สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 20/08/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,833,518
Page Views 13,604,542
 
« August 2019»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

ต้นไม้ในป่า10

ต้นไม้ในป่า10

ต้นไม้ในป่า 10


ต่อไปเป็นพวกไม้เถาเลื้อย เนื้ออ่อน เนื้อแข็ง ไม้ผิวดิน เท่าที่หาได้

1 ก้นบึ้ง/Uvaria microcarpa 38 คำผีแปง/Caesalpinia minax 
2 กระเช้าถุงแดง/Aristolochia tagala 39 คุย/Willughbeia edulis 
3 กระเช้าถุงทอง/Aristolochia pothieri 40 เครือข้าวมวก/Alyxia siamensis
4 กระเช้านกเล็ก/Aristolochia kerrii 41 เครือเขาแกบ/Bauhnia curtisii
5 กระเช้าผีมด/Hydnophytum formicarum 42 เครือเขาปู้/ Pueraria candollei var. Candollei
6 กระดังงาจีน/Artabotrys hexapetalus 43 เครือเขาหนัง/Phanera bassacensis
7 กระดูกกบ/Hymenopyramis brachiata Wall ex Schauer 44 เครือเขาหลวง/Argyreia splendens
8 กระเพาะปลา/Finlaysonia manitima 45 เครืองูเห่า/Toddalia asiatica
9 กล้วยพังพอน/Uvaria hamiltonii 46 เครือโงบ/Uncaria homomalla
10 กล้วยมะสังก้านสั้น/Fissistigma parviflorum 47 ครือจักกระทงแดง/Thunbergia hossei
11 กล้วยลิง/Fissistigma latifolium 48 เครือเทพรัตน์/Thepparatia thailandica
12 กล้วยอ้ายพอน/Uvaria lurida 49 เครือพูเงิน/Argyreia mollis
13 กล้วยอีเห็น/ Uvaria dac 50 เครือมวกไทย/Alyxia thailandica
14 กวางดูถูก/Naravelia laurifolia 51 เครือมุย/Ceropegia sootepensis
15 กาคาบแก้ว/Dalechampia bidentata 52 เครือเหนียว/Friesodielsia affinis
16 กาติด/Erycibe cochinchinensis 53 งวงชุ่ม/Combretum pilosum
17 กาฝากตีนปู/Viscum articulatum 54 จั่นดิน/ Asparagus acerosus
18 กาฝากมหาปราบ/Helixanthera parasitica 55 จิงจ้อเขา/Jacquemontia paniculata
19 ก๋าย/Artabotrys suaveolens 56 ชงโคดำ/Bauhinia pottsii
20 การเวกกระ/ Artabotrys aeneus 57 ช้างสารซับมัน/Erycibe elliptilimba
21 การเวกช่อ/Artabotrys multiflorus 58 ชิงช้าสะแกราช/Tinospora siamensis
22 การเวกน้ำ/Artabotrys oblanceolatus 59 ซังแกเถา/Combretum sundaicum
23 การเวกใบใหญ่/Artabotrys  grandifolius 60 ดอกน้ำตาล/Fissistigma minuticalyx
24 กำปองน้อย/Clematis subumbellata  61 ต้างไม้ฟันงู/ Hoya multiflora
25 กำปองหลวง/Clematis buchananiana 62 ติ่งตั่ง/Getonia floribunda
26 แก้วงามขำ/Hoya meliflua 63 เตยเลื้อย/Freycinetia multiflora
27 แก้วมือไว/Pterolobium integrum 64 เถากระดึงช้าง/ Argyreia lanceolata
28 ไกรกรัน/Jasminum annamense subsp annamense 65 เถานางรอง/ Epipremnum giganteum
29 ไก่ฟ้ายักษ์/Aristolochia grandiflora 66 เถาประสงค์/Streptocaulon juventas
30 ขางครั่ง/Dunbaria bella 67 เถาไฟ/Bauhinia integrifolia 
31 ข้าวสารค่าง/Cardiopteris quinqueloba 68 เถามวกขาว/Urceola minutiflora
32 เขี้ยวกระจง/Fagerlindia sinensis 69 เถายั้งดง/Smilax lanceifolia
33 เขี้ยวงู/Jasminum decussatum 70 เถาวัลย์กรด/Combretum tetralophum
34 เขี้ยวงูเล็ก/ Jasminum nervosum 71 เถาวัลย์ดำ/Marsdenia glabra
35 เขืองแดง/Smilax siamensis 72 เถาวัลย์ปูน/Cissus rependa
36 คดสัง/Combretum trifoliatum 73 เถาวัลย์ยั้ง/Smilax ovalifolia
37 คันธุลี/Tyrophora indica 74 เถาอีแปะ/ Dischidia hirsuta
Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search

For information only-the plant is not for sale.


ก้นบึ้ง/Uvaria microcarpa


ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria microcarpa Champ. ex Benth
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Uvaria littoralis (Blume) Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ก้นบึ้ง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บังคลาเทศ ไหหนาน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม ศรีลังกา สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์  หมู่เกาะอันดามัน นิวกินี นิโคบาร์ ซุนดาน้อย โซโลมอน

ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล8-12เมตร พบในป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ที่ระดับความสูง 200-400เมตร  ลีกษณะ กิ่งอ่อนมีขนรูปดาวสีเหลืองทองหนาแน่น กิ่งแก่สีดำเกลี้ยง ตามกิ่งมีใบหนาแน่น ใบรูปไข่กลับ กว้าง8-12ซม.ยาว 16-23 ซม. โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างสีเขียวนวล ตามเส้นกลางใบและ เส้นแขนงมีขนรูปดาวสีเหลืองทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งตรงข้ามใบมี 2-9 ดอก สีแดงเข้ม  ดอกบานขนาด 2ซม.
ผลกลุ่มมีผลย่อย 15-20 ผล แต่ละผลรูปรี กว้าง 1 ซม.ยาว 1.5-2ซม.
ระยะออกดอก---เดือนกรกฏาคม-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการ เพาะเมล็ด

กระเช้าถุงแดง/Aristolochia tagala

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia tagala Cham.
ชื่อพ้อง---
---Aristolochia acuminata Lam.
---Aristolochia angulosa Wall. ex Duch.
---Aristolochia eschscholtzii Ledeb. ex Duchesne
---Aristolochia roxburghiana Klotzsch.
---Aristolochia subsagittata Blanco
ชื่อสามัญ---Indian birthwort, Dutchman's pipe.
ชื่ออื่น---กระเช้าถุงแดง กระเช้าผีมด กระเช้ามด
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย พม่า ไทย กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ตอนเหนือของออสเตรเลีย

 ไม้ เถาเลื้อย พบตามชายป่าในป่าดิบแล้ง ลักษณะ ลำต้นเกลี้ยง เลื้อยได้ไกล 4-10 เมตร ใบเป็น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจแผ่นใบกว้าง3-5ซม.ยาว8-20ซม . โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจปลายใบแหลมขอบใบเรียบ
ดอก ออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ช่อละ1-4 ดอก ทยอยบานทีละดอก มีขนประปรายทั่วไปและมักมีกลิ่นหอมเอียน ดอกย่อยเป็นท่อยาวโค้งส่วนโคนป่องกลีบดอกชั้นเดียวผลเป็นผลแห้งรูปกระเช้าป้อมมีสันตื้นๆ เมื่อแก่จัดจะแยกเป็น 6 เสี่ยงก้านผลแยกเป็นระยางค์ 6เส้น
ชอบแสงแดดจัดสามารถอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเย็น
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


กระเช้าถุงทอง/Aristolochia pothieri


ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia pothieri Pierre ex Lecomte
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระเช้าถุงทอง
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน


ไม้เลื้อย พบขึ้นกระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีการกระจายตั้งแต่ภาคเหนือลงมาจนถึงภาคใต้ตอนบน พบได้ตามป่าผลัดใบ ชายป่าดิบและทุ่งหญ้า และบริเวณเขาหินปูน ที่ความสูง 100-400 เมตร ลักษณะ ลำต้นมีขน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กว้าง ขอบใบเรียบ หรือหยักเว้าเล็กน้อยเป็น 3 แฉก กว้าง12-14ซม.ยาว11-12ซม.ฐานใบเว้าลึกรูปหัวใจ ปลายใบแหลมมีขนกระจายทั้งสองด้าน
ดอกสีน้ำตาลแดงหรือม่วงน้ำตาลออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ  มี8-20ดอก ช่อดอกยาว6ซม.ดอกสีเขียวแกมน้ำตาลหรือสีม่วงแกมน้ำตาล ยาวประมาณ3-4ซม. รูปร่างคล้ายหลอดยาว โคนเป็นกระเปาะ ส่วนปลายแผ่แบน ด้านนอกมีขนสั้นๆ
ผล อ่อนรูปไข่ เมื่อแก่ แห้งแล้วแตก เป็นรูปกระเช้า
หัวใต้ดิน ฝานเป็นแว่นบางๆ ต้มน้ำดื่ม เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะและคงกระพัน
นำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และปลูกเพื่อเป็นอาหารสำหรับตัวอ่อนของผีเสื้อ
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


กระเช้านกเล็ก/Aristolochia kerrii

ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia kerrii Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระเช้านกเล็ก กระเช้าปากเป็ด เครือไก่น้อย
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชถิ่นเดียวของไทย
ไม้เถาเลื้อยถิ่นเดียว ที่อาจพบในพม่าบ้าง พบมากทางภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ พบกระจายห่างๆ ทางตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้จนถึงจังหวัดสุราฎร์ธานี ขึ้นตามที่โล่งในป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา หรือบนเขาหินปูน ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,300 เมตร ลักาณะเป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นเกลี้ยง ใบเดี่ยวออกสลับรูปไข่แกมรูปหอกค่อนไปทางสามเหลี่ยม ขนาด กว้าง 4.5-6.6 ซม.ยาว 5.2-7.4 ซม.ปลายใบแหลม ฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนเรียบด้านล่างมีขนอ่อนนุ่มปกคลุม ดอกออกเป็นกลุ่มตามซอกใบมีเพียง1-2หรือ3ดอก
ดอกย่อยโค้งงอ ยาว1.5-2ซม.โคนเป็นกระเปาะปลายแผ่แขนงอออกเป็นจงอย ด้านนอกสีม่วงเข้มด้านในสีครีม
ผล รูปไข่ กว้าง1.6-1.8ซม.ยาว1.8-2.2ซม.ก้านผลยาว1.8-2.2ซม.แก่แล้วแตกเป็นรูปกระเช้า เมล็ดแบนไม่มีปีก
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฏาคม

กระเช้าผีมด/Hydnophytum formicarum


ชื่อวิทยาศาตร์---Hydnophytum formicarum Jack
ชื่อพ้อง---
---Hydnophytum formicarum subsp. montanum  
---Hydnophytum formicarum zollingeri    
---Hydnophytum formicarum dubium    
---Hydnophytum formicarum blumei    
---Hydnophytum formicarum montanum    
---Hydnophytum formicarum siamense    
---Hydnophytum formicarum subsp. blumei    
---Hydnophytum formicarum subsp. dubium    
---Hydnophytum formicarum subsp. siamense    
---Hydnophytum formicarum subsp. zollingeri    
---Hydnophytum formicarum var. latifolium    
---Hydnophytum formicarum var. cochincinense    
---Hydnophytum formicarum var. borneense    
---Hydnophytum formicarum var. minor    
---Hydnophytum formicarum var. longifolium    
---Hydnophytum montanum var. latifolia    
---Hydnophytum formicarum var. buxifolium    
---Hydnophytum formicarum f. typicum    
---Hydnophytum formicarum var. lucidum    
---Hydnophytum blumei Becc.    
---Hydnophytum montanum Blume    
---Hydnophytum borneense Becc.    
---Lasiostoma formicarum (Jack) Spreng.
ชื่อสามัญ---Baboon's Head, Ant Plant
ชื่ออื่น---กระเช้าผีมด, หัวร้อยรู, ปุมเป้า, กาฝากหัวเสือ
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เมียนม่าห์ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซีย


ไม้ พุ่มอิงอาศัยต้นไม้อื่น ลำต้นสูง30-60ซม.พบขึ้นในป่าดงดิบทั่วทุกภาค ของประเทศไทย ลักษณะโคนต้นป่องออกเป็นหัวกลมป้อม ผิวด้านนอกหยักเป็นลอนคลื่นสีน้ำตาลอมเทาเป็นมัน เนื้ออวบน้ำหนา ภายในเป็นโพรงและมีช่องทะลุติดต่อกันเป็นที่อาศัยของมดและสัตว์หลายชนิด
ใบเป็นใบเดี่ยวแผ่นใบหนารูปรีถึงรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ขนาดกว้าง2-7ซม. ยาว 4-15ซม. สีเขียวอ่อนถึงเขียวคล้ำ หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอก เดี่ยวแต่มักออกรวมเป็นกระจุก 2-5ดอกดอกขนาดเล็กรูปดอกเข็มสีขาวไม่มีก้านขนาด0.2-0.4ซม.ผลแบบผลมีเนื้อรูป ทรงรีถึงไข่กลับขนาด0.3-0.4x0.5-0.7 สีเขียว สุกสีส้มถึงแดง ฉ่ำน้ำเมล็ดแข็งมี2เมล็ด
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม


