สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 20/08/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,833,554
Page Views 13,604,580
 
« August 2019»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

ต้นไม้ในป่า6

ต้นไม้ในป่า6


ต้นไม้ในป่า 6


1 ยมแดง/Trichilla connaroides 34 รามขาว/ Rapanea porteriana
2 ยมมะกอก/Chisocheton siamensis 35 ลำดวนดอย/ Mitrephora wangii
3 ยมหอม/Toona ciliata  36 ล่ำตาควาย/Diosperos coaetanea
4 ยมหิน/Chukrasia tabularis 37 ลำพูป่า/ Duabanga grandiflora
5 ยาแก้มะโหกโตน (ชื่อต้นไม้)/Vernonia volkameriifolia 38 ลำไยป่า/ Dimocarpus longan
6 ยาแก้หลวง/Gochnatia decora 39 เล็งเก็ง/Magnolia liliifera var. obovata
7 ยาแก้ฮากเหลือง/Desmodium oblongum 40 เลือดควาย/Knema erratica 
8 ยางกราด/Dipterocarpus intricatus 41 เลือดควายใบใหญ่/Knema furfuracea
9 ยางดง/Dipterocarpus retusus 42 ศิลา/ Ilex cymosa
10 ยางดง/Polyalthia obtusa 43 สกุณี/Terminalia calamansanai
11 ยางแดง/Dipterocarpus turbinatus 44 ส้มแปะ/ Vaccinium sprengelii
12 ยางนา/ Diptrocarpus alatus 45 สมอดีงู/Terminalia citrina
13 ยางปาย/Dipterocarpus costatus 46 สมอทะเล/Shirakiopsis indica
14 ยางปุ่ม/Polyalthia clavigera 47 สมอไทย/Terminalia chebula
15 ยางพลวง/Dipterocarpus tuberculatus 48 ส่องฟ้าดง/Clausena harmandiana
16 ยางพารา/ Hevea brasiliensis 49 สอยดาว/Mallotus paniculatus
17 ยางยืด/Polyalthia simiarum 50 สะเดาช้าง/Rhus succedanea
18 ยางเหลือง/Polyalthia jucunda 51 สะเดาเทียม/Azadirachta excelsa
19 ยางเหียง/Dipterocarpus obtusifolius 52 สะเดาอินเดีย/Azadirachta indica
20 ยางโอน/Polyalthia viridis 53 สะทางเล็ก/Xylopia pierrei
21 ยี่หุบปรี/Magnolia siamensis 54 สะบันงาเกลียว/Dasymaschalon  sootepense
22 ระฆังภู/Miliusa campanulata 55 สะบันงาดง/Cyathocalyx martabanicus
23 รักขาว/Semecarpus cochinchinensis 56 สะบันงาป่า/Goniothalamus griffithii
24 รักนา/Gardenia carinata 57 สะเภาลม/ Agapoetes hosseana
25 รักน้ำ/ Gluta velutina 58 สะพ้านก๊น/ Sambucus javanica
26 รักใหญ่/ Gluta usitata 59 สะลีกดง/ Alangium Kurzii
27 รัง/Shorea siamensis 60 สะแล่งหอมไก๋/Rothmannia sootepensis
28 รังกะแท้/Kandelia candel 61 สักขี้ไก่/Premna tomentosa
29 รังกะแท้/Rapanea yunnanensis 62 สังหยูเขา/Pseuduvaria monticola
30 ราชครูดำ/Goniothalamus macrophyllus var. macrophyllus 63 ส้านช้าง/ Dillenia pentagyna
31 ราชครูดำดอกแถว/Goniothalamus macrophyllus " Dok Thaeo" 64 ส้านใบเล็ก/Dillenia ovata
32 ราชดัด/Brucea javanica 65 ส้านหลวง/ Dillenia aurea
33 ราชาวดีป่า/Buddleja asiatica 66 ส้านหิ่ง/Dilenia Parviflora
67 ส้านเห็บ/Saurauia roxburghii

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี /The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister
พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542 จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554

REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary   
REFERENCES ---source: Catalogue of Life


ยมแดง/Trichilla connaroides

ชื่อวิทยาศาตร์---Trichilla connaroides (Wight & Am.) Bentv.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Heynea trijuga Roxb. ex Sims.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยมแดง
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล พม่า เวียตนาม จีนตอนใต้ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์


               ไม้ต้นกึ่งผลัดใบสูงถึง10เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยแตกตื้นๆ เปลือกชั้นในขาวหรือชมพูอ่อน กิ่งก้านสีน้ำตาลดำ ใบเป็นใบประกอบยาว18-40ซม.มีใบย่อย(3)4-6คู่ ใบย่อยรูปไข่แคบ ขนาดกว้าง2-7ซม.ยาว5-16ซม.ใบอ่อนสีแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ผิวด้านบนเรียบและเป็นมัน ผิวด้านล่างเป็นนวลสีเขียวเทา
ดอกสีขาวออกเป็นช่อใหญ่ที่ซอกใบบนๆและปลายกิ่ง ผลขนาด1-1.5ซม.สีแดงสดรวมถึงก้านของผลด้วย ผลกลมเป็น2พูมีติ่งเล็กๆ แตกเป็น2ซีก แต่ละซีกมีเมล็ดสีน้ำตาลซึ่งมีเนื้อบางสีขาวคล้ายวุ้นห่อหุ้ม
ไม้เนื้ออ่อนส่วนมากใช้ทำฟืน งานไม้ที่ใช้ตกแต่งภายใน เปลือก ใบ และผลมีรสขม แต่จะมีประโยชน์ทางด้านเภสัช น้ำมันเมล็ดใช้สมานแผล


 ยมมะกอก/Chisocheton siamensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Chisocheton siamensis Craib.
ชื่อพ้อง---This name is synonym of Chisocheton cumingianus subsp. balansae (C.DC.) Mabb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยมมะกอก
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


             ไม้ ต้นสูงถึง30เมตร ไม่ผลัดใบพบประปรายในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ พบเฉพาะในประเทศไทย
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดแคบเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มหรือสีเทา มีรอยแตกตื้นๆ ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย5-9คู่ปลายใบมักเป็นตุ่มแทนที่จะเป็นใบย่อย
ดอก สีขาวหรือเหลืองช่อดอกยาวเป็นกลุ่มห้อยลง ช่อดอกยาว20-50ซม.ดอกตูมเป็นหลอดเล็กยาวกลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วยปลายสี่แฉก ขนาดยาวเกือบเท่ากลีบดอก กลีบดอกมี4-6กลีบเรียง1-2วง
ผลสีแดงสดหรือเหลืองหม่นแกมชมพูผลห้อยจากก้านที่ยาวมากถึง70ซม. ผลกลมแตกเป็น2-5เสี้ยวแต่ละเสี้ยวมี1-2เมล็ด มีเยื่อสีส้มห่อหุ้มบางส่วน


ยมหอม/Toona ciliata

ชื่อวิทยาศาตร์---Toona ciliata M.Roem.
ชื่อพ้อง---    Has more 50 synonyms
---Cedrela toona Roxb. ex Rottler & Willd.                                                                                                                      ---More
ชื่อสามัญ---Cigar-Box cedar, Toon, Toona, Burma cedar, Indian cedar, Moulmein cedar , Australian red-cedar , Indian mahogany, Sandal neem.
ชื่ออื่น---ยมหอม
ชื่อวงศ์--- MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา อินโดจีน แอฟกานิสถาน แอฟริกา ฮาวาย


       ไม้ ต้นไม่ผลัดใบหรือผลัดใบช่วงสั้นๆ สูง 20-30เมตร เรือนยอดแคบแตกกิ่งก้านตั้งชันกับลำต้น เมื่อโตเต็มที่มีพูพอนเล็กๆ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทามีรอยแตกตามยาว เปลือกชั้นในสีน้ำตาลเข้มเป็นเส้นใยมีกลิ่นหอม
ใบประกอบแบบขนนก (35-50ซม.) ใบย่อย6-11คู่ ขนาดของใบย่อยกว้าง3-4.5ซม.ยาว6.5-14.5ซม. รูปไข่แคบฐานใบไม่เท่ากัน ใบแก่ผิวเรียบ
ดอก0.5-0.8 ซม.สีขาวแกมเขียวออกเป็นช่อยาวห้อยลง
ผลสีน้ำตาลเข้มหรือดำ มีจุด สีครีม เปลือกบาง และแข็ง แห้งแล้วแตกออกเป็น5เสี้ยวแต่ไม่หลุดออกจากกัน
สังเกตได้ง่ายจากกลุ่มของผลแห้งเป็นรูปดาวที่มักจะติดบนต้นตลอดปี  เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน ดอกให้สีเหลืองหรือแดงใช้ย้อมผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์    


ยมหิน/Chukrasia tabularis


ชื่อวิทยาศาตร์---Chukrasia tabularis A.Juss
ชื่อพ้อง---
---Cedrela villosa Roxb.
---Chickrassia trilocularis M. Roem.
---Chukrasia chickrassa (Roxb.) J. Schultze-Motel
---Chukrasia velutina M. Roem.
---Dysoxylum esquirolii Lév.
---Melia tomentosa Kurz
---Plagiotaxis chickrassa Wall.
---Sapindus multijugus Wall. ex Hiern
---Swietenia chickrassia Roxb.
---Swietenia sotrophola Buch.-Ham. ex Wall.
---Swietenia trilocularis Roxb. ex Buch.-Ham.
---Swietenia villosa Wall. ex Kurz

ชื่อสามัญ---Chickrassy, Chittagong wood, Burma almondwood, East Indian mahogany
ชื่ออื่น---ยมหิน มะเฟืองช้าง สะเดาหิน ยมขาว เสียดค่าง ช้ากระเดา
ชื่อวงศ์--- MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย


      ไม้ ต้นสูงผลัดใบ สูงประมาณ15-25เมตร พบมากทางภาคเหนือในพื้นที่แห้งกึ่งโล่งแจ้ง ลักษณะ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย 11-21ใบ ใบรูปหอกแกมรูปขอบขนาน ใบย่อยที่แก่มีขนสีขาวปกคลุมด้านล่าง ดอกสีเหลืองครีม ขนาด2-2.5ซม. ออกเป็นช่อตามปลายยอด ก้านดอกมีขน กลีบเลี้ยง 4-5กลีบรูปถ้วย กลีบดอก4-5กลีบแยกกันเกสรตัวผู้ 8-10อัน ผลรูปไข่ ยาวประมาณ3ซม. สีดำเป็นมันปลายผลมีติ่ง แห้งแล้วแตก    
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน  


ยาแก้ มะโหกโตน/Vernonia volkameriifoli


ชื่อวิทยาศาตร์---Vernonia volkameriifolia  Wall. ex DC.
ชื่อพ้อง---Monosis volkameriifolia (DC.) H. Rob. & Skvarla
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยาแก้ มะโหกโตน หยาน
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ยูนนาน ตอนเหนือของเวียตนาม ไทย

 

        ไม้ พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูงถึง5เมตร พบขึ้นทั่วไปในที่โล่งแจ้งทางภาคเหนือที่ระดับ2,000เมตร  ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มบางและเรียบ ใบขนาดกว้าง5-20ซม.ยาว15-50ซม. ใบจะมีขนาดเล็กลงเมื่อใกล้ออกดอก ขอบใบมักมีซี่หยาบประปราย ใบแก่สีเขียวหม่นด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างสีอ่อนกว่า  
ดอกเป็นช่อกลมขนาด1.2-1.8 ซม.สีม่วงอ่อน รวมช่อเป็นรูปปิรามิดยาวถึง90ซม. แต่ละช่อย่อยกลม มีกาบรองช่อซ้อนกัน5ชั้น ผลขนาด0.3-0.5ซม.มีริ้วไม่สม่ำเสมอ10ริ้วและเส้นขนแข็ง2วง
มะโหกชื่อโรคโบราณทางเหนือ
(จากหนังสือ สมุนไพรแก้โรค ฉบับที่9)
มะ โหก เป็นชื่อโรคที่ทางเหนือเรียกกัน  มะโหกหรือบ่าโหกเป็นชื่อโรคของหมอเมืองที่มีอาการเทียบเคียงกับโรคกษัยของ การแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของร่างกายตามวัย ทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติ มีอาการโดยรวมดังนี้
ปวดหลังปวดเอว ปวดตามลำตัวอาจเรียกเฉพาะที่เป็น เช่น ปวดแข็งปวดขา เรียกว่า มะโหกเจ็บแข้งเจ็บขา หรือมะโหกลงเสา มะโหกปวดก้นปวดเอว
ถ่าย อุจจาระลำบากเรียกว่า มะโหกขี้แค่น ถ่ายยากขึ้นไปอีกเรียก มะโหกพันละดี ถ้าเป็นก้อนเนื้อยื่นออกมาจากทวารเรียกว่า มะโหกก้นปู๊ด ซึ่งแยกย่อยเป็นมะโหกเดือยไก่ แต่หากมีอาการมากขึ้นอาจถ่ายเป็นมูกเลือดเรียกว่า มะโหกลงเลือด อาการทางทวารเหล่านี้ทางการแพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่าริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)
ถ้ามีอาการปัสสาวะบ่อย (วันยังค่ำ) เรียกว่ามะโหกเยี่ยวหนัก หรือ บ่าโหกเยี่ยวนัก
มีอาการร้อนท้องร้อนไส้ ถ่ายอุจจาระปัสสาวะแสบร้อนเรียกว่ามะโหกเข้าไส้
จุดเริ่มต้นของการเกิดโรคอาจเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเช่นด้านอาหารการกินไม่เหมาะ สม และด้านอริยาบถสี่ไม่สมดุลเช่นการยืน เดิน นั่ง นอน อย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป จนเกิดโรค และมีปัจจัยเสริมคือการเปลี่ยนแปลงของวัย มักพบในปัจฉิมวัย ที่มีอาการกระทบของลมก่อให้เกิดธาตุกำเริบ หย่อน พิการ หรือมีอาการติดขัดของการเคลื่อนไหวของธาตุลม หรือพลังลมปราณในการเคลื่อนไหว ทำให้อาการอื่นๆตามมา เช่นปวดเมื่อย ธาตุดินเสื่อม(ริดสีดวง) หรือความผิดปกติธาตุน้ำ(มูกเลือด)
ทั้งนี้พบตำรับยาและข้อมูลจากหมอพื้นบ้านที่บ่งชี้อาการได้ดังสันนิษฐานข้าง ต้น ยาสมุนไพรที่จ่ายให้ผู้ป่วยของหมอเมืองในปัจจุบัน มักเป็นยาใช้รักษาของมะโหก2ชนิดคือ มะโหกปวดหลังปวดเอว และมะโหกก้นปู๊ด มะโหกเลือด ตำรับยาอาจพบยารักษาอาการรวมอาการทั้งหมดด้วยกันหรือแยกตามอาการ

