สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 22/10/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,959,889
Page Views 13,765,499
 
« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

ต้นไม้ในป่า2

ต้นไม้ในป่า2

ต้นไม้ในป่า2

ข-ค-ง-จ-ฉ

For information only-the plant is not for sale


1 ขจาว/Holoptelea integrifolia 39 แคชาญชัย/Radermachera eberhardtii
2 ขมิ้นต้น/Mahonia nepalensis 40 แคทราย/Stereospermum Colais
3 ขะเจาะ/Milletia kangensis Craib 41 แคทะเล/Dolichandrone spathacea
4 ขางปอย/Alchornea tiliifolia 42 แคฝอย/-Stereospermum cylindricum
5 ขางหัวหมู/Miliusa velutina 43 แคยอดคำ/Stereospermum fimbriatum
6 ขามคัวะ/ Pterospermum semisagittatum 44 แคสันติสุข/Santisukia kerri
7 ข้าวสารป่า/Pavetta tomentosa 45 แคหันแห้/Stereospermum neuranthum
8 ขี้ผึ้ง/Clausena excavata var,excavata 46 แคหางค่าง/Markhamia stipulata var. stipulata
9 ขี้ผึ้ง/Gordonia dalglieshiana 47 แคหางอึ่ง/ernandoa adenophylla
10 ขี้หนอน/Zollingeria dongnaiensis 48 แคอึ่ง/Heterophragma sulfereum
11 ขี้หมากเปียก/Anogeissus acuminata 49 ไคร้มด/Ilex umbellulata
12 ขี้เหล็กเลือด/Senna timoriensis 50 ไคร้มันปลา/Glochidion sphaerogynum 
13 เข็มป่า/Pavetta indica 51 ง้าว/Bombax anceps
14 เข็มใหญ่/Ixora grandifolia 52 งำเงาะ/Stelechocarpus cauliflorus
15 เขลง/Dialium cochinchinense 53 งุ้นผึ้งดำ/Nothapodytes foetida
16 เขากวาง/Mischocarpus sundaicus 54 งุ้นสะบันงา/Cananga latifolia
17 เขางัวเผือก/Oxyceros longiflora 55 จักหัน/Orophea polycarpa
18 แข้งกวาง/Wendlandia tinctoria 56 จันเขา/Diospyros dasyphylla
19 ไข่เต่า/Diospyros martabanica 57 จันดง/Diospyros curtisii 
20 ไข่ปลา/Debregeasia longifolia 58 จันทน์หิมาลัย/Santalum album
21 คอไก่/Tarennoidea wallichii 59 จันทร์ทอง/Fraxinus floribunda
22 คัดเค้าหมู/Pisonia aculeata 60 จ้าม่วง/Buchanania arborescens
23 คันหามเสือ/Aralia armata 61 จำปาขอม/Polyalthia cauliflora var. desmantha 
24 คันแหลน/Psydrax nitida 62 จำปาขาว/Magnolia champaca
25 ค้างคาว/Aglaia edulis 63 จำปาแขก/Pterospermum acerifolium
26 ค่างเต้น/Canthium glabrum 64 จำปาเทศ/Pterospermum littorale
27 คำไก่/Olea salicifolia 65 จำปาป่า/Magnolia champaca var. pubinervia
28 คำขาว/Rhododendron moulmeinense 66 จำปีช้าง/Magnolia citrata
29 คำแดง/Rhododendron arboreum ssp. Delavayi 67 จำปีป่า/Paramichelia baillonii
30 คำฟู/Cyathocalyx martabanicus var. martabanicus 68 จำปีรัชนี/Magnolia rajaniana
31 คำมอกน้อย/Gardenia obtusifolia 69 จำปีศรีเมืองไทย/Magnolia thailandica
32 คำรอก/Ellipanthus tomentosus 70 จำปีหนู/Magnolia compressa
33 คำแสด/Mallotus philippensis 71 จำลา/Magnolia praecalva
34 คำหด/Engelhardtia spicata 72 จิงจาบ/Miliusa mollis  var. mollis
35 เคด/Catunaregam tomentosa 73 จีผาแตก/Ardisia nervosa
36 เคี่ยม/Cotylelobium melanoxylon 74 จี้ย้อย/Micromelum minutum 
37 เคี่ยมคะนอง/Shorea henryana 75 ฉนวน/Dalbergia nigrescens
38 แคขาว/Dolichandrone serrulata 76 แฉลบแดง/Acacia leucophloea

Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search         

ขจาว/Holoptelea integrifolia

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Holoptelea integrifolia (Roxb.)Planch.
ชื่อพ้อง---Ulmus integrifolia Roxb.
ชื่อสามัญ--- Indian Elm, Entire-leaved elm tree, Jungle cork tree, South Indian elm tree
ชื่ออื่น---ขจาว, กระเจา, กระเชา, ขจาว, ขจาวแจง, ขเจา, ฮังคาว
ชื่อวงศ์ ---ULMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน พม่าและภูมิภาคอินโดจีน
ไม้ต้นขนาดกลางผลัดใบพบประปรายในที่กึ่งโล่งแจ้งในป่าผลัดใบ ป่าไผ่ ป่าผสมผลัดใบและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ที่สูงจากระดับน้ำทะเล150-500เมตร
 ลักษณะต้นโตเต็มที่ สูงประมาณ 25 เมตร ลำต้นเปลาตรงเปลือกต้นสีน้ำตาลอมครีม หรือสีเทาค่อนข้างเกลี้ยง ตามกิ่งและลำต้น มีต่อมระบายอากาศเป็นจุดกลมเล็กๆสีขาวมองเห็นได้ง่าย เรือนยอดเป็นพุ่มรูปไข่กว้างค่อนข้างทึบ
ใบ เดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีป้อม แผ่นใบสีเขียวเข้มหม่น ใบแก่เรียบมีขนเล็กๆด้านล่างใบฐานใบมักไม่สมมาตร  เปลือกและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว
ช่อดอกออกแบบช่อแยกแขนง ออกเป็นกระจุกตามง่ามใบดอกสมบูรณ์เพศและดอกเพศผู้อยู่ปะปนในช่อเดียวกัน
ผล รูปขอบขนานเบี้ยวหรือกลมมีปีกบางและกว้างห่อหุ้ม ผลแยกเป็น2ซีกแต่ละซีกมีก้านเกสรเพศเมียคงอยู่ ก้านผลมีรอยต่อตรงกลางเมล็ดรูปรีหรือหัวใจกลับอยู่ตรงกลางผล
เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือดินทั่วไป ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง แสงแดดตลอดวัน
นิยมปลูกตามบ้านเรือนและสวนสาธารณะเพื่อให้ร่มเงา ประโยชน์ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ก่อสร้าง เปลือกใช้ทำเชือก กระดาษและกระสอบ
ออกดอกและติดผล---เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด    

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


ขมิ้นต้น/Mahonia duclouxiana


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mahonia duclouxiana Gagnep.
ชื่อพ้อง---Mahonia siamensis Takeda ex Craib
ชื่อสามัญ---Siam Hollygrape
ชื่ออื่น---ขมิ้นต้น
ชื่อวงศ์ ---BERBERIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย จีนตอนใต้

 

ไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูงถึง 8 เมตร พบทางภาคเหนือ แต่ไม่มาก บริเวณพื้นหินที่โล่งแจ้ง สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200เมตร
ลักษณะลำต้นสั้น กิ่งก้านหนาใหญ่ เปลือกสีน้ำตาลอ่อน หนาและมีรอยแตกลึกๆ เปลือกในสีเหลืองสด
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับกัน ขนาดใบ30-60ซม. ใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน 6-12 คู่ ใบย่อยคู่ล่างสุดมักจะกลมและขนาดเล็กว่าใบอื่นๆ ใบย่อยขนาดกว้าง3-5ซม ยาว5-12ซม. รูปไข่แคบปลายแหลม ฐานใบสองข้างไม่สมมาตร ใบแก่หนาและแข็ง ขอบใบมีซี่หยักแหลม ดอกขนาดประมาณ1ซม.สีเหลืองสดเป็นช่อยาวตั้งขึ้นกลีบเลี้ยง6กลีบเรียงเป็น2วง ซ้อนกันผลขนาด 1ซม.สีน้ำเงินมีเหลือบเทาอ่อนเนื้อผลฉ่ำน้ำสีแดงเข้ม มี1 เมล็ด
เนื้อ ไม้ใช้เป็นสีย้อม ให้สีเหลือง เปลือกและรากใช้เป็นสมุนไพร ใช้ลดไข้ รักษาโรคตา ดีซ่าน และโรคทางผิวหนัง มีรายงานจากอินเดียว่าผลกินได้

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


ข่อยหนาม/Streblus ilicifolius


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Streblus ilicifolius (Vidal) Corner
ชื่อพ้อง---Basionym: Taxotrophis ilicifolia Vidal
---Taxotrophis ilicifolius Vidal
---Pseudotrophis laxiflora Warb.
ชื่อสามัญ--- Jungle holly
ชื่ออื่น---ข่อยหนาม กระชิด กาซึ้ม
ชื่อวงศ์ ---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังกลาเทศ จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม เมลีเซีย ฟิลิปปินส์


ไม้ ขนาดเล็กสูง6-8เมตร ไม่ผลัดใบ พบทั่วไปในป่าดิบแล้งในทุกภาคของประเทศ ตั้งแต่ระดับน้ำทะเล จนถึง400เมตร มักแตกกิ่งเป็นพุ่มแน่น เปลือกนอกเรียบสีเทามีรอยด่างขาว ขาวอมเขียว หรือเทา มียาง กิ่งอ่อนมีหนามยาว1เซนติเมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบรูปรี หรือรูปหอกกลับ กว้าง2-3ซม. ยาว4-5ซม.ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบเกลี้ยง เนื้อใบบางเส้นแขนงใบไม่ชัดเจน
ผลมีเมล็ดแข็ง ผลสุกสีเหลือง เนื้อไม้เหนียวมาก ลำต้นใช้นำมาทำด้ามมีดสำหรับถางไร่

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


ขางปอย/Alchornea tiliifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Alchornea tiliifolia (Benth.) Müll.Arg.
ชื่อพ้อง---
---Alchornea villosa (Benth.) Müll.Arg.
---Alchornea zollingeri Hassk.
---Aparisthmium sumatranum Rchb. & Zoll.
---Bleekeria zollingeri (Hassk.) Miq.
---Stipellaria tiliifolia Benth.
---Stipellaria villosa Benth.
---Stipellaria zollingeri (Hassk.) Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขางปอย
ชื่อวงศ์ ---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา ภูฏาน พม่าและภูมิภาคอินโดจีน
ไม้พุ่มสูง 5-8 เมตรไม่ผลัดใบ พบทั่วไปตามป่าดิบแล้ง ในที่ค่อนข้างร่มและชื้น ในระดับความสูง 200-500 เมตร ลักษณะทรงพุ่ม แตกกิ่งน้อยพุ่มโปร่งแผ่กลม เปลือกนอกเรียบสีน้ำตาลมีรอยด่างขาว เปลือกบาง
ใบ เดี่ยวเวียนสลับรูปหอกกลับ กว้าง4-6ซม.ยาว10-14ซม. ฐานใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบเกลี้ยง หูใบเป็นติ่งหนาม 1คู่ที่โคนก้านใบ เส้นแขนงใบชัดเจนทั้งสองด้านของใบ แผ่นใบอยู่รวมเป็นกระจุกที่ปลายยอด ดอกช่อแตกจากโคนก้านดอก ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ผลกลมมี3พู3เมล็ด
ไม้ใช้ทำเชื้อเพลิง
อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


ขางหัวหมู/Miliusa velutina


 ชื่อวิทยาศาสตร์---Miliusa velutina (Dunal) Hook. f.& Thomson
ชื่อพ้อง---
---Guatteria velutina (Dunal) A.DC.
---Miliusa velutina var. deviyarina S.M.Rajendran, S.C.Agarwal & H.N.Verma
---Uvaria velutina Dunal
---Uvaria villosa Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขางหัวหมู หางรอก โกงกาง จอแจ โจรเจ็ดนาย หัวใจไมยราพ
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม บังกลาเทศ อินเดีย เนปาล พม่า กัมพูชา ลาว ไทย เวียตนาม
ไม้ ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง5-12เมตร ในประเทศไทย พบในป่าเต็งรังทั่วประเทศทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ที่ระดับความสูง 200-400เมตร ลักษณะ เปลือกค่อนข้างหนาและขรุขระ เรือนยอดโปร่ง ตามกิ่งหรือยอดมีขนนุ่ม ใบรูปไข่ กว้าง 9-12ซม.ยาว15-20ซม. โคนใบมนหรือหยักเว้า ปลายใบมนและมีติ่งแหลม ขอบใบเรียบใบค่อนข้างหนา มีขนสั้นปกคลุมหนาแน่นทั้งสองข้าง เส้นแขนงใบนูนเด่นด้านล่างของใบ
ดอก ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ หรือตามกิ่งแก่ เหนือรอยแผลของก้านใบ 1-8ดอก ดอกสีน้ำตาล ก้านดอกเรียว ยาว5-8ซม. มีขนสีน้ำตาลหนาแน่น กลีบเลี้ยงสีเขียวรูปสามเหลี่ยม ปลายกลีบกระดกขึ้น กลีบดอกเรียงเป็นสองชั้น ชั้นนอกรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกชั้นในรูปไข่ เมื่อบานปลายกลีบกระดกขึ้น ดอกบานขนาด1.5-2ซม.
ผลกลุ่ม มี10-15ผล รูปกลม ผลแก่สีเหลืองอมส้ม มี1-2เมล็ด
เป็นไม้ปลูกป่า
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด แล้วนำต้นกล้ามาปลูก

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

ขามคัวะ/ Pterospermum semisagittatum

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Pterospermum  semisagittatum  Buch.-Ham.  ex  Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Eriolaena roxburghii Spreng.
---Pterospermadendron semisagittatum (Buch.-Ham. ex Roxb.) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- กะหนาน ขนาน หำฮอก หำคัวะ
วงศ์ --- STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบสูง10-20เมตร ในประเทศไทยพบตามป่าเบญจพรรณชื้น ที่ความสูง 400-800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะลำต้นเป็นร่องเล็กน้อย เปลือกต้นสีเทาหลุดล่อนเป็นแผ่นเล็กๆบางๆ เปลือกในสีขาว กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง4-6ซม.ยาว10-20ซม. ก้านใบสั้นมาก หูใบเป็นริ้วโคนใบเว้าและเบี้ยว ซีกหนึ่งกลมอีกซีกคล้ายปลายลูกศร สังเกตง่ายจากฐานใบตรงนี้เพราะเป็นลักษณะเฉพาะ ผิวหลังใบเขียวเข้ม ท้องใบสีหม่นกว่า เพราะว่ามีขนนุ่มปกคลุม
ดอก เดี่ยวหรือเป็นช่อเล็ก ดอกสีขาวขนาดใหญ่ 6-8.5ซม. ออกที่ปลายกิ่งหรือใกล้ปลายกิ่ง ใบประดับ 3-5กลีบรูปไข่กลับสีเขียวอ่อนมีขนสีน้ำตาลรูปดาวด้านนอก ด้านในคล้ายกำมะหยี่ กลีบดอกสั้นและกว้างกว่ากลีบเลี้ยง
ผลขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-8ซม.ทรงกระบอกไม่มีเหลี่ยมมีขนสีสนิมออกน้ำตาลปก คลุม  หนาแน่นคล้ายกำมะหยี่ ผลแห้งจะแตก แข็งเหมือนเนื้อไม้ เปลือกมีรสฝาดใช้กินกับหมาก เนื้อไม้ชาวบ้านใช้ทำฟืน