กระดังงาจีน/Artabotrys hexapetalus

ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys hexapetalus (L.f.) Bhandari
ชื่อพ้อง---Basionym: Annona hexapetala L.f.
---Annona hexapetala L.f.
---Annona uncinata Lam.
---Artabotrys odoratissimus R.Br.
---Artabotrys odoratissimus R.Br. ex Ker Gawl.
---Artabotrys odoratissimus Wight & Arn.
---Artabotrys uncatus (Lour.) Baill.
---Artabotrys uncinatus (Lam.) Merr.
---Unona esculenta Dunal
---Unona hamata Blume
---Unona uncata (Lour.) Dunal
---Unona uncinata (Lam.) Dunal
---Uvaria esculenta Roxb.
---Uvaria esculenta Roxb. ex Rottler
---Uvaria hamata Roxb.
---Uvaria odoratissima Roxb.
---Uvaria sinensis Blanco
---Uvaria uncata Lour.
ชื่อสามัญ---Climbing Ylang Ylang, Ylang Ylang Vine
ชื่ออื่น---กระดังงาจีน การเวก สะบันงาเครือ สะบันงาจีน
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ ถึง ชวา
คล้าย การเวกแต่เป็นพรรณไม้จากต่างประเทศ ดอกใหญ่กว่า สีเข้มกว่าและออกดอกดกกว่า เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล10-15เมตร ตามกิ่งและยอดไม่มีขน ใบแข็งหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน  
ดอก เดี่ยวสีเหลือง กลีบดอกรูปรีปลายแหลม มี 6กลีบสีเหลืองแข็งหนา เรียงเป็น2ชั้น ชั้นละ3กลีบ กลีบด้านในเล็กกว่าด้านนอก ดอกบานขนาด5-7ซม. ส่วนโคนก้านดอกแบนและโค้งคล้ายตะขอใช้เกาะพยุงลำต้น
ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย7-15ผลออกดอกตลอดปี ดอกบานวันเดียวร่วงหอมตลอดวันและแรงขึ้นตอนช่วงพลบค่ำ
ซุ้มไม้ในกรุงเทพฯตามที่จอดรถประจำทางจะเป็นกระดังงาจีน แต่มักจะเรียกกันว่าการเวก เป็น ต้นไม้กลางแจ้งที่ไม่ค่อยเลือกปุ๋ยเลือกดินเท่าไหร่เลี้ยงง่ายดูแลง่าย  สำหรับซุ้มที่จะทำให้ขึ้นเลื้อยต้องเป็นซุ้มที่มั่นคงและแข็งแรงพอที่ จะรับน้ำหนักของทรงต้นได้.
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง   

กระดูกกบ/Hymenopyramis brachiata


ชื่อวิทยาศาตร์---Hymenopyramis brachiata Wall. ex Griff.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระดูกกบ กงกาง  กงกางเครือ กงเกง ขงเข็ง  ขาเปีย  จะก๊าจ๊าเปื๋อย ตีนตั่งลม กระดูกแตก กระพัดแม่ม่าย ควายแก่ร้องไห้  เปื๋อยเครือ คอแร้ว เครือขาเปีย
ชื่อวงศ์---LAMIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย เวียตนาม
ไม้พุ่มรอเลื้อย สูงถึง 4 เมตร โคนต้นมีหนามแข็ง กิ่งอ่อนเป็นสันเหลี่ยมมีขนละเอียดสั้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูป วงรี กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 5-12 ซม.แผ่นใบบาง มีขนทั้งสองด้าน  ดอกช่อ แบบช่อแยกแขนง ออกดอกที่ซอกใบ และปลายกิ่ง ออกดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก  มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนติดกันเป็นรูปถ้วยขนาดเล็ก กลีบดอก 4 กลีบสีขาว ขนาดเล็กมาก โคนติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเล็กน้อย ผลสด รูปค่อนข้างกลม มีกลีบเลี้ยงที่ขยายใหญ่ เชื่อมติดกันเป็นถุงสี่เหลี่ยมหุ้ม
เปลือกต้นหรือแก่น ต้มน้ำแก้โรคไตพิการ

กระเพาะปลา/Finlaysonia manitima


ชื่อวิทยาศาตร์---Finlaysonia manitima Backer ex Heyne
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Finlaysonia obovata Wall.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กระเพาะปลา
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อ่าวเบงกอล ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย


ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่นพบขึ้นทั่วไปตามป่าชายเลน โดยเฉพาะบริเวณริมชายฝั่ง ลักษณะ ลำต้นเรียบเกลี้ยง ส่วนต่างๆมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม เถาและใบสีเขียวอ่อนถึงสีแดงอมม่วง
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปรี ขนาดกว้าง2-5ซม.ยาว6-12ซม.โคนใบรูปลิ่มปลายใบมนเป็นติ่งแหลมสั้น เนื้อใบหนากึ่งอวบน้ำ ผิวใบเกลี้ยงถึงมีขนสั้นนุ่ม ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก แบบช่อกระจุก แตกแขนงแบบสองหรือสามง่าม แขนงของช่อและก้านดอกอวบหนา สีม่วงแดงมีขนปกคลุม  ดอกย่อยขนาดเล็กรูปกงล้อสีม่วงอมชมพู ขอบขาว ดอกบานขนาด1-1.7ซม.มีกลิ่นเหม็นกลีบเลี้ยง5กลีบขนาดเล็กมีขนยาวเส้าเกสรรูปม งกุฏสีขาว
ผล เป็นผลคู่ แบบแตกแนวเดียว ขนาดใหญ่รูปไข่โป่งข้างเดียว ปลายแหลมและม้วนงอ ขนาดกว้าง3-4ซม.ยาว4-6ซม. ฝักมีสันตามแนวยาวคล้ายครีบและมีสันเล็กๆแทรกหลายสัน ด้านบนสีม่วงอมชมพู ด้านล่างสีเขียว เมล็ดจำนวนมาก รูปไข่มีขนเป็นพู่ที่ปลาย
ระยะออกดอกและผล---เดือนตุลาคม-มีนาคม


กล้วยพังพอน/Uvaria hamiltonii

ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria hamiltonii Hook.f.& Thomson
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยพังพอน
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียเขตร้อน

ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล10-18เมตร พยขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 50-300เมตรเปลือกลำต้นสีน้ำตาลอมเทา มีช่องอากาศเป็นจุดสีขาวประปราย ใบรูปไข่กลับกว้าง9-14ซม.ยาว 15-26ซม. โคนใบมนปลายใบมนมีติ่งแหลมยาว1-2ซม.มีขนรูปดาวสีน้ำตาลเหลืองหนาแน่นตามเส้น กลางใบและเส้นใบ
ดอก เดี่ยวสีแดงเข้มมีกลิ่นหอมอ่อน ดอกบานขนาด6-8ซม. ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย20-35ผล
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


กล้วยมะสังก้านสั้น/Fissistigma parviflorum

ชื่อวิทยาศาตร์---Fissistigma parviflorum (Scheff.) Merr
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Fissistigma latifolium (Dunal) Merr.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยมะสังก้านสั้น
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาลายา สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี

ไม้ เถาเนื้อแข็งเลื้อย พาดพันไม้อื่นได้ไกล 5-8 เมตร พบในป่าดิบเขาทางภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 900-1,200 เมตร ลักษณะกิ่งแก่มีสีน้ำตาลเข้ม มีช่องอากาศมาก กิ่งอ่อนสีเขียว มีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบรูปขอบขนาน กว้าง 3-4 ซม.ยาว 9-12 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบหนา ใบด้านบนสีเขียวเข้ม และมีเส้นกลางใบเป็นร่อง ใบด้านล่างสีอ่อนกว่าขอบใบเรียบ
ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุก 1-2 ดอก ตามกิ่งบริเวณนอกซอกใบหรือตรงข้าม  ดอกสีน้ำตาลและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบเลี้ยงสีน้ำตาลกลมป้อม กลีบดอกเรียงเป็น 2 ชั้น กลีบชั้นนอกรูปหอกมีขนคลุม กลีบบนกางออก กลีบชั้นในรูปหอก โคนกลีบกางจรดกัน เมื่อบานปลายกลีบกางแยกออก
ผล เป็นผลกลุ่ม มีจำนวน 4 ผล ผลย่อยติดอยู่บนแกน ก้านผลยาว1ซม.แต่ละผลกลมรี กว้าง 1 ซม.ยาว 1.5-1.7 ซม. ผิวผลมีขนอ่อนนุ่มคลุมอยู่
เป็นไม้ป่าที่ยังไม่มีการปลูกเลี้ยง
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


กล้วยลิง/Fissistigma latifolium

    

ชื่อวิทยาศาตร์---Fissistigma latifolium (Dunal) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Annona rufa C.Presl
---Fissistigma borneense (Miq.) Merr.
---Fissistigma parviflorum (Scheff.) Merr.
---Fissistigma rufum (C.Presl) Merr.
---Fissistigma sphaerocarpum (Miq.) Backer
---Friesodielsia multinervia (Merr.) Steenis
---Melodorum borneense Miq.
---Melodorum clementis Merr.
---Melodorum latifolium (Dunal) Hook.f. & Thomson
---Melodorum mollissimum Miq.
---Melodorum parviflorum Scheff.
---Melodorum rufum (C.Presl) Merr.
---Oxymitra multinervia Merr.
---Unona latifolia Dunal
---Uvaria latifolia (Dunal) Blume
---Uvaria sphaerocarpa Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยลิง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE    
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาลายา สุมาตรา ชวา บอร์เนียว โมลุกกะ ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี
ไม้ เถาเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นไปได้ไกล8-12เมตร ขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 500-900เมตร
ลักษณะ เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวมีขนยาวสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ใบรูปขอบขนาน กว้าง4-7ซม.ยาว11-20ซม. โคนนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบหนา ด้านบนใบสีเขียวเข้ม ใบด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอก ออกตรงข้ามใบหรือซอกใบใกล้ปลายยอด 1-3ดอก ก้านดอกมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ดอกสีน้ำตาลแดง เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีชมพูมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบเลี้ยงสีเขียวนวลมีขนสีน้ำตาลคลุมอยู่ กลีบดอกหนาเรียงเป็น2ชั้น ปลายกลีบแยกจากกัน
ผล เป็นผลกลุ่มมีผลย่อย6-10ผล ผลติดอยู่บนฐานตุ้มกลมผลรูปกลมรี ยาว1.5-2ซม.มีขนคลุมอยู่โดยรอบ
ระยะออกดอก---เดือน กรกฎาคม-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


กล้วยอ้ายพอน/Uvaria lurida

ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria lurida Hook.f.& Thomson
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Uvaria concava Teijsm. & Binn.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยอ้ายพอน
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

ไม้ เถาเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล5-8เมตร พบในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 30-300เมตรลักษณะทรงต้น แตกกิ่งน้อย ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง3-5ซม.ยาว7-13ซม.โคนใบมนปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างสีเขียวนวล มีขนรูปดาวสีน้ำตาลเหลืองเป็นกลุ่มเล็กๆประปรายกระจายตามเส้นกลางใบ
ดอก เดี่ยวสีแดงเข้มมีกลิ่นหอมอ่อน ดอกบานขนาด4-6ซม. ผลเป็นผลกลุ่ม มี8-15ผล ติดอยู่บนแกนตุ้มกลม ผลรูปทรงกระบอกสั้น มีรอยคอดเป็นช่วงๆ ผลแก่สีส้ม
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

กล้วยอีเห็น/ Uvaria dac


ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria dac Pierre ex Finet & Gagnep.
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กล้วยอีเห็น กล้วยเหลืองอีเห็น
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา

ไม้ เถาเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 5-10เมตรแตกกิ่งจำนวนมาก กิ่งอ่อนมีขนหนาแน่น เปลือกต้นสีน้ำตาลมีช่องอากาศมาก ดอกเดี่ยว หรือกระจุกสองดอก สีขาวหรือขาวนวล ขนาด 1.5-2 ซ.ม ไม่มีกลิ่น ดอกเล็กไม่สะดุดตาแถมไม่หอม
ผล มีผิวขรุขระสีเหลืองเมื่อสุกรสหวานอมเปรี้ยวเมล็ดมาก                                                                                     ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


กวางดูถูก/Naravelia laurifolia

ชื่อวิทยาศาตร์---Naravelia laurifolia Wall. ex Hook. f. & Thomson
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กวางดูถูก เถากวางดูถูก อุโซมาติ ดอกตาย หลอกตาย
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กัมพูชา, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม


ไม้ เลื้อยมีเนื้อไม้ เลื้อยได้ไกล  2-6 เมตร ขึ้นตามชายป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ที่โล่ง ความสูงถึงประมาณ 500 เมตร ประเทศไทยพบได้มากในป่าโปร่งทางภาคใต้และภาคอีสาน ลักษณะของ กวางดูถูก ลำต้นเป็นเถาแข็ง ใบเป็นใบประกอบเรียงตรงข้าม มีใบย่อยคู่เดียว มีรยางค์เป็นสายยาว ปลายแยกเป็น3เส้นอยู่ระหว่างคู่ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว4-6ซม. ใบย่อยรูปไข่กว้าง2-6ซม.ยาว5-10ซม.โคนใบสอบมน ปลายแหลม ขอบเรียบหรือหยักตื้นแผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม
ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบสีเหลืองอมเขียว เป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง1-2.5ซม. กลีบรองดอก5กลีบสีเขียวแกมม่วง เกสรเพศผู้ไม่สมบูรณ์ ลักษณะคล้ายกลีบดอกมี6-15อัน เกสรเมียแยกกัน11-16อัน ผลแข็งรูปกระสวยมีขนสีขาวคลุมประปราย ปลายผลมีเส้นยาวคล้ายแส้บิดโค้ง เป็นไม้ป่าหายากที่มีความสวยงาม


