สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 19/05/2019
สถิติผู้เข้าชม 8,659,924
Page Views 13,373,513
 
« May 2019»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

ต้นไม้ในป่า11

ต้นไม้ในป่า11

ต้นไม้ในป่า11


1 นกขมิ้น/Aristolochia grandis 35 โมกหอม/Chonemorpha fagrans
2 นมควายน้อย/ Uvaria hahnii 36 ย่านขี้ผึ้ง/Sarcolobus carinatus
3 นมชะนี/Artabotrys burmanicus 37 ย่านงด/Poikilospermum suaveolens
4 นมช้าง/Uvaria cordata 38 ย่านเลือด/Fissistigma rubiginosum
5 นมแมวเขียว/Cyathostemma hookeri 39 ศรีจันทรา/Rosa helenae
6 นมแมวช่อ/Cyathostemma viridiflorum 40 ส้มขี้มอด/Embelia subcoriacea
7 นมแมวแดง/Cyathostemma argenteum 41 ส้มลม/Aganonerion polymorphum
8 นมเสือ/Dasoclema siamensis 42 ส้มสันดาน/Cissus hastata Miq.
9 น้ำเต้าน้อย/Cythostemma micranthum 43 ส้มเสี้ยวเถา/Bauhinia lakhonensis
10 น้ำเต้ายาน/Cyathostemma longipes  44 สร้อยสยาม/Bauhinia siamensis
11 โนรีเกาะช้าง/ Hiptage monopteryx 45 สวาด/Caesalpinia bonduc
12 โนรีปันหยี/Hiptage detergens 46 สะแกวัลย์/Calycopteris floribunda
13 บุหงาเถา/Friesodielsia discolor 47 สะบ้า/Entada rheedii
14 บุหรงช้าง/Dasymaschalon gran diflorum 48 สะบ้าลาย/Mucuna interrupta
15 บุหรงดอกทู่/Dasymaschalon obtusipetalumJing 49 สะพลี/Cyathostemma
16 บุหรงสุราษฏร์/Dasymaschalon blumei var. suratense 50 สาลีแก่นใจ/Capparis zeylanica
17 ปอเกี๋ยน/Bauhinia ornata Kurz var. burmanica 51 สังวาลย์พระอินทร์/Cassytha filiformis
18 ผักบุ้งขัน/ Ipomoea asarifolia 52 สังวาลย์พระอินทร์/Hoya ovalifolia
19 ผักบุ้งแดง/Stictocardia veraviensis 53 สังวาลย์พระอุมา/Hoya diversifolia
20 ผักบุ้งทอง/Merrimia tuberosa  54 สามพันตา/Bridelia tomentosa
21 ฝนแสนห่า/Argyreia capitiformis 55 เสี้ยวแก้ว/Bauhinia nervosa
22 พญายูงทอง/Aristolochia littoralis 56 เสี้ยวเครือ/Bauhinia harmsiana
23 แพ่งเครือ/Sphenodesme mollis 57 เสี้ยวเครือยอดแดง/Bauhinia glauca ssp. tenuiflora
24 มหาวิหค/Aristolochia gigantea  58 เสี้ยวตัน/Jasminum calcicola Kerr
25 มะกิ้ง/Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa 59 เสี้ยวผี/ Jasminum scandens
26 มะเขือแจ้เครือ/Securidaca inappendiculata 60 เสี้ยวฟ่อม/Bauhinia viridescens Desv. var. viridescens
27 มะลิเฉลิมนรินทร์/Jasminum bhumibolianum Chalermglin 61 แสลงพันกระดูก/Bauhnia similis 
28 มะลินวลแก้ว/ Jasminum sp "Nuan Kaeo" 62 แสลงพันเถา/Bauhinia pulla
29 มะลิย่าน/ Jasminum elongatum 63 หนามแน่ขาว/Thunbergia fragrans
30 มะลิระบำ/Jasminum laurifolium var. brachylobum 64 หนามแน่แดง/Thunbergia coccinea
31 มะลิสยาม/Jasminum siamense 65 หยีคลาน/Derris heptaphylla
32 มะลิหมอคาร์/Jasminum anamense 66 หวายลิง/Flagellaria indica
33 มันเทียน/Dioscorea myriantha 67 หัวลิง/Sarcolobus globosus
34 โมกจ้าง/Chonemorpha megacalyx 68 อ้อยสามสวน/Myriopteron extensum
Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search

นกขมิ้น/Aristolochia grandis

ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia grandis Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นกขมิ้น
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชเฉพาะถิ่นประเทศไทย


ไม้ เถาเลื้อยมีเนื้อไม้ ใบเดี่ยวออกสลับรูปรีแกมขอบขนานขอบใบเรียบมีหยักเล็กน้อย หลังใบเรียบท้องใบมีขนนุ่ม
ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบมีดอกย่อย1-2ดอกดอกย่อยปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาล ลักษณะเป็นท่อโค้งขนานไปกับตัวดอกโคนโป่งเป็นถุงส่วนปลายแผ่กว้างขอบพับขึ้น ด้านนอกสีเดงด้านในสีเหลือง
ผลรูปกระสวยเป็น6สันสีเทามีขนนุ่มเมื่อแก่แตก เป็น6แฉก
เป็นพืชหายากและเป็นพืชเฉพาะถิ่นของดอยสุเทพ

ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
ระยะ ติดผล---เดือนสิงหาคม-กันยายน


นมควายน้อย/ Uvaria hahnii


ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria hahnii (Finet & Gagnep.) J. Sinclair.
ชื่อพ้อง---
---Desmos hahnii (Finet & Gagnep.) Merr.
---Unona hahnii Finet & Gagnep.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมควายน้อย
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินโดจีน

          ไม้เลื้อยเนื้อแข็ง  ขึ้นในป่าดิบแล้งทั่วประเทศ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 400 เมตร เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล 5-8 เมตร เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาลอมดำมีช่องอากาศมาก ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-6 ซม.ยาว 13-18 ซม.เส้นกลางใบข้างบนเป็นร่องข้างล่างเป็นสัน มีขนหนาแน่นทั้งสองด้านใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอก เดี่ยวออกตรงข้ามใบ ดอกสีเขียว เมื่อบานจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่นหอมอ่อนๆ มีใบประดับ 1-2 ใบ ผลกลุ่ม มีผลย่อย 10-22 ผล ขนาดผลย่อย รูปทรงกระบอก กว้าง 1.5 ซม.ยาว2-2.5ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีส้ม มีเมล็ด8-12เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


นมชะนี/Artabotrys burmanicus


ชื่อวิทยาศาตร์---Artabotrys burmanicus A.DC.
ชื่อพ้อง---Ropalopetalum uniflorum Griff.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมชะนี
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย

ไม้ เถาเนื้อแข็งเ ขึ้นในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง 200-600เมตร
ลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล5-10เมตร กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมหนาแน่น ก่ิงแก่เรียบสีน้ำตาลเข้ม มีช่องหายใจเป็นขีดขาวตรงกลาง ใบรูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 2.5-5 ซม.ยาว 8-15 ซม.ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ใบหนากรอบ ผิวใบด้านบนเป็นมันด้านล่างมีขนอ่อนนุ่ม ดอกออกเป็นดอกเดี่ยว ออกตรงข้ามใบต่อจากตะขอ ตะขอยาว 1.8-2 ซม. ดอกสีเหลืองอมเขียวมีกลิ่นหอมแรงเฉพาะช่วงค่ำ
ผล กลุ่ม ก้านช่อผลยาว 2-4 ซม. มีผลย่อย 10-15 ผล ผลย่อยมีก้านผลสั้นมาก รูปไข่กลับ กว้าง1.5 ซม.ยาว2-3 ซม. เปลือกเรียบ ปลายมีติ่งแหลม ผลแก่สีเหลือง มี 2 เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ผลแก่หลังจากดอกบาน 4 เดือน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


