbergia philippensis (Cham.) Benth.
ชื่อพ้อง---  Has 3 Synonyms  
---Lindenbergia melvillei S.Moore
---Stemodia bodinieri Vaniot
---Stemodia philippensis Cham. & Schltdl.
ชื่อสามัญ    ---None
ชื่ออื่น    ---หญ้าดับไฟ, บัวฮาผา, หญ้าน้ำดับไฟ, กิมฮวยโพเช้า
ชื่อวงศ์    ---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---บังคลาเทศ, กัมพูชา, ลาว, พม่า, ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม 

 

จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แผ่ขยายจาก พม่าและจีนตะวันออกเฉียงใต้ สู่อินโดจีน และฟิลิปปินส์ พบเติบโตในที่ค่อนข้างแห้งบนเนินเขาหินและหินลาด แต่ยังอยู่ในสถานที่ที่ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ พบได้ที่ระดับความสูง 0- 2,600 เมตร
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เป็นไม้กลางแจ้งชอบแดดจัด ในประเทศไทยจะพบอยู่เกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ที่ระดับความสูง 800 เมตร พบได้ตามริมทางเดินและที่รกร้างทั่วไป
ต้นสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกยาว2-8ซม. ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ยาว6-20ซม.ใบประดับเป็นรูปใบหอก กลีบดอกสีเหลืองติดกันปลายแยกเป็นสองปาก ผลเป็นฝักรูปรีแคบมีขนสีน้ำตาลเข้มขนาด 5-6 มม แห้งแตกได้ เมล็ดสีเหลือง ขนาด0.5มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ตำรับยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นตำคั้นเอาแต่น้ำทารักษาแผลพุพองส่วนตำรายาไทยใช้ ทั้งต้น ตำพอกศรีษะเด็กแก้หวัด ตำผสมเหล้าพอกรักษาแผลไฟไหม้ พอกฝี
ระยะออกดอกติดผล---พฤศจิกายน-มีนาคม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำกิ่ง

10 หญ้าตีนตุ๊กแก/Tridax procumbens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tridax procumbens (L.) L
ชื่อพ้อง   --- Has 9 synonyms
---Amellus pedunculatus Ortega ex Willd.
---Balbisia canescens Rich.
---Balbisia divaricata Cass.
---Balbisia elongata Willd.
---Balbisia pedunculata Ortega ex O.Hoffm.
---Chrysanthemum procumbens (L.) Sessé & Moc.
---Tridax procumbens var. canescens (Rich. ex Pers.) DC.
---Tridax procumbens var. ovatifolia B.L.Rob. ex B.L.Rob. & Greenm.
---Tridax procumbens var. procumbens
ชื่อสามัญ    ---Wild Daisy,Mexican daisy, Coat buttons, Tridax daisy.
ชื่ออื่น    ---หญ้าตุ๊บโต๋,หญ้าต๊กโต๋ ; mata gusano [Spanish]; bisalyakarmi, mukkuthipoo [India]; kotobukigiku [Japan]; kanching baju [Malay]; cemondelan, glentanganmive, orang aring [Indonesia]; sok ne-gya [Myanmar]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เป็นวัชพืชในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน


มึถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและด้กลายเป็นวัชพืชในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก พบในดินที่เป็นทรายและหินเช่นริมถนน, ทางรถไฟ, เนินทราย, และที่รกร้าง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร
ต้นตีนตุ๊กแกเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน มีอายุฤดูเดียว เป็นวัชพืชที่ทนแล้ง ลักษณะคล้ายหญ้าทหารกล้าแต่มีความแตกต่างกัน ดูเผินๆแล้วคล้ายเป็นต้นเดียวกัน ลักษณะของต้นตีนตุ๊กแก มีระบบรากแก้ว ลำต้นและใบมึขนปกคลุม ทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดขึ้นสูง0.30-0.50เมตร ใบเดี่ยว ขนาด 2.5-6 x 2-4.5 ซม เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก เส้นกลางใบเห็นชัดด้านล่าง ผิวใบทั้งสองด้านมีขนสีขาวปกคลุมเบาบาง
ดอกออกที่ซอกใบขนาด 2x1ซม.ก้านดอกตั้งตรงยาว10-40ซม มีขน. กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน 5-8กลีบ เป็นกลีบประดับ ดอกจริงสีเหลืองสดอัดแน่นเป็นกระจุกตรงกลาง ผลแห้งไม่แตกมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นอาหาร ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก ใช้เป็นยา ใช้เป็นยารักษาโรคหวัดหลอดลมบิดและท้องเสีย ใบตำพอกแก้ปวด แก้อักเสบตามข้อ พอกฝี
ใช้อื่นๆ  ต้นอ่อนใช้เป็นอาหารสัตว์ น้ำคั้นจากใบมีคุณสมบัติฆ่าแมลงและฆ่าพยาธิ ควันที่เกิดจากการเผาพืชถูกใช้เพื่อขับไล่ยุง ใช้ใบไม้เป็นยาบำรุงผม
ใช้ในวนเกษตร ใช้เป็นพืชคลุมดิน มีรายงานว่ามีการนำมาใช้ในประเทศไนจีเรียว่าเป็นไม้ประดับในต้นปี 1900 และต่อมาแพร่กระจายจากที่นั่นไปยังประเทศเขตร้อนอื่น ๆ  ( Holm et al., 1997 )
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

11 ปืนนกไส้/Bidens pilosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Bidens pilosa L.
ชื่อพ้อง    Has 42 Synonyms
---Bidens alausensis Kunth
---Bidens chilensis DC.
---Bidens leucantha (L.) Willd.
---Bidens scandicina Kunth
---Coreopsis leucantha L.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Spanish Needle, Devil’s needles, Black jack, Beggar-ticks.
ชื่ออื่น    ---กี่นกไส้ หญ้าก้นจ้ำขาว, puen nok sai, yah koen-jam khao [Thai]; cobbler's pegs, dipmal, phutium [India]; hsien-feng-tsau; xiang feng cao [Chinese]; ko-sendangusa [Japan]; adjeran harenga [Indonesia]; pak kwan cham [Laos];  moat-so-ma-hlan; ne-gya-gale; ta-se-urt [Myanmar]; cuc trang, su nha long [Vietnam]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์   ---ยูเรเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย และ หมู่เกาะแปซิฟิก.


มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของอเมริกาและแคริบเบียน ไปยังทางใต้ของอเมริกาและ แพร่หลายไปที่อื่นๆที่อื่น
เจริญเติบโตในพื้นที่ที่ถูกรบกวนแสงแดดสูงและดินแห้งปานกลาง ในทุ่งหญ้าป่าละเมาะ ป่าชายเลน ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ ริมถนน ทุ่งหญ้า พื้นที่ชายฝั่ง และพื้นที่เกษตรกรรม เป็นวัชพืชในเขตร้อนที่มีความสามารถในการบุกรุกที่อยู่อาศัย ในระดับความสูงถึง 3,600 เมตร
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 15-100 ซม. แตกกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกช่อมีประมาณ 1-3 ดอก ดอกเดี่ยวขนาด 1 ซม. ดอกเป็นสีเหลืองซีดหรือสีครีม  ผลแห้งไม่แตก ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแห้งเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ยาว 1-1.5 ซม. แบน 4 มุมมีขนเบาบาง ปลายแยกเป็นแฉกมีหนามสีเหลือง 2 อัน
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อน ยอดอ่อน ดิบหรือสุก นำมารับประทานเป็นผักจิ้มหรือแกง เพิ่มลงในสลัดหรือนึ่งและเติมลงในซุปและสตูว์ และสามารถนำไปตากแห้งเพื่อใช้ในภายหลัง เป็นแหล่งไอโอดีนที่ดี มีการวิเคราะห์ทางโภชนาการ
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแพทย์แผนโบราณในการรักษาอาการที่หลากหลายมักจะถูกใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด ใบสดใช้แก้ปวดฟัน ใช้เป็นยาห้ามเลือด รักษา แผลบวม แผลเน่า รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้หวัด
บทสรุปของการบุกรุก เนื่องจาก B.pilosa มีคุณสมบัติเป็น allelopathic ซึ่งมีสารจากใบและรากเป็นที่รู้จักกันดีว่า ยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของต้นกล้าของพืชอื่นจำนวนมากและเชื่อว่าจะยังคงใช้งานได้ตลอดการย่อยสลาย นอกจากนี้มันยังเติบโตเร็วกว่าพันธุ์พืชที่ใกล้เคียงสามเท่า ทำให้เป็นวัชพืชที่น่าเกรงขามสำหรับพืชผลและพืชผักพื้นเมืองอื่นๆ
ระยะเวลาออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด  เติบโตอย่างรวดเร็ว การออกดอกเริ่ม 6 สัปดาห์หลังจากการงอกและดำเนินต่อไปจนกระทั่งพืชเสื่อมสภาพ 2 - 3 เดือนต่อมา

12 หญ้ายาง/Euphorbia heterophylla


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Euphorbia heterophylla L
ชื่อพ้อง ---Has 4 synonyms   
---Cyathophora heterophyla (L.) Raf.
---Euphorbia heterophylla var. genuina Boiss.
---Poinsettia heterophylla (L.) Klotzsch & Garcke
---Tithymalus heterophyllus (L.) Haw.
ชื่อสามัญ    ---Mexican fire plant, Japanese poinsettia, Wild poinsettia, Wild spurge, Painted leaf, Painted spurge, Milk Weed, Milkweed.
ชื่ออื่น    ---หญ้าน้ำหมึก, หญ้าหลังอึ่ง, หญ้าสองพันห้าร้อย, ดอกบานบา(ลาว) ; gota de sangre, huchapurga, leche de sapo, leche vana [Spanish]; poinsettia d'Amerique [French];  poinsettia d'America [Italy]
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของ อเมริกากลาง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย แอฟริกา

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน จากสหรัฐอเมริกาตอนใต้ผ่านอเมริกากลางและแคริบเบียนทางใต้สู่อาร์เจนตินา ปัจจุบันมีการกระจายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อนเอเชียและแปซิฟิกอย่างน้อย 65 ประเทศ เป็นวัชพืชของพืชสวนผลไม้ ริมถนน ดินร้างในสวน สถานที่ที่ถูกรบกวน ยังพบได้ทั่วไปในป่าเมืองและตามลำห้วย จากระดับน้ำทะเลถึง 3,000 เมตร
พืชล้มลุก อายุปีเดียวเจริญได้ดีตลอดทั้งปี ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวขุ่น เป็นพิษต่อปศุสัตว์และมนุษย์ หากสัมผัสผิวหนัง พิษของยางจะทำให้ผิวหนังอักเสบได้ และบริเวณก้านใบจะมีขนที่ทำให้เกิดอาการคัน จึงไม่ควรสัมผัสโดยตรง พบได้ตามที่รกร้างทั่วไปในประเทศไทยพบที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400-1,400 เมตร
หญ้ายางมีต้นตั้งตรงสูง 20-80ซม.และอาจสูงถึง1-2เมตรได้  (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม) ขนาดที่พบมากที่สุดคือสูง 40-60 ซม.ลำต้นเรียบสีแดงอมเขียว ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปแถบแกมรูปใบหอก ออกเรียงเวียนรอบต้น แผ่นใบด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน
ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ปลายยอด มีใบเรียงเป็นกระจุกรองรับที่โคนใบมีสีเขียวอ่อน ดอกแยกเพศอยู่บนช่อเดียวกัน กลีบรวมสีเขียว ดอกเพศเมียรูปร่างกลม ดอกเพศผู้เกิดข้างๆดอกเพศเมีย เกสรเพศผู้สีเหลือง ผลแบบผลแห้งแล้วแตกกลางพู มี 3 พู กว้าง 3-4 มม.ยาว 5-6 มม แต่ละพูมี3เมล็ด  เมล็ดรูปไข่ยาว 2.5-3 มม. มี ทั้งสีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา มีพื้นผิวที่หยาบ
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ยอดอ่อนใช้รับประทานสดประมาณ 3 ใบ มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยแก้อาการท้องผูก  รากช่วยกระทุ้งพิษ ช่วยแก้พิษฝีภายใน เปลือกต้นช่วยขับน้ำนม น้ำยางของใบและรากจะถูกนำไปใช้ในการรักษาเนื้องอกผิวหนัง หูด
การใช้อื่นๆ น้ำยาง ใช้ในการเตรียมลูกศรพิษและเบื่อปลา สีย้อม สีแดงที่รู้จักกันในชื่อ porcetin ได้มาจากใบ และบางครั้งมันก็โตเป็นไม้ประดับ
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

13 หญ้างวงช้าง/Heliotropium indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Heliotropium indicum L.
ชื่อพ้อง --- Has 7 synonyms                                                                                                            ---Eliopia riparia Raf.
---Eliopia serrata Raf.
---Heliophytum indicum (L.) DC.
---Heliotropium cordifolium Moench
---Heliotropium foetidum Salisb.
---Heliotropium horminifolium Mill.
---Tiaridium indicum (L.) Lehm.
ชื่อสามัญ    ---Indian Helitrope, Scorpion Weed, Devil weed.
ชื่ออื่น    ---ผักแพวขาว,หญ้างวงช้างน้อย, หญ้างวงช้าง, yah nguang-chang [Thai]; hatisundha [India]; nanbanruriso [Japan]; sin-letmaung-gyi [Myanmar]; gou-wei-chung-tsan [Taiwan]; vòi voi [Vietnam]; cola de alacran; cotorrera; moco de pavo [Spainish]
ชื่อวงศ์    ---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา                                                                                        
เขตการกระจายพันธุ์    --- อเมริกาใต้ (อาร์เจนตินา ปรากวัย บราซิล โบลิเวีย เปรู), อินเดีย, คาบสมุทรมลายูและแอฟริกา และเอเชียเขตร้อนรวมทั้ง สิงคโปร์
                                                                                


มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วภูมิภาคเขตร้อนของโลกและได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการยากที่จะระบุแหล่งกำเนิดที่แม่นยำ แหล่งข้อมูลบางอย่าง (ตัวอย่างเช่นHolm et al., 1977 ; Kostermans และคณะ, 1987 ) ระบุว่ามีต้นกำเนิดจากทวีปเอเซีย  แต่ Waterhouse (1993) ถือว่าแหล่งกำเนิดเป็นของเขตร้อนของอเมริกา
การกระจายเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในแอฟริกา ภูมิภาคแคริบเบียนของอเมริกาใต้ และอเมริกากลาง ภูมิภาคเขตร้อนของอเมริกาเหนือและเอเชียใต้ เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลียซึ่งพบได้ในดินแดนทางเหนือและรัฐควีนส์แลนด์  พบที่ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 800 เมตร
พืช ล้มลุก อายุปีเดียว เจริญได้ดีในหน้าฝน และแสงแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน พบได้ตามพื้นที่ชื้นแฉะ ริมแม่น้ำ ลำคลอง ท้องนา แหล่งน้ำต่าง ๆ  ลักษณะ ลำต้นแตกแขนงมีระบบรากแก้ว มีความสูงไม่ถึง1เมตร ลำต้นกลม อวบน้ำ มีขนขึ้นอยู่ทั่วไปทั้งต้นและใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเกือบตรงข้ามกัน รูปไข่กว้าง2-5ซม.ยาว3-8ซม. ผิวใบย่นหนาขอบใบจักตื้น ดอกเป็นช่อยาวม้วนงอที่ปลายช่อ ยาว9-16ซม.ก้านดอกยาว2-3ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กเรียงกันเป็นสองแถวสีขาวหรือขาวอมม่วงอ่อนๆ ผลรูปรียาว 2-3 มม.มี2พู พูละ1เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ถูกใช้อย่างแพร่หลายมานานหลายศตวรรษในการรักษาหูด  การอักเสบและเนื้องอก  มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบมีรสเฝื่อนเย็น ต้มน้ำดื่มลดน้ำตาลในเลือด หรือน้ำคั้นใช้หยอดหูแก้ฝีในหู  ทั้งต้นรสขม ใช้เป็นยาเย็น  แก้ไข้ เจ็บคอ ไอ หืด ดับพิษร้อน ใบตำละเอียดรักษาเหงือกที่ติดเชื้อ
ถูกใช้เป็นยาแก้ปวดทั่วเขตร้อนของแอฟริกาเพื่อบรรเทาอาการปวดรูมาติก เป็นยาขับปัสสาวะและรักษาปัญหาผิวมากมายรวมทั้ง ลมพิษ, หิด, แผล, กลากและแผลพุพอง ทั่วทั้งทวีปมีความหลากหลายในการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช วิธีการเตรียมและการจัดการ การใช้อื่นๆ ใบนำมาย้อมเส้นไหมจะให้สีน้ำตาลอ่อน
ระยะออกดอก---ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

14 หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima


หญ้าต้อมต๊อก/Phylsalis minima
ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Phylsalis minima Linn.
ชื่อพ้อง---  Has 3 synonyms                                                                                                 
---Physalis indica Lam.
---Physalis micrantha Link
---Physalis parviflora R.Br.
ชื่อสามัญ    ---Sun berry, Native gooseberry, Wild cape gooseberry, Pygmy groundcherry, Tinkling bell grass
ชื่ออื่น    ---โทงเทง, ปุงปิง, หญ้าถองแถง ;Rasbhari, Ban tipariya, Chirpati (Hindi) [India]; Pantug-pantugan (Tag.)[Philippines]; Xiao suan jiang, K'u chi [Chinese]; Letup, Letup-letup, Rumput meranti.[Malay].
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---จากเอเชียตะวันออก จีน เทือกเขาหิมาลัย ไปยัง ออสเตรเลีย


ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวมีแนวโน้มที่จะมีลักษณะเป็นวัชพืชซึ่งมักพบในพื้นที่ที่ถูกรบกวน พบตามที่รกร้างใกล้น้ำ ที่ดอนโล่งแจ้งทั่วไป และในป่าเบญจพรรณ ต้นสูงได้ถึง50เซนติเมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ยาว 2.5–12 ซม. กว้าง 4.5- 7ซม. ใบเรียบไม่มีขนขอบใบหยักตื้นลึกไม่สม่ำเสมอ ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบ ก้านดอกยาว 1.2 ซม ดอกขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 -1.4 ซม กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียวมี5กลีบมีจุดสีม่วงขนาดใหญ่ 5 จุด ที่โคนกลีบดอกด้านใน ผลสดรูปค่อนข้างกลมหุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ยังคงอยู่ ก้านผลยาว 2.2 ซม. ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางผล 1.4- 1.6 ซม สุกเต้มที่สีเหลืองอ่อน เมล็ดกลมสีเหลือง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ผลสุกนั้นกินสด รสชาดเหมือนมะเขือเทศเชอร์รี่ ถูกกล่าวถึงว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย มีวิตามินซีสูง ผลดิบสามารถกินเป็นผัก
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นเป็นยาเย็นแก้ร้อนใน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ต้นสดคั้นกับน้ำเล็กน้อยชุบสำลีอมข้างแก้มค่อยๆกลืนน้ำทีละน้อยแก้พิษฝีขึ้น ในคอ ยาพื้นบ้านใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย
ระยะออกดอก --- เดือนมีนาคมถึง-เดือนเมษายนและยังออกต่อไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ระยะออกผล ---เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมถึง-ปลายเดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด งอกภายใน 2-6 สัปดาห์ ภายใต้สภาพที่เหมาะสม

15 หญ้าพันงูขาว/Achyranthes aspera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Achyranthes aspera Linn.
ชื่อพ้อง  ---Has 6 synonyms  
---Achyranthes aspera var. albissima Suess.           
---Achyranthes aspera f. annulosa Suess.
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.)
---Achyranthes aspera var. argentea (Lam.) C.B. Clarke     
---Achyranthes aspera var. aspera             
---Achyranthes aspera var. australis (R.Br.) Domin
ชื่อสามัญ    --- Devil's horsewhip, Burweed, Prickly chaff-flower, Rough chaff flower, Washerman’s plant.
ชื่ออื่น    ---หญ้าพันงู  หญ้าพันงูเขา  หญ้าตีนงูขาว  ควยงู  หญ้าโคยงู ; herbe sergent, queue de rat [French]; abrojo [Mexico]; kunjar, puthkanda [India]; udombo [Zimbabwe]; mozotillo, rabo de chanco [Costa Rica]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทวีป เอมริกา เอเซีย ยุโรป
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วไป


พืชพื้นเมืองในธรรมชาติของเขตร้อน ทวีป เอมริกา เอเซีย ยุโรป ตอนนี้เป็นวัชพืชที่แพร่หลายไปยัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียและบางพื้นที่ของหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
เป็นไม้ล้มลุกมักขึ้นเป็นวัชพืชในบริเวณที่รกร้าง ที่โล่ง และในที่ที่มีความชุ่มชื้น เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี พบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง อายุอยู่ได้ 1-2 ปี สูงประมาณ 30 - 100ซม. ลำต้นเป็นสันข้อโป่งพองออก มีหนามแน่น จะแตกกิ่งก้านสาขามากจากบริเวณโคนของลำต้น แตกกิ่งก้านเป็นคู่ๆ และสามารถทอดกิ่งนอนไปตามพื้นดินแล้วเกิดรากบริเวณข้อได้  กิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม สีเขียว มีขนนุ่มสีขาวขึ้นอยู่ทั่วไป
ใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนานหรือไข่กลับยาวสูงสุด10ซม. ปลายใบเรียวแหลมถึงกลม  ผิวใบมีขนสั้นละเอียดสีขาวนุ่มเกาะติดจำนวนมาก ดอกออกเป็นช่อยาวที่ปลายกิ่ง ยาว15-20 ซม. สูงสุด 60ซม.ดอกย่อยเกาะติดห้อยหัวแนบกับก้านช่อ และมีจำนวนมาก สีขาว หรือแกมเขียว ผลเป็นฝักมีผิวเรียบรูปทรงกระบอกปลายตัดยาว 1-3 (-5) มม.สีม่วงหรือสีน้ำตาล เมล็ดรูปกระบอกรีหัวและท้ายเรียว ผิวเรียบสีน้ำตาลเหลือง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นมีรสขม เผ็ดเล็กน้อย เป็นยาเย็นจัด ออกฤทธิ์ต่อปอดและไต ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ลำต้นสดนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุไฟ ตำรับยาแก้ไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรีย ให้ใช้หญ้าพันงูขาวประมาณ 30-45 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันในหมูรับประทาน
ระยะเวลาออกดอก---ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน, ระยะเวลาออกผล---เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์ : วิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ

16 หญ้าพันงูเขียว/Stachytarpheta jamaicensis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Stachytarpheta jamaicensis (L.) Vahl.
ชื่อพ้อง   ---Has 17 Synonyms
---Abena jamaicensis (L.) Hitchc.
---Stachytarpheta bogoriensis Zoll. & Moritzi
---Stachytarpheta friedrichsthalii Hayek
---Stachytarpheta pilosiuscula Kunth
---Valerianoides jamaicensis (L.) Medik.
---Verbena americana Mill.
---Verbena jamaicensis L.
---Verbena pilosiuscula (Kunth) Endl.
---Zappania jamaicensis (L.) Lam.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Jamaica vervain, Brazilian Tea, Bastard Vervain, Arron’s Rod, Blue porterweed, Blue snake weed, Light-blue snakeweed
ชื่ออื่น    ---เจ๊กจับกบ, เดือยงู, พระอินทร์โปรย , หญ้าหนวดเสือ ;  Jamaica snakeweed [Australia]; verbena cimarona [Cuba];  kariyartharani, katapunuttu, semainyuruvi [India]; gewongan, jarong [Indonesia]; ramput tahi babi [Malay]; mautofu tala [Samoa];  iku'i kuma [Tonga].
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---สหรัฐอเมริกา(ฟลอริด้า อลาบามา) เม็กซิโก บราซิล อิคัวดอร์ โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า กีอาน่า แคริบเบียน เอเชีย (อินโดจีน)


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน แต่เป็นที่รู้จักกันดีในเอเชียในศตวรรษที่ 18 ตอนนี้แพร่หลายในอเมริกากลาง, แคริบเบียน, เอเชียตะวันออก, เอเซียใต้ และ หมู่เกาะในแปซิฟิก ในแอฟริกา มีการบันทึกว่ามีการรุกรานในประเทศเคนยาและแทนซาเนีย มักขึ้นตามเนินเขา ตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า พื้นที่เปิด หรือตามริมถนน พบได้ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร
หญ้าพันงูเขียว เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 0.50 -2 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาทางด้านข้าง ใบเป็นใบเดี่ยว ยาว 3-10 ซม ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งยาว 20-40 ซม ดอกเป็นสีม่วงน้ำเงิน เป็นรูปกลมงอเล็กน้อย มีกลีบดอก 5 กลีบ มีกาบใบ 1 ใบโคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ดอกจะออกในช่วงฤดูร้อน ผลมีกลีบเลี้ยงหุ้มอยู่ พบได้ในบริเวณช่อดอก ถ้าแห้งแล้วจะแตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ด เมล็ดยาว 5 มม. สีน้ำตาล
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบสีเขียวจะถูกสับและปรุงเพียงอย่างเดียวหรือผสมกับผักอื่น ๆ มีการเพิ่มกะทิหรือถั่วลิสงที่โขลกแล้วและเสิร์ฟพร้อมกับอาหารหลักเช่น ugali หรือข้าว
ใบแห้งถูกนำมาใช้เพื่อเป็นชาหรือใช้เพื่อเจือจางชาจีน
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นมีรสขม ชุ่ม เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ช่วยขับเหงื่อ ใบใช้รักษาอาการเจ็บคอ คออักเสบ ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำตาล ใช้เป็นยาอม
น้ำคั้นจากใบใช้สำหรับรักษาอาการจุกเสียดและแก้ปวดบิด ใบถูกใช้ภายนอกสำหรับการรักษาผิวหนังที่ถูกไฟไหม้ น้ำคั้นจากใบวางไว้ในหูเพื่อบรรเทาอาการปวดหู
ระยะออกดอก : เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ :โดยใช้เมล็ด ปักชำ

17 หญ้าพันงูแดง/Cyathula prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cyathula prostrata (L.) Blume
ชื่อพ้อง    ---Has 13 Synonyms
---Achyranthes debilis Poir.
---Achyranthes diffusa Moench
---Achyranthes globosa Pers.
---Achyranthes prostrata L.
---Cyathula alternifolia Druce
---Cyathula geniculata Lour.
---Cyathula globosa (Pers.) Moq.
---Cyathula repens Moq.
---Desmochaeta globosa (Pers.) Schult.
---Desmochaeta micrantha DC.
---Desmochaeta prostrata (L.) DC.
---Desmochaeta repens Schult.
---Pupalia prostrata (L.) Mart.
ชื่อสามัญ    ---Pastureweed
ชื่ออื่น    ---หญ้าพันงูเล็ก ,หญ้าพันธุ์งูแดง , Yaa phaanngu lek, Yaa phaanghu daeng.[Thai]; Dayang (Tag.)[Philippines]; Bei xian.[Chinese]; Andot ko.[Cambodia]; Nyarang, Menjarang, Keremak [Malay]; Rumput jarang-jarang, Ranggitan, Rai-rai fofoheka.[Indonesia]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซียเอเซีย                                                                           เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเชีย นิวกินี ตอนเหนือของออสเตรเลีย ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก

 

แพร่หลายในเขตร้อนผ่านหลายส่วนของแอฟริกาผ่านเอเชียไปยังนิวกินีทางตอนเหนือของออสเตรเลียและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก พบขึ้นตามพื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ หรือในที่ร่มทั่วไป และตามชายป่า โดยมักขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 0 - 1900 เมตร
พันงูแดงเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก อยู่ได้หลายปี สูงประมาณ 30-70ซ.ม. ลำต้นเป็นข้อสีแดง เหลี่ยมมน ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยงหรือมีขนเล็กน้อยตามลำต้นหรือกิ่งก้าน ใบรูปสี่เหลี่บขนมเปียกปูนหรือขอบขนานยาว2-8 ซม.
ออกดอกเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบ ช่อดอกยาว 5-20 ซม. ปลายช่อมีดอกสีเขียวออกเป็นกระจุกรวมกัน ผลเป็นผลแห้งแตกได้ รูปสามเหลี่ยมผิวเรียบ ภายในผลมีเมล็ดรูปรียาว1.5 - 1.5 มม.สีน้ำตาลเป็นมัน
การใช้ประโยชน์ เป็นอาหาร ใบกินได้ใช้เป็นผัก
ใช้เป็นยา ตำรายาโบราณว่ารากหญ้าพันงูแดงมีรสจืด มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปัสสาวะหยดย้อย ใบ มีรสจืด แก้เม็ดยอดในคอ แก้คออักเสบ ดอก มีรสจืด แก้เสมหะที่คั่งในทรวงอก ละลายก้อนนิ่ว ทั้งต้น มีรสจืด มีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับโลหิตระดู เจริญไฟธาตุ แก้พิษฝี แก้ไข้ตรีโทษ แก้ไอ แก้เมาเบื่อ แก้บิด ขับนิ่ว ขับเสมหะ ตำพอกแก้พิษ ตะขาบและแมงป่อง
ระยะออกดอกและติดผล---กันยายน - เมษายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

18 ผักโขมหัด/Amaranthus viridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Amaranthus viridis L
ชื่อพ้อง   ---Has 10 Synonyms
---Albersia caudata (Jacq.) Boiss.
---Albersia gracilis (Desf.) Webb & Berthel.
---Amaranthus fasciatus Roxb.
---Chenopodium caudatum Jacq.
---Euxolus caudatus (Jacq.) Moq.
---Euxolus caudatus var. gracilis Moq.
---Euxolus caudatus var. maximus Moq.
---Euxolus viridis (L.) Moq.
---Galliaria adscendens Bubani
---Glomeraria viridis (L.) Cav.
ชื่อสามัญ     ---Slender amaranth, African spinach, Calalu, Green amaranth, Rough pigweed, Wild amaranth
ชื่ออื่น    ---ผักขม , ผักหม, กระเหม่อลอเตอ (แม่ฮ่องสอน, กะเหรี่ยง) [Thai] ; bledo blanco [Argentina]; bledo manso [Colombia]; caruru-de-mancha [Brazil]; colites [Philippines]; aobiyu, honaga-inubiyu, nagabo-biyu [Japan]; Jungali Chaulayi (Hindi) [India]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แหล่งกำเนิดคลุมเครือแม้ว่าอาจจะเป็นอเมริกาใต้ (GRIN)
เขตการกระจายพันธุ์    ---กระจายเข้าไปในเขตอบอุ่นบ้างเล็กน้อย เช่น พบในญี่ปุ่น จีน

  

เขตร้อนของอเมริกา ที่อยู่อาศัยดั้งเดิมนั้นคลุมเครือ แต่ตอนนี้พืชกลายเป็นวัชพืชสากลเป็นหนึ่งในวัชพืชที่พบมากที่สุดในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
ไม้ พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก อายุฤดูเดียว เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่ไม่มีร่มเงา เป็นวัชพืชที่ขึ้นทั่วไป ไม่ชอบที่แฉะหรือมีน้ำขัง พบขึ้นเองรวมกับพืชชนิดอื่นในแปลงผัก และพื้นที่เพาะปลูกทั่วไป ลักษณะต้นสูงประมาณ 0. 30-1 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่มีหนาม ใบรูปไข่ ขนาด  2-7 x 1.5-5.5 ซม. ใบป้อมเล็กกว่าผักขมหนาม ออกแบบสลับ ช่อดอกมีสีเขียว น้ำตาลปนแดง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 2-12 ซม. เมล็ดกลมสีน้ำตาลเกือบดำขนาด 1.25-1.75 มม.
เป็นได้ทั้งวัชพืชและพืชผักพื้นบ้าน การใช้ประโยชน์ ใบ ดอก เมล็ด-สุกใช้เป็นอาหาร
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ต้นแก้อาการแน่นหน้าอกและไอหอบ ใบสดรักษาแผลพุพอง รักษาการอักเสบจากฝี หนองใน และริดสีดวงทวาร รากช่วยดับพิษร้อนถอนพิษไข้ขับถ่ายปัสสาวะ
ใช้อื่นๅ พืชให้สีย้อม สีเขียว สีเหลือง เถ้าของพืชอุดมไปด้วยแร่โปแตชและใช้ทำสบู่
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ


19 ผักโขมหนาม/Amaranthus spinosus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Amaranthus spinosus L.
ชื่อพ้อง    ---Has 4 Synonyms
---Amaranthus caracasanus Kunth
---Amaranthus coracanus Mart.
---Amaranthus diacanthus Raf.
---Galliaria spitosa (L.) Nieuwl.
ชื่อสามัญ    ---Spiny amaranth, Spiny pigweed, Spiny calaloo, Sticker weed, Thorny pigweed, Wild callau
ชื่ออื่น    ---ผักขมหนาม, pak-khom-nam [Thai]; ci xian, tsz-hsien [Chinese]; bajra, chauli [India]; haribiyu [Japan]; bayam duri [Malay]; bayam eri, bayem cikron, senggang cucuk [Indonesia]; akum, alayon [Philippines]; dén gai [Vietnam]; pti banlar [Khmer]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

 

ช่วงการกระจายดั้งเดิมของ A. spinosusไม่แน่นอน อาจเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาในเขตร้อนชื้ นและถูกนำเข้าสู่ส่วนอื่น ๆ ที่อบอุ่นของโลก ขยายเข้าไปในเขตอบอุ่นในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา มันสร้างปัญหาที่เกิดจากวัชพืช ในทะเลแคริบเบียนทางตะวันตก และทางใต้ของแอฟริกา รอบอ่าวเบงกอล และในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากญี่ปุ่นไปยังอินโดนีเซีย
บทสรุปของการบุกรุก เป็นวัชพืชที่ร้ายแรงในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก พืชมีหนามขนาดใหญ่ซึ่งทำให้ไม่อร่อยสำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ การกำจัดวัชพืชทำด้วยมือทำได้ยาก เช่นเดียวกับผักโขมชนิดอื่นที่ผลิตเมล็ดจำนวนมากซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้หลังจากที่พืชถูกตัดและยังคงทำงานได้เป็นเวลานาน
A. spinosus เป็น ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวพบได้ทั่วไปตามข้างถนนหนทาง ที่รกร้างหรือทุ่งนา ทุ่งหญ้า ลักษณะ ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก สูง 0.30-1 (-2) เมตร. ในที่ดินอุดมสมบูรณ์อาจสูงถึง 2 เมตร ผิวเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานแกมใบหอก ขนาด 3-10 (-15) × 1.5-6 ซม.. มีหนามเล็กๆแหลมยาว2อันอยู่ที่โคนก้านใบ เมื่ออ่อนอยู่มีขนเล็กน้อยที่เส้นใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่งช่อดอกโค้ง ดอกย่อยเรียงตัวอัดกันแน่น มีหนาม ไม่แข็ง ขอบกลีบใส ตรงกลางมีแถบสีเขียวหรือม่วง ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ผลแห้งแตกได้ เมล็ดกลมสีดำมันขนาด 0.7-1 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร เป็นพืชอาหารที่มีค่าในแอฟริกา ซึ่งมีค่าในอาหารไทยด้วยและในอีกหลายๆประเทศ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก บังคลาเทศ ใช้ในการผัดและในซุปผสมกับผักอื่น ๆ
พืชชนิดนี้เป็นที่รู้จักในภาษามัลดีฟส์ ว่า massaaguได้ถูกนำมาใช้เป็นอาหารมานานหลายศตวรรษ เช่นในอาหาร ที่เรียกว่า Mas HUNI
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ยาพื้นบ้านล้านนาใช้ รากเผาไฟพอข้างนอกดำ จี้ที่หัวฝี ช่วยให้ฝีที่แก่แตกใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะ แก้ตกเลือด แน่นท้องและขับน้ำนม ในการแพทย์พื้นบ้านของอินเดียเถ้าของผลไม้ของ A. spinosusใช้สำหรับโรคดีซ่าน
ใช้อื่นๆ ในกัมพูชาและเวียตนาม ใช้เถ้าถ่านเป็นสีย้อมผ้าสีเทาในอดีต
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

20 ผักโขมสวน /Amaranthus tricolor

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Amaranthus tricolor L.
ชื่อพ้อง---Has 28 Synonyms

_Albersia polygama Boiss. _Amaranthus melancholicus L.
_Amaranthus bicolor Nocca ex Willd. _Amaranthus mucronatus Hook.f.
_Amaranthus cuspidatus Vis. _Amaranthus polygamus L.
_Amaranthus dubius Mart. _Amaranthus rotundifolius Moq.
_Amaranthus flexuosus Moq. _Amaranthus roxburghianus var. angustifolius (Moq.)
_Amaranthus gangeticus L. _Amaranthus salicifolius H.J.Veitch
_Amaranthus gangeticus var. angustior L.H.Bailey _Amaranthus tenuifolius Wall.
_Amaranthus inamoenus Willd. _Amaranthus tricolor var. acutus Saubhik Das
_Amaranthus incomptus Willd. _Amaranthus tristis L.
_Amaranthus japonicus Houtt. ex Steud. _Blitum gangeticum (L.) Moench
_Amaranthus japonicus Houtt. ex Willd. _Blitum melancholicum Moench
_Amaranthus lanceolatus Roxb. _Euxolus polygamus (L.) Moq.
_Amaranthus lancifolius Roxb. _Glomeraria bicolor Cav. ex Moq.
_Amaranthus mangostanus L. _Glomeraria tricolor (L.) Cav.

ชื่อสามัญ ---  Edible amaranth, Chinese Spinach, Joseph’s coat, Tampala.
ชื่ออื่น---ผักขมสวน, ผักขมสี, ผักโขมสี, ผักขมขาว, ผักขมใบใหญ่, ผักโขมใบใหญ่ [Thai]; xian [China]; bishalya, bishalya karani, chaulaai [India]; aupa [Indonesia]; hageito [Japan]; blero morisco [Cuba]
ชื่อวงศ์---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย นิวกินี แคริเบียน หมู่เกาะในแปซิฟิก แอฟริกา

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียจากอินเดียถึงจีนและญี่ปุ่นทางตอนเหนือและอินโดนีเซียทางใต้ ในนิวกีนีและนิวเฮบไบด์และฟิจิ และได้รับการปลูกเลี้ยงอย่างกว้างขวาง ในแอฟริกา ในเบนิน ไนจีเรีย เคนยา และแทนซาเนีย ( Grubben, 2004 ) ยังปลูกกันในแถบทะเลแคริบเบียน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลุยเซียน่า มิชิแกน และมิสซูรี่ และได้หลบหนีจากการเพาะปลูกในประเทศกลายเป็นวัชพืช
ไม้ล้มลุกจริญเติบโตได้เร็ว ในประเทศไทย พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ลักษณะ ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 0.5- 1.30 เมตร แตกแขนงมาก เป็นเหลี่ยมเกลี้ยง ยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว ยาว 4–10 ซม เรียงเวียนสลับกัน รูปรีถึงรูปไข่  ปลายใบมน ส่วนโคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบสีเขียวเข้ม, สีเขียวอ่อนหรือสีแดง ขั้วใบอาจแดง, ม่วง, เหลืองหรือแตกต่าง
 ดอกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก ภายในผลมีเมล็ดรูปไข่สีดำขนาดเล็ก จำนวนมาก
ต้นและใบของผักโขมสวนจะมีสีม่วงอมดำคล้ำอยู่ประมาณ 2 เดือนนับตั้งแต่การเพาะเมล็ด หลังจากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนสี โดยที่ส่วนของยอดลงมาประมาณ 1 ใน 3 ของลำต้นจะมีสีแดง
ไม้ล้มลุกจริญเติบโตได้เร็ว พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ลักษณะ ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 0.5- 1.30 เมตร ยอดมีขนสั้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับกัน รูปรีถึงรูปไข่  ปลายใบมน ส่วนโคนใบสอบ
ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง ดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีแดง ผลแห้งแก่ไม่แตก ภายในผลมีเมล็ดสีดำขนาดเล็ก จำนวนมาก
ต้นและใบของผักโขมสวนจะมีสีม่วงอมดำคล้ำอยู่ประมาณ 2 เดือนนับตั้งแต่การเพาะเมล็ด หลังจากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนสี โดยที่ส่วนของยอดลงมาประมาณ 1 ใน 3 ของลำต้นจะมีสีแดง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนต้นอ่อน ดิบหรือปรุงสุก ผัด ต้ม ลำต้นขนาดใหญ่ทำให้ผักอร่อย กินดิบ หรือสุก ปรุงแทนหน่อไม้ฝรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการ อุดมไปด้วยวิตามิน A และมีเนื้อหาที่เป็นธรรมชาติของวิตามิน B1 และ C
ไม่มีการระบุสมาชิกของพืชชนิดนี้ว่าเป็นพิษ แต่เมื่อปลูกบนดินที่อุดมด้วยไนโตรเจน จะเกิดไนเตรตในใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไนเตรตมีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร Baby blue และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่ควรกินพืชชนิดนี้หากปลูกแบบอนินทรีย์
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนใช้เป็นยาสมานแผลและยาขับปัสสาวะ กล่าวกันว่าเมล็ดมีคุณสมบัติเป็นโป๊ว
นำมาใช้เป็นไม้ประดับและใช้จัดสวน ในสวนไม้ดอก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า Joseph’s coat หรือ"เงาะถอดรูป"
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

21 โขมหินต้นตั้ง/Boerhavia erecta

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Boerhavia erecta L.
ชื่อพ้อง  --- Has 3 synonyms
---Boerhavia elongata Salisb.
---Boerhavia thornberi M.E.Jones
---Valeriana latifolia M.Martens & Galeotti
ชื่อสามัญ    ---Erect Spidering, Erect Boerhavia
ชื่ออื่น    ---ผักขมหิน ผักโขมฟ้า ผักปั๋งดิน [Thai] ; Shweta [India];  zhi li huang xi xin [Chinese];  cadillo lagana, colombiana, golondrina, hierba blanca [Spanish]
ชื่อวงศ์    ---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 

ถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ,เม็กซิโก ,อเมริกากลางและตะวันตกของอเมริกาใต้ แต่ตอนนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกใน เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ในทวีปแอฟริกา จากแอฟริกาตะวันตก , ไปทางทิศตะวันออกไปยัง โซมาเลีย และลงไปที่แอฟริกาใต้ และเพิ่งถูกพบในส่วนของมาดากัสการ์และเรอูนียง. ในเอเชียมันเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย , ชวา , มาเลเซีย , ฟิลิปปินส์ , จีนและหมู่เกาะริวกิว ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,500 เมตร
เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวพบได้ตามที่รกร้าง ไหล่ทาง ทางรถไฟ ดินมีการระบายน้ำดีน้ำไม่ท่วมขัง ทนแล้งได้ดี เป็นวัชพืชในแปลงพืชไร่ ประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประทศ ลักษณะลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30-60 ซม. มักแตกกิ่งที่โคน ผิวลำต้นเกลี้ยงบริเวณโคนต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว ขนาด กว้าง2-3.5ซม.ยาว 3-4.5ซม.รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบกลมหรือตัด ขอบใบเป็นคลื่น ออกเป็นคู่ตรงข้ามมีก้านใบยาวประมาณ 2 ซม. พื้นผิวด้านบนของใบเป็นสีเขียวและมีขนบางครั้งมีต่อมกระจัดกระจาย ด้านล่างเป็นสีเทาขาวมักมีสีแดงอมม่วงที่ขอบใบ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด2-3ช่อ  มีใบประดับสองใบที่รองรับช่อดอกแต่ละกิ่ง ที่แยกออกตั้งแต่แรก ดอกขนาดเล็กมี2-6ดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 3 มม. กลีบดอกรูประฆังสีขาวครีม 5 กลีบ เว้าตรงกลาง มีเส้นกลางกลีบสีชมพู  ผล anthocarp (หนึ่งเมล็ดผลไม้ล้อมรอบด้วยกลีบเลี้ยงถาวร)รูปกรวยกลับ ปลายตัดกว้าง 0.3-0.5 มม มีสันนูนชัดเจน 5 สัน เกลี้ยง สีเขียว ผลเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ผลสุกของพืชนี้มีความเหนียว ทำให้สามารถติดไปกับสิ่งของต่างๆ ได้ง่าย เป็นการแพร่กระจายโดยมนุษย์และสัตว์
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ในแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกใบจะถูกกินเป็นผักและในซอส ใน Sahel
การใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใช้ในยาแผนโบราณ ยาต้มจากทุกส่วนของพืชจะถูกนำไปใช้ในการรักษาปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร, ตับและปัญหาการมีบุตรยากและชักในเด็ก ขี้เถ้าของพืชทุกส่วนถูกถูบนหนังศีรษะเพื่อรักษาโรคติดเชื้อรา รากถูกใช้ภายนอก ถูบนฝีเพื่อทำให้ฝีสุก
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด


22 โขมหินต้นแผ่/Boerhavia diffusa


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Boerhavia diffusa L.
ชื่อพ้อง ---Has 16 synonyms  

_Axia cochinchinensis Lour. _Boerhavia decumbens Vahl
_Boerhavia adscendens Willd. _Boerhavia diffusa var. leiocarpa (Heimerl) C.D.Adams
_Boerhavia africana Lour. _Boerhavia diffusa var. pubescens Choisy
_Boerhavia caespitosa Ridl. _Boerhavia obtusifolia Steud.
_Boerhavia ciliatobracteata Heimerl _Boerhavia paniculata Lam.
_Boerhavia coccinea var. leiocarpa (Heimerl) Standl. _Boerhavia paniculata var. guaranitica Heimerl
_Boerhavia coccinea var. paniculata (Kuntze) Moscoso _Boerhavia paniculata var. leiocarpa (Heimerl) Heimerl

ชื่อสามัญ --- Red spiderling, Hogweed, Pigweed, Spreading hogweed, Tarvine.
ชื่ออื่น     ---ผักโขมหินต้นแผ่ [Thai]; Punarnava [Nepalese ]; huang xi xin [Chinese]; Hierba de cabro [Spanish]
ชื่อวงศ์    ---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซีย ออสเตรเลีย อเมริกา หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 

พบในออสเตรเลีย ปากีสถาน ซูดาน ศรีลังกา แอฟริกาใต้ บราซิล และสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง  พม่า จีน และอินเดีย Boerhavia diffusa ยังเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของอินเดียและพบได้ทั่วทุกส่วนของประเทศที่อบอุ่นถึงระดับความสูง 2,000 เมตรในเขตเทือกเขาหิมาลัย
วัชพืชใบกว้างอายุปีเดียวหรือข้ามปี พบระบาดทั่วไปในเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่นในหลายประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมักพบตามแปลงพืชไร่ ตามริมถนนหนทาง โดยขึ้นปะปนกับหญ้าและวัชพืชชนิดอื่น ผักโขมหินต้นแผ่ ลำต้นกลมเรียบมีขนนุ่มประปราย ทอดแผ่เลื้อยไปตามพื้นโดยแตกแขนงจำนวนมากที่โคนต้น อาจไปได้ไกลถึง2เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาด  1.5-6 ซม. × 0.5-5 ซม. ออกเป็นคู่ตรงข้าม ปลายใบมน โคนใบเว้า ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างใบสีเขียวอ่อนถึงขาว  ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดสีชมพูอมม่วง ดอกขนาดเล็กรูปทรงกรวย มี(1)3-5(-7)ดอก ผล anthocarp รูปทรงคล้ายกระบองสีเขียวเป็นสัน5สัน
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร  ในแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกบางครั้งใบจะถูกเตรียมในซอสเป็นผัก มีการเพิ่มเมล็ดลงในซีเรียลใน เซเนกัลและมาลี ใบปรุงเป็นผักในแกงและซุปในอินเดียก็เช่นกัน ทั้งรากและเมล็ดผสมกับแกงและขนมปัง
ใช้เป็นยา เป็นพืชในเขตร้อนชื้นที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพทั้งในใบและราก มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนใช้สด ยกเว้นรากที่ตากแห้งแล้วนำมาใช้ภายหลัง มีคุณสมบัติที่สำคัญในการเป็นสารต้านตับอักเสบและยาขับปัสสาวะ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น punarnava (หมายถึงสิ่งที่ rejuvenates หรือต่ออายุร่างกายในอายุรเวท) อยู่ในกลุ่มสมุนไพรต่อต้านริ้วรอย เป็นยาที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยลดอาการบวม ใบถูกใช้เป็นอาหารมังสวิรัติเพื่อลดอาการบวมน้ำ ในฐานะที่เป็นยาอายุรเวทสมุนไพรนี้มีการกล่าวถึงการรักษาความผิดปกติเช่นอาการจุกเสียดในลำไส้, โรคไต, ไอ, โรคริดสีดวงทวาร , โรคผิวหนัง, โรคพิษสุราเรื้อรัง , นอนไม่หลับ , โรคตา, asthama และโรคดีซ่าน
การใช้อื่นๆ ใช้เป็น อาหารสัคว์ แกะ โค กระบือ
ระยะออกดอกผล---เมษายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด จะผลิตดอก 4 สัปดาห์หลังจากการงอกของเมล็ด

23 ขมหินใบน้อย/Pilea microphylla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pilea microphylla (L.) Liebm.
ชื่อพ้อง---Has 18 synonyms 

_Adicea microphylla Kuntze _Pilea peperomiifolia Liebm.
_Chamaecnide microphylla Nees ex Miq. _Pilea portula Liebm.
_Dubrueilia microphylla (L.) Gaudich. _Pilea portulacina Blume
_Parietaria microphylla L. _Pilea subcrenata Blume
_Pilea aripoensis Britton _Pilea trianthmoides var. microphylla (L.) Wedd.
_Pilea herniarifolia Blume _Urtica herniarifolia Willd.
_Pilea microphylla var. longifolia Wedd. _Urtica microphylla (L.) Sw.
_Pilea muscosa Lindl. _Urtica portulacina Spreng.
_Pilea muscosa var. microphylla (L.) Wedd. _Urtica portulacoides Spreng.