กาคาบแก้ว/Dalechampia bidentata

ชื่อวิทยาศาตร์---Dalechampia bidentata Blume
ชื่อพ้อง---Dalechampia bidentata var. yunnanensis Pax & K.Hoffm.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาคาบแก้ว
ชื่อวงศ์---EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้(ยูนนาน) พม่า อินโดนีเซีย เกาะชวาและสุมาตรา


 ไม้ เลื้อยเนื้ออ่อน พบตามที่โล่งในป่าเปิด ในภาคกลางและภาคตะวันออก ลำต้นมีขน หูใบรูปเคียว ใบจักลึกเป็น3แฉก หรือไม่มีแฉก ยาว4-18ซม. โคนใบรูปหัวใจ มีรยางค์รูปสามเหลี่มแคบ 1คู่ มีต่อมที่โคนใบ2-3อัน ขอบใบจักตื้น ช่อดอกมีใบประดับ 1คู่ ยาว4-5ซม. ปกคลุมดอกย่อย   ผลทรงกลมแป้นขนาด10 มม.ผิวเรียบ กลีบเลี้ยงยาว18-25มม.
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม


กาติด/Erycibe cochinchinensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Erycibe cochinchinensis Gagnep.
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาติด เถาสีผึ้ง
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา ลาว

 

ไม้ เถา มีเนื้อไม้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปใบหอก กว้าง 3-4.5 ซม.ยาว 9-13 ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมน  แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ดอกออกแบบช่อกระจุก ออกตามต้น ยาว 2 ซม.กลีบเลี้ยง 5 กลีบสีเขียว มีขนสีน้ำตาล กลีบดอกมี 5 กลีบสีขาวนวลแกมเหลืองอ่อน ผลสดรูปรี ยาวได้ถึง 2 ซม.สีส้มแกมเหลือง                                                                                 ระยะออกดอก/ติดผล---กุมภาพันธุ์-มีนาคม/เมษายน-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด  


กำปองน้อย/Clematis subumbellata


ชื่อวิทยาศาตร์---Clematis subumbellata Kurz
ชื่อพ้อง---
---Clematis kerriana Drumm. & Craib
---Clematis laxipaniculata C.Pei
---Clematis umbellifera Gagnep.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กำปองน้อย คำปองน้อย เครือจางน้อย เครือฟานไห้  พริกสั้นก้าง
ชื่อวงศ์---RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และจีนตอนใต้

ไม้เถาพบทุกภาคของประเทศ พบในป่าผลัดใบ ป่าดิบใกล้ลำห้วย ที่ระดับความสูงถึง1,200เมตร ลำต้นและกิ่งมีขนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นปลายใบคี่ ใบย่อยรูปหอก กว้าง2-3.8ซม.ยาว3-8.5ซม. ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ปลายใบแหลมโคนใบกลมมน ขอบใบเรียบ มีหูเป็นแผ่นใบทรงกลมขนาด1ซม. ดอกสีขาวนวลหรือแกมเขียวอ่อน ออกเป็นช่อ จากซอกใบถึงปลายกิ่งยาวได้ถึง15ซม. ดอกย่อยขนาด1.2-1.6ซม.เมื่อบาน กลีบรองดอก4กลีบรูปหอกกลับ มีขนละเอียด กลีบดอกลดรูป เกสรผู้จำนวนมากผิวเกลี้ยง  ผลเป็นผลกลุ่มรูปแบนส่วนปลายมีขนเป็นพู่ยาวเรียว ยาวประมาณ2.5ซม.
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


กำปองหลวง/Clematis buchananiana


ชื่อวิทยาศาตร์---Clematis buchananiana DC.
ชื่อพ้อง---
---Clematis bucamara Buch.-Ham. ex DC.
---Clematis buchananiana var. sericea S.K.Agarwal
---Clematis buchananii D.Don
---Clematis loasifolia D.Don
---Clematis wattii Drumm. & Craib
ชื่อสามัญ---White climber
ชื่ออื่น---กำปองหลวง คำปองหลวง
ชื่อวงศ์--- RANUNCULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เถาเลื้อย ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ตามชายป่าดิบเขาที่ระดับความสูง1,500-2,000เมตร
ลำต้นและกิ่งก้านมีขนสั้นหนานุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ใบย่อยเรียงตรงข้ามรูปไข่ กว้าง4-7ซม.ยาว6-10ซม.แผ่นใบหยักเป็น3แฉก ปลายเรียวแหลม โคนใบมน  ผิวใบทั้งสองด้านมีขนหนานุ่ม
ดอก สีขาวนวล ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว10-25ซม. ดอกย่อยบานเต็มที่กว้าง1-2ซม.ไม่มีกลีบดอกแต่กลีบรองดอกมี4กลีบ ด้านนอกมีขนหนานุ่มเมื่อบานปลายใบจะม้วนออก มีเกสรผู้และเกสรเมียจำนวนมาก
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


กาฝากตีนปู/Viscum articulatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Viscum articulatum Burm.f.
ชื่อพ้อง---
---Aspidixia articulata (Burm. f.) Tieghem
---Viscum angulatum Heyne ex DC.
---Viscum angulatum Heyne ex DC.
ชื่อสามัญ---Leafless Mistletoe
ชื่ออื่น---กาฝากตีนปู, กาฝากต้นเปา, กาฝากเถาหาผัวชก,หางสิงห์, นางหัก
ชื่อวงศ์---SANTALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย

เป็นพืชที่มักเกาะหาอาหารจากพืชอื่นเรียกว่าเป็นพวกพืชเบียน ลำต้นแบนห้อยยาวได้ถึง 40 ซม. มีข้อปล้องชัดเจนใบลดรูปมองเห็นไม่ชัดดอกช่อแบบช่อกระจุกออกที่ซอกใบ
ดอก เล็กมากกลีบรวม4กลีบสีเขียวอ่อน ผลสดสีขาวหรือเหลืองอ่อนไม่มีก้านผลผิวเรียบมี1เมล็ด เห็นอย่างนี้มีประโยชน์นะเพราะทางอิสานใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้เหน็บชา อาจติดมากับไม้ใหญ่ที่เราล้อมมาปลูกได้เหมือนกัน


กาฝากมหาปราบ/Helixanthera parasitica

ชื่อวิทยาศาตร์---Helixanthera parasitica Lour.
ชื่อพ้อง---
---Helicia parasitica (Lour.) Pers.
---Helixanthera annamica Danser
---Helixanthera parviflora Danser
---Helixanthera sumatrana Danser
---Helixanthera xestophylla (Miq.) Danser
---Lanthorus macrostachys Van Tiegh.
---Leucobotrys adpressa Van Tiegh.
---Loranthus adpressus (van Tiegh.) Engl.
---Loranthus adpressus (van Tiegh.) Lecomte
---Loranthus macrostachys Korth.
---Loranthus pentapetalus Roxb.
---Loranthus xestophyllus (Miq.) Merr.
---Phoenicanthemum xestophyllum Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---กาฝากมหาปราบ กาฝากพญามหาปราบ กาฝากก่อ กาฝากไม้มังตาน
ชื่อวงศ์---LORANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

เป็น พืชอิงอาศัยพบขึ้นพาดพันตามกิ่งและลำต้นของต้นไม้ใหญ่ กิ่งย้อยและห้อยยาว 1-2 เมตรใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง1.8-8ซม.ยาว5-18ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมมน ดอกสีแดงคล้ำออกเป็นช่อตามง่ามใบ ยาว10-30เซนติเมตร ดอกย่อยจำนวนมากออกรอบก้านช่อ กลีบดอกรูปขอบขนานแคบๆ5กลีบโคนกลีบเชื่อมกัน ผลกลมรีมีเมล็ด1เมล็ด สีเหลืองเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำ


ก๋าย/Artabotrys suaveolens

ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys suaveolens (Blume) Blume.
ชื่อพ้อง---
---Artabotrys corniculatus Merr.
---Artabotrys hamatus S.Vidal
---Artabotrys rolfei S.Vidal
---Unona corniculata Blanco
---Unona suaveolens Blume
ชื่อสามัญ---Fragrant tailgrape
ชื่ออื่น---ก๋าย
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์                                                                  


ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล5-10เมตร พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ที่ระดับความสูง100-300เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอมดำ เรียบมีร่องตื้นๆ มีช่องอากาศเป็นจุดสีขาว บิดเวียน ตามลำต้นและกิ่งมีตะขอ เนื้อไม้เหนียวมาก ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น เป็นไม้สกุลเดียวกับการเวก ตามต้นไม่มีหนาม ใบรูปรีถึงรูปขอบขนาน กว้าง2.2-5ซม. ยาว5-14ซม. โคนใบรูปลิ่มปลายใบแหลม ค่อนข้างหนาและเหนียว ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอก ออกเป็นช่อ ช่อละ5-10ดอก ก้านช่อโค้งเป็นตะขอ ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานสีขาวนวลหรือแกมม่วง  กลีบดอก6กลีบสีขาวเรียวกลม มีกลิ่นหอม ดอก บาน2วันแล้วโรยกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงช่วงพลบค่ำ                           เป็นไม้เลื้อยขึ้นซุ้มให้ร่มเงาดี

ระยะดอกออก---เดือนสิงหาคม-เดือนตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

การเวกกระ/ Artabotrys aeneus

ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys aeneus Jovet-Ast
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.The record derives from Tropicos
Full publication details for this name can be found in IPNI: http://ipni.org/urn:lsid:ipni.org:names:72350-1.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---การเวกกระ
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

     ไม้ เถาเนื้อแข็งกระจายพันธุ์อยู่บนยอดเขาสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เถาเลื้อยได้ไกล5-20เมตร เถาเล็กแกร่งและมีหนามแข็งเป็นช่วงๆ เปลือกต้นเรียบสีดำใบรูปรีขนาดกว้าง3-4.5ซม.ยาว8-14ซม.ใบหนาแข็ง เรียบเป็นมันทั้งสองด้าน  ออกดอกเป็นช่อกระจุก ต่อจากตะขอ มีดอกย่อย20-40ดอก ขนาด1-1.5 ซม.ปลายกลีบดอกงองุ้มเมื่อบานสีน้ำตาลส่งกลิ่นหอมแรงในช่วงพลบค่ำ ผลกลุ่มมีผลย่อย3-8ผล เมื่อแก่สีเขียวอมเหลือง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


การเวกช่อ/Artabotrys multiflorus

ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys multiflorus C.E.C.Fischer
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---การเวกช่อ
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

         ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล10-15เมตร เนื้อไม้เหนียวมาก เปลือกลำต้นสีดำ ตามลำต้นและกิ่งไม่มีหนาม ใบรูปรียาว10-18ซม.ใบหนาแข็งเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นกระจุก กระจุกละ1-6ดอก กลีบดอกสีเหลือง เมื่อบานมีขนาด1.5-2ซม.ผลกลุ่มมีผลย่อย3-6ผล เมื่อแก่มีสีเขียวอมเหลือง
          ดอก ทยอยบาน อยู่ได้2วัน กลีบดอกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มแล้วร่วงส่งกลิ่นหอมอ่อนในช่วง กลางวันและหอมแรงในช่วงพลบค่ำ ผลไม่ปรากฎให้เห็น
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


การเวกน้ำ/Artabotrys oblanceolatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys oblanceolatus Craib.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---การเวกน้ำ กระดังงาเขา
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้ พุ่มรอเลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไม้อื่นได้ไกล 4-8 เมตร พบตามธรรมชาติริมหนองน้ำตามป่าละเมาะทางภาคตะวันออก ที่ระดับความสูง 200 เมตร  กิ่งอ่อนมีขนกิ่งแก่เรียบสีน้ำตาลอมดำ แตกกิ่งเล็กจำนวนมาก กิ่งอ่อนยืดยาวได้รวดเร็วมาก ตามลำต้นมีหนามแหลมสีดำแข็งยาว1ซม อยู่ห่างๆกัน เนื้อไม้เหนียว
ใบรูปขนานแกมใบหอก กว้าง 2.5-4ซม.ยาว 10-15 ซม. ใบบางเนื้อใบเหนียว เรียบเป็นมันทั้งสองด้าน เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบด้านบนเป็นร่อง
ดอก เดี่ยวออกตรงข้ามต่อจากตะขอ ดอกสีเหลืองอมเขียว มีกลิ่นหอมแรงเฉพาะช่วงพลบค่ำ ผลเป็นผลกลุ่มมีผลย่อย 4-6 ผล ผลย่อยมีก้านผลสั้นมาก รูปกลมทรงกระบอก กว้าง 1 ซม.ยาว 2-3 ซม.เปลือกผลมีลายสีเขียวสลับขาว มี2 เมล็ดปลูกเป็นไม้ประดับ มีดอกหอม ปลูกให้เลื้อยไต่ซุ้มได้ดี
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม ผลแก่หลังดอกบาน5เดือน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

การเวกใบใหญ่/Artabotrys  grandifolius


ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys  grandifolius King
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---การเวกใบใหญ่
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย (คาบสมุทรมาลายู สุมาตรา)
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล10-20เมตร กิ่งอ่อนเรียบสีน้ำตาลมีช่องอากาศเป็นจุดๆ เถามีความเหนียวมาก
ใบ มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน รูปรีแกมขอบขนานกว้าง8-11ซม. ยาว20-25ซม.ใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มด้านล่างสีอ่อนกว่า โคนใบรูปลิ่มปลายใบเรียวแหลม
ดอก เดี่ยวออกที่ปลายตะขอตรงข้ามใบ ดอกสีเขียวมีใบประดับเล็กๆที่โคนก้านดอก ผลเป็นผลกลุ่ม ก้านช่อใหญ่ แข็ง มี15-25ผล ก้านผลย่อยสั้นมาก รูปไข่กลับขนาดกว้าง2.5ซม.ยาว3.7ซม. ปลายผลเป็นตุ่มแหลม                                ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน                                                                                                         ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