ยาแก้หลวง/Gochnatia decora


ชื่อวิทยาศาตร์---Gochnatia decora (Kurz) Cabr.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยาแก้หลวง ยาแก้ นิ้วมือต้น
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ยูนนาน


ไม้ต้นผลัดใบกิ่งก้านระเลื้อยและบิดเป็นเกลียว สูง 6เมตร สถานภาพเป็นไม้หายาก ลักษณะ เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม หนา มีรอยแตกลึก ใบขนาด11-17x4-7ซม.ขอบใบเรียบ ยอดอ่อนมีขนสีขาวคล้ายไหมหนาแน่น ใบแก่บางสีเขียวหม่นเกือบเรียบเกลี้ยง
ดอก เป็นกลุ่มกลมสีขาว แต่ละช่อยมีดอกย่อย4-8ดอก กาบรองช่อเป็นเกล็ดสีน้ำตาลอมส้ม ปลายแหลมหลายชั้น กลีบเลี้ยงเป็นเส้นยาวคล้ายไหมหนาแน่นผลเป็นผลกลุ่มกลม แต่ละเมล็ดมีริ้วเล็กๆ5ริ้วมีขนยาวคล้ายหนามประปราย พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้งมักจะพบขึ้นปะปนกับไม้สน จะออกดอกเมื่อใบร่วงหมด
ระยะออกดอกและผล---เดือน ธันวาคม-พฤษภาคม ขณะออกดอกจะผลัดใบทั้งต้น


ยาแก้ฮากเหลือง/Desmodium oblongum


ชื่อวิทยาศาตร์---Desmodium oblongum Wall. ex Benth.
ชื่อพ้อง---Meibomia oblonga Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- ยาแก้ฮากเหลือง ฮากเหลือง แก้ฮากเหลือง หนาดคำ ยาต้นกำลังพระ เครือแพว
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


 ไม้ พุ่มสูง1-2เมตร มักพบตามป่าเบญจพรรณที่ระดับความสูง600-1,600เมตร ลักษณะ ใบเป็นใบประกอบแบบมีใบย่อย1ใบ รูปขอบขนานแกมรีกว้าง2-4ซม.ยาว7-14ซมง หูใบรูปสามเหลี่ยมแคบ ดอกสีม่วงออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ยาวถึง50ซม.ดอกย่อยรูปดอกถั่วขนาด1-1.5ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นถ้วย ปลายแยก5แฉกกลีบดอก5กลีบ เกสรผู้10อัน โคนเชื่อมติดกัน9อันอีก1อันอิสระ อับเรณูสีเหลือง รังไข่รูปทรงกระบอก
ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน ยาวถึง3-5ซม. ขอบด้านหนึ่งหยักเว้าเป็นคลื่น
ระยะออกดอกติดผล---เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม


ยางกราด/Dipterocarpus intricatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus intricatus Dyer
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Thai: yang-krat
ชื่ออื่น---ยางกราด สะแบง  ยางสะแบง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม พม่า กัมพูชา ลาว เวียตนามตอนเหนือ คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย
ไม้ ต้นสูง 15-30เมตร ต้นเปลาตรงกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทึบกลม เปลือกสีน้ำตาลปนเทาแตกเป็นร่องเล็กๆ
ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปไข่แกมขอบขนาน โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเรียบเนื้อใบหนา ผิวใบด้านบนมีขนหยาบและสาก ใบอ่อนและยอดอ่อนมีหูใบสีแดง
ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นรูปกังหันสีขาวแกมชมพูผลค่อนข้างกลมเป็นจีบพับ มีปีก5ปีกปีกยาว2ปีก ปีกสั้น3ปีก
เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน ยางใช้ทำยางชัน ใช้เป็นส่วนผสมของยารักษาอหิวาตกโรค


ยางดง/Dipterocarpus retusus

ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus retusus Blume.
ชื่อพ้อง---
---Dipterocarpus austroyunnanicus Y.K. Yang & J.S. Wu
---Dipterocarpus luchunensis Y.K. Yang & J.K. Wu
---Dipterocarpus macrocarpus Vesque
---Dipterocarpus mannii King ex Kanjal, P.C.Kanjal & D.Das
---Dipterocarpus pubescens Koord. & Valeton
---Dipterocarpus spanoghei Blume
---Dipterocarpus tonkinensis A.Chev.
---Dipterocarpus trinervis Blume
ชื่อสามัญ---Hollong, Hollong gurjun tree
ชื่ออื่น---ยางดง ยางแข็ง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย ไทย เวียตนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ไม้ ผลัดใบสูง30เมตร เปลือกสีเทามีรอยแตกตามยาวเล็กน้อย ใบมนรีกว้างปลายสั้นแหลม ผิวใบเกลี้ยงไม่เป็นมัน มีหูใบใหญ่สีแดงซึ่งหลุดง่าย ผลมีปีกมีขนเล็กน้อย
                                                                                                           ไม้ทนแมลงและปลวก ทำเครื่องเฟอร์นิเจอร์ พื้น หมอนรถไฟ  เปลือกมีสารแทนนินสูง ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง

ยางดง/Polyalthia obtusa


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia obtusa Craib
ชื่อพ้อง--- This name is a synonym of Monoon obtusum (Craib) B.Xue & R.M.K.Saunders
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางดง  ช้ายาง ตองห่ออ้อย ยางโดน
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
ไม้ ต้นสูง15-25เมตร พบขึ้นในป่าเต็งรังที่ระดับความสูง 100-500เมตร ลักษณะ เปลือกแตกเป็นร่องสีน้ำตาลปนขาวลำต้นเปลาตรงแตกกิ่งระดับสูง เนื้อไม้เปราะ ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง7-12ซม.ยาว15-25ซม. โคนใบและปลายใบมน ขอบใบเป็นคลื่นใบค่อนข้างหนาและเกลี้ยงทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อกระจุก2-4ดอก ตามกิ่งแก่ ดอกสีเขียวอ่อน ดอกบานขนาด3-4ซม.
ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย25-45ผล ผลรูปรีผิวขรุขระ กว้าง2-3ซม.ยาว3-4ซม.ผลแก่สีเหลืองอมเขียว มี1เมล็ด
เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้าง
ระยะดอกบาน---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด

ยางแดง/Dipterocarpus turbinatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus turbinatus Gaertn.f.
ชื่อพ้อง--
---Dipterocarpus jourdainii Pierre
---Dipterocarpus laevis Buch.Ham.                             

ชื่อสามัญ---Garjan, Garjan oil tree.
ชื่ออื่น---ยางใบเลื่อม,ยางหนู
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ พม่า หมู่เกาะอันดามัน กัมพูชา ลาวตอนใต้ เวียตนาม


 
       ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง 20-30เมตร พบตามป่าเบญจพรรณชื้น ที่ระดับความสูง300-1,000เมตร ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปขอบขนาน โคนมนปลายแหลม ผิวใบเกลี้ยงมันทั้งสองด้าน ขอบใบหยักเป็นคลื่นห่างๆ ขนาดของใบกว้าง9-12ซม.ยาว17-24ซม.
ดอกสีชมพูแกมขาว ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงสีขาวแกมเหลือง รูปถ้วยปลายแยกเป็น5กลีบ กลีบดอกรูปขอบขนานแคบ เกสรผู้มี20-25อัน
ผลรูปกระสวยผิวเกลี้ยงมีนวลปีกยาว2ปีก อีกสามปีกลดรูปเป็นกลีบสั้นๆ
ไม้ แข็งแต่ไม่ทนทานในที่โล่งแจ้ง มักใช้ทำสิ่งก่อสร้างหยาบๆ เป็นไม้อัดที่ใช้ทางการค้า น้ำมันจากเนื้อไม้คล้าย D.alatus แต่มีความแตกต่างกันที่คุณภาพ ยางใช้รักษาเนื้อไม้ไผ่ น้ำมันใช้ผสมหมึก
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม ติดผลเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน

ยางนา/ Diptrocarpus alatus

ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don
ชื่อพ้อง---
---Dipterocarpus gonopterus Turcz.
---Dipterocarpus incanus Roxb.
---Dipterocarpus lemeslei Vesque
---Dipterocarpus philippensis Foxw.
---Dipterocarpus unesbi Vesque
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางนา กาตีล ขะยาง จะเตียล จ้อง ชันนา ทองหลัก ยาง ยางกุง ยางขาว ยางควาย ยางใต้ ยางเนิน ยางแม่น้ำ ยางหยวก เยียง ร่าลอย เห่ง ยางตัง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังกลาเทศ หมู่เกาะอันดามัน กัมพูชา ลาว เวียตนามตอนใต้ คาบสมุทรมาเลย์ตอนเหนือ



         ไม้ ต้นไม่ผลัดใบหรือผลัดใบในช่วงสั้นๆสูงถึง 45เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแคบกว่ายางปาย เปลือกต้นออกสีเทาเกลี้ยงหนาสีเทาปนขาว หลุดลอกเป็นชิ้นกลม โคนต้นมีพูพอนต่ำๆ เนื้อไม้สีน้ำตาลแดง
ใบ เดี่ยวออกเรียงสลับรูปไข่แกมรูปใบหอกกว้าง ปลายใบสอบเรียว โคนใบมนหรือเบี้ยว ขอบใบหยักเป็นคลื่น แผ่นใบหนาสีเขียวท้องใบสีเขียวหม่นและมีขนปกคลุม ดอกสีชมพูอ่อน ช่อละ4-5ดอก ดอกขนาดใหญ่เรียงตัวหลวมๆเป็นช่อยาว ถึง12ซม.
ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลมมีครีบตามยาวตลอดผล5ครีบ มีปีกยาว2ปีก ปีกสั้นรูปหูหนู3ปีก
ไม่ค่อยพบตามธรรมชาติมักพบปลูกตามริมถนนหรือในวัด ถนนเส้นเก่าระหว่างเชียงใหม่-ลำพูนเป็นพรรณไม้ชนิดนี้
เป็น ไม้ที่มีประโยชน์มาก ทำโครงสร้างภายใน หมอนรถไฟ ต่อเรือ ทำไม้อัด ยาง(จากเนื้อไม้)มีคุณภาพดีที่สุดที่ได้จากพันธุ์ไม้ของเมืองไทย ใช้ในการชักเงา เป็นสีที่มีสังกะสีเป็นตัวทำละลาย เป็นเชื้อเพลิง ชันยาเรือ เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องจักรดีเซล
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 

ยางปาย/Dipterocarpus costatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus costatus Gaertn.f.
ชื่อพ้อง---
---Dipterocarpus alatus A. DC.
---Dipterocarpus alatus auct. non Roxb. ex G. Don 1831: Dyer, 1874, p.p.
---Dipterocarpus angustifolius Wight & Arn.
---Dipterocarpus artocarpifolius Pierre ex Laness.
---Dipterocarpus insularis Hance
---Dipterocarpus lemeslei Vesque
---Dipterocarpus parvifolius Heim
---Dipterocarpus scaber Buch.-Ham.
---Hopea scabra Buch.-Ham.
---Pterigium costatum Corrêa
---Shorea costata J. S. Presl
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางปาย ยางแกน ยางบาย กวู ยางฮี สะแฝง ยางเบื้องถ้วย ยางกระเบื้องถ้วย
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังกลาเทศ พม่า หมู่เกาะอันดามัน ลาว ไทย กัมพูชา เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์



ไม้ ผลัดใบช่วงสั้น สูงถึง40เมตรขึ้นเป็นกลุ่มเรือนยอดสูงเด่น ลำต้นตรงยอดกลมโปร่งเปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนหลุดเป็นชิ้นกลมบางเห็นเป็นลวดลาย รอบต้น ใบรูปไข่กว้าง4-8ซม.ยาว8-14ซม.ปลายสอบเข้า ฐานป้านหรือเป็นรูปหัวใจ ใบอ่อนมีขนรูปดาวปกคลุม ใบแก่มีขนสั้นๆประปรายบนเส้นใบผิวด้านล่าง
ดอกสีส้มอ่อนกลุ่มละ3-6ดอก ผลมีปีกยาว2ปีกเส้นตามยาวปีก3-5เส้น ปีกสั้น3ปีกกลมและเป็นพูลึก                  
ส่วนกลางผลยางมีสันเล็กๆ5สันมีขนหยาบปกคลุม ผลอ่อนสีแดงสดตัดกับใบสีเขียวเข้มมักติดผลจำนวนมาก
ต้น ใหญ่ๆมักมีรอยไหม้เป็นแอ่งซึ่งเกิดจากการเผาเก็บชัน ไม้ใช้ในการก่อสร้าง ต่อเรือ ทนทานในที่โล่งแจ้ง ยางจากเปลือกไม้ใช้ในอุตสาหกรรมสี
ระยะออกดอกติดผล---เมษายน-มิถุนายน

ยางปุ่ม/Polyalthia clavigera

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia clavigera King
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Monoon anomalum (Becc.) B. Xue & R. M. K. Saunders
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางปุ่ม
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย
    ไม้ ต้นสูง10-15เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 500-800เมตร ลักษณะทรงลำต้น กลม เปลาตรง เปลือกเรียบสีน้ำตาลแตกกิ่งระดับสูงขนานกับพื้นดิน ตามลำต้นมีรอยแผลเป็นของปุ่มดอกเห็นได้ชัด ใบรูปรี กว้าง5-7ซม.ยาว16-22ซม.โคนใบมนหรือรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบด้านล่างสีอ่อนกว่า ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกตามต้น ดอกสีชมพูหรือแดงดอกบานขนาด 2.5-3ซม.
ผลกลุ่มมีผลย่อย20-30ผล ผลรูปรีกว้าง2-2.5ซม.ยาว3-4ซม.ผิวเกลี้ยงเมื่อแก่สีแดง
เนื้อไม้นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