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


ข้าวสารป่า/Pavetta tomentosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pavetta tomentosa Roxb.ex Sm
ชื่อพ้อง---
---Ixora tomentosa (Roxb. ex Sm.) Roxb.
---Pavetta indica subsp. tomentosa (Roxb. ex Sm.) Bennet
---Pavetta praecox Bremek.
---Pavetta velutina Wall.
ชื่อสามัญ---Ixora Tomentosa
ชื่ออื่น--- เข็มแพะ
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---อินโดจีน
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ลาว เวียตนาม กัมพูชา ไทย
ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูง3-4เมตร พบตามป่าเต็งรังที่ความสูง300-600เมตร จากระดับน้ำทะเล กิ่งอ่อนกลวง มีขนปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวออกตรงข้ามสลับฉาก รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง4-11ซม.ยาว9-18ซม. ปลายใบมนหรือแหลม ปลายใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน หูใบรูปสามเหลี่ยมหลุดร่วงง่าย ดอกสีขาวออกเป็นช่อ กลม ขนาด10-15ซม.มีดอกย่อยจำนวนมาก ส่วนโคนเป็นหลอดปลายแยกเป็น4กลีบ ขนาด1.5-2ซม. ผลกลม เมื่อแก่เป็นสีดำ ขนาด4-5มม  
นำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดีดอกสวยมีกลิ่นหอมอ่อน ใบสดใช้บดเป็นยาแก้ไข้
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ

ขี้ผึ้ง/Gordonia dalglieshiana


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gordonia dalglieshiana Craib.
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Polyspora dalglieshiana (Craib) Orel, Peter G.Wilson, Curry & Luu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้ผึ้ง เมี่ยงขี้ผึ้ง
ชื่อวงศ์ --- THEACEAE
ถิ่นกำเนิด---พืชถิ่นเดียวในประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์---ภาคเหนือของประเทศ

 

ไม้ ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดเล็กสูง 10เมตร เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลเทา ใบกว้าง2-4.5ซม.ยาว4.5-16ซม สีเขียวเข้มเป็นมัน ปลายใบแหลมโค้ง ขอบใบหยักห่างๆเส้นกลางใบจม เส้นอื่นๆเห็นไม่ชัดมักมีแต้มชมพู
ดอก ออกดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ที่ซอกใบอ่อน ดอกขนาด4-5ซม.  กลีบดอก4-5กลีบ เกสรเพศผู้สีเหลืองสด มีมากมายรวมเป็นมัด5มัด เกสรเพศเมียมีปลายแยก3-5พู
ผลขนาด3-5ซม. คล้ายลูกปืนแตกออกเป็น5แฉกมีเมล็ดมากมายมีปีกติดที่เมล็ดด้านหนึ่ง  เป็นไม้หายากพบเฉพาะในประเทศไทย
ระยะออกดอก---เดือน กันยายน-เดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


ขี้หนอน/Zollingeria dongnaiensis

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Zollingeria dongnaiensis Pierre
ชื่อพ้อง---Belingia dongnaiensis Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้มอด
ชื่อวงศ์ --- SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย เวียตนาม


ไม้ ต้นสูง20 เมตร  ผลัดใบ พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง เรือนยอดรูปไข่หรือเป็นพุ่มกลม เปลือกนอกสีเทาดำ เรียบ แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆมีรูระบายอากาศสีน้ำตาลทั่วไป เปลือกในสีขาว
ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคู่ เรียงสลับ มี5-8คู่ ใบย่อยรูปรีปลายใบแหลมโคนใบกลมมน ขนาดใบ กว้าง2-6.5ซม.ยาว5-16ซม.โคนใบเบี้ยว ปลายใบมนหรือสอบ หลังใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบมีขนสั้นนุ่ม แผ่นใบห่อเข้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ
ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ยาวได้ถึง 30ซม. ดอกย่อยแยกเพศกลีบเลี้ยง สีเขียว5กลีบกลีบดอก5กลีบสีขาวหรือเหลืองขนาดบานเต็มที่3-4มม. ผลแห้งมีปีกยาว3ปีกเรียงตามยาว เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลอ่อน  
ขี้หนอนเป็นไม้ป่าแต่นำมาใช้ปลูกประดับได้ดี พุ่มหนา ให้ร่มเงาได้ดี ปลูกง่ายโตเร็ว ผลัดใบแล้วออกดอกขาวสะพรั่ง
หารนำมาใช้ในด้านอื่น ใช้ทำ แชมพู สบู่ เครื่องสำอางค์  
เขตการกระจายพันธุ์  พม่า กัมพูชา เวียตนาม ลาว
ระยะออกดอก---เดือน ธันวาคม-มกราคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

ขี้หมากเปียก/Anogeissus acuminata


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---  Anogeissus acuminata (Roxb. ex DC) Guill.& Perr.
ชื่อพ้อง---
---Anogeissus pendula Edgew.
---Conocarpus acuminatus Roxb. ex DC.
ชื่อสามัญ---Buttontree
ชื่ออื่น---ตะเคียนหนู
ชื่อวงศ์ ---  COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม


ไม้ ต้นไม่ผลัดใบ สูงถึง 35เมตร พบทั่วไปในป่าดิบชื้นทั่วภาคเหนือ มักพบตามริมธารน้ำในป่ากึ่งเปิด ลักษณะ ลำต้นตรงยาวเรือนยอดแคบ กิ่งก้านลู่ลง เปลือกต้นสีเทาเข้ม มีร่องลึกตามยาว ต้นอ่อนจะมีหนาม ใบมักอยู่ในระนาบ ใบอ่อนสีเงินมีขนยาวคลุมคล้ายไหม ดอกสีเขียวเหลืองเป็นช่อกลม ออกในซอกใบอ่อน ผลเรียงเป็นวงกลมแน่น เส้นผ่าศูนย์กลาง1.5ซม. มีปีกกว้าง2ปีก และหลอดกลีบเลี้ยงที่ยังคงอยู่ปลายบน
ไม้ ใช้ในงานก่อสร้าง ไม้ค้ำ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์เครื่องดนตรี และเป็นไม้ที่นำมาแกะสลักได้ดี

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister) พิมพ์ครั้งที่1- พฤษภาคม 2542

ขี้เหล็กเลือด/Senna timoriensis

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Senna timoriensis (DC.) Irwin et Barneby (Cassia timoriensis DC.)
ชื่อพ้อง---
---Cassia arayatensis Litv.
---Cassia exaltata Blume
---Cassia goensis Dalzell
---Cassia montana Auct. non Roth
---Cassia timorensis DC.
---Cassia timoriensis DC.
---Senna glauca Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กะแลงแง็น ขี้เหล็กแดง ขี้เหล็กดง ขี้เหล็กนางชี ช้าขี้เหล็ก มะเกลือเลือด
ชื่อวงศ์ ---  FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตั้งแต่ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงทางตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ ต้นสูงถึง 10 เมตรไม่ผลัดใบ หรือผลัดใบ แต่แตกใบใหม่เร็ว  พบในประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ชายป่าที่แห้งแล้ง สองข้างถนน เป็นไม้เบิกนำ บางครั้งพบตามเขาหินปูน
กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงหรือเหลืองเข้ม เปลือกต้นสีน้ำตาลแกมเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายทู่ เรียงสลับ ใบย่อย10-20คู่ รูปขอบขนาน ยาว2-6ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขนสั้นนุ่มสีเหลืองทั้งสองด้าน ยอดอ่อนสีเขียวอมแดง
ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อแน่นแยกแขนงตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ยาว 10-30 ซม. เกลี้ยงหรือมีขน ใบประดับรูปไข่ ปลายแหลม ร่วงง่าย ก้านดอกย่อยยาว 1-3 ซม. มีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายกลม ยาวไม่เท่ากัน  มีขนสั้นนุ่มด้านนอก กลีบดอกสีเหลือง แผ่นกลีบรูปไข่กลับ ยาว 1.5-2 ซม.
           ผลเป็นฝักรูปขอบขนานแบนแคบ ไม่มีสันสีเหลืองเมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดสีน้ำตาลดำ10-30เมล็ด รูปรี แบน เป็นมันวาว

ขี้อ้าย/Terminalia triptera


ชื่อวิทยาศาตร์---Terminalia triptera stapf
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Terminalia nigrovenulosa Pierre.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสงคำ หนามกราย หามกราย ปู่จ้าว ตานแดง โจ่ ประดู่ขาว
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินโดจีน คาบสมุทรมาลายา
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ในประเทศไทยขึ้นกระจายทั่วไปในป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบทั่วทุกภาค พบขึ้นบ่อย ๆ บนพื้นที่ที่ประกอบด้วยหินปูน ในระดับความสูง100-500เมตร ลักษณะทรงต้นสูง 13-22 เมตร ลำต้นตรง โคนต้นมีพูพอน กิ่งอ่อนมักมีกิ่งรยางค์ปรากฏ เมื่อสับจะมียางสีแดงส้มชัดเจน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปมนแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมยาว ฐานใบมนหรือสอบเข้าหากันเป็นรูปลิ่ม มีต่อมคู่อยู่ที่ขอบใบเยื้ยงไปทางโคนใบ ใบอ่อนคลุมด้วยขนสีน้ำตาลอ่อนหนาแน่น และร่วงเมื่อใบมีอายุมากขึ้น ดอก เป็นช่อมีกิ่งแขนงมาก ขนาด 2.5-5 ซม. ช่อดอกอ่อนคลุมด้วยขนสีน้ำตาลหนาแน่น ดอกสีขาวอมเหลือง มีขนาดเล็กมาก ลักษณะเป็นถ้วยกลีบรองกลีบดอกมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ทั้งด้านนอกและด้านใน ผล  มีครีบ 4 ครีบบางๆตามความยาวของผล  
ใช้ในการก่อสร้าง บ้านเรือน เครื่องเรือน เปลือกมีรสฝาดใช้กินกับหมากได้
ระยะออกดอก---มิถุนายน-สิงหาคม
ระยะออกผล---กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด

เข็มป่า/Pavetta indica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pavetta indica L.
ชื่อพ้อง---
---Ixora indica (L.) Baill.
---Ixora roxburghii Kuntze
---Pavetta indica var. glabra Bremek., nom. inval.
---Pavetta indica var. typica Domin, nom. inval.
ชื่อสามัญ---Indian Pavetta
ชื่ออื่น---เข็มป่า
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้ง ต้นสูงถึง5เมตร เรือนยอดแผ่กว้างระเกะระกะ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมชมพู ผิวเรียบหลุดลอกเล็กน้อย
ขนาดใบกว้าง2-7ซม.ยาว8-22ซม. ใบแก่เรียบบางหรือมีขนห่างๆ มีตุ่มพองสีเข้มบนผิวใบด้านล่าง ตุ่มพองที่ใต้ใบนี้มีแบคทีเรียที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศ
ดอกสีขาวขนาด1.5-2.5ซม.มีกลิ่นหอม บางครั้งมีแต้มสีม่วงหรือเขียวที่ปลายกลีบ ช่อดอกหลวมๆ ผลขนาด0.5-0.7ซม.สีเขียวเป็นมันเปลี่ยนเป็นสีดำ ผลกลมหรือแบนเล็กน้อยมี2พูเนื้อผลบางมีเมล็ดสีน้ำตาล2เมล็ด
มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ใบและรากใช้พอกฝี ดอกแช่น้ำใช้เหมือนเครื่องสำอางค์หลังอาบน้ำ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


เข็มใหญ่/Ixora grandifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ixora grandifolia Zoll. & Moritzi
ชื่อพ้อง---Pavetta macrophylla Blume
ชื่อสามัญ---Largeflower jungleflame
ชื่ออื่น---เข็มใหญ่
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย เวียตนาม บอร์เนียว ชวา สุมาตรา สุลาเวสี อันดามัน นิโคบาร์
ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูง5-15เมตร พบขึ้นในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งถึงป่าดิบเขา ลักษณะทรงต้นเรือนยอดเป็นพุ่มกลมสูง เปลือกเรียบแตกเป็นร่องหรือแผ่นสะเก็ด สีเทาหรือเทาอมน้ำตาล มีรูหายใจเป็นตุ่มขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป
ใบ เดี่ยวเรียงสลับตรงข้าม รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง6-10ซม.ยาว12-20ซม.เนื้อใบบาง ขอบใบเรียบ หูใบรูปสามเหลี่ยมกว้างมีสันตรงกลางยาว1ซม.ปลายยอดมีรยางค์คล้ายหนวด
ดอกแบบช่อกระจุกสองด้านหลายชั้นแยกแขนงออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่งและใกล้ปลายยอด ผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็งขนาด1-1.2ซม.
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-พฤศจิกายน

อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้ โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ),         รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554

เขลง/Dialium cochinchinense

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Dialium cochinchinense Pierre  
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Velvet Tamarind
ชื่ออื่น---นางคำ ยี หยี
ชื่อวงศ์ ---FABACEAE (LIGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน
ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงถึง 30เมตร พบในป่าดิบแล้งและป่าผสมผลัดใบทั่วทุกภาค ในระดับความสูง 50-400เมตร ลักษณะเปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา มีรอยคอดกิ่วเป็นวงตามลำต้น มีน้ำยางสีแดงเลือดหมู
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย5-9ใบ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง2-4ซม.ยาว4-8ซม. ฐานใบมนหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบปลายใบเรียว แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน
ดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ยาว 10-30 ซม. ออกตามปลายกิ่งมี ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีขาว ดอกตูมรูปไข่ ไม่มีกลีบดอก
ผลแห้งรูปกลมรีหรือรูปไข่ขนาด1-1.5ซม.เปลือกผลบาง ตามผิวนอกเป็นขนเหมือนกำมะหยี่ ภายในมีเมล็ด 1เมล็ด มีเนื้อหุ้มบางๆ เรียก ลูกหยี รับประทานได้รสหวานอมเปรี้ยว
เนื้อไม้ใช้ทำด้ามเครื่องมือการเกษตร คาน ไม้หมอนรถไฟ

