สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 11/03/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,566,055
Page Views 13,259,030
 
« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

ต้นไม้ในป่า9

ต้นไม้ในป่า9

ต้นไม้ในป่า 9


ผักปลาบช้าง/Floscopa scandens


ชื่อวิทยาศาตร์---Floscopa scandens Lour.
ชื่อพ้อง---Has24synonyms
---Aneilema asperum Buch.-Ham. ex Wall.
---Aneilema cymosum (Blume) Kunth
---Aneilema densiflorum (Blume) Kunth
---Aneilema hispidum D.Don
---Commelina cymosa Blume
---Commelina densiflora Blume
---Commelina hamiltonii Spreng.
---Commelina hispida Ham. ex Spreng.
---Dithyrocarpus meyenianus Kunth
---Dithyrocarpus paniculatus (Roxb.) Kunth
---Dithyrocarpus petiolatus Wight
---Dithyrocarpus rothii Wight
---Dithyrocarpus rufus (C.Presl) Kunth
---Dithyrocarpus undulatus Wight
---Floscopa hamiltonii (Spreng.) Hassk.
---Floscopa meyeniana (Kunth) Hassk.
---Floscopa paniculata (Roxb.) Hassk.
---Floscopa petiolata (Wight) Hassk.
---Floscopa rufa (C.Presl) Hassk.
---Floscopa undulata (Wight) Hassk.
---Lamprodithyros paniculatus (Roxb.) Hassk.
---Tradescantia geniculata Blanco
---Tradescantia paniculata Roxb.
---Tradescantia rufa C.Presl
ชื่อสามัญ---Climbing Flower Cup
ชื่ออื่น---ผักปลาบช้าง ผักปลาบดอย
ชื่อวงศ์---COMMELINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย
ผักปลาบช้างหรือผักปลาบดอย พบ เกิดเองในธรรมชาติในพื้นที่โล่งชุ่มชื้นหรือที่ลุ่มน้ำขังบริเวณชายป่าดิบ ชอบขึ้นรวมเป็นกลุ่มใหญ่และขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลักษณะลำต้นสูง 30-100ซม.ต้นอ่อนสีเขียว ต้นแก่สีน้ำตาลแดงหรือม่วง ขึ้นรวมเป็นกอ ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ยอดชูตั้งขึ้น ใบเดี่ยวรูปหอก กว้าง2-4.5ซม.ยาว8-15ซม. โคนใบเรียวแคบและแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ซึ่งพองออกทุกข้อ ปลายใบแหลมขอบใบเรียบ บางครั้งเป็นคลื่น หลังใบมีขนเล็กน้อย ท้องใบมีขน
ดอกสีม่วงออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบ ปลายกิ่งหรือส่วนยอดของต้น ช่อดอกมีขนปกคลุม ช่อยาว5-10ซม.ดอกย่อยมีจำนวนมาก สีชมพูหรือม่วง กลีบดอกรูปไข่3กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน และมีขนอ่อนปกคลุมทั่วทั้งดอก เกสรเพศผู้ 6อัน อับเรณูสีเหลืองสด ผลเป็นรูปยาวรี เมื่อแก่ผลจะแห้งและแตกออก
ระยะออกดอก---ตลอดปีโดยเฉพาะพบออกมากในช่วงฤดูฝน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


ผักแว่นดอย/Oxalis corymbosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Oxalis corymbosa DC
ชื่อพ้อง---
---Oxalis debilis corymbosa (DC.) Lourteig.
---Oxalis martiana Zucc.
ชื่อสามัญ---Lilac Oxalis
ชื่ออื่น---ผักแว่นดอย ปุ้มฟ้า
ชื่อวงศ์---Oxalidaceae
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้  อเมริกากลาง แคริเบียน ฟลอริดา เอเซีย

ลำ ต้นใต้ดิน ใบประกอบ ใบย่อยรูปหัวใจยาว โคนใบสอบ ปลายใบเว้า ขอบใบและก้านใบมีขนประปราย ช่อดอกมีก้านยาว ดอกย่อยสีม่วงแดง โคนกลีบสีจาง มีเส้นสีแดงตามยาว โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5แฉก ผลแห้งจะแตกออกเมื่อแก่ มีเมล็ดขนาดเล็ก
 พบมากตามที่ชุ่มชื้น นำมาปลูกเป็นไม้คลุมดินได้ดี ใบมีรสเปรี้ยวรับประทานได้
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด

พญามูนิน/Crotalaria calycina


ชื่อวิทยาศาตร์---Crotalaria calycina Schrank.
ชื่อพ้อง---
---Crotalaria anthylloides D.Don
---Crotalaria roxburghiana DC.
---Crotalaria roxburgiana DC.
---Crotalaria sessiliflora var. anthylloides (Lam.) A.A.Ansari & Thoth.
---Crotalaria stricta Roxb.
ชื่อสามัญ---Hairy Rattlepod
ชื่ออื่น---พญามูนิน พวนขน
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปเอเซีย ทวีปแอฟริกา และตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย
ไม้ ล้มลุกขึ้นแผ่คลุมดินสูงได้ถึง 1เมตร พบตามทุ่งหญ้าเปิดในป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง700เมตร ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านกลมมีขนหนาแน่น ใบเดี่ยวรูปขอบแกมขอบขนาน กว้าง1-1.5ซม.ยาว6-12ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านล่างมีขนแน่น ดอกสีเหลืองอ่อนแกมสีครีม ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ยาว5-15ซม. มีใบประดับรูปหอก ดอกย่อยรูปดอกถั่วกลีบรองดอกมีขนแน่นยาวถึง2.5ซม.ปลายแยกเป็น2แฉก ปากเว้าลึก กลีบดอก5กลีบกลีบบนแผ่รูปรี กลีบข้างรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กลีบล่างเชื่อมเป็นรูปท้องเรือ ปลายกลีบเป็นจงอย รังไข่รูปขอบขนานผิวเกลี้ยง
ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกโป่งพองกว้าง0.8ซม.ยาว2-2.5ซม.แก่แล้วแตก เมล็ดขนาดเล็กรูปหัวใจจำนวนมาก
ระยะออกดอกและติดฝัก---ช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม


พวงแก้วเชียงดาว/Delphinium siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Delphinium siamensis (Craib.) Munz
ชื่อพ้อง---
---Delphinium stapeliosmum Brühl var. siamense Craib
---Delphinium altissimum Wall. var. siamense (Craib) T. Shimizu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พวงแก้วเชียงดาว เทพอัปสร
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
พวง แก้วเชียงดาวเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่ขึ้นอยู่เฉพาะบนเขาหินปูนของดอยหลวง เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูง1,900-2,000เมตร ทนทานต่ออากาศหนาวเย็นดอกมีสีเข้มสดใส ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว สูงประมาณ 50-80 ซม. ทุกส่วนของลำต้นมีขนยาวสีขาวปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ เรียงแบบเวียนสลับเป็นเกลียวรอบลำต้น แตกใบมากตรงโคนใบ ใบที่อยู่ด้านล่างมักมีขนาดใหญ่กว่าใบที่อยู่สูงขึ้นไป  ขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว5-8ซม.
ดอก เป็นดอกช่อแบบช่อกระจะ ออกที่ปลายยอด ดอกสีฟ้าออกตามแกนช่อ บานห่อคว่ำลง ดอกขนาด2-2.5 ซม.กลีบดอก5กลีบ โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก ผิวด้านนอกของกลีบดอกมีขนยาวปกคลุม
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม

พวงตุ้มหู/Ardisia pilosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Ardisia pilosa Fletcher
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พวงตุ้มหู
ชื่อวงศ์---MYRSINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
พบอยู่ทั่วไปบนภูเขาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้น สูง50-100 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆต้น ลำต้นและก้านใบมีสีแดง ใบเดี่ยวรูปมนรี กว้าง1-3ซม.ยาว2.5-8ซม.ปลายใบกลมมนขอบใบหยักมน โคนแคบหรือมน มีจุดประตามแผ่นใบ
ดอก สีชมพูอมม่วง ออกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ ช่อละหลายดอกก้านดอกยาวห้อยหัวลง กลีบดอก4-5กลีบ กลีบซ้อนกันและมักบิดเวียนมีจุดประบนกลีบดอกมากมาย
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฏาคม


พิมสาย/Primula siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Primula siamensis Craib
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Primula siamensis
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---พิมสาย
ชื่อวงศ์---PRIMULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
พบเฉพาะทางภาคเหนือของไทย มีรายงานพบที่ดอยเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่แห่งเดียว เป็นพืชถิ่นเดียวของดอยเชียงดาว เจริญเติบโตอยู่ตามซอกหินปูนที่มีร่มเงา หรือตามโขดหินในป่าดิบเขาที่มีความชื้นสูง ที่ระดับความสูง1,700-2,100เมตร  ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน มักแตกใบออกรอบต้นเหนือพื้นดินเป็นกอสูง20-60ซม ทุกส่วนของต้นมีขนสั้นหนาปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับเป็นเกลียวรอบต้น แผ่นใบรูปไข่กลับ ขนาด2-3.5ซม.ยาว6-12ซม.ขอบใบเรียบหรือหยักมนห่างๆแผ่นใบหนานุ่มเป็นคลื่น
ดอกช่อแบบช่อเชิงลดออกจากโคนต้น ก้านช่อดอกตั้งตรง ยาว15-40ซม.มีดอกย่อย2-6ดอก สีม่วงอมฟ้า ตรงกลางเป็นปื้นขาว กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วยตื้น สีเขียวซีดมีนวลสีขาวปกคลุม ปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวปลายบานออกเป็นรูปปากแตรแยกเป็น5กลีบ ดอกขนาด2ซม.เกสรเพศผู้สั้นสีเหลืองอยู่ในหลอดกลีบดอกผลรูปรีขนาดเล็กมีช่อง เปิด5ช่องภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ตุลาคม

ฟองหินเหลือง/Sedum sarmentosum


ชื่อวิทยาศาตร์---Sedum sarmentosum Bunge
ชื่อพ้อง---
---Sedum angustifolium Z.B.Hu & X.L.Huang
---Sedum kouyangense H. Lév. & Vaniot
---Sedum sarmentosum f. majus Diels
---Sedum sheareri S. Moore
ชื่อสามัญ---Stringy stonecrop, Gold moss stonecrop, Graveyard moss.
ชื่ออื่น---ฟองหินเหลือง
ชื่อวงศ์---CRASSURACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ไทย
ลำต้นเกลี้ยงขึ้นเป็นพุ่มขนาดเล็กตามซอกหินที่ชื้น แตกกิ่งจากบริเวณโคนต้น  สูง5-12ซม.ใบเดี่ยวขนาดเล็ก ไม่มีก้านใบ ออกเวียนสลับรอบต้น แตกใบมากออกเป็นกระจุกใกล้โคนต้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย รูปแถบยาว1ซม.กว้าง2-3มม.ปลายแหลม โคนใบแผ่ออกเป็นกาบหุ้มลำต้น เนื้อใบหนา
ดอก สีเหลืองสด ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยขนาดเล็กรูปคล้ายดาวจำนวนมาก กลีบเลี้ยงเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม ขนาดดอก0.5-1ซม.สีเหลืองสด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5แฉก แต่ละแฉกรูปไข่กว้าง มีแฉกกลีบย่อยรูปแถบยาว1-2ฒฒงสีเหลืองสดแทรกอยู่ระหว่างแฉกกลีบดอกแต่ละกลีบ เกสรเพศผู้10อันสีเหลือง รังไข่แยกเป็น5พู ผลเป็นฝักขนาดเล็ก ผลแก่แตกด้านเดียวภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
เป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่งของเมืองไทย พบขึ้นบริเวณที่โล่งตามซอกหินบนภูเขาหินปูน ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่1,800-2,100เมตร
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

ฟ้าขาว/Leptodermis trifida


ชื่อวิทยาศาตร์---Leptodermis trifida Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ฟ้าขาว
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของจีน อินเดีย เนปาล  พม่า ไทย ญี่ปุ่น
ไม้พุ่มเตี้ย อายุหลายปี พบขึ้นบนสันเขาหินปูน ตามซอกหินในที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูงตั้งแต่1,700เมตร-2,000เมตร ลักษณะ แตกกิ่งมากแต่เรือนยอดโปร่ง สูง0.8-2เมตร  ตามกิ่งมักมีปุ่มปมที่เกิดจากการหลุดร่วงของก้านใบ ใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับเป็นเกลียวรอบข้อ แตกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง แผ่นใบรูปหอก กว้าง1.5-2ซม.ยาว3-5ซม.แผ่นใบหนาแข็งเป็นมัน ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวลเห็นเส้นใบชัดเจน
ดอกช่อแบบช่อกระจะออกเป็นกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อสั้นดอกย่อย4-5ดอกทยอยบานทีละ1-2ดอก ดอกสีขาวอมชมพู รูปดาว สมมาตรรัศมีเส้นผ่าศูนย์กลางดอก2ซม.
เป็นพืชหายาก ประเทศไทยพบที่จังหวัดเชียงใหม่
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-เดือนตุลาคม


ฟ้าคราม/Ceratostigma stapfianum


ชื่อวิทยาศาตร์---Ceratostigma stapfianum Hoss.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ฟ้าคราม
ชื่อวงศ์---PLUMBAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ตอนใต้ของจีน ไทย
มักพบขึ้นเป็นกลุ่มตามซอกหินปูน ตามไหล่ผาหรือแนวสันเขาในบริเวณที่เป็นที่โล่งแจ้ง บนเขาหินปูนที่ระดับความสูง1,800เมตรขึ้นไป
เป็นพืชที่พบเฉพาะถิ่นของประเทศไทยพบที่ดอยเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่แห่งเดียว จัดเป็นพืชหายาก
ลักษณะเป็นไม้ พุ่มเตี้ยแตกกิ่งก้านน้อยทุกส่วนของต้นมีขนสีขาวปกคลุม สูง50-80เซนติเมตร ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม แผ่นใบรูปกลมหรือรี ขนาดกว้าง5-8ซม.ยาว6-10ซม.โคนใบสอบ ปลายใบมนหรือเป็นติ่ง ขอบใบหยัก ผิวใบด้านบนสีเขียวซีดด้านล่างสีจาง ทั้งสองด้านมีคราบขาวคล้ายขี้ผึ้งสีขาวนวลปกคลุมหนาแน่น
ดอก ออกแบบช่อเชิงลด เป็นกระจุกแน่นตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยมีขนาด1.5-2.5ซม. สีคราม หรือฟ้าเข้มแกมน้ำเงินอ่อน หรือฟ้าอมขาว ก้านชูเกสรสั้นสีขาวอมม่วง กลีบโคนดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแผ่กว้างแยกเป็น 5กลีบ แต่ละกลีบส่วนปลายเว้าเป็น2พู เกสรผู้ขนาดเล็ก5อันอยู่ในหลอดดอก เมล็ดแก่กระจายพันธุ์ปลิวไปตามลม
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือน กุมภาพันธ์