ยางพลวง/Dipterocarpus tuberculatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus tuberculatus Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Dipterocarpus cordatus Wall. ex A.DC.
---Dipterocarpus grandifolius Teijsm. ex Miq.
ชื่อสามัญ---Gurjuntree
ชื่ออื่น---ยางพลวง กุง เกาะสะแต้ว สะเติ่ง คลง คลอง ควง คลุ้ม โคล้ง ตะล่าอ่ออาขว่า ตึง ล่าเทอะ พลอง แลเท้า สาละออง
ชื่อวงศ์--- DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา ไทย ลาว เวียตนาม
ไม้ ต้นผลัดใบสูง 40 เมตร ประเทศ ไทยพบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ขึ้นในป่าเบญจพรรณแล้งและป่าเต็งรังบนดินลูกรังหรือดินทราย มีการระบายน้ำดี และตามที่ลาดต่ำใกล้ชายห้วยหรือใกล้ที่ชุ่มชื้นที่ะดับความสูง100-1,000เมตร จากระดับน้ำทะเล
ลักษณะเปลือกแตกเป็นร่องสีเทาหรือเทาอ่อน ใบใหญ่เกลี้ยงรูปหัวใจ ดอกสีม่วงแดงออกเป็นช่อสั้นๆ ช่อละ6-8ดอก กลีบรองดอกมี5กลีบโคนกลีบติดกัน
เกสรเพศผู้ 28-30อัน ผลกลมมีปีกยาว2ปีกยาวถึง 20 ซม.    
ไม้ ค่อนข้างทน แต่ชักเงายาก ทำสิ่งก่อสร้างทั่วไป และเครื่องเฟอร์นิเจอร์ ยางจากต้นสามารถลุกเป็นไฟโดยฉับพลัน และใช้ผสมในสี ใบแก่โตเต็มที่ใช้มุงหลังคา และทำฝากระท่อม ใช้รองผลสตรอเบอรี่ไม่ให้ตืดดิน เน่าเสีย หรือผิวไม่สวย ใบติดไฟยาก แมลงไม่ชอบ ไม้สามารถอยู่ทนได้มากกว่า3ปี
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


ยางพารา/ Hevea brasiliensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Hevea brasiliensis Muell.Arg.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Rubber Wood, Pará Rubber Tree
ชื่ออื่น---ยางพารา
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด--- อเมริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศบราซิล เปรู
ไม้ต้นสูง25เมตร ผลัดใบเป็น ไม้ยืนต้น เนื้อไม้ค่อนข้างแข็ง สูง 30 – 40 เมตร ต้นอ่อนเปลือกจะมีสีเขียว ต้นแก่เปลือกจะเป็นสีเทาอ่อน เทาดำ หรือสีน้ำตาล เปลือกของลำต้นแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ
                             1. คอร์ก ( cork ) เป็นเปลือกแข็งชั้นนอกสุด
                             2. ชั้นเปลือกแข็ง จะมีท่อน้ำยาง กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปไม่ติดต่อกัน
                             3. ชั้นเปลือกอ่อน เป็นเปลือกลำต้นชั้นในสุดมีท่อน้ำยางเวียนจากซ้ายไปขวาทำมุม 30 – 35 องศา จากล่างขึ้นบน ดังนั้นจึงต้องกรีดเปลือกยางจากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา เพื่อตัดท่อน้ำยางให้มากที่สุด
ใบประกอบแบบนิ้วมือมีใบย่อย 3ใบ ดอกแยกเพศอยู่ต้นเดียวกัน ผลแห้งเป็นชนิดแคปซูล มีเมล็ด 3 เมล็ดอยู่ภายในเมล็ดมีลายคล้ายละหุ่ง แต่มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อผลแก่จะแตกออกมีเสียงดัง
ยางพาราเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบในฤดูแล้งพื้นที่ที่ปลูกไม่ควรอยู่สูงจากระดับน้ำ ทะเลเกิน 200 เมตร ลักษณะดินควรเป็นดินร่วน เหนียวปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง
เป็นไม้ นำมาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจทางภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย เปลือกให้น้ำยาง ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์และอื่นๆ
เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน ใบต้มกับด่างให้เหลือแต่เส้นใบใช้ทำดอกไม้ประดิษฐ์


ยางยืด/Polyalthia simiarum


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia simiarum (Buch.-Ham. ex Hook. f. & Thomson) Benth.
ชื่อพ้อง---
---Monoon simiarum (Buch.-Ham. ex Hook. f. & Thomson) B. Xue & R. M. K. Saunders
---Unona simiarum (Buch.-Ham. ex Hook. f. & Thomson) Baill. ex Pierr
---Polyalthia simiarum subsp. cheliensis (Hu) Bân
---Polyalthia cheliensis Hu
---Guatteria simiarum Buch.-Ham. ex Wall.
---Guatteria simiarum Buch.-Ham. ex Hook. f. & Thomson
---Unona simiarum Baill. ex Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางยืด
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้     
ไม้ต้นสูง15-30เมตร พบในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 400-800เมตร
ลักษณะ เปลือกต้นสีเทาเป็นร่องตื้น เนื้อไม้สีเหลือง กิ่งอ่อนสีเขียวมีขนสีน้ำตาล แตกกิ่งยาวเรียวขนานกับพื้น
ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 7-10ซม.ยาว 18-28ซม. โคนใบรูปลิ่มจนถึงมน ปลายใบแหลม ใบค่อนข้างหนาเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานสีเขียวอมเหลือง มีใบประดับเล็กๆที่โคนก้านดอก 1แผ่น กลีบเลี้ยงรูปไข่หนาสีเขียว กลีบดอกขนาดใกล้เคียงกัน เรียงเป็น2ชั้นรูปแถบ
ผล เป็นผลกลุ่มมีผลย่อย25-35ผล  ผลกลมรี ยาว2-2.5ซม.เปลือกผลเรียบ สีเขียวเมื่อแก่สีม่วงคล้ำมี1เมล็ด
มีการเพาะกล้าใช้เป็นไม้ปลูกป่า และเนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้าง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม
ขยายพันธ์---โดยการเพาะเมล็ด


ยางเหลือง/Polyalthia jucunda


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia jucunda (Pierre) Finet & Gagnep.
ชื่อพ้อง--- This name is synonym of Monoon jucundum (Pierre) B. Xue & R. M. K. Saunders
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางเหลือง เหลืองไม้แก้ว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา เวียตนามใต้
      ไม้ ต้นสูง10-15เมตร ขึ้นอยู่ในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ที่ระดับความสูง 100-500เมตร ลักษณะทรงต้นแตกกิ่งในระดับสูงขนานกับพื้นดิน ต้นเปลาตรง ทรงพุ่มกลมเปลือกต้นสีน้ำตาลดำ เปลือกเรียบ เนื้อไม้เหนียว นำมาใช้ในงานก่อสร้างและเป็นเชื้อเพลิง
ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง5-9ซม.ยาว 15-30ซม.โคนใบมนปลายใบแหลม ใบบางเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น
ดอก ออกเป็นกระจุก1-4ดอก ดอกอ่อนสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มมีกลิ่นหอมอ่อน กลีบดอกหนาคล้ายแผ่นหนังมี6กลีบเรียงเป็นสองชั้น กลีบชั้นนอก3กลีบ แคบและสั้นกว่ากลีบชั้นในเล็กน้อย ขนาดดอกบาน3-4ซม.
ผล กลุ่มมี25-40ผล ผลรูปรีกว้าง 1.5-2ซม.ยาว2.5-3.5ซม. เปลือกเรียบ ผลแก่สีแดงเข้มมี1เมล็ด
มีการเพาะกล้าใช้เป็นไม้ปลูกป่า
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


ยางเหียง/Dipterocarpus obtusifolius


ชื่อวิทยาศาตร์---Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Mq
ชื่อพ้อง---
---Dipterocarpus punctulatus Pierre
---Dipterocarpus vestitus Wall. ex Dyer
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางเหียง เหียง สะแบง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า หมู่เกาะอันดามัน กัมพูชา ลาว เวียตนาม


  ไม้ ผลัดใบสูงถึง28เมตร เรือนยอดค่อนข้างเล็ก เปลือกสีเทาหนามีรอยแตกลึก ใบรูปไข่ปลายป้านหรือมนทั้งสองด้าน กว้าง10-18ซม.ยาว15-30ซม.ใบอ่อนมีขนยาวแหลม ใบแก่ด้านบนสีเขียวเข้มมีขนบนเส้นใบและขอบใบ ด้านล่างสีบรอนซ์ออกเขียวมีขนรูปดาวบนเส้นใบสีขาวยาวกว่าด้านบน  
ดอก สีชมพูสดกลุ่มละ3-7ดอก ก้านดอกสั้นและมีขนหนาแน่น ผลมี2ปีกเมื่ออ่อนมีขนปกคลุม ผลแก่เรียบเกลี้ยง ทนต่อไฟป่าเนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ใบใช้ห่ออาหารหรือมวนยาสูบ ยางมีคุณภาพต่ำทำให้แข็งตัวได้เร็ว ไม้เนื้อแข็ง ขัดให้ขึ้นเงาได้ดี แต่ไม่ทนทานในที่โล่งแจ้ง ทำสิ่งก่อสร้างหยาบๆและไม้อัด


ยางโอน/Polyalthia viridis

ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia viridis Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยางปาย ยางพาย ขะมอบ ขี้ซาก ขี้แฮด ตองเหลือง ยางดง ยางโดน สามเต้า.
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

 

                       ไม้ ต้นขนาดกลางสูง 10-15 เมตร ไม่ผลัดใบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณเกือบทั่วประเทศ ที่ระดับน้ำทะเลจนถึง400เมตร
ลักษณะทรงต้นเรือนยอดเป็นกรวยแคบ ลำต้นยาวและตรง มักไม่มีกิ่งแขนงด้านล่าง เปลือกต้นสีน้ำตาลแกมเทา ค่อนข้างหนา แตกระแหงเล็กน้อย เปลือกชั้นในสีครีม เมื่อถูกตัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ใบเดี่ยวขนาดกว้าง8-12ซม.ยาว20-33ซม. ฐานกลมหรือรูปหัวใจ ผิวด้านบนเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีอ่อนกว่ามีขนกระจายบนเส้นใบ  เนื้อหนาและเกลี้ยง
ดอกออกเป็นกระจุก สีเขียวอมเหลือง ดอกขนาด3-4ซม.กลีบดอก6กลีบเรียงเป็น2ชั้น ดอกบานขนาด4-5ซม.
ผลกลุ่มมีผลย่อย 25-35ผลผลกลมรี กว้าง1.5-2ซม.ยาว3ซม.ผิวเรียบค่อนข้างมันผลเปลี่ยนสีจากส้มอ่อน เป็นแดงเข้มแล้วดำ  ทุกส่วนของยางโอนที่สด เมื่อขยี้ดมจะเหม็นเขียว
มีการเพาะกล้าใช้ในการปลูกป่า เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้าง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


ยี่หุบปรี/Magnolia siamensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia siamensis (Dandy) H. Keng
ชื่อพ้อง---Talauma siamensis Dandy    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ยี่หุบปรี ปูนใหญ่ จำปาป่า
ชื่อวงศ์---MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย


ไม้ ต้น สูง5-15เมตร กระจาย พันธุ์ในป่าดิบชื้นระดับต่ำ จนถึงความสูง500เมตรอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ในจ.จันทบุรีและจ.ตราด ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ตั้งแต่จ.กาญจนบุรีลงไปจนถึงตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ลักษณะทรงต้นสูงชะลูด ใบเดี่ยวรียงเวียนรอบ หนาเหนียวเป็นมัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง8.5-12ซม.ยาว21-33ซม. ออกดอกเดี่ยวที่ปลายยอด กลีบเลี้ยงรวมกลีบดอก 9กลีบ สีขาวนวลหอมแรง ขนาดดอก4-5ซม. ผลกลมรีกว้าง4-5ซม.ยาว6-10ซม.มีผลย่อย7-15ผล ผลย่อยหาแข็งและเชื่อมติดกัน ผลแก่แตกตามรอยเชื่อม มีเมล็ดสีแดงช่องละ2เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ตุลาคม
การขยายพันธุ์---โดยการนำเมล็ดแก่ไปเพาะและมีเปอร์เซนต์การงอกสูงมาก การทาบกิ่งใช้มณฑาดอยหรือเล็งเก็งเป็นต้นตอ

ระฆังภู/Miliusa campanulata


ชื่อวิทยาศาตร์---Miliusa campanulata Pierre
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ระฆังภู
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา
      ไม้ต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม สูง1-2.5 เมตร พบในป่าดิบชื้นบนภูระดับสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง 700-1,300เมตร
 เป็นไม้ป่าที่ยังไม่มีการปลูกเลี้ยง และยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์
ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกกิ่งน้อย กิ่งขนานกับพื้นดิน เนื้อไม้เหนียวมาก
ใบ รูปรีกว้าง4-4.5ซม.ยาว14-17ซม.โคนใบรูปลิ่มปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบเรียบทั้งสองด้าน ดอกออกตรงซอกใบ1-3ดอก สีเขียวอ่อน ด้านในมีแถบสีม่วงแดงเข้ม ก้านดอกยาว2-2.5ซม.มีใบประดับเล็กๆที่กลางก้านดอก1ใบ  กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้นมีขนาดต่างกันมาก กลีบดอกชั้นนอกมีขนาดใกล้เคียงกับกลีบเลี้ยง กลีบดอกชั้นในมีโคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังคว่ำ สีเขียวอ่อนปลายแยกเป็น3กลีบ กลางกลีบด้านในมีแถบสีม่วงแดงเข้มตามยาว ด้านนอกมีสันนูนตามยาว3สัน และมีลายตามขวางสีม่วงแดง ดอกเมื่อบานขนาด1.2-1.5ซม.
ผลกลุ่มมีผล 20-40 ผล รูปทรงกลม ขนาด0.8-1ซม.ผลแก่สีดำเปลือกนิ่มมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


รักขาว/Semecarpus cochinchinensis

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Semecarpus cochinchinensis Engl.
ชื่อพ้อง---                                                                                                                                         ---Cassuvium cochinchinense Kuntze
---Semecarpus glomerulatus Ridl.
---Semecarpus thorelii Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---รักขาว รักน้ำ ฮักขี้หมู ฮักหมู
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา


ไม้ ต้นไม่ผลัดใบสูง8-20เมตร เปลือกต้นสีครีมน้ำตาลมีรอยแตกตามยาวตื้นๆ เปลือกในสีชมพูหรือส้ม น้ำยางใสมีพิษ แห้งแล้วสีดำใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับกว้าง7-10ซม.ยาว18-30ซม.รูปไข่กลับแคบ ปลายใบทู่ ฐานสอบขอบใบเรียบ ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอมเทา ดอกสีขาวหรือเหลืองแกมเขียว เป็นดอกสมบูรณ์เพศ  ขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายยอด ขนาดช่อดอกยาว15-50ซม.ผลสดขนาดถึง2.5ซม.เมื่อแก่สีเหลืองส้ม

ระยะออกดอกติดผล---พฤศจิกายน-มีนาคม



รักนา/Gardenia carinata

ชื่อวิทยาศาตร์---Gardenia carinata Wall.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---รักนา ระไน
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
     เป็น ชนิดเดียวกับพุดน้ำบุศย์ แตกต่างที่เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 5-10เมตร เปลือกต้นเรียบ ทรงพุ่มกลมโปร่ง ตามยอดมียางสีเหลืองติดอยู่
        ใบ เดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่แกมรูปรี ยาว 10-16 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่งสีเหลือง โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดยาว 4 ซม. ปลายแยกเป็น 6-9 กลีบ บานเวียนซ้าย เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 7-10ซม. ผลรูปรีขนาด4-5ซม.
ดอกเริ่มแย้มสีเหลืองนวล ต่อมาสีเหลืองเข้มและส่งกลิ่นหอมแรง ดอกบานวันเดียวแล้วร่วงในวันต่อมา ดอกที่ร่วงอยู่โคนต้นจะส่งกลิ่นหอมไปได้ไกล
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน
 ขยายพันธุ์---ด้วยการ เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง

รักน้ำ/ Gluta velutina

ชื่อวิทยาศาตร์---Gluta velutina Blume
ชื่อพ้อง---Gluta coarctata (Griff.) Hook.f.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---รักน้ำ
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซียและอินโดนีเซีย


 ไม้ ต้นขนาดกลางสูง10-15เมตร มักขึ้นเป็นกลุ่ม พบขึ้นทั่วไปแนวหลังป่าจากและชายฝั่งแม่น้ำลำคลองที่น้ำทะเลท่วมถึง ลักษณะทรงต้นเรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมหรือทรงกระบอก ลำต้นแตกกิ่งต่ำ มีพูพอนแผ่เป็นครีบ บางครั้งพบรากค้ำยันสูงถึง1เมตร เปลือกนอกสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู เปลือกในสีชมพู เมื่อถากทิ้งไว้จะมีน้ำยางสีขาวขุ่นซึมออกมาเป็นเม็ดๆแล้วเปลี่ยนเป็นสี น้ำตาลไหม้
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง แผ่นใบคล้ายใบมะม่วงขนาดกว้าง 5-8ซม.ยาว12-30ซม. โคนใบสอบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังเมื่อแก่มักมีจุดดำ ดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามง่ามใบใกล้ปลายยอดยาว12ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากสีขาวแล้วเปลี่ยน เป็นสีชมพูอ่อนผล มียางรูปค่อนข้างกลม ออกเดี่ยวๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง5-7.5ซม.เปลือกผลขรุขระพับย่นมีเมล็ด1เมล็ด รูปคล้ายเมล็ดมะม่วงขนาดกว้าง3.5ซม.ยาว7.5ซม.


รักใหญ่/ Gluta usitata


ชื่อวิทยาศาตร์---Gluta usitata (Wall.) Ding Hou.
ชื่อพ้อง---Melanorrhoea usitata Wall.
ชื่อสามัญ---Burmese lacquer,
ชื่ออื่น---รักใหญ่ ฮักหลวง
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อัสสัม พม่า ไทย

 

ไม้ กึ่งผลัดใบหรือผลัดใบระยะสั้น สูง 20เมตร ชอบที่แห้งและโล่งแจ้งลักษณะ เปลือกต้นสีเทาเข้มมีรอยแตกหลุดลอกออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมบางๆมียางสีดำไหล ออกมาตามรอยแตก  เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลำต้นเปลาตรง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่ง ขนาดใบกว้าง7-12ซม.ยาว15-30ซม.รูปขอบขนานแกมไข่กลับ ใบอ่อนมีขนหนาแน่น ใบแก่สีเขียวเข้มมีไขปกคลุม
เวลาออกดอกเริ่มจากสีขาวเปลี่ยนเป็นชมพูแล้วแดงสด ออกเป็นกลุ่มช่อหนาแน่นในซอกใบบนๆ ช่อยาวถึง30ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีขนหนาแน่นปกคลุม
ผลขนาด0.8-1.2ทรงกลม แห้งมีปีกสีแดงเรื่อ5-6ปีกมีเส้นปีกชัดเจน
ใบและผลมีน้ำยางที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและแพ้ได้ในบาง คนทำให้เกิดแผลพุพอง
น้ำยางสีดำเมื่อแห้งใช้สำหรับทำเครื่องเขิน เพื่อลงลวดลาย ทากระดาษและผ้า กันน้ำซึม


รัง/Shorea siamensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Shorea siamensis Miq.
ชื่อพ้อง---
---Hopea suava Wall. ex A.DC.
---Pentacme malayana King
---Pentacme siamensis (Miq.) Kurz
---Pentacme suavis Wall.
---Pentacme tomentosa Craib
---Shorea bracteata Pierre ex Laness.
---Shorea mekongensis Pierre ex Laness.
ชื่อสามัญ---Dark Red Meranti, Light Red Meranti, Red Lauan.
ชื่ออื่น---เปา, เปาดอกแดง, ฮัง, เรียงพนม, ลักป้าว, แลบอง
ชื่อวงศ์---DIPTEROCARPACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชา ไทย ลาว เวียตนาม


เป็นไม้ ต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-25เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีเทาปนน้ำตาลแข็งและหนามาก แตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ดใหญ่ เปลือกชั้นในสีแดงออกน้ำตาล มักตกชันสีเหลืองขุ่น เรือนยอดเป็นพุ่มกลมค่อนข้างโปร่ง
ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่หรือไข่กว้างปลายกลมหรือแหลมเล็กน้อย ฐานใบรูปหัวใจ ขนาดกว้าง7-16ซม.ยาว10-22ซม ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเข้ม ใบอ่อนสีน้ำตาลแดงมีขนรูปดาว ใบแก่สีเขียวหม่นเกือบเรียบเกลี้ยง
ดอกออกเป็นช่อเหนือรอยแผลใบและปลายกิ่ง ดอกสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม มักมีแต้มสีแดง ออกกลุ่มละ5-20ดอก ดอกมักออกก่อนแตกใบอ่อน กลีบเลี้ยง5กลีบรูปไข่ กลีบดอก5กลีบรูปไข่  พับเป็นรูปตัว Z ปลายกลีบบิด ผลรูปไข่ปลายแหลม ปีกยาว3ปีกสั้น2ปีก ออกดอกเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกนิยมใช้บูชาพระก่อนเทศกาลสงกรานต์  การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรือแยกลำต้นที่เกิดใหม่
เนื้อ ไม้สีน้ำตาลอ่อนหรือสีน้ำตาลอมเหลือง ไม้เนื้อแข็งมีความหนาแน่นต่ำ ค่อนข้างแข็งแรง และทนในสภาพธรรมชาติ มีความสำคัญทางเป็นไม้เศรษฐกิจใช้ในงานก่อสร้าง ยางจากเนื้อไม้มีสีน้ำตาลปนเหลือง ใช้ในอุตสาหกรรมทำสี  Shorea siamensis และShorea obtusa มีชื่อทางการค้าเหมือนกัน
พบมากทั่วไปตามป่าเต็งรังและป่าผลัดใบ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งปนกับเต็ง,เหียง,พลวง บนพื้นที่เป็นหิน กรวด ทรายเป็น ส่วนใหญ่
มักขึ้นอยู่เป็นกลุ่ม มีความทนทานต่อไฟป่ามาก จึงกลายเป็นพืชเด่นในป่าเสื่อมโทรม สังเกตุได้ง่ายในฤดูหนาว ใบแก่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มก่อนหลุดร่วง


รังกะแท้/Rapanea yunnanensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Rapanea yunnanensis Mez.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Myrsine seguinii H. Lév.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---รังกะแท้
ชื่อวงศ์---MYRSINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน กัมพูชา เวียตนาม
ไม้ พุ่มสูง 7เมตร แต่ก็อาจมีสูงถึง17เมตร จัดเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ต้นขนาดเล็กได้ ใบมักออกเป็นกลุ่ม ใบแก่เหนียวด้านล่างใบมีต่อมเป็นจุดๆสีดำมากมาย
ดอกสีเขียวอ่อนหรือครามเป็นดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ช่อดอกออกเป็นกลุ่มผลกลมอยู่บนฐานกลีบเลี้ยงรองรับ เนื้อในผลบาง มีชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง 1 เมล็ด

รังกะแท้/Kandelia candel


ชื่อวิทยาศาตร์---Kandelia candel (L.) Druce
ชื่อพ้อง---
---Bruguiera candel (L.) Steud.
---Kandelia rheedei Wight & Arn.
---Rhizophora candel L.
ชื่อสามัญ---Kicar, Kicar-kicar
ชื่ออื่น---ถั่วนางช้อย, ลุย
ชื่อวงศ์---RHIZOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า หมู่เกาะอันดามัน ไทย มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว กัมพูชา เวียตนามใต้ ไหหลำ ฮ่องกง ไต้หวัน หมู่เกาะริวกิว
ไม้ ต้นขนาดเล็กคล้ายไม้พุ่ม สูง2-7เมตร เรือนยอดโปร่งโคนต้นอวบหนา รูปทรงกรวยคว่ำ ไม่มีพูพอนและรากหายใจ รากค้ำยันสั้น นุ่ม เปลือกเรียบ สีเทาถึงสีน้ำตาลอมแดง มีช่องอากาศกระจายทั่วไป
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีรูปขอบขนานแกมรูปรี ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว7-14ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบหนาถึงอวบน้ำ
ดอก แบบช่อกระจุกสองด้านหลายชั้นแตกเป็นง่าม มีดอกย่อย4-12ดอก ผลแบบมีเนื้อเมล็ดเดียวสีเขียวเมื่ออ่อน สีคล้ำเมื่อแก่ ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยงหรือฝักเรียวยาว ค่อนข้างตรงคล้ายทรงกระบอกยาว15-40ซม.
เป็น พันธุ์ไม้ที่กระจายพันธุ์มีขอบเขตจำกัด พบขึ้นเฉพาะบริเวณชายฝั่งใกล้ปากแม่น้ำและน้ำค่อนข้างจืดเป็นระยะเวลานาน เป็นรอบปี มักขึ้นเป็นกลุ่มหรือขึ้นร่วมกับลำแพน ลำแพนหินหรือลำพู ออกดอกและผลเกือบตลอดทั้งปี

ราชครูดำ/Goniothalamus macrophyllus var. macrophyllus


ชื่อวิทยาศาตร์---Goniothalamus macrophyllus (Blume) Hook. f. & Thomson var. macrophyllus
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กิ่งดอกเดียว ชิงดอกเดียว(ตรัง) ราชครูดำ (ปัตตานี)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ไม้ ต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่มขึ้นกระจายในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 300-1,000เมตร ต้นสูง 1-3เมตร แตกกิ่งต่ำระดับพื้นดิน ด้านบนไม่ค่อยแตก กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยม เปลือกลำต้นสีม่วงเข้มและมีกลิ่นฉุน
ใบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง6-11ซม.ยาว22-30ซม. บางครั้งยาวถึง 50ซม. ขอบใบเรียบ โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบเรียบหนาเป็นมันคล้ายแผ่นหนัง ดอกออกเดี่ยวที่ซอกใบ ดอกอ่อนสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล หรือเหลืองอมชมพู และส่งกลิ่นหอม กลีบเลี้ยงรูปไข่ติดทนจนถึงระยะผลแก่ กลีบดอกหนา ผลกลุ่ม มีผลย่อยไม่มีก้านผลมี 4-9ผล ผลแก่เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม มี 1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

ราชครูดำดอกแถว/Goniothalamus macrophyllus

                   " Dok Thaeo"

ชื่อวิทยาศาตร์---Goniothalamus macrophyllus (Blume) Hook. f. & Thomson" Dok Thaeo"
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ราชครูดำดอกแถว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
 กลาย พันธุ์มาจากราชครูดำ มีดอกดกมากที่สุด ออกเรียงเป็นแถว2ข้างของลำต้น ตั้งแต่โคนจนถึงยอด เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูง1-3เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่หนาเหนียวเป็นมัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง6-11ซม.ยาว22-30ซม. บางครั้งยาวถึง50ซม. ออกดอกเรียงเป็น2แถวข้างของลำต้น ก้านดอกโค้งลงกลีบเลี้ยงรูปไข่ติดทนจนถึงระยะผลแก่ กลีบดอก6กลีบ หนา สีขาวนวลมีกลิ่นหอมแรง ขนาดดอก2.5-3ซม.ผลกลุ่มมีผลย่อย4-9ผลทงรียาว1.5-2ซม.ปลายผลมีติ่งแหลม
ขึ้นในป่าดิบชื้นระดับต่ำ จนถึงป่าดิบเขาระดับสูง1,300เมตร ตั้งแต่เพชรบุรีจนถึงภาคใต้ตอนล่าง มีสถานภาพยังพอหาได้ในถิ่นกำเนิด
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


