สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 16/01/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,484,237
Page Views 13,165,249
 
« January 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

ต้นไม้ในป่า5

ต้นไม้ในป่า5

ต้นไม้ในป่า 5

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
The Botanical Garden Organization
Office of the Prime Minister
พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554

REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary


ผักไผ่ต้น/Pittosporum nepaulense


ชื่อวิทยาศาตร์---Pittosporum nepaulense (DC.) Rehd. & Wilson.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ผักไผ่ต้น หว้าขี้นก
ชื่อวงศ์---PITTOSPERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล อินเดีย ไทย


                 ไม้ ไม่ผลัดใบสูงถึง10เมตร  ในประเทศไทยพบทางตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะลำต้นคดงอเปลือกต้นเรียบสีเทาอ่อน ผิวเรียบมีรูอากาศสีน้ำตาลเข้มหนาแน่นเปลือกในสีน้ำตาลอ่อน ใบเดี่ยวออกเป็นกลุ่มที่ปลายช่อมนรีแคบ ขอบใบเป็นคลื่น กิ่งอ่อนมีขนสีขาวปกคลุม ดอกสีเหลืองอ่อนผลสีเหลืองหม่นผลสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มแตกได้เป็น2ซีก เนื้อในเป็นเมือกมีเมล็ดสีแดง1-5เมล็ด ผลเป็นอาหารนกบางชนิด

ผักหวานป่า/Melientha suavis


ชื่อวิทยาศาตร์---Melientha suavis Pierre.
ชื่อพ้อง---Melientha acuminata Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ผักหวานป่า Melientha (En)
ชื่อวงศ์---OPILIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวีนออกเฉียงใต้
ไม้ต้นสูงได้ถึง15เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล เมื่อแก่เป็นสีเทาอมดำ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่ หรือรูปไข่กลับ ขนาดใบ กว้าง2.5-5ซม.ยาว6-12ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบเรียว ออกเรียงสลับกันแผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ดอกช่อแบบแยกแขนง ดอกแยกเพศ ออกตามลำต้นและซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กเป็นตุ่มีเขียวอัดกันแน่น ผลสดทรงรีสีเหลืองถึงแดง ติดกันเป็นพวงเหมือนผลมะไฟ มีเมล็ดเดียวแข็ง
ใบและยอดอ่อนนิยมำไปต้ม ลวกจิ้ม นำไปผัดหรือทำแกงต่างๆ โดยมีสรรพคุณช่วยในการขับถ่าย ให้โปรตีน พลังงาน คาร์โบไฮเดรตและเส้นใยอาหาร

ผ่าเสี้ยนดอย/Vitex quinata


ชื่อวิทยาศาตร์---Vitex quinata (Lour.) F.N.Williams
ชื่อพ้อง---
---Cornutia quinata Lour.
---Vitex altmannii Moldenke
---Vitex celebica Koord.
---Vitex heterophylla Roxb.
---Vitex loureiroi Hook. & Arn.
---Vitex padangensis Hallier f.
---Vitex quinata f. lungchowensis S.L.Liou
---Vitex secundiflora var. longipes Moldenke
---Vitex sumatrana Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ผ่าเสี้ยนดอย อีแปะ แปะ  ซาคาง  ตะพุนเฒ่า มะคัง  สะคางต้น หมากสะคั่ง หมากเล็กหมากน้อย
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์ อินโดนีเซีย


    ไม้ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง25เมตร พบทั่วไปในป่าผสมผลัดใบ ป่าดิบแล้ง ลักษณะเปลือกต้นสีเทามีรอยแตกตื้นๆ ค่อนข้างนุ่ม ใบประกอบ3ใบย่อย หรือรูปนิ้วมือ กว้าง2.5-5ซม.ยาว5-22ซม.ยอดอ่อนมีขนห่างๆ ใบแก่เรียบเกลี้ยง ดอกสีครีมหรือเหลืองมีแต้มสีม่วง ช่อออกที่ปลายก้านหรือระหว่างซอกใบยาว(5)ถึง35ซม.ผลขนาด0.5-1ซม.สีเขียวออก บรอนซ์รูปไข่กลับ
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ระยะเวลาผลแก่---เดือนตุลาคม-ธันวาคม


ผูก/Ficus variegata var. variegata

ชื่อวิทยาศาตร์---Ficus variegata var. variegata blume
ชื่อพ้อง---Ficus variegata Blume var. garciae (Elm)    
ชื่อสามัญ--- Red stem fig, Green fruited fig, Variegated fig.
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน หมู่เกาะอันดามัน มาเลเซีย หมู่เกาะโซโลมอน รัฐควีนสแลนด์
      ไม้ ผลัดใบสูงถึง25เมตร พบการขึ้นกระจายกว้างขวางเป็นไม้ถิ่นเหนือมักพบริมธารน้ำ ลักษณะทรงต้น เรือนยอดกลม โคนต้นเป็นพูพอน กิ่งก้านอ้วน ใบเดี่ยวเรียงสลับชนาดของใบกว้าง4-13ซม.ยาว9-25ซม. ขอบใบมีหยักตื้นประปราย โคนใบกลมหรือรูปหัวใจ
ผล แบบมะเดื่อขนาด2-3.5ซม.เกาะเป็นกลุมแน่นบนก้านแข็งสั้นๆ ตามกิ่งและลำต้น ช่อผลยาวถึง7.5ซม.เมื่อสุกสีแดงเข้ม มีจุดขาวๆมักจะมีลายเส้น ก้านผลยาวเรียว2.5-6ซม.ด้านบนมีกาบเล็กๆ
ใบกินได้แต่ไม่อร่อยส่วนมากใช้เลี้ยงสัตว์ เป็นต้นไม้ใช้สำหรับเลี้ยงครั่ง


พญามะขามป้อมดง/ Cephalotaxus griffithii

ชื่อวิทยาศาตร์--- Cephalotaxus griffithii Hook.f.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Griffith's plum yew
ชื่ออื่น---พญามะขามป้อม มะขามป้อมดง เส่วาลา
ชื่อวงศ์---CEPHALOTAXACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีน

 

       ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง15-30เมตร พบขึ้นตามป่าดิบเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่1,000-1,800เมตร ลักษณะทรงต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ กิ่งก้านลู่ลง กิ่งอ่อนมีรอยแผลระบายอากาศสีขาวประปรายทั่วไป  เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง ผิวเรียบค่อนข้างมัน หลุดลอกเป็นชิ้นบางๆ
ใบ รูปขอบขนานแคบ กว้าง0.2-0.4ซม.ยาว2-5ซม. โคนใบมนป้าน ปลายใบเรียวแหลม หลังใบเป็นมัน ด้านล่างสีซีด ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อตามง่ามใบ แต่ละช่อมีกาบหุ้มใบเรียงซ้อนกันจนเป็นก้อน ขนาด0.5ซม. ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดี่ยวตามง่ามใบ ผลรูปรีกลม กว้าง1-1.3ซม.ยาว2-2.5ซม.ปลายหยักเป็นติ่งแหลม
เนื้อไม้เนียนสวยเหมาะสำหรับทำเครื่องเฟอร์นิเจอร์ แต่เนื่องจากเป็นไม้หายากและไม่เป็นที่รู้จัก จึงไม่ค่อยนำมาใช้ประโยชน์


 พรหมขาว/Mitriphora alba

ชื่อวิทยาศาตร์---Mitrephora alba Ridl.
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Mitrephora alba
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พรหมขาว phrom khao (General)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย ไทย
        ไม้ต้นขนาดเล็กสูง5-8เมตร พบขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง50-200เมตร ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งน้อยทรงพุ่มโปร่ง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง เปลือกลำต้นเรียบสีดำ กิ่งอ่อนสีน้ำตาลและมีขนอ่อนปกคลุม มีช่องอากาศสีขาวเป็นจุดๆ แตกกิ่งน้อย
ใบรูปรี กว้าง4.5-6ซม.ยาว10-14ซม. โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบบางเหนียวคล้ายแผ่นหนังสีเขียวเข้มเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดเจน
ดอก ออก1-3ดอก ตรงข้ามใบ กลีบเลี้ยงรูปไข่สีเขียว กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้น ชั้นนอกสีขาวชั้นในสีม่วง ดอกบานอยู่ได้1-2วันมีกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน
ผลกลุ่ม มีผลย่อย5-9ผล ผลรูปทรงกระบอก ยาว4-6ซม.ผิวขรุขระเมื่อแก่สีเหลือง   
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

พระเจ้าร้อยท่า/ Heteropanax fragrans


ชื่อวิทยาศาตร์---Heteropanax fragrans (Roxb. ex DC.) Seem.
ชื่อพ้อง---Basionym: Panax fragrans Roxb.
---Aralia fragrans (Roxb.) G. Don ex Loud.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พระเจ้าร้อยท่า ตู๊เจ้าร้อยท่า อ้อยช้าง
ชื่อวงศ์---ARALIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล ภูฏาน อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียตนาม จีนตอนใต้


ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กสูงประมาณ8เมตรพบขึ้นประปรายในที่โล่งแจ้งระดับต่ำกว่า900เมตร
 ลักษณะทรงต้น มักมีลำต้นเดี่ยวคล้ายปาล์ม ต้นอ่อนมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใหญ่มาก ไม่มีหนาม ใบย่อยรูปไข่หรือขอบขนาน ใบอ่อนมีขนรูปดาว ออกดอกขณะทิ้งใบ ผลขนาด0.8ซม. เป็น2พูแบนมีขนสีแดงรูปดาว
ไม้ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องดนตรี  ลำต้นและเปลือกรากใช้ทำยา  นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม


พรมคต/Heliciopsis terminalis 

ชื่อวิทยาศาตร์---Heliciopsis terminalis (Kurz) Sleum
ชื่อพ้อง---
---Heliciopsis henryi (Diels) W.T. Wang    
---Heliciopsis lobata var. microcarpa C.Y. Wu & T.Z. Hsu    
---Helicia terminalis Kurz    
---Helicia henryi Diels: Hand.-Mazz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พรมคต เหมือดคนดง เหมือดคนขาว เหมือดตัวผู้
ชื่อวงศ์---PROTEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีน
 ไม้ ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูง4-20เมตร พบตามป่าดงดิบและป่าดิบเขาที่ระดับความสูง600-1,500เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่งใบของต้นอ่อนมีรูปร่างแตกต่างจากใบของ ต้นแก่  ใบของต้นอ่อนยาวถึง50ซม.เป็นพูหยักลึก ใบของต้นแก่ 20x7ซม.ไม่มีพู  ก้านใบ1.5-4ซม. ดอก1-1.4ซม. แยกเพศแยกต้น ชั้นกลีบเลี้ยงมีขนละเอียด
ผลรูปรีขนาด3-4.2ซม.ไม่มีจุก มี1-2เมล็ด ส่วนครึ่งบนของเมล็ดย่นออกเป็นพวง                                                  ระยะออกดอก---เดือน ธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


พริกนก/Orophea enterocarpa


ชื่อวิทยาศาตร์---Orophea enterocarpa Maingay ex Hook.f. & Thomson
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จิงกล้อม กล้วยค่าง มะป่วน ดีปลีต้น ปีบผล
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย
              ไม้ ต้นขนาดเล็ก สูง4-7เมตร ใบรูปรีกว้าง 4-7ซม.ยาว12-20ซม.กลีบดอกชั้นนอกสีขาว ชั้นในประกบกัน สีขาวและมีแต้มสีม่วงแดง ไม่มีกลิ่นหหอม ขนาดดอก1.5-2ซม.
ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกระบอกปลายแหลมกว้าง1ซม.ยาว3.5-8ซม.เมื่อสุกสีแดงเข้มคล้ายพริก ในถิ่นกำเนิดออกดอกช่วงต้นฤดูฝน มีการคัดเลือกต้นที่นำมาปลูกให้เป็นไม้ประดับต้นเตี้ยและให้ออกดอกตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีทาบกิ่ง โดยใช้พริกเหลือง (O. cuneiformis) เป็นต้นตอ ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ความชื้นสูงและอยู่ภายใต้ร่มเงา


พลองกินลูก/Memecylon ovatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Memecylon ovatum J.E.Smith.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พลองกินลูก พลองใหญ่
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศในเขตร้อน
      ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ สูง 5-7 เมตร ประเทศไทยพบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก จนถึงภาคกลางตอนล่าง ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง400เมตร
ลำต้นตรงแตกกิ่งน้อยเรือนยอดกลมโปร่ง เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นสะเก็ดบางและเป็นร่องตื้นตามยาวของลำต้น
ใบ เดี่ยวออกเรียงตรงข้าม รูปไข่ป้อม ขนาดของใบกว้าง4-6ซม.ยาว8-12ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลมเรียวเว้าเป็นติ่งสั้น ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนาสีเขียวเข้มและเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่องตื้นๆ
ดอก ออกเป็นช่อกระจุกซ้อน ยาว3ซม. ตามกิ่งเหนือรอยแผลหรือตามซอกใบ ดอกอ่อนสีชมพูขณะบานมีสีม่วงอมน้ำเงิน ดอกมีสี่กลีบบานพร้อมกันเกือบทั้งต้น
ผลสุกสีม่วงแดงดำมีเนื้อบางๆหุ้ม ผลสุกเนื้อหุ้มเมล็ดรสหวานกินได้
เจริญได้ดีในที่ที่มีแสงแดดรำไร และค่อนข้างชื้น
เนื้อไม้เหนียวใช้ทำอุปกรณ์การเกษตร
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด   

พลองขี้ควาย/Memecylon caeruleum

ชื่อวิทยาศาตร์---Memecylon caeruleum Jack.
ชื่อพ้อง---
---Memecylon cordatum Wall.
---Memecylon cyanocarpum C.Y.Wu ex C.Chen
---Memecylon floribundum Blume
---Memecylon manillanum Naudin
---Memecylon pulchrum Kurz
ชื่อสามัญ---Blue strawberry flowers
ชื่ออื่น---พรม,พลองขี้นก,พลองขี้ไต้
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ กัมพูชา ไทย ลาว เวีบตนาม
           ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กสูง5-12 เมตร  พบในป่าดิบแล้งในบริเวณที่มีต้นไม้อื่นขึ้นอยู่หนาแน่น บริเวณที่ค่อนข้างแล้งและร่ม ที่ระดับความสูง10-400เมตร
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดกลมแตกกิ่งน้อย เปลือกนอกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นสะเก็ดหรือเป็นร่องตื้นตามยาวของลำต้น เปลือกบาง ต้นที่ขึ้นอยู่ในบริเวณหนาแน่นลำต้นมักไม่ตั้งตรง
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง3-4ซม.ยาว5-7ซม.โคนใบมนปลายใบแหลม ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน เนื้อใบหนาเกลี้ยงสีเขียวเข้ม
ดอกช่อแบบซี่ร่มสีม่วง-น้ำเงิน มีดอกย่อยจำนวนมาก
ผลกลมขนาด5-8มิลลิเมตร ผลสดตอนยังอ่อนสีชมพูเมื่อสุกสีม่วงดำหรือน้ำเงินปนดำ
เนื้อไม้เหนียวมาก ใช้ทำอุปกรณ์การเกษตร ผลเป็นอาหารสัตว์
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


พลองเหมือด/Memecylon edule


ชื่อวิทยาศาตร์---Memecylon edule L.
ชื่อพ้อง---
---Memecylon globiferum Wall.
---Memecylon pyrifolium Naudin
---Memecylon umbellatum Blume
ชื่อสามัญ---Nipis Kulit, Delek Air, Delek Bangas, Kaayam
ชื่ออื่น---พลอง, พลองดำ
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว เวียตนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
           ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 5-7เมตร ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่งดอกตูมสีชมพูเมื่อบานเป็นสีม่วงแกมน้ำเงินผล ติดอยู่ตามปลายกิ่งเมื่อสุกมีสีแดง พลองต้นนี้นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเป็นไม้สวยทุกสเต็ป แต่โตช้ามาก
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

