สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 22/10/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,959,979
Page Views 13,765,593
 
« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

ต้นไม้ในป่า8

ต้นไม้ในป่า8

ต้นไม้ในป่า 8

ต่อไปเป็น ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก ไม้ผิวดิน ไม้รอเลื้อย ไม้ต้นขนาดเล็ก ปนๆ เท่าที่หาได้

1 ก้นบึ้งเล็ก/Lespedeza parviflora 53 ดองดึง/ Gloriosa superba
2 กระตืดแมว/Desmodium megaphyllum 54 ดาราคาม/Eranthemum pulchellum
3 กระโถนนางสีดา/Sapria poilanei 55 ดาวดิน/Argostemma parvum
4 กระโถนพระราม/Sapria ram 56 ดุสิตา/Utricularia delphinioides
5 กระโถนพระฤาษี/Sapria himalayana 57 ต่างไก่ป่า/Polygala arillata
6 กลิ้งกลางดง/Dioscorea bulbifera 58 ตานฟัก/Crotalaria ferruginea
7 กอมก้อยลอดขอน/Aristolochia arenicola 59 ตาเหินเชียงดาว/Hedychium tomentosum
8 กะเลียว/Polygonatum kingianum 60 ตาเหินหลวง/Hedychium stenopetalum
9 กับแก/Rhaphiolepis indica 61 ตาเหินเหลือง/Hedychium flavum
10 กากหมากตาฤาษี/Balanophora fungosa 62 ตำแยดิน/Argyreia thorelii
11 กากุ๊ก/Alpinia blepharocalyx 63 ตุ้มมณี/Scabiosa siamensis
12 กินกุ้ง/Murdannia simplex 64 แตงหนู/Mukia maderaspatana
13 เกล็ดปลาหมอ/Phyllodium elegans 65 ถั่วเขา/Campylotropis pinetorum
14 แก้มอ้น/Pavonia rigida 66 ทองพันดุล/Decashistia parviflora
15 แก้วน้ำค้าง/Henckelia hispida 67 ทิพเกสร/Utricularia minutissima
16 ขนำชาวไร่/Adenosma elsholtzioides 68 ทืบยอด/Biophytum petersianum 
17 ขยุ้มฝอยตอก/Pertya hossei 69 เทพอัปสร/Delphinium scabriflorum
18 ข่าไฟ/Hedychium coccineum 70 เทียนเข็ม/Impatiens radiata
19 ข่าหด/Fissistigma polyanthoides  71 เทียนคำ/Impatiens longiloba
20 ข้าวพันก้อน/Rungia parviflora subsp. pectinata 72 เทียนธารา/Impatiens mengtzeana
21 ข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้/Smilax sp 73 เทียนนกแก้ว/Impatiens psittaciana
22 ข้าวสารดอกเล็ก/Raphistemma hooperianum 74 เทียนภูคา/Impatiens claviger
23 ข้าวไหม้/Dendrolobium thorelii 75 เทียนภูหลวง/Impatiens phuluangensis
24 ขี้กาเครือ/Strycgnos rupicola 76 เทียนหางงอ/ Impatiens chinensis
25 ขี้กาดง/Gymnopetalum chinense 77 เทียนหิน/Impatiens muscicola
26 ขี้ตุ่น/Hericteres angustifolia 78 นางนวล/Urena lobata
27 เข็มดอย/Duperrea pavettaefolia 79 นางนูน/Adenia heterophylla subsp. arcta
28 เข็มสร้อย/Daphne composita 80 นางแย้มป่า/Clerodendrum viscosum
29 ไข่ปูลิ้นแลน/Rubus ellipticus  var. obcordatus 81 นางออม/Limnophilla repens
30 คราม/Indigofera tinctoria 82 น้ำค้างกลางเที่ยง/Murdannia gigantia
31 ครามขน/Indigofera hirsuta 83 เนียมฤาษีเชียงดาว/Disporum cantoniense
32 ครูมวย/Anisochilus harmandii 84 บั้งม่วงเชียงดาว/Cicerbita chiangdaoensis
33 คลุ้ม/Donax grandis 85 บัวทอง/Hypericum hookerianum
34 ควินิน/Cinchona ledgeriana 86 บัวผุด/Rafflesia kerri
35 คำฝอย/Carthamus tinctorius 87 บัวสันโดษ/Nervilia aragoana
36 คำยอด/Youngia japonica 88 บานเที่ยง/Pentapetes phoenicea
37 คำหยาด/Chirita micromusa 89 บุษบาอธิษฐาน/Adenosma caerulea
38 ฆ้อนกระแต/Premna herbacea 90 บูดูบูลัง/Thottea tomentosa
39 เงี่ยงปลา/Lindernia ciliata 91 ใบพาย/Viola betonicifolia
40 จอกบ่วาย/Drosera burmannii 92 ประทัดกระเหรี่ยง/Agapetes macrostemon
41 จันทร์เชียงดาว/Pedicularis thailandica 93 ประทัดดอย/Agapetes parishii
42 จั่นน้ำ/Ethretia winitii 94 ประทัดใหญ่/Agapetes variagata
43 จ๊าฮ่อม/Peristrophe lanceolaria 95 ประทัดอ่างขาง/Agapetes megacarpa
44 จุกโรหินี/Dischidia rafflesiana 96 ประไหมสุหรี/Centaurea moschata
45 เจ้าแตรวง/Lilium primulinum var. burmanicum 97 ปอกะปลา/Thyrsanthera suborbicularis
46 ชมพูเชียงดาว/Pedicularis siamensis 98 ปอผี/Hydrolea zeylanica
47 ชมพูสิริน/ Impatiens sirindhorniae 99 ปัดน้ำ/ Drosera peltata
48 ช่อม่วงเชียงดาว/Strobilanthes chiangdaoensis 100 ปุดดอย/Etlingera araneosa
49 ไชหิน/Tadehagi godefroyanum 101 ปุดเดือน/Hedychium longicornutum
50 เฒ่าหลังลาย/Pseuderanthemum graciliflorum 102 ปุดสิงห์/Elettariopsis sp.
51 ดอกดินแดง/Aeginetia indica 103 ปุดใหญ่/Etlingera littoralis
52 ดอกหรีด/Gentiana hesseliana  var.
104 เปราะภู/Caulokaempferia thailandica
105 เปราะหิน/Caulokaempferia Saxicola 

Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search

For information only-the plant is not for sale.



ก้นบึ้งเล็ก/Lespedeza parviflora

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lespedeza parviflora Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Campylotropis parviflora (Kurz) Schindl.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก้นบึ้งเล็ก หิ่งเม่น  เลือดใน
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน เวียตนาม ไทย พม่า

 

ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว สูงประมาณ 30-60 ซม. ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย3ใบ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนานกว้าง2-3ซม.ยาว4-6ซม. ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีชมพูผลเป็นฝักแบนค่อนข้างกลมหรือรูปไข่  ขนาด กว้าง 3.8-4.5 มม.ยาว 6.5-8 มม.  
พบตามสภาพพื้นที่เป็นเป่าขา ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 450-1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ยาพื้นบ้าน ใช้รากต้มน้ำดื่ม ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ (วงศ์สถิต และคณะ, 2543)
ระยะออกดอก--มากช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และต้นฤดูฝนพฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


กระตืดแมว/Desmodium megaphyllum


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Desmodium megaphyllum Zoll.
ชื่อพ้อง---Desmodium prainii Schindl.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระตืดแมว
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ล้มลุกต้นสูง 1-3เมตร พบตามป่าผลัดใบและป่าดิบเขา ตามไหล่เขาและหน้าผา บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่800เมตรขึ้นไป
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ลักษณะ แตกกิ่งก้านมากสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาล มีขนสีขาวคลุม ใบประกอบแบบมีใบย่อย3ใบมีขนคลุมทั้งสองด้านดอกออกเป็นช่อกระจะบริเวณปลายยอด และปลายกิ่งสีขาวอมชมพูถึงม่วง ดอกย่อยเป็นรูปถั่วกลีบดอก5กลีบเกสรเพศผู้10อันมี1อันแยกอิสระ
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม


กระโถนนางสีดา/Sapria pollanel

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sapria poilanei Gagnep.
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระโถนนางสีดา
ชื่อวงศ์---RAFFLESIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน คาบสมุทรมาลายู
ลำต้นมีลักษณะเช่นเดียวกับกระโถนฤาษ๊ แต่อาศัยอยู่บนรากไม้ของพืชชนิดหนึ่งที่ยังไม่รู้แน่ชัด รู้แต่เพียงว่าเป็นพืชในสกุล Tetrastigma ใบเหมือนกระโถนฤาษี ดอกก็เหมือนกับกระโถนฤาษ๊ แต่แตกต่างกันตรงที่ดอกของกระโถนนางสีดามีสีชมพูล้วนหรือสีกุหลาบ ดอกตูมขนาด6-7ซม.และกลีบรวมชั้นในมีขนาดใหญ่กว่ากลีบรวมชั้นนอก
ประเทศไทยพบตามป่าดิบเขาทางภาคตะวันตกและภาคตะวันออก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม


กระโถนพระราม/Sapria ram

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sapria ram Bänziger & B. Hansen
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระโถนพระราม
ชื่อวงศ์---RAFFLESIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- ไทย กัมพูชา

อาศัย รากของต้นไม้อื่น ไม่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง จะพบเฉพาะช่วงออกดอก ดอกสีน้ำตาลออกเป็นดอกเดี่ยวแทงโผล่พ้นผิวดินขึ้นมา ดอกตูมลักษณะทรงกลม เมื่อบานคล้ายกระโถน กว้าง10-15ซม.กลีบดอกเชื่อมติดกันตอนปลายแยกออกเป็นแฉกจำนวนมาก ปลายแฉกเป็นติ่งแหลม เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ตรงกลางดอก ลักษณะเป็นวงสีน้ำตาลอมแดง
ประเทศ ไทยเคยพบำด้ตั้งแต่ภาคตะวันตกลงไปจนถึงภาคใต้ ตามแนวเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรี อาทิ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น แต่สถานภาพ ในตอนนี้ เป็นพืชถิ่นเดียวหายากที่ใกล้สูญพันธุ์
ระยะออกเดือน---เดือน พฤศจิกายน-มกราคม


กระโถนพระฤาษี/Sapria himalayana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Sapria himalayana Griff.
ชื่อพ้อง---
---Richthofenia siamensis Hosseus
---Sapria himalayana f. albovinosa Bänziger & B.Hansen
ชื่อสามัญ---Himalayan Sapria
ชื่ออื่น---กระโถนพระฤาษี, ดอกบัวผุด, บัวตูม, บัวสวรรค์
ชื่อวงศ์---RAFFLESIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย

 

พืช เบียน เกาะอาศัยตามรากไม้ชนิดอื่นมีลักษณะเป็นก้อนกลมติดกับรากไม้ ภายในจะมาการพัฒนาไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ โดยใช้เวลาประมาณ10เดือนจึงจะมีดอก
ดอกออกเดี่ยวๆเป็นกลุ่มคล้ายเห็ด ดอกอ่อนรูปร่างกลมขนาดผลมะนาว สีแดง ขนาด4-7ซม.ดอกอุ้มน้ำและมียางสีขาว เมื่อโตและบานเต็มที่มีขนาดผ่าศูนย์กลาง10-15ซม.กลีบดอกอุ้มน้ำติดกันเป็น ถ้วยขึ้นมาจากฐานปลายแยกเป็นแฉกประมาณ10แฉกตรงบริเวณกลางถ้วยด้านในจะมี พังผืดติดอยู่เป็นรูปแหวน จากรูแหวนจะมองเห็นเป็นกลุ่มเกสรตัวผู้20อันติดอยู่รอบแท่นกลมๆ โคนดอกจะมีกาบใหญ่ๆรองหุ้มกันเป็นเกล็ดแข็ง ดอกบานมีกลิ่นเหม็นคล้ายซากสัตว์เน่าเปื่อยเพื่อดึงดูดแมลงปีกแข็งและแมลง วันหลายชนิด ทำให้เกิดการผสมเกสรระหว่างดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย
       พบเกาะอาศัยตามรากของเครือเขาน้ำ หุ่นแป และเถาส้มกุ้ง ตามป่าดิบชื้น ที่ความสูง800-1,000เมตรจากระดับน้ำทะเล   เป็นพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย เนื่องจากสภาพป่าที่เหมาะสมสำหรับพืชชนิดนี้ถูกทำลาย

กระทืบยอบ/Biophytum sensitivum

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Biophytum sensitivum DC
ชื่อพ้อง---
---Oxalis sensitiva L.
---Oxalis cumingiana Turcz.
---Biophytum cumingii Klotzsch
ชื่อสามัญ---little tree plant
ชื่ออื่น---กระทืบยอบ คันร่ม เช้ายอบ จิยอบต้นตาล
ชื่อวงศ์---OXALIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

 ไม้ ล้มลุกลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาลแดง ไม่แตกกิ่งก้าน มีขนละเอียด สูงได้ถึง20ซม.ใบประกอบแบบขนนกเรียงเวียนสลับเป็นกระจุกที่ปลายยอด ยาว6-11ซม.ใบย่อย8-12คู่ รูปคล้ายโล่ กว้าง4.5-10มม.ยาว6-12 มม.ดอกช่อออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว3-10ซม.กลีบดอกเชื่อมติดกันที่โคนเป็นหลอดสีเขียวอ่อน กลีบสีเหลืองมีขีดแดงตามยาวผลแห้งแตกได้ รูปกระสวย สีเขียวอ่อน
ยาพื้นบ้านใช้ ทั้งต้นแก้เบาหวาน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ หรือโขลกพอกฝี รักษาแผลเรื้อรัง แก้พิษแมงป่อง


กอมก้อยลอดขอน/Aristolochia arenicola


ชื่อวิทยาศาสตร์---Aristolochia arenicola Hance
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กอมก้อยลอดขอน แผ่นดินเย็น
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา

ไม้ ล้มลุกขนาดเล็ก ต้นเลื้อยตามพื้นดิน ใบเป็นใบเดี่ยว ผิวใบด้านบนเป็นมันเกลี้ยง ด้านล่างมีขนปกคลุมขอบใบมีขนแข็งและเป็นคลื่นเล็กน้อย
ดอกเป็นดอกเดี่ยว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ลักษณะค่อนข้างกลม ส่วนปลายเป็นระยางค์ยื่นออก ผลเป็นผลแห้งแก่แล้วแตกเมล็ดรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ไม่มีปีก
น่าจะเป็นพืชคลุมดินในที่ดินเค็มได้ดีชนิดหนึ่ง เพราะพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยตามดินทรายหรือดินเค็มที่ระดับความ สูง 100-200ม


กะเลียว/Polygonatum kingianum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Polygonatum kingianum Collett & Hemsl.
ชื่อพ้อง---
---Polygonatum agglutinatum Hua.
---Polygonatum cavaleriei H. Léveillé.
---Polygonatum darrisii H. Léveillé;
---Polygonatum ericoideum H. Léveillé.
---Polygonatum esquirolii H. Léveillé.
---Polygonatum huanum H. Léveillé.
---Polygonatum kingianum var. cavaleriei (H. Léveillé) C. Jeffrey & McEwan.
---Polygonatum kingianum var. ericoideum (H. Léveillé) C. Jeffrey & McEwan.
---Polygonatum kingianum var. grandifolium D. M. Liu & W. Z. Zeng.
---Polygonatum kingianum var. uncinatum (Diels) C. Jeffrey & McEwan.
---Polygonatum uncinatum Diels
ชื่อสามัญ---King Solomon's-seal.
ชื่ออื่น---กะเลียว
ชื่อวงศ์---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า จีนตอนใต้ ลาว เวียตนาม ไทย

ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี สูง2-4เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนรอบข้อ จำนวน2-6ใบ รูปหอกแคบหรือขอบขนาน กว้าง1-1.5ซม.ยาว10-15ซม. โคนใบสอบปลายใบเรียวแหลมและม้วนงอ ขอบใบเรียบเส้นใบขนาน แตกจากโคนใบ3เส้นไม่มีก้านใบ ดอกสีชมพูหรือม่วงแดง ปลายกลีบสีเขียว
ออกเป็นช่อคล้ายร่มบริเวณซอกใบ กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น6กลีบ ผลเป็นผลสด ผลแก่สีเขียวค่อนข้างกลมขนาด1-1.5ซม.มี2-4พูแต่ละพูมี2เมล็ด
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือบริเวณป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 1,000-1,500เมตร
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ระยะติดผล---เดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน

กับแก/Rhaphiolepis indica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhaphiolepis indica (L.) Lindl. ex Ker
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Indian hawthorn
ชื่ออื่น---กับแก คันคาก  เม้งสะเกริม พังกี่ อะห้วย
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน พม่า ไทย

ไม้พุ่มสูง 2-3เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปไข่หรือรูปหอกกลับ กว้าง 2.5-4 ซม.ยาว 6-8.5 ซม.โคนใบสอบเรียวปลายใบแหลม ขอบใบจักตื้นห่างๆ ดอกสีขาวออกเป็นช่อกระจุกบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกรูปไข่กลับ5กลีบปลายกลีบแหลม เกสรเพศผู้สีขาว อับเรณูสีเหลือง เกสรเพศเมีย1อันยอดเกสรสีเขียวอ่อน
พบในป่าดิบเขาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากที่ราบจนถึงระดับความสูง 1,500 เมตร


กากหมากตาฤาษี/Balanophora fungosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Balanophora fungosa J.R.Forst. & G.Forst.
ชื่อพ้อง---
---Balanophora forsteri Tiegh.
---Balanophora fungosa f. extratropica F.M.Bailey
---Balanophora fungosa var. kuroiwai Makino
---Balanophora fungosa var. mariannae (Hosok.) Hosok.
---Balanophora kuroiwai (Makino) Makino
---Balanophora mariannae Hosok.
---Balanophora micholitzii Ridl.
---Cynomorium australe Hook.f.
---Cynomorium balanophora Willd.
---Cynomorium parasiticum Sw. ex Steud.
---Cynomorium philippense Blanco
ชื่อสามัญ---Fungus root
ชื่ออื่น---กากหมากตาฤาษี, กากหมากพาสี, ขนุนดิน, เห็ดหิน, ดอกกฤษณารากไม้, บัวผุด, ว่านดอกดิน
ชื่อวงศ์---BALANOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- จีนตอนใต้ อินโดจีน มาเลเซีย ทวีปออสเตรเลีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 