ราชดัด/Brucea javanica


ชื่อวิทยาศาตร์---Brucea javanica (L.) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Ailanthus gracilis Salisb.
---Brucea amarissima Desv. ex Gomes
---Brucea glabrata Decne.
---Brucea gracilis (Salisb.) DC.
---Brucea sumatrana Roxb.
---Brucea sumatrensis Spreng.
---Gonus amarissimus Lour.
---Rhus javanica L.
ชื่อสามัญ---Macassar kernels, Java brucea, Kosam.
ชื่ออื่น---ราชดัด กะดัด ฉะดัด กาจับหลัก เท้ายายม่อมน้อย ดีคน มะดีควาย พญาดาบหัก
ชื่อวงศ์---SIMAROUBACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา จีน อินโดจีน นิวกินี ออสเตรเลีย
ไม้ พุ่มสูง 2-4 เมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ เวียนรอบกิ่ง ใบย่อยรูปไข่แกมรูปหอกกว้าง3-6ซม.ยาว5-10ซม. ขอบใบหยัก ผิวใบค่อนข้างนุ่มทั้งสองด้าน
ดอก เป็น ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ แยกเพศ มีต้นเฉพาะที่พบช่อดอกตัวผู้ และต้นที่มีทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีน้ำตาลแดง มีขนปกคลุมผลเป็นผลสด เมื่อแห้งมีสีน้ำตาลดำคล้ายเมล็ดมะละกอแห้ง
สรรพคุณทางยา ไทย ใช้ผลแห้ง บำรุงน้ำดี แก้ไข้ และแก้บิด


ราชาวดีป่า/Buddleja asiatica


ชื่อวิทยาศาตร์---Buddleja asiatica Lour.
ชื่อพ้อง---
---Buddleja acuminatissima Blume
---Buddleja amentacea Kraenzl.
---Buddleja arfakensis Kaneh. & Hatus.
---Buddleja densiflora Blume
---Buddleja neemda Buch.-Ham. ex Roxb.
---Buddleja salicina Lam.
---Buddleja serrulata Roth
---Buddleja subserrata Buch.-Ham. ex D. Don
---Buddleja sundaica Blume
---Buddleja virgata Blanco
---Vitex esquirolii H. Lév.
ชื่อสามัญ---Bai Bei Feng, Dogtail, White Butterfly Bush, Asian Butterfly-bush
ชื่ออื่น---ไคร้บก เกี๊ยงพาไหล ไคร้หางหมา ดอกฟู หญ้าน้ำแป้ง หัวเถื่อน ดอกด้ายน้ำ ปวกน้ำ ดอกด้ายหางหมา
ชื่อวงศ์---BUDDLEJACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี

 

ไม้ พุ่มสูงถึง 5 เมตรพบทั่วไปตามที่รกร้างชายป่า ลักษณะ ขอบใบเรียบมีซี่หยักละเอียด ใบแก่บาง ด้านบนเกลี้ยงมีขนเล็กน้อย ด้านล่างสีเทาอ่อนเนื่องจากมีขนรูปดาวปกคลุมหนาแน่น
ดอกสีขาว เป็นช่อยาวถึง25ซม. ผล0.4-0.5ซม.รูปขอบขนานแตกเป็น 2พู
รากแห้งทำเหล้ายาดอง ใบรักษาแผลไฟไหม้และใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์   

รามขาว/ Rapanea porteriana


ชื่อวิทยาศาตร์---Rapanea porteriana (Wall. ex A. DC.) Mez
ชื่อพ้อง---Myrsine porteriana Wall. & A. DC.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โพรงนก, โพรงนกใบแหลม, รังกะแท้, ลามเขา
ชื่อวงศ์--- PRIMULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย มาเลเซียและสุมาตรา
ไม้ พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบสูง3-10เมตรพบขึ้นตามชายฝั่งที่เป็นหาดหินหรือหาดทราย ป่าทุ่งหญ้าตามชายหาด หรือพื้นที่ที่น้ำทะเลท่วมถึงหลังแนวชายหาด ลักษณะทรงต้น เรือนยอดรูปกรวยคว่ำ ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เปลือกเรียบถุงแตกเป็นสะเก็ดสีเทา กิ่งแขนงเรียวเล็ก
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเป็นกระจุกที่ปลายกอ่ง แผ่นใบรูปรีแคบรูปใบหอกแกมขอบขนาน ขนาดกว้าง1.5-3.5ซม.ยาว5-13ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้านมีจุดประสีดำเล็กๆ กระจายทั่วแผ่นใบโดยเฉพาะขอบใบ ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง
ดอก แบบซี่ร่มบนแกนช่อรูปกรวยสั้นๆ ดอกย่อยขนาดเล็กรูปกงล้อสีขาวอมเขียวถึงสีขาวอมม่วง มีกลิ่นหอมแรง ผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง มีเนื้อนุ่มรูปทรงกลม ผลอ่อนสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพู ผลสุกสีน้ำเงินคล้ำ
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-มีนาคม


ลำดวนดอย/ Mitrephora wangii

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Mitrephora wangii Hu
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ลำดวนดอย พรหมดอย
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า คาบสมุทรมาเลย์

ไม้ยืนต้นขนาดกลางไม่ผลัดใบสูง 20-25เมตร ในธรรมชาติเป็นไม้หายากมาก พบในป่าดิบชื้น ทางภาคเหนือตอนบน ระดับ1,400 เมตรที่จังหวัดเชียงราย
 ลักษณะทรงต้น มีลำต้นเปลาตรงเรือนยอดทรงกระบอกแคบ แตกกิ่งในระดับสูงขนานกับพื้นดิน โคนต้นมีพูพอนเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยแตกเล็กน้อย เนื้อไม้เหนียว
ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง5-7ซม.ยาว13-20ซม.โคนใบมน ปลายใบเรียวยาวและมีติ่ง แผ่นใบบางเหนียวเป็นมัน ขอบใบเรียบ เส้นกลางใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างเป็นสันนูนเด่น
ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก 1-2 ดอกตรงข้ามใบ เมื่อเรื่มบานกลีบดอกสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนและเหลืองเข้ม  มีกลิ่นหอมแรง กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกเรียงเป็น2ชั้น กลีบชั้นนอกรูปไข่กว้าง2.5ซม.ยาว2.8ซม.กลีบดอกโค้งงอขึ้น กลีบชั้นในมีโคนกลีบแคบ ปลายกลีบแผ่กว้างประกบเป็นรูปกระเช้า มีลายประสีแดงอ่อนๆ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลางดอก4-5ซม. บานวันเดียวแล้วโรย แต่ส่งกลิ่นหอมแรง
ผลกลุ่มมี5-7ผล ผลรูปทรงกระบอกกว้าง1.5-2.5ซม.ยาว4-6ซม.ผลแก่สีเขียวอมเหลือง เมล็ดกลมแบนเรียงตามขวาง
        เป็น พรรณไม้ที่ขึ้นบนดอยและมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี แต่เมื่อนำมาปลูกในกรุงเทพฯก็ออกดอกได้ตลอดและสวยงาม แต่ถ้าปลูกในเขตร้อนและแห้งแล้งดอกจะเล็กและหอมน้อยลง ฟันธงว่าให้ปลูกในที่ร่มรำไรและความชื้นสูง
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-มีนาคม
ระยะติดผล---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
                                                                                            ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและทาบกิ่ง


ล่ำตาควาย/Diosperos coaetanea


ชื่อวิทยาศาตร์---Diospyros coaetanea H.R. Fletcher
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ล่ำตาควาย หอมขวาน
ชื่อวงศ์---EBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย


ล่ำตาควายเป็นไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทย พบในป่าผสมผลัดใบ ลักษณะเป็นไม้ผลัดใบสูงถึง 20เมตร เปลือกต้นสีเทาเข้ม มีร่องแตกลึกตามยาว เปลือกในสีชมพูเข้ม อมส้มใบแก่ด้านล่างมีขน
ดอกตัวผู้มีชั้นกลีบเลี้ยงรูประฆังแยกลึกมีขนสีดำทั้ง2ด้าน
ผลขนาด2-3ซม.สีเหลืองออกเขียว เปลือกแข็งหนาเรียบเกลี้ยง
เนื้อไม้แข็งใช้ในการก่อสร้างทำเฟอร์เจอร์  เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ระยะติดผล---เดือนมีนาคม-สิงหาคม


ลำพูป่า/ Duabanga grandiflora



ชื่อวิทยาศาตร์--- Duabanga grandiflora (Roxb. ex DC.) Walp.
ชื่อพ้อง---
---Duabanga sonneratioides Buch.-Ham.
---Leptospartion grandiflorum Griff.
---Leptospartion grandiflorum (Roxb. ex DC.) Griff.
---Lagerstroemia grandiflora Roxb.
ชื่อสามัญ---Achung, Duabanga, Lampat
ชื่ออื่น--- ลำพูป่า สะบันงาช้าง กระดังงาป่า ตุ้มเต๋น ลำแพนเขา
ชื่อวงศ์--- LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย



เขตกระจายพันธุ์---นปาล สิกขิม อัสสัม พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม จีนตอนใต้ (ยูนนาน) คาบสมุทรมาเลย์
ไม้ ต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 15-35 เมตร ถ้าตัดเปลือกจะมีน้ำเลี้ยงสีชมพู กิ่งใหญ่จะตั้งฉากกับลำต้นและปลายกิ่งจะห้อยลู่ลง กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยมตามยาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปขอบขนาน กว้าง4-10ซม.ยาว10-27ซม.โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ เนื้อใบค่อนข้างหนา เรียบเกลี้ยง ใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีสีขาวเคลือบ
ดอก สีขาวมีกลิ่นแรง บานตอนกลางคืนถึงตอนเช้า หุบตอนกลางวัน ขนาด5-7.5ซม.กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 6-7แฉก กลีบดอก 6-7กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก ผลขนาด2.7-4.5ซม.แห้งแล้วแตก สีเขียวเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลกลีบเลี้ยงติดคงทน ออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
เนื้อไม้ใช้ทำเรือแคนู เป็นไม้น้ำหนักเบา ทำให้แห้งได้ง่าย ทำกล่อง ทำแผ่นกระดาน ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ดี
หมายเหตุ เป็นไม้ที่พบตามริมลำธารของป่าทั่วภาคเหนือ มักจะพบว่าเป็นไม้ที่ใหญ่สุดในป่าทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ต้นสูงำด้ถึงถึง60เมตร


ลำไยป่า/ Dimocarpus longan


ชื่อวิทยาศาตร์---Dimocarpus longan Lour.ssp.longan
ชื่อพ้อง---
---Dimocarpus longan Lour.
---Euphoria longana Lam.
---Nephelium long-yan Blume.
---Nephelium longan (Lour.) Hook.
---Nephelium longana (Lam.) Cambess.
ชื่อสามัญ---Longan
ชื่ออื่น---ลำไยป่า
ชื่อวงศ์---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า เวียตนาม จีนตอนใต้ ไต้หวัน ลาว กัมพูชา


ไม้ ไม่ผลัดใบสูงถึง 30เมตร เรือนยอดกลมและทึบ เปลือกต้นเรียบหรือหลุดล่อนเล็กน้อย ใบยาว28-50ซม. ใบย่อยขนาดกว้าง3.2-6ซม.ยาว9-18ซม.ปลายแหลมฐานใบมักไม่สมมาตร ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีอ่อนกว่า ดอกสีเหลืองหรือน้ำตาลเป็่อใหญ่แตกแขนงที่ปลายกิ่งยาว8-40ซม. ผลขนาด1.2-2.5ซม.สีเหลืองหรือน้ำตาล กลมไม่แตกมีเนื้อใสๆห่อหุ้มเมล็ดสีน้ำตาลเป็นมัน
เป็น ผลไม้ที่มีรสชาดอร่อยเช่นเดียวกับชนิดที่มีการปลูกหลายพันธุ์ แต่เนื้อบาง เมล็ดใช้ทำแชมพู ไม้มีคุณภาพดี ใช้ทำเครื่องเฟอร์นิเจอร์


เล็งเก็ง/Magnolia liliifera var. obovata


ชื่อวิทยาศาตร์---Magnolia liliifera (L.) Baill. var. obovata (Korth.) Govaerts
ชื่อพ้อง---Basionym: Talauma obovata Korth.
---Magnolia candollei var. obovata (Korth.) Noot.
---Talauma hodgsonii Hook.f. & Thomson
---Magnolia hodgsonii (Hook.f. & Thomson) H.Keng
ชื่อสามัญ---Egg magnolia
ชื่ออื่น---เล็งเก็ง
ชื่อวงศ์--- MAGNOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตั้งแต่ตอนใต้ของประเทศไทย มาเลเซียจนถึงเกาาะบอร์เนียว
ไม้ ต้นขนาดเล็ก สูง8-15เมตร เปลือกต้นหนาสีดำ กลิ่นฉุน แตกกิ่งจำนวนมากในระดับสูง ทรงเป็นพุ่มกลมโปร่ง เนื้อไม้เหนียว  ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปไข่กลับยาว24-32ซม. แผ่นใบหนาแข็งกรอบ ด้านบนผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมองเห็นเส้นแขนงใบชัดเจน
ดอก เดี่ยวสีขาวออกที่ปลายกิ่ง ดอกบานตั้งขึ้น มีกลีบดอก9กลีบ เมื่อบานขนาด6-7ซม.ผลรูปไข่ยาว8-10ซม. เมล็ดจำนวนมากสีแดง ออกดอกเดือนเมษายน ดอกบานทนอยู่ได้1-2วัน กลิ่นหอมแรง เป็นไม้ชอบร่มรำไรและมีความชื้นสูงขณะยังเล็กถ้าได้แดดจัดจะทำให้ใบไหม้และ โตช้า  เมื่อเติบโตแข็งแรงเป็นพุ่มใหญ่แล้วควรได้แสงแดดเต็มที่
เล็งเก็งเป็นพรรณไม้ที่สำรวจพบครั้งแรกโดยหมอคาร์(A.F.G.Kerr) ในอ.เบตง จ.ยะลาที่ระดับความสูง400เมตร
ในประเทศไทยพบขึ้นในป่าดิบระดับต่ำจนถึงระดับสูง500เมตร ในจ.พัทลุง สงขลา ยะลา มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด
การขยายพันธุ์--- โดยการเพะเมล็ด เสียบกิ่ง ทาบกิ่ง โดยใช้ยี่หุบปลี มณฑาดอย เป็นต้นตอ

เลือดควาย/Knema erratica


ชื่อวิทยาศาตร์---Knema erratica (Hk.f.& Th.) Sinclair
ชื่อพ้อง---
---Knema siamensis Warb
---Myristica erratica Hook. f. & Thomson
---Knema yunnanensis Hu
---Knema angustifolia Warb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เลือดควาย หันช้าง
ชื่อวงศ์---MYRISTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า บังกลาเทศ ยูนนาน ไทย
ไม้ ต้นสูง 20 เมตร เรือนยอดแคบแน่น เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา หลุดลอกเป็นแผ่น เปลือกชั้นในมีน้ำยางสีแดงมาก ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแคบ ขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว16-30ซม. ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลอ่อนรูปดาว ใบแก่ด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ด้านล่างใบสีเขียวอมเทา ดอกออกเป็นช่อ  ดอกตัวผู้ช่อละ1-4ดอกเป็นกลุ่มรูปสามเหลี่ยมบนก้านสั้นๆ ผลออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่เมื่ออ่อนมีขน