ฟ้างามดิน/Crotalaria  sessiliflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Crotalaria  sessiliflora L.
ชื่อพ้อง---
---Crotalaria anthylloides Lam.
---Crotalaria brevipes Benth.
---Crotalaria calycina Sensu Pulle, non Schrank
---Crotalaria eriantha Siebold & Zucc.
---Crotalaria nepalensis Link
---Crotalaria oldhami Miq.
---Crotalaria sessitiflora L.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ฟ้างามดิน หิ่งครามฟ้า มะหิ่งครามฟ้า
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงเอเวียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย
ประเทศไทยพบทุกภาค ตามทุ่งหญ้าเปิด ในป่าผลัดใบและป่าดิบเขา ที่ความสูง200-1,300เมตร
เป็นไม้ล้มลุกสูงถึง50ซม. ต้นและกิ่งก้านมีขนแน่น ใบเดี่ยวรูปหอกแกมขอบขนานกว้าง0.4-1.5ซม.ยาว3-7ซม.  ใบมีขนหนาแน่นที่ด้านล่าง ปลายใบแหลม ฐานใบทู่ หู ใบหลุดร่วงง่าย ดอกสีน้ำเงินแกมม่วงออกเป็นช่อแน่นที่ปลายยอด ยาว4-14ซม. ดอกย่อยรูปดอกถั่วขนาดบานกว้าง1ซม.ผลเป็นฝักรูปขอบขนาน โป่งพอง กว้าง0.5ซม.ยาว1-2ซม.แก่แล้วแตกเมล็ดรูปหัวใจเบี้ยวขนาดเล็ก
ระยะออกดอกติดผล---ช่วงเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์


มณเฑียรแดง/Torenia pierreana


ชื่อวิทยาศาตร์---Torenia pierreana Bonati
ชื่อพ้อง---Torenia reptans Kerr ex Barnett
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณเฑียรแดง
ชื่อวงศ์---LINDERNIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย
สูง ได้ถึง50ซม.ลำต้นสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวรูปไข่กว้างถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ออกตรงข้าม
ดอกสีชมพูอมแดง ออกตรงซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปปากแตรปลายมนแยก5แฉกมีแต้มเหลืองส้มด้านใน กลีบดอก
พบตามพื้นที่โล่งชายป่าดงดิบตั้งแต่ระดับความสูง600-1,400เมตร


มณเฑียรระนอง/Torenia ranoagensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Torenia ranongensis T.Yamaz.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณเฑียรระนอง
ชื่อวงศ์---LINDERNIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย
เป็น ไม้ถิ่นเดียวลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอวบน้ำ ลำต้นตั้งตรง ตามลำต้นและกิ่งเป็นสันสี่เหลี่ยม ไม่มีขน ออกรากตามข้อ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ขอบใบจักฟันเลื่อย ไม่มีก้านใบ
ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ ก้านดอกยาว3.5ซม.เมื่อบานขนาด1.5ซม.ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก
สำรวจพบครั้งแรกที่อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-มีนาคม


มณเฑียรสยาม/Torenia siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Torenia siamensis T.Yamaz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณเฑียรสยาม แวววิไล
ชื่อวงศ์---LINDERNIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย
ไม้ ล้มลุกฤดูเดียว สูง20-60 ซม. พบครั้งแรกจากทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งด้านข้าง ลำต้นและกิ่งเป็นสันเหลี่ยม ไม่มีขน ไม่ออกรากตามข้อ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกแกมขอบขนาน ยาวประมาณ 3-5ซม.โคนใบมนกลม ตามเส้นแขนงใบที่อยู่ด้านล่างของใบมีขนยาว ขอบใบจักฟันเลื่อยไม่มีก้านใบ
ช่อ ดอกออกที่ปลายยอดมีดอกย่อย 2-6 ดอกขนาดดอกบาน 2 ซม.กลีบรองดอกโป่งพองคล้ายครีบ5ครีบ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายบานออกเป็นรูปปากแตร ปลายแยกเป็น 5กลีบทุกกลีบสีม่วงอ่อน บริเวณขอบสีม่วงเข้ม ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก
พบครั้งแรกจากทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-มีนาคม


มณีเทวา/Eriocaulon smitinandii


ชื่อวิทยาศาตร์---Eriocaulon smitinandii Moldenke
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มณีเทวา, กระดุมนายเต็ม, กระดุมเต็ม
ชื่อวงศ์---ERIOCAULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของไทย
ไม้ ล้มลุกเป็นกอขนาดเล็ก คล้ายหญ้าสูง0.20-0.60 เมตร ใบเดี่ยวขนาดเล็ก รูปแคบเรียวแหลม เรียงเวียนเป็นวงที่โคนต้น ดอกสีขาว ออกเป็นช่อตั้งจากโคนกอ สูง5-15ซม. ที่ปลายยอดเป็นก้อนกลม ขนาด0.3-0.6ซม. ประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กอัดกันแน่น ผลเป็นผลแห้งแก่แล้วไม่แตก
พบตามที่ลุ่มชื้นแฉะในที่โล่งหรือชายป่าโปร่ง ทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกันยายน-เดือนธันวาคม


ม่วงเชียงดาว/Thalictrum siamense


ชื่อวิทยาศาตร์---Thalictrum siamense T.shimizu
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ม่วงเชียงดาว
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวประเทศไทย
ไม้ ล้มลุกสูง20-30ซม.แตกใบมากบริเวณโคนต้น เรือนยอดโปร่งต้นสูงเพรียว ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น แผ่นใบรูปกลมหรือรูปหัวใจกว้าง1.5ซม.แผ่นใบบางโคนใบเว้า ขอบใบจักซี่ฟันห่างๆ
ช่อ ดอกแยกแขนงเกิดที่ปลายยอด ก้านช่อดอกเรียวยาวสีม่วงเข้ม ตั้งตรง ช่อดอกสูง25-30ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กเรียงเป็นกระจุกแน่นที่ปลายช่อ ดอกกว้างประมาณ1.5ซม. ไม่มีกลีบดอกกลีบเลี้ยงลักษณะคล้ายกลีบดอกสีชมพูอ่อนเมื่อดอกบานเต็มที่มัก หลุดร่วงไป เกสรเพศผู้จำนวนมากแผ่กางออกในแนวรัศมีคล้ายกลีบดอก สีขาวหรือสีขาวอมชมพู ก้านชูเกสรรูปแถบมีอับเรณูติดอยู่ตรงปลายสุด ตรงกลางดอกมีรังไข่สีเหลืองอ่อน ปลายสุดมีเกสรเพศเมียติดอยู่
เจริญตามซอกหินปูนที่มีเศษอินทรียวัตถุทับถม ตามที่โล่งแจ้งแสงแดดจัด ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1,600-1,900เมตร
เป็นพืชถิ่นเดียวของดอยเชียงดาว พบเฉพาะในประเทศไทย
ระยะออกดอก---เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม

ม่วงดวงดาว/Grewia caffra


ชื่อวิทยาศาตร์---Grewia caffra  Meisn.
ชื่อพ้อง---
---Grewia fruticetorum J.Drumm. ex Baker f.
---Vincentia caffra (Meisn.) Burret
---Vinticena caffra (Meisn.) Burret
ชื่อสามัญ---Purple Star Bush.
ชื่ออื่น---ม่วงดวงดาว
ชื่อวงศ์---TILIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกาใต้
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาใต้ -โมซัมบิก
ไม้ พุ่มไม่ผลัดใบสูง2-3 เมตร เปลือกต้นขรุขระแตกกิ่งก้านแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก ปลายใบแหลมโคนใบกลมหรือมน หลังใบเรียบ ท้องใบสาก ขอบใบจักฟันเลื่อย หูใบรูปแถบยาว ปลายเรียวแหลม
ดอก สีม่วงออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกย่อย 1-3 ดอก กลีบเลี้ยงแยก 5 กลีบ ด้านนอกมีขนปกคลุมสีม่วงอ่อนปนเขียว ด้านในเกลี้ยงสีม่วง กลีบดอกแยก5กลีบ โคนเป็นกระพุ้ง
ผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปรี สีเหลืองมีขนประปราย มี1-2เมล็ด ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง เจริญเติบโตเร็ว แข็งแรง


ม่วงทักษิณ/Rennellia speciosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Rennellia speciosa (Wall. ex Kurz) Hook.f.
ชื่อพ้อง---Morinda speciosa Wall. ex Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ม่วงทักษิณ ท่อมหมูเขา เพิ่มบก
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย มาเลเซีย
ไม้ พุ่มสูง1-2เมตร ในธรรมชาติพบในป่าดิบชื้นระดับพื้นราบของภาคใต้ตอนกลาง ลักษณะเปลือกต้นหนาสีเทาอมขาว ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน บางต้นจะมีกิ่งยอดเพียงยอดเดียว ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี ยาว8-12ซม. ผิวใบสีเขียวเข้มทั้งสองด้าน ช่อดอกออกที่ปลายยอดเป็นกระจุกกลม ขนาด4-6ซม.สีขาวอมม่วง มีดอกย่อย10-35ดอก กลีบดอกมี4กลีบ บานโค้งลงหาโคนดอก
ผลกลมขนาด1ซม.เปลือกหนา เมื่อแก่สีดำ
ช่อดอกทยอยบาน ดอกบานได้2วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวันและโชยไปไกล
ระยะออก ดอก---ตลอดปี แต่ดกในช่วงฤดูแล้ง
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีรากน้อยมาก เมื่อขุดล้อมมาปลูกมักตาย


ม่วงภูคำ/Eranthemum tetragonum


ชื่อวิทยาศาตร์--- Eranthemum tetragonum Wall. ex Nees
ชื่อพ้อง---Daedalacanthus tetragonus (Wall. ex Nees) T.Anderson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ม่วงภูคำ จ๊าฮ่อม
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปเอเซีย
ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1เมตร กิ่งก้านเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบรูปหอกแคบ ยาว7-12ซม. กว้าง1.5-2.5ซม. ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นหลอดสั้นๆสีม่วงปลายแยกเป็น5กลีบ รูปทรงค่อนข้างกลม
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันตก ที่ความสูงระดับ 800-1,000 เมตร เช่นที่อุทยานแห่งชาติเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กันยายน

มหาก่าน/Linostoma decandrum


ชื่อวิทยาศาตร์---Linostoma decandrum (Roxb) Wall. ex Meissn.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- มหาก่าน แฮนซามแจ๊ด Mahaakaan
ชื่อวงศ์---THYMELAECEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ พุ่มแกมเถา สูงได้ถึง 5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่แกมวงรี ก้านใบสีแดง ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว กลีบเลี้ยงสีน้ำตาลแดง ใบประดับมีลักษณะคล้ายใบ สีเหลืองแกมเขียว
ผลสดรูปไข่มีใบประดับย่อยติดอยู่
ยาพื้นบ้านใช้ต้นฝนน้ำ 3ครั้ง กินเป็นยาถ่าย (ห้ามฝนเกิน3ครั้ง จะถ่ายมากเกินไป)


มะต่อมเสื้อ/Sphaeranthus senegalensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Sphaeranthus senegalensis DC.
ชื่อพ้อง---
---Sphaeranthus gazaensis Bremek.    
---Sphaeranthus lecomteanus O.Hoffm. & Muschl.    
---Sphaeranthus polycephalus
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะต่อมเสื้อ หญ้าขี้ควาย ผักแล้งคลอง แมงหมี่ แมงหวีด
ชื่อวงศ์--- COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซีย ออสเตรเลีย
ไม้ ล้มลุกทุกส่วนมีขนปกคลุมสูง20-50เซนติเมตร มีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงสลับขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกช่อแบบช่อกระจุกแน่น รูปทรงกลมถึงรี ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยก5แฉกสีม่วงเข้ม ผลแห้งไม่แตกมี1เมล็ด
ตำรายาพื้นบ้านอีสานใช้ ทั้งต้นผสมต้นกระต่ายจามทั้งต้นต้มน้ำอาบบำรุงประสาท


มะแหลบ/Peucedanum dhana


ชื่อวิทยาศาตร์---Peucedanum dhana Buch.-Ham. ex C. B. Clarke
ชื่อพ้อง---Peucedanum dhana Buch.-Ham.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- มะแหลบ หมักแหลบ
ชื่อวงศ์--- APIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
    พบในพื้นที่โล่งดินทรายตามป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 600-2,000 เมตรขึ้นไป มักพบบนดอยทางภาคเหนือ ลักษณะรากเป็นหัวยาวอยู่ใต้ดินขนานกับพื้น ลำต้นเป็นสันเหลี่ยมตั้งตรง  สูงได้ถึง1.5เมตรใบประกอบแบบขนนกแบบมี3ใบย่อยหรือแยก3แฉก ใบย่อยรูปไข่แกมรี ยาว3-7ซม.ก้านใบยาว ขอบใบจัก ปลายใบแหลมมีกลิ่นคล้ายผักชี
ดอกเป็นดอกช่อแบบช่อซี่ร่ม อยู่ปลายยอด แตกแขนงเป็นช่อย่อยหลายช่อ แต่ละช่อกว้าง3-10ซม. ก้านช่อดอกทรงกระบอกยาว 2.5-10 ซม ชูดอกย่อยอยู่ในระดับเดียวกันดอกย่อยมี จำนวนมากขนาดเล็กสีขาวจนถึงเหลืองอ่อนอมเขียว กลีบดอกรูปไข่กลับปลายเว้าเป็น2แฉก
ผลเมื่อแก่แห้งแล้วแตก สีน้ำตาล  
มะแหลบเป็นไม้ทรงคุณค่าสำหรับชาวเหนือ เพราะเมล็ดมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สามารถนำไปเป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร นิยมใส่ในลาบ น้ำพริกอ่อง ส่วนในประเทศอินเดียกินรากที่มีหัวเชื่อว่าเป็นยาสมุนไพร บำรุงกำลัง แก้ไข้ได้
ระยะออกดอก---เดือนธันวามคม-กุมภาพันธ์