พลองแก้มอ้น/Memecylon lilacinum

ชื่อวิทยาศาตร์---Memecylon lilacinum Zoll. & Moritzi
ชื่อพ้อง---
---Memecylon vosmaerianum Scheff.
---Memecylon pseudonigrescens var. hepaticum ( Blume ) Miq.
---Memecylon pseudonigrescens Blume
---Memecylon Myrtilli Blume
---Memecylon myrsinoides var. lilacinum ( Zoll. & Moritzi ) King
---Memecylon myrsinoides Blume
---Memecylon marginatum Blume
---Memecylon Low Date Blume
---Memecylon hepaticum var. lauterbachianum mansf.
---Memecylon hepaticum Blume
---Memecylon glomeratum Blume
---Memecylon confine Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พลองใบเอียด, พลองเปลือกบาง
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียตนาม
                     ไม้ ต้นสูง 5-15เมตร พบขึ้นทั่วไปในป่าดิบชื้นและป่าชายหาด ลักษณะทรงต้นเรือนยอดเป็นพุ่ม ทรงสูงหรือค่อนข้างกลม ลำต้นเป็นร่องตื้นๆ เปลือกเรียบถึงเป็นร่องตื้นตามยาวหรือล่อนเป็นแผ่นบางสีเทาแกมน้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในสีน้ำตาล
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นระนาบเดียวกันแผ่นใบรูปไข่ถึงรูปไข่แกมรูปใบหอก ขนาด2-4x3-9ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง
ดอก เป็นช่อกระจุกแน่นออกตามง่ามใบหรือข้อ ดอกย่อยขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง0.3-0.5ซม. สีม่วงถึงน้ำเงิน กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยปลายแยกเป็นแฉกเล็กๆ4แฉก กลีบดอก4กลีบ รูปไข่ปลายแหลมแยกจากกัน โคนกลีบคอดเข้าหากันเป็นก้านสั้น แผ่นกลีบบางโค้งกลับ หลุดร่วงง่าย
          ผลแบบมีเนื้อ รูปทรงค่อนข้างกลมปลายตัดมีก้านเนื้อผลบางขนาด0.8-1.2ซม. ผลแก่สีม่วงดำมีเมล็ดแข็งขนาดใหญ่1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


พลับเขา/Diosperos undulata var.crataricalyx


ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros undulata Wall. ex G.Don var. cratericalyx (Craib) Bakh
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระดูกค่าง พลับเขา ดูกช้าง  ดูกค่าง
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรมาเลย์ ฟิลิปปินส์

        ไม้ ไม่ผลัดใบสูง 20 เมตร เป็นไม้ถิ่นเหนือพบทั่วไปในป่าดิบหรือป่าดิบชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 30-600 ม ลักษณะใบขนาด 12-25x3-9 ซม.ยอดใบอ่อนมีขนประปรายสีน้ำตาลอ่อน ใบแก่หนาเรียบเกลี้ยงทั้ง2ด้านดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ผลขนาด1.5-2.6ซม.รูปไข่เกือบกลม ผลแห้งชั้นกลีบเลี้ยงที่รองผลโค้งกลีบไม่มีเส้นใบ ไม้ใช้ทำตู้เสื้อผ้า และสิ่งก่อสร้างทั่วไป


พะวา/Garcinia speciosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Garcinia speciosa Wall
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Garcinia celebica L.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กะวา,ขวาด,ส้มโมงป่า
ชื่อวงศ์---CLUSIACEAE (GUTTIFERAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะอันดามัน ไทย พม่าตอนใต้
      ไม้ต้น  สูงประมาณ 8-15 เมตร ไม่ผลัดใบ ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบและพบประปรายในป่าเบญจพรรณชื้น ลักษณะทรง ลำต้นเปลาตรง กิ่งแขนงตั้งฉากกับพื้น ปลายกิ่งห้อยลง เปลือกต้นบางมากสีน้ำตาลเข้มแตกสะเก็ดมียางสีเหลือง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกว้าง3-7ซม. ยาว11-22ซม.สอบแคบที่ปลายทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ ใบแห้งสีน้ำตาลแดงมีคราบขาวใต้ท้องใบ ดอกแยกเพศออกปลายกิ่งสีเหลืองอ่อนออกเขียว ช่อละ4-5ดอก กลีบดอกแข็ง4กลีบผลกลมหรือรูปไข่ ขนาด5ซม.คล้ายมังคุดแต่เล็กกว่า ใช้เป็นต้นตอเสียบยอดมังคุด
ไม้หนัก ลายไม้ชิดกัน ใช้ทำด้ามอุปกรณ์

พิกุลป่า/Adinandra integerrima



ชื่อวิทยาศาตร์---Adinandra integerrima T. Anders.ex Dyer
ชื่อพ้อง---
---Adinandra caudata Gagnep.
---Adinandra phlebophylla Hance
---Adinandra lutescens Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พิกุลป่า ตะเคียนเผือก ตีนจำดง ตีนต่างฟ้า ประดงขอ โปรงบก บำรำ หลุกตอง เมี่ยงมัน
ชื่อวงศ์---THEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ในประเทศไทยพบตามป่าดิบ ที่ระดับความสูง 600-1,500 ม.ลักษณะต้น สูงประมาณ 5-15 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 5-15 ซม. โคนใบสอบมน ปลายใบแหลม ก้านใบยาว 3-7 มม. ดอกสีชมพู ออกเดี่ยวๆ ก้านดอกมักโค้ง ยาว 2.5-5 ซม. กลีบรองดอกรูปไข่กว้าง ปลายเป็นสามเหลี่ยม มีขนละเอียดเหมือนเส้นไหมปกคลุมอยู่หนาแน่น กลีบดอก 5 กลีบ รูปหอก ยาว 1-1.5 ซม. เกสรผู้ 30-40 อัน ผลเป็นผลสด รูปกรวยคว่ำ มีขนนุ่มคลุมทั่วไป ขนาด 1.5-2 ซม.
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
เป็นพันธุ์ไม้ป่าของไทย ที่ยังไม่ได้ศึกษาประโยชน์

พังคีต้น/Lophopetalum duperreanum

ชื่อวิทยาศาตร์---Lophopetalum duperreanum Pierre
ชื่อพ้อง---Solenospermum duperreanum (Pierre) Tardieu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พังคีต้น พังคีใหญ๋, สองสลึง, ซี, พะเนียงหัด, ยายบู่, ผีเสื้อดง
ชื่อวงศ์---CELASTRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา ไทย เวียตนาม
     ไม้ ต้นผลัดใบสูง8-15 เมตร ลำต้นเปลาตรงเปลือกนอกสีเทาค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยมเล็กๆ
ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขอบใบเรียบเนื้อใบหนาเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบอ่อนสีแดง
ดอก ช่อออกแบบช่อแยกแขนง ออกตามปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาว  ผลหยักตามแนวยาวเป็น3พู ผลแก่สีน้ำตาลแดง เมื่อแห้งแตกตามรอย ยอดอ่อนใบอ่อนรับประทานเป็นผัก
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม


พันจำ/Vatica odorota

ชื่อวิทยาศาตร์--- Vatica odorota (Griff.) Symington
ชื่อพ้อง---
---Anisoptera odorata (Griff.) Kurz
---Sunaptea odorata Griff.
---Vatica grandiflora Dyer
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พันจำ ยางหนู สักเขา
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินโดจีน มาเลเซีย


       ไม้ ต้นสูงขนาด 5-15 เมตรลักษณะคล้ายกับต้นจันทร์กะพ้อ เปลือกต้นสีเทาค่อนข้างเรียบแตกกิ่งก้านมากทรงพุ่มกลมทึบ ออกดอกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาว 10-20 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก ทยอยบานกลีบดอกมี5กลีบ สีขาวนวลกลิ่นหอม อ่อนๆช่วงเย็นและโชยไปไกล
ผล มีปีก สั้นๆ เป็นพันธุ์ไม้ที่โตช้ามาก
ระยะออกดอก---เดือน พฤศจิกายน-มีนาคม    
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและทาบกิ่ง

พุดโกเมน/Rothmannia longiflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Rothmannia longiflora Salisb
ชื่อพ้อง---

---Gardenia stanleyana Hook. ex Lindl.
---Randia maculata DC.
---Randia sapinii De Wild.
---Randia spathacea De Wild.
---Randia stanleyana (Hook. ex Lindl.) Walp.
---Randia thomasii Hutch. & Dalziel
---Solena maculata (DC.) D.Dietr.
ชื่อสามัญ---Terompet Gading
ชื่ออื่น---พุดโกเมน
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แกมเบีย ซูดาน เคนย่า แทนซาเนีย แองโกล่า
พุดโกเมนเป็นพืชในสกุลสะแล่งหอมไก๋ เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นสูงได้ถึง 10 เมตร ใบรูปรียาว 6-18 เซนติเมตร ปลายแหลมยาว โคนรูปลิ่ม ก้านใบยาว 0.3-1 เซนติเมตร เส้นแขนงใบข้างละ 4-5 เส้น ดอกออกเดี่ยว ๆ ที่ปลายกิ่งสั้นด้านข้าง ก้านดอกยาวได้ถึง 1 เซนติเมตร ใบประดับย่อยคล้ายเกล็ด 5-9 อัน หลอดกลีบเลี้ยงยาว 1-2 เซนติเมตร ดอกรูปแตรสีม่วงอมแดง มีปื้นสีเขียวด้านนอก ด้านในสีขาวมีจุดสีม่วงกระจาย หลอดกลีบดอกยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร กลีบรูปไข่แกมรูปขอบขนานยาว 1-4 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ติดบนปากหลอดกลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาว 12-20 เซนติเมตร ยอดเกสรจัก 2 พู รูปกระบอง ยาวได้ถึง 3 เซนติเมตร ยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเล็กน้อย ผลรูปรีกว้างยาว 3.5-7 เซนติเมตร มีสันตื้น ๆ 10 สัน สามารถรับประทานได้ ภายในมีเมล็ดแบน เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 มิลลิเมตร
http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Rothmannia0longiflora0Salisb.

พุดทุ่ง/Holarrhena curtisii

ชื่อวิทยาศาตร์---Holarrhena curtisii King & Gamble
ชื่อพ้อง---
---Holarrhena angustata Pierre
---Holarrhena crassifolia Pierre
---Holarrhena densiflora Ridl.
---Holarrhena latifolia Ridl.
---Holarrhena pulcherrima Ridl.
---Holarrhena similis Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พุดทุ่ง พุดน้ำ ถั่วหนู หัสคุณใหญ่
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม มาเลเซีย
 ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง2-5เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว กิ่งก้านมีขนเบาบางถึงหนาแน่น ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตั้งสลับฉาก ใบรูปรีแกมขอบขนานถึงไข่กลับ กว้าง2.5-5ซม.ยาว7-12ซม.ปลายใบมนหรือเป็นติ่งหนาม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ด้านล่างมักมีสีนวลกว่าด้านบน ก้านใบสั้นมากหรืออาจไม่มีเลย
ดอก สีขาวนวลมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ใบประดับขนาดเล็กแคบ ยาว2-5มม. กลีบเลี้ยง5กลีบ เล็กแคบมีขนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5 แฉกรูปขอบขนานแกมไข่กลับ มีขนทั้งสองด้าน  
ผลเป็นฝักคู่รูปยาวตั้งขึ้น กว้าง0.5-0.6ซม.ยาว22-28ซม.แห้งแล้วแตก ตะเข็บเดียว เมล็ดสีน้ำตาล มีกระจุกขนสีขาว
ระยะออกดอกผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง


พุดนา/Gardenia hygrophilla

ชื่อวิทยาศาตร์---Gardenia hygrophilla Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Kailarsenia hygrophila (Kurz) Tirveng.
ชื่อสามัญ---Candlestick plant
ชื่ออื่น---พุดนา พุดน้ำ
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ พุ่มสูง1.5-2.5เมตร ลำต้นมักแตกกิ่งก้านระดับต่ำ ใบเดี่ยวรูปไข่กลับแกมหอกกลับ กว้าง1.2-2ซม. ยาว2.5-5ซม. โคนใบสอบรูปลิ่ม ปลายใบกลม
ดอก สีขาวออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบ ตอนปลายแยกเป็น 6กลีบ เกสรตัวผู้ไม่มีก้านเกสรอับเรณูสีเหลืองอ่อนอยู่บนคอกลีบดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ติดผล พบตามลานหินและป่าผลัดใบทั่วประเทศ
ขยายพันธุ์---ด้วยการตอนกิ่ง

พุดหอมไทย/Rothmannia thailandica

ชื่อวิทยาศาตร์---Rothmannia thailandica Tirveng.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พุดหอมไทย พุดหอม
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
     ไม้ ต้นขนาดเล็ก สูง1-3เมตร ใบรูปรี กว้าง6-8ซม.ยาว10-16ซม.ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเส้นแขนงใบเป็นร่องลึก ก้านใบสั้น ออกดอกคู่ที่ปลายยอด สีขาวกลิ่นหอมแรง โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดยาว4-6ซม.กลีบดอก5กลีบ โคนกลีบดอกด้านในมีลายจุดสีม่วงแดง เมื่อบานขนาดดอก5-6ซม.ดอกบานอยู่ได้2-3วันจึงโรย ผลเดี่ยวทรงรีกว้าง 2.5-3ซม.ยาว3-4ซม.ปลายผลเรียวแหลม เมื่อสุกสีเหลืองอมเขียว มีเมล็ดจำนวนมาก ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน
เป็นพรรณไม้ที่ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยจากอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีรายงานการตั้งชื่อ ในพ.ศ.2526  ชอบ ความชื้นค่อนข้างสูง มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์  
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด และการทาบกิ่งซึ่งจะใช้สะแล่งหอมไก๋และหมักม่อเป็นต้นตอ


พุทราทะเล/Ximenia americana


ชื่อวิทยาศาตร์---Ximenia americana L.
ชื่อพ้อง---Ximenia exarmata F.Muell.
ชื่อสามัญ---Hog, Monkey Plum, Tallow wood, Tallow Nut, Yellow Plum, Sea Lemon
ชื่ออื่น---พุทราทะเล
ชื่อวงศ์---OLACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อนุทวีปอินเดีย อเมริกาใต้ เอเซียตะวันออก
      ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก พบขึ้นตามป่าชายหาด บนพื้นที่ดินทรายหรือโขดหิน ตามรอยต่อระหว่างชายหาดกับป่าชายเลนหรือป่าละเมาะ ลักษณะทรงต้น แผ่กิ่งก้านต่ำ สูง3-8เมตร เปลือกเรียบสีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนมีคอร์กเป็นสันสีน้ำตาลอมแดง และมีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป ปลายกิ่งมักงันเป็นหนามแข็งตรง หรือโค้งงอตามปลายกิ่ง ยาวประมาณ 1 ซม.
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับแผ่นใบรูปไข่ถึงรูปไข่กว้าง ขนาด2-4x5-7ซม.โคนใบมนขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเป็นติ่งหนามหรือติ่งทู่ บางครั้งเว้าตื้น ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันหรือสีเขียวอมเหลือง ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบกรอบหนา ใบร่วง เปราะ สีน้ำตาลไหม้
ดอก แบบช่อเชิงลดมีก้าน ออกตามง่ามใบ ดอกสมบูรณ์เพศ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวถึงเขียวอ่อน 3-9ดอก ดอกมีกลิ่นหอม ผลแบบผลมีเมล็ดแข็งเมล็ดเดียว รูปรีถึงกลม ขนาด0.5-3x2-3.5ซม. มีติ่งแหลมอ่อนที่ปลาย เนื้อผลร่วนซุย เมื่อสุกสีส้มอมแดง
 ระยะออกดอกและผล---เกือบตลอดปี


โพขี้นก/Ficus rumphii


ชื่อวิทยาศาตร์---Ficus rumphii Blume
ชื่อพ้อง---
---Ficus conciliorum Oken
---Ficus cordifolia Roxb.
---Ficus damit Gagnep.
---Urostigma rumphii (Blume) Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โพขี้นก, โพตัวผู้, โพประสาท
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย
     ไม้ ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ หรือไม้รัดพันต้นไม้อื่น สูงถึง20เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นขนาดใหญ่แต่สั้น โคนต้นมักเป็นพูพอน มีรากอากาศไม่มาก เปลือกเรียบสีเทาเป็นมัน มียางข้นสีขาวคล้ายนม
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ขนาดกว้าง5-8ซม.ยาว7-12ซม.โคนใบตัดถึงเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ปลายใบเรียวแหลมยาวถึง2ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้านด้านล่างเป็นจุดขาว เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง ใบอ่อนสีชมพูเรื่อ ใบแก่สีเหลืองอมเขียวเป็นมัน หูใบรูปใบหอกสีชมพูอมแดงดอก ช่อมีลักษณะคล้ายผลไม่มีก้าน มักออกเป็นคู่ตามง่ามใบฐานหน่วยผลมีใบประดับ3ใบติดคงทน ดอกแยกเพศขนาดเล็กมีกลีบรวม3กลีบ เจริญอยู่ภายในฐานรองดอกที่ขยายใหญ่เป็นกระเปาะผลแบบผลมะเดื่อรูปทรงกลมแกม รูปไข่กลับ มักเบี้ยว ขนาด1-1.2x1-1.5ซม.สีเขียวอมเหลือง มีแต้มสีขาว
ผลสุกสีม่วงแดง ภายในประกอบด้วยผลย่อยแปบบผลเมล็ดเดียวขนาดเล็กรูปไช่กลับจำนวนมาก