เลือดควายใบใหญ่/Knema furfuracea


ชื่อวิทยาศาตร์---Knema furfuracea (Hook. f. & Thomson) Warb.
ชื่อพ้อง---
---Goniothalamus donnaiensis Finet & Gagnep.
---Knema pierrei Warb.
---Myristica furfuracea Hook.f. & Thomson
---Myristica knema Steud.
---Palala furfuracea (Hook.f. & Thomson) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เลือดควายใบใหญ่
ชื่อวงศ์---MYRiSTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย บังคลาเทศ พม่า คาบสมุทรอินโดจีน


  ไม้ ต้นสูง 20เมตร ไม่ผลัดใบพบทางภาคเหนือของไทยเป็นไม้ที่บ่งชี้ถึงสภาพป่าระดับต่ำที่มีการรบกวนน้อย
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดรูปพีระมิดแคบ กิ่งก้านขนานกับพื้นปลายกิ่งลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาและหลุดลอกตามยาวเป็นริ้ว เปลือกในมีน้ำยางมากสีชมพู ใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปใบหอกขนาดใบ3-14x10-50ซม.ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น ใบแก่เหนียว ด้านบนใบสีเขียวหม่นด้านล่างสีเขียวอมเทา
ดอกสีน้ำตาลอมเหลืองเป็นช่อสั้นๆ ผลรูปยาวรีขนาด3.5-4.5ซม.มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองปกคลุม เปลือกหนามาก เมล็ดมีเยื่อบางสีแดงหุ้ม
เป็นสมุนไพรใช้ใบรักษาสิว


ศิลา/ Ilex cymosa

ชื่อวิทยาศาตร์---Ilex cymosa Blume
ชื่อพ้อง---
---Ilex cumingiana Rolfe
---Ilex fabrilis Pierre
---Ilex philippinensis Rolfe
---Ilex singapuriana Wall.
---Ilex thorelii Pierre
---Leucodermis javanica Planch. ex Hook.f.
ชื่อสามัญ---Marsh Holly
ชื่ออื่น---ไทรขี้ไต้, มันสำปะหลังต้น, แหมหลา,ซีลอ,ซีโก๊ะ
ชื่อวงศ์--- AQUIFOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย บอร์เนียว อินโดนีเซีย


ไม้ ต้นสูงถึง 20 เมตร พบขึ้นตามที่ลุ่มน้ำขัง ป่าพรุ ป่าชายหาด ป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ลักษณะทรงต้น เรือนยอดรูปทรงกระบอกหรือรูปกรวยคว่ำ ลำต้นเปลาตรง มีพูพอนเล็กน้อย เปลือกนอเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน มีรูหายใจเป็นตุ่มเล็กๆกระจายทั่วไป กิ่งสีขาวนวล เปลือกในสีเหลืองและมีเม็ดหยาบๆสีน้ำตาลปะปนอยู่ทั่วไป เนื้อเยื่อที่ติดอยู่ระหว่างเปลือกในกับเนื้อไม้ เมื่อถูกอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวขี้ม้า เนื้อไม้ขรุขระ
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว5-12ซม. ขอบใบเรียบโคนใบสอบปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่าเนื้อใบบางถึงอวบน้ำ
ดอก แบบช่อกระจุกสองด้านหลายชั้น ออกตามง่ามใบ ช่อดอกโปร่ง ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น สีขาวหรือขาวอมเขียว ขนาดดอก0.3ซม.ผลแบบมีเมล็ดเดียวแข็งรูปทรงกลมหรือรูปไข่ขนาดผล0.4ซม.สีเขียว อมชมพูเมื่อสุกสีแดงคล้าถึงเกือบดำ เมล็ดแบนมีผนังหุ้มแข็งเรียงชิดกัน4-8เมล็ด
ระยะออกดอกและผล---เกือบตลอดปี


สกุณี/Terminalia calamansanai


ชื่อวิทยาศาตร์---Terminalia calamansanai (Blanco) Rolfe
ชื่อพ้อง---
---Gimbernatea calamansanai Blanco
---Terminalia blancoi Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สัตคุณี, ขี้มอด, ประคำขี้ควาย, แหนแดง, Ketapang (Malay), Mentalun (Malay)
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ลาว เวียตนามกัมพูชาไทย ฟิลิปปินส์คาบสมุทรมาเลย์  สุลาวาสี นิกินี   


ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงถึง 25 เมตร พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าผสมผลัดใบ และป่าดิบแล้งทั่วประเทศที่ระดับความสูง 50-400เมตร
 ลักษณะของลำต้นแตกกิ่งต่ำ แตกออกจากจุดเดียวคล้ายฉัตร กิ่งค่อนขนานกับพื้น เปลือกต้นสีเทาปนน้ำตาล แตกเป็นร่องยาวตื้นๆ ตามกิ่งมีขนนุ่มปกคลุม ที่โคนมีพูพอน ขนาดเล็ก  
ใบเดี่ยวรูปไข่กลับแคบๆ ปลายใบแหลม ธคนใบสอบ เรียงเวียนสลับ กว้าง 3-8ซม. ยาว 9-18ซม.โคนใบรูปลิ่ม ก้านใบยาว2.5-4ซม. ขอบใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างหนา ด้านล่างสีเขียวมีต่อม1คู่บริเวณกึ่งกลางเส้นใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดดอกสีขาวแกมเหลืองออกเป็นแกนช่อตามง่ามใบ ช่อดอกยาว8-16ซม.ดอกย่อยไม่มีก้านดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ขนาด2-2.5มม.มีกลิ่นหอมเอียน
ผลรูปสามเหลี่ยมแก่ไม่แตกมี2ปีกมีขนคลุมสีน้ำตาลอ่อน กว้าง2-4ซม.ยาว4-8ซม.
ชอบแสงแดดจัดขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด
เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้างแต่ไม่ทนมักใช้ในร่ม  สามารถใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และใช้ก่อสร้างภายในตัวอาคารได้ดี ผลใช้เป็นไม้ประดับแห้ง
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-เดือนธันวาคม

ส้มแปะ/ Vaccinium sprengelii


ชื่อวิทยาศาตร์---Vaccinium sprengelii (G.Don) Sleumer
ชื่อพ้อง---Basionym: Agapetes sprengelii G. Don
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้มแปะ, ซาบอยดุ, ส้มปี้, ส้มแสด ,หัวแหวน
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต จีนตอนใต้ อัสสัม พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียตนาม


ไม้ต้นสูง4-6เมตรไม่ผลัดใบ ในประเทศไทยมักพบทั่วไปตามป่ากึ่งโล่งแจ้งโดยเฉพาะตามสันเขา ปะปนกับไม้สน ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง 800-1,200เมตร ลักษณะทรงต้น ลำต้นสั้นและบิดงอเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มมีรอยแตกลึกๆหนาแน่น เปลือกชั้นในสีครีม
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง ขนาดของใบกว้าง2-3ซม.ยาว4-8ซม. รูปรี ใบอ่อนสีส้มแดงปลายใบเรียวแหลม ใบขอบจักฟันเลื่อยคมๆประปรายใกล้ปลายใบ ยอดอ่อนมีขนละเอียดใบอ่อนสีส้มแดง ใบแก่บางและเหนียว เรียบเกลี้ยง ดอก ขนาดบวกลบ1ซม.สีขาวหรือชมพูอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะตามง่ามใบ ห้อยลงมาคล้ายโคมไฟเล็กๆกลีบเลี้ยงขนาดเล็ก ช่อดอกยาว3-5ซม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโท ปลายแยกเป็น5แฉกน้อยๆ
ผล ขนาด0.7-0.8ซม.รูปกลมสีเขียวเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ผิวบางมีเนื้อและเมล็ดเล็กๆหลายเมล็ด ยอดอ่อนนำมารับประทานเป็นผักได้มีรสเปรี้ยว  
เป็นไม้ที่ทนต่อไฟป่า และขยายพันธุ์ได้ดี ในบริเวณป่าเสื่อมโทรม
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนเมษายน

สมอดีงู/Terminalia citrina


ชื่อวิทยาศาตร์---Terminalia citrina (Gaertn.) Roxb. ex Flem
ชื่อพ้อง---
---Bucida comintana Blanco
---Combretum arboreum Miq.
---Embryogonia arborea Teijsm. & Binn.
---Myrobalanus citrina Gaertn.
---Terminalia arborea Koord.
---Terminalia comintana Merr.
---Terminalia curtisii Ridl.
---Terminalia hilia Buch.-Ham. ex Wall.
---Terminalia multiflora Merr.
---Terminalia teysmannii Koord. & Valet.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สมอดีงู สมอหมึก สมอเหลี่ยม
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ ต้นสูง 20-30 เมตรกิ่งอ่อนมีขน ใบเป็นใบเดี่ยวผิวใบเกลี้ยงเรียงตรงข้าม กึ่งตรงข้ามหรือสลับ รูปวงรี วงรีแคบ หรือวงรีแกมขอบขนาน กว้าง2-6ซม.ยาว3-14ซม. ก้านใบมีต่อม1-2คู่ที่โคนใบ
ดอกออกเป็นช่อแกน ดอกย่อยไม่มีก้าน
ผล เป็นผลสด รูปกระสวย ผิวเกลี้ยงมีสันตื้น 5สันเมื่อสุกสีม่วงแกมเขียว เมื่อแห้งสีดำเห็นสันชัดเจน เมล็ดรูปรีผิวขรุขระมี5สัน ผลมีรสฝาด
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
ระยะติดผล---เดือนกันยายน-พฤศจิกายน


สมอทะเล/Shirakiopsis indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Shirakiopsis indica (Wild.) Esser
ชื่อพ้อง---
---Excoecaria diversifolia (Miq.) Müll.Arg.
---Excoecaria indica (Willd.) Müll.Arg.
---Sapium bingerium Roxb. ex Willd.
---Sapium bingyricum Roxb. ex Baill.
---Sapium diversifolium (Miq.) Pax
---Sapium hurmais Buch.-Ham.
---Sapium indicum Willd.
---Shirakia indica (Willd.) Hurus.
---Stillingia bingyrica Baill.
---Stillingia diversifolia Miq.
---Stillingia indica (Willd.) Oken
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สมอทะเล, กระหุด, กือเราะ, คือรัก, กุลา
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซีย หมู่เกาะในมหาสมุทร แปซิฟิก
ไม้ ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ทรงต้นเรือนยอดเป็นพุ่มกลม ปลายกิ่งเรียวยาวลู่ลง เปลือกเรียบถึงแตกเป็นร่องตามยาวถี่ๆ เปลือกชั้นในสีเหลือง
เปลือกนอกสีเทาคล้าถึงเกือบดำ มียางข้นสีขาวตามยอดอ่อน ช่อดอกและผล ลำต้นเมื่ออายุน้อยมีหนามแหลมแข็ง
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปรีถึงรูปใบหอก ขนาดกว้าง2-3ซม.ยาว8-12ซม. โคนใบแหลมถึงมน มีต่อม1คู่อยู่ชิดโคนใบ ขอบใบหยักมนถึงหยักฟันเลื่อยเป็นคลื่นเล็ก ปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังบางๆ ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก แบบช่อเชิงลดไร้ก้าน ออกตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ช่อดอกยาว5-10ซม.ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ขนาดเล็กสีเหลืองนวลไม่มีกลีบดอกและจานฐานดอก ดอกผู้จำนวนมากเรียงตลอดช่อดอก ดอกเมียมีก้านดอกและขนาดใหญ่กว่ามักออกเดี่ยวๆตามโคนช่อดอก
ผล แห้งแตกตามแนว เปลือกแข็งหนารูปค่อนข้างกลมมี3พูเป็นลอนตื้นๆขนาด2-3ซม. ปลายผลมีก้านเกสรเมียติดอยู่ ผลอ่อนฉ่ำน้ำสีเขียว เมื่อแก่แข็งสีเทาอมน้ำตาล และแตกเป็น3พู แต่ละพูมีเมล็ด1เมล็ด รูปรีค่อนข้างแบนผิวสีน้ำตาลอ่อนเป็นมัน


สมอไทย/Terminalia chebula


ชื่อวิทยาศาตร์---Terminalia chebula Retz
ชื่อพ้อง---
---Buceras chebula (Retz.) Lyons
---Myrobalanus chebula (Retz.) Gaertn.
---Myrobalanus gangetica Kostel.
---Terminalia acuta Walp.
---Terminalia aruta Buch.-Ham. ex G. Don
---Terminalia gangetica Roxb.
---Terminalia reticulata Roth
ชื่อสามัญ--- Myrobalan Wood, Chebulic Myrombalam, Gallnut, Black myrobalan, Chebulic myrobalan
ชื่ออื่น---สมอไทย สมออัพยา
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้
 ไม้ ต้นผลัดใบสูง 20-35 เมตร เรือนยอดกลมกว้าง ลำต้นค่อนข้างสั้น เปลือกต้นสีน้ำตาล ขรุขระ เปลือกชั้นในมีน้ำยางสีแดง กิ่งและใบอ่อนมีขนเป็นสนิม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปวงรีกว้าง6-10ซม.ยาว8-15ซม.
ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือปลายยอด ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด รูปวงรีมีสัน5สัน มีเนื้อเยื่อหนาหุ้มเมล็ด มีเมล็ดเดียวแข็ง ผลโต2-3ซม.ยาว3-4ซม.ผลแก่สีเขียวอมเหลือง แต่พอแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
ขยายพันธุ์---ง่ายด้วยเมล็ด หรือชำกิ่งก็สามารถปลูกได้