เป็น พืชล้มลุกประเภทพืชเบียน เกาะอาศัยแย่งอาหารจากรากพืชชนิดอื่นเพราะตัวเองไม่มีคลอโรฟิลด์เอาไว้ สังเคราะห์แสงสร้างอาหารได้ ลำต้นอยู่รวมกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ขรุขระใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็ก เรียงเวียนสลับมีประมาณ10-20ใบ
ดอก สีแดงอมน้ำตาลออกเป็นช่อ ดอกเพศผู้ดอกเพศเมียแยกต้นกัน ช่อแก่จะส่งก้านขึ้นเหนือผิวดิน เป็นกลุ่มหรือเป็นกระจุกกลุ่มหนึ่งอาจมีมากกว่า10ดอก มีกลิ่นหอมเอียน ช่อดอกเพศผู้เป็นรูปไข่แกมรูปรีกว้าง2-6ซม. ยาว4-15ซม.กาบรองดอกเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือมน ยาว6มม.ดอก มีจำนวนมาก กลีบดอกมีจำนวน4-5กลีบสีเหลืองอมเขียวอ่อนมีขนาดเล็กมาก เกสรเพศผู้มี4-5อัน เชื่อมติดกันเป็นก้อนแบนแคบๆ ยาว2.5-5.0มม.ตุ่มเกสรเป็นรูปเกือกม้า ข่อดอกเพศเมียสีน้ำตาลแดง รูปค่อนข้างกลมรี ขนาด2-10ซม. มีดอกเล็กละเอียดจำนวนมากอยู่ชิดกันแน่น
เป็นพืชหายาก พบตามป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้นทั่วไป พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ที่ระดับความสูง500-2,000เมตรจากระดับน้ำทะเล
ยาพื้นบ้านใช้ รากต้มน้ำดื่ม ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนกุมภาพันธุ์


กากุ๊ก/Alpinia blepharocalyx


ชื่อวิทยาศาสตร์---Alpinia blepharocalyx K. Schum.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Alpinia roxburghii Sweet.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กากุ๊ก ข่าแดง
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ พม่า บังกลาเทศ อินเดีย ลาว และเวียดนาม

ไม้ ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ลำต้นเทียมสูง1.5-2 เมตร มักพบในพื้นที่เป็นป่าดิบแล้ง ลักษณะ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอก กว้าง6-10ซม.ยาว25-45ซม.ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่มหรือรูปหัวใจ ผิวใบมีขน
ดอก ช่อออกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายลำต้นเทียม ยาว15-30ซม.กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด หยักลึกด้านเดียว ปลายแยกเป็น3แฉก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น3แฉกสีขาว เกสรผู้ที่เป็นหมัน ด้านข้างลดรูป กลีบปากเป็นถุงสีเหลือง มีลายสีส้มแดง ผลแห้งแตก รูปเกือบกลม สีน้ำตาล เมล็ดเกาะกันแน่น
ดอกอ่อน ยอดอ่อน และผลอ่อนรับประทานเป็นผักได้
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ เหง้า ฝนน้ำดื่มบำรุงโลหิต


กินกุ้ง/Murdannia simplex

ชื่อวิทยาศาสตร์---Murdannia simplex (Vahl.) Brenan
ชื่อพ้อง---
---Acavaleriei H.Lév. & Vaniot
---Aneilema longifolium Hook.
---Aneilema rigidum Blatt.
---Aneilema secundum Wight
---Aneilema simplex (Vahl) Kunth
---Aneilema sinicum Ker Gawl.
---Aneilema sinicum var. simplex (Vahl) C.B.Clarke
---Commelina hookeri A.Dietr.
---Commelina longifolia (Hook.) Spreng., nom. illeg.
---Commelina simplex Vahl
---Commelina sinica (Ker Gawl.) Schult.
---Murdannia sinica (Ker Gawl.) G.Brückn.
---Murdannia stictosperma Brenan
---Phaeneilema rigidum (Blatt.) Raizada
---Phaeneilema sinicum (Ker Gawl.) G.Brückn.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กินกุ้ง
ชื่อวงศ์---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย โอเชียเนีย

ต้นสูง1-2เมตร แหล่งที่พบในประเทศไทย ลานหินที่มีน้ำขังและทุ่งหญ้าบนภูเขาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยวรูปดาบออกสลับรอบข้อที่ผิวดิน ดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพู โคนกลีบสีเข้ม กลีบดอก3กลีบเกสรตัวผู้6อันอับเรณูสีม่วงอ่อน เกสรตัวเมียมีก้านเกสรเรียวยาว1อัน เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลขนาด3x2มม.
ระยะออกดอก---กันยายน-พฤศจิกายน


กลิ้งกลางดง/Dioscorea bulbifera


ชื่อวิทยาศาสตร์---Dioscorea bulbifera L
ชื่อพ้อง---
---Helmia bulbifera (L.) Kunth
---Polynome bulbifera (L.) Salisb.
---Dioscorea tamifolia Salisb.
---Dioscorea crispata Roxb.
---Dioscorea heterophylla Roxb.
---Dioscorea pulchella Roxb.
---Dioscorea tenuiflora Schltdl.
---Dioscorea latifolia Benth.
---Dioscorea hoffa Cordem.
---Dioscorea hofika Jum. & H.Perrier
---Dioscorea anthropophagorum A.Chev.
---Dioscorea longipetiolata Baudon
---Dioscorea rogersii Prain & Burkill
---Dioscorea korrorensis R.Knuth
---Dioscorea perrieri R.Knuth
ชื่อสามัญ---Shoebutton, Air potato, Air yam, Bitter yam, Cheeky yam, Bulb bearing yam
ชื่ออื่น---กลิ้งกลางดง, มันขมิ้น, มันอีลุ้ม, ว่านสามพันตึง
ชื่อวงศ์---DIOSCOREACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ทั่วโลก

ไม้ เลื้อยมีหัวใต้ดินกลมแป้น สามารถแตกหัวย่อยตามข้อใบได้ หัวรูปทรงกลมสีน้ำตาล ผิวขรุขระ มีรอยนูนกึ่งกลางบุ๋ม ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจ แกมรูปไข่ ขนาด5-10ซม. เส้นใบขนานตามแนวยาวเป็นร่องลึก ช่อดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอกเพศผู้มีกลิ่นหอม
เป็น สมุนไพรโดยนำหัวมาฝนกับว่านเพชรหึง ใช้น้ำซาวข้าวเป็นกระสายยา ใช้กินและทาแก้โรคฝีกาฬ และระงับพิษร้อนให้เย็นได้ หรือใช้อาบเป็นยาแก้ร้อนใน ช่วยรักษาโรคไข้ทรพิษ                                                                ระยะออกดอก---กันยายน-ตุลาคม         
ขยายพันธุ์---ด้วยการแยกหัว โดยนำหัวที่แตกย่อยมาปลูกใหม่


เกล็ดปลาหมอ/Phyllodium elegans

ชื่อวิทยาศาสตร์---Phyllodium elegans (Lour.) Desv.
ชื่อพ้อง---
---Desmodium blandum Meeuwen
---Desmodium elegans (Lour.) Benth.
---Dicerma elegans (Lour.) DC.
---Hedysarum elegans Lour
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล็ดปลาหมอ กาสามปีกกลาง
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- จีน ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม อินโดนีเซีย (ชวา) 

   ไม้ พุ่มลำต้นตั้งตรงสูง1-2เมตรใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อย3ใบ ใบย่อยใบกลางรูปไข่กว้าง กว้าง3-7ซม.ยาว4-9ซม.ใบย่อยด้านข้างกว้าง1.5-4ซม.ยาว2.5ซม. ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ มีใบประดับลักษณะคล้ายเกล็ดปลา ประกบหุ้มไว้2ใบ กลีบดอกสีขาวรูปถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวคอดเป็นข้อ
ยา พื้นบ้านใช้รากต้มน้ำดื่ม แก้โรคตับพิการ(อาการผิดปกติของตับ) ผสมกับรากกระดูกอึ่ง รากกาสามปีกใหญ่ รากโมกมันและรากหางหมาจอก ต้มน้ำดื่มแก้คุณไสย(มีอาการผอมแห้ง ใจสั่น บางเวลาเพ้อคลั่งร้องไห้)                      ขยายพันธุ์---เมล็ด  

แก้มอ้น/ Pavonia rigida

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pavonia rigida (Wall. ex Mast.) Hochr.
ชื่อพ้อง---
---Malache rigida (Wall. ex Mast.) Kuntze
---Urena rigida Wall. ex Mast.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขอบจักรวาล แก้มอ้น ขี้อ้น หัสคุณดอกแดง
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา

ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง 0.5-1 เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบแหลมโคนใบมน ดอกออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบดอกมี 5กลีบสี ชมพู หรือส้มอ่อน กลางดอกมักเป็นสีขาว เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลกลมหรือเป็นพูเล็กน้อยมีขนสีน้ำตาล แห้งแล้วแตก เจริญเติบโตได้ดีในทุ่งหญ้าเปิดโล่ง พบแถบภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม


แก้วน้ำค้าง/Henckelia hispida

ชื่อวิทยาศาสตร์---Codonoboea hispida (Ridl.) Kiew
ชื่อพ้อง---
---Didymocarpus hispidus Ridl.
---Henckelia hispida (Ridl.) A. Weber
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แก้วน้ำค้าง
ชื่อวงศ์---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย คาบสมุทรมาลายู

ไม้ ล้มลุกสูง50-80 ซม.พบตามป่าดงดิบทางภาคใต้ ลักษณะ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบต้นโคนใบสอบปลายใบแหลม ขอบใบจักถี่ตื้น
ดอก สีม่วงอ่อนออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ2-4ดอกตามซอกใบใกล้ปลายยอดกลีบดอก5กลีบ โคนเชื่อมติดกันตอนปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอกด้านในแต้มสีเหลือง มีเส้นสีม่วงแดงแซม


ขนำชาวไร่/Adenosma elsholtzioides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Adenosma elsholtzioides T.Yamaz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขนำชาวไร่, หญ้าสมัด, หอมสนั่นเมือง
ชื่อวงศ์---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย ลาว

ไม้ ล้มลุกลำต้นสูง20-50ซม. พบมากตามที่ชื้นบนลานหินทรายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย         ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามปลายใบแหลมโคนใบคล้ายรูปติ่งหูไม่มีก้านใบ ดอกช่อเชิงลดดอกย่อยหลายดอก สีขาวหรือม่วงอ่อนผลกลมแห้งแตก ใช้เป็นสมุนไพรทางภาคอิสาน ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ตกเลือด
ทั้งต้นผสมใบมะนาว ต้นตะไคร้ ใบมะม่วง เหง้าขิง ต้มน้ำอาบ อบ แก้ลมวิงเวียน

ขยุ้มฝอยตอก/Pertya hossei


ชื่อวิทยาศาสตร์---Pertya hossei Craib ex Hoss
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขยุ้มฝอยตอก
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย พม่า ลาวและภาคเหนือของไทย
ไม้ล้มลุกอายุหลายปีขนาดเล็ก สูง15-20ซม. พบ ขึ้นบนสันเขาหินปูน ตามซอกหิน ในที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูง1,700-2,000เมตร เป็นพืชหายาก ประเทศไทยพบที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ ลักษณะ  ลำต้นกลม เรียวสีน้ำตาลอมม่วง มักไม่แตกกิ่ง
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับเป็นเกลียวรอบต้น แผ่นใบรูปไข่กว้าง ขนาดยาว5-7ซม.กว้าง3-6ซม. แผ่นใบหนาแข็ง สีเขียวนวลเป็นมันวาว มีเส้นใบ3เส้น
              ดอก ช่อแบบช่อกระจุกแน่น เกิดที่ปลายยอด ดอกวงนอกมีดอกย่อยจำนวน5ดอก ฐานรองดอกเป็นเกล็ดเรียงซ้อนกันรูปไข่ ยาว5ซม. แต่ละกลีบรูปไข่แคบยาว1-1.5ซม. สีเขียวเข้ม ขอบกลีบสีน้ำตาลอมม่วง ดอกย่อยกว้างประมาณ1ซมงปลายม้วนออก แต่ละดอกย่อยมีกลีบดอก5กลีบรูปแถบ ยาวเป็นริ้วเรียงซ้อนเหลื่อมกัน ดอกวงในเกสรเพศผู้5อันเชื่อมติดกันเป็นแท่ง ยาว2-3ซม. หุ้มเกสรเพศเมียเอาไว้ สีเหลืองอมน้ำตาล ยื่นยาวพ้นกลีบดอกมาก ดอกวงในไม่เจริญ
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ตุลาคม

ข่าไฟ/Hedychium coccineum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedychium coccineum Buch.-Ham. ex Sm
ชื่อพ้อง---
---Gandasulium coccineum (Buch.-Ham. ex Sm.) Kuntze
---Hedychium angustifolium Roxb.
---Hedychium carneum G.Lodd.
---Hedychium longifolium Roscoe
---Hedychium aurantiacum Roscoe
---Hedychium roscoei Wall. ex Roscoe
---Hedychium squarrosum Buch.-Ham. ex Wall.
---Gandasulium angustifolium (Roxb.) Kuntze
ชื่อสามัญ---Orange Ginger Lily
ชื่ออื่น---ข่าไฟ  ข่าดง ข่าตาเหินแดง
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

 

ไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดินสูง1-2เมตร ใบเดี่ยวรูปแถบ กว้าง2-4ซม.ยาว35-45ซม.ผิว ใบเกลี้ยงด้านล่างมีขนที่เส้นกลางใบ ดอกสีส้มแดงออกเป็นช่อตั้ง ยาว20-35ซม.ใบประดับสีเขียวเข้มมีขนประปรายม้วนรอบดอก ใบประดับย่อยรูปขอบขนาน ปลายแยก2แฉกไม่เท่ากัน กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอดยาว2.5-3ซม. มีขนแน่น ปลายกลีบแยก3แฉก กลีบดอกเป็นหลอดยาว3.3ซม.มีแฉกเป็นเส้นปลายแหลม กลีบปากมนกลม ปลายแยกเป็น2แฉกลึก รังไข่มีขนแน่น มีไข่อ่อนจำนวนมาก
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือตามป่าดงดิบหรือป่าผลัดใบผสม ที่ระดับความสูง1,000-1,500เมตร
ระยะออกดอกและติดผล---ช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคม

ข่าหด/Fissistigma polyanthoides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Fissistigma polyanthoides (A. DC.) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Fissistigma minuticalyx (McGregor & W. W. Sm.) Chatterjee
---Melodorum minuticalyx R.W.MacGregor & W.W.Sm.
---Melodorum polyanthoides Aug.DC.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เวียตนาม
ไม้ เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล4-8เมตร กิ่งแก่สีน้ำตาลเข้มมีช่องอากาศมาก กิ่งอ่อนสีเขียวมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบรูปขอบขนานด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุก1-5ดอก สีขาวนวลกลิ่นหอมอ่อนๆ มีดอกดกและบานพร้อมกันเกือบทั้งต้น                  การใช้เป็นสมุนไพร นำเปลือกต้นมา ต้มน้ำ ฝนน้ำข้นๆ หรือดองเหล้า กินครั้งละ1-2 ช้อนชาวันละ 2 ครั้ง แก้สำแดง อาหารเป็นพิษ 
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์


ข้าวพันก้อน/Rungia parviflora subsp. pectinata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rungia parviflora (Retz.) Nees subsp. pectinata (L.) L.H. Cramer
ชื่อพ้อง---Rungia pectinata (L.) Nees
ชื่อสามัญ---Comb Rungia
ชื่ออื่น---ข้าวพันก้อน
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา จีน ไทย ลาว เวียตนาม กำพูชา
ไม้ ล้มลุกสูง8-45ซม.ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีแกมใบหอกถึงรูปขอบขนานกว้าง0.4-2ซม.ยาว1-7ซม.ปลายใบแหลมโคนใบรูปลิ่ม ดอกช่อแบบช่อเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายยอด ใบประดับมี2แบบ รูปไข่แกมใบหอกปลายใบเรียวแหลมและรูปไข่กลับแกมรีถึงกลม ปลายมนมีติ่งแหลม ขอบมีเยื่อบางใส มีขนสีขาวปกคลุม กลีบเลี้ยงบางเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปปากเปิดปลายแยกเป็น5แฉกสีขาวถึงขาวแกมม่วงอ่อน ผลแห้งแตก
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ ทั้งต้นต้มน้ำดื่มทำให้ไม่อยากอาหาร                                                                             

ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์


ข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้/Smilax sp

ชือวิทยาศาสตร์---Smilax sp
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้
ชื่อวงศ์---SMILACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พบได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก
ไม้ เถามีหัวอยู่ใต้ดิน เลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นกลมมีหนาม โคนใบมีมือพันเป็นเส้นขดๆไว้จับยึด ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมรีถ้าเป็นข้าวเย็นเหนือปลายใบแหลม ข้าวเย็นใต้ ปลายใบมน ดอกออกเป็นช่อกระจะรวมทรงกลมที่มีซี่ย่อยแบบซี่ร่ม ดอกย่อยสีเขียว20-70ดอก แยกเพศมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเป็นรูปทรงกลมเล็กๆขนาดประมาณ0.5ซม.
 สำหรับในประเทศไทยพบเห็นได้ง่าย พบตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ เลย นครพนม นครราชสีมา ชัยภูมิ สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนองเป็นต้น
 ใน ทางสมุนไพรไทย ใช้หัวข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ แก้อาการน้ำเหลืองเสีย เส้นเอ็นพิการ กามโรค ปวดกระดูก เพิ่มน้ำนมมารดา รวมถึงอาการอักเสบเกือบทุกชนิด และสูตรสมุนไพรไทยกว่าร้อยละ90 ที่เชื่อว่าแก้มะเร็งได้ ก็จะมีหัวข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ผสมอยู่ด้วยเสมอ โดยใส่ลงไปในปริมาณมาก จนเรียกว่าเป็น "หัวยา"
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม

ข้าวสารดอกเล็ก/Raphistemma hooperianum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Raphistemma hooperianum (Blume) Decne.
ชื่อพ้อง---Basionym: Oxystelma hooperianum Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- ข้าวสารดอกเล็ก เมือยสาร
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ไทย เวียตนาม

