สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 16/01/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,484,229
Page Views 13,165,241
 
« January 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

ต้นไม้ในป่า7

ต้นไม้ในป่า7

ต้นไม้ในป่า 7

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Garden
โดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี /The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister
พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542 จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554

REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary   
REFERENCES ---source: Catalogue of Life

                                                                                                                                                          


สารภีดง/Mammea harmandii


ชื่อวิทยาศาตร์---Mammea harmandii Kosterm.
ชื่อพ้อง---
---Calysaccion harmandii (Pierre) Pierre
--- Ochrocarpos harmandii Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สารภีดอกใหญ่ ประดงช้าง สารภี
ชื่อวงศ์---GUTTIFERAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ลาว กัมพูชา เวียตนาม ไทย


 ไม้ ต้นสูง 6-10 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือรูปกรวยคว่ำ เปลือกสีดำแตกเป็นสะเก็ด ตามต้นและกิ่งมีปุ่มปมที่เป็นจุดกำเนิดของดอกอยู่ทั่วไป มียางข้นสีเหลือง ใบเดี่ยวเนื้อใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันทั้ง2ด้าน ดอกเป็นกระจุกตามลำต้นและกิ่งกลีบดอกสีขาว เกสรดอกสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอม ผลสุกสีเหลืองมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม  
ขยายพันธุ์----เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง

สาวสอยดาว/Polyalthea sp


ชื่อวิทยาศาสตร์ ---Polyalthea sp
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สาวสอยดาว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ต้นขนาดเล็กสูง1เมตร พบขึ้นตามป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 200-500เมตรชอบที่ร่มรำไรและชุ่มชื้น
ลักษณะเปลือกต้นสีดำมีช่องอากาศเป็นจุดขาว แตกกิ่งน้อย ยอดอ่อนมีขนสั้นสีเหลืองทองปกคลุม เนื้อไม้แข็งเหนียวมาก
ใบรูปขอบขนานกว้าง5.5-8ซม.ยาว20-26ซม.โคนใบมนเบี้ยว ปลายใบแหลม ใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างซีดจางกว่า
ดอกเดี่ยวออกตามกิ่งแก่เหนือซอกใบ ดอกสีชมพู กลิ่นหอมแรงดอกบานขนาด1.5ซม.
ผลกลุ่ม มี8-12ผล รูปรี กว้าง1ซม.ยาว1.5-2ซม. ปลายผลเรียวแหลม ผลแก่สีแดงมี 1 เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

ส่องฟ้าดง/Clausena harmandiana


ชื่อวิทยาศาตร์---Clausena harmandiana (Pierre) Pierre ex Guillaumin
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส่องฟ้าดง, ส่องฟ้า, ล่องฟ้า, สมุยหอม, เหม็น
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 30-50เซนติเมตร ลำต้นแตกกิ่งเล็กน้อย
ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ขอบใบจักฟันเลื่อยเล็กๆ เนื้อใบมีจุดน้ำมันใสกระจายทั่วไปและมีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลสดรูปกลม อ่อนสีเขียว แก่สีแดงส้ม
ชอบแสงแดดปานกลาง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


ส่าเหล้าต้น/Goniothalamus undulatus


ชื่อวิทยาศาสตร์ --- Goniothalamus undulatus Ridl
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส่าเหล้าต้น
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
     ไม้ ต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม สูง1-3เมตร พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 300-700เมตร ลักษณะเปลือกเรียบหนาสีน้ำตาลเข้มมีกลิ่นฉุน เนื้อไม้เหนียว แตกกิ่งน้อย ใบรูปขอบขนานกว้าง 4-5.5ซม. ยาว12-16ซม.ขอบใบบิดเป็นคลื่น ใบบางเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้มด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอก เดี่ยว ออกตามซอกใบ สีเขียว เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีขาวนวล หรือขาวอมเขียว กลิ่นหอม ดอกบานผลเป็นผลกลุ่ม มี7-15ผล ผลกลมรี ยาว1-1.5ซม.มี1เมล็ด ผลแก่สีเหลืองอมเขียว
ปลูกในที่ร่มรำไรและความชื้นสูง นำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีดอกหอม
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

สำรอง/Scaphium scaphigerum

ชื่อวิทยาศาตร์---Scaphium scaphigerum (Wall. ex G.Don) G.Planch.
ชื่อพ้อง---
---Clompanus scaphigera (Wall. ex G.Don) Kuntze
---Scaphium wallichii (Wall. ex G.Don) Schott & Endl.
---Sterculia scaphigera Wall. ex G.Don
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พุงทะลาย
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ พม่า ไทย มาเลเซีย กัมพูชา ลาว
ไม้ ยืนต้น สูง 45 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมขอบขนาน หรือรูปไข่แกมใบหอก ดอกเป็นดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง และเป็นดอกแยกเพศ กลีบดอกสีเขียวอ่อน มีขนสีแดงที่กลีบเลี้ยง
ผลเป็นผลแห้งแตกขณะยังอ่อน เมล็ดรูปรีสีน้ำตาล เปลือกหุ้มเมล็ดชั้นนอกมีสารเมือกจำนวนมากซึ่งจะพองตัวในน้ำมีลักษณะคล้าย วุ้น
ตำรายาไทยใช้เปลือกหุ้มเมล็ดที่พองตัวเป็นยาแก้ร้อนใน


สำโรง/Sterculia foetida

ชื่อวิทยาศาตร์---Sterculia foetida L.
ชื่อพ้อง---
---Clompanus foetida (L.) Kuntze
---Clompanus foetidus (L.) Kuntze
---Sterculia mexicana var. guianensis Sagot
ชื่อสามัญ---Bastard poon tree, Java olive tree, Hazel sterculia, Wild almond tree
ชื่ออื่น---สำโรง, จำมะโฮง, มะโหรง, โหมโรง
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า กัมพูชา ไทย เวียตนาม คาบสมุทรมาเลย์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลียตอนเหนือ แอฟริกาตะวันออก

 

ไม้ ต้นผลัดใบ สูง 30เมตร พบตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง สูงจากระดับน้ำทะเล100-600เมตร ลักษณะทรงต้น ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบประกอบรูปนิ้วมือแผ่ออกจากจุดเดียวกัน ใบย่อย 5-7ใบ รูปรีแกมรูปปขอบขนาน ปลายใบแหลมหรือมีติ่งแหลม โคนใบรูปลิ่ม แผ่นใบหนา ขนาดของใบกว้าง3.5-6ซม.ยาว10-30ซม. ก้านใบประกอบยาว13-20ซม.
ดอก ขนาด 1.8-2.5ซม. สีแดงหรือออกแสด ออกเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ตามปลายกิ่ง  ผลรูปไต เปลือกแข็งเหมือนเนื้อไม้ สีแดงปนน้ำตาล แห้งแตกเป็นสองซีก เมล็ดสีดำมันใยของเปลือกไม้ใช้ทำเชือก เมล็ดอบแล้วกินได้ น้ำมันจากเมล็ดใช้เติมโคมไฟ เปลือกไม้และใบใช้ไล่แมลง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
เป็นไม้ที่นำมาปลูกในภาคเหนือมักพบตามชายทะเลทางภาคใต้
ระยะออกดอกติดผล---ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน

สิวาละที/ Bridelia glauca

ชื่อวิทยาศาตร์---Bridelia glauca Blume
ชื่อพ้อง---
---Bridelia acuminatissima Merr.
---Bridelia laurifolia Elmer
---Bridelia multiflora Zipp. ex Scheff.
---Bridelia nooteboomii Chakrab.
---Bridelia pubescens Kurz
---Bridelia sosopodonica Airy Shaw
---Cleistanthus myrianthoides C.B.Rob.
---Cleistanthus oblongifolius scaber Müll.Arg.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สิวาละที  Kandri kebo (ชวา)
ชื่อวงศ์--- EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย ภูฏาน พม่า คาบสมุทรอินโดจีน ไต้หวัน มาเลเซีย
ไม้ ต้นสูงถึง 30เมตร พบประปรายถึงทั่วไปในท้องที่ทางภาคเหนือ ทั้งในป่าดิบ และป่าชื้นขั้นที่สองถึงระดับ1,500เมตร ในที่ชุ่มชื้น  
ลักษณะใบแก่ด้านบนไม่มีขน ด้านล่างมีขนห่างๆ เส้นใบข้างเป็นคู่ 11-18คู่จรดกัน แต่ไม่ถึงขอบใบ
ดอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.3-0.5ซม. ก้านดอกยาว2-6มม.ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละมากถึง 50ดอก
ผลรับประทานได้ ขนาด0.5-1ซม.สีม่วงแดงหรือออกดำ มีชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง
เนื้อไม้ใช้ในงานก่อสร้าง ทำเสาสะพาน หรือโครงสร้างได้ ในอินโดนีเซียใช้ทำเสาค้างพริกไทย


สิไหรใบใหญ่/Dehasia candolleana


ชื่อวิทยาศาตร์---Dehaasia candolleana (Meisn.) Kosterm.
ชื่อพ้อง---
---Dictyodaphne candolleana Meisn.
---Endiandra candolleana (Meisn.) Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สิไหรใบใหญ่ ทำมัง
ชื่อวงศ์---LAURACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ พม่า ไทย มาลายา หมู่เกาะอันดามัน นิโคบาร์


ไม้ ต้น ไม่ผลัดใบ ขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง10-18เมตรพบในป่าดิบชื้นทั่วประเทศ ที่ระดับความสูง100-450เมตร
ลักษณะทรงต้น ลำต้นแตกกิ่งในระดับสูง เรือนยอดโปร่งแผ่กว้าง เปลือกนอกสีน้ำตาล มีรอยขีดของช่องหายใจนูนเด่น เปลือกมีกลิ่นฉุน
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปไข่กลับ กว้าง5-8ซม.ยาว8-12ซม. โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวนวล ช่อดอกแบบกระจุกซ้อน ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง เป็นช่อสั้นๆ ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวนวล ผลกลมขนาด1ซม.เมื่อแก่สีดำ เมล็ดแข็ง
เนื้อไม้แข็งเหนียว ใช้ในงานก่อสร้าง


สุมต้น/Pittosporum ferrugineum

ชื่อวิทยาศาตร์---Pittosporum ferrugineum W.T.Alton
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Splay-Berry Tree
ชื่ออื่น---สุมต้น, เคลา,ซันติเลีย
ชื่อวงศ์---PITTOSPORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน และออสเตรเลีย


ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กสูง5-20เมตร พบขึ้นในป่าที่ลุ่มใกล้ชายฝั่งทะเลและป่าพรุ
ลักษณะ เปลือกเรียบสีน้ำตาลเทา มีช่องอากาศเป็นตุ่มเล็กๆกระจายทั่วไป กิ่งอ่อน ใบอ่อนและช่อดอกมีขนสั้นนุ่มสีสนิมปกคลุมทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มทรงรีถึงกลม
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขนาดกว้าง2-4ซม.ยาว8-12ซม. โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเหลืองอมเขียว ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบบางคล้ายแผ่นหนัง
ดอก คล้ายช่อผสมกระจุกสองด้านหลายชั้นแยกแขนง แต่ละช่อประกอบด้วย ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลถึงเหลืองนวลจำนวนมาก ก้านช่อดอกยาว1-5ซม.มีขนสั้นสีสนิมปกคลุม ดอกตูมทรงใบหอกเมื่อบานเต็มที่คล้ายดอกเข็ม เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ0.5ซม.
ผล แบบผลแห้งแตกกลางพู รูปทรงกลมมีก้านเกสรเพศเมียเป็นติ่งติดอยู่ที่ปลาย ขนาดผล 0.9-1.2x0.7-1ซม.ผลสุกสีส้มอมเหลือง ผลเป็นรอยย่น เมื่อแก่เต็มที่เปลือกผลแตกออกเป็น2ซีก เมล็ดขนาดเล็กสีดำ หุ้มด้วยเนื้อเยื่อสีแดง มี8-24เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-มกราคม


สุรามิริด/Polyalthia parviflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia parviflora Ridl
ชื่อพ้อง---Polyalthia rufa Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สุรามิริด สุรามีฤทธิ์
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง1-2เมตรพบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-400เมตร
ลักษณะทรงต้น ทรงพุ่มโปร่ง เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอมดำ เนื้อไม้เหนียว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น
ใบรูปขอบขนานแกมใบหอกกว้าง2-4ซม.ยาว6-12ซม.ใบบางและเหนียว โคนใบมนเบี้ยวเล็กน้อยปลายใบแหลมก้านใบสั้นมาก
ดอก เดี่ยวออกเหนือซอกใบ ดอกสีเขียวบานแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ดอกบานขนาด 1 ซม.ปลายกลีบดอกโค้งงุ้มเข้าหากัน
 ผล เป็นผลกลุ่ม มี4-12ผล ผลย่อยไม่มีก้านผล รูปไข่กลับ กว้าง0.6-1ซม.ยาว1-1.5 ซม.ผลอ่อนสีเขียวผลแก่สีแดงเข้ม มี1-3เมล็ด
ใช้ประโยชน์โดยปลูกเป็นพืชสมุนไพร
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

เสม็ดทุ่ง/Lophopetalum wallichii


ชื่อวิทยาศาตร์---Lophopetalum wallichii Kurz
ชื่อพ้อง--
---Lophopetalum celastroides M.A.Lawson
---Solenospermum wallichii (Kurz) Loes.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---CELASTRACEAE
ชื่อวงศ์--- เสม็ดทุ่ง เนื้อเหนียว  สองสลึง เสม็ดยาง
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว กัมพูชา หมู่เกาะอันดามัน
ไม้ ต้นผลัดใบสูง 20 เมตร พบตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูง 400-900 เมตร ลักษณะเปลือกต้นสีเทาอ่อนค่อนข้างเรียบ เปลือกชั้นในสีแดงอมม่วงเข้ม ใบด้านบนเป็นมัน ด้านล่างมีนวล ขนาดกว้าง4-7ซม.ยาว7-16ซม.ดอกสีเขียวอ่อน ช่อดอกยาว12ซม.กลีบดอกกลม ดอกขนาด0.4-0.6ซม. ผลทรงกลมมีเหลี่ยมและแข็ง แตกได้3(4)เสี้ยวเมล็ดมีปีก พบมากในป่าผลัดใบ
ไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์
ระยะออกดอก---เดือน ตุลาคม ระยะติดผลเ---ดือน กุมภทพันธ์



เสลาใบเล็ก/Lagerstroemia tomentosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Lagerstroemia tomentosa C.Presl
ชื่อพ้อง---Murtughas tomentosa (C. Presl) Kuntze.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสลาใบบาง เส้า เส้าขาว
ชื่อวงศ์---LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ยูนนาน
 ไม้ ต้นผลัดใบสูง ถึง35เมตร พบทั่วไปในป่าดิบชื้นและกึ่งป่าดิบ ลักษณะทรงต้น เรือนยอดแคบเปลือกต้นสีน้ำตาลเทาเข้ม แตกและหลุดเป็นเส้นยาว เปลือกชั้นในเป็นชั้นสีน้ำตาลและขาวบางๆหลายชั้น
ใบอ่อนมีขนรูปดาวสีเหลือง ใบแก่เกลี้ยง ขนาดของใบ4-6.5ซม. ยาว10-18ซม. ดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ขนาด2.7-3.5ซม. ชั้น กลีบเลี้ยงแยก5-6แฉก มีสัน10-12สัน ภายนอกมีขนสีเหลือง ภายในไม่มีขนถึงปลายกลีบ ฐานกลีบดอกแคบคล้ายก้านกลีบ เกสรผู้ขนาดใหญ่6-7อันสีชมพูขนาดเล็กมากมาย อับเรณูสีเหลือง ผลกลมรูปไข่สีน้ำตาลเข้ม มีชั้นกลีบเลี้ยงคลุม1/3ของผล
   

เสลาเปลือกบาง/Lagerstroemia venusta


ชื่อวิทยาศาตร์---Lagerstroemia venusta Wall. ex Clarke
ชื่อพ้อง---
---Lagerstroemia collettii Craib
---Lagerstroemia corniculata Gagnep.
---Lagerstroemia quinquevalvis Koehne
---Murtughas venusta (Wall. ex C.B.Clarke) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสลาดำ เส้าดำ เปื่อยช่อ เปื๋อยขี้หมู เส้าหมื่น
ชื่อวงศ์---LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนเหนือของพม่า ไทย ยูนนาน คาบสมุทรอินโดจีน
ไม้ ต้นขนาดกลาง สูง 6-12 เมตรเปลือกต้นสีอ่อน เปลือกแตกเป็นร่องตามยาว หลุดลอกเป็นชิ้นบางยาวๆ ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแกมรี ขนาดของใบกว้าง3-5.5ซม.ยาว10-15ซม.
ดอกสีม่วงอมชมพู ออกเป็นช่อตั้งยาวได้ถึง 40ซม.มีผงสีขาวคล้ายแป้งปกคลุม  มีดอกย่อยจำนวนมากขนาดดอก2.5ซม. ดอกตูมคล้ายลูกข่าง
ผลรูปไข่ติดอยู่บนกลีบรองดอกที่ไม่หลุดร่วง เมื่อแก่แล้วแตกประจากส่วนปลาย
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน


เสลาเปลือกหนา/Lagerstroemia villosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Lagerstroemia villosa Wall.ex Kurz
ชื่อพ้อง---Murtughas villosa (Wall. ex Kurz) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสลาเปลือกหนา
ชื่อวงศ์---LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนเหนือของพม่า ไทย และยูนนาน
 ไม้ต้นขนาดใหญ่สูงถึง 30เมตร พบทั่วไปในป่าชื้นผลัดใบทั่วภาคเหนือ ลักษณะ ลำต้นยาวตรงเรือนยอดแคบ เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่หรือเทาดำ มีร่องแตกหยาบๆตามยาวของต้น
ใบ ขนาด5-10ซม.ด้านล่างมีขนนุ่มสีเทา ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ช่อดอกกลมชั้นกลีบเลี้ยงปลายแยกเป็น5-6แฉก มีสันเป็นปีกแคบ5-6สัน กลีบดอกเล็กแหลม5-6แฉก เกสรผู้ขนาดใหญ่5-6อัน ยาวเป็น2เท่าของเกสรชั้นใน
ผลขนาด1.2-1.5ซมขอบขนานหรือรูปไข่แคบปลายแหลมมีชั้นกลีบเลี้ยงคลุม1/3ของผล


เสี้ยวดอกขาว/Bauhinia variegata


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia variegata Linn.
ชื่อพ้อง---
---Phanera variegata (L.) Benth.
---Bauhinia alba Wall.
---Bauhinia candida Aiton
---Bauhinia variegata L. var. candida (Aiton) Corner
---Bauhinia variegata L. var. chinensis DC.
ชื่อสามัญ---Mountain Ebony, Orchid tree, Camel's foot tree
ชื่ออื่น---เสี้ยวดอกขาว
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE -CAESALPINOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ลาว ตอนเหนือของเวียตนาม จีนตอนใต้
ไม้ ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กสูง 12-15เมตรใ เรือนยอดโปร่ง เปลือกต้นเกลี้ยงสีเทาอ่อนถึงดำ มีรอยแตกหยาบๆ  ใบกลมหรือรูปไข่แยกเป็น2แฉกลึก1/4-1/3ของความยาวใบ ขนาดของใบ 5-12ซม. ใบอ่อนมีขนนุ่มคล้ายไหม ใบแก่มีนวลข้างบนด้านล่างสีอ่อนกว่ามีขนสีขาวละเอียด
ช่อดอกออกตามกิ่งข้างและจำนวนดอกน้อย ดอกขนาด7-10ซม. สีขาวอมม่วงอ่อนมีกลิ่นหอมกลีบดอก บอบบางมี5กลีบ กลีบรองดอกตะแคงข้าง เกสรตัวผู้ 5 อันขนาดไม่เท่ากัน รังไข่มีขน ฝักแห้งแล้วแตกออกตามแนวยาวแล้วม้วนออกด้านนอก เมล็ดแบน10-25เมล็ด
พบมากในป่าผลัดใบ ป่าไผ่ในที่โล่งแจ้งโดยเฉพาะที่เป็นหินปูน ที่ขึ้นเองในธรรมชาติมักมีสีขาว
มีแต้มสีเหลืองหรือสีชมพูบนกลีบใหญ่ที่สุด ที่ปลูกเป็นไม้ประดับ พันธุ์ที่ปลูกมีสีต่างๆกัน จากสีขาว ชมพู จนถึงม่วงเข้ม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


เสี้ยวฟ่อม/ Bauhinia viridescens


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia viridescens Desv.
ชื่อพ้อง---
---Bauhinia baviensis Drake
---Bauhinia fusifera C.E.C.Fisch.
---Bauhinia polycarpa Benth.
---Bauhinia timorana Decne.
---Bauhinia viridescens var. baviensis (Drake) de Wit
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวฟ่อม ส้มเสี้ยวน้อย ส้มเสี้ยวใบบาง
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE -CAESALPINOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงอินโดนีเซีย
เสี้ยว ชนิดนี้สูง2-4เมตร  ขึ้นทั่วไปในป่าผลัดใบที่ระดับความสูงไม่เกิน800เมตร มีทรงพุ่มและดอกสวยงามเป็นไม้ประดับได้ดี
ลักษณะ กิ่งอ่อนเกลี้ยง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ถึงเกือบกลม ขนาด6-15ซม. โคนตัดหรือเว้า ปลายแยกเป็น2แฉกลึก1/3-2/3ของใบ ปลายใบมน ก้านใบยาว2-5ซม. ดอกสีขาวอมเหลืองถึงเขียวอ่อน ออกเป็นช่อโปร่ง ขนาดช่อรวม5-15ซม.  กลีบดอก5กลีบ รูปช้อนถึงรูปใบหอก ดอกเพศผู้มีเกสร10อันขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝักแบนยาว5-7ซม.กว้าง0.7-1ซม.ผิวเรียบ แห้งแล้วแตกตามยาว เมล็ดมี6-10เมล็ดรูปแบนยาว ขนาด2-3มม.