นมช้าง/Uvaria cordata


ชื่อวิทยาศาตร์---Uvaria cordata (Dunal) Alston.
ชื่อพ้อง---Basionym: Guatteria cordata Dunal
---Uvaria macrophylla Roxb.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมช้าง กล้วยหมูสัง นมแมวใหญ่ นมควาย นมวัว
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ในประเทศไทยพบทุกภาค พบในป่าดิบชื้นและในป่าดิบแล้ง ขึ้นกระจายทั่วประเทศที่ระดับความสูง200-1,200เมตร เลื้อยได้ไกลถึง20เมตรกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสั้นๆ ใบรูปไข่ หนาแข็งและกรอบกว้าง6-13ซม.ยาว13-23ซม. เส้นแขนงใบมี10-14คู่ ก้านใบยาว1ซม.
ดอกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม1-3ดอก ออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดสีแดงเข้ม ดอกบานมีขนาด4ซม.เมื่อดอกโรยกลีบดอกทั้งหมดจะร่วงและติดกันเป็นรูปดอก
ผลกลุ่มมีผลย่อย20-35ผล รูปร่างค่อนข้างกลมรี กว้าง1.5-2ซม.ยาว2-3ซม.ผลอ่อนสีเหลืองส้ม ผลแก่สีดำมีเมล็ดมาก
ระยะออกดอก---เดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

นมแมวเขียว/Cyathostemma hookeri


ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathostemma hookeri King
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมแมวเขียว
ชื่อวงศ์--- ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน

ไม้ เถาเนื้อแข็ง พบในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง100-300เมตร เลื้อยได้ไกล10-25เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล กิ่งแก่เรียบสีดำ มีช่องอากาศเป็นลายยาวสีขาวบิดเวียนลำต้น ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง5-8ซม.ยาว 12-18ซม. โคนใบมน ปลายใบมีติ่งยาว ค่อนข้างหนาและเหนียวเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่งแก่ ช่อละ3-4ดอก ดอกสีเขียว ก้านช่อดอกสั้นมาก กลีบเลี้ยงรูปไข่ หนา สีเขียวมีขนทั้งสองด้าน กลีบดอกหนามีขนาดใกล้เคียงกัน เรียงเป็น2ชั้น ดอกมีขนาด1.5ซม.
ผลกลุ่มจำนวน4-7ผล ผลรูปทรงกระบอก กว้าง2ซม.ยาว3-4ซม. เปลือกผลหนา มีขนคลุมมีหลายเมล็ด
ระยะดอกออก---เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


นมแมวช่อ/Cyathostemma viridiflorum


ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathostemma viridiflorum Griff.
ชื่อพ้อง---Cyathostemma scortechinii King
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมแมวช่อ
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ไทย พม่า มาเลเซีย
 ไม้ เถาเนื้อแข็ง พบขึ้นในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 100-300เมตร เลื้อยได้ไกล10-25เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล กิ่งแก่เรียบสีดำ มีช่องอากาศเป็นลายยาวสีขาวบิดเวียนตามลำต้น ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง5-8ซม.ยาว 17-22ซม. โคนใบหยักเว้าตื้น ปลายใบเรียวแหลมและมีติ่งยาว ใบค่อนข้างหนาและเหนียว เรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอกออกเป็นช่อตามลำต้นและกิ่งแก่ ดอกอ่อนสีเขียว บานแล้วสีเหลือง ก้านช่อดอกยาวแตกออกเป็นแนวซิกแซกทีละ2กิ่ง มีใบประดับเล้กๆที่โคนก้านดอก1แผ่น กลีบดอกหนามีสันนูนตามแนวยาวกลีบดอกด้านนอกงองุ้มเข้าหากลางดอก ดอกบานขนาด2ซม.
ผลกลุ่มมีจำนวน8-12ผล ก้านผลยาว1ซม.ติดอยู่บนแกนตุ้มกลม ผลรูปกลมรียาว2ซม.เปลือกผลเรียบสีเขียว มีหลายเมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---โดยเมล็ด


นมแมวแดง/Cyathostemma argenteum


ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathostemma argenteum (Blume) J. Sinclair
ชื่อพ้อง---
---Anomianthus argenteus (Blume) Backer    
---Uvaria argentea Blume
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมแมวแดง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดียบังคลาเทศ ไทย พม่า มาเลเซีย

ไม้ เถาเนื้อแข็งขนาดเล็ก พบตามริมแหล่งน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ที่ระดับความสูง 200-300เมตร เลื้อยได้ไกล2-3เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้มมีรูระบายอากาศสีขาวเป็นจุดจำนวนมาก ใบรูปขอบขนาน กว้าง1.5-2.5ซม.ยาว5-7ซม.เหนียวคล้ายแผ่นหนังด้านบนสีเขียวเป็นมัน เส้นกลางใบใหญ่นูนเห็นชัดกว่าด้านล่าง เส้นแขนงใบเห็นไม่ชัดทั้งสองด้าน
ดอกเดี่ยวออกตามกิ่งตรงข้ามใบ ดอกสีม่วงแดง กลีบเลี้ยงสีเขียวกลีบดอกเรียงเป็นสองชั้น ขนาดดอกเมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ่านศ๔นย์กลาง 1ซม. ผลเป็นผลกลุ่มมีจำนวน6-10ผล ผลรูปกลมรีหรือบิดเบี้ยว ยาว1.5-2ซม. ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีม่วงเข้ม มีเปลือกหนาและมีเมล็ดมาก
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


นมเสือ/Dasoclema siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Dasoclema siamensis (craib) J. Sinclair
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---นมเสือ
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พืชเฉพาะถิ่นของไทย

 ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง พบขึ้นบนภูเขาหินปูนทางภาคเหนือตอนล่าง ที่ระดับความสูง 600 เมตร
 เลื้อยได้ไกล10-15เมตร เปลือกสีดำมีกลิ่นฉุน ช่องอากาศเป็นแถบบิดเวียน เนื้อไม้เหนียว
ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 4-5 ซม. ยาว 12-17 ซม.โคนใบมนถึงรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม และมีติ่งยาว 0.8-1.5 ซม. ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเรียบแข็งหนา ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ใบด้านล่างสีอ่อนกว่า
ดอกเดี่ยวออกตรงข้ามใบเมื่อบานสีเหลืองนวล มีใบประดับเล็ก1แผ่นที่กลางก้านดอกใกลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม.ออกดอกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
ผลเดี่ยวทรงกระบอก กว้าง2.5ซม. ยาว5-6 ซม. ก้านผลยาว 5-6 ซม.ผิวผลขรุขระเปลือกหนา มี 8 เมล็ด เรียง 2 แถว
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด

น้ำเต้าน้อย/Cythostemma micranthum


ชื่อวิทยาศาตร์---Cythostemma micranthum (A.DC.) J.Sinclair
ชื่อพ้อง---
---Anaxagorea sumatrana Miq. Unresolved    
---Cyathostemma sumatranum (Miq.) Boerl.    
---Guatteria micrantha A.DC.        
---Uvaria micrantha (A. DC.) Hook. f. & Thomson
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---น้ำเต้าน้อย นมแมว พญามีฤทธิ์
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า หมู่เกาะอันดามัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ เถาเลื้อยเนื้อแข็ง  พบในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณทั่วประเทศ ที่ความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลถึง 600 เมตร เลื้อยได้ไกล10-15เมตร แตกกิ่งที่ปลายยอดจำนวนมาก เปลือกสีน้ำตาลอมดำมีช่องอากาศมาก กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบรูปรีแกมขอบขนาน โคนใบมนปลายใบแหลม เนื้อใบหนาเหนียวเกลี้ยงเป็นมันทั้งสองด้านก้านใบมีขนสีน้ำตาลปกคลุม
ดอกออกตรงข้ามใบเป็นกระจุก สีน้ำตาลแกมเหลือง กลีบเลี้ยง3กลีบสีเขียว มีขนาดเล็กมาก และมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ กลีบดอกแข็งงุ้มเข้าหากันมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น มีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกัน  
ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปกลมรี ผลแก่สีเหลืองอมเขียว
ระยะออกดอก---เดือน มิถุนายน-เดือนสิงหาคม       

      
น้ำเต้ายาน/Cyathostemma longipes


ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathostemma longipes  Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---น้ำเต้ายาน
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย

ไม้เถาเนื้อแข็ง ขึ้นกระจายในป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระดับความสูง 100-300เมตร เลื้อยได้ไกล5-8เมตร กิ่งอ่อนมีขนเล็กน้อย กิ่งแก่เปลือกเรียบสีน้ำตาลอมดำ ใบรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 4-7ซม.ยาว12-20ซม.โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ด้านบนด้านสีเขียวเข้ม ด้านล่างใบสีอ่อนกว่า
ดอก เดี่ยวออกนอกซอกใบ ดอกสีเขียวอมเหลือง ก้านดอกยาวที่สุดในสกุลเดียวกัน มีความยาว6-8ซม. มีหูใบเล็กๆที่ใกล้โคนก้านดอก กลีบเลี้ยงหนาสีเขียว กลีบดอกหนาเรียบเป็นมันเรียงกัน 2ชั้น ดอกบานขนาด2.5ซม.
ผลเป็นผลกลุ่ม เมี30-50ผลผลกลมขนาด 0.7-1ซม.เมื่อแก่สีแดง  
นำมาใช้ปลูกเป็นพืชสมุนไพร
ระยะออกดอก---เดือน พฤษภาคม - สิงหาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


โนรีเกาะช้าง/ Hiptage monopteryx


ชื่อวิทยาศาตร์---Hiptage monopteryx Sirirugsa
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โนรีเกาะช้าง
ชื่อวงศ์---MALPHIGHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
ไม้เลื้อยเนื้อแข็งเจริญเติบโตอยู่ได้หลายปี เลื้อยพาดพุ่มไม้อื่นได้ไกล5-15 เมตรยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง4-6ซม.ยาว7-14ซม. ปลายใบแหลมเนื้อใบหนาและเห็นเส้นแขนงใบเด่นชัด ช่อดอกออกที่ปลายยอด ช่อยาว8-20ซม.มีดอกย่อยจำนวนมากกลีบดอก5กลีบขนาดไม่เท่ากันสีขาว เมื่อบานมีขนาดดอก1.5-2 ซม.มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลแห้งมีปีก
เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวที่อยู่ในสกุลโนราพบครั้งแรกที่เกาะช้าง จังหวัดตราด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-มีนาคม


โนรีปันหยี/Hiptage detergens


ชื่อวิทยาศาตร์---Hiptage detergens Craib.
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โนรีปันหยี
ชื่อวงศ์--- MALPHIGHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย
            สำรวจพบครั้งแรกที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา เป็นไม้ถิ่นเดียวที่อยู่ในสกุลโนราของไทยขึ้นอยู่ตามภูเขาหรือหน้าผาหินปูน
ลักษณะ เป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล3-8 เมตรแตกยอดจำนวนมาก ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปขอยขนาน กว้าง2-3ซม.ยาว4-7ซม.เนื้อใบหนาและแข็งขอบใบเป็นคลื่น ช่อดอกจำนวนมากออกที่ปลายยอดช่อดอกยาว 3-5 ซม. มีดอกย่อย12-20ดอก กลีบดอก6กลีบขนาดไม่เท่ากัน สีขาว เมื่อบานดอกมีขนาด1-1.5 ซม. ไม่มีกลิ่น ผลแห้งมีปีก
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม

  

บุหงาเถา/Friesodielsia discolor


ชื่อวิทยาศาตร์---Friesodielsia discolor (Craib)Das
ชื่อพ้อง---
---Oxymitra biswasiana Chatterjee
---Oxymitra discolor Craib
---Oxymitra fornicata var. glabra Ridl.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บุหงาเถา
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---คาบสมุทรมาลายู
 ไม้ เถาเนื้อแข็ง ขึ้นในป่าดิบชื้นตามเกาะทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ เลื้อยได้ไกล4-6เมตร เปลือกเรียบ สีน้ำตาลอมเทา มีช่องอากาศสีขาวตามกิ่งบิดเวียนไปตามยาว เนื้อไม้เหนียว ใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 5-6ซม.ยาว 15-18ซม. โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ใบด้านล่างสีเขียวอมขาว มีเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบนูนเด่น
ดอก เดี่ยวออกนอกซอกใบสีเหลือง มีกลิ่นหอมเมื่อใกล้โรย ดอกบานขนาด 2-2.5ซม.ผลกลุ่มมีผลย่อย8-12ผล ผลรูปกลมรีขนาด1ซม.ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีแดงเข้ม มี1เมล็ด
เถามีความเหนียวใช้แทนเชือกได้
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


บุหรงช้าง/Dasymaschalon gran diflorum    


ชื่อวิทยาศาตร์---Dasymaschalon gran diflorum Jing Wang, Chalermglin & R.M.K. Saunders
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บุหรงช้าง
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
 พบครั้งแรกในป่าดิบชื้นของ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. 2544 โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น เป็นพืชสกุลบุหรง เพียงชนิดเดียวที่เป็นไม้เลื้อย
ไม้ เถาเนื้อแข็งพบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง300-500เมตร มีดอกและผลขนาดใหญ่ที่สุดในสกุลบุหรง เลื้อยได้ไกล10-15เมตร แตกกิ่งน้อย กิ่งแขนงสั้น เปลือกสีน้ำตาลมีรูระบายอากาศสีขาว ใบรูปรีรูปไข่แกมขอบขนาน ใบบางขอบใบเป็นคลื่น โคนใบมนปลายใบแหลมด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบด้านล่างสีเขียวอมขาว ดอกเดี่ยวออกที่ตุ่มตามลำต้น ดอกบานมีสีม่วงแดง น้ำตาลเข้มหรือชมพู
ผล กลุ่ม ก้านช่อผลยาว8-10ซม. มีรูปทรงกระบอก5-10ผล  กว้าง0.7-0.9ซม.ยาว3-6ซม. ก้านผลย่อยยาว1-1.5ซม.เปลือกผลคอดห่างตามรอยเมล็ด เมื่อแก่สีแดงเข้ม แต่ละผลมีเมล็ด3-6เมล็ด เมล็ดรูปทรงกลม
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์ด้วย---การเพาะเมล็ด


บุหรงดอกทู่/Dasymaschalon obtusipetalumJing


ชื่อวิทยาศาตร์---Dasymaschalon obtusipetalum Jing Wang, Chalermglin and R.M.K. Saunders
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บุหรงดอกทู่
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศไทย
พบในป่าดิบเขาของ อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอเมืองเชียงรายเป็นไม้พุ่ม สูง 4-6 เมตร ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน เนื้อใบหนา ด้านบนใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมีนวลแป้งสีขาวเคลือบ ดอกออกที่ปลายยอด สีเหลืองอ่อน
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม    


บุหรงสุราษฏร์/Dasymaschalon blumei var. suratense 


ชื่อวิทยาศาตร์---Dasymaschalon blumei Finet & Gagnep var. suratense Ban
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---บุหรงสุราษฏร์
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ปีะเทศไทย
ไม้ พุ่มขนาดเล็กขื้น กระจาย ตามป่าละเมาะ ตามเกาะ และตามริมทะเลทางภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-200เมตร ลักษณะต้นสูง 2-3 เมตร หรือแตกกิ่งยืดยาวเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เปลือกต้นสีน้ำตาลอมดำ มีช่องสีขาวเป็นจุดๆ เนื้อไม้เหนียว ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง4-6ซม. ยาว 9-15ซม. โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวทู่ ใบหนาและแข็ง ใบด้านบนสีเขียวและมีขนเล็กน้อย ใบด้านล่างสีเขียวอ่อน เส้นกลางใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างเป็นสันนูนเด่น
ดอก เดี่ยวออกที่ปลายกิ่งหรือที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกอ่อนสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แล้วหลุดร่วงลงไปทั้งกรวย ผลกลุ่มมีผลย่อย 9-12ผล รูปทรงกระบอก ยาว1.5-2.5ซม. มีเมล็ด2-4เมล็ด เปลือกผลคอดถี่ตามรูปเมล็ด ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดง
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-กรกฏาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง


ปอเกี๋ยน/Bauhinia ornata Kurz var. burmanica

ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia ornata Kurz var. burmanica K.Larsen & S.S.Larsen
ชื่อพ้อง--- This name is a synonym of Phanera ornata (Kurz) Thoth. var. burmanica (K. Larsen & S. S. Larsen) Bandyop., P. P. Ghoshal & M. K. Pathak
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ปอเกี๋ยน
ชื่อวงศ์---EABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---


ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล6-10เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามาก ตามกิ่งยอดมีมือเกาะใบเดี่ยวเรียงสลับกัน รูปหัวใจปลายใบเว้าลึกเป็น2แฉก ขนาดกว้าง6.5-8.5ซม.ยาว6-10ซม.ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั้งสองด้าน
ช่อดอกแยกแขนงเป็นช่อกลม จากซอกใบ มีดอกรูปถั่วจำนวนมาก ขนาด2ซม. มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ5กลีบ โคนกลีบดอกเว้า ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น กลีบดอกมีสีขาวนวล เกสรผู้ก้านสีแดง อับเรณูสีชมพูอมแดง ผลเป็นฝักยาวประมาณ10-20ซม.แก่แล้วแตก ดอกบานวันเดียวโรยส่งกลิ่นหอมตลอดวัน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง



ผักบุ้งขัน/ Ipomoea asarifolia

 

ชื่อวิทยาศาตร์---Ipomoea asarifolia (Desr.) Roem. & Schult.
ชื่อพ้อง---
---Convolvulus asarifolius Desr.    
---Ipomoea crassifolia Cav.    
---Ipomoea nymphaeifolia Griseb.    
---Ipomoea pes-caprae var. heterosepala Chodat & Hassl.    
---Ipomoea urbica Choisy    
---Ipomoea urbica var. muricata Choisy
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ผักบุ้งขัน
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อนุทวีปอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา

ไม้ เถาทอดเลื้อยไปตามพื้น ยาว5-30เมตร มีรากที่ข้อ มียางขาว ใบเป็นใบเดี่ยวมักออกจากลำต้นเพียงด้านเดียว รูปไข่ รูปไข่กลับ รูปรี รูปกลม หรือรูปไต มีขนนุ่มปลายใบหยักเป็นแฉกตื้นๆถึงแฉกกลมมน โคนใบหยักเว้ารูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ สีชมพูหรือม่วง โคนด้านในดอกสีเข้มกว่า ผลเป็นผลแห้งรูปกลมมี4เมล็ด เมล็ดสีดำมีขนสีดำหนาแน่น  ผักบุ้งขันมีลักษณะคล้ายผักบุ้งทะเลมากจนมีผู้สำคัญผิดอยู่ว่าเป็นพืชชนิด เดียวกัน
 แต่พืชทั้ง2ชนิดมีความแตกต่างกันที่
1 ผักบุ้งทะเลชอบขึ้นอยู่ริมทะเล ส่วนผักบุ้งขันมักขึ้นอยู่ตามชายน้ำ ตามห้วยหนอง
2 ใบมีขนาดเท่าๆกันแต่ปลายใบผักบุ้งขันมีรอยเว้าที่ปลายใบตื้นกว่าผักบุ้งทะเลใบผักบุ้งขันมีขนใบผักบุ้งทะเลไม่มีขน
3 ดอกผักบุ้งขันมีขนาดเล็กกว่าแต่สีเหมือนๆกัน
4 เมล็ดผักบุ้งขันมีขนส่วนเมล็ดผักบุ้งทะเลไม่มีขน
     ผักบุ้งขันมีรสขื่นเย็น สรรพคุณถอนพิษลมเพลมพัด แก้จุกเสียด แก้พิษกาฬภายนอก แก้พิษสำแดง ใบต้มน้ำอาบแก้คัน ใช้ล้างแผล คั้นเอาน้ำต้มกับน้ำมันมะพร้าว ทำขี้ผึ้งทาแผลเรื้อรัง แก้พิษแมงกะพรุนไฟ เมล็ดมีรสขื่น ใช้เป็นยาถ่าย แก้ปวดท้อง แก้ตะคริว รากมีรสขื่นเย็น ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ผักบุ้งแดง/Stictocardia veraviensis

ชื่อวิทยาศาตร์---Stictocardia veraviensis (Vatke) Hallier f.
ชื่อพ้อง---Basionym: Ipomoea beraviensis Vatke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ผักบุ้งแดง
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ตอนใต้ของโซมาเลีย แอฟริกาฝั่งตะวันตก
ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นทอดเลื้อยไปได้ไกล3-5เมตร เจริญเติบโตเร็ว ใบออกสลับ รูปหัวใจขนาด กว้าง6-10ซม.ยาว6-14ซม. ปลายใบแหลมโคนใบเว้าลึก แผ่นใบมีขนเล็กน้อยปกคลุม ขอบใบเรียบ
ดอก ออกเป็นข่อตามซอกใบและตามข้อ มี1-3ดอกรูปกรวย กลีบดกเชื่อมติดกัน ปลายแผ่แบน อส้นดอกเป็นแฉก สีแดงอมส้ม ด้านในสีเหลือง ขนาดดอก3-6ซม.
ผลแห้งเมื่อแก่แล้วแตกเมล็ดกลมมีขน
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


ผักบุ้งทอง/Merrimia tuberosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Merrimia tuberosa (l.) Rendle
ชื่อพ้อง---Ipomoea tuberosa L.
ชื่อสามัญ---Spanish Woodbine, Woodrose, Yellow Morning Glory, Hawaiian Wood Rose
ชื่ออื่น---ผักบุ้งทอง, นางพญาเลื้อยคลาน
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย

 ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยไปได้ไกล3-20เมตร เถาสีแดงเข้มใบออกสลับ รูปฝ่ามือ กว้าง4-7ซม.ยาว5-15ซม. หยักลึก6-7แฉก ก้านใบสีแดงเข้ม ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกรูปกรวย กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีเหลือง ดอกขนาด4-5ซม. ผลค่อนข้างกลมมีกลีบเลี้ยงสีน้ำตาลติดอยู่ เมล็ดกลมสีดำ
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง

ฝนแสนห่า/Argyreia capitiformis

ชื่อวิทยาศาตร์---Argyreia capitiformis (Poir.) Ooststr.
ชื่อพ้อง---                                                                                                                                       ---Argyreia verrucosohispida Y.Y. Qian    
---Convolvulus capitiformis Poir.    
---Argyreia capitata (Vahl) Choisy    
---Argyreia rufohirsuta H. Lév.    
---Lettsomia capitata (Vahl) Blume    
---Lettsomia strigosa Roxb.    
---Convolvulus capitatus Vahl    
---Ipomoea capitata (Vahl) Roem. & Schult.    
---Lettsomia capitiformis (Poir.) Kerr    
---Lettsomia peguensis C.B. Clarke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ฝนแสนห่า เอ็นขน เอ็นน้ำนม ดูลาน จิงจ้อหลวง เถากระดึงช้าง
ชื่อวงศ์---CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย

ไม้ เลื้อยเนื้ออ่อน พบทั่วไปบนเขาหินปูนซึ่งมีป่าดงดิบปกคลุม ที่ความสูง1,700เมตรจากระดับน้ำทะเล ในประเทศไทยพบเฉพาะทางภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ภาคใต้แถบหมู่เกาะในทะเลอันดามัน
เลื้อยได้ไกล 10-15 เมตร ลำต้นสีเขียวปนแดงเรื่อ มีขนเส้นยาวสีน้ำตาลแดงปกคลุมหนาแน่น แผ่นใบรูปไข่กว้างโคนเว้าตื้น ปลายเรียวแหลม ใบมีขนทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อสีม่วงอมชมพู ขนาดดอก5-8ซม. ผลกลม เมื่อสุกสีแดง หรือน้ำตาล เมื่อแก่แห้งแตกมี 4 เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือน พฤศจิกายน-มกราคม                                                                                                ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด     

                                                                                         

พญายูงทอง/Aristolochia littoralis


ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia littoralis Parodi
ชื่อพ้อง---Aristolochia elegans M.T. Mast.
ชื่อสามัญ---Aristoloquia, Calico Flower, Elegant Dutchman's Pipe
ชื่ออื่น---พญายูงทอง, หงส์ฟ้า, เหนียงนกกระทุง
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย

 ไม้ เลื้อยพันต้นไม้อื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจปลายใบมนฐานใบเว้าลึก แผ่นใบมีขนปกคลุมทั้งสองด้านขนาดใบกว้าง 10-13 ซม. ยาว11-14ซม. ดอกขนาดใหญ่ประมาณ5-10 ซม กลีบดอกมีสีขาวนวลมีสีม่วงแต้มกระจายทั้งดอก  
ผลรูปทรงกระบอก ขนาด2-3x3-5ซม.สีน้ำตาลปลายมีติ่งแหลมยาว เมื่อแก่แตกออกเป็นรูปคล้ายกระเช้า เมล็ดจำนวนมาก รูปสามเหลี่ยมแบนมีปีก
ขยายพันธุ์---โดยการปักชำ