สะลีกดง/ Alangium Kurzii


ชื่อวิทยาศาตร์--- Alangium Kurzii Craib
ชื่อพ้อง---
---Alangium handelii Schnarf
---Alangium kurzii var. handelii (Schnarf) W.P.Fang
---Alangium kurzii var. pachyphyllum W.P.Fang & H.Y.Su
---Alangium kurzii var. umbellatum (Yen C.Yang) W.P.Fang
---Alangium kwangsiense Melch.
---Diacicarpium tomentosum Blume
---Marlea tomentosa (Blume) Endl. ex Hassk.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะลีกดง จำปาทอง ผาเก ฝาละมี ปรู๋ใบทอง Marapangi (Malay) co-cha-pa (Vietnam)
ชื่อวงศ์--- ALANGIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ ต้นสูง 20เมตรพบขึ้นกระจายตามป่าดิบเขาและป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง150-1,300เมตร ในประเทศไทยพบทุกภาค ลักษณะกิ่งก้านมีขนนุ่ม ใบเดี่ยวรูปไข่กว้าง 4-10ซม.ยาว10-20ซม.โคนใบเบี้ยวปลายใบแหลมขอบใบเรียบแผ่นใบมีขนนุ่มทั้งสอง ด้าน
ดอก สีขาวหรือเหลืองออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกยาว2-7ซม. ดอกย่อย 3-15 ดอก ขนาดยาว1.5-2.5ซม. กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นถ้วย กลีบดอก 7-10 กลีบ มีขนนุ่มเมื่อบานม้วนออกด้านนอกผลสดเมื่อแก่สีม่วงดำ ขนาดกว้าง5-8มม.ยาว8-14มม.เมล็ด1-2เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-กรกฏาคม
   

สอยดาว/Mallotus paniculatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Mallotus paniculatus (Lmk.) Mull. Arg.
ชื่อพ้อง---Mallotus conchinchinense Lour
ชื่อสามัญ---Turn in the Wind
ชื่ออื่น---สลัดป้าง สตีต้น แสด หลอขน
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ เมลเซีย ตอนเหนือออสเตรเลีย

 

ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 7-12 เมตร ไม่ผลัดใบ หรือผลัดใบระยะสั้น พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ในบริเวณที่ป่าโล่ง ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย ที่ระดับความสูง50-400เมตร
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดแผ่กางตัดตรง เปลือกแตกสะเก็ดสีน้ำตาลเทา กิ่งก้านเรียวเล็กแผ่ขยายออก ใบเดี่ยวรูปไข่เรียงเวียนสลับ  ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปไข่หรือรูปก้นปิด กว้าง5-15ซม.ยาว8-18ซม.โคนใบกลมมนปลายใบเรียวแหลม ใบแก่สีเขียวเข้มขอบใบเรียบหรือหยักตื้นด้านล่างใบมีขนสีเขียวอมเทา เส้นใบสีน้ำตาลออกส้ม ดอกช่อเชิงลดออกที่ปลายยอด ช่อยาว30ซม. ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกกว้างแตกแขนงห้อยลง ผลกลมขนาด8มม.มีหนามนุ่มและขนสีน้ำตาลอ่อนผลแห้งแล้วแตก
เนื้อไม้อ่อนผุง่าย ไม้ใช้ทำไม้ขีด กล่องใส่ของ ทำเชือกแต่ไม่ค่อยแข็งแรง น้ำต้มเปลือกใช้รักษาบาดแผล และรากใช้เป็นสมุนไพร


สะเดาช้าง/Rhus succedanea

ชื่อวิทยาศาตร์---Rhus succedanea L.
ชื่อพ้อง---
---Rhus pubigera Blume
---Toxicodendron succedaneum (L.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Wax Tree, Wild varnish tree
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ANACARDIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูมิภาค อินโด-มาเลย์
ไม้ ไม่ผลัดใบพบขึ้นกระจายตามป่าดิบเขา ลักษณะ ใบเป็นใบย่อย 4-8(11)คู่ ขนาดกว้าง1-3.5ซม.ยาว4-12ซม.มีต่อมระหว่างซอกของเส้นใบ ก้านใบย่อยเรียวยาว0.5-0.6ซม. ก้านใบร่วมไม่มีสันปีกมักมีแต้มสีแดง
ดอกสีเขียวแยกเพศอยู่รวมเป็นช่อห้อยลงยาว5-15ซม  ผลสีเขียวเข้มอมเหลือง -น้ำตาลผิวเป็นมันแห้งไม่แตก ขนาด0.6-0.8ซม. รูปร่างแบนและเบี้ยว ภายในมีกลุ่มเยื่อใยสีดำฝังในเนื้อไขสีขาว
มียางสีดำซึ่งมีพิษทำให้ผิวหนังพุพองสำหรับคนที่แพ้
ต้นอ่อนใช้ทำน้ำมันชักเงา

สะเดาเทียม/Azadirachta excelsa

ชื่อวิทยาศาตร์---Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs.
ชื่อพ้อง---
---Azadirachta integrifoliola Merr.
---Azedarach excelsa (Jack) Kuntze
---Melia excelsa Jack
---Trichilia excelsa (Jack) Spreng.
ชื่อสามัญ---Sentang, Bird’s-eye kalantas
ชื่ออื่น---สะเดาเทียม เทียม
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เมลเซีย เวียตนาม
ไม้ ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงราว 20-35 เมตร ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านสาขา เปลือก ต้นสีเทาเรียบ พอต้นอายุมากเปลือกจะแตกเป็นแผ่นล่อนสีเทาปนดำ เนื้อไม้มีคุณ-ภาพดี มอดและปลวก ไม่ค่อยทำลาย และจัดอยู่ในประเภทของไม้เอนกประสงค์
ใบ ประกอบแบบขนนก  ใบย่อยรูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้นๆ โคนใบมนเบี้นวไม่เท่ากัน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยงสีเขียวเป็นมัน
ดอก อ่อนรับประทานได้ ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อยขนาดเล็ก มี 5 กลีบ สีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมทั้งวัน มี5กลีบ กลีบดอกเป็นรูปทรงรี กว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว 0.5-ซม. ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
ผลรูปกลมรี ผลแก่มีสีเขียวเมื่อสุกเป็นสีเหลือง
พบ ตามหัวไร่ปลายนาทั่วประเทศแต่พบมากทางภาคใต้ ป่าเบญจพรรณและป่าดิบชื้นทั่วไป นิยมปลูกตามบ้านเรือน และสวนสาธารณะเพื่อให้ความร่มรื่น


สะเดาอินเดีย/Azadirachta indica


ชื่อวิทยาศาตร์--- Azadirachta indica A. Juss
ชื่อพ้อง---
---Azadirachta indica var. minor Valeton
---Azadirachta indica var. siamensis Valeton
---Azadirachta indica subsp. vartakii Kothari, Londhe & N.P.Singh
---Melia azadirachta L.
---Melia indica (A. Juss.) Brandis
ชื่อสามัญ---Nim Tree, Neem, Nimtree, Indian lilac
ชื่ออื่น---ควินิน
ชื่อวงศ์---MELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย     


ไม้ ยืนต้นสูง 8-12 เมตร ทุกส่วนมีรสขม เปลือกต้นมีสีน้ำตาลแกมเทา ใบประกอบแบบขนนก ลักษณะการเรียงตัวของใบเหมือนสะเดาบ้านแต่ใบย่อยโค้งเป้นรูปเคียว ขนาดของใบกว้าง2-3ซม.ยาว4-6ซม.
ดอกและผลก็คล้ายกันกับสะเดาบ้านตำรายาไทยใช้ เปลือกต้นแก้ไข้มาลาเรีย เมล็ดเป็นยาฆ่าแมลง


สะทางเล็ก/Xylopia pierrei


ชื่อวิทยาศาตร์---Xylopia pierrei Hance
ชื่อพ้อง---Xylopicrum pierrei (Hance) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะทางเล็ก
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา เวียตนาม
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง 8-18 เมตร พบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทางภาคตะวันออก ที่ระดับความสูง20-400เมตร
ลักษณะทรงต้น โคนต้นเป็นพูลึก เปลือกสีน้ำตาลปนเทาปลายกิ่งห้อยลู่ลงเรือนยอดกลมโปร่ง ใบรูปรี ยาว4.5-6ซม.ปลายใบมนผิวใบ ด้านบนสีเขียวเรียบเป็นมันด้านล่างใบมีสีนวลเคลือบสีขาว ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก1-3ดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดดอกสีขาวนวล ดอกขนาดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง1-1.5ซม.มี กลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน  
ผล เป็นผลกลุ่มรูปกลมรีหรือบิดเบี้ยวขนาด3-4ซม.เปลือกเรียบสีเขียวและหนา เมื่อแก่ผลจะแตกออก เปลือกด้านในของผลสีแดงเข้ม มีเมล็ด2-3เมล็ด
จัดเป็นไม้ดอกหอมชนิดหนึ่ง
ระยะออกดอก---เดือน เมษายน - พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและทาบกิ่ง  


สะบันงาเกลียว/Dasymaschalon  sootepense


ชื่อวิทยาศาตร์---Dasymaschalon  sootepense Craib
ชื่อพ้อง--- Basionym: Desmos sootepense (Craib) J.F. Maxwell
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะบันงาเกลียว บุหรงสุเทพ
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
ไม้พุ่มสูง 3-6เมตรขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 600-1,000เมตร
ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งจำนวนมาก กิ่ิงอ่อนและปลายกิ่งอ่อนห้อยลู่ลง เปลือกสีน้ำตาลและมีช่องอากาศสีขาว กิ่งอ่อนสีเขียว ใบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง3-6ซม.ยาว 9-15ซม. ใบบาง ขอบใบเป็นคลื่น โคนใบมนปลายใบเรียวแหลม ใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบด้านล่างสีเขียวอมขาวมีนวลแป้ง
ดอก เดี่ยวออกตรงซอกใบหรือนอกซอกใบใกล้ปลายยอด เมื่อดอกบานมีสีเหลืองและหลุดร่วงไปทั้งกรวย กลีบเลี้ยงสีเขียวรูปไข่ ปลายกลีบกระดกขึ้น กลีบดอก3กลีบประกบติดกัน ขอบกลีบแผ่ออกเป็น3แฉกและบิดเวียน ยาว3-4ซม.โคนดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5ซม.
ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อยรูปทรงกระบอก2-6ผล เปลือกผลคอกห่างตามรอยเมล็ด มี1-2เมล็ด
ปลูกเป็นพืชสมุนไพร
ระยะออกดอก---ในช่วงฤดูฝน ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


สะบันงาดง/Cyathocalyx martabanicus

ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathocalyx martabanicus Hook. f. & Thomson
ชื่อพ้อง---Cyathocalyx uniflorus C. E. C. Fisch.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะบันงาดง ด้ามมีด
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า อินเดีย
          ไม้ ไม่ผลัดใบสูงถึง20เมตร ขึ้นในป่าที่ถูกรบกวนน้อย หายาก ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม เกลี้ยงและบาง ใบรูปขอบขนานเกลี้ยงด้านบนเป็นมัน
ดอกขนาด3-6ซม. สีเหลืองอ่อนช่อละ3-4ดอก กลีบดอกเป็นเส้นยาว ผลไม่มีรายงาน


สะบันงาป่า/Goniothalamus griffithii


ชื่อวิทยาศาตร์---Goniothalamus griffithii Hook. f. & Thomson
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะบันงาป่า
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย
ไม้ ต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม สูง 2-4เมตร พบ ในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือ ที่ระดับความสูง 700-900เมตร ลักษณะโคนต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-4 ซม. แตกกิ่งน้อย เปลือกต้นเรียบสีดำ เนื้อไม้แข็งและเหนียว ใบรูปใบหอกแกมขอบขนาน กว้าง 5-8.5ซม. ยาว22-30ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลมหรือมีติ่ง ขอบใบเรียบ ดอกเดี่ยวขนาด2-2.5ซม.เมื่อดอกบานเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเขียวอมเหลืองมี กลิ่นหอม ผลกลุ่ม มีผลย่อย 5-15ผล ผลอ่อนเปลือกเรียบ สีเขียว เมื่อแก่สีเหลืองอมเขียวมีกลีบเลี้ยงคลุมอยู่จนถึงผลแก่ มีเมล็ด1เมล็ด
การเลี้ยงต้นกล้าต้องอยู่ในที่ร่มรำไร นำมาปลูกปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กันยายน
ระยะขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและทาบกิ่ง


สะเภาลม/ Agapoetes hosseana


ชื่อวิทยาศาตร์---Agapoetes hosseana Diels
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะเภาลม
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
ไม้พุ่มอิงอาศัย เจริญเติบโตตามโขดหิน หรือบนต้นไม้อื่นมักขึ้นตามคาคบไม้ หรือซอกหินในป่าดิบเขา หรือบริเวณเป็นที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูง800-2,500เมตร
ลักษณะ ต้นสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร ใบเดี่ยวออกเวียนสลับเป็นเกลียวรอบต้น ก้านใบสั้นมาก แผ่นใบหนาแข็ง คล้ายหนัง ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีนวล ชนาดใบกว้าง1-2ซม.ยาว2-4ซม.
ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกตามซอกใบ มี1-4ดอก ปลายดอกห้อยลง กลีบเลี้ยงเชื่อมกันปลายแยกเป็น6แฉก กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสีแดงสดปลายแยกเป็น5แฉกสั้นๆสีเขียวอ่อนผลเป็นผลสด ทรงกลมอวบน้ำสีเขียว เมื่อสุกสีม่วงดำส่วนปลายนูนเป็น5แฉก
เป็นพืชหายาก อยู่สกุลเดียวกับประทัดดอย และกุหลาบพันปี พบตามภูเขาสูงแถบภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดอยภูคา จังหวัดน่าน ภูกระดึง ภูหลวง จังหวัดเลย
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกรกฏาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

สะพ้านก๊น/ Sambucus javanica


ชื่อวิทยาศาตร์---Sambucus javanica Reinw. ex Blume
ชื่อพ้อง---
---Ebulus chinensis (Lindl.) Nakai
---Ebulus formosana (Nakai) Nakai
---Sambucus argyi H.Lév.
---Sambucus chinensis Lindl.
---Sambucus formosana Nakai
---Sambucus henriana Samutina
---Sambucus hookeri Rehder
ชื่อสามัญ---Chinese Elder
ชื่ออื่น---อูนน้ำ สพ้านก๊น น่อ เส่งแกะบลี้
ชื่อวงศ์---CAPRIFOLIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ พุ่มไม่ผลัดใบสูง3เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย2-8คู่ ใบรูปขนานถึงใบหอกปลายสอบเข้า ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อใหญ่ๆที่ปลายกิ่งผลกลมสีแดงสุกเปลี่ยนเป็นสีดำ                                                    ส่วนของพืชชนิดนี้ถ้านำมาขยี้ดมดูจะมีกลิ่นแรง