เสี้ยวใหญ่/Bauhinia malabarica


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia malabarica Roxb
ชื่อพ้อง---
---Bauhinia acida Korth.
---Bauhinia castrata Hassk.
---Bauhinia hawkesiana F.M.Bailey
---Bauhinia malabarica var. reniformis Baker
---Bauhinia platyphylla Miq.
---Bauhinia rugulosa Miq.
---Casparea castrata (Hassk.)Hassk.
---Pauletia acida (Korth.)Hassk.
---Piliostigma acidum (Korth.)Benth.
---Piliostigma malabaricum (Roxb.)Benth.
---Piliostigma malabaricum var. acidum (Korth.)de Wit
ชื่อสามัญ---Malabar bauhinia, Lilac Bauhinia
ชื่ออื่น---เสี้ยวใหญ่ ส้มเสี้ยว คังโค แดงโค
ชื่อวงศ์---LEGUMINOSAE -CAESALPINOIDEAE (FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม ฟิลิปปินส์ ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย
ไม้ต้นสูง 3-15 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ  รูปไข่ถึงเกือบกลม โคนตัดหรือเว้า ปลายแยกเป็น2แฉกลึก1/5-1/6 ของใบ ปลายใบมน ดอก สีขาวออก ที่ปลายยอด ช่อย่อยแบบช่อกระจะสั้น ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น กลีบดอกสีขาว ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 10อัน ดอกเพศเมียมีเกสรเพศผู้สั้นๆที่เป็นหมัน 10อันปลายยอดเกสรเพศเมียเป็นปุ่ม  
ผลเป็นฝักไม่แตก รูปดาบแบน กว้าง 0.8-2.5ซม.ยาว20-30ซม.ปลายแหลมเป็นจงอยยาวมีเมล็ด10-30เมล็ด
ใบอ่อนกินดิบได้ มีรสเปรี้ยว
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

แสดสยาม/Goniothalamus repevensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Goniothalamus repevensis Pierre ex Finet & Gagnep
ชื่อพ้อง---Goniothalamus repevensis Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสดสยาม
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูมิภาคอินโดจีน
ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง1-2เมตร พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 600-900เมตร ลักษณะทรงพุ่ม แตกกิ่งน้อย กิ่งอ่อนเรียบสีเขียวปนน้ำตาล เปลือกต้นสีดำมีช่องอากาศสีขาวบิดเวียนตามยาว เนื้อไม้เหนียวมาก
ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอกกว้าง 3-3.5ซม.ยาว 12-16ซม. ใบค่อนข้างหนาและเหนียว ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีแสด มีกลิ่นหอมอ่อน ขนาดดอก2.5-3ซม. ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย 5-10ผลแต่ละผลรูปรี กว้าง8มม.ยาว2.2-2.6ซม. ผิวผลเรียบเป็นมัน มี1เมล็ด
สามารถนำมาปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกในที่ร่มรำไร
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


แสมขน/Avicennia lanata


ชื่อวิทยาศาตร์---Avicennia lanata Ridley
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Api-api bulu (Malay)
ชื่ออื่น---แสมขน
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์
ไม้ ต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ เป็นพุ่มสูง5-8เมตร พบน้อยที่จะมีขนาดใหญ่ถึง20เมตร มักขึ้นปะปนกับแสมดำ แสมขนเป็นพรรณไม้ป่าชายเลนที่ค่อนข้างหายาก ลักษณะลำต้นไม่มีพูพอน มีรากหายใจคล้ายดินสอสูง15-25ซม.ลำต้นทรงกรวยคว่ำ เปลือกสีเทาเข้ม มีช่องอากาศกระจายทั่วไป กิ่งอ่อนอวบมีข้อนูนเด่น ใบและส่วนต่างๆที่ยังอ่อนมีขนแบบขนแกะสีขาวปกคลุม เมื่อมองระยะไกลจะเห็นพุ่มต้นสีขาวอมเหลือง
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปรีขนาด 1.5-4ซม.ยาว2.5-8ซม. เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวผิวใบด้านบนสีเขียวหม่นมีขนประปราย ด้านล่างสีขาวอมเหลือง มีขนแบบขนแกะสีขาวปกคลุมหนาแน่น
ดอก แบบช่อกระจุก ออกตามกิ่งหรือตามง่ามใบใกล้ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว1-5ซม.แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย4-12ดอก ขนาดเล็กสีเหลืองถึงเหลืองอมส้ม
ผล แห้งแล้วแตกตามรอยประสาน2ซีก รูปทรงไข่กว้าง เบี้ยวถึงเกือบกลม ค่อนข้างแบน ขนาดกว้าง 1.5-2ซม.ยาว1.3-1.8ซม.เปลือกผลบางอ่อนนุ่ม สีเขียวอ่อนอมขาว มีขนแบบขนแกะปกคลุมหนาแน่น ปลายผลเป็นจงอยสั้น เมื่อแก่เต็มที่เปลือกจะแตกและม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด


แสมขาว/Avicennia alba


ชื่อวิทยาศาตร์---Avicennia alba Blume
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Avicennia marina (Forssk.) Vierh.
ชื่อสามัญ---Api api putih (Malay)
ชื่ออื่น---แสมขาว, แสม, แหม, แหมเล (ใต้), พีพีเล (ตรัง)
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ ต้นสูง10-20เมตร เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำ มักขึ้นเป็นกลุ่มตามเลนงอกใหม่ ริมฝั่งทะเลหรือบริเวณปากแม่น้ำ ลักษณะทรงต้นไม่มีพูพอน ลำต้นเปลาตรงรูปทรงกรวยสั้นๆ แตกกิ่งระดับต่ำ กิ่งแขนงห้อยลง เปลือกสีเทาถึงคล้ำ ไม่มีช่องอากาศ มักมีสีสนิมหรือสีคล้ำซึ่งเกิดจากเชื้อราติดตามกิ่งและส่วนบนของต้น รากหายใจรูปดินสอ สูง 15-30 ซม.แผ่กระจายหนาแน่นรอบโคนต้น
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามตั้งสลับฉาก แผ่นใบรูปรีแกมรูปหอก ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-15ซม.เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวคล้ำเป็นมัน ด้านล่างมีขนหนานุ่มสีเทา่อ่อนถึงขาวนวลปกคลุม ใบแห้งม้วนเป็นสีดำ
ดอก แบบช่อกระจุกออกตามปลายกิ่งและง่ามใบใบใกล้ปลายยอด ยาว3-8ซม.มีขนสั้นหนานุ่มสีน้ำตาลอมเหลืองหม่นปกคลุม  ดอกย่อย10-30ดอก สีเหลืองส้มไม่มีก้านดอก ขนาดดอก0.5ซม.
ผล แบบผลแห้งแตกตามรอยประสานเป็น2ซีกรูปคล้ายพริกเบี้ยวค่อนข้างแบนขนาด กว้าง1.5-2ซม.ยาว2.5-5ซม. เปลือกผลย่น อ่อนนุ่มสีเหลืองอมเขียว มีขนสั้นสีเทาอ่อนปกคลุมหนาแน่น ปลายผลเป็นจงอย ผลแก่เปลือกแตกแล้วม้วนเป็นหลอดกลม เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เมษายน


แสมดำ/Avicennia officinalis


ชื่อวิทยาศาตร์---Avicennia officinalis L.
ชื่อพ้อง---
---Avicennia resinifera Forst.
---Avicennia tomentosa Jacq.
ชื่อสามัญ--- Indian Mangrove
ชื่ออื่น---แสมดำ, อาปี-อาปี (มาลายู-ปัตตานี)
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงนิวกินี และชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย
ไม้ ต้นสูง 10-20เมตร พบขึ้นตามฝั่งแม่น้ำลำคลอง แนวป่าชายเลน มักขึ้นปะปนกับลำพูและจาก ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งต่ำ เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มหนา ลำต้นเปลาตรงเปลือกสีเทาถึงสีน้ำตาลอมเขียว ช่องอากาศกระจายทั่วไปตามลำต้น รากหายใจคล้ายรูปดินสอสูง15-25ซม.แผ่กระจายหนาแน่นรอบโคนต้น
ใบ เดี่ยวรูปรี ขนาด3-6ซม.ยาว6-12ซม.เนื้อใบอวบน้ำแกมเหนียว ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีกากี มีขนสั้นหนานุ่มสีเหลืองอมน้ำตาลปกคลุม ใบแห้งไม่เป็นสีดำ
ดอกแบบช่อกระจุก ออกตามปลายกิ่งก้านช่อดอกยาว2-6ซม.ดอกย่อย4-14ดอก เรียงเป็นกระจุกแน่นที่ปลายก้าน
ผล แห้งแตกตามรอยประสาน2ซีกรูปทรงหัวใจเบี้ยว ค่อนข้างแบนขนาด2-2.5ซม.ยาว2.5-3ซม.ผลแก่เปลือกแตกแล้วม้วนเป็นหลอด เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้นมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือน มกราคม-พฤษภาคม


ไสเดน/Meiogyne hainanense


ชื่อวิทยาศาตร์---Meiogyne hainanense(Merr.)Ban
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Chieniodendron hainanense Tsiang & P.T.Li.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไสเดน
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน
ไม้ ต้นสูง15-25เมตร พบตามป่าดงดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคกลางและภาคตะวันออกจากที่ราบจนถึงระดับความสูง 400เมตร ลักษณะทรงต้น เป็นพุ่มกลม เปลือกลำต้นสีน้ำตาล มีช่องอากาศเป็นจุดๆ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับสองข้างกิ่งในระนาบเดียวกันรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ กว้าง2.5-14.5ซม.ยาว 8-12ซม.
ดอก สีน้ำตาลแกมชมพูออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ตามซอกใบ กลีบดอก6กลีบเรียงเป็น2วงๆละ3กลีบมีขนหนาแน่นทั้งสองด้าน เมื่อดอกบานมีขนาด 2.5-3ซม.
ผลกลุ่มมีผลย่อย 5-6 ผล รูปทรงกระบอก ปลายผลมีติ่งแหลมสั้น เปลือกหนาและแข็ง ผิวขรุขระ ผลแก่สีดำ มีเมล็ด5-8เมล็ด
เป็นไม้ป่าที่ยังไม่มีการปลูกเลี้ยง เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้าง
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคมถึงเมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