ไม้ ล้มลุกพบตามป่าดิบทั่วไป ลักษณะ ลำต้นสูงเกลี้ยงมียางสีขาว มีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปหัวใจ กว้าง7-10ซม.ยาว8-12ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง มีกลิ่นหอม                 ผลเป็นฝัก รูปกระสวยสีเขียว เมล็ดสีน้ำตาลมีขนสีขาว
ผลและดอก ใช้เป็นอาหาร ส่วนในเมล็ดจะมี Cardiac glycoside ที่เป็นพิษ
ตำรายาไทย ใช้รากถอนพิษ ทำให้อาเจียน

ข้าวไหม้/Dendrolobium thorelii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dendrolobium thorelii (Gagnep.) Schindl.
ชื่อพ้อง---Desmodium thorelii Gagnep.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ข้าวไหม้ เขืองข้าวไหม้, มะขามผีใหญ่
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- ไทย ลาว              


ไม้ พุ่มลำต้นตั้งตรงสูง1-3เมตร ทุกส่วนของต้นมีขนละเอียดยาวสีขาว ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อย3ใบรูปไข่ กว้าง5-8ซม.ยาว10-15ซม. ผิวใบมีขนละเอียดทั้ง2ด้าน
ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งรูปถั่วกลีบดอกสีขาว ผลเป็นฝักแบนโค้งงอ มีขนสีขาว
ยาพื้นบ้านใช้ ราก5-6รากต้มน้ำดื่ม วันละ2-3ครั้ง แก้อการตกขาว

ขี้กาเครือ/Strycgnos rupicola

ชื่อวิทยาศาสตร์---Strycgnos rupicola Pierre ex Dop
ชื่อพ้อง---
---Strychnos usitata Pierre ex Dop.
---Strychnos dongnaiensis Pierre ex Dop.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้กาเครือ
ชื่อวงศ์---STRYCHNACEAE  LOGANIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย ลาว เวียตนาม

 

ไม้ เถาเนื้อแข็ง กิ่งมีประสีน้ำตาล เกลี้ยงมีมือเกาะ ใบรูปไข่ รูปรี หรือรูปไข่กลับ กกว้าง4-7ซม.ยาว5-10.3ซม.ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบมนถึงตัด   
ดอกช่อ แบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายยอด ยาวได้ถึง3ซม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก ผลสดทรงกลม ขนาด2-4.5ซม. เมื่อแห้งสีส้ม เมล็ดคล้ายทรงกลม
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ เปลือกต้นผสมลำต้น เม่าสร้อย ยอดหวายป่า เปลือกต้นส้านใบเล็ก และ ลำต้นตะครอง ฝนน้ำทารักษาอาการบวม


ขี้กาดง/Gymnopetalum chinense


ชื่อวิทยาศาสตร์---Gymnopetalum chinense (Lour.) Merr.
ชื่อพ้อง---Evonymus chinensis Lour.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้กาดง มะนอยจา ผักขาว มะนอยหก มะนอยหกฟ้า ผักแคบป่า ขี้กาลาย กระดอม ขี้กาน้อย
ชื่อวงศ์---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน เอเซียเขตร้อน

ไม้ เลื้อยล้มลุกมีเนื้อไม้ ลำต้นมีขนสากมีมือเกาะ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจกว้าง3-8ซม.ยาว4-10ซม.ปลายใบแหลมขอบใบหยักถึงเว้า ลึก ดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ2-3ดอก แยกเพศ สีขาว ผลรูปกระสวยกว้าง2-2.3ซม.ยาว5ซม.มีสันตามยาวประมาณ10สัน เมล็ดรูปทรงรี
ยา พื้นบ้านอืสานใช้ผลต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิต ตำรายาไทยใช้ ใบคั้นน้ำหยอดแก้ตาแดง ตาอักเสบ เมล็ดต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ถอนพิษจากการรับประทานพืชพิษ ขับน้ำลาย ช่วยย่อยอาหาร บำรุงธาตุ
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด

ขี้ตุ่น/Hericteres angustifolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hericteres angustifolia L.
ชื่อพ้อง---
---Helicteres parviflora Ridl.
---Helicteres salicifolia C.Presl
---Helicteres virgata Wall. ex G.Don
---Oudemansia virgata (Wall. ex G.Don) Hassk
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขี้ตุ่น ปอขี้ไก่ ปอมัดโป หญ้าหางอ้น ขี้อ้น
ชื่อวงศ์---STERCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงฟิลิปปินส์ และออสเตรเลียฝั่งตะวันตก

ไม้ พุ่มสูง 3เมตร ประเทศไทยพบทุกภาค บริเวณป่าเต็งรัง ลำต้นและกิ่งมีขนสีน้ำตาลรูปดาว ใบเดี่ยวรูปหอกแกมรูปไข่ กว้าง1.4-5ซม.ยาว7-10ซม.ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน
ดอกสีม่วงอ่อนออกเป็นกระจุกตามซอกใบดอกย่อยขนาด1-1.2ซม. กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยก 5แฉกไม่เท่ากัน มีขน กลีบดอก5กลีบปลายกลีบมนโคนสอบแคบเป็นก้านมีติ่ง2อันเกสรเพศผู้15อัน ผลรูปขอบขนาน ยาวถึง3ซม.มีขนฟูปกคลุมแน่นเมล็ดเมื่อแห้งมีสีดำ
ระยะออกดอกและติดผล---ช่วงเดือน เมษายน- เดือนสิงหาคม

เข็มดอย/Duperrea pavettaefolia


ชื่อวิทยาศาสตร์---Duperrea pavettaefolia (Kurz) Pitard
ชื่อพ้อง---Ixora pavettifolia (Kurz) Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เข็มดอย
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน พม่า เวียตนาม ลาว ไทย กัมพูชา

ไม้ พุ่มสูง1-6เมตร กิ่งก้านมีขนนุ่ม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมขอบขนานถึงรูปหอกกลับ กว้าง3-9ซม.ยาว8-19ซม. โคนใบสอบปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนสากคาย มีหูใบ
ดอก สีขาวออกเป็นช่อแน่น กลีบรองดอก5กลีบสีขาว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบมน5แฉก เกสรผู้5อันอยู่ภายในหลอดดอก เกสรเมียโผล่พ้นกลีบดอกส่วนปลายรูปไข่ ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม
ผลเป็นผลสดทรงกลมขนาด5-10มม.เมื่อแก่สีดำ มีเมล็ด1-2เมล็ด
พบขึ้นในบริเวณป่าดิบริมลำธารหรือที่ร่มตามหุบเขาที่ระดับความสูง 600-1,000เมตร
ระยะออกดอกผล---ตุลาคม-ธันวาคม


เข็มสร้อย/Daphne composita

ชื่อวิทยาศาสตร์---Daphne composita (L.f.)Gilg.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Eriosolena composita (L.f.) Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เข็มสร้อย เข็มขาวป่า เหมือดสร้อย
ชื่อวงศ์---THYMELAEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ เวียตนาม กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์สุมาตรา ชวา บอร์เนียว    


ไม้ พุ่มสูงถึง4-10เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี กว้าง 1.5-4.5ซม.ยาว6-12ซม.ผิวใบด้านล่างเกลี้ยงเห็นเส้นใบชัดเจน
ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อกระจุกแน่น มีใบประดับรองรับ ดอกย่อย6-14ดอก กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอด มีขนด้านนอก ปลายกลีบแยกเป็น4แฉกแหลม ไม่มีกลีบดอก เกสรผู้8อัน ปลายรังไข่มีขนหนาแน่น ผลสีม่วงดำรูปไข่ป้อมอ่อนนุ่มขนาด10-15x5 มม เมล็ดมีขนาดเล็ก
ประเทศไทยพบทุกภาค กระจายอยู่ตามภูเขาที่ลาดชัน และในป่าดงดิบ ที่ระดับความสูง2,000เมตร
ระยะออกดอก---ธันวาคม-มกราคม

ไข่ปูลิ้นแลน/Rubus ellipticus  var. obcordatus


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rubus ellipticus Sm. var. obcordatus (Franch.) Focke
ชื่อพ้อง---Basionym: Rubus ellipticus f. obcordatus Franch
---Rubus obcordatus (Franch.) Thuan
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- ไข่ปูลิ้นแลน หนามไข่ปู มะฮู้ ไข่กุ้งพู หนามไข่กุ้ง
ชื่อวงศ์---ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จากอินเดีย ตอนใต้ของจีน  อินโดจีน จนถึงหมู่เกาะฟิลิปปินส์


ไม้ พุ่มรอเลื้อย พบตามป่าดิบร้อนชื้นที่ระดับความสูง1,000-2,000เมตร กิ่งก้านเป็นเหลี่ยมมีขนสีน้ำตาลแดงและมีหนามแหลมแข็งจำนวนมาก ใบประกอบมีใบย่อย3ใบ แผ่นใบหนาท้องใบมีขนหนานุ่ม สีเทา ขนาดของใบกว้าง2-5ซม.ยาว3-6ซม.
ดอก สีขาวออกเป็นช่อ ยาว6-10ซม.ขนาดของดอก0.8-1.2ซม.กลีบรองดอก5กลีบ มีขนโดยรอบ กลีบดอก5กลีบรูปไข่กลับ ขอบกลีบหยักหลุดร่วงง่าย เกสรผู้จำนวนมาก ผล เป็นผลกลุ่มมีผลย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก รวมกันเป็นก้อนค่อนข้างกลมสีส้มเหลือง ผลสุกรับประทานได้มีรสหวานอมเปรี้ยว ใบตากแห้งนำมาชงดื่มแทนชาได้


คราม/Indigofera tinctoria

ชื่อวิทยาศาสตร์---Indigofera tinctoria L.
ชื่อพ้อง---
---Indigofera houer Forssk.
---Indigofera indica Lam.
---Indigofera oligophylla Baker
---Indigofera sumatrana Gaertn.
---Indigofera tinctoria var. brachycarpa DC.
---Indigofera tinctoria var. macrocarpa DC.
ชื่อสามัญ---Indigo, True indigo, Common Indigo, Dyers Indigo, Wild Indigo, Black Henna.
ชื่ออื่น---คราม นะฆอ Na-kho (Karen-Mae Hong Son)
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE -PAPILIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ  ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง0.8-1ซม.ยาว1.5-3.5ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว ออก เป็นช่อที่ซอกใบ  มีสีเขียวอ่อนอมครีม เริ่มบานมีสีแดงหรือชมพูฝักคล้ายฝักถั่วความยาวของฝัก 5-8 เซนติเมตร เมล็ดขนาดเล็กสีครีมอมเหลือง หรือ น้ำตาลอ่อน รูปทรงกระบอกอยู่ภายในฝัก  มีประมาณ 8 – 10 เมล็ด เมล็ดสีครีมอมเหลือง
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
น้ำคั้นจากใบสดช่วยบำรุงเส้นผม ป้องกันผมหงอก
สารสกัดครามทั้งต้น (ยกเว้นใบ) เป็นส่วนผสมในสีที่ใช้ย้อมผม
ครามยังเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ย้อมสีมากที่สุด เนื่องจากเป็นพืชให้สีน้ำเงินใช้ในการย้อมฝ้ายได้ผลดีโดยใช้ ต้นสดหมักในน้ำ สีน้ำเงินจะตกอยู่ที่ก้นภาชนะ เทใส่ถุงผ้าหนาๆทับให้สะเด็ดน้ำ 1-2น้ำ นำผงสีไปทำให้แห้ง ใช้เป็นสีย้อมผ้า สารที่มีสีคือ indigo-blue
คุณสมบัติ พิเศษอีกประการที่มีงานวิจัยทั้งในอเมริกา และญี่ปุ่นก็คือ ผ้าที่ย้อมจากครามสามารถป้องกันผิวของผู้สวมใส่จากรังสีอัลตราไวโอเลตได้
ระยะออกดอกผล---สิงหาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

ครามขน/Indigofera hirsuta


ชื่อวิทยาศาสตร์---Indigofera hirsuta Linn.
ชื่อพ้อง---
---Anila hirsuta (L.) Kuntze
---Indigofera ferruginea Schum. & Thonn.
---Indigofera fusca G.Don
---Indigofera hirta Bojer
---Indigofera indica Mill.
ชื่อสามัญ---Hairy indigo, Hirsute indigo, Rough hairy indigo
ชื่ออื่น---ครามขน
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE -PAPILIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---จีน เอเซียใต้ แอฟริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย

พืช อายุหลายปีลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเรียงสลับแบบขนนกรูปมนรี ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ก้านดอกยาว ดอกย่อยสีแดง มีขนแข็งสีน้ำตาลปกคลุมทั้งลำต้นและก้านช่อดอก ผลกลมยาว ปลายมีติ่งหนามแข็ง เมล็ดรูปกรวยสีน้ำตาล
ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิต สับเป็นท่อนๆวางที่ปากไหปลาร้า ป้องกันหนอนขึ้น
ระยะออกดอกผล---เป็นระยะตลอดปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด


ครูมวย/Anisochilus harmandii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Anisochilus harmandii Doan ex Suddee & A. J. Paton
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ครูมวย ยางดำ (อุบล)
ชื่อวงศ์--- LABIATAE (LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา ลาว ไทย


ไม้ พุ่มสูงประมาณ 1เมตรใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามหรือเป็นวงรอบ ใบรูปรีถึงใบหอก หรือรูปขอบขนาน กว้าง2-2.5ซม.ยาว5-6ซม. มีขนสั้นหนานุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน  ดอกช่อแบบช่อฉัตรออกที่ปลายยอด ดอกย่อยอัดกันแน่นไม่มีก้านดอก กอกย่อยยาว ขนาด 5 มม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก สีขาวแกมม่วงอ่อน ผลแห้งมีผลย่อย 4 ผลรูปไข่กลับแบน
ยาพื้นบ้านอีสาน ใช้ลำต้นต้มน้ำดื่ม รักษาโรคกระเพาะอาหาร ขับลม


คลุ้ม/Donax grandis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Donax grandis (Miq.) Ridl.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Donax canniformis (G.Forst.) K.Schum.
ชื่อสามัญ---Donax
ชื่ออื่น---คลุ้ม
ชื่อวงศ์---MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม มาลายา สุมาตรา ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน หมู่เกาะอันดามัน นิวกินี นิโคบาร์ โมลุกกะ
ไม้ ล้มลุกลำต้นตั้งตรง มีเหง้าใต้ดิน สูง0.5-3 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมใบหอกกว้าง5-12ซม.ยาว10-23ซม. ก้านใบแผ่เป็นแผ่นหุ้ม ดอกช่อออกที่ซอกใบ ช่อดอกห้อยลงกลีบดอกขาวนวล ผลสดทรงกลมเมื่อสุกสีขาวขุ่น
ยาพื้นบ้านอีสานใช้
หัว ใต้ดินปรุงเป็นยาแก้ไข้หัว (ไข้หัวคือมีไข้ ร่วมกับผื่นหรือตุ่มเช่น หัด อีสุกอีใส) และรักษาโรคประดง (อาการโรคผิวหนังเป็นเม็ดคล้ายผด คันมาก มีไข้ร่วมด้วย)


ควินิน/Cinchona ledgeriana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Cinchona ledgeriana (Howard) Bern.Moens ex Trimen
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Cinchona calisaya Wedd.
ชื่อสามัญ--- Cinchona, Quinine, Quina Quina
ชื่ออื่น---ควินิน
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---แอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ยืนต้นสูง 8-15เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบกลมรีปลายใบแหลมสั้น ยาวประมาณ30ซม.หลังใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบสีเขียวอ่อนกว่า มักจะมีสีแดง และมีขนสั้นๆตามเส้นใบใหญ่ หูใบรูปใบหอกอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือชมพู ผลแก่แห้งแตกได้ ออกเป็น2ซีกภายในมีเมล็ด25เมล็ดลักษณะเมล็ดเป็นแผ่นบางๆสีน้ำตาลแดง
พบ ว่าเปลือกต้นและเปลือกรากมีแอลคาลอยด์หลายชนิด ที่สำคัญคือควินินสำหรับแก้ไข้มาลาเรียชนิดฟัลซิพารัม  และควินิดิน ระงับอาการจับไข้หนาวสั่นอย่างรวดเร็ว

คำฝอย/Carthamus tinctorius

ชื่อวิทยาศาสตร์---Carthamus tinctorius L.
ชื่อพ้อง---
---Calcitrapa tinctoria Roehl.
---Carduus tinctorius (L.) Falk
---Carthamus glaber Burm.f.
---Carthamus tinctorius var. albus Alef.
---Carthamus tinctorius var. croceus Alef.
---Carthamus tinctorius var. flavus Alef.
---Carthamus tinctorius var. spinosus Kitam.
---Carthamus tinctorius var. tinctorius
---Carthamus tinctorius var. typicus Schweinf.
---Centaurea carthamus E.H.L.Krause
ชื่อสามัญ---Safflower, Saffron thistle
ชื่ออื่น---คำฝอย
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา

เป็น พืชล้มลุก ลำต้นเป็นเหลี่ยมเป็นสันแตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปสามเหลี่ยม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ปลายเป็นหนามแหลม ใบประดับแข็งเป็นหนาม รองรับช่อดอก ดอกออกรวมกันเป็นช่อรูปร่างกลมมีดอก ย่อยจำนวนมากกลีบดอกย่อยและเกสรเป็นสีส้ม
ซึ่ง เป็นส่วนที่มีสรรพคุณเป็นยา ชงเป็นชาดอกคำฝอย คำฝอยในยาจีนนั้นระบุว่า มีรสเผ็ด อุ่น เข้าเส้นหัวใจ ตับ (หมายถึงเส้นลมปราณที่ควบคุมโดยอวัยวะภายใน) คุณสมบัติ ช่วยให้เลือดหมุนเวียน ขับประจำเดือน สลายลิ่มเลือด แก้ปวด

คำยอด/Youngia japonica

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Youngia japonica (L.) DC
ชื่อพ้อง---Basionym: Prenanthes japonica L.
ชื่อสามัญ---Oriental false hawksbeard
ชื่ออื่น---คำยอด ผักขนนกดอย
ชื่อวงศ์---ASTERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ถึงญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา


ไม้ ล้มลุกอายุปีเดียวขึ้นเป็นกอสูง 60-80 ซม ประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง200-2,000เมตร ลำต้นกลวง ใบรูปไข่กลับแกมขอบขนาน ขอบใบเว้า เป็นพู  กว้าง1.5-5ซม.ยาว3-10ซม. ดอกช่อมีดอกย่อยสีเหลืองมี 10-25 ดอกต่อช่อ ออกเป็นช่อกระจุกขนาดเล็กประมาณ 0.7-1.3 ซม.ใบประดับช่อดอกสีเขียวเรียงซ้อนกัน
ดอก ย่อยเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกรูปแถบปลายกลีบหยัก 5แฉก ผลแคบยาวสีน้ำตาล ปลายด้านหนึ่งมีขนนุ่มสีขาว
ต้นอ่อนและยอดอ่อนทำให้สุกกินเป็นผักได้
ระยะออกดอก---ในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน


คำหยาด/Chirita micromusa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chirita micromusa  B.L. Burtt
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Microchirita micromusa (B.L.Burtt) A.Weber & D.J.Middleton.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คำหยาด
ชื่อวงศ์---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย นครนายก

ไม้ล้มลุก ต้นสูง30-50ซม.พบในพื้นที่ชุ่มชื้นในป่าดงดิบทั่วประเทศ
 ลักษณะ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่กว้างแกมขอบขนาน โคนใบมนเว้าเล็กน้อยปลายใบแหลม ดอกสีส้มแกมเหลืองออกเป็นช่อสั้นๆที่ปลายยอด1-3ดอก กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูประฆังปลายแยกเป็น5แฉกตรงกลางดอกแต้มสี ส้มแดง
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ธันวาตม

ฆ้อนกระแต/Premna herbacea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Premna herbacea Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Gumira herbacea (Roxb.) Kuntze
---Premna acaulis (F.Muell.) Merr.
---Premna angustifolia H.J.Lam
---Premna nana Collett & Hemsl.
---Premna obovata Merr.
---Premna sessilifolia H.J.Lam
---Pygmaeopremna herbacea (Roxb.) Moldenke
---Pygmaeopremna humilis Merr.
---Pygmaeopremna nana (Collett & Hemsl.) Moldenke
---Pygmaeopremna sessilifolia (H.J.Lam) Moldenke
---Tatea acaulis F.Muell.
---Tatea herbacea (Roxb.) Junell
---Tatea humilis (Merr.) Junell
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขาเปี๋ยดิน ละคอนโคก พายสะเมา ยาข้าวเย็น
ชื่อวงศ์---LABIATAE (LAMIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน(ยูนนาน) เอเซียเขตร้อน ตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง 1-1.5 เมตรใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานถึงรูปใบหอก กว้าง5-10ซม.ยาว15-25ซม.ปลายเรียวแหลม โคนใบมนหรือแหลม  ผิวใบมีขนนุ่ม
ดอก ช่อออกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5แฉกสีน้ำตาลเข้ม กลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น  5 แฉกสีเขียวอ่อน ผลทรงกลมแห้งแล้วแตก
ยา พื้นบ้านอีสานใช้ รากผสมหัวข้าวเย็นเหนือ ลำต้นส้มกุ้ง เปลือกต้นสะเดาช้าง และลำต้นขมิ้นเครือ ต้มน้ำดื่ม แก้มะเร็ง
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน


เงี่ยงปลา/Lindernia ciliata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lindernia ciliata (Colsm.) Pannell
ชื่อพ้อง---
---Bonnaya brachiata Link & Otto
---Bonnaya bracteoides Blatt. & Hallb.
---Gratiola ciliata Colsm.
---Ilysanthes serrata (Roxb.) Urb.
ชื่อสามัญ---    Hairy Slitwort
ชื่ออื่น---เงี่ยงปลา ผักกาดภู ผักอีแฮ ผักหอมฮ่อป่า หญ้ากะร่อน
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อนถึงออสเตรเลีย และเแปซิฟิก

     เงี่ยงปลาเป็น พืช ล้มลุกอายุหลายปี สูง5-20เซนติเมตร ขึ้นตามนาข้าวที่ดินปนทรายชุ่มชื้น ที่ระดับ700-1500เมตร ลักษณะลำต้นแตกกิ่งทอดเอน ใบรูปรีขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อยแหลมไม่มีก้านใบขนาดใบยาวประมาณ1-3ซม. ดอกออกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ ช่อละ 2-3 ดอก สีขาวหรือชมพูเรื่อ ผลรูปขอบขนานปลายแหลมยาว1ซม.       
ระยะออกดอก---ตลอดปี      
ขยายพียธุ์---เมล็ด

จอกบ่วาย/Drosera burmannii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Drosera burmannii Vahl
ชื่อพ้อง---
---Drosera burmannii dietrichiana (Rchb.f.) Diels
---Drosera dietrichiana Rchb.f.
---Drosera zeylonensis Burm. ex Diels
ชื่อสามัญ---Sundew
ชื่ออื่น---จอกบ่วาย หยาดน้ำค้าง
ชื่อวงศ์---DROSERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เอเซียตะวันออกเฉยงใต้ ออสเตรเลีย


พืช ล้มลุกขนาดเล็กใบปกคลุม ลำต้นผิวดิน ใบเดี่ยว เปลี่ยนไปทำหน้าที่ดักแมลงมีสีออกแดง รูปมนรีคล้ายรูปช้อนเรียงซ้อนกันเป็นกระจุกรูปวงกลมกว้าง1-3ซม.มีขนปกคลุม ตามขอบใบมีขนขนาดเล็กจำนวนมาก ปลายขนมีหยดน้ำหวานเหนียวๆเกาะอยู่คล้ายหยาดน้ำค้าง เพื่อดักจับแมลงเป็นอาหาร ดอกสีขาวออกเป็นช่อตั้งจากโคนกอหรือปลายยอดสูง5-20ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กติดเรียงอยู่บริเวณปลายช่อ กลีบรองดอกและกลีบดอกมีอย่างละ5กลีบ เกสรเพศผู้5อัน ก้านเกสรเพศเมียมี5อัน แยกจากกัน ผลกลมมีขนาดเล็กมาก แก่แล้วแตก
พบทั่วไปตามทุ่งหญ้าหรือตามพื้นที่โล่งๆชื้นแฉะในป่าเต็งรัง บนภูเขาหินทรายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทุกภาคของประเทศไทย
ระยะออกดอกติดผล---เดือนพฤษภาคม-เดือนธันวาคม


จันทร์เชียงดาว/Pedicularis thailandica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pedicularis thailandica T.Yamaz.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จันทร์เชียงดาว สังหลอด
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย

         พืชเบียนรากของพืชตระกูลหญ้า สูง40-50ซม. ขึ้นตามเขาหินปูนหรือป่าดิบเขา ความสูง 1,800-2,500 เมตร พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาวและดอยอินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่  ลักษณะใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือสลับฉากรอบต้น แผ่นใบบางคล้ายใบเฟินกว้าง1.5-3.5ซม. ยาว3.5ซม.
ดอก สีเหลืองอ่อน ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ2-4ดอก บริเวณซอกใบที่ปลายยอดไม่มีก้านดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดงุ้ม ยาว2-2.5ซม. กว้าง2-3.5ซม. ตอนปลายแยกเป็น2แฉก


จั่นน้ำ/Ethretia winitii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Ethretia winitii Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จั่นน้ำ สีฟันควาย
ชื่อวงศ์---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง1.5-2เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปไข่กลับแกมรูปหอก ปลายใบกลมถึงมน โคนใบรูปลิ่ม
ดอกสีม่วงอ่อนออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ดอกตูมสีท่วงเข้ม กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นแฉกรูปแคบยาวปลายเรียวแหลมสีแดงคล้ำ มีขนปกคลุมเล็กน้อย กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปทรงกระบอก ปลายแยกเป็น5แฉกรูปใบหอก
ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปทรงกลมสีส้มแดง
ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เนื่องจาก ใบ ดอก ผล สวยงาม ใช้ทำบอนไซ

ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง

จ๊าฮ่อม/Peristrophe lanceolaria


ชื่อวิทยาศาสตร์---Peristrophe lanceolaria (Roxb.) Nees
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Dicliptera lanceolaria (Roxb.) Karthik. & Moorthy
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จ๊าฮ่อม, กระดองเต่าหัก, หว้าชะอำ
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า  ไทย

ไม้ ล้มลุกสูง 1.5 เมตร ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ตามชายป่าดิบและที่ชื้น ลักษณะใบเดี่ยวรูปใบหอกเรียงตรงข้ามกัน กว้าง2.5-6ซม.ยาว8-14ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกสีชมพูอมม่วง ออกเป็นช่อจากซอกใบหรือปลายยอด ดอกย่อยบานเต็มที่ กว้าง2.5-3.5ซม. กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยก 5 แฉก กลีบดอกโคนเชื่อมกัน ปลายกลีบแยกเป็น2ปาก เกสรผู้ 2 อัน ผลเป็นฝักรูปกระสวย ยาวประมาณ1.5ซม. แก่แล้วแตก เมล็ดขนาดเล็กรูปไข่
ราก ฝนกับเหล้า ใช้ป้ายลิ้น แก้ซางเด็ก ดอกมีความสวยงาม นำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้
ระยะออกดอก---เดือน พฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์

จุกโรหินี/Dischidia rafflesiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dischidia rafflesiana Wall
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Dischidia major (Vahl) Merr.
ชื่อสามัญ---Malayan urn vine
ชื่ออื่น---จุกโรหินี, โกฐพุงปลา, เถาพุงปลา, บวบลม
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย  ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ไต้หวัน นิวกินี โมลุกกะ ออสเตรเลีบ

 

           ไม้ เถาเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่น มีรากอากาศตามต้น ส่วนต่างๆมีมีน้ำยางขาวข้นคล้ายนม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กว้างหรือรูปโล่ ขนาดกว้าง1-2ซม.ยาว1.2-5ซม. โคนใบกลมขอบใบเรียบ ปลายใบมนกลมและมีติ่งแหลมสั้น เส้นใบแบบร่างแหขนนก เส้นกลางใบยกตัว เนื้อใบหนาอวบน้ำ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน สีเขียวอมเหลืองถึงสีเขียว แผ่นใบมักถูกมดเจาะเข้าอาศัยอยู่ภายใน ทำให้มีลักษณะโป่งคล้ายผลกล้วย ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว5-15ซม.ผิวด้านในสีม่วงเข้ม
ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆแบบช่อกระจุกที่ซอกใบ มีดอกย่อย 7-8 ดอก กลีบดอกรูปคนโทสีเหลืองแกมเขียวเชื่อมติดกันเป็นหลอดป่องเบี้ยวไปข้างหนึ่ง
ผลเป็นฝักรูปเรียวยาวรูปทรงกระบอกขนาดกว้าง0.3-0.5ซม.ยาว5-10ซม.สีเหลืองส้ม เมล็ดขนาดเล็ก แบนมีขนเป็นพู่ที่ปลายดอก
ระยะออกผล---ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคม


เจ้าแตรวง/Lilium primulinum var. burmanicum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lilium primulinum var. burmanicum (W.W.Sm.) Stearn
ชื่อพ้อง---
---Lilium nepalense var. burmanicum W.W.Sm.
---Lilium ochraceum var. burmanicum (W.W. Sm.) Cotton
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เจ้าแตรวง เด็งช้างเผือก อินทง โพ้แม่ลา สาวแม่แมะ ดอกแตรวง
ชื่อวงศ์---LILIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน, พม่า,ไทย
 ไม้ ล้มลุกอวบน้ำต้นตั้งตรงสูง1-1.5 เมตร พบในป่าเต็งรังผสมป่าสน,ป่าดิบเขาระดับต่ำ ประเทศไทยพบเฉพาะทางภาคเหนือ ที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และดอยสุเทพ ที่ความสูง 800-1,900เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะ ลำต้นกลมมักไม่แตกกิ่ง มีหัวใต้ดิน ใบเดี่ยวออกสลับหรือเรียงวนรอบลำต้น ใบยาว รูปขอบขนาน โคนใบสอบปลายใบแหลม ท้องใบสีเขียวจางมีขนนุ่มปกคลุม
ดอก ออกเดี่ยวๆ ดอกสีเหลืองด้านในสีม่วงแกมน้ำตาลเข้ม ออกเป็นช่อตามยอด ดอกเดี่ยวมีขนาดใหญ่ มี6กลีบ และมักห้อยคว่ำลงดินเพราะดอกมีขนาดใหญ่ก้านดอกรับน้ำหนักไม่ไหว เมื่อดอกบานเต็มที่ปลายกลีบจะงอกลับไปด้านหลัง มีกลิ่นหอมตอนเย็น ผลแก่ไม่แตก รูปขอบขนานกว้าง2.5ซม.ยาว4ซม.
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ติดผลเดือนพฤศจิกายน


ชมพูเชียงดาว/Pedicularis siamensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pedicularis siamensis Tsoong
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ชมพูเชียงดาว
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซียพืช
เขตกระจายพันธุ์--- พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย พบเฉพาะ ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น                       สถานภาพ : พืชถิ่นเดียวและพืชหายาก


พบขึ้นเป็นกลุ่มแทรกปะปนกับกอหญ้าและ ไม้ พุ่มเตี้ยตามป่าบนเขาหินปูน ในที่โล่งแจ้ง หรือตามซอกหินปูนบนภูเขาสูงที่มีอากาศเย็นตลอดปี ที่ระดับความสูง1,800-2,200เมตร
เป็นพืชล้มลุกที่มีดอกสีสวยงามสะดุดตาจัดเป็นพืชเบียนของพืชวงศ์หญ้า ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ หรือรอบต้นในระนาบเดียวกัน แผ่นใบคล้ายใบเฟิน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง1.5-2.5ซม.ยาว2-5ซม. มีหยักเว้าลึกเกือบถึงเส้นกลางใบขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบด้านบนมีประขาวด้านล่างสีขาวนวลแบบแป้ง
ดอกออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆออกตรงซอกใบ ช่อละ2-4ดอก ไม่มีก้านดอกและก้านดอกย่อย กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วยทรงป้อม อ้วน ปลายจักซี่ฟันแหลม มักโค้งม้วนออก สีขาวอมชมพู ตามสันเป็นสีชมพูเข้มผลเป็นกระเปาะแข็งรูปไข่
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-มกราคม

ชมพูสิริน/ Impatiens sirindhorniae


ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens sirindhorniae Triboun & Suksathan
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ชมพูสิริน เทียนสิรินธร
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวประเทศไทย

พบเฉพาะทางภาคใต้ที่ จ.กระบี่ และ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นตามหน้าผาหินปูน ระดับความสูง 20-150 เมตร
ชมพูสิริน สำรวจพบโดย ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ นักวิชาการเกษตรชำนาญการจากกรมวิชาการเกษตร(ในขณะสำรวจพบ) และ ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน นักพฤกษศาสตร์จากองค์การสวนพฤกษศาสตร์(ในขณะสำรวจพบ) และได้ขอพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อเป็นพรรณไม้ในพระนามของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 55 พรรษา 2 เมษายน 2553 อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ชมพูสิริน” ตามสีชมพูของดอกไม้
ชมพูสิรินไม้ล้มลุกวงศ์เทียนต้น สูงได้ประมาณ 50 ซม. แตกกอ ลำต้นมักห้อยลง อวบน้ำ เกลี้ยง มีนวล ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ออกหนาแน่นตามปลายกิ่ง รูปรีหรือรูปไข่ ยาว 3-4 ซม. ปลายใบแหลม ดอกสีชมพูออกเดี่ยว ๆ หรือเป็นคู่  ผลเต่งกลาง รูปขอบขนาน

ช่อม่วงเชียงดาว/Strobilanthes chiangdaoensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Strobilanthes chiangdaoensis H. Terao
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ช่อม่วงเชียงดาว จ๊าฮ่อมเชียงดาว ฮ่อมดง
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เป็นพืชถิ่นเดียวของดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


ไม้ พุ่มขึ้นรวมเป็นกลุ่มแตกกิ่งก้านมาก  เจริญเติบโตเป็นกลุ่มตามซอกหิน บนยอดเขาหินปูน ในที่โล่งแจ้งที่ระดับความสูง1,600-2,000เมตรพบเฉพาะในประเทศไทย
ลักษณะทรงต้น เรือนยอดทรงกลมหนาทึบ ลำต้นแตกเปราะหักง่าย ต้นสูงประมาณ1-2เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนรอบต้น แผ่นใบรูปไข่หรือรูปหัวใจขนาดกว้าง2-2.5ซม.ยาว2.5-4ซม. โคนใบแหลมหรือเว้าตื้น ขอบใบจักฟันเลื่อย ตามขอบใบมักมีสีม่วงอมแดงโดยรอบ
ผิวใบทั้งสองด้านมีขนปกคลุม ตามเส้นใบเห็นร่องลึกชัดเจนจึงดูเหมือนคล้ายกับว่าแผ่นใบยับย่น ใบหนานุ่ม
ดอก ช่อแบบช่อเชิงลด เกิดที่ปลายยอดหรือตามซอกใบ ตั้งขึ้น ช่อดอกยาว5-10ซม. ดอกมักบานครั้งละ1-2ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายบานออกคล้ายแตร และมักโค้งงุ้มลงด้านหน้าจนอยู่ในแนวขนานกับพื้น หลอดกลีบดอกยาว5ซม. ดอกขนาด2-2.5ซม. ผลแบบแห้งแล้วแตก รูปรี เมล็ดสีน้ำตาล มีช่องเป็นร่างแห


ไชหิน/Tadehagi godefroyanum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Tadehagi godefroyanum (O.Ktze.) Ohashi
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไชหิน ต่างหม่อง ตองหมอง ดอกฮักดาน ตองหมองดาน กระโดนจาน ต่างหนอง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย


ไม้ พุ่มลำต้นตั้งตรงสูง1.5-3 เมตร ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง5-8ซม.ยาว12-45ซม. แผ่นใบสีเขียวอมเทา ก้านใบแผ่เป็นครีบ ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีม่วงแดง ผลเป็นฝักแบนคอดเป็นข้อๆ
ยาพื้นบ้านใช้รากต้มน้ำดื่ม แก้อาเจียน มีเลือดออกทั้งทางปากและทวารหนัก

เฒ่าหลังลาย/Pseuderanthemum graciliflorum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseuderanthemum graciliflorum (Nees) Ridl
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Pseuderanthemum crenulatum (Wall. ex Lindl.) Radlk.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เฒ่าหลังลาย เฉียงพร้าป่า ยายปลัง รงไม้ เข็มมาวง
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย(ชวา)

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง2เมตร  พบตามป่าดงดิบทางภาคใต้ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ สลับฉากรูปใบหอกถึงรูปไข่แกมรูปใบหอก กว้าง3-6ซม.ยาว12-15ซม.
ดอก สีม่วงอ่อน ออกเป็นช่อกระจะที่ปลายยอดและปลายกิ่ง กลีบดอก5กลีบ โคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาวปลายแยกเป็น5กลีบ 2กลีบอยู่ด้านบน 3กลีบอยู่ด้านล่าง กลางกลีบมีสีขาวแกมม่วงอ่อน