แก้วงามขำ/Hoya meliflua


ชื่อวิทยาศาตร์---Hoya meliflua (Blanco) Merr.
ชื่อพ้อง---Stapelia meliflua Blanco.
ชื่อสามัญ---Hoya, Wax Plant, Porcelain Flower, Little fraterna, Waxplant, Waxvine, Waxflower.
ชื่ออื่น---แก้วงามขำ
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---บอร์เนียว ฟิลิปปินส์

เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กเลื้อยได้ไกลถึง4เมตร ใบสีเขียวเข้มเป็นมันดูสะอาดตาดอกสีเหลืองอมส้ม ดอกบานขนาด1.5-2ซม.ปลายกลีบดอกลู่ไปข้างหลังและมีขนปกคลุม มีกลิ่นหอม ดอกบานทนอยู่ได้นาน
ระยะออกดอก---เดือนกรกฏาคม-ตุลาคม


แก้วมือไว/Pterolobium integrum


ชื่อวิทยาศาตร์---Pterolobium integrum Craib.
ชื่อพ้อง---Pterolobium micranthum sensu auct.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แก้วมือไว กระแทวแดง หนามกระแทง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAECALPINOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไม้ใหญ่ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณพบในภาคกลางและภาคอีสานของไทยที่ความสูงใกล้ระดับน้ำทะเล ถึง500เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามงองุ้ม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อยรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบมนโคนใบเบี้ยว  ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง ตามปลายยอดสีขาวอมชมพูขนาดเล็กมี5กลีบ  ที่เห็นในรูปเป็นผลหรือฝักสีแดงอมชมพูมีปีกบิดเป็นคลื่น
ยอดอ่อนและใบ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติ
ระยะออกดอก---เดือน เมษายน-เดือนกรกฎาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด
ที่คล้ายกัน---แก้วตาไว/Pterolobium macropterum Kurz -ลักษณะคล้ายกันกับแก้วมือไว (ไม่มีรูปภาพ)


ไก่ฟ้ายักษ์/Aristolochia grandiflora

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia grandiflora Sw.
ชื่อพ้อง---
---Aristolochia gigas Lindl.
---Aristolochia gigas var. sturtevanti S.Watson
---Aristolochia pichinchensis Pfeifer
---Howardia foetens Klotzsch
---Howardia grandiflora (Sw.) Klotzsch
ชื่อสามัญ---Dutchman's Flower, Pelican Flower
ชื่ออื่น---ไก่ฟ้ายักษ์ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟ้าใหญ่ นกกระทุง
ชื่อวงศ์---ARISTTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ปานามา คอสตาริก้า นิคารากัว เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส เบลิซ กัวเตมาลา เม็กซิโก แคริเบียน เวสต์อินดีส

ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกล 2-4เมตร ลำต้นเกลี้ยง ใบรูปหัวใจแกมรูปขอบขนาน ขนาดของใบกว้าง6-10ซม.ยาว9-15ซม. ปลายใบแหลมโคนใบเว้าตื้นแผ่นใบสีเขียวเข้ม เส้นใบหลักสีเขียวอ่อน
ดอก เดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกตูมรูปร่างคล้ายนกขนาดใหญ่ กลีบรวมเชื่อมติดกัน โคนกลีบสีเขียวอมเหลืองอ่อน เชื่อมติดกันเป็นกระเปาะคล้ายลำตัวนก เมื่อดอกบานปลายกลีบสีม่วงแผ่บานออก ดอกสีเหลืองครีมมีลายตาข่ายสีม่วงแดง ขนาดดอกยาว18-30ซม. ดอกมีกลิ่นเหม็น ผลรูปทรงกระบอกเมื่อแก่แตกออก เมล็ดรูปสามเหลี่ยมแบน
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง

ไกรกรัน/Jasminum annamense  subsp annamense

ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum annamense Wernham subsp annamense
ชื่อพ้อง---Jasminum plumosum Kerr
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ไกรกรัน
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- ลาว ไทย เวียตนาม

ไม้ เลื้อยอายุหลายปี เลื้อยได้ไกล 3-6เมตร ตามกิ่งก้านมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบรูปไข่ยาว8-12ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ขนาด5-8ซม.สีขาวมีดอกย่อยจำนวนมากลักษณะเด่นคือมีกลีบเลี้ยงเรียวแหลมและยาว มาก ก้านช่อดอกยาวและมีขนปกคลุมหนาแน่น
แต่ละต้นออกดอกในเวลาใกล้เคียงกัน ทยอยบานเพียงวันเดียวแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆโชยไปไกลตลอดวัน และแรงขึ้นในช่วงพลบค่ำ
ไกรกรัน เป็นมะลิพื้นเมืองของไทย มีถิ่นกำเนิดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่พบปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับ เป็นพรรณไม้ที่ให้ดอกดกและทนแล้ง สามารถปลูกได้คามพื้นราบทั่วไป แล้วทำซุ้มให้เลื้อยขึ้นได้ แต่ต้องมีการตัดแต่งอยู่เสมอเนื่องจากมียอดเลื้อยยาวได้เร็ว
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการ เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง


ขางครั่ง/Dunbaria bella

ชื่อวิทยาศาตร์---Dunbaria bella Prain.
ชื่อพ้อง---Dunbaria longeracemosa Craib.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ขางครั่ง ดอกครั่ง เถาครั่ง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม

 

ไม้ เถาล้มลุก ลำต้นกลม ใบประกอบขนนกแบบใบย่อย3ใบ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง1.5-5ซม. ยาว4-12ซม.ปลายและโคนใบมน แผ่นใบหนาเหนียวคล้ายแผ่นหนัง
ดอก สีม่วงดำแกมเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยรูปดอกถั่วขนาด1-1.5ซม.จำนวนมาก กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกัน ปลายกลีบแยก5กลีบ กลีบดอก5กลีบ กลีบบนสีม่วงดำคลุมกลีบอื่น กลีบข้าง2กลีบสีเหลืองรูปไข่กลับ  กลีบคู่ล่างเชื่อมกันสีเหลือง ส่วนปลายเรียวและบิดโค้งขึ้นเป็นงวง ผลเป็นฝักแบนรูปขอบขนานกว้าง0.8-1ซม.ยาว5-8ซม.มีขน และปลายเรียวแหลม เมล็ดกลมขนาดเล็ก
เป็นผักพื้นเมืองช่อดอกอ่อนรับประทานได้                                                                                                    ระยะออกดอกและติดผล---ระหว่างเดือน กันยายน-มกราคม                                                                                ขยายพันธุ์---เมล็ด


ข้าวสารค่าง/Cardiopteris quinqueloba


ชื่อวิทยาศาตร์---Cardiopteris quinqueloba (Hassk.) Hassk.
ชื่อพ้อง---Basionym: Peripterygium quinquelobum Hassk.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เข้าสารค่าง,ตุ๊กตู่, ผักแต๋นแต้, ลิ้นปี่, หวี่หวี่, อีหวี่
ชื่อวงศ์---CARDIOPTERIDACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียใต้ถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

    ไม้ เถาเลื้อยพัน พบบริเวณป่าผลัดใบ ป่าไผ่ ตามที่รกร้างที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลจนถึงระดับ600เมตร ลักษณะทุกส่วนมียางสีขาว ลำต้นค่อนข้างแบน ใบเดี่ยวออกเรียงวน รูปไข่กว้างเป็นส่วนใหญ่ แผ่นใบเรียบ โคนใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือมน ขนาดกว้าง4-7ซม.ยาว6-12ซม. ดอกเล็กสีขาวออกเป็นช่อขนาดยาว3-8ซม.
ดอก ย่อยเรียงออกด้านเดียว ซึ่งทำให้ช่อดอกโน้มไปด้านหนึ่งและมักจะม้วนงอ ผลสีเขียวรูปไข่กลับแกมรีลักษณะแบนมีปีก2ปีกมีเส้นแขนงละเอียดเรียงขนานกัน กว้าง1-2ซม.ยาว1.5-3ซม.ที่ส่วนปลายสุดของบยอดเกสรเมียที่คงความเขียวอยู่ได้ นานเห็นชัด

เขี้ยวกระจง/Fagerlindia sinensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Fagerlindia sinensis (Lour.) Tirveng.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Benkara sinensis (Lour.) Ridsdale.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เขี้ยวกระจง คัดเค้าเล็ก คัดเค้าหนู
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
      ไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดเล็กเลื้อยไต่ได้เล็กน้อยไปไม่ไกล พบในป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ ที่ระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึง400เมตร
พุ่มสูง1.5เมตร แตกกิ่งต่ำบริเวณพื้นดินมีหลายลำต้น มีหนามแหลมแข็งตามลำต้นและกิ่ง ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปไข่หรือรูปรี ยาว6-10ซม.ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยวมี2-4ดอกออกที่ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบดอกบางสีขาวมี5กลีบ เมื่อบานเต็มที่ขนาด2.5-3ซม มีกลิ่นหอม ผลกลมขนาด6มิลลิเมตร เมื่อสุกสีดำ
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม


เขี้ยวงู/Jasminum decussatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum decussatum Wall. ex G.Don
ชื่อพ้อง---Jasminum puberulum Ridl.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เขี้ยวงู มะลิเขี้ยวงู
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย มาลายา สุมาตรา

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยไกล 3-7เมตร เป็นไม้ป่าพื้นเมืองที่เจริญเติบโตได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ลักษณะ แตกกิ่งน้อย เลื้อยยืดยาว ปลายกิ่งมีขนอ่อนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี แผ่นใบบางและเหนียว ด้านล่างใบมีขนปกคลุมหนาแน่น ช่อดอกออกแน่นและใหญ่ ออกที่ปลายกิ่ง สีขาวหม่น ขนาด5-10ซม. มีดอกย่อยจำนวนมาก บานพร้อมกัน ขนาด 2ซม.  ดอกบานวันเดียวและร่วง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน และหอมแรงช่วงพลบค่ำถึงกลางคืน
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง


เขี้ยวงูเล็ก/ Jasminum nervosum

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum nervosum Lour.
ชื่อพ้อง---
---Jasminum finlaysonianum Wall. ex G.Don
---Jasminum hemsleyi Yamam.
---Jasminum lindleyanum Blume
---Jasminum silhetense Blume
---Jasminum smalianum Brandis
---Jasminum stenopetalum Lindl.
---Jasminum subtriplinerve Blume
---Jasminum trineuron Kobuski
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เขี้ยวงูเล็ก มะลิดิน มะลิย่าน
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย เนปาล บีงคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา ลาว เวียตนาม

ไม้ เถาขนาดเล็กเลื้อยได้ไกล 2-4 เมตร กิ่งยอดขนาดเล็กมีขนสีเขียวนุ่มปกคลุม กิ่งแก่เรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปไข่ เนื้อใบบางและเหนียว ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบคู่แรกเป็นร่องเห็นเด่นชัดที่ด้านบนใบ
ช่อ ดอกออกปลายกิ่งสีขาว ช่อละ1-3ดอก เมื่อบานขนาด3ซม.มีกลีบเลี้ยงเป็นซี่แหลมยาว มีผลเดี่ยวหรือคู่อยู่ติดกันเป็นคู่ รูปกลมรี มีกลิ่นหอมอ่อนๆทั้งวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำถึงกลางคืน บานพร้อมกัน วันเดียวร่วง ปลูกเป็นไม้ประดับซุ้ม มีกลิ่นหอม
พบตาม ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ในระดับความสูง 300-800เมตร แต่ที่พบในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน พบที่ความสูง 1,300เมตร
ชยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

เขืองแดง/Smilax siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Smilax siamensis T. Koyama
ชื่อพ้อง--- This name is a synonym of Smilax perfoliata Lour.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เขืองแดง
ชื่อวงศ์---SMILACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย อินโดจีน มาเลเซีย 

        ไม้ เถาเลื้อยพันขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง2-8เมตร ลำต้นสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปวงรีหรือวงรีแคบ กว้าง3-12ซม.ยาว6-20ซม.หูใบรูปไข่กว้าง มีมือเกาะยาว7-20ซม. หูใบกว้าง ดอกช่อออกที่ก้าน แยกเพศ ประกอบด้วยดอกช่อดอกย่อย7-25ช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อย18-40ดอก กลีบรวมสีเหลืองหรือเหลืองแกมเขียว ผลสดรูปทรงกลม
ระยะออกดอกผล---กรกฏาคม-พฤศจิกายน