รูปภาพประกอบเพื่อการศึกษา
--- หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


เขากวาง/Mischocarpus sundaicus


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Mischocarpus sundaicus Blume  
ชื่อพ้อง---
---Cupania erythrorhachis Miq.
---Cupania lessertiana Cambess.
---Cupania mischocarpus Steud.
---Cupania revoluta (Turcz.) Vidal
---Mischocarpus lessertianus Ridl.
---Ratonia lessertiana Benth. & Hook.f.
ชื่อสามัญ--- Purple Aril Mischocarp
ชื่ออื่น---แบกไพร, อีติ้ว, คอแลนแฮน, ไม้หนาดลิง, ซำลิง, สีทัน
ชื่อวงศ์ --- SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ตอนใต้ของจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย
      ไม้ พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็กสูง 2-8 เมตร พบ ขึ้นทั่วไปตามขอบป่าชายเลนติดต่อกับป่าชายหาด หรือตามแนวหลังป่าชายอลน ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา
เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกเรียบสีน้ำตาลคล้ำถึงสีน้ำตาลอมเทา ใบมีความผันแปรสูงมากทั้งขนาดและจำนวนใบย่อย เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ แผ่นใบย่อยรูปไข่ขนาดกว้าง2-10ซม.ยาว5-20ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เนื้อใบบางและเหนียว ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก แบบช่อคล้ายผสมกระจุกสองด้านหลายชั้นแยกแขนง ช่อดอกยาวถึง25ซม.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีเขียวอ่อนมีสีขาวแต้ม มีกลิ่นหอม ไม่มีกลีบดอก ก้านดอกสั้นมาก ผลแบบผลแห้งแตกกลางพู รูปทรงกลมมน โคนผลคอดคล้ายก้าน มี2(3)พู ผลสุกสีแดงมักมีเมล็ด1เมล็ดรูปทรงกลมขนาด0.5ซม.สีน้ำตาลคล้ำถึงม่วงดำ ผิวเป็นมันวาวมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีน้ำเงินเรื่อ
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-สิงหาคม

อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้ โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ),         รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554


เขางัวเผือก/Oxyceros longiflora


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Oxyceros longiflora (Lam.) T. Yamaz  
ชื่อพ้อง---
---Cupia scandens (Roxb.) DC.
---Griffithia eucantha Korth.
---Griffithia longiflora (Lam.) Korth.
---Griffithia palembanica Miq.
---Paederia bodinieri H.Lév.
---Posoqueria longiflora (Lam.) Roxb.
---Posoqueria multiflora Blume
---Pseudixora javanica Miq.
---Pseudixora zollingeriana Miq.
---Randia cupia Steud.
---Randia euacantha (Korth.) Boerl.
---Randia longiflora Lam.
---Solena multiflora (Blume) D.Dietr.
---Solena scandens (Roxb.) D.Dietr.
---Webera bispinosa (Lam.) Kurz
---Webera longiflora (Lam.) Kurz
---Webera scandens Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คัดเค้า,เค็ดเค้า,กาไอ,เล็บเหยี่ยว
ชื่อวงศ์ --- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย    
ไม้ พุ่มรอเลื้อยพบขึ้นตามป่าพรุ ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองและแนวป่าชายเลนที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว  ลำต้นสูง3-5เมตรกิ่งแขนงแตกด้านข้างสั้น สีเขียวคล้ำออกตรงข้ามสลับตั้งฉากกับลำต้น มีหนามโค้งงอคล้ายตะขอ1คู่เหนือง่ามใบ ลำต้นแก่แตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยมเล็กๆสีน้ำตาลคล้ำ
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงขอบขนาน ขนาด3+6ซม.ยาว5-10ซม.โคนใบแหลมถึงมนกลม ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลมผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง
ดอก แบบช่อกระจุกสองด้านหลายชั้นสั้นๆออกตามปลายกิ่ง ดอกย่อยหลายดอกรูปดอกเข็มมี5กลีบสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นเหลืองนวลมีกลิ่นหอม ขนาดดอก2ซม.
ผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็งค่อนข้างกลมขนาด1ซม.ผนังชั้นนอกหนาเกลี้ยงเป็นมันเมล็ดจำนวนมากฝังอยู่ในเนื้อ
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-มีนาคม
หมายเหตุ เขางัวเผือกมักจำแนกชนิดสับสนกับคัดเค้าเครือ(O.horridus Lour.)แตกต่างกันที่คัดเค้าเครือดอกเล็กกว่า พบขึ้นในป่าโปร่ง

อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้ โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ),         รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554


แข้งกวาง/Wendlandia tinctoria


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Wendlandia tinctoria A.DC.
ชื่อพ้อง---
---Rondeletia tinctoria Roxb.
---Wendlandia tinctoria subsp. tinctoria
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- แข้งฟาน กว้าวกวาง
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล สิกขิม ภูฏาน พม่


          ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 4-8เมตร ไม่ผลัดใบ พบตามป่าเบญจพรรณหรือป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 200-800เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล มีร่องแตกตามยาวหลุดเป็นชิ้นยาวๆ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม กว้าง2.4-5ซม.ยาว3.5-9ซม. ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบแก่ด้านบนเรียบเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมีขนนุ่ม ดอกสีขาว ขนาดเล็ก 2-2.5 มม.ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5อัน ติดอยู่ที่ปากหลอดกลีบดอก  ผลกลม แห้งแตกเป็นสองซีก ออกดอกและติดผลระหว่างเดือน ธันวาคม-มีนาคม
 ระยะออกดอก---และติดผลระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister) พิมพ์ครั้งที่1- พฤษภาคม 2542


ไข่เต่า/Diospyros martabanica


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Diospyros martabanica C.B.Clarke
ชื่อพ้อง---
---Diospyros eugenii Lecomte
---Diospyros mollis (Kurz) Gürke
---Gunisanthus mollis Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พลับไข่เต่า
ชื่อวงศ์ ---EBANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย ไทย พม่า ลาว เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์
ไม้ ต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบสูงถึง 13เมตร เนื้อไม้สีน้ำตาลแดง มักถูกทำลายโดยเชื้อรายอดอ่อนมีขนสีทอง ใบแก่ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนคล้ายไหม
ดอกสีเหลืองแกมเขียว ผล1.5-2.5ซม.รูปไข่ฐานผลบุ๋ม ผลใช้ทำสีย้อม

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

ไข่ปลา/Debregeasia longifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Debregeasia longifolia (Burm.f.) Wedd.
ชื่อพ้อง---
---Debregeasia velutina Gaud.
---Urtica longifolia Burm.f.
ชื่อสามัญ---Orange Wild Rhea
ชื่ออื่น---ไข่ปลา
ชื่อวงศ์---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย จีน อินโดจีน เมลีเซีย
ไม้ต้นขนาดเล็กสูง2-6 เมตร ประเทศไทยพบเกือบทุกภาคบริเวณพื้นที่ชุ่มชื้นริมน้ำหรือในป่าที่กำลังฟื้นคืนสภาพ
ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาล บางและเรียบมีรอยแตกลึกๆและรูอากาศกลมใหญ่ ใบเดี่ยวรูปหอกแคบกว้าง2.5ซม.ยาว9-23ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักผิวใบขรุขระมีขนปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกสีขาวขนาดเล็กออกเป็นช่อกลมแน่นตามกิ่งก้าน ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น
ผลขนาด2มม.สีแสดชุ่มน้ำผิวบางทรงกลมติดกันแน่นเป็นก้อน เมล็ดสีดำขนาดเล็ก
ระยะออกดอกติดผล---ช่วงเดือนมกราคม-เดือนเมษายน

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

คอไก่/Tarennoidea wallichii


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Tarennoidea wallichii (Hook.f.) Tirv. & Sastre
ชื่อพ้อง---Randia wallichii Hook.f.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- คอไก่
ชื่อวงศ์ ---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ ชวา ฟิลิปปินส์

 

ไม้ ไม่ผลัดใบ สูงถึง18เมตร เป็นไม้ถิ่นเหนือ พบทั่วไปในป่าดิบเขาที่ถูกรบกวนน้อย ลำต้นสั้นเป็นตะปุ่มตะป่ำ เรือนยอดทึบแตกกิ่งก้านอย่างเป็นระเบียบ เปลือกต้นบาง สีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลเทา ผิวเรียบหรือแตกเล็กน้อย เปลือกชั้นในสีส้มอ่อน มีเส้นใยสีเหลือง
ใบ เรียงตรงข้ามรูปมนรีหรือรูปไข่กลับ ขนาดใบกว้าง4-8ซม.ยาว10-24ซม.ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ใบแก่เหนียวคล้ายหนัง ผิวด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกอ่อนสีเขียวอ่อนแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เป็นช่อยาว5ซม.ไม่มีก้านช่อ
ผลขนาด0.8-1.8ซม.สีเขียวแก่มีวงสีเหลืองที่ปลาย ผลกลมเกลี้ยงมีเนื้อบางๆชั้นหุ้มเมล็ดแข็งภายใน2-4เมล็ด
ที่ชวาไม้ใช้ในงานก่อสร้าง

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


คัดเค้าหมู/Pisonia aculeata


ชื่อวิทยาศาตร์---Pisonia aculeata Linn.
ชื่อพ้อง---
---Pallavia aculeata (L.) Vell.
---Pisonia grandifolia Standl.
---Pisonia loranthoides Kunth
---Pisonia monotaxadenia C. Wright ex Sauv.
---Pisonia sieberi Schlecht.
---Pisonia villosa Poir.
---Pisonia yagua-pinda D.Parodi
ชื่อสามัญ---Cockspur, Thorny pisonia, Devil's claw, Pull-back-and-hold.
ชื่ออื่น---คัดเค้าหมู ตังขุย ตังผี ตังหนู ตังตุ่น มะกั๋งผี หูชะลวง
ชื่อวงศ์---NYCTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---เขตร้อนของทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา พม่า อินโดจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี ตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ พุ่มรอเลื้อยสูงได้ถึง8-10เมตร กิ่งก้านมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่หรือรี ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเขียวอ่อน ผลแห้งไม่แตก
ยาพื้นบ้านใช้เถาดองเหล้าดื่มวันละ3ครั้ง ครั้งละ1ถ้วยตะไลเช้า กลางวัน เย็น บำรุงกำลัง

คันหามเสือ/Aralia armata  

  

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Aralia armata (Wall. ex G.Don) Seem.
ชื่อพ้อง---
---Aralia tengyuehensis C.Y.Wu
---Aralia thomsonii var. glabrescens C.Y.Wu
---Panax armatus Wall. ex G.Don
ชื่อสามัญ--- wild sarsaparilla
ชื่ออื่น---คันหามเสือ
ชื่อวงศ์---ARALIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เนปาล ภูฏาน อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน มาเลเซีย ชวา
ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 8 เมตร มักจะมีลำต้นเดี่ยวคล้ายปาล์ม ต้นอ่อนมีหนามแหลม ใบขนาดใหญ่มาก  ขนาด1.2-3เมตรเป็นใบประกอบแบบขนนก2-4ชั้น ใบย่อยขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว4-13ซม.ใบแก่มีหนาม แหลมบนเส้นใบ ใบย่อยด้านข้างมีก้านใบสั้นมาก ก้านใบย่อยที่ปลายยาวถึง2.5ซม. ก้านใบร่วมมักมีหนามและพองออกที่ข้อหุ้มลำต้นที่ฐานก้าน
ดอก สีขาวช่อดอกซับซ้อนยาวถึง1เมตร มีกาบรูปสามเหลี่ยมรองรับ ผลสีดำกลมมีก้านเกสรตัวเมียที่ปลายมีเนื้อ บาง เมื่อแห้งมีสัน5สันเมล็ดเป็นเหลี่ยมมี5เมล็ด
รากใช้เป็นยาแก้ไข้
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

คันแหลน/Psydrax nitida

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Psydrax nitida (Craib.) K.M.Wong
ชื่อพ้อง---Basionym: Canthium nitidum Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมากพริก, ลิเภาไม้
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย ไทย
      ไม้ สูง8-10เมตรลำต้นเปลา ทรงพุ่มโปร่ง พบในป่าดิบแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ ที่ระดับความสูง100-400เมตร
เปลือกนอกสีน้ำตาลปนเทาหรือสีน้ำตาลเข้ม เปลือกแตกเป็นสะเก็ด ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปรี กว้าง2-4ซม.ยาว5-9ซม. โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่น กิ่งอ่อนรูปสี่เหลี่ยม
ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่ม ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีขาวอมเหลืองหรือเหลืองอ่อน โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5กลีบ ผลรูปรีขนาด6มม. ผลมีสองพูมีเมล็ดแข็งสุกสีม่วงอมดำ
ไม้เนื้อแข็งใช้ในงานก่อสร้าง

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ

ค้างคาว/Aglaia edulis

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Aglaia edulis (Roxb.) Wall
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- คอแลน ค้างคาว คังคาว ฮางคาว
ชื่อวงศ์ --- MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์--- ตั้งแต่อินเดียจนถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ต้นสูง 10-20 เมตร ในประเทศไทย พบกระจายบริเวณริมห้วย ที่ความสูง 300-700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ลักษณะ โคนต้นมีรากพอน เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ เนื้อไม้แข็งสีแดง ใบ ประกอบแบบขนนก ปลายใบคี่ ใบยาว40ซม. ใบย่อย6-10ใบเรียงสลับ ผิวเกลี้ยงรูปรีแกมขอบขนาน ยาว10-20ซม.
ดอกออกเป็นช่อยาว15-20ซม. มีขนนุ่ม ดอกย่อยขนาดเล็กสีครีมอมส้ม กลีบดอก5กลีบ
ผลกลมสีเหลืองส้มเมื่อสุก เปลือกหนาคล้ายหนัง ภายในมีเนื้อสีขาว รสเปรี้ยวอมหวานรับประทานได้ เมล็ดค่อนข้างกลม สีดำมัน  
ผลแก่เป็นอาหารของสัตว์ป่า เนื้อไม้ใช้ทำเชื้อเพลิง แต่ละส่วนของลำต้นใช้เป็นสมุนไพร
ลำต้นและราก ผสมรากทองกวาว กาฝากยางเหียงทั้งต้น ต้มดื่มน้ำ แก้อาการทางประสาท
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม
ออกผล---เดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ

ค่างเต้น/Canthium glabrum


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Canthium glabrum Bl
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Green Coffee
ชื่ออื่น--- ค่างเต้น หูเสือ เขากวาง
ชื่อวงศ์ --- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- พม่า คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ ชวา
ไม้ต้นขนาดเล็กสูง15เมตร ไม่ผลัดใบลำต้นตรงสอบเข้าตรงปลาย  กิ่งข้างออกเป็นคู่ขนานกับพื้นดิน  เปลือกสีน้ำตาลเทาอ่อน เกลี้ยงหรือมีร่องเล็กๆตามยาว ไม่มีหนาม
ใบ ออกระนาบลู่ลง กว้าง3-9ซม.ยาว7-18ซม.  ใบแก่เกลี้ยงเป็นมันสีเขียวเข้ม ด้านล่างมักมีจุดต่อมลึกลงระหว่างเส้นใบ หูใบรูปสามเหลี่ยมมีสันชัดเจน ดอก0.5ซม.สีเขียวอ่อนหรือขาวออกเป็นช่อเล็กๆ
ผลขนาด1.2-2.2ซม.สีเขียวแก่ เมื่อสุกสีดำ มนรีหรือรูปไข่กลับปลายบุ๋มเล็กน้อย มักจะเป็น2พูมีเนื้อบาง เมล็ดแข็งรูปสามเหลี่ยม2เมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


คำไก่/Olea salicifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Olea salicifolia Wall. ex G.Don
ชื่อพ้อง---
---Linociera cambodiana Hance
---Mayepea cambodiana (Hance) Kuntze
---Olea dentata Wall. ex DC.
---Olea dentata var. salicifolia (Wall. ex G.Don) C.B.Clarke
---Olea guangxiensis B.M.Miao
---Olea penangiana Ridl.
---Tetrapilus dentatus (Wall. ex DC.) L.A.S.Johnson
---Tetrapilus penangianus (Ridl.) L.A.S.Johnson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- คำไก่ กาแป๊ด มวกกอ แดงเขา สนั่น
ชื่อวงศ์ --- OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม บังคลาเทศ ทิเบต พม่า ไทย กัมพูชา เวียตนาม ลาว เวียตนาม มาลายา


ไม้ต้นผลัดใบระยะสั้น พบขึ้นประปรายในป่าดิบเขาที่มีการรบกวนน้อย เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มมีรอยแตกเป็นร่อง ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวเรียงตรงข้าม ขอบใบมีหยักป้าน ใบไม่มีขน
ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบใกล้ปลายยอด 3-11x1-3ซม.ดอกเล็กสีขาวหรือเหลืองอ่อน ชั้นกลีบเลี้ยงมีขนยาวปกคลุมชั้นกลีบดอก อับเรณูมีติ่งสั้นๆ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


คำขาว/Rhododendron moulmeinense


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhododendron moulmeinense Hook.f.
ชื่อพ้อง---Rhododendron westladii Hemsl.
ชื่อสามัญ---Westland's rhododendron
ชื่ออื่น---กุหลาบพันปีป่า กุหลาบเขาหลวง
ชื่อวงศ์--- ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 2-8 เมตร เจริญเติบโตได้ดีบนภูเขาสูงอากาศหนาวเย็น สภาพป่าสมบูรณ์ ร่มครึ้ม ความชื้นสูง ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ เป็นกลุ่มห่างๆกลุ่มละ 3-6 ใบ รูปรีแกมรูปหอกยาว 7-14 ซม.กว้าง 3-6 ซม. ปลายใบแหลม
ดอก สีขาวออกเป็นช่อตามปลายกิ่งและซอกใบช่อละ 3-5 ดอก ดอกกว้างถึง 6 ซม.กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกแผ่เป็น 5 กลีบบริเวณโคนกลีบมีประสีเหลืองแต้มเป็นทาง ผลรูปทรงกระบอกมี 5 พู ขนาด 3-4 ซม.ผลแก่แตกเป็น 5 เสี่ยงเมล็ดแบนขนาดเล็กมีปีกบางใสล้อมรอบ จำนวนมาก
การกระจายพันธุ์ ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ตามป่าดิบเขาที่ค่อนข้างโปร่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 950-2,200เมตร เช่น เขาหลวงและเขานัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-พฤษภาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


คำแดง/Rhododendron arboreum ssp. Delavayi

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhododendron arboreum ssp. Delavayi (Franch.) Chamberlain
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Azalea, Tree rhododendron
ชื่ออื่น---กุหลาบพันปี
ชื่อวงศ์--- ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พบทั่วไปตลอดเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 2,000-2,500 เมตร
ไม้ ไม่ผลัดใบ ขนาดความสูง 10เมตร ลำต้นอ้วนสั้นเป็นตะปุมตะป่ำ กิ่งก้านบิดงอ เปลือกต้นสีน้ำตาลอมแดง หลุดลอกได้ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับที่ปลายกิ่ง รูปหอกกว้างแกมขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม.ยาว 7-14 ซม.ใบแก่เหนียวขอบใบเรียบด้านบนของใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่ามีขนสีเงินแต่ไม่มีเกล็ด
ดอก สีแดงเข้มออกเป็นช่อกลมที่ปลายกิ่งมีกาบขนาดใหญ่ที่มีขนรองรับ จำนวน 4-12 ดอก ดอกย่อยรูประฆังปลายแยกเป็น 4-6 กลีบ ขนาดของดอก 3-5ซม.ผลขนาด 1.5-3 ซม.รูปขอบขนานโค้งน้อยๆสีน้ำตาล มีสัน ผลแข็งแตกได้เป็น 5 ส่วน เมล็ดมากมายสีน้ำตาล มีแผงขนทั้ง 2 ด้าน
ในประเทศไทย การ กระจายพันธุ์จำกัดอยู่เฉพาะตอนบนของดอยอินทนนท์ และอำเภอ อมก๋อย
ดอกบานเต็มที่ปลายเดือนกุมภาพันธ์

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

คำฟู/Cyathocalyx martabanicus var. martabanicus

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Cyathocalyx martabanicus Hook.f. & Thomson var. martabanicus
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คำฟู
ชื่อวงศ์ --- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน
ไม้ ต้นสูง 15-20เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ ที่ระดับความสูง 200-400เมตร โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม เปลือกหนา กลิ่นฉุน แตกกิ่งเฉพาะที่ยอด กิ่งตั้งฉากกับลำต้น กิ่งอ่อนเรียบ เนื้อไม้เหนียวมาก
ใบรูปรี กว้าง7-10ซม.ยาว15-25ซม. โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ใบหนา แข็ง ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นกระจุก 2-3 ดอกตามกิ่งตรงข้ามใบ ดอกอ่อนสีเขียว บานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้น ดอกบานได้หลายวันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน และหอมแรงตอนช่วงพลบค่ำ
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้วงศ์กระดังงา ผู้แต่ง ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น


คำมอกน้อย/Gardenia obtusifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Gardenia obtusifolia Roxb. ex Kurz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คำมอกน้อย กระมอบ สีดาโคก ฝรั่งโคก คมขวาน
ชื่อวงศ์ ---  RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย พม่า


ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 2-4เมตร ผลัดใบระยะสั้นก่อนออกดอกประเทศไทยพบมากที่จังหวัด ตาก ลำปาง นครราชสีมา เลย ชัยภูมิ ในระดับความสูง200-500เมตร
ลักษณะทรงพุ่มกลมแน่นทึบ ปลายยอดมียางข้นสีเหลืองติดอยู่ เปลือกหนาสีน้ำตาลเข้ม โคนลำต้นแตกเป็นร่องลึกตามยาวโคนต้น
ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉาก ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว6-14ซม. เนื้อใบหนาผิวใบมีขนสั้นๆคายมือ
ดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่งเมื่อเริ่มบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลดอก หอมอ่อนและหอมแรงขึ้นเมื่อพลบค่ำ หากอยู่ในที่แล้งจะทิ้งใบออกดอกพร้อมกันทั้งต้น
ผลเดี่ยวรูปรียาว4ซม.มีเมล็ดจำนวนมาก
กระพี้ไม้สีน้ำตาลอ่อน เนื้ออ่อนมาก ให้น้ำมันยางสีเหลืองใส
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนธันวาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ

คำรอก/Ellipanthus tomentosus


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ellipanthus tomentosus Kurz
ชื่อพ้อง---
---Connarus urdanetensis Elmer
---Ellipanthus burebidensis Elmer
---Ellipanthus cinereus Pierre
---Ellipanthus curtisii King
---Ellipanthus gibbosus King
---Ellipanthus griffithii Hook.f.
---Ellipanthus helferi Kurz
---Ellipanthus longifolius Merr.
---Ellipanthus luzoniensis S.Vidal
---Ellipanthus mindanaensis Merr.
---Ellipanthus neglectus Gamble
---Ellipanthus sarawakensis G.Schellenb.
---Ellipanthus subrufus Pierre
---Ellipanthus urdanetensis (Elmer) Merr.
---Ellipanthus vidalii Elmer
---Trichostephania chevalieri Tardieu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น --- กะโรงแดง, หมาตายทากลาก, ประดงเลืิอด, ตานนกกดน้อย, จันนกกด ,คีรีนกกด, อุ่นขี้ไก่
ชื่อวงศ์  CONNARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู และสุมาตรา


ไม้ยืนต้นสูงได้ถึง30เมตร ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ลักษณะของกิ่งก้านมีขนละเอียดสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอกหรือรูปไข่ กว้าง 3-9ซม.ยาว7-22ซม. ฐานใบมน หรือ รูปลิ่ม ปลายใบมน หรือ เรียวแหลม ท้องใบมีขนโดยเฉพาะที่เส้นใบ
ดอกช่อออกเป็นกระจุกแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบดอก มักสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยจำนวนไม่มาก มีขนปกคลุมเล็กน้อย กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้จำนวน 5 กลีบ ดอกสีขาว หรือสีครีม ด้านนอกมีขนประปราย ด้านในมีขนมาก เกสรเพศผู้เกลี้ยงยกเว้นตรงฐาน
ผลแห้งแตกได้ รูปไข่มีขนละเอียดสีน้ำตาล เมล็ดสีดำมีเยื่อหุ้มสีแดงสด

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


คำแสด/Mallotus philippensis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Mallotus philippensis (Lam.) Muell.Arg.
ชื่อพ้อง---Basionym: Croton philippensis Lam.
---Croton philippense Lam.
---Echinus philippensis (Lam.) Baill.
---Rottlera tinctoria Roxb.
ชื่อสามัญ--- Kamala tree, Red kamala, Orange Kamala, Kamala Dye Tree, Monkey Face Tree.
ชื่ออื่น---มะกายคัด, มะกายขัดหิน ,มะคาย, ผงขี้ตั้ง
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อาฟกานิสถาน หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรอินโดจีน พม่า สุมาตรา ชวา ออสเตรเลีย
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 15เมตร เรือนยอดแน่นทึบ ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลออกแดงหนาแน่น ใบแก่เรียบเกลี้ยง ด้านล่างสากคาย ดอกช่อแบบช่อกระจะ สีเหลืองอมเขียว ขนาดเล็ก
ผลมีขนสั้นๆและต่อมเล็กๆสีแดง ผลแห้งแตกกลางพู มีสันกลางพู เมล็ดกลม
ราก ใบมีคุณสมบัติทางสมุนไพร ผิวของผลสุกให้สีย้อมผ้าไหม และน้ำมันจากเมล็ดใช้สำหรับรักษาสภาพ ใช้เป็นน้ำมันชักเงา และสีแห้งเร็วเป็นยาภายนอกสำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนัง เป็นยาภายในใช้ถ่ายพยาธิ
และเป็นต้นไม้ที่ใช้ในงานพิธีต่างๆในศาสนาฮินดู

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

คำหด/Engelhardtia spicata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Engelhardtia spicata Lechen ex Blumeชื่อพ้อง---
---Engelhardtia aceriflora (Reinw.) Blume
---Gyrocarpus pendulus Blanco
---Pterilema aceriflorum Reinw.
ชื่อสามัญ---Mauwa
ชื่ออื่น---คำหด
ชื่อวงศ์ --- JUGLANDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีน ไหหลำ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย บอร์เนียว ฟิลิปปินส์


ไม้ผลัดใบสูง 20-30เมตร เรือนยอดทึบ แต่ดูซีด กิ่งตั้งขึ้น เปลือกต้นสีเทา หรือน้ำตาล เปลือกชั้นในสีน้ำตาลแดงเป็นเยื่อใย ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่หรือคี่ มีใบย่อย3-5คู่ คู่บนใหญ่สุดถึงกว้าง2.2ซม.ยาว8ซม.ขอบใบเรียบก้านใบร่วมยาว15-37ซม.
ดอก เล็กเป็นช่อเรียวแตกแขนง ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ดอกเพศเมียอยู่ปลายช่อ ดอกเพศผู้ออกตามกิ่งข้างด้านล่าง แต่ละดอกมีกาบที่ปลาย3พูรองรับ กลีบเลี้ยง4กลีบไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้(6)8-13อัน
ผลมี3ปีก ปีกกลางใหญ่กว่าปีกข้าง มีเส้นปีกเล็กละเอียด ส่วนกลางผล3-5ซม.มีขนหนาม  
ไม้ค่อนข้างแข็งใช้งานง่ายแต่การใช้งานไม่คงทน เปลือกมีสารแทนนินมาก ต้นไม้ใช้สำหรับเลี้ยงครั่ง ยางมีพิษ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


เคด/Catunaregam tomentosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng.
ชื่อพ้อง---Basionym: Gardenia tomentosa Blume ex DC.  
---Gardenia dasycarpa Kurz    
---Gardenia tomentosa Blume ex DC.    
---Randia dasycarpa (Kurz) Bakh.f.    
---Randia tomentosa (Blume ex DC.) Hook.f. [Illegitimate]
---Xeromphis tomentosa (Blume ex DC.) T.Yamaz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เคด, กะแทง, เคล็ด, เคล็ดทุ่ง, หนามเค็ด,หนามแท่ง
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย
 ไม้ ยืนต้นสูง 4-8เมตร กิ่งก้านมีหนามแหลมยาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง3-5ซม.ยาว5-7ซม.ท้องใบสีอ่อนกว่าและมีขน หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวกลิ่นหอม ผลแห้งไม่แตกรูปไข่
ชาวบ้านใช้ผลแก่ตีกับน้ำเป็นยาสระผม