ดอกดินแดง/Aeginetia indica 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Aeginetia indica Roxb.
ชื่อพ้อง---Aeginetia pedunculata auct. non (Roxb.) Wallich.
ชื่อสามัญ---Indian broomrape, Forest ghost flower
ชื่ออื่น---ปากจะเข้ หญ้าดอกขอ สบแล้ง Rajatawa (Javanese)
ชื่อวงศ์---BALANOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พบตั้งแต่ตอนกลางของทวีปเอเซีย มาทางตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น


พืช กาฝากขึ้นบนไม้อื่น ประเทศไทยพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างชื้นในป่าเต็งรัง ลักษณะมีลำต้นใต้ดินขนาดเล็ก เป็นพืชอาศัยอยู่กับรากไม้ โดยเฉพาะ กกและไผ่ ไม่มีใบ ดอกเดี่ยวชูก้านขึ้นมาจากลำต้นใต้พื้นดิน ยาว 15-40ซม.1-2ดอกต่อเหง้า กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดกว้างโค้งงอมีลักษณะเป็นถ้วยคว่ำ อ้วนยาว2-4ซม.สีม่วงแดงผิวเกลี้ยงเป็นมัน กลีบรองดอกเป็นประกับหุ้มโคนดอก สีม่วงอมชมพูสีอ่อนกว่ากลีบดอก ผลแห้งแตกได้ เมล็ดสีเหลืองอ่อนขนาดเล็กมาก ชาวบ้านใช้ดอกสดหรือแห้ง คั้นน้ำ จะได้น้ำสีม่วงสำหรับแต่งสีอาหาร
ระยะออกดอกและผล---ระหว่างเดือนกรกฏาคม-เดือนพฤศจิกายน


ดอกหรีด/Gentiana hesseliana  var. lakshnakarae


ชื่อวิทยาศาสตร์---Gentiana hesseliana Hoss. var. lakshnakarae (Kerr.) Toyokuni
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ดอกหรีด
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย

ไม้ ล้มลุกสูง5-15ซม.ไม่แตกกิ่งก้านสาขาใบเดี่ยวออกตรงข้ามเรียงเวียนกันแน่น ใกล้โคนต้น รูปรีแกมรูปไข่กว้าง0.3ซม.ยาว2-6ซม. ปลายใบแหลมขอบใบเรียบดอกสีม่วงแกมฟ้าไม่มีก้านดอก ออกเป็นกระจุกบริเวณปลายยอด1-16ดอก กลีบรองดอกเชื่อมเป็นหลอดยาว0.4-0.9ซม.กลีบดอกมีลักษณะเป็นถ้วยตื้นๆปลายแยก เป็น5กลีบ มองรวมๆคล้ายรูปดาว ผลเป็นผลแห้งรูปไข่กลับขนาด5-10มม.
ระยะออกดอก---เดือน พฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม
เป็นพืชเฉพาะถิ่นของประเทศไทยพบขึ้นตามพื้นป่าสน ทุ่งหญ้า ป่าดิบเขา ที่เปิดโล่ง ระดับความสูง1,200เมตรจากระดับน้ำทะเล

ดองดึง/ Gloriosa superba

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gloriosa superba Linn.
ชื่อพ้อง---
---Gloriosa simplex L.
---Gloriosa virescens Lindl.
---Gloriosa abyssinica A.Rich.
---Gloriosa carsonii Baker.
---Gloriosa minor Ren
dle
---Gloriosa baudii (N.Terracc.) Chiov.                                                                                                                                   ---many more                                                                                                                                 

ชื่อสามัญ---Climbing Lily, Glory Lily, Creeping Lily
ชื่ออื่น---ดาวดึงส์, ก้ามปู, คมขวาน, ฟันมหา, หัวขวาน, บ้องขวาน
ชื่อวงศ์---LILIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซียเขตร้อน

         เป็น พรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ลำต้นเกิดจากหัวหรือเหง้าใต้ดินมีลักษณะคล้ายหัวขวานหรือฝักกระจับ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปใบหอกแกมรูปแถบ กว้าง1.5-4ซม.ยาว8-25ซม.สีเขียว ปลายใบบิดม้วนเข้าและม้วนลงเพื่อช่วยในการเกาะยึดหรือพัน
ดอก สีสวยสะดุดตามาก ออกเป็นดอกเดี่ยว ตามซอกใบใกล้ปลายยอด รูปถ้วย กลีบดอก 6 กลีบ ไม่เชื่อมติดกัน รูปแถบยาว โคนกลีบสีเหลืองปลายกลีบสีแดง เมื่อดอกบานเต็มที่ขนาดประมาณ  4-6 ซม.สีจะเข้มขึ้น  
ผลเป็นฝัก ยาว 4-5 ซม.มี3พู ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จัดจะแตกมีเมล็ดสีส้ม เป็นไม้เถาที่ขยายพันธุ์ด้วยการใช้หัวหรือเพาะเมล็ดก็ได้
ใน ทางยาคนอีสานแต่โบราณรู้ว่าดองดึงมีพิษจึงใช้พิษให้เกิดประโยชน์โดยใช้หัว ดองดึงเป็นยาเบื่อสุนัข โดยเอาส่วนหัวที่มีรากสะสมอาหารมาทุบให้แหลก ผสมข้าวเหนียวโยนให้สุนัขกิน ความเป็นพิษของดองดึงนี่หมอพื้นบ้านกล่าวว่า ถ้าคนรับประทานหัวดองดึงเข้าไปภายใน2-6ชั่วโมงจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรงและอาจถ่ายออกมามีเลือดด้วย
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-กันยายน

ดาวดิน/Argostemma parvum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Argostemma parvum Geddes
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ดาวดิน ประดับหินลาย ประดับหินใบขาว ประดับหินดอกเข็ม
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

         ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง30-50เซนติเมตร มีเหง้าและหัวใต้ดิน ลำต้นตั้งตรงหรือเลื้อย ไม่แตกกิ่งก้านหรือแตกกิ่งก้านเล็กน้อย
ใบ เดี่ยวออกตรงข้าม แต่ส่วนใหญ่จะเห็นใบเดียว เนื่องจากอีกใบหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามลดรูปจนมีขนาดเล็กมาก ถ้าไม่สังเกตุให้ดีจะมองไม่เห็น แผ่นใบรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายแหลม
ดอก สีขาวออกเป็นช่อที่ปลายยอด1-2 ดอก กลีบดอกเป็นรูปดาวมีหลอดกลีบสั้นเกสรผู้ติดโคนหลอดกลีบโคนเกสรผู้มีสีเข้ม ตอนปลายสีขาว ก้านเกสรแยกกันอับเรณูชิดกันที่แกนกลาง ก้านเกสรเมียเป็นเส้นด้าย ผลเป็นฝักตรง แห้งแตก มีฝาเปิดปิดที่ปลาย เมล็ดเล็กมีจำนวนมาก
พบ ตามป่าดงดิบร่มครึ้มและชุ่มชื้น บางชนิดขึ้นบนโขดหินใกล้น้ำตก และมีหลายชนิดที่ขึ้นหนาแน่นเป็นพืชคลุมดินของป่าดิบ พบเห็นได้ง่าย
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-ตุลาคม


ดาราคาม/Eranthemum pulchellum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Eranthemum pulchellum Andrews.
ชื่อพ้อง---
---Daedalacanthus nervosus (Vahl) T. Anderson
---Justicia nervosa Vahl
ชื่อสามัญ---Star Of Village, Blue Sage, Eranthemum
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---อเมริกากลาง
เขตกระจายพันธุ์--- ปากีสถาน อนุทวีปอินเดีย อินโดจีน

 ไม้ พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงไม่เกิน3เมตรเป็นไม้ในกลุ่มเดียวกันกับอังกาบและสังกรณี ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน ผิวใบมีสีเขียวเข้ม
ดอก เดี่ยวออกเป็นช่อ โคนเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบดอกมีสีม่วงอมฟ้าออกดอกได้ตลอดปี ชอบดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดีแสงแดดครึ่งวันถึงเต็มวัน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะ เมล็ดและปักชำ

ดุสิตา/Utricularia delphinioides


ชื่อวิทยาศาสตร์---Utricularia delphinioides Thorel ex Pellegr
ชื่อพ้อง---Utricularia delphinioides var. minor Pellegr
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ดุสิตา หญ้าข้าวก่ำน้อย หญ้าเข็ม
ชื่อวงศ์---LENTIBULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย

ดุสิตาเป็นพืชล้มลุกกินแมลง ที่มักพบขึ้นอยู่บนลานหินขึ้นเป็นกอสุงประมาณ 10-20 เซนติเมตร ประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวขนาดเล็กออกบริเวณข้อใกล้โคนต้น และมีใบซึ่งเปลี่ยนเป็นถุงสำหรับดักแมลงขนาดเล็กมาย่อยกินเป็นอาหาร
ดอกสีม่วงเข้มออกเป็นช่อแทงขึ้นจากโคนกอ ช่อดอกตั้งสูงประมาณ 5-20 เซนติเมตร มีดอกย่อย 3-10ดอก ขนาดประมาณ 6-10มิลลิเมตร กลีบดอกล่างแผ่ออกเป็น2ปาก
ตอนนี้เป็นฤดูออกดอกของดุสิตา ดูดอกได้ที่อุทยานผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ๆนี่เอง
ระยะออกดอกออกผล---ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม


ต่างไก่ป่า/Polygala arillata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Polygala arillata Buch.-Ham. ex. D.D0n.
ชื่อพ้อง---Polygala arillata var. ovata Gagnep.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ต่างไก่ป่า
ชื่อวงศ์---POLYGALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จากอินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

ไม้ พุ่มสูงได้ถึง 3-5 เมตร พบตามชายป่าดงดิบทั่วประเทศ ที่ระดับความสูง600-1,200เมตร ใบเป็น ใบเดี่ยวรูปหอก กว้าง4-7ซม.ยาว10-20ซม.โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลมยาว ขอบใบเป็นคลื่น ก้านใบยาว1-2ซม.
ดอก สีเหลืองแกมส้ม ออกเป็นช่อห้อย ยาว25-40ซม.ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกขนาด1-2ซม. บานจากโคนไปหาปลายช่อ กลีบรองดอก5กลีบ กลีบดอก3กลีบกลีบล่างคล้ายกระทงยาวเป็น2เท่าของกลีบดอกคู่ข้างเกสรผู้8อัน รวมเป็นมัด ปลายยอดสีส้ม
ผลเป็นผลแห้งมี2พู เมล็ดสีดำ เนื้อหุ้มเมล็ดสีส้ม
ระยะออกดอก---เดือนกรกฎาคม


ตานฟัก/Crotalaria ferruginea

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Crotalaria ferruginea Graham ex Benth
ชื่อพ้อง---
---Crotalaria bodinieri H.Lév.
---Crotalaria chiayiana Y.C.Liu & F.Y.Lu
---Crotalaria lejoloba Bartl.
---Crotalaria lonchophylla Hand.-Mazz.
---Crotalaria pilosissima Miq.
---Crotalaria rufescens Franch.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตานฟัก พวนดอย
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา ถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และนิวกินี


ไม้ ล้มลุก สูงได้ถึง1เมตร ประเทศไทยพบเกือบทุกภาค ขึ้นบริเวณทุ่งหญ้าเปิดในป่าผลัดใบหรือป่าดงดิบ ที่ระดับความสูง350-1,800เมตร
ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบเดี่ยวรูปไข่ถึงรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง1.5-4ซม.ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน หูใบติดคงทน  ดอกสีเหลืองออกเป้นช่อตรงซอกใบหรือปลายกิ่ง ยาว3-15ซม. กลีบรองดอกปลายแยกเป็น2แฉกเว้าลึก มีขนสีแดงออกหนาแน่น กลีบดอก5กลีบ กลีบบนแผ่รูปรี กลีบข้างรูปขอบขนานกลีบล่างเชื่อมเป็นรูปท้องเรือปลายกลีบเป็นจะงอยเกสรตัว ผู้10อัน รังไข่รูปขอบขนานผิวเกลี้ยง ผลเป็นฝักรูปขอบขนานกว้าง0.8ซม.ยาว2.5-3ซม.เมล็ดรูปหัวใจเบี้ยวขนาดเล็ก

ตาเหินเชียงดาว/Hedychium tomentosum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedychium tomentosum Sirirugsa & K. Larsen
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตาเหินเชียงดาว
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย

ไม้ ล้มลุกอิงอาศัยตามโขดหิน พบเฉพาะในประเทศไทย เป็นพืชเฉพาะถิ่นของดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หายาก ขึ้นอิงอาศัยอยู่ตามโขดหินปูนในป่าดิบเขาที่มีความชื้นสูง อากาศเย็นและมีแสงแดดส่องถึง ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆที่ระดับความสูง2,050เมตร ลักษณะลำต้นเทียมสูงประมาณ60ซม. ใบรูปรีหรือรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดใบยาว15-25ซม.กว้าง8-11ซม.ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนสั้นหนานุ่ม ดอกช่อแบบช่อเชิงลดเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยเรียงห่างๆกัน ใบประดับรูปขอบขนานยาว2.5ซม. ผิวใบด้านนอกมีขนปกคลุมหนาแน่น ในแต่ละใบประดับมีดอกย่อยเพียง1ดอก
ดอกสีเหลืองอ่อนหลอดกลีบเลี้ยงยาว3ซม.ปลายเว้าเป็น2แฉกตื้นๆมีขนยาวปกคลุม หลอดกลีบดอกยาว7.5ซม.ปลาย แยกเป็น3แฉก แต่ละแฉกรูปแถบยาว2.5ซม. กลีบข้างรูปแถบ ขนาดเท่ากันกับแฉกกลีบดอก สีเหลืองอ่อน กลีบปากรูปไข่กลับ สีเหลืองอ่อนยาว2-3ซม. ตรงโคนแคบปลายแยกเป็น2แฉก ก้านเกสรผู้ยาว2.8ซม.อับเรณูยาว0.5ซม.สีส้ม ตรงโคนมีรยางค์ รังไข่ยาว3มม.มีขนปกคลุมหนาแน่น
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม


ตาเหินหลวง/Hedychium stenopetalum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedychium stenopetalum Lodd.
ชื่อพ้อง---Hedychium elatum Horan.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตาเหินหลวง
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภูฎาน อินโดจีน

เป็นไม้ ล้มลุก ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำธารและป่าดงดิบที่ระดับความสูง300-1,200เมตร  ลักษณะมีเหง้าใต้ดินสูง1.5-2.5เมตร ใบเดี่ยวรูปขอบขนาน กว้าง8-10ซม.ยาว35-50ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนสี ขาว
ดอกสีขาว ออกเป็นช่อตั้งจากปลายยอด ยาว30-40ซม. แกนช่อดอกมีขน ใบประดับรูปขอบขนาน ยาว2.5-4.5ซม. ใบประดับย่อยม้วนรอบดอกรูปขอบขนาน กลีบรองดอกเชื่อมเป็นหลอดยาว4.7ซม. มีขนแน่นปลายแยกเป็นสามแฉก กลีบดอกเป็นหลอดยาว5.5ซม.ปลายแยกเป็นแฉกรูปแถบ ยาว5ซม.กลีบปากแผ่รูปไข่กลับ กว้าง2ซม.ยาว2.5ซม.มีก้านปลายกลีบเว้าเป็นแฉกลึก ก้านเกสรผู้ยาว7ซม.อับเรณูยาว1ซม.รังไข่มีขนสีน้ำตาลแน่น


ตาเหินเหลือง/Hedychium flavum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedychium flavum Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Gandasulium flavum (Roxb.) Kuntze
---Hedychium coccineum flavum (Roxb.) Baker
---Hedychium coronarium flavum (Roxb.) Baker
--- Hedychium urophyllum G.Lodd.
---Hedychium coronarium urophyllum (G.Lodd.) Baker
---Hedychium coccineum urophyllum (G.Lodd.) Baker
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตาเหินเหลือง
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงตอนเหนือของประเทศไทย

ไม้ ล้มลุก พบในพื้นที่เปิดโล่งที่ชุ่มชื้น  มีเหง้าใต้ดินสูง1.5-2เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรี กว้าง10-12ซม.ยาว48-50ซม. ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบด้านบนเกลี้ยงด้านล่างมีขนสีขาว
ดอก สีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อยาว12-15ซม. ใบประดับสีเขียวมีขนประปราย ใบประดับย่อยสีขาวม้วนรอบดอก ปลายแยกเป็น3แฉกไม่เท่ากัน กลีบรองดอกเป็นหลอดยาว4.5ซม. ปลายแยกเป็น2-3แฉกมีขน กลีบดอกเป็นหลอดยาว8ซม.ปลายแยกเป็น3แฉกรูปแถบ กว้าง0.5ซม.ยาว3.8ซมง เกสรผู้เทียมรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง1-1.5ซม.ยาว4-4.5ซม. กลีบปากรูปไข่กลับ กว้าง3.2ซม.ยาว4ซม.ปลายกลีบแยกเป็น2พู ก้านเกกสรผู้สีเหลืองยาว3.7ซม.อับเรณูยาว1.5ซม.รังไข่มีขนสีน้ำตาลอ่อนปก คลุมหนาแน่น
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน

ตำแยดิน/Argyreia thorelii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Argyreia thorelii Gagnep
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตำแยดิน เครือพูทอง
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย ลาว

ไม้เลื้อยล้มลุก ขึ้นตามป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้งที่เป็นหินทราย ความสูง 150-650 เมตร ตามกิ่งและแผ่นใบมีขนยาวสีน้ำตาลทองประปราย ใบเดี่ยวเรียงสลับ ปลายใบเรียวแหลมก้านใบมีขนหยาบแข็ง  แผ่นใบด้านล่างมีนวล มีขนยาวสีน้ำตาลทองหนาแน่นตามช่อดอก ใบประดับ และกลีบเลี้ยง  ดอกออกแบบช่อกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อย3-7ดอก ใบประดับย่อยรูปแถบปลายแหลมมีขนหยาบแข็ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก                    ผลทรงกลมแห้งแตก
เป็นยาพื้นบ้านอิสาน ใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไอ รับประทานสดเป็นยาระบาย


ตุ้มมณี/Scabiosa siamensis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Pterocephalodes siamensis (Craib) V. Mayer & Ehrend.
ชื่อพ้อง---Basionym: Scabiosa siamensis Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ตุ้มมณี ขาวปั้น
ชื่อวงศ์---DIPSACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวพบเฉพาะประเทศไทย


เป็นพืชล้มลุกหายากที่มีดอกสวยงามชนิดหนึ่ง ลำต้นเป็นเหง้า ในฤดูแล้งจะดูเหี่ยวเฉาเหมือนตาย แต่แท้จริงเป็นการพักตัวของเหง้าใต้ดินเพื่อลดการขาดน้ำ ยามฤดูฝนจึงดูเขียวสดชื่นอีกครั้ง
เป็นพืชถิ่นเดียวพบเฉพาะประเทศไทย ที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตามซอกเขาหินปูนทางภาคเหนือ ตั้งแต่ระดับความสูง 1,900-2,200เมตร
ตุ้มมณีเป็นไม้ล้มลุกสูงประมาณ 30-60 ซม. ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวรูปใบพาย ออกเรียงแผ่รอบโคนต้น แผ่นใบกว้าง4-8ซม. ยาว6-18ซม.โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบสั้น
 ดอก สีขาวออกเป็นกระจุกแน่นเกือบกลม ขนาด4-6ซม. ก้านช่อดอกยาว8-20ซม.มีขนปกคลุม มีใบประดับรูปขอบขนานที่โคนช่อดอก กลีบรองดอกเป็นขนแข็ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปกรวย เกสรตัวผู้ 4อัน เกสรตัวเมียยาวพ้นหลอดดอกปลายปุ่มสีขาว ผลเป็นแบบผลแห้ง เมล็ดเมื่อแก่ติดแน่นอยู่กับใบประดับ
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนมกราคม

แตงหนู/Mukia maderaspatana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Mukia maderaspatana (L.) M.Roem.
ชื่อพ้อง---Cucumis maderaspatanus L
ชื่อสามัญ---Madras Pea Pumpkin, Rough Bryony
ชื่ออื่น---แตงหนู แตงนก แตงผีปลูก แตงหนูขน
ชื่อวงศ์---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


 ไม้ เลื้อยล้มลุกทั้งต้นมีขนสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่กว้าง ขอบใบหยักเว้า 3-5 แฉก กว้าง3-7ซม.ยาว4-8ซม.ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ดอกช่อออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง ผลสดรูปทรงกลม เมื่อสุกสีแดงสด
ยาพื้นบ้านใช้ราก ตำพอกเหงือกแก้ปวดฟัน น้ำมันจากเมล็ด ทาถูนวดกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย
ระยะออกดอกออกผล---ตลอดปี


ถั่วเขา/Campylotropis pinetorum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Campylotropis pinetorum (Kurz) Schindl.
ชื่อพ้อง---Lespedeza pinetorum Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ถั่วเขา ถั่วดอย ถั่วป่า
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล พม่า ไทย ลาว จีน เวียตนาม

ไม้ พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีเส้นใบแบบนิ้วมือ ดอกสมมาตรด้านข้างแบบดอกถั่ว ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาวครีมหรือขาวอมเหลือง ดอกด้านบนสุดของช่อที่แก่ที่สุดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ผลเมื่อแก่แล้วแตก
พบ เฉพาะบนภูเขาสูงทางภาคเหนือของไทย ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ดอยผีปันน้ำ จังหวัดเชียงราย และบนภูเขาที่สูงเกิน1,000เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ตามชายป่าโปร่ง แสงแดดจัดตลอดวัน และอากาศเย็น
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์


ทองพันดุล/Decashistia parviflora


ชื่อวิทยาศาสตร์---Decashistia parviflora Kurz
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Decaschistia crotonifolia Wight & Arn.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ทองพันดุล ไก่อู หัวไก่โอกใหญ่
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จากพม่าจนถึงคาบสมุทรอินโดจีน


ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง0.5-1เมตร พบขึ้นเป็นกอเตี้ยๆในทุ่งโล่งตามทุ่งหญ้าดินร่วนปนทราย ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานแกมใบหอกกว้าง2-3ซม.ยาว7-10ซม.
ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ ลักษณะคล้ายดอกชบา ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางดอก4-8ซม. มีหลายสีสีชมพู  ส้มแกมชมพู  แดงแกมชมพู จนซีดเกือบขาว โคนกลีบดอกสีขาว หลอดเกสรยาว3-5ซม.ผลแห้งแตกได้ รูปร่างค่อนข้างกลมมีขนสีน้ำตาล
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม

ทิพเกสร/Utricularia minutissima

ชื่อวิทยาศาสตร์---Utricularia minutissima Vahl.
ชื่อพ้อง---
---Utricularia brevilabris Lace
---Utricularia brevilabris var. parviflora Pellegr.
---Utricularia calliphysa Stapf
---Utricularia evrardii Pellegr.
---Utricularia lilliput Pellegr.
---Utricularia minutissima fma. albiflora (Komiya) Komiya & Shibata
---Utricularia nigricaulis Ridl.
---Utricularia nigricaulis Ridl.
---Utricularia nipponica Makino
---Utricularia nipponica fma. albiflora Komiya
---Utricularia pygmaea R. Br.
---Utricularia siamensis Ostenf.
---Vesiculina pygmaea (R. Br.) Raf.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ทิพเกสร หญ้าสีฝอยเล็ก
ชื่อวงศ์---LENTIBULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย


พืช กินแมลงสูง10-30ซม. ประเทศ ไทยพบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นเป็นกลุ่มตามพื้นที่โล่งชุ่มชื้น ตามแอ่งภูเขาหินทรายที่มีน้ำไหลรินในช่วงฤดูฝน ลักษณะลำต้นเล็กมากอยู่ใต้ดินแตกแขนงเป็นเส้นฝอยเล็กๆคล้ายราก มีกระปาะกลมเล็กมากตามข้อของไหล ใบเดี่ยวและมีใบที่เปลี่ยนเป็นถุงสำหรับดักจับแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร
ดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพูออกเป็นช่อตั้งตรงสูง5-20ซม. มีดอกย่อย3-10ดอกออกเรียงสลับ ขนาดประมาณ 6-10 มม.กลีบดอกล่างแผ่แยกออกเป็นสองปาก ผลแห้งชนิดเมื่อแก่แล้วแตก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกันยายน-เดือนธันวาคม

ทืบยอด/Biophytum petersianum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Biophytum petersianum Klotzsch
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Biophytum umbraculum Welw
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ทืบยอด นกเขาเง้า นกขาบ
ชื่อวงศ์---OXALIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาใต้ มาดากัสการ์


ไม้ ล้มลุกขนาดเล็ก สูงได้ถึง 15 ซ.ม ใบประกอบขนนกชั้นเดียวเรียงสลับ รูปไข่กลับ เฉียง กว้าง2-5 มม.ยาว2-8 มม.ออกเป้นกระจุกที่ปลายยอด ใบย่อย3-9คู่ รูปสามเหลี่ยมถึงรูปรีแกมทรงกลม
ดอก ช่อออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีส้มหรือเหลือง ปลายกลีบอาจมีสีส้มหรือแดง ผลรูปทรงกระบอกมีสันตามยาว แห้งแตก เม็ดกลม
ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มบำรุงโลหิต
ระยะออกดอกผล---สิงหาคม-พฤศจิกายน


เทพอัปสร/Delphinium scabriflorum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Delphinium scabriflorum D.Don
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เทพอัปสร
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ตอนใต้ของจีน และภาคเหนือของไทย


เป็น พืชหายากพบขึ้นตามซอกหินบนพื้นภายใต้เรือนยอดโปร่งของป่าดงดิบเขาที่มีหญ้า ขึ้นปกคลุม หรือพบตามซอกหินปูนตามแนวหน้าผาหรือแนวสันเขาที่มีร่มเงา ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1,600-2,200เมตร ในประเทศไทยพบที่ดอยเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ ดอยปุย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก
ลักษณะ เป็นไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักไม่แตกกิ่งก้าน ต้นสูง30-60ซม.แตกใบมากตรงโคนต้น ใบที่อยู่ด้านล่างมักใหญ่กว่าใบที่อยู่สูงขึ้นไป แผ่นใบรูปรีหรือรูปหอก ขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว5-8ซม. ขอบใบเว้าลึกทำให้แผ่นใบรูปคล้ายฝ่ามือ 5แฉก โคนใบเว้า
ดอก ช่อแบบช่อกระจะออกที่ปลายยอด ช่อดอกยาว20-30ซม. ดอกย่อยมีขนาด2-3ซม. สีม่วงเข้ม ที่โคนก้านดอกมีใบประดับรูปร่างคล้ายกับใบรูปไข่หรือรูปไข่กว้าง ยาว1-2ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นหลอดคล้ายหาง ชี้ตรงไปทางด้านหลังของกลีบดอก กลีบดอก5กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก แฉกกลีบดอกรูปไข่กว้าง กลีบบน1กลีบ ตรงกลางยาว1.2-1.5ซม.มีปลายกลีบแหลมและโค้งลง ส่วนกลีบดอกที่อยู่ด้านข้างและด้านข้างอย่างละ2กลีบขนาดเท่ากันยาว1-1.2 ซม.โคนกลีบเรียงซ้อนเวียนกัน ผิวด้านนอกของกลีบดอกมีขนยาวปกคลุม
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

เทียนเข็ม/Impatiens radiata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens radiata Hook.f.
ชื่อพ้อง---Impatiens centiflora H. Lév.
ชื่อสามัญ---Spreading ray’s balsam
ชื่ออื่น---เทียนเข็ม เทียนหาง เทียนหางยาว
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ล้มลุกอวบน้ำอายุหลายปี สูง30-60 เซนติเมตร ลำต้นเกลี้ยงใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกมรี  กว้าง2.5-6ซม.ยาว6-15ซม.ปลายใบเรียวแหลมโคนใบมน มีขนทั่วไปโคนก้านใบมีต่อม2ต่อม
ดอก สีชมพูอมม่วง หรือขาว ออกเป็นช่อที่ปลายยอด เป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ2-3ดอก ก้านดอกยาว5-6ซม.กลีบดอก5กลีบกลีบบนสุดเป็นรูปไข่ กลีบด้านข้าง4กลีบเชื่อมติด กันเป็น2คู่ แต่ละคู่มีพูบนรูปใบหอกกว้าง พูล่างรูปสามเหลี่ยม เล็กกว่าพูบน ผลแก่แล้วแตกมีเมล็ด5-7เมล็ด
ระยะออกดอกและติดผล--ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน


เทียนคำ/Impatiens longiloba


ชื่อวิทยาศาสตร์--- Impatiens longiloba Craib
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เทียนคำ เทียนเหลืองอินทนนท์
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชเฉพาะถิ่นของไทย


ไม้ พุ่มล้มลุกสูง 0.50-1เมตร เป็นพืชเฉพาะถิ่นทางภาคเหนือของไทย พบบนภูเขาหินแกรนิต ที่ระดับความสูงมากกว่า2,000เมตร
ลักษณะ ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวรูปขอบขนานแกมรีปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขนาดของใบกว้าง1.2-5ซม.ยาว3-11ซม. ขอบใบจักมนถี่มีหนามละเอียด ใกล้โคนใบมีต่อม  
ดอก สีเหลืองสด ออกเป็นช่อ 2-4ดอกไม่มีใบประดับ ดอกบานขนาดกว้าง1.5-2ซม.ยาว3-5ซม. กลีบรองดอก5กลีบแยกจากกันเป็น2กลีบ กลีบนอกรูปไข่2กลีบ กลีบในมีขนาดเล็ก อีกกลีบเชื่อมกันเป็นเดือยยาวประมาณ3ซม. กลีบดอก5กลีบไม่สมมาตร กลีบบนสุดรูปไข่ขนาด8-13มม. อีก4กลีบเชื่อมกันเป็น2คู่ คู่บนรูปใบหอกกว้าง คู่ล่างกึ่งขอบขนานยาว1-1.5ซม. ผลแก่แล้วแตก รูปแถบมี3พูเมล็ดกลมขนาด3มม.
ระยะออกดอกและติดผล---ช่วงเดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน

เทียนธารา/Impatiens mengtzeana

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens mengtzeana Hook.f.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เทียนธารา พาลีจำแลง
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้และตอนเหนือของประเทศไทย

 

 ไม้ ล้มลุกสูง60-80เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับตามต้นและกิ่ง แผ่นใบสีเขียว โคนใบเรียวสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบจักมน ขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว7-10ซม.
ออก เป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม กลุ่มละ2-3ดอก ดอกย่อยโคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกเป็น5กลีบ สีส้มแกมเหลือง ผลสีเขียวรูปรีมีก้านยาวเมื่อแก่จะแตกออกตามยาว เมล็ดกลมสีดำจำนวนมากดีดเมล็ดไปได้ไกลพบตามริมห้วยในป่าดิบทางตอนเหนือของ ประเทศ ออกดอกเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ปลูกเป็นไม้ประดับในที่ชื้นได้ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ระยะออกดอก---ช่วงเดือน กรกฎาคม-เดือนพฤศจิกายน


เทียนนกแก้ว/Impatiens psittaciana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens psittaciana Hook.f.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Parrot flower, Cockatoo balsam
ชื่ออื่น---เทียนนกแก้ว
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้เฉพาะถิ่นประเทศไทย

อะไรจะเหมือนนกปานนั้น  ดอกไม้.....นะดอกไม้......
อย่าตกใจ อ่านมาเพลินๆแล้วมีโวยวาย
เรื่อง นี้ต้องเกริ่นก่อนว่า ทั้งรูปทั้งเรื่อง นำมาจากหนังสือ สูงเสียดดอยพรรณไม้งาม Plants of Doi Chiang Daoของคุณ ปิยะ โมคกุลและคุณบารมี เต็มบุญเกียรติ ซึ่งท่านทั้งสองเก็บข้อมูลกว่า10ปีสำหรับนักนิยมดอกไม้ป่าโดยเฉพาะ มีรายละเอียดลึกซึ้ง ไม่ได้หยาบๆแบบนี้ นะ หาซื้ออ่านแล้วเก็บเป็นสมบัติเฉพาะตัวได้ตามสบาย(2008)
สถานะภาพของดอกไม้ชนิดนี้ เป็นพืชหายากถิ่นเดียวบนดอยเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่
เทียน นกแก้วเป็นไม้เมืองหนาว ล้มลุกอายุหลายปี ลักษณะ มีลำต้นอวบน้ำ สูง ประมาณ 80-150 ซม. ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว ตามซอกใบบริเวณปลายกิ่งลักษณะดอกมองด้านข้างเหมือนนกแก้วกำลังบิน สีม่วงอมแดง
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ต้นเดือนธันวาคม

เทียนภูคา/Impatiens claviger

 

ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens claviger Hook. f
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เทียนภูคา เทียนนกอัคคี
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงภูมิภาคอินโดจีน

 

ไม้ ล้มลุกอวบน้ำสูง40-70เซนติเมตร ต้นเกลี้ยงเปราะหักง่าย ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรีแกมหอกกลับกว้าง3-7.5ซม.ยาว5-18ซม.ผิวใบเกลี้ยงทั้ง สองด้าน ปลายใบแหลมโคนใบสอบ  
ดอก สีขาวออกเป็นช่อจากซอกใบ ดอกย่อยบานเต็มที่กว้าง2ซม. กลีบรองดอก5กลีบ กลีบล่างเชื่อมกันเป็นรูปถุง ส่วนฐานยื่นโค้งเล็กน้อย กลีบดอก5กลีบ กลีบดอกล่างมีแต้มลายสีแดงปนเหลือง ผลรูปทรงกระบอก ผิวเกลี้ยงแก่แล้วแตก
ประเทศไทยพบตามป่าดิบเขาที่ ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และดอยภูคา จังหวัดน่าน
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน


เทียนภูหลวง/Impatiens phuluangensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens phuluangensis T.Shimizu
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เทียนภูหลวง
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชเฉพาะถิ่นของไทย


          เป็นพืชเฉพาะถิ่นของไทย พบตามเขาหินทราย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่ระดับความสูง1,300-1,500เมตร
ไม้ อวบน้ำอายุหลายปี สูงได้ถึง60ซม.ลำต้นเกลี้ยงใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนสอบเรียว ขนาดกว้าง 2.5-6ซม. ยาว6-15ซม.มีขนทั่วไป
ดอกสีชมพูเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม2-3ดอก ตามซอกใบ ก้านดอกยาว5-6ซม.กลีบ เลี้ยง3กลีบ กลีบ2กลีบบนรูปแถบแกมใบหอกมีขน กลีบล่างเชื่อมเป็นถุง ส่วนปลายเป็นเดือยโค้งงอ ยาว4-5ซมง กลีบดอก5กลีบ กลีบบน1กลีบแผ่รูปหัวใจ กลีบข้าง2กลีบรูปขอบขนาน ขนาดใหญ่ครึ่งวงกลม ผลแก่แล้วแตก รูปกระสวยมีขน
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม

เทียนหางงอ/ Impatiens chinensis


ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens chinensis L.
ชื่อพ้อง---
---Impatiens crassicornu Hook.f.    
---Impatiens cosmia Hook. f.
ชื่อสามัญ---Chinese balsam, Chinese Touch-me-not
ชื่ออื่น---เทียนหางงอ หญ้าเทียน เทียนจีน
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ ล้มลุกอวบน้ำสูง30-50เซนติเมตร พบขึ้นมากตามป่าหญ้าที่มีน้ำค้างหรือบนภูเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ที่ระดับความสูง 500-1,100 เมตร ลักษณะลำต้นเกลี้ยง เปราะหักง่าย ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปขอบขนานแคบกว้าง0.5ซม.ยาว4-6ซม.ขอบใบหยักปลายใบเรียว แหลมโคนใบป้านหรือหยักเป็นติ่งหู
ดอก สีชมพูออกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกบานกว้างถึง2.5ซม.กลีบรองดอก3กลีบ กลีบด้านล่างมีขนาดใหญ่กว่ากลีบด้านข้างและเชื่อมกันเป็นถุง ส่วนปลายเป็นเดือยยาวเรียวและโค้งงอ กลีบดอก5กลีบ กลีบบน1กลีบ กลีบข้าง2กลีบ และกลีบล่างขนาดใหญ่2กลีบ แผ่กว้างรูปไข่กลับ ผลสีเขียวอ่อนเกลี้ยง ก้านยาว เมื่อแก่จะแตกดีดเมล็ดไปได้ไกล          