หงอนไก่ดง/Harpullia cupanioides


ชื่อวิทยาศาตร์---Harpullia cupanioides Roxb
ชื่อพ้อง---
---Cupania rupestris Cambess.
---Harpullia blancoi Fern.-Vill.
---Harpullia confusa Blume
---Harpullia imbricata Thwaites
---Harpullia juglandifolia Blume
---Harpullia rupestris Blume
---Otonychium imbricatum Blume
---Seringia lanceolata Blanco
---Tina rupestris Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หงอนไก่ดง พริกป่า ลูกกระโปกม้า บาหานธาร ขางขาว
ชื่อวงศ์---SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของจีน ตอนเหนือของอินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี ตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ ไม่ผลัดใบ ใบเดี่ยวออกสลับวนรอบกิ่ง ใบแก่ไม่มีขนหรือขนน้อยมาก ดอกเป็นช่อยาวถึง85เซนติเมตร ช่อดอกแคบกว่าออกในซอกใบ หรือถัดจากปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง3-7มม. ฐานกลีบดอกไม่แคบหรือเป็นติ่ง
ผล1.2-3.5ซม.มีกลีบเลี้ยงรองรับ ผลเป็นพูเนื้อในสีแดงอมส้มหุ้มรอบเมล็ด ก้านผล0.3-1ซม.
ไม้ใช้สร้างบ้านทำเครื่องใช้ภายในบ้าน ทำฟืน ถ่านไม้ เปลือกไม้ใช้เป็นยาเบื่อปลา


หนวดปลาดุก/Polyalthia stenopetala


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia stenopetala (Hook. f. & Thomson ) Finet & Gagnep
ชื่อพ้อง---
---Desmos crinitus (Hook.f. & Thomson) Saff.
---Desmos stenopetalus (Hook.f. & Thomson) Saff.
---Polyalthia crinita (Hook.f. & Thomson) Ridl.
---Unona crinita Hook.f. & Thomson
---Unona stenopetala Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หนวดปลาดุก Chagar (Malay)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภาคใต้ของไทย คาบสมุทรมาลายู บอร์เนียว
ไม้ ต้นสูง15-30เมตร พบตามป่าดิบชื้นของภาคใต้ตอนล่าง ที่ระดับความสูง300-450เมตร ลีกษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยปุ่มดอกจำนวนมาก แตกกิ่งต่ำเรือนยอดเป็นพุ่มกลม กิ่งอ่อนมีขนสั้นหนานุ่มสีน้ำตาล กิ่งแก่มีช่องอากาศสีขาวชัดเจน
ใบ รูปขอบขนาแกมไข่กลับ กว้าง3.5-5ซม.ยาว9-12ซม.โคนใบรูปลิ่มหรือเว้าตื้น ปลายใบแหลม  ใบค่อนข้างหนาเส้นกลางใบและเส้นแขนงมีขนปกคลุมจำนวนมากใบอ่อนสีน้ำตาลปนแดง
ดอก ออกเป็นกระจุกแน่นตามลำต้นและกิ่งแก่ ดอกสีชมพูอมแดง ดอกบานมีขนาด 2-3ซม.ดอกดกมาก
ผลเป็นผลกลุ่มมีจำนวน6-10ผล  รูปกลมรี กว้าง1.5-2ซม.ยาว2-3ซม.เมื่อผลแก่สีแดง
เนื้อไม้นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม


หนังหนาดอกใหญ่/ Enicosanthum membranifolium


ชื่อวิทยาศาตร์---Enicosanthum membranifolium J. Sinclair
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Monoon membranifolium (J.Sinclair) B.Xue & R.M.K.Saunders
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หนังหนาดอกใหญ่ ตำหนังดอกใหญ่
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภาคใต้ของไทย คาบสมุทรมาลายู
ไม้ ต้นขนาดเล็ก สูง5-15เมตร ขึ้นอยู่ในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-400เมตรเป็นไม้ที่ต้องการความชื้นค่อนข้างสูง
ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม ทรงพุ่มกลม แตกกิ่งจำนวนมากขนานกับพื้นดิน กิ่งยืดยาว กิ่งอ่อนมีขนเล็กน้อย เนื้อไม้เหนียวใบรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง4.5-9ซม.ยาว 16-25ซม. โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลมใบค่อนข้างบางและเหนียว ขอบใบเป็นคลื่น
ดอก ออกตามกิ่งใกล้ปลายยอดบริเวณใต้โคนซอกใบ 1-3ดอก ดอกสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล กลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกบานอยู่3-4วัน ขนาดดอก4-5ซม.
ผลกลุ่ม มีผลย่อย12-15ผล รูปกลมรี ขนาดกว้าง1.5ซม.ยาว2ซม. ปลายผลมีติ่งแหลมสั้น มี1เมล็ด
ดอกมีกลิ่นหอม สวยงามดอกดก นำมาปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ทรงพุ่ม
ระยะออกดอก---ทยอยออกกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์  
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


หนามมะเค็ด/ Canthium parvifolium


ชื่อวิทยาศาตร์---Canthium parvifolium Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Plectronia parvifolia (Roxb.) Benth. & Hook.f. ex Kurz
---Plectronia parvifolia (Roxb.) K.Schum.
---Webera adunca W.Hunter
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หนามมะเค็ด
ชื่อวงศ์--- RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ อินเดีย เวียตนาม
เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบสูงถึง7เมตร มีหนามแหลม เปลือกต้นและกิ่งสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามาก
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมน โคนแหลม หรือ สอบแหลม ขอบใบเรียบ  เนื้อใบหนา สีเขียวสด มีหนามแหลมเป็นคู่ๆ ตามข้อใบขนาดกว้าง3ซม.ยาว5.5ซม.มีขนละเอียดสีทองคลุมใบอ่อน ใบแก่ขนน้อยลงและหยาบ
ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกสีขาวแยกเพศอยู่คนละต้น เกสรเพศผู้จำนวนมาก ดอกช่อออกช่อละ2-8ดอก  
ผลเป็นผลสด รูปทรงกลม ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีเหลือง เนื้อผลนิ่ม ผลสุก รับประทานได้ แต่ต้องปลอกเปลือกก่อนเพราะเปลือกมีรสขม เมล็ดขนาดเล็ก สีดำ
ใบใช้ในมนต์ดำ


หนามโมนา/Capparis monantha


ชื่อวิทยาศาตร์---Capparis monantha M. Jacobs
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หนามโมนา nam mona (General)
ชื่อวงศ์---CAPPARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไม้ถิ่นเดียวพบเฉพาะที่จังหวัดเพชรบุรีและ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร ตามลำต้นและกิ่งบริเวณซอกใบมีหนามแหลมยาว 4-4.5 ซม. ออกตรงข้ามกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรี ดอกเดี่ยวสีขาว ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกบานขนาด5-6ซม.มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก  
หนามโมนาเป็นพรรณไม้ที่ทนแล้ง โตช้า ในธรรมชาติพบขึ้นเป็นไม้พื้นล่างของป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าละเมาะ หรือบนเขาหินปูนระดับต่ำเป็น
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนสิงหาคม

หม่อนอ่อน/Myrica esculenta


ชื่อวิทยาศาตร์---Myrica esculenta Buch.-Ham. ex D.Don
ชื่อพ้อง---Myrica sapida Wall.
ชื่อสามัญ---Box myrtle, Bayberry,  Kaphal.
ชื่ออื่น---หม่อนอ่อน เม็ดชุนตัวผู้, ตุด, ถั่ว, ฤาษีเศก, หว้าโละ, ส้มสา , อินสัมปัดถา, เส่ข่อโผ่, เอี๊ยบ๊วย
ชื่อวงศ์--- MYRICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล จีน  พม่า คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ สุมาตรา ฟิลิปปินส์ ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย สุลาวาสี
ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูง 9(15) เมตร เรือนยอดโปร่งลำต้นสั้นและคดงอเปลือกสีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลเข้ม ค่อนข้างหนา มีรอยแตกตามยาวหยาบๆ
ใบ เดี่ยวขนาด1.5-3.5 ซม. ยาว5-11ซม.ออกเป็นกลุ่มใกล้ปลายกิ่ง ใบอ่อนสีชมพูมีขนนุ่ม ใบแก่เหนียวด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างใบสีซีดกว่า และมีจุดเล็กๆมีน้ำยางเหนียวกระจายทั่วผิว
ดอกแยกเพศแยกต้น ดอกเล็กมากเป็นช่อแน่นในซอกใบ ผลขนาด1-2ซม.สีแดงอมส้ม
ผล กลมหรือแบนเล็กน้อยผิวมีตุ่มขรุขระมีเนื้อบางและชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง
ผลกินได้ ทำน้ำผลไม้สด ของหวาน เนื้อผลทำเทียนและสบู่ เปลือกเป็นยาสมานและป้องกันการเน่า ใช้เบื่อปลา ใช้ย้อมสีผ้าฝ้ายให้สีเหลืองน้ำตาล

หมันดง/Cordia dichotoma


ชื่อวิทยาศาตร์---Cordia dichotoma G.Frost
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมันดง, มันหมู, ส่าบูอิ
ชื่อวงศ์---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย หมู่เกาะโพลินีเซีย ปาปัวนิวกินี
ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูง10-15เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกนอกสีน้ำตาลเทา แตกเป็นร่องถี่ ตื้น ตามยาวลำต้น เปลือกในสีขาว
ใบ เดี่ยวเรียงสลับรูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง5-10ซม.ยาว8-16ซม.ปลายใบมนหรือแหลมทู่ โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสาก ดอกออกแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ ตามกิ่งและปลายกิ่ง ช่อดอกยาว10-25ซม.โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น4-5แฉกมีขนสีขาว ดอกบานเต็มที่กว้าง5-6ซม.
ผล สดแบบมีเนื้อ เมล็ดเดียว ทรงกลมขนาด1.5-2.2ซม.กลีบเลี้ยงรูปถ้วยปลายเว้าตื้น ขั้วผลยาว2-3ซม.ผลสุกสีชมพูอมส้ม เนื้อผลเป็นยางเหนียวใสสีชมพูอ่อน เมล็ดรูปไข่
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