เคี่ยม/Cotylelobium melanoxylon

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cotylelobium melanoxylon (Hook.f.) Pierre
ชื่อพ้อง---Anisoptera melanoxylon Hook.f.
ชื่อสามัญ---(ชื่อท้องถิ่น)Resak tembaga in Malay and Khiam (เคี่ยม) in Thai.
ชื่ออื่น--- เคี่ยม, เคียมขาว, เคี่ยมดำ, เคี่ยมแดง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย
ไม้ ต้นผลัดใบ สูง 20-40 เมตร ลำต้นตรง เปลือกเรียบสีน้ำตาลเข้ม มีรอยด่าง เทาเหลืองสลับ มีต่อมระบายอากาศกระจายทั่วไป ตามยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลสั้นๆปกคลุม ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่หรือมนกว้าง ปลายใบแหลมสอบเรียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบหนาเป็นมัน
ดอกออกเป็นช่อยาว ดอกมีสีขาวกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเป็นผลแห้งรูปทรงกลมมีขนนุ่ม ปีกยาว1คู่ปลายปีกมนมีสันตามยาว5สัน
เนื้อไม้ใช้ทำพื้น เรือ แพ สะพาน หมอนรองรถไฟ และสิ่งก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงทนทานมากๆ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


เคี่ยมคะนอง/Shorea henryana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Shorea henryana Pierre
ชื่อพ้อง---
---Shorea longestipulata Tardieu
---Shorea sericeiflora C.E.C.Fisch. & Hutch.
ชื่อสามัญ---White Meranti
ชื่ออื่น---เคี่ยมคะนอง เคียนทราย เคี่ยมคะนอง สยา เชื่อม ชีนรุ่ง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน

ไม้ต้นขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบสูง 20-30 เมตรพบทั่วไปทางภาคตะวันออกและภาคใต้ที่สูง กว่าระดับน้ำทะเล 100-500 เมตร ลักษณะลำต้นเปลาตรงโคนต้นมีพูพอนบางๆเปลือกสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องและสะเก็ดยาวๆ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล มีหูใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก
ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมรูปหอก ยาว 7-9 ซม. โคนใบมนแล้วเรียวสอบไปทางปลาย ใบอ่อนสีชมพูเรื่อๆ มีขนสีน้ำตาลนุ่มทั้งสองด้าน ใบแห้งสีม่วงปนน้ำตาลอ่อน
ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกสีขาว กลีบดอก5กลีบ ผลรูปกระสวย ปลายผลเรียวแหลมห่อหุ้มด้วยกระพุ้ง โคนปีก มีปีกยาว 3 ปีก และสั้น 2 ปึก
ใช้ประโยชน์ ทำเฟอร์นิเจอร์ภายในหรือทำไม้แบบเทหล่อคอนกรีต และอุปกรณ์การเกษตร

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ


แคขาว/Dolichandrone serrulata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dolichandrone serrulata (DC.) Seem.
ชื่อพ้อง---
---Bignonia serratula Wall. ex DC.
---Bignonia serrulata Wall. ex DC.
---Spathodea serrulata (Wall. ex DC.) DC.
---Stereospermum serrulatum DC.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคขาว
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว เวียตนาม
ไม้ ผลัดใบสูงถึง25เมตร เรือนยอดแคบทรงกระบอก กิ่งก้านเรียวเล็ก เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน เรียบหรือล่อนหลุดเล็กน้อย ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวใบย่อย3-5คู่ ขอบใบหยักเป็นซี่ประปรายฐานใบไม่สมมาตรใบอ่อนจับแล้วรู้สึกเหนียว ดอกสีขาวสะอาดบานตอนกลางคืน ตอนเช้าร่วง ดอกกินได้ ช่อดอกสั้นไม่แตกแขนงช่อละ3-7ดอกออกที่ปลายกิ่ง ผลยาวปลายแหลมบิดเป็นเกลียว
      ขึ้นประปรายในป่าเปิดจากจ.เชียงใหม่ลงไป ส่วนมากจะเห็นตามหัวไร่ปลายนา ที่ยังคงเหลืออยู่เพราะดอกรับประทานได้

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


แคชาญชัย/Radermachera eberhardtii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Radermachera eberhardtii Dop.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--แคชาญชัย
ชื่อวงศ์--- BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ และเวียดนาม ประเทศไทย
ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กสูง12เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ยาว 10-30ซมมีใบย่อย2-3คู่ ผิวใบเรียบ มีต่อมสีม่วงดำใกล้ฐานใบ ดอกสีเหลืองสดช่อดอกยาว12-50ซม.  หลอดกลีบดอกรูปกรวยแคบ ผลบิดงอมีหลอดกลีบเลี้ยงรองรับที่ฐานห้อยเป็นพวง
ไม่ค่อยพบ เป็นไม้ชั้นล่างในป่าดิบชื้น

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

แคทราย/Stereospermum Colais


ชื่อวิทยาศาสตร์---Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillwyn) Mabb.
ชื่อพ้อง---
---Stereospermum personatum var. puberula (Dop) D. D. Tao    
---Stereospermum personatum (Hassk.) Chatterjee    
---Stereospermum colais var. puberula (Dop) D.D. Tao    
---Dipterosperma personatum Hassk.    
---Stereospermum tetragonum DC.    
---Bignonia colais Buch.-Ham. ex Dillwyn
ชื่อสามัญ---Trumpet Flower Tree, Yellow Snake Tree.
ชื่ออื่น---แคทราย
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน(ยูนนาน) คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ สิงคโปร์ สุมาตรา
ไม้ ผลัดใบสูง25เมตร พบค่อนข้างมาก ในที่กึ่งโล่งแจ้งในป่าเบญจพรรณที่ชื้น และป่าดิบเขา
 เรือนยอดมีกิ่งก้านแตกกิ่งมาก ลำต้นสั้นเปลือกสีน้ำตาลครีม หลุดล่อนเล็กน้อย ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบแก่เกลี้ยงหรือมีขนสีขาวเล็กๆประปรายด้านล่างใบ มักมีต่อมแบนสีเข้มใต้ฐานใบ
 ดอกขนาด1.8-2.5ซม.ช่อหลวมๆที่ปลายกิ่งอ่อนยาว15-40ซม.  ดอกมีกลิ่นหอมเล็กน้อยบานตอนเช้า
ผลมีสันสีสันแตกออกได้ตามยาวเป็น4ซีกปลายเมล็ดทั้งสองด้านมีปีกแคบๆ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

แคทะเล/Dolichandrone spathacea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Dolichandrone spathacea (L.f.) K. Schum
ชื่อพ้อง---
---Bignonia longissima Lour. nom. illeg.
---Bignonia spathacea L.f.
---Dolichandrone longissima (Lour.) K.Schum.
---Dolichandrone rheedei (Spreng.) Seem.
---Pongelia longiflora Raf. nom. inval.
---Spathodea diepenhorstii Miq.
---Spathodea grandiflora Zipp. ex Span.
---Spathodea longiflora P.Beauv.
---Spathodea loureiroana DC.
---Spathodea luzonica Blanco
---Spathodea rheedei Spreng.
---Spathodea rostrata Span.
ชื่อสามัญ---Mangrove Trumpet Tree, Tui, Tuai, Joran
ชื่ออื่น---แคน้ำ
ชื่อวงศ์--- BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---คาบสมุทรตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย ถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นิวคาเลโดเนีย และหมู่เกาะโซโลมอน

ไม้ ต้นผลัดใบช่วงสั้นๆหรือไม่ผลัดใบ สูง5-15 เมตร พบขึ้นกระจายห่างๆตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง แนวหลังป่าชายเลน หรือในพื้นที่ที่เป็นเลนแข็งและน้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว
 ลักษณะทรงต้นเรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งก้านน้อน ทุกส่วนเมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เปลือกนอกเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น สีเทาคล้ำหรือน้ำตาลอมเทา มีช่องอากาศกระจายทั่วลำต้น
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย2-4คู่ เรียงตรงข้ามจากเล็กไปหาใหญ่ แผ่นใบย่อยไม่สมมาตร รูปไข่แกมรูปใบหอกถึงรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว7-16ซม. ขอบใบเรียบถึงเป็นคลื่นเล็กน้อย เนื้อใบบางผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวมันวาว ด้านล่างสีซีดกว่า
ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาวรูปแตร มีกลิ่นหอม ดอกบานขนาด7-13ซม. แต่ละช่อมี3-7ดอก
ผล แบบผลแห้งแตกกลางพู คล้ายฝักเรียวโค้งและบิดเป็นเกลียว ขนาดกว้าง2.3ซม.ยาว30-40ซม. ฝักแก่สีเขียวอมม่วง เมื่อแห้งสีเทาขาวแตกได้เป็น2ซีก เมล็ดจำนวนมาก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนานุ่ม แบน มีปีกแคบ
ระยะออกดอกออกผล---เกือบตลอดปี พบออกดอกมากระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน

อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้ โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ),         
รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554

แคฝอย/Stereospermum cylindricum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Stereospermum cylindricum Pierre ex Dop.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคฝอย แคสี
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา
ไม้ต้นขนาดกลางผลัดใบระยะสั้นสูงประมาณ 10-20 เมตร พบทั่วไปในป่าผสมผลัดใบ ป่าดงดิบ เรือนยอดแคบเปลือกต้นสีเทาอ่อนหรือน้ำตาลครีม หลุดล่อนเล็กน้อย
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน2-4คู่ รูปใบมนแกมขอบขนาน ยาว8-12ซม. ฐานใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลมด้านล่างใบมีขนนิ่มรอยแผลใบ ชัดเจน
ช่อ ดอกแบบช่อกระจะออกตามปลายกิ่งดอกรูประฆังโคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกบางสีขาวขอบกลีบหยัก ดอกบานตอนกลางคืน ตอนเช้าร่วงใต้ต้นขาวไปหมด ออกดอกเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม
ผลเป็นฝักแห้งแล้วแตกคดเป็นเกลียวกว้าง5-8มิลลิเมตร ยาว30-40ซม. เมล็ดมีปีกสองด้าน  
เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือการเกษตร ปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ทรงต้นสูงชะลูด                                              ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม                                         

อ้างอิง-ภาพประกอบการศึกษา : หนังสือ คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ

แคยอดดำ/Stereospermum fimbriatum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Stereospermum fimbriatum (Wall.ex G.Don) DC
ชื่อพ้อง---
---Bignonia fimbriata Wall. ex G.Don
---Stereospermum mekongense Dop
ชื่อสามัญ---Snake tree flowers
ชื่ออื่น---แคยอดคำ แคยอดดำ
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ลาว พม่า มาเลเซีย ไทย


ไม้ ผลัดใบระยะสั้นสูงถึง35เมตร พบขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบระดับต่ำ
เรือนยอดแคบเปลือกต้นสีเทาอ่อนหรือน้ำตาลครีม หลุดล่อนเล็กน้อยใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 2-4คู่ ขอบใบเรียบ ใบอ่อนสีม่วง ใบแก่สีเหลืองถึงเขียวอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อน
ดอก สีขาวหรือชมพูอ่อนออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกมักออกก่อนผลิใบใหม่ ดอกบานตอนกลางคืนและกลีบดอกจะหลุดร่วงในตอนเช้าตรู่
เนื้อไม้แข็ง ดำ การใช้งานค่อนข้างทน แม้จะอยู่ที่พื้น เหมาะทำเสาบ้านหรือไม้ค้ำ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


แคสันติสุข/Santisukia kerri

  

ชื่อวิทยาศาสตร์---Santisukia kerrii (Barnett & Sandwith) Brummit
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคสันติสุข แคผู้
ชื่อวงศ์---
ถิ่นกำเนิด--- BIGNONIACEAE
เขตกระจายพันธุ์---
 พบครั้งแรกที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
ลักษณะ เด่นเฉพาะตัว เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่ขึ้นอยู่บนเขาหินปูน กระจายอยู่ในจังหวัด ขอนแก่น นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี หากมีช่วงแล้งยาวนานจะทิ้งใบและออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ติดฝักจำนวนมากเมล็ดงอกได้ดี
เหมาะ ที่จะปลูกเป็นไม้ประดับลงแปลงกลางแจ้ง เลือกปลูกบนพื้นที่บนเนินสูง เป็นแปลงหรือเป็นต้นเดียว ไม่ควรปลูกร่วมกับพรรณไม้อื่นที่ต้องการน้ำมากเพราะจะไม่ออกดอก
ลักษณะเป็นไม้ต้นสูง5-10เมตรใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ยาว 13-17ซม.มีใบย่อย5-9คู่ ใบอ่อนมีขนปกคลุม  
ช่อ ดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายยอดยาว 10-20 ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกรูประฆังสีขาวอมชมพู  ปลายกลีบหยักเว้าและย่น เมื่อบานมีเส้นผ่านศูนย์กลางดอก4-5 ซม.
ผลแห้งแล้วแตกเมล็ดแบนและมีปีกบางๆ
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

แคหันแห้/Stereospermum neuranthum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Stereospermum neuranthum Kurz.
ชื่อพ้อง---
---Radermachera wallichii (C.B.Clarke) Chatterjee
---Stereospermum grandiflorum Cubitt & W.W.Sm.
---Stereospermum wallichii C.B.Clarke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคหันแห้
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม
ไม้ต้นขนาดความสูง 8-20เมตรเรือนยอดมีกิ่งก้านมาก กระจายอยู่ในป่าเบญจพรรณกึ่งโล่งแจ้งและป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูง1200เมตร
 ทรงพุ่มกลมรูปไข่โปร่ง ลำต้นเปลาตรงเปลือกนอกค่อนข้างเรียบสีน้ำตาลปนเทา เนื้อใบหนามีขนสากทั้งสองด้าน
ช่อดอกออกที่ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอดช่อดอกยาว5-14ซม. ดอกสีขาวอมเขียวมีเส้นสีม่วงเข้ม  รูปแตรปลายกลีบแยกเป็น5แฉก
ยอดอ่อนและดอกนำมาต้มลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก เนื้อไม้มีคุณภาพดี

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


แคหางค่าง/Markhamia stipulata var. stipulata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Markhamia stipulata (Wall.) Seem. var. stipulata
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคหัวหมู, แคเขา,แคหางค่าง, แคปุ๋มหมู, แคอาว, แคขอน
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม
ไม้ ต้นผลัดใบสูง8-15เมตร ทรงพุ่มกลมทึบขึ้นอยู่ในที่โล่งแจ้ง ป่าเบญจพรรณหรือป่าดิบ ที่ระดับ 600-1,600 เมตร ทางภาคเหนือและภาคกลาง
ลักษณะ เปลือกต้นสีครีมออกน้ำตาล มีรอยแตกตามแนวยาวเล็กน้อย เปลือกชั้นในมีชั้นสีส้มอ่อนกับส้มแก่สลับกัน กิ่งอ่อนมีขนแน่น มีรอยแผลใบให้เห็นอยู่
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปขอบขนาน 5-9 ใบ ยาว8-20ซม. ติดตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ปลายใบสอบหยักคดเป็นติ่งยาว เนื้อใบค่อนข้างหนาสีเขียวเข้ม ด้านล่างของใบมีขนสีน้ำตาลอ่อนซึ่งหลุดลอกง่าย
ดอกช่อแบบช่อกระจะออกตามปลายกิ่ง ยาว10-20 ซม.ดอกรูปแตรบาน สีเหลืองหม่น และมีสีน้ำตาลแดงบริเวณโคนหลอดกลีบดอกด้านใน ปลายดอกแยกเป็น 5แฉก ขอบกลีบหยัก เมื่อบานมีขนาด 8-10 ซม.
ฝักแห้งแล้วแตกลักษณะกลมค่อนข้างแบน กว้าง2.5ซม.ยาว40-60ซม. ผิวฝักมีขนยาวสีเทาหนาแน่น เมล็ดบางมีปีก
ดอกลวกเป็นผักจิ้ม เนื้อไม้ใช้ทำเสาและอุปกรณ์การเกษตร