ชื่อสามัญ    ---Artilllery plany, Rock weed, Gunpowder plant, Military fern
ชื่ออื่น    --- ชมหินใบน้อย, ต้นไข่มด, หญ้าไข่มด, หยาดน้ำค้าง [Thai]; xiao ye leng shui hua [Chinese];              Kogeme-mizu [Japan];  Katumpangan.[Malay];  Akar nasi, Jalu-jalu bobudo [Indonesia]; limu [Tonga]; Alabong, Isang-dakot-na-bigas (Tag.) [Philippines]
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---พื้นที่เขตร้อนและเขตร้อนที่หลากหลายทั่วโลก

มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโกถึงบราซิลในอเมริกาใต้ ยกเว้นชิลี และอุรุกวัย ไปยังอเมริกากลาง -ปานามาไปยังเม็กซิโก; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปยังบาฮามาสและตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา  ชอบขึ้นอยู่ตามที่ชื้น ตามกระถางต้นไม้ริมรั้ว ผนังอิฐเก่า ในที่ร่มชื้นทั่วไป
ไม่เกี่ยวกับผักขมเลยอยู่คนละวงศ์กัน  ชื่อหลักตามบัญชีรายชื่อพรรณไม้แห่ง ประเทศไทยมีชื่อเรียกต้นนี้อยู่ชื่อเดียว คือ ขมหินใบน้อย แต่รู้จักและเรียกกันทั่วไปว่า หญ้าไข่มด หรือ ต้นไข่มด ส่วนทางเหนือจะเรียกว่า ต้นหยาดน้ำค้าง ชอบตำแหน่งในที่ร่มบางส่วน ต้องใช้ดินที่ชื้น แต่มีการระบายน้ำที่ดีและสามารถทนต่อน้ำท่วมในช่วงเวลาสั้น ๆ ทนทานต่อดินหลากหลายประเภท ลักษณะ ต้นกลมเกลี้ยงบางใสอวบน้ำ สูง 20-30 ซม. ใบออกตรงข้ามไม่เท่ากัน ขนาดเล็กมาก 4 x 3 มม. รูปไข่โค้งมนฉ่ำใบสีเขียวอ่อน ดอกออกตามซอกใบเป็นกระจุก สีเขียวเล็ก ๆ ไม่ฉูดฉาดขนาด1-1.5 มม ดอกไม้เพศผู้กระจายเรณูขึ้นสู่อากาศ เหตุนี้จึงได้ชื่อชื่อสามัญ Gunpowder plant ซึ่งหมายถึงว่ามันจะเพาะเมล็ดเองในบริเวณกว้าง เมล็ดรูปรี ยาว 1 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้ในท้องถิ่นเป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใบใช้รักษาแผลฟกช้ำ
ใช้ในสวน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเติบโตขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายเฟิร์นมักจะปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนไม้ประดับและยังปลูกเป็นพืชบ้านในเขตเย็น เพิ่มสีสันให้กับ terrariums, กระเช้าแขวน, และ หลังคาสีเขียว                                ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด,ชำราก

24 ลูกใต้ใบ/Phyllanthus amarus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Phyllanthus amarus Schum. et Thonn
ชื่อพ้อง    ---Has 8 synonyms
---Diasperus nanus (Hook.f. ) Kuntze
---Phyllanthus nanus Hook.f.
---Phyllanthus niruri baronianus (Leandri) ลีอันรี
---Phyllanthus niruri amarus (Schumach. & Thonn.) Leandri
---Phyllanthus niruri scabrellus (Webb) Müll.Arg
---Phyllanthus niruroides madagascariensis Leandri
---Phyllanthus scabrellusเวบบ์
---Phyllanthus swartzii Kostel
ชื่อสามัญ    ---Seed-under-leaf, Egg woman, Stonebreaker,Black catnip, Carry me seed, Child pick-a-back, Gale of wind.
ชื่ออื่น    ---มะขามป้อมดิน, หญ้าใต้ใบ, หญ้าใต้ใบขาว,  หมากไข่หลัง [Thai]; Bhui Aamla (Hindi) [India];  Chanca Piedra [Spanish]; Bhumyamalaki [Ayurveda]
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---หมู่เกาะแคริบเบียน สหรัฐอเมริกา บราซิล เปรู  ไทย ลาว พม่า เขมร อินเดีย

 

เติบโตขึ้นทั่วโลกในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนพืชมีการแพร่กระจายเพื่อกลายเป็นวัชพืชมักจะรุกรานในหลายพื้นที่ของเขตร้อน
ต้นลูกใต้ใบเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ชอบขึ้นในที่ชื้น พบทั่วไปในพื้นที่เปิด ระบาดทั่วไปในแหล่งเพาะปลูก พื้นที่รกร้างและริมทาง พบตั้งแต่ระดับ 30-1100 ม. จากระดับน้ำทะเล ต้นสูงประมาณ 10-50 ซม. ทุกส่วนมีรสขม ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง3-4 มม.ยาว5-9มม. ดอกออกที่ซอกใบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว เพศผู้ออกเป็นกระจุก สีนวล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ กลม ผิวเรียบหรือมีพูบ้าง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ถูกใช้ในระบบอายุรเวทมานานกว่า 2,000 ปีซึ่งเชื่อกันว่าป้องกันหรือรักษาภาวะสุขภาพ หลากหลายรูปแบบ ยาอายุรเวท Bhumyamalaki ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาความผิดปกติของตับ สมุนไพรดั้งเดิมนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันและยารักษาโรคสำหรับโรคดีซ่านและโรคตับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังใช้สำหรับปัญหาการมีประจำเดือนและมดลูกในสตรี ลำต้นใบและรากของพืชสามารถนำมาใช้ในการทำชา,ใช้ยอดสดและใบนำไปใช้กับผิวเพื่อรักษาแผลและผื่น
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด เมล็ดสดจะงอกช้ากว่าเมล็ดที่เก็บไว้ ( เมล็ดพันธุ์สามารถใช้ได้นานถึงหกเดือนนับจากเวลาเก็บเกี่ยว)

26 สันพร้าหอม (Ayapana)

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Ayapana triplinervis (Vahl) R.M.King & H.Rob.
ชื่อพ้อง ---Has 4 Synonyms
---Ayapana officinalis Spach
---Eupatorium ayapana Vent.
---Eupatorium luzoniense Llanos
---Eupatorium triplinerve Vahl
ชื่อสามัญ ---Triplinerved eupatorium, White snakeroot, Pool root
ชื่ออื่น ---เกี๋ยงใบพาย, สันพร้าหอม, [Thai]; Ayapana (Tag.)[Philippines]; Acerang [Indonesia]; Ba dot, Cay ba dot, Ca dot [Vietnam]
ชื่อวงศ์ ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบนิน, สาธารณรัฐโดมินิกัน, อินเดีย, จาวา, มอริเชียส, ฟิลิปปินส์, เปอร์โตริโก, รอดริก, เรอูนียง, เซเชลส์, ตรินิแดด - โตเบโก, เวียดนาม
เป็นพืชพื้นเมืองของ อเมริกาใต้ บราซิล เอกวาดอร์, เฟรนช์เกียนา ถึง ซูรินัม กระจายอย่างกว้างขวางในอเมริกาเขตร้อนและประเทศอื่นๆ พบในป่าชั้นรองในร่มเงาที่ชื้นที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,600เมตร
ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูงถึง 30-60 ซม. ลำต้นตั้งตรง ผิวบางไม่มีขนสีแดง ใบเดี่ยวยาว 5 - 8 ซม. เรียงตรงข้าม เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวมัน แผ่นใบรูปรีแกมรูปใข่ ผิวใบด้านล่างมี 3 เส้นใบ ชัดเจน
ดอกช่อ แบบช่อกระจุกแน่น ดอกย่อยสีชมพู มีประมาณ 20ดอก ขนาด 6-7มม.ผลรูปรีแคบยาวประมาณ2 มม.
การใช้ประโยชน์ เป็นอาหาร และยา ใช้กินได้ ใบและยอดอ่อนกินเป็นผัก ใบใช้ทำชา รสชาดเผ็ด
ใช้เป็นยา พืชมีกลิ่นแรงของ coumarin โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบดและมีรสชาติซึ่งทั้งขมและหอม ใบเป็นยาแก้พิษ, ยาแก้ไข้, ใบถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นชาในพื้นที่  ทุกส่วนของพืชใช้ในการรักษาโรคท้องร่วงเรื้อรัง โรคปอด ไข้หวัดใหญ่  หวัดทรวงอก ปอดบวม และ ท้องผูก และยังเป็นยาแก้พิษงูกัด เนื่องจากชาที่ใช้มีคุณสมบัติห้ามเลือดจึงใช้ในการควบคุมปัญหาการมีประจำเดือน
การใช้ในวนเกษตร  เหมาะสำหรับคลุมดินในไร่ชาและสวนยาง บางครั้งมีการปลูกเพื่อจุดประสงค์นี้ แต่บ่อยครั้งมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและได้รับการบำรุงรักษาโดยการกำจัดวัชพืชแบบเลือกสรร มีคุณสมบัติครอบคลุมพื้นดินที่ยอดเยี่ยมและรักษาหน้าดิน
การใช้อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยสีเขียวอ่อนได้มาจากการกลั่นใบ สารสกัดเมทานอลของพืชใช้เป็นยาฆ่าแมลงกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ชยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำกิ่ง

27 ขอบชะนาง/Pouzolzia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pouzolzia zeylanica (L.) Benn. & R. Br.
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms
---Parietaria indica L.
---Pouzolzia indica (L.) G. Benn.
---Urtica glomerata Klein ex Willd.
ชื่อสามัญ    ---Graceful Pouzolzsbush
ชื่ออื่น    ---ขอบชะนางขาว, ขอบชะนางแดง,ต้นหนอนตาย [Thai]; Kallurukki[India]; Wu shui ge [Chinese]; Tuia, Apoyapoyan (Tag.)[Philippines]; Pouzolzie de Ceylan.[French]; Toem tanhit jhnien, Kandab chhneang [Cambodia]; Bo mam.[Vietnam]
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลกเขตร้อน


ไม้ ล้มลุกเลื้อยแผ่ไปตามดินยอดตั้งขึ้น พบขึ้นอยู่ตามริมทาง พื้นที่รกร้าง ชอบขึ้นตามพื้นที่ร่มเย็นที่มีอิฐปูนเก่า ๆ หรือตามที่ผุพัง ตามสวนริมร่องน้ำ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ มีชื่อเรียกว่า ขอบชะนางขาว กับ ขอบชะนางแดง ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะกายภาพ พบขึ้นอยู่ตามริมทาง พื้นที่รกร้าง ชอบขึ้นตามพื้นที่ร่มเย็นที่มีอิฐปูนเก่า ๆ หรือตามที่ผุพัง ตามสวนริมร่องน้ำ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ
ลักษณะ ลำต้นโตกว่าก้านไม้ขีดเล็กน้อย สูง 10-40 ซม. มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปใบหอก ขนาด  1.2-9 x (0.6-) 0.8-3 ซม. เรียงสลับรูปใบหอกมีขนเล็กน้อยบนต้นและแผ่นใบ
ดอกขนาดเล็กออกเป็น4กระจุกที่ซอกใบและกิ่งสีเขียวหรือสีม่วง เป็นดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ผลสีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอ่อน เป็นผลแห้งไม่แตก ขนาด 1-1.2 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร เปลือกของต้น ช่วยดับพิษในกระดูกในเส้นเอ็น หุงน้ำมันทารักษาพยาธิผิวหนัง แผลพุพอง นำมาปรุงรับประทานเป็นยาขับเลือด และขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคหนองใน
ใช้อื่นๆ ต้นและดอกจะมีรสเมาเบื่อ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก เอามาวางในปากไหปลาร้า ฆ่าหนอน วัวควายที่เป็นแผลขนาดใหญ่ ใช้ต้นสดตำเป็นยาฆ่าหนอนแมลง และรักษาแผลสดอีกด้วย
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - ธันวาคม
ขยายพันธุ์----ด้วยการใช้เมล็ด

28 ผักปลังขาว/Basella alba

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    --- Basella alba L
ชื่อพ้อง---Has 10 Synonyms
---Basella alba var. cordifolia (Lam.) M.R.Almeida
---Basella cananifolia Buch.-Ham. ex Wall.
---Basella cordifolia Lam.
---Basella crassifolia Salisb.
---Basella japonica Burm.f.
---Basella lucida L.
---Basella nigra Lour.
---Basella rubra L.
---Basella volubilis Salisb.
---Gandola nigra (Lour.) Raf.                          
ชื่อสามัญ    ---Ceylon spinach,East Indian spinach, Vine spinach, Malabar nightshade
ชื่ออื่น    ---ผักปั๋ง, ผักปลังใหญ่, ผักปลังขาว,  ผักปรัง,  Phak pang, Phak plang, Phak plang yai, Po deng chai. [Thai]; Grana, Libato (Tag.) [Philippines];  Mu er cai, Hong teng cai, Hong chan cai, Zi luo kui, Zi ruan teng, Zi bei teng cai, Yan zhi cai [Chinese]; Mongtoi[Vietnam]; Lalbachlu, poi, Poi saag, Saag.(Hindi)[India]; Kuki no akai shin tsurumurasaki, Shin tsuru murasaki [Japan]
ชื่อวงศ์    ---BASELLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา

ถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะอีสต์อินดีส ไม้เถาเลื้อยล้มลุกพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าทุ่ง ที่รกร้าง หรือตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดรำไร ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน  มีความยาวประมาณ 2-6 เมตร ลำต้นมีสีม่วงหรือเขียว ใบเดี่ยวขนาด 5 - 12 ซม. เรียงสลับ รูปไข่ป้อม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อออกที่ซอกใบยาว 5-30 ซม.ดอกย่อยสีชมพูขนาด 4 มม. ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ สีดำ รูปกลมหรือรูปไข่ ยาว5-6 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร พืชได้รับการปลูกอย่างกว้างขวางสำหรับใบที่กินได้ในเขตร้อน สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี  ใบและก้าน - ดิบหรือปรุงสุก มีการวิเคราะห์ทางโภชนาการ เป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน A และ C, เหล็กและแคลเซียม
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร  รากฝาด รักษาโรคท้องร่วง ใบและลำต้นถูกปรุงและกินเพื่อเป็นยาระบาย เป็นยาขับปัสสาวะ ในเนปาล น้ำคั้นจากใบใช้แก้หวัด ใบรักษาภายนอกเพื่อรักษาฝีและแผล
ใช้อื่นๆ สีแดงได้มาจากน้ำผลไม้ ถูกใช้เป็นสีแดง, หมึก, และสำหรับผสมสีในอาหาร
ระยะออกดอกผล : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ : ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เมล็ดใช้เวลาการงอกภายใน 10 - 21 วัน หรือ ปักชำเถาแก่

ผักปลังแดง/Basella rubra


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Basella rubra L.
ชื่อพ้อง-----This name is a synonym of Basella alba L
ชื่อสามัญ    ---Red Malabar Spinach, Red vine spinach, Climbing Ceylon spinach.
ชื่ออื่น    ---ผักปั๋ง ผักปลังใหญ่   ผักปลังแดง ผักปรัง [Thai]; Lalbachlu, poi, Poi saag, Saag(Hindi)[India]; Mu er cai, Hong teng cai, Hong chan cai, Zi luo kui, Zi ruan teng, Zi bei teng cai, Yan zhi cai.[Chinese];  Kuki no akai shin tsurumurasaki, Shin tsuru murasaki. [Japan]; Mongtoi [Vietnam];  alugbati [Philippines]
ชื่อวงศ์    ---BASELLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้ ถูกปลูกเลี้ยงในเขตร้อนของชายฝั่ง Malabar ของอินเดียและศรีลังกา ในทวีปเอเชีย
ไม้ เถาเลื้อยล้มลุกพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าทุ่ง ที่รกร้าง หรือตามที่ชุ่มชื้นทั่วไป  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดรำไร ทุกส่วนของต้นอวบน้ำ เกลี้ยง กลม ไม่มีขน สีแดง มีความยาวประมาณ 2-6 เมตร  ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ป้อม เนื้อใบหนานุ่ม เมื่อขยี้มีเมือกเหนียว ดอกช่อออกที่ซอกใบดอกย่อยสีม่วง ขาว ไม่มีก้านดอก ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ สีดำ
การใช้ประโยชน์ เหมือนผักปลังขาว
ระยะออกดอกผล : ตลอดปี

29 กระเจานา/Corchorus aestuans


ชื่อวิทยาศาสตร์:     ---Corchorus aestuans L.
ชื่อพ้อง  --- Has 7 Synonyms
---Corchorus acutangulus Lam.
---Corchorus acutangulus var. brachycarpus Domin
---Corchorus aesticans Hill
---Corchorus campestris Macfad.
---Corchorus furcatus G.Don
---Corchorus fuscus Roxb.
---Corchorus oppositiflorus Hassk.
ชื่อสามัญ:    ---White Jute,  East Indian jew's-mallow, West African mallow, East Indian mallow.
ชื่ออื่น:    ---กระเจา ปอเส้ง ปอวัชพืช ขัดมอญตัวผู้ [Thai]; Gombo par terre, gombo rampant, gombo sauvage [Frenc]; Chonch,Hade-ka-khet [India]
ชื่อวงศ์วงศ์:    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    --S. อเมริกา - บราซิล, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, กายอานา; แคริบเบียน - ตรินิแดดไปบาฮามาส; C. America - นิการากัว, กัวเตมาลา, เม็กซิโก เอเซีย  แหลมมาลายู


มีการกระจายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อน จากเซเนกัลไปทางทิศตะวันออกถึงโซมาเลีย และทางใต้ไปยังแอฟริกาใต้ และ มีมากในภูมิภาคเอเซีย แหลมมาลายู  พบในในทุ่งหญ้าที่ราบชายฝั่งทะเลตลิ่งแม่น้ำ สถานที่ที่ถูกรบกวน จากระดับน้ำทะเลสูงถึง 1,350 เมตร
มีการเพาะปลูกในท้องถิ่นเพื่อใช้ประโยชน์ และนอกจากนี้ก็ยังเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในที่เพาะปลูกพืชอื่นๆด้วย กลายเป็นวัชพืชรุกรานในบางพื้นที่
ไม้ล้มลุกโตเร็วอายุปีเดียว ฃอบขึ้นในที่ มีความชื้นสูง เป็นวัชพืชในพืชไร่ และพืชหลังนา พบทุกภาคในประเทศไทย ตามที่ราบระดับต่ำ ริมทาง ทุ่งนา ทุ่งหญ้าที่รกร้าง เป็นพวกเดียวกับปอกระเจา ต้นสูงประมาณ 0.60-1 เมตร ลำต้นแตกแขนงมาก เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง มีเส้นใยเหนียวใช้ทำเชือกได้ ลำต้นมีขนละเอียด  ก้านใบยาวไม่เกิน 3 ซม ใบเดี่ยว รูปไข่ เรียงสลับ ขนาด 2.5-7 x 1.5-3.5 ซม มีหูใบรูปเส้นด้าย 3 อัน ขนาดไม่เท่ากัน  ปลายใบแหลมหรือแหลม ยาว โคนใบมนหรือกลม บางครั้งเบี้ยว แผ่นใบมีขนยาวกระจายทั้งสองด้าน ขอบใบจักซี่
ดอกออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบหรือตรงข้ามใบ ใบประดับคล้ายหูใบ ก้านดอกสั้นมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กลับ
ผลแบบแคปซูลทรงกระบอก ขนาด1–4 ซม. × c 0.5 ซม.ออกเดี่ยวหรือ 2–3 ตรงหรือโค้งงอเล็กน้อย ปลายแยกเป็นพู 2 แฉก มีเมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้มขนาด 0.5-1 มม.จำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบมีการรับประทานกันอย่างแพร่หลายเป็นผัก ยกตัวอย่างเช่นในภาคเหนือของเบนินมันถูกใช้เป็นผักใบในซอส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียรากสุกเป็นผัก
ใช้เป็นยา ในยาแผนโบราณของแอฟริกันสารสกัดจากรากหรือใบถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคหนองในและสารสกัดจากพืชทั้งหมดรวมถึงรากใช้สำหรับการฉีดเพื่อรักษาท่อปัสสาวะ ในอินเดียมีการใช้เมล็ดในการรักษาอาการปวดท้องและโรคปอดบวม
ใช้อื่นๆ ใบไม้ใช้เลี้ยงสัคว์ ไฟเบอร์คุณภาพดีนั้นได้มาจากเปลือกไม้ ใช้สำหรับทำเชือก หนึ่งในพืชเส้นใยปอกระเจา
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

30 ปอกระเจา/Corchorus olitorius


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Corchorus olitorius Linn.
ขื่อพ้อง---Has 5 synonyms
---Corchorus catharticus Blanco
---Corchorus decemangularis Roxb. ex G.Don
---Corchorus longicarpus G.Don
---Corchorus malchairii De Wild.
---Corchorus quinquelocularis Moench
ชื่อlสามัญ--- Tossa Jute, Jew’s Mallow, Nalta Jute.
ชื่ออื่น--- ปอกระเจาฝักยาว ; huang ma [Chinese];  pat [India]; nagamitsunaso; Taiwantsunaso [Japan]; corcoro [Italy]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา หรือทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน


อาจจะมีต้นกำเนิดในแอฟริกาแม้ว่าอาจจะเป็นในอินเดียและพม่า แต่พืชก็มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อน ถึงระดับความสูงประมาณ 700 เมตร
วัชพืชล้มลุกชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ  สูงประมาณ 0.8-1.5 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ลำต้นเกลี้ยง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปใบหอก ใบกว้างประมาณ 5-6 ซ.ม. ยาว 5-12 ซ.ม.
ใบคล้ายใบปอกระเจา แต่ความกว้างของใบกว้างกว่า ที่ฐานของโคนแผ่นใบมีเส้นสีแดงๆ เล็กๆ 2 เส้น ขอบใบหยัก มีขนเล็กน้อยโดยเฉพาะที่ปลายยอด ดอกขนาดเล็กสีเหลือง ออกเป็นกระจุก 2-3 ดอก ระหว่างซอกใบและกิ่ง
ผลเป็นแคปซูล เป็นรูปทรงกระบอกยาว ขนาด ยาวประมาณ 3-6.5 ซม., ซ.ม. มีสัน 10 สันและมีเส้นสานกันเป็นตาข่ายเล็กๆ ผิวผลไม่เรียบ ผลแตกได้ 3-6 แฉก มีเมล็ดสีเขียวอมนํ้าตาลเป็นเหลี่ยม
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ในอียิปต์ใบแห้งใช้ในซุปภายใต้ชื่อภาษาอาหรับ  " Molukhyia" ในอินเดียจะรับประทานใบและหน่ออ่อน ผลอ่อนจะถูกเพิ่มลงในสลัดหรือใช้เป็น potherb
ใช้เป็นยา เป็นยาพื้นบ้าน สำหรับแก้อาการปวดเมื่อย  ปวดบิด, ลำไส้บิด, ไข้, ปวดทรวงอก และเนื้องอก  ตำราอายุรเวทใช้ใบสำหรับน้ำในช่องท้องปวดกองและเนื้องอก ที่อื่นๆ ใบใช้สำหรับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ปัสสาวะลำบาก, ไข้และโรคหนองใน เมล็ดพืชนั้นเป็นยาถ่าย
ใช้อื่นๆ ไฟเบอร์ได้มาจากลำต้นมันเป็นแหล่งหลักของปอกระเจา เส้นใยค่อนข้างหยาบและส่วนใหญ่ใช้สำหรับผ้ากระสอบ
ขยายพันธุ์---เมล็ด 

31 ปอกระเจาฝักกลม/Corchorus capsularis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Corchorus capsularis Linn.
ชื่อพ้อง---    Has 2 synonyms                                                                                                            --Corchorus cordifolius Salisb.
---Corchorus marua Buch.-Ham. nom. inval.
ชื่อสามัญ ---Jute, Nalta Jute, Tossa Jute, White Jute,
ชื่ออื่น---ปอเส้ง, เส้ง ปอกระเจา ปอกระเจาฝักกลม  ปอ, Po krachao, Po seng, Seng, Po.[Thai];  Yuan guo huang ma.[Chinese]; Ichibi, Tsunaso.[Japanese]; Hwangma.[Korean]; Kancing baju [Malay]; Patsan, Shuti paat, Tita (Bitter) paat, San.(Hindi)[India]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพัรธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน จีน ญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม มลายูภาคใต้ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์


พืชถูกปลูกเลี้ยงอย่างกว้างขวางในอินเดียและบางลาเทศ รวมถึงในประเทศเขตร้อนอื่น ๆ
วัชพิชล้มลุกขนาดเล็ก อายุอยู่ได้ปีเดียว สูงประมาณ 1 เมตร ใบเดี่ยวรูปใบหอก ยาว 5 - 12 ซม.   ออกเรียงสลับ ใบรูปยาวเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบอ่อนบาง ที่โคนใบมีเส้นเล็ก ๆ สีแดงอยู่ 2 เส้น ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก โดยจะออกบริเวณระหว่างซอกใบกับกิ่ง ดอกเป็นสีเหลืองมีขนาดเล็ก
ผลแบบแคปซูล รูปกลม เป็นพู 5 พู ผิวผลขรุขระ ไม่เรียบเกลี้ยง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซ.ม แกแล้วแตก มีเมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบ - ดิบหรือสุก ใบอ่อนและผลอ่อนจะถูกเพิ่มลงในสลัดในขณะที่ใบเก่าทำเป็นหม้อสมุนไพร มีโปรตีนสูง ใบแห้งสามารถใช้ใส่ในซุปข้น และใช้ทำชา
ใช้เป็นยา ใบเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, ขับลม, ยาระบาย, ใช้ยาต้มจากรากและผลไม้สุกในการรักษาโรคบิด
ใช้อื่นๆ  เส้นใยได้จากลำต้น ค่อนข้างหยาบ มีความแข็งแรง นี้ใช้ทำถุงกระสอบ เชือก พรม ผ้าหยาบและสิ่งของอื่น ๆ ที่คล้ายกันในชีวิตประจำวัน แก่นที่เหลือหลังจากการสกัดเส้นใยถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษและในการเตรียมแอลกอฮอล์
ออกดอกและติดผล---ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

32 ตำแยแมว/Acalipha indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Acalipha indica L.
ชื่อพ้อง    ---Has 9 synonyms
---Acalypha caroliniana Blanco
---Acalypha decidua Forssk.
---Acalypha fimbriata Baill.
---Acalypha somalensis Pax
---Acalypha somalium Müll.Arg.
---Acalypha spicata Forssk.
---Cupamenis indica (L.) Raf.
---Ricinocarpus deciduus (Forssk.) Kuntze
---Ricinocarpus indicus (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ    ---Indian copperleaf, Indian acalypha, Indian-nettle, Tree-seeded mercury
ชื่ออื่น    ---ตำแยแมว, ตำแยตัวผู้, ตำแยป่า, หญ้าแมว, หญ้ายาแมว, หานแมว, ลังตาไก่, อเนกคุณ [Thai];  dai tie xian cai [China]; Maraotong [Philippines]; Kuppikhokli (Hindi)[India]; Ricinelle des Indes, Oreille de chatte [French].
ชื่อวงศ์    ---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย  อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย


เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนของโลกเก่า ในแอฟริกามันเกิดขึ้นใน ไนจีเรีย ในแอฟริกาตะวันตก และครอบคลุมทั่วทั้งแอฟริกาเขตร้อน และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย , เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ , เยเมนและโอเชียเนีย  เติบโตในสถานที่ที่ถูกรบกวน สถานที่ที่ชื้นและมีร่มเงา มักพบบริเวณริมถนนที่ดินที่รกร้าง ป่าผลัดใบและชายป่าละเมาะจากที่ราบถึง 1,350 เมตร
ลักษณะเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ต้นตรงสูงประมาณ40-60ซม.ใบค่อนข้างกลมหรือรูปไข่กว้าง ขนาด 1.2 - 6.5  × 1-4 ซม. ปลายใบแหลมเล็กน้อย ขอบใบจักเล็กๆ ดอกเป็นดอกช่อออกตามซอกใบยาว 2.5–6 ซม. ส่วนยอดของช่อดอกเป็นดอกเพศเมีย มีใบประดับหยักเป็นซี่ฟัน มีขนปกคลุม แต่ละใบประดับหุ้มห่อดอก 2-6 ดอก ผลแห้งแตกได้ขนาด 1.5-2 มม.  ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ในอินเดียและอินโดนีเซียพืชได้รับการปลูก ตามยอดและใบที่กินได้ใช้ปรุงเป็นผัก
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ตำแยแมวมี 2 ชนิด คือ ชนิดใบกลมเรียกว่าตำแยแมวตัวเมีย ชนิดใบแหลมเรียกตำแยแมวตัวผู้ ที่นิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรคือตำแยแมวตัวเมีย
 ราก  ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน ทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร
ใบ ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก ขับเสมหะในโรคหลอดลมอักเสบ ขับเสมหะในโรคหอบหืด เป็นยาถ่าย (ถ้ารับประทานจำนวนมากจะทำให้ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน) ใบแห้งป่นโรยรักษาแผลเนื่องจากนอนมาก ยาระบาย แก้หืด ขับเสมหะทั้งต้น ขับเสมหะ ทำให้อาเจียนถอน พิษของโรคแมวได้ดีตำแยแมวนี้ถ้าถอนเอาขั้นมาทั้งต้นทั้งรากแล้วโยนทิ้งไว้ แมวเห็นเข้า จะตรงเข้ากลิ้งเกลือกไปมาแล้วกินราก เป็นยารักษาโรคของแมว
การใช้อื่นๆ พืชเป็นที่รู้จักกันว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อรากับโรคพืช และเป็นที่ทราบกันดีอีกด้วยว่ารากของมันนั้นมีเสน่ห์ต่อแมวในบ้าน
ระยะออกดอกและติดผล--- กรกฎาคม – ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

33 สะเดาดิน/Glinus oppositifolius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Glinus oppositifolius (L.) Aug.DC.
ชื่อพ้อง  ---Has 19 synonyms

_Glinus cambessedesii var. nudiusculus Fenzl _Mollugo oppositifolia L.
_Glinus cambessedesii var. villosus Fenzl _Mollugo serrulata Sond.
_Glinus denticulatus (Guill. & Perr.) Fenzl _Mollugo spathulata Poepp. ex Fenzl
_Glinus mollugo Fenzl _Mollugo spergula L.
_Glinus spergula (L.) Steud. _Nemallosis prostrata Raf.
_Glinus spergula var. rotundifolia (Ewart & A.H.K.Petrie) _Pharnaceum denticulatum D.Dietr.
 Ewart & P.H.Jarrett _Pharnaceum oppositifolium (L.) Spreng.
_Mollugo denticulata Guill. & Perr. _Pharnaceum parviflorum Roth
_Mollugo erecta Burm.f. _Pharnaceum spergula (L.) Dillwyn
_Mollugo novohollandica F.Muell. _Wycliffea rotundifolia Ewart & A.H.K.Petrie

ชื่อสามัญ    ---Sweetjuice, Slender Carpet-weed, Bitter Cumin,Indian Chickweed,Bitter Leaf
ชื่ออื่น    ---สะเดาดิน, ผักขวง, ผักขี้ขวง, ขี้ข๋วง , Phak-khee-khuang.[Thai]; Jima (Hindi)[India]; Malagoso, Sarsalida (Tag)[Philipines]; Jia fan lu, Cu huo li mu cao, Cheng geng xing su cao.[Chinese]; Gima shak.[Bangladesh]
ชื่อวงศ์    ---MOLLUGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

 

เขตร้อนของแอฟริกาผ่านเอเชียเขตร้อนและกึ่งร้อนชื้นไปยังออสเตรเลียตอนเหนือ พบในภูมิภาคที่แห้งแล้งจากที่ราบสูงถึง 100 เมตร และถึง 275 เมตรในเขตพื้นที่พรุตามฤดูกาลในสระแห้ง คูน้ำ ในนาข้าว บางครั้งพบในเขตทรายใกล้ทะเล  และพบได้ทั่วไปในเขตร้อนที่ระดับความสูง 0-1,000เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นบริเวณที่ชื้น ในไร่นา และตามสนามหญ้าโดยทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นทอดเลื้อยแตกแขนงแผ่ออกรอบต้นไปตามพื้นดิน ยาว 5–80 ซม.  ใบมีขนาดเล็กเรียวยาวขนาด 4-12.5 มม. ออกจากบริเวณข้อ 4-5 ใบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้น ดอก ออกรอบๆ ข้อ 4-6 ดอก กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว  ผลรูปยาวรี กว้าง 1.5–2.5 มม.ยาว  3.5–5 มม ผลแก่แตกออกเป็นสามแฉก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลแดงจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ใบ - ปรุงและใช้เป็นผัก ยอดจะกินสด นำมาประกอบอาหารก็ได้ รสขมคล้ายสะเดา
ใช้เป็นยา สรรพคุณเป็นสมุนไพร แก้โรคเบาหวาน ทั้งต้นใช้ แก้ไข้ แก้ไอ แก้หวัด แก้ร้อนใน  บำรุงน้ำดี  ใช้หยอดหูแก้ปวดหู ลำต้น,ใบแก้คุณไสย เข้าเครื่องยาแก้คัน เข้าเครื่องยาแก้ปวดเมื่อย ใช้เป็นยารักษาอาการลำไส้และซิฟิลิส ในอินเดียใช้โดยคนชนเผ่าสำหรับโรคตับ
ระยะออกดอกและติดผล --- เดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน
ขยายพันธุ์ ---- เมล็ด

34 ตำลึงตัวผู้/Solena amplexicaulis


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Solena amplexicaulis (Lam.) Gandhi.
ชื่อพ้อง    ---Has 14 Synonyms---Basionym: Bryonia amplexicaulis Lam

_Bryonia amplexicaulis Lam. _Karivia amplexicaulis (Lam.) Arn.
_Bryonia hastata Lour. _Karivia sinuosa M.Roem.
_Bryonia heterophylla Raeusch. _Melothria amplexicaulis (Lam.) Cogn.
_Bryonia solena Mirb. ex Steud. _Momordica heterophylla Cogn. ex F.B.Forbes 
_Cucurbita sagittata Klein ex Steud. & Hemsl.
_Harlandia bryonioides Hance _Zehneria connivens Miq.
_Juchia hastata M.Roem. _Zehneria filiformis Miq.
_Zehneria hastata Miq.

ชื่อสามัญ     ---Creeping Cucumber, Diversely-leaved Melothria
ชื่ออื่น     ---ตำลึงตัวผู้ ; Kawudu kekiri;  Amantamul, Ban Kakra, Tarali [India]
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย, สิกขิม, จีน, พม่า,ไทย, ลาว, กัมพูชา เวียดนาม, สิกขิม, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย
ตำลึงตัวผู้เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กมีมือจับไว้เกาะยึดหลักหรือต้นไม้อื่น ลำต้นเป็นหัวใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาด 4-8 x 3-7 ซม. ใบแยกเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉกหยักเว้าลึก
 ต่างจากใบตำลึงตัวเมียที่เป็นรูปสามเหลี่ยมหยักใบตื้นกว่า ต้นผู้กับต้นเมียจะต่างคนต่างอยู่แยกจากกัน แกงจืดใบตำลึง ต้มเลือดหมูที่เรารับประทานกัน จะได้จากใบตำลึงตัวเมีย
ส่วนใบตำลึงตัวผู้จะรับประทานไม่ได้รับประทานเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสีย ห้ามรับประทานนะท่าน สังเกตุให้ดีอย่าเก็บเพลิน
การใช้ประโยชน์ รากและเมล็ดถือว่าเป็นยากระตุ้นและรักษา
ระยะออกดอกติดผล---กรกฎาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ปักชำ

35 กะเม็งตัวเมีย/Eclipta prostrata

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Eclipta prostrata (L.) L.
ชื่อพ้อง---   Has 104 Synonyms
---Eclipta erectra L.
---Verbesina alba L.
---Verbisina prostrata L.---(many more)
ชื่อสามัญ    ---Eclipta, White Head , False Daisy, Swamp daisy, Thistles,Trailing eclipta.
ชื่ออื่น    ---กะเม็งตัวเมีย, หญ้าสับ, ฮ่อมเกี่ยว ; Han Lian Cao [China]; hierba prieta, yerba-de-tago [Spanish]; takasaburo [Japan]; Madhukar,Bhangra,Bhringaraj (Hindi)[India].
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย เนปาล ไทย จีน บราซิล


พืชพื้นเมืองของเอเชีย มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วประเทศอินเดีย , เนปาล , จีน , ไทยและบราซิล จากเขตอบอุ่นไปยังเขตร้อนทั่วโลก
พบตามที่ชื้นแฉะทั่วไป อยู่ได้ทั้งแดดจัดและร่มรำไร แต่อยู่ในร่ม ใบจะใหญ่กว่า เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียวสูง 30-50 ซม.ลำต้นสีเขียวหรือน้ำตาลแดงมีขนละเอียด ใบเดี่ยวตรงข้ามรูปหอกผิวใบมีขนทั้งสองด้าน  กว้าง1-2.5ซม.ยาว3-7ซม.ขอบใบมีรอยหยักเล็กน้อย ไม่มีก้านใบ มีขนสั้นๆ สีขาวปกคลุมทั่วใบ ดอกช่อออกที่ซอกใบกลีบดอกสีขาวมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มม. ดอกย่อยรอบนอกเป็นดอกเพศเมีย ลักษณะเป็นแผ่นสีขาวปลายมน ดอกย่อยที่อยู่ตรงกลางเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ลักษณะคล้ายรูปถ้วย กลีบดอกติดกัน ปลายกลีบแยกออกเป็นแฉก มีส่วนที่คล้ายกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ สีเขียวรองรับช่อดอก ผลแห้งไม่แตก เมล็ดแบนด้านข้างรูปลิ่มยาว 2-3 มม. กว้าง 0.9 มม. สีดำ
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณทางสมุนไพรโดยสำคัญอย่างย่อ ใช้ใส่แผลสดห้ามเลือด ทั้งต้นแก้มะเร็ง(อาการแผลเรื้อรัง เน่าลุกลาม รักษายาก) เป็นยาฝาดสมาน มีการใช้งานแบบดั้งเดิมในตำราอายุรเวท
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด เริ่มผลิตดอกสัปดาห์ที่ 5 หลังจากการงอก และผลิตเมล็ดในสัปดาห์ที่6

36 กะเม็งตัวผู้/Sphagneticola calendulacea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sphagneticola calendulacea (L.) Pruski  
ขื่อพ้อง---Has 8 synonyms   
---Complaya chinensis (Osbeck) Strother
---Jaegeria calendulacea (L.) Spreng.
---Seruneum calendulaceum (L.) Kuntze
---Solidago chinensis Osbeck
---Thelechitonia chinensis (Osbeck) H.Rob. & Cuatrec.
---Verbesina calendulacea L.
---Wedelia calendulacea (L.) Less.
---Wedelia chinensis (Osbeck) Merr.
ชื่อสามัญ    ---Wedelia, Chinese wedelia, Bay Biscayne creeping-oxeye, Creeping daisy, Gold-cup, Rabbit's paw, Singapore daisy, Trailing daisy, Water zinnia, Wild marigold, Yellow dots.
ชื่ออื่น    ---กะเม็งตัวผู้, ฮ่อมเกี่ยวคำ, กะเม็งดอกเหลือง [Thai];[Chinese: nan mei peng qi ju];[Cuba: romero de playa];[Spanish: clavelín de playa; clavelito de muerto];[French: patte canard];[Hindi: Pilabhamgara, Bhringraj];[ Hongkong; Parng-kay-guk ]; [ Taiwan: Hwang-hua-mih-tsay];[Japan:Hama-guruma]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย, ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์     ---อเมริกาเขตร้อน อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น แคริเบียน

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาเขตร้อน ตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงบราซิลรวมถึงแคริบเบียน และแพร่หลายไปยังแอฟริกา พบตามพื้นที่ดินแฉะหรือที่ลุ่มต่ำน้ำขัง
ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นทอดเลี้อยได้ไกลถึง 2เมตร ยอดชูตั้งขึ้นจนกว่าจะสูงประมาณ 10-50 ซ.ม ถึงล้มลงราบในภายหลัง เมื่อลำต้นสัมผัสพื้นจะงอกรากจากข้ออย่างรวดเร็ว ใบรูปหอกแกมขอบขนาน (1.5-) 2-5 ซม เรียงตรงข้าม โคนใบเรียวปลายใบแหลม ขอบใบหยัก หน้าใบและหลังใบมีขนทั้ง2ด้าน ดอกขนาดเล็กสีเหลืองออกที่ปลายยอด ขนาดดอกประมาณ 6-15 มม. มี 8-12 กลีบ ใบประดับรูปใบหอก ผลขรุขระไม่เรียบสีน้ำตาลแห้ง เมล็ดรูปร่างสอบแคบ ยาว 4-5มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา พืชนี้มีประเพณีเก่าแก่โบราณของการใช้ยาใน Ayourveda, การแพทย์แผนจีน, Unani (ระบบการแพทย์ดั้งเดิม Perso- อาหรับ) และ Siddha (ระบบการแพทย์แผนโบราณของวัฒนธรรมทมิฬ) เช่นเดียวกับประเพณีของการใช้ยาในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ของแคริบเบียน อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ในพืชชนิดนี้ในหลาย ๆ ประเทศเช่นอินเดีย จีน ไต้หวัน ปากีสถาน บังคลาเทศ ไทยและบราซิล และคุณสมบัติการรักษาหลายอย่างของมันได้รับการพิสูจน์อย่างดี ดังนั้นจึงใช้ในการรักษาโรคตับ การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร การติดเชื้อที่ผิวหนัง  โรคไขข้ออักเสบ
การใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับและไม้คลุมดิน ความนิยมเป็นไม้ประดับเติบโตในโลกตะวันตก เช่นเดียวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ในประเทศเขตร้อนอื่นที่มันเติบโตเป็นพืชป่าและเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามีคุณสมบัติด้านการรักษา แต่มันก็เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นไม้ประดับ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ในฐานะที่เป็นพืชคลุมดินที่ดี ทนทาน และมีการบำรุงรักษาต่ำ ซึ่งผลิตดอกไม้มากมายตลอดทั้งปี แม้ว่ามันจะกลายเป็นพืชที่รุกรานได้ง่าย
ใช้ในวนเกษตร เป็นพืชที่คลุมดินได้หนาแน่น ผลิตสาร allelopathic ที่หยุดเมล็ดพืชอื่น ๆ จากการแตกหน่อ ใช้เพาะปลูกเพื่อการเก็บรักษาดินและการควบคุมการพังทลายของเนินเขาและฝั่งแม่น้ำ
การใช้ในเชิงพานิชย์ เป็นพืชที่มีคุณค่าสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกพืชผลไม้และผู้ผลิตน้ำผึ้งเชิงพาณิชย์ ทุกส่วนของพืชสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกปี
ข้อห้าม ทุกส่วนของพืชไม่ใช้กับการเลี้ยงสัตว์ เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ออกดอกและติดผล---ตลอดปี
ฃยายพันธุ์ ---เมล็ด

37 หญ้าขัดมอน/Sida acuta

ทั่วไปมีการแยกหญ้าขัดมอนออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะของรูปใบ คือ

33.1---หญ้าขัดมอนใบรี หรือหญ้าขัดมอนใบยาว ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Sida acuta Burm.f.
33.2---หญ้าขัดมอนใบป้อม (Sida cordifolia L.)
33.3---หญ้าขัดมอนหลวง (Sida subcordata Span.)
33.4---หญ้าขัด, หญ้าขัดมอนใบมน (Sida rhombifolia L.)

เราพูดถึงชนิดที่1ไปแล้ว ทีนี้มาดูลำดับต่อๆไป ร้อยอธิบายไม่เท่า 1ตาเห็น มาดูรูปกันเลย

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sida acuta Burm.f.
ชื่อพ้อง    ---Has 28 synonyms

_Sida arrudiana Monteiro _Sida lancea Gand.
_Sida berlandieri Turcz. _Sida lanceolata Retz.
_Sida bodinieri Gand. _Sida malifolia Gand.
_Sida bradei Ulbr. _Sida martinicensis Gand.
_Sida brasila Schrank ex Link _Sida parens Gand.
_Sida capensis Cav. _Sida repanda Roth
_Sida carpinifolia var. acuta (Burm.f.) Kurz _Sida rugosa Thonn.
_Sida chanetii Gand. _Sida schrankii DC.
_Sida commixta Gand. _Sida scoparia Lour.
_Sida crassa Gand. _Sida spiraeifolia Willd.
_Sida foliosa Splitg. ex de Vriese _Sida stauntaniana DC.
_Sida frutescens Cav. _Sida versatilis Gand.
_Sida garckeana Pol. _Sida vogelii Hook.f.
_Sida grandior Gand. _Sida zelotes Gand.

ชื่อสามัญ ---Snake’s Tongue, Two-beaked, Broom weed, Spiny-head sida, Horn bean leaved sida, Paddy's lucerne, Common Wireweed, Teaweed, Ironweed
ชื่ออื่น  ---หญ้าขัด, ขัดมอนใบยาว, ขัดมอนใบรี, ขัดมอนป่า , คันมอญ, หญ้าไม้กวาด, Ya khat bai yao, Ya khat mon,[THAI];[HINDI: Baraira];[CHINESE: Huang hua ren.];[JAPANESE: Hosoba kingojika.];[SPANISH: Escoba larga];[PHILIPPINES: Escobang-haba (Tag.)]
ชื่อวงศ์  ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก

สายพันธุ์นี้อาจมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง แต่ตอนนี้แพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเขตร้อนและเขตร้อนของโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออก (เช่นจีนและไต้หวัน)  และในหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง  เป็นวัชพืชรุกรานในแอฟริกา ออสเตรเลียใต้ สหรัฐอเมริกา ฮาวาย เกาะนิวกินีและเฟรนช์โปลินีเซีย พบบุกรุก ป่าเปิด ทุ่งหญ้า ชายฝั่ง พื้นที่การเพาะปลูก พื้นที่รกร้าง
ไม้พุ่มขนาดเล็กอายุหลายปี  ลำต้นตั้งตรงแข็งแรงสูงได้ถึง 0.50-1-5 เมตร  ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหูใบ 1 คู่ ใบรูปไข่กลับถึงรูปข้าวหลามตัด โคนใบแหลมหรือมน ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ท้องใบมีนวลสีขาว ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
ดอกเดี่ยวเกิดที่ซอกใบกว้าง 1-2 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูติดกันเป็นกลุ่มเดียวและเป็นหลอดหุ้มเกสรเพศเมียเอาไว้ โคน หลอดเชื่อมติดกับโคนกลีบดอก หลอดก้านชูอับเรณูสีเหลืองแกมขาว มีขนอ่อนเล็กๆปกคลุม ตอนปลายแยกเป็นยอดเกสร 5-6 แฉก ผลยาว 2-6 มม.แห้งแตกเป็น  5-6 พู  ผิวเรียบ ปลายแต่ละพูเป็นหนามสองอัน ยาว 0.5-1.5 มม. เมล็ดรูปไตยาวประมาณ 1.5 มม.สีน้ำตาลแดงถึงสีดำ
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทุกส่วนต้มเป็นยารักษาไข้ ใบใช้ล้างแผล ขับปัสสาวะ พอกยาแก้ปวดศีรษะ รากเคี้ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน
ใช้อื่นๆ เปลือกไม้เป็นแหล่งของไฟเบอร์ ใช้ทำเชือกผ้าใบและอวนจับปลา
ระยะออกดอกและติดผล--- สิงหาคม - ตุลาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

38 หญ้าขัดมอนใบป้อม/Sida cordifolia L


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida cordifolia L
ชื่อพ้อง---Has 23 synonyms

_Abutilon truncatum (Cav.) G.Don _Sida hongkongensis Gand.
_Malvastrum cordifolium Rojas Acosta _Sida micans Cav.
_Malvinda cordifolia (L.) Medik. _Sida portoricensis Spreng.
_Sida aristata Willd. ex Spreng. _Sida pungens Kunth
_Sida borbonica Cav. _Sida rotundifolia Lam.
_Sida byssina Schrank _Sida subspicata Colla
_Sida ciliosa Bojer ex Baker _Sida truncata Cav.
_Sida conferta Link _Sida velloziana Steud.
_Sida cordifolia var. conferta (Link) Griseb. _Sida velutina Willd. ex Spreng.
_Sida decagyna Schumach. & Thonn. _Sida vestita Steud.
_Sida herbacea Cav. _Sida waltheriifolia Bojer ex Baker
_Sida holosericea Willd. ex Spreng.