แพ่งเครือ/Sphenodesme mollis


ชื่อวิทยาศาตร์---Sphenodesme mollis Craib
ชื่อพ้อง---
---Sphenodesme annamitica Dop
---Sphenodesme smitinandii Moldenke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แพ่งเครือ พูหีบ สะแกวัน สะแกใบดำ
ชื่อวงศ์---VERBENACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน อินโดจีน

ไม้เลื้อยเนื้อแข็งพบในป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ในทุกภาคของประเทศ ที่ระดับความสูง 10 -500เมตร เลื้อยได้ไกล 5-10 เมตร เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องตื้น หรือเป็นขีดตามความยาวลำต้น แตกกิ่งน้อย กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยมมีขนปกคลุม  ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง4-6ซม.ยาว 8-12ซม. โคนใบกลมมนหรือหยักเว้า ปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบบางและมีขนคายทั้งสองด้าน
ออกดอกที่ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอด เป็นช่อ ยาว20-30ซม. ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก แต่ละช่อย่อยมีใบประดับรองรับ 6 อันกางออกและติดอยู่จนถึงระยะผลแห้ง นำผลมาตกแต่งเป็นไม้ประดับแห้ง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ


มหาวิหค/Aristolochia gigantea


ชื่อวิทยาศาตร์---Aristolochia gigantea Mart. & Zucc.
ชื่อพ้อง---
---Aristolochia mariquitensis Mutis
---Howardia gigantea (Mart. & Zucc.) Klotzsch
ชื่อสามัญ---Duck Flower, Brazilian Dutchman's pipe, Giant pelican flower
ชื่ออื่น---มหาวิหค ไก่ฟ้าใหญ่
ชื่อวงศ์---ARISTOLOCHIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อเมริกาใต้
ไม้ เถาเลื้อยไม่มีมือเกาะ ใบเดี่ยวรูปหัวใจแผ่นใบมีขนสีขาวสั้นเหมือนกำมะหยี่ปกคลุมทั่วไป ขนาดใบกว้าง5-8ซม.ยาว6-10ซม. ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบมีขนาดใหญ่มากกลีบดอกเชื่อมติดกันทั้งหมดเป็นถุงขนาด ประมาณ 10-15 เซนติเมตร
ดอก สีม่วงอมน้ำตาล ดอกมีกลิ่นเหม็น ผลสีน้ำตาลรูปทรงกระบอก มี5-6เหลี่ยม ขนาด3-4x6-7ซม.เมื่อแก่แตกออกเป็นรูปคล้ายกระเช้า เมล็ดจำนวนมากรูปหัวใจแบนมีปีก
ระยะออกดอก---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---โดยการปักชำ


มะกิ้ง/Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa

ชื่อวิทยาศาตร์---Hodgsonia macrocarpa var. capniocarpa (Ridl.)
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Hodgsonia macrocarpa Cogn.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะกิ้ง ตรีหนุมาน
ชื่อวงศ์---CUCURBITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียถึงอินโดนีเซีย


ไม้ เถาเลื้อยพัน พบขึ้นพันต้นไม้สูง ตามป่าโปร่งและป่าริมห้วย ที่ระดับความสูง500-1,500เมตร มักเจริญขึ้นคลุมยอดไม้มีมือจับแข็งแรง ใบเป็นใบเดี่ยว เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง กว้าง17-18ซม.ยาว12-15ซม.แผ่นใบหยักลึกแบ่งเป็น 3 แฉกก้านใบยาว2.5ซม.
  ดอก สีขาวครีม ค่อนข้างใหญ่ แยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ มีน้อยดอก กลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอกส่วนล่างเชื่อมกันเป็นหลอด ยาว6-6.5ซม. ส่วนบนแผ่บานเป็นปากแตร เกสรผู้มี3อัน ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว มีก้านเกสรเมียยาว  ดอกเพศเมียออกเป็นดอกเดี่ยว ผลเป็นผลสดกลมแป้น มีเนื้อ ขนาด15-18ซม.ผลแก่มีคราบนวล เมล็ดรูปรียาว5ซม.มี6-8เมล็ด
ใช้เป็นอาหารได้เนื้อในเมล็ดกินได้ ถ้านำ เมล็ดไปปิ้งไฟก่อน มีรสหวานมัน ในเมล็ดมีน้ำมันถึง50-60%สีเหลืองฟางใช้ประกอบอาหารได้


มะเขือแจ้เครือ/Securidaca inappendiculata

ชื่อวิทยาศาตร์---Securidaca inappendiculata Hassk.
ชื่อพ้อง---Securidaca tavoyana Wall. ex Bennett
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะเขือแจ้เครือ, จองละอาง ,จุงอาง,สะกุ้น
ชื่อวงศ์---POLYGALACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียตอนเหนือ จนถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และมาเลเซีย


ไม้ เถาเลื้อย ในประเทศไทยพบตามชายป่าริมธารน้ำที่ระดับความสูง 200-400 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่ขนานแกมรี ขนาดของใบกว้าง 5-8 ซม.ยาว 10-12 ซม.โคนใบสอบปลายใบแหลมขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย เนื้อใบคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อสีชมพูแกมแดง ออกเป็นช่อ ดอกย่อยขนาด 1 ซม.มีกลีบรองดอก 5 กลีบ กลีบดอกมี 3 กลีบ สองกลีบบนรูปขอบขนานโค้ง กลีบล่างรูปเรือ ปลายแผ่ เกสรเพศผู้มี 8 อันเชื่อมกันเป็นมัด ผลมีเมล็ดเดียวมีปีก ขนาดกว้าง 1.5 ซม.ยาว 6 ซม.
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม


มะลิเฉลิมนรินทร์/Jasminum bhumibolianum Chalermglin


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum bhumibolianum Chalermglin
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---King Bhumibol's Jasmine
ชื่ออื่น---มะลิเฉลิมนรินทร์
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

“มะลิเฉลิมนรินทร์” พรรณไม้พระราชทานนามชนิดใหม่ของโลก
มะลิเฉลิมนรินทร์ ค้นพบโดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียว (endemic) ของประเทศไทย ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ (rare & endangered) จัดอยู่ในสกุลมะลิ (Genus Jasminum) วงศ์มะลิ (Family Oleaceae) มีลักษณะเด่นแตกต่างจากมะลิพื้นเมืองและมะลิชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วโลกคือ มีกลีบเลี้ยง แหลม หนาแข็งขนาดใหญ่จำนวน 4-5 ซี่ รองรับดอกสีขาวที่มีกลีบดอก 6-8 กลีบและมีกระเปาะเกสรเพศผู้สีเหลืองเด่นชัด กระจายพันธุ์อยู่บนเนินเขาหินปูนเตี้ยๆ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 715 เมตร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
     ลักษณะโดยทั่วไปของมะลิเฉลิมนรินทร์ เป็นไม้เถาเลื้อยได้ไกล 1-2 เมตร กิ่งยอดเรียวเล็ก เรียบ ใบรูปรีหรือรูปหอกกว้าง โคนใบเว้า ปลายใบเป็นตุ่มแหลม ใบหนา เหนียวสีเขียวเข้มเป็นมัน กว้าง 3-3.5 เซนติเมตร ยาว 6-8 เซนติเมตร เส้นแขนงใบมี 3-4 คู่เห็นไม่เด่นชัด ก้านใบยาว 4-5 มิลลิเมตร มีใบประดับเรียวยาว 5-6 มิลลิเมตร ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งยอดหรือปลายกิ่งข้าง มีดอกย่อย 7-13 ดอก กลีบเลี้ยง แหลม หนาแข็งขนาดใหญ่จำนวน 4-5 ซี่ ยาว 3-4 มิลลิเมตร หลอดกลีบดอกยาว 12-15 มิลลิเมตร ตอนบนมีกระเปาะเกสรเพศผู้สีเหลืองเด่นชัด กลีบดอกสีขาว 6-8 กลีบ แต่ละกลีบกว้าง 3-4 มิลลิเมตร ยาว 10-12.5 มิลลิเมตร ปลายกลีบเป็นติ่งแหลมสั้น ผลกลมรี 1-2 ผล กว้าง 9 มิลลิเมตร ยาว 11 มิลลิเมตร เมื่อสุกสีดำ เป็นมะลิที่เจริญเติบโตช้าเมื่อเทียบกับมะลิชนิดอื่นๆ
ระยะออกดอก---บานในช่วงเดือน กรกฎาคมถึงกันยายน ส่งกลิ่นหอมแรง
ผลแก่---เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม
แหล่งที่มา---www.TISTR.or.th