โพบาย/Balakata baccata


ชื่อวิทยาศาตร์---Balakata baccata (Roxb.) Esser
ชื่อพ้อง---Basionym: Sapium baccatum Roxb.
ชื่อสามัญ---Mousedeers Rubber tree
ชื่ออื่น---โพบาย
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา เวียตนาม ไทย คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา บอร์เนียว
              ไม้ ไม่ผลัดใบขนาดใหญ่สูงถึง35เมตร พบทั่วไปค่อนข้างมากในท้องถิ่นภาคเหนือ ในป่าดิบและป่าผลัดใบที่ชื้น ลักษณะทรงต้นมีเรือนยอดกลม แผ่กว้าง กิ่งก้านหนาทอดขึ้นบน ปลายกิ่งลู่ลง ลำต้นอ้วนสั้น เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นถึง200 ซม.ต้นแก่มีพูพอนเล็กน้อย เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเทาเข้ม มีรอยแตกตามยาวลึกๆ เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อน ลำต้นไม่มีน้ำยาง แต่มีน้ำยางสีขาวที่กิ่งก้าน
ใบ กว้าง3-8ซม.ยาว8-18ซม. รูปมนรีหรือรูปไข่  ใบอ่อนสีม่วงแดง ใบแก่ด้านล่างมีนวลสีเขียวเทา มักจะมีสีแดงตามขอบใบและก้านใบ ที่ฐานใบมีต่อมนูน2ต่อม ดอกเล็กช่อเรียวแตกแขนง ยาว4-22ซม.
ผลกลมยาวขนาด0.8-1.3ซม.สีเขียวเข้มมีผงสีเทาปกคลุม ผลอ่อนมียางสีขาว สุกสีม่วงดำ ผลไม่แตก ผลนอกบางชั้นในเหนียวคล้ายหนัง มีเมล็ดสีดำ2เมล็ด ติดกับแกนกลางเป็นระยะเวลานานหลังผลเน่าแล้ว
ผลเป็นที่ชื่นชอบของนกและสัตว์ป่าชนิดอื่นมาก
ไม้ มีคุณภาพต่ำ ใช้ในงานก่อสร้างชั่วคราว ทำฟืน เพาะเห็ด ใบมีสารแทนนิน ให้สีย้อมสีดำ รากและใบมีคุณสมบัติเป็นยา น้ำมันเมล็ดใช้จุดไฟ เทียน และสบู่

โพสามหาง/Symingtonia populnea 


ชื่อวิทยาศาตร์---Symingtonia populnea (R.Br.ex Griff)Steenis
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Exbucklandia populnea (R.Br. ex Griff.) R.W.Br.
ชื่อสามัญ---Malayan aspen
ชื่ออื่น---โพสามหาง
ชื่อวงศ์---HAMAMELIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ไม้ต้นสูง 15-30 ม.ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ และภาคใต้ที่บันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นไม้เบิกนำ ขึ้นตามสันเขาที่โล่ง หรือชายป่าดิบเขา ความสูง 1400-2200 เมตร ลักษณะ  ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือรูปฝ่ามือ 3-5 แฉก ยาว 5-16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนกลมหรือเว้าตื้น แผ่นใบหนา เป็นมันวาว หูใบรูปไข่กลับ ยาว 1.5-2.5 ซม. ใบร่วงเร็ว  ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม. ไม่มีกลีบเลี้ยง กลีบดอกมี 2-7 กลีบ รูปแถบ ยาว 2-3 มม. ผลแห้งแตกติดกันเป็นช่อกระจุกแน่น แข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. มี 7-11 ผล เมล็ดรูปรี มีปีก เมล็ดที่ฝ่อไม่มีปีก
ระยะออกดอก---

มณฑาดอย/Magnolia liliifera


ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia liliifera (L.) Baill. var .obovata (Korth.) Govaerts .
ชื่อพ้อง---
---Talauma obovata Korth.
---Magnolia candollei var. obovata (Korth.) Noot.
---Talauma hodgsonii Hook.f. & Thomson
---Magnolia hodgsonii (Hook.f. & Thomson) H.Keng
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณฑาดอย, บุนฑา, ตองแข็ง, บุนฑาหลวง, บุนฑาดอย
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
      ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง8-15เมตร สถานภาพเป็นพืชหายาก พบขึ้นริมลำธาร ที่ระดับความสูง 600-1,300 เมตร ลักษณะทรงต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกสีเทาอมขาว เปลือกต้นหนา มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว มีใบเฉพาะปลายกิ่ง  ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ยาว20-45ซม.แผ่นใบหนาแข็งกรอบ ขอบใบเป็นคลื่น  ดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่ง สีขาว กลีบหนาแข็ง ฉ่ำน้ำมี 9กลีบ เมื่อบานขนาด 6-8ซม.
ออกดอกกว่าจะบานใช้เวลาหลายวันเหมือนกัน กลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน แต่จะหอมแรงช่วงใกล้ค่ำและช่วงเช้า
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน

มณฑาดอย/Talauma hodgsonii


ชื่อวิทยาศาตร์---Talauma hodgsonii Hook.f. & Thomus
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Magnolia hodgsonii (Hook.f. & Thomson) H.Keng
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บุนฑา, ตองแข็ง, บุนฑาหลวง, บุนฑาดอย
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล ภูฎาน ตอนเหนือของอินเดีย พม่า ไทย
ไม้ ต้นไม่ผลัดใบ ในประเทศไทยพบขึ้นในป่าดิบชื้น หรือตามริมธารน้ำ ที่ความสูง 600-1,300เมตร ต้นสูง10-15เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับยาว 20-45ซม.กว้าง6.5-12(16)ซม.ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน แผ่นใบเป็นคลื่น ดอกสีม่วงแกมเหลืองอ่อน เป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ขนาด3-5ซม.ยาว1.5-2ซม.กลีบดอกด้านนอกสีม่วงรูปมน ด้านในสีขาวครีม แคบหนา ดอกมีกลิ่นหอม
ผลเป็นผลกลุ่ม รูปรีแกมขอบขนาน แต่ละช่องมีหนามแข็งเป็นจงอย สีเหลืองถึงน้ำตาล มักมีจุดประสีม่วงทั่วไป เมื่อแก่เป็นสีดำ กว้าง3.5-5ซม.ยาว10-15ซม.
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ติดตา   


มณฑาป่า/Manglietia garrettii


ชื่อวิทยาศาตร์---Manglietia garrettii Craib
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Magnolia garrettii (Craib) V.S.Kumar.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณฑาป่า มณฑาแดง
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ ไทย เวียตนาม     


  ไม้ ต้นขนาดใหญ่ สูง 10-20เมตร เปลือกต้นหนาสีเทา เรียบ ใบเดี่ยวขนาดกว้าง8-12ซม.ยาว18-30ซม.ใบแก่สีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวออกเทา เกลี้ยงไม่มีขน หนาคล้ายแผ่นหนัง
โคนใบมนปลายใบแหลม ก้านใบยาวมีขนสีน้ำตาลแน่น
ดอกเส้นผ่านศูนย์กลางถึง18ซม.สีชมพูแดงแกมม่วง ผลขนาด 4-8 ซม ไม่แตก
มณฑา แดงเป็นพรรณไม้ที่สวยงาม หอมอีกด้วย ตอนดอกตูมใช้เวลาหลายวันกว่าจะบาน แต่บานแล้วจะอยู่ได้2-3วัน แล้วโรยเป็นพรรณไม้ที่ขึ้นในที่สูงและขึ้นกระจายอยู่ในภาคเหนือและภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ  ชอบอากาศเย็น
          พบทั่วไปบบนดอยสุเทพและดอยอินทนนท์ เคยเข้าใจว่าพบเฉพาะ ในประเทศไทยแต่ปัจจุบันพบที่เวียตนามและ ยูนนานตอนใต้

ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

มณฑาภู/Magnolia henryi

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia henryi Dunn
ชื่อพ้อง---
---Lirianthe henryi (Dunn) N.H. Xia & C.Y. Wu
---Manglietia wangii Hu
---Talauma kerrii Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณฑาภู
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ลาว พม่า ไทย
ไม้ต้นขนาดเล็กสูงได้ถึง 5-10 เมตร เปลือกต้นหนาสีน้ำตาล มีกลิ่นฉุน แตกกิ่งน้อย ใบ เดี่ยวรูปไข่หรือรูปรี ยาว35-45 ซม.แผ่นใบหนาแข็งกรอบ ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเห็นร่องเส้นใบชัด ดอกเดี่ยวคว่ำลง สีครีมหรือชมพูขนาดดอก6-5ซม.ผลรูปกระบอกเรียวยาว
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการ เพาะเมล็ด ทาบกิ่ง ติดตา

มณฑิรา/Manglietia insignis

ชื่อวิทยาศาตร์---Manglietia insignis (Wall.) Blume
ชื่อพ้อง---
---Magnolia insignis Wall. var. angustifolia (Hook.f. & Thomson) H.J.Chowdhery & P.Daniel
---Magnolia insignis Wall. var. latifolia (Hook.f. & Thomson) H.J.Chowdhery & P.Daniel
---Magnolia shangpaensis Hu
---Manglietia insignis (Wall.) Blume
---Manglietia yunnanensis Hu
---Manglietia insignis (Wall.) Blume var. latifolia Hook.f. & Thomson
---Manglietia insignis (Wall.) Blume var. angustifolia Hook.f. & Thomson
---Manglietia maguanica Hung T.Chang & B.L.Chen
---Manglietia rufisyncarpa Y.W.Law, R.Z.Zhou & F.G.Wang
ชื่อสามัญ---Red Lotus Tree
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย พม่า ไทย เวียตนาม
      ไม้ ต้นขนาดใหญ่สูง 20-25เมตร พบตามป่าดิบเขาในภาคเหนือที่สูงกว่า 700เมตร มีอากาศหนาวเย็น เจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงแดดเต็มที่และมีความชื้นสูง ลักษณะเปลือกต้นหนาสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ทรงพุ่มกลมทึบ ใบเดี่ยวรูปขอบขนานยาว 15-25ซม.แผ่นใบหนา เหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวอมชมพู ออกที่ปลายยอด มี9กลีบ กลีบหนาแข็งฉ่ำน้ำ เมื่อบานมีขนาด6-8ซม. ผลรูปไข่ยาว 8-12ซม.
 ดอกทยอยบานอยู่ได้นาน 1เดือน ดอกบาน2-3วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน และแรงในช่วงใกล้ค่ำและช่วงเช้า
ระยะออกดอก--เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

มณฑาสวรรค์/Magnolia delavayi

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia delavayi Franch
ชื่อพ้อง---
---Lirianthe delavayi (Franch.) N.H.Xia & C.Y.Wu    
---Magnolia carpunii Romanov & A.V.Bobrov
ชื่อสามัญ--- Delavay's magnolia, Chinese Magnolia
ชื่ออื่น---มณฑาสวรรค์
ชื่อวงศ์--- MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
 ไม้ต้นขนาดเล็กสูงได้ถึง 12เมตร เปลือกต้นหนาสีน้ำตาล มีกลิ่นฉุน มีช่องหายใจช่วงปลายกิ่ง ทรงพุ่มกลมทึบ
ใบ เดี่ยวรูปไข่หรือรูปรี ยาว10-20ซม.แผ่นใบหนา เหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวสีขาวนวลออกที่ปลายยอด มี9กลีบ กลีบหนาแข็งฉ่ำน้ำ เมื่อบานขนาดดอก 5-7ซม. ผลรูปไข่ยาว5-8ซม.มีเมล็ดจำนวนมากสีแดงออก ทยอยออกดอกได้นาน 1 เดือน ดอกบานได้2-3วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน แม้กลีบดอกที่ร่วงโคนต้นก็ยังส่งกลิ่นหอมไปได้ไกล
สามารถ ปรับตัวให้เจริญเติบโตได้ทั้งในพื้นที่ระดับสูงที่มีอากาศหนาวเย็นเช่นดอย อ่างขาง และในภาคกลาง เช่นกรุงเทพฯ แตกกิ่งเป็นพุ่มกลม สูงเพียง2-3เมตร ออกดอกได้ง่าย ต้องการความชื้นค่อนข้างสูงควรรดน้ำบ่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อน ไม่เหมาะกับการปลูกในกระถาง
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการ เพาะเมล็ด ทาบกิ่ง ติดตา

มหาพรหมราชินี/Mitrephora sirikitiae

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Mitrephora sirikitiae Weerasooriya, Chalermglin & R.M.K. Saunders
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มหาพรหมราชินี
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
                คำระบุชนิด sirikitiae เป็นพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีรายงานการตั้งชื่อในปีพ.ศ.2549
พรรณไม้ที่ค้นพบใหม่ เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่  ดร ปิยะ เฉลิมกลิ่น สำรวจพบ พบครั้งแรกที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2546 บนเขาหินปูนที่ระดับสูง1,100เมตร
 เป็น ไม้ต้นขนาดเล็กสูง3-5เมตร เปลือกต้นหนาสีน้ำตาลเข้มมีกลิ่นฉุน กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ผิวใบเรียบ ดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก 1-3 ดอก ออกตรงข้ามใบ กลีบดอกชั้นนอกรูปไข่กลับสีขาว กลีบชั้นในประกบกันเป็นรูปกระเช้าสีม่วงแดง เมื่อบานกว้าง8-10ซม ออกดอกเดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม ส่งกลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย10-15ผล รูปทรงกระบอกยาว5-6ซม.
ต้น ที่ขึ้นอยู่บนเขาหินปูน จะทิ้งใบหมด เหลือเฉพาะแต่กิ่งก้านและออกดอกได้เต็มต้น เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ราบที่มีอากาศร้อน สามารถปรับตัวเจริญได้ดีและมีช่วงออกดอกเกือบตลอดปี
การขยายพันธุ์  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งระเทศไทย(วว.)ประสบความสำเร็จจากงาน วิจัยในการขยายพันธุ์โดยวิธีทาบกิ่ง เสียบยอด และติดตา โดยใช้มะป่วนหรือนางแดงเป็นต้นตอ
จึงสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เป็นพืชที่ปลูกแล้วออกดอกได้แล้วหลายแห่งในประเทศ จนพ้นสถานภาพใกล้สูญพันธุ์แล้ว
ระยะออกดอก---เมษายน-พฤษภาคม


มะกอกดอน/Schrebera swietenioides

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Schrebera swietenioides Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Nathusia swietenioides (Roxb.) Kuntze
---Schrebera pubescens Kurz
ชื่อสามัญ---Weaver's Beam Tree
ชื่ออื่น---มะกอกดอน, มะกอกโคก, มะกักป่า
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว
      ไม้ ต้นผลัดใบสูงถึง 15 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยเรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปรี ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวโคนเป็นหลอดปลายแยก4-7กลีบ ผิวด้านในมีขนสีน้ำตาลแน่น ผลแห้งแล้วแตก แข็งคล้ายเนื้อไม้รูปไข่กลับ


มะกอกหนัง/Choerospondias axillaris


ชื่อวิทยาศาตร์---Choerospondias axillaris (Roxb.) B. L. Burtt & A. W. Hill
ชื่อพ้อง---
---Poupartia axillaris (Roxb.) King & Prain
---Poupartia fordii Hemsl.
---Spondias axillaris Roxb.
ชื่อสามัญ---Nepali hog plum
ชื่ออื่น---มะกอกหนัง มะมือ
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เนปาล อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน จีน ญี่ปุ่น (พม่า)

      ไม้ ต้นสูงถึง30เมตร ผลัดใบระยะสั้น พบค่อนข้างมากในป่าดิบเขา ลักษณะเปลือกต้นสีเทาเข้ม หรือแดงน้ำตาล ใบประกอบมีใบย่อย 13คู่ ใบย่อยคู่บนใหญ่สุด
ดอกสีแดงเข้ม สมบูรณ์เพศ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ2-3 ดอก ขนาด0.4-0.5เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมี5พูสีแดงอมม่วง ผิวในมีต่อมขน กลีบดอกซ้อนกัน5กลีบ
ผลสีเขียวหรือเหลืองรูปไข่ ขนาด2-3ซม. มีร่อง5ร่องที่ปลายชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ข้างบนมี5รูเท่ากับจำนวนเมล็ด