มังเคร่ช้าง/Melastoma sanguineum


ชื่อวิทยาศาตร์---Melastoma sanguineum Sims
ชื่อพ้อง---
---Melastoma decemfidum Roxb.
---Melastoma dendrisetosum C.Chen
ชื่อสามัญ---Red melastome, Fox-tongued melastoma
ชื่ออื่น---มังเคร่ช้าง มังเคร่ขน โคลงเคลงช้าง เมรีช้าง
ชื่อวงศ์---MELASTOMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ พม่า ไทย กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ไม้ พุ่มสูง 1-3 เมตรใบเดี่ยวรูปหอก กว้าง 2.5-4.5ซม.ยาว8-20ซม. โคนใบกลมปลายใบมีติ่งแหลมสั้นๆ ดอกสีม่วงอมชมพูออกเป็นดอกเดี่ยวหรือช่ิอขนาดเล็ก2-3ดอก เกสรตัวผู้ 10 อัน เกสรวงนอกมีอับเรณูสีม่วงยาว 12-15มม เกสรวงในมีอับเรณูสีชมพูหรือสีเหลืองยาว 1.1 ซมพบตามริมลำธารหรือพื้นที่โล่งชายป่าดงดิบทั่วไป จากที่ราบจนถึงระดับความสูง1,500เมตร


ม้าสามต่อน/Asparagus filicinus


ชื่อวิทยาศาตร์---Asparagus filicinus Buch.-Ham. ex D.Don
ชื่อพ้อง---
---Asparagus qinghaiensis Y.Wan
---Protasparagus filicinus (Buch.-Ham. ex D.Don) Kamble
ชื่อสามัญ---Fern Asparagus
ชื่ออื่น---ม้าสามต่อน ม้าสามต๋อน พอควายมี
ชื่อวงศ์---LILACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ตั้งแต่อินเดียถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ พุ่มสูง30-45ซม.กึ่งไม้เถา พบ เจิญเติบโตตามซอกหิน ที่โล่งแจ้งของเขาหินปูน หรือตามภูเขาสูงบริเวณที่แสงแดดส่องถึง ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง300-1,000เมตร เป็นพืชหายาก ลักษณะมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นบนดินเลื้อยพันแตกกิ่งจำนวนมาก ตามกิ่งมีครีบเป็นเส้นนูนยาว แผ่นใบลดรูปเป็นเส้นสีเขียวรูปเคียว ออกเป็นวงรอบข้อ 3-5ใบไม่มีก้นใบ มีหูใบเป็นติ่งสีน้ำตาลสั้น
ดอกออกเป็นช่อซี่ร่มหรือออกเดี่ยวๆตามซอกกิ่ง ดอกรูปถ้วยขนาด3มม.ผลเป็นผลสดรูปค่อนข้างกลม หยักเป็น3พูเมื่อผลสุกเป็นสีแสด ผิวเรียบขนาด2-3มม.
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม


ระย่อมหลวง/Rauvolfia cambodiana


ชื่อวิทยาศาตร์---Rauvolfia cambodiana Pierre ex Pit.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ระย่อม ระย่อมหลวง ขะย่อมตีนหมา ขะย่อมหลวง ระย่อมใหญ่
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย เวียตนาม ลาว กัมพูชา


 ไม้ พุ่มสูง 1-1.5เมตร ในประเทศไทยพบแทบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ความสูงถึงประมาณ 800 เมตร  ลักษณะมียางขาว ใบเดี่ยวเรียงรอบข้อ ข้อละ3ใบ เป็นรูปขอบขนานหรือรูปหอกกลับ ขนาดกว้าง5-10ซม.ยาว12-30ซม. ปลายใบและโคนใบจะเรียวแหลม หรืออาจจะเป็นหางยาว ส่วนตรงปลายสุดนั้นจะแหลม
ดอก ช่อออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ยาวประมาณ5-10ซม.ก้านดอกมีความยาว1-5ซมก้านดอกยาว4-6มม. กลีบดอกมี5กลีบ รูปไข่ปลายมน กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง ผลสดเป็นผลแฝดไม่ติดกัน มีน้ำมาก ผลอ่อนจะมีสีเขียว ผลแก่สีเลือดหมู ภายในมีเมล็ดเดียว ตำรายาพื้นบ้านรากใช้แก้ไข้ และเป็นยาบำรุงประสาท

รักในสายหมอก/Nigella damascena


ชื่อวิทยาศาตร์---Nigella damascena
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Love in the mist, Devil in the bush
ชื่ออื่น---รักในสายหมอก
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


ไม้ พุ่มขนาดเล็กอายุไม่ยืนสูง30-60ซม. ใบเป็นแฉกรูปแถบแบบขนนก ใบประดับเป็นเส้นเล็กเรียวออก ดอกออกเดี่ยวๆที่ปลายยอด ขนาด3-4ซม.กลีบเลี้ยง5กลีบคล้ายกลีบดอก มีสีม่วง ขาว และฟ้า
ชื่ออื่นที่เรียกกัน คือ เลิฟอินเดอะมิสต์ และปีศาจในพุ่มไม้ จะเรียกตามความโรแมนติคหรือจะเรียกแบบดุดันได้ตามอัธยาศัย  เป็นไม้ ดอกเมืองหนาวที่สวยงามน่ารัก


ลูกพรวนหมา/Pycnospora lutescens


ชื่อวิทยาศาตร์---Pycnospora lutescens (Poir.) Schindl.
ชื่อพ้อง---Basionym: Hedysarum lutescens Poir.
---Crotalaria nervosa Graham    
---Crotalaria tappenbeckiana K.Schum. & Lauterb.    
---Desmodium viride Vogel    
---Indigofera desmodioides Benth.        
---Phyllodium lutescens (Poir.) Desv.    
---Pycnospora hedysaroides Wight & Arn.    
---Pycnospora nervosa Wight & Arn.    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ลูกพรวนหมา
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปแอฟริกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้และนิวกินี


ไม้ล้มลุกต้นสูงประมาณ 1 เมตร พบขึ้นตามทุ่งหญ้าและที่เปิดโล่งของป่าผลัดใบ ลักษณะใบเป็น ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ รูปไข่กลับ กว้าง 0.7-1.8ซม. ยาว1-2.5ซม.ปลายใบมน ฐานใบเว้ารูปหัวใจ
ดอกสีม่วงแกมชมพู ออกเป็นช่อจากปลายกิ่ง ยาวถึง 10 ซม. ดอกย่อยรูปดอกถั่วขนาด0.7ซม. กลีบรองดอกปลายแยก 5แฉก กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนแผ่กว้างเกือบกลม มีหยักเว้าเล็กน้อย เกสรผู้ 10 อัน รังไข่มีขนปกคลุม ผลเป็นฝักรูปรี กว้าง0.6ซม.ยาว1.3ซม.มีขนสั้นปกคลุม แก่แล้วแตกด้านข้าง เมล็ดมีขนาดเล็ก 8-10เมล็ด
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

โลดทะนง/Trigonostemon reidioides


ชื่อวิทยาศาตร์---Trigonostemon reidioides  ( Kurz) Craib
ชื่อพ้อง---Baliospermum reidioides Kurz
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โลดทะนง รักทะนง นางแซง โลดทะนงแดง ทะนงแดง
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่าไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม


 ไม้ พุ่มเล็กสูงราว0.5-1เมตร ลำต้นเรียวเล็ก ขึ้นเป็นกอ ทุกส่วนของต้นมีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง2-4ซม.ยาว7-12ซม.ผิวใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ ดอกออกแบบช่อกระจะสีขาวถึงม่วงเข้มมี5กลีบออกเป็นช่อตามซอกใบและตามกิ่งก้าน ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้นเดียวกัน ผลกลมมีสีน้ำตาลเทารูปค่อนข้างกลม มีขนสั้นนุ่มปกคลุมหนาแน่น แบ่งเป็น 3 พูชัดเจน ผลแห้งแล้วแตกได้ เมล็ด รูปค่อนข้างกลมหรือรูปไข่แกมสามเหลี่ยม ผิวเรียบ
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เจริญงอกงามในฤดูฝน พบถึงฤดูแล้งต้นมักตายแล้วเกิดหน่อใหม่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน พบตามป่าเบญจพรรณแล้ง
สรรพคุณทางสมุนไพรที่โดดเด่น  ฝนกับน้ำมะนาวหรือสุรารับประทานแก้พิษงู และสัตว์มีพิษได้ทุกชนิด ฝนกับน้ำทาแก้ฟกช้ำ เคล็ดยอกบวม


วนารมย์/Campylotropis sulcata


ชื่อวิทยาศาตร์---Campylotropis sulcata Schindl.
ชื่อพ้อง---
---Campylotropis purpurascens Ricker
---Lespedeza sulcata Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตอบอุ่นของโลกซึ่งมีอากาศค่อนข้างเย็นเช่น ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และกระจายลงมาถึงทางใต้ของทวีปเอเซีย


ไม้ พุ่มเตี้ย ลำต้นแตกกอสูง1-2เมตร มักพบในป่าเบญจพรรณและป่าสน บริเวณทุ่งหญ้ากลางแจ้งที่ชุ่มชื้น ดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี
ลักษณะ ใบและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ดอกแบบดอกถั่วออกเป็นช่อตั้งที่ปลายกิ่งสีม่วงอมชมพู กลีบดอก5กลีบรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ดอกในช่อจะทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ เวลาดอกบานทั้งช่อจะสวยงามมาก
ในประเทศไทยพบเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ตุลาคม

ว่านดอกดินขาว/Balanophora latisepala


ชื่อวิทยาศาตร์---Balanophora latisepala (Tiegh.) Lecomte.
ชื่อพ้อง---
---Balanophora truncata Ridley
---Balanophora thorelii Lecomte
---Balanophora sphaerica (Tiegh.) Lec.
---Balanophora fasciculata (Tiegh.) Lec.
---Balaniella sphaerica Tiegh.
---Balaniella latisepala Van Tiegh.
---Balaniella fasciculata Tiegh.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ว่านดอกดินขาว กากหมาก โหราเท้าสุนัข
ชื่อวงศ์---BALANOPHORACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย บอร์เนียว


เป็น พืชล้มลุกประเภทพืชเบียนเกาะอาศัยแย่งอาหารจากรากพืชชนิดอื่น ดูดกินน้ำเลี้ยงและธาตุอาหารจากรากพืชที่เป็นไม้ต้น  ลักษณะคล้ายกับขนุนดินแต่มีสีอ่อนและขนาดเล็กกว่า สูง6-8ซม. ลำต้นเป็นก้อนขรุขระใต้ดินขนาด2-3ซม. ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียวขนาดเล็กออกตรงข้าม3-6คู่
ดอก ออกเป็นช่อสีเหลืองอ่อน เพศผู้และเพศเมียอยู่แยกต้นกันใช้กลิ่นช่วยล่อแมลงมาผสมพันธุ์ โดยช่อแก่จะส่งก้านขึ้นเหนือผิวดินเป็นกลุ่มหรือเป็นกระจุก อาจ มีมากกว่า10ดอก ช่อดอกเพศผู้เป็นแกนยาว กว้าง2-6ซม.ยาว3-10ซม.กาบรองดอกรูปลิ่มหรือเกือบสี่เหลี่ยม ดอกมีจำนวนมาก กลีบดอก4-5กลีบสีครีมขนาดเล็กมาก เกสรผู้4-5อันเชื่อมติดกันเป็นก้อนแบนแคบๆ ตุ่มเกสรรูปเกือกม้า ช่อดอกเพศเมียรูปรี หรือรูปไข่กลับ สีน้ำตาลถึงน้ำตาลอมแดงกว้าง1-4ซม.ยาว1-6ซม. ดอกเล็กละเอียดจำนวนมาก
ประเทศ ไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึง1,800เมตร พบตามป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ชอบร่มเงาและความชื้นสูง
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์


ว่านดอกสามสี/Christisonia siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Christisonia siamensis Craib.
ชื่อพ้อง---Aeginetia siamensis (Craib) Livera
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ว่านดอกสามสี  ดอกดิน เอื้องดิน ว่านหญ้าแฝก
ชื่อวงศ์---OROBANCHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวประเทศไทย


             เป็นพืชเบียน  ลำต้นอยู่ใต้ดินขนาดเล็กอาศัยบนรากพืชชนิดอื่น ทุกส่วนไม่มีสีเขียว สูง3-5ซม.พบเฉพาะช่วงออกดอก  
ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกที่ปลายสุดของลำต้น ดอกสีม่วงแกมชมพู เป็นกระเปาะใหญ่ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ส่วนโคนด้านในหลอดกลีบมีสีนวลหรือเหลือง ปลายกลีบสีม่วงเข้มเกสรเพศผู้4อัน ยาว2อันสั้น2อัน ผลเป็นฝักเมื่อแก่แตก มีเมล็ดจำนวนมาก
เป็นพืชถิ่นเดียวที่พบเฉพาะในประเทศไทย พบตามทุ่งหญ้าและป่าผลัดใบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ตั้งแต่ระดับความสูง500-1,000เมตรจากระดับน้ำทะเล
ระยะออกดอก---เดือนกรกฏาคม-ตุลาคม

ว่านหัวสืบน้อย/Disporum cantoniense


ชื่อวิทยาศาตร์---Disporum cantoniense (Lour.) Merr.
ชื่อพ้อง---Fritillaria cantoniensis Lour.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ว่านหัวสืบน้อย
ชื่อวงศ์---COLCHICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ เมลเซีย
ไม้ ล้มลุก อายุหลายปี มีหัวใต้ดิน สูง0.5-1.5เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกหรือแกมรูปไข่ กว้าง1-5ซม.ยาว5-12ซม. ปลายใบเรียวแหลมโคนใบสอบกว้างขอบใบเรียบเส้นใบขนานกัน แตกจากโคนใบ ก้านใบสั้น
ดอกสีม่วงแดงออกเป็นช่อ ช่อดอกห้อยลง ดอกย่อยรูประฆัง มี4-10ดอก กลีบดอก6กลีบ ผลเป็นผลสดค่อนข้างกลมเมื่อแก่สีม่วงดำ เมล็ดมี2-5เมล็ด
ประเทศ ไทยพบบริเวณป่าดิบเขาและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ที่ระดับความสูง 700-2,300เมตร ดอกสวยงามเป็นไม้ประดับได้ดี
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม

ว่านหาวนอน/Kaempferia rotunda


ชื่อวิทยาศาตร์---Kaempferia rotunda L.
ชื่อพ้อง---
---Kaempferia bhucampac Jones
---Zerumbet zeylanica Garsault
---Kaempferia longa Jacq.
---Kaempferia versicolor Salisb.
ชื่อสามัญ--- Indian crocus, Peacock ginger, Round-rooted galangale.
ชื่ออื่น---ว่านหาวนอน ว่านดอกดิน ว่านนอนหลับ ว่านส้ม ว่านตูบหมูบ
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ อินโดจีน ชวา มาเลเซีย คอสตาริกา