หมันทะเล/Cordia subcordata


ชื่อวิทยาศาตร์---Cordia subcordata Lam
ชื่อพ้อง---
---Cordia orientalis R.Br.
---Cordia moluccana Roxb.
---Cordia orientalis R.Br.
---Cordia rumphii Blume
ชื่อสามัญ---Marer, Kerosene wood, Manjak, Snottygobbles, Glueberry, Narrow-leafed bird lime tree.
ชื่ออื่น---หมันทะเล
ชื่อวงศ์--BORAGINACEAE-
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ชายฝั่งทะเลตะวันออกของแอฟริกา อินเดีย เอดซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง2-10เมตร พบตามพื้นที่ชายหาด ชายฝั่งทะเลที่เป็นหิน และตามแนวรอยต่อกับป่าชายเลน ลักษณะ ทรงต้นเรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นแตกกิ่งต่ำ เปลือกนอกแตกเป็นร่องตามยาวตื้น แล้วล่อนเป็นสะเก้ดสีเทาคล้ำถึงน้ำตาล เนื้อไม้สีส้ม
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปรีถึงรูปไข่กว้างขนาด5-15ซม.ยาว6-20ซม.โคนใบสอบรูปลิ่มขอบใบเรียบ ถึงหยักซี่ฟันเล็กน้อย เนื้อใบบางคล้ายกระดาษ ด้านบนสีเขียวหม่นด้านล่างสีเขียวนวล
ดอกออกแบบช่อกระจุกออกตามปลายกิ่งยาว3-5ซม.มีดอกย่อยช่อละ5-7(-15)ดอก ดอกย่อยขนาดใหญ่คล้ายรูปแตรสีส้มเมื่อบานขนาด3-5ซม.
ผลรูปไข่ถึงทรงกลมเปลือกแข็งมีเมล็ดเดียว ผลอ่อนสีเขียวสุกสีเหลือง
ระยะออกดอกและผล---ตลอดปี


หมากหน่วยแดง/Polyalthia hookeriana


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia hookeriana King
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมากหน่วยแดง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์
ไม้ ต้นสูง10-15 เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ที่ระดับความสูง 500-800เมตร ลักษณะทรงต้น ลำต้นเปลาตรงแตกกิ่งระดับสูงขนานกับพื้นดิน กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น กิ่งแก่เปลือกเรียบตามลำต้นมีลายเป็นร่องเล็กๆตามแนวยาว
ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง5-7 ซม.ยาว15-18 ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบค่อนข้างหนาเป็นแผ่นเหนียว ดอกเดี่ยวออกตามกิ่งแก่เหนือรอยแผลใบ ดอกสีเขียวอมเหลือง เมื่อดอกบานเปลี่ยนเป็นสีชมพู กลีบดอกค่อนข้างหนาคล้ายหนัง ดอกบานมีขนาด 3-3.5 ซม.
ผลกลุ่มมีผลย่อย 30-40 ผล รูปรีกว้าง 2 ซม.ยาว 3 ซม.ปลายผลมนเกลี้ยง เมื่อแก่สีแดงมี 1 เมล็ด
เนื้อไม้นำมาใช้ทำเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด


หมี่/Clausena excavata


ชื่อวิทยาศาตร์---Clausena excavata Burm.f.
ชื่อพ้อง---
---Amyris punctata Roxb.
---Clausena forbesii Engl.
---Clausena lunulata Hayata
---Clausena moningerae Merr.
---Clausena punctata (Roxb.) Wight & Arn.Clausena tetramera Hayata
---Lawsonia falcata Lour.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมี่  สมัดใหญ่ คางคาก มะหรุย ยม รุ้ย สีสม หมอน้อย หัสคุณโคก ขี้ผึ้ง แสนโศก ชะมัด เพี้ยฟาน
ชื่อวงศ์---RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล อินเดีย บังคลาเทศ พม่า คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์
ไม้ พุ่มสูงไม่เกิน5เมตร พบทั่วไปในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ลีกษณะทรงต้น ลำต้นตรง กิ่งก้านมาก เปลือกนอกสีน้ำตาลเปลือกในสีขาว
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย7-15คู่ รูปไข่หรือใบหอก ใบย่อยขนาดกว้าง1.8-4ซม.ยาว2.5-12ซม. โคนใบเบี้ยว ท้องใบมีขนบางๆขอบใบหยักนิดๆ เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นสาบ
ดอกเป็นช่อแตกแขนงรูปปิรามิดออกที่ปลายกิ่งและซอกใบบนๆ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง4กลีบ ผลสีขาวหรือชมพูอ่อน ผลอ่อนมีขนเล็กน้อย ผลแก่เกลี้ยงมีต่อมเป็นจุดและฉ่ำน้ำ เมล็ด1-2เมล็ด
รากต้มใช้รักษาท้องเดิน ใบใช้ยัดหมอนมีผลต่อการนอน ใช้แช่ในอ่างอาบน้ำ ไม้นิยมใช้ทำด้ามขวาน
ระยะออกดอกและผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด


หมีโป้ง/Litsea monopetala


ชื่อวิทยาศาตร์---Litsea monopetala (Roxb) Pers.
ชื่อพ้อง---
---Litsea polyantha Juss.
---Tetranthera macrophylla Roxb.
---Tetranthera monopetala Roxb
---Tomex monopetala (Roxb.) Hoffmanns.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หมีโป้ง กระทัง
ชื่อวงศ์---LAURACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล สิกขิม บังคลาเทศ พม่า จีน ไทย
ไม้ ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบช่วงสั้นสูงถึง17เมตร พบทั่วไปในป่าดิบและป่าผลัดใบทั่วภาคเหนือ ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนหรือเทาเข้ม เมื่ออายุมากขึ้นเปลือกจะหนาและหยาบ มีร่องแตกและหลุดลอก เปลือกชั้นในมียางที่มีกลิ่นหอม
ใบ8-20x5-8(12) ซม.ฐานใบแหลมหรือรูปหัวใจ ใบแก่ด้่านบนเกลี้ยงเป็นมันสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีขนไม่เด่นชัดสีน้ำตาลอมเหลือง เส้นใบด้านบนจมลง
ดอกสีขาวหรือเหลืองอมเขียว เป็นช่อกลม5-6ช่อร่วมกัน เส้นผ่านศูนย์กลางแต่ละช่อ2-4ซม.มี4-8ดอก
ผลขนาด0.6-1.2ซม.สีดำอมน้ำเงินเป็นมัน รูปไข่ ปลายแหลมเล็กน้อย มีชั้นกลีบเลี้ยงรูปจานติดอยู่ ก้านผลอ้วนสั้น
ไม้ใช้ทำเสา ทำฟืน ใบมีโปรตีนสูงมากเป็นพิเศษ เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ที่มีคุณภาพสูงมาก น้ำมันจากผลเป็นยาทารักษาโรคผิวหนังหลายชนิด


หยีทะเล/Derris indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Derris indica (Lam.) Bennet
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Pongame oil tree
ชื่ออื่น---หยีทะเล, หยีน้ำ, กายี
ชื่อวงศ์--- LEGUMINOSAE(FABACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน หมู่เกาะริวกิว หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ไม้ต้นขนาดเล็กสูง 5-10เมตร พบขึ้นทั่วไปตามขอบป่าพรุ ริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่เป็นดินเลน ลักษณะทรงต้น เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่ม แน่นทึบ ลำต้นมักคดงอ เปลือกเรียบสีเขียวแกมน้ำตาล ถึงน้ำตาลเทา
ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับถึงเรียงเวียนสลับ ใบย่อย 5-7ใบผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างซีดกว่า ดอกแบบช่อเชิงลดมีก้าน ออกตามง่ามใบยาว10-20ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก รูปดอกถั่วขนาดเล็ก สีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นชมพู ชมพูอมแดงถึงม่วง
ผล แบบฝักถัว หนา โป่งออก ทรงรูปขอบขนานถึงรูปรี โค้งเล็กน้อย ขนาดกว้าง 2-4ซม.ยาว4-7ซม.ปลายฝักเป็นจงอยสั้นๆ ฝักอวบหนา ผิวเกลี้ยง ฝักแก่สีน้ำตาล ไม่แตก เมล็ดสีแดงคล้ำ รูปโล่แกมรูปขอบขนานขนาด1.5x2ซม.มี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-พฤษภาคม


หลังโก่ง/Polyalthia bullata


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia bullata King
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หลังโก่ง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บอร์เนียว มาเลเซีย สิงคโปร์
ไม้ พุ่มสูง1.5-3เมตร พบในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-400เมตร เปลือกต้นสีดำแตกกิ่งน้อย กิ่งอ่อนมีขนสีทองหนาแน่น กิ่งแก่มีขนน้อยลง เนื้อไม้เหนียว
ใบ รูปหอก กว้าง3-7ซม.ยาว15-30ซม. โคนใบหยักเว้ารูปหัวใจ ปลายใบเรียวทู่หรือแหลมสั้น ขอบใบเป็นคลื่น ใบบาง ใบด้านบนสีเขียวเข้ม เป็นร่องตามเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบ และมีขนสีน้ำตาลคลุมอยู่  ใบด้านล่าง เป็นร่องตามเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบนูนเด่น และมีขนยาวคลุมอยู่
ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ2-3ดอก ออกตรงยอดตรงข้ามใบ ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกบานขนาด2-2.5ซม.
ผล กลุ่ม มี2-4ผล ผลกลมขนาด1ซม.มีขนคลุมแน่น เมื่อแก่สีแดง มี2เมล็ด
มีการนำมาปลูกเลี้ยงในกระถาง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนกรกฏาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

หลุมพอทะเล/Intsia bijuga


ชื่อวิทยาศาตร์---Intsia bijuga (Colebr.) Kuntze
ชื่อพ้อง---
---Afzelia bijuga (Colebr.) A.Gray-Verdcourt.
---Albizia bijuga A.Gray
---Eperua decandra Blanco
---Intsia amboilensis DC.
---Intsia retusa (Kurz) O.Kuntze
ชื่อสามัญ---Moluccan Ironwood
ชื่ออื่น---หลุมพอทะเล ประดู่ทะเล
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ตลอดถึงมหาสมุทรแปซิฟิก
 ไม้ ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงถึง25เมตร ผลัดใบพบขึ้นกระจายตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่น้ำทะเลท่วมถึง ลักษณะลำต้นเปลาเปลือกเรียบสีเทาถึงสีชมพูแกมเทา มีพูพอนแผ่เป็นครีบขนาดเล็ก เรือนยอดแผ่กว้าง
ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ แผ่นใบย่อยรูปไข่กว้างผิวใบเรียบเนื้อใบบางถึงหนาคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก แบบช่อเชิงลดมีก้านแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง ก้านช่อ มีขนนุ่มสั้นละเอียดปกคลุม ดอกย่อยสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นชมพูและแดง ผลแบบฝักถั่ว ฝักพองมีหลายเมล็ด แข็ง แบนรูปขอบขนานโค้ง ขนาดกว้าง5-8ซม.ยาว10-20ซม.เมื่อแก่ฝักจะหนาขึ้นและเป็นสีน้ำตาล ฝักแก่จัดแตกตามรอยตะเข็บ เมล็ดแบนสีน้ำตาลรูปไข่กว้างมีไม่เกิน8เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เมษายน