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida cordifolia L
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms
---Sida herbacea Cav.
---Sida holosericea Willd. ex Spreng.
---Sida rotundifolia Lam.    
ชื่อสามัญ     ---Flannel weed, Bala, Country mallow, Heart-leaf sida
ชื่ออื่น     ---ขัดมอนใบป้อม, หญ้าขัดใบป้อม
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์  ---แพร่กระจายไปเขตร้อนทั่วโลก


Photo: Sheldon Navie
https://keyserver.lucidcentral.org/weeds/data/media/Html/sida_cordifolia.htm
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดียกัมพูชาและศรีลังกา และแปลงสัญชาติเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศในเขตร้อนต่างๆในฐานะที่เป็นวัชพืชมันจะบุกรุกพื้นที่เพาะปลูก
ลำต้นสูงได้ถึง 0.50 เมตรใบรูปหัวใจ ยาว 2.5-7 ซม. และกว้าง 2.5-5 ซม.ลำต้นและใบปกคลุมไปด้วยขนนุ่มที่หนาแน่น ใบรูปหัวใจ ขอบใบหยัก ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบสีเหลือง ผลกว้าง 3-8 มม.สูง2-2.5มม.  เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลเข้ม แยกออกเป็นส่วน ๆ คล้ายลิ่ม 8-10 เมื่อสุก มี1เมล็ดยาว 2-2.5 มม รูปลิ่ม
การใใช้ประโยชน์ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่า "malva-branca" (สีขาวหรือชบาสีขาวเนียน) เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล มันถูกใช้ในการแพทย์พื้นบ้านสำหรับรักษาอักเสบหอบหืดหลอดลมอักเสบและคัดจมูก ได้มีการส่งเสริม Sida cordifolia เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยอ้างว่ามันกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่มีการวิจัยเพิ่มเติมปรากฏขึ้นเพื่อยืนยันว่า Sida cordifolia ไม่สามารถส่งเสริมการสูญเสียไขมันผ่านการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (Medeiros et al., 2005)   
ระยะออกดอก---สิงหาคม-ธันวาคม , ติดผล---ตุลาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

39 หญ้าขัดมอนหลวง /Sida subcordata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida subcordata Span.
ชื่อพ้อง  ----Has 3 synonyms  
---Sida corylifolia Wall.
---Sida corylifolia Wall. ex Mast.
---Sida puberula Merr.
ชื่อสามัญ     ---None
ชื่ออื่น     ---หญ้าขัดหลวง, ขัดมอนหลวง; [ VIETNAM: Ké quả trám]; [CHINESE:zhen ye huang hua ren]
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    --ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เกิดในป่าหญ้าหรือริมถนน เผยแพร่ในภูมิภาคเขตร้อนเช่นเ ไทย วียดนาม ลาว พม่า อินเดียและอินโดนีเซีย
ลำต้นตั้งตรงสูง 1-2 เมตร มีกิ่งย่อยมีขน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ ยาว 5-10 ซม. กว้าง 3-7.5 ซม. ปลายยอดแหลมเล็กน้อยฐานใบกว้าง ขอบใบหยัก ดอกสีเหลืองมี5กลี
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา  ทุกส่วนต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ
ระยะออกดอก---มนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

  40 หญ้าขัดมอนใบมน /Sida rhombifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Sida rhombifolia L.
ชื่อพ้อง----Has 30 Synonyms    
---Malva rhombifolia (L.) E.H.L.Krause.
---Sida alba Cav. Non L.
---Sida compressa Wall.
---Sida insularis Hatus.---(more)
ชื่อสามัญ     ---Arrowleaf sida, Rhombus-leaved sida, Paddy's lucerne, Jelly leaf, Cuban jute
ชื่ออื่น     ---หญ้าขัดมอนใบมน ขัดมอนใบมน ; {Argentina - Uruguay : afata]; [Spanish: escubilla, malva de escoba, malva prieta, malva de puerco]
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก
เขตกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
มีการกระจายอย่างกว้างขวาง เป็นวัชพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ของซีกโลกตะวันออกและตะวันตก มันเติบโตในสะวันนา  ตามริมถนนพุ่มไม้หนา ทางลาดและป่าพรุที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000เมตร
ลักษณะทั่วไปคล้าย Sida acuta ต่างกันที่ใบ(ดูรูป)กว้างกว่า
การใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งยาและไฟเบอร์ในท้องถิ่น มันเป็นหนึ่งในการเยียวยาพื้นเมืองที่รู้จักกันดีที่สุดในออสเตรเลียซึ่งถูกมองว่าเป็นวิธีการรักษาที่ดีเยี่ยมสำหรับโรคท้องร่วงสรรพคุณทางยาอื่นๆคล้ายคลึงกับ Sida acuta
การใช้อื่นๆ ไฟเบอร์คุณภาพดีที่ได้จากเปลือกใช้สำหรับทำเชือก ลำต้นใช้ทำไม้กวาด ใน Jalapa (เม็กซิโก) ใช้เป็นยาเสพติดแทนกัญชา (Fryxell, 1992) มันอาจกลายเป็นพิษเนื่องจากการมีอัลคาลอยด์บางอย่าง
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

41 ขลู่/Pluchea indica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Pluchea indica (L.) Less
ชื่อพ้อง ---Has 5 synonyms   
---Baccharis indica L.
---Conyza corymbosa Roxb.
---Conyza foliolosa Wall. Ex DC.
---Conyza indica (L.) Blunme ex DC.
---Erigeron denticulatus Burm. F.
ชื่อสามัญ    ---Indian (Marsh) Fleabane, Indian camphorweed, Indian pluchea
ชื่ออื่น    ---หนาดงัว, หนาดวัว, หนาดงิ้ว, หนาดงั่ว, ขลู, คลู, khluu,  Nuat ngua, naat wua. [THAI]; [JAPAN: hiiragi-giku]; [CHINESE: Ge za shu, Kuo bao ju, Luan yi.]; [MALAYSIA: beluntas]; [VIETNAM: lú’c cây]; [CAMBODIA: Pros anlok]; [INDONESIAN: Beluntas]; [PHILIPPINES: Kalapini (Tag.)]
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีบ
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียจากอินเดียไปทางทิศตะวันออกไปยังประเทศจีนและฟิลิปปินส์และไปทางเหนือของออสเตรเลีย กลายเป็นธรรมชาติบนเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกหลายแห่ง และกลายเป็นพืชรุกรานในหลาย ๆพื้นที่ในเขตร้อนเช่น เป็นวัชพืชรุกรานร้ายแรงในฮาวาย  เกิดขึ้นในเขตชายฝั่งที่ลุ่ม พื้นที่ชุ่มน้ำ บึงน้ำกร่อย ชายฝั่ง และพื้นที่น้ำเค็มอื่น ๆ ป่าโกงกาง และที่ราบน้ำขึ้นน้ำลง พบได้เป็นครั้งคราวในพื้นที่ป่า
ขลู่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มักขึ้นกันเป็นกอ สูง 1-2.5 เมตร ลำต้นกิ่งก้านมีขนละเอียดใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับกว้าง1-5ซม.ยาว2.5-10ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันห่างๆ ดอกช่อออกที่ยอดและซอกใบ กลีบดอกสีม่วง ผลแห้งไม่แตก เมล็ดเป็นฝอยปลิวไปตามลม
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักจิ้มได้ ในมาเลเซียใช้ใบใส่ในสลัด ในอินโดนีเซีย ใช้ใบกินเป็นผัก การใช้งานแบบดั้งเดิม ใบเมื่อนำมาผึ่งให้แห้ง จะมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง นิยมใช้ชงดื่มแทนชา
การ ทดลองในสัตว์และคนปกติ พบว่ายาชงทั้งต้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะมากกว่ายาขับปัสสาวะแผนปัจจุบัน(hydrochlorothiazide) และมีข้อดีคือสูญเสียเกลือแร่น้อยกว่า
ใช้เป็นยา ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน น้ำคั้นใบสดรักษาริดสีดวงทวาร ในประเทศอินเดีย เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องฤทธิ์ต้านการอักเสบ  ลดน้ำตาล ขับปัสสาวะ ในมาเลเซีย คนในท้องถิ่นใช้เพื่อบรรเทาอาการของวัณโรค ใบที่บดแล้วดิบหรือนึ่งจะถูกกินเพื่อแก้ไขลมหายใจเหม็นและกลิ่นเหงื่อที่น่ารังเกียจ การใช้ภายนอกใช้ใบเพื่อบรรเทาโรคผิวหนัง หิด รากผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ถูกนำมาใช้เป็นยาพอกสำหรับปวดไขข้อ
ระยะเวลาออกดอก : ตลอดปี
ขยายพันธุ์ :ด้วยเมล็ด และการปักชำ

42 ขี้กาขาว/Trichosanthes cordata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Trichosanthes cordata Roxb.
ชื่อพ้อง   ---Has 2 Synonyms
---Involucraria cordata (Roxb.) M. Roem.
---Trichosanthes microsiphon Kurz
ชื่อสามัญ     --None
ชื่ออื่น     ---ขี้กาขาว, ขี้กาเถา, แตงโมป่า, ขี้กาดิน,[THAI]; [INDIA: Lal Indrarun, Mahuri, Kohar (Hindi)]; [CHINESE: xin ye gua lou]
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน, อินเดีย, เนปาล, ภูฏาน, พม่า, ไทย, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ม ออสเตรเลีย

 

พืชพื้นเมือง จากเทือกเขาหิมาลัย , อินเดีย , จีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเขตร้อนของประเทศออสเตรเลีย เกิดขึ้นในพื้นที่รกร้าง ที่ทิ้งขยะตามถนน ในป่าทุรกันดาร ป่าไม้ และป่าทึบบนเนินเขา ที่ระดับความสูง 400 - 900 เมตร
ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก ยาวถึง 5 เมตร เลื้อยไปตามพื้นดินหรือกิ่งไม้ มีมือเกาะ ตามเถามีขนสีขาวหนาแน่น ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยมหรือห้าเหลี่ยม ขนาดใบกว้าง 4-8 ซม.ยาว 5-10 ซม. ออกเรียงสลับกัน แผ่นใบสีเขียวหนาสากมือ โคนใบมีหนวดแผ่นใบหยักเว้า ปลายใบเป็นแฉก ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบกว้าง 3.5-4 ซม. กลีบดอกบางสีขาว ผลกลมสีเขียว เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-4.5 ซม.มีแถบขาวตามแนวตั้งหลายเส้น เมื่อสุกสีแดงภายในมีเมล็ดสีดำรูปสามเหลี่ยมขนาด 1.2 x 0.5 ซม.
การใช้ประโยชน์  ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค ผลไม้ดังกล่าวมีพิษมากแม้ว่าจะถูกบันทึกว่าใช้เป็นเครื่องปรุงรสและขนมหวาน
ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบใช้ต่อต้านโรคไขข้อและโรคบาดทะยัก น้ำคั้นจากใบใช้หยอดตาเพื่อรักษา ophthalmia (เยื่อบุตาอักเสบ)
ระยะออกดอก--- กรกฎาคม - สิงหาคม ติดผล--- สิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

43 ต้อยติ่ง/Ruellia tuberosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ruellia tuberosa L.
ชื่อพ้อง    ---Has 3 Synonyms
---Cryphiacanthus barbadensis Nees
---Dipteracanthus clandestinus (L.) C.Presl
---Ruellia clandestina L.
ชื่อสามัญ ---  Minnie root, Popping pod, Snapdragon root, Sheep potato, Daniel's great gun, Cracker plant, Pink-striped trumpet lily, Meadow weed, Large bell flower
ชื่ออื่น ---   ต้อยติ่งเทศ, อังกาบฝรั่ง, เป๊าะแป๊ะ, [THAI]; [CHINESE: Lu li cao.]; [BANGLADESH: Potpoti.]; [SRI LANKAN: Heen amukkara.];[ SPANISH: Espanta suegras, Salta perico]
ชื่อวงศ์ ---   ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---    อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์---    อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอายุหลายปี มักพบบริเวณที่โล่งที่รกร้าง แปลงผัก ริมทางทั่วไป เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน แต่ไม่ทนต่อดินเค็ม สามารถทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี มีการขยายพันธุ์เร็วถ้ามีความชื้นพอเพราะเมล็ดจะมีอัตราการงอกสูงและเจริญเติบโตรวดเร็วจึงกลายเป็นวัชพืชตัวสำคัญที่ทำให้พืชปกติถูกรบกวน ต้อยติ่งมีลำต้นสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ตามลำต้นจะมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่เล็กน้อย ดอกสีม่วงอ่อน ผลเป็นฝักสีเขียวอ่อนพอแก่สีดำแตกได้มีเมล็ดจำนวนมากหากนำฝักแก่ไปแช่น้ำฝักจะแตกเสียงดังเป๊าะแป๊ะ
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ต้อยติ่งจะมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร นิยมใช้เมล็ดแช่น้ำนำมาพอกฝีดูดหนอง และใช้เป็นยาสมานแผลที่คนสมัยก่อนรู้จักกันดี สันนิษฐานกันว่าเป็นต้นไม้ พื้นเมืองของประเทศจีน แต่เข้ามาในเมืองไทยนานแล้วโดยซินแสจีนนำเมล็ดมาเผยแพร่ เป็นยารักษาแผล เมื่อใช้เสร็จก็แกะเมล็ดทิ้ง จึงเกิดการกระจายพันธุ์ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ในยาแผนโบราณของซูรินาเม ใช้เป็นยาแก้พยาธิ  ปวดข้อและลดความเครียดของกล้ามเนื้อ ในตรินิแดด และโตเบโกใช้เป็นตัวแทน "ระบายความร้อน" สำหรับปัญหาปัสสาวะและคอเลสเตอรอลสูง  รากใช้ต่อต้านโรคไตและโรคไอกรน ใช้สำหรับฟอกเลือด
ระยะเวลาออกดอก --- เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

44 เทียนนา/ Ludwigia hyssopifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์       ---Ludwigia hyssopifolia (G.Don) Exell  
ชื่อพ้อง (Synonyms)--- Has 7 Synonyms
---Fissendocarpa linifolia (Vahl) Bennet
---Jussiaea fissendocarpa Haines
---Basionym: Jussiaea hyssopifolia G.Don
---Jussiaea linifolia Vahl
---Jussiaea micrantha Kunze
---Jussiaea weddelii Micheli
---Ludwigia micrantha (Kunze) H.Hara
ชื่อสามัญ   ---Narrow-leaved Malayan Willow-herb, Seedbox, Water Primrose.
ชื่ออื่น        ---เทียนน, ผักกะเดียง, tian na [Thai] ; [CHINESE: cao long]; [SPANISH: mimbra, palo de agua]; [MLASIA: inai pasir; jinaleh]; [PHILIPPINES: basrigaua, mankatud]; [INDONESIA: anggerman, cacdean]; [FIJI: nai kisa]
ขื่อวงศ์      ---ONAGRACEAE
ถิ่นกำเนิด  ---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์   ---ทั่วไปในประเทศเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง แพร่หลายไปทั่วแอฟริกาเขตร้อน เอเชีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก  พบทั่วไปในที่น้ำขังที่มีระดับน้ำไม่สูงมาก ที่ดินมีความชุ่มชื้นสูง อิ่มน้ำ  ตามลำธาร ริมฝั่งแม่น้ำ คูคลอง ริมถนน พื้นที่เพาะปลูก หรือที่โล่งในป่าชื้น จากระดับน้ำทะเลถึง 800 เมตร สามารถเป็นวัชพืชข้าวอย่างร้ายแรงทั้งดินร่วนเหนียวและดินเหนียว ในนาข้าวที่ลุ่ม ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค เป็นวัชพืช ประเภทใบกว้าง  อายุปีเดียว ต้นสูง 30-70 ซม. ลำต้นเหลี่ยมกลวงไม่มีขน สีเขียวปนม่วงแดง รากมีรากแก้วแตกแขนงมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดใบ กว้าง 1- 5 ซม ยาว 5 - 15 ซม.ใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ก้านใบเรียวยาว 10- 15 มม ใบสีเขียวเข้มภึงม่วง
ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.5 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลืองร่วงง่าย
ผลเป็นผลเดี่ยวรูปทรงกระบอก สีม่วงแดง มีขนละเอียด ขนาดกว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว2-2.5ซม.ผลแบบแห้งแก่แล้วแตกเป็น4  มีเมล็ดจำนวนมากรูปกระสวยกลมสีน้ำตาลแดง ขนาดกว้าง 0.5 มม ยาว 0.8 มม.
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยามีสรรพคุณเป็นสมุนไพร รักษาโรคท้องร่วง โรคบิด ลำไส้ และป่วง ใช้รักษาสิว,ฝีและการติดเชื้ออื่น ๆ
ใช้อื่นๆ พืชให้สีย้อมสีดำ
ระยะออกดอก---มิถุนายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

45 ผักแครด/Synedrella nodiflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Synedrella nodiflora (L.) Gaertn.
ชื่อพ้อง ---Has 6 synonyms    
---Blainvillea latifolia (L.f.) DC.
---Blainvillea latifolia var. latifolia    
---Eclipta latifolia L.f.
---Ucacou nodiflorum (L.) Hitchc.
---Verbesina nodiflora L.
---Wedelia cryptocephala Pete
ชื่อสามัญ    ---Nodeweed, Synedrella, Pig grass, Cinderella weed
ชื่ออื่น    ---หญ้าขี้หมา, สาบกา, สับกา, phak-khrad [THAI]; [Japanese: fushizakiso]; [TAIWAN: fushizaki-so]; [SPANISH: cerbatana]; [MALAYSIA: rumput babi]; [PHILIPPKNES: fantakuen]; [INDONESIA: babadotan, barbadotan lalaki]; [TONGA: pakaka]; [PAPUA NEW GUINEA New: pig grass].
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน-หมู่เกาะเวสต์อินดีส
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วภูมิภาคที่ร้อนขึ้นของโลก
มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก, อเมริกากลาง (เช่นคอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, นิการากัวและปานามา), แคริบเบียนและอเมริกาใต้ (เช่นเฟรนช์เกียนา, กายอานา, ซูรินาเม, เอกวาดอร์, เปรูและอาร์เจนตินา)
และแพร่ไป ออสเตรเลียตอนเหนือ เกาะคริสต์มาสและหมู่เกาะโคโคส และในสหรัฐอเมริกาตะวันออกเฉียงใต้ (เช่นฟลอริดา) และฮาวาย เป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปในสวนหญ้าสนามหญ้าสวนสาธารณะและสถานที่ที่ถูกรบกวนอื่น ๆ เช่นริมถนน ขยะมูลฝอย รอบอาคาร และบนดินแดนรกร้าง พบที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลถึง 1200เมตร
ประเทศไทยพบเป็นวัชพืชในพืชผักในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ พบขึ้นได้ทั่วไปในที่ลุ่ม ชื้นแฉะ หรือตามป่าละเมาะ ตามที่รกร้างว่างเปล่า ทั้งในที่โล่งแจ้งและที่มีร่มเงาเล็กน้อย  ลักษณะของ ผักแครดเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียวหรือข้ามปี ต้นสูงประมาณ 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ สีเขียวหรืออาจมีสีม่วงแดง มีระบบรากแก้ว ต้นทอดไปตามพื้นดินเล็กน้อย ตามกิ่งจะมีขนอ่อนอยู่ประปราย ใบเดี่ยว กว้าง  3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม ผิวใบทั้งสองข้างจะมีขนปกคลุมอยู่ มีเนื้อใบบาง  ขอบใบหยักฟันเลื่อย
ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกออกเป็นกลุ่มอัดแน่น 2-8 ดอก แต่จะมีเฉพาะที่ส่วนยอดของต้นเท่านั้น รูปกรวยคว่ำ สีเหลืองอ่อน ผลแห้งรูปไข่ กว้าง 1.4 มม. ยาว 3 - 4 มม.สีน้ำตาลหรือดำ
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนสามารถรับประทานเป็นผักปรุงสุก ใช้เป็นยา ใบใช้ในการรักษาโรคไขข้อ ผสมกับพืชอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง
ใช้อื่นๆ ในปาปัวนิวกินีใช้เลี้ยงหมู
ระยะออกดอก : ตลอดปี
ชยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

Ogiera-Eleutheranthera ruderalis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Eleutheranthera ruderalis (Swartz) Sch.-Bip.                                                                        ชื่อพ้อง--- Has 18 synonyms---Basionym: Melampodium ruderale Sw.

_Eleutheranthera discoidea (Less.) Gomez _Ogiera eleuthranthera Steud.
 de la Maza _Ogiera leiocarpa Cass.
_Eleutheranthera ovata Poit. ex Steud. _Ogiera ruderalis (Sw.) Griseb.
_Eleutheranthera prostrata Sch. Bip. _Ogiera triplinervis Cass.
_Eleutheranthera ruderalis (Sw.) Hitchc. _Ogiera triplinervis var. portoricensis DC.
_Fingalia hexagona Schrank _Pectis ramosissima Sch.Bip.
_Gymnopsis microcephala Gardn. _Sigesbeckia portoricensis Bert. ex DC.
_Kegelia ruderalis (Sw.) Sch. Bip. _Tetranthus ruderalis (Sw.) Griseb.
_Melampodium ruderale Sw. _Verbesina foliacea Spreng.
_Wedelia discoidea Less.

ชื่อสามัญ---Porter-bush, Ogiera Weed
ชื่ออื่น---[Chinese: li yao jin yao jian]; [Spanish: ogiera]; [Tongan: pakaka]
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ไต้หวัน
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปเอเซียเขตร้อนและกึ่งร้อน
เป็นวัชพืชประเภทใบกว้าง อยู่ในวงศ์ทานตะวัน หรือ ASTERACEAE  พบกระจายทั่วไปทั้งในพื้นที่การเกษตร และนอกพื้นที่การเกษตร วัชพืชชนิดนี้หากดูผิวเผิน อาจคล้ายกับผักแครด Synedrella nodiflora (L.) Gaertn. จึงสับสนในการระบุชื่อพืชชนิดนี้ Ogiera เป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาเขตร้อนและตอนนี้แปลงเป็นวัชพืชในหลายประเทศในเอเชีย
ไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 60-75 ซม.ลำต้นและกิ่งก้านมีขนปกคลุม ใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน 2.5-5.5 x 2-3.5 ซม.ผิวด้่านบนและด้านล่างใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 1 ซม.ดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ สีเหลือง
ผลยาว 3-3.5 มม. เมล็ดรูปไข่กลับสีดำ ยาว1 มม
ระยะออกดอก---พฤษภาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

46 ผักคราดทะเล/Wedelia biflora


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Wedelia biflora (Linn.) DC.
ชื่อพ้อง    ---This name is a synonyms of Melanthera biflora (L.) Wild
---Anthemiopsis macrophylla Boj. ex DC.
---Verbesina biflora L.
---Wedelia canescens (Gaudich.) Merr.
---Wollastonia biflora (L.) DC.
---Wollastonia zanzibarensis DC.
ชื่อสามัญ    ---Sunflower daisy, Beach Sunflower, Wedelia, Sea Ox eye.
ชื่ออื่น    ---ผักคราดทะเล, เบญจมาศน้ำเค็ม [THAI]; [PHILIPPINES: Hagonoi (Tag)]; [SPANISH: Verba de Maluco]; [VIETNAMESE: Son cuc hai hoa].
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย


การแพร่กระจาย จากเอเชียกึ่งเขตร้อนและเขตร้อน - จากอินเดียและจีนไปยังมาเลเซีย, อินโดนีเซีย; ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก;  เขตร้อนตะวันออกแอฟริกา - เคนยาถึงโมซัมบิก เกิดขึ้นตามแนวชายฝั่ง บนขอบของป่าชายเลน ในที่โล่งและที่แห้งแล้ง บนเนินหญ้าและขอบป่า ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 450 เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นทั่วไปตามชายหาด ที่ชื้นใกล้ชายฝั่งทะเล ที่โล่งใกล้ขอบพรุ มักทอดเลื้อยคลุมพื้นดิน เป็นไม้เถาล้มลุกอายุหลายปีเลื้อยได้ไกลประมาณ1-5เมตร กิ่งใบและช่อดอกมีขนสั้นสีขาว สากมือปอคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปใบหอก ขนาดกว้าง 2-4ซม. ยาว6-8ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม ขอบใบหยักฟันเลื่อยปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังบาง ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 3-6 ซม.ดอกแบบช่อเชิงลดกระจุกแน่นสีเหลืองดูคล้ายดอกเดี่ยวบนปลายก้านช่อดอก ขนาด 6 ซม. ผลแบบผลแห้งเมล็ดล่อนรูปขอบขนานขนาดเล็กยาวประมาณ0.3ซม.ปลายผลมีขนแข็งเป็น พู่
การใช้ประโยชน์ ใช้ใบและรากทำชา  ใช้เป็นยา ลำต้นหรือใบรักษาอาการปวดท้องบิดและท้องเสีย ท้องร่วง บรรเทาอาการปวดท้อง รากสดเคี้ยวเพื่อบรรเทาอาการปวดฟันและเหงือกอักเสบ ก้านอ่อนถูกทำเป็นยาพอกเพื่อรักษาฝีแผลฝีที่ติดเชื้อ ฯลฯ
ออกดอก --เดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน
ชยายพันธุ์ -- ด้วยเมล็ด

47 ผักคราดหัวแหวน/Acmella oleracea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen
ชื่อพ้อง   --- Has 14 Synonyms

Anacyclus pyrethraria Spreng. Pyrethraria dichotoma Pers. ex Steud.
Bidens fervida Lam. Pyrethrum spilanthus Medik.
Bidens fixa Hook.f. Spilanthes acmella var. oleracea (L.) C.B.Clarke 
Bidens fusca Lam. ex Hook.f.
Bidens oleracea Cav. ex Steud. Spilanthes fusca Lam.
Cotula pyretharia L. Spilanthes oleracea L.
Isocarpha pyrethraria (L.) Cass. Spilanthes oleracea var. fusca (Lam.) DC.
Spilanthes radicans Schrad. ex DC.

ชื่อสามัญ---    Para Cress, Spot Flower, Tooth-ache Plant
ชื่ออื่น ---   ผักคราด,ผักตุ้มหู
ชื่อวงศ์---    COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---    ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์---    เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี แอฟริกาตะวันออก

 

มีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรูและบราซิล และมีการเพาะปลูกในแอฟริกาและหมู่เกาะมหาสมุทรอินเดีย ไม่พบในในอเมริกาเหนือ
ผักคราดหัวแหวนหรือทางภาคเหนือเรียก ผักตุ้มหู เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียวพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าละเมาะ รวมไปถึงที่รกร้างโล่งแจ้งและที่ลุ่มชื้นแฉะ จัดเป็นผักที่เป็นทั้งอาหารและยาของคนไทย แต่ไปเป็นวัชพืชในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และปาปัวนิวกินี ลักษณะของผักคราดหัวแหวนมีลำต้นตั้งตรง กลมอวบน้ำสีเขียวม่วงแดง มีขนปกคลุม สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ทอดไปตามดินปลายยอดชูขึ้น ใบเดี่ยว ขนาด กว้าง 4-8 ซม.ยาว5-11ซม.ออกตรงข้ามกัน รูปสามเหลี่ยม รูปไข่ หรือเป็นรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขอบใบเรียบ หรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยแบบหยาบ ๆ ผิวของใบมีขนและสาก
ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นกระจุกสีเหลือง ดอกมีลักษณะกลมเป็นรูปไข่ ขนาด2.5x1.5ซม. ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ดอกย่อยมี 2 วง วงนอกเป็นดอกเพศเมีย ส่วนวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านของดอกเรียวยาว ผลเป็นผลแห้ง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร  ใบสดใช้กินเป็นผัก ในภาคเหนือของประเทศบราซิลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐปารา จะใช้ใบสดหรือปรุงสุกต้มรวมกับพริกและกระเทียมเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารอื่น ๆ  ในอินเดียใบถูกนำไปนึ่งและรับประทาน ใบดิบใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในซุปและสลัด รสชาติเข้มข้นเผ็ด
ใช้เป็นยา รักษาแบบดั้งเดิมใช้ใบและดอกแก้อาการปวดฟัน    เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่ามีประโยชน์ใช้ทารักษาอาการปากแห้ง และเชื่อว่ามันลดริ้วรอยที่เกี่ยวข้องกับอายุ
ใช้อื่นๆ  ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับและดึงดูดหิ่งห้อยเมื่อบาน
ชยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด


48 หญ้าลูกข้าว/Spermacoce ocymoides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Spermacoce ocymoides Burm.f.
ชื่อพ้อง    ---Has 16 Synonyms

Bigelovia gracilis Spreng. Borreria trichantha Miq.
Bigelovia laevicaulis Miq. Spermacoce aspera Vahl
Bigelovia ocymoides (Burm.f.) Miq. Spermacoce hirta Sw.
Bigelovia parviflora Spreng. Spermacoce laevis Spreng.
Bigelovia tenera (R.Br. ex G.Don) Heynh. Spermacoce ramosa Wall.
Borreria laevicaulis (Miq.) Ridl. Spermacoce tenera R.Br. ex G.Don
Borreria ocymoides (Burm.f.) DC. Spermacoce trichantha (Miq.) Kuntze
Borreria ocymoides var. thekkumalensis Sivar. Tardavel ocymoides (Burm.f.) Hiern
. & K.T.Joseph

ชื่อสามัญ    ---Purple-leaved button weed, Prostrate false buttonweed
ชื่ออื่น    ----หญ้าลูกข้าว, [VIETNAM: Ruột gà dạng húng]
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เอเซียและแอฟริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---มัลดีฟส์ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซียอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินีเ กาะโซโลมอน ฟิจิ ซามัว วานูอาตู
พบขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งและตามพื้นที่น้ำขังแฉะ ที่รกร้าง พื้นที่ที่ถูกรบกวน ตามคลอง บึง ในทุ่งหญ้า และตามริมถนน  ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 650 - 1,400 เมตร
วัชพืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นเกลี้ยงตั้งตรง สูงประมาณ 15-40 ซ.ม. ใบเดี่ยวขนาด ยาว 0.4-3.6 ซม., กว้าง 0.25-1.6 ซม. ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก แผ่นใบเป็นสีเขียว ส่วนเส้นใบเป็นสีม่วงแกมน้ำตาล มีขนเล็กน้อยทั้งสองด้าน
ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ มีไม่กี่ดอก ดอกสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-6 มม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ผลสดขนาดเล็ก 1.5 x 1 มม.  แตกตามขวาง
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นยา ใบใช้พอกเพื่อรักษาอาการปวดหัว ใบที่บดละเอียดนำไปใช้กับบาดแผล ใช้ น้ำคั้นใบ รักษากลากใช้เป็นยา ในมาเลเซียใช้ใบตำเพื่อรักษาอาการปวดหัว ในอินโดนีเซียใบที่ถูกทุบจะรักษาบาดแผล ในประเทศไนจีเรียมีการใช้ SAP เพื่อรักษาโรคเรื้อนกวาง, ฝีและฝีเย็บ
ออกดอกและติดผล--- พฤศจิกายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

49 กระดุมใบ/Borreria laevis


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Spermacoce laevis Lam.
ชื่อพ้อง---Has 7 synonyms
---Borreria capitellata (Willd.) Cham. & Schltdl.
---Borreria herbert-smithii Rusby
---Borreria laevis (Lam.) Griseb.
---Spermacoce capitellata Willd.
---Spermacoce guianensis Bremek.
---Spermacoce riparia Cham. & Schltdl.
---Tardavel laevis (Lam.) Standl.
วงศ์ ---RUBIACEAE
ชื่อสามัญ ---- Buttonweed
ชื่ออื่น     ---    กระดุมใบ, ชากรูด  ตาฉี่โพ ผักสังเขา  ผักฮากกล้วย, (ภาคเหนือ),  
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน


จากอเมริกาใต้ บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา;  อเมริกากลาง - เม็กซิโก แคริบเบียน เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า ตามถนน ในนาข้าวมักจะอยู่ในดิน ที่อุดมสมบูรณ์พบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,200 เมตร
เป็นพืชล้มลุกมีระบบรากแก้ว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-50 ซม.  แตกกิ่งก้านใกล้โคนต้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ ปลายแหลมหรือค่อนข้างทู่ ขอบใบเรียบ โคนใบสอบเข้าหาเส้นกลางใบจนเห็นก้านใบสั้นมาก หรือไม่มีก้านใบขนาดใบยาวประมาณ 2.5-6 ซม. กว้าง 1-1.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวเป็นจำนวนมากอัดแน่นกันอยู่ ผลแบบแคปซูล ยาวประมาณ 2 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ใบผสมกับรากอีเหนียวกับเหง้าของขิงป่าและขี้เถ้าถูกนำมาใช้สำหรับอาการปวดฟัน
ใช้อื่นๆ ใช้เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว แพะและไก่
ขยายพันธุ์ - เมล็ด

50 เถาคัน/Cayratia trifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cayratia trifolia (L.) Domin
ชื่อพ้อง    ---Has 7 synonyms
---Causonis trifolia (L.) Raf.
---Cayratia carnosa (Lam.) Gagnep.
---Cayratia mekongensis C.Y.Wu
---Cayratia timorensis (DC.) C.L.Li
---Vitis carnosa (Lam.) Wall.
---Vitis carnosa Wall. ex M.A. Lawson
---Vitis trifolia L.
ชื่อสามัญ    ---Bush Grape, Fox-grape, Three-leaved wild vine , Three leaf cayratia, Slender Water Vine,
ชื่ออื่น    ---เถาคัน, เถาคันขาว,เครือพัดสาม, [CHINESE: san ye wu lian mei]; [INDIA: Gidardrak,Ramchana(Hindi)]
ชื่อวงศ์    ---VITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ออสเตรเลีย เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ปาปัวนิวกินี และรัฐควีนส์แลนด์ (ออสเตรเลีย)

  

ในเอเซียแพร่กระจายใน ยูนนาน บังคลาเทศ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เนปาล ไทย เวียดนาม เกิดขึ้นในป่าทึบและป่าเปิด ป่าบนเนินเขาหรือตามลำธารบนโขดหิน ที่ระดับความสูง 500 - 1,000 เมตร
ลักษณะของเถาคันเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขึ้นตามที่รกร้างทั่วไป อายุหลายปี เลื้อยได้ไกล 2-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางถึง7ซม. มีมือเกาะ ใบประกอบแบบมี ใบย่อย3 ใบ แผ่นใบด้านล่างมีขนเล็กน้อย ใบย่อยปลายสุดรูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1-4 ซม. ยาว 1.5-6 ซม. ขอบใบจักซี่ฟัน ใบย่อยคู่ข้างรูปไข่เบี้ยวและขนาดเล็กกว่า ดอกออกเป็นช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวอ่อน ผลสดมีเนื้อหลายเมล็ด รูปร่างกลมแป้น ขนาด 0.5-1 ซม. เมื่อสุกสีดำ
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก  ส่วนผลอ่อนใส่ในแกงส้มเพิ่มรสเปรี้ยว ผลสุก รับประทานไม่ได้ เพราะน้ำในผลมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการคัน
ตำรา ยาไทยใช้ ใบและราก ลดไข้ ฝาดสมาน เถา ขับเสมหะ แก้ลมวิงเวียนหน้ามืด ขับลม ขับเสมหะลงสู่ทวารหนัก แก้กษัย  ฟอกเลือด แก้ช้ำใน ใบ รักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน พอกรักษาแผลในจมูก ทาถูนวดให้ร้อนแดงแก้ปวดเมื่อย หรืออังไฟปิดฝี ถอนพิษปวดบวม
ใช้เป็นไม้ประดับ สามารถนำมาปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มหรือตามรั้วบ้านได้ เพราะทั้งเถาทั้งดอกทั้งผลไม่มีผลทำให้เกิดอาการคัน
ระยะออกดอกและติดผล---: ตลอดทั้งปี
การฃยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำกิ่งแก่

         51 ผักเป็ด/Alternanthera sessilis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Alternanthera sessilis (L.) R.Br. ex DC.
ชื่อพ้อง  ---  Has 33 Synonyms
---Alternanthera denticulata R. Brown
---Alternanthera glabra
---Alternanthera nodiflora R. Brown
---Gomphrena sessilis L.
---Illecebrum sessile L.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Sessile joyweed, Dwarf copperleaf, Rabbit weed, Rabbit-meat
ชื่ออื่น    ---ผักเป็ดไทย, ผักเป็ดขาว, เปรี้ยวแดง, เปี๋ยวแดง,  phakpet khaao, phakpet thai [THAI]; [INDIA: Gudrisag (Hindi)]; [CHINESE: lian zi cao]; [CAMBODIA: cheng bângkong; phak phew]; [JAPAN: tsurunogeito]; [TAIWAN: periquito-sessil]; [LAOS: khaix ped].
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลก


มีการกระจายพันธุ์แบบกึ่งเขตร้อนมีอยู่ทั่วเขตร้อนของโลกเก่า แอฟริกาเขตร้อน เอเชียใต้ และตะวันออกและออสเตรเลีย ถิ่นกำเนิดไม่แน่ชัด พบที่ระดับความสูงถึง 2,400เมตร
A. sessilisเป็นสปีชีส์บุกเบิกโดยทั่วไปเติบโตในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและในที่อยู่อาศัยของพื้นที่ชุ่มน้ำและถือเป็นวัชพืชที่รุกรานอย่างรวดเร็ว ขึ้นได้ในทุกสภาพของดิน ไม่ว่าจะเป็นดินแห้งหรือดินแฉะ มักจะพบได้ตามที่รกร้างทั่วไปหรือตามที่ชื้นข้างทาง
ในประเทศไทยพบมากภาคกลาง ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตร ผักเป็ดที่พบเห็นทั่วไป จะมีอยู่สองแบบ คือ ผักเป็ดใบกลมและผักเป็ดใบแหลม โดยชนิดใบแหลมมักจะในพบบริเวณที่อยู่ไกลจากแหล่งน้ำ ได้รับแสงน้อย ลักษณะของผักเป็ดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียวมีลำต้นตั้งตรงหรืออาจเลื้อย สูงประมาณ 10-45 เซนติเมตร มีรากแก้ว ตามข้อของลำต้นจะมีรากระหว่างข้อต่อมีร่องและมีขนปกคลุมเล็กน้อย ลำต้นมีทั้งสีแดง หรือสีขาวอมเขียว
ใบ เป็นใบเดี่ยวยาว 0.6-5 ซม. และกว้าง 0.3-1 ซม ออกเรียงตรงข้าม โดยจะออกตามข้อของต้น ลักษณะรูปร่างไม่แน่นอน มีทั้งใบแคบ ยาว เรียวแหลม ปลายแหลม ปลายมน หรือเป็นรูปไข่กลับ ขอบใบเรียบหรือเป็นหยักเล็กน้อย โดยแผ่นใบจะเป็นสีเขียว ไม่มีก้านใบหรือมีแต่จะขนาดสั้นมาก ออกดอกเป็นช่อกลม ๆ ตามง่ามใบ ช่อดอกหนึ่งจะมีดอกย่อยประมาณ 1-4 ดอก ไม่มีก้าน ผลเป็นรูปไตหรือรูปหัวใจกลับ มีขนาดเล็กมากพบอยู่ในดอก ขนาด2-2.5 มม มีเมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8-1 มม
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหารและยา  มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นคือเป็นยาบำรุงโลหิต กระจายโลหิตไม่ให้จับกันเป็นก้อน ๆ แก้ช้ำใน ฟกช้ำ ส่วนชนิดใบกลม (ใบไข่กลับ) จะอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานเป็นผัก มากกว่าใบแหลม เพราะใบกลมจะอวบน้ำ เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย มีรสจืด ไม่ขมเหมือนชนิดใบแหลม และมีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นอีกอย่างคือคือเป็นยาระบาย
ออกดอกและติดผล--- ตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ --- โดยใช้เมล็ด ปักชำ


52 ผักเบี้ยใหญ่/Portulaca oleracea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Portulaca oleracea L.
ชื่อพ้อง---Has 15 Synonyms   
---Portulaca consanguinea Schltdl.
---Portulaca fosbergii Poelln.
---Portulaca latifolia Hornem.
---Portulaca marginata Kunth
---Portulaca neglecta Mack. & Bush
---Portulaca officinarum Crantz
---Portulaca oleracea var. sativa (Haw.) DC.
---Portulaca oleracea subsp. stellata Danin & H.G.Baker
---Portulaca olitoria Pall.
---Portulaca parvifolia Haw.
---Portulaca pilosa var. marginata (Kunth) Kuntze
---Portulaca retusa Engelm.
---Portulaca sativa Haw.
---Portulaca stellata (Danin & H.G.Baker) Ricceri & Arrigoni
---Portulaca suffruticosa Thwaites
ชื่อสามัญ    ---Purslane, Wild portulaca, Pigweed purslane, Duck weed.
ชื่ออื่น    ---ผักเบี้ยใหญ่ ; [CHINA: ma chi xian, ma chia xian]; [JAPAN: Suberi-hiyu]; [SPANISH: verdolaga].
ชื่อวงศ์    ---PORTULACACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ไม่แน่นอน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
ภูมิภาคต้นกำเนิดมีความไม่แน่นอนอาจเป็นภูมิอากาศที่แห้งแล้งเช่นแอฟริกาเหนือ พบมากที่สุดในเขตอบอุ่นและกึ่งเขตร้อน จากระดับน้ำทะเลถึง 2,600 เมตร
เป็นพืชที่มีอายุเพียงปีเดียว เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้เองโดยไม่ต้องทำการเพาะปลูก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มักขึ้นบริเวณชายฝั่งริมน้ำที่โล่งดินทราย ที่ชื้นแฉะ ที่รกร้างทั่วไป หรือพบขึ้นเป็นวัชพืชตามริมถนน ข้างทางเดิน ลักษณะลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน บางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไป ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นอาหารและยา เป็นพืชผักที่มีคุณค่าสำหรับการบริโภคของมนุษย์ และเป็นอาหารของปศุสัตว์ ในออสเตรเลีย ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาแก้อักเสบและยาปฏิชีวนะ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด

53 ผักเบี้ยทะเล/Sesuvium portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sesuvium portulacastrum (L.) L
ชื่อพ้อง --- Has 23 Synonyms    
---Portulaca portulacastrum L
---more.
ชื่อสามัญ    ---Seaside purslane, Sea Purslane, Sea portulaca, Shoreline sea-purslane.
ชื่ออื่น    ---ผักเบี้ยทะเล, ผักเป๊ะ ; [HAWAIIAN:Akulikuli]; [PHILIPPINES: dampalit (tag)]; [INDIA: Sea Purslane,Dhapa,Daula Dhapa]
ชื่อวงศ์    ---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---พบในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา , เอเชีย , ออสเตรเลีย , อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้และกระจายในหลายพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นพืชพื้นเมือง เติบโตในพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก
ไม้ เถาล้มลุกอายุหลายปี พบขึ้นตามชายหาดหรือพื้นที่เปิดตามชายฝั่งทะเลในเขตน้ำเค็มจัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรม มีลำต้นทอดยาวแผ่คลุมดินลำต้นกลมอวบเกลี้ยงภายในเป็นโพรง สีเขียวถึงแดงเรื่อ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูป ใบรูปหอกกลับถึงรูปไข่แกมรูปรี ขนาด0.2-1.5x1-5ซม.โคนใบสอบแคบเข้าหา กันและแผ่เป็นกาบเล็กๆหุ้มลำต้น เนื้อใบอวบน้ำ หนา ด้านบนด้านล่างคล้ายกัน แผ่นใบตอนปลายมักสีแดงเรื่อ ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ ดอกรูปกงล้อ ด้านนอกสีเขียวอ่อนด้านในสีม่วงอมชมพู ขนาด1.2-2.4ซม.ผลแบบผลแห้งแตกตามขวางมี 20-30 เมล็ด
การใช้ประโยชน์  ในหลายประเทศทั่วโลกกินเป็นผัก บางครั้งวางขายในตลาดท้องถิ่น ในฟิลิปปินส์ซึ่ง เรียกว่า dampalitในภาษาตากาล็อกและ "Bilang" หรือ "bilangbilang" ในภาษาวิซายัน พืชส่วนใหญ่จะถูกดองและกินเป็น atchara (เป็นเครื่องปรุงรสของฟิลิปปินส์มักจะมีเนื้อปลา)
ใช้เป็นยา ใช้ห้ามเลือด ยาต้มของพืชถือเป็นยาแก้พิษที่ดีที่สุดสำหรับการต่อยของปลาพิษ
ใช้ในวนเกษตร ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับและเป็นพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการกัดเซาะ
ออกดอก--- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

54 ผักเบี้ยหิน/Trianthema portulacastrum


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Trianthema portulacastrum L.
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms   
---Portulacastrum monogynum Medik.
---Tetragonia chisimajensis Chiov.
---Trianthema flexuosum Schumach. & Thonn.
---Trianthema littorale Cordem.
---Trianthema obcordatum Roxb.
---Trianthema procumbens Mill.
ชื่อสามัญ    --- Black pigweed, Giant pigweed, Horse purslane ,Dessert horse purslane
ชื่ออื่น    ---ผักเบี้ยหิน, ผักขมหิน ผักขมฟ้า ผักปั๋งดิน ปังแป; [INDIA: ambatimadu, bishkapra, gadabani]; [Malaysia: pasalikeera]; [SPANISH: Tianguis, Verdolaga blanca, Verdolaga de hoja ancha]; [FRENCH: Pourpier courant]
ชื่อวงศ์    ---AIZOACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา, แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---วัชพืชรุกรานของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประเทศในเขตร้อน เช่น ศรีลังกา อินเดีย ไทย ลาว กัมพูขา


มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ของหลายทวีปรวมถึงแอฟริกาและอเมริกาเหนือและใต้ เติบโตในที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทและสามารถขึ้นได้ง่ายในพื้นที่ที่ถูกรบกวนและพื้นที่เพาะปลูก
เป็นวัชพืชล้มลุกอายุฤดูเดียว พบตามนาข้าว นาดอน นาน้ำฝน ที่ว่างเปล่าทั่วไป ชอบความชื้นและแดดจัด อยู่ในที่แห้งน้ำน้อยลำต้นจะเป็นสีแดงดูแกรนแต่แข็งแรง ลักษณะทั่วไปของผักเบี้ยหินหรือผักขมหิน ลำต้นจะตั้งตรงหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นดินยาวประมาณ 1 เมตร ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 1-3.5ซม.ยาว ประมาณ 2-4 ซม. ก้านใบยาว1-2ซม.ปลายใบโค้งมนกว้าง โคนใบตัด มีต่อมสีแดงตามขอบ ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง เป็นช่อแยกแขนง มีดอกย่อยรวมกันเป็นกลุ่ม กลีบรวม ดอกสีชมพู ม่วง แดงหรือขาว ผลรูปแคปซูลทรงกระบอกโค้งออกยาว 0.5ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดงผลแห้งเมล็ดล่อน มี2-8เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบดิบกินเป็นผักแต่มีรายงานว่า ใบแก่ อาจทำให้ท้องเสียหรือเป็นอัมพาต
นำมาใช้เป็นยา รากต้มแก้ริดสีดวง แก้ลม แก้เสมหะ แก้ฟกช้ำ บวมในท้อง ใบแก้เสมหะ แก้โรคลม ดอกขับโลหิต
วนเกษตร เป็นแหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์เนื่องจากประกอบด้วย N,P,K จำนวนมาก
อื่นๆ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชและพืชอื่น ๆ รวมถึงข้าวฟ่าง, ฟักทอง, มะเขือยาว, หัวไชเท้า,  และข้าวสาลี จำนวนมากโดยยับยั้งการงอกของเมล็ดและความแข็งแรงของต้นกล้า ที่น่าสนใจคือ เป็นพิษอัตโนมัติกับตัวเอง เนื่องจากสารสกัดจากพืชลดการงอกของเมล็ดของตัวเองและทำให้อ่อนแอ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด และไหลในดิน ผลิตดอกไม้และเมล็ดหลังจากงอก 20 - 30 วัน