มะกัก/Spondias bipinnata

ชื่อวิทยาศาตร์---Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะกัก, มะกอกป่า, กอกกัก
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของไทย
        ไม้ ต้นสูง 10-20เมตรพบ ขึ้นตามภูเขาหินปูนที่แห้งแล้งในป่าเบญจพรรณหรือป่าละเมาะผลัดใบทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ลักษณะ เปลือกสีเทามีช่องอากาศทั่วไป ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปใบหอก โคนใบเบี้ยว แผ่นใบด้านล่างมีขนนุ่ม ช่อดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาวกลิ่นหอมอ่อน
ผลกลมรีสีเหลืองอมเขียวมีเมล็ดแข็ง1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม


มะเกลือกา/Diospyros gracilis


ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros gracilis H. R. Fletcher.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาจะ, น้ำจ้อน, มะหวีด
ชื่อวงศ์--- EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย
      ไม้ต้นสูงถึง10เมตร พบขึ้นในป่าดิบแล้งบริเวณเขาหินปูน ลักษณะทรงต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบเดี่ยวเรียงสลับ กว้าง1.6-1.9ซม.ยาว5.5-7ซม.รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน ปลายใบทู่ โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อกระจะสั้นสีขาวครีม ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปทรงกลมแกมรูปรี มีกลีบเลี้ยงติดทน ผลอ่อนมีขน ผลแก่เกือบเกลี้ยง
ผลใช้ทำสีย้อมผ้า
ระยะออกดอกติดผล---เดือนมีนาคม-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


มะเกิ้ม/Canarium subulatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Canarium subulatum Guill.
ชื่อพ้อง---
---Canarium kerrii Craib
---Canarium rotundifolium Guillaumin
---Canarium thorelianum Guillaumin
---Canarium venosum Craib
---Canarium vittatistipulatum Guillaumin
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะกอกเกลื้อน, มะกอกเลือด, กอกกัน, มักเหลี่ยม, ซาลัก
ชื่อวงศ์---BURSERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ลาว กัมพูชา เวียตนาม


        ไม้ ต้นผลัดใบ สูงถึง20เมตรพบเสมอในป่ากึ่งโล่งที่มีไผ่ ลักษณะลำต้นตั้งตรงเรือนยอดกลม เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาถึงเทาแก่ เปลือกชั้นในสีน้ำตาลอ่อนมีขีดเส้นขาวๆ และให้น้ำยางใส ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีออกดำ
ใบ ยาว20-45ซม.เป็นใบประกอบแบบขนนก 2-5คู่ ขอบใบหยักแบบซี่เลื่อยตื้นๆ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลอมส้มหนาแน่น ใบแก่เกลี้ยง สีแดงเข้ม ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ออกเป็นช่อตามง่ามใบสีเขียวแกมขาว ผลขนาด2.8-3.5ซม. ช่อยาว2.5-8ซม.สีเขียวเหลือง รูปไข่ปลายแหลม มีเมล็ดเดียวชั้นหุ้มเมล็ดแข็งมาก ออกดอกเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคมติดผลเดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม
ไม้เนื้ออ่อน ใช้ทำเครื่องเฟอร์นิเจอร์คุณภาพต่ำ ผลกินได้ทั้งสดและดอง เก้งชอบกินผลหล่น สีดำของผลใช้ทำหมึก
นักโบราณคดีพบ Canariumในชั้นหินโบราณบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย อายุประมาณ 40,000ปี แสดงว่า เป็นต้นไม้เก่าแก่ที่สุดที่ได้ถูกบันทึกในประเทศไทย


มะขม/Pittosporopsis Kerrii


ชื่อวิทยาศาตร์--- Pittosporopsis Kerrii Craib
ชื่อพ้อง---
---Pittosporopsis nervosa Gagnep.
---Pittosporum nervosum (Gagnep.) Gowda
---Stemonurus yunnanensis Hu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะขม
ชื่อวงศ์---ICACINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว เวียตนาม ยูนนาน
      ไม้ พุ่มสูงถึง 8เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ เปลือกบางมาก มีรูอากาศใหญ่กระจายทั่วไป ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแคบขนาดของใบกว้าง4-7ซม.ยาว10-21ซม. ผิวใบเรียบเกลี้ยงด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกสีขาวหรือเขียวอ่อน ผลขนาด2-2.5ซม.สีเขียวสดแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผิวเรียบ มักใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการบวมของแขนและขา


มะขาว/Trivalvaria pumila

ชื่อวิทยาศาตร์---Trivalvaria pumila (King) J.Sinclair
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---ma khao (General)
ชื่ออื่น---มะขาว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย
  ไม้ พุ่มสูงประมาณ 2 เมตรพบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง 400เมตร
ลักษณะ แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกลม เปลือกสีน้ำตาลดำมีกลิ่นฉุน เนื้อไม้เหนียวมาก ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับกว้าง 5-6.5ซม. ยาว15-18ซม.ใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอกออก1-2 ที่นอกซอกใบ ดอกสีขาว ดอกบานมีขนาด2-2.5ซม.ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย7-10ผล ผลรูปรีปลายแหลมกว้าง8มม.ยาว2.2ซม.ผลอ่อนสีเขียวเป็นมันเรียบ มีช่องอากาศเป็นจุดประขาว ผลแก่สีแดงส้ม                            ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม

มะแขว่น/Zanthoxylum rhetsa


ชื่อวิทยาศาตร์--- Zanthoxylum rhetsa (Roxb.) DC.
ชื่อพ้อง---
---Fagara budrunga Roxb.
---Fagara rhetsa Roxb.
---Tipalia limonella Dennst.
---Zanthoxylum budrunga (Roxb.) DC.
---Zanthoxylum limonella Alston
ชื่อสามัญ---Indian Prickly Ash
ชื่ออื่น---มะข่วง,มะแข่น, กำจัดต้น ,หมักข่วง, มะกรูดตาพราหมณ์, ลูกระมาศ
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ ชวา ฟิลิปปินส์ สุลาวาสี หมู่เกาะซุนดาน้อย ปาปัวนิวกินีตอนใต้


          ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ผลัดใบสูงประมาณ 10-30เมตรแตกกิ่งน้อย ทรงพุ่มโปร่งเรียวสูงชะลูด ลำต้นยาวและตรง เปลือกต้นสีน้ำตาลมีหนามอ้วนแข็ง  ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคี่หรือคู่เรียงสลับ ใบย่อย5-14คู่ ขนาดใบย่อยกว้าง2.5-6ซม.ยาว7-18ซม. ใบย่อยที่ปลายใหญ่ที่สุด ฐานใบไม่สมมาตร ขอบใบเรียบ ใบแก่เกลี้ยง มักจะมีแต้มสีแดงตามขอบใบและก้านใบ ด้านล่างใบมีต่อมเล็กๆหนาแน่นเมื่อขยี้จะมีกลิ่น
ช่อ ดอกแบบช่อแยกแขนงออกที่ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอด มีดอกย่อยสีขาวอมเขียวจำนวนมาก ขนาดของดอกย่อย0.2ซม. มักแยกเพศ ช่อดอกยาว 8-20ซม.
ผลค่อนข้างกลม ขนาดของผล 0.6-0.9ซม. เป็นช่อกว้างมีึถึง100ผล ผลอ่อนสีเขียวผิวขรุขระ มีต่อมสีเข้ม เมื่อสุกสีชมพูหรือแดงมีเนื้อบางมีกลิ่นคล้ายมะนาว  แห้งแล้วแตกได้2-5ส่วนแต่ละส่วนมีเมล็ดสีดำ1เมล็ด  ใช้เป็นเครื่องเทศ

มะควัด/Ziziphus rugosa  


ชื่อวิทยาศาตร์---Ziziphus rugosa Lam.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Zunna berry
ชื่ออื่น---มะควัด
ชื่อวงศ์---RHAMNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล ไทย พม่า
     ไม้ต้นผลัดใบสูงถึง 6เมตร อยู่ในวงศ์พุทรา แตกกิ่งระเกะระกะมีหนามโค้ง ใบอยู่ในระนาบขนาดใบกว้าง3-7.5ซม.ยาว5-15ซม. ขอบใบมักเป็นซี่หยัก กิ่งก้านอ่อนและใต้ใบมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น
ดอกขนาด0.6ซม.สีเหลืองอ่อนออกเขียว ดอกเป็นช่อแตกแขนงมีก้านร่วมชัดเจน
ผลขนาด0.8-1.5ซม.สีเหลืองหรือส้มอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมหนาแน่น มีเนื้อหุ้มเมล็ดบางๆ เมล็ดแข็ง1-2เมล็ด


มะคังดง/Ostodes paniculata

ชื่อวิทยาศาตร์---Ostodes paniculata Blume
ชื่อพ้อง---
---Ostodes corniculata Baill.
---Ostodes katharinae Pax
---Ostodes kerrii Craib.
---Ostodes prainii Gand.
---Ostodes thyrsantha Pax
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะคังดง
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย เวีบตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย


          ไม้ ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กสูงถึง10เมตรพบทั่วไปในร่มเงาที่ชุ่มชื้นทางภาคเหนือ ลักษณะ เรือนยอดไม่สม่ำเสมอ แผ่กว้าง ลำค้นบิดงอ เปลือกต้นสีเทาอ่อนผิวเรียบ เปลือกชั้นในมักมียางสีเหลืองหรือแดง
ใบ เดี่ยวขนาดกว้าง7-9ซม.ยาว15-24ซม.ขอบใบหยักเป็นซี่เล็กๆมีต่อม2ต่อมเชื่อม กันที่ปลายของแต่ละหยัก ก้านใบมีต่อม2ต่อมด้านบน หูใบหลุดร่วงง่าย
ดอกสีขาวบางครั้งมีประสีชมพูช่อดอกแคบยาวแยกเพศแยกต้น ดอกผู้รูปกลม ดอกเมียรูปไข่ ขนาดดอก1.2ซม.
ผล มักเป็น3พูขนาด2.5-3ซม.เมื่ออ่อนสีเขียว สุกสีน้ำตาล ผิวนอกเหนียวคล้ายหนัง ชั้นในแข็ง แตกได้เป็น3ส่วน เมล็ดกลมมี2สันขนาด1-1.2ซม.สีน้ำตาลหรือดำมีจุดลายๆ
ไม้เนื้ออ่อน สีจาง ใช้ทำฟืนและกระดาษ
ขายพันธุ์---เมล็ด  


มะคังแดง/ Dioecrescis erythroclada


ชื่อวิทยาศาตร์---Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng
ชื่อพ้อง---Gardenia erythroclada Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะคังแดง มะคังป่า มะคัง จิ้งก่าขาว ชันยอด ตุมกาแดง มุยแดง ลุมปุกแดง
ชื่อวงศ์--- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย อินโดจีน
      ไม้ ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางสูง 6-12 เมตร พบตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และชายป่าดิบชื้น ลักษณะลำต้น กิ่งก้านสีน้ำตาลแดง โคนมีหนาม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือไข่กลับ กว้าง8-15ซม.ยาว15-22ซม.ผิวใบมีขน หูใบรูปสามเหลี่ยม หลุดร่วงง่าย  
ดอก สีเขียวอ่อนแกมเหลือง ที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง  ดอกเพศผู้ไม่มีก้านดอก ดอกเพศเมียออกเป็นช่อสั้นใกล้ปลายยอด ผลเป็นผลสดรูปไข่รีมีสันปลายผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่
เนื้อไม้ใช้ทำหน้าไม้ เครื่องมือทางการเกษตร เปลือกต้นตำพอกแผลสดห้ามเลือด
ระยะออกดอกติดผล---เดือนเมษายน-เดือนกรกฏาคม


มะเค็ด/Catunaregam tomentos


ชื่อวิทยาศาตร์---Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng.
ชื่อพ้อง---
---Gardenia dasycarpa Kurz
---Gardenia tomentosa Blume ex DC.
---Randia dasycarpa (Kurz) Bakh.f.
---Xeromphis tomentosa (Blume ex DC.) T.Yamaz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะเค็ด ระเวียงใหญ่ หนามแท่ง
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย เวียตนาม ลาว กัมพูชา มาลายา ชวา


          มะเค็ดหรือระเวียงใหญ่ เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ ความสูง 2-8 เมตร พบในป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ ในป่ารกร้างตามทุ่งหญ้าในเขตแห้งแล้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ระดับความสูง200-500เมตร
ลักษณะ มีหนามแข็งเป็นคู่ กิ่งและขนอ่อนนุ่มสีน้ำตาล แตกกิ่งขนาดเล็กจำนวนมากแน่นเป็นพุ่ม เปลือกนอกสีน้ำตาลผิวหยาบ เปลือกแตกเป็นสะเก็ด
        ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปรี มีหูใบ1คู่รูปสามเหลี่ยม ใบอ่อนมีขน ต้นอ่อนมีหนาม1คู่ที่ซอกใบ หนามแหลมและแข็งยาว2-3ซม.
 ดอก เดี่ยวออกที่ซอกใบเมื่อเริ่มแย้มมีสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นเหลืองอ่อนมีกลิ่นหอมอ่อน ผลกลมรีกว้าง2-3ซม.ยาว4-5ซม. เปลือกผลมีขนสีน้ำตาลปกคลุมมีเมล็ดจำนวนมากประโยชน์ของผลนำมาใช้สระผม และต้นปลูกเป็นรั้วกั้นแนว หรือแปลงปศุสัตว์


มะดะหลวง/Garcinia xanthochymus

ชื่อวิทยาศาตร์---Garcinia xanthochymus Hook.f.
ชื่อพ้อง---
---Garcinia pictoria (Roxb.) Engl.
---Garcinia tinctoria (DC.) W. Wight
---Xanthochymus pictorius Roxb.
---Xanthochymus tinctorius DC.
ชื่อสามัญ---Mysore gamboge
ชื่ออื่น---มะดะหลวง, มะดะ, มังคุดป่า
ชื่อวงศ์---CLUSIACEAE (GUTTIFERAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรมาเลย์ ฟิลิปปินส์
   ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง 10-20 เมตร กระจายกว้างขวางพบทั่วไป ตามป่าดิบที่มีการรบกวนน้อย มักพบใกล้ธารน้ำที่ระดับความสูง600-1000เมตร ลักษณะเปลือกต้นบางสีน้ำตาลเข้ม กิ่งก้านหนาเป็นเหลี่ยม มียางสีเหลือง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขนาดของใบกว้าง10ซม.ยาว40ซม. ฐานใบกลมหรือป้าน                                                                   ดอกสีขาวขนาด1.5-2.5ซม. ออกตามซอกใบ เป็นกลุ่มช่อสั้นๆบนกิ่ง กลีบดอก5กลีบมีเกสรเพศผู้จำนวนมากผลสดขนาด4.5-9ซม.รูปกลมเมื่อสุกสีเหลือง เข้ม เมล็ดใหญ่ 3-5 เมล็ด
ไม้ค่อนข้างหนักและแข็ง เปลือกให้สีคล้ายสีน้ำมันมะกอก ใช้ย้อมเสื้อผ้า ผ้าฝ้ายและผ้าไหม ผลกินได้แต่มีฤทธิ์เป็นกรด ทำเครื่องดื่มได้


มะดูกดำ/ Xanthophyllum virens

ชื่อวิทยาศาตร์---Xanthophyllum virens Roxb.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- มะดูกดำ, ขางขาว, มะดูก
ชื่อวงศ์---POLYGALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ พม่า คาบสมุทรมาเลย์


 ไม้ต้นไม่ผลัดใบสูง 15-30 เมตรพบตามป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดงดิบ ที่ระดับสูงไม่เกิน800เมตรลักษณะทรงต้น เรือนยอดแคบและแน่น เปลือกต้นสีครีมอ่อนค่อนข้างหนาเป็นเนื้อ(cork)และผิวแตกระแหงเล็กๆ เปลือกชั้นในสากสีครีมอ่อนหรือส้ม
ใบเดี่ยวขนาดกว้าง2.5-7.5ซม.ยาว10-23ซม.เรียงเวียนรอบกิ่ง แบบสลับ รูปมนรีแคบหรือรูปหอกสอบเข้าที่ปลายทั้งสองด้าน ขอบเป็นคลื่นด้านบนเป็นมันสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวแกมเทา
ดอกขนาด0.8-1.4ซม.สีขาวแกมเหลือง ดอกคล้ายดอกถั่ว ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง5กลีบขนาดไม่เท่ากัน ผลกลมขนาดบวกลบ3ซม.สีเหลืองเข้มแกมเขียวคล้ายหนัง มีรอยเหี่ยวย่นเมื่อสุก มีเมล็ดขนาดใหญ่ 1 เมล็ด
พบเสมอในป่าที่ไม่ถูกไฟไหม้ สังเกตได้ง่ายในป่าดิบเพราะมีน้อยชนิดที่มีเปลือกต้นเป็นรอยแตกลึกและใบแห้งสีเขียว เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน


มะเดื่อเกลี้ยง/Ficus racemosa var. racemosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Ficus racemosa var. racemosa
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Ficus racemosa L.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ปากีสถาน  ศรีลังกา อินเดีย กัมพูชา ไทย พม่า ยูนนาน ลาว เวียตนาม จีนตอนใต้ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา หมู่เกาะซุนดาน้อย นิวกินี ออสเตรเลีย
ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 24เมตร เรือนยอดโปร่ง กิ่งแผ่ขยายกว้าง ลำต้นที่อายุมากจะเป็นร่องหรือพูพอน เปลือกต้นสีเทาอมชมพูหรือน้ำตาลอ่อน ผิวสากและมีเกล็ดหยาบ เปลือกชั้นในสีชมพูมีน้ำยางสีน้ำตาลออกครีม ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ กว้าง4-8ซม.ยาว8-15(20)ซม.ขอบใบเรียบหรือใกล้ปลายใบมีหยักกลมตื้น ใบแก่เกลี้ยงด้านล่างมีขนละเอียดสีขาว ผลแบบมะเดื่อ ออกตามปุ่มบนลำต้นหรือกิ่งใหญ่ๆ รูปปปคล้ายลูกข่างสีเขียวอมเหลือง สุกสีน้ำตาลอมแดงเข้ม
ไม้ค่อนข้างทน ใช้ทำอุปกรณ์ราคาถูก มีสรรพคุณทางสมุนไพร

มะเดื่อสาย/Ficus semicordata

ชื่อวิทยาศาตร์--- Ficus semicordata J.E. Smith
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะน้อดกว๊าย เดื่อปล้องหิน มะค่าขน มะเดื่อขน แม่นอน
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


   ไม้ ไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงถึง 20เมตร เป็นพรรณไม้ที่พบตามริมน้ำในป่าเบญจพรรณและป่าดิบ ที่ระดับความสูง 350-1,350เมตร
ทุกส่วนมีน้ำยางขาว กิ่งอ่อนเป็นข้อปล้อง มีขนสีน้ำตาล ปลายยอดมีหูใบรูปรียาว 1.5ซม. หลุดร่วงง่าย
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับรูปรีแกมขอบขนาน มีขนสากคายทั้งสองด้าน ขนาดกว้าง5-10ซม.ยาว15-30ซม. โคนใบเว้าด้านหนึ่งคล้ายติ่งหู ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย
ดอก ออกเป็นช่อเป็นสายยาวจากโคนต้น มีรูปร่างคล้ายผล ส่วนฐานของดอกเจริญเป็นกระเปาะกลม สีเขียวอมน้ำตาล ผิวมีรอยแผลระบายอากาศกระจายทั่วไป ภายในผลเป็นดอกแยกเพศและดอกไม่สมบูรณ์เพศอยู่อัดกันแน่น ผลกลมเมื่อสุกสีแดง ขนาด3ซม.
ผลแก่รับประทานได้มีรสหวานอมเปรี้ยว
อ้างอิง,ภาพประกอบเพื่อการศึกษา---หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3
---ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden


มะเดื่อหอม/Ficus hirta

ชื่อวิทยาศาตร์---Ficus hirta Vahl
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะเดื่อขน เดื่อหอม
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล สิกขิม อัสสัม  ไทย พม่า จีนตอนใต้ ไหหลำ คาบสมุทรอินโดจีน มาลายา สุมาตรา ชวา
             ไม้ ต้นสูง 10เมตร ขอบใบมีซี่หยักหยาบ สีน้ำตาลอมเหลืองประปราย ขนยาวและหยาบบนเส้นใบ ด้านล่างขนนุ่มกว่า มีหูใบแหลม กิ่งก้านมักจะกลวง และที่ข้อพองออกในต้นอ่อน
ผลสีเหลืองสุกสีแดงอมส้ม รับประทานได้ หลายส่วนของพืชเป็นสมุนไพร


มะแตกต้น/Casearia flexuosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Casearia flexuosa Craib
ชื่อพ้อง---Casearia yunnanensis F.C. How & W.C. Ko
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมากผ่าสาม ผ่าสามน้อย มะแตกต้น ma taek ton (Lampang)
ชื่อวงศ์---FLACOURTIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ไทย ลาว เวียตนาม


ไม้ พุ่มสูง4เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนใบรูปลิ่มปลายใบแหลมขอบใบจัก มีขนสีเหลืองทั้งสอวด้าน ดอกช่อแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ใบประดับรูปไข่ กลีบเลี้ยง 4-5กลีบ เป็นขนครุย ผลสดทรงรี แตกเป็น3แฉกสีเหลือง เมล็ดรูปไข่สีขาวเนื้อหุ้มเมล็ดสีแดง มี3-8เมล็ด
ยาพื้นบ้านอิสานใช้ รากต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะ ต้มน้ำอม แก้ลิ้นเป็นฝ้าขาว


มะนอดน้ำ/Ficus heterophylla


ชื่อวิทยาศาตร์---Ficus heterophylla L.f.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมักหลอด สลอดน้ำ
ชื่อวงศ์---MORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า ไหหลำ คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ ชวา บอร์เนียว
      ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก  สูงถึง8เมตร ลำต้นเลื้อยทอดคลานมักพบขึ้นบนไม้อื่นแต่ไม่ใหญ่พอจะรัดพัน  ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดของใบกว้าง3-7ซม.ยาว5-18ซม.ใบอ่อนหรือยอดอ่อนมีขนหยาบขึ้นหนาแน่น เนื้อใบบางมีขนหยาบประปรายหลังใบสีเขียวท้องใบสีเงินขาว
ดอก ออกเป็นช่อเล็กๆตามซอกใบหรือตามกิ่งออกดอกเดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม  ผลแบบมะเดื่อ ออกเดี่ยวๆสีส้มอมแดงผลสุกรับประทานเป็นผลไม้ได้มีรสเปรี้ยว

มะนาวดำ/Serverinia buxifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Serverinia buxifolia (Poir.) Ten.
ชื่อพ้อง---
---Atalantia bilocularis (Roxb.) Wall. ex Skeels
---Atalantia buxifolia (Poir.) Oliv.
---Citrus buxifolia Poir.
---Limonia bilocularis Roxb.
---Sclerostylis buxifolia (Poir.) Benth.
ชื่อสามัญ---Chinese Box-Orange, Box orange, Boxthorn.
ชื่ออื่น---มะนาวดำ
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนใต้ เวียตนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
     ไม้ พุ่มเตี้ย ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 1 เมตร กิ่งก้านแผ่ ยอดมีขนประปรายเมื่อยังอ่อน มีหนามที่ตาข้าง ใบประกอบมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบมนหรือกลม โคนใบแหลม เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนังและแข็ง ก้านใบสั้นมาก มีต่อมน้ำมันมาก
ดอก สีขาว ออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ5กลีบ โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังกว้าง ปลายแยกออกเป็น5แฉก รูปกลมสั้น กลีบดอกรูปขอบขนานผลรูปทรงกลมแป้น สีม่วงดำ เป็นมัน เมล็ดรูปไข่ขนาดใหญ่
ปลูกเป็นไม้ดัดกระถาง  บอนไซ ในต่างประเทศใช้เป็นไม้รั้ว (Hedge Plant)
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


มะนาวเทศ/Trigonostemon thyrsoideus


ชื่อวิทยาศาตร์---Trigonostemon thyrsoideus Stapf
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โลดทะนงเหลือง
ชื่อวงศ์--- EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ อินโดจีน


           ไม้ พุ่มไม่ผลัดใบสูงถึง8เมตร เปลือกสีน้ำตาลออกส้มถึงน้ำตาลเข้ม ผิวเรียบ เปลือกในมีน้ำยางใสหรือออกแดงใบกว้าง12ซม.ยาว33ซม.ก้านใบยาวถึง8ซม.
ดอกสีเหลืองสดช่อดอกแคบแตกแขนง ดอกแยกเพศในช่อเดียวกัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอก 1.5ซม. ผลยาวถึง1.7ซม.เป็น3พูผิวเป็นหนามนุ่มเล็กน้อยแตกได้
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม
ระยะติดผล---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม


มะนาวผี/Atalantia monophylla

ชื่อวิทยาศาตร์---Atalantia monophylla (DC.)Correa
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Wild Lime
ชื่ออื่น---กรูดผี กรูดเปรย ตะนาวพลี นางกาน มะลิว
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และตอนใต้ของจีน

            ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 5-8 เมตรเรือนยอดรูปไข่ โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกบางสีเทาปนน้ำตาล มีหนามแหลมอ่อนๆยาว2เซนติเมตร ติดอยู่ตามต้นและกิ่ง เปลือกชั้นในสีครีม
ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดกว้าง 2.5-6 ซม.ยาว 9-19 ซม. โคนใบสอบปลายมน แผ่นใบหนาและเหนียว มีต่อมน้ำมันใสกระจายทั่วแผ่นใบ ขยี้แล้วมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
ดอกช่อแบบช่อกระจะออกตามง่ามใบ ช่อดอกยาว 2.5-5 ซม. ประกอบด้วยดอกย่อยหลายดอก ดอกย่อยขนาด 1.2 ซม.กลีบดอก 4-5 กลีบสีขาว กลิ่นหอม
ผลเป็นผลสดขนาด 1-2.5 ซม. เปลือกมีต่อมน้ำมันเมื่อแก่สีเขียวอมเหลืองหรือเขียว หม่น
ผล มีเนื้อ หลายเมล็ดเป็นกลีบคล้ายผลส้ม รูปทรงกลมขนาด 1.5-2.5 ซม. ผิวขรุขระสีเขียวอมเหลือง มี 4-8 เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม


มะนาวเหลี่ยม/Merope angulata


ชื่อวิทยาศาตร์---Merope angulata (Wild.) Swingle
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะนาวเหลี่ยม
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อ่าวเบงกอล พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย
           ไม้ พุ่มหรือไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 1-3 เมตร พบ ขึ้นค่อนข้างจำกัดในพื้นที่ป่าชายเลนด้านใน ริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นเลนแข็ง หรือในป่าพรุ ประเทศไทยพบเฉพาะชายฝั่งทะเลอันดามัน
 ลักษณะทรงต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลม มีหนามแข็ง 1 คู่ออกข้างง่ามใบหรือแขนงกิ่ง ยาว 1-3 ซม.เปลือกเรียบถึงแตกเป็นร่องตื้นตามยาว
ใบ ประกอบแบบใบย่อย1ใบ แต่ลดรูปคล้ายใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง 2- 5ซม.ยาว 7-12 ซม. ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน มีต่อมน้ำมันใสเล็กๆกระจายทั่ว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เนื้อใบหนาด้านบนสีเขียวคล้ำด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก เดี่ยวหรือออกเป็นคู่ตามง่ามใบ สีขาวมีกลิ่นหอม ดอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอก 0.5-0.8ซม. ผลแบบมีเนื้อหลายเมล็ดแบบผลส้ม รูปทรงรีหรือรูปไข่ปลายทื่อมี3ลอน ขนาด กว้าง 2-3 ซม.ยาว 3-6 ซม.สีเขียวคล้ำ ผลแก่สีเหลืองแกมเขียว ภายในเป็นเมือกลื่น แต่ละลอนมี 1-4 เมล็ด
ระยะออกดอกและผล---เป็นช่วงๆตลอดปี   


มะเนียงน้ำ/Aesculus assamica

 ชื่อวิทยาศาตร์---Aesculus assamica Griff.
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms
---Aesculus chuniana Hu & W.P.Fang
---Aesculus lantsangensis Hu & W.P.Fang
---Aesculus megaphylla Hu & W.P.Fang
---Aesculus polyneura Hu & W.P.Fang
---Aesculus rupicola Hu & W.P.Fang
ชื่อสามัญ---East Himalayan Horse Chestnut
ชื่ออื่น---มะเกียน้ำ ปวกน้ำ โปตานา ขล่ำปอง หมากขล่ำปอง
ชื่อวงศ์---HIPPOCASTANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---สิกขิม อัสสัม ตอนเหนือของพม่า ไทย

 

     ไม้ ต้นผลัดใบสูง 15-20 เมตร เปลือกต้นเรียบ มีช่องอากาศขนาดใหญ่ ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกตรงข้ามใบย่อย6-7ใบขนาดไม่เท่ากัน โคนใบสอบปลายใบมนมีติ่งแหลม ขอบจักซี่เลื่อย ดอกสีขาว ตรงกลางสีแกมเหลือง ช่อยาวถึง 80 เซนติเมตร
ผลรูปรีหรือรูปไข่ไม่สมมาตรขนาด2.5-3.5ซม.สีน้ำตาล เหนียวคล้ายหนังเปลือกขรุขระเล็กน้อย แตกออกได้ 3 เสี้ยวเมล็ดใหญ่ 1-3 เมล็ด
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกุมภาพันธุ์-เดือนเมษายน


มะผด/Rhus chinensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Rhus chinensis Mill.
ชื่อพ้อง---
---Rhus amela D.Don
---Rhus javanica chinensis (Mill.) T.Yamaz.
---Rhus semialata Murray
---Schinus indicus Burm.f.
ชื่อสามัญ--- Chinese Gall
ชื่ออื่น---มะเหลี่ยมหิน
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา เวียตนาม จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น คาบสมุทรมาเลย์ อินโดนีเซีย(สุมาตรา)

 

      ไม้พุ่มผลัดใบหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง8เมตร เปลือกต้นสีครีม น้ำตาล ผิวเรียบ มักมีรูอากาศขนาดใหญ่สีน้ำตาลแดงเรียงเป็นแถวตามยาว เปลือกในสีครีมอ่อน มียางขาวหรือยางสีเหลืองอ่อนเล็กน้อย  
ใบ ประกอบยาว25-40ซม.ใบย่อย3-6คู่ ฐานใบย่อยไม่สมมาตร ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อนหนาแน่น ใบแก่สีเขียวเข้ม ผิวสากมีขนสั้นๆสีน้ำตาลบนเส้นใบด้านบน ด้านล่างมีขนหนาแน่น ใบใกล้ร่วงสีแดงเข้ม
ดอก เล็กสีเขียวครีมออกเป็นช่อดอกขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่งยาว30-80ซม.ดอกย่อย ขนาด0.2-0.4ซม.ผลขนาด0.4-0.5ซม.สีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นชมพูมีเหลือบสีเทาอ่อน ผิวมียางเหนียว รูปคล้ายมะม่วง มีกลีบเลี้ยงรองรับ ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง
ลำต้น ราก ใบ นำไปต้ม ใช้ทำความสะอาดแขน ขา ลำต้นและเมล็ดใช้รักษาแผล อาการเจ็บคอและเป็นหวัด
พบ ในป่าดงดิบที่ความสูง600-1,600เมตรจากระดับน้ำทะเล ชอบขึ้นตามริมธารน้ำและที่ชื้นทั่วไป
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน
ระยะติดผล---เดือนธันวาคา-เดือนมกราคม


มะฝ่อ/ Trewia nudiflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Trewia nudiflora L.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Mallotus nudiflorus (L.) Kulju & Welzen.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะปอบ ม่อแน่ะ
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า เวียตนาม จีนตอนใต้ ฟิลิปปินส์ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว

 

 ไม้ ต้นผลัดใบช่วงสั้นๆสูง 15-30 เมตร กิ่งก้านใหญ่และแผ่กว้าง ลำต้นอ้วนสั้น เปลือกต้นสีน้ำตาลออกเทา ผิวเรียบหรือหลุดออกเป็นแผ่นบางๆ
ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขนาดของใบกว้าง5-16ซม.ยาว8-22ซม. ใบอ่อนมีขนรูปดาวหนาแน่น ใบแก่บาง สีเขียวออกหลือง
ดอก สีเขียว ดอกบานขณะต้นทิ้งใบหรือระยะมีใบอ่อน ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ช่อดอกไม่แตกแขนง ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อห้อยลงตามง่ามใบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ดอกเพศเมียขนาดใหญ่กว่า ออกเดี่ยวๆหรือเป็นช่อ ร่วงง่าย
ผล ขนาด1.6-3.4ซม. สีเขียวอ่อน สุกสีเหลืองออกน้ำตาล ผลกลมแข็งไม่แตก ชั้นนอกเหนียว เนื้อในสีครีมอ่อนคล้ายมันฝรั่ง มีเมล็ด2-5เมล็ด สีดำเปลือกเมล็ดแข็ง เปลือกนำมาย่างไฟต้มเอาน้ำดื่ม รักษาอาการบวม พบทั่วไปตามแนวฝั่งแม่น้ำ จะไม่พบไกลจากริมน้ำ
ไม้เนื้ออ่อนใช้งานไม่ทน ใช้ทำกลอง แผ่นกระดานแบบหยาบ ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ น้ำมันเมล็ดเป็นยาฆ่าแมลง


มะแฝด/Monocarpia marginalis


ชื่อวิทยาศาตร์---Monocarpia marginalis (Scheff.) J. Sinclair
ชื่อพ้อง---Basionym: Cyathocalyx marginalis Scheff.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปูเนมูดอ พิเนมูดอ เมดังตันหยง(มาลายู-ใต้)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
      ไม้ ต้นขนาดกลางสูง15-20เมตร พบอยู่ในป่าดิบชื้นทางภาคใต้และภาคตะวันออกเฉ๊ยงใต้ ลักษณะกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปนเหลือง กิ่งแก่เรียบ เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกกิ่งจำนวนมาก กิ่งขนานกับพื้นดิน เนื้อไม้เปราะ
ใบรูปรีแกมขอบขนานมีขนสีเหลืองอ่อน ใบด้านบนมีเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบเป็นร่อง ใบด้านล่างนูนเด่น
ดอก เดี่ยวหรือ2-3ดอก ออกตามกิ่งแก่นอกอกใบ ดอกสีเหลืองอมเขียวมีจุดสีเหลืองอมแดงที่โคนกลีบดอกด้านใน มีกลิ่นเหมือนฝรั่งสุก ก้านดอกช่อแข็ง มีใบประดับอยู่ที่ก้านดอก2ใบ กลีบเลี้ยงกางแผ่ กลีบดอกรูปรีโคนกลีบกว้าง เมื่อดอกบานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง4-5เซนติเมตร ผลกลุ่มมี1-3ผล
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคมผลแก่หลังจากดอกบาน7เดือน
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด


มะแฝดหลวง/Monocarpia sp.