หอมไกลดง/Harpullia aeborea


ชื่อวิทยาศาตร์---Harpullia aeborea (Blanco.) Radlk.
ชื่อพ้อง---
---Harpullia mellea Lauterb.
---Ptelea arborea Blanco
ชื่อสามัญ---Cooktown , Tulipwood, Mogum-mogum, Dolls eyes.
ชื่ออื่น---หอมไกลดง, หมังขะอุย, ค้างคาว,ฮางแกน
ชื่อวงศ์--- SAPINDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า ไทยกัมพูชา เวียตนามตอนใต้ ฟิลิปปินส์และ ตั้งแต่มาเลเซียถึงตอนเหนือทวีปออสเตรเลีย
ไม้ ต้นไม่ผลัดใบ สูง 10-20 เมตร พบมีการกระจายกว้างขวางในภาคเหนือ พบมากในป่าซึ่งยังไม่ถูกรบกวนมากนักที่ระดับความสูง300-1,000เมตร
ลักษณะที่โคนต้นมีร่องเล็กน้อย เปลือกต้นสีเทา ครีม ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย2-6คู่ รูปรีแกมขอบขนานขนาดกว้าง3-7ซม.ยาว8-21ซม.โคนใบเว้าเล็กน้อยฐานใบไม่สมมาตร ปลายใบแหลม ผิวใบเกลี้ยง ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลทองหนาแน่น ดอกออกเป็นช่อยาว15-20ซม.มีขนนุ่ม ดอกย่อยขนาดเล็กสีครีมอมเขียว ขนาด1.1-1.8ซม. กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอกมี4-5กลีบ เรียงเวียน มักจะมีขนโดยเฉพาะที่ขอบกลีบ
ผลออก เป็นกลุ่มช่อยาว35(60)ซม.ผลขนาด3-6.5ซม.สีส้มแสดหรือแดง มีพูลึกแตกออกเป็นสองส่วน แต่ละส่วนมี1(2)เมล็ด เมล็ดสีดำเป็นมันค่อนข้างกลมขนาด0.5-0.8ซม. มีเนื้อสีส้มเป็นรูปวงแหวนหุ้มที่ฐานเมล็ด
เปลือกใช้ภายนอก ป้องกันปลิงหรือทาก ยาเบื่อปลา น้ำมันเมล็ดแก้รูมาติก แก้เจ็บคอ
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


หัวเต่า/Mezzettia parviflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Mezzettia parviflora Becc.
ชื่อพ้อง---
---Lonchomera leptopoda Hook. f. & Thomson
---Mezzettia curtisii King
---Mezzettia herveyana Oliv.
---Mezzettia leptopoda (Hook. f. & Thomson) Oliv.
ชื่อสามัญ---Kepayang burong (Malay), Foki-foki (Indo), Hua tao (Thai).
ชื่ออื่น---หัวเต่า , Mempisang (TRADE NAME)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ต้นขนาดใหญ่สูงถึง 40เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ เปลือกต้นสีดำแตกเป็นร่องเล็กน้อย โคนลำต้นเป็นพูพอนเล็กน้อย ต้นเปลาตรงแตกกิ่งระดับสูงขนานกับพื้นดิน ทรงพุ่มกลมโปร่ง กิ่งอ่อนเรียบ เนื้อไม้เหนียวมาก ใบรูปรีแกมขอบขนาน ขอบใบเรียบใบหนา สีเขียวเข้ม เป็นมันทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อ2-4ดอกมีใบเกล็ดเล็กๆที่ก้านดอก กลีบดอก6กลีบเรียงกันสองชั้นผิวเรียบเป็นมัน เมื่อดอกบานมีสีเหลืองอมเขียวดอกบานทนได้นาน1-2วัน ผลเดี่ยวเปลือผลเรียบเป็นมันเมื่อแก่สีเขียวอมเหลือง
เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้างและเป็นเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฏาคม


หัวแหวน/Decaspermum parviflorum ssp parviflorum


ชื่อวิทยาศาตร์---Decaspermum parviflorum ssp parviflorum
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Decaspermum parviflorum (Lam.) A.J.Scott.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หัวแหวน
ชื่อวงศ์---MYRTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะอันดามัน อินเดีย บังคลาเทศ อินโดจีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก
ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูง 10เมตร เป็นไม้ป่าพื้นเมืองของไทยที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ลักษณะเปลือกต้นหนาและแตกเป็นร่องลึกตามยาว แตกกิ่งจำนวนมาก 10ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่กลับ แผ่นใบหนาแข็ง ขนาดใบกว้าง0.5-4ซม.ยาว1-10ซม.
ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบใกล้ปลายยอด มีดอกย่อย 3-8 ดอก  ชั้นกลีบเลี้ยงปลายแยก 5พูคงอยู่ติดผล กลีบดอกบางมี4กลีบ ดอกสีขาวหรือชมพู เกสรผู้จำนวนมากปลายก้านเกสรเพศเมียกลม เมื่อบานขนาด0.8ซม.ผลเล็กสีม่วงเข้มถึงดำเมล็ด2-3มม.มีปุ่มและโค้งมาก
ดอกบานพร้อมกันทั้งช่อ ดอกบาน1-2วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงพลบค่ำ ช่วงออกดอกเต็มต้นอยู่ประมาณ 2สัปดาห์
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน


หำช้าง/Platymitra macrocarpa


ชื่อวิทยาศาตร์---Platymitra macrocarpa Boerl.
ชื่อพ้อง---Platymitra siamensis Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หำช้าง หัวช้าง นางเร่ว Mangitan (Malay)
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ไม้ต้นขนาดใหญ่สูง20-35เมตรขึ้ นในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 200-500เมตร
ลักษณะทรงต้น ลำต้นเปลาตรงแตกกิ่งระดับสูงจำนวนมากในระดับสูง ทรงพุ่มโปร่ง
แผ่กว้าง เนื้อไม้เหนียวใบรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง1.5-2.5ซม.ยาว5-13ซม. โคนใบมนกว้างและ
เบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบเรียวหรือหยักเป็นติ่ง
ดอก ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผล ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันตรงโคน ปลายแยกเป็นแฉกทู่ๆ3แฉก กลีบดอกมี6กลีบเรียงเป็น2ชั้น กลีบชั้นนอกมีขนาดใหญ่กว่ากลีบชั้นใน ดอกบานขนาด 1.5-2ซม.
ผล กลุ่มมีผลย่อย1-3ผล ไม่มีก้านผล ผลรูปกลมรียาว5-6ซม. เปลือกหนาและแข็ง เมล็ดกลมแบน
เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้างภายใน
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


หูช้าง/Enterolobium cyclocarpum


ชื่อวิทยาศาตร์---Enterolobium cyclocarpum (jacq.) Griseb.
ชื่อพ้อง---
---Albizia longipes Britton & Killip    
---Enterolobium cyclocarpa (Jacq.) Griseb.
---Feuilleea cyclocarpa (Jacq.) Kuntze
---Inga cyclocarpa (Jacq.) Willd.    
---Mimosa cyclocarpa Jacq.    
---Mimosa parota Sesse & Moc.    
---Pithecellobium cyclocarpum (Jacq.) Mart.    
---Prosopis dubia Kunth    
---Prosopis dubia Guill. & Perr.
ชื่อสามัญ---Uanacaste, Caro Caro, Elephant's Ear Tree
ชื่ออื่น---หูช้าง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา ตอนกลางของเม็กซิโก บราซิลและเวเนซูเอล่า
ไม้ ต้นสูง15-25เมตร ใบประกอบแบบขนนก2ชั้น กว้าง17-20ซม.ยาว15-40ซม. จำนวน4-15คู่ มีใบย่อย40-70ใบเรียงสลับกว้าง2-4มม.ยาว8-16มม. รูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม โคนมน ขอบใบเรียบ ดอกเป็นกระจุก บนช่อแยกแขนงตามกิ่งและซอกใบ
ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก ผลเป็นแบบฝักถั่ว แบนติดเป็นวงกลม โค้งงอ ยาว7-10ซม.สีน้ำตาลแข็ง ผิวเรียบเมื่อฝักแก่ไม่แตก มี8-20เมล็ด สีน้ำตาลแข็ง
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


เหมือดแก้ว/Sladenia celastrifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Sladenia celastrifolia Kurze
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหมือดแก้ว
ชื่อวงศ์---THEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ต้นสูง 4-6เมตร แตกกิ่งเล็กๆจำนวนมาก เนื้อไม้แข็งและเหนียวมาก ใบเดี่ยวรูปรี แผ่นใบหนาและเหนียว ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆ ยาว5-7ซม. ดอกย่อย7-9ดอกช่อดอกออที่ซอกใบ ยาว3-4ซม. ช่อดอกสีขาว มีเกสรผู้จำนวนมาก สีขาวเมื่อบานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5ซม.
 ดอกทยอยบานทั้งช่อ ช่วงออกดอกเต็มต้นสวยงามอยู่ได้2สัปดาห์ ดอกบาน1-2วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน และหอมแรงช่วงพลบค่ำ  เป็นพรรณไม้ทีชอบอากาศเย็นและทนทานต่อแรงลมได้ดี โตช้า และเป็นไม้ป่าพื้นเมืองของไทยที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

เหมือดคนตัวผู้/Helicia nilagirica


ชื่อวิทยาศาตร์---Helicia nilagirica Bedd.
ชื่อพ้อง---
---Helicia cornifolia W.T.Wang
---Helicia erratica Hook.f.
---Helicia stricta Diels
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จิกหิน, เดื่อหิน
ชื่อวงศ์---PROTEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา เวียตนาม จีนตอนใต้ (ยูนนาน)
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ15เมตร  พบตามป่าดิบเขาและป่าดิบแล้ง ในป่าเขากึ่งโล่งแจ้ง มักจะขึ้นปนกับไม้สน ที่ระดับความสูง700-1,600เมตร ลักษณะ เปลือกต้นสีครีมอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่ มีรอยแตกตื้นๆ  ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่งรูปไข่กลับ รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง4-6.5ซม.ยาว8-14ซม.ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลอมแดงหนาแน่น ใบแก่เหนียวเรียบเกลี้ยง หรือเกือบเรียบเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง สีขาวอมเหลือง หรือขาวอมเขียว สมบูรณ์เพศ ดอกเป็นช่อยาว5-20(34)ซม.
ผลสีน้ำตาลอมม่วง ผิวเกลี้ยง รูปกลมหรือรูปไข่กลับ ปลายสั้นฐานเป็นจุก มีเปลือกแข็ง  เส้นผ่านศุนย์กลางผล2.5-3.5ซม.เมล็ดขนาดใหญ่เมล็ดเดียวก้านผลยาว0.5ซม.อ้วนและแข็ง ผลกินได้
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


เหมือดจี้ดง/Memecylon plebejum var. siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Memecylon plebejum var. siamensis Craib
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหมือดจี้ดง ฟอง
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของพม่า
ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กสูงถึง 9เมตร พบทั่วไปในป่าชั้นล่างกึ่งโล่งแจ้ง ลักษณะทรงต้น ลำต้นคดงอ เปลือกสีน้ำตาลเข้ม บาง มีรอยแตกละเอียด ขนาดใบกว้าง2-4ซม.ยาว5-10ซม.ใบเรียงตรงข้ามระนาบเดียวกัน ใบแก่เหนียว หนาเป็นมัน ดอก0.5ซม.สีม่วงอมน้ำเงินออกเป็นช่อแน่น ผลกลมขนาด 0.7-0.9 ซม. มีก้านเกสรเมียติดช้างบน สีเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน เนื้อบางและเมล็ดขนาดใหญ่