55 ผักเสี้ยนขาว/Cleome gynandra


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome gynandra L.
ชื่อพ้อง---Has 31 Synonyms
---Cleome pentaphylla L.
---Gynandropsis pentaphylla (L.) DC.
---Gynandropsis gynandra (L.) Briq.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Wild spider flower, Spiderwisp, African cabbage, Stinkweed.
ชื่ออื่น    ---ผักเสี้ยนไทย, ผักเสี้ยนขาว, Phak Sian [THAI]; [CUBA: volantín]; [SPANISH: volatin, masambey, jasmin de rio]
ชื่อวงศ์    ---CAPPARIDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย, ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการกระจายอย่างกว้างขวางในพื้นที่แห้งแล้งของเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เป็นวัชพืชในหลายพื้นที่รวมถึงหมู่เกาะแคริบเบียน (เบอร์มิวดา, บาฮามาส, คิวบา), สหรัฐอเมริกาตอนใต้, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, กลางและยุโรปเหนือ, รัสเซีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์และ หมู่เกาะแปซิฟิก
ไม้ล้มลุกมักพบขึ้นเป็นวัชพืชตามท้องไร่ปลายนา ที่ว่างเปล่ารกร้างทั่วไป พบได้ทุกภาค มีความสูงประมาณ 15-30 ซ.ม.ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม  มีรากแก้ว และรากแขนงจำนวนมาก ใบเป็นใบประกอบ มี 3-5 ใบย่อย รูปไข่กลับหรือรูปใบหอกกลับ ปลายใบแหลม โคนเรียวสอบ ส่วนขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยละเอียด และมีใบประดับจำนวนมาก ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกจำนวนมาก กลีบเลี้ยงดอกมี 4 กลีบ ผลเป็นฝักยาวคล้ายถั่วเขียว ฝักอ่อนสีเขียวแก่แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนและลำต้นสุก กินเป็นพืชผักเพียงอย่างเดียวหรือในสตูว์ วิธีการต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขความขมขื่น ในประเทศเคนยานำใบแช่ในนมค้างคืน ในบอตสวานามีการลวกต้นและใบแล้วทิ้งน้ำก่อนนำไปปรุงอาหาร ในประเทศไทยใบหน่ออ่อนและดอกไม้ถูกดองน้ำเกลือ กินกับน้ำพริก
ใช้เป็นยา ใช้กันอย่างแพร่หลายในยาแผนโบราณ เป็นยารักษาโรคทั่วไป ใช้ใบ ในการรักษาอาการท้องเสียและโรคโลหิตจาง  ใบและเมล็ดจะถูกใช้ภายนอกและภายในเพื่อรักษาโรคไขข้อ ราก ใช้ในการรักษาอาการเจ็บหน้าอก โรคทางเดินอาหารอักเสบ โรคลมชักและมาลาเรีย ในแซมเบีย C. gynandra ใช้รักษาแผลริมอ่อนติดเชื้อกามโรคทำให้เกิดแผลที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีการปลูกในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

56 ผักเสี้ยนขน/Cleome rutidosperma


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome rutidosperma DC.
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Cleome ciliata Schum. & Thonn.
---Cleome guineensis Hook.f.
---Cleome thyrsiflora De Wild. & T.Durand
---Cleome thyrsiflora De Wild. & T. Durand
ชื่อสามัญ    ---Spider weed. Fringed spiderflower,  Purple cleome
ชื่ออื่น    ---ผักเสี้ยนขน  ผักเสี้ยนผี ; [PHILIPPINES: Seru-walai (Tag.)]; [BRAZIL: Musambe.]; [CHINESE: Zhou zi bai hua cai.]; [INDIA: Anasorisho.]; [MALAYSIAN: Maman, Seru walai.]; [SPANISH: Jasmin del rio.]; [CONGO: Batina-ba-baku.]; [CAMEROON: Lovanga.]; [NIGERIAN: Agbalala, Akidimmoo.]
ชื่อวงศ์    ---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกา


เป็นวัชพืชเขตร้อนของภูมิภาคชายฝั่ง มีการกระจายอย่างกว้างขวางจากเซเนกัลถึงแองโกลา ในแอฟริกาตะวันออก (ยูกันดา, แทนซาเนีย) ในไนจีเรียมันเกิดขึ้นเป็นวัชพืชในนาข้าว ในแอฟริกาตะวันตกมีการเพาะปลูก บ้าง  เกิดขึ้นที่ระดับความสูง 1,000–1600 เมตร
วัชพืชล้มลุก อายุปีเดียว ชอบขึ้นในที่ชื้น พบตามริมทางและที่รกร้างทั่วไป ลำต้นเป็นเหลี่ยมส่วนที่แก่จะมีสีม่วงปน มีต่อมขนปกคลุมหรืออาจไม่มี ต้นสูงอยู่ประมาณ0.20-0.50 เมตร  ใบประกอบมี3ใบย่อย ใบขนาด 1–6 ซม. × 0.5–2.5 ซม.ใบกลางรูปคล้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ปลายและโคนใบแหลม ใบข้างรูปรีปลายแหลมโคนเบี้ยว  ก้านใบยาวไม่เกิน 7 ซม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีม่วงอ่อนอมน้ำเงิน ก้านดอกยาว ผลแคปซูลรูปทรงกระบอก 3-6 ซม. × 3–4 มม. มีก้านยาว 5–13 มม.เมล็ดกลมสีน้ำตาลดำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบ - ปรุง  มีรสขมค่อนข้างคล้ายกับมัสตาร์ดและบางครั้งก็กินเป็น potherb หรือเพิ่มในซุป บางครั้งมีการเติมเนยใสเพื่อเพิ่มรสชาติ
ใช้เป็นยา เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย, ยาระบาย ยาต้มใช้รักษาโรคมาลาเรีย ใช้ หยอดหูเพื่อรักษาอาการปวดหูอักเสบและหูหนวก สารสกัดจากใบทำเป็นโลชั่นที่ใช้เพื่อบรรเทาสภาพผิวที่ระคายเคืองจากความร้อนและหนามหนาม ฯลฯ ในประเทศไนจีเรียจะใช้ในการรักษาอาการชัก นำไปใช้อื่นๆ สามารถใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน
ระยะออกดอกผล --- พฤษภาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

57 ผักเสี้ยนผี/Cleome viscosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cleome viscosa L
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Arivela viscosa (L.) Rafin.
---Cleome acutifolia Elmer
---Cleome icosandra L.
---Corynandra viscosa (L.) Cochrane & Iltis
---Polanisia icosandra Wight & Arn.
---Polanisia microphylla Eichler
---Polanisia viscosa (L.) DC.
---Sinapistrum viscosum (L.) Moench
ชื่อสามัญ    ---Asian spiderflower, Polanisia Vicosa, Wild Caia, Tickweed, Sticky cleome, Dog mustard, Wild mustard, Spiderplant, Yellow Spider Flower,
ชื่ออื่น    ---เสี้ยนผีตัวเมีย, ส้มเสี้ยนผี,ไปนิพพานไม่กลับ, phak sian phee; phak som sian phee [THAI] ; [INDIA: Ujla Hulhul (HINDI)]; [CHINA: huang hua cao]; [JAPAN: hime-futyoso]; [LAOS: sa phac son tien]; [MALAYSIA: mamang kebo]; [PHILIPPINES: apoi-apoian].
ชื่อวงศ์    ---CLEOMACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในเอเชีย แอฟริกา อเมริกา และโอเชียเนีย

 

มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย แต่ตอนนี้มีการกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในเอเชียแอฟริกาอเมริกาและโอเชียเนีย มันถูกแปลงให้เป็นธรรมชาติในที่ราบลุ่มที่แห้งแล้ง ในหมู่เกาะกาลาปากอส  มันมีความอุดมสมบูรณ์ในระดับท้องถิ่นในฐานะวัชพืชในไร่และทุ่งหญ้าจากระดับน้ำทะเลสูงถึง 1,000 เมตร ( PIER, 2015 )
บทสรุปของการบุกรุกสายพันธุ์นี้รวมอยู่ในบทสรุปทั่วโลกของวัชพืชที่ระบุว่าเป็นวัชพืชด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตรที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในนาข้าวและไร่อ้อย ( Randall, 2012 )
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก พบได้ตามข้างถนนหนทาง รกร้าง ริมลำธารทั่วไป ต้นสูงประมาณ0.30- 1เมตร  มีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมตลอดลำต้น ภายในมีเมือกเหนียว เวลาเด็ดหรือหักกิ่งจะมีกลิ่นฉุน
ใบประกอบแบบ3ใบย่อย ก้านใบยาวไม่เกิน 5 ซม. ดอก ผักเสี้ยนผีมีสีเหลือง ผลแคปซูล 5-6.5 x 0.3-0.5 ซม
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ในเขตร้อนของแอฟริกา  ใบที่มีรสขมนั้นจะกินสดแห้งหรือสุก ในอินเดียเมล็ดที่มีรสชาติดีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงแทนเมล็ดมัสตาร์ดและยี่หร่าในการเตรียมเครื่องเทศ  
ใช้เป็นยา จะมีสรรพคุณทางยาในการฆ่าเชื้อโรคใช้แก้อาการอักเสบของแผลสด ใช้ดอกผักเสี้ยนผีตำพอกทำให้แผลหายเร็วขึ้น ใช้ดอกผักเสี้ยน2ช่อต้มน้ำดื่มฆ่าพยาธิในกระเพาะและลำไส้โดยเฉพาะพยาธิ ไส้เดือนขับออกดีนัก ส่วนรากแก้ผอมแห้งแรงน้อยเนื่องจากคลอดบุตรและอยู่ไฟไม่ได้ ใบแก้ปัสสาวะพิการ (อาการปัสสาวะปวด กะปริบกะปรอย ขุ่นข้นสีเหลืองเข้ม หรือมีเลือด) ใช้ภายนอก ในตำรับ ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เป็นยาประคบหรือประน้ำมันขี้ผึ้ง
ตำรับพื้นบ้าน ใช้เป็นยาทำให้นอนหลับ แก้ปวดหัวดิบ ลมปะกัง วิตกกังวล เครียด ท้องผูก พรรดึก
ในเอเชีย (ทางตอนใต้ของจีน, กวม, อินเดีย) ใบและเมล็ดใช้เป็นยารักษาโรคติดเชื้อ, ไข้, โรคไขข้อและปวดหัว ( PROTA, 2015 )
ใช้อื่นๆ  ในสุมาตราใบและเมล็ดแห้งและผงจะถูกเพิ่มเข้าไปในยาสูบเพื่อเพิ่มคุณสมบัติยาเสพติด
ระยะออกดอก --- มีนาคม-กรกฏาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

58 ผักกระสัง/Peperomia pellucida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Peperomia pellucida ( L.) Humb, Bonpl & Kunth
ชื่อพ้อง---Has 32 synonyms
---Piper pellucidum L.
---Peperomia ephemera Ekman---(more)
ชื่อสามัญ    ---Shiny Bush, Shiny leave, Rat's Ear, Silverbush, Pepper Elder, Slate Pencil Plant, Pepper elder,  Cow foot, Rabbit ear.
ชื่ออื่น    ---ชากรูด ผักกระสัง ผักราชวงศ์  ผักสังเขา ผักฮากกล้วย ; [FRENCH: herbe à couleuvre]
ชื่อวงศ์    ---PIPERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ตอนนี้มันถูกกระจายอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนและมักจะแปลงเป็นวัชพืชและเพาะปลูกเป็นครั้งคราว ในแอฟริกาเกิดขึ้นจากเซเนกัลตะวันออกถึง เอริเทรียและโซมาเลีย ทางใต้ถึงแองโกลา แซมเบีย ซิมบับเว และโมซัมบิก มันยังเกิดขึ้นในมาดากัสการ์และเรอูนียง พบได้ทั่วไปในพื้นที่ที่ถูกรบกวน เป็นวัชพืชที่แพร่หลายของทุ่งนาและสวน  เติบโตในสถานที่ร่มรื่นชื้นใกล้บ้านตามเส้นทางและถนน บนริมฝั่งแม่น้ำที่ท่วมตามฤดูกาลและบนเนินเขาที่เป็นป่าหินที่ระดับความสูงถึง 1100 เมตร
พบขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในแปลงผัก ในสวนและตามสนามหญ้า บริเวณบ้าน เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวขนาดเล็ก สูงประมาณ 10-20 ซม.  ลำต้นและใบมีสีเขียวใส เปราะหักง่าย ใบเดี่ยวขนาด  2-3.5 ซม. × 2–3.5 ซม.ออกตรงข้าม รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาวไม่เกิน 1.5 (–2) ซม. ดอก ออกเป็นช่อ ตามปลายยอด ช่อดอกมีสีเขียวอ่อนหรือสีครีม ผล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-1 มม. กลม สีน้ำตาลดำถึงส้ม  เหนียวมีเมล็ด 1 เมล็ด
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหารและยา ต้นและใบใช้รับประทานเป็นผักสด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและถูกจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง น้ำคั้นจากใบใช้ทารักษาสิว  ใช้น้ำต้มจากผักกระสังนำมาล้างหน้าประจำ เพื่อบำรุงผิวทำให้ผิวหน้าสดใส
ระยะออกดอกผล---กันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ : โดยใช้เมล็ด

59 ใบต่างเหรียญ/Evolvulus nummularius

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Evolvulus nummularius (L.) L.
ขื่อพ้อง    ---Has 6 synonyms
---Basionym: Convolvulus nummularius L
---Evolvulus dichondroides Oliv.
---Evolvulus domingensis Spreng. ex Choisy
---Evolvulus veronicifolius Kunth
---Evolvulus yunnanensis S. H. Huang
---Volvulopsis nummularia (L.) Roberty,
ชื่อสามัญ    ---Dwarf morning-glory, Roundleaf bindweed, Monkeywort.
ชื่ออื่น    ---ใบต่างเหรียญ ; [ENGLISH: agracejo rastrero]; [HINDI: Musakarni ]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา,ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน(ยูนนาน) อินเดีย เนปาล ภูฎาน ไทย มาเลเซีย

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อนและ แอฟริกาเขตร้อนและมาดากัสการ์ มีการแนะนำแพร่หลายในทวีปเอเซีย เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในทุ่งหญ้า บนดินทราย พบได้ในป่าดิบแล้งและป่าทึบหนาแน่นหรือแม้กระทั่งบนพื้นดินเสีย
ในประเทศไทยพบตามพื้นที่โล่งในธรรมชาติทุกภาคของประเทศ  ใบต่างเหรียญเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ชอบดินปนทราย ปลูกได้ทั้งกลางแดด รำไร และในร่ม บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึงก็ใช้ปลูกคลุมดินได้ แต่การเจริญเติบโต และลักษณะใบก็จะแตกต่างกันอย่างที่เห็น 2 รูปบน ปลูกในร่มใต้ต้นไม้ใหญ่  2 รูปล่างขวาปลูกในที่มีแสงแดดรำไร ส่วนรูปล่างซ้ายปลูกกลางแจ้งแดดจัด  ปลูกในร่มจะโตช้ากว่ามากไม่ค่อยมีดอก  
ลักษณะของใบต่างเหรียญ ลำต้นจะราบไปกับพื้นดินทอดยาวได้ประมาณ1เมตร ออกรากตามข้อ มีขนทั่วไป ใบ 5-15 x 4-10 มม ออกสลับ รูปไข่ถึงเกือบกลม ปลายมนถึงป้าน โคนเว้าเล็กน้อยหรือรูปหัวใจ ขอบเรียบ ก้านใบยาว 5 มม. มีดอกเล็ก ๆ สีขาว 1-2 ดอก ดอกจะบานช่วงเช้า สาย ๆ หรือแดดออก ดอกก็จะหุบ ผลแคปซูลกว้างประมาณ 3-4 มม. เมล็ดมีสีน้ำตาลถึงดำ
การใช้ประโยชน์ เป็นพืชที่กรมส่งเสริมวิชาการเกษตรส่งเสริมให้ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดิน  ใช้ปลูกแทนหญ้าได้ ไม่ต้องตัดแต่ง ทนต่อการเหยียบย่ำ ไม่ตายง่ายๆ
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ปักชำลำต้น

60 น้ำนมราชสีห์/Euphorbia hirta


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Euphorbia hirta L.
ชื่อพ้อง    ---Has 8 Synonyms
---Chamaesyce hirta (L.) Millsp.
---Euphorbia capitata Lam.
---Euphorbia globulifera H.B.K.
---Euphorbia modiflora Steud.
---Euphorbia obliterata Jacq.
---Euphorbia pilulifera L.
---Euphorbia pilulifera var. hirta (L.) Thell.
---Euphorbia verticillata Vell.
ชื่อสามัญ    ---Pillpod sandmat, Asthma-plant, Asthma herb, Garden spurge, Snake weed, Milkweeds, Dove milk
ชื่ออื่น    ---น้ำนมราชสีห์ใหญ่, หญ้าน้ำหมึก, น้ำนมราชสีห์, nam nom raaychasee [THAI]; [SPANISH: Tripa de pollo, atu rui, yerba de pollo.]; [FRENCH: Jean Robert, malnommée, euphorbe poilue]; [BANGLADESH: bara dudhia]; [Cambodia: tuk das khla thom]; [Japan: shima-nishikiso,Taiwan-nishikiso]; [CAMBODIA: tuk das khla thom]; [MALAYSIA: ara tanah]; [MYANMAR: mayo]; [VIETNAM: co sua long].
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกากลาง
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก


มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เกิดขึ้นทั่วแอฟริกาเขตร้อนและในแอฟริกาใต้
ไม้ ล้มลุกอายุปีเดียว พบขี้นเองตามริมทางถนนที่รกร้างทั่วไป ลำต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านจำนวนมากจากโคนต้น ลำต้นมีน้ำยางสีขาวขุ่น ทั้งลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดงจางปนเหลืองและมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน กว้าง1-1.5ซม.ยาว2-4ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบสีเขียวปนม่วงแดง ดอกแยกเพศ ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ใบประดับเป็นรูปถ้วยสีเขียว ผลแห้งแตกได้ มี 3 พูเมื่อสุกสีเหลืองอ่อน
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ใบกินได้แต่มักเป็นอาหารแห่งความอดอยาก เมื่อไม่มีตัวเลือกอื่น ในชวาและอินเดียหน่ออ่อนทำหน้าที่เป็นอาหารอดอยากดิบหรือนึ่ง แต่อาจทำให้เกิดอาการปั่นป่วนในลำไส้
ใช้เป็น ยา สรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้น ตัดสั้นๆคั่วไฟพอเหลืองนำมาชงดื่มต่างน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะแดงหรือขุ่น ต้นสดต้มน้ำดื่ม เพิ่มน้ำนมและฟอกน้ำนมให้สะอาด บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกาย
ยาพื้้นบ้านใช้ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ระงับอาการชัก แก้ไอ แก้หืดและรักษาอาการไตอักเสบ  หรือผสมน้ำตาลอ้อย ต้มน้ำดื่มรักษาบิดมูกเลือด รากผสมกับรากทับทิม รากส่องฟ้าดง และเดือยไก่ป่าฝนน้ำกินและทา แก้ไข้ทำมะลา (อาการไข้หมดสติ และตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)
ใช้อื่นๆ ในแอฟริกาตะวันตกใช้เป็นอาหารสัตว์, ในสารสกัดจาก Euphorbia hirta หลายชนิดที่มีศักยภาพในการควบคุมโรคพืชและศัตรูพืช ยับยั้งการติดเชื้อเน่าที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Erwinia carotovora ได้อย่างสมบูรณ์ ลดการฟักไข่ในไส้เดือนฝอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด ปักชำกิ่ง

61 น้ำนมราชสีห์เล็ก/Euphorbia thymifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Euphorbia thymifolia L.
ชื่อพ้อง---Has 13 Synonyms   
---Anisophyllum thymifolium (L.) Haw.
---Aplarina microphylla (Lam.) Raf.
---Chamaesyce mauritiana Comm. ex Denis
---Chamaesyce microphylla (Lam.) Soják
---Chamaesyce rubrosperma (Lotsy) Millsp.
---Chamaesyce thymifolia (L.) Millsp.
---Euphorbia afzelii N.E.Br.
---Euphorbia botryoides Noronha
---Euphorbia foliata Buch.-Ham. ex Dillwyn
---Euphorbia microphylla Lam.
---Euphorbia philippina J.Gay ex Boiss.
---Euphorbia rubicunda Blume
---Euphorbia rubrosperma Lotsy
ชื่อสามัญ     ---Gulf sandmat, Pill-bearing Spurge, Thyme-leaf Spurge, Chicken Weed, Gulf sandmat, Red caustic creeper.
ชื่ออื่น     ---น้ำนมราชสีห์เล็ก, Nam nom ratchasi lek [THAI]; [CHINA: qian gen cao, zhu zi cao.]; [FRENCH: petite rougette.]; [SPANISH: golondrina.]; [PHILIPPINES: makikitot]; [INDIA: Duddhi, Dudhiya, Choti-dudhi (Hindi).]
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปอเมริกา และมีการกระจายอย่างกว้างขวางใไปยังพื้นที่อื่นๆของเขตร้อน
ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียวพบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วทุกภาคตามชายป่า ที่รกร้าง ตามท้องนา และในพื้นที่โล่งจนถึงระดับความสูง 800 เมตร ลักษณะ ลำต้นแตกกิ่งก้านทอดเลื้อยเป็นวง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 ซ.ม. หรือลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 15 ซ.ม. ลำต้นและกิ่งมีสีชมพูอมน้ำตาลแดง มีขนขึ้นที่ส่วนต่าง ๆ ของลำต้น มีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามในระนาบเดียวกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบมีลักษณะกลม หยักแหลมเล็กน้อย ส่วนโคนใบเบี้ยว ข้างหนึ่ง ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อยแบบห่าง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบสั้น ๆ และไม่มีก้าน ดอกย่อย เรียงชิดกันอยู่ มีประมาณ 1-3 ช่อ ดอกสีชมพูอมแดง ผลเป็นแบบแคปซูล มีพู 3 พู เมล็ดมี 1 เมล็ดในแต่ละซีกผล เมล็ดสีเหลืองอมน้ำตาล รูปรี เป็นเหลี่ยมเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 0.8 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา  ยาต้มจากทุกส่วนรักษาปัญหาปอด, ไข้, ไข้หวัดใหญ่, ความดันโลหิตสูง, การไม่มีประจำเดือนและกามโรค ใบและเมล็ดแห้งมีกลิ่นหอมเล็กน้อยและใช้เป็นยาบำรุง, ยาสมานแผล, ยาแก้ปวด, ยาถ่ายพยาธิและยาระบาย
น้ำยางถูกนำมาใช้ภายนอกเพื่อรักษาหูดและเป็นยาสำหรับกลากและหิด ใช้ในการรักษาโรคตาแดง และเยื่อบุตาอักเสบ
ในแอฟริกาใช้กันอย่างแพร่หลายใช้ รักษาโรคบิด, ลำไส้, โรคท้องร่วงและกามโรค
ใช้อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยถูกใส่ลงในสเปรย์เพื่อป้องกันแมลงวันและยุง
ออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

62 Euphorbia indica/Indian spurge

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Euphorbia indica Lam
ชื่อพ้อง---   Has 11 Synonyms
---Anisophyllum indicum (Lam.) Schweinf.
---Chamaesyce indica (Lam.) Croizat
---Euphorbia androsaemoides Dennst.
---Euphorbia bracteolaris Boiss.
---Euphorbia cassioides C.Presl
---Euphorbia decumbens (Forssk.) Willd.
---Euphorbia hypericifolia var. bracteolaris (Boiss.) Ewart
---Euphorbia hypericifolia var. coimbatorensis Chandrab.
---Euphorbia ovalifolia Kostel.
---Euphorbia pubera Blume
---Euphorbia uniflora Roxb.
ชื่อสามัญ     --- Indian spurge
ชื่ออื่น     ---[CHINESE: nan ya da ji]; [Chinna ammanpacharisi.]; [Frensh: Chamaesyce d'Inde.]; [ITALIAN: Euforbia indiana]
ชื่อวงศ์    ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อิหร่าน อาฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า ไทย


มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศอิหร่านกับอินโดจีน แพร่กระจายในพื้นที่อบอุ่นของเอเชียและแหลมมลายู เขตร้อนของอเมริกาเหนือ และอาจไปยังเขตร้อนของแอฟริกา เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าชื้นตามฤดูกาลในพื้นที่ที่เปียกชุ่มมักเป็นดินเหนียวสีดำ ใกล้แหล่งน้ำถาวรที่ระดับความสูง 0-1330 เมตร.
พบเห็นได้บ่อบ ตามที่รกร้าง แปลงเพาะปลูก ในกระถางต้นไม้ ดูคล้ายน้ำนมราชสีห์ แต่ลักษณะลำต้นที่ผอมยาว และใบที่บางจะแตกต่างกัน เป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นและกิ่งก้านจะทอดเอนมากกว่าตั้งตรงสีเขียวปนม่วง ความสูงตั้งแต่10ซม.ถึง50ซม.ไม่ค่อยพบว่าสูง มากกว่านั้น ใบรูปไข่เรียงตรงข้าม ขนาดของใบ 2 x 1.5 ซม ก้านใบ 3 มม. มีขนสั้น โคนใบเบี้ยว ปลายใบโค้งมน ดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1.5 ซม.ผลแคปซูลขนาด 2 x 1.5 มม. มีขนสั้น มีเมล็ดสีน้ำตาลแดงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า - รูปกรวย, 1 × 0.75 มม.มีรอยย่นตามขวาง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยาในท้องถิ่น น้ำยางถูกใช้เป็นยาถ่าย  รักษาโรคติดเชื้อที่ตาและโรคหวัด โรคท้องร่วงและโรคบิด อาการบวมน้ำ
ระยะออกดอกและติดผล--- พฤษภาคม - มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

63 จิงจ้อขาว/Ipomoea obscura


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea obscura (L.) Ker-Gawl.
ชื่อพ้อง ---Has 1 Synonyms
---Convolvulus obscurus L.
ชื่อสามัญ    ---Obscure morning glory,Small white morning glory, Lesser Glory
ชื่ออื่น    ---จิงจ้อเล็ก, สะอึก, โตงวะ ; [INDIA: Pan Bel,Ker-gawl.(Hindi)]; [English: Wild petunia, Yellow ipomoea]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา เอเซียเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกาเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก


แพร่หลายในเขตร้อนของแอฟริกาตอนใต้ผ่านเขตร้อนของเอเซียไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือและฟิจิ พบขึ้นตามป่าละเมาะ ตามทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งแม่น้ำ ที่โล่งแจ้ง และ ริมถนน เป็นวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูกบางครั้งพบตามแนวหาดทราย  ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,800 เมตร ถูกประกาศให้เป็นวัชพืชรุกรานใน ฮาวายและหมู่เกาะแคลิโดเนีย
ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนล้มลุกอายุปีเดียวลำต้นทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือเลื้อยพันพืชอื่นเตี้ยๆ  เลื้อยได้ไกลถึง3 เมตร
ลำต้นมีขนปกคลุมหรือเกลี้ยง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2 ซม.ใบเดี่ยว 2.5-6 x 2-4 ซม. เรียงสลับรูปหัวใจหรือค่อนข้างกลม ผิวใบทั้งสองด้านมีขนประปรายหรือเกลี้ยง  ก้านใบยาว 3 ซม ดอกเป็นช่อกระจุก มี 1-3 ดอก ออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีเหลืองนวล ใจกลางดอกสีม่วงเข้ม รูปกรวยตื้น ดอกบานกว้าง 3-3.5 ซม. ผลแคปซูล 6-8 มม.เป็นผลแห้งแตกได้  เมล็ดรูปไข่สีดำมีขนเล็กน้อย  5.5ป3.5 มม.
การใช้ประโยชน์ เป็นอาหารและยา  ยอดอ่อน และผลแก่ปานกลาง รับประทานได้ ใช้ต้มจิ้มน้ำพริก ใบเป็นเมือกมีกลิ่นหอม ปรุงและกินเป็นผักหรือเพิ่มในซุป
ใช้เป็นยา รักษารักษาอาการวิกลจริต ใช้กับแผลเปิดและตุ่มหนอง รักษาแผลในปาก  รักษาโรคบิด
ใช้อื่นๆ ใช้เป็นไม้ประดับเลื้อยขึ้นซุ้มหรือปลูกริมรั้ว
ระยะออกดอกติดผล--- ตุลาคม - มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

64 จิงจ้อเหลือง/Merremia vitifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Merremia vitifolia Haller.f.
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Convolvulus angularis Burm.f.
---Convolvulus vitifolius Burm.f.
---Ipomoea angularis (Burm.f.) Choisy
---Ipomoea vitifolia (Burm.f.) Sweet
ชื่อสามัญ     ---Grape-leaf Wood Rose
ชื่ออื่น     ---จิงจ้อเหลือง, จิงจ้อขน, จิงจ้อใหญ่ ; [INDIA: Digi-lewa (Assamese)]; [PHILIPPINES: Lakmit (Tag.)]; [CHINESE: Zhang ye yu huang cao.]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    ---จีน อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
เกิดขึ้นในทุ่งหญ้า พุ่มไม้ ตามทุ่งนา ขอบป่าชั้นรอง ริมฝั่งแม่น้ำ และริมถนน ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร
ไม้ เถาเลื้อยเนื้ออ่อน ทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือพุ่มไม้เตี้ยๆ ในประเทศไทยพบตามที่แห้งแล้ง ทุ่งหญ้า ไร่ร้าง ป่าเบญจพรรณ ริมฝั่งน้ำและสองข้างทาง ตั้งแต่ระดับน้ำทะเล จนถึง 500เมตร ลักษณะลำต้นกลมตามกิ่งก้านมีขนแข็งสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน เป็นเส้นยาว  2 - 5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปเกือบกลม กว้าง 5- 16 ซม.ยาว 5-18ซม. โคนใบรูปหัวใจขอบใบจักแฉกเป็นรูปพัด 5-7แฉก ปลายแหลม และมีติ่งสั้นผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบยาว2-15ซม.ดอกสีเหลืองสดออกเป็นช่อตามง่ามใบ มักมี1-3ดอก ก้านช่อดอกยาว 1-15ซม. กลีบดอกรูปกรวยตื้น ปลายแผ่บานหยักเป็น5แฉกตื้นๆมีเส้นแฉกเป็นรูปดาวชัดเจน ขนาดดอก3-4ซม.ผล แห้งสีฟางแห้ง รูปกึ่งกลม ขนาดยาว 10-25 มม. ผิวค่อนข้างหนาคล้ายแผ่นหนัง  เมล็ดสีดำหรือน้ำตาลรูปรี ยาว   6-8 มม. มี 4 เมล็ด หรือมากกว่า
การใช้ประโยชน์ ใช้ในท้องถิ่นเป็นยา น้ำผลไม้ของพืชถือว่าเย็นและขับปัสสาวะ รากกินดิบรักษาโรคกระเพาะ ใช้ทั้งภายในภายนอก รักษามาลาเรียและไข้ทรพิษ
ใช้อื่นๆ เป็นไม้ประดับขึ้นซุ้ม หรือปลูกริมรั้ว
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ

65 จิงจ้อเหลี่ยม/Operculina turpethum

  

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Operculina turpethum (L.) S. Manso
ชื่อพ้อง ---Has 19 synonyms

Argyreia alata Montrouz. Ipomoea triquetra (Vahl) Roem. & Schult.
Argyreia alulata Miq. Ipomoea turpethum (L.) R.Br.
Convolvulus anceps L. Merremia triquetra (Vahl) Roberty
Convolvulus gaudichaudii Choisy Merremia turpethum (L.) Rendle
Convolvulus riedlei Choisy Operculina triquetra (Vahl) Hallier f.
Convolvulus triqueter Vahl Operculina turpethum var. humilior (Haines) -
Convolvulus turpethum L. -K.K.Khanna
Ipomoea anceps (L.) Roem. & Schult. Spiranthera turpethum (L.) Bojer
Ipomoea diplocalyx Baker Turpethum australe Raf.
Ipomoea saundersiana Baker Turpethum indicum Raf.

ชื่อสามัญ     ---St. Thomas lidpod, Transparent Wood Rose, White Day Glory, Indian Jalap, Turpeth, Turpeth root.
ชื่ออื่น     ---THAILAND: Chingcho liam,จิงจ้อเหลี่ยม, จิงจ้อ, จิงจ้อเล็ก ; [INDIA: Manja vayaravalli, Manja kolambi valli (Malayalam)]; [CHINA: He guo teng.]; [PHILIPPINES: Kamokamotihan (Tag.)]; [INDONESIA: Areuy jotang, Sampar-kedung.]; [Silva Manso เป็นชื่อที่รวบรวมที่ได้รับการยอมรับจาก The Plant List].
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเซีย และ ออสเตรเลีย
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนทั่วโลก


มีถิ่นกำเนิดในเคนยาเขตร้อนของแอฟริกาใต้ ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย  เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชียไปจนถึงแปซิฟิก เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าโล่ ตามทุ่งนาในป่าสักตามขอบป่ารองริมฝั่งแม่น้ำและริมถนนที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 900 เมตร ในประเทศไทย  พบได้ทั่วไปตามริมทางที่โล่งแจ้ง ในป่าผลัดใบ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 25-200 เมตร เป็นวัชพืชเถาเนื้ออ่อนเลื้อยพันต้นไม้อื่นและทอดเลื้อยไปตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลราว4-5 เมตร ลักษณะลำต้นกลมมีปีกสามเหลี่ยมขนาบ สีเขียวอมม่วงเรื่อๆ ใบมีหลายแบบ อาจพบเป็นรูปหัวใจแคบ หรือรูปหัวใจกว้าง หรือรูปไข่แกมใบหอก ขนาดใบกว้างประมาณ 1.5-3.ซ.ม. ยาว 6-9  ซ.ม. ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ด้านบนเรียบ ด้านล่างมีขน ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ
ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อขนาดเล็ก มีใบประดับ2ใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวเรื่อแดงรูปท้องเรือ 5 อัน ดอกสีขาว รูปกรวย ปลายแผ่ติดกัน ขนาดดอก 4-5ซ.ม.
ผลรูปกลมเมื่อแก่แตกได้ ขนาด 1 ·5 ซม. มีเมล็ดสีดำเกลี้ยง 4 เมล็ด หรือน้อยกว่า
การใช้ประโยชน์ รากใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ บรรเทาอาการท้องอืดและอาการจุกเสียด รักษาบาดแผลที่ติดเชื้อ โรคโลหิตจาง โรคตับ เนื้องอกในช่องท้อง โรคไขข้อ
ระยะออกดอก----เดือนตุลาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด

66 เถาสะอึก/Merremia hederacea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Merremia hederacea (Burm.f.) Hallier f.
ชื่อพ้อง  ---Has 13 synonyms
---Convolvulus acetosellifolius Desr.         
---Convolvulus chryseides (Ker Gawl.) Spreng.       
---Convolvulus dentatus Vahl       
---Convolvulus flavus Willd.         
---Convolvulus lapathifolius Spreng.         
---Basionym: Evolvulus hederaceus Burm. F.
---Ipomoea acetosellifolia (Desr.) Choisy
---Ipomoea chryseides Ker Gawl.
---Ipomoea dentata (Vahl) Roem. & Schult.           
---Ipomoea subtriflora Zoll. & Moritzi      
---Lepistemon glaber Hand.-Mazz.            
---Lepistemon muricatum Span.  ---Merremia chryseides (Ker Gawl.) Hallier f.         
---Merremia convolvulacea Dennst. Ex Hallier f.
ชื่อสามัญ    ---Ivy woodrose
ชื่ออื่น    ---เถาสะอึก, สะอึก, ฉะอึก ; [INDIA: Kudicivalli (Malayalam)]; [CHINESE: li lan wang]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเชียและแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก


แพร่หลายในพื้นที่เขตร้อนของแอฟริกาและเอเชียไปยังนิวกินี, ออสเตรเลียและทางตะวันตกของแปซิฟิก เกิดขึ้นตามพุ่มไม้ ในทุ่งหญ้าโล่ง และบนสันทราย ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 250 เมตร
ไม้ ล้มลุกเนื้ออ่อนขนาดเล็กลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่นพวกหญ้าหรือไม้พุ่มยาว 1 - 2 เมตร  ใบเดี่ยว 2-4 x 1.5-3ซม.โคนใบรูปหัวใจปลายใบเรียวแหลม ขอบหยักเป็น3พู ใบสีเขียวเข้ม  มีขนที่เส้นใบ ก้านใบยาว 1-2 ซม
ดอกสีเหลืองสด เป็นแบบดอกช่อ กระจุกซ้อน กลีบเลี้ยง 5กลีบกลีบดอก5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ขนาดดอก 1-2 ซ.ม.ผลแคปซูลยาว 5-7 มม. เมล็ดกลม สีน้ำตาลดำ ยาว2.5 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ใบรวมกับขมิ้น และข้าวหักใช้ในการรักษารอยแตกในมือและเท้า ใช้ใบตำกับขมิ้นเป็นยาพอกแผลและฝี ใช้เป็นยาสำหรับรักษาทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน
ระยะออกดอกติดผล--- ช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

67 เถาสองสลึง/Ipomoea pileata

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ipomoea pileata Roxb.
ชื่อพ้อง    ---Has 2 synonyms
---Convolvulus pileatus (Roxb.) Spreng.
---Ipomoea involucrata P. Beauv.
ชื่อสามัญ     ---None
ชื่ออื่น     ---เถาสองสลึง
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์

   

แพร่กระจายในแอฟริกาเขตร้อน แอฟริกาใต้ตอนเหนือ เกาะมาสคาเรนและจากอนุทวีปอินเดีย-จีน อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นตามแนวชายป่า ทุ่งหญ้า ริมถนนและเป็นวัชพืชในแปลงเพาะปลูก
ในประเทศไทยไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ที่ระดับความสูงถึงประมาณ 500 เมตร  
ลักษณะเป็นไม้เถาล้มลุกเลื้อยพัน อายุปีเดียวหรืออาจอยู่ได้หลายปี ลำต้นมีขนปกคลุมตามลำต้นหนาแน่นเลื้อยได้ไกล1-2 เมตร ใบเดี่ยว 6-8 x 7-9 ซม..เรียงสลับรูปหัวใจ โคนใบมนปลายใบแหลม ก้านใบยาว 0.15-1ซม. ด้านบนผิวใบเกลี้ยง ด้านล่างใบมีขน ดอกช่อแบบช่อกระจุก ออกที่ซอกใบ ก้านช่อดอกมักยาวกว่าก้านใบ มีใบประดับ2ใบขนาดใหญ่เชื่อมกันเป็นรูปเรือ กลีบเลี้ยง5กลีบซ้อนเหลื่อมกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นกรวย ปลายแยกเป็น5แฉกตื้น สีชมพูแกมม่วง ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มม.แห้งแล้วแตก เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลดำ 3-4 มม.
ระยะออกดอกและติดผล--- พฤศจิกายน - มกราคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

68 ลำโพงขาว/Datura metel

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Datura metel L.
ชื่อพ้อง   ---Has 24 Synonyms

Brugmansia chlorantha (Hook.) Melliss Datura laevis Schkuhr
Brugmansia waymanii Paxton Datura metel var. dentata Schltdl. & Cham.
Datura bojeri Delile Datura metel var. flaviflora (O.E.Schulz) Moldenke
Datura chlorantha Hook. Datura muricata Link
Datura cornucopia Pitcher & Manda Datura nanakii Pandeya & A.B.Bhatt
Datura dubia Bianca ex Tod. Datura nigra Hassk.
Datura fastuosa L. Datura nilhummatu Dunal
Datura fastuosa var. flaviflora O.E.Schulz Datura timoriensis Zipp. ex Span.
 ex O.C.Schmidt Datura trapezia Nees
Datura fruticosa Hornem. Datura waymanii (Paxton) Steud.
Datura humilis Desf. Stramonium fastuosum (L.) Moench
Datura hummatu var. muricata (Link) Bernh. Stramonium metel (L.) Moench
Datura hummatu var. rubra Bernh.

ชื่อสามัญ    ---Thorn Apple,Hindu Datura, Apple of Peru, Datura, devil's trumpet    
ชื่ออื่น    ---มะเขือบ้า, ลำโพงดอกขาว ; [INDIA: Dhatura(Hindi)]    
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE    
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา    
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาปัจจุบันพบได้ในหลายพื้นที่ของโลกตั้งแต่เขตอบอุ่นไปจนถึงเขตร้อน เกิดขึ้นตามสถานที่ทิ้งขยะ ดินทรายริมแม่น้ำ ฯลฯ ในตำแหน่งที่มีแดดจัดหรือร่มเงาบางส่วน    
ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาคเป็นพรรณไม้กลางแจ้งพบขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม้ล้มลุกอายุ1-2ปี สูง1-2เมตร  กิ่งก้านลำต้นกลวงสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ กว้าง8-15ซม.ยาว10-20ซม.ขอบใบหยักซี่ฟันหยาบๆฐานใบไม่เสมอกัน  ก้านใบยาว 6 ซม.  ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวติดกันเป็นหลอด ยาวกลีบเลี้ยงยาว 6-8 ซม. กลีบดอกชั้นเดียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบานออกเป็นรูปแตร ยาว 15 ซม. สีของดอกมีตั้งแต่สีขาวครีม สีเหลือง สีแดงและสีม่วง   ผลกลมสีเขียว ศก.3ซม. มีขนหนาคล้ายหนาม เป็นผลแห้งสีน้ำตาลแตกได้ เมล็ดเรียบสีน้ำตาลอัดแน่น ยาว 5 มม.     
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา  เป็นพืชยาเสพติดที่มีรสขมซึ่งช่วยบรรเทาความเจ็บปวด รักษาอาการเจ็บหน้าอกรวมถึงโรคหอบหืด, ไอ, วัณโรคและหลอดลมอักเสบ    
ความเป็นพิษ ใบ ดอก เมล็ด ราก ทุกส่วนจะพบอัลคาลอยด์ atropine, hyoscine และ hyoscyamine 0.5% อัลคาลอยด์พวกนี้มีพิษสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากมนุษย์หรือสัตว์กินเข้าไป ในบางสถานที่ห้ามมิให้ซื้อขายหรือปลูก อาการแสดงที่เกิดหลังกินแม้ในปริมาณน้อย ผิวแดง, ปวดหัว, ภาพหลอนและอาจชักหรือแม้กระทั่งอาการโคม่า
การใช้อื่นๆ ใบไม้ให้สีย้อมผ้าสีเขียว, ใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นสารกำจัดศัตรูพืช เชื้อโรคฝ้ายและสัตว์ที่มีชีวิตในบ้านเช่นหมัดและจิ๊กเกอร์มี ประโยชน์ในการควบคุมไส้เดือนฝอยและโรครากปม สารสกัดจากรากนั้นโรยในบ้านเพื่อขับไล่งู เมล็ดผสมกับแป้งข้าวฟ่างถูกใช้เป็นเหยื่อพิษล่อหนู
มีสายพันธุ์ของ D. metel ที่มีลำต้นสีดำ Black daturas ( Datura metel 'Fastuosa') ที่รู้จักกันในฐานะพืชสวน  โดยปกติแล้วดอกของมันจะมีกลีบดอกสองหรือสามกลีบแต่ละกลีบมีภายนอกสีม่วงเข้มและ ภายในสีขาว มีรายงานแล้วว่าได้กลายเป็นสัญชาติในอิสราเอล สายพันธุ์สีดำอาจกลายเป็นพบเห็นได้ตามริมถนนทั่วไปเหมือนกับบรรพบุรุษดอกสีขาว
เป็นที่รู้จักกันในชื่อต่าง ๆ เช่น 'Blackcurrant Swirl', 'Cornucopaea', 'Double Blackcurrant Swirl', 'Double Purple' และ 'Purple Hindu'
และในชื่อภาษาไทย 'ลำโพงกาสลัก'    
ระยะออกดอกและติดผล--- มีนาคม - ธันวาคม    
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด   

69 โคกกระออม/Cardiospermum halicacabum

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cardiospermum halicacabum L.
ชื่อพ้อง    ---Has 7 synonyms
---Cardiospermum acuminatum Miq.
---Cardiospermum corycodes Kunze
---Cardiospermum glabrum Schumach. & Thonn.
---Cardiospermum inflatum Salisb.
---Cardiospermum luridum Blume
---Cardiospermum moniliferum Schwagr. ex Steud.
---Corindum halicacabum (L.) Medik.
ชื่อสามัญ    ---Balloon vine , Heart pea, Love in a puff
ชื่ออื่น    ---ลูบลีบเครือ, โพออม, วิวี่, เครือผักไล่น้ำ, kok kra om; luupleep khruea; pho om [THAI]; [CHINESE: dao di ling]; [MALAYSIA: bintang berahi]; PHILIPPINES: kana; paria-aso]; [SOANISH: amor en bolsita]; [FRENCH: pois de merveille].
ชื่อวงศ์    ---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แพร่เป็นวัชพืชไปทั่วโลก


ถิ่นกำเนิดไม่แน่นอนเชื่อว่าเป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาเขตร้อน มีการแพร่กระจายไปทั่วเขตร้อนของโลก ถูกระบุเป็นพืชรุกรานในหลายประเทศ ในประเทศนิวซีแลนด์มีชื่ออยู่ในAccord Plant Pest Accordซึ่งระบุพืชศัตรูพืชที่ห้ามเผยแพร่และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ในเบอร์มิวดา ถูกระบุว่าเป็นประเภทที่ 1 พืชรุกรานโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในสหรัฐอเมริกาสี่รัฐทางใต้ได้แก่ อลาบาม่า อาร์คันซอ เซาท์แคโรไลนา และเท็กซัส  ได้วางลงในรายการวัชพืชที่เป็นพิษ
สามารถพบได้ในสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่หลากหลายรวมถึงภูมิอากาศแบบเปียกหรือตามฤดูกาล   มักพบขึ้นตามข้างทางและที่รกร้างทั่วไป ตามริมน้ำในที่ดินแห้ง แอ่งน้ำ หรือเป็นระยะ ๆ มันชอบสถานที่ที่มีแดดเช่นพื้นที่ว่างเลียบ ถนน ทุ่งหญ้าพุ่มไม้ และขอบป่าที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร ไม่สามารถเติบโตในพื้นที่ที่มีร่มเงา
ไม้เถาล้มลุกอายุปีเดียว ในประเทศไทยพบแพร่กระจายไปทุกภาค ลักษณะลำต้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ลำต้นเหลี่ยมสีเขียวอ่อนใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ยาว3-7ซม. ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กว้าง 1-1.5ซม.ยาว4-5ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ มีมือเกาะปลายม้วนงอ กลีบดอกสีขาว ดอกมีขนาดเล็กมาก ผลแห้งแตกได้ รูปทรงกลมแกมสามเหลี่ยมขนาด3-4.5ซม. มีเยื่อบางๆสีเขียวหุ้มมิด ลักษณะเป็นถุงลม มีสามสัน แบ่งเป็น3ช่อง เมล็ดรูปทรงกลมสีดำ มีขั้วรูปหัวใจสีขาว
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นไม้ประดับ เป็นอาหารและยา ใบอ่อนกินเป็นผักได้  มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร รากเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของพืชที่ใช้สำหรับการรักษาโรค ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ขับปัสสาวะ ลดไข้ และยาถ่าย ใช้ในการรักษาโรคไขข้อโรคทางประสาทความฝืดของแขนขา
อื่นๆชาวบ้านเรียกโคกกระออมว่าหญ้าแมลงหวี่ ใช้ต้นพันรอบศีรษะ กลิ่นของหญ้าชนิดนี้สามารถไล่แมลงหวี่ให้หายไปได้
ระยะออกดอก---กรกฎาคม-สิงหาคม---ติดผล-- สิงหาคม-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

70 เดือยหิน/Coix lachryma – jobi


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Coix lacryma – jobi Linn.
ชื่อพ้อง---Has 19 synonyms

Coix agrestis Lour.
Coix ovata Stokes nom. illeg.
Coix arundinacea Lam. Coix palustris Koord.
Coix chinensis Tod. Coix pendula Salisb. nom. illeg.
Coix chinensis Tod. ex Balansa nom. illeg. Coix pumila Roxb.
Coix exaltata Jacq. ex Spreng. Coix stenocarpa (Oliv.) Balansa
Coix gigantea J.Jacq. nom. illeg. Coix stigmatosa K.Koch & Bouché
Coix lacryma L. nom. illeg. Coix tubulosa Hack.
Coix ma-yuen Rom.Caill. Lithagrostis lacryma-jobi (L.) Gaertn.
Coix ouwehandii Koord. Sphaerium lacryma (L.) Kuntze nom. illeg.
Sphaerium tubulosum (Warb.) Kuntze