คดสัง/Combretum trifoliatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Combretum trifoliatum Vent.
ชื่อพ้อง---
---Cacoucia lucida (Blume) Hassk.
---Cacoucia trifoliata (Vent.) DC.
---Combretum bellum Steud.
---Combretum lucidum Blume
---Combretum subalternans Wall. [Invalid]
---Combretum undulatum Wall. [Invalid]
---Embryogonia lucida (Blume) Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คดสัง ย่านตุด จุด ชุด เบน
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 3-5 เมตร เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้นตามสองฝั่งแม่น้ำหรือที่ราบน้ำท่วมถึง ใบเดี่ยวออกที่ข้อเดียวกัน เนื้อใบหนาเกลี้ยง โคนใบมน ปลายแหลม ก้านใบสีน้ำตาลดำ
ดอก จะออกเป็นช่อกระจายตรงปลายยอดหรือตามง่ามใบ ดอกสีขาวแกมเหลือง กลิ่นหอม ผลแห้งแข็งไม่มีก้านมีสัน5สัน  ผิวเกลี้ยงผลแก่สีน้ำตาลดำและเป็นมัน มีครีบปีกแข็ง
ผลนำมาผสมกับเมล็ดข้าวโพดทำให้สุก ปั้นเป็นลูกกลอน ใช้เคี้ยวเป็นยาบำรุงและรักษาเหงือก รากใช้ปรุงเป็นยาชง รักษาอาการตกขาว และยังใช้ชำระล้างอวัยวะสืบพันธุ์
ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคบิดและเป็นยาขับพยาธิ
ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด  (อยู่ได้หลายปีโดยไม่เสื่อมสภาพในการงอก)      

              
คันธุลี/Tyrophora indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Tyrophora indica (Burm.f.) Merr.
ชื่อพ้อง---Cynanchum indicum Burm.f.
ชื่อสามัญ---Indian Sarsaparilla, Panacea Twiner
ชื่ออื่น---คันธุลี, ขุนพูน, ท้าวพันราก, หน่วยไส้เดือน
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เลื้อยพันต้นไม้อื่น ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวรูปหอกแกมขอบขนาน ออกเรียงสลับกันปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียว ขนาดใบกว้าง 1-1.5 ซม.ยาว 8-13 ซม.
ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดประมาณ 1.5 ซม. กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นถ้วยสีครีม มีลายสีม่วงผลเป็นฝักคู่ ภายในเมล็ดรูปไข่แบน มีขนยาวสีขาวจำนวนมาก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


คำผีแปง/Caesalpinia minax


 ชื่อวิทยาศาตร์---Caesalpinia minax Hance
ชื่อพ้อง---
---Caesalpinia morsei Dunn
---Caesalpinia globulorum sensu
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คำผีแปง, เถาขี้แฮด, มะดำ
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า อินโดจีน ไต้หวัน

    

ไม้ เถา ลำต้นกิ่งก้านมีหนามแหลม พบเฉพาะป่าดิบทางภาคเหนือ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกตรงข้าม ใบย่อย6-12คู่ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง1-1.8ซม.ยาว2.5-4ซม.โคนใบเบี้ยว หูใบรูปขอบขนานยาว0.8ซม.
ดอก สีขาวอมเหลืองจางๆ ออกเป็นช่อเดี่ยว หรือแตกแขนงที่ปลายยอด ดอกย่อยมีจำนวนมาก ขนาด1-2ซม. กลีบรองดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากัน กลีบดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากัน รูปค่อนข้างกลม กลีบบนสีออกแดงมีขนาดเล็ก
ผลเป็นฝัก รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง4-4.5ซม.ยาว10-15ซม.ฝักอ่อนสีเขียวมีขนปกคลุมหนาแน่น เมื่อแก่ขนจะแข็งเป็นหนาม สีน้ำตาลดำ แตกตามรอยตะเข็บข้าง  
ระยะออกดอกติดผล---ตลอดปี                                                                                                                      ขยายพันธุ์---ด้วยเมล็ด                                                                                                                      

คุย/Willughbeia edulis

ชื่อวิทยาศาตร์---Willughbeia edulis Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Ambelania edulis (Roxb.) J.Presl
---Ancylocladus cochinchinensis Pierre
---Ancylocladus curtisianus Pierre
---Ancylocladus edulis (Roxb.) Kuntze
---Pacouria roxburghii Kostel.
---Willughbeia cochinchinensis (Pierre) K.Schum.
---Willughbeia curtisiana (Pierre) K.Schum.
---Willughbeia dulcis Ridl.
---Willughbeia gudara Steud.
---Willughbeia martabanica Wal

ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---คุย, กะตังกะติ้ว, คุยช้าง ,คุยหนัง,หมากยาง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บีงคลาเทศ พม่า ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง พบตามป่าดิบแล้ง ชายป่าดิบชื้น ทั่วทุกภาคของประเทศ ในระดับความสูง 50-400เมตร เลื้อยได้ไกล 10-15 เมตร มีมือเกาะ ทุกส่วนของลำต้นมียางสีขาวข้นหรือเหลืองอ่อน เปลือกเถาเรียบสีดำหรือ น้ำตาลเข้ม                   ใบเดี่ยวออกตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง12ซม.ยาว3.7-14ซม.ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่มถึงมน แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม
ช่อดอกออกที่ซอกใบและปลายยอด เป็นช่อสั้นๆสีขาวหรือเหลือง มีดอกย่อย5-6ดอก กลีบดอก5กลีบ บานบิดเวียนสีเหลือง ขนาดดอกบาน2.2.5ซม.มีกลิ่นหอม
ผลเป็นผลสด ทรงกลมหรือรูปไข่ ขนาด3-4ซม.สีเหลืองถึงส้ม เมล็ดรูปไข่ผิวเกลี้ยง                                                  ผลสุกมีเนื้อในรสหวานรับประทานได้
ดอกเริ่มแย้มช่วงเช้าแล้วโรยช่วงเย็น และร่วงวันต่อมาส่งกลิ่นหอมอ่อนทั้งวัน  
ระยะออกดอก---เดือน กันยายน-ตุลาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


เครือข้าวมวก/Alyxia siamensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Alyxia siamensis Craib
ชื่อพ้อง---
---Alyxia balansae Pitard
---Alyxia yunkuniana Tsiang
ชื่อสามัญ---Long-cyme Alyxia
ชื่ออื่น---เครือข้าวมวก
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน(ยูนนาน) ไทย เวียตนาม

      ไม้ เถาเนื้ออ่อนเลื้อยได้ไกล3-10เมตร ขึ้น อยู่ในป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาที่ระดับควมสูง800-1,500เมตร ในจ.เชียงใหม่ ตาก หนองคาย ชัยภูมิและตราด มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด ลักษณะทั่วไปของเครือข้าวมวก กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย กิ่งแก่เรียบ ใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามหรือออกเป็นนกระจุกตามกิ่ง3ใบ เนื้อใบหนารูปรีกว้าง 1.7-5.7ซม.ยาว5.2-18.5ซม. โคนใบรูปลิ่มปลายใบเรียวแหลม ด้านบนนและด้าล่างของแผ่นใบมีขนปกคลุม ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบและปลายยอด มีดอกย่อยจำนวนมากสีขาว ปลายกลีบเรียงวน เมื่อบานมีกลิ่นหอมอ่อน
ผลทรงรีกว้าง8 มม.ยาว15มม.
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม


เครือเขาแกบ/Bauhnia curtisii

ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhnia curtisii Prain
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Lasiobema curtisii (Prain) de Wit
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือเขาแกบ
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งมีเนื้อไม้ ประเทศไทยพบทุกภาคตามชายป่าดงดิบ ที่ชื้นแฉะหรือบนเขาหินปูน ที่ระดับความสูง 500เมตร ลักษณะกิ่งอ่อนมีขนสั้น ใบเดี่ยวรูปไข่กว้างถึงแกมขอบขนาน ปลายใบเว้าตื้นโคนใบมนถึงแกมรูปหัวใจ ผิวใบด้านบนเรียบเป็นมัน มีมือเกาะเป็นเส้นโค้งงอ
ดอกสีเขียวอมเหลืองออกเป็นช่อกระจะตั้งขึ้น ยาวถึง 20 ซม. ดอกย่อยขนาดเล็กประมาณ 0.8 -1 ซม. กลีบรองดอกปลายแยก 2-3 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน 2กลีบล่างรูปคล้ายช้อน 3กลีบบนมีลักษณะแคบ โคนกลีบเรียวเล็ก เกสรผู้3อันมี2อันเป็นหมัน มีขนาดเล็ก รังไข่เกลี้ยงไม่มีขน ผลเป็นฝัก กว้าง 1.5 ซม.ยาว 5-6 ซม.ปลายเป็นจงอยโค้งแก่แล้วแตกมีเมล็ดแบน 2-6 เมล็ด

เครือเขาปู้/ Pueraria candollei var. candollei

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Pueraria candollei Graham ex Benth. var. candollei
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ--- White Kwao Krua
ชื่ออื่น---เครือเขาปู้ กวาวเครือขาว
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ เถาเนื้อแข็งอายุหลายปี มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ ใบประกอบแบบขนนก ชั้นเดียว ใบย่อย3ใบเรียงสลับ  ใบย่อยรูปไข่กว้าง 10-20ซม. ยาว 15-25ซม. ปลายใบแหลมโคนใบรูปลิ่มถึงตัด มีหูใบรูปโล่
ดอกช่อแบบช่อกระจะ แยกแขนง โปร่ง ดอกย่อยรูปดอกถั่ว สีม่วง ฝักเป็นรูปขอบขนานแบน
ยาพื้นบ้านอิสานใช้หัวต้มน้ำดี่มบำรุงกำลัง


เครือเขาหนัง/Phanera bassacensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Phanera bassacensis (Gagnep.) de Wit
ชื่อพ้อง---Bauhinia bassacensis Gagnep
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือเขาหนัง แสลงพัน ปอเจี๋ยน
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เถา ไม้เลื้อยขนาดใหญ่เนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 8-10 เมตร ใบเดี่ยวออกสลับปลายใบและโคนใบเว้าลึก ออกเป็นใบคู่เหมือนใบแฝดออกดอกเป็นช่อกระจะตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีเขียวกลีบดอก5กลีบขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำชอบแดดจัด  มีรูปจากป่ามาให้ดูด้วย (18/9/2009)
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน-เดือนธันวาคม     


เครือเขาหลวง/Argyreia splendens

ชื่อวิทยาศาตร์---Argyreia splendens (Hornem.) Sweet
ชื่อพ้อง---Basionym: Convolvulus splendens Hornem
---Amphione splendens (Hornem.) Raf.
---Ipomoea splendens (Roxb.) Sims
---Lettsomia splendens Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือเขาหลวง เครือเขาหลง, บ่าน้ำป่า, เครือตาปลา, มันฤาษี, ฮ้านผีป้าย
ชื่อวงศ์---CONVOLVULCEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เลื้อยพันต้นไม้อื่น อายุหลายปี ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอก ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง มีขนปกคลุมเล็กน้อย ดอกออกที่ปลายเถาเป็นช่อ ดอกย่อยขนาดใหญ่คล้ายดอกผักบุ้ง กลีบดอกเชื่อมติดกันที่โคน มีรอยพับเป็นรูปดาว5แฉก ภายในสีม่วงสด ปลายกลีบสีม่วงอ่อน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด และการปักชำ
ระยะออกดอก---เดือน สิงหาคม-พฤศจิกายน


เครืองูเห่า/Toddalia asiatica

ชื่อวิทยาศาตร์---Toddalia asiatica (L.) Lam
ชื่อพ้อง---
---Aralia labordei H.Lév.
---Paullinia asiatica L.
---Toddalia aculeata Pers.
---Toddalia angustifolia Lam.
---Toddalia floribunda Wall.
---Toddalia nitida Lam.
---Toddalia rubricaulis Roem. & Schult.
---Toddalia tonkinensis Guillaumin
ชื่อสามัญ---Forest pepper, Forest-Pepper, Wild orange tree, Lopez tree
ชื่ออื่น---เครืองูเห่า ผักแปมป่า เล็บรอก
ชื่อวงศ์--- RUTACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกาตะวันออก มาดากัสการ์ อนุทวีปอินเดีย จีน อินโดจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์


 เครือ งูเห่าเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพาดพันไม้อื่น ยาว 2-20เมตร เถาอ่อนมีหนามแหลมคม เมื่อเถาแก่ก็ทิ้งร่องรอยเขี้ยวเล็บไว้เป็นปุ่มปมแข็ง
ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อยสามใบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง1-2.5ซม.ยาว3-8ซม. ผิวใบมีจุดต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่งสีเหลืองแกมเขียว
 ผลกลมสีเขียวเมื่อสุกสีส้ม ใบและยอดอ่อนนำมารับประทานกับน้ำพริกได้ หรือเป็นผักสดกินกับ ลาบ ก้อย ส้มตำ น้ำตก ซกเล็ก และขนมจีนน้ำพริกป่า น้ำยาบ้าน ได้ทั้งนั้นน่อ
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


เครือโงบ/Uncaria homomalla


ชื่อวิทยาศาตร์---Uncaria homomalla Miq.
ชื่อพ้อง---
---Uncaria tonkinensis Havil.
---Uncaria parviflora (Ridley) Ridley
---Uncaria quadrangularis Geddes
---Uruparia homomalla (Miq.) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือโงบ เขาควายแม่ว้อง เขาควายแม่หลูบ เกี้ยวโซ่ โงบ
ชื่อวงศ์---RUBIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ อินโดจีน มาลายา สุมาตรา

     ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง กิ่งก้านสีเขียวส่วนปลายมักเป็นสี่เหลี่ยม มีรูระบายอากาศตามกิ่งใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่สลับ หลังใบสีเข้มเหลือบมัน ท้องใบจางกว่ามีขนนุ่มแน่น ขนาดกว้าง7-9ซม.ยาว10-14ซม. มีหูใบลักษณะแผ่มน มักพบระยางค์มีลักษณะคล้ายของอ ออกเป็นคู่ตามข้อ
ดอกสีขาวครีมมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อกลมแน่น ขนาดดอก3-5ซม.ก้านดอกยาว2-3ซม. ออกตามซอกใบ
ผลออกเป็นกระจุกแน่นรูปทรงกลมเปลือกแข็ง ขนาด3-4ซม.
เป็นไม้ป่าของไทยส่วนปลายยอดเมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมเย็น