เหมือดดอย/Symplocos macrophylla ssp.sulcata


ชื่อวิทยาศาตร์---Symplocos macrophylla subsp. sulcata (Kurz) Noot.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Symplocos sulcata Kurz
--- Symplocos sumuntia Buch.-Ham. ex D. Don
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหมือดดอย เหมือดดง
ชื่อวงศ์---SYMPLOCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีน
       ไม้ ยืนต้นสูง 18เมตร มีการกระจายกว้างขวางพบทั่วไปตามป่าดิบเขา ลักษณะเปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลอมแดง เปลือกบางเรียบแตกตามยาวบ้างเล็กน้อยใบกว้าง3-6.5ซม.ยาว8-20ซม. ยอดอ่อนและก้านมีขนสีน้ำตาลเข้มปกคลุม
ดอก เป็นช่อ ยาวถึง 3 ซม.ก้านดอกยาวถึง 2 ซม. มีขนหนาแน่น ตุ่มตารูปกรวย มีกาบใบที่หลุดร่วงไวซ้อนกันห่อหุ้ม ผลขนาด 0.6-0.9 ซม.รูปมนรีหรือทรงกระบอกที่ยอดมีกลีบเลี้ยงที่คงอยู่ เนื้อผลบางมีชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม2เมล็ด


เหมือดโลด/Aporosa villosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Aporosa villosa (Wall. ex. Lindl.) Baill.
ชื่อพ้อง---
---Aporosa sphaerosperma Gagnep.
----Aporosa sphaerosperma var. cordata Gagnep.
---Lepidostachys villosa Wall., nom. nud.
---Scepa villosa Lindl.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหมือดโลด เหมือดตบ เหมือดหลวง
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- พม่า คายสมุทรอินโดจีน     
ไม้ ต้นสูง 6-15เมตร ผลัดใบ เป็นไม้ที่พบทั่วไปในชั้นล่างของป่าผลัดใบและป่าสน ลักษณะเปลือกต้นหนาสีน้ำตาลเทาหรือน้ำตาลออกแดง มีรอยแตกลึกๆ เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อนหรือส้ม มีวงบางๆสีน้ำตาล เนื้อไม้สีแดง ค่อนข้างแข็งเนื้อไม้สม่ำเสมอ ใบเป็นประเภท ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขนาดของใบกว้าง5-8ซม.ยาว9-18ซม.แผ่นใบค่อนหนาเรียบด้านบน ด้านล่างมีขนสีเหลืองนุ่ม ก้านใบพอง
ดอกออกเป็นกระจุกแยกเพศ ดอกตัวผู้ออกตามซอกใบไม่มีก้านดอก เรียงติดกันแน่น แต่ละดอกมีใบประดับ ขนาดเล็กรองรับดอกเพศเมียออกเป็นกระจุกมี2-5ดอก ออกติดลำต้นแต่ละดอกไม่มีก้านดอก
ผล รูปไข่มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองหนาแน่นปกคลุมขนาดกว้าง0.7ซม.ยาว1ซม. เมื่อแก่แตกออกเป็น2ซีกเยื่อหุ้มเมล็ดสีส้มแดงมีเมล็ด 1เมล็ด ระยะออกดอก---เดือน มกราคม-เดือนกุมภาพันธ์

เหมือดหลวง/Symplocos cochinchinensis  ssp. cochinchinensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Symplocos cochinchinensis  ssp. cochinchinensis  (Lour.) S Moore
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหมือดหลวง
ชื่อวงศ์--- SYMPLOCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีน คาบสมุทรมาเลย์ บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ บอร์เนียว ญี่ปุ่น
ไม้ ยืนต้นขนาดเล็กน้อยที่จะสูงถึง20เมตร เปลือกต้นสีเทาเข้มหรือน้ำตาลเกลี้ยง ใบเดี่ยวขนาดกว้าง3-9ซม.ยาว12-25ซม.ขอบใบมีซี่ตื้นๆและมีต่อม ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลส้มหนาแน่น ใบแก่ด้านล่างมักจะมีขนโดยเฉพาะตามตามเส้นใบ ดอกเป็นดอกช่อมีกลิ่นหอมเล็กน้อย เป็นช่อยาวแคบ ช่อยาว 3-15 ซม.
ผล ขนาด 0.5-1ซม. แก่จัดสีเขียวอมน้ำเงิน รูปกลมหรือคนโทแคบ ปลายผลมีจงอยของชั้นกลีบเลี้ยง มีร่องตื้นๆและเนื้อบาง  มีเมล็ด1เมล็ดที่โค้งงอ
ไม้ใช้ทำสิ่งก่อสร้างหลัก เสาบ้าน และทำกรอบ


เหมือดหอม/ Symplocos racemosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Symplocos racemosa Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Dicalix propinqus (Hance) Migo
---Eugeniodes nicobaricum Kuntze
---Eugeniodes racemosum (Roxb.) Kuntze
---Lodhra hamiltoniana (Wall. ex G. Don) Miers
---Lodhra nervosa Miers
---Lodhra racemosa (Roxb.) Miers
---Symplocos hamiltoniana Wall.
---Symplocos impressa Fletcher
---Symplocos intermedia Brand
---Symplocos intermedia var. trichantha Hand.-Mazz.
---Symplocos macrostachya Brand
---Symplocos macrostachya var. leducii Brand
---Symplocos nicobarica C. B. Cl.
---Symplocos orogenes Brand
---Symplocos petelotii Merr.
---Symplocos propinqua Hance
---Symplocos rigida Wall.
---Symplocos stocksii Brand
ชื่อสามัญ---Lodha tree, Symplocos bark
ชื่ออื่น---เหมือดหอม เหมือดหล้า เหมือดน้อย เหมือดส้ม
ชื่อวงศ์---SYMPLOCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า คาบสมุทรอินโดจีน จีน ไหหลำ
ไม้ต้นขนาดเล็กสูง 7-12เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มรูปกรวยคว่ำ สีเขียวเข้ม เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกเป็นสะเก็ด กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
ใบเดี่ยวรูปรี ยาว 7-10 ซม. ออกเรียงเวียนสลับขอบใบหยักเนื้อใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อสั้น ดอกย่อยสีขาว 5-10 ดอก กลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรผู้จำนวนมากมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลสดรูปรีขนาด 1 ซม.มีเมล็ดเดียว
เปลือกใช้เป็นสีย้อม ให้สีแดง ไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์
ประเทศไทยพบทั่วไปในป่าเต็งรัง บริเวณที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ห่างๆกัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง 100-450 เมตร
ระยะออกดอก---ช่วงเดือน ธันวาคม-เดือนมกราคม


เหลืองกระจุก/Cleistopetalum sumatranum


ชื่อวิทยาศาตร์---Cleistopetalum sumatranum H. Okada
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Polyalthia anomala Becc.
--- Monoon anomalum (Becc.) B. Xue & R. M. K. Saunders
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ต้นสูง 10-15เมตร ขึ้นอยู่ในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-300เมตร  เปลือกต้นหนา มีกลิ่นฉุนสีน้ำตาลอมเทา ตามลำต้นมีปุ่มดอกนูนเด่นแตกกิ่งน้อย เนื้อไม้เหนียว
ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง5-8ซม.ยาว 15-19ซม.โคนใบมนถึงรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ใบบาง สีเขียวอ่อนเส้นแขนงใบเป็นร่องเห็นได้ชัด
ดอกออกเป็นกระจุก10-30ดอก ตรงปุ่มดอกตามต้น ดอกอ่อนสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือชมพู มีกลิ่นหอมอ่อน ผลกลุ่มมีผลย่อย2-8ผล รูปกลมรี กว้าง1.2ซม.ยาว1.5-1.8ซม.
เปลือกเรียบสีเขียว เมื่อแก่สีเขียวอมเหลือง
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


เหลืองจันทน์/Polyalthia sp


ชื่อวิทยาศาตร์---Polyalthia sp
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหลืองจันทน์
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง 3-5เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-350เมตร เปลือกหนามีกลิ่นฉุน ทรงพุ่มโปร่งแตกกิ่งขนานกับพื้นดิน มีรอยสีขาวเป็นขีดตามยาวตามลำต้นและกิ่ง เนื้อไม้เหนียว
ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง7-9ซม.ยาว 18-23ซม. ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อยใบบางสีเขียวอ่อน ดอกออกเป็นช่อกระจุก3-8ดอก ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอมอ่อนออกดอกดก ผลกลุ่ม มีผลย่อย12-20ผล รูปกลมรี กวา้าง1.8ซม.ยาว2.5ซม. เปลือกเรียบสีเขียว เมื่อแก่สีเหลือง
ปลูกเป็นไม้ประดับ และ ปลูกเลี้ยงได้ทั้ง ในที่ร่มรำไรและกลางแจ้ง มีดอกดก สวยงามและมีกลิ่นหอม
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง

แหนนา/Terminalia glaucifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Terminalia glaucifolia Craib.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แหนนา ตีนนก หางแหน แหนนก แหนขี้นก
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย พม่า ลาว
ไม้ต้นสูง 8-20เมตร พบตามป่าผลัดใบที่ระดับความสูง250-850เมตรลักษณะทรงต้น  เรือนยอดกลม เปลือกสีเทาเข้ม ใบเดี่ยวรูปรี หรือรูปรี แกมรูปไข่กว้าง 4.5-6.5ซม.ยาว10-15ซม. ผิวใบเกลี้ยงด้านล่างมีนวล มักมีต่อมอยู่บริเวณกลางก้านใบ
ดอกสีเหลืองอมน้าตาล ออกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบเลี้ยงรูปถ้วยปลายแยกเป็น 5แฉกรูปสามเหลี่ยม เกสรตัวผู้10อัน รังไข่รูปรีมีขนแน่น
ผลมีเมล็ดเดียวแข็ง ขนาดประมาณ กว้าง2.5-5ซม. ยาว 2.5-4ซม.มีปีก2ปีก ปีกกว้างเท่ากับความยาว ส่วนกลางผลหน้าตัดกลม เมื่อแห้งมีสัน ผลแห้งใช้เป็นไม้ประดับแห้ง เนื้อไม้ไม่ทน ใช้งานไม่แพร่หลาย