มะลินวลแก้ว/ Jasminum sp "Nuan Kaeo"


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum sp "Nuan Kaeo"
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะลินวลแก้ว
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

เพิ่งค้นพบและรอรายงานการตั้งชื่อ พบในระดับความสูง250เมตรที่จ.เลย มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
ลักษณะเป็น ไม้ เถาเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล1-2เมตร ยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยวค่อนข้างหนา รูปรีกว้าง3-3.5ซม.ยาว6-8ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุก มีดอกย่อย 7-13ดอก กลีบดอกสีขามีกลิ่นหอมแรงขนาดดอก2-2.5ซม. ผลทรงรีกว้าง0.9ซมยาว0.11ซม.เมื่อสุกสีดำ
ระยะออกดอก---เดือนกรกฏาคม-กันยายน
การ ขยายพันธุ์---ที่ได้ผลดีคือการปักชำกิ่ง(จุ่มฮอร์โมนเร่งราก)แล้วนำเข้ากระโจม ควบคุมความชื้น ก็จะออกรากและแตกยอดได้ดี ส่วนการทาบกิ่งที่ใช้มะลิเสี้ยวผีและมะลิไส้ไก่เป็นต้นตอพบว่าเจริญเติบโต อย่างรวดเร็ึ้วและมีความสมบูรณ์ดี


มะลิย่าน/ Jasminum elongatum

ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum elongatum  (P.J.Bergius) Willd.
ชื่อพ้อง---
---Jasminum acuminatissimum Blume
---Jasminum aemulum R.Br.
---Jasminum affine Blume
---Jasminum amplexicaule Buch.-Ham. ex G.Don
---Jasminum arenarium Ridl.
---Jasminum aristatum Wall.
---Jasminum aristatum Zipp. ex Span.
---Jasminum bifarium Wall. ex G.Don
---Jasminum bracteatum Roxb.
---Jasminum coarctatum caudatifolium P.Y.Pai
---Jasminum cordifolium andamanicum S.K.Srivast. & S.L.Kapoor
---Jasminum distichum Blume
---Jasminum ensatum Blume
---Jasminum esquirolii H.Lév.
---Jasminum evansii Ridl.
---Jasminum forstenii Blume
---Jasminum fraternum Miq.
---Jasminum fulvum Blume
---Jasminum gibbsiae Ridl.
---Jasminum glabriusculum Blume
---Jasminum glabrum Willd. ex Link
---Jasminum heteropleurum Blume
---Jasminum horsfieldii Miq.
---Jasminum lancifolium Decne.
---Jasminum lessertianum A.DC.
---Jasminum ligustrinum Blume
---Jasminum ligustroides L.C.Chia
---Jasminum mixtinervium Blume
---Jasminum multiflorum acuminatissimum (Blume) Bakh.f.
---Jasminum multiflorum glabriusculum (Blume) Bakh.f.
---Jasminum multiflorum subelongatum (Blume) Bakh.f.
---Jasminum nummularoides Blume
---Jasminum pedale Blume
---Jasminum pendulum Blume
---Jasminum pubescens bracteatum (Roxb.) C.B.Clarke
---Jasminum quinquenervium Blume
---Jasminum scandens Griff.
---Jasminum subelongatum Blume
---Jasminum subpubescens Blume
---Jasminum tonkinense Gagnep.
---Jasminum triandrum C.E.C.Fisch.
---Jasminum undulatum Ker Gawl.
---Jasminum vulcanicum Blume
---Mogorium elongatum (P.J.Bergius) Lam.
---Nyctanthes elongata P.J.Bergius
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะลิย่าน, มะลิป่า, มะลิไส้ไก่, เขี้ยวงู
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ตอนใต้ของจีน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดถึงปาปัวนิวกินีและออสเตรเลีย

ไม้ เถาเนื้อแข็ง ส่วนที่ยังอ่อนมีขน ยาวนุ่มปกคลุมห่างๆ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแผ่นใบรูปไข่ ถึงรูปใบหอกแคบ ขนาด3-5x5-10ซม. โคนใบมนกลม หรือเกือบรูปหัวใจ ขอบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม ด้านบนสีเขียวเข้มด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบคล้ายแผ่นหนังบาง
ดอก แบบช่อกระจุกสองด้าน หรือช่อกระจุกสองด้านหลายชั้น ออกตามปลายกิ่งหรือง่ามใบใกล้ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยสีขาว มีกลิ่นหอม 3-10ดอก ดอกบานรูปดอกเข็ม ขนาด2-3ซม.มี7-9กลีบ ผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง ออกเป็นคู่รูปทรงรี ขนาด0.5-0.7x0.8-1.2ซม.ผลสุกสีดำ ผิวเกลี้ยงเป็นมันวาว
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

มะลิระบำ/Jasminum laurifolium var. brachylobum


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum laurifolium Roxb. ex Hornem. var. brachylobum Kurz
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---Angel Wing Jasmine
ชื่ออื่น---มะลิระบำ mali rabam (General)
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล2-3เมตร เป็นมะลิพื้นเมืองของประเทศไทย ลักษณะแตกกิ่งน้อย ใบเดี่ยวรูปหอกยาวปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบหนา ยาว10-14ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอดเป็นช่อสั้นๆ มีดอกย่อย3-5ดอก กลีบดอกสีขาวมี7-9กลีบ แต่ละกลีบเรียวยาวห้อยลู่ลง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกเมื่อบาน 3-3.5ซม.
ระยะออกดอก---กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์---ตอนกิ่ง ปักชำ เพาะเมล็ด


มะลิสยาม/Jasminum siamense


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum siamense Craib
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มะลิสยาม มะลิวัลย์เถา
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

ไม้ พุ่มเตี้ย สูงเพียง25ซม.ช่อดอกออกที่ปลายยอด มีจำนวน1-3ดอก ซี่กลีบเลี้ยงรูปร่างคล้ายแผ่นใบ กว้าง1-4มม. ยาว5-15มม. หอมแรง กลีบดอก7-8กลีบยาว12-20มม. ผลกลมขนาด6-8มม.เมื่อแก่สีแดงเข้ม
มะลิสยาม เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทยมีการกระจายพันธุ์ ตามเขาหินปูนและป่าผลัดใบ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทนทานต่อความแห้งแล้ง และทนต่อไฟไหม้ เนื่องจากมีลำต้นสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน จะแตกลำต้นใหม่หลังจากทีทมีไฟไหม้  มีข้อสังเกตที่มีกลีบเลี้ยงใหญ่คล้ายแผ่นใบ มีผลสุกสีแดง

มันเทียน/Dioscorea myriantha

ชื่อวิทยาศาตร์---Dioscorea myriantha Kunth
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Dioscorea filiformis Blume.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---มันเทียน
ชื่อวงศ์---DIOSCOREACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย

ไม้ เถาล้มลุกอายุปีเดีย หัวอยู่ใต้ดินสีขาวมีรากเล็กๆทั่วทั้งหัว ทำให้สุกปรุงเป็นอาหารคาวหวานได้ ส่วนเถามีขนาดเล็กสีเขียว หรือน้ำตาล พันไปตามต้นไม้อื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอก แผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงมีดอกเล็กๆจำนวนมาก ชอบแสงรำไรขึ้นได้ดีในดินร่วนไม่อุ้มน้ำ
ระยะออกดอก---ช่วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยเหง้า