ชื่อวิทยาศาตร์---Monocarpia sp.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะแฝดหลวง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
      ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง10-15เมตรพบขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ลักษณะ เปลือกต้นหนาสีน้ำตาลมีกลิ่นฉุน มีรอยบุ๋มกลมตามลำต้น แตกกิ่งจำนวนมากในระดับสูง กิ่งขนานกับพื้นดิน ทรงพุ่มกลมโปร่งเนื้อไม้เปราะ
ใบรูปรีแกมขอบขนานมีขนประปราย ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบค่อนข้างหนา ดอกออกเป็นช่อ2-4ดอก ดอกอ่อนสีเขียวนวล เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม
เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้างและเป็นเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฏาคม


มะพร้าวนกกก/Horsfieldia glaba


ชื่อวิทยาศาตร์---Horsfieldia glabra (Blume) Warb.    
ชื่อพ้อง---
---Horsfieldia glabra Warb.
---Myristica glabra Blume
---Palala glabra (Blume) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เลือดนก, หมากนก, หันเถื่อน
ชื่อวงศ์--- MYRSTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังกลาเทศ พม่า หมู่เกาะอันดามัน ยูนนาน คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว


           ไม้ไม่ผลัดใบ สูง20เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลแตกเป็นร่องยาว  เปลือกนอกแข็งและเปราะ
ใบ กว้าง3.5-8ซม.ยาว13-20ซม.ใบแก่เหนียวเกลี้ยงด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ใต้ใบสีเขียวอ่อนแต่ไม่ใช่ออกเทา กิ่งก้านมีลายและรูอากาศมากมาย
ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อแตกแขนง ยาว 6-19 ซม.ผล 2-3.5 ซม.สีเหลืองเนื้อแน่น  เมล็ดรูปขอบขนานขนาด1.6-2.5 ซม. มีเนื้อเยื่อบางสีส้มห่อหุ้มเมล็ด
เป็นไม้เนื้ออ่อนลายไม้ตรง มักใช้ในงานก่อสร้างและงานเฟอร์นิเจอร์


มะพลับพรุ/Diospyros lanciefolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros lanciefolia Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Diospyros amoena Wall. ex G.Don
---Diospyros clavigera pachyphylla (C.B.Clarke) Ridl.
---Diospyros grata Wall. ex A.DC.
---Diospyros hirsuta Hiern
---Diospyros lonchophylla Hiern
---Diospyros lucida Wall. ex A.DC.
---Diospyros multiflora Wall. ex A.DC.
---Diospyros pachyphylla C.B.Clarke
---Diospyros sabtanense Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขมิ้นต้น, ขมิ้น,พลับหัวแข็ง
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ภูมิภาคมาเลเซีย และประเทศไทยพบทางภาคใต้
      ไม้ ต้นสูงได้ถึง 20เมตร เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ แตกกอ่งชั้นเดียว บางครั้งพบมีรากค้ำยัน เปลือกต้นสีเทาดำ ค่อนข้างเรียบ เปลือกชั้นในสีเหลืองเข้มคล้ายสีของชมิ้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ กว้าง2-8ซม.ยาว6-22ซม. รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก
ดอก เป็นช่อกระจุก สีเขียวอ่อนออกตามซอกใบ ดอกย่อย2-5ดอก ขนาด1.5-2ซม.ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น กลีบเลี้ยง5กลีบเชื่อมติดกัน กลีบดอก5กลีบ ผลมีเนื้อหลายเมล็ด รูปกลมหรือกลมรี ขนาด2.5-3ซม.มีขนประปรายฝาหรือกลีบเลี้ยงปิดขั้วผล รูปถ้วยค่อนข้างเรียบและม้วนกลับเล็กน้อย สีม่วงคล้ำถึงดำ
เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้าง และเครื่องมือการเกษตร
ระยะออกดอกติดผล---เดือนตุลาคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


มะพลับยอดดำ/Diospyros collinsae

ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros collinsae Craib
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
     ไม้ ต้นสูง5-10เมตรไม่ผลัดใบ เรือนยอดทึบ ใบหนาแน่นพุ่มใบห้อยลง เปลือกนอกเรียบสีดำปนน้ำตาล เปลือกในสีขาว ยอดอ่อนสีแดงสวยมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว รูปขอบขนานหรือรูปหอกกลับ กว้าง4-6ซม.ยาว15-23ซม.ปลายใบทู่ถึงเรียวแหลม แผ่ใบหนาและกลี้ยง ปลายยอดอ่อนมีขนสีดำ
ดอก แยกเพศอยู่ต่างต้น ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดียวตามกิ่ง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ4กลีบ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง
ผลสดแบบมีเนื้อหลายเมล็ดกว้าง3-4ซม.ยาว5-6ซม. มีขนสั้นสีน้ำตาล กลีบขั้วจุกผลจีบพับกลับช่วงปลาย ผลสุกกินได้แต่มีรสฝาด
เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ให้ร่มเงาได้ดี ยอดอ่อนสีแดงสวย ใบแก่เขียวทึบแทบไม่ต้องตัดแต่งทรงพุ่มเลย ใช้เป็นไม้ประดับ ปลูกเป็นแถวหรือเป็นแนวแบบพิกุลก็ได้
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะกล้าจากเมล็ดหรือตอน


มะแฟน/Protium serratum

ชื่อวิทยาศาตร์---Protium serratum (Wall. ex Colebr.) Engl.
ชื่อพ้อง---
---Bursera serrata Wall. ex Colebr.
---Dracontomelon laoticum Evrard & Tardieu
---Icica bengalensis Voigt
---Icica indica Wight & Arn.
---Icica serrata DC.
---Schinus benghalensis Buch.-Ham.
---Schinus niara Buch.-Ham.
---Schinus saheria Buch.-Ham.
---Tingulonga serrata (Wall. ex Colebr.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Indian red-pear, Murtenga
ชื่ออื่น---ปี กะตีบ ค้อลิง ส้มแป้น
ชื่อวงศ์---BURSERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ไทย ลาว เวียตนาม จีนตอนใต้


 ไม้ ต้นสูงถึง 30เมตรผลัดใบระยะสั้นๆ ลำต้นสั้น แผ่กิ่งขยายออก เปลือกต้นสีเทาอ่อนเมื่ออายุมากจะเปลี้ยนเป็นสีน้ำตาลแดงมักมีร่องลึกแตกตาม ยาวของลำต้น เปลือกชั้นในมีน้ำยางสีชมพูส้ม ใบประกอบแบบขนนกใบย่อย2-5คู่  ดอกสีเหลืองแกมเขียวขนาดเล็กออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงและกลีบดอก 5กลีบผลสีเขียวเหลืองเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดง แก่แล้วเป็นสีดำ ภายในฉ่ำน้ำ รับประทานได้มีรสเปรี้ยว
ไม้เนื้อแข็ง ใช้ทำเสาบ้าน แผ่นกระดาน เครื่องเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้ใช้สำหรับเลี้ยงครั่งได้ดี


มะม่วงกะล่อน/Magnifera caloneura  

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnifera caloneura Kurz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะม่วงป่า
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย

 

     ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-30เมตร ไม่ผลัดใบ คล้ายมะม่วงขี้ไต้แต่ใบเล็กกว่า มีเส้นใบย่อยสานกันนูนที่ผิวใบทั้ง2ด้าน ผลขนาด3-5ซม.มีเนื้อในคล้ายกาก
ผลดิบมียางมากเมื่อสุกสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว รสหวานมีกลิ่นหอม รับประทานได้ เมล็ดแข็ง นำมาเพาะเป็นต้นกล้าสำหรับทาบกิ่งมะม่วงพันธุ์ดี พบมากในป่าผลัดใบที่ชื้น ขนาดของต้นใหญ่พบมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง2เมตร มักเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ ในป่าที่มีการทำไม้เพราะเนื้อไม้ไม่มีค่ามากนัก และมีความเชื่อในโชคลางที่จะไม่ตัด


มะม่วงขี้ไต้/Magnifera sylvatica

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnifera sylvatica Roxb
ชื่อพ้อง---Mangifera khasiana Pierre
ชื่อสามัญ---Himalayan mango, Pickling mango, Nepal mango
ชื่ออื่น---มะม่วงขี้ไต้
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล อัสสัม พม่า ไทย หมู่เกาะอันดามัน

 

  ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง 27เมตร ลำต้นยาวตรงเรือนยอดรูปไข่แน่นทึบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทามีรอยแตก ที่ไม่สม่ำเสมอ เปลือกชั้นในสีน้ำตาลอ่อน มีน้ำยางใส
ใบเดี่ยวเรียงวนรอบ ใบรูปหอก ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกสีขาวหรือเหลืองมีเส้นสีชมพูหรือจุดประด้านใน ดอกมีกลิ่นหอม ช่อดอกตั้งขึ้น ออกเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง
ผลขนาด5-7.5ซม.สีเหลืองอมส้ม รูปร่างแบบมะม่วง ปลายแหลม มีชั้นหุ้มเมล็ดแข็งที่ข้างนอกเป็นเส้นใย ผลกินได้

มะม่วงนก/Buchanania glaba


ชื่อวิทยาศาตร์---Buchanania glabra Wall. ex Hook.f.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะม่วงนก
ชื่อวงศ์--- ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียตนาม
      ไม้ ต้นขนาดเล็กสูงได้ถึง 12 เมตรมียางสีดำ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรี กว้าง 5-7.5 ซม. ยาว 10-15 ซม. โคนและปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเกลี้ยง เหนียว และเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นใบไม่นูน ดอกสีเขียวแกมเหลือง ออกเป็นช่อสั้นบริเวณปลายยอด มีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุม ดอกย่อยขนาดผ่าศูนย์กลาง 3.5 มม. เกสรผู้ 10 อันกลีบเลี้ยงเกลี้ยง
ผลสีเขียวอมเทา แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำ ผิวเรียบเกลี้ยงปลายติ่งผลไม่อยู่ตรงกลาง ผลขนาด1-2ซม.
ระยะออกดอกและติดผล---ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


มะม่วงหัวแมงวัน/Buchanania lanzan

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Buchanania lanzan Spreng
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Buchanania cochinchinensis (Lour.)
ชื่อสามัญ---Chironji, Almondette tree, Cuddapah almond, Cheronjee
ชื่ออื่น---มะม่วงหัวแมงวัน
ชื่อวงศ์--- ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ลาว ไทย เวียตนาม จีน (ยูนนาน)

         ไม้ ผลัดใบขนาดเล็กสูง 12เมตรเรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีเทาเข้ม มีรอยแตกระแหงแคบๆ ลึก มีน้ำยางใสที่ไม่มีพิษ ใบเดี่ยวมนรี ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลอมแดงหนาแน่น
ดอกสีขาวเป็นช่อออกที่ปลายกิ่งก้านดอกร่วมอ้วนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น ผลขนาด0.9-1.2ซม.เมื่อแก่สีม่วงปนดำ มีก้านเกสรตัวเมียติดอยู่ที่ปลายและกลีบเลี้ยงคงอยู่ที่ฐาน มีเนื้อบางๆห่อหุ้มชั้นในที่แข็ง เมล็ดสีดำ  
ผลกินได้ หลายส่วนของต้นเป็นยา เนื้อไม้ใช้ทำลัง ใช้ก่อสร้างเป็นไม้ตกแต่งภายใน
ระยะออกดอก---มกราคม-เมษายน


มะมุ่น/Elaeocarpus stipularis


ชื่อวิทยาศาตร์---Elaeocarpus stipularis Blume
ชื่อพ้อง---
---Elaeocarpus fissistipulus Miq.
---Elaeocarpus helferi Kurz ex Mast.
---Elaeocarpus tomentosus Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะมุ่น
ชื่อวงศ์---ELAEOCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว
      ไม้ ไม่ผลัดใบสูงถึง30เมตรพบกระจายในป่าดิบ  ลักษณะเปลือกต้นเกลี้ยงหรือมีร่องยาวเล็กๆ เปลือกชั้นในสีครีมหรือสีน้ำตาลออกแดง ใบแคบหรือมนรี ขนาดกว้าง3-9ซม.ยาว7-25ซม.ขอบใบครึ่งบนเป็นซี่ตื้นๆสลับกับหนามเล็กๆสี น้ำตาลเข้ม ใบอ่อนคล้ายกำมะหยี่ ใบแก่เกลี้ยงด้านบนแต่มีขนตรงเส้นกลางใบ ด้านล่างคล้ายกำมะกยี่ มักจะมีแผงขนระหว่างซอกของเส้นใบ หูใบรูปสามเหลี่ยมปลายแยกเป็น2-3แฉก
ดอกสีขาว ขนาด1.2-1.5ซม. ออกเป็นช่ออยู่หลังใบ ช่อยาว7-13ซม. กลีบดอก5กลีบปลายเป็นฝอยลึก1/3ของความยาว ฐานแคบและมีขนด้านใน
ผลกลมหรือมนรีขนาด1.5-4ซม.สีเขียวออกน้ำเงิน เนื้อมีน้ำมัน ชั้นหุ้มเมล็ดแข็งย่น ภายในมี3เมล็ด
ไม้ค่อนข้างเบา อ่อนและแตก ไม่ค่อยใช้ในงานก่อสร้าง


มะมุ่นดง/Elaeocarpus sphaericus


ชื่อวิทยาศาตร์---Elaeocarpus sphaericus (Gaertn.) K. Schum
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Elaeocarpus serratus L.
ชื่อสามัญ---Woodenbegar,  Rudraksha
ชื่ออื่น---มะมุ่นดง มุ่นดง
ชื่อวงศ์--- ELAEOCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เนปาล พม่า กัมพูชา คาบสมุทรมาเลย์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย
            ไม้ ไม่ผลัดใบหรือกึ่งผลัดใบ สูงถึง25เมตร เปลือกต้นบางสีน้ำตาลหรือเทา หลุดล่อนเป็นชิ้น ใบ8-17x2.5-5ซม.ขอบใบมีซี่ละเอียดใบแก่เรียบเกลี้ยงมีขนประปราย ด้านล่างมักมีจุดลึกบนผิวใบ ดอกเป็นกลุ่มส่วนมากออกหลังใบ ช่อยาว4-10ซม.ผลกลมหรือแบนเล็กน้อยทั้งสองด้าน ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง เป็นสันมี2-5เมล็ดขนาด3ซม.สีเขียวน้ำเงิน เนื้อสีเขียวสด
ในอินเดียนิยมใช้เมล็ดแข็งแห้ง ทำสร้อย เครื่องลางและลูกประคำ ผลใช้ควบคุมอาการลมบ้าหมู


มะมุ่นพีพ่าย/Elaeocarpus lanceifolius

ชื่อวิทยาศาตร์--- Elaeocarpus lanceifolius Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Elaeocarpus serrulatus Bentham.
---Elaeocarpus lanceolatus Wall.
---Elaeocarpus lacunosus Wall. ex Kurz.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะมุ่นพีพ่าย
ชื่อวงศ์---ELAEOCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า จีน


ไม้ไม่ผลัดใบสูงถึง20เมตร เปลือกต้นสีเทา ใบมนรีแคบหรือรูปหอก ขนาดกว้าง3.5-8ซม.ยาว8-20ซม. ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบมีซี่หยักตื้นๆ ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบแก่สีเขียวหม่น ด้านล่างเกลี้ยงหรือมีแผงขน
ดอกออกเป็นกลุ่มมักจะออกหลังใบ ช่อยาว5-17ซม. ปลายกลีบดอกแตกเป็นฝอย
ผลสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นแดงคล้ำ รูปไข่หรือขอบขนาน ปลายทั้งคู่ป้าน มีขนเมื่ออ่อน และเรียบเกลี้ยงเมื่อแก่ มี1เมล็ด ผลกินได้


มะเม่าสาย/Antidesma sootepense

ชื่อวิทยาศาตร์---Antidesma sootepense Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะเม่าสาย บ่าเม่า เม่าสาย
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

 

    ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูง 6เมตร พบทั่วไปในป่าผลัดใบและป่าดิบ ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปหอก ขนาดกว้าง1-3.5ซม.ยาว3-12ซม. กิ่งก้านสีน้ำตาลแดงดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อยาวถึง 10 ซม.ผลกลมขนาดผล 0.3-0.5 ซม.