แหลบุก/Phoebe lanceolata


ชื่อวิทยาศาตร์---Phoebe lanceolata (Wall.ex Nees) Nees
ชื่อพ้อง---
---Laurus camphorata Buch.-Ham. ex Nees
---Laurus lanceolaria (Nees) Roxb.
---Laurus lanceolata Wall. ex Nees
---Laurus ligustrina Wall. ex Nees
---Laurus salicifolia Buch.-Ham. ex Nees
---Ocotea lanceolaria Voigt
---Ocotea lanceolata Wall. ex Nees
---Persea lanceolata (Nees) Oliv.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แหลบุก ตองหอม ครูด ทิบแสก สิไหรคางคก
ชื่อวงศ์---LAURACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาเลย์ ชวา
ไม้ต้นสูง15-25เมตร ไม่ผลัดใบ  พบทั่วไปทั้งในป่าดิบและป่ากึ่งโล่งแจ้ง บางครั้งพบในป่าผลัดใบ ออกดอกไวขณะยังเป็นพุ่มเปลือกต้นสีน้ำตาลแตกระแหง มีกลิ่นฉุน
ใบ บางเหนียวเรียบเกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีนวลสีเขียวอมเทา ขนาดใบ10-25x2-8ซม. ดอกเล็กสีขาวหรือครีม เป็นช่อกระจุกยาว20ซม.ออกตามปลายกิ่งหรือตามซอกใบ
ผล ผิวดำเป็นมันรูปขอบขนานหรือรูปไข่แคบ ด้านบนและด้านล่างแบนบุ๋มเล็กน้อย ก้านผลยาว1ซม.หนาและเป็นปุ่มเล็กน้อย  
ใบเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ลำต้นใช้ทำเสารั้วและทำเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือน ตุลาคม-ธันวาคม  

 

อรพันธุ์/Baikiaea insignis


ชื่อวิทยาศาตร์---Baikiaea insignis Benth
ชื่อพ้อง---Baikiaea eminii Taub.
---Baikiaea minor Oliv.
---Baikiaea fragrantissima Baker f.
ชื่อสามัญ---Rhodesian Teak
ชื่ออื่น---อรพันธุ์
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์--- แอฟริกาใต้ อินเดีย ศรีลังกา
ไม้ ต้นสูง 10-15เมตร แตกกิ่งต่ำจำนวนมาก ทรงพุ่มแผ่กว้าง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง เนื้อไม้เหนียว ใบประกอบมีใบย่อย4ใบ รูปรียาว15-18ซม.แผ่นใบหนาแข็งเรียบเป็นมัน
ช่อ ดอกสีขาวออกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย4-5ดอก กลีบดอกสีขาว4กลีบ และสีเหลือง1กลีบ กลีบบางขอบกลีบย่น เมื่อบาน ขนาดดอกประมาณ5ซม.ผลเป็นฝักยาวรูปรี
ดอกบานพร้อมกันทั้งช่อบานทนนาน1-2วันแล้วโรยส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงใกล้ค่ำ
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

อวบดำ/Linociera ramiflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Linociera ramiflora Wall. ex G. Don
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Chionanthus ramiflorus Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---อวบดำ เกลื่อน โว่โพ้ ตาไชใบใหญ่
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ -ออสเตรเลีย
ไม้ ต้นผลัดใบขนาดเล็กสูง 5-10เมตร พบทั่วไปในป่าผลัดใบและป่าดิบ ในประเทศไทยพบทุกภาค ที่ระดับความสูง 450-800 ม.  ลักษณะทรงต้น กิ่งก้านเรียวเล็กลู่ลงเล็กน้อย เปลือกต้นสีเทาอ่อนถึงออกดำ เกลี้ยงหรือแตกระแหงเล็กน้อย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปขอบขนานขนาดกว้าง3.5-7ซม.ยาว9-25ซม. ขอบใบเรียบ บาง ด้านบนเขียวเข้มเรียบเกลี้ยง
ดอก สีขาวหรือเหลืองอ่อนออกเป็นช่อตามซอกใบกลีบเลี้ยงและกลีบดอก 4กลีบ ขนาดดอกประมาณ 3-7มม.ผลขนาด1.2-2ซม.สีเขียว รูปมนรีหรือรูปไข่ เมื่อสุกสีม่วงดำ เนื้อผลบาง ชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ภายในมี1เมล็ด
เนื้อไม้แข็งใช้ในการก่อสร้างได้ มีสรรพคุณเป็นสมุนไพร รากต้มน้ำอมช่วยฟันทน เคี้ยวอมเพื่ออดบุหรี่
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


อ้อยช้าง/Lannea coromandelica


ชื่อวิทยาศาตร์---Lannea coromandelica (Houtt.) Merr.
ชื่อพ้อง------Calesiam grande (Dennst.) Kuntze
---Dialium coromandelicum Houtt.
---Haberlia grandis Dennst.
---Lannea grandis (Dennst.) Engl.
---Lannea wodier (Roxb.) Adelb.
---Odina gummifera Blume
---Odina pinnata Rotte
---Odina wodier Roxb.
---Rhus odina Buch.-Ham.
---Spondias wirtgenii Hassk.
---Tapirira wodier Marchand
---Wirtgenia octandra Jungh. ex Hassk
ชื่อสามัญ---Indian ash tree, Jhingangummi
ชื่ออื่น---อ้อยช้าง กุ๊ก
ชื่อวงศ์---ANACADIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนา ไหหลำ หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรมาเลย์  และชวา
ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 6-15เมตร ผลัดใบ พบในป่าเต็งรังผสมป่าผลัดใบ ป่าชายหาด หรือป่าดิบทั่วประเทศ ในระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึง700เมตร  เรือนยอดโปร่งมีกิ่งก้านค่อนข้างเล็กเีีรียว เปลือกต้นสีน้ำตาลเทาหรือครีม  ผิวลำต้นเรียบหรือมีรอยย่น เป็นแถบๆ เปลือกชั้นในสีชมพูเป็นเส้นใย
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียนสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม มีใบย่อย3-6คู่ รูป รี รูปไข่หรือรูปหอก ยาว4-8ซม.  ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีขนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน ช่อใบอ่อนมีขนรูปดาวปกคลุม ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่ผิวเกลี้ยงบาง กิ่งก้านหนามีรอยแผลใหญ่ๆของใบที่หลุดไป
ดอกช่อกระจะออกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองอ่อนหรีือเขียวออกม่วงช่อดอกห้อยลงมาจากกิ่งที่ไม่มีใบ ช่อยาว12-30ซม.มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน มี4กลีบ ทั้งดอกสมบูรณ์เพศและแยกเพศ ผลสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงค่อนข้างแบนตามความยาว 1.5ซม.เปลือกบาง เมล็ดแข็ง เมื่อสุกสีเหลืองแดง
ลำต้นใช้ก่อสร้างทำเสากระท่อมได้ แต่เนื้อไม้อ่อนผุง่าย เปลือกไม้ให้สีย้อมสีน้ำตาล ย้อมเสื้อผ้าและหนัง ใยจากเปลือกไม้ทำเชือก มัดเบาะบนหลังช้าง
นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงา

อีแรด/Millusa lineata


ชื่อวิทยาศาตร์---Millusa lineata (Craib.) Ast
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Miliusa horsfieldii (Benn.) Baill. ex Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---อีแรด
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เมลเซีย-ออสเตรเลีย
ไม้ ต้นผลัดใบสูง15-20เมตร ขึ้นกระจายในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-300เมตร ลำต้นเปลาตรงเปลือกแตกเป็นร่องเล็ก มีช่องอากาศเป็นจุด กิ่งอ่อนมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น
ใบ รูปหอกแกมขอบขนานกว้าง2.5-3.2ซม. ยาว8-11ซม.โคนใบมนหรือหยักเว้าหรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ใบบาง ใบอ่อนมีขนนุ่มทางด้านล่างใบ ก้านใบสั้นมาก
ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งแก่เหนือรอยแผลใบ1-3ดอกดอกสีเขียวประแดงตาม ขอบกลีบ ก้านดอกมีขนหนานุ่ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกชั้นนอกมีลักษณะและขนาดเล็กใกล้เคียงกัน ผลเป็นผลกลุ่มมี8-12ผล ผลกลมขนาด2-2.5ซม.ผลแก่สีแดง เปลือกผลมีขนนุ่ม มี4-8เมล็ด
เนื้อไม้นำมาใช้ในงานก่อสร้างและทำเชื้อเพลิง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---โดยเมล็ด


อูนดง/Cornus oblonga


ชื่อวิทยาศาตร์---Cornus oblonga Wall. var. siamica Geddes
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Cornus oblonga Wall.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---อูนดง อูนต้น
ชื่อวงศ์---CORNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- พืชถิ่นเดียวประเทศไทย
ไม้ พุ่มสูง6เมตร เป็นพรรณไม้บนพื้นที่สูง มีอากาศหนาวเย็นและชื้น โตช้า พบเฉพาะในป่าดิบเขาที่มีร่มเงา บนภูเขาหินปูนของดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูง 1,800 - 2,100 เมตร สถานภาพเป็นเป็นพืชหายาก ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี ยาว7-10ซม.ปลายใบแหลม ผิวใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ช่อดอกกลมขนาด6-10ซม.สีขาวออกที่ปลายยอด มีดอกย่อยจำนวนมาก กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายน้ำผึ้งตลอดวัน ออกดอกเดือนตุลาคม-ธันวาคม ดอกบาน1-2วันแล้วโรย
ช่วงที่ดอกบานจะมีฝูงผึ้งมาตอมเป็นจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งอาหารผึ้งเป็นอย่างดี
ระยะออกดอกและผล---เดือน ธันวาคม - มกราคม


 เอียน/Neolitsea zeylanica


ชื่อวิทยาศาตร์---Neolitsea zeylanica (Nees) Merr.
ชื่อพ้อง------Litsea zeylanica Nees & T. Nees
---Tetradenia zeylanica (Nees & T. Nees) Nees    
ชื่อสามัญ---Shore laurel
ชื่ออื่น--- เอียน กระชิดผู้
ชื่อวงศ์---LAURACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ศรีลังกา อินโด-มาเลเซีย
ไม้ ต้นขนาดเล็กสูง5-10เมตร พบตามขอบป่าพรุ พื้นที่รอยต่อระหว่างป่าชายหาดกับป่าชายเลน ทรงต้นเรือนยอดกลมหรือเป็นพุ่มกว้าง กิ่งก้านเรียวเล็ก เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น สีน้ำตาลเทาถึงสีน้ำตาลแดง เนื้อไม้มีกลิ่นหอมคล้ายเครื่องเทศ ใบอ่อนสีชมพูเรื่อ
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปรี ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว6-14ซม. โคนใบสอบรูปลิ่มถึงแหลม ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบบาง แต่เหนียวคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวมันวาว ด้านล่างเป็นฝ้าขาว
ดอกแบบช่อกระจุกสั้นๆคล้ายช่อซี่ร่ม ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกเล็กสีเหลืองนวล
ผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปทรงกลมมน ขนาด7-12ซม.อาจออกเป็นผลเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม กลุ่มละ2-6ผล ผลสุกสีม่วงถึงดำ มี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ธันวาคม



Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view