สะแล่งหอมไก๋/Rothmannia sootepensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Rothmannia sootepensis (Craib.) Bremerk.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะแล่งหอมไก๋ พุดสุเทพ
ชื่อวงศ์--- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย อินเดีย พม่า ไทย

 

         สะแล่งหอมไก๋เป็นไม้ ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 4-8เมตรไม่ผลัดใบ พบครั้งแรกในประเทศไทยโดย หมอคาร์ (A.F.G. Kerr) บนดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่ระดับความสูง 660-800 เมตร
ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลออกเทาเข้ม มีรอยแตกละเอียดและหลุดลอก แตกกิ่งออกจากจุดเดียวกันเป็นชั้นคล้ายฉัตร กิ่งค่อนทอดนอนขนานกับพื้น กิ่งก้านเมื่ออ่อนอยู่จะแบน
ใบเดี่ยวขนาดกว้าง 2-5 ซม.ยาว 8-14 ซม.เรียงตรงข้ามรูปรีปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมันทั้งสองด้าน ช่อดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง1-3 ดอกมีกลิ่นหอมขนาดของดอก 5-7.5 ซม. ยิ่งตอนพลบค่ำกลิ่นหอมยิ่งแรงขึ้น ออกดอกเดือน มกราคม-เดือนมีนาคม  
ผลขนาด 2.5-6 ซม.สีน้ำตาลถึงเหลืองเข้มเมื่อสุก รูปมนรีหรือเกือบกลม ปลายผลบุ๋ม มีติ่งอยู่ตรงกลางเนื้อในเป็นเมือกสีส้ม ผลมี2ช่อง แต่ละช่องมีเมล็ดแบนๆหลายเมล็ดฝังตัวอยู่ในเนื้อที่เป็นเมือกสีส้ม
เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่สำรวจ และมีรายงานการตั้งชื่อเมื่อปีพ.ศ.2454 กระจายพันธุ์อยู่ในป่าเบญจพรรณในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางตอนบน ในระดับความสูง300-1,500เมตร มีสถานภาพยังพอหาได้ในถิ่นกำเนิด
จัดเป็นไม้ที่มีเรือนพุ่มสวยงามและดอกมีกลิ่นหอมแรงต้นหนึ่ง ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ดินมีอินทรียวัตถุสูง ได้รับความชื้นเป็นช่วงๆน้ำไม่ขังแฉะ และมีอากาศค่อนข้างเย็น
การขุดล้อมต้นขนาดใหญ่จากป่าออก มาปลูกจะตายทั้งหมด โดยเริ่มตายตั้งแต่เดือนแรกหลังย้ายปลูก หรือในเดือนถัดมา และถึงแม้ว่าจะอยู่ได้ทนนาน1ปีก็จะตายในโอกาสต่อมา
จึงต้องใช้วิธีการเพาะเมล็ด รวมทั้งใช้วิธีการทาบกิ่งที่ใช้หมักม่อเป็นต้นตอ แล้วปลูกลงในที่ร่มรำไร
ระยะออกดอกเดือน ---มกราคม - มีนาคม    
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ทาบกิ่ง

สักขี้ไก่/Premna tomentosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Premna tomentosa Willd.
ชื่อพ้อง---
---Premna cordata Blanco  
---Premna tomentosa f. jejuna Moldenke
---Premna flavescens Juss.
ชื่อสามัญ---Bastard Teak
ชื่ออื่น---สักขี้ไก่, มันพร้าว, สักเทียม, Bebaus, Sarang Burong, Tembaroh (Malay)
ชื่อวงศ์--- LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา


ไม้ ต้นผลัดใบสูงถึง13เมตรเปลือกต้นสีน้ำตาลอมครีม ลอกหลุดเล็กน้อย ใบออกเป็นกลุ่มที่ปลายก้าน กว้าง5-8ซม.ยาว(5)12-16ซม.ปลายแหลมฐานป้าน หรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบแต่ส่วนบนของใบมีหยักซี่ไม่สมำ่เสมอ เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นคล้ายกระหล่ำปลี ด้านบนมีขนหยาบประปราย ด้านล่างมีขนแน่นกว่า   ใบจะคล้ายใบสักแต่เล็กกว่าและเห็นก้านใบเด่นชัดกว่า
ดอก ขนาด0.5-0.8ซม.สีครีมหรือเขียวอมเหลือง เป็นช่อด้านบนแบน ยาว6-13ซม.ผลขนาด0.4-0.6ซม. สีเขียวสุกสีดำมีน้ำเล็กน้อย ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง4หน่วย มีรอยย่น แต่ละหน่วยมีเมล็ด1เมล็ด


สังหยูเขา/Pseuduvaria monticola


ชื่อวิทยาศาตร์---Pseuduvaria monticola J. Sinclair
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สังหยูเขา sang yu khao (General)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย
ไม้พุ่มสูง3-5เมตร พบขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ตอนล่าง ที่ระดับความสูง900-1200เมตร ลักษณะเปลือกเรียบสีเทาอมขาว กิ่งอ่อนสีเขียวและมีขนนุ่มตามกิ่งหรือก้านอ่อน แตกกิ่งยาวและห้อยลู่ลง ทรงพุ่มโปร่ง
ใบ รูปขอบขนานกว้าง 4-6 ซม.ยาว12-19 ซม. ใบบาง เรียบและเหนียว เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเด่น ดอกออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกคว่ำลง ดอกแยกเพศเป็นดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ก้านดอกยาว0.8-1 ซม.มีขนหนานุ่มและมีใบประดับ1ใบ กลีบเลี้ยงรูปไข่ สีม่วงแดง กลีบดอกชั้นนอกสีขาว กลีบดอกชั้นในสีม่วงแดง ดอกบานขนาด1ซม.
ผลกลุ่มมีจำนวน 2-5 ผล ผลรูปกลมขนาด1.5-2ซม.เปลือกผลขรุขระ ผลแก่สีเขียวอมเหลืองมีเมล็ด 1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด เป็นไม้ป่าที่ยังไม่มีการปลูกเลี้ยง


ส้านช้าง/ Dillenia pentagyna

ชื่อวิทยาศาตร์---Dillenia pentagyna Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Colbertia augusta Wall. ex G.Don
---Colbertia coromandelina DC.
---Colbertia floribunda Wall.
---Dillenia augusta Roxb.
---Dillenia baillonii Pierre ex Laness.
---Dillenia floribunda Hook.f. & Thomson
---Dillenia hainanensis Merr.
---Dillenia minor (Zoll. & Moritzi) Gilg
---Wormia augusta Steud.
---Wormia coromandelina Spreng.
---Wormia floribunda Steud.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้านช้าง, ส้านนกเปล้า, มะส้านแข็ง, ส้านนา, ส้านน้อย
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

ไม้ต้นผลัดใบสูง 25เมตร พบตามป่าผลัดใบหรือป่าดิบแล้งที่ระดับความสูง 700-900เมตร
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดค่อนข้างโปร่ง มีกิ่งห้อยลงไม่เป็นระเบียบ เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอ่อน .ใบเดี่ยวเวียนรอบกิ่ง ใบกว้าง10-20ซม.ยาว20-50.ซม ใบอ่อนมีขนละเอียดปกคลุม แต่จะเรียบเกลี้ยงเมื่อใบแก่  เส้นใบขนานกันชัดเจน ท้องใบมีขนสากประปราย ขอบใบหยักตื้นๆ
ดอก บานเต็มที่ ขนาด2.5-6ซม.สีเหลืองมีกลิ่นหอม ออกเป็นกระจุก 2-10ดอกตามกิ่ง กลีบรองดอก 5กลีบ กลีบนอก2กลีบมีขนาดใหญ่กว่าอีก3กลีบด้านใน กลีบดอกหลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้สีเหลืองจำนวนมาก และแบ่งเป็น2ชั้น วงในมีขนาดใหญ่กว่าและปลายโค้งออก  
ผลค่อนข้างกลมขนาด1.5-2ซม.แก่จัดออกสีเหลืองหรือสีส้ม ผลแก่รับทานเป็นผักได้และใช้เป็นยาแก้ไข้หวัด
ระยะออกดอก---เดือน กุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม


ส้านใบเล็ก/Dillenia ovata


ชื่อวิทยาศาตร์---Dillenia ovata Wall.
ชื่อพ้อง---Dillenia grandifolia Wall. ex Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้านใบเล็ก ตานกกด มะส้าน มะโตน ส้านแคว้ง ไข่เน่าดง ส้านโดยเด่
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
เป็น ไม้ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบระยะสั้นในฤดูแล้ง พบเห็นได้ง่ายทุกภาคในประเทศไทย ตามป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า ที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง-1,200เมตร ลักษณะทรงต้นสูงได้ถึง30เมตร เปลือกต้นสีเทาหรือสีน้ำตาลแดง เปลือกเรียบหรือแตกสะเก็ด เปลือกในสีชมพู
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ ขนาด10-20x7-12ซม.แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปขอบขนานปลายใบมนหรือเว้าเล็กน้อย โคนใบมนกว้างบางครั้งเบี้ยว ขอบใบหยักหลังใบมีขนนุ่ม ท้องใบมีขนสาก ก้านใบมีขนนุ่มปกคลุม
ดอกสีเหลืองสด ออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่ ตามปลายกิ่ง ดอกขนาดใหญ่ถึง16ซม.
ผลค่อนข้างกลม5-6ซม. มีกลีบเลี้ยงหนาอุ้มน้ำซ้อนทับหุ้มผล เมื่อสุกสีเหลือง มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม

ส้านหลวง/ Dillenia aurea


ชื่อวิทยาศาตร์--- Dillenia aurea Sm.
ชื่อพ้อง---
---Dillenia aurea var. trichocarpella Hoogland
---Dillenia indica var. aurea (Sm.) Kuntze
---Dillenia pulcherrima Kurz
---Dillenia speciosa Griff.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้านหลวง, มะส้าน, มะส้านหลวง,ส้านแว้
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ต้นขนาดกลาง สูง4-13เมตร ประเทศไทยพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูง 200-1,100เมตร  ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปไข่แกมรี กว้าง5-20ซม.ยาว12-40ซม.ปลายมนทู่ ขอบใบหนักห่างๆ เห็นเส้นใบขนานชัดเจน เนื้อใบสากหนา ก้านใบเป็นร่อง
ดอก สีเหลืองสดและมักออกดอกเดี่ยวหรือไม่เกินสองดอก บริเวณปลายกิ่ง ขนาดดอกบานเต็มที่ กว้าง10-13ซม.  กลีบรองดอกสีเขียว5กลีบไม่เท่ากัน กลีบดอกรูปไข่กลับบางหลุดร่วงง่าย เกสรผู้จำนวนมากแยกกันเป็น2ชั้น ปลาสเกสรชั้นนอกจะงุ้มเข้า ปลายเกสรชั้นในจะชี้ออก ยอดเกสรเมียแผ่เป็นวง
ผลรูปทรงกลมอวบน้ำ ขนาด3-5ซม.ผลแก่สีเหลืองอมส้มรับประทานได้และเป็นยาแก้ไข้หวัด
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน


ส้านหิ่ง/Dilenia Parviflora

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Dillenia parviflora Griff.
ชื่อพ้อง---Dillenia kerrii Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้านหิ่ง ส้านหิน
ชื่อวงศ์---DILLENIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย


เป็น ไม้ยืนต้นผลัดใบในฤดูแล้งสูง10-40เมตร พบทั่วไปในป่ากึ่งโล่งแจ้ง ระดับถึง1,200เมตร ลักษณะเรือนยอดค่อนข้างโปร่ง กิ่งก้านเปราะหักง่าย เปลือกเรียบสีน้ำตาลอ่อน ใบยาว15-25ซม.แต่ในต้นอ่อนมักมีขนาดใหญ่มาก(ถึง100ซม.) รูปไข่กลับแคบ ปลายป้านค่อยๆสอบลง โคนยอดอ่อนมีขนปกคลุม แผ่นใบหนามีขนนุ่มปกคลุมทั่วทั้งใบ และจะทิ้งใบหมด เวลาออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม
ดอกออกเป็นกระจุกตามกิ่ง กระจุกละ2-7ดอก สีเหลืองขนาด 3-5 เซนติเมตร กลีบดอกบางหลุดร่วงง่าย ผลขนาด1.5-1.8ซม.สีเหลืองถึงส้มอ่อน ผลสดไม่แตก ผลสุกกินได้ ส้านหิ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ในร่มและของตกแต่งบ้าน


ส้านเห็บ/Saurauia roxburghii


ชื่อวิทยาศาตร์---Saurauia roxburghii Wall
ชื่อพ้อง---Saurauia tristyla DC.
ชื่อสามัญ---Singkrang
ชื่ออื่น---ส้านเห็บ เกืองพาป่า คล้าทีปด กุลาทีปอ
ชื่อวงศ์---ACTINIDIACEAE (SAURAUIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า เวียตนาม ไทย กัมพูชา


ไม้ ต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ สูง 6เมตรพบขึ้นกระจายกว้างขวางทั่วไปในที่โล่งแจ้งที่ชุ่มชื้น เป็นไม้ถิ่นเหนือ และนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ
ลักษณะทรงต้น ลำต้นสั้นกิ่งก้านหนา และแผ่กว้าง เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม
ใบ กว้าง 5-9ซม.ยาว18-35ซม.ออกเป็นช่อที่ปลายใบมีขอบจักซี่เล็กๆ ขนานกันและห่างเท่ากัน เส้นใบชัดเจน ผิวด้านล่างและก้านใบมีเกล็ดสีส้มอ่อนเล็กๆปกคลุม ปนอยู่กับขนสีเหลืองปนน้ำตาลเส้นยาวๆซึ่งจะหนาแน่นมากเมื่อใบยังอ่อน กิ่งก้านมักกลวง
ดอก ขนาด0.8-1.3ซม.สีขาวหรือชมพูอ่อนออกบนกิ่งแก่ของลำต้น
ผลกลมขนาดประมษณ1.2ซม.สีเขียวอ่อนออกเหลืองมีชั้นกลีบเลี้ยงติดอยู่ แตกได้ มีเมล็ดเล็กๆมากมาย ผลกินได้


Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                  

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

























































































































































































































































































ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view