ชื่อสามัญ    ---Job's tears (US), Job's-tears (UK), Adlay, Adlay millet, Coixseed,  Tear grass.
ชื่ออื่น    ---เดือย, มะเดือย, ลูกเดือย, Duai, maduai.[THAILAND] ; [FRENCH: Larme de Job.]; [CHINESE: Liù gǔ mǐ, Huíhui mǐ.]; [HINDI: sankru, Gurlu.];[JAPANESE: Juzudama.]; [MALAYSIA: Jelai.]; [SPANISH: lagrima de San Pedro] ; [LAOS: Duay]; [CAMBODIA: Skuoy]; [PHILIPPINES: Kudlasan (Tag.)]
ชื่อวงศ์    ---POACEAE (GRAMINEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า มีอายุเพียงปีเดียว เติบโตได้ดีในดินทุกฃนิดและดินที่มีสภาพเป็นกรด เดือยหินเป็นชนิดลูกเดือยที่พบมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะบนภูเขาสูง ลำต้นไม่สูงมาก เป็นชนิดลูกเดือยที่ไม่นำมารับประทาน เนื่องจากมีแป้งน้อย เปลือก และเนื้อเมล็ดแข็งมาก ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อทำเครื่องประดับ เพราะเปลือกที่มันวาว และมีหลายสี เดือยหินจะแตกหน่อรวมกันจนเป็นกอใหญ่ ใบเรียวยาว ปลายใบแหลม ผิวใบสากมือ
ดอกไม่สมบูรณ์เพศ ออกที่ปลายยอด ผลกลมเมล็ดรูปทรงคล้ายหยดน้ำ มีเปลือกแข็ง
ใช้ประโยชน์ใช้เป็นยามีสรรพคุณ เมล็ด แก้หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้น้ำคั่งในปอด ราก รสขื่น ชงดื่มขับพยาธิในเด็ก
ระยะออกดอก --- กรกฎาคม-ตุลาคม--ติดผล --- กันยายน-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

71 โคกกระสุน/Tribulus terrestris

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tribulus terrestris L.
ชื่อพ้อง    ---Has 15 Synonyms

Hedysarum uniflorum Lapeyr. Tribulus maximus var. roseus Kuntze
Tribulus acanthococcus F.Muell. Tribulus micans Welw.
Tribulus albus Poir. Tribulus murex C.Presl
Tribulus gussonei Tod. & Pirain. ex Parl. Tribulus muricatus Stokes
Tribulus hispidus C.Presl Tribulus orientalis A.Kern.
Tribulus humifusus Schumach. & Thonn. Tribulus robustus Boiss. & Noë
Tribulus kotschyanus Boiss. Tribulus terrestris var. macrocarpus Rouy
Tribulus lanuginosus L. -

ชื่อสามัญ    ---Bullhead, Ground Bur-nut, Small Caltrops, Cat's-head, Devil's eyelashes, Devil's-thorn, Devil's-weed, Puncture vine, Tackweed.
ชื่ออื่น    ---หนามดิน, หนามกระสุน, กาบินหนี, ; INDIA: Gokhru (Hindi); [LATIN: Caltrops.]
ชื่อวงศ์    ---ZYGOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปยุโรป
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก

  

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน กระจายไปทั่วโลก ในเขตอุ่น และเขตร้อน ในภาคใต้ของยูเรเซีย ,แอฟริกา ,อเมริกาเหนือ,  นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย มีอยู่ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาและในอเมริกากลางและอเมริกาใต้  เป็นสายพันธุ์แพร่กระจายที่ก้าวร้าวและแข็งแกร่ง  เป็นวัชพืชที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ขึ้นได้ดีในที่ที่เป็นดินทรายมีการระบายน้ำดี ในธรรมชาติพบตามริมทาง ที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 200 ม.
หนามกระสุนเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นยาวประมาณ 2 เมตร ทอดนอนตามพื้นดิน มีขนประปรายตลอดลำต้น ใบใหญ่จะมีใบย่อย 6-8 คู่ ส่วนใบเล็กจะมีใบย่อย 4-5 คู่ ก้านใบสั้น
ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองสด บานตอนเช้าเมื่อแดดจัดจะหุบ ออกตามซอกใบที่มีขนาดเล็ก 0.5-1ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง กลีบดอกบอบบางมาก มักหลุดร่วงง่าย ผลทรงกลม ผิวขรุขระ แบ่งเป็น 5 พู แต่ละพูมีหนามแหลม 2 อันเมื่อแห้งแล้วไม่แตก ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ทั้งต้นใช้ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้อาการหน้ามืดเป็น ยาฝาดสมาน เมื่อมีการอักเสบในช่องปาก สมุนไพรนี้มีการใช้ มานานหลายศตวรรษในอินเดียและยุโรปตะวันออก เพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายและผู้หญิง
ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีความเชื่อที่ว่ามันจะเพิ่มฮอร์โมนเพศชายระดับส่วนใหญ่สำหรับสร้างร่างกาย Body building (ในการศึกษาและควบคุมไม่ได้รับการพิสูจน์ ว่าปลอดภัย)
ใช้อื่นๆ ใช้คลุมดินในที่แล้งหรือที่ที่เป็นดินเค็ม
ความเป็นพิษ การบริโภคต. terrestrisทำให้เกิดโรคไทรอยด์ในแกะ  สารพิษในพืชสามารถทำให้ไตและตับถูกทำลาย และการสะสมของphylloerythrinในเลือด
ระยะออกดอกและติดผล---เดือนเมษายน-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ด

72 ผักกระเฉดโคก/Neptunia javanica

  

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Neptunia javanica Miq.
ชื่อพ้อง ---Has 5 Synonyms   
---Desmanthus acinaciformis Span.
---Neptunia acinaciformis (Span.) Miq.
---Neptunia acinaciformis Windler
---Neptunia robertsonii Raizada
---Neptunia triquetra
ชื่อสามัญ    ---Water mimosa, Water sensitive plant
ชื่ออื่น    ---ผักกระเฉดบก, ผักกระฉูด, กาเสดโคก,  กระเฉดโคก, แห้วระบาด; [FRENCH: neptunie potagère]; [SPANISH: carurú de agua, juqueri manso.]; [CHINESE: Ya cai, shuǐ hehuan]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย; เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-อินโดจีน อินเดีย พม่า ชวา และติมอร์


ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักจะรู้จักกันหรือเรียกกันว่าผักกระฉูด จะพบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามที่รกร้างโล่งแจ้งแห้งแล้งหรือชื้นแฉะ ที่ความสูงไม่เกิน200เมตรจากระดับน้ำทะเล
ลักษณะลำต้นนั้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 1 เมตร (แต่ที่พบเห็นทั่วไปลำต้นจะตั้งตรงเป็นส่วนใหญ่) ใบประกอบมี 1-3 ใบ ใบประกอบย่อย มี 7-20 คู่ รูปขอบขนาน ยาว 0.2-0.8 ซม. ปลายใบมนหรือแหลม มีติ่งที่ปลาย โคนใบตัด เส้นใบไม่ชัดเจน  ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ทรงกลม ก้านช่อดอกยาว 3-7 ซม. มี 13-15 ดอก สีเหลือง ผลติดกันเป็นกระจุกเป็นฝัก แบน โค้ง ยาว 3-5 ซม.มี เมล็ดรูปรีขนาด ยาว 3-4 มม.มี 7-11 เมล็ด
ใช้ประโยชน์  ยอดอ่อนของกระฉูดกินได้เหมือนผักกระเฉดน้ำ ปัจจุบันเริ่มมีผู้นิยมกินกระเฉดโคกหรือกระเฉดบกกันมากขึ้น
อื่นๆ ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ถั่วจึงเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ดและปักชำลำต้นแก่

73 ชะคราม/Suaeda maritima


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Suaeda maritima (L.) Dumort.
ชื่อพ้อง    ---Has 8 Synonyms
---Atriplex maritima (L.) Crantz
---Chenopodina maritima (L.) Moq.
---Chenopodium maritimum L.
---Dondia maritima (L.) Druce
---Lerchea maritima (L.) Kuntze
---Salsola maritima (L.) M.Bieb.
---Salsola maritima (L.) Poir.
---Schoberia maritima (L.) C.A.Mey.
ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Suaeda maritima (L.) Dumort
ชื่อสามัญ    ---Seablite, Sea Blight, Herbaceous seepweed,  Annual seablite, White sea-blite
ชื่ออื่น    ---ชักคราม, ส่าคราม ; [MALTA: Swejda tal-baħar]; [SPANISH: Cañametes, Espejuelo, Sosa azuleja, Sosa blanca]; [FRENCH: Suéda maritime]
ชื่อวงศ์    ---CHENOPODIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ตามชายฝั่งทะเล
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทุกประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย
มีการกระจายไปทั่วโลก พบตามชายฝั่งทะเลไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เมื่ออายุมากลำต้นจะมีเนื้อไม้และพัฒนาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงถึง 1เมตร พบทั่วไปตามพื้นที่ราบดินเลนเค็มจัด พบมากตามชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรสงครามถึงชลบุรี ในฤดูแล้งจะเห็นเป็นหย่อมสีแดงอมม่วง ชะครามมีลักษณะลำต้นสูง1-1.5 เมตร เป็นลำต้นเดี่ยว ทรงพุ่มแผ่กระจาย แตกกิ่งต่ำใกล้พื้นดิน และมักมีรากงอกตามข้อด้านล่าง ลำต้นแก่มีผิวหยาบขรุขระ ซึ่งเกิดจากรอยแผลใบ
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเบียดกันแน่น แผ่นใบรูปแถบยาว1-5ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม แผ่นใบเรียบ ปลายใบแหลม เนื้อใบอวบน้ำ ผิวใบเป็นฝ้านวล สีเขียวสดหรือสีเขียวอมม่วง ในฤดูแล้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วงอ่อนคล้ายแต้มสี
ดอกแบบช่อเชิงลดไร้ก้านแยกแขนง ออกตามปลายยอด ช่อดอกยาว3-18ซม.แต่ละกระจุกมีดอกย่อย2-5ดอก ประกอบด้วยดอกย่อยขนาด0.1- 0.2 ซม. ผลแบบผลแห้งไม่แตก ขนาด 0.2-0.3 ซม.มีเมล็ดรูปไต1เมล็ด
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมาประกอบอาหาร มักนำใบชะครามมาลวกหรือต้มน้ำก่อน เพื่อลดความเค็มของเกลือ
ใช้เป็นยาใช้ใบถอนพิษอาการแพ้จากยางต้นไม้ ใช้ขับปัสสาวก แก้หนองใน รักษารากผม แก้ผมพิการ
ใช้อื่นๆ ในยุคกลางและต้นศตวรรษ ถูกเก็บเกี่ยวและเผา ขี้เถ้าถูกประมวลผลเป็นแหล่งสำหรับโซเดียมคาร์บอเนตสำหรับใช้ในการทำแก้ว
ระยะออกดอกและผล ---มิถุนายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

74 ถั่วลิสงนา/Alysicarpus vaginalis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Alysicarpus vaginalis (L.) DC
ชื่อพ้อง    ---Has 7 Synonyms
---Alysicarpus rupicola Edgew.
---Alysicarpus nummularifolius (L.) DC.
---Alysicarpus nummularifolius sensu auct.
---Alysicarpus nummularifolius (L.) DC. var. angustatus Ohwi
---Alysicarpus vaginalis (L.) DC. var. diversifolius Chun
---Hedysarum cylindricum Poiret
---Hedysarum vaginale L.
ชื่อสามัญ    ---Alyce clover, Buffalo clover, Buffalo-bur, One-leaf clover, White moneywort.
ชื่ออื่น    ---หญ้าปล้องหวาย, หญ้าเกล็ดหอยใหญ่, ถั่วลิสงนา,  thua lisongna [THAI]; [SPANISH: Trebol alicia.]; [FRENCH: Alysicarpus.]; [CHINESE: lian jia dou.]; INDONESIA: brobos.(Javanese)]; [MALAYSIA: akar seleguri.]; [MYANMARr: than-ma-naing-kyauk-ma-naing.]; [PHILIPPINES: banig-usa.(Tagalog)]; [VIETNAM: cây me dât.]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา, เอเชีย, และออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---พม่า ลาว ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดเนียเซีย อินเดีย จีนตอนใต้ ออสเตรเลีย ประเทศในทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา, เอเชีย, มาเล่เซีย, และออสเตรเลีย และแพร่หลายไปยัง แพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเขตร้อนทั่วโลก ในอเมริกาใต้, หมู่เกาะอินเดียตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ทั้งในธรรมชาติและเพาะปลูก
ถั่วลิสงนาเป็นพืชตระกูลถั่ว ชอบขึ้นในสภาพไร่ ข้อเสียก็คือเป็นวัชพืชที่แพร่ระบาดรุนแรงชนิดหนึ่ง พบระบาดในนาข้าวและแปลงไร่ต่างๆ เนื่องจาก เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพความแห้งแล้งหรือน้ำท่วมได้ดี ผลิตเมล็ดได้จำนวนมาก อีกทั้งเมล็ดมีความคงทน แม้ในสภาพน้ำท่วมนาน มีอัตราการงอกสูง ทำให้แพร่ระบาดทำลายพืชผลได้กว้าง นอกจากนั้น ยังทนต่อการกำจัดด้วยสารเคมีหลายชนิด การเจริญเติบโตไม่เลือกชนิดและสภาพของดิน จึงพบอยู่ได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
ลักษณะของถั่วลิสงนาลำต้นมีขนสั้นๆปกคลุมเลื้อยแผ่ตามผิวดินยาว 30 – 100 ซม. ใบรูปไข่ มีความยาวประมาณ 3-10 มม.แตกออก ด้านตรงกันข้าม  มีก้านใบ ยาวประมาณ 1-5 มม.   ดอกสีม่วงแดงออกเป็นช่อกระจะตามปลายยอด ช่อดอกยาวถึง 13 ซม. มีดอกย่อย 4-12 ดอก ขนาดดอก 6 มม. ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกมีรอยต่อยาวเกือบ 2 ซม. ผลแก่สีน้ำตาลดำ เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่ยาว 1.5 มม ผิวเรียบเป็นมัน
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ใช้ในยาอายุรเวท ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( Hanelt et al., 2001) และในการแพทย์พื้นบ้านมีรายงานว่ามีการใช้ยาต้มราก รักษาอาการไอ ในชวา, ในขณะที่ในเวียดนามมีการใช้เมล็ดผงบดเพื่อต่อต้านโรคบิดและลำไส้ใหญ่ ในประเทศจีนมีการใช้ยาทั้งต้นในการรักษาบาดแผล และกระดูกหัก
อื่นๆใช้สำหรับปรับปรุงทุ่งหญ้า ทำเป็นหญ้าแห้งหรือ ปลูกเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มก็ได้ เนื่องจากรากถั่วลิสงนาสามารถสร้างปมราก ซึ่งไปจับไนโตรเจนในอากาศเพื่อช่วยบำรุงดินได้
ระยะออกดอก-ติดผล --- เดือนกันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด 

75 บานไม่รู้โรยป่า/Gomphrena celossioides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Gomphrena celossioides Mart.
ชื่อพ้อง ---Has 10 Synonyms   
---Gomphrena alba Peter
---Gomphrena celosioides var. aureiflora Stuchlík
---Gomphrena celosioides f. aureiflora (Stuchlík) Pedersen
---Gomphrena celosioides f. grandifolia Stuchlík
---Gomphrena celosioides f. suberecta Stuchlík
---Gomphrena decumbens var. albiflora Stuchlík
---Gomphrena decumbens var. aureiflora Stuchlík
---Gomphrena hygrophila var. subecristata Herzog
---Gomphrena lutea Rusby
---Xeraea celosioides (Mart.) Kuntze
ชื่อสามัญ    ---Wild globe everlasting,Gomphrena weed, Prostrate Globe-amaranth, Batchelor's button, Ant seed, Water globehead, Khaki weed , Soft khaki weed.
ชื่ออื่น    ---บานไม่รู้โรยป่า,; [INDIA: Nirvadamalli,Neervadamalli (Malayalam)]; [PHILIPPINES: Botonsilyong-gapang.(Tag.)]; [CHINESE: Ji guan qian ri hong, Yin hua xian.]; [AFROKAAN: Lebolomo la naga.]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน

 

มีถิ่นกำเนิดในเอกวาดอร์ถึงตอนเหนือของอาร์เจนตินา ในอเมริกาใต้ แพร่หลายไปทั่วประเทศในเขตร้อน รวมถึงทวีปแอฟริกา
บานไม่รู้โรยป่า เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี  มักพบแพร่กระจายพันธุ์ขึ้นเป็นวัชพืชในพื้นที่เปิดโล่งมีแดดส่องถึง ตามที่รกร้างริมทาง ลำต้นทอดเลื้อย 7-30ซม. แตกกิ่งก้านมาก ใบ 2-4 x 1 ซม. ออกตรงข้ามรูปรีถึงรูปขอบขนาน ไม่มีก้านใบ ขอบใบเรียบ มีขนปกคลุมทั้งลำต้นและใบ ดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กซ้อนกันสีขาวขุ่น เมล็ดที่ถูกบีบอัดรูปไข่สีน้ำตาล  1.5 มม.
ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยาสรรพคุณอย่างย่อต้นใช้แก้กามโรค หนองใน ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ระดูขาว ใบต้มน้ำผสมสมุนไพรอื่นดื่มแก้เบาหวาน รากแก้โรคทางเดินปัสสาสวะอักเสบ ขับนิ่ว
ในอเมริกาใต้มีการใช้ประโยชน์จากพืชในการทำแท้ง ยาต้มของพืชทั้งหมดพร้อมกับ G. globosa นำไปใช้กับบาดแผลเรื้อรัง ในแอฟริกาใช้สำหรับรักษาโรคดีซ่านและมาลาเรีย ใน โตโก แอฟริกาตะวันตกใช้สำหรับรักษาโรคตับ ในแอฟริกาใต้ราก ใช้เป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมในการรักษาโรคเบาหวาน ใบใช้รักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

76 ฉัตรพระอินทร์/Leonotis nepetifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Leonotis nepetifolia (L.) R.Br.
ชื่อพ้อง   ---Has 3 Synonyms
---Leonurus globosus Moench
---Leonurus nepetifolius (L.) Mill.
---Phlomis nepetifolia L.
ชื่อสามัญ     ---Lion ‘s ear, Lion's Tail, Hallow stalk, Klip dagga, Christmas candlestick, Bald bush, Bald head, Bird honey, Bird-head, Wild dagga
ชื่ออื่น     ---เสกกษัตริย์, นางอั้วโคก, จ่อฟ้า, เทียนป่า, หญ้าเหลี่ยม; [SPANISH: botón de cadete, cebadilla, cevadille.]; [FRENCH: grasse mulatre, gros bouton.]; [CHINESE: zungzu]; [INDIA: bara guma, deepa shoole]; [Southern Africa: ihambambeba, kambanje, mudyatsonzo.]
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา  อินเดีย
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา ตอนใต้ของอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


เป็นพืชพื้นเมืองในเขตร้อนของทวีปแอฟริกาและอินเดียตอนใต้ แพร่หลายจากเซเนกัล ไปยัง เอริเทรียและเอธิโอเปียทางใต้สู่แอฟริกา มาดากัสการ์ มอริเชียสและอนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, หมู่เกาะแปซิฟิก, ออสเตรเลีย, อเมริกากลางและอเมริกาใต้, สหรัฐอเมริกาตอนใต้, เม็กซิโกและหมู่เกาะแคริบเบียนมักพบเป็นวัชพืช เกิดขึ้นตามริมถนนและในพื้นที่เพาะปลูก ที่ว่างร้างริมทางทั่วไป ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 เมตร
เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ลักษณะลำต้นสีเขียวสูงประมาณ 1-2.5 เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมร่องลึก มีขนละเอียดจำนวนมาก ใบ ยาว 4.5-20 ซม. และกว้าง 2-15 ซม.มีสีเขียวเข้ม ก้านใบยาว ใบเดี่ยวออกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกมีสีส้มสด เป็นกระจุกกลมหนายาว 5-6 ซม มีดอกย่อยจำนวนมากติดกันอยู่รอบ ๆ ลำต้น เป็นช่อแบบผสม เรียงตัวกันแน่นและมีใบแซมอยู่รอบ ๆ คล้ายฉัตร  ผลแต่ละชิ้นเป็น 'แคปซูล' สี่แฉก ที่แยกออกเป็นสี่ 'เมล็ด' เมื่อสุก 'เมล็ด' เหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ยาว 2.5-4.3 มม. และกว้าง 1-1.9 มม.
การใช้ประโยชน์  พืชมักถูกรวบรวมจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค  ได้รับการปลูก เป็นพืชสมุนไพรในอินเดีย มาเลเซีย บนแอนทิลลิส ในบราซิลและแอฟริกา และปลูกทั่วไปเป็นไม้ประดับ
ใช้เป็นยา เป็นสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการต้านเชื้อแบคทีเรียและลดความดันโลหิตสู ใช้เป็นทั้งยาบำรุงและยาระบาย แก้ปวดตามกระดูกและข้อ แก้ปวดประจำเดือนใบใช้เป็นยาระบาย แก้ซาง แก้ไข้จับสั่น
ขี้เถ้าจากดอกบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแผลที่เกิดจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก ในรวันดาใบของพืชชนิดนี้ใช้รักษาโรคปอดบวมโรคระบาดและโรคซิฟิลิสแก้คันจากกลากเกลื้อน
ใบไม้แห้ง (สมุนไพร) ของ Leonotis (Wild Dagga และ Klip Dagga) มีคุณสมบัติทางจิตประสาทและใช้เป็นสารทดแทนทางกฎหมายสำหรับกัญชา (กานา)
ใช้ในยาแผนโบราณของแอฟริกามานานเพื่อรักษาอาการไข้ปวดหัวมาลาเรียบิดและงูกัด
อื่นๆ ดอกใช้ชงเป็นชาดื่ม เมล็ดมีน้ำมันคล้ายน้ำมันมะกอก
ระยะออกดอกติดผล---ธันวาคม-กรกฎาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

77 ครอบจักรวาล/Abution indicum


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Abution indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้อง    ---Has 26 Synonyms
---Sida indica L.
ชื่อสามัญ     ---Chinese Bell Flower, Indian Mallow, Moon Flower, Country Mallow,
ชื่ออื่น     ---ครอบฟันสี, ครอบตลับ, ปอบแปบ, โผงผาง, มะก่องข้าว,  khrop fan see; ma kong khaao; phong phaang [THAI]; [SPANISH: Malva amarilla]; [FRENCH: fausse guimauve; gimauve]; [CHINESE: mo pan cao]; [INDIA: atibala; duvvena Kayalu; kanghi]; [MALAYSIA: bunga kisar; kembang lohor]; [INDONESIA: belangan sumpa]; [CAMBODIA: dok toc lai]; [LAOS: houk phao ton]; [VIETNAM: coosi xay; dawfng xay]
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ----ทวีปแอฟริกา เอเชีย และออสตราเลเซีย
เขตกระจายพันธุ์ ---   ทวีปแอฟริกาและ ทวีปเอเชีย เช่น ประเทศศรีลังกา อินเดีย ไทย เวียดนาม ลาว
พบในที่โล่ง ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ริมถนน พุ่มไม้ต่ำ ซาวันนา ทะเลสาบ ชายหาดทราย จากระดับน้ำทะเลไปจนถึงระดับความสูง 1600 เมตร
พืช ล้มลุกอายุหลายปี ในประเทศไทยพบมากทางภาคกลางและภาคตะวันออก ต้นสูง 0.5-2.5 เมตร มีขนสีขาว นวลปกคลุม ก้านใบยาว 2-4 ซม.ใบรูปหัวใจค่อนข้างกลมขนาด 3-9 × 2.5-7 ซม. ค่อนข้างหนามีขนสีเทาหนาแน่น ขอบใบหยักไม่สม่ำเสมอ ปลายยอดแผลม  ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบขนาด 2-3 ซม. สีเหลือง ผลรูปทรงกลมเป็นกลีบๆ ขนาด1.5ซม.
การใช้ประโยชน์ ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในพฤกษศาสตร์พื้นบ้านมานานหลายศตวรรษ ใช้เป็นอาหาร เมล็ดคั่วกินได้ ใช้เป็นสมุนไพรที่ใช้ทั้งต้นบำรุงเลือด ช่วยย่อยและเจริญอาหาร ปัสสาวะขุ่นขัดเจ็บ หูอื้อ หูหนวก คางทูม ราก แก้ไอแก้ไข้ ฟอกเลือด หูอื้อ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง เมล็ดเป็นยาระบาย รักษาริดสีดวงทวาร
ใบตำพอกบ่มฝีใ้สุกและแตกเร็วขึ้น แก้ปวดฟันและเหงือกอักเสบ เมล็ดใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว
ใช้อื่นๆ เส้นใยสีขาวที่แข็งแกร่งได้จากเปลือกไม้ ใช้ทำเชือก เส้นใบจากต้นที่อ่อนกว่าใช้ทอผ้า
มีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ  แต่ควรใช้ความระมัดระวังจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรุกรานของสายพันธุ์
ระยะออกดอกผล---กันยายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

***หมายเหตุ : จากข้อมูลทั่วไปแล้ว Abutilon indicum (L.) Sweet คือชื่อวิทยาศาสตร์ของต้น “ครอบฟันสี” แต่ในหนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีนที่ใช้บ่อยในประเทศไทย จะแยกต้นครอบฟันสี ต้นครอบตลับ และต้นครอบจักวาลออกจากกัน โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
---ครอบตลับ Abutilon indicum (L.) Sweet (รูปบนอยู่ในเรื่องนี้)
---ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย) Abutilon sinense Oliv.
---ครอบจักรวาล หรือ ครอบจักรวาฬ (ก่องข้าวหลวง) Abutilon persicum (Burm.f.) Merr. (ชื่อพ้อง--- Abutilon polyandrum (Roxb.) Wight & Arn.)
(จากเว็บไซต์ เมดไทย)
ร้อยอธิบายไม่เท่า1ตาเห็น ไปดูรูปเลย

ครอบตลับ /Abutilon indicum (L.) Sweet

ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้อง
---Sida indica L.
ชื่อสามัญ---Moon flower, Country mellow, Country Mallow, Indian Abutilon.
ชื่ออื่น---ครอบตลับ ปอบแปบ ตอบแตบ มะก่องข้าว
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อาฟกานิสถาน ภูฏาน จีน อินเดีย อิสราเอล จอร์แดน มาเลเซีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย มาดาดัสการ์ มอริเชียส ออสเตรเลีย

ลักษณะใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนดอกเป็นสีเหลือง

ระยะออกดอกผล---กันยายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

79 ครอบฟันสี (ก่องข้าวดอย)/ Abutilon sinense Oliv.

ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon sinense Oliv.
ชื่อพ้อง---
---Abutilon sinense var. edentatum K.M.Feng
---Abutilon sinense var. sinense
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก่องข้าวดอย ก่องข้าวเชียงดาว
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนกลางและตอนใต้ ไทย

ชนิดนี้บริเวณกิ่งและลำต้นจะมีสีเพียงเล็กน้อย ใบเป็นรูปไข่ค่อนข้างกลม ส่วนดอกมีสีส้มหรือสีแสด ซึ่งต่างจากครอบตลับที่มีดอกสีเหลือง

80 ครอบจักรวาล (ก่องข้าวหลวง) / Abutilon persicum


ชื่อวิทยาศาตร์---Abutilon persicum (Burm. f.) Merr.
ชื่อพ้อง---Has 8 synonyms
---Abutilon oxyphyllum C.Presl
---Abutilon polyandrum (Roxb.) Wight & Arn. ex Wight
---Sida australis Hort.Berol. ex C.Presl
---Sida macrophylla Wall.
---Sida oxyphylla Wall.
---Sida persica Burm. f. Sida polyandra Roxb.
---Sida polyandra Roxb.
---Sida wallichii Steud.
ชื่อสามัญ---Persian Mallow, Maddam, Madan-mast
ชื่ออื่น---ก่องข้าวหลวง [ INDIA: Thuththi, Persian Mallow (Malayalam)]
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูฏาน อินเดีย จีน อินโดจีน มาเลเซีย
 มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย บังคลาเทศ พม่า อินโด - มาเลเชียและจีน มีการอ้างอิงบางอย่างชี้ให้เห็นว่ามันมีอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ (แอฟริกาภูฏานและจีน) พบใน ป่าผลัดใบชื้นและกึ่งป่าดิบชื้น                                                                            ลักษณะใบจะคล้ายกับครอบตลับแต่ใบจะใหญ่และบางกว่า ดอกสีเหลืองสูงประมาณ 1-3 เมตร ลักษณะใบจะคล้ายกับครอบตลับแต่ใบจะใหญ่และบางกว่า ดอกสีเหลือง กว้าง 3.5-4.5 ซม.
ระยะออกดอกผล---พฤศจิกายน-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด

81 เล็บเหยี่ยว/Ziziphus oenoplia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ziziphus oenoplia (L.) Mill.
ชื่อพ้อง    ---Rhamnus oenoplia L.
ชื่อสามัญ    ---Jackal Jujube, Small-fruited Jujube, Wild Jujube
ชื่ออื่น    ---เล็บแมว,  พุทราขอ, เล็ดเยี่ยว, เล็บเหยี่ยว (ภาคกลาง), มะตันขอ, หนามเล็บเหยี่ยว,  ตาฉู่แม, ไลชูมี, [ INDIA: Makkay,Makai,Makoh (Hindi)]
ชื่อวงศ์    ---RHAMNACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อนุทวีปอินเดียไปทางใต้ของประเทศจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงทางเหนือของประเทศออสเตรเลีย
พบทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ชอบดินร่วนระบายน้ำดีแสงแดดจัด
เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามงองุ้มแหลมตามกิ่งสูง 0.5-2 เมตร  ลักษณะใบเดี่ยวกลมรีคล้ายใบพุทรา ขนาด 4-6.5 x 2-3 ซม. ข่อดอกออกที่ซอกใบ ก้านดอกยาว มี 6-20 ดอกขนาดดอก 3 มม.ดอกสีเหลืองแกมเขียว มีผลออกตามกิ่ง กลม เล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ5-10,มม. ผลดิบสีเขียว ผลห่ามสีน้ำตาล ผลสุกสีดำ  ผล มีเนื้อติดกับเปลือก ด้านในเป็นเมล็ด หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด สีดำ ขนาด6x6มม
ใช้ประโยชน์ เป็นอาหารและยา ผลกินได้ นิยมกินทั้งเนื้อทั้งเมล็ด รสหวานอมเปรี้ยว แต่บางต้นก็หวานอร่อย ใช้เป็นยา มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร  ลูกสุกกินสด แก้เสมหะ แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ รากมีรสฝาดสมานแผล ฆ่าพยาธิ เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร รักษาบาดแผลและยาฆ่าเชื้อ
ระยะออกดอก --- เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ระยะติดผล --- เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เพาะเมล็ด

82 หนามวัวซัง/Capparis sepiaria

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Capparis sepiaria L.
ชื่อพ้อง    ---Has 8 Synonyms
---Capparis affinis Merr.
---Capparis emarginata C.Presl
---Capparis flexicaulis Hance
---Capparis glauca Wall. ex Hook.f. & Thomson
---Capparis incanescens DC.
---Capparis retusella Thwaites
---Capparis trichopetala Valeton
---Capparis umbellata R.Br. ex DC
ชื่อสามัญ    ---Wild Orange, Bumble, Hedge Caper,  Hedge caper-bush, Wild Caper- Bush
ชื่ออื่น    ---วัวซัง, หางนกกะลิง, หางนกกี้,หนามเล็บแมว,หนามเกี่ยวไก่, ผีไหว้คาด ; [INDIA: Kanthari, Kantari, Heens (Hindi); [AUSTRALIA: Wild Orange; Bumble]; [INDIA: Tarabtab (Tag.)]; [CHINESE: Gong xu hua, Qu zhi chui guo teng.]; [NEPALESE: Junge laharo.]
ชื่อวงศ์    ---CAPPARACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกา


แพร่กระจายในดินแดนแห้งแล้งของแอฟริกา ตั้งแต่เซเนกัลถึงโซมาเลียทางใต้ถึงแอฟริกา ผ่านเอเชียเขตร้อนจากอินเดียไปยังฟิลิปปินส์ นิวกินี, ออสเตรเลีย พบเกิดขึ้นทั่วไปตามป่าละเมาะและภูเขาหินปูน ที่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 700 เมตร ในประเทศไทยพบทุกภาค                                                                                                                   ไม้ พุ่มสูง 2-4 เมตร รอเลื้อย ตามลำต้นมีหนามยาวแหลมโค้งกลับ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ขนาดกว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนและปลายใบมน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกสีขาวออกเป็นช่อแบบกึ่งช่อซี่ร่ม ออกที่ปลายยอดและซอกใบดอกย่อยมี 9-17 ดอก กลีบเลี้ยง 4 กลีบเรียงเป็น2ชั้น กลีบดอก 4กลีบรูปขอบขนานสีขาว หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลสดทรงกลม ขนาด  1.5 ซม.ผิวขรุขระสีเขียว เมื่อแก่สีม่วงดำ เมล็ดมี 1-2 เมล็ดสีน้ำตาลดำ ขนาด 6มม.
ใช้ประโยชน์ พืชเป็นแหล่งอาหาร ยาและเชื้อเพลิงในท้องถิ่น บางครั้งมีการเพาะปลูกสำหรับใบกินได้และขายในตลาดท้องถิ่นในเขตร้อนของแอฟริกา
ใช้เป็นอาหาร ใบปรุงสุก ผลอ่อน เพิ่มในซุป ใช้ในเวลาที่ขาดแคลนเท่านั้น ผลดิบรสขมกินได้ ใบและดอกไม้ถูกนำมาใช้ในการเตรียมซอส ในมาดากัสการ์ผลไม้และเมล็ดจะถูกกินและใช้เป็นเครื่องปรุง
มีสรรพตุณทางสมุนไพร ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ไข้ ขับน้ำเหลืองเสีย ราก  แก้ร้อนใน  กระหายน้ำ  แก้ไข้ ดับพิษร้อน ยาพื้นบ้านใช้ลำต้นผสมลำต้นหรือรากลำเจียกและเปลือกต้นชะเอมไทย ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน เปลือกและรากใช้สำหรับทำแผล ในแทนซาเนีย รากบดเป็นผง นำมาทำเป็นโจ๊กหรือเป็นชาเพื่อรักษาโรคแอนแทรกซ์และมะเร็ง เปลือกต้นใช้แก้ไข้และปวดท้อง
ใช้อื่นๆ กิ่งก้านที่แห้งเป็นเชื้อเพลิงที่ดี ในเขตร้อนของแอฟริการากแห้งบางครั้งขายในตลาดท้องถิ่น
ออกดอกและติดผล --- เดือนธันวาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

83 หนามพุงดอ/Actegeton sarmentosa


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Azima sarmentosa (Blume) Benth & Hook.f.                                                                  ชื่อพ้อง---
---Actegeton sarmentosum Blume
---Azima nova Blanco
---Azima scandens Baill.
---Monetia laxa Planch.
---Monetia sarmentosa Baill.
ชื่อสามัญ    ---
ชื่ออื่น    ---ขี้แฮด ขี้แรด ปิ๊ดเต๊าะ พุงดอ หนามรอบข้อ หมีเหม็น
ชื่อวงศ์    ---SALVADORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย,กัมพูชา, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

ไม้เถาเนื้อแข็ง  พบตามริมน้ำ ที่ลุ่มชื้นแฉะ โดยเฉพาะนํ้ากร่อย และแนวป่าละเมาะชายทะเลทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้าม ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว 5-7ซม.เนื้อใบหนา สีเขียวสดเป็นมันเมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นน้ำมัน ตัวใบมีรูปร่างหลายแบบ ที่โคนใบมีหนามแหลมเรียวยาว 2 อัน ถูกตำแล้วจะเจ็บมาก
ดอกออกเป็นช่อ อาจยาวถึง 25 ซม.ดอกสมบูรณ์เพศและดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้นแตกเรียงกันหลายชั้น ดอกเล็ก สีเหลืองอมเขียว ดอกเพศผู้เกือบไร้ก้าน ออกหนาแน่น กลีบเลี้ยงเป็นแฉก กลีบดอกยาวกว่าเล็กน้อย เกสรเพศผู้ยื่นเลยกลีบดอก ดอกเพศเมียเล็กกว่าดอกเพศผู้เล็กน้อย เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันสั้นกว่ากลีบดอก
 ผลกลมสีเขียวมีเนื้อขนาด0.5ซม. รูปทรงกลม ปลายผลมีติ่งเกสรเมียติดอยู่ เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นใส ภายในมีเมล็ด 2 - 3 เมล็ด
สรรพคุณ ทางเป็นยา ราก  ถอนพิษ แก้ไข้ ใช้ภายนอกใช้ฝนทาแก้พิษฝี แก้ฟกบวม ใช้ฝนกับสุรา ทาแก้คางทูม
ออกดอกและผล ---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

84 ปอลมปม/Thespesia lampas

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Thespesia lampas (Cav.) Dalzell & A. Gibson
ชิ่อพ้อง    ---Has 4 synonyms
---Abelmoschus zollingeri (Alef.) Müll.Berol
---Azanza lampas (Cav.) Alef.
---Bupariti lampas (Cav.) Rothm.
---Hibiscus lampas Cav.
ชื่อสามัญ    ---Common Mallow
ชื่ออื่น    ---ปอเอี้ยว, ลมปม, ปอกะเจา, คว้ายกวาง, Pho paa, Po eio, Khwaai kwaang.[THAI]; [VIETNAM: Hoàng quỳ, Cây van rừng]; [Bulak-bulakan (Tag.)]; [CHINESE: Bai jiao tong mian, Bai jiao tong, Xiao jin, Shan mian hua.]; [FRENCH: Polompom.]
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย เนปาล พม่า ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี
 ไม้พุ่มสูงได้ประมาณ 0.5-3 เมตร ประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักขึ้นตามชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสน จนถึงระดับความสูง 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ลักษณะต้น แตกกิ่งก้านต่ำใกล้กับพื้นดินลำต้นและกิ่งก้านมีขน ใบเดี่ยว เรียงสลับแผ่กว้างหรือรูปคล้ายสามเหลี่ยม กว้าง 8-12 ซม. ยาว 13-16 ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าตื้น ดอก สีเหลืองสด  ผล รูปไข่ป้อม มีสัน 5 สัน ผลแก่แล้วแตก ตามรอยสัน เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา รากและผลไม้ ใช้ในการรักษาโรคหนองในและซิฟิลิส
ใช้อืนๅ เส้นใยที่ได้จากเปลือกด้านในใช้ทำเชือกอ่อน ฝ้ายที่ได้จากเมล็ดเพื่อทำเสื้อผ้า
ระยะออกดอก --- เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

85 ปอบิด/Helicteres isora


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Helicteres isora Linn
ชื่อพ้อง    ---Has 6 synonyms
---Helicteres brevior Mill.
---Helicteres chrysocalyx Miq. ex Mast.
---Helicteres grewiifolia DC.
---Helicteres macrophylla Wight ex Wight & Arn.
---Helicteres roxburghii G. Don
---Isora corylifolia Schott & Endl.
ชื่อสามัญ    ---East Indian Screw Tree, Deer’s Horn
ชื่ออื่น    ---ปอกะบิด,ปอทับ, ปอลิงไซ, ปอปิด, มะปิด, ขี้อ้นใหญ่, Po ka bid.[THAI]; [INDIA: Marorphali, bhendu, jonkphal. (Hindi)]; [CHINESE: Niǔ shuò shān zhīma.]; [VIETNAM: Duoi chon.]; [INDONESIA: üles Kayu Buah, ulet-ulet]
ชื่อวงศ์    ---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ไทย จีนตอนใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เป็นพืชเขตร้อนในทวีปเอเชีย พบได้ทั่วอินเดีย, ปากีสถาน , เนปาล , พม่า , ไทย, ศรีลังกา นอกจากนี้ยังพบใน จีน, คาบสมุทรมลายู, ชวา ซาอุดิอาระเบียและ ออสเตรเลีย เกิดขึ้น ตามป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรังและที่รกร้างทั่วไป ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-400 เมตร
ประเทศไทยพบในภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  
ต้นปอบิดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง สูงประมาณ 1.5-3 เมตร  เปลือกของลำต้นมียางเหนียว และทุกส่วนของลำต้นจะมีขนขึ้นทั่วไป ใบ 5-12 x 3-8 ซม.  ก้านใบยาว 1.2 ซม. หลังใบและใต้ท้องใบจะมีขนขึ้นประปราย ดอกออกที่ซอกใบเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอก ลักษณะของดอกกลีบมีสีส้ม หรือสีอิฐ ขนาดของดอกยาวประมาณ 2 ซม.
ผล มีลักษณะเป็นรูปฝัก บิดเหมือนเชือกควั่น มีขนาดยาว  4-6 ซม.ผลเมื่อแก่เต็มที่มีเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ และผลนั้นก็จะแตกอ้าออก เมล็ดสีดำยาว 2-3 มม.
ใช้ประโยชน์ ถูกนำมาใช้ในระบบการแพทย์แผนโบราณของเอเชีย พืชถูกนำมาใช้เป็นยาในรูปแบบการจัด  Ayurveda, Unani & Siddha พืชมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ต้านเบาหวาน และต้านจุลชีพ ใช้เป็นยาพื้นบ้านในการรักษางูกัด ท้องเสีย และท้องผูกของทารกแรกเกิด
เปลือกลำต้นและกิ่ง ให้เส้นใยใช้ทำเชือก กระสอบ กระดาษ ต้นสามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้
ระยะออกดอก--- เมษายน-ธันวาคม---และติดผล---ตุลาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์ : ต้องผสมเกสรเพื่อให้ได้ฝักและเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

86 สาบเสือ/Chromolaena odorata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.
ชื่อพ้อง    ---Has 18 synonyms

Eupatorium brachiatum Sw. ex Wikstr. Eupatorium klattii Millsp.
Eupatorium clematitis DC. Eupatorium odoratum L.
Eupatorium conyzoides Mill. Eupatorium sabeanum Buckley
Eupatorium conyzoides Vahl Eupatorium stigmatosum Meyen & Walp.
Eupatorium dichotomum Sch.Bip. Osmia clematitis (DC.) Sch.Bip.
Eupatorium divergens Less. Osmia conyzoides Sch.Bip.
Eupatorium floribundum Kunth Osmia conyzoides Small
Eupatorium graciliflorum DC. Osmia floribunda (Kunth) Sch.Bip.
Eupatorium incisum Rich. Osmia odorata (L.) Sch.Bip.

ชื่อสามัญ    ---Siam weed, Christmas bush, Camfhur grass, Common floss flower, Paraffin weed, Armstrong’s weed.
ชื่ออื่น    ---หญ้าเสือหมอบ, บ้านร้าง, หมาหลง, ฝรั่งรุกที่, หญ้าพระสิริไอยสวรรค์, ; [CHINA: fei ji cao.]; [VIETNAM: co hoi; yên-bach]; [MYANMAR: bizat; taw-bizat.]; [LAOS: nha flang; nroj pawm thsis.]; [INDIA: ashoke lata.]; [AUSTRALIA: butterfly-weed; devilweed; hagonoy; jack-in-the-bush.]; [AFRIKAANS: paraffienbos].
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ระบาดทั่วไปในเขตร้อนทั่วทุกทวีป

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง มาสู่เอเชียเป็นครั้งแรกในสวนพฤกษศาสตร์กัลกัตตาในศตวรรษที่สิบเก้าในฐานะไม้ประดับ แต่ได้แพร่กระจายไปยังมาเลเซียสุมาตราและอินโดจีน  Burkill (1935)มีรายงานว่าในคาบสมุทรมลายูมันเป็น "การแพร่กระจายจากสยาม" จึงก่อให้เกิดชื่อสามัญในภาษาอังกฤษ 'สยามวัชพืช' (Siam weed)และได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต่อมามีรายงานว่ามีการระบาดทางตอนใต้ของไต้หวันในอีกหลายทศวรรษต่อมา ( Peng และ Yang, 1998 ) จัดเป็นวัชพืชร้ายแรงที่ขึ้นแพร่กระจายในไร่ ในสวนแหล่งปลูกพืชยืนต้น ตามที่ว่างรกร้างทั่วไป ในเขตร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แอฟริกาและหมู่เกาะแปซิฟิก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว เจริญเติบโตรวดเร็วในทุกสภาพดินไม่ว่าชื้นหรือแห้ง ลักษณะลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มหนาทึบ สูงถึง1.5-2 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนอยู่มีขน ใบเมื่อขยี้มีกลิ่นสาบเฉพาะตัว ใบเดี่ยว กว้าง2-6.5ซม.ยาว5.5-11ซม.เรียงตรงข้ามรูป ไข่ ผิวใบมีขน  ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อย10-35ดอก กลีบดอกไม้มีความยาว 5 มม. มีห้าแฉกมีขนยาวที่ปลาย กลีบดอกสีขาวหรือสีม่วงอ่อน ผลแห้งไม่แตกลักษณะเป็นเส้นยาวแบนมีขน
การใช้ประโยชน์ เป็นแหล่งผลิตยาในท้องถิ่น มีสรรพคุณทางยา ต้นเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ดูดหนอง ใบหรือดอกขยี้ปิดแผลหรือใช้คั้นน้ำทาห้ามเลือด  หรือบดผสมปูนแดงกับเกลือก็ช่วยห้ามเลือดสมานแผลได้ดี ใช้เป็นยาปฏิชีวนะ ยาต้านมาลาเรีย และยาแก้ไข้ รากผสมรากมะนาวและย่านางต้มน้ำดื่มแก้ไข้ป่า ทั้งต้นมีกลิ่นแรงใช้เป็นยาแก้บาดทะยัก ฆ่าแมลง ถ้าใช้น้อยเป็นน้ำหอมได้
ในประเทศมาเลเซียใช้งานแบบดั้งเดิมสำหรับการรักษาแผลไฟไหม้, การรักษาแผลติดเชื้อที่ผิวหนังแผลหลังคลอดและเป็นยาต้านมาเลเรีย ( Nurul Huda, et al., 2004 )
วนเกษตร มีศักยภาพในฐานะผู้บุกเบิกสายพันธุ์ในโครงการปลูกป่าใช้เป็นสายพันธุ์บุกเบิกเมื่อสร้างป่าขึ้นมาใหม่ พืชสร้างฮิวมัสจำนวนมากและเพิ่มระดับ pH บนดินที่เป็นกรด
ใช้อื่นๅ ใช้เป็นยากำจัดศัตรูพืชชีวภาพ เป็นที่รู้จักกันในการปิดบังปรสิตและเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อพืชรวมถึงตั๊กแตน มอด ไส้เดือนฝอย  และทั้งต้นระยะก่อนออกดอกติดผลใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หรือปุ๋ยหมักอย่างดี
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจเกิดอันตรายจากไฟไหม้อย่างรุนแรงเนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยในลำต้นและใบ ไฟที่ไม่มีการควบคุมสามารถทำลายสวนป่าหมู่บ้านและพืชพรรณธรรมชาติ ปัญหานี้รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Natal, South Africa มีรายงานการเผาไหม้ในฤดูปลูก ( Macdonald, 1983 )
ระยะออกดอกและติดผล--- พฤศจิกายน - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด เมล็ดจะงอกเมื่อเก็บเกี่ยวสดใหม่ แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เฉยๆ - หลังจาก 2 ปี  เมล็ดจะยังคงงอกถึง40%

87 สาบหมา/Ageratina adenophora


ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Ageratina adenophora (Spreng.) King & H.Rob
ชื่อพ้อง    --Has 4 synonyms
---Basionym: Eupatorium adenophorum Spreng.
---Eupatorium adenophorum var. peruvianum Hieron.
---Eupatorium glandulosum Kunth
---Eupatorium pasadenense Parish
ชื่อสามัญ     ---Crofton weed, Sticky snakeroot, sticky eupatorium
ชื่ออื่น     ---สาบหมา, สากหมา ; [INDIA: Neelagiri,Thravada.(Malayalam), cypress weed.]; [AUSTRALIA: catweed, hemp agrimony, Mexican devil, sticky agrimony.]; [USA/Hawaii: Maui pamakani.]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน
มีถิ่นกำเนิดมาจากเม็กซิโกและอเมริกากลาง และแพร่กระจายไปในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก อยู่ในรายการวัชพืชที่เป็นพิษของรัฐอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาและในบางส่วนของออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังระบาดในบางส่วนของแอฟริกา เอเชียและยุโรปใต้ ในเอเชียการแพร่กระจาย ได้รับการบันทึกไว้ ในประเทศจีนซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเกษตร (Niu et al., 2007; Wang and Wang, 2006)
ต้นสาบหมาเริ่มระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทยจากประเทศพม่าและทางตอนใต้ของจีน ที่ระดับสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป จากสภาพแวดล้อมที่สอดคล้องกับประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคเหนือจะพบระบาดมากจนเป็นปัญหาหนัก  และสาบหมา ยังเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ หลายพื้นที่  ด้วยว่าเป็นชนิดพันธ์ต่างถิ่น แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และบ่อยครั้งเป็นพืชมีพิษอันตราย โดยต้นไม้ชนิดนี้ เนื่องมาจากมันเป็นพืชที่สามารถปล่อยสารพิษไปทำอันตรายต่อพืชชนิดอื่นๆข้างเคียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดถ้าไปเกิดอยู่ท่ามกลางพืชเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดความสูญเสียต่อผลผลิตอย่างมาก
ลักษณะของต้นสาบหมา เป็นไม้ ล้มลุกสูง 0.30-1.5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านสีม่วงแดงถึงม่วงดำ มีขนสากมือ รากเป็นแง่งสั้นหนาสีเหลืองซีดมีกลิ่นคล้ายแครอทเ แตกแขนงจำนวนมากแผ่ไปด้านข้างจนถึงรัศมี 1 เมตรและลึกลงถึง 40 ซม. ใบเดี่ยวสีเขียวเข้มกว้าง 3-7.5 ซม ยาว 5-8 ซม. เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยัก ก้านใบเรียวยาว 2-4 ซม.  เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นสาบฉุนคล้ายสาบเสือ ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อกระจุกกลมรวมกันคล้ายซี่ร่ม 50-70ดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้งไม่แตก เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำเรียวยาว 1.5-2 มม มีขนอ่อนสีขาวยาว 4 มม.5-10เส้น
การใช้ประโยชน์ ชาวไทใหญ่ใช้ใบขยี้ห้ามเลือด รากต้มรักษาโรคกระเพาะ และตำรับไทยเป็นสมุนไพรใช้แก้ไข้ทับระดู ใช้ใบตำ หรือเคี้ยวพอกแผลห้ามเลือด หรือทาแก้ปวดเมื่อย
ใช้อื่นๆ นอกจากนั้นสาบหมายังเป็นพืชที่มี สารออกฤทธิ์ ที่สกัดด้วยเมทานอลจากใบยับยั้งการงอกและการเจริญของไมยราบเครือ โสนขน ผักโขมหนาม ผักโขมหัด ถั่วผี หญ้าปากควาย หงอนไก่ป่า กะหล่ำปลี คะน้า และข้าวพันธุ์ กข 23 ได้ ส่วนสารสกัดด้วยเมทานอลจากส่วนเหนือดินยับยั้งการเจริญของผักโขมหนาม ปืนนกไส้ กระดุมใบใหญ่ หงอนไก่ป่า หญ้าขจรจบ โสนขนและหญ้าปากควาย ทีนี้เราก็รู้ว่ามีวัชพืชที่สามารถมาปราบวัชพืชด้วยกันได้ชนิดหนึ่ง
ระยะออกดอกและติดผล--- กุมภาพันธ์ - มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด  

88 สาบแร้งสาบกา/Ageratum conyzoides

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ageratum conyzoides L.
ชื่อพ้อง---Has 26 synonyms

Ageratum album Willd. Ex Steud. Ageratum obtusifolium Lam.
Ageratum arsenei B.L.Rob. Ageratum odoratum Vilm.
Ageratum ciliare L. Ageratum suffruiticosum Regal
Ageratum conyzoides var hirtum (Lam.) DC. Alomia microcarpa (Benth.) B.L.Rob.
Ageratum cordifolium Roxb. Cacalia mentrasto Vell.
Ageratum hirsutum Lam. Caelestina microcarpa Benth. ex Oerst.
Ageratum hirtum Lam. Caelestina suffruticosa Sweet
Ageratum humile Salisb. Carelia brachystephana (Regel) Kuntze
Ageratum iltisii R.M.King & H.Rob Carelia conyzoides (L.) Kuntze
Ageratum latifolium Cav. Carelia mutica (Griseb.) Kuntze
Ageratum microcarpum (Benth.) Hemsl. Eupatorium conyzoides (L.) E.H.Krause
Ageratum muticum Griseb. Eupatorium paleaceum Sessé & Moc.
Ageratum nanum Hort. Ex Sch. Bip. Sparganophorus obtusifolius Lag.