เครือจักกระทงแดง/Thunbergia hossei


ชื่อวิทยาศาตร์---Thunbergia hossei C.B. Clarke
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.The record derives from WCSP
Full publication details for this name can be found in IPNI: http://ipni.org/urn:lsid:ipni.org:names:56313-1.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---เครือจักกระทงแดง หนามแน่ดง น้ำแย้น้อย จิงจ้อน้อย นมแน่ดง หนามแน่
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประทศไทย

     ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง  เลื้อยได้ไกล4-6เมตร ใบเดี่ยวรูปรีแคบ ขอบจักฟันเลื่อยห่างๆ  โคนใบเว้า ปลายแหลม แผ่นใบสีเขียว ขนาดใบกว้าง3-4ซม.ยาว5-8ซม.ซม.เส้นใบหลัก3เส้นออกจากโคนใบเห็นเด่นชัด
ดอก ออกเป็นช่อกระจะ ห้อยลง ช่อดอกสั้นและดอกมีจำนวนน้อย กลีบดอกสีเหลืองสด ปลายกลีบมีสีแดงเรื่อ โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบ ขอบกลีบโค้งไปด้านหลัง เส้นผ่านศูนย์กลางดอก3-3.5ซม.         ไม่ติดผล
ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงแดดจัด  นิยมปลูกประดับซุ้มขนาดใหญ่และมักปลูกได้ดีทางภาคเหนือ
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง


เครือเทพรัตน์/Thepparatia thailandica


ชื่อวิทยาศาตร์---Thepparatia thailandica Phuph
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือเทพรัตน์ ชบาเถา
ชื่อวงศ์---MALVACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวพบที่ จ.ตากใกล้ชายแดนพม่า โดย ดร.ราชันย์ ภู่มา นักพฤกษศาสตร์หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พ.ศ.2548 มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งในถิ่นกำเนิด
ไม้เถาขนาดใหญ่เลื้อยได้ไกลถึง20เมตร มีขนรูปดาวทุกส่วนของลำต้น ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ มีแฉกตื้น3-5แฉก ขอบใบหยักฟันเลื่อยห่างๆด้านบนของแผ่นใบมีต่อมทั่วไป ขนาดของใบกว้าง7-12ซม.ยาว 6-12ซม.ช่อดอกยาว20ซม.ออกเป็นช่อกระจะห้อยลง ดอกย่อยจำนวนมาก รูประฆัง ริ้วประดับ5-7กลีบติดทน กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ5กลีบ กลีบดอกสีเหลืองอ่อนหรือสีครีมมีแถบสีแดงรูปไข่กลับ ปลายกลีบม้วนออก ผลแห้งแล้วแตกคามแนวยาวด้านหลัง
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน
การขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่งและปักชำในกะบะพ่นหมอกกลางแจ้ง และเสียบยอดโดยการใช้พู่ระหงเป็นต้นตอ

เครือพูเงิน/Argyreia mollis


ชื่อวิทยาศาตร์---Argyreia mollis (Burm.f.) Choisy
ชื่อพ้อง---
---Argyreia argentata Miq.
---Argyreia championii Benth.
---Argyreia obtecta (Choisy) C.B.Clarke
---Convolvulus mollis Burm.f.
---Convolvulus sericeus L.
---Ipomoea sericea (L.) Blume
---Lettsomia championii (Benth.) Benth. & Hook.f. ex B.D.Jacks.
---Mouroucoa championii (Benth.) Kuntze
---Rivea obtecta Choisy
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือพูเงิน ย่านตาน
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน และคาบสมุทรมลายู

 ไม้เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกลถึง10เมตร พบตามป่าเบญจพรรณ ริมทางที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง1,500เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีขาวน้ำเงินปนน้ำตาลอ่อน เส้นยาวราบหนาแน่น  ใบเดี่ยวรูปรีแกมขอบขนาน  ด้านบนผิวใบมีขนประปรายใต้ใบมีขนสีขาวเงินนุ่มคล้ายเส้นไหมหนาแน่น
ดอกสีม่วงอ่อนหรือชมพู โคนกลีบสีขาวออกเป็นช่อตามซอกใบ 1-5 ดอก ดอกรูปกรวย ปลายแผ่ติดกัน ด้านนอกของโคนดอกมีขนเป็นแฉก ขนาดดอก3.5-4ซม.ผลกลมสีส้มอมแดงเมล็ดสีดำมี4เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม


เครือมวกไทย/Alyxia thailandica


ชื่อวิทยาศาตร์---Alyxia thailandica D.J. Middleton
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือมวกไทย นูดเครือ
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้ เถาเนื้ออ่อนขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล3-6เมตร กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมหนาแน่น กิ่งแก่เรียบ ใบออกเป็นกระจุกตามกิ่ง3-4ใบ เนื้อใบหนารูปรี กว้าง1.2-2.6ซม.ยาว3-7ซม. โคนใบรูปลิ่มปลายใบมน มีขนอ่อนที่เส้นกลางใบ ทั้งด้านบนและด้านล่างของใบ ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบมีดอกย่อยจำนวนมากสีขาวปลายกลีบเรียงเวียน เมื่อบานมีกลิ่นหอมอ่อน ผลมีขนาด 5มม.
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย โดย J.F.Maxwellชาวอเมริกัน ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทย จากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เขตจังหวัดนครนายก ที่ระดับความสูง1,400เมตร เมื่อพ.ศ.2517มีรายงานการตั้งชื่อเมื่อปีพ.ศ.2538 ขึ้นอยู่ในป่าดิบเขาที่ระดับความสูง1,000-1,400 เมตร สถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-พฤศจิกายน
เครือมวกไทยเจริญเติบโตอยู่ในพื้นที่ระดับสูง อากาศหนาวเย็น ต้องการแดดจัดและความชื้นสูง


เครือมุย/Ceropegia sootepensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Ceropegia sootepensis Craib.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือมุย มะมุุยดอย มะเขือแจ้ดิน ว่านสามพี่น้อง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้ เลื้อยลำต้นทรงกระบอกเรียวยาว ใบเดี่ยวรูปแถบออกตรงข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อสั้นบริเวณซอกใบ3-5ดอก กลีบดอก5กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบดอกแยก5แฉกคล้ายกระเช้า โคนและปลายหลอดดอกสีน้ำตาลแกมม่วง คอหลอดกลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว


เครือเหนียว/Friesodielsia affinis

ชื่อวิทยาศาตร์---Friesodielsia affinis (Hook. f. & Thomson)  Das
ชื่อพ้อง---
---Fissistigma magnisepala Irawan
---Oxymitra affinis Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เครือเหนียว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย มาลายา บอร์เนียว

ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันไม้อื่นได้ไกล 5-10เมตร ขึ้นกระจายตามชายป่าดิบชื้นทางภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 100-400เมตร ลักษณะเปลือกต้นสีดำ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น
ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอกกลับ กว้าง 4-5.5ซม. ยาว13-15ซม. โคนใบมนหยักเว้า ปลายใบแหลมด้านบนเรียบเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ใบด้านล่างเคลือบขาว  ผิวใบและเส้นกลางใบมีขนนุ่ม
ดอก เดี่ยว ออกจากซอกใบ กลีบดอกเรียงกัน2ชั้น สีเหลืองอมเขียว ผลกลุ่มมี7-15ผล รูปกลมรี ยาว1-1.2ซม.มีขนสีน้ำตาล ปลายผลมีติ่งแหลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดง มีเมล็ด1เมล็ด
เถามีความเหนียวใช้แทนเชือกได้
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


งวงชุ่ม/Combretum pilosum


ชื่อวิทยาศาตร์---Combretum pilosum Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Combretum insigne Van Heurck & Müll.Arg.
---Combretum laetum Wall.
---Combretum spinescens Wall.
---Poivrea pilosa (Roxb.) Wight & Arn
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น--- งวงชุ่ม เครือเขามวก เครือกะแด้ง งวงสุ่ม ตีนตั่งตัวแม่
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย (อัสสัม) บังคลาเทศ อินโดจีน

ไม้ พุ่มรอเลื้อย หรือไม้เถาพบขึ้นทั่วไปตามที่ชื้น ป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบเขา ลักษณะ แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆต้น มีขนปกคลุมตามกิ่งก้าน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่หรือรูปรี แผ่นใบสีเขียวโคนใบมนหรือเบี้ยว ปลายใบแหลม ขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว8-12ซม.ใบมีขน ดอกออกแบบช่อแยกแขนง ช่อย่อยเป็นช่อกระจุก ยาว5-20ซม.ใบประดับเป็นรูปไข่ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย ปลายแยกเป็น5แฉก กลีบดอก5กลีบสีชมพูอ่อนถึงม่วง
ผลแห้งรูปทรงกลมรีหรือไข่กลับ มี 5 ปีก กว้าง2-2.2ซม.ยาว2.4-2.8ซมง สีเหลืองแกมน้ำตาล เมล็ดรูปรี ยาว1-1.2ซม.
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง


เงาะพวงผลกลม/Uvaria fauveliana


ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria fauveliana (Finet & Gagnep.) Pierre ex Ast.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เงาะพวงผลกลม คายค่าว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ เถาเนื้อแข็ง พบในป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 200-350 เมตร เลื้อยได้ไกล 10-20 เมตรพาดพันไม้อื่น เปลือกต้นสีดำแตกเป็นร่อง กิ่งอ่อนมีขนรูปดาวสีน้ำตาลหนาแน่น ใบรูปขอบขนาน กว้าง 4-7 ซม.ยาว12-18ซม.โคนใบกลมหยักเว้าและเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ใบอ่อนมีขนหยาบและแข็งสีน้ำตาลแดงหนาแน่น โดยเฉพาะที่ขอบใบและเส้นกลางใบ  ดอกออกดอกเดี่ยว หรือเป็นกระจุก2ดอกออกตรงข้ามใบ  สีชมพูอมแดงดอกบานมีขนาด2-2.5ซม.  
ผล มีผลย่อย 10-30 ผล ก้านผลยาว 2-3 ซม. ผลกลมขนาด 2.5 ซม. ผิวผลมีขนยาว 0.5-1 ซม.แข็งคล้ายเงาะ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองส้ม แต่ละผลมี4-8 เมล็ด  ผลรับประทานได้รสเปรี้ยวอมหวาน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เป็นไม้ป่าที่ยังไม่มีการปลูกเลี้ยง
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


จมูกปลาหลด/Oxystelma esculentum


ชื่อวิทยาศาตร์---Oxystelma esculentum (L. f.) Sm.
ชื่อพ้อง---
---Oxystelma wallichii Wight
---Periploca esculenta L. f.
---Sarcostemma esculentum (L. f.) R.W. Holm
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จมูกปลาหลด
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน เอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียตะวันตก แอฟริกาตอนเหนือ

 

  ไม้ เลื้อยพัน ทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปใบหอกแกมรูปดาบ ขนาดของใบกว้าง1-1.5ซม. ยาว8-13ซม. ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยขนาดประมาณ 1.5ซม. กลีบดอกด้านในสีชมพูเข้มสีมีลายเส้นสีม่วง และจุดประสีน้ำตาล ด้านนอกสีขาว  ผลรูปไข่เมื่อแก่จะแตกออกข้างเดียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดสีน้ำตาลปลายเมล็ดจะมีขนสีขาวติดอยู่เป็นกระจุก
ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคไตได้อีกด้วย
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


จมูกปลาหลด/Tyrophora flexuosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Tyrophora flexuosa R.Br.
ชื่อพ้อง---
--Hoya flexuosa (R.Br.) Spreng.
---Vincetoxicum flexuosum (R.Br.) Kuntze
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จมูกปลาหลด
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของแอฟริกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ตองก้า ซามัว

ชื่อเหมือนกันไม่ได้เป็นวงศาคณาญาติ นำมาอยู่ใกล้กันจะได้รู้ว่าเป็นคนละต้นกัน
ไม้เถาเรียบเกลี้ยง แตกแขนงจำนวนมาก เลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่น บางครั้งเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ส่วนต่างๆของเถามีน้ำยางใส
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามแผ่นใบรูปทรงไม่แน่นอน มักเป็นรูปไข่ถึงรูปใบหอก ขนาดของใบกว้างประมาณ1-3.5ซม.บาว2.5-8ซม. โคนใบกลมถึงเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ปลายใบเนียวแหลม ผิวใบเกลี้ยงถึงเกือบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีซีดกว่า
ดอก เป็นช่อกระจุกโปร่ง คล้ายช่อซี่ร่มหรือช่อเชิงลดแยกแขนง ออกตามง่ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็กรูปกงล้อสีแดงแกมม่วง ดอกบานขนาด0.4-0.6ซม.ผลแบบแตกแนวเดียวรูปทรงใบหอก ปลายฝักเรียวแหลมขนาดกว้าง0.4-0.6ซม.ยาว5-7ซม.เมล็ดขนาดเล็กแบนรูปไข่มีขน เป็นพู่ที่ปลายยาว1.5-2.5ซม.
พบทั่วไปตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่น้ำทะเลท่วมถึงและชายป่าพรุ
ระยะออกดอกและผล---ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม


จั่นดิน/ Asparagus acerosus

ชื่อวิทยาศาตร์---Asparagus acerosus Roxb
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Asparagus racemosus Willd.
ชื่อสามัญ---Asparagus fern
ชื่ออื่น---จั่นดิน
ชื่อวงศ์---ASPARAGACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ขีน พม่า ไทย

ลำต้นแข็งและเหนียว มีหนามแหลมคล้ายตะขอ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรูปแถบแคบ คล้ายเข็มไม่มีก้านใบ กว้าง1.2-5มม.ยาว5-8ซม.ดอกสีขาวออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบหรือตามกิ่ง แขนงกลีบดอก6กลีบรูปไข่แกมขอบขนานขนาดเล็ก เกสรเพศผู้6อัน อับเรณูสีเหลือง รังไข่สีขาวพบตามพื้นที่โล่งชายป่า

จิงจ้อเขา/Jacquemontia paniculata


ชื่อวิทยาศาตร์---Jacquemontia paniculata (Burm.f.) Hall. f.
ชื่อพ้อง---Basionym: Ipomoea paniculata Burm.fil.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---จิงจ้อเขา จิงจ้อผี
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนพบได้ทั่วไปตามริมมุ่งนา ริมถนน ที่ความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลถึง600เมตร
ลักษณะ เถากลมกิ่งอ่อนมีขนสีขาว ใบรูปหัวใจ
ดอก ออกเป็นช่อแบบซี่ร่มขนาดเล็ก ดอก สีฟ้าอมม่วงอ่อนถึงสีขาวรูปกรวยตื้นปลายแผ่ติดกัน ขอบหยัก5แฉก ขนาดดอก2ซม. ผลกลมเกลี้ยงเมล็ดมีปีกสั้นๆที่ขอบ
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนมีนาคม


ชงโคดำ/Bauhinia pottsii

ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia pottsii G.Don
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ชงโคดำ ชงโคไฟ
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย กัมพูชา มาเลเซีย  สุมาตรา ชวา อินโดนีเวีย


ไม้ เถาเลื้อยขนาดใหญ่ไม่มีมือเกาะ พบขึ้นตามชายป่าดงดิบทางภาคใต้ ใบเดี่ยวรูปไข่ กว้าง9-14ซม.ยาว10-15ซม.หูใบขนาดเล็กหลุดง่าย
ดอกสีแดงเข้มตรงกลางเป็นแถบสีเหลือง ออกเป็นช่อยาวประมาณ10ซม.ดอกย่อยบานเต็มที่กว้าง8-10ซม.กลีบรองดอกแยก เป็น2-5แฉกปลายกลีบโค้งกลับมีกลีบดอก5กลีบ เกสรผู้3อันยาว3-4.5ซม.ก้านเกสรเพศเมียยาว2-3ซม. ผลเป็นฝักเมื่อแก่แล้วแตก ปลายฝักเป็นจงอย เมล็ดรูปกลมแบนขนาด1-1.5ซม.มี4-6เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนธันวาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด


ช้างสารซับมัน/Erycibe elliptilimba


ชื่อวิทยาศาตร์---Erycibe elliptilimba Merr. & Chun.
ชื่อพ้อง---
---Erycibe fecunda Kerr
---Erycibe noei Kerr
---Erycibe poilanei Gagnep.
---Erycibe rabilii Kerr
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ช้างสารซับมัน หนาวเดือนห้า ดังอีทก
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม

เป็น ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่เลื้อยได้ไกล5-15 เมตร ไม่ผลัดใบลำต้นเรียบสีน้ำตาลอ่อนปนเทา กิ่งอ่อนเรียบสีเขียว ใบเดี่ยวรูปรีกว้าง4-6ซม.ยาว12-18ซม. โคนใบรูปลิ่มปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้านก้านใบสีส้มยาว1.3ซม.  
ดอก ออกเป็นช่อกระจุกออกเหนือรอยแผลตามกิ่งกระจุกละ 20-40 ดอก ดอกตูมสีม่วงอมดำ ดอกย่อยทยอยบาน ขนาด1-1.3ซม.สีเหลืองเข้มมี5กลีบปลายกลีบหยักเว้าเป็น2แฉก ส่งกลิ่นหอมแรงมาก


ชิงช้าสะแกราช/Tinospora siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Tinospora siamensis Forman
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ชิงช้าสะแกราช
ชื่อวงศ์---MENISPERMACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนเลื้อยได้ไกล 5-15เมตร เถาเรียบมีรูอากาศอยู่ตลอดเถา ทุกส่วนมีรสขม มี รากอากาศแตกออกมาและห้อยลงถึงพื้นดิน เมื่อหยั่งถึงพื้นจะทำหน้าที่ดูดน้ำและอาหารไปเลี้ยงลำต้น แตกกิ่งและใบตรงยอดในส่วนที่มีแดดส่องถึง
ใบเดี่ยวรูปหัวใจ กว้างและยาว8-10ซม.โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ดอกสีเหลืองเป็นช่อเล็กๆ ออกตามซอกเถาและซอกใบ ช่อดอกมีจำนวน1-3ช่อ ดอกย่อยมีขนาดเล็กมาก ไม่มีกลีบดอก ทยอยบานตั้งแต่โคนไปหาปลายช่อผลสดค่อนข้างกลมขนาด0.7-1ซม.อยู่รวมกันเป็นช่อแน่น สุกสีเหลือง
ชิงช้า สะแกราชเป็นพืชถิ่นเดียวของไทยที่ขึ้นอยู่ได้ทั้งในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ทนแล้งได้ดี ใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของอีสานตอนล่างคุณสมบัติคล้ายคลึงกับบอระเพ็ด
ระยะออกดอก---เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน


ซังแกเถา/Combretum sundaicum


ชื่อวิทยาศาตร์---Combretum sundaicum Miq
ชื่อพ้อง---Combretum oliviforme A.C.Chao.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ซังแกเถา
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- จีน เวียตนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ไม้ เลื้อย พบตามป่าผลัดใบ ใบรูปรีกว้าง ยาว 7-13ซม. หลังใบมีเกล็ดขนาดเล็กสีขาว ท้องใบมีเกล็ดขนาดเล็กหนาแน่นสีเหลืองหรือน้ำตาล โคนใบมน ปลายใบมนหรือแหลม ช่อดอกเกิดที่ยอดและตามซอกใบ แกนช่อมีขน กลีบเลี้ยงรูปกรวยแคบ ผิวด้านนอกมีเกล็ดสีเหลือง ผิวด้านในมีขนหยาบเรียงเป็นวง แฉกกลีบรูปสามเหลี่ยม พับกลับด้านหลัง กลีบดอกรุปรีหรือไข่กลับสีขาว ปลายกลีบกลมหรือเว้าตื้น ผลเกือบกลม สีเหลืองหรืออมแดงยาว2-3.5ซม.มี4ปีก
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนสิงหาคม


ดอกน้ำตาล/Fissistigma minuticalyx

ชื่อวิทยาศาตร์---Fissistigma minuticalyx (Mc Gregor & W.W.Sm.) Chatterjee
ชื่อพ้อง---Melodorum minuticalyx McGr. & W. W. Sm.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ดอกน้ำตาล เถาสำรอก
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---แอฟริกา อินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงอินโดนีเซีย


ไม้ เถาเนื้อแข็งรอเลื้อย ขนาดกลาง อายุหลายปีเลื้อยได้ไกล 4-10เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง3.5-4.5ซม.ยาว11-15ซม.ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ หลังใบมีเส้นใบเด่นชัดและมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น
ออก ดอกเดี่ยวสีเหลืองเป็นกระจุก 2-5 ดอก ตามกิ่งด้านตรงข้ามกับใบ กลีบเลี้ยงสีเขียว 3กลีบ มีขนาดเล็ก กลีบดอก6กลีบ เรียงเป็น2ชั้นชั้นละ3กลีบ ชั้นนอกรูปไข่แกมรูปหอก ชั้นในรูปสามเหลี่ยม ขนาดเล็กกว่าชั้นนอก โคนกลีบสีแดง เกสรเพศผู้สีแดงจำนวนมากผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อยได้ถึง12ผลสีน้ำตาล เปลือกหนามีขนอ่อนนุ่ม
ดอก บานทนอยู่ได้ 2วันหอมอ่อนๆตลอดวันและหอมแรงขึ้นเมื่อใกล้พลบค่ำ
ระยะออกดอก---เดือน มีนาคม-เดือนเมษายน


ติ่งตั่ง/Getonia floribunda


ชื่อวิทยาศาตร์---Getonia floribunda (Roxb.)
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Calycopteris floribunda (Roxb.) Lam.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ติ่งตั่ง ข้าวตอกแตก เถาวัลย์นวล งวงชุม มันเครือ เมี่ยงชนวนไฟ ตะกรุด ติ่งตั่งตัวผู้
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล3-6เมตรเปลือกสีเทาปนน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นๆ กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามรูปใบหอก กว้าง4-6ซม.ยาว12-20ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน
ดอก ช่อออกที่ปลายยอดยาว20-40ซม.มีดอกย่อยจำนวนมากโคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก เป็น5กลีบ เมื่อบานมีขนาด2ซม. มีผลรูปรีแข็งและไม่แตกเมื่อแก่จัดผลและกลีบเลี้ยงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล นำมาจัดทำเป็นดอกไม้แห้ง
ระยะออกดอกผล---มกราคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์ ---เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


เตยเลื้อย/Freycinetia multiflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Freycinetia multiflora Merr.
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---Climbing Pandanus, Flowering Pandanus
ชื่ออื่น---เตยเลื้อย
ชื่อวงศ์---PANDANACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย-ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อย กิ่งก้านทอดเลื้อยได้ไกล2-4เมตร ใบออกสลับรูปใบหอก ขนาด3-5x10-20ซม. ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบหยักซี่ฟัน บิดเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบบางสีเขียว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีใบประดับรองรับ ช่อดอกสีส้ม ดอกแยกเพศ มักไม่ค่อยออกดอกให้เห็น ผลมีเนื้อขนาดเล็กเพียง5มิลลิเมตร แต่มักไม่ติดผล
ระยะออกดอก----เดือนมกราคม-มีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำกิ่ง

ต้างไม้ฟันงู/ Hoya multiflora

ชื่อวิทยาศาตร์---Hoya multiflora Blume
ชื่อพ้อง---
---Centrostemma multiflorum (Blume) Decne.
---Cyrtoceras multiflorum (Blume) Heynh.
ชื่อสามัญ---Shooting Star Hoya, Many flowered Hoya, Wax Plant, Porcelain Flower
ชื่ออื่น---ต้าง
ต้างไม้ฟันงู
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า ไทย อินโดจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ไม้ เลื้อยกึ่งพุ่ม ในประเทศไทยพบในป่าดิบชื้น ตามคาคบไม้ หรือซอกหิน ใกล้ริมลำธาร ลักษณะทุกส่วนมีน้ำยางขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปยาวแคบแกมขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ขนาดกว้าง 2.5-6.5 ซม.ยาว 7.5-20 ซม. ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม.
ดอก สีขาวครีม ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายยอด มีดอกจำนวนมาก ก้านช่อยาว2.5-3ซม. ก้านดอกเรียวเล็กยาว 5-6 ซม. ดอกย่อยมีกลีบดอก 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก สีเหลือง เมื่อบานกลีบดอกจะกลับลงล่าง ที่โคนดอกมีเส้าเกสรเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงสูง มีรยางค์ปลายแหลมงอน 5 อัน ผิวมันเงา ผลเป็นฝักคู่ ขนาดกว้าง 6-8 มม.ยาว18-20ซม. เปลือกบางเรียบ เมล็ดรูปขอบขนานขนาดเล็กมีขนเป็นมันเหมือนไหมติดเป็นกระจุก
ระยะออกดอกติดผล---เดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน


เถากระดึงช้าง/ Argyreia lanceolata

ชื่อวิทยาศาตร์---Argyreia lanceolata Choisy
ชื่อพ้อง---Lettsomia lanceolata (Choisy) Kerr
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถากระดึงช้าง
ชื่อวงศ์---CONVOLVULCEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย อินโดจีน

ไม้ เลื้อยพันต้นไม้อื่น ลำต้นมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขนาดใบกว้าง6-12ซม.ยาว8-15ซม. โคนใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกสีขาวมีแต้มสีม่วงหรือชมพูอมม่วงบริเวณใจกลางดอก ออกเป็นช่อสั้นบริเวณซอกใบ กลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูปแตร กว้าง3-5ซม.ปลายแยกออกเป็น5แฉกตื้น เกสรผู้สีขาวติดอยู่ภายในหลอดกลีบ