แคหางอึ่ง/ernandoa adenophylla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Fernandoa adenophylla (Wall. ex G.Don) steenis
ชื่อพ้อง---
---Bignonia adenophylla Wall. ex G.Don    
---Haplophragma adenophyllum (Wall. ex G.Don) Dop    
---Heterophragma adenophyllum (Wall. ex G.Don) Seem. ex Benth. & Hook.f.    
---Spathodea adenophylla A.DC
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคหางอึ่ง แคขน แคบิด
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ อัสสัม หมู่เกาะอันดามัน พม่า กัมพูชา ไทย ลาว เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์
ไม้ผลัดใบสูง15เมตร พบทั่วไปในป่าเปิดและป่าชั้นที่สอง ลักษณะลำต้นคดงอ เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ หรือหลุดลอกเล็กน้อย เปลือกชั้นในนิ่มสีครีม หรือเหลืองอ่อนมีริ้วสีส้ม
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย2-4คู่ ใบย่อยบนๆจะใหญ่กว่าใบย่อยตอนล่าง  ด้านล่างใบมีขนรูปดาวสีน้ำตาลแดง ซึ่งถูออกง่าย และมีจุดต่อมจมลึกกระจายในใบ
ดอก ช่อแบบช่อแยกแขนง รูปแตร ดอกสีครีมหรือเหลืองออกน้ำตาล บานตอนกลางคืน ทุกส่วนของดอกมีขนหนาแน่น ผลเป็นฝักมีสัน 8-10สัน ม้วนบิดเป็นเกลียว มีขนสีน้ำตาลหนาแน่น แตกตามยาวเป็นสองซีก เมล็ดแบนมีขอบเป็นเยื่อบางๆคล้ายปีก
ดอกและฝักอ่อนลวกรับประทานเป็นผักจิ้ม เนื้อไม้ใช้ทำเป็นเชื้อเพลิง

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


แคอึ่ง/Heterophragma sulfereum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Heterophragma sulfereum Kurz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แคอึ่ง แครกฟ้า
ชื่อวงศ์---BIGNONIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา ลาว
ไม้ ต้นผลัดใบสูงถึง22เมตร ขึ้นประปรายในป่าเต็งรังที่แห้งและเปิด เรือนยอดแคบและโปร่ง เปลือกต้นสีเทาหนามีรอยแตกลึก ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ยาว 25-70 ซม.มักจะออกเป็นวง วงละ 3 ใบ ใบย่อย 3-4 คู่ คู่บนใหญ่สุด ดอกขนาด 5-7 ซม.สีขาวหรือเหลืองอ่อนบานกลางวันมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ช่อออกปลายกิ่งยาว 10-24 ซม. ผลรูปขอบขนานตรง ขนาด 30-55 x 5-8 ซม. ปลายทั้งสองแหลมไม่มีสัน มีขนสั้นๆสีน้ำตาลเมล็ดมีปีกใสกว้าง
ระยะออกดอก---เดือน มกราคม - กุมภาพันธ์
ผลแก่เดือน--- เมษายน - พฤษภาคม

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


ไคร้มด/Ilex umbellulata

 

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Ilex umbellulata (Wall.) Loes..
ชื่อพ้อง---
---Ilex sulcata Wall. ex Hook.f.
---Ehretia umbellulata Wall.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เน่าใน
ชื่อวงศ์---AQUIFOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม บังกลาเทศ พม่า ไทย อันดามัน นิโคบาร์
ไม้ไม่ผลัดใบสูง 24เมตร พบกระจายทั่วไปในป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าพรุ ทุกภาคของประเทศไทย ที่ระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง800เมตร
ลักษณะ เปลือกนอกของต้นเรียบบาง สีน้ำตาล เทาปนขาว สีเทาหรือสีดำ เปลือกเป็นรอยขวั้นเป็นช่วงๆ
ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมขอบขนาน โคนใบมน ทู่หรือเบี้นว ขอบใบเรียบ ปลายใบทู่หรือแหลม กว้าง3-5ซม.ยาว4-10ซม.ใบด้านบนสีเขียวแก่เป็นมัน  ใบแก่ก่อนร่วงสีเหลือง ใบแห้งสีน้ำตาลดำ   
ดอก สีขาวหรือเขียวอ่อนแยกเพศอยู่ต่างต้น ออกเป็นกระจุก แน่นในซอกใบบนๆ เป็นช่อพร้อมใบอ่อน  ก้านช่อกดอกยาว2ซม. มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากขนาด2-3มม. มีกลีบดอก5กลีบ ผลกลมขนาด5มม.ดิบสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดงดำเมื่อสุก เมล็ดแข็ง ออกดอกเดือนธันวาคม-เดือนมกราคม ผลแก่เดือนพฤษภาคม
เนื้อไม้ใช้เป็นเชื้อเพลิง


ไคร้มันปลา/Glochidion sphaerogynum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Glochidion sphaerogynum (Müll.Arg.) Kurz
ชื่อพ้อง---
---Phyllanthus sphaerogynus Müll.Arg.
---Diasperus sphaerogynus (Müll.Arg.) Kuntze.

ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไคร้มันปลา มันปลา
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ อัสสัม จีนตอนใต้ พม่า ไทย เวียตนาม
ไม้ต้น สูง 5-15 ม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก มักโค้งลงคล้ายเคียว ใบแก่สีแดง กว้างประมาณ2.5-4ซม. ยาว7-12ซม.
ช่อดอกแยกเพศ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกเพศเมียสีเหลือง ก้านดอกสั้น มีกลีบดอก 6 กลีบ ดอกเพศผู้ก้านดอกยาว สีเขียว เหลือง ถึงส้ม
ผลกลมแบน ขอบเว้าเป็นพูตื้น 8-12 พู แห้งแล้วแตก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผล 1ซม.เมล็ดสีส้มรูปร่างไม่แน่นอน ขนาด3-4 มม.
ระยะออกดอก---เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม

ง้าว/Bombax anceps

ชื่อวิทยาศาสตร์---Bombax anceps Pierre.
ชื่อพ้อง---
---Salmalia anceps (Pierre) Stearn
---Gossampinus valetonii Bakh.
---Gossampinus anceps Bakh.
---Bombax cambodiense Pierre
---Bombax valetonii Hochr.
---Bombax kerrii Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---งิ้วป่า ง้าวป่า งิ้วขาว งิ้วผา
ชื่อวงศ์---BOMBACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-อินโดจีน
เขตกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์

 

ไม้ ต้นผลัดใบสูงถึง 30เมตรพบการกระจายกว้างขวางทั่วไปแต่ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณที่มีหินปูน เป็นไม้ที่ขึ้นสูงเหนือไม้อื่นในป่าผสมป่าดิบ
 ลักษณะลำต้นมีหนาม ใบประกอบแบบนิ้วมือใบย่อย 5ใบ รูปรีแคบถึงรูปหอกกลับ ขนาดกว้าง4-7ซม.ยาว12-16ซม.ดอกสีขาว ขนาด6.5-8ซม.ออกดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยง 5กลีบรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5กลีบอวบหนา กลีบดอก5กลีบแยกกันมีขนทั้ง2ด้าน เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนเชื่อมติดกันเป็น5มัด ผลแห้งจะแตก แข็งคล้ายเนื้อไม้ เมล็ดจำนวนมากมีปุยขนคล้ายนุ่น ออกดอกเดือน พฤศจิกายน -เดือนกุมภาพันธ์
เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือนในบ้าน ปุยขนใช้ยัดใส่หมอน แบบโบราณ

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร                                                                                             ---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี (The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister) พิมพ์ครั้งที่1- พฤษภาคม 2542


งำเงาะ/Stelechocarpus cauliflorus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Stelechocarpus cauliflorus (Scheff.) R.E.Fr.
ชื่อพ้อง---
---Sageraea cauliflora Scheff.
---Sageraea nitida (King) Finet & Gagnep.
---Stelechocarpus longipes Craib
---Stelechocarpus nitidus King
---Winitia cauliflora (Scheff.) Chaowasku
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บอร์เนียว สุมาตรา มาลายา ไทย
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง8-15เมตร แตกกิ่งขนานกับพื้นดิน โคนต้นมีพูพอนระดับต่ำ เนื้อไม้เหนียวมาก เปลือกหนาสีดำมีกลิ่นฉุน มีปุ่มดอกตามลำต้นเด่นนูนจำนวนมาก ใบรูปหอกแกมขอบขนานสีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก ออกเป็นกระจุกตามลำต้น ดอกแยกเพศ ดอกมีสีเหลืองอมน้ำตาล ก้านดอกอ้วนกลีบเลี้ยงกลมสีเขียวอมม่วง3กลีบ กลีบดอกมี6กลีบเรียงเป็น2ชั้นผลกลุ่มมีก้านช่อผลอ้วนและยาวเท่ากับก้านดอก มี5-15ผลผลกลมเปลือกหนาสีน้ำตาลอมดำมีขนเล็กน้อย เมื่อแห้งจะแข็ง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้วงศ์กระดังงา ผู้แต่ง ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น

งุ้นผึ้งดำ/Nothapodytes foetida


ชื่อวิทยาศาสตร์---Nothapodytes foetida  (Wight) Sleum
ชื่อพ้อง---Thisname is synonym of Nothapodytes nimmoniana (J.Graham) Mabb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- งุ้นผึ้งดำ งุ้นพุงดำ
ชื่อวงศ์--- ICACINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียตอนใต้ ศรีลังกา อัสสัม พม่า เวียตนามตอนเหนือ  ไทย กัมพูชา ยูนนาน ไต้หวัน มาเลย์เซีย
ไม้ยืนต้นสูง10เมตร ขนาดใบ 8-18(26) x 4-9(15) ซม.ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มมีจุดน้ำมันผิวเรียบหรือมีขนบนเส้นใบผิวใบด้าน ล่างสี เทาอ่อน มีขนสั้นและหยิกปกคลุมหนาแน่นดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแน่นที่ปลายกิ่ง ผลขนาด1-1.5ซม.สีแดงเข้มหรือดำมีขนสั้นๆปกคลุม เมื่อขยี้ใบ ดอกหรือผ่าผลจะมีกลิ่น
เป็นไม้หายาก

อ้างอิง-ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


งุ้นสะบันงา/Cananga latifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Cananga latifolia Finet & Gagnep
ชื่อพ้อง---
---Canangium latifolium (Hook.f. & Thomson) Pierre ex Ridl.
---Unona latifolia Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะแกแสง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ต้นสูง 10-20 เมตร พบมากในป่ากึ่งโล่งแจ้ง ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ทั่วประเทศ ที่ระดับความสูง50-300เมตร ทรงต้นเรือนยอดโปร่งรูปไข่ เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอ่อน กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กว้างแกมขอบขนานขนาดของใบกว้าง7-17ซม.ยาว8-26 ซม.ปลายแหลม สั้น ฐานกลมหรือรูปหัวใจ มีขนสั้นๆสีเงินหรือสีทองแดงปกคลุม ใบแก่ค่อนข้างบาง
ดอกสีเขียวแกมเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ดอกห้อยลงช่อละ1-3ดอก กลีบดอก 6กลีบเรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ3กลีบ กลีบชั้นในสั้นกว่ากลีบชั้นนอกเล็กน้อย และมีขนหนาแน่นทั้งสองด้าน
ผลเป็นกลุ่มมีผลย่อย 20-25 ผล รูปรีแกมรูปไข่ขอบขนานขนาดกว้าง1-1.3ซม.ยาว1.5-2ซม.ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดำ เมล็ดมีมากกว่า 10เมล็ดลักษณะกลม
ไม้เป็นไม้เนื้ออ่อน ผุง่าย เนื้อไม้นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง และพืชสมุนไพร  นิยมปลูกประดับเพราะเป็นไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอมเย็นและโตเร็วทันอกทันใจ
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


จักหัน/Orophea polycarpa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Orophea polycarpa A. DC.
ชื่อพ้อง---
---Bocagea polycarpa Steud.
---Miliusa glochidioides Hand.-Mazz.
---Orophea gracilis King
---Orophea polycephala Pierre
---Orophea undulata Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กำลังทรพี ไม้เหลือง
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อนและจีนตอนใต้

ไม้ ต้นขนาดเล็ก สูง 2-6 เมตร พบกระจายทั่วประเทศในป่าดิบชื้น ตั้งแต่ระดับต่ำจนถึง 700 เมตร ทรงพุ่มโปร่งรูปกรวยคว่ำ เปลือกเรียบสีน้ำตาลดำม่ช่องอากาศน้อย กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น  ใบรูปรี กว้าง 2-3.5ซม.ยาว4-6ซม.ใบบางเหนียวเป็นมัน โคนใบมนเบี้ยว ปลายใบแหลม
ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ มีดอกย่อย2ดอก ดอกสีเหลืองอมเขียวมีก้านดอกยาว 2-3 เซนติเมตร มีใบประดับขนาดเล็กติดตรงกลางก้านดอก กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกเรียงสองชั้นผลเป็นผลกลุ่ม มี1-5ผล รูปกลม ขนาด1ซม
ผลอ่อนสีเขียว แก่สีดำ มี1เมล็ด ใช้ประโยชน์โดยปลูกเป็นพืชสมุนไพร
ระยะออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้วงศ์กระดังงา ผู้แต่ง ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น