ชื่อสามัญ    ---Billygoat-weed, Chick weed, Goatweed, Whiteweed
ชื่ออื่น    ---ตับเสือเล็ก, หญ้าสาบแร้ง, เทียนแม่ฮาง, saapkaa, thiam mae haang, ya-sap-raeng, ya-tabsua.[THAI]; [CHINA]; hou xiang ji.]; [TAIWAN: hwo-hsiang-ji.]; [India: gundhaubon, mahakaua, neela phulnu]; [JAPAN: kakkoazami.]; [VIETNAM: co cut-heo.]; [MALAYSIA: herbe de bouc, rumput pereh jarang.]; [INDONESIA: babadota, bandotan, berokan]; [PHILIPPINES: asipukpuk, bahu-bahu.]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศในเขตร้อน กึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น


ถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง เป็นวัชพืชในเขตร้อนที่สามารถขยายออกเป็นเขตกึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น ได้รับการยอมรับว่าเป็นไม้ประดับและพืชที่เพาะปลูกในยุโรปตั้งแต่ก่อนปี 1697 ( Johnson, 1971 ) สายพันธุ์นี้พบในเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง แคริบเบียน อเมริกาใต้ ยุโรปและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
วัชพืชล้มลุกอายุปีเดียว สูง 0.5-1 เมตร พบตามที่รกร้าง ริมถนนหนทางทั่วไป มัก งอกรากที่โคนต้น ลำต้นสูงถึง 5-15ซม.มีขนปกคลุมมาก ใบเดี่ยวกว้าง0. 5-5ซม.ยาว 2-10ซม.เรียงตรงข้าม รูปไข่ โคนใบรูปหัวใจกลมมนหรือแหลม ปลายใบค่อนข้างแหลม มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ขอบใบหยักห่าง ช่อดอกออกที่ซอกใบเป็นช่อแยกแขนง 4-18ดอก เรียงเป็นกระจุกแบน  ดอกขนาดเล็กสีฟ้าอ่อน สีขาวหรือสีม่วงอ่อน ลักษณะคล้ายสาบเสือแต่ดอกเล็กและกลีบดอกสั้นกว่า ทุกส่วนของต้นขยี้ดมมีกลิ่นเหม็น
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยามีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบใช้แก้ไข้หวัด เจ็บคอปวดบวมตามข้อ  หรือต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาลาเรีย รากตำคั้นน้ำดื่มแก้บิด ท้องเสีย ใบตำพอกรักษา แผลสด แผลถลอก ห้ามเลือด
แก้อาการอักเสบจากพิษงู ตะขาบ แมงป่องหรือแมลง ยาพื้นบ้านใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ขับระดู ขับเสมหะ ขับลม แก้บิด ใบ คั้นน้ำดื่ม ช่วยให้อาเจียน ตำพอกแก้คัน หยอดตาแก้เจ็บ น้ำมันหอมระเหยใช้สำหรับรักษารังแคและใช้เป็นแชมพูสระผม
ด้านสิ่งแวดล้อม ปลูกเป็นพืชคลุมดินในสวนยางพารา บำรุงพื้นดินและเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าในสวนส้ม เนื่องจากวัชพืชให้ที่หลบภัยสำหรับนักล่าของไร ( Zhou et al., 1994 ) สารสกัดมีคุณสมบัติของสารฆ่าแมลงและเชื้อรา มีประสิทธิภาพเป็นยาฆ่าแมลงสำหรับการควบคุม Sitophilus zeamais ซึ่งเป็นด้วงงวงข้าวโพด
อื่นๆ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ รวมทั้งมีการอ้างถึงคุณสมบัติที่มีมนต์ขลังและเชื่อโชคลางโดยบางวัฒนธรรม ( PROTA, 2016 )
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

89 แมงลักคา/Hypis suaveolens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Hypis suaveolens (Linn.) Poit.
ชื่อพ้อง    ---Has 13 synonyms

Ballota suaveolens L. Hyptis ebracteata R.Br.
Bystropogon graveolens Blume Hyptis graveolens Schrank
Bystropogon suaveolens (L.) L'Hér. Hyptis plumieri Poit.
Gnoteris cordata Raf. Marrubium indicum Blanco
Gnoteris villosa Raf. Mesosphaerum suaveolens (L.) Kuntze
Hyptis congesta Leonard Schaueria graveolens (Blume) Hassk.
Schaueria suaveolens (L.) Hassk.

ชื่อสามัญ    ---Wild spikenard, Bush mint, Bush-tea-bush, Pignut, Chan, American mint. Horehound, Stinking Roger, chan, chao.
ชื่ออื่น    ---การา, กระเพราผี, แมงลักป่า, อีตู่ป่า,  kaaraa, maeng lak khaa [THAI]; [PHILIPPINES: Suob-kabayo, Kabling-kabayo (Tag.) ]; [CHINESE: Mao she xiang, Jia huo xiang, shan xiang.]; [HINDI: Vilaiti tulsi, Wilayti tulsi.]; [VIETNAM: esthowm; tiastoodaji.]; [MALAYSIA: malbar hutan.]; [PHILIPPINES: kablíng kabáyo.]
ชื่อวงศ์    ---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ประเทศในแถบอเมริกาใต้ ปาปัวนิกินี

 

มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกากลาง-เม็กซิโก และมีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก พบเป็นวัชพืชริมถนน พื้นที่เพาะปลูก, ทุ่งหญ้า, ป่าเปิดโล่ง, ริมฝั่งแม่น้ำ, ที่ราบน้ำท่วม, พื้นที่ชายฝั่งทะเลและบนดินแดนรกร้าง ที่ระดับความสูง 1,600 เมตร
ไม้ล้มลุกอายุหลายปี พบได้ตามที่รกร้าง ตามที่แห้ง เปิดโล่ง ริมถนน ริมน้ำ และตามป่าละเมาะทั่วไป ลักษณะของแมงลักคาลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้านมีขนเหนียวติดมือ มีกลิ่นหอมจัด สูงได้ประมาณ 0.50 -1.5 เมตร ใบเดี่ยวยาว 2-10 ซม. และกว้าง 1-7 ซม เรียงตรงข้ามรูปไข่ ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ขอบใบหยักย่นเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบช่อละ 4 ดอก กลีบดอกสีม่วง โคนกลีบสีขาว ผลแห้งไม่แตก 'เมล็ด' ยาว 3-4 มม. และกว้าง 2.5-3 มม. มีสีน้ำตาลเข้มถึงดำมีสีขาวที่ปลายด้านหนึ่ง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหารและยารักษาโรคหลากหลายชนิดซึ่งมักถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น
ทำให้เป็นเครื่องดื่มสดชื่นโดยแช่เมล็ดในน้ำ เมล็ดจะพองตัวและนำไปแช่เย็น บางคนเพิ่มมะนาวหรือส้มอื่น ๆเพื่อปรับปรุงรสชาด ในโคลิมาประเทศเม็กซิโก ใช้เมล็ด เพื่อเตรียมเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า "Bate" โดยคั่วและบดเมล็ดจากนั้นผสมกับน้ำ  มล็ดที่มีลักษณะเป็นเม็ดก็สามารถเตรียมเป็นข้าวต้มหรือพุดดิ้ง
ใช้เป็นยา รักษาแบบดั้งเดิมสำหรับโรคอุจจาระร่วง
ใบและลำต้นใช้ในการรักษาบาดแผล แผลเปื่อย และโรคผิวหนังอื่น ๆ ในประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้ใบรักษาโรคไขข้อและใช้เป็นยาแก้ไข้ ในปาปัวนิวกินีใบถูกนำมาใช้ภายในเพื่อรักษาโรคหวัดและมีไข้  ในประเทศไนจีเรียพืชชนิดนี้ใช้ในการรักษาอาการไอมีไข้และโรคโลหิตจาง  นอกจากนี้ยังพบว่ามีฤทธิ์ต้านจุลชีพ, ต้านเชื้อรา, ฤทธิ์ลดน้ำตาล, ฤทธิ์ต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระในสายพันธุ์นี้
อื่นๆ แมงลักคาเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดแมลง  ในประเทศไทยใบและกิ่งที่ทุบถูกใช้เป็นยาขับไล่ไรไก่ สำหรับไก่ มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยับยั้งการงอกของเมล็ดวัชพืชอื่น  บางครั้งใช้พืชทั้งหมดเป็นอาหารสัตว์สำหรับปศุสัตว์
ระยะออกดอกติดผล --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

 90 ขยุ้มตีนหมา/Ipomoea pes-tigridis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea pes-tigridis L.
ชื่อพ้อง    ---Has 3 Synonyms
---Convolvuloides palmata Moench
---Convolvulus bryoniifolius Salisb.
---Convolvulus pes-tigridis (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ    ---Indian marsh fleabane,Tiger-foot morning Glory, Tiger-foot Ipomoea, Bindweed
ชื่ออื่น    ---เพา ละบูลู (มลายู-ยะลา), ขยุ้มตีนหมา, เถาสายทองลอย(สิงห์บุรี) , Khayum teenmaa, Thao saai thong loi, Phao-la buu-luu.[THAI]; [CHINESE: Sheng mao teng, Hu zhang teng.]; [INDONESIA: Garnet, Samaka furu, Maka-maka.]; [HINDI: Panchpatia]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


แพร่กระจายเกือบทั่วโลก โดยพบในแถบเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปแอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นวัชพืชที่พบขึ้นอยู่ตามบริเวณที่รกร้างว่างเปล่าทั่วไป ในนาข้าว ริมถนนหนทาง และตามดินทรายใกล้ชายหาด ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง 1,000 เมตร
ไม้ล้มลุก อายุ 1 ปี ลำต้นเล็กเรียว ไม่มีมือเกาะ ชอบเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือเลื้อยพาดพัน ความยาวเถาประมาณ 0.5-3 ม. ปกคลุมด้วยขนแข็งสีขาว ใบกว้างประมาณ 2.5-10 ซม. และยาวประมาณ 3-7.5 ซม. เป็นแฉกมี 7-9 แฉก จักลึกไปถึงโคนใบ ก้านใบเล็กและเรียวยาว
ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบมีประมาณ 2-3 ดอกสีขาว ก้านช่อดอกมีขนยาวประมาณ 2-18 ซม. ส่วนใบประดับนั้นเป็นรูปหอกแกมขอบขนาน กลีบรองกลีบดอกยาวประมาณ 0.8-1.2 ซม. กลีบดอกยาว 4 ซม. เชื่อมติดกันเป็นรูปปากแตร ผลแห้งสีน้ำตาลรูปไข่ผิวเกลี้ยงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 -7 มม. เมล็ดมีขนสีเทากระจาย
ใช้ประโยชน์ เป็นยา ทั้งต้นตำคั้นน้ำกิน เพื่อรักษาหรือป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหากถูกสุนัขกัด ใบตำให้ละเอียดผสมกับเนย ใช้ปิดหัวฝีไม่ให้แพร่กระจาย ราก ใช้เป็นยารุ รักษาโรคไอเป็นเลือด เมล็ด ใช้รักษาโรคท้องมาน
อื่น ๆในอินเดียใช้เป็นพืชอาหารสัตว์
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

91 กระถิน/Leucaena leucocephala


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Leucaena leucocephala (Lam.) de Wit.
ชื่อพ้อง    ---Has 7 synonyms
---Basionym: Mimosa leucocephala Lam.
---Acacia frondosa Willd.
---Acacia glauca Willd.
---Acacia leucocephala (Lam.) Link
---Leucaena glabra Benth.
---Leucaena glauca Benth.
---Mimosa leucocephala Lam.
ชื่อสามัญ    ---Lead Tree, Tender tops, white leadtree, Coffee bush, cow tamarind, horse tamarind
ชื่ออื่น    ---ผักก้านถิน, กะเส็ดโคก, กะเส็ดบก, สะตอเบา, kra thin, to-bao.[THAI]; [CHINESE: yin he huan.]; [LAOS: kathin; kh'oonz, koong khaaw.]; [MALAYSIA: lamtoro, petai belalang.]; [VIETNAM: bo chet, keo dau, schemu.]; [INDIA: kubabul, lasobayal.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะอินเดียตะวันตกตั้งแต่บาฮามาสและคิวบาไปจนถึงตรินิแดดและโตเบโกและจากทางใต้ของเม็กซิโกไปจนถึงอเมริกาใต้ตอนเหนือ และ ทางใต้ของเท็กซัสแคลิฟอร์เนียและฟลอริดาตอนใต้ ไปยังบราซิลและชิลี  พบขึ้นเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่ป่าถูกทำลาย ตั้งแต่ความแห้งแล้งสูงจนถึงพื้นที่ชุ่มชื้น พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูงจนถึง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื่องจากต้นกระถินเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่ายจึงพบได้ทั่วทุกหัวระแหง ถูกจัดเป็นพืชรุกรานร้ายแรงชนิดหนึ่ง
เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก มีขนาดความสูง  3-10 เมตร ไม่ผลัดใบ ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่หรือกลม เปลือกต้นมีสีเทา และมีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป ใบ ประกอบแบบขนนกสองชั้น ท้องใบมีนวล
ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอกออกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามง่ามใบ 1-3 ช่อ เป็นฝอยนุ่มมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผล เป็นฝักสีเขียวมีขอบนูนแบนบางเมื่อแก่กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและแข็ง ยาว 10-15 ซม. กว้าง 1.6–2.5 ซม. เห็นเมล็ดเป็นจุดๆ ในฝักตลอดแถว15-30เมล็ดต่อฝัก
การใช้ประโยชน์ ต้นไม้อเนกประสงค์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารยาและสินค้าหลากหลายสำหรับประชากรในท้องถิ่นและยังขายเป็นอาหารในตลาดท้องถิ่นและระดับชาติแข็งแรงและเติบโตอย่างรวดเร็วมักจะปลูกในหลาย ๆ พื้นที่ของเขตร้อนเป็นไม้ประดับและยังใช้ในโครงการปลูกป่าและรักษาเสถียรภาพของดิน
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด


92 ชุมเห็ดไทย/Senna tora

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Senna tora (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง    ---Has 19 synonyms

Cassia borneensis Miq. Cassia tala Desv.
Cassia contorta Vogel Cassia tora L.
Cassia foetida Salisb. Cassia tora f. hirsuta Chodat & Hassl.
Cassia gallinaria Collad. Cassia tula Desv. ex Steud.
Cassia humilis Collad. Chamaecrista tagera (L.) Standl.
Cassia obtusifolia var. humilis (Collad.) Chamaefistula contorta (Vogel) G.Don
 Torr. & A.Gray Diallobus tora (L.) Raf.
Cassia sagera Lam. Emelista tora (L.) Britton & Rose
Cassia sunsub Forssk. Glycyrrhiza kansoo Siebold
Cassia tagera L. Tagera filiformis Raf.

ชื่อสามัญ    ---Sicklepod, Foetid Cassia, Sickle senna, Stinking Cassia, Sicklepod, Java bean, Peanut weed.
ชื่ออื่น    ---ชุมเห็ดควาย,ชุมเห็ดนา,ชุมเห็ดเล็ก,พรมดาน,ลับมือน้อย, [SPANISH: chilinchil; guanina.]; [FRENCH: herbe pistache.]; [BRAZIL: matapasto-liso]; [CHINA: jue ming.]; [JAPAN: ebisugusa.]; [HINDI: tarota.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE (FABACEAE)-CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียตนาม อินโดนีเซีย


เป็นวัชพืชในเขตร้อนชื้น ในไทยพบทั่วทุกภาค มักพบขึ้นเองตามริมคลอง ตามที่รกร้าง หรือตามริมทางทั่วไป ชุมเห็ดไทยจัดเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก สูง0.5-1 เมตร ลำต้นสีเขียวอมน้ำตาลแดง ไม่มีขนแตกกิ่งเป็นพุ่ม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3 คู่ รูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ 2-6 x 1.5-2.5 ซม.
ช่อดอกออกที่ซอกใบ เป็นกระจุก ดอกเดี่ยวมีก้านช่อดอกออกจากจุดเดียวกัน ช่อดอก  มี 1-3 ดอกต่อช่อ   มี 5 กลีบดอก ฐานรอบกลีบดอกสีขาวอมเหลืองมีขนครุยตามขอบ ผลเป็นฝักเล็กแบนขนาด 10-15 x 0.3-0.5 ซม. เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน   20-30 เมล็ด    สีน้ำตาลแกมเขียวมันวาว
ใช้ประโยชน์ ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยา
ใช้เป็นอาหาร เมล็ด - สุก หรือคั่วในฝัก กินเป็นกับข้าว เมล็ดคั่วชงดื่มแทนกาแฟ ใบอ่อนและยอดอ่อน - ปรุงสุก  นึ่งเหมือน potherb หรือปรุงกินกับข้าว มีโปรตีนประมาณ 6% ใช้ใบและผงหมักเป็นเครื่องปรุงรส ใบถูกนำมาใช้ในการชงเหมือนชา
ใช้เป็นยา เมล็ดมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและขับถ่าย ใบเป็นยาถ่ายพยาธิและใช้ในการรักษากลากและโรคผิวหนัง เมล็ดกับใบรวมกัน ต้มกินรักษาโรคตาแดง
อื่นๆ  เมล็ดถูกใช้เป็น mordant เมื่อย้อมผ้าสีน้ำเงิน เมล็ด, ใบที่หมักและราก ให้สีดำ, สีฟ้า, สีเหลืองและสีส้ม ลำต้นใช้ทำเสื่อและรั้ว และได้รับการทดสอบอย่างกว้างขวางว่าเป็นยากำจัดวัชพืชอื่น เช่นผักตบชวา
ระยะออกดอกติดผล---สิงหาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

93 ชุมเห็ดเทศ/Cassia alata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cassia alata (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง ---Has 5 synonyms   
---Cassia alata L.
---Cassia bracteata L.f.
---Cassia herpetica Jacq.
---Cassia rumphiana (DC.) Bojer
---Herpetica alata (L.) Raf.
ชื่อสามัญ    ---Ringworm Bush, Emperor's candlesticks, Christmas candle, Wild senna
ชื่ออื่น    ---ส้มเห็ด, ขี้คาก, ลับมืนหลวง, หมากกะลิงเทศ, Chumhet thet. [THAI]; [CHINESE: Yì bing jue míng.]; [HINDI : Dadmurdan, Datkapat, Senamukhi.]; [JAPANESE: Kyandorubusshu.]; [LAOs : Khi lek ban.]; [MALAYSIA: Gelenggang Besar.]; [SPANISH : Bajagua, Flor del Secreto.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE (FABACEAE)-CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เม็กซิโก บราซิล โคลัมเบีย เวเนซูเอลา และหลากหลายพื้นที่ในเขตร้อน


พบในเม็กซิโกทางตอนเหนือของบราซิล โคลัมเบีย เวเนซูเอลา ประเทศในเขตร้อนและเขตอบอุ่น เกิดขึ้นในที่เปิดโล่ง เช่นริมถนน ริมฝั่งแม่น้ำ ป่าฝน ขอบทะเลสาบ บ่อน้ำและคูน้ำเค็ม สวนผลไม้และรอบหมู่บ้านที่ระดับความสูงจาดระดับน้ทะเล 1,400 เมตร หรืออาจถึง 2100เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นได้ทั่วไป ตามที่ชุ่มชื้น ไม่ชอบที่ร่ม สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด พรรณไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความเอาใจใส่ ขึ้นเองได้ ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูง จากระดับน้ำทะเลจนถึง 1,500เมตร
เป็นไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนกขนาดใหญ่ สีเขียวเข้มยาว 40 - 60 ซม.ใบย่อยรูปขอบขนาน 16 - 28 ใบความยาว 5 -15ซม.ขอบใบเรียบโคนใบและปลายใบมน  ดอกออกเป็นช่อตั้งขึ้นที่ปลายยอดยาว10-50ซม. รูปทรงกระบอกมีดอกย่อยขนาด 4 ซม.จำนวนมาก กลีบดอกย่อยสีเหลืองทองใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลืองหุ้มดอกย่อย ผลเป็นฝักมีครีบ4ครีบยาวประมาณ 15 ซม. เมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดแบนรูปสามเหลี่ยม50-60เมล็ด
การใช้ประโยชน์ พืชมีคุณค่าสูงในหลายพื้นที่ของเขตร้อนสำหรับสรรพคุณทางยา มันถูกรวบรวมโดยทั่วไปจากป่าส่วนใหญ่สำหรับใช้เป็นยา แต่ยังเป็นอาหารและแหล่งของวัสดุ  มักจะได้รับการเพาะปลูก เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และยังเป็นไม้ประดับในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
ใช้เป็นอาหาร ใบอ่อนใช้ชงดื่ม ปรุงกินเป็นผัก ใช้ในปริมาณน้อยเท่านั้น
ใช้เป็นยา ใบใช้เป็นยาระบาย, ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย, ต้านการอักเสบ, ยาขับปัสสาวะ, ยาแก้ปวด, รากจะถูกใช้ภายนอกเพื่อรักษาแผลและเชื้อราผิวหนัง เมล็ดเป็นยาระบายและ ยาฆ่าพยาธิ ใช้เป็นยาสำหรับหนอนลำไส้
ใช้อื่นๆ ใช้เป็นยาฆ่าแมลง เปลือกไม้เป็นแหล่งของแทนนิน บางครั้งถูกใช้เป็นสีในการสักผิวหนัง
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

94 มะระขี้นก/Momordica charantia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Momordica charantia L.
ชื่อพ้อง    ---Has 19 synonyms

Cucumis argyi H.Lév. Momordica elegans Salisb.
Cucumis intermedius M.Roem. Momordica indica L.
Momordica anthelmintica Schumach. & Thonn. Momordica jagorana K.Koch
Momordica charantia subsp. abbreviata (Ser.) Greb. Momordica muricata Willd.
Momordica charantia var. abbreviata Ser. Momordica papillosa Peckolt ex Rosenthal
Momordica charantia f. muricata (Willd.) V.P.Prasad Momordica roxburghiana G.Don
Momordica charantia var. muricata (Willd.) Chakrav. Momordica senegalensis Lam.
Momordica charantia var. pseudobalsamina Griseb. Momordica thollonii Cogn.
Momordica charantia var. zeylanica Hitchc. Momordica zeylanica Mill.
Sicyos fauriei H.Lév.

ชื่อสามัญ --Bitter Cucumber, Bitter gourd, Balsam apple, Balsam pear, Bitter balsam apple.  Wild balsam-apple
ชื่ออื่น    ----มะระขี้นก, ผักเหย, ผักไห่, มะร้อยรู, มะห่อย, มะไห่, ma hai; ma roi ruu; mara pah; phak hai; phak hoei [THAI]; [China: ku gua.]; [CAMBODIA: moreas.]; [INDIA: kakara; karakara-chettu.]; [INDONESIA: pare; paria']; [MALASIA: kyet-hin-ga; peria laut.]; [PHILIPPINES: amargosa; ampalaya.]; [VIETNAM: cay muop mu; muop dang hona.]
ชื่อวงศ์    ---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกาและทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย คาบสมุทรอินโดจีน มาเลเซียและชวา


มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของแอฟริกาและเอเชีย ตอนนี้มันถูกกระจายอย่างกว้างขวางทั่วภูมิภาคเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในทุกทวีป เกิดขึ้นตามป่าของประเทศในเขตร้อน จากระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร
มะระ ขี้นกหรือผักไห่ เป็นไม้เถาล้มลุก เนื้ออ่อน ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีระบบรากแก้ว เถาหรือลำต้นเป็นเส้นเล็กยาวประมาณ 2-3 เมตร มีขนนุ่มขึ้นประปราย ใบเดี่ยวออกเรียงสลับรูปฝ่ามือ ชนาดกว้าง 3-5 ซม.ยาว 4-10 ซม. ก้านใบยาว 0 ·5–7 ซม. แผ่นใบบางสีเขียวมีขนอ่อน ใบจะมี 1 ใบ เปลี่ยนรูปเป็นมือเกาะ ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ มี 5-8 ดอก ก้านช่อดอกยาว 2-10 ซม ดอก สีเหลืองอ่อน กลีบดอกบาง ช้ำง่าย มี 5 กลีบ เกสรด้านในสีหลืองแก่ถึงส้มอ่อน  ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ผล ขนาดเล็กรูปกระสวยผิวขรุขระ ขนาดกว้าง 2-4 ซม.ยาว 3-10 ซม ก้านผลยาว 3 · 4 ซม.ผลอ่อนสีเขียว .เมื่อสุกแตกอ้าออกและมีสีเหลืองถึงส้ม เมล็ดรูปไข่แกมรีขนาด 5–8 × 2–3·5 มม. มีเยื่อหุ้มสีแดงสด
การใช้ประโยชน์ เป็นพืชผักที่มีความสำคัญในตลาดเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังได้มีการเพาะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กในอเมริกาเขตร้อน และทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา
พืชยังปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นยารักษาโรค และบางครั้งนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และพืชคลุมดิน
ใช้เป็นอาหาร  ผลอ่อนแช่ในน้ำเกลือเพื่อให้รสขมออกแล้วปรุงเป็นผัก มีการนำไปใส่ในสลัดกินในลักษณะเดียวกับแตงกวา ผลมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยธาตุเหล็กฟอสฟอรัสและวิตามินซี  หน่ออ่อนและใบ - ปรุงสุกและใช้เป็นผัก ชามะระที่ทำจากผลแห้งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมในญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย สีผสมอาหารสีแดงได้จากผลสุก
การนำมาใช้เป็นยา ทุกส่วนของต้นมีสารโมโนซิดีน (Monocidine) ทำให้มีรสขม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้เป็นเบาหวาน แต่ไม่ควรกินมากเพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำกว่าปกติ
และ ห้ามกินผลสุกของมะระ จะมีความเป็นพิษ เพราะมีซาโปนินมาก จะทำให้อาเจียนและท้องร่วงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  สำหรับหญิงมีครรภ์อ่อนไม่ควรกินมาก อาจทำให้แท้งได้
การแพทย์พื้นบ้านเชื่อว่า มะระขี้นกมีพลังความเย็น ซึ่งมีสรรพคุณขับพิษ ผลมะระขี้นกช่วยฟอกเลือดบำรุงตับ มีผลดีต่อสายตาและผิวหนัง ข่าวว่า สารบางอย่างในมะระขี้นกอาจเป็นยาต้านไวรัส HIV รักษาโรคเอดส์ได้
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

95 ย่านลิเภา/Lygodium flexuosum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lygodium flexuosum (L.) Sw.
ชื่อพ้อง ---Has 24 synonyms

Ophioglossum flexuosum L. Lygodium pinnatifidum Sw.
Ophioglossum scandens L. Lygodium polymorphum (Cav.) Kunth
Hydroglossum elegans Steud. Lygodium pubescens Wall.
Hydroglossum flexuosum (L.) Willd. Lygodium rottlerianum C.Presl
Hydroglossum microstachyum Steud. Lygodium scandens (L.) Sw.
Hydroglossum pinnatifidum Willd. Lygodium semibipinnatum R.Br.
Hydroglossum scandens (L.) Willd. Lygodium serrulatum Blume
Hydroglossum semipinnatum Poir. Lygodium tenue C.Presl
Lygodium elegans Desv. Odontopteris scandens (L.) Bernh.
Lygodium maculatum Bory Ramondia flexuosa (L.) Mirb.
Lygodium meyenianum C.Presl Ramondia scandens (L.) Mirb.
Lygodium pilosum Desv. Ugena polymorpha Cav.

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lygodium flexuosum (L.) Sw.
ชื่อพ้อง  ---Has 24 Synonyms  
---Hydroglossum flexuosum (L.) Willd.   
---Ophioglossum flexuosum L.
---Ramondia flexuosa (L.) Mirb.
ชื่อสามัญ    ---Big Lygodium, Climbing Fern, Maidenhair Creeper, Old World climbing fern, Small leaf climbing fern
ชื่ออื่น    ---เฟิร์นตีนมังกร, หมอยแม่ม่าย, กระฉอก, ตะเภาขึ้นหน, ลิเภาใหญ่, ย่านยายเภา.; [MALAYSIA: Akar Sidin, Darai Paya, Ribu-ribu Gajah.]; [GERMAN:  bogen-kletterfarn.]; [HINDI: bhutraj.]; [CHINA: qu zhou hai jin sha.]
ชื่อวงศ์    ---LYGODIACEAE
ถิ่นกำเนิด    --- ทวีปเอเซีย และทวีปออสเตรเลีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ไทย มาเลย์เซีย จีนตอนใต้จนถึงออสเตรเลียเหนือ อินเดียใต้ แอฟริกา
มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย เป็นวัชพืชในนาข้าวและในพื้นที่ธรรมชาติที่ลุ่ม พบตามพื้นที่เปิดโล่ง บนพุ่มไม้ ในป่าสักและป่าไผ่ที่ระดับความสูงต่ำถึง 1,000 เมตร ไม่ได้อยู่ในป่าดิบชื้น
เป็นเฟิร์นทอดเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่นยาวได้หลายเมตร ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด พบขึ้นตามป่าทั่วไป ทั่วทุกภาคของประเทศ ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าสั้นมีขนสีน้ำตาลเข้มหนาแน่น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 มม. ไม่มีเกล็ด ลำต้นเมื่อแก่จะมีสีดำและเป็นมัน ใบ ประกอบสามชั้น ก้านใบเรียวเล็กคล้ายเส้นลวด ยาวมาก บางครั้งยาวถึง 5 เมตร
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยาในท้องถิ่นและสำหรับลำต้นใช้ในเครื่องจักสาน ปลูกเป็นไม้ประดับมีค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความสามารถในการครอบคลุมโครงสร้างที่ไม่น่าดูได้อย่างรวดเร็วและให้ร่มเงาสำหรับพืชอื่น ๆ  ใช้เป็นยา รากสดถูกนำมาใช้ภายนอกเป็นการรักษาโรคไขข้ออักเสบ เคล็ดขัดยอก หิดกลากและบาดแผล
การขยายพันธุ์ ---สปอร์และปักชำ

96 ขี้ไก่ย่าน/Mikania cordata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mikania cordata (Burm.f.) B.L.Rob
ชื่อพ้อง    --- Has 5 synonyms                                                                                                           ---Eupatorium cordatum Burm.f.
---Eupatorium trinitarium volubilis (Poepp.) M.Gómez
---Eupatorium volubile (Poepp.) Vahl
---Eupatorium volubile Norona
---Knautia sagittata Blanco
---Mikania volubilis (Vahl) Willd.
ชื่อสามัญ    ---Mile-a-minute, African mile a minute, Heartleaf hempvine, Bitter vine,  American rope, Chinese creeper.
ชื่ออื่น    ---ขี้ไก่ย่าน, ขี้เหล็กย่าน, Khikaiyan.[THAI]; [CHINESE: Mi gan cao, Jia ze lan.]; [INDONESIA: Brojo lego (Javanese).]; [MALAYSIA: Akar lupang, selaput tunggul.]; [PHILIPPINES: Bikas (Tag.)]; [INDIA: Japani habi.]
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---อเมริกาใต้ เขตอบอุ่นของ ทวีปอเมริกาเหนือ หมู่เกาะแคริบเบียน เม็กซิโก เขตร้อนทั่วโลก

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และตอนกลางซึ่งเป็นที่แพร่หลาย แต่ไม่ถือว่าเป็นวัชพืช ถูกนำเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกระจายไปยังประเทศในเขตร้อนทั่วโลก มักขึ้นตามชายป่า ตามสองข้างทาง และตามบริเวณป่านุ่น เติบโตตามลำธาร และริมถนนตามสวนป่า ตามแนวรั้วในทุ่งหญ้าและพื้นที่รกร้าง จัดเป็นวัชพืชที่เจริญได้ดีในเขตร้อน มีการกระจายตัวของระดับความสูงอย่างกว้าง ๆ ซึ่งอาจสูงถึงระดับ 2,000 เมตรหรือมากกว่า
ไม้ล้มลุกเลื้อย ขึ้นเป็นพุ่มพันกันยุ่งขึ้นคลุมพืชอื่นค่อนข้างแน่น ลำต้นมีความยาวได้ประมาณ 7 เมตร มีขนเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มเล็กน้อย ใบเป็นใบเดี่ยว กว้าง 2-9 ซม ยาว 4-13 ซม ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบค่อนข้างจักเป็นซี่ฟันหยาบ ๆ ผิวใบค่อนข้างเกลี้ยงหรือมีขนนุ่มกระจายทั้งสองด้าน ด้านล่างมีต่อมเล็กน้อย ก้านใบเรียวเล็กยาวประมาณ 2-9 ซม. ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ริ้วประดับบาง ค่อนข้างจะโปร่งใส กลีบดอกเป็นสีขาวแกมเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็นแฉก 5 แฉก
ผลเป็นรูปขอบขนานแคบ มีต่อมรยางค์แข็งจำนวนมาก ผลอ่อนเป็นสีขาว ถ้าแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลเข้ม
ใช้ประโยชน์ เป็นอาหารและยา ใบใช้ตำพอกตามบาดแผลหรือแผลบวม รักษาโรคหิด และใช้เป็นยาแก้งูและแมงป่องกัด น้ำจากใบใช้เป็นยาแก้ปวดตา รากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของตับและปรับสภาพ
ใช้อื่นๆ ใช้เป็นพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน มันได้รับการแนะนำให้รู้จักในหลายประเทศ  ถูกนำเข้ามาในไต้หวันเพื่อการอนุรักษ์ดิน ในอินเดีย อินโดนีเซีย และในประเทศมาเลเซียนำมาใช้ ในฐานะเป็นพืชปกคลุมดินที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว ในสวนยางพารา ใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับแกะและวัวควายในอินเดียมาเลเซียและฟิจิ


            ตรงนี้ขอนำรูปที่ถ่ายมาจากสวนสิรีรุกขชาติมาให้ดูเป็นงานที่นำมาใช้เป็นซุ้มแสดงพืชพรรณในส่วนโซนไม้เลื้อย
สวยงามไม่เบาแต่ถ้าจะนำมาใช้ในงานแลนด์สเคป หรือจัดสวน ไม้เถาล้มลุกบางชนิดที่มีอายุสั้นอาจต้องทำใจกับความสวยที่อยู่ได้แค่ฤดูเดียว
ออกดอก---ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

97 ตำยาน/Zygostelma benthamii

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Zygostelma benthamii Baill.
ชื่อพ้อง    ---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ    ---None
ชื่ออื่น    ---อบเชยเถา, เครือเขาใหม่ , เชือกเถา , อบเชยป่า , กำยานเครือ , จั่นดิน, ตำยานตัวผู้, Op choei thao (Chai Nat),Khruea khao luak, Tamyaan tua phuu (Nakhon Sawan)
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินโดจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้เลื้อย อายุหลายปี มีรากสะสมอาหารใต้ดิน ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว ใบรูปใบหอกยาว ปลายแหลม ออกตรงข้ามกัน..  ช่อดอกสีชมพูขลิบขาว ออกที่ซอกใบ มีกลีบดอกห้ากลีบ
ตำยานมีสองชนิด ตำยานตัวผู้ ตำยานตัวเมีย ตำยานเป็นสมุนไพรในอดีต ตำรายาโบราณไทย ลาว พม่า เขมร ถือเป็นยาชูกำลังชั้นหนึ่ง ใช้ เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ทำให้จิตใจชุ่มชื่น กระปรี้กระเปร่า ที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง  ใช้ตำยานมาต้มรวมกันแล้วกิน หรือใช้รวมกับเครือหมาน้อย หมอน้อย ย่านาง ตะไคร้บ้าน ตะไคร้น้ำ
ถ้าไม่ใช้วิธีต้ม จะใช้ฝนกิน... ก็ได้ แก้ท้องผูก แก้ริดสีดวง ได้ชะงัด

98 ถั่วไมยรา/ Desmanthus virgatus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Desmanthus virgatus (L.) Willd.
ชื่อพ้อง---Has 18 Synonyms

Acacia angustisiliqua Desf. Acuan virgatum var. flaviflorum Kuntze
Acacia depauperata Mart. ex Steud. Desmanthus depressus Humb. & Bonpl. ex Willd.
Acacia leptosperma Bello Desmanthus pratorum Macfad.
Acacia virgata (L.) Gaertn. Desmanthus tenellus DC.
Acuan depressum (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Kuntze Desmanthus virgatus var. depressus (Humb. & -
Acuan texanum Britton & Rose -Bonpl. ex Willd.) B.L.Turner
Acuan tracyi Britton & Rose Mimosa angustisiliqua Lam.
Acuan virgatum (L.) Medik. Mimosa depressa (Humb. & Bonpl. ex Willd.) Poir.
Acuan virgatum var. albiflorum Kuntze Mimosa pernambucana Mill.
Mimosa virgata L.

ชื่อสามัญ--- Wild tantan, Prostrate bundleflower, Desmanthus., Acacia courant, Ground tamarind, Slender mimosa
ชื่ออื่น----ถั่วไมยรา ; [USA: dwarf koa (Hawaii)]; [MEXICO: adormidera, brusca prieta, dwarf koa, frijolillo, ground tamarind, guajillo.]; [FRENCH: sensitive de Montravel.]; [CHINESE: Héhuān cǎo]
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้ และอเมริกากลาง
การกระจายตามธรรมชาติ มีตั้งแต่เท็กซัสและฟลอริดาในสหรัฐอเมริกาตอนใต้ เวราครูซและเชียปัส ในเม็กซิโก ทั่วอเมริกากลางและหมู่เกาะแคริบเบียนจนถึงประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้
เกิดขึ้นตามธรรมชาติในแนวชายฝั่งทะเลและบนชายหาดถนนและในพื้นที่ที่ถูกรบกวนอย่างหนักอื่น ๆ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,900 เมตร
ในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ แล้วก็กลายเป็นวัชพืช ที่พบมากทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคกลางตอนล่างของประเทศ
ลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้รอเลื้อยมีเนื้อไม้ มีระบบรากแก้ว สูงได้ถึง 1.5- 2 เมตร. ลำต้นเป็นเหลี่ยมสันมีถึง 7-8 เหลี่ยม  หูใบรูปลิ่มแคบ ติดทน ใบประกอบ 2 ชั้น แกนมีขนสั้นนุ่ม ใบประกอบย่อยมี 1-7 คู่ ยาว 2.5-7 ซม.ใบย่อยมี 10-25 คู่ คู่ที่โคนขนาดเล็กหรือลดรูป รูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 4-9 มม. ปลายมีติ่งแหลม โคนตัด เบี้ยว แผ่นใบด้านล่างมีนวล
ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศ ไม่สมบูรณ์เพศ หรือเป็นหมัน ดอกสีขาว มี 5 กลีบ รูปขอบขนาน
ในแต่ละช่อมีได้ถึง 10 ฝัก ติดเป็นกระจุก ตั้งขึ้นหรือแผ่กว้าง รูปแถบ ยาว 5-9 ซม. เมล็ดเป็นเหลี่ยม แบน (ตามรูปที่ได้มาเป็นฝักแห้งล้ว)
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นอาหารสัตว์ปลอดสารพิษและมีโปรตีนเพียงพอ เป็นพืชอาหารที่ดีสำหรับวัว หลายสายพันธุ์ที่ใช้เป็นการค้าเชิงพานิชย์ ในบางพื้นที่มีการเพาะปลูกเป็นแปลงเพื่อเป็นพืชอาหารสัตว์
ขยายพันธุ์---เมล็ด

99 เครือซุด/Secamone villosa

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Toxocarpus villosus (Blume) Decne.
ชื่อพ้อง---Secamone villosa Blume
ชื่อสามัญ---None                                                
ชื่ออื่น     ---เครือซุด เครือมะแตก  เถาวัลย์แดง,  Tao-wan Daeng, [THAI]; [VIETNAM: Dây giang mủ, Dây gáo vàng. [CHINESE: mao gong guo teng.].
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์    --- อินโดจีน, ชวาสู่ หมู่เกาะซุนดา

 

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในจีนตอนใต้ กระจายไปยัง อินเดีย ภูมิภาคอินโดจีน จีนตอนใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และชวาพบเกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าดิบเขา และป่าเปิด ที่ระดับความสูง 500-1500 เมตร
ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2-10 เมตร ชอบขึ้นปกคลุมต้นไม้อื่น ในประเทศไทยส่วนมากพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ลักษณะของลำต้นเลื้อยพันไม่มีมือจับ มียางขาวทุกส่วนของลำต้น เถาอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น  ก้านใบยาว 1-1.5 ซม ใบเดี่ยว  แผ่นใบขนาดกว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 5-8 ซม รูปไข่ออกเรียงสลับกันปลายใบแหลม มีติ่งหนามเล็กๆ ดอกออกเป็นช่อกระจุกซ้อนขนาดใหญ่ ก้านช่อดอก 3-10 ซม ดอกย่อย 1-1.5ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองสด ออกที่ซอกใบและปลายยอด  
ผลเป็นฝักเดี่ยวหรือเป็นคู่ กางออก รูปทรงกระบอก ยาว 8-18 ซม เมื่อแก่จะแห้งแล้วแตกแนวเดียว มีเมล็ดแบนจำนวนมากมีขนปลิวไปตามลม
การใช้ประโยชน์  ใช้เป็นยา  รักษาอาการบวมเต้านม (ใบ) โรคไขข้ออักเสบ
ใช้อื่นๅ เถาแก่แตกเป็นร่องเหนียวมาก นำมาใช้ทำเครื่องจักสานหรือใช้แทนเชือกได้
ระยะออกดอก---เมษายน-พฤษภาคม--- ติดผล---มิถุนายน -ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

100 เถาวัลย์เปรียง/Derris scandens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Derris scandens (Roxb.) Benth.
ชื่อพ้อง    ---Has 10 synonyms
---Brachypterum scandens (Roxb.) Wight
---Brachypterum scandens Benth.
---Brachypterum timorense Benth.
---Dalbergia scandens Roxb.
---Dalbergia timoriensis DC.
---Deguelia timoriensis (DC.) Taub.
---Derris timoriensis (DC.) Pittier
---Galedupa frutescens Blanco
---Millettia litoralis Dunn
---Dalbergia venusta Zipp. ex Span.
ชื่อสามัญ    ---Jewel Vine, Hog Creeper, Malay Jewelvine
ชื่ออื่น    ---เครือตาปา , เครือเขาหนัง , เถาวัลย์เปรียง ; [HINDI: gonj,Tup-bel.].
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีน อนุทวีปอินเดีย คาบสมุทรอินโด จีน ตอนเหนือออสเตรเลีย

 

ถิ่นกำเนิดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย พบตามป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ พื้นที่เกษตรกรรม ขอบทุ่งนา ทุ่งหญ้า ชายหาดและป่าชายเลน ที่ระดับความสูงไม่เกิน 750 เมตร
ในประเทศไทย พบขึ้นอยู่ทุกจังหวัดเป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุด ชอบขึ้นตามป่าดิบแล้ง หัวไร่ปลายนา ขึ้นง่าย มักขึ้นเองตามชายป่า และที่โล่งทั่ว ๆ ไป  ชอบอากาศเย็นแต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่แล้งจะออกดอกดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้น ลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ขึ้นพาดพันต้นไม้ใหญ่ ยาวได้ถึง 20 เมตร เนื้อไม้ในเถานั้นจะเป็นวง  คล้ายเถาคันแดง ใบหนาและแข็ง เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อย 4-8 ใบ  เป็นรูปรี ปลายใบเป็นรูปหอก โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบเรียบ
ดอกออกเป็นช่อสีขาวห้อยลง กลีบรองดอกสีม่วงดำ ปลายกลีบดอกสีชมพูเรื่อ  ดอกดกมาก และส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ  ผลออกเป็นฝักแบนเล็ก ๆ2.5-6.5 x 1-1.4 ซม. ภายในจะมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม อยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ถูกใช้มานานหลายศตวรรษในอายุรเวท ยาสมุนไพรไทยและจีน เพื่อรักษาความหลากหลายของอาการเจ็บปวดรวมถึงอาการปวดกล้ามเนื้อปวดข้อข้ออักเสบและปวดหัว ทั้งลำต้นและรากใช้ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นยาขับปัสสาวะ ขับ เสมหะและยาระบาย ไข้หวัดและปวดหลัง รากใช้เพื่อเพิ่มการหลั่งน้ำนมหลังคลอด
ใช้อื่นๆ ใช้เป็นไม้ประดับขึ้นซุ้มหรือริมรั้ว และใช้เป็นยาฆ่าแมลง ส่วนต่าง ๆ ของพืชมีแนวโน้มที่จะมีสารเคมี rotenone (สารออกฤทธิ์ในยาฆ่าแมลงเดอริส)
ออกดอกและติดผล--- มิถุนายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด แยกไหลใต้ดิน

101 ตดหมูตดหมา/Paederia pirifera

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Paederia pirifera Hook.f.
ชื่อพ้อง    ---Has 4 synonyms
---Hondbesseion piliferum (Hook.f.) Kuntze
---Hondbesseion wallichii (Hook.f.) Kuntze
---Paederia kerrii Craib
---Paederia wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ    ---Sewer Vine
ชื่ออื่น    ---พอทุอี, ตดหมูตดหมา, กระพังโหม, กระพังโหมใหญ่ [จ๊าบ่าหลอด cha ba lot,ตดหมูตดหมา tot mu tot ma, เถาออน thao on (Chiang Mai), พอทุอี pho-tu-i (Karen-Kanchanaburi), หญ้าตดหมา ya tot ma (Chiang Mai, Lampang, Prachin Buri).]
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ เถาเนื้ออ่อน ขึ้นง่ายตามธรรมชาติ ชอบแสงแดดจัดและดินร่วนซุยมีการระบายน้ำดี พบตามสภาพป่าผลัดใบหรือชายป่าดิบ และป่าที่กำลังคืนสภาพที่ระดับความสูง 400-800 เมตร มีสรรพคุณทางเป็นสมุนไพร ลักษณะ ลำต้นกลมสีเขียวขนาดเล็ก มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่หรือรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง1-2ซม.ยาว 7-12ซม. ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบด้านบนมีขน ลำต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเนื่องจากมีสารMethyl mercaptan เมื่อนำมาต้มกลิ่นเหม็นจะหายไป ใช้ทำอาหารได้
ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปแตรกลีบดอกด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงอมแดง ผลรูปกลมรีผิวเกลี้ยง
**มีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ เช่น ชนิดใบใหญ่ ลักษณะของใบจะเป็นรูปไข่ มีขนสั้นขึ้นปกคลุม เรียกว่า “กระพังโหมใหญ่” หรือ "ตดหมู", ชนิดใบเล็ก ลักษณะของใบจะมีลักษณะเป็นรูปเรียวยาวหรือรูปหอก เรียกว่า “กระพังโหมเล็ก” หรือ "ตดหมา", ชนิดใบใหญ่ไม่มียางไม่มีขน มีกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ เรียกว่า “ย่านพาโหม” ส่วนกระพังโหมแท้ ๆ ต้องเป็นชนิดที่เด็ดใบและเถาสด ๆ จะมียางออกมา
ระยะเวลาออกดอก --- ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ ---โดยการเพาะเมล็ด

102 ตดหมูตดหมา/Paederia linearis Hook. f.