โมกจ้าง/Chonemorpha megacalyx


ชื่อวิทยาศาตร์---Chonemorpha megacalyx Pierre ex Spire
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกจ้าง
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน ลาว และไทย
ไม้ เลื้อยขนาดใหญ่เลื้อยได้ไกล5-10เมตร ลำต้นมีขนหนาแน่น มีช่องหายใจเป็นขีดยาวสีขาว มีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวรูปรีจนถึงรูปไข่กลับ กว้าง6-17ซม.ยาว8-27ซม.โคนใบเว้ารูปหัวใจปลายใบมีติ่งแหลมสั้นๆ มีขนหนาแน่นทั้งสองด้านของใบ ช่อดอกยาว12-13ซม.มีดอกย่อย10-15ดอก สีชมพูอ่อนกลิ่นหอม โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบ กลีบม้วนบิดเป็นเกลียว ปากหลอดสีส้มเข้มปลายกลีบย่นเล็กน้อย ขนดดอก3-4.5ซม. ผลเป็นฝักยาว10-16ซม.มีขนหนาแน่น แก่แล้วแตกตามยาว เมล็ดมีขนปุยสีขาวลอยไปตามลมได้
เป็น พรรณไม้ที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศลาว  ในประเทศไทยพบในป่าดิบชื้นที่จ.เชียงใหม่ที่ระดับความสูง900เมตร มีสถานภาพ หายากและใกล้สูญพันธุ์ ไม่มีการกระจายพันธุ์ไปในบริเวณอื่นๆ
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
การขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ปักชำราก ต้องการแสงแดดจัด ความชื้นสูง เหมาะปลูกลงแปลงกลางแจ้งให้เลื้อยไต่ซุ้ม


โมกหอม/Chonemorpha fagrans


ชื่อวิทยาศาตร์---Chonemorpha fagrans (Moon) Alston
ชื่อพ้อง---
---Beluttakaka griffithii (Hook.f.) Kuntze
---Beluttakaka macrophylla (G.Don) Kuntze
---Chonemorpha elliptica Merr. & Rolfe
---Chonemorpha grandiflora G.Don
---Chonemorpha griffithii Hook.f.
---Chonemorpha macrantha Pit.
---Chonemorpha macrophylla G.Don
---Chonemorpha penangensis Ridl.
---Chonemorpha valvata Chatterjee
---Echites fragrans Moon
---Echites macrophyllus Roxb.
---Epichysianthus macrophyllus (G.Don) Voigt
---Rhynchodia macrantha Pharm. ex Wehme
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---โมกหอม
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- อินเดีย ลาว ไทย ตอนเหนือของออสเตรเลีย
ไม้ เลื้อยขนาดใหญ่เลื้อยได้ไกล5-10เมตร ลำต้นมีขนหนาแน่น มีช่องหายใจเป็นขีดยาวสีขาว มีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หนา รูปรี กว้าง5-10ซม.ยาว10-26ซม.โคนใบเว้าปลายใบมีติ่งแหลมสั้นๆ มีขนหนาแน่นทั้งสองด้านของใบ ช่อดอกยาว10-15ซม.มีดอกย่อย8-15ดอก สีเหลืองอ่อนกลิ่นหอม โคนกลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกเป็น5กลีบ กลีบม้วนบิดเป็นเกลียว ปากหลอดสีเหลืองเข้มปลายกลีบย่นเล็กน้อย ขนดดอก3-4.5ซม. ผลเป็นฝักยาว8-12ซม.มีขนหนาแน่น แก่แล้วแตกตามยาว เมล็ดมีขนปุยสีขาวลอยไปตามลมได้
เป็น พรรณไม้ที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศอินเดีย มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง ในประเทศไทยพบบริเวณแคบๆในป่าดิบชื้นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาาาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับความสูง200-900เมตร มีสถานภาพยังพอหาได้
ต้องการแสงแดดจัด ปลูกลงแปลงกลางแจ้งให้เลื้อยไต่ซุ้มได้ในพื้นราบภาคกลาง
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
การขยายพันธุ์--- เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง


ย่านขี้ผึ้ง/Sarcolobus carinatus


ชื่อวิทยาศาตร์---Sarcolobus carinatus Wall.
ชื่อพ้อง---Sarcolobus virulentus Griff
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า หมู่เกาะอันดามัน ไทย
ไม้ เถาเลื้อยเกาะพันต้นไม้อื่น ลำต้นเกลี้ยงสีส้มอมน้ำตาล ยาวถึง 3ม.ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.3-0.5ซม.ตามข้อมีขนสั้นเป็นวงรอบ ทุกส่วนของลำต้นมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่กลับ รูปรีถึงรูปใบหอกแคบ ขนาดกว้าง1-2ซม.ยาว5-8ซม. โคนใบสอบขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม แผ่นใบอวบน้ำ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวคล้ำ ด้านล่างสีอ่อนจางกว่า ใบแก่ก่อนร่วงสีส้มถึงส้มอมแดง
ดอก แบบช่อเชิงลดออกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกยาว0.5ซม. มีดอกย่อย1-6ดอก ดอกย่อยรูปกงล้อสีเหลืองนวลหรือเขียวอมเหลือง ดอกบานขนาด0.5-0.7ซม.ก้านดอกย่อยยาว0.4ซม. ผลแบบผลแตกแนวเดียวรูปรี ขนาดกว้าง1.5-3ซม.ยาว4-7ซม. ปลายผลเป็นจงอยผิวเกลี้ยงด้านบนมีสัน2สันสุกสีส้มอมแดง เมล็ดแบนรูปไข่ ไม่มีขนที่พู่ปลาย
พบขึ้นตามพื้นที่ป่าชายเลนโปร่ง ที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว                                                                           ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม


ย่านงด/Poikilospermum suaveolens


ชื่อวิทยาศาตร์---Poikilospermum suaveolens Merr
ชื่อพ้อง---Poikilospermum sinense (C.H. Wright) Merr.    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ย่านงด, เครือเต่าไห้, อ้ายไร, ชะไร, เถากะมัน, ยาวี, ขมัน, โร, มะรุ, มือกอ
ชื่อวงศ์---URTICACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย คาบสมุทรอินโดจีน อินโดนีเซีย
ไม้ เถาขึ้นตามคาคบ กิ่งอ่อนและลำต้นมีตุ่มระบายอากาศตามผิวและมียางใส ใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนแน่นตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่หรือมนรี ขนาดกว้าง10-14ซม.ยาว12-26ซม.ปลายใบทู่ โคนใบมนหรือหยักเว้า เนื้อใบหนาเกลี้ยง เส้นใบออกจากจุดฐานใบ3เส้น
ดอกแยกเพศ ดอกผู้ออกกันเป็นก้อนหรือหัว ขนาดประมาณ1-1.5ซม. ดอกเมียรวมกันเป็นหัวเช่นกันแต่มีขนาดใหญ่กว่า ขนาดประมาณ2-3ซม.โคนดอกติดกันเป็นหลอดเล็กๆ และปลายแยกเป็นแฉกแหลม4แฉก ผลเป็นก้อนกลมสีแดงถึงสีน้ำตาลอมแดง ขนาด2-4ซม.ก้านช่อผลยาว4ซม.
พบตามชายป่าดิบชื้นที่มีแสงแดด ในประเทศไทยพบขึ้นทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-มีนาคม
ผลแก่---เดือนมีนาคม-เมษายน


ย่านเลือด/Fissistigma rubiginosum


ชื่อวิทยาศาตร์---Fissistigma rubiginosum  (A. DC.) Merr.
ชื่อพ้อง---
---Melodorum rubiginosum (A.DC.) Hook.f. & Thomson
---Uvaria rubiginosa A.DC.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ย่านเลือด
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย บังคลาเทศ พม่า ไทย กัมพูชา  มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ไม้ เถาเนื้อแข็งขึ้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ในประเทศไทยพบขึ้นกระจายตามป่าดิบชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-300เมตร เลื้อยได้ไกล12-15เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมดำ กิ่งอ่อนมีขนมาก ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ กว้าง4-10ซม. ยาว13-22ซม. ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างตามแผ่นใบและเส้นกลางใบมีขนสีน้ำตาลอ่อน
ดอก เป็นช่อกระจุก2-4ดอก สีน้ำตาลอมชมพูดอกขนาด2-3ซม.ผลกลุ่มมีผลย่อย 4- 8ผล รูปกลมรี กว้าง1.5ซม.ยาว2-2.5ซม.ปลือกหนามีขนสีน้ำตาล มี5-6เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-เดือนพฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