ไม้ ล้มลุกมีเหง้า สูง20-30ซม ใบเดี่ยวตั้งตรง ผิวใบด้านบนเกลี้ยงด้านล่างสีม่วงดำ มีขน ดอกสีม่วงอ่อนปนสีขาว ออกเป็นช่อสั้นจากเหง้าใต้ดิน ก่อนแทงใบ  พบบนภูเขาหินปูน ทุ่งหญ้าเปิดหรือพื้นที่เปิดโล่งของป่าผลัดใบผสม และป่าดิบเขาที่ระดับความสูง200-1,300เมตร


วิรุญจำบัง/Neohymenopogon parasiticus


ชื่อวิทยาศาตร์---Neohymenopogon parasiticus (Wall.)Bennet
ชื่อพ้อง---
---Hymenopogon parasiticus Wall.
---Mussaenda cuneifolia D.Don
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---วิรุญจำบัง, โพอาศัย, โพวาไหสยี
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ภูฏาน เนปาล พม่า ไทย จีนตอนใต้ และเวียดนามตอนบน


ไม้ พุ่มขนาดความสูง1เมตร ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน รูปรีถึงรูปไข่แกมรี กว้าง2-4ซม.ยาว5-8ซม.ปลายใบแหลม ด้านล่างเห็นเส้นใบชัดเจน
ดอก สีขาว สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ประกอบด้วยช่อกระจุก2-5ช่อ ยาว5-10ซม. แต่ละช่อมีดอกย่อย มีใบประดับสีขาว หรือขาวแกมชมพูอ่อนรองรับ รูปรี กว้าง1.5-2ซม.ยาว5ซม.กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยก5กลีบด้านนอกมีขน นุ่ม กลีบดอกเป็นหลอดยาว2.8-4ซม.ส่วนปลายแผ่เป็น5กลีบรูปไข่ด้นในมีขนนุ่ม เกสรผู้5อัน ก้านชูสั้น อยู่บริเวณปากหลอดกลีบดอก ก้านเกสรเมียยาวปลายแยกเป็น2แฉก ผลยาว2ซม.เมื่อแก่แล้วแตก มีขนปกคลุม และมีปีกที่ปลายทั้ง2ด้าน
ใน ประเทศไทยพบตามภูเขาสูงทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือบนก้อนหิน เป็นพืชที่ชอบอากาศเย็น ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกันยายน-เดือนธันวาคม


เศวตสุรีย์/Daphne sureil


ชื่อวิทยาศาตร์---Daphne sureil W.W.Sm. & Cave
ชื่อพ้อง---Daphne shillong Banerji    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เศวตสุรีย์ ไก่แก้ว
ชื่อวงศ์---THYMELAEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน บังคลาเทศ ภูฎาน


ไม้ พุ่มสูง 1-4 เมตรใบเดี่ยวรูปรีหรือขอบขนาน กว้าง1.5-5ซม.ยาว6-20ซม.โคนใบสอบเรียวปลายใบแหลมขอบใบเรียบแผ่นใบหนาคล้าย หนัง ผิวเกลี้ยง ก้านใบยาว0.5-1ซม.  
ดอก สีขาวมีกลิ่นหอมออกเป็นกลุ่มที่ปลายยอดกลีบรองดอก4กลีบโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว1-1.5ซม กลีบดอกลดรูป เกสรตัวผู้ 8 อันเรียงเป็นวงในหลอด ผลเป็นผลสดรูปกลมรี ขนาด0.8-1.1ซม.แก่แล้วสีแดง
พบตามป่าดิบเขาทางภาคเหนือที่ระดับความสูง1,200-2,200เมตร


สตรอเบอรี่ป่า/Duchesnea indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Duchesnea indica (Andr.) Focke
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Potentilla indica (Andrews) T.Wolf
ชื่อสามัญ---Mock strawberry, Indian strawberry,  False strawberry
ชื่ออื่น---สตรอเบอรี่ป่า ยาเย็น
ชื่อวงศ์---ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้


ไม้ ล้มลุกลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน สูง8-12ซม. ใบเป็นใบประกอบแบบมีใบย่อย3ใบ รูปไข่กลับ กว้าง1-2.5ซม.ยาว1-3.5ซม. แผ่นใบมีขนทั้งสองด้าน
ดอกออกเดี่ยวตามข้อสีเหลือง ผลเป็นผลสด ผลแก่สีแดงอมส้มมีกลีบรองดอกและกลีบประดับติดคงทน ผลรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ตามที่เปิดบนภูเขาที่ระดับความสูง700-2300เมตร
ระยะออกดอกติดผล---ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม

ส้มสันดาน/Hibiscus hispidissimus


ชื่อวิทยาศาตร์---Hibiscus hispidissimus Griff
ชื่อพ้อง---
---Hibiscus aculeatus Roxb.
---Hibiscus furcatus Roxb. ex DC.
---Hibiscus surattensis var. furcatus (Willd.) Hochr.
ชื่อสามัญ---Wild Hibiscus, Comfort root
ชื่ออื่น---ส้มสันดาน
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


ไม้ พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 1เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีขนหนามแหลม ใบเดี่ยวรูปไข่แกมรูปหอก กว้าง3-5ซม.ยาว4-6ซม.แผ่นใบเว้าลึก3-5พู ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ผิวใบมีขนสากคาย
ดอกสีเหลือง ออกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกบานกว้าง 3- 4ซม. ริ้วประดับ 10 กลีบ ตรงกลางกลีบมีรยางค์เป็นเส้นตั้งขึ้น กลีบรองดอก 5กลีบ รูปไข่กลับ ปลายกลีบมนกลม โคนกลีบเชื่อมกัน ใจกลางดอกเป็นแต้มสีแดงเข้ม เกสรผู้จำนวนมาก ปลายเกสรเมียแยกเป็น 5 แฉก
ผลรูปกระสวย เมื่อแก่แล้วแตกตามยาว เมล็ดรูปไต ขนาดเล็กจำนวนมาก
พบบริเวณเขตร้อนของทวีปเอเซียและแอฟริกา ประเทศไทยพบตามพื้นที่เปิดโล่งหรือชายป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง 100-600เมตร
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน


สร้อยทองทราย/Polycarpaea corymbosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Polycarpaea corymbosa (L.) Lam
ชื่อพ้อง---
---Achyranthes corymbosa L.
---Celosia corymbosa (L.) Retz.
---Hagaea aristata Sw.
---Illecebrum subulatum Pers.
---Lahaya corymbosa (L.) Roem. & Schult.
---Lahaya spadicea (Willd.) Roem. & Schult.
---Mollia aristata Ait.
---Mollia corymbosa (L.) Willd.
---Mollia spadicea Willd.
---Paronychia subulata DC.
---Polium arenarium (Lour.) Stokes
---Polycarpa breviflora (Gand.) Kuntze
---Polycarpa corymbosa (L.) Kuntze
---Polycarpaea breviflora Gand.
---Polycarpaea densiflora Wall.
---Polycarpaea fallax J. Gay ex Oliver
---Polycarpaea humifusa J. Gay ex Oliver
---Polycarpaea indica Lam.
ชื่อสามัญ---Old Man's Cap, Oldman's Cap
ชื่ออื่น---สร้อยทองทราย หญ้าปุยขาว ชีป่า สิตถีน้อย
ชื่อวงศ์---CARYOPHYLLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อเมริกากลาง เอเซียตะวันออกเฉัยงใต้ ออสเตรเลีย


ไม้ล้มลุกสูง 40ซม.ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นกระจุกรูปแถบกว้าง1-2 มม. ยาว0.5-2ซม.ปลายใบแหลม
ดอกช่อออกที่ปลายยอด มีใบประดับบางและแห้ง ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกขนาดเล็กมาก ผลแห้งแตก เล็ดรูปไต
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ

สร้อยทับทิม/Persicaria barbata (L.) H.Hara


ชื่อวิทยาศาตร์---Persicaria barbata (L.) H.Hara
ชื่อพ้อง---
---Persicaria omerostroma (Ohki) Sasaki
---Polygonum barbatum L.
---Polygonum kotoshoense Ohki
---Polygonum omerostromum Ohki
ชื่อสามัญ---Joint Weed
ชื่ออื่น---สร้อยทับทิม ผักไผ่น้ำ ผักแพรวกระต่าย
ชื่อวงศ์---POLYGONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อนุทวีปอินเดีย พม่า ไทย เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกินี ฟิลิปปินส์
พืชล้มลุก มีอายุอยู่ได้หลายฤดู พบขึ้นบริเวณริมน้ำ ริมคลอง หรือในที่น้ำท่วมขังตื้น ๆ ในประเทศไทยพบขึ้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ลักษณะ ลำต้นมีขนตั้งตรง เห็นข้อปล้อง สุงประมาณ40-80 ซม. ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ  รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลมขอบใบเรียบมีขนที่ริมใบและเส้นกลางใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 ซม. และยาวประมาณ 8-15 ซม. ผิวใบทั้งสองด้านมีขนขึ้นปกคลุม  ก้านใบสั้นมีกาบใบแผ่เป็นแผ่นบางหุ้มรอบลำต้น ทำให้บริเวณข้อโป่งพอออก
ออกดอกเป็นช่อชาวตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยมีจำนวนมาก กลีบดอกเป็นสีขาวหรือสีม่วงแกมชมพู  ผลเป็นผลแห้งไม่แตก
ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด
ชาวเขาเผ่าแม้วจะใช้ใบสร้อยทับทิม นำมาตำคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย
ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ใบสร้อยทับทิมสด ผสมกับยาเส้น คั้นเอาน้ำทารักษาเกลื้อน เรื้อน และอาการคัน
ขยายพันธุ์---ด้วยวิธีการปักชำลำต้น

สร้อยสุวรรณา/Utricularia bifida


ชื่อวิทยาศาตร์---Utricularia bifida L.
ชื่อพ้อง---
---Utricularia biflora Hayata.
---Utricularia brevicaulis Benj.
---Utricularia recurva Lour.
ชื่อสามัญ---Bladderwort, Bifid Bladderwort
ชื่ออื่น---สร้อยสุวรรณา หญ้าสีทอง เหลืองพิศมร สาหร่ายดอกเหลือง
ชื่อวงศ์---LENTIBULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย
พืช ล้มลุกกินแมลงขึ้นเป็นกอเล็ก สูง10-15ซม. ใบเดี่ยวขนาดเล็กเรียงเวียนรอบโคนต้น มีอวัยวะจับแมลงเกิดตามข้อของไหลหรือบนใบ รูปกลมขนาดเล็กมีก้านชูสั้นๆ
ดอก สีเหลืองออกจากโคนกอเป็นช่อตั้ง มีดอกย่อย2-6ดอก ขนาด 6-10 มม.กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบบนมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของกลีบอื่น ปลายมนรูปไข่กลับ บริเวณโคนมีเส้นสีแดงเข้มตามยาว กลีบล่างมนกลมหรือแยกเป็นสองพู ตรงกลางกลีบเป็นถุงรูปจงอยโค้งไปด้านหลัง เกสรผู้2อันติดอยู่บนหลอดกลีบดอก ผลแบนรูปรีแกมรูปไข่ เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบขึ้นตามที่โล่งแฉะ
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนธันวาคม ช่วงออกดอกจะทิ้งใบหมด


สรัสจันทร/Burmannia coelestris


ชื่อวิทยาศาตร์---Burmannia coelestris D.Don
ชื่อพ้อง---
---Burmannia azurea Griff.
---Burmannia bifurca Ham. ex Hook.f.
---Burmannia borneensis Gand.
---Burmannia candida var. caerulea Hook.f. ex F.N.Williams
---Burmannia javanica Blume
---Burmannia malaccensis Gand.
---Burmannia selebica Becc.
---Burmannia triflora Roxb.
---Burmannia uniflora Rottler ex Spreng.
---Cryptonema malaccensis Turcz.
---Nephrocoelium malaccensis (Turcz.) Turcz.
ชื่อสามัญ--- Indian Bluethread
ชื่ออื่น---สรัสจันทร ดอกดิน หญ้าหนวดเสือ
ชื่อวงศ์---BURMANNIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกินี ออสเตรเลีย
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็ก สูง10-30ซม.พบบริเวณทุ่งหญ้าเปิด ชายป่าโปร่ง ตามพื้นที่ชุ่มน้ำและที่แฉะตื้นๆ ลำต้นเล็กเรียวเป็นแกนบอบบาง ใบเดี่ยวสีเขียวซีด ยาวประมาณ 1-1.5ซม.ออกเป็นกระจุกที่โคนต้น ตามข้อส่วนบนของแกน มีใบเกล็ดขนาดเล็ก 2-3ใบ ดอกสีชมพูถึงสีม่วงอ่อนอมฟ้า ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด  มี1-3ดอก ดอกย่อยรูปรีมี3ครีบ ที่ปลายยอดมีสีเหลืองหรือครีม
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนธันวาคม


สะเดาดิน/ Lobelia alsinoides


ชื่อวิทยาศาตร์---Lobelia alsinoides Lam.
ชื่อพ้อง---
---Lobelia dopaprioides S.Kurz
---Lobelia griffithii Hook.f. and Thomson
---Lobelia stipularis Roth
---Lobelia trigona Roxb.
---Lobelia microcarpa C.B. Clarke
---Lobelia terminalis C.B. Clarke
ชื่อสามัญ---Chickweed Lobelia.
ชื่ออื่น---สะเดาดิน
ชื่อวงศ์---LOBELIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ อินเดีย ภูฏาน เนปาล ศรีลังกา จีน อินโดจีน ฟิลิปปินส์
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กสูง 10-50เซนติเมตร พบตามทุ่งหญ้า ทุ่งนา ดินปนทรายบริเวณที่ชุ่มชื้น ตั้งแต่พื้นราบไปจนถึงบนดอยสูงทางภาคเหนือ ใบรูปแถบหรือรูปไข่ ขนาดกว้าง1-1.5ซม.ยาว1.5-2.5ซม.ออกเรียงสลับขอบใบจักฟันเลื่อย
ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ก้านดอกยาว2-4ซม.กลีบเลี้ยง5กลีลเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลมสีแดง ดอกสีม่วงหรือฟ้าอมม่วง โคนกลีบดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก ด้านล่าง3แฉกมีแต้มสีขาว ส่วนด้านบน2แฉกเชื่อมติดกัน ตรงกลางหยักเว้า ผลมีเนื้อนุ่มขนาดเล็ก
ระยะออกดอกผล---สิงหาคม-ตุลาคม