เถานางรอง/ Epipremnum giganteum


ชื่อวิทยาศาตร์---Epipremnum giganteum (Roxb.) Schott
ชื่อพ้อง---Basionym: Pothos giganteus Roxb
---Monstera gigantea (Roxb.) Schott    
---Rhaphidophora gigantea (Roxb.) Ridl.
---Scindapsus giganteus (Roxb.) Schott
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถานางรอง ระงดกล้วย
ชื่อวงศ์---ARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เถาพวกบอนขนาดใหญ่ มักขึ้นเป็นกลุ่มคลุมผิวดิน แล้วเลื้อยพันต้นไม้อื่นเมื่ออายุมากขึ้น โดยอาศัยรากยึดเกาะ มีรากอากาศเรียวยาว ลำต้นอวบหนาเกลี้ยง สีเขียวเข้มเป็นมันแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ลำต้นที่แก่จัดเป็นข้อปล้องแข็งคล้ายมีเนื้อไม้
ใบ เดี่ยวเรียงเวียนสลับ แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปรี ขนาด10-30x30-60ซม. โคนใบกลมไม่สมมาตร ขอบใบเรียบใสและเป็นคลื่น ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เนื้อใบแข็งกระด้างคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ก้านใบเป็นแผ่นกาบเรียบมีครีบแคบสีเขียวคล้ำ ยาว20-60ซม.โคนก้านแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ส่วนปลายเป็นข้อหักงอขึ้น
ดอก แบบช่อเชิงลดมีกาบ ออกตามง่ามใบ ช่อดอกรูปทรงกระบอกขนาด1.5-4.5X15-28ซม.ดอกสมบูรณ์เพศอยู่บนแกนช่อเดียวกัน ดอกขนาดเล็กสีเหลืองขนาด0.25-0.4ซม. ผลแบบมีเนื้อนุ่มภายในมีเมล็ดเดียวแข็ง ผลอ่อนสีเขียวสด ผลแก่สีส้มหม่น เมล็ดโค้งงอเล็กน้อยสีน้ำตาลอ่อนเป็นมัน


เถาประสงค์/Streptocaulon juventas

ชื่อวิทยาศาตร์---Streptocaulon juventas (Lour.) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Apocynum juventas Lour.
---Streptocaulon griffithii Hook.f.
---Streptocaulon tomentosum Wight
---Tylophora juventas (Lour.) Woodson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาประสงค์ เครือไธสง ฉลูกัน  ตำยานฮากหอม หยั่งสมุทรน้อย
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ ไทย มาเลเซีย
เป็น ไม้เถาขนาดเล็กชอบขึ้นเลื้อยพันต้นไม้อื่น ทุกส่วนของเถามีขนนุ่มและมีน้ำยางสีขาวข้น ผลอ่อนนำมารับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริกรสชาดมัน ฝาดเล็กน้อย ชอบแสงแดดจัดและขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด
ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแยกแขนงตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลอ่อนสีเขียวออกเป็นฝักคู่รูปทรงกระบอกมีขนนุ่มปกคลุม ฝักแก่สีน้ำตาล
ขยายพันธุ์ ---โดยการเพาะเมล็ด

เถาไฟ/Bauhinia integrifolia

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia integrifolia Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Bauhinia flammifera Ridl.    
---Bauhinia holosericea Ridl.
---Phanera integrifolia (Roxb.) Benth.    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาไฟ โยธกาเลื้อย ชงโคย่าน ชิงโคย่าน ปอลิง เล็บควายใหญ่
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีน พม่า ไทย มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนีบว ฟิลิปปินส์

เถา ไฟเป็นไม้เลื้อยที่พบมากมายในป่าภาคใต้ของประเทศไทย มีเถาใหญ่เนื้อเหนียวค่อนข้างแข็ง สามารถเลื้อยพันเกาะต้นไม้อื่น หรือเลื้อยพาดพิงไปตามหน้าผาสูงได้ถึง40เมตรหรือกว่านั้นและมีมือเกาะตามกิ่งอ่อนและขนสีน้ำตาล
  ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ค่อนข้างเว้าหรือกลม ขนาดกว้างยาวเกือบเท่ากันประมาณ10ซม.โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึกบ้างตื้นบ้าง ปลายแฉกแหลมหรือกลม
ดอกสีส้มแดงขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีขน ลักษณะชะลูดเพรียวดูบอบบาง ขนาดช่อยาวประมาณ15-20ซม. ดอกตูมกลมปลายแหลม ขนาดดอกบาน2ซม.กลีบดอก5กลีบรูปไข่กลับ แต่ละกลีบมีรอยยับย่น เมื่อแรกบานดอกเป็นสีส้มและจะเปลี่ยนเป็นสีแสดภายหลัง
เป็น พันธุ์ไม้ที่มีดอกดกออกดอกตลอดปี ดอกมักบานพร้อมๆกัน ชอบกลางแจ้งแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในสภาพดินเกือบทุกชนิด (ยกเว้นในที่ที่น้ำท่วมถึงราก)
ระยะออกดอก---ตลอดปี


เถามวกขาว/Urceola minutiflora

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Urceola minutiflora (Pierre) D.J.Middleton
ชื่อพ้อง---
---Micrechites minutiflorus (Pierre) P.T.Li
---Pezisicarpus montana Vernet
---Xylinabaria minutiflora Pierre
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถามวกขาว เครือช้างน้ำ ตังกะติ้ว เถามวกเขา มวกแดง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน

ไม้ เลื้อย กิ่งมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีดอกออกที่ซอกใบแบบช่อแยกแขนง มีดอกย่อยขนาดเล็กกลีบเลี้ยง5กลีบสีเหลืองเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น5แฉก ผลเป็นฝักคู่ ผลย่อยแตกแนวเดียวปลายข้างหนึ่งมีขน
ขยายพันธุ์ ---โดยการเพาะเมล็ด

เถายั้งดง/Smilax lanceifolia

ชื่อวิทยาศาตร์---Smilax lanceifolia Roxb.
ชื่อพ้อง---Smilax lanceifolia subsp. opaca (A.DC.) T.Koyama
ชื่อสามัญ---Green bier
ชื่ออื่น---เถายั้งดง เขียงใหญ่ เดา หนามเดา
ชื่อวงศ์---SIMILACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย จีน พม่า ไทย

ไม้ เถาเลื้อยพันไม้อื่นหรือเลื้อยตามพื้น เถาสีเขียวอมม่วงตามเถามักมีหนามแหลม ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่เนื้อใบหนาผิวเกลี้ยงสีเขียวเข้มดอกออกเป็นช่อกระจะ ช่อดอกย่อยแบบซี่ร่มสีเหลืองอ่อน
ชอบแดดรำไร หน่ออ่อนนำไปทำให้สุกรับทานเป็นผักรสขมอมหวาน หัวใต้ดินรสหวานจืด
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและแยกหน่อ
ระยะออกดอก---กันยายน-ตุลาคม

เถาวัลย์กรด/Combretum tetralophum


ชื่อวิทยาศาตร์---Combretum tetralophum C. B. Clarke
ชื่อพ้อง---
---Combretum tetragonocarpum var. tetralophum (C.B.Cl.) M.Gangopadhyay & T.Chakrabarty
---Combretum wrayi King
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาวัลย์กรด สะไก้น้ำ กรด พุ่มกรด อีลากุ
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จากอินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน ไปจนถึง อินโดนีเซีย
ไม้ รอเลื้อย  พบขึ้นกระจายตามริมฝั่งน้ำ ป่าพรุ ป่าบึงน้ำจืด หรือหลังป่าชายเลน ที่ระดับต่ำกว่า100เมตร ยอดอ่อนและช่อดอกมีเกล็ดสีน้ำตาลปกคลุม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีแกมรูปไข่ กว้าง 3.5-4.2 ซม.ยาว 6.5-8.5 ซม.โคนใบสอบ ปลายใบแหลม มีเกล็ดละเอียดสีน้ำตาลแดงประปรายทั้งสองด้าน
      ดอกสีครีมแกมเขียว ออกเป็นช่อแกนยาว 3-7 ซม. ดอกย่อยขนาด 3-5 มม. กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยปากกว้าง ปลายแยกเป็น4กลีบ มีขนนุ่มด้านใน กลีบดอก4กลีบ รูปหอกกลับ เกสรผู้ 10 อันยาว 4-5 มม.
ผลรูปไข่หรือรูปรีมีสันแข็ง 4 สัน ยาว2-2.5ซม. ไม่มีก้านผล ผิวเกลี้ยงมีเกล็ดคลุมแน่นเมื่อแห้งสีน้ำตาลเหลือบดำ

เถาวัลย์ดำ/Marsdenia glabra


ชื่อวิทยาศาตร์---Marsdenia glabra Costantin
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาวัลย์ดำ ส้มลมขาว ผักแส้ว
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ไทย ลาว เวียตนาม
ไม้เถาเลื้อยพัน มียางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปใบหอก กว้าง2-4ซม.ยาว5-10ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลมถึงมน
ดอก ช่อแบบซี่ร่มออกที่ซอกใบ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโทสีขาว ปลายแยกเป็น5แฉก สีเหลือง มีมงกุฏอยู่ด้านใน ผลเป็นฝักคู่ผลย่อยแตกแนวเดียวรูปทรงกระบอกแกมกระสวย เมล์ดมีพู่ขนที่ปลายด้านหนึ่ง


เถาวัลย์ปูน/Cissus rependa

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Cissus repanda Vahl.
ชื่อพ้อง---
---Cissus aquosa Buch.-Ham. ex Wall.
---Cissus glauca Thw.
---Cissus indica Koen. ex Steud.
---Cissus repens Thw.
---Cissus riparia Laws.
---Cissus rosea (Royle) Walp.
---Cissus roseus Royle
---Rinxostylis repanda (Vahl.) Rafin.
---Vitis angulata Kurz
---Vitis fluminicola Steud.
---Vitis laeta Wall.
---Vitis repanda (Vahl.) Wight & Arn.
---Vitis riparia Wall.
---Vitis rosea Royle.
---Vitis wallichii Kurz.
---Vitis wightiana Wall.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาวัลย์ปูน เครือเขาคันขาว น้ำเครือเขา เครือจุ่มเจ้า เถาพันซ้าย
ชื่อวงศ์---VITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย พม่า อินโดจีน

ไม้ ลุ้มลุกเลื้อยพัน ทอดนอนหรือเกาะเลื้อย มีมือจับ ลำต้นและใบมีขนสั้นปกคลุมหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักมนแบบซี่ฟัน ใบอ่อนมีขนสีสนิม ดอกช่อแบบช่อกระจุกออกที่ซอกใบ ใบประดับและใบประดับย่อยมีขนปกคลุม กลีบเลี้ยง4-5กลีบสีแดงคล้ำ ผลทรงไข่กลับ เมล็ดรูปแพร์ผิวเรียบ
ใช้ใบขยี้กับปูนรักษาแผลสด
ระยะออกดอกผล---กุมภาพันธ์-สิงหาคม


เถาวัลย์ยั้ง/Smilax ovalifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Smilax ovalifolia Roxb. ex D. Don
ชื่อพ้อง---
---Smilax columnifera Buch.-Ham. ex D.Don, pro syn.
---Smilax grandifolia Voigt, nom. illeg.
---Smilax grandis Wall. ex Voigt
---Smilax macrophylla Roxb., nom. illeg.
---Smilax ovalifolia var. parvigloba A.DC.
---Smilax ovalifolia var. polystemon A.DC.
---Smilax retusa Roxb., nom. illeg.
---Smilax roxburghii Kunth
ชื่อสามัญ---Sarsaparila
ชื่ออื่น---เถาวัลย์ยั้ง เขียงน้อย,เครือเดา,เดาหลวง,หนามเปา
ชื่อวงศ์---SMILACACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


ไม้ เถาขนาดเล็ก เถากลม มีมือเกาะพันต้นไม้อื่นได้ไกล3-4เมตร มักมีหนามตามเถา ใบ เดี่ยวรูปใบหอก แผ่นใบหนา ผิวใบเกลี้ยง ขอบใบเรียบ มีเส้นแขนงออกจากโคนใบยาวจรดปลายใบ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม ตามซอกใบมีดอกย่อยจำนวนมากสีเหลืองอ่อน
ผลรูปไข่สีเขียวมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม , ออกผลเดือน---สิงหาคมถึงกันยายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


เถาอีแปะ/ Dischidia hirsuta


ชื่อวิทยาศาตร์---Dischidia hirsuta (Blume) Decne.
ชื่อพ้อง---
---Dischidia brunoniana Griff.
---Dischidia euryloma Schltr.
---Dischidia fasciculata (Blume) Decne.
---Dischidia pulchella Schltr.
---Dischidia subpelligera Schltr.
---Dischidia verruculosa Schltr.
---Leptostemma fasciculatum Blume
---Leptostemma hirsutum Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เถาอีแปะ อีแปะสะ สร้อยใบโพธิ์ เกล็ดนาคราช
ชื่อวงศ์---
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เลื้อยเถากลมสีเขียวทอดคลานไปตามพื้นดิน หิน หรือเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้อื่น ทุกส่วนมียางสีขาว  ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปโล่หรือกระทะคว่ำ แผ่นใบอวบหนาคล้ายแผ่นหนังฐานใบกลม ปลายใบแหลม
ดอก ออกเป็นแบบช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยมีขนาดเล็กกลีบดอกอวบหนานิ่ม ออกเป็นช่อสั้นๆ1-2ดอก บริเวณฐานดอกกลมป่องคล้ายคนโท มีตั้งแต่ สีแดงไปจนถึงขาวแกมเหลือง และสีขาว ปลายมีรยางค์รูปมงกุฎ 5 แฉกเรียว ผลเป็นฝักรูปดาบแกมขอบขนาน เมล็ดมีจำนวนมาก และมีกระจุกขนสีขาวคล้ายเส้นไหมบางๆ กระจายไปตามลมได้ไกล
พบ ได้มากในผืนป่าที่มีความชื้นสูงและอากาศเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะบนภูเขาที่ระดับความสูง ตั้งแต่ 1,000เมตรขึ้นไป แต่บางชนิด(ปรืมาณน้อย) พบในป่าผลัดใบริมน้ำ เป็นพืชหายาก
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เมษายน


Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images         

Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search


รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com


  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view