ระยะออกดอกออกผล---ตุลาคม-พฤษภาคม


เทียนหิน/Impatiens muscicola


ชื่อวิทยาศาสตร์---Impatiens muscicola Craib
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---เทียนหัวไม้ขีด
ชื่ออื่น---เทียนหิน
ชื่อวงศ์--- BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชเฉพาะถิ่นของไทย

พืช ล้มลุกขนาดเล็กมาก สูงเพืยง3-5 ซม.ถิ่นอาศัยที่พบบนดอยเชียงดาว พบบนดอยกิ่วลม จังหวัดเชียงใหม่ เจริญอยู่ตามซอกหินปูนตามที่โล่งแสงแดดจัด แตกใบเป็นกระจุกที่ปลายยอด ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม ลำต้นและก้านใบสีแดงอมม่วง ใบเดี่ยว เรียงสลับเป็นเกลียวรอบต้น ก้านใบสั้นมาก แผ่นใบรูปหอกกว้าง 1ซม. ผิวใบมีขนสั้นนุ่มปกคลุม ขอบใบจัก ดอกช่อกระจะออกตามซอกใบหรือปลายยอด ดอกย่อยมีจำนวน 1-2 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กว้างประมาณ 1ซม.
ระยะออกดอก---เดือน สิงหาคม-เดือนตุลาคม


นางนวล/Urena lobata


ชื่อวิทยาศาสตร์---Urena lobata L.
ชื่อพ้อง---
---Urena americana L.f.
---Urena grandiflora DC.
---Urena reticulata Cav.
---Urena trilobata Vell.
ชื่อสามัญ---Caesarweed, Congo jute, Bur Mallow
ชื่ออื่น---นางนวล, ชบาป่า, ขี้ครอก, ปะเทาะ , หญ้าอียู, หญ้าหัวยุ่ง
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เขตร้อนทั่วโลก


ลำ ต้นสูงเปลือกเหนียวสีเขียวแกมเทามีขนปกคลุมตลอดลำต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ปลายใบเว้าเป็น3พู โคนใบมนขอบใบหยักฟันเลื่อยแผ่นใบเป็นคลื่นมีขนสากมือ
ดอก เดี่ยวเกิดที่ซอกใบ สีชมพูแกมม่วงกลีบดอกรูปไข่กลับ5กลีบผลทรงกลมแป้นแบ่งเป็น5พูผิวมีหนามแข็ง สั้นและมีน้ำเหนียวติด เมล็ดรูปไตสีน้ำตาล


นางนูน/Adenia heterophylla subsp. arcta

ชื่อวิทยาศาสตร์---Adenia heterophylla (Blume) Koord. subsp. arcta (Craib) W. J. de Wilde
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นางนูน
ชื่อวงศ์--- PASSIFLORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน

ไม้ เลื้อยมีเนื้อไม้ มีมือเกาะ ออกที่ซอกใบและช่อดอก ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจ ขอบใบเรียบอาจเว้าเป็น3พู ดอกช่อแบบช่อกระจุกออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก แยกเพศอยู่ต่างต้น สีนวล กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอกรูปสามเหลี่ยมแคบถึงรูปใบหอก ผลแห้งแตกรูปกระสวย ปลายมน กว้าง1.5-2.5ซม.ยาว2-3.5ซม.เมล็ดแบน
ยาพื้นบ้านอีสานใช้รากต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิตหลังคลอด

นางแย้มป่า/Clerodendrum viscosum


ชื่อวิทยาศาสตร์---Clerodendrum viscosum Vent.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Clerodendrum infortunatum L..
ชื่อสามัญ--- Hill glory bower
ชื่ออื่น---นางแย้มป่า ปิ้งเห็บ ต่างไก่แดง ขี้ขม
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา พม่า ไทย มาเลเซีย หมู่เกาะอันดามัน

ไม้ พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง0.5-3เมตร กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ ผิวใบ ก้านใบมีขนนุ่มคลุม รูปวงรี รูปวงรีกว้าง รูปไข่ หรือรูปไข่ยาว กว้าง3.5-20ซม.ยาว6-25ซม.ขอบใบหยักซี่ฟัน  ดอกเป็นดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาวแกมชมพู กลางดอกสีชมพูม่วงหรือม่วงเข้ม มีขน ดอกมีกลิ่นหอมตอนเช้า
ผลสดรูปกลมอุ้มน้ำแก่จัดมีสีน้ำเงินเข้มหรือดำมีกลีบเลี้ยงสีแดงหุ้ม
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


นางออม/Limnophilla repens


ชื่อวิทยาศาสตร์---Limnophilla repens (Benth.) Benth.
ชื่อพ้อง---
---Limnophila conferta Benth
---Limnophila conferta (Benth.) Benth.
---Limnophila serrata Thwaites
---Stemodia repens Benth.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นางออม หญ้าปลาแขยง ผักกะแยงขาว ผักกะแยงใหญ่
ชื่อวงศ์---PLANTAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย

ไม้ ล้มลุกสูง 5-40เซนติเมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกแกมขอบขนาน ขอบใบจัก ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ดอกช่อแบบช่อกระจะหรือกระจุกสั้น หรือดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอก เป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉกสีม่วง หลอดดอกสีขาว ผลแห้งแตก
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ทั้งต้นผสมผักแขยงทั้งต้น ต้มน้ำอาบแก้ลมวิงเวียน

น้ำค้างกลางเที่ยง/Murdannia gigantia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Murdannia gigantea (Vahl) G. Brückn.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หงอนนาค หญ้าหงอนเงือก น้ำค้างกลางเที่ยง กินกุ้งน้อย
ชื่อวงศ์--- COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์ อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี ออสเตรเลีย


ไม้ ดอกงามสีหวานซึ่งจะพบเห็นได้เฉพาะในธรรมชาติ พบได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เป็นพืชล้มลุกที่ชอบขึ้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ1-2เมตร ค่อนข้างอวบน้ำ มีรากสะสมอาหาร ใบเดี่ยวเรียงสลับรอบข้อที่ผิวดิน ใบเป็นรูปดาบ กว้าง4-12ซม.ยาว15-40ซม.
ดอก ออกเป็นช่อตั้งที่ปลายยอด เป็นดอกช่อแบบช่อแยกแขนงยาวประมาณ1.5เมตร ดอกสีชมพูอ่อนหรือม่วงอ่อน และสีม่วงน้ำเงิน บางครั้งจะพบดอกสีขาวอมชมพูด้วย แต่ค่อนข้างหายาก กลีบดอกมี3กลีบ กลีบตรงกลางด้านบนจะตั้งฉากกับกลีบข้างทั้งสอง ตอนเช้าดอกจะหุบ แล้วจะบานเมื่อแสงแดดจัด ส่วนล่างของดอกมักมีหยดน้ำติดให้เห็นทุกดอก แม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงที่มีแสงแดดจัดแรงกล้าก็ตาม  จึงได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำค้างกลางเที่ยง"
ผลแห้งแตกรูปทรงกระบอกเรียวยาว สีน้ำตาลเป็นมัน เมล็ดมีหลายเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม
น้ำค้างกลางเที่ยงจะเจริญ เติบโตได้ดีบนภูเขาสูงที่อากาศหนาวเย็นและชุ่มชื้น หรือตามลานหินทรายที่มีน้ำขัง เช่นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย และเขาสมอปูน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฯลฯ ส่วนทุ่งดอกหงอนนาคที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามและกว้างใหญ่ที่สุดในเมืองไทยอยู่ ที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์
ระยะออกดอก---ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม


เนียมฤาษีเชียงดาว/Disporum cantoniense

ชื่อวิทยาศาสตร์---Disporum cantoniense (Loureiro) Merrill
ชื่อพ้อง---
---Fritillaria cantoniensis Loureiro.
---Disporum pullum Salisbury ex J. D. Hooker
---Disporum chinense (Ker Gawler) Kuntze
---Uvularia chinensis Ker Gawler
ชื่อสามัญ---Fairy Bells
ชื่ออื่น---เนียมฤาษีเชียงดาว
ชื่อวงศ์--- CONVALLARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย ไต้หวัน พม่า ลาว เนปาล เวียตนาม ไทย

ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักผลัดใบในฤดูหนาว เป็นพืชหายากพบทั่วไปตามภูเขาสูงทางภาคเหนือของไทย เจริญตามพื้นที่โล่งแจ้ง ตามภูเขาสูงมีหญ้าปกคลุม อากาศหนาวเย็นพบที่ระดับความสูงตั้งแต่700-3,000เมตร
ลักษณะ มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ลำต้นมีข้อปล้อง แตกกิ่งมากบริเวณปลายยอด สูง50-100ซม. ใบรูปหอกจนถึงรูปหอกแกมรูปขอบขนานแคบๆ ขนาดแผ่นใบยาว5-12ซม.กว้าง1-5ซม.สีเขียวเป็นมัน
ช่อ ดอกเกิดที่ปลายยอดและแตกด้านข้าง มีดอกย่อยจำนวน3-10ดอก ก้านช่อดอกเห็นได้ชัดเจน มักมีปุ่มหรือขนสากกระจายอยู่ทั่วไป ดอกโตเต็มที่มักแย้มกลีบบานเล็กน้อย กลีบรวม(กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนกันจนไม่อาจแยกแยะได้)สีออกม่วง แต่ละกลีบรูปใบหอกกลับ กว้าง4-5มม.ยาว1.5-2.8ซม. ปลายกลีบทู่เกือบแหลม ผลเป็นแบบมีเนื้อหลายเมล็ด ขนาด0.8-1ซม.เมื่อสุกมีสีดำอมม่วง ภายในมี2-5เมล็ด


บั้งม่วงเชียงดาว/Cicerbita chiangdaoensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Cicerbita chiangdaoensis H. Koyama
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บั้งม่วงเชียงดาว
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กสูง5-10ซม.พบขึ้นบนสันเขาหินปูน ในที่โล่งแจ้ง หรือขึ้นปะปนกับหญ้า ที่ระดับความสูงตั้งแต่1,900-2,200เมตร
เป็นพืชถิ่นเดียวของดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะทุกส่วนของต้นมีขนสาก ลำต้นสีน้ำตาลอมแดง ใบเดี่ยวออกสลับเวียนรอบต้น ก้านใบยาว3-4ซม.สีน้ำตาลอมแดง แผ่นใบรูปหัวใจกว้าง2.5-3ซม. โคนใบเว้า ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบจักซี่ฟันห่างๆ มีขนตามขอบ แผ่นใบหนานุ่มมีขนสากมือทั้งสองด้าน
ดอก เดี่ยวเกิดตามซอกใบ บานคราวละ1-2ดอก สีม่วงอ่อน กว้างประมาณ4ซม.ก้านดอกกลม กลีบดอก11กลีบเรียงซ้อนกัน2ชั้นกลีบดอกรูปแถบหรือรูปขอบขนานยาว2ซม.กว้าง5มม . ปลายตัดตรง ขอบของปลายหยักซี่ฟัน ทรงกระบอกเรียว มีเส้นสีม่วงเข้มตามความยาวของกลีบ อับเรณูสีม่วงอมน้ำเงินเข้มยาว1ซม.หุ้มเกสรเพศเมียไว้
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม

บัวทอง/Hypericum hookerianum

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Hypericum hookerianum Wight et Arn.
ชื่อพ้อง---
---Hypericum patulum var. hookerianum (Wight & Arn.) Kuntze
---Norysca hookeriana (Wight & Arn.) Wight
---Norysca urala var. angustifolia Y. Kimura
ชื่อสามัญ---Hooker's St. Johnswort
ชื่ออื่น---บัวทอง บัวคำ
ชื่อวงศ์---HYPERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ ภูฎาน จีน อินเดีย พม่า เนปาล ไทย เวียตนาม


ไม้ พุ่มสูง1-2เมตร ดอกสวยเป็นไม้หายากชนิดหนึ่งของไทย พบในที่โล่งในป่าดิบเขาทางภาคเหนือ ตั้งแต่ความสูง2,200เมตรขึ้นไป
 กิ่งสีเขียวอมแดง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ กว้าง1.5-2ซม.ยาว3-5ซม.โคนใบมน ขอบใบเรียบปลายใบแหลม เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง
ดอก ออกเดี่ยวๆสีเหลืองสด ขนาด3-4เซนติเมตร กลีบรองดอก5กลีบสีเขียวเหลืองกลีบดอก5กลีบรูปมนผิวมันเกสรเพศผู้สีเหลือง จำนวนมากเกสรเมียสั้น รังไข่สีเขียวแกมเหลือง ยอดเกสรเมียแยกเป็น5แฉก ผลรูปรีสีน้ำตาลดำ ปลายยอดมีระยางค์แข็ง เมื่อแห้งแตกตามยาว

บัวผุด/Rafflesia kerri


ชื่อวิทยาศาสตร์---Rafflesia kerri Meijer
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บัวผุด บัวตูม
ชื่อวงศ์---RAFFLESIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนกลางของทวีปเอเซีย มาทางตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น

 


เป็นพืชเบียน เกาะอาศัยตามรากไม้ชนิดอื่น ใบลดรูปเป็นกาบหุ้มโคนดอก ดอกสีน้ำตาลแดงหรือสีปูนกินหมาก ออกเดี่ยวๆ ดอกตูมเป็นก้อนกลมคล้ายหัวกะหล่ำ บานเต็มที่กว้าง55-90ซม.อาจถึง100ซม.รูปอ่าง ดอกบานอยู่ได้หลายวัน เมื่อใกล้โรยจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีแมลงมาตอมเป็นจำนวนมากแล้วเปลี่ยน เป็นสีดำ
ดอกแยกเพศ ปลายดอกแยกเป็น5กลีบแต่มีเสมอที่พบว่ามี6กลีบ ผิวด้านในมีตุ่มเล็กๆกระจายอยู่ทั่วไป ขอบถ้วยดอกมีเนื้อเยื่อติดเป็นรูปวงแหวน ตรงกลางเปิดเป็นช่องกลม บริเวณก้านดอกนูนเป็นแท่น มีรยางค์ปลายแหลมยื่นยาวทั่วไป ดอกเพศผู้มีเกสร25-30อัน กระจายอยู่รอบโคนฐานดอก
พบในป่าดิบชื้นที่ระดับความสูง 500-1,000 เมตร โดยเกาะอาศัยอยู่กับรากไม้ในวงศ์องุ่นป่าชนิดหนึ่งชื่อ "ย่านไก่ต้ม" (Tetrastigma papillosumplanch)
ปกติ บัวผุดจะมีลักษณะคล้ายเส้นใยราแทรกตัวดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่ในเถาย่านไก่ต้ม เมื่อต้องการสืบพันธุ์จึงมีหัวตูมผุดขึ้นมาอยู่นานถึง9เดือน และบานไม่เกิน7วัน โดยวันที่1-4 สีของดอกจะสดที่สุด หลังจากนั้นสีจะค่อยๆคล้ำลง และเน่าไปอย่างรวดเร็ว
เป็น ดอกไม้ถิ่นเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขึ้นเฉพาะอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระนอง ชุมพร และพังงา
สำรวจพบครั้งแรกโดยหมอคาร์ ชาวไอริช จากป่าดิบชื้นบนเขาพ่อตาหลวงแก้ว จังหวัดระนองในปีพ.ศ.2472 และมีรายงานการตั้งชื่อในปีพ.ศ2527
ชาวบ้านนิยมนำดอกตูมมาต้มน้ำดื่ม ช่วยให้คลอดง่าย มดลูกเข้าอู่เร็ว
ระยะออกดอก---บานในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม

บัวสันโดษ/Nervilia aragoana


ชื่อวิทยาศาสตร์---Nervilia aragoana Gaudich.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Nervilia concolor (Blume) Schltr.
ชื่อสามัญ---Aragoa-like Nervilia
ชื่ออื่น---บัวสันโดษ ว่านพระฉิม แผ่นดินเย็น
ชื่อวงศ์---ORCHIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

กล้วยไม้ดินอายุหลายปีมีหัวใต้ดิน ใบเดี่ยวมี1ใบรูปหัวใจหรือเกือบกลมชูขึ้นเหนือดิน สีเขียว พบบ้างที่มีจุดประสีม่วงเข้ม แผ่นใบพับจีบคล้ายพัด ดอกช่อแบบช่อกระจะแทงช่อดอกก่อนยอดอ่อน ยาวได้ถึง 30 ซม. ดอกย่อยมี3-20ดอก ผลแห้งแตก
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ หัวดองเหล้าดื่มแก้อาการหน้ามืดวิงเวียน ใช้หัวต้มน้ำดื่มบำรุงหัวใจ

บานเที่ยง/Pentapetes phoenicea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pentapetes phoenicea Linn.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Midday Flower, Noon flower, Scarlet Mallow, Copper Cups
ชื่ออื่น---บานเที่ยง เส้งใบเล็ก เส้งใหญ่ ปอเส้ง
ชื่อวงศ์---STRRCULIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปเอเชียและตามหมู่เกาะในเขตร้อนทั่วโลก

ไม้ พุ่มล้มลุกขนาดเล็ก สูง 0.5-1 เมตร ลำต้นเรียวเล็กสีเขียวหรือสีม่วง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสับ รูปใบหอกแคบโคนมน ปลายแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย บาง ใบหยักลึกเป็น3แฉก ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีแดงเลือดนก ออกตามซอกใบ มีกลีบรองดอกสีเขียว หรือเขียวอมแดง5กลีบ ผลรูปไข่ป้อมเป็นสันมีขนคลุมเมื่อแก่ผลจะแตกตามยาว เส้นใยจากเปลือกต้นใช้ทำเชือก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

บุษบาอธิษฐาน/Adenosma caerulea


ชื่อวิทยาศาสตร์---Adenosma caerulea R.Br
ชื่อพ้อง---Adenosma glutinosa (L.) Druce var. caerulea (R.Br.) Tsoong
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าข้าวก่ำปากแตร
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงออสเตรเลีย

พืชล้มลุกสูง40-100 ซม. ประเทศไทยพบทุกภาค พบตามป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ทุ่งหญ้าและป่าสน ที่ระดับความสูง 300-1,500เมตร ทุกส่วนมีขนปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง1.5-6ซม.ยาว3-9ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ก้านใบยาว 0.5-3ซม.
ดอก สีน้ำเงินแกมม่วง ออกเป็นช่อตั้ง ห่างๆที่บริเวณปลายยอด กลีบรองดอก5กลีบ แยกออกเป็น2วง วงนอก3กลีบรูปหอกแคบ วงใน2กลีบเป็นเส้นเรียว กลีบดอก5กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดส่วนปลายบนแผ่โค้งเป็นกลีบใหญ่ ส่วนล่างแยกออกเป็น3กลีบมน  ผลรูปกระสวยขนาด7-9มม.เมื่อแก่จะแตก เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก

บูดูบูลัง/Thottea tomentosa


ชื่อวิทยาศาสตร์---Thottea tomentosa (Bl.) Ding Hou
ชื่อพ้อง---Basionym: Ceramium tomentosum Bl.
---Apama affinis Weisse
---Apama brevipes Weisse
---Apama tomentosa (Bl.) Engl.
---Bragantia affinis Planch.
---Bragantia affinis Planch. ex Rolfe
---Bragantia blumii Lindl.
---Bragantia brevipes Merr.
---Bragantia khasiyana Griff.
---Bragantia tomentosa (Bl.) Bl.
---Ceramium tomentosum Bl.
---Cyclodiscus latifolius Klotzsch
---Cyclodiscus tomentosus (Bl.) Klotzsch
---Vanhallia tomentosa (Bl.) Schult.fil.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บูดูบูลัง หูหมี
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวีนออกเฉียงใต้ เอเซียเขตร้อน

ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง 0.3เมตร มีขนละเอียดทุกส่วนของต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกช่อออกที่กิ่งก้านบริเวณโคนต้น กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ด้านในสีน้ำตาลแกมม่วง ด้านนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง ผลแห้งแตกได้ รูปร่างเรียวยาวบิดเป็นเกลียวสีน้ำตาล
ตำรายาไทยใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มรักษาต่อมลูกหมากอักเสบและขับปัสสาวะ

ใบพาย/Viola betonicifolia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Viola betonicifolia J.E.Smith
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ใบพาย
ชื่อวงศ์---VIOLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย พม่า ไทย


ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี พบ ในพื้นที่โล่ง ชอบขึ้นปนอยู่กับกลุ่มหญ้า ตามทุ่งหญ้าป่าสนบนภูเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็น พื้นดินเป็นดินร่วนปนทรายชื้นแฉะ หรือที่ร่มแสงแดดรำไร ที่ความสูง1,100-1,800เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะต้นสูง10-15ซม. มีลำต้นสะสมอาหารใต้ดินมีเฉพาะก้านใบและใบโผล่เหนือดิน ใบเดี่ยวออกเวียนสลับเป็นเกลียวรอบข้อจำนวน4-6ใบ ก้านใบยาว3-8ซม.แผ่นใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ หรือรูปใบพายขนาดของใบกว้าง1.5-2.5ซม.ยาว4-6ซม.โคนใบตัดตรง ขอบใบหยักซี่ฟันห่างๆ
ดอก ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ ก้านดอกชูช่อสูงกว่าใบดอกเป็นหลอดเล็กๆปลายแยกเป็น5กลีบสีม่วงอ่อนหรือชมพู มีลายเส้นสีม่วงพาดตามความยาวของกลีบดอก ด้านบน2กลีบด้านล่าง3กลีบซึ่งกลีบตรงกลางด้านล่างจะใหญ่สุด เมื่อดอกแก่จะมีสีซีดลงจนกลายเป็นสีขาว
ระยะออกดอก---ตลอดปีแต่จะออกมากในเดือนพฤษภาคม


ประทัดกระเหรี่ยง/Agapetes macrostemon


ชื่อวิทยาศาสตร์---Agapetes macrostemon (Kurz) C.B.Clarke
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ประทัดกระเหรี่ยง
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ถึงเอเชียตะวันออก เฉียงใต้

ไม้ พุ่มอิงอาศัย  ในประเทศไทยพบเกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเขา ที่ความสูง1,400-1,500เมตร ทางภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ลักษณะสูงถึง1เมตร โคนต้นอวบ ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง รูปใบหอก กว้าง1.7-4.5ซม.ยาว6.5-11.5ซม.ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ดอกสีแดง หรือแดงส้มออกเป็นช่อตามกิ่งใกล้ปลายยอด มีดอกย่อย5-10ดอก ผลรูปรีหรือรูปไข่ขนาด0.7-1ซม.ปลายผลมีกลีบรองดอกติดอยู่
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน ติดผลเดือนมิถุนายน


ประทัดดอย/Agapetes parishii


ชื่อวิทยาศาสตร์---Agapetes parishii C.B.Clarke
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ประทัดดอย ข้าวเย็น
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ พุ่มอิงอาศัยสูงประมาณ1เมตร ในประเทศ ไทยพบเกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเขา ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง1,100-1,600เมตร มีรากสะสมอาหารอวบบวม ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง กว้าง3.5-4ซม.ยาว9.5-15ซม.ปลายแหลมโคนใบรูปลิ่ม ผิวใบเกลี้ยง ดอกสีแดงสดออกเป็นช่อตามกิ่งก้านดอกย่อยเรียวยาว 2-2.5ซม.ผลค่อนข้างกลมขนาด0.6-0.7ซม.ผิวเกลี้ยง
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม

ประทัดใหญ่/Agapetes variagata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Agapetes variagata D.Don ex G.Don.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ประทัดใหญ่
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ พุ่มอิงอาศัยสูงประมาณ1.5เมตร ประเทศไทยพบเกาะอาศัยตามคาคบไม้ในป่าดงดิบ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 200-900 เมตร มีรากสะสมอาหารอวบบวม กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง2.3-4.5ซม.ยาว6.5-13ซม.ผิวใบเกลี้ยง
ดอก สีแดง มีลายสีแดงเข้ม ออกเป็นกระจุกตามกิ่ง ก้านดอกยาว2-2.5ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วยปลายแยก5แฉกรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกเป็นหลอดป่อง ขนาด1-1.3ซม.ยาว3.5-5ซม. มี5สันตามยาวชัดเจน ปลายกลีบแยก5แฉกรูปสามเหลี่ยมปลายแหลม เกสรผู้10อัน ก้านเกสรแบน ก้านเกสรเมียโผล่พ้นกลีบดอก
ผลรูปค่อนข้างกลมขนาดประมาณ1ซม. ผิวเกลี้ยงที่ปลายมีกลีบรองดอกติดอยู่ เมล็ดรูปรีค่อนข้างแบน
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน


ประทัดอ่างขาง/Agapetes megacarpa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Agapetes megacarpa W.W.Sm.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

ไม้ พุ่มอิงอาศัย สูง1-1.5เมตร รากสะสมอาหารอวบบวม ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบกิ่ง รูปขอบขนานแกมรี กว้าง3-4.5ซม.ยาว9.5-14ซม. ปลายใบแหลมขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นห่างๆ มีต่อมเล็กๆตามขอบใบ
ดอก สีชมพูหรือชมพูอมแดง ออกเป็นช่อห้อยลง กลีบรองดอก5กลีบ เป็นถ้วยยาว0.9-1.4ซม. ส่วนปลายเป็นกลีบเรียวแหลม กลีบดอกเป็นหลอดป่อง ยาว4.3-6ซม.มีสันตามยาว มีลายสีแดงพาดตามยาวทั่วไป ขนาด1.2-1.9ซม. ปลายแยกเป็น5แฉกแหลมโค้งกลับ ผลสดรูปทรงกลม ขนาด0.6-0.9ซม. มีกลีบรองดอกติดอยู่ที่ปลาย
ประเทศไทยพบเฉพาะในภาคเหนือ อิงอาศัยเกาะตามต้นไม้ใหญ่ หรือตามหน้าผา หินปูนในป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง1,000-1,600เมตร
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม
  

ประไหมสุหรี/Centaurea moschata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Centaurea moschata L
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Amberboa moschata (L.) DC.
ชื่อสามัญ---Sweet Sultan
ชื่ออื่น---ประไหมสุหรี
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE
ถิ่นกำเนิด---เมดิเตอร์เรเนียน ทวีปเอเซีย                                                                                                 เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันตก

         ไม้ดอกล้มลุกอายุสั้นหรือหลายปีต้นสูงประมาณ 60-90 ซม.แตกพุ่มขนาดใหญ่ ใบเป็นใบประกอบที่ไม่แยกออกจากกัน
ดอก เดี่ยวชูเด่นเหนือพุ่มใบ ดอกมีสี ขาว เหลือง ชมพูอ่อน ม่วงอมฟ้า ม่วงอมแดง กลีบดอกบาง กลีบดอกฉีกเป็นริ้วแฉกลึก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 ซม. มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

ปอกะปลา/Thyrsanthera suborbicularis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Thyrsanthera suborbicularis Pierre ex Gagnep.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปอกะปลา
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา ไทย เวียตนาม

ไม้ พุ่มเล็กสูง80-100ซม.มียางใสสีเหลือง และขนนุ่มรูปดาวสีขาวปกคลุมหนาแน่นทุกส่วน ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปหัวใจ ปลายใบกลม ดอกออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ผลแห้งแตกเมล็ดรูปไข่ปลายแหลมสั้นๆ
รากชงน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย


ปอผี/Hydrolea zeylanica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hydrolea zeylanica (L.) Vahl.
ชื่อพ้อง---
---Beloanthera oppositifolia Hassk.
---Hydrolea arayatensis Blanco
---Hydrolea inermis Lour.
---Hydrolea javanica Bl.
---Hydrolea prostrata Exell
---Hydrolea sansibarica Gilg.
---Hydrolea zeylanica var. ciliata Choisy
---Nama zeylanica L.
---Reichelia palustris Blanco
---Steris aquatica Burm.fil.
---Steris javanica L.
ชื่อสามัญ---Ceylon Hydrolea
ชื่ออื่น---ปอผี ผักกะเดียง
ชื่อวงศ์---HYDROPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน


ไม้ ล้มลุกทอดเลื้อยตามพื้นดินสูง10-15ซม.ลำต้นกลมเกลี้ยง มีรากออกตามข้อ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปใบหอกโคนใบแหลมปลายใบแหลม ขนาดของใบกว้าง 0.5-1.2 ซม. ยาว 1.5-5 ซม.
ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง หรือออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอก ย่อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ปลายกลีบแหลมด้านนอกมีขนปกคลุม กลีบดอก 5 กลีบรูปไข่ เกสรผู้ 5 อัน เรียงสลับกับกลีบดอก ก้านชูเกสรเพศเมีย 2 อัน กลีบดอกสีน้ำเงินม่วงกลางดอกสีขาว
ผลรูปขอบขนานกว้าง 2.5 มม. ยาว 5 มม. ห่อด้วยกลีบรองดอก เมล็ดรูปรีมีจำนวนมาก ผลแห้งแล้วแตก
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ทั้งต้นดื่มแก้ตาฟาง
ระยะออกดอกผล---สิงหาคม-มกราคม


ปัดน้ำ/ Drosera peltata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Drosera peltata J.E.Smith ex Willd.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปัดน้ำ หยาดน้ำค้าง
ชื่อวงศ์---DROSERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
พืชกินสัตว์ มี หัวใต้ดิน พบบริเวณดินทรายชุ่มน้ำในป่าสนและป่าผลัดใบ ตั้งแต่ระดับความสูง 700-2,000เมตร
ลักษณะลำต้นสูง10-35เซนติเมตร ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยมออกเรียงสลับ กว้าง3-6มม.ยาว5-10มม. ดอกสีขาวกว้าง5-6มม.ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็ก2-3ดอกก้านดอกยาว1-2ซม.กลีบดอกรูปไข่กลับ เกสรเพศผู้5อัน
ใบถูกดัดแปลงเป็นอวัยวะสำหรับจับแมลง


ปุดดอย/Etlingera araneosa

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Etlingera araneosa (Baker) R.M.Sm.
ชื่อพ้อง---
---Achasma araneosum (Baker) K.Larsen    
---Amomum araneosum Baker    
---Hornstedtia araneosa (Baker) K.Schum.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปุดดอย ปุดเมืองกาน
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย
เป็น พืชในวงศ์ขิงข่า ล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าสะสมอาหารฝังอยู่ใต้ดิน ใบออกเดี่ยวๆรูปขอบขนานแกมรูปหอก แผ่นใบยาว50-70ซม.กว้าง10-15ซม.ปลายใบเรียวแหลม
ดอก สีแดงสด ออกเป็นช่อแทงขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกสั้น โคนช่อมีกาบหุ้มซ้อนกันเป็นเกล็ด ใบประดับสีเขียว ขอบมีขนนุ่มสีขาว กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยก3แฉก กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสีชมพู ปลายจักเป็น3ซี่ โคนและปลายหลอดมีขน กลีบปากสีแดง คอดเรียวบริเวณโคน ตอนปลายแผ่ออกเกือบกลม แยกเป็น2แฉก เกสรผู้แท้อันเดียว ปลายเกสรเมียสีแดงสด รังไข่มีขน
ประเทศไทยพบได้ทางภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลาง บริเวณพื้นที่ป่าชุ่มชื้นและตามริมห้วย ไม่พบบนภูเขาสูงอากาศหนาวเย็น เป็นพืชหายาก
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน    


ปุดเดือน/Hedychium longicornutum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedychium longicornutum Griff. ex Baker
ชื่อพ้อง---Hedychium crassifolium Baker
ชื่อสามัญ---Perched Gingerwort
ชื่ออื่น---ปุดเดือน
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
พืช ในวงศ์ขิงข่า มีหัวเป็นเหง้าใต้ดิน พบในป่าดงดิบทางภาคใต้ ใบเดี่ยวติดเวียนสลับ รูปรีแกมขอบขนานกว้าง5-10ซม.ยาว20-30ซม.
ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อกระจุกบริเวณปลายยอด กลีบดอก3กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบ ปลายแยกออกเป็นแฉกและบิดโค้งงอคล้ายขดลวด ก้านเกสรเพศผู้เรียวยาว5-8ซม.โค้งงอลงด้านล่าง แล้วแผ่ออกคล้ายรัศมี อับเรณูสีเหลืองสด ก้านเกสรเพศเมียสีแดงสดเรียยาวชี้ขึ้นด้านบน


ปุดสิงห์/Elettariopsis sp.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Elettariopsis sp.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปุดสิงห์
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- จีน เวียตนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์
พืช ในวงศ์ขิงข่า มีเหง้าผอมแตกแขนงฝังอยู่ใต้ดิน ลำต้นเทียมเหนือดินสูง 10-20ซม. จนถึง1-2เมตร ใบมีประมาณ1-8ใบต่อต้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบรูปใบหอก จนถึงรูปรีแกมขอบขนาน ช่อดอกเป็นช่อเตี้ยๆติดดินออกจากฐานลำต้นเทียม ช่อหนึ่งมีประมาณ5-8ดอก ทยอยบานคราวละ1-2ดอก ดอกสีขาวมีใประดับรูปแถบยาว1-2ใบกลีบเลี้ยงเป็นรูปท่อสีขาวหรือขาวอมชมพู กลีบดอกเป็นรูปหลอดยาวกว่ากลีบเลี้ยง กลีบปากมีขนาดใหญ่สุดแผ่กว้างรูปทรงกลม ขอบพับเป็นจีบยับย่น โดยมีจุดเด่นที่แถบสีเหลืองและแดงตรงกลาง
ประเทศไทยพบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ เช่นที่จังหวัดพัทลุง ทางเหนือและภาคกลางก็พบได้เช่นกัน โดยเฉพาะที่พิษณุโลก
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม


ปุดใหญ่/Etlingera littoralis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Etlingera littoralis (J. Koenig) Giseke
ชื่อพ้อง---
---Amomum littorale J.Koenig    
---Cardamomum littorale (J.Koenig) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปุดใหญ่ ปุดคางคก
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
พืช ในวงศ์ ขิงข่าสกุลดาหลาพบในป่าดงดิบทั่วประเทศ จัดเป็นพืชองค์ประกอบของไม้พื้นล่างในป่าดิบชื้น ชอบร่มเงาและความชื้นมาก
 มีเหง้าใต้ดินแข็งคล้ายเนื้อไม้ ส่วนที่เจริญเป็นต้นและดอกเกิดจากหน่อซึ่งแยกกัน  ลำต้นเทียมเหนือดินเกิดจากกาบใบซ้อนทับกันสูงได้ถึง3เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานรีหรือแกมใบหอก กว้าง15-20ซม.ยาว40-60ซม.
ดอก ออกจากเหง้าเหนือพื้นดินใกล้โคนต้น ดอกออกเดี่ยวๆมีลักษณะเป็นช่อรวมอยู่บนก้านช่อสั้นๆ ระดับผิวดินมีดอกย่อย4-10ดอกเรียงตัวอัดกันแน่น กลีบดอกสีแดงขอบเหลืองหรือสีแดงเข้มทั้งหมด
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม


เปราะภู/Caulokaempferia thailandica


ชื่อวิทยาศาสตร์---Caulokaempferia thailandica K.Larsen
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เปราะภู เปราะภูกระดึง
ชื่อวงศ์--- ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
พรรณ ไม้ถิ่นเดียวหายาก ของไทย พบครั้งแรกและ พบเฉพาะที่ ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ขึ้นอยู่บนพื้นที่ระดับสูง1000-1400เมตรบนลานหินหรือตามที่โล่งพื้นทรายออก
เปราะ ภูเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 20-35ซม. มีหัวใต้ดิน ใบเดี่ยวเรีนงเวียนห่างๆรูปขอบขนาน ออกดอกที่ยอด 1-4 ดอก สีขาวหรือสีขาวอมชมพูเมื่อบานมีขนาด4-5ซม จากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
ระยะออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฏาคม


เปราะหิน/Caulokaempferia Saxicola

ชื่อวิทยาศาสตร์---Caulokaempferia Saxicola K.Larsen
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เปราะหิน
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
พบ ขึ้นอยู่ตามซอกหินใกล้ลำธารและน้ำตกในป่าดงดิบทางภาคตะวันออกและภาคใต้ ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าหรือเป็นหัวอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวรูปหอก โคนใบเป็นกาบหุ้มซ้อนกันขึ้นมาเหมือนลำต้นเทียมสูง30-50ซม.
ดอก สีเหลืองสด ออกเป็นดอกเดี่ยวที่ปลายยอดกลีบดอกมี3กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดแคบยาว กลีบปากแผ่แบนรูปไข่ กลีบข้างรูปขอบขนานขนาดเล็กแผ่ออกด้านข้าง

อ้างอิง, ภาพประกอบเพื่อการศึกษา :

---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3 2554                                                     
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทย
โดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร
หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี
The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542
จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี                                                                 
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2
โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ                                                 
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้                                                
โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554
----ชื่อพรรณไม้ เต็ม สมิตินันทน์ http://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.aspx
REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary


Check for more information on the species:



Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view