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Paederia linearis Hook. f.
ชื่อพ้อง    ---Has 1 synonyms
---Hondbesseion lineare (Hook.f.) Ku
ชื่อสามัญ    ---Skunk Vine
ชื่ออื่น    ---พอทุอี ตดหมูตดหมา ตำยานตัวผู้ กระพังโหมตัวเมีย กระพังโหมน้อย
ชื่อวงศ์    ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้                                                                                          สายพันธุ์นี้แบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยดังต่อไปนี้:
---Paederia linearis Hook. f. var. linearis---tot mu tot ma (Central),ตำยานตัวผู้ tam yan tua phu (Nakhon Ratchasima), พังโหม phang hom (Central),ย่านพาโหม yan pha hom (Peninsular).
---Paederia linearis Hook. f. var. pilosa (Craib) Puff---หญ้าตดหมา ya tot ma (Northern)

103 จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Oxystelma esculentum (L. f.) Sm.
ชื่อพ้อง    ---Has 3 synonyms
---Oxystelma wallichii Wight
---Periploca esculenta L. f.
---Sarcostemma esculentum (L. f.) R.W. Holm
ชื่อสามัญ    ---Rosy Milkweed, Rosy Milkweed Vine
ชื่ออื่น    ---ผักไหม, เครือไส้ปลาไหล, จมูกปลาไหลดง, ผักจมูกปลาหลด, ตะมูกปลาหลด. ; [INDIA: Dudhialata, Jal Dudhi, Dudhi-ki-be (Hindi), Kulappala (Malayalam).]; [CHINESE: jian huai teng.]
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---แอฟริกา เอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ออสเตรเลีย

 

ต้นนี้มีรูปเยอะหน่อย เจอข้างทางเหมือนกัน นานๆจะเจอในธรรมชาติเสียที มีเท่าไหร่เลยใส่หมด
เป็นพืชพื้นเมืองในจีน, เอเชียใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เกิดขึ้นตามป่าชื้น ริมลำธาร  พบที่ระดับความสูง สูงสุด 900 เมตร
ไม้ เลื้อยพันได้ไกลประมาณ1-2 เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปดาบ ขนาดของใบกว้าง1-1.5 ซม. ยาว 8-13 ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อตามซอกใบ ก้านช่อดอก 6-15 ซม. ใบประดั ก้านดอก 1 ซม. ดอกย่อยขนาดประมาณ 1.5-2.5 ซม. กลีบดอกด้านในสีชมพูเข้มสีมีลายเส้นสีม่วง และจุดประสีน้ำตาล ด้านนอกสีขาว  ผลรูปไข่เมื่อแก่จะแตกออกข้างเดียว ภายในมีเมล็ด เมล็ดรูปไข่, 2.5 x 2 มม จำนวนมาก เมล็ดสีน้ำตาลปลายเมล็ดจะมีขนสีขาวติดอยู่เป็นกระจุก
การใช้ประโยชน์  มีอยู่ในตำรายาอินเดียโบราณ รู้จักกันทั่วไปว่า 'Jaldudhi' มีประโยชน์ในการรักษาหลายอย่างซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาโรคในโลกสมัยใหม่เช่นมะเร็งตับอักเสบไตผิดปกติโรคที่เกี่ยวกับความเครียดและการติดเชื้อจุลินทรีย์  
ใช้อื่นๆใช้เป็นไม้ประดับเป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก
ระยะออกดอก---กรกฎาคม- กันยายน---ติดผล---  ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ --- ด้วยการเพาะเมล็ด


104 ฝอยทอง/Cuscuta chinensis


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Cuscuta chinensis LAM.
ชื่อพ้อง   --- Has 1 Synonyms
---Pentake chinense (Lam.) Raf.
ชื่อสามัญ    ---Dodder, Cuscuta seed, Chinese Dodder, Love vine, Devil's-hair, Beggarweed, Devil's Guts, Dodder Of Thyme, Hellweed
ชื่ออื่น    ---เครือเขาคำ เครือเขาคา สายไหม ผักไหม ; [CHINESE: Tu Si Zi (mandarin); [HINDI: Makhanio.]
ชื่อวงศ์    ---CUSCUTACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ยุโรป เอเซีย ออสเตรเลียอเมริกากลาง
เหมือนยกขบวนไม้ข้างทางมาเลย ได้รูปมาเต็ม

 

มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนทางตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา, มาดากัสการ์, ในเอเชียตะวันออก - จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน  อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงออสเตรเลีย อเมริกากลาง และจากสหรัฐอเมริกาไปยังเม็กซิโก เกิดขึ้นตามธรรมชาติพบในทุ่งนา เนินเขาเปิดโล่ง พุ่มไม้และหาดทรายที่ระดับความสูง 0- 3,000 เมตร
ฝอยทอง เป็น พืชกาฝาก เจริญเติบโตอยู่บนต้นไม้อื่น ดูดอาหาร จากต้นไม้ที่เกาะอาศัยอยู่ ลำต้นกลมสีเหลืองสดใสลักษณะคล้ายเส้นไหม เป็นเถาเลื้อยยาวและอ่อนนุ่ม ไม่มีใบหรือรากที่แท้จริงและไม่มีคลอโรฟิลล์ แตกกิ่งก้านมาก ใบมีลักษณะ เหมือนเป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยม เล็กๆ บนลำต้นยาวประมาณ 1/16 นิ้ว ดอกไม้รูประฆังมี 3-5 กลีบยาวประมาณ 1/8 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. มักจะเกิดขึ้นในกลุ่ม แต่บางครั้งก็ออกเดี่ยว ดอกไม้มีหลายสีตั้งแต่สีขาวชมพูจนถึงเหลืองจนถึงครีม ผลรูปกลม ขนาดเล็ก มีเมล็ด 2 ถึง 4 เมล็ด พวกมันจะก่อตัวเป็นกระจุกตามลำต้นระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหารเป็นผักธรรมชาติที่รับ ประทานได้ มักซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่น ชาวบ้านเอามาวางเป็นกองๆหรือใส่กระทงขาย เห็นเป็นเส้นๆเหลืองๆยาวๆ นั่นละ ฝอยทอง
ใช้เป็นยาแผนโบราณในประเทศจีน เกาหลี ปากีสถาน เวียดนาม อินเดียและไทย เป็นที่นิยมใช้เป็นสารต่อต้านริ้วรอย, สารต้านการอักเสบ, ยาแก้ปวดและยาโป๊
ในการแพทย์แผนจีน ใช้เมล็ดฝอยทองใช้เป็นยามาหลายพันปีแล้ว อธิบายว่าเมล็ดมีลักษณะเป็นกลางและมีรสหวานฉุน พวกเขาเกี่ยวข้องกับไตและตับและมักใช้ในสูตรที่ช่วยปรับสมดุลการขาดหยินและหยาง เมล็ดฝอยทองหรือที่เรียกว่า เมล็ด Dodder หรือที่รู้จักกันในชื่อ cuscuta seed หรือ Tu Si Zi ในภาษาจีนกลางได้รับการพิจารณาว่าเป็นยาบำรุงอ่อน ๆ ที่ใช้ในสมุนไพรจีน เช่นเดียวกับชื่อของมันบ่งบอกว่ามันมาจากพืชกาฝากที่มีชีวิตรอดโดยการดูดซับสาระสำคัญจากโฮสต์ เนื่องจากสมุนไพรโบราณไม่พบรากจากสิ่งมีชีวิตพวกเขาคิดว่ามันมีพลังเวทย์มนตร์ อาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรชั้นเลิศใน “Shen Nong’s Herbal Classic.” เป็นยาบำรุงที่ดีเยี่ยมสำหรับไต, ตับ, และม้าม, ใช้แบบโบราณดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวโดยมีการเก็บเมล็ด ใช้เป็นยาดิบหรือปรุงสุกแล้วบดหรือใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองเห็นไม่ชัดและตาแห้ง ผมร่วง, การทำแท้ง, การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ, ปัสสาวะบ่อย, ฝ้า, ปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากไต, การหลั่งเร็วและภาวะมีบุตรยาก
ระยะออกดอก---กรกฎาคม-กันยายน---ติดผล---สิงหาคม-ตุลาคม
การขยายพันธุ์ ---ด้วยเมล็ดและการแตกหน่อ

105 กระทกรก/Passiflora foetida


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Passiflora foetida Linn.
ชื่อพ้อง    ---Passiflora foetida var. hispida Killipillip
ชื่อสามัญ    ---Running Pop, Fetid passionflower, Scarletfruit passionflower, Stinking passionflower, Love-in-a-mist, Wild water melon, Wild maracuja, Bush passion fruit, Stoneflower
ชื่ออื่น    ---กระโปรงทอง, เถาเงาะ, ผ้าขี้ริ้วห่อทอง, รกช้าง, กะทกรก, ka-thok-rok.[THAI]; [Cambodia: sav mao prey.]; [Japan: kusa-tokeiso.]; [India: banchathail; mukkopeera.]; [Indonesia: buah tikus; ceplukan blunsun.]; [Malaysia: pokok lang bulu; timun dendang.]; [Philippines: kurunggut; lupok-lupok.]; [Vietnam: chum bao.]; [Australia: mossy passion flower.]; [South Africa: running pop.]; [Spanish: caguajasa (Cuba).]
ชื่อวงศ์    ---PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก , อเมริกากลาง และ ทวีปอเมริกาใต้
เขตการกระจายพันธุ์    ---ภูมิภาค เขตร้อน ทั่วโลก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ฮาวาย

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางอเมริกาใต้และหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ปัจจุบันมีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เกิดขึ้น ตามริมถนน ขอบป่า พื้นที่เกษตรและป่าชายฝั่ง จากระดับน้ำทะเลถึง 200 เมตร
กระทกรกเป็นไม้เถาขนาดเล็กแต่เหนียว อายุหลายปี อยู่วงศ์เดียวกับเสาวรส PASSIFLORACEAE มีมือเกาะเลื้อยพาดพันได้ไกล3-5เมตร มักขึ้นเองไม่ต้องปลูก ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว ใบเดี่ยวยาว 5-15 ซมออกสลับตามข้อ ก้านใบยาว 2-10 ซม โคนก้านใบมีเส้นยาวขดเป็นวงเกลียว สำหรับยึดเกาะพยุง ใบรูปเหลี่ยม ริมวกหยักเว้าเข้าข้างในข้างละ1หยัก ขนาดใบ5-7.5 ซ.ม ดอกเดี่ยวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 ซม. ออกที่ซอกใบ กลีบ5กลีบซ้อนกัน2ชั้น ผลสีเขียวเมื่อสุกสีเหลืองกินได้ ทั้งผลอ่อนผลแก่ เมล็ดสุกสีดำแบนรูปลิ่มยาว 3-4 มม. มีรอยย่นบางครั้งล้อมรอบด้วยวุ้นใส
(เมื่อก่อนคนไทยเรียกกันไว้หลายชื่อ เช่น ชาวเมืองอุทัย-ชัยนาทเรียก"เถาสิงโต"
ชาว อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชรเรียก "สลกบาตร" ชื่อนี้คงคุ้นๆสำหรับเราอยู่บ้างเพราะเวลาเรา ขึ้นเหนือจะต้องผ่านด่านนี้ที่อำเภอ ขาณุวรลักษ์บุรี จังหวัดกำแพงเพชร ทีนี้ คงจะเดากันได้แล้วสิว่าชื่อตำบลสลกบาตรนั้นคำว่า"สลกบาตร"หมายถึงอะไร แต่ก่อนคงมีกระทกรกขึ้นเต็ม)
Holm et al. (1997) โปรดทราบว่าP. foetida เป็นวัชพืช 20 ชนิด ใน 49 ประเทศ มันเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงที่สุดในข้าวโพดและยางของประเทศมาเลเซีย เป็นวัชพืชที่ร้ายแรงของยาง และปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย เปรู ในมะพร้าวในมหาสมุทรแปซิฟิก ข้าวโพด ฝ้าย และอ้อยในประเทศไทย เผือกในซามัวและพืชต่าง ๆ ในซาราวัก
การใช้ประโยชน์ เป็นพืชที่กินได้ ใช้ผลไม้เพื่อทำเครื่องดื่มในเวเนซุเอลา ผลและใบอ่อนที่ปรุงแล้วกินในประเทศไทย
ใช้เป็นยา ใบแห้งใช้ในชาในยาพื้นบ้านของเวียดนาม เพื่อบรรเทาปัญหาการนอนหลับรวมถึงการรักษาอาการคันและอาการไอ ใบสดใช้เป็นยาแก้พยาธิไส้เดือนในลำไส้สำหรับเด็ก ใบอ่อนสดบดแล้วถูบนแผลงูกัด
วนเกษตร ควบคุมการกัดเซาะ ปลูกคลุมดินสำหรับกำจัดวัชพืชในมาเลเซียและแอฟริกาตะวันออก                                อื่นๆ ปลูกเป็นเถาไม้ประดับ (อาจเป็นเหตุผลสำหรับการกระจายอย่างกว้างขวาง) เมล็ดถูกจำหน่ายเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะในยุโรป
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
การขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

106 ถั่วกรามช้าง/Lablab purpureus

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lablab purpureus (L.) Sweet
ชื่อพ้อง    
---Dolichos lablab L.
---Dolichos purpureus L.
---Lablab niger Medikus
---Lablab lablab (L.) Lyons
---Lablab vulgaris (L.) Savi
---Vigna aristata Piper
ชื่อสามัญ    ---Hyacinth bean, Lablab-bean, Tonga bean, Papaya bean, Poor man bean, Butter bean, Bonavista bean
ชื่ออื่น    ---ถั่วแปบ, ถั่วแปบช้าง, ถั่วนาง, ;[Spanish: dolico lablab.]; [French: dolic lablab; dolique lablab.]; [Cuba: frijol caballero.]; [Brazil: cumandiata; labe-labe.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย-อินเดีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
 ไม้เลื้อยลำต้นกลมบิดมีขนสูงประมาณ1.5-3เมตร ในประเทศไทยพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณชื้น ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบใบย่อย3ใบ ก้านใบยาวประมาณ 10 ซม. ส่วนโคนบวม ใบบนมีขนาดใหญ่สุด รูปไข่กว้าง ขนาด 10-15ซม.ยาว 15-20ซม. ปลายใบแหลม 2ใบล่างรูปไข่เบี้ยว ขนาดกว้าง 8-12ซม.ยาว12-18ซม.  มีขนนุ่มปกคลุม ดอกมี 2 ชนิดคือ ชนิดดอกสีขาว และชนิดดอกสีม่วงดอกออกเป็นช่อตั้ง ก้านช่อดอกยาว 20-50ซม.ดอกย่อยเป็นแบบดอกถั่ว ขนาด 5ซม. กลีบตั้งมีแถบสีขาวตรงกลาง กลีบรองดอกเป็นถ้วยสีเทา เกสรผู้อยู่รวมเป็นกลุ่ม
ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกแกมแบน ปลายแหลม มีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม ขนาดกว้าง 1-2ซม. ยาว 4-8ซ
ผลและใบอ่อนรับประทานเป็นผักสดได้
ระยะเวลาออกดอก --- เดือนกรกฏาคม-เดือนพฤศจิกายน
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

107 ถั่วลาย/Centrosema pubescens

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Centrosema pubescens Benth.
ชื่อพ้อง    ---Centrosema schiedeanum (ined.)
ชื่อสามัญ    ---Butterfly pea, Centro, butterfly pea, Spurred butterfly pea
ชื่ออื่น    ---ถั่วสะแดด, ; Thua lai.[THAI] [SPANISH: Caracucho; Flor de pito.]; [FRENCH: Centroseme pubescente.]; [PORTUGUESE: jitirama.]; [BRAZIL: patinho; roxinha.]; [CHINESE: Ju ban dou.]; [PHILIPPINESPukingan (Tag.)]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ประเทศเขตร้อนชื้น รวมถึงประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และหมู่เกาะคาริเบียนตอนนี้แพร่หลายในเขตร้อนชื้น เกิดขึ้นตามริมถนน ในที่ทิ้งขย ะริมฝั่งแม่น้ำและในสวนมะพร้าว ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเล
พืชล้มลุกอายุฤดูเดียว  ลักษณะลำต้นเป็นเถากลมเนื้ออ่อนมีข้อ สีเขียวเข้มปนน้ำตาล มีขนสั้น ๆสีน้ำตาลแดงปกคลุม เลื้อยยาวได้ไกล 0.50-1.50เมตร ใบย่อยมี3ใบ รูปไข่สีเขียว กว้าง 4 ซม. x 3.5 ซม  ใบกลางใหญ่สุด ใบค่อนข้างหยาบ หน้าใบและหลังใบมีขนละเอียดจำนวนมาก ดอกคล้ายดอกอัญชัน  เกิดในซอกใบเป็นสีม่วงหรือสีม่วงอ่อนมีแถบสีม่วง ฝักมีลักษณะเป็นเส้นตรงบิดตัว ยาว 7.5 -15 ซม.  สีน้ำตาลเข้มเมื่อสุก มีเมล็ดมากถึง 20 เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินในที่โล่งแจ้ง ป้องก้นวัชพืชขึ้นโดยถั่วลายจะเลื้อยพันต้นวัชพืชทำให้วัชพืช ชะงักการเจริญเติบโตและช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ใช้เป็นพืชปุ๋ยพืชสดในสวนยางพารามะพร้าวและปาล์มน้ำมัน ใช้เป็นอาหารสัตว์ เป็นพืชอาหารสัตว์ตระกูลถั่วที่มีคุณค่าสำหรับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์หญ้าแห้งและหญ้าหมัก เป็นสายพันธุ์พืชที่ได้รับการพัฒนาเพื่อการค้า
การขยายพันธุ์ ---เมล็ด

108 ถั่วผี/Macroptilium lathyroides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Macroptilium lathyroides (L.) Urb.
ชื่อพัอง   ---Has 25 synonyms

-Lotus maritimus Vell. -Phaseolus lathyroides subf. nanus Hassl.
-Macroptilium lathyroides var. bustarretianum - -Phaseolus lathyroides f. repandus Hassl.
Stehlé & Quentin -Phaseolus lathyroides var. semierectus Hassl.
-Macroptilium lathyroides var. semierectum (L.) Urb. -Phaseolus lathyroides f. typicus Hassl.
-Phasellus lathyroides (L.) Moench -Phaseolus maritimus Benth.
-Phaseolus candidus f. maritimus (Benth.) Hassl. -Phaseolus psoraleoides Wight & Arn.
-Phaseolus crotalarioides Mart. ex Benth. -Phaseolus semierectus L.
-Phaseolus hastifolius Mart. ex Benth.- -Phaseolus semierectus var. angustifolius Micheli
Phaseolus lathyroides L. -Phaseolus semierectus var. angustifolius Benth.
-Phaseolus lathyroides f. chacoensis Hassl. -Phaseolus semierectus var. gracilis M.Gómez
-Phaseolus lathyroides var. genuinus Hassl. -Phaseolus semierectus var. nanus Benth.
-Phaseolus lathyroides var. Hastifolius- -Phaseolus semierectus var. subhastatus Benth.
 (Mart. ex Benth.) Hassl. -Phaseolus strictus A.Braun & C.D.Bouché
Phaseolus lathyroides f. hirsutus Hassl.

ชื่อสามัญ    ---Pea Bean, Phasey Bean,Scarlet Bean, Wild bean, Wild bush bean, One-leaf clover
ชื่ออื่น    ---ถั่วผี, thua-phi [THAI] ; [INDONESIA: kacang batang.]; [SPANISH: pico de aura.]; [HAWII:: wild pea bean.]; [INDONESIA: kacang batang.]; [TONGA: pini.]; [LESSER ANTILLES: pois-poison, pois-zombi(e).]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

 

มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก หมู่เกาะแคริเบียน  อเมริกาใต้ กระจายไปทั่วเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก  พบได้บ่อยครั้งในสถานที่เปียกชื้นตามริมถนนบนพื้นที่ทิ้งขยะในทุ่งโล่งทุ่งหญ้าในสถานการณ์เปิดตามลำธารและแม่น้ำที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 31 เมตร
ในประเทศไทยพบขึ้นอยู่ทั่วไปในพื้นที่ รกร้าง ว่างเปล่า ริมคูน้ำ คันนา ถั่วผีเป็นไม้พุ่มเล็กอายุฤดูเดียว ต้นเป็นกอตั้งตรง ปลายยอดทอดอ่อนเล็กน้อย สูงประมาณ100-130ซ.ม.ลำต้นเหนียวและกลวงสีเขียวเข้ม ผิวลำต้นเป็นเส้นตามยาวมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ลูบจะสากมือ ก้านใบยาว 1-5 ซม.มี 3 ใบย่อยรูปไข่ หรือรูปใบหอก ยาว 3-8 ซม. กว้าง 1-3.5 ซม สีใบเขียวเข้ม หน้าใบมีขนสั้นๆ หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นกว่าหน้าใบ ขอบใบหยักแบบขนครุย ผิวใบค่อนข้างนุ่ม ช่อดอกออกที่ซอกใบยาวประมาณ 30 ซม.ดอกเดี่ยวรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีแดงเลือดหมู ฝักรูปกลมมีรอยคอดตื้นๆ ยาว 5.5-12 ซม., กว้าง 2.5-3 มม. ในหนึ่งฝักมี 3-12 เมล็ด เมล็ดรูปทรงกระบอกปลายตัดสีน้ำตาลดำ  ยาว 5 - 12 ซม.กว้าง 2 - 3 มม. ฝักแก่แตกเป็นสองซีก
การใช้ประโยชน์  เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับ โค กระบือ ใช้ปลูกเพื่อปรับปรุงดินและคลุมดินในสวนผลไม้ พืชสามารถแก้ไขไนโตรเจนในบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากและสามารถใช้เป็นพืชคลุมดินและปุ๋ยพืชสด ขึ้นได้ดีในดินที่ เป็นดินเหนียว ดินเหนียวปนลูกรังและดินร่วนปนเหนียว
ระยะออกดอก --- ช่วงเดือนเมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

109 ถั่วผีเลื้อย/Phaseolus atropurreus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Macroptilium atropurpureum (DC.) Urb.
ชื่อพ้อง    ---[Basionym]: Phaseolus atropurpureus DC.
ชื่อสามัญ    --Purple bush-bean, Siratro
ชื่ออื่น    ---ถั่วผีเลิ้อย, ; [SPANISH: conchito.]; [GERMAN: purpurbohne.]
ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อน
ปลูกกันอย่างแพร่หลายและแปลงสัญชาติผ่านเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน พบตามที่ลุ่มหรือพื้นที่แห้งริมทาง ทุ่งหญ้าทั่วไป
ไม้ล้มลุกอยู่หลายปี เลื้อยพันไปตามพื้นดินยาวได้1-2เมตร ลำต้นกลมสีเขียวมีขน  ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปหอกขนาด 2-7 x 1.5-5 ซม. ดอกช่อแบบติดดอกสลับยาว 10-30 ซม.  ก้านดอกสั้น ดอกแดงปนม่วง 6-12 ดอก ฝักรูปทรงกระบอกยาว 5-10 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 มม. มีเมล็ดมากถึง 12 (-15) เมล็ด แก่แล้วแตกได้ เมล็ดจุดด่างดำสีน้ำตาลอ่อนถึงดำรูปไข่แบน 4 x 2.5 x 2 มม.
ใช้ประโยชน์  เป็นวัชพืชที่ปลูกเป็นพืชคลุมดิน และพืชอาหารสัตว์ สามารถปรับปรุงดินเหมือนพืชตระกูลถั่วอื่นๆ ใช้ทำปุ๋ยหมักปุ๋ยพืชสด
ระยะออกดอก ---ช่วงเดือนเมษายน - ธันวาคม
การขยายพันธุ์ --- เมล็ด

110 มะแว้งต้น/Solanum indicum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Solanum indicum Linn.
ชื่อพ้อง    ---This name is unresolved.
Full publication details for this name can be found in IPNI: http://ipni.org/urn:lsid:ipni.org:names
This name is a synonym of Solanum anguivi Lam.
---Solanum anguivi Lam. var. multiflora
---Solanum distichum Schum. & Thonn.
---Solanum ferox auct. plur. non L
---Solanum lasiocarpum Dunal
---Solanum violaceum Ortega ssp. Multiflorum
ชื่อสามัญ    --- Poison berry, Indian Nightshade, African eggplant, Tomato bush.
ชื่ออื่น    ---มะแคว้ง มะแคว้งขม มะแว้ง แว้ง; [HINDI: Vanabharata, Badikateri, Jangli bhata.]; [PHILIPPINES: Talong-pipit (Tag.)]; [CHINESE: Ci tian qie, Xiao dian qie, Zi hua qie, Ci ding qie.]; [JAPANESE: Shiro suzume nasubi.]; [MALAY: Terong pipit puteh.]
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเชีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนของทวีปเอเชีย แอฟริกา

 

ถิ่นกำเนิดเขตร้อน และ กึ่งเขตร้อนของทวีปเอเซีย เกิดขึ้นในอินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย จีน ฟิลิปปินส์และแอฟริกา พบได้ถึงระดับความสูง 1,500 เมตร
ไม้พุ่มขนาดกลางสามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการแสงแดดมากน้ำมากความชื้นปานกลาง สามารถพบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ ต้นมีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นแข็งแตกกิ่งก้านมีขนสั้นๆ ปกคลุมทั่วไปและมีหนามแหลมกระจายอยู่ทั่วต้น ใบเดี่ยวออกสลับ 5-15 ซม. × 2.5-7.5 ซม. ก้านใบยาว ใบแผ่กว้าง ขอบใบหยักเว้าเข้าหาเส้นกลางใบมีขนสั้นๆ ทั่วไปที่ผิวใบทั้งสองด้านและก้านใบ ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง 8 - 10 ช่อดอก มีขนยาว กลีบดอกสีม่วงอ่อนมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง
ผลเดี่ยวรูปร่างกลมมี 2 ชนิด คือผลอ่อนสีเขียวอ่อนและชนิดผลอ่อนสีขาวผิวเรียบไม่มีลายผลทั้ง 2 ชนิด เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม.
การใช้ประโยชน์ ใช้กันอย่างแพร่หลายในอายุรเวท ชื่อ  Brihati หมายถึงรากแห้งของพืช เป็นหนึ่งในสิบราก (มาภายใต้ Laghu panchamula) ของ Dashmula ที่มีชื่อเสียง (กลุ่มของสิบราก) สูตรที่ยอดเยี่ยมสำหรับเงื่อนไขการอักเสบ และถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ (หอบหืด, โรคหวัดไอแห้งและเกร็ง) ท้องมาน โรคหัวใจ ไข้เรื้อรัง อาการจุกเสียด ปัสสาวะขัด และพยาธิรบกวน สำหรับวัตถุประสงค์ในการใช้ยาอื่นๆผลไม้ยังใช้เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ต้านอาการอักเสบและระบบประสาทส่วนกลาง
มะแว้งต้นยังเป็นส่วนผสมหลักของ ยาประสะมะแว้ง ขององค์การเภสัชกรรมผลิตขึ้นตามตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
ระยะออกดอก---กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์ : ด้วยเมล็ด

111 มะแว้งเครือ/Solanum trilobatum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Solanum trilobatum L.
ชื่อพ้อง    ---This name is unresolved.เป็นชื่อที่ ไม่ได้รับการแก้ไข http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/tro-29600332
---Solanum canaranum Miq.
---Solanum griffithii (C.B.Clarke) Kuntze
---Solanum hainanense Hance
---Solanum maingayi Kuntze
---Solanum miyakojimense T.Yamaz. & Takushi
---Solanum procumbens Lour.
---Solanum sarmentosum Nees
ชื่อสามัญ    ---Plate brush, Thai Nightshade
ชื่ออื่น    ---มะแว้งเครือ, แขว้งเควีย.; [HINDI: Alarka.]; [TAMIL: Tuduvalai.]
ชื่อวงศ์    ---SOLANACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – อินเดีย พม่า ไทย เวียดนาม มาเลเซีย

 

ไม้เถาขนาดเล็ก ลำต้นกลมเป็นเถา เลื้อยสีเขียวเป็นมัน มีหนามทุกส่วนตามกิ่งก้าน ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 4-5 ซม.ยาว 5-8 ซม.มีหนามตามเส้นกลางใบ ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ3-9ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลสดออกเป็นพวง ผลกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม  ผลดิบสีเขียวมีลายตามยาวสีขาว ผลสุกสีแดง เมล็ดขนาด 3 มม.
การใช้ประโยชน์ใช้เป็นยา เป็นส่วนผสมหลักในยาประสะมะแว้งเช่นกัน ผลสดรับประทานเป็นยาแก้ไข้กัดเสมหะ แก้ไอ และกระทุ้งพิษไข้ให้ลดลง  ขับปัสสาวะ
ผลกินได้ ใบ - ปรุงและกินเป็นผัก ตำรายาไทยใช้ผลแก่สด รสขมขื่นเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ
ระยะออกดอกและติดผล--- มกราคม - สิงหาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

112 ผักบุ้งรั้ว/Ipomoea mauritiana


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Ipomoea mauritiana Jacq.
ชื่อพ้อง   ---Has 29 Synonyms
---Ipomoea digitata auct.
---Ipomoea insignis Ker Gawl.---(more)
ชื่อสามัญ    ---Railway Creeper,Giant potato
ชื่ออื่น    ---บ้องเลน  ,มันหมู ,มันจรเข้, ผักบุ้งรั้ว. ; [Hindi: bhuyi kohada.]
ชื่อวงศ์    ---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา และแอฟริกา                                                                                                     เขตการกระจายพันธุ์    ---ทวีปอเมริก เอเซีย ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และหมู่เกาะแปซิฟิก แอฟริกา

 

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาและ แอฟริกา แพร่กระจายไปตั้งรกรากในเอเชีย ( อินเดีย อินโดนีเซีย ), ภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย นิวกินี  และอีกหลายเกาะ
พบ ได้ทุกภาคในประเทศไทย เป็นไม้เลื้อยล้มลุก ขึ้นอยู่ตามป่าชายหาด ทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง โล่งแจ้ง ผักบุ้งรั้วเจริญเติบโตเร็ว โดยเลื้อยคลุมไม้อื่น หรือทอดเลื้อยตามผิวดิน เลื้อยได้ไกลถึง10เมตร ทอดยาวไปเรื่อย มีหัวอยู่ใต้ดินมียางสีขาว ลำต้นกลวงเป็นข้อ ใบเดี่ยวยาว 7-18 X 7-22 ซม รูปฝ่ามือมี5แฉก ใบสีเขียวอมแดงดอกออกตามซอกใบเป็นช่อ ช่อละ1-3ดอก เห็นแต่ดอกก็ต้องบอกว่าเหมือนดอกผักบุ้ง สีม่วง เพียงแต่ใบไม่เหมือนกัน
การใช้ประโยชน์ใช้เป็นยา ในอายุรเวทยาต้มของรากหัวใต้ดิน ใช้ในการเตรียมไวน์สมุนไพร ชื่ออายุรเวทคือ Kiribadu Ala รากใช้เป็นยาโป๊ว ใช้ในการรักษาไข้และหลอดลมอักเสบ โรคของม้ามและตับ ใบและรากถูกใช้ภายนอกเพื่อรักษาวัณโรคและสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อจากภายนอกและเต้านม  ราก ทุบนำไปใช้เป็นยาพอกแก้อาการบวม
อื่นๆ ปัจจุบัน นิยมนำผักบุ้งรั้วมาปลูกประดับเป็นไม้เลื้อยสวยงาม แต่ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้รก นับเป็นพืชดอกสวยงามที่สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วชนิดหนึ่ง ในอินโดนีเซียพืชได้รับการปลูกสำหรับใช้หัวซึ่งใช้เป็นยาและบางครั้งก็ปลูกเป็นไม้ประดับด้วย
ระยะออกดอก --- ตลอดปี แต่ดกมากช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
การขยายพันธุ์ ---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


113 ผักกาดน้ำ/Plantago major


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Plantago major L.
ชื่อพ้อง ---Has 41 Synonyms   
---Plantago halophila Bickn.   
---Plantago major subsp. intermedia (DC.) Arcang.
---Plantago major var. intermedia (DC.) Pilger      
---Plantago major var. pachyphylla Pilger      
---Plantago major var. pilgeri Domin     
---Plantago major var. scopulorum Fries & Broberg---(more)
ชื่อสามัญ    ---Common Plantain, Plantains, Fleaworts, Broad-leaf plantain, White man's foot, Greater plantain
ชื่ออื่น    ---หญ้าเอ็นยืด,หญ้าเอ็นหยืด, ผักกาดน้้ำไทย, ผักกาดน้ำใหญ่.; [Spanish: llantén; llantén común; llantén major.]; [Japan: onioobako; seiyooobako.]; [South Africa: broad-leaved ribwort; cart-track plant; indlebe-ka-tekwane.]
ชื่อวงศ์    ---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปยุโรป ตอนเหนือและตอนกลางของทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วโลก รวมทั้ง อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกา และ ยุโรป
มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและเอเชีย มีการกระจายอย่างกว้างขวางทั่วยุโรป, แอฟริกาเหนือ, เอเชียเหนือและเอเชียกลางและมีการถ่ายทอดทางธรรมชาติไปทั่วโลกส่วนใหญ่ในภูมิอากาศอบอุ่น แต่ก็มีบางส่วนในเขตร้อน
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กเนื้ออ่อน อายุหลายปี มักขึ้นตามทุ่งหญ้า พื้นที่โล่งแจ้งที่มีความชุ่มชื้น พืชชนิดนี้เป็นไม้กลางแจ้ง ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาค ลักษณะ ต้นสูงประมาณ 30-50ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดินรากสั้น แตกแขนงเป็นฝอยมาก ใบเดี่ยวออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง1 2-16 ซ.ม ยาว 20-30 ซ.ม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ดอกช่อ แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้งแตกได้
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา เป็นยาจีนที่นิยมใช้ในการรักษาอาการอักเสบ โรคกระเพาะและแผลในกระเพาะอาหาร โรคหวัด, ไวรัสตับอักเสบ มีประสิทธิภาพในการควบคุมเคลือบฟันและเหงือกอักเสบ
ใช้อื่นๆ เป็นอาหารสัตว์ และ ปลูกเป็นไม้ประดับในแอฟริกาใต้
ขยายพันธุ์ ---โดยใช้เมล็ด

114 ผักกาดนา/Blumea napifolia

  

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Blumea napifolia DC.
ชื่อพ้อง    ---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ     -----
ชื่ออื่น     ---กะเม็งหอม, ผักจ้ำป่า, หนาดน้อย
ชื่อวงศ์    ---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย
เขตกระจายพันธุ์    ---อนุทวีปอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 เป็น วัชพืชขนาดเล็ก ล้มลุก โตเร็ว อายุปีเดียว พบได้ตามริมทาง ที่รกร้างทั่วไป ในประเทศไทยพบมากทางภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอิสาน ลักษณะของผักกาดนา ต้นลูงประมาณ30-70 ซ.ม ใบเป็น ใบเดี่ยว ขอบใบเว้า ใบกว้างประมาณ 5-10 ซม. หลังใบนูนระหว่างเส้นใย ดอกสีเหลือง เป็นช่อชูตั้ง ออกดอกฤดูแล้ง เมล็ดแก่จะมีขนสีขาวเป็นพู่กลม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

115 ไมยราบ/Mimosa pudica


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mimosa pudica L.
ชื่อพ้อง    ---Has 1 Synonyms
---Eburnax pudica (L.) Raf.
ชื่อสามัญ    ---Sensitive plant, Sleeping grass, Touch-me-not, Shameplant, Zombie plant, Shy plant
ชื่ออื่น    ---หญ้าต่อหยุบ กะหงับ  หงับพระพาย หญ้าจิยอบ. [Spanish: Dormidera, adormidera, sensitiva, mimosa, cerrate puta]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทั่วไปในเขตร้อน
มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง แต่ตอนนี้เป็น pantropical สามารถพบได้ในภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา และในภูมิภาคอื่นๆ เป็นสายพันธุ์ที่รุกรานในแทนซาเนีย , เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง
เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นผอมเรียว แตกกิ่งก้านสาขามาก แผ่ทอดไปตามพื้นดินแต่อาจสูงได้ถึง1-1.5เมตร มีหนามตามลำต้นประปรายจนถึงหนาแน่น ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ดอกช่อกระจุกแน่น สีชมพู ออกที่ง่ามใบ ผลเป็นฝักแบน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ไมยราบเป็นที่รู้จักในด้านความสามารถพิเศษ โดยสามารถหุบใบในตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน หรือเมื่อถูกสัมผัส
หมอยาพื้นบ้านนิยมนำไมยราบมาใช้รักษาแผล ทั้งแผลสด แผลเรื้อรัง แผลพุพอง ฝี หนอง ผดผื่นคัน ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว แก้ไตพิการ ขยายพันธุ์ --- เมล็ด  

116 ไมยราบเลื้อย/Mimosa diplotricha

ชื่อวิทยาศาสตร์     ---Mimosa diplotricha C. Wright ex Sauvalle
ชื่อพ้อง    ---Has 4 synonyms
---Mimosa invisa C. Mart.
---Morongia pilosa Standley
---Schrankia brachycarpa Benth.
---Schrankia pilosa (Standley) Macbr.
ชื่อสามัญ     ---Giant false sensitive plant, Nila grass, Creeping sensitive plant, Tropical blackberry
ชื่ออื่น     ---ไมยรายขาว, ไมยราบเถา, เขี้ยวงู, maiyaraap thao.[THAI]; [SPANISH: dormilona de playa; rabo de iguana.]; [CAMBODIA: banla saet (balna sael).]; [INDIA: anathottavadi.]; [INDONESIA: pis koetjing.]; [PHILIPPINES: makahiang lalake.]; [VIETNAM: cõ trinh nu móc.]; [PAPAU NEW GUINEA: nil grass.]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด    ---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของ ทวีปอเมริกาใต้ และ อเมริกากลาง รวมถึงบางส่วนของ ทะเลแคริบเบียน
เขตกระจายพันธุ์    ---แอฟริกา เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซามัว ฟิจิ กวม นิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน ปาปัว นิวกินี

 

มีถิ่นกำเนิดใน neotropics รวมถึงอเมริกาใต้ อเมริกาและ แคริบเบียน ตอนนี้กลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่วทั้งเขตร้อนชื้นและเขตร้อนชื้นและมักจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่รุกรานได้ทุกที่เกิดขึ้นทั่วไปตามที่รกร้างหรือที่เปิดโล่ง ที่ระดับ ความสูงได้ถึง 1,200 เมตร
ไม้ล้มลุกทอดเลื้อย อายุหลายปีเป็นวัชพืชร้ายแรง มีระบบรากแก้ว ที่แข็แกร่งแตกแแขนงได้ยาว1-2เมตร ลำต้นสี่เหลี่ยมเลื้อยไกลได้ถึง 6 เมตร มีหนาม แหลมและมีขนสากปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก 4-9 คู่ แต่ละคู่มี 12-30 คู่ ดอก สีม่วงแดงแกมชมพู ออกเป็นช่อกลมที่ซอกใบ มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน โค้งเล็กน้อย ผลแก่สีน้ำตาลอ่อน มี 3-6 เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ทุกส่วนของพืชนี้มีการใช้เป็นยา ในอินเดียใช้ในรูปแบบอายุรเวท, Siddha และ Unani สำหรับการรักษาโรคต่าง ๆ โรคไขข้อ, โรคมะเร็ง, อาการบวมน้ำ, ซึมเศร้า, ปวดกล้ามเนื้อ และเท้าช้าง
ใช้อื่นๅถูกใช้เป็นพืชคลุมดินและปรับปรุงดิน เป็นแหล่งสำคัญของละอองเรณูสำหรับผึ้ง น้ำผึ้งในอิตาลี และในฟิลิปปินส์ ( Payawal et al., 1991 )
ระยะออกดอก---เดือน ตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด

117 ไมยราบยักษ์/Mimosa pigra

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mimosa pigra L.
ชื่อพ้อง    ---Has 8 synonyms
---Mimosa asperata L.
---Mimosa berlandieri A.Gray ex Torr.
---Mimosa brasiliensis Niederl.
---Mimosa canescens Willd.
---Mimosa ciliata Willd.
---Mimosa hispida Willd.
---Mimosa pellita Humb. & Bonpl. ex Willd.
---Mimosa polyacantha Willd.
ชื่อสามัญ    ---Cat claw mimosa, Giant sensitive tree, Giant mimosa, Black mimosa, Thorny sensitive plant
ชื่ออื่น    ---ไมยราบต้น, ไมยราบหลวง, ไมยราบน้ำ, จียอบหลวง, ; [USA: shamebush]; [SPANISH: adormidera; aqüiste; aroma espinosa.]; [CUBA: aroma espinosa.]; [SOUTH AFRICA:: raak-my-nie.]
ชื่อวงศ์    ---MIMOSACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา จนถึงทวีปเอเชีย

 

มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและทางตอนเหนือในแถบประเทศโคลัมเบียและเวเนซุเอลา แพร่กระจายมายัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงหมู่เกาะแปซิฟิกรวมถึงฮาวาย ภาคเหนือของประเทศออสเตรเลียและบางส่วนของแอฟริกา  มันถือได้ว่าเป็น one of the worst alien invasive weeds ของพื้นที่ชุ่มน้ำในแอฟริกาเขตร้อนเอเชียและออสเตรเลียและค่าใช้จ่ายในการควบคุมมักจะสูง ในประเทศอื่นๆถูกจัดเป็นวัชพืชต่างถิ่นประเภทรุกรานที่มีความรุนแรง เนื่องจากสามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และมีความทนต่อสภาพน้ำท่วม และแห้งแล้งได้ดี
เป็นพืชตระกูลถั่ว และเป็นไม้ยืนต้นอยู่ได้ถึง  5ปี มีลำต้นสูงได้มากกว่า 3 เมตร เปลือกลำต้นอ่อนมีสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะมีสีน้ำตาล ทั้งลำต้น และกิ่งมีหนามแหลม ส่วนเนื้อไม้มีลักษณะแข็ง และเหนียว ใบประกอบแบบขนนก ยาวถึง 18 ซม. มีขนสีเหลืองอ่อนปกคลุมห่างๆ ใบไมยราบยักษ์มีความไวต่อสิ่งเร้า เมื่อถูกกระทบใบจะหุบเข้า บริเวณก้านใบ และแกนใบมีหนามแหลม ช่อดอกมีดอกไม้มากถึง 100 ดอกเป็นทรงกลม (ประมาณ 1 ซม.) สีชมพู ผลไมยราบยักษ์มีลักษณะเป็นฝัก ออกเป็นกลุ่มประมาณ 5-13 ฝัก มีขนหยาบ และยาวปกคลุม ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ แตกออกเป็น8 -24 ส่วน เมล็ดมีลักษณะกลม สีน้ำตาล  ขนาดประมาณ 5 x 2.4 มม.
การใช้ประโยชน์ ใช้ในการรักษาด้วยสมุนไพรและพิธีกรรมต่าง ๆ ในแอฟริกา ( Burkill, 1995 ) ในประเทศมาเลเซียมีรายงานว่าใช้รักษางูกัดในยาแผนโบราณ ( Anwar, 2001 ) ใช้ใบและต้นในเขตร้อนของแอฟริกาเป็นยาชูกำลังและ รักษาโรคท้องร่วงโรคหนองในและเลือดเป็นพิษ
วนเกษตร ช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยตรึงไนโตรเจน และช่วยบำรุงดิน  ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและพืชคลุมดินในประเทศไทยตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นแหล่งที่ดีของเกสรสำหรับผึ้ง
ขยายพันธุ์---เมล็ด

118 ผกากรองป่า/Lantana urticoides


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Lantana urticoides Hayek.
ชื่อพ้อง ----Has 4 Synonyms   
---Lantana hirta f. ternata Moldenke
---Lantana horrida f. bracteosa Moldenke
---Lantana horrida f. latibracteata Moldenke
---Lantana × urticoides var. hispidula Moldenke
ชื่อสามัญ    ---Shrub verbena , Hedge Flower, West Indian shrubverbena,Texas lantana, Calico bush.     
ชื่ออื่น    ---เปญจมาศป่า สาบแร้ง, ; [SPANISH:: Hierba de Cristo, Mejorana, Monte Cristo.]
ชื่อวงศ์    ---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา แอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เอเชียใต้ แอฟริกาใต้ และ ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในภูมิภา เขตร้อน ของ อเมริกา และ แอฟริกา
ไม้พุ่มอายุหลายปีพบได้ตามทุ่งหญ้าทั่วไป มักอยู่เป็นพุ่มเตี้ย คอยขยายเผ่าพันธุ์และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่เติบโตอยู่ เพราะต้นผกากรองป่ามีการสร้างสารยับยั้งการเจริญต่อพืชชนิดอื่น และมีความแข็งแรงทนทานมาก ทนความแห้งแล้ง ทนไฟป่า สามารถขึ้นและขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพธรรมชาติจึงเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วประเทศ  ในไทยพบประปรายตามป่าเบญจพรรณและเขาหินปูนที่เปิดโล่ง ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,000 เมตร ลักษณะต้นสูงได้ประมาณ1- 2 ม. ลำต้นเป็นเหลี่ยมมน เกลี้ยงหรือมีขนแข็งสั้นๆ ใบเรียงรอบข้อหรือเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 4-10 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบจักมน แผ่นใบด้านล่างมีขนหนาแน่น ช่อดอกออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ ตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อกระจุกแน่น กลีบดอกมี 4 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน กลีบเกือบกลมผลอ่อนสีเขียวแก่เกือบดำ
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

119 ชิงช้าชาลี/Tinospora baenzigeri


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tinospora baenzigeri Forman                                                                                      ชื่อพ้อง---This name is unresolved.The record derives from WCSP (World checklist of select plant)   
ชื่อสามัญ    ---Heart-leaved Moonseed, Gulancha Tinospora
ชื่ออื่น    ---จุ่งจะลิงตัวแม่
ชื่อวงศ์    ---MENISPERMACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---พืชพื้นเมืองในเขตร้อนของ อินเดีย พม่า ศรีลังกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีนตอนใต้ อัสสัม พม่า กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย

 

พืช ชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยยืนต้น ส่วนใหญ่จะเห็นลำต้นพาดหรือพันอยู่กับต้นไม้ กำแพงและเสาต่างๆพบตามที่รกร้างทั่วไป เป็นไม้เนื้ออ่อนแต่เหนียวมากใช้แทนเชือกได้ ลำต้นหรือที่เรียกว่าเถา มีลักษณะกลมโตเปลือกขรุขระมีตาแตกเป็นจุดเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนประอยู่ตลอดเถา  ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร เนื้อใบบาง หลังใบและท้องใบเรียบ ด้านหลังใบใกล้กับโคนใบมีปุ่มเล็กๆ 2 ปุ่มอยู่บนเส้นใบ ดอก ของชิงช้าชาลีมีขนาดเล็กมากไม่มีกลีบดอก  ดอกมีสีเหลืองอ่อนเป็นดอกฝอยๆ และมีกลิ่นหอมมาก เวลามีดอก ลำต้นจะสลัดใบทิ้งหมดเถา เพื่อต้อนรับดอกอ่อนที่เกิดขึ้น ส่วนผลเป็นผลสดรูปค่อนข้างกลมสีเหลือง
ระยะออกดอก --- เดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด ปักชำ

120 เทียนชะมด/Abelmoschus moschatus

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Abelmoschus moschatus Medik.
ชื่อพ้อง    ---Has 4 synonyms
---Abelmoschus moschatus var. betulifolius (Mast.) Hochr.
---Hibiscus abelmoschus L.
---Hibiscus abelmoschus var. betulifolius Mast.
---Hibiscus chinensis Roxb
ชื่อสามัญ    ---Musk Mallow, Muskseed, Ornamental OkraAbel Musk, Annual hibiscus, Bamia Moschata               ชื่ออื่น    ---ชะมดต้น ฝ้ายผี เทียนชะมด,; [HINDI: Kasturi bhindi, Muskdana.]; [Chinese: huang kui.]; [Japanese: Ryûkyû tororo aoi.]; [Tagalog: dalupang, kastiokastiokan, kastuli.]; [Austral: fautia.]
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย จีน พม่า และภูมิภาคอินโดจีน

   

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและออสเตรเลีย กระจายทั่วไปในประเทศเขตร้อน ที่ระดับความสูง200-1000 เมตร
พบทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นตามที่โล่ง ริมลำธาร ชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น
ไม้พุ่มล้มลุกลำต้นสูงประมาณ 0.60 - 2 เมตร ลำต้นมีขนนุ่ม ใบรูปฝ่ามือ ๕-๖ แฉก ขอบหยัก ปลายใบแหลม ผิวใบสาก ก้านใบยาวกว่าใบดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ กลีบดอกห้ากลีบ สีเหลือง ตรงกลางดอกด้านในมีจุดเป็นวงใหญ่สีเลือดหมู หรือม่วงเข้ม ฝักหรือผลกลมยาว เป็นเฟืองห้าเฟือง มีขนผลแห้ง แตกได้ เมล็ดมีปุยเหมือนฝ้าย เมล็ดรูปใต
ใช้เประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร ฝักอ่อน ใบ และหน่อ กินเป็นผัก เมล็ดจะถูกเพิ่มลงในกาแฟ ดอกไม้และเมล็ดสามารถกินดิบได้
ใช้เป็นยา ใช้ในอายุรเวท  มีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ รักษาโรคหนองใน และควบคุมฮอร์โมนเพศหญิง
อื่นๆ มีกลิ่นคล้ายชะมดเช็ด ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอม
ขยายพันธุ์ : เมล็ด

121 บุษบาริมทาง/Tithonia rotundifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tithonia rotundifolia (Mill.) S.F. Blake
ชื่อพ้อง---Has 16 synonyms

Helianthus speciosus Hook. Tithonia uniflora J.F.Gmel.
Leighia speciosa (Hook.) DC. Tithonia vilmoriniana Pamp.
Tagetes rotundifolia Mill. Urbanisol aristatus (Oerst.) Kuntze
Tithonia aristata Oerst. Urbanisol heterophyllus (Griseb.) Kuntze
Tithonia heterophylla Griseb. Urbanisol tagetiflorus (Desf.) Kuntze
Tithonia macrophylla S.Watson Urbanisol tagetiflorus var. normalis Kuntze
Tithonia speciosa (Hook.) Hook. ex Griseb. Urbanisol tagetiflorus var. speciosus Kuntze
Tithonia tagetiflora Desf. Verbesina szyszylowiczii Hieron.