จันเขา/Diospyros dasyphylla

ชื่อวิทยาศาสตร์---Diospyros dasyphylla Kurz
ชื่อพ้อง---Diospyros magnifica Lecomte
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จันเขา
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย ลาว
          ไม้ ไม่ผลัดใบสูง 20 เมตรเรือนยอดแผ่กว้างและโปร่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลมีรอยแตกตามยาวตื้นๆใบอ่อนมีขนหนาแน่น ใบขนาดกว้าง3.5-8ซม.ยาว7-20ซม.ฐานใบไม่สมมาตร ยอดอ่อนมีขนหนาแน่นใบแก่ด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างใบมีขน
ดอกเพศผู้ไม่มีก้านรูประฆังแยกลึกเป็น4พูแผ่ออก ดอกเพศเมียมีก้านดอกยาว2+3มม. ผลขนาด 4-7ซม.ใหญ่ฉ่ำน้ำ กลมหรือรูปไข่แป้น กลีบเลี้ยงรองผลแยกแผ่ออกโค้งไปทางด้านหลัง
ผลสุกสีส้มแสด รับประทานได้มีรสฝาด หวาน
หมายเหตุ ไม่ค่อยพบ มักขึ้นในที่ร่มตามหุบเขาในป่าดิบ
ระยะออกดอกและติดผล---เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


จันดง/Diospyros curtisii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Diospyros curtisii King et Gamble
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Diospyros frutescens Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จันดง
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ หายากอีกต้นนึงพบตามป่าโปร่ง ป่าดิบเขาริมธารสูง ๑๐๐ - ๑๐๐๐ เมตร เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูง 8-12เมตรไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มรูปไข่ ลำต้นเปลา เปลือกเรียบสีน้ำตาลดำ เนื้อไม้เหนียวมาก แตกกิ่งก้านมากห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมขอบขนานเขียวจัดหนาทึบ ยอดอ่อนมีขนสีแดงปกคลุมเปลือกต้นสีดำ เนื้อไม้สีขาวนวล
ดอกแยกเพศออกตามกิ่งและลำต้น  ออกเป็นช่อกระจะขนาดเล็ก สีเหลืองปนขาว ดอกสีขาวนวลกลิ่นหอมแรงมากตลอดวัน
ผลกลมโต เมื่อสุกสีเหลืองเนื้อในผลสีเหลือง
สรรพคุณ ทางสมุนไพร ต้มน้ำดื่ม บำรุงประสาท บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ตับปอดและดีพิการ แก้เหงื่อตกหนัก ขับพยาธิ ลูกสุก รสฝาดหวาน กินสด แก้อาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย แก้ท้องเสีย บำรุงประสาท
ระยะออกดอกเดือน ---กุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


จันทน์หิมาลัย/Santalum album


ชื่อวิทยาศาตร์--- Santalum album L.
ชื่อพ้อง---
---Santalum ellipticum Zipp. ex Span.
---Santalum myrtifolium L.
ชื่อสามัญ---Indian sandalwood, Sandal Wood, White Sandal Wood, Sandal, Sandal tree
ชื่ออื่น---จันทน์หิมาลัย
ชื่อวงศ์--- SANTALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เมลเซีย อินโดนีเซีย

ไม้ ต้นขนาดเล็กกึ่งเบียน สูง6-10เมตร ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอมเทา ใบเดี่ยวออกตรงข้าม ไม่มีหูใบมีก้านใบยาวราว1ซม. ใบรูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปใบหอก เรียบ ยาวราว3-7ซม. ดอกออกเป็นช่อสั้น ออกที่ปลายกิ่งหรือออกที่ซอกใบ กลีบดอกติดกันรูปชามโคม ปลายแยกเป็น4แฉก เมื่อบานใหม่ๆสีฟางข้าว นานเข้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง ผลกลม ขนาดราวเมล็ดถั่วเมื่อแก่จัดสีเกือบดำภายในมี1เมล็ด
ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า แก่นจันทน์มีรสขม หอม ร้อนใช้แก้ไข้ แก้ดีกำเริบ แก้กระสับกระส่าย ตาลาย
ชาว ฮินดูใช้แก่นจันทน์เป็นยาขมยาเย็น ยาฝาดสมาน แก้ไข้ แก้อาการกระหายน้ำ เอาแก่นจันทน์มาบดเป็นผงผสมเป็นส่วนผสมในยา ทาแก้โรคไฟลามทุ่ง โรคผื่นคันเรื้อรังและแก้การอักเสบ                                                       ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-ธันวาคม

             

จันทร์ทอง/Fraxinus floribunda


ชื่อวิทยาศาสตร์---Fraxinus floribunda  Wall. ex Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Fraxinus urophylla (G.Don) Wall. ex A.DC.
---Ornus floribunda (Wall.) Sweet
---Ornus urophylla G.Don.
ชื่อสามัญ---Himalayan Manna Ash, Himalayan Ash.
ชื่ออื่น---จันทร์ทอง
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พบตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัยถึงตอนเหนือของพม่า อัฟกานิสถาน ปากีสถาน

ไม้ ยืนต้นสูง 25เมตร ผลัดใบระยะสั้น เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มมีร่องลึก ใบยาว23-36ซม.เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ 2-4คู่ ขอบใบมีซี่ละเอียด ใบแก่ไม่มีขน
ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง ยาว7-10ซม.ออกพร้อมกับใบอ่อน ดอกย่อยจำนวนมาก ผล2-3.5ซม.ด้านหนึ่งมีปีก ยอดผลกว้างมีติ่งที่ปลาย เมล็ดยาวประมาณ 1ซม.
หมายเหตุ ไม่ค่อยพบ ขึ้นอยู่ในเขตป่าที่ถูกรบกวนน้อย
ไม้ใช้ทำพาย ไถ คันหาม ฟืน ใบเป็นอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ เป็นยาระบายอ่อนๆ
ออกดอกและติดผล--- เดือนกุมภาพันธ์ -ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


จ้าม่วง/Buchanania arborescens

ชื่อวิทยาศาสตร์---Buchanania arborescens (Bl.) Bl
ชื่อพ้อง---
---Buchanania florida Schauer.    
---Buchanania florida var. arborescens Pierre.    
---Coniogeton arborescens Blume.    
---Buchanania florida var. dongnaiensis Pierre.
ชื่อสามัญ---Little gooseberry tree, Sparrow's mango.
ชื่ออื่น---จ้าม่วง
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ ไต้หวัน พบตั้งแต่มาเลเซียถึงหมู่เกาะโซโลมอนและตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ ต้นสูงถึง 27เมตร ไม่ผลัดใบพบในป่าดิบชื้นระดับต่ำกว่า1,200เมตร เมื่อดอกบานจะเห็นเป็นพุ่มสีครีม-ขาว ใบรูปไข่กลับหรือรูปหอก ขนาดของใบกว้าง3-6ซม.ยาว8-23ซม.
ใบอ่อนสีชมพูมีขนเล็กน้อย ตาใบเป็นเกล็ด กลีบเลี้ยงและกลีบดอกกลม ผลขนาด0.8-1.4ซม.สีม่วงแดง มีเนื้อบางๆสีเขียวหุ้มเมล็ดสีดำ


จำปาขอม/Polyalthia cauliflora var. desmantha

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Polyalthia cauliflora Hook. f. & Thomson var. desmantha J. Sinclair.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Polyalthia cauliflora Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปาขอม
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 5-8 เมตร พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง100-500เมตร ลักษณะ เปลือกสีน้ำตาลมีช่องอากาศและปมช่อดอกจำนวนมาก กิ่งอ่อนมีขนนุ่มสีทอง
ใบรูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 4-8ซม.ยาว9-20ซม. โคนใบมนหรือรูปลิ่ม ปลายใบแหลม เส้นกลางใบและเส้นใบด้านล่างนูนและมีขนสีน้ำตาลคลุมอยู่ ขอบใบเป็นคลื่น
ดอก ออกตามต้นเป็นกระจุก 3-6ดอก ดอกสีเหลืองนวลหรือแดง เมื่อบานแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้น แต่ละกลีบขนาดใกล้เคียงกัน รูปแถบ ดอกบานขนาด 2.5-4ซม.
ผล กลุ่ม มี12-18ผล ก้านผลยาว1ซม. ผลรูปกลมรี แก่แล้วสีแดงถึงม่วงเข้ม มี1-2เมล็ด
เนื้อไม้ใช้นำมาทำเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้วงศ์กระดังงา ผู้แต่ง ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น


จำปาขาว/Magnolia champaca


ชื่อวิทยาศาสตร์---Magnolia champaca XM. baillonii
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre.
The record derives from WCSP (data supplied on 2012-03-23) which reports it as a synonym  (The Plant List  Michelia champaca var. blumei Moritzi)
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปาขาว
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---พรรณไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทย
เขตกระจายพันธุ์---พิษณุโลก พะเยา ปราจีนบุรี

ไม้ ต้นสูง15-20เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง หนาเป็นมันและค่อนข้างนิ่ม ด้านล่างใบมีนวลเคลือบขาวเด่นชัด ใบรูปไข่กว้าง5-9ซม.ยาว14-25ซม.ออกดอกเดี่ยวที่ซอกใบกลีบเลี้ยงรวมกับ กลีบดอก12-15กลีบ หนา สีขาวหรือขาวนวลยาว4-5.5ซม.กลิ่นหอมแรง มีเส้นผ่านศูนย์กลางดอกขนาด3.5-4ซม.
ผล เป็นช่อทรงกระบอกมีผลย่อย25-43ผลติดอยู่กับแกนกลาง เปลือกผลหนาแข็ง เมื่อผลแก่แตกออกตามยาวด้านหลัง มีเมล็ดสีแดงช่อละ2-4เมล็ด ออกดอกเดือนเมษายน-มิถุนายน
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียว ที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย จาก วัดกลาง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ต่อมาพบที่จ.พะเยาและ จ.ปราจีนบุรี
เป็นพรรณไม้ลูกผสมตามธรรมชาติที่มีจำปาเป็นต้นแม่พันธุ์และจำปีป่าเป็นต้น พ่อพันธุ์ โดยมีลักษณะของผลยังผันแปรไม่คงที่ ขึ้นอยู่ในระดับต่ำที่มีความชื้นค่อนข้างสูง มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งในถิ่นกำเนิด มีปัญหาในการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากมีต้นขึ้นอยู่เพียงต้นเดียวในแต่ละแหล่ง จึงมีโอกาสผสมเกสรได้น้อยและมีแมลงกัดกินผลอ่อน
การ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดทำได้น้อย เมล็ดไม่สมบูรณ์เปอร์เซนต์การงอกต่ำ จึงต้องใช้วิธีเสียบแผ่นตา และเสียบยอด ทาบกิ่งโดยใช้จำปาเป็นต้นตอ  ซึ่งทาบติดได้ดี ช่วยรักษาพันธุกรรมของต้นพันธุ์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง และได้รับการส่งเสริมการปลูกให้กระจายไปทั่วประเทศแล้ว

จำปาแขก/Pterospermum acerifolium


ชื่อวิทยาศาตร์---Pterospermum acerifolium (L.) Willd.
ชื่อพ้อง---Pentapetes acerifolia L.
ชื่อสามัญ---Maple-Leaved Bayur, Dinnerplate tree, Maple-leaved Lancewood, Torch Tree.
ชื่ออื่น---จำปาแขก ปอหูช้าง กะหนานปลิง สลักกะพาด
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังกลาเทศ พม่า ไทย จีนตอนใต้ คาบสมุทรมาเลย์


ไม้ ต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นไม้ถิ่นเหนือ พบตามช่องเปิดของป่าดิบ มักจะเหลืออยู่ในสวนเมี่ยง
 ลักษณะต้นสูงประมาณ 15- 25 เมตร ลำต้นหนาคดงอ เปลือกต้นสีเทาอ่อน เรียบ หลุดลอกออกเป็นชิ้นบางๆ เปลือกชั้นในสีแดงมีเส้นลายสีขาว
ใบ เดี่ยวเรียงสลับ ใบขนาดกว้าง11-28ซม.ยาว15-45ซม. รูปร่างไม่แน่นอนแต่มักเป็นรูปไข่กว้าง ขอบใบเว้าที่ปลายแยกหลายแฉก ฐานใบเป็นรูปหัวใจ มีก้านใบติดด้านหลัง  หูใบแยกเป็นแฉกลึก
ดอกขนาด8-12ซม.สีขาวออกเดี่ยวๆหรือเป็นช่อ กลีบเลี้ยงหนามี5กลีบยาวเท่ากับกลีบดอก มีขนสีน้ำตาลด้านนอก และมีขนคล้ายกำมะหยี่สีขาวด้านใน กลีบดอกบอบบาง5กลีบ ชิดกันเป็นหลอด ปลายแผ่ออกกว้าง เกสรเพศเมียมีขนสีน้ำตาลที่ฐาน ผลขนาดกว้าง5-7ซม.ยาว8-15ซม.มี5สันมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
เนื้อไม้มีเสี้ยนค่อนข้างหนัก  แต่ใช้งานง่าย ชักเงาง่าย ผลแห้งนำมาใช้ประดับ ใช้ทำสิ่งก่อสร้างภายใน เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
ระยะออกดอก---พฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


จำปาเทศ/Pterospermum littorale var.littorale



ชื่อวิทยาศาตร์---Pterospermum littorale Craib var.littorale
ชื่อพ้อง---Pterospermum venustum Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปาเทศ จำปีแขก กะหนาย ยวนปลา หำอาว
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา


ไม้ ต้นสูง5-15 เมตร เปลือกต้นแตกเป็นร่อง แตกกิ่งยาวและห้อยลู่ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงสลับ ระนาบเดียวกันรูปขอบขนานปลายใบแหลม โคนใบรูปหัวใจขอบใบเว้าไม่สม่ำเสมอ สีเขียวเข้ม ดอกสีขาวออกเป็นดอกเดี่ยวที่ซอกใบใกล้ปลายยอดขนาดดอก5-8ซม. มีกลิ่นหอม บาน1-2วันแล้วโรย กลีบเลี้ยงมี5กลีบ เป็นแผ่นหนาแข็งสีเขียวอมเหลือง ด้านในมีขนคล้ายกำมะหยี่สีขาว ด้านนอกมีขนสีน้ำตาล กลีบดอกมี5กลีบ บาง เรียงเวียนซ้าย  ผลแห้งแตกคล้ายสาแหรกเปลือกผลแข็งมีพู5พูเมล็ดมีปีกเป็นแผ่นสีขาวมีเมล็ด จำนวนมาก
ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีพุ่มสวยงามกว่า ต้นที่ได้จากกิ่งตอน
ลักษณะ เฉพาะที่เด่น เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่ ที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยหมอคาร์ (A.F.G.Kerr)แต่มีการกระจายขึ้นอยู่ในแต่ละภาคทั่วประเทศ สถานภาพยังพอหาได้ในถิ่นกำเนิด
เป็นพรรณไม้ที่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันของป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้ง ต้นที่อยู่ในถิ่นกำเนิดในธรรมชาติใบมีรูปทรงเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุของต้น หรือกิ่ง เมื่อต้นมีอายุมากขึ้นใบจะมีขนาดเล็กลงและขอบใบจักเว้าตื้น มีดอกสวยงามกลิ่นหอม ทนแล้งได้ดี
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง

จำปาป่า/Magnolia champaca var. pubinervia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre var. pubinervia (Blume) Figlar & Noot.
ชื่อพ้อง--Basionym: Michelia pubinervia Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปาป่า
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ ต้นขนาดใหญ่ สูง20-35เมตร ขึ้นอยู่ในภูเขาทางภาคใต้ ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งเป็นพุ่มเฉพาะที่ยอด ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง รูปรี แผ่นใบหนาเหนียว ผิวใบเรียบเป็นมัน ใต้ใบเห็นเส้นใบเด่นชัด
ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบสีเหลืองส้ม กลีบหนาฉ่ำน้ำมี10-12กลีบขนาดดอก5-6ซม.ผลกลุ่มเป็นช่อยาวดอกเริ่มแย้มและส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
ระยะออกดอก---เดือน มีนาคม-เมษายน

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


จำปีช้าง/Magnolia citrata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Magnolia citrata Noot. & Chalermglin
ชื่อพ้อง---Michelia citrata (Noot. & Chalermglin) Q.N.Vu & N.H.Xia
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปีช้าง
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---พรรณไม้ถิ่นเดียว
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้ ต้นขนาดใหญ่สูง20-35เมตร เปลือกลำต้นหนาและมีกลิ่นฉุน
ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง รูปรีจนเกือบกลม แผ่นใบหนาและเหนียว ไม่มีรอยแผลบนก้านใบ
ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบกลีบดอกมี 9-12 กลีบ กลีบหนาสีขาว
ผล กลุ่มมีผลย่อย2-8ผล ผลกลมรียาวเปลือกหนามากมีผลขนาดใหญ่สุดในพวกจำปีด้วยกัน และมีกลิ่นเหมือนตะไคร้รุนแรงมาก ส่วนเปอร์เซนต์การงอกต่ำมีแค่1เปอร์เซนต์
สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่งที่ใช้จำปาเป็นต้นตอซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วมาก
จำปีช้างเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย พบครั้งแรกที่ อำเภอ แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่


จำปีป่า/Paramichelia baillonii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Paramichelia baillonii (Pierre) Hu
ชื่อพ้อง---
---Aromadendron baillonii (Pierre) Craib
---Michelia baillonii (Pierre) Finet & Gagnep.
---Paramichelia baillonii (Pierre) Hu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปีป่า จุมปี จำปา จำปาป่า
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา อินเดีย จีน พม่า  ไทย เวียตนาม

ไม้ต้นสูงได้ถึง 40 เมตร พบตามป่าดิบเขาและป่าดิบแล้งที่ระดับความสูง600-1,200เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่งใบอ่อนมีขนนุ่มสีเงินปกคลุม ใบแก่มนรีแคบ
ดอก สีขาวนวลกลิ่นหอม ดอกตูมรูปรี กลีบรวม12-18กลีบ กลีบชั้นในแคบกว่ากลีบชั้นนอก ผลกลุ่ม ผลย่อยชนาด5-8ซม.สีเขียวอมเหลือง เปลือกขรุขระ เมล็ดสีแดงสด ผลมักจะมีติดบนต้นตลอดปี
เนื้อไม้มีความคงทนต้านทานปลวกและแมลงใช้ในงานก่อสร้างบ้าน เครื่องเฟอร์นิเจอร์และแผ่นกระดาน

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร

จำปีรัชนี/Magnolia rajaniana

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia rajaniana (Craib.) Figlar
ชื่อพ้อง---Michelia rajaniana Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปีรัชนี จำปีหลวง
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

ไม้ ต้นสูง25-35เมตร เปลือกแตกเป็นร่องตื้นตามยาว
ใบเดี่ยวรูปรี ดอกเดี่ยวออกตรงซอกใบกลีบดอกมี12-15กลีบ สีขาว มีกลิ่นหอมแรง ผลกลุ่มมีผลย่อยประมาณ30ผล
จำปี รัชนีเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่ขึ้นอยู่เฉพาะในจังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่ระดับสูง การปลูกในพื้นที่ราบอากาศร้อนจะเจริญเติบโตช้า มีกิ่งแห้งตายมาก หากปลูกด้วยต้นกล้าทาบกิ่งหรือติดตาโดยใช้จำปาเป็นต้นตอจะออกดอกเร็วขึ้น ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ติดผลจำนวนมาก
ระยะออกดอก--- เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเม็ด


จำปีศรีเมืองไทย/Magnolia thailandica


ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia thailandica Noot.& Chalemglin
ชื่อพ้อง---Kmeria thailandica (Noot. & Chalermglin) Q.Lin
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปีศรีเมืองไทย
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

เป็น ต้นไม้ถิ่นเดียว ในธรรมชาติพบขึ้นอยู่ใกล้แหล่งน้ำในป่าดิบเขา  ชอบอากาศเย็น ความชื้นสูง พบครั้งแรกที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้นไม้ที่มีต้นแยกเพศเป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย  ความสูงของต้นประมาณ 20-30 เมตร  เปลือกต้นเรียบและมีช่องหายใจเป็นจุดๆ ใบเดี่ยวรูปบขอบขนานเรียงเวียนรอบกิ่ง ผิวใบเรียบทั้งสองด้าน มีรอยแผลของหูใบ
ดอก เดี่ยวออกที่ปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีขาวหนาและอวบน้ำและเปราะรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน ปลายกลีบมนแผ่กว้าง กลิ่นหอมแรง ดอกบานขนาด2-2.5 ซม บานวันเดียวแล้วร่วง
ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย3-6ผล ผลแก่แล้วแตกเป็นพู มีเมล็ด1-2เมล็ดสีแดง
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


จำปีหนู/Magnolia compressa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Magnolia compressa Maxim
ชื่อพ้อง---
---Michelia compressa (Maxim.) Sarg.
---Michelia compressa Maxim. fma. angustifolia (Makino) Okuyama
---Michelia compressa Maxim. fma. latifolia (Makino) Okuyama
---Michelia compressa Maxim. var. angustifolia Makino
---Michelia compressa Maxim. var. formosana Kaneh.
---Michelia compressa Maxim. var. lanyuensis S.Y.Lu
---Michelia compressa Maxim. var. latifolia Makino
---Michelia cumingii Merr. & Rolfe
---Michelia formosana (Kaneh.) Masam. & Suzuki
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำปีหนู
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน

ไม้ต้นสูง8-10เมตร เปลือกต้นแตกเป็นร่องเล็ก สีน้ำตาลเข้ม แตกกิ่งขนาดเล็กจำนวนมาก
ใบรูปหอกแผ่นใบหนาแข็ง ผิวใบเป็นมันเรียบทั้งสองด้าน ยาว10-14ซม.
ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกมี10กลีบ ดอกเมื่อบานขนาด5-7ซม. ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน
ผลเป็นช่อสั้น มี2-5ผล เมล็ดสีแดง
ใน ธรรมชาติพบขึ้นบนที่สูงและมีอากาศหนาวเย็น ต้องการแสงแดดจัดและความชื้นสูง
เป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ มีอัตราการขยายพันธุ์ในธรรมชาติต่ำมาก และยังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ แต่มีการนำกิ่งพันธุ์จากประเทศข้างเคียงมาปลูกเป็นไม้ประดับกันแล้ว การปลูกจำปีหนูในพื้นที่ราบอากาศร้อนจัด พบว่าไม่ออกดอก จึงเหมาะโชว์ทรงพุ่มสวยงาม
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด   

จำลา/Magnolia praecalva

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia praecalva (Dandy) Figlar & Noot.
ชื่อพ้อง---Pachylarnax praecalva Dandy
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จำลา
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย เวียตนาม สุมาตรา คาบสมุทรมาลายา
ไม้ ต้นขนาดใหญ่ สูง 20-30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นหนามีกลิ่นฉุนใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบกิ่ง มีใบเฉพาะปลายยอด ใบรูปขอบขนาน ยาว 11-15 ซม. แผ่นใบหนาและเหนียว เป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกเดี่ยวออกที่ปลายยอด สีขาว มีกลีบดอก 9 กลีบ กลีบหนาฉ่ำน้ำ ดอกบานตั้งขึ้น มีเส้นผ่านศูนย์กลาง3-5ซม.
ผลกลมขนาด 3-5 ซม.เมื่อแก่จะแตกเป็นพู
ดอกบาน 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงพลบค่ำ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน
เป็นไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ พบในพื้นที่ระดับค่อนข้างสูง ชอบแดดจัดอากาศเย็น มีความชื้นสูง ดินระบายน้ำดี จึงให้ดอกสวยงามและหอมแรง แต่มีอัตราการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติต่ำมากและยังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ จึงยังไม่มีการปลูกเลี้ยง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน
ขยาย พันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

จิงจาบ/Miliusa mollis  var. mollis


ชื่อวิทยาศาตร์---Miliusa mollis  Pierre var. mollis
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จิงจาบ คู่ขน ตีนก้อง เหลืองดง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
            ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง2-4เมตร ในประเทศไทยพบในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-200เมตร
เปลือกต้นสีน้ำตาลอมดำและเรียบ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น แตกกิ่งน้อยขนานกับพื้นดิน ใบรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง2-2.5ซม.ยาว5.5-6ซม. โคนใบมนเบี้ยว ปลายแหลม ใบบาง ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ ดอกสีนวลดอกบานขนาด 4มม. ผลกลุ่มมี5-8ผล ผลแก่สีดำเปลือกนิ่ม มี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม


จีผาแตก/Ardisia nervosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Ardisia nervosa H. R. Fletcher
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาลังกาสาตัวผู้
ชื่อวงศ์---PRIMULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
               ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8เมตร มักพบขึ้นอยู่ในที่ร่มหรือกึ่งโล่งแจ้ง บนภูเขาหินปูน ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลส้ม เรียบหรือมีรอยแตกตื้นๆ ใบแก่เหนียวด้านล่างมีเกล็ดสีสนิมเล็กๆหนาแน่นและมีจุดใส ขนาดของใบกว้างประมาณ7-13ซม ยาวประมาณ2.5-4.5ซม.ดอกสีขาว ออกเป็นช่อแยกแขนงผลสีเขีนวอมเหลือง สุกเป็นสีชมพู

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


จี้ย้อย/Micromelum minutum

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Micromelum minutum (Forst.f.) Wight & Arn
ชื่อพ้อง---Basionym: Limonia minuta Forst.fil.
---Bergera villosa Wall.
---Cookia punctata Hassk.
---Glycosmis subvelutina F.Müll.
---Limonia minuta Forst.fil.
---Micromelum glabrescens Villar
---Micromelum octandrum Turcz.
---Micromelum pubescens Bl.
ชื่อสามัญ--- Lime Berry, Micromelum
ชื่ออื่น--- หัสคุณ สมุยช้าง หมุยช้าง
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย อัสสัม เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง10เมตร ไม่ผลัดใบ กระจายขึ้นในชั้นล่างของป่าทึบในภาคเหนือ
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่20-50ซม. ใบย่อยรูปมนรีหรือใบหอก ฐานไม่สมมาตร ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น ใบแก่ด้านล่างมีขนสีน้ำตาลนุ่ม
ดอก0.5ซม.กลีบดอกโค้งกลับ สีขาวอมเขียวมีกลิ่นหอม ช่อดอกแน่นด้านบนแบนออกที่ปลายกิ่ง
ผล0.5-1ซม.สีเขียวอมเหลือง สุกสีแสดหรือสีน้ำเงินเข้มก้านผลสั้นเรียบเป็นมัน มี3เมล็ด

---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร


ฉนวน/Dalbergia nigrescens


ชื่อวิทยาศาสตร์---Dalbergia nigrescens Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Dalbergia lanceolaria subsp. paniculata (Roxb.) Thoth.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระพี้, กระพี้โพรง, สนวน
ชื่อวงศ์---FABACEAE  LEGUMINOSAE-PAPILIONOJDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน
ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 12-18 เมตร ลำต้นเปลาตรง โคนต้นมีพูพอน เปลือกสีเทาอมขาว เรียบ มีสีขาวคาดตามขวาง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบกิ่งอ่อนมีขนประปรายและสีค่อนข้างดำเมื่อแห้ง
ใบ ประกอบเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีแกมขอบขนาน เนื้อใบค่อนข้างหนา มีขนประปรายตามเส้นแขนงใบทางด้านล่างของใบ ใบแห้งสีดำ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง
ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่งและจามซอกใบใกล้ปลายยอด ขนาดเล็กแบบดอกถั่วสีขาวปนม่วงกลิ่นหอมอ่อนๆทุกส่วนมีขนสีน้ำตาล
ฝักแบนเกลี้ยงไม่มีขนเมื่อแห้งสีดำไม่แตก ประโยชน์เป็นไม้ใช้ในงานแกะสลัก และเป็นเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม    
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด

อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้วงศ์กระดังงา ผู้แต่ง ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น


แฉลบแดง/Acacia leucophloea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Acacia leucophloea (Roxb.) Willd.
ชื่อพ้อง---
---Acacia arcuata Decne.
---Acacia leucophloea var. melanochaetes Miq.
---Acacia melanochaetes Zoll.
---Delaportea ferox Gagnep.
---Delaportea microphylla Gagnep.
---Mimosa leucophloea Roxb.
ชื่อสามัญ---White-barked Cassia, White babul, Distiller's Acacia.
ชื่ออื่น---พญาไม้
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้    


ไม้ ยืนต้นผลัดใบสูงได้ถึง10-20 เมตร เปลือกต้นสีเหลือง หรือ สีน้ำตาลออกเหลือง แตกเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลออกแดง กิ่งก้านมีขน หูใบเป็นหนามแหลม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ช่อใบย่อย 6-13คู่ ใบย่อย6-25คู่ต่อช่อใบย่อย เรียงตรงข้าม รูปคล้ายเคียวหรือรูปขอบขนาน ปลายใบมนมีติ่งถึงแหลม มีติ่งหนาม โคนใบตัดเฉียง
ดอก สีขาวแกมเหลืองออกเป็นกระจุกแน่น รวมเป็นช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงรูปไข่ถึงรูปไข่แกมสามเหลี่ยมกว้าง กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก รูปไข่ถึงรูปรีปลายแหลมผลเป็นฝักรูปลิ้นหรือรูปเคียวสีน้ำตาลเข้มเปลือกแข็ง เมล็ดแบนรูปโล่ถึงรูปกระสวย
             นำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงาได้ดี ประโยชน์อื่น เปลือกมีรสฝาดประกอบด้วยแทนนิน ใช้ย้อมหนัง ย้อมผ้า แห อวน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554
----ชื่อพรรณไม้ เต็ม สมิตินันทน์ http://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.aspx
REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary

Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view