มะยาง/ Sarcosperma arboreum

ชื่อวิทยาศาตร์---Sarcosperma arboreum Hook.f.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะยาง
ชื่อวงศ์---SAPOTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---สิกขิม อัสสัม ตอนเหนือของพม่า ไทย  จีนตอนใต้

 

       ไม้ต้นไม่ผลัดใบสูงถึง14เมตรพบทั่วไป กระจายกว้างขวางในป่าดิบที่มีการรบกวนน้อย แต่เดิมจัดเป็นวงศ์แยกคือ Sarcospermataceae ซึ่งทั่วโลกมีสมาชิกเพียง12ชนิด
ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลออกครีม มีรอยแตกตามยาวตื้นๆ เปลือกชั้นในหนาสีครีมอ่อน
ใบ ขนาดกว้าง5-8ซม.ยาว16-26ซม.ออกตรงข้าม ขอบใบเรียบ ใบแก่เหนียวสีเขียวเข้ม ไม่มีขน ดอกสีเหลืองอ่อนหรือเขียว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ช่อดอก5-20ซม. ผลสีม่วงเข้มมีเหลือบสีเทาอ่อนเป็นมัน ผลมนรี ปลายป้าน เนื้อผลแข็งมี1-2เมล็ด สีน้ำตาลเข้ม


มะลิต้น/Diospyros brandisiana

ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros brandisiana Kurz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---EBANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
      มะลิต้นเป็นไม้ต้นสูง4-6เมตร  ในธรรมชาติขึ้นอยู่ตามริมลำธารในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ลักษณะเปลือกสีดำตามลำต้นเป็นปุ่มปมโตช้า ใบรูปรีหนา ออกดอกตามปุ่มตามลำต้นและกิ่งเป็นกระจุก
ดอก ย่อยคล้ายมะลิ  ดอกเมื่อเริ่มแย้มสีขาวเริ่มส่งกลิ่นหอม ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าว บาน2วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน
ผลรูปไข่ปลายมนมีติ่งแหลมมีขนนุ่มปกคลุมมี1-2เมล็ด งอกง่าย
การปลูกควรปลูกด้วยการเพาะเมล็ดการขุดล้อมต้นใหญ่มาปลูกจะตายง่าย
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน


มะหนามนึ้ง/Vangueria pubescens

ชื่อวิทยาศาตร์---Vangueria pubescens Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Meyna pubescens (Kurz) Robyns.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะหนามนึ้ง
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย พม่า ไทย ลาว

 

        ไม้พุ่มผลัดใบ กิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ หรือเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง8เมตร มีหนามยาวตรงเป็นคู่ๆ
ใบ บางมีขนหยาบด้านบน ด้านล่างมีขนหนานุ่มอยู่หนาแน่น ดอกเล็กสีเขียวผลสีเขียวเหลืองทรงกลมผลมีเนื้อเมล็ดแข็งสีน้ำตาลเรียงกัน คล้ายรูปดาว รากและต้นใช้ทำยา รักษาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ที่คล้ายกัน
Vangueria spinosa Kurz ใบไม่มีขน ด้านล่างมีแผงขนเล็กๆระหว่างซอกเส้นใบ ดอกไม่มีขน ผลยาวถึง 4ซม.รับประทานได้


มะห้อ/Spondias lakonensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Spondias lakonensis Pierre
ชื่อพ้อง---
---Allospondias lakonensis (Pierre) Stapf
---Poupartia chinensis Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะห้อ
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ลาว เวียตนาม จีน ไทย ไหหลำ


            ไม้ ต้นสูงถึง 20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแบบร่ม กิ่งก้านแผ่กว้าง เปลือกต้นสีเทาเข้ม มีรอยแตกตื้นๆ เปลือกชั้นในสีส้มน้ำตาลหรือออกชมพู มีน้ำยางใส
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ออกเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่งขนาด30-40ซม.ใบย่อย  9-12คู่ ออกตรงข้ามสลับขนาดของใบย่อย กว้าง1.5-5ซม.ยาว 3-11ซม.รูปขอบขนานปลายสอบ ฐานใบไม่สมมาตร ขอบใบเรียบ ยอดอ่อนมีขนหนาแน่น ใบแก่มีขนเล็กน้อย
ดอกขนาด0.8ซม. สีขาว ช่อดอกเป็นกลุ่มในซอกใบ ช่อยาว2-14ซม.แต่ละก้านดอกเรียวเล็กมีข้อต่อและมีขนเล็กๆสีส้มอ่อน ผล ขนาด1.2ซม.รูปไข่สีชมพูส้มมีเนื้อสีเหลืองแกนกลางแข็งเป็นรูปดาว ภายในมีเมล็ด4เมล็ด
ไม้ใช้ทำอุปกรณ์เล็กๆภายในบ้าน และกระดาน ใช้งานง่าย แต่ไม่ทน ผุง่าย แมลงทำลาย ผลกินได้ เมล็ดให้น้ำมัน ใช้ในงานอุตสาหกรรม


มะห้า/Syzygium albiflorum


ชื่อวิทยาศาตร์---Syzygium albiflorum (Duthie ex Kurz) Bahadur & R.C. Gaur
ชื่อพ้อง---Eugenia albiflora Duthie ex Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะห้า
ชื่อวงศ์---MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

        ไม้ ยืนต้นสูง20เมตรเปลือกต้นสีน้ำตาลแดง แตกลึก ใบรูปไข่แคบหรือรูปหอก ขนาดของใบกว้าง3.5-6ซม.ยาว9-14ซม. ดอกสีขาวหรือครีม ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบบนๆดอกออกกลุ่มละ3ดอก ดอกกลางมักไม่มีก้านดอก ช่อดอกยาว3-6ซม.
ผลกลมรีสีเขียวอ่อนถึงม่วงดำ ขนาดผล(0.5)1.2-3.5เซนติเมตร


มะหากาหนัง/Eunonymus similis

ชื่อวิทยาศาตร์--- Eunonymus similis Craib.
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Euonymus cochinchinensis Pierre.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะหากาหนัง มหากาหลัง
ชื่อวงศ์---CELASTRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินโดจีน ไต้หวัน เมลเซีย ปาปัว นิวกินี


ไม้ ยืนต้นสูง14เมตรไม่ผลัดใบ เปลือกต้นบางสีน้ำตาลออกครีม มีร่องแคบๆแตกตามยาว ใบกว้าง3.5-6ซม.ยาว8.5-14ซม.มนรีรูปไข่ปลายใบสอบแคบขอบใบที่ปลายใบมีซี่หยัก ห่างๆผิวบนใบสีเขียวเข้มเป็นมัน กิ่งก้านเป็นมันสีน้ำตาลเข้ม
     ดอกขนาด1.5-2.5ซม.สีขาวออกเขียว หรือเขียวอมชมพู ดอกสมมาตร ช่อดอกแตกเป็นง่ามในซอกใบบนๆ ช่อยาวถึง13ซม. ผลขนาด1.5-2ซม. สีแดงรูปกระบอง5เหลี่ยมแตกเป็น5เสี้ยว แต่ละเสี้ยวมี1เมล็ดสีดำเป็นมัน มีเนื้อบางๆสีส้มคลุมบางส่วน


มือพระนารายณ์/Schefflera elliptica

ชื่อวิทยาศาตร์---Schefflera elliptica (Blume) Harms
ชื่อพ้อง---
---Sciadophyllum ellipticum Blume.
---Heptapleurum venulosum Seem.
---Heptapleurum ellipticum Seem.
ชื่อสามัญ---Climbing Umbrella Plant, Climbing Umbrella Tree
ชื่ออื่น---มือพระนารายณ์ นิ้วมือพระนารายณ์
ชื่อวงศ์---ARALIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย จีน บิสมาร์ค ออสเตรเลีย

 

  ไม้ ยืนต้นแตกกิ่งก้านสาขามาก สูง 12เมตร ไม่ผลัดใบ มักจะเกาะขึ้นบนต้นไม้อื่น พบทั่วไปในป่าดิบ จากระดับ300-2,000เมตร
ลักษณะเปลือกสีเทาอ่อนไม่มีหนาม มีใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย6-11ใบ ดอกเล็กสีขาวหรือ เขียว หรือ ม่วง ก้านดอกไม่มีข้อต่อกลีบดอก5กลีบ
ผลสีม่วงดำ หรือแดงส้ม มีชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง


เม่าช้าง/Antidesma bunius


ชื่อวิทยาศาตร์--- Antidesma bunius (L.) Spreng
ชื่อพ้อง---
---Antidesma andamanicum Hook.f.
---Antidesma ciliatum C.Presl
---Antidesma collettii Craib
---Antidesma cordifolium C.Presl
---Antidesma crassifolium (Elmer.) Merr.
---Antidesma dallachyanum Baill.
---Antidesma floribundum Tul.
---Antidesma glabellum K.D.Koenig ex Benn.
---Antidesma glabrum Tul.
---Antidesma retusum Zipp. ex Span.
---Antidesma rumphii Tul.
---Antidesma stilago Poir.
---Antidesma sylvestre Lam.
---Antidesma thorelianum Gagnep.
---Sapium crassifolium Elmer
---Stilago bunius L.
ชื่อสามัญ---Bignay, Chinese-laurel, Herbert River-cherry, Queensland-cherry, Salamander-tree, Wild cherry, Currant tree.
ชื่ออื่น---เม่าช้าง มะเม่าดง
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ อินโดนีเซีย ออสเตรเลียตอนเหนือ     
    ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 8-17 เมตร พบทั่วไปในป่าดิบระดับ700-1,500เมตรบางครั้งเป็นไม้ปลูก ลักษณะทรงต้น เรือนยอดแน่น ลำต้นอ้วนสั้นเป็นตะปุ่มตะป่ำ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาเข้มแตกเป็นร่องยาว และลอกหลุดเล็กน้อยเปลือกชั้นในสีออกแดง ใบขนาดกว้าง 3-8 ซม.ยาว 8-22 ซม.ตาใบมีขนสีน้ำตาล ใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน เรียบเกลี้ยงไม่มีขนทั้งสองด้าน กิ่งก้านอ่อนมีรูอากาศสีน้ำตาลออกครีม
ดอกออกเป็นช่อห้อยที่ปลายกิ่งหรือซอกใบบนๆ ช่อยาว 5-15 ซม.ช่อผลยาว 5-10 ซม.ผลกลมขนาด 0.6-1.2 ซม.
ไม้เนื้อแข็งแต่มีค่าน้อย เปลือกไม้มีพิษ ใช้เป็นยา ใบอ่อนรับประทานได้เป็นเครื่องปรุงมีรสเปรี้ยว ผลก็รับประทานได้ใช้ทำแยมและไวน์


เม่าเหล็ก/Antidesma velutinosum

ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Antidesma velutinosum Bl
ชื่อพ้อง---
---Antidesma attenuatum Wall. ex Tul.
---Antidesma molle Wall. ex Müll.Arg.
---Antidesma roxburghii Wall. ex Tul.
---Antidesma tomentosum (Roxb.) Voigt
---Antidesma tomentosum Miq.
---Stilago tomentosa Roxb.
ชื่ออื่น---เม่าเหล็ก เม่าหิน เม่าเขา มะเม่าควาย ส้มเม่าขน
ชื่อวงศ์ --- EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า คาบสมุทรอินโดจีน
        ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง6-8เมตร ใบเรียงสลับขอบใบเรียบ ขนาดใบกว้าง3-8ซม.ยาว10-25ซม.ยอดอ่อนมีขนหนาแน่น ใบแก่บางมีขนคล้ายกำมะหยี่สีเหลืองทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นช่อยาว มีประมาณ 8-10ช่อ ช่อดอกยาว8-10ซม. ผลขนาด0.5-0.6ซม.มีขนละเอียดและผิวเป็นตุ่มช่อผลยาว7.5-15ซม.รับประทานได้


โมกการะเกด/Wrightia Karaketii

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia Karaketii D.J. Middleton
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกการะเกด
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
      ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง4-8เมตร ตามกิ่งมีช่องอากาศเป็นจุดนูนสีขาว ใบหนาออกตรงข้ามกัน รูปรี กว้าง5-12ซม. ยาว9-21ซม.ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุก1-3ดอก ออกที่ปลายกิ่งสีแดงเข้ม กลีบเลี้ยง5กลีบมีขนเล็กน้อย กลีบดอก5กลีบ ตอนกลางดอกมีกระจังล้อมรอบและแนบอยู่ในวงกลีบดอก ดอกขนาด3-4ซม. ผลเป็นฝักคู่ยาว30-40ซม.เมื่อแก่แล้วแตก เมล็ดมีปุยลอยตามลมได้ ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน
เป็น พรรณไม้ที่พบครั้งแรกในประเทศไทย แนวชายแดนพม่า จ.เชียงใหม่ โดย ดร. ราชันย์ ภู่มาและคณะ มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ซึ่งพบได้เฉพาะถิ่นกำเนิดเดิมเท่านั้น
การขยายพันธุ์---ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ช้ากว่าการเสียบยอดและทาบกิ่ง ซึ่งใช้โมกมันหรือโมกบ้านเป็นต้นตอ
โมกการะเกดชอบแสงแดดจัด ความชื้นต่ำ ไม่ชอบดินแฉะหรือน้ำขัง


โมกขน/Wrightia coccinea

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia coccinea (Roxb. ex Hornem.) Sims
ชื่อพ้อง---
---Nerium coccineum Lodd.
---Nerium coccineum Roxb. ex Hornem.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกขน มูกขน
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
ขตกระจายพันธุ์---จีน บังคลาเทศ อินเดีย ไทย เวียตนาม
     ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง8-15เมตร ตามกิ่งและใบมีขน ใบบาง รูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง4-8ซม.ยาว7-18ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีแดงอมส้ม กลีบเลี้ง5กลีบมีขนค่อนข้างมาก โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก ตอนกลางดอกมีกระจังล้อมรอบ ขนาดดอก 3.5-4.5ซม. ผลเป็นฝักคู่ยาว30ซม.เมื่อแก่แล้วแตก เมล็ดมีปุยลอยไปตามลมได้ ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
พบ เฉพาะในจังหวัด จันทบุรี ตามริมลำธารบนเขาหินปูน มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง  ปัจจุบันต้นกล้าขนาดเล็กมีชีวิตรอดอยู่ใกล้ต้นแม่พันธุ์น้อยมาก มีปัญหาในการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากขึ้นอยู่ในซอกบนลานหิน เมล็ดแก่จึงมีโอกาสงอกได้น้อยมาก
การขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด เสียบยอดบนต้นตอโมกมัน หรือโมกบ้าน โมกขนเป็นพรรณไม้ที่ชอบร่มเงาและความชื้นสูง