สัตฤาษี/Paris polyphylla


ชื่อวิทยาศาตร์---Paris polyphylla Sm.
ชื่อพ้อง---
---Daiswa polyphylla (Sm.) Raf.    
---Paris biondii Pamp.    
---Paris daiswus Buch.-Ham. ex D.Don [Invalid]    
---Paris debeauxii H.Lév.    
---Paris kwantungensis R.H.Miao
---Paris taitungensis S.S.Ying
---many more
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สัตฤาษี  ตีนนกฮุ้ง
ชื่อวงศ์---TRILLACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย ตะวันตกของจีน ตอนเหนือของพม่าและภาคเหนือของไทย
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มักขึ้นอยู่ตามพื้นป่าดงดิบที่มีความชื้นสูงหรือตามซอกของโขดหินปูนที่มีร่มเงา ที่ระดับความสูง700-1,600เมตร
ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ลำต้นเทียมสูงได้ถึง50ซม. ใบเดี่ยวออกเป็นวงรอบข้อมีใบ4-9ใบ แผ่นใบรูปใบหอก หรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว10.5-16.5ซม.กว้าง2.5-5.5ซม. มีใบประดับ4-6ใบยาว5-10ซม.
ดอก เดี่ยวเกิดที่ปลาย กลีบรวมวงนอกมีรูปร่างสีสันคล้ายแผ่นใบ ขนาดกว้าง1.3-3.3ซม.ยาว5-10ซม. มีเส้นคล้ายเส้นใบแบบร่างแห ส่วนกลีบรวมที่อยู่วงในมีขนาดสั้นกว่า สีเหลืองหรือสีเขียวอมเหลือง เกสรเพศผู้จำนวน20-22อัน ก้านเกสรเพศผู้แบน อับเรณูรูปแถบสีเขียวอ่อนมีร่องแตกตามยาว ยอดเกสรเพศเมีย6อันสีเหลืองสั้นอยู่ตรงกึ่งกลางดอก ผลแห้งแล้วแตก รูปเกือบกลมขนาด2.5ซม.มีช่องเปิด4-5ช่อง ภายในมีเมล็ดจำนวนมากสีแดงสด
ประเทศไทยพบตามภูเขาสูงทางภาคเหนือ เช่น ดอยอ่างขาง ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดอยภูแว จังหวัดน่านเป็นต้น
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-พฤษภาคม


สางเขียว/Cautleya gracilis


ชื่อวิทยาศาตร์---Cautleya gracilis (Sm.) Dandy
ชื่อพ้อง---
---Roscoea gracilis Sm.
---Cautleya cathcartii Baker
---Cautleya lutea (Royle) Hook.f.
---Roscoea lutea Royle
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สางเขียว
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตอบอุ่นแถบเชิงเขาหิมาลัย อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม
 ไม้ล้มลุกวงศ์ขิง ข่า ขึ้นอิงอาศัยบนไม้อื่น หรือบนก้อนหิน ประเทศไทยพบบนภูเขาสูงที่อากาศหนาวเย็นตลอดปีเช่น ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว ดอยภูคาและดอยผ้าห่มปก ลักษณะต้นสูงประมาณ 30-50ซม. ใบเดี่ยวรูปหอกแกมขอบขนานกว้าง 2-3.5 ซม.ยาว15-20 ซม. ปลายใบแหลมฐานใบรูปลิ่ม  
ดอก สีเหลืองออกเป็นช่อจากปลายยอดยาวประมาณ12ซม.แกนช่อดอกสีแดง ใบประดับรูปขอบขนานยาวประมาณ1.2ซม กลีบรองดอกสีแดงปลายจักเป็นซี่เล็กๆ กลีบดอกเป็นหลอดยาว 4มม.ปลายแยกเป็นแฉกยาว1.5-2ซม.กลีบปากยาว2ซม.ปลายแยกเป็น2แฉก รูปขอบขนาน เกสรผู้ที่เป็นหมันยาวเท่ากับกลีบดอก เกสรผู้แท้มีอันเดียว ที่โคนมีเดือยสั้นๆ ผลรูปทรงกลมสีแดงสด ผลแก่แล้วแตก เมล็ดสีดำผิวขรุขระ


สามสิบกีบ/Stemona phyllantha


ชื่อวิทยาศาตร์---Stemona phyllantha Gagnep.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สามสิบกีบ หนอนตายยาก เครือสามสิบ
ชื่อวงศ์---STEMONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออกเฉียงใต และออสเตรเลีย
ไม้เลื้อยล้มลุกสกุลหนอนตายหยาก อายุหลายปี ยาวได้ถึง10เมตร รากรูปกระสวยออกเป็นกระจุกคล้ายรากกระชาย ลำต้นสีเขียวอวบน้ำ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ ดอกช่อ ออกที่ซอกใบมีดอกย่อย2-3ดอก กลีบรวมสีเหลืองอ่อนมีเส้นสีเขียวตามยาว ตรงกลางดอกสีแดงกลิ่นเหม็น ผลแห้งแตกได้
สรรพคุณ รสกลิ่นมันเมา ใช้หัวหรือรากตำให้ละเอียดผสมน้ำแก้เหา ฆ่าแมลง หนอน ทุบหัวปกหน้าไหปลาร้าให้หนอนตายใช้ส่วนหัวหรือราก3-5หัวต้มกินแก้พยาธิตัว จี๊ด ประดงผื่นคัน บวมๆคันๆยิ่งเกายิ่งบวมย้ายที่ ต้มกินแทนน้ำประจำฆ่าพยาธิตัวจี๊ด ถ่ายน้ำเหลืองในคนมีเชื้อมะเร็งผิวหนัง
ยาพื้นบ้านอีสานใช้รากสระผมฆ่าเหา


สามสิบกีบน้อย/ Stemona hutanguriana


ชื่อวิทยาศาตร์---Stemona hutanguriana W.Chuakul.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สามสิบกีบน้อย หญ้าพบนอน
ชื่อวงศ์---STEMONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเชียตะวันออกเฉียงใต
ไม้ ล้มลุกสกุลหนอนตายหยาก อายุหลายปี สูงได้ถึง มีรากสะสมอาหารเป็นกระจุก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง1.5-3.5ซม.ยาว5-7.5ซม.ปลายใบแหลม  โคนใบสอบ
ดอกช่อคล้ายช่อกระจะ กลีบ4กลีบเรียงเป็น2ชั้น สีชมพูถึงชมพูเข้ม ผลแห้งแล้วแตกรูปกระสวย
สรรพคุณทางยา รสเมาเบื่อ หากนำไปต้มโดยผ่านการสะตุแล้วจะไม่เบื่อเมา
อีสานใช้รากต้มน้ำดื่มขับพยาธิตัวจี๊ด พยาธิผิวหนัง รักษาอาการน้ำเหลืองเสีย ตำผสมน้ำโชลมศรีษะฆ่าเหา
ตำหมักน้ำมันพืชเป็นกระสาย ทาเหาและเรื้อนในสัตว์

สาวสนม/Sonerila griffithii


ชื่อวิทยาศาตร์---Sonerila griffithii C.B. Clarke
ชื่อพ้อง---
---Sonerila parva Geddes
---Sonerila muscicola Stapf & King
---Sonerila kerrii Craib & Stapf
---Sonerila insularis Craib
---Sonerila gracilis Geddes
---Sonerila deflexa Craib
---Sonerila cyclaminella Stapf & King
---Sonerila congesta Stapf & King
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สาวสนม
ชื่อวงศ์---MELASTOMATACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย พม่า คาบสทุทรมาลายู
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็ก สูง5-10เซนติเมตร พบขึ้นตามเปลือกไม้ที่มีมอสปกคลุม ใบเดี่ยวรูปรีไข่หรือรูปรีกว้าง1.5-4.5ซม.ยาว0.8-2.4ซม.ใบออกตรงข้ามเป็นคู่ ขอบใบหยักห่างโคนใบมน ปลายใบแหลม หลังใบสีเขียวเข้มหรือเขียวแก่ และมีจุดสีขาวตามเส้นกลางใบ ใบมักขึ้นอยู่ชิดติดกันและหนาแน่นตามยอด
ดอก สีชมพูขนาดดอก2-2.5ซม.ออกดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อโค้งสั้นๆที่ปลายยอด กลีบดอก 3กลีบรูปไข่กลับ โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดตื้น ก้านเกสรเพศผู้สีชมพูอมแดง อับเรณูรูปรีปลายแหลมสีเหลืองสด ก้านเกสรเพศเมียเป็นหลอดเรียว สีชมพูอมแดง
ขึ้นทั่วใปตามบริเวณก้อนหินที่มีมอสปกคลุม หรือพื้นที่ชุ่มชื้นภายใต้ร่มเงาของป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ที่ความสูง1,000เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เลย นครราชสีมา ฯลฯ เป็นพืชหายาก                                                                                                        ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม-ตุลาคม


สิงขรา/Swertia calcicola


ชื่อวิทยาศาตร์---Swertia calcicola Kerr
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สิงขรา ตากะปอ
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของไทย  พบทางภาคเหนือที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ไม้ ล้มลุก สกุลหญ้าดอกลาย(Swertia)เจริญอยู่ตามพื้นที่เปิดโล่งที่เป็นทุ่งหญ้าและตามซอกหินปูนแสงแดดจัด ระดับความสูง1,800-2,000เมตร ลักษณะต้นสูงประมาณ 10-30เซนติเมตร ไม่ค่อยแตกกิ่ง แตกใบมากบริเวณโคนต้น กิ่งก้านใบเป็นสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวออกตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ กว้าง2-3ซม.ยาว3-5ซม.ปลายใบแหลมโคนใบมน แผ่นใบอ่อนนุ่ม มีขนสั้นนุ่มปกคลุม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกออกเป็นช่อเชิงลดหลั่น มีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นช่อตั้งตรงยาว10-15ซม.ดอกย่อยขนาด1ซม. ผลแก่แล้วแตกเป็น 2พูมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนกันยายน


สุวรรณภา/Senecio craibianus


ชื่อวิทยาศาตร์---Senecio craibianus Hosseus
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สุวรรณภา ไข่ขาง
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทิอกเขาหิมาลัย เนปาล จีนตอนใต้ อินเดียตอนเหนือ ตอนเหนือของพม่าและไทย
พืช ล้มลุกอายุหลายปี พบ ขึ้นเป็นดงขนาดใหญ่ตามซอกหินบริเวณไหล่เขา หรือยอดเขาหินปูนที่มีความชื้นสูง และเป็นบริเวณโล่งแจ้ง สูงจากระเับน้ำทะเลตั้งแต่2,000เมตรขึ้นไป ลักษณะ เป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 5-10ซม มักขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับเป็นเกลียวรอบต้นไม่มีก้านใบ แตกใบมากเป็นกระจุกบริเวณปลายยอด แผ่นใบรูปแถบขนาดเล็ก เนื้อใบหนานุ่ม กว้าง0.5ซม.ยาว2-4ซม.เห็นเส้นกลางใบได้ชัดเจน เมื่อแก่ใบจะเป็นสีม่วงอมเขียว
ดอก ออกเป็นช่อ ตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อละหลายๆดอก สีเหลืองสด ขนาดดอกประมาณ 3ซมดอกย่อยแบบช่อกระจุกแน่น ใบประดับซ้อนกันแน่นเป็นวงรอบฐานดอก สีเขียวเข้ม ดอกบนฐานรองดอกแบ่งออกเป็น2วง ดอกวงนอกเชื่อมกันเป็นรูปลิ้นหรือรูปไข่กลับ และดอกวงในขนาดเล็ก กลีบดอก5กลีบโคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด
ประเทศไทย พบได้ตามภูเขาทางภาคเหนือตอนบนของไทย พบมากที่ดอยหลวงเชียงดาว ดอยกิ่วลมและดอยหนอก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม


สุวรรณหงส์/ Pomereschea lackneri


ชื่อวิทยาศาตร์---Pommereschea lackneri Wittm
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สุวรรรณหงส์
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ พม่า ไทย
ไม้ล้มลุกเจริญอยู่ตามซอกหิน สามารถ เจริญเติบโตได้ตามซอกหินบนเขาหินปูน บริเวณที่โล่งแจ้งอากาศเย็น หรืออาจพบตามซอกหินปูนในป่าดิบเขา ที่มีต้นไม้ในวงศ์ก่อขึ้นห่างๆ ที่ระดับความสูง700-1,800เมตร ลักษณะลำต้นเป็นลำต้นเทียมสูง50-70 ซม.  ใบจำนวน4-5ใบรูปใบหอกแกมรูปไข่หรือรูปขอบขนาน  ขนาดของใบกว้าง3.5-6ซม.ยาว25ซม.ผิวใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม โคนใบเว้า  
ดอก แบบช่อเชิงลด สีเหลืองช่อดอกยาว8-12ซม. ใบประดับรูปใบหอก ยาว1.5-2.5ซม.หลอดกลีบเลี้ยงยาว1.5ซม. ปลายจักซี่ฟันเป็น2แฉก หลอดกลีบดอกยาว2-2.5ซม.ปลายแยกเป็น3แฉก แต่ละแฉกรูปใบหอกยาว1-1.3ซม.       ผลแห้ง แตก 3 ซีก
ประเทศไทยพบตามเขาหินปูนทางภาคเหนือ ที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง
ระยะออกดอก---เดือนกรกฏาคม-เดือนสิงหาคม  

แสงคราม/Rhynchoglossum obliguum


ชื่อวิทยาศาตร์---Rhynchoglossum obliquum Blume    
ชื่อพ้อง---
---Loxotis obliqua (Wall.) Benth.    
---Rhynchoglossum hologlossum Hayata    
---Rhynchoglossum obliquum fo. albiflorum Kuntze    
---Rhynchoglossum obliquum fo. coeruleum Kuntze    
---Rhynchoglossum obliquum var. hologlossum (Hayata) W.T. Wang    
---Rhynchoglossum obliquum var. parviflorum C.B. Clarke    
---Rhynchoglossum zeylanicum Hook.    
---Wulfenia obliqua Wall.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสงคราม เฉวียนฟ้า
ชื่อวงศ์---GESNERIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา จีนถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ ล้มลุกอวบน้ำ พบขึ้นบนเขาหินปูนที่ระดับความสูง600-2,000เมตร ต้นสูงได้ถึง 70 เซนติเมตร ใบเดี่ยวรูปไข่ กว้าง2.5-6ซม.ยาว4.5-10ซม.ปลายใบแหลม โคนใบไม่สมมาตร ผิวใบด้านบนมีขน ดอกสีม่วงแกมฟ้า ออกเป็นช่อ จากซอกใบหรือปลายยอด ยาวได้ถึง20ซม. ดอก ย่อยขนาดบานกว้าง1.5ซม.ดอกติดระนาบเดียวกันบนก้านช่อดอก กลีบรองดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก มีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายกลีบแยกเป็น2ปาก กลีบปากล่างกว้างและยาวกว่ากลีบปากบนกลางกลีบล่างมีแต้มสีเหลือง เกสรเพศผู้2อัน ผลรูปไข่ป้อม ขนาด0.5ซม.ถูกห่อหุ้มด้วยกลีบรองดอก เมล็ดขนาดเล็กมีจำนวนมาก
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-ธันวาคม