ศรีจันทรา/Rosa helenae


ชื่อวิทยาศาตร์---Rosa helenae Rehd. & Wils
Modern name---Rosa helenae Rehder & E.H.Wilson
ชื่อพ้อง---
---Rosa moschata var. micrantha Crép.
---Rosa floribunda Baker, not Stev.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ศรีจันทรา กุหลาบเลื้อยเชียงดาว
ชื่อวงศ์---ROSACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศจีน  ภาคเหนือของประเทศไทย เวียดนามเหนือ

ไม้ เลื้อยวงศ์กุหลาบ พบตามป่าหินปูน เป็นพรรณไม้หายากชนิดหนึ่งของไทย  ที่พบและเก็บตัวอย่างได้ที่ดอยเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูง1,700-2,000เมตร เลื้อยทอดยาวได้ไกล 4-10 เมตรลำต้นและกิ่งสีน้ำตาลอมม่วงมีหนามแหลมทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย5-9คู่ ใบรูปไข่แกมใบหอก ปลายแหลมขอบใบจักฟันถี่  ดอกออกเป็นช่อเชิงหลั่น หรือออกเดี่ยวๆที่ปลายยอด กลีบเลี้ยงสีเขียวรูปใบหอก มี5กลีบ ดอกชั้นเดียว กลีบดอกดอกสีขาวนวลมี5กลีบ เมื่อใกล้โรยมีจุดสีชมพู เกสรเพศผู้สีเหลืองจำนวนมากขนาดดอก3-4ซม. ดอกมีกลิ่นหอมหวาน ผลรูปไข่สีแดงเข้ม
ระยะออกดอก---เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์


ส้มขี้มอด/Embelia subcoriacea


ชื่อวิทยาศาตร์---Embelia subcoriacea (C.B. Clarke) Mez.
ชื่อพ้อง---Embelia nagushia var. subcoriacea C.B.Clarke
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้มขี้มอด ส้มอ๊อบแอ๊บ แม่น้ำนอง นมนาง ป้องเครือ ส้มขี้หม่อน
ชื่อวงศ์---MYRSINACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น หรือรอเลื้อย ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าผลัดใบผสม ที่ระดับความสูง 300-1,000 ม.เปลือกเถาอ่อนสีเขียวมีจุดประสีขาวทั่วเถา เถาแก่สีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงสลับผิวใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อเดี่ยวออกตามซอกใบ                                                                                                    ผลกลมสีเขียวเมื่อสุกสีม่วงแดงมี1เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ดรับประทานได้รสเปรี้ยวอมหวาน
ระยะออกดอก---เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


ส้มลม/Aganonerion polymorphum


ชื่อวิทยาศาตร์---Aganonerion polymorphum Pierre ex Spire
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---River leaf
ชื่ออื่น---ส้มลม
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน (ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม)

ไม้ เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น เถากลมสีเขียวไม่มีมือเกาะทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามรูปไข่ปลายใบเรียวแหลมขอบใบเรียบสีเขียวเข้มเป็น มัน ดอกออกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนาดเล็กสีขาวอมเขียวปลายกลีบดอกสีชมพูผลเป็นฝักออกเป็นคู่ทรง กระบอกเรียวยาวสีเขียว เมล็ดสีน้ำตาลที่ปลายด้านหนึ่งมีพู่สีขาว มีหลายเมล็ด
ใบอ่อน ยอดอ่อน ผลอ่อนรับประทานสดได้รสเปรี้ยวมัน
ระยะออกดอก---เดือนเมษายน-เดือนพฤษภาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ


ส้มสันดาน/Cissus hastata


ชื่อวิทยาศาตร์---Cissus hastata Miq.
ชื่อพ้อง---Vitis hastata (Miq.) Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้มสันดาน ส้มพอดี ส้มข้าว เถาส้มออบ
ชื่อวงศ์---VITACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย พม่า เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย

ไม้ เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่นมีมือเกาะเถาเป็นสันเหลี่ยม ขอบสันเถาสีม่วงแดง ใบเดี่ยวรูปหัวใจเรียงสลับขอบใบหยักห่างหลังใบสีเขียวท้องใบสีม่วง ดอกออกเป็นกระจุกเล็กสีขาว ผลเป็นผลเดี่ยวรูปทรงกลมผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีดำ
ระยะออกดอก---เดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฏาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำ


ส้มเสี้ยวเถา/Bauhinia lakhonensis


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia lakhonensis Gagnep.
ชื่อพ้อง---Bauhinia sepis Craib.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ส้มเสี้ยวเถา
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ลาว เวียตนามเหนือ ไทย

ไม้เถามีเนื้อไม้ เลื้อยขึ้นพาดพันต้นไม้อื่น ขึ้นกระจายห่างๆ ตามชายป่าดิบแล้ง ระดับความสูงประมาณ 200 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ ปลายใบเว้าลึก แผ่นใบกว้าง8-10ซม.ยาว10-12ซม.
ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยขนาด2-3ซม. กลีบดอก5กลีบสีขาว โคนกลีบดอกเว้าคล้ายก้าน สีแดงชมพู ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น เกสรเพศผู้พัฒนา2อันที่เหลือสั้นและเป็นหมัน เกสรเพศเมีย1อันอยู่ใจกลางดอก
ผลแบบฝักถั่วกว้าง1.8-2ซม.ยาว9-11ซม.ปลายมีติ่ง เมล็ดสีดำ เกลี้ยง มี12-15เมล็ด
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง


สร้อยบุปผา/Polygonum capitatum


ชื่อวิทยาศาตร์---Polygonum capitatum Buch.-Ham. ex D.Don
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Persicaria capitata (Buch.-Ham. ex D.Don) H.Gross.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สร้อยบุปผา
ชื่อวงศ์---POLYGONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---
ไม้ เลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นทอดเลื้อยได้ไกล1-2เมตร มีรากพิเศษแตกตามข้อ กิ่งก้านมีขนปกคลุม ใบรูปไข่แกมรูปรี ปลายมบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางมีแถบสีชมพูกลางใบ ผิวใบมีขนปกคลุม มีหูใบเป็นปลอก ขนาดของใบ กว้าง2-2.5ซม.ยาว4-5ซม.
ดอกออกเป็นกระจุกกลมที่ปลายยอด ดอกย่อยจำนวนมากอัดกันแน่น กลีบดอกสีขาวอมชมพูขนาดดอก3-5มิลลิเมตร ผลขนาดเล็กมี1เมล็ด กลีบเลี้ยงติดทน
นิยมปลูกเป็นไม้แขวนหรือเป็นไม้เลื้อยคลุมดิน ชอบแสงแดดจัดจนถึงรำไร ไม่ชอบน้ำขังแฉะ
ระยะออกดอก---ตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง


สร้อยสยาม/Bauhinia siamensis


ชื่อวิทยาศาตร์--- Bauhinia siamensis K.Larsen & S.S.Larsen
ชื่อพ้อง---This name is unresolved.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สร้อยสยาม ชงโคสยาม
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์--- พรรณไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทย

ไม้ เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่อายุยืนหลายปี มีมือเกาะตามซอกใบปลายม้วนงอเป็นตะขอคู่ เลื้อยได้ไกล5-15 เมตร ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุม ใบรูปไข่ปลายใบเว้าลึกเป็น2แฉก ขนาดของใบกว้าง4-8ซม.และยาว8-15ซม. รูปร่างค่อนข้างกลม ปลายใบและโคนใบเว้าลึกคล้ายใบแฝดติดกัน แผ่นใบสีเขียว กึ่งกลางใบมีแถบสีขาวหรือเขียวอ่อนแทรก หูใบสีส้มแกมแดง
ดอก ออกเป็นช่อกระจะห้อยลง ช่อดอกยาว30-75ซม.มีดอกย่อย 18-22ดอก ดอกย่อยสีชมพูสดใสขนาด 3-4 ซม. ฝักเรียวยาวกว้าง3-4ซม.ยาว16-18ซม.ฝักแก่แตกเป็น2ซีก
เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทยที่ขึ้นในป่าดิบชื้นหรือป่