ชื่อสามัญ    ---Red sunflower , Mexican Sunflower, Giant Mexican sunflower, Japanese sunflower, Mexican sunflower, Shrub sunflower, Tree marigold.,
ชื่ออื่น    ---บุษบาริมทาง
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---เม็กซิโก อเมริกากลาง  หมู่เกาะเวสต์อินดีส แอฟริกา เอเซียเขตร้อน
พืชพื้นเมืองเกิดขึ้นในฟลอริด้า , หลุยเซียน่า , เม็กซิโก , อเมริกากลางและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก  นอกเขตพื้นที่ถูกปลูกเป็นไม้ประดับและกลายเป็นสัญชาติในบางแห่ง ในแอฟริกา มีการบันทึกพบที่ระดับความสูงถึง 1,580 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
เป็นไม้ล้มลุกขนาดใหญ่อายุหลายปี ขึ้นเป็นวัชพืชริมทางตามที่รกร้างทั่วไป โตเร็วชอบแสงแดดจัด ทนแล้งระยะสั้นๆไม่ทนน้ำท่วม สูง 1.5-2 เมตรและบางทีอาจถึง 4เมตร ใบรูปไข่หรือรูปหัวใจ ขนาด กว้าง5-20ซม.ยาว10-30ซม.ใบอาจหยักเว้าเป็น3-5แฉก ขอบใบหยักมนหรือจักฟันเลื่อย มีขนสากมือ สีเขียวปนม่วง ดอกเป็นช่อเดี่ยวๆขนาด5-7ซม.ดอกวงนอกรูปรีปลายมนถึงแหลม สีแดงหรือส้มอมแดง มี10-14ดอก ดอกวงในสีเหลืองอัดกันแน่นเป็นช่อกลม เมล็ดอ่อนสีเขียว แก่สีน้ำตาลอาจมีถึง120เมล็ดต่อ1ดอก
ระยะออกดอก ---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด

122 หงอนไก่ไทย/Celosia argentea


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Celosia argentea Linn.
ชื่อพ้อง---Has 23 synonyms

Amaranthus cristatus Noronha Celosia japonica Houtt.
Amaranthus huttonii H.J.Veitch Celosia japonica Mart.
Amaranthus purpureus Nieuwl. Celosia margaritacea L.
Amaranthus pyramidalis Noronha Celosia marylandica Retz.
Celosia aurea T.Moore Celosia pallida Salisb.
Celosia castrensis L. Celosia plumosa (Voss) Burv.
Celosia coccinea L. Celosia purpurea J.St.-Hil.
Celosia comosa Retz. Celosia purpurea A.St.-Hil. ex Steud.
Celosia cristata L. Celosia pyramidalis Burm.f.
Celosia debilis S.Moore Celosia splendens Schumach. & Thonn.
Celosia huttonii Mast. Celosia swinhoei Hemsl.
Chamissoa margaritacea (L.) Schouw

ชื่อสามัญ    --- Cock’s-comb, Quail Grass,  Plumed cockscomb, Silver cock's comb
ชื่ออื่น    ---หงอนไก่ดง, ดอกด้าย, หงอนไก่ฟ้า, สร้อยไก่, หงอนไก่ดอน, Ngon Kai Thai, Ngornkai Dong [THAI] ; [CHINA: Qing Xiang Zi.]; [INDIA: Chilmili, Safed Murg.]; [MALASIA: Balong Ayam.]; [PHILIPPINES: Kindayohan, Taling-taling (Tagalog).[VIETNAM: Mong-ga.]
ชื่อวงศ์    ---AMARANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---อเมริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนทั่วโลก
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวพบทั่วไปตามริมทาง ชายน้ำ ป่าโปร่ง ต้นสูงได้ประมาณ 30-90 ซม.ลำต้นอวบน้ำตั้งตรงสูง มีร่องตามยาว เปลือกต้นมีสีเขียวถึงม่วงแดง
ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ แกมขอบขนานหรือรูปเส้นแกมใบหอก โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวและสีแดงอมม่วง
ดอก ออกเป็นช่อ ตั้งตรงขึ้น ออกบริเวณซอกใบและปลายยอด ช่อดอกรูปทรงกระบอก  ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบดอกสีม่วงอมชมพู ผลแห้งแก่แล้วแตก  รูปไข่ กลมรี มีเมล็ดจำนวนมาก กลมแบน สีดำเป็นมัน
การใช้ประโยชน์ ใบและดอกกินได้และมีการเจริญเติบโตสำหรับการใช้งานนี้ในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ใช้อื่นๆ ถูกใช้ในแอฟริกาเพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของพืชกาฝาก
ระยะออกดอก --- ตลอดปี
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด  

123 ดอกรัก/Calotropis gigantean

 

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Calotropis gigantean R.Br.
ชื่อพ้อง    ---Asclepias gigantea L
ชื่อสามัญ    ---Crown Flower, Giant Indian Milkweed, Swallow-wort
ชื่ออื่น    ---ปอเถื่อน, ป่านเถื่อน, [HINDI: Aak, Madar, Akvana.]; [ARAB: Ushar.]; [Persian: Kharak.]
ชื่อวงศ์    ---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซียและทวีปแอฟริกาเขตร้อน
เขตการกระจายพันธุ์    ---กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา อินเดีย จีน ปากีสถาน เนปาล และแอฟริกา
ไม้ พุ่มขนาดกลางอายุหลายปี พบทั่วไปเกือบทุกภาคของไทย ขึ้นเองตามที่รกร้างริมถนน ท้องนา ต้นสูงประมาณ1-3เมตร ลำต้นเปราะทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงครงข้าม รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขนาดของใบกว้าง 4-15 ซม.ยาว 8-30 ซม. ผิวใบมีนวลสีขาว ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด สีขาว และม่วงอ่อน ระยางค์รูปมงกุฏ ผลเป็นฝักคู่ เมล็ดสีน้ำตาลมีขนสีขาว
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา ตามคุณสมบัติของยาโบราณ มีรสขมใบสามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารในลำไส้, รักษากลาก ตามอายุรเวทพืชแห้งเป็นยาชูกำลัง และยาแก้พยาธิ ใบมีประโยชน์ในการรักษาอัมพาต, โรคข้ออักเสบ, บวม, และไข้ไม่สม่ำเสมอ ดอกไม้มีรสขมย่อยอาหารฝาด  รากผงที่ใช้ในโรคหอบหืดหลอดลมอักเสบ และอาการอาหารไม่ย่อย
ใช้อื่นๆ ให้เส้นใยที่ทนทาน (หรือที่รู้จักในเชิงพาณิชย์ในนาม Bowstring of India) มีประโยชน์สำหรับทำเชือก พรม อวนจับปลาและด้ายเย็บผ้า  ไหมขัดฟันที่ได้จากเมล็ด และมีการรายงานคุณสมบัติของสารฆ่าเชื้อราและยาฆ่าแมลง
ระยะออกดอก---ระยะเวลาเติบโตจนออกดอกประมาณ 8 เดือนและออกดอกเกือบตลอดทั้งปี
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด, ปักชำ

124 บัวตอง/Tithonia diversifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray.
ชื่อพ้อง    
---Mirasolia diversifolia Hemsl.
---Helianthus quinquelobus Sessé & Moc.
ชื่อสามัญ    ---Tree marigold, Mexican tournesol, Mexican sunflower, Japanese sunflower
ชื่ออื่น    ---ดาวเรืองญี่ปุ่น. ทานตะวันหนู
ชื่อวงศ์    ---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---เม็กซิโก
เขตการกระจายพันธุ์    ---อเมริกา แอฟริกา เอเซีย หมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย

 

บัวตองเป็นไม้ดอกมีอายุยืนยาวหลายปี ชอบขึ้นในที่ชื้นที่มีอากาศเย็น เป็นพืชบำรุงดิน ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เป็นพืชที่ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้ง สามารถขยายทรงพุ่มให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จะออกดอกสวยงามที่สุดบนยอดดอยที่สูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป ในต่างประเทศเช่น ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกและออสเตรเลีย จะพบตามข้างถนนและรบกวนพืชท้องถิ่นได้เป็นวงกว้าง มีการปล่อยสารพิษยับยั้งการเติบโตของพืชต้นอื่น มีอายุยืนยาว ต้นแตกหน่อได้ดี มีเมล็ดที่มีน้ำหนักเบาและผลิตได้จำนวนมาก จึงสามารถแพร่พันธุ์ไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนการรุกรานในประเทศไทย บัวตองเป็นพืชที่มักก่อความเสียหายต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ พบบัวตองระบาดในพื้นที่สูงเกินระดับ 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป พบระบาดมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบาดปานกลางในเชียงใหม่และเชียงราย ระบาดน้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย         หน้าดอกบัวตองบานในช่วงฤดูหนาว เราแห่แหนไปชื่นชมความงาม แต่ในความดีก็มีความร้ายอยู่ เหมือนกัน
ลักษณะของบัวตองต้นสูงได้ถึง 5 เมตร ใบของบัวตองเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมขอบขนาน มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย บริเวณ ปลายใบเว้า มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก
ออกดอกเป็นช่อเดียว บริเวณปลายกิ่ง มีสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวัน แต่มีขนาดเล็กกว่า ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบเรียวมีประมาณ 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้มเป็นดอกสมบูรณ์เพศ
ระยะออกดอก ---เดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์---:ด้วยการเพาะเมล็ด

125 ปอเทือง/Crotalaria juncea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Crotalaria juncea L
ชื่อพ้อง  ----  Has 7 synonyms
---Crotalaria benghalensis Lam.
---Crotalaria fenestrata Sims
---Crotalaria ferestrata Sims
---Crotalaria porrecta Wall.
---Crotalaria sericea Willd.
---Crotalaria tenuifolia Roxb.
---Crotalaria viminea Wall.
ชื่อสามัญ    ---Sunn Hemp ,Indian Hemp ,Brown hemp, Madras hemp
ชื่ออื่น    ---คำบูชา. ; [SPANISH: canamo san.]; [FRENCH: chanvre indien, chanvre du Bengale, cascavelle.]; [GERMAN: sanhanf.]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---อินเดีย ภูฎาน เนปาล เอเซียใต้


มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นวัชพืชรุกรานในบางพื้นที่ และปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ มักปลูกในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนชื้นซึ่งสามารถปลูกได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,500 เมตร
พืชตระกูลถั่ว พุ่มสูง  1.50 – 3เมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม กว้าง 0.6-2 ซม.ยาว 10.5 ซม. ดอกออผเป็นช่อ12-20ดอกสีเหลือง ฝักเป็นรูปทรงกระบอกยาว 2.5–3.2 ซม  เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้าตาล  มี 10 -20  เมล็ดต่อฝัก
การใช้ประโยชน์ เมล็ดถูกกล่าวเพื่อชำระเลือดและใช้ในการรักษาพุพองและโรคสะเก็ดเงิน
ใช้อื่นๆ ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ เส้นใยที่มีคุณค่าและมีคุณภาพสูงที่ ได้จากลำต้นและเปลือกไม้ ใช้เพื่อทำเชือก ผ้าใบและอวนจับปลา  กระดาษและเยื่อกระดาษ มีความต้านทานแรงดึงสูงกว่าและทนทานกว่าปอกระเจา
มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ของเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนรวมถึงแอฟริกาเอเชียและออสตราเลเซียใช้เป็นพืชปุ๋ยพืชสดและเส้นใย มันได้กลายเป็นธรรมชาติในสถานที่
ใช้เป็นพืชฤดูเดียวปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หลังจากออกดอกช่วงอายุประมาณ50-60วันก็ไถกลบในขณะที่ความชื้นในดินมีสูงพอสมควร
ระยะออกดอก --- พฤษภาคม-กันยายน
ขยายพันธุ์ --- เมล็ด

126 หิ่งเม่น/Crotalaria pallida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Crotalaria pallida Aiton
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms
---Crotalaria falcata VAHL ex DC.
---Crotalaria mucronata
---Crotalaria pallida var. obovata (G.DON) POLH.
---Crotalaria striata
ชื่อสามัญ---Smooth Rattlebox, Broad-leaved rattlepod, Streaked Rattlepod, Striped crotalaria, Moreton Island rattlepod.
ชื่ออื่น---หิ่งเม่น,  หิ่งหาย, ฮ่งหาย.; [Chinese: zhu shi dou.]; [FRENCH: crotalaire mucronée.]; [HAWII: kolomona, pikakani.]
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อน แอฟริกา มาเลเซีย ควีนส์แลนด์

 

ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว สูงประมาณ 1-1.5เมตร  พบได้ในพื้นที่เปิดโล่ง ป่าหญ้าข้างทาง ตามป่าดิบเขา ป่าผลัดใบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,500 เมตร
ลักษณะ ลำต้น มีขนอ่อนนุ่มปกคลุม ใบ เป็นใบประกอบ แบบมีใบย่อย3 ใบ ยาวไม่เท่ากัน รูปขอบขนาน ปลายมน ใบตรงกลางยาวที่สุดประมาณ 6 ซม. ผิวใบด้านไม่มีขนด้านล่างและก้านใบมีขนนุ่มดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ ยาวประมาณ15-40 ซม.
ดอกย่อยเป็นรูปถั่ว กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนเป็นรูปไข่ปลายมน ส่วนกลีบด้านข้างจะมีลักษณะคล้ายปีกรูปขอบขนาน ส่วนกลีบล่างเชื่อมกันเป็นรูปท้องเรือ ปลายมีลักษณะแหลมโค้ง กลีบดอกด้านในเป็นสีเหลืองเข้ม ส่วนกลีบดอกด้านนอกเป็นสีเหลืองมีลายเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว
ผล เป็นฝักโป่งโค้ง รูปขอบขนาน กว้าง,ยาว ประมาณ 0.5 x 3-9.5 ซม. ปลายยอดฝักมีติ่งเป็นเส้น.  เมล็ดรูปไต ขนาดเล็ก สีน้ำตาลดำ ระยะออกดอกและติดฝักช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม
มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์โดย ใช้ปลูกคลุมดินเป็นปุ๋ยพืชสดโดยเฉพาะในแถวของต้นยางพาราและต้นมะพร้าว ดอกกินได้ใช้กินเป็นผัก เมล็ดคั่วชงเป็นเครื่องดื่มแบบเดียวกับกาแฟ
ส่วนใช้เป็นสมุนไพร ใช้รักษาปัญหาทางเดินปัสสาวะ ใช้รากตำเป็นยาพอกแก้อาการฟกบวมของข้อต่อ ข้อเท้า และสารสกัดจากใบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิในลำไส้
ทีคล้ายกัน
---มะหิ่งดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria bracteata Roxb. ex DC.ชื่ออื่นเรียกว่า หิ่งนก หรือหิ่งกระจ้อน
---มะหิ่งเล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์ Crotalaria albida Heyne ex Roth  ชื่ออื่น เรียกว่า หิ่งไห กวางแฉะ
---หิ่งหายผี ชื่อวิยาศาสตร์ Crotalaria retusa L.ชื่ออื่นเรียกว่า หิ่งหาย หิ่งเม่น
---หิ่งหาย ชื่อวิยาศาสตร์ Crotalaria quinquefolia L. หิ่งหาย มะหิ่งห้อย


127 ปอคัน/Malachra capitata


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Malachra capitata (L.) L
ชื่อพ้อง    ---Has 7 synonyms
---Malachra mexicana Schrad.
---Malachra palmata Moench
---Malachra poeppigii Gürke
---Malachra ruderalis Gürke
---Malachra velutina Triana & Planch.
---Sida capitata L.
---Urena capitata (L.) M.Gómez
ชื่อสามัญ    ---Brazil Jute, Yellow leafbract, Gombo mallow.
ชื่ออื่น    ---ปอขี้ไก่, ; [SPANISH: malva de caballo.]; [HINDI: Vilayati Bhindi, Van Bhindi.]; [PHILIPPINES: Buluhan (Tag.)]; [
ชื่อวงศ์    ---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปอเมริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---ทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้-ทั่วโลก

 

พบกระจายตั้งแต่ตอนเหนือของอเมริกา เปรูและเอกวาดอร์ ผ่านอเมริกากลางถึงเม็กซิโกและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก และขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อน มักพบต่ำกว่า 500 เมตร แต่มีพืชบางโอกาสที่ระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร
ไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว สูงได้ถึง1- 2 เมตร. มีขนรูปดาวและสากคายกระจายทั่วไป  ใบรูปไข่กว้างหรือเกือบกลมขนาด  3-14 x 4-20 ซม. จักเป็นพูตื้น ๆหรือรูปฝ่ามือ 3, 5 หรือ 7 พู โคนใบเว้าลึกขอบใบจัก ก้านใบยาว 2-8 ซม.หูใบข้างละ  3 เส้น ช่อดอกยาวประมาณ 0.5-1.5 ซม. มี 3-7ช่อย่อย แต่ละช่อมี 2-5 ดอก ดอกสีเหลืองขนาด1.5-2.5 ซม. มี 5 กลีบ รูปไข่กลับ แฉก ผลแห้งแตก
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นยา รากใช้เป็นยาดั้งเดิมสำหรับโรคหลายชนิด: ท้องร่วง, ชัก, การอักเสบ, มีไข้, รักษาบาดแผล
ใช้อื่นๆเปลือกใช้ทำเชือก  เส้นใยมีความแข็งแรงและใช้ในการทำเชือก เส้นใยนมีความยาว 8 ถึง 9 ฟุตถือว่ามีความแข็งแรงและด้อยกว่าปอกระเจาเล็กน้อย
ระยะออกดอกและติดผล---- เมษายน - ธันวาคม

128 หมามุ่ย/Mucuna pruriens


ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mucuna pruriens (L.) DC
ชื่อพ้อง    ---Has 8 Synonyms
---Carpopogon pruriens (L.) Roxb.
---Dolichos pruriens L.
---Hornera pruriens (L.) Neck.
---Labradia pruriens (L.) Swediaur
---Mucuna prurita Wight
---Negretia pruriens (L.) Oken
---Stizolobium pruriens (L.) Medik.
---Stizolobium pruritum Piper
ชื่อสามัญ    ---Velvet bean, Bengal velvet bean, Florida velvet bean, Mauritius velvet bean, Yokohama velvet bean, cowage, cowitch, lacuna bean
ชื่ออื่น    ---บะเหยือง หมาเหยือง ;[Trade name: Koncha, Kaunch beej.]; [Ayurvedic name: Kapikachu, Atmagupta.]; [HINDI: Gonca, Kauncha, Kavach.]; [SPANISH: grano de terciopelo, pica, picapica.].
ชื่อวงศ์    --- LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย และแอฟริกา
เขตการกระจายพันธุ์    ---จีนตอนใต้ อินเดียตะวันออก แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเขตร้อน อินเดียและแคริบเบียน พบได้ทั่วไปในป่าดิบชื้น ป่าเปิดตามลำธาร                                   พืชเถาเลื้อยทอดยาว3-10เมตร มีขนจากฝัก  เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้คัน จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองมาก คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดง
ใบหมามุ่ยมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ มีกลิ่นเหม็น ออกเป็นช่อตามง่าม  ผลเป็นฝักโค้ง ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ผิวเปลือกมีขนแข็งสั้นปกคลุม ฝักอ่อนเปลือกมีสีเขียวอ่อน และค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล และสีน้ำตาลอมแดงเมื่อฝักแก่เต็มที่ โดยขนติดกับฝักไปจนถึงระยะฝักแก่ ขนมีลักษณะหลุดร่วงง่ายหากถูกกระทบหรือเสียดสี ฝักแก่นี้เองจะทำให้หมามุ่ยกลายร่างเป็นพืชที่มีพิษ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด(สรรพคุณของเมล็ดหมามุ่ยดูต่อในเรื่องสมุนไพร)
เมื่อสัมผัสกับขนหมามุ่ย ให้รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ                                                การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร  ในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะชวาถั่วจะถูกกินและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่า 'Benguk'. นำถั่วมาหมักเพื่อสร้างอาหารที่คล้ายกับเทมเป้และรู้จักกันในนาม Benguk tempe หรือ 'tempe Benguk'.
ใช้เป็นยา เมล็ดถูกนำมาใช้ในการรักษาความผิดปกติจำนวนมากใน Tibb-e-Unani ( Unani Medicine ) นอกจากนี้ยังใช้ในแบบดั้งเดิมอายุรเวทยาอินเดียในความพยายามที่จะรักษาโรครวมทั้งโรคพาร์กินสัน ได้ถูกตรวจสอบในภูมิภาคที่มีรายได้ต่ำของโลกเพื่อเป็นการรักษาทางเลือกสำหรับโรคพาร์กินสันเนื่องจากมีL-dopa ในปริมาณสูง  พืชและสารสกัดของมันถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในชุมชนชนเผ่าในฐานะที่เป็นสารพิษสำหรับงูต่างๆ เช่น งูเห่า งูสามเหลี่ยม
ใช้อื่นๆ ในหลายส่วนของโลก ใช้เป็นอาหารสัตว์ ,เป็นหญ้าหมักหญ้าแห้งหรือเมล็ดแห้ง  และใช้เป็นปุ๋ยพืชสด


หมามุ้ยมี 2 สายพันธุ์คือ
หมามุ่ยใหญ่ Mucuna monosperma DC. Ex Wight Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
หมามุ่ยลาย Mucuna stenoplax Wilmot-Dear Fabaceae (Leguminosa-Papilionoideae)
สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบจะเป็นกลุ่มไม้ป่า Mucuna pruriens (L.) DC. Cultivar group Pruriens ซึ่งจะมีขนพิษปกคลุมที่ฝัก ทำให้เกิดอาการคันเมื่อสัมผัส ส่วนกลุ่มที่เป็นไม้ปลูก Mucuna pruriens (L.) DC. Cultivar group Utillis จะไม่มีขนพิษที่ฝัก ไม่มีการปลูกในประเทศไทย
ระยะออกดอก--- กันยายน - ตุลาคม---ผลสุก--- ตุลาคม - พฤศจิกายน
ฃยายพันธุ์ --- เมล็ด


129 หมามุ่ยช้าง/Mucuna gigantea

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Mucuna gigantea (Wild.)DC.
ชื่อพ้อง    ---Has 4 Synonyms
---Carpopogon giganteus (Willd.) Roxb. ex Lindl.
---Dolichos giganteus Willd.
---Negretia gigantea (Willd.) Oken
---Stizolobium giganteum (Willd.) Moon
ชื่อสามัญ    ---Deer-eye beans, Donkey-eye beans, Ox-eye beans, Hamburger seed, White Jade Vine, Hamburger Bean, Seabean, Burny Bean,  Elephant Cowitch.
ชื่ออื่น    ---สะบ้าลิงลาย, หมามุ่ย . ; [INDIA: Kakavalli (Malayalam)]; [HAWII: Kaee.]                                         ชื่อวงศ์    ---LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    --- กระจายพันธุ์ทั่วเอเชียและแปซิฟิก
พบตามพื้นที่รกร้าง ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองและพื้นที่ใกล้ทะเล
ไม้เถาไม่มีหนาม ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หินหรือต้นไม้อื่น ยาวถึง 8-15 เมตร กิ่งแขนงเรียว ผิวเกลี้ยงสีเทาถึงคล้ำ
ใบ ประกอบแบบขนนกมี3ใบย่อย ก้านช่อใบยาว 5-12 ซม.ใบย่อยคู่ล่างรูปไข่เยื้องโคนใบไม่สมมาตร แผ่นใบยอดรูปไข่ ขนาดกว้าง 4-10 ซม.ยาว 6-18 ซม.ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม
ดอก แบบช่อเชิงลดรูปพัดคล้ายซี่ร่ม ออกตามง่ามใบ ช่อดอกห้อยลงยาว10-30 ซม.ดอกย่อยรูปดอกถั่วสีเหลืองหรือเขียวอ่อน  ผล แบบฝักถั่วมีครีบ รูปแถบแบนขนาดกว้าง2-4ซม.ยาว5-12ซม.ขอบฝักเป็นร่องครีบแคบ ผิวฝักมีขนคันสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น หลุดร่วงง่าย เมล็ดแบนสีดำมี1-5เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นอาหารเมล็ดกินได้ ชาวพื้นเมืองในออสเตรเลีย ใช้เมล็ดคั่วในทรายหรือหินร้อน เอาเปลือกออก บดเมล็ดให้เป็นแป้งผสมน้ำแล้วห่อด้วยใบไม้แล้วอบ
ใช้เป็นยาในท้องถิ่น ใช้ยาต้มจากรากเพื่อรักษาโรคหนองใน เมล็ดผงใช้เป็นยาถ่าย
ใช้อื่น ๆขนที่ระคายเคืองที่ด้านนอกของฝักผสมกับอาหารเพื่อกำจัดหนู เมล็ดไม้ที่แข็ง ถูกขัดเงาและถูกทำเป็นสร้อยคอและ leis ที่สวยงาม เมล็ดมีพิษและมี L-DOPA และสารพิษอื่น ๆ
ระยะออกดอกและติดผล--- ธันวาคม - มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

130 โสน/Sesbania javanica

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Sesbania javanica Miq
ชื่อพ้อง    ---Has 9 synonyms
---Aeschynomene paludosa Roxb.
---Sesbania aculeata var. paludosa Baker
---Sesbania chochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis (Lour.) DC.
---Sesbania cochinchinensis Kurz
---Sesbania cochinensis Kurz
---Sesbania paludosa (Roxb.) King
---Sesbania paludosa Prain
---Sesbania roxburghii Merr.
ชื่อสามัญ    ---Hemp Sesbania Flower, Sesbania Pea, Sesbania, Scarlet wisteria, Vegetable hummingbird
ชื่ออื่น    ---โสนหิน,โสนกินดอก,ผักฮองแฮง. ; [VIETNAM: so ðua.]; [FRENCH: pois valette, pois vallier.]; [SPANISH:baculo, gallito, pico de flamenco, zapaton blanco.]; [INDIA: Daincha (Malayalam)]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์ ---จีน, อินเดีย, ศรีลังกา, บังคลาเทศ, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, นิวกินี, ออสเตรเลีย
มีถิ่นกำเนิดในอินเดียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเติบโตขึ้นในพื้นที่เขตร้อนและร้อนชื้นของโลก พบแพร่กระจายจากอินเดียไปทางตะวันออกจนถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินทุกชนิด ทนแล้งได้ดี  พบขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมักพบขึ้นในพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ นาข้าว ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง หรือลำประดง
ต้นสูงประมาณ 1-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ เป็นเหลี่ยมหรือมีร่องละเอียดตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้อ่อนและกลวง
ใบประกอบแบบมีใบย่อย10-30คู่ ใบรูปร่างรีกลม ปลายใบมน ใบยาว 1.2-2.5 ซม.กว้าง 2.4 มม. ดอกเป็นช่อ ช่อดอกยาว10ซม.มีดอกย่อย5-12ดอก กลีบดอกสีเหลืองบางครั้งมีจุดกระสีน้ำตาลหรือม่วงอดง กระจายอยู่ทั่วไป
ผลเป็นฝักผอมยาว 18-20 ซม.ฝักอ่อนสีเขียวเมื่อแก่เป็นสีม่วงและน้ำตาล เมล็ดมีหลายเมล็ดเรียงอยู่ในฝัก
การใช้ประโยชน์ ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและยารักษาโรค ดอกไม้มักเก็บเกี่ยวและขายเป็นพืชอาหารในตลาดท้องถิ่นในประเทศไทย ดอกไม้กินได้ทั้งดิบลวกผัดไข่หรือหมัก ใบอ่อนและยอดอ่อนจะถูกกินในสลัดต้มหรือเป็น potherbs ฝักอ่อนต้มและผัด คุณค่าทางโภชนาการ มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี สูงมากในใบไม้
ใช้เป็นยา ในการแพทย์แผนไทยโบราณพืช (รายงานอาจหมายถึงดอกไม้) ถูกใช้เป็นยาแก้อักเสบในการรักษาแมลงกัดต่อย การล้างพิษ การรักษาฝีในลำไส้ไม่สบายท้องและบรรเทาไข้ภายในและความกระหาย
ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายใน อายุรเวท
ใช้อื่น ๆ บางครั้งปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดและรั้วชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินเปียก
ระยะออกดอกและติดผล--- กันยายน - ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

131 โสนหางไก่/Aeschynomene indica

ชื่อวิทยาศาสตร์    ---Aeschynomene indica L.
ชื่อพ้อง  ---Has 16 synonyms 

Aeschynomene cachemiriana Cambess. Aeschynomene punctata Steud.
Aeschynomene diffusa J.G.Klein ex Willd. Aeschynomene quadrata Schumach. & Thonn.
Aeschynomene glaberrima Poir. Aeschynomene roxburghii Spreng.
Aeschynomene kashmiriana Baker Aeschynomene sensitiva P.Beauv.
Aeschynomene macropoda DC. Aeschynomene subviscosa DC.
Aeschynomene montana Span. Aeschynomene viscidula Roxb. ex Willd.
Aeschynomene oligantha Welw. ex Baker Hedysarum neli-tali Roxb.
Aeschynomene pumila L. Smithia aspera Roxb.

ชื่อสามัญ    ---Indian jointvetch, Sola pith plant
ชื่ออื่น    ---โสนหิน โสนหางไก่ [Thailand: sano haag kai.]; [Spanish: anil rizado]; [French: eschynomene]; [Japan: kusanemu.]; [Philippines: makahiyang lalaki]; [Indonesia: dinding; gedeyan; katisan]
ชื่อวงศ์    ---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด    ---ทวีปเอเซีย
เขตการกระจายพันธุ์    ---เขตร้อนในหลายประเทศทั่วโลก
พบขึ้นในนาข้าว ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ตามริมคันนา ริมหนองน้ำทั่วไป หรือตามพื้นที่ชื้นแฉะมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบได้ในที่โล่งชื้น พื้นที่ทรายและริมถนน กระจายอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในภูมิภาคที่มีหรือไม่มีฤดูแล้งเด่นชัดที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลใกล้ถึงระดับ 1,530 เมตร
เป็นหนึ่งในวัชพืชร้ายแรงในนาข้าวที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่แพร่หลายและมีความสำคัญ ในประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชาและ ในประเทศไทย
ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว  ลักษณะของโสนหางไก่ลำต้น ตั้งตรงสูงได้ถึง1.5เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 20-40 คู่ ใบย่อยรูปไข่ขอบขนาน ขนาดเล็ก โคนใบย่อยขนาดใหญ่กว่าปลายใบย่อย ดอกออกเป็นช่อแบบดอกย่อยเกิดห่างๆกันบนก้านช่อ 2.5-10 ซม. กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากันสีเหลืองครีม ผลเป็นฝักขนาดเล็กรูปทรงกระบอกยาวประมาณ5ซม.กว้าง0.5ซม. เมล็ดสีน้ำตาลทองประมาณ8-10เมล็ด
การใช้ประโยชน์ ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและอาหารสัตว์
ระยะออกดอก --- ปลายเดือนมกราคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์ --- ด้วยเมล็ด

132 สบู่แดง/Jatropha gossypifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์   ---Jatropha gossypifolia L.
ชื่อพ้อง   ---Has 6 synonyms
---Adenoropium elegans Pohl
---Adenoropium gossypiifolium (L.) Pohl
---Adenoropium jacquinii Baill.
---Jatropha elegans (Pohl) Klotzsch
---Jatropha staphysagriifolia Mill.
---Manihot gossypiifolia (L.) Crantz
ชื่อสามัญ   ---Bellyache bush, Cotton-leaf physicnut, American purging nut.
ชื่ออื่น : ละหุ่งแดง, สลอดแดง, สบู่เลือด, สีลอด, หงษ์เทศ. ; [CHINESE: Ma FENg SHu.]; [HINDI: Pahari Erand, Jangi Arandi, Danti Bardi.]
วงศ์ : EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด   ---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์   ---อเมริกากลาง-เม็กซิโก อเมริกาใต้ เอเซีย-อินเดีย และประเทศในแถบเส้นศูนย์สูตรเขตร้อน


มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก อเมริกาใต้ และหมู่เกาะแคริบเบียน  ในภาคเหนือของออสเตรเลียรวมทั้งรัฐควีนส์แลนด์ เป็นวัชพืชพิษประกาศ ในเปอร์โตริโกประเทศเม็กซิโก
ไม้พุ่มสูง 1-2เมตร พบได้ทั่วไป ในเขตที่มีสภาพภูิมิอากาศร้อนแห้งและแดดจัด แต่บางครั้งก็พบได้ในภูมิภาคกึ่งเขตร้อนและกึ่งแห้งแล้ง ตามป่าดิบเขาที่รกร้าง ป่าทุ่งหญ้า ที่ที่ถูกทิ้งร้างหรือที่ถูกปล่อยปละละเลย ชอบ ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี   
ทุกส่วนของสบู่แดงจะมีน้ำยางสีขาว ต้นสูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวยาว 5-15 ซมออกสลับ ขอบใบหยักลึก รูปฝ่ามือ ปลายแฉกแหลม3-5แฉก ขอบใบมีขน  ใบอ่อนสีแดงอมม่วง ก้านใบสีแดง
ดอกออกเป็นช่อที่ยอด ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ร่วมต้นเดียวกัน ผลค่อนข้างกลม มี 3 พูขนาด 1 ซม. เมื่อแก่แตกได้ มีเมล็ดขนาดเล็ก 3 เมล็ดขนาด 7-8 มม.
การใช้ประโยชน์มีสรรพคุณทางยา ใบต้มกินแก้ปวดท้อง ลดไข้ ตำพอกฝี แก้ผื่นคัน  เมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ทำให้อาเจียนน้ำมันในเมล็ดเป็นยาถ่ายอย่างแรง เมล็ดตำทาแผลโรคเรื้อน ขับพยาธิ และถ่ายน้ำเหลืองเสีย
พืชทั้งหมดถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในคอสตาริกาในการรักษาโรคมะเร็ง ลำต้นสีเหลืองน้ำตาลแกมเหลืองมีจำหน่ายในตลาดกานาเพื่อเป็นยาแก้ปวดหัว มันถูกห่อด้วยผ้าสะอาดและสอดเข้าไปในรูจมูกของผู้ป่วยเพื่อทำให้จาม  เมล็ดถูกใช้เป็นยาถ่ายและขับพยาธิ  ในมาดูราอินโดนีเซีย 20 เมล็ดที่นำมาหลังการคั่วถือว่าเป็นยาเดี่ยวสำหรับผู้ใหญ่
รากมีสาร อัลคาลอยด์ที่เป็นพิษ น้ำยางข้นเหนียวเป็นพิษ ผลไม้ของพืชมีพิษต่อมนุษย์และสัตว์ สารพิษคือ toxalbumin ซึ่งเมื่อกินเข้าไปไจะทำให้เกิดอาการของโรคลำไส้อักเสบ และการตายของสัตว์บางชนิดในที่สุด
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด, ปักชำ

   133 ดาดตะกั่วทุ่ง/Hemigraphis alternata

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---    Hemigraphis alternata (Burm. f.) T. Anderson
ชื่อพ้อง   ---Has 2 synonyms
---Hemigraphis colorata (Blume) Hallier fil.
---Ruellia alternata Burm. f.
ชื่อสามัญ---     Red ivy, Red-flame ivy, Waffle plant, Metal-leaf, Metallic plant,
ชื่ออื่น  ---   ดาดตะกั่ว, ดาดตะกั่วทุ่ง [SAMOA: Suipi.]
ชื่อวงศ์ ---   ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---   ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---    เอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย (ชวา) และอินเดีย แต่แปลงสัญชาติในที่อื่นในเขตร้อน
ถือได้ว่าเป็นวัชพืชสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในภาคเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ปัจจุบันมีการกระจายค่อนข้าง จำกัด แต่อยู่ในรายชื่อวัชพืชลำดับความสำคัญแหลมคาบสมุทรนิวยอร์กเนื่องจากมีศักยภาพที่จะกลายเป็นวัชพืชสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในภูมิภาคนี้ สายพันธุ์นี้มีความทนทานต่อร่มเงาและมีความสามารถในการบุกรุกทุ่งหญ้าป่าดงดิบในภูมิอากาศที่อบอุ่น
ไม้เลื้อยไปตามพื้นดินต้นสูง15-30ซม.ใบรูปไข่ถึงรูปหัวใจ ยาว 8 ซม. และกว้าง 4 ซม สีม่วงด้านบน, สีแดงม่วงด้านล่าง ดอกขนาดเล็กสีขาวขนาด 1-1.5 ซม เมล็ดแคปซูลเรียว
มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในฐานะไม้ประดับคลุมดินที่มีใบไม้ สีสันสวยงาม ต้นนี้ มักพบให้เห็นตามกระถางต้นไม้หรือในสนามหญ้าอยู่บ่อยๆ หน้าตาคล้ายดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับแต่ปลายใบมนไม่เแหลมและขอบใบไม่หยักเท่า เป็นดาดตะกั่วชนิดที่ถือว่าเป็นวัชพืช ไม่ต้องปลูกแต่ขึ้นเองขยายพันธุ์เร็ว กำจัดก็ไม่หมดง่ายๆ ไม่เหมือนดาดตะกั่วที่นำมาปลูกประดับที่ต้องนำมาปลูกไม่มีทางขึ้นเอง
ขยายพันธุ์---ปักชำ

134 กาฝากมะม่วง/Dendrophthoe pentandra

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Dendrophthoe pentandra  (L.) Miq.
ชื่อพ้อง---Basionym: Loranthus pentandrus L.

Scurrula pentandra G. Don Loranthus finlaysonianus Wall.
Meiena axillaris Rafin. Loranthus farinosus Desr.
Loranthus zimmermanni Warb. Loranthus contractus Wall.
Loranthus rigidus Wall. ex DC. Elytranthe rigida G. Don
Loranthus pentandrus Linné Elytranthe farinosa G. Don
Loranthus flavus Bl. Dendrophthoe farinosa Mart.

ชื่อสามัญ ---Mistletoe, Malayan Mistletoe, Mistletoe Plant, Indonesian Mistletoes, Mango  Mistletoes.
ชื่ออื่น ---กาฝากมะม่วง, Ka-Fak-Ma-Muang [THAI]
ชื่อวงศ์ --- Loranthaceae
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เชตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนกลางและตอนใต้ หมู่เกาะซุนดาน้อย


วัชพิชชนิดนี้เป็นกาฝาก ที่มีชีวิตเบียดเบียนต้นไม้อื่นมักขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ ไม่เฉพาะแต่กับมะม่วง กับไม้ใหญ่ชนิดอื่นก็ขึ้นเช่น ต้นสน ต้นหูกวาง ต้นหูกวาง ต้นตะแบก กาฝากมะม่วงจะมีรากเจาะเข้าไปในมัดท่อน้ำท่ออาหารของพืชที่อาศัยอยู่
เมื่อกาฝากเจริญเติบโตมากขึ้นจะทำให้ต้นไม้ยืนต้นที่กาฝากอาศัยอยู่ตายไปในที่สุด ลักษณะ ลำต้นสีเทาและมีช่องอากาศ ยาวได้ประมาณ 2เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวแผ่นใบหนา ยาวประมาณ 8-10ซม. ผิวใบเกลี้ยงหรือมีขนประปราย มีสีเขียวอมเหลือง ขอบใบมักบิดเป็นคลื่น .
ดอก ออกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลืองลักษณะเป็นหลอด ตรงปลายแยกเป็นกลีบ สีเขียวนวลหรือค่อนข้างแดง ออกตามใบที่หลุดร่วงไปแล้ว ผลแก่เป็นสีเขียวหรือแดงคล้ำ มีเมล็ดเดียว เมล็ดมียางเหนียวติดมือ
การใช้ประโยชน์ ผลเป็นอาหารของสัตว์  มีสรรพคุณทางสมุนไพร ทั้งต้น ต้มน้ำดื่มเป็นยาลดความดันโลหิต แก้ไอ พอกแผล ปรุงยาต้มสำหรับสตรีหลังคลอด เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ในการแพทย์แผนโบราณ / ทางเลือกในอินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ เช่นในการรักษาอาการไอ, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง , ขับปัสสาวะ
เป็นยาแผนโบราณในอินโดนีเซีย เป็นที่รู้จักกันดีในการรักษาโรคต่าง ๆ ในชุมชน Benalu ใช้เป็นยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ต้านไวรัสต้านมะเร็ง ฯลฯ 1ตัวอย่างคือ ชากาฝากมะม่วง ซึ่งใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็ง
เนื่องจากเป็นพืชกึ่งปรสิตมันแสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ทางชีวภาพของพวกมันอาจขึ้นอยู่กับพืชอาศัย อย่างไรก็ตามคนในอินโดนีเซียมักเรียกชื่อกาฝากขึ้นอยู่กับพืชอาศัยที่ปลูกเช่น benalu mangga ซึ่งอาศัยใช้ต้นมะม่วงเป็นเจ้าภาพ                 ขยายพันธุ์---เมล็ด

135 พริกฝรั่ง/Rivina humilis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rivina humilis L.
ชื่อพ้อง---Has 25 synonyms

Piercea acuminata Raf. Rivina orientalis Moq.
Piercea glabra Mill. Rivina pallida Salisb.
Piercea obliquata Raf. Rivina paraguayensis S.Parodi
Piercea tomentosa Mill. Rivina portulaccoides Nutt.
Rivina acuminata Raf. Rivina procumbens Ruiz ex Moq.
Rivina aurantiaca Warsc. Ex Schenk Rivina puberula Kunth.
Rivina brasiliensis Nocca Rivina purpurascens Schrad.
Rivina canescens G. Don ex Steud Rivina tetrandra Desf.
Rivina gracilis Salisb. Rivina viridiflora Bel.
Rivina laevis L. Rivina viridis Schmidt in Meyer
Rivina lanceolata Willd. Solanoides laevis (L.) Moench
Rivina obliquata Raf. Solanoides pubescens Moench
Solanoides undulata Moench

ชื่อสามัญ---Rouge Plant, Coral Berry, Baby pepper, Blood berry, Bloodberry rougeplant, Inkberry, Pigeon berry, Small pokeweed, Turkeyberry
ชื่ออื่น---พริกฝรั่ง, ; [Australia: coralberry; turkeyberry]; [China: shu zhu shan hu]; [South Africa: bloedbessie; bloodberry]; [USA: pigeonberry; turkeyberry]; [Tonga: polo]
ชื่อวงศ์---PHYTOLACCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก


ไม้ล้มลุกที่ ออกดอกผลน่ารัก จนครั้งหนึ่งถูกนำมาเป็นไม้ประดับ แต่ทุกส่วนของต้นเป็นพิษ ก็เลยถูกทิ้งขว้างจนกลายเป็นวัชพืช ประโยชน์สรรพคุณของพริกฝรั่งสามารถ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และ ผลมีเม็ดสี rivianin ใช้ย้อมผ้า
ลักษณะ ต้นสูงประมาณ30-100ซม.มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน ใบเรียงเวียนรูปไข่แกมรูปหอก ปลายแหลมยาวโคนเรียวสอบ คล้ายใบพริก ขนาดของใบ ยาวประมาณ 4-10 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ยาว 4-10 ซม.ดอกมีกลีบดอก4กลีบสีขาวหรือขาวอมชมพู ผลกลม สด สีเขียว  สุกสีแดง เมล็ดรูปกลม มีเมล็ดเดียว
ความเป็นพิษ รากเป็นพิษเพราะพิษของ resins หากกินเข้าไป จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ในปาก อาการเช่นนี้เป็นอยู่ได้ถึง 2 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น ขั้นต่อไปจะรู้สึกเจ็บคอ น้ำลายออกมากกว่าปกติพร้อมกับหาว คลื่นไส้
ปวดกระเพาะและลำไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด
ผลดิบเป็นพิษแต่ต้มสุกแล้วพิษจะลดลง ต้นอ่อนและใบอ่อนต้มสุกแล้วกินได้ ขยายพันธุ์---เมล็ด, ปักชำ


มาถึงตรงนี้ยังไม่เห็นหญ้าจริงๆซักต้น
รวบรวม...Tipvipa..V
SUANSAVAROSE
2.16น. -25/8/201

 


อ้างอิง (Reference) แหล่งที่มา


1 ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2555. URL http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_page.asp
2 เต็ม สมิตินันทน์. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทธยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพรรณพืช. โรงพิมพ์พุทธศาสนาแห่งชาติ. กรุงเทพ.
3 สวนพฤกษศาสตร์สายยาไทย. มปป. ผักขม. URL: http://www.saiyathai.com/herb/484000.htm
4 Plants Database. 2013. Needle and thread. Natural Resources Conservation Service (NRCS). USDA. URL: http://plants.usda.gov/java/
5 ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2552. วัชพืช:  URL: http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/w-variety/354-imperata
6 อำไพ ยงบุญเกิด. 2514. เอกสารทางวิชาการ วัชพืชบางชนิดในไร่ข้าวโพด. กองพืชพันธุ์ กรมกสิกรรม.
7 ศูนย์รวมข้อมูลสิ่งมีชีวิตในประเทศไทย. 2555" URL: http://www.thaibiodiversity.org/
8 กรมการข้าว. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: กกทราย. URL: www.http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=7.htm
9 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี. 2556. องค์ความรู้เรื่องข้าว: วัชพืชในนาข้าว: หญ้าแดง. URL: http://brrd.in.th/rkb/weed/index.php-file=content.php&id=3.htm
10 ฐานข้อมูลพันธุ์ไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2555. . URL: http://www.qsbg.org/Database/_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1597.
11 พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. 2540. วัชพืชศาสตร์. โรงพิมพ์ลินคอร์น, กรุงเทพฯ.
12 หนังสือ "ป่าชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้" สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน, รุ่งสุริยา บัวสาลี บ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) 2554
13 เว็บไซต์เมดไทย (MedThai) URL: https://www.medthai.com
14 สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) URL:www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Neptunia0javanica0Miq.
15 ศัตรูพืชในประเทศไทย (Plant pest in Thailand)  http://ippc.acfs.go.th/pest/


Check for more information on the species:  

         
Plants Database           Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    Tropicos    Nomenclature, literature, distribution and collections    

Tropicos -                    Home    www.tropicos.org/
GBIF                           Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI                           International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL                            Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/PROTA   Uses    the Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude                       Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images            Images


รูปภาพประกอบ
---ทิพพ์วิภา วิรัชติ
---บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
---สวน-เทวา อ.แม่สอย จ.เชียงใหม่
---www.suansavarose.com
---www.suan-theva.com















ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view