แสงแดง/Colquhounia coccinea var. mollis


ชื่อวิทยาศาตร์---Colquhounia coccinea Wall. var. mollis (Schltdl.) Prain
ชื่อพ้อง---
---Colquhounia mollis Schltdl.
---Colquhounia tomentosa Houllet
ชื่อสามัญ---Himalayan mint shrub
ชื่ออื่น---แสงแดง เฮาบาฮัว
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล ภูฎาน จีน อินเดีย พม่า ไทย
พืช ล้มลุกกึ่งไม้พุ่ม ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านทุกส่วนของต้นมีขนสีเขียวนวลยาวหนานุ่มปกคลุมทั่วไป ต้นสูง80-120ซม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกันและสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปหอกแกมรูปไข่ ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว8-12ซม. ปลายใบเรียวแหลมโคนใบมน ขอบใบจักถี่ ผิวใบทั้งสองด้านมีขนสั้นนุ่มสีขาวปกคลุมหนาแน่น
ดอกสีแดงส้ม ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่งและปลายยอดขนาดของดอกย่อย 3-5ซม มีดอกย่อย8-20ดอก  ตรงโคนก้านดอกมีใบประดับขนาดเล็กเป็นรูปหลอด ดอกย่อยรูปปากเปิด ส่วนปลายโค้งลงเล็กน้อยมีกลีบดอก4กลีบขนาดไม่เท่ากัน โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหหลอดปลายแยกเป็น2แฉก แฉกบนมีกลีบดอก1กลีบขนาดใหญ่รูปไข่กว้าง แฉกล่างมีกลีบดอก3กลีบแต่ละกลีบขนาดเล็กกว่ากลีบบน รูปกลม เกสรเพศผู้จำนวน4อันยื่นยาวโผล่พ้นกลีบดอกออกมา เกสรเพศเมียสีเหลือง ก้านชูเกสรยาวยื่นกว่าเกสรเพศผู้และโผล่พ้นกลีบดอกออกมาอย่างชัดเจน
เป็นพืชหายาก พบเจริญเติบโตอยู่บนพื้นตามซอกหิน บริเวณที่เป็นที่โล่งแจ้งมีอากาศเย็น ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1,400-2,200เมตร
ประเทศไทยพบที่ดอยเชียงดาวและดอยอ่างขางจังหวัดเชียงใหม่
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์  

แสงระวี/Colquhounia elegans


ชื่อวิทยาศาตร์---Colquhounia elegans Wall.
ชื่อพ้อง---Colquhounia martabanica Kurz ex Prain    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสงระวี แสงแดงน้อย
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE (LABIATAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ พม่า จีน(ยูนนาน) อินโดจีน
ไม้พุ่มหรือรอเลื้อยสูงประมาณ 1-3 เมตร ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามชายป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา หรือบนเขาหินปูน ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร ลักษณะ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลสั้นนุ่ม ใบเดี่ยวรูปไข่ กว้าง1.5-3.5ซม.ยาว2-4.5ซม.ปลายใบแหลมโคนใบกลมมนหรือทู่ ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ขอบใบจัก ดอกสีส้ม ออกเป็นช่อกระจุกแน่น เป็นวงตามซอกใบ ดอกย่อย ขนาด1.5-2ซม.มี5แฉก มีขน  กลีบดอกมี5กลีบเชื่อมเป็นหลอดโค้งงอเล็กน้อย ปลายแผ่แยกเป็น2ปาก เกสรผู้5อันผลรูปทรงกลมขนาดเล็กกลีบดอกมี5กลีบผลรูปทรงกลมขนาดเล็ก
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมกราคม-เดือนกุมภาพันธ์  


หญ้าเขมร/ Lindernia cambodgiana


ชื่อวิทยาศาตร์---Lindernia cambodgiana (Bonati.) Philcox
ชื่อพ้อง---
---Ilysanthes cambodgiana Bonati.
---Ilysanthes cambodgiana var. ramosissima Bonati.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าเขมร เข็มลาย ya khamen (General)
ชื่อวงศ์---LINDERNIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน
ไม้ ล้มลุกสูง8-30ซม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปใบหอกแกมรูปแถบ หรือรูปขอบขนาน กว้าง1-3มม.ยาว4-20มม. ปลายใบโคนใบแหลม ดอกเดี่ยว หรือออกเป็นช่อกระจะสั้น ออกที่ซอกใบและปลายยอด ดอกย่อย5-12ดอกสีม่วงเข้ม ผลูปไข่แ้ห้งแล้วแตก
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม ขับเสมหะแก้หืด


หญ้าไข่เหา/Mollugo pentaphylla


ชื่อวิทยาศาตร์---Mollugo pentaphylla L.
ชื่อพ้อง---
---Mollugo stricta L.
---Pharnaceum pentaphyllum (L.) Spreng.
---Pharnaceum strictum (L.) Spreng.
ชื่อสามัญ---Five Leaved Carpetweed, Mollugo.
ชื่ออื่น---หญ้าไข่เหา สร้อยนกเขา หญ้าตีนนก หญ้าสะหลิ่น
ชื่อวงศ์---MOLLUGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ ล้มลุกขนาดเล็กสูง20 ซม. แตกกิ่งมาก กิ่งมักมีสีแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปแถบแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลมโคนใบแหลม ดอกช่อแบบช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด กลีบรวม5กลีบสีขาว ผลแห้งแล้วแตก เมล็ดสีน้ำตาลรูปไต
ยาพื้นบ้านอีสานใช้ทั้งต้น ขยี้ผสมเกลือ อุดฟัน แก้รำมะนาด
ระยะออกดอกผล---มิถุนายน-กันยายน


หญ้าจาม/Limnophilla micrantha


ชื่อวิทยาศาตร์---Limnophila micrantha  Benth.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าจาม เนียมนกขาบ  ya cham (Peninsular)
ชื่อวงศ์---SCROPHULARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย(อัสสัม) บังคลาเทศ ปากีสถาน เนปาล จีน(ไหหนาน) พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย
ไม้ ล้มลุกสูง3-20ซม.ทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปขอบขนานแกมรูปแถบ กว้าง1-5มม.ยาว4-14มม.ปลายใบมนหรือเกือบกลม ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อ2-4ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยง5กลีบโคนกลีบติดกันเป็นรูปกรวยสีม่วง สีม่วงอ่อนอมชมพู หรือสีขาว ผลเดี่ยวแบบแห้งแล้วแตกตามตะเข็บ ภายในมีเมล็ดเล็กๆจำนวนมาก
ยาพื้นบ้านอีสานใ้ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม ขับลม

หญ้าดอกลาย/Swertia angustifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Swertia angustifolia Buch.-Ham ex D. Don.
ชื่อพ้อง---
---Ophelia angustifolia (Buch.-Ham.) G. Don
---Swertia angustifolia var. hamiltoniana Burkill
---Swertia dielsiana Hosseus
---Swertia kachinensis Lace
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าดอกลาย ผักหอมโคก หญ้าดีควาย หญ้าดีแฟน หูกระต่ายโคก
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เนปาล จีน ไทย พม่า ลาว เวียตนาม
พืช ล้มลุกสูง30-50 ซม.ลำต้นเหลี่ยม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแคบ โคนใบสอบปลายใบแหลมช่อดอกออกที่ยอด ดอก4กลีบสีขาว มีขีดและจุดม่วงดมน้ำเงินทั่วกลีบโคนกลีบมีต่อมเล็กๆ ผลแห้งแล้วแตก
ขึ้นในทุ่งหญ้าป่าโปร่งที่ระดับ300-1,000เมตร พบมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ระยะออกดอกผล---มิถุนายน-กันยายน


หญ้าดาว/Swertia striata


ชื่อวิทยาศาตร์---Swertia striata Coll.& Hemsl
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าดาว
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย
พืช ล้มลุกสกุลหญ้าดอกลาย(Swertia)วงศ์ดอกหรีดเขา(GENTIANACEAE) อายุหลายปี ในประเทศไทยพบตามเทือกเขาทางภาคเหนือ เจริญเติบโตอยู่ตามที่แจ้งบนภูเขาหินปูนและมีหญ้าขึ้นปกคลุม ที่ระดับความสูงตั้งแต่1,600เมตรขึ้นไป ลักษณะแตกกิ่งเป็นพุ่มขนาดเล็ก กิ่งมักทอดเลื้อยไปตามผิวดินแล้วชูยอดขึ้นมา ต้นสูง20-40ซม. ใบเดี่ยวออกตรงข้ามสลับตั้งฉาก มักแตกใบมาก ออกเป็นกระจุกตรงโคน แผ่นใบขนาดเล็กรูปรีหรือรูปขอบขนาน มัโค้งงอเป็นรูปเคียว กว้าง0.3-0.4ซม.ยาว1.5-2ซม.
ดอก ช่อออกตามปลายกิ่งขนาดดอก1.5-2.5ซม. กลีบเลี้ยงสีเขียว5กลีบ โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดสั้นๆปลายแยกเป็น5แฉก เรียวแหลมคล้ายแผ่นใบ กลีบดอก5กลีบโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น5แฉกกลีบดอกแหลมและห่อคล้าย รูปเรือ ผลเป็นแบบผลแห้งแล้วแตก รูปขอบขนานเล็ก สีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์


หญ้าน้ำค้าง/Drosera indica


ชื่อวิทยาศาตร์--- Drosera indica L.
ชื่อพ้อง---
---Drosera angustifolia F.Muell.    
---Drosera finlaysoniana Wall. ex Stein    
---Drosera hexagynia Blanco
---Drosera makinoi Masam.    
---Drosera metziana Gand.    
---Drosera minor Schumach. & Thonn.    
---Drosera serpens Planch.
ชื่อสามัญ---Indian Sundew, Flycatcher, Dew Plant, Sundew
ชื่ออื่น---หญ้าน้ำค้าง หยาดน้ำค้าง
ชื่อวงศ์---DROSEARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปแอฟริกา เอเซียและออสเตรเลีย
พืช ล้มลุก พืชกินสัตว์ ในประเทศไทยพบตามทุ่งหญ้า ในพื้นที่เปิดทั่วประเทศ ที่ระดับความสูงได้ถึง1,200เมตร
ลักษณะลำต้นอ่อนสีแดงทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ส่วนยอดชูตั้งขึ้น ใบเดี่ยวรูปแคบเรียว ยาว2.5-6.5ซม.มีขนปกคลุมชัดเจน ปลายใบม้วนงอตอนปลายเป็นตุ่มใสภายในมีเมือกเหนียวสำหรับดักจับแมลงเป็นอาหาร ดอกสีม่วงหรือชมพูออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด ยาว5-15ซม. ดอกบานกว้าง0.5ซม. กลีบรองดอก5กลีบ ด้านนอกมีขน กลีบดอก5กลีบ เกสรเพศผู้5อัน ก้านเกสรเมีย3อัน ผลรูปขอบขนานขนาดเล็กแก่แล้วแตกเป็น3พู

หญ้าบัว/Xyris indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Xyris indica L.
ชื่อพ้อง---
---Ramotha vera Raf.
---Xyris calocephala Miq.
---Xyris capito Hance
---Xyris paludosa R.Br.
---Xyris robusta Martius
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้าบัว, กระถินทุ่ง, หญ้าขี้กลาก, หญ้าขนไก่, หญ้ากระเทียม
ชื่อวงศ์---XYRIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย
พืช ปีเดียวลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบแตกเป็นกอขึ้นเหนือดิน ใบเดี่ยวแบนยาวคล้ยหญ้าโคนใบแผ่เป็นกาบ ช่อดอกมีก้านช่อดอกยาว10-15ซม.มีใบประดับสีน้ำตาลซ้อนกันแน่น คล้ายเกล็ดปลารูปไข่ค่อนข้างกลมหรือยาวรี ดอกสีเหลืองสดมีกลีบ3กลีบเหี่ยวง่ายทยอยบานจากโคนช่อไปหาปลายช่อ
ชอบ ดินร่วนปนทรายพบมากในนาข้าว บริเวณที่ลุ่มชื้นและมีน้ำขัง พบมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว  ประโยชน์นำมาใช้จัดร่วมกับช่อดอกไม้และเป็นสมุนไพร
ระยะออกดอกผล---ตุลาคม-พฤศจิกายน


หญ้าใบกลม/Rotata rotundifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Rotala rotundifolia (Buch.-Ham. ex Roxb.) Koehne
ชื่อพ้อง---
---Ammania rotundifolia Hamilton
---Ammania latifolia Wallich pro parte
---Ammania subspicata Bentham
---Ameletia rotundifolias Dalzell ex Gibson
---Ameletias subspicata Bentham
ชื่อสามัญ---Dwarf rotala, Roundleaf Toothcup
ชื่ออื่น---หญ้าใบกลม
ชื่อวงศ์---LYTHRACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนและกึ่งร้อน
หญ้าใบกลมเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี พบได้ตามที่ลุ่มชื้นแฉะ นาข้าว ในระดับสูงและอากาศค่อนข้างเย็น ลักษณะต้นสูงปีะมาณ 10-20ซม. ลำต้นทอดนอนตามผิวดินออกรากตามข้อ ลำต้นกลมเรียบเกลี้ยงสีม่วงแดง ใบออกตรงข้ามรูปกลมถึงรูปหัวใจ ขนาดเล็กสีเขียวเป็นมัน ไม่มีก้านใบ ดอกเป็นดอกช่อยาว2-5ซม.ดอกย่อยจำนวนมากขนาดเล็ก มี5กลีบสีชมพูอมม่วงแต่ละดอกมีใบเล็กๆรองรับ1ใบ
ระยะออกดอกผล---กันยายน-มีนาคม


หญ้ามวนฟ้า/Cynoglossum lanceolatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Cynoglossum lanceolatum Forssk.
ชื่อพ้อง---
---Cynoglossum hirsutum Thunb.
---Cynoglossum micranthum Desf.
---Paracynoglossum lanceolatum (Forssk.) R.R.Mill
ชื่อสามัญ---Lanceleaf Forget-me-not
ชื่ออื่น---หญ้ามวนฟ้า
ชื่อวงศ์---BORAGINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ทวีปเอเซียและทวีปแอฟริกา
การ กระจายพันธุ์ในประเทศไทย พบเฉพาะตามภูเขาสูงทางภาคเหนือ สามารถเจิญเติบโตตามภูเขาหินปูน หรือตามภูเขาสูงบริเวณที่โล่งที่มีร่มเงาและความชื้นสูง ที่ระดับควมสูง1,500-2,000เมตร สถานภาพป็นพืชหายาก
หญ้ามวนฟ้าเป็นพืชล้มลุกสูงปีะมาณ 1-1.5เมตร แตกกิ่งก้านมากเรือนยอดโปร่ง ลำต้นกลมผิวเรียบสีเขียว แตกใบมากบริเวณโคนต้น
ใบ เดี่ยวรูปใบหอก ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างผิวใบทั้งสองด้านมีขน ดอกออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายกิ่งช่อดอกมักม้วนงอ สีม่วงหรือม่วงแกมน้ำเงิน กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบดอกบานขนาด3-4มม. ผลรูปค่อนข้างแบน ยาว1.5-2ซม.
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-สิงหาคม