โมกเขา/Wrightia lanceolata

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia lanceolata Kerr
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกเขา
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
    ไม้ พุ่มสูง2-3เมตร ทนแล้ง ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว เปลือกลำต้นมีช่องอากาศเป็นขีดนูนสีขาวกระจายไปทั่ว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ด้านบนใบเรียนด้านล่างมีขนเล็กน้อย ดอกช่อออกที่ปลายยอด2-4ดอก ดอกชูตั้งขึ้นกลีบดอกสีชมพูเข้มสดใส เมื่อบานขนาด 4 ซม. กลิ่นหอมอมเปรี้ยว ออกดอกเดือนมีนาคม-กรกฏาคม
เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย สถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ แหล่งที่พบ บนเขาหินปูนเฉพาะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ระดับความสูง50เมตร
ไม่มีการกระจายพันธุ์ไปยังบริเวณอื่น เนื่องจากมีความจำเพาะเจาะจงในการเจริญเติบโตบนเขาหินปูนริมทะเล
ต้องการแสงแดดรุนแรงจัด และได้รับความชื้นและไอเกลือจากทะเล

โมกเทวา/Chonemorpha griffithii


ชื่อวิทยาศาตร์---Chonemorpha griffithii  Hook.f.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Chonemorpha fragrans (Moon) Alston.
ชื่อสามัญ---Hairy leaf Chonemorpha
ชื่ออื่น---โมกดอย
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน และภูมิภาคอินโดจีน

ไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ มักพบขึ้นบนพื้นที่โล่งตามชายป่าดิบเขา ระดับความสูง 1,100-1,600 เมตร ประเทศไทยพบที่จังหวัดเชียงใหม่และน่าน ลักษณะ ทุกส่วนมียางสีขาว กิ่งอ่อเเป็นสี่เหลี่ยม กิ่งแก่มีช่องอากาศทั่วไป ใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีกว้าง หรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ดอก ออกเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่ง มีขนทั่วไป กลีบเลี้ยงติดกันที่ฐาน ส่วนบนแยกเป็นแฉกเว้าลึก กลีบดอกสีขาว ติดกันเป็นรูปแจกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบใหญ่ เกยกันคล้ายกังหัน ผลเป็นฝักคู่ รูปทรงกระบอกแคบ ปลายแหลม
ระยะออกดอกผล---เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม

โมกพะวอ/Wrightia tokiae

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia tokiae D.J. Middleton
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกพะวอ
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย พืชถิ่นเดียวของไทย
    เป็น พรรณไม้ที่พบครั้งแรกในประเทศไทยโดย ดร.ราชันย์ ภู่มาและคณะ เมื่อพ.ศ.2551จากเขาหินปูนใกล้ศาลพระวอ อ.แม่สอด จ.ตาก คาดว่าน่าจะมีการกระจายพันธุ์ในประเทศพม่าบนภูเขาหินปูนซึ่งอยู่บริเวณ ติดต่อกัน มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งพบได้เฉพาะถิ่นกำเนิดเดิมเท่านั้น
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 8-15เมตร ตามกิ่งมีช่องหายใจเป็นจุดนูนสีขาว ใบหนาออกตรงข้ามกัน รูปรี กว้าง5-10ซม.ยาว9-20ซม. ดอกเป็นช่อกระจุก10-30ดอก กลีบเลี้ยง5กลีบมีขนหนาแน่น สีขาวนวล กลางดอกมีกระจังสีชมพูตั้งขึ้นล้อมรอบแยกตัวจากวงกลีบดอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกเมื่อบานเต็มที่2-3ซม. ผลเป็นฝักคู่ยาว20-25ซม.แก่แล้วแตก เมล็ดปลิวลอยไปตามลมได้ ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน ชอบแสงแดดจัดและความชื้นต่ำ
การ ขยายพันธุ์---โมกพระวอก็เหมือนกับโมกชนิดอื่นๆที่มีถิ่นกำเนิดบนเขาหินปูน คือไม่สามารถปลูกบนดินโดยตรงได้ จำเป็นต้องอาศัยระบบรากของต้นตอที่สามารถเติบโตได้บนดินปรกติได้คือโมกมัน โดยการนำกิ่งยอดโมกพระวอมาเสียบบนต้นตอโมกมัน สำหรับโมกบ้านสามารถนำมาเป็นต้นตอได้ในระยะแรก แต่ในระยะยาวแล้วไม่เหมาะสม เนื่องจากโมกบ้านมีขนาดเล็กกว่าโมกพระวอมาก จึงเป็นข้อจำกัดไม่ให้โมกพระวอเจริญเติบโตได้ตามปรกติ
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม, ติดผล---เดือนสิงหาคม


โมกสยาม/Wrightia siamensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia siamensis D.J.Middleton
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกสยาม
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของไทย
           ไม้ พุ่มสูง2-4 เมตรลักษณะคล้ายโมกเขา ตามกิ่งมีช่องอากาศหายใจเป็นจุดนูนสีขาว ใบบางรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง2-4ซม.ยาว6-10ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อกระจุก ช่อยาว2-2.5ซม.ดอกช่อออกที่ปลายยอด1-3ดอก กลีบดอกสีชมพูอ่อน กลีบเลี้ยง5กลีบขนาดเล็ก โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก เมื่อบานขนาด3.5-4ซม. มีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว ผลเป็นฝักคู่ยาว15-20ซม.
เป็น ไม้ถิ่นเดียวหายากที่ขึ้นอยู่บนเขาหินปูนเฉพาะใน จังหวัดพังงา ที่ระดับความสูง50เมตร พบครั้งแรกโดย Simon Gardner ชาวอังกฤษเมื่อพ.ศ.2549 มีรายงานการตั้งชื่อเมื่อพ.ศ.2551 สถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ซึ่งพบได้เฉพาะถิ่นกำเนิดเดิมเท่านั้น ไม่มีการกะจายพันธุ์ไปยังบริเวณอื่นๆ เนื่องจากมีความจำเพาะเจาะจงในการเจริญเติบโตบนเขาหินปูน ต้องการร่มรำไร และได้รับความชื้น เฉพาะ่ช่วงฤดูฝนเท่านั้น
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่งหรือ เสียบยอด การปลูกโมกสยามไม่เหมาะสมที่จะปลูกลงดินโดยตรง             เนื่องจากมีความจำเพาะเจาะจงกับเขาหินปูน จึงต้องปลูกโดยใช้ต้นตอชนิดอื่นเข้ามาช่วยสามารถใช้โมกบ้าน และโมกมันเป็นต้น ตอ หรือพุดฝรั่ง (Tabernaemontana pandacaqui Poir.) เป็นต้นตอ

โมกหลวง/Holarrhena pubescens

ชื่อวิทยาศาตร์---Holarrhena pubescens Wall.ex G.Don
ชื่อพ้อง--- Holarrhena antidysenterica (L.) Wall. ex A. DC.
ชื่อสามัญ---Ester tree, Ivory tree, Bitter Oleander, Tellicherry tree, Conessi bark
ชื่ออื่น---โมกหลวง โมกใหญ่ โมกเขา โมกทุ่ง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อินเดีย เนปาล บังกลาเทศ พม่า ไทย จีน ลาว กัมพูชาเวียตนาม
          ไม้ต้นสูงได้ถึง 15เมตร  พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้ง ลักษณะ เปลือกต้นสีเทาอ่อนถึงน้ำตาล หลุดล่อนเป็นแผ่น ทุกส่วนมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามขนาดของใบกว้าง4-12ซม.ยาว10-27ซม.ออกตรงข้ามในระนาบ ใบแก่บางดอกขนาด2.5-3.5ซม.สีขาวหรือเหลืองอ่อน บางครั้งมีแต้มสีชมพู กลิ่นหอม ออกเป็นช่อ ห้อยลงกลีบเลี้ยง 5กลีบ ขนาดเล็ก มีขนทั้งสองด้าน กลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5กลีบ ซ้อนทับไปทางขวา ผลรูปกระบอกแคบ ยาว18-43ซม.กว้าง0.3-0.8ซม. ห้อยเป็นคู่โค้ง ผลแห้งแตกด้านเดียว เมล็ดเกลี้ยงแต่มีแผงขนชี้ไปทางยอดของผล
ชาวบ้านนิยมนำดอกไปถวายพระสำหรับยางสีขาวไว้ใช้รักษาแผลเรื้อรังเน่าเปื่อย
ดอกจำนวนมากจะเปลี่ยนรูปเป็นโครงสร้างมนรี ขนาดกว้าง2ซม.ยาว5ซม.(gall)ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นผล
ระยะออกดอก---เดือน กุมภาพันธ์-เดือนเมษายน

โมกเหลือง/Wrightia viridiflora 

   ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia viridiflora Kerr
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกเหลือง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
           ไม้พุ่มสูง5เมตร เปลือก ลำต้นมีช่องอากาศเป็นขีดนูนสีขาวกระจายไปทั่ว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแผ่นใบด้านบนเรียบด้านล่างมีขนเล็กน้อย ช่อดอกออกที่ปลายยอด ยาว15-20 ซม.กลีบดอกสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง เมื่อบานดอกขนาด1.5 ซม ผลเป็นฝักคู่แห้งแล้วแตกเมล็ดมีปุยปลิวไปตามลมได้ ออกดอกเดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม แต่หากตัดแต่งให้น้ำให้ปุ๋ยดีจะแตกยอดอ่อนและออกดอกได้ จึงสามารถควบคุมการออกดอกได้ตลอดปี
            โมก เหลืองเป็นไม้ถิ่นเดียวที่ขึ้นอยู่บนเขาหินปูนในจังหวัด สระบุรี ลพบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นพรรณไม้ที่สามารถพัฒนาเป็นไม้แคระหรือบอนไซได้เพราะ มีรากเกาะหินได้ดี โตช้า เนื้อไม้แกร่ง มีลำต้นที่โชว์ลีลาสวยงาม และสามารถใช้โมกเหลืองเป็นต้นตอกับพืชอื่นๆที่อยู่ในสกุลเดียวกัน หรือนำโมกเหลืองมาเสียบบนต้นตอพืชอื่นที่อยู่ในสกุลเดียวกันได้                                                                                                                               ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม
   

โมกเหลืองใบบาง/Wrightia lecomtei

ชื่อวิทยาศาตร์---Wrightia lecomtei Pitard
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกใบบาง โมกแก้มแหม่ม โมกเหลืองใบบาง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชาและ ไทย
           ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง2-3เมตร ตามกิ่งมีช่องหายใจเป็นจุดนูนขาว ใบบางรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง1.5-3.4ซม.ยาว2.7-8ซม.ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก สีชมพูอ่อน มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง5กลีบขนาดเ็ล็ก โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบปลายกลีบม้วนออก กลางกลีบมีกระจังล้อมรอบขนาดดอก2-2.5ซม.ไม่พบฝักแก่ในถิ่นกำเนิด มีปัญหาในการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ จึงมีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
ในประเทศไทย พบขึ้นในป่าดิบชื้นระดับต่ำในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคใต้
ขยายพันธุ์---โดยการ เสียบยอด และทาบกิ่งโดยใช้โมกมัน โมกบ้าน และโมกเหลือง เป็นต้นตอ
โมก แก้มแหม่มเป็นพรรณไม้ที่ เมื่อนำมาเสียบยอด หรือทาบกิ่งแล้ว รอยแผลเชื่อมติดได้ง่าย กิ่งยอดเจริญเติบโตดี แตกเป็นพุ่มและออกดอกดกหมุนเวียนได้ตลอดปี สวยงามและมีกลิ่นหอม เหมาะนำมาปลูกเป็นไม้กระถางและลงแปลงในที่ร่มรำไร และนับเป็นกระบวนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนนอกถิ่นกำเินิดที่ได้ผลดี

โมกเหลืองหอม/Wrightia laevis

ชื่อวิทยาศาตร์--- Wrightia laevis Hook.f.
ชื่อพ้อง---
---Wrightia balansae Pit.
---Wrightia hainanensis Merr.
---Wrightia macrocarpa Pit.
---Wrightia millgar F.M.Bailey
---Wrightia sorsogonensis Elmer
---Wrightia tinctoria laevis (Hook.f.) Pichon
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกเหลืองหอม
ชื่อวงศ์--- APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ไทย ตอนเหนือของออสเตรเลีย
            ลักษณะ คล้ายคลึงกับโมกเหลือง สถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด ในประเทศไทย พบขึ้นในป่าดิบชื้นระดับต่ำจนถึงระดับความสูง500เมตร ในจ.สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
โมกเหลืองหอมเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูง2-4เมตร ตามกิ่งมีช่องหายใจเป็นจุดนูนขาว ใบบางรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง2-5ซม.ยาว4-17ซม.ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก1-8ดอก สีเหลือง มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง5กลีบขนาดเ็ล็ก โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบปลายกลีบม้วนออก กลางกลีบมีกระจังล้อมรอบขนาดดอก2.5-3ซม. ผลเป็นฝักคู่ยาว15-22ซม.
ขยายพันธุ์---ได้หลายวิธี เพาะเมล็ด เสียบยอด และแบบทาบกิ่งโดยใช้ต้นตอโมกบ้าน เหมาะนำมาปลูกเป็นไม้กระถางและลงแปลงในที่ร่มรำไร


โมลีสยาม/Reevesia pubescens var. siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์--- Reevesia pubescens Mast. var. siamensis (Craib) J. Anthony
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมลีสยาม โมลี
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
      โมลี สยามเป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูง8-12เมตร ทรงพุ่มแน่นทึบ เปลือกโคนต้นมักเป็นปุ่มเล็กๆ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง3-8ซม.ยาว7-20ซม.ช่อดอกกลมขนาด8-10ซม มีดอกย่อยจำนวนมาก มีกลิ่นหอม ผลแห้งแล้วแตกระหว่างพู เมล็ดมีปีกเล็กๆ
 หมอคาร์ ชาวไอริชสำรวจพบครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2465 ที่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่ระดับ1,300เมตร กระจายพันธุ์เฉพาะที่ในจังหวัด เลย นครนายก กาญจนบุรี เพชรบุรี ขึ้นอยู่ในพื้นที่ระดับสูงมากกว่า1,000เมตร
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวที่มีขึ้นอยู่เพียงชนิดเดียวในสกุลนี้และมีแตกต่างกัน เป็น2พันธุ์ คือ พันธุ์โมลีสยามที่ขึ้นอยู่บนพื้นที่ระดับสูง และพันธุ์โมลีขนที่ขึ้นอยู่ในระดับต่ำของภาคใต้
โมลี สยามมีช่อดอกใหญ่มีกลิ่นหอม แต่เจริญเติบโตช้า พบว่าสามารถขยายพันธุ์โมลีสยามได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง ต้นกล้าสามารถปรับตัวเจริญเติบโตได้ในสภาพพื้นราบที่มีอากาศร้อน แต่ต้องมีความชื้นสูง สามารถปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ หรือปลูกลงแปลงกลางแจ้ง ควรมีการตัดแต่งกิ่งให้มีทรงพุ่มโปร่งสวยงาม ไม่แน่นทึบจนเกินไป
เป็นพรรณไม้ดอกหอมหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์
ระยะผลแก่---เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฏาคม


ไม้เกื้อดง/Mischocarpus pentapetalus

ชื่อวิทยาศาตร์--- Mischocarpus pentapetalus (Roxb.) Radlk
ชื่อพ้อง---
---Mischocarpus fuscescens Blume
---Mischocarpus productus H.L.Li
---Schleichera pentapetala Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไม้เกื้อดง
ชื่อวงศ์---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย บังกลาเทศ พม่า ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และตั้งแต่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงสุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์
           ไม้ ยืนต้นไม่ผลัดใบสูงถึง14เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ หรือครีมออกน้ำตาล ผิวบางค่อนข้างเรียบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบย่อย2-4คู่มนรีแคบ ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างใบสีเขียวอมเทา ดอกสีขาวอมเขียว
ผลสีเขียวเข้มแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมม่วง เหนียวมี3พูแตกได้ แต่ละพูมี1เมล็ด สีน้ำตาลอมแดงเป็นมันมีเยื่อหุ้มสีส้มหรือชมพูหุ้ม
ผลรับประทานได้ เนื้อไม้ใช้เป็นยาบำรุงหลังคลอดบุตร


Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com










































































































































































































ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view