หญ้ารากหอม/Salomonia ciliata


ชื่อวิทยาศาตร์---Salomonia ciliata (L.) DC.
ชื่อพ้อง---
---Polygala ciliata L.    
---Salomonia cavaleriei H. Lév.    
---Salomonia oblongifolia DC.    
---Salomonia ramosissima Turcz.
---Salomonia sessilifolia D. Don.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หญ้ารากหอม
ชื่อวงศ์--- POLYGALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา พม่า เอเซียตะวันออกเฉียงใต้  ยุโรป
ไม้ ล้มลุกสูง20-50เซนติเมตร  ลำต้นแตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ โคนและปลายใบมน ขอบใบเรียบ ก้านใบไม่มีหรือมีแต่สั้นมาก
ดอกสีม่วงอมชมพู ออกเป็นช่อกระจะบริเวณปลายยอด ยาว10-20ซม. กลีบดอกพับซ้อนกันเหมือนดอกถั่วทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ
ขึ้นตามพื้นที่ป่าดงดิบทั่วประเทศ
ระยะออกดอกผล---ตุลาคม-ธันวาคม


หญ้าสองปล้อง/Desmodium velutinum subsp. velutinum


ชื่อวิทยาศาตร์---Desmodium velutinum (Willd.) DC. subsp. velutinum
ชื่อพ้อง---
---Desmodium velutinum (Willd.) DC.
---Hedysarum velutinum Willd.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระตึกแป, หญ้าตืดหมา, หญ้าตืดแมว, เหมือดวัว, เหนียวใหญ่,หางกะหรอด
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย แอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะอันดามัน
ลำ ต้นกึ่งตั้งกึ่งแผ่คลุมดิน อายุหลายปีพบขึ้นในป่าโปร่ง 9ต้นสูง 60-100ซม.ลำต้นสีเขียวเข้ม โคนต้นหรือต้นแก่สีม่วงดำ กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม ยอดของทรงพุ่มจะแผ่ออกด้านข้าง
ใบ ประกอบมี3ใบหรือใบเดียว รูปไข่ ด้านบนและท้องใบมีขนคลุมหนาแน่น ขอบใบเป็นครุยสีน้ำตาล ช่อดอกออกตามซอกใบ ช่อดอกค่อนข้างยาว กลีบดอกสีชมพูอมม่วง ผลขนาดเล็กเป็นฝักแบบฝักถั่ว มีขนสีน้ำตาลคลุมหนาแน่นมาก มี12-36ฝักในแต่ละช่อ มี1-7ข้อในแต่ละฝักก สามารถหักเป็นข้อๆได้
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด

หญ้าหางกระต่าย/Lagurus ovatus
ชื่อวิทยาศาตร์---Lagurus ovatus L
ชื่อพ้อง---
---Imperata ovata Tratt.
---Lagurus dalmaticus Gand.
---Lagurus dimorphus Gand.
---Lagurus freynii Gand.
---Lagurus humilis Gand.
---Lagurus longifolius Gand.
---Lagurus nitens Lojac.
---Lagurus siculus Lojac.
ชื่อสามัญ---Bunny Tails Grass, Hare's tail, Hare's tail grass, Harestail
ชื่ออื่น---หญ้าหางกระต่าย
ชื่อวงศ์---GRAMINEAE (POACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---อัลจีเรีย อียิปต์ ลิเบีย โมร็อคโค ตูนิเซีย ยุโรปตอนใต้ เอเซียแถบตะวันตก แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย


หญ้าเหลี่ยม/Exacum tetragonum


ชื่อวิทยาศาตร์--- Exacum tetragonum Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Canscora justicioides Griff. ex Voigt.
---Exacum albens Blanco.
---Exacum bellum Hance
---Exacum bicolor Roxb.
---Exacum cambodianum Dop.
---Exacum chironioides Griseb.
---Exacum chulasiuma Buch.-Ham. ex Wall.
---Exacum grandiflorum Wall.
---Exacum hamiltonii G. Don
---Exacum horsfieldianum Miq.
---Exacum metzianum Hohen. ex C. B. Cl.
---Exacum perrottetii Griseb.
---Exacum roseum Royle
---Exacum stylosum Wall.
---Exacum sulcatum C. B. Cl.
---Exacum tetrapterum Meyen ex Griseb.
ชื่อสามัญ---Bicolor Persian Violet
ชื่ออื่น---หญ้าเหลี่ยม แมลงหวี่ เทียนป่า นางอั้วโคก
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน ฟิลิปปินส์ นิวกินี และออสเตรเลีย
 ไม้ ล้มลุกสูง30-80ซม. ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งน้อย ลำต้นเป็นสันสี่เหลี่ยมและเป็นครีบแคบตามสัน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่แกมขอบขนานแกมใบหอก กว้าง1-5ซม. ยาว2.5-16ซม.ไม่มีก้านใบ ดอกเป็นดอกช่อ ดอกย่อยมีใบประดับเล็กๆรองรับ1คู่ กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน กลีบดอก4กลีบ รูปรีแกมรูปไข่ ยาว13มม.ปลายกลีบสีเข้มและจางลงจนโคนกลีบเป็นสีขาว เกสรผู้4อันอับเรณูสีเหลืองรูปไข่แคบ ผลแห้งแตก
พบตามพื้นที่โล่งในป่าดงดิบ และภูเขาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากที่ราบไปจนถึงระดับความสูง600-1,000เมตร
ระยะออกดอกผล---พฤศจิกายน-มกราคม


หนาดคำ/Inula cappa


ชื่อวิทยาศาตร์---Inula cappa (Buch.-Ham. ex D.Don) DC.
ชื่อพ้อง---Basionym: Conyza cappa Buch.-Ham. ex D. Don
 ---Duhaldea cappa (Buch.-Ham. ex D. Don) Pruski & Anderb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หนาดคำ เขืองแผงม้า หนาดดอย
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
 พืช ล้มลุกอายุหลายปีสูง70-150ซม. มีขนสีน้ำตาลอมเหลืองปกคลุมทั่วไป ใบเรียงสลับรูปขอบขนานแกมใบหอก ผิวใบด้านบนมีขนเหนียวติดมือใต้ใบมีขนยาวสีเทาเงินหนาแน่น ดอกเป็นช่อใหญ่ ช่อดอกย่อยจำนวนมากดอกย่อยสีเหลืองเป็นกระจุกแน่นรองรับด้วยใบประดัยบ2-3ชั้นสีเขียวอ่อน ผลรูปขอบขนานแคบมีขนยาวสีขาวประปราย
สรรพคุณทางสมุนไพร รากฝนน้ำกินแก้แพ้อาหาร ผื่นคัน ชาวเขาใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงและช่วยให้คลอดบุตรง่าย ใบต้มน้ำดื่มช่วยย่อยอาหาร
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์     


หนาดคำน้อย/Gnaphalium affine


ชื่อวิทยาศาตร์---Gnaphalium affine D. Don
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Jersey Cudweed
ชื่ออื่น---หนาดคำน้อย
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ปากีสถาน เนปาล พม่า ไทย ลาว เวียตนาม
พืช ล้มลุกขึ้นเป็นกอสูง20-50ซม.แตกกิ่งจากโคนต้นไม่มาก แตกกิ่งมากส่วนบนของต้น ต้นและใบปกคลุมด้วยขนปุยสีขาว ใบรูปแถบถึงรูปช้อน ขอบใบงุ้มลงด้านล่าง ดอกเป็นช่อแน่นมีช่อดอกย่อยจำนวนมากขนาดเล็กสีเหลืองสดผลรูปขอบขนานขนาดเล็ก สีน้ำตาลปลายด้านหนึ่งมีขนเป็นพู่
เป็นสมุนไพรแก้ไอขับเสมหะ ใบอ่อนทำให้สุกกินเป็นผัก
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม


หนาดใหญ่/Blumea balsamifera


ชื่อวิทยาศาตร์--- Blumea balsamifera (L.) DC.
ชื่อพ้อง---
---Conyza balsamifera Linn.
---Baccharis salvia Lour.
---Conyzam odorata Rumph.
---Conyza appendiculata Blume.
---Pluchea balsamifera (L.)
ชื่อสามัญ---Ngai camphor(Eng), Sambong, Sembung (Malay)
ชื่ออื่น---หนาดใหญ่ คำพอง หนาดหลวง ใบหลม ผักชีช้าง หนาด
ชื่อวงศ์---COMPOSITAE (ASTERACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน พม่า ไทย ลาว เวียตนาม กัมพูชา มาเลเเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ไม้ พุ่มมีกลิ่นหอมคล้ายการบูรสูง1-4เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรีแกมขอบขนาน ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียดหนาแน่น ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ ผลแห้งไม่แตกโค้งงอเล็กน้อยเป็นเส้น5-10เส้นมีขนสีขาว
ตำรายาไทยและยาพื้นบ้านใช้ใบขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ใบสดหั่นเป็นฝอยเหมือนยาเส้น ตากแดดพอหมาดมวนกับยาฉุนสูบ แก้ริดสีดวงจมูก (โรคติดเชื้อที่เกิดในจมูก ทำให้หายใจขัด มีฝีหนองในจมูก โพรงจมูกอักเสบ) ยาพื้นบ้านใช้ใบบดผสมต้นข่อย แก่นก้ามปู พิมเสนและการบูรมวนด้วยใบตองแห้งสูบ รักษาโรคหืด

หรีดเชียงดาว/Gentiana leptoclada subsp.australis


ชื่อวิทยาศาตร์---Gentiana leptoclada Balf. f. & Forrest subsp. australis (Craib) Halda
ชื่อพ้อง---Gentiana australis Craib
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หรีดเชียงดาว
ชื่อวงศ์---GENTIANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ไทย
เป็น พืชล้มลุกขึ้นอยู่ตามพื้นดินหรือตามซอกหินปูนในที่โล่งแจ้ง แทรกอยู่ตามพุ่มหญ้าโดยดอกมักจะบานเมื่อมีแสงแดดจัด มีอากาศหนาวเย็นและความชื้นสูง ที่ระดับความสูง1,600-2,000เมตร ลักษณะ ลำต้นเกลี้ยง เป็นสัน อาจทอดเลื้อยไปตามผิวดิน แล้วชูส่วนปลายยอดตั้งขึ้น สูง40-80ซม.
ใบ เดี่ยวออกตรงข้ามและตั้งสลับฉาก โดยแตกใบมากตรงโคนต้น แผ่นใบมีขนาดเล็กรูปไข่โคนใบมนปลายใบแหลม  ขนาดของแผ่นใบกว้าง1-1.3ซม.ยาว3-5ซม.ขอบใบจักฟันเลื่อย ผิวใบทั้ง2ด้านมีขนสีขาวนุ่มปกคลุม
ดอก สีม่วงอมฟ้าออกเป็นกระจุก1-5ดอก .ออกที่ซอกใบและปลายยอดดอกบานขนาด2.5-3ซม.สีม่วงหรือสีม่วงอมน้ำเงิน กลีบเลี้ยงจำนวน5กลีบ โคนเชื่อมกันเป็นหลอด ผิวนอกสังเกตุเห็นเป็นสันนูน5สันแผ่เป็นครีบสั้นๆตามความยาว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆปลายแยกเป็น5แฉก
ผลรูปกระสวย ยาว1.5-2ซม.เมล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลรูปสามเหลี่ยม จำนวนมาก
เป็น พืชเฉพาะถิ่นของประเทศไทย พบเพียงแห่งเดียวที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นพืชหายาก ไม่สามารถนำมาปลูกเลี้ยงได้ เพราะต้องอาศัยสภาพตามธรรมชาติเท่านั้น
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนมกราคม

หลาว/Alpinia oxymitra


ชื่อวิทยาศาตร์---Alpinia oxymitra K. Schum
ชื่อพ้อง---
---Alpinia comosa Ridl. [Illegitimate]
---Alpinia macrocarpa Gagnep.
---Cenolophon oxymitrum (K.Schum.) Holttum
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หลาว
ชื่อวงศ์---ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน คาบสมุทรมาลายา
เป็น พืชวงศ์ ขิงข่า พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีลำต้นใต้ดินหรือเหง้าขนาดใหญ่สะสมอาหาร ใบเป็นรูปแถบขนาดใหญ่โผล่พ้นเหนือดินสูง2-3เมตร ดอกสีขาวออกเป็นช่อตั้งตรงที่ปลายยอด
ผลมีเนื้อ โดยผลอ่อนมักนำมารับประทานได้เหมือนผักสดทั่วไป  มักพบหลาวขึ้นเป็นดงใหญ่ๆตามป่าดิบที่มีความชุ่มชื้นสูง
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม


หัวไก่โอก/Decaschistia intermedia


ชื่อวิทยาศาตร์---Decaschistia intermedia Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หัวไก่โอก หัวอีอุ๊ก หญ้าขี้อ้น
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ภาคตะวันออกของไทย กัมพูชา
ไม้ พุ่มขนาดเล็กสูง10-60ซม.ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปแถบผิวใบด้านล่างมีขนรูปดาว
ดอก เดี่ยวหรือดอกช่อออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดมีริ้วประดับกลีบดอกรูปไข่กลับ เฉียงกว้าง1-1.5ซม ยาว3ซม.สีแดง เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูเกสรเชื่อมกันเป็นมัด
ผลแห้งแตกกลางพูเมล็ดรูปไต


หางกระรอก/Uraria acaulis


ชื่อวิทยาศาตร์---Uraria acaulis Schindl
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หางกระรอก ดอกหางเสือ
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน
พืช ล้มลุกเจริญแผ่คลุมพื้นดิน พบในภูมิภาคอินโดจีน ประเทศไทยพบทางภาคตะวันออกและภาคเหนือ ที่ระดับความสูง1,500เมตร ลักษณะ ต้นสูงประมาณ10-30 ซม. ลำต้นและกิ่งก้านมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบมีใบย่อย1ใบ รูปเกือบกลม ขนาด7.5-23ซม. ปลายใบมน โคนใบเว้ารูปหัวใจ ผิวใบและก้านใบมีขนหนาแน่น ก้านใบยาวได้ถึง20ซม. หูใบรูปสามเหลี่ยมปลายเรียวแหลมเป็นเส้นยาว1-2ซม.
ดอก สีม่วงอ่อนแกมชมพูออกเป็นช่อตั้งยาว 6-10ซม. ดอกย่อยจำนวนมาก รูปดอกถั่ว ขนาด6-8มม.ใบประดับรูปหอกสีน้ำตาลแดงยาว1-1.5ซม. กลีบรองดอกปลายแยก5กลีบ 3กลีบล่างเป็นเส้นสีน้ำตาลแดงอ่อนยาวประมาณ8มม. กลีบดอก5กลีบ ขอบกลีบส่วนบนมีสีเข้มกว่ากลีบอื่นๆ ผลเป็นฝักแบนรูปกลมรี กว้างประมาณ3มม.มี1เมล็ด
ระยะออกดอกและติดผล---ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม


หางไก่ฟ้า/Lobelia nicotianaefolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Lobelia nicotianaefolia Heyne
ชื่อพ้อง---
---Lobelia nicotianaefolia
---Dortmannia nicotianifolia (Roth ex Schult.) Kuntze
---Lobelia camptodon E.Wimm.
---Lobelia courtallensis K.K.N.Nair
---Lobelia nicotianifolia var. bibarbata E.Wimm.
---Lobelia nicotianifolia var. brevipedicellata E.Wimm.
---Lobelia nicotianifolia var. macrostemon Skottsb.
---Lobelia nicotianifolia var. trichandra (Wight) C.B.Clarke
---Lobelia trichandra Wight
---Rapuntium nicotianifolium (Roth ex Schult.) C.Presl
ชื่อสามัญ---Wild Tobacco, Indian tobacco, Asthma weed
ชื่ออื่น---หางไก่ฟ้า
ชื่อวงศ์--- CAMPANULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
พืช ล้มลุก ลำต้นสูง1-3เมตร ใบเดี่ยวเรียงเวียนรอบต้น รูปขอบขนานถึงรูปใบหอก ใบที่โคนต้นมีขนาดใหญ่ รูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง4-8ซม.ยาว10-50ซม.ใบใกล้ปลายยอดมีขนาดเล็กลงโคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก มีขนทั้งสองด้าน
ดอกมีสีขาว หรือชมพู ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกยาว45ซม.ดอกบานมีขนาด1-4ซม.กลีบรองดอกมี5กลีบ กลีบดอกสองกลีบบนมีขนาดเล็กคล้ายเป็นเส้น เมล็ดรูปแบนเรียบ ผิวเรียบ สีน้ำตาล มีขนาดเล็กมาก
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-กันยายน


หางเสือ/Uraria crinita


ชื่อวิทยาศาตร์---Uraria crinita (L.) Desv. ex DC.
ชื่อพ้อง---
---Doodia crinita (L.) Roxb.
---Hedysarum comosum Vahl
---Hedysarum crinitum L.
---Uraria comosa (Vahl) DC.
---Uraria macrostachya (Wall.) Schindl.
ชื่อสามัญ---Asian foxtail
ชื่ออื่น---หางเสือ หางหมาจอก ดอกหางเก้ง หญ้าตะขาบ หญ้าหางกระรอก หญ้าหางแมว
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ พม่าไทย ลาว เวียตนาม กัมพูชา
ไม้ พุ่ม สูง1-2เมตร พบในที่กึ่งร่มเปิดใหม่หรือชายป่า ที่ความสูง 550-700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะ ลำต้นสากคาย ใบประกอบมีใบย่อย5-7ใบ ท้องใบสากคายหูใบเป็นเส้น ดอกสีม่วงแดงออกเป็นช่อตั้งที่ปลายยอด รูปทรงกระบอกโคนใหญ่ปลายเรียว กว้าง 2-3ซม.ยาว15-40ซม.
ดอก ย่อยคล้ายดอกถั่วขนาดเล็ก กลีบดอกตั้ง ขนาดกว้าง0.5ซม.ยาว1-2ซม.ด้านนอกสีซีด ด้านในสีเข้ม ก้านดอกย่อยมีขนคาย ผลอ่อนสีเขียวเป็นฝักเล็ก  ขดบิดอยู่ชิดกัน มีข้อเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำ กว้างประมาณ3มม.ยาวประมาณ1ซม. ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี


หางเสือลาย/Platostoma cochinchinense


ชื่อวิทยาศาตร์---Platostoma cochinchinense (Lour.) A.J.Paton
ชื่อพ้อง---Basionym: Dracocephalum cochinchinense Lour.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หางเสือ หางเสือลาย
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ อินโดจีน ชวา สุมาตรา
ไม้ ล้มลุกสูง30-50 เซนติเมตร พบในพื้นที่โล่งในป่าสนเขาและป่าดิบเขาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ระดับความสูง1,000เมตรขึ้นไป
ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ออกตรงข้ามเป็นคู่ กว้าง2.5-5ซม.ยาว4-6ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย
ดอก ออกเป็นช่อตั้งบริเวณปลายกิ่งหรือปลายยอด ยาว10-15ซม. แต่ละช่อมีดอกย่อยสีฟ้าอมม่วงแทรกอยู่ภายใต้ใบประดับที่เรียงซ้อนกันหนาแน่น กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด


เหง้าน้ำทิพย์/Agapetes saxicola


ชื่อวิทยาศาตร์---Agapetes saxicola Craib
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหง้าน้ำทิพย์ ยางขน ศรีธนนชัย
ชื่อวงศ์---ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย
ไม้พุ่มสูง1.5เมตรรากสะสมอาหารอวบอ้วนบวมเป็นก้อนใหญ่ ใบเดี่ยว รูปไข่กลับกว้าง0.6-1.7ซม.ยาว1-3ซม. ปลายใบมนหรือแหลมฐานใบรูปลิ่ม ดอกสีขาวหรือ ขาวแกมชมพูอ่อนออกเป็นช่อจากซอกใบ หรือปลายยอด ยาว2-4ซม.มี3-4ดอก ดอกย่อยเมื่อบานขนาด1ซม. กลีบรองดอกรูปถ้วยแคบ ปลายแยก5แฉก ผิวด้านนอกมีขนต่อม  กลีบดอกรูประฆัง ส่วนที่เป็นหลอดยาว0.8-1ซม.ปลายกลีบแยกเป็น5แฉก ม้วนออกด้านนอกเกสรผู้10อัน
ผลรูปทรงกลม ขนาด4มม.มีขนประปรายมีกลีบรองดอกติดทนเมล็ดแบนรีรูปไข่ขนาดเล็ก
เหง้าน้ำทิพย์เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทยพบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ขึ้นตามป่าดิบเขาและที่โปร่ง สูงจากระดับน้ำทะเล1,200-1,500เมตร
ระยะออกดอก---ช่วงเดือน ธันวาคม-เดือนพฤษภาคม  

เหยื่อกุรัม/Impatiens mirabilis


ชื่อวิทยาศาตร์---Impatiens mirabilis Hook.f
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Gouty balsam, Giant balsam
ชื่ออื่น---เหยื่อกุรัม พญาโม่งหิน
ชื่อวงศ์---BLASAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์
พืช ล้มลุกอายุหลายปีอยู่ในวงศ์เทียนน้ำ พืชชนิดนี้เป็นหนึ่งในอาหารของเลียงผา หรือที่ในภาษาใต้เรียกว่า โครำหรือกุรัม ดอกเทียนชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า"เหยื่อกุรัม"
เหยื่อ กุรัม ชอบขึ้นอยู่บนซอกหินปูนซึ่งมีความชื้นและชั้นอินทรีย์วัตถุบางๆสะสม มีลำต้นอวบน้ำขนาดใหญ่ สูง 0.5- 2 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับออกชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายยอด แผ่นใบหนารูปไข่หรือไข่กลับกว้าง6-10ซม. ยาว9-25ซม. ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบจักฟันเลื่อย เส้นกลางใบเห็นชัดเจน ก้านใบยาว5-12ซม
ดอก ออกตามซอกใบ ช่อยาว35-40ซม.กลีบเลี้ยง3กลีบ กลีบเลี้ยงคู่ข้างค่อนข้างกลม ปลายกลีบเป็นติ่งแหลม และกลีบเลี้ยงด้านล่างมีเดือยโค้ง ยาว1-1.5ซม. กลีบดอกมี5กลีบขนาดไม่เท่ากัน กลีบดอกด้านบนเกือบกลม กลีบดอกคู่ข้าง4กลีบเชื่อมติดกัน มีแต้มสีเหลืองที่ปลายและกลางกลีบ ผลเป็นแคปซูลรูปกระบอง เรียวยาวสู่โคน ยาว2ซม.แห้งแล้วแตก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ
พบได้เฉพาะในคาบสมุทรมาลายูและภาคใต้ตอนบนของไทยแถบจังหวัด สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ตรัง สตูลพบขึ้นกระจายห่างๆกันบนภูเขาหินปูน ที่ความสูง100เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-มกราคม


เหยื่อเลียงผา/Impatiens Kerriae


ชื่อวิทยาศาตร์---Impatiens Kerriae Craib.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เหยื่อเลียงผา เหยื่อจง เทียนหมอคาร์
ชื่อวงศ์---BALSAMINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เวียตนาม ไทย ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี เจริญเติบโตบนซอกหินปูน บนเขาหินปูนในที่โล่งแจ้ง มีอากาศเย็นและมีความชื้นสูง ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 1,300-2,200เมตร ลักษณะแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ลำต้นอวบน้ำสูงถึง1เมตร กิ่งเปราะ แตกหักง่าย ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรีแกมหอกกลับแตกใบเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ใบรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง2.5-6ซม.ยาว6-11ซม.ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยแหลม ตรงโคนใบมีต่อมอยู่1คู่
ดอก เดี่ยวหรือออกเป็นคู่ตามซอกใบ ก้านดอกยาว กลีบเลี้ยงมี2กลีบขนาดใหญ่ กลีบดอก5กลีบสีเหลืองอ่อน สีขาว หรือสีชมพู แฉกกลีบบนรูปรีหรือรูปไข่กลับยาว2ซม.ปลายเว้าตื้นเป็น2แฉก กลีบดอกคู่ข้างรูปไข่ยาว3ซม.สีขาวอมชมพูหรือสีชมพูอมม่วง ปลายเป็นติ่งหนามแหลมสั้นๆ กลีบดอกล่างรูปกลมเป็นแอ่งลึกคล้ายถุงรองรับกลีบกลางยาว2.5ซม.สีเหลืองอ่อนๆ แฉกกลีบดอกกลางมีขนาดใหญ่ยาว4ซม.ขอบกลีบโค้งเป็นถุงลึก ปลายกลีบยื่นยาวออกมา และเว้าลึกเป็น2แฉก ตรงปลายสีเหลือง ด้านในสีเหลืองอมแดง
ผลแบบแห้งแล้วแตก รูปกระสวยตรงกลางเต่ง ยาว3ซม.
เป็นพืชถิ่นเดียวของไทยหายาก ในประเทศไทยพบที่ดอยเชียงดาว ดอยนางนอน ดอยอ่างขางจังหวัดเชียงใหม่ และอุทยานทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี
ระยะ ออกดอก---เดือนสิงหาคม-เดือนธันวาคม


อีแตน/Polygala persicariifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Polygala persicariifolia DC.
ชื่อพ้อง---
---Polygala arenaria Oliver
---Polygala buchanani D. Don
---Polygala figariana Webb
---Polygala granulata Hochst
---Polygala hypericoides Webb
---Polygala persicariifolia var. wallichiana (Wight) Choc.
---Polygala punctulata Hochst.
---Polygala rufa Span.
---Polygala septemnervia Merr.
---Polygala spilophylla Steud.
---Polygala wallichiana Wight
ชื่อสามัญ---Milkwort, Knotweed Leaved Milkwort
ชื่ออื่น---อีแตน
ชื่อวงศ์---POLYGALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย และตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ ล้มลุกสูง20-80ซม. ต้นเป็นเหลี่ยมมีขนปกคลุม ใบเดี่ยวรูปรีปลายใบแหลม โคนใบสอบเรียว ดอกสีม่วงแดงถึงสีชมพูเข้ม ออกเป็นช่อ มี15-20ดอก ใบประดับติดทน รูปไข่ดอกย่อยขนาด2-3.5 มม. กลีบรองดอก 5 กลีบขนาดไม่เท่ากัน กลีบดอก3กลีบขนาดไม่เท่ากัน ผลรูปรีกว้างมีปีกและขนที่ขอบ มีกลีบรองดอกติดอยู่  ขนาด3.5-4.5 มม.เมล็ดรูปขอบขนาน ยาว3.5-3.8 มม.มีขนสีขาวหนาแน่น
ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ตามพื้นที่โล่ง ป่าสน ป่าผลัดใบ หรือ ป่าดงดิบ ที่ระดับความสูง 200-1,800เมตร
ระยะออกดอก---สิงหาคม-ธันวาคม


ฮ่อม/Strobilanthes cusia


ชื่อวิทยาศาตร์---Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze
ชื่อพ้อง---
---Baphicacanthus cusia (Nees) Bremek.
---Dipteracanthus calycinus Champ.
---Goldfussia cusia Nees
---Ruellia indigofera Griff.
---Ruellia indigotica Fortune
---Strobilanthes balansae Lindau
---Strobilanthes championii T.Anderson ex Benth.
---Strobilanthes flaccidifolia Nees
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ฮ่อม คราม ฮ่อมเมือง
ชื่อวงศ์---ACANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ อินเดีย พม่า ภูมิภาคอินโดจีน
ไม้ พุ่มสูงได้ถึง1.5เมตร ประเทศไทยพบตามที่ชุ่มชื้นในป่าดงดิบทางภาคเหนือ ลำต้นเป็นเหลี่ยม รูปทรงกระบอก ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปรี กว้าง2.5-6ซม.ยาว5-16ซม.ปลายใบแหลมโคนใบสอบ ขอบใบหยักฟันเลื่อย
ดอก สีม่วงออกเป็นช่อที่ซอกใบ ดอกย่อยบานกว้าง1.5-2ซม. กลีบรองดอก5แฉก กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดโค้งงอ ปลายแยก5กลีบ เกสรผู้4อัน ผลเมื่อแก่แล้วแตก เมล็ดแบนสีน้ำตาลขนาดเล็ก
ทั้งต้นสดสับเป็นท่อนต้มเคี่ยวเพื่อทำสีย้อมผ้าให้สีน้ำเงินเข้มเกือบดำ
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์


Check for more information on the species:



Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images  

Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search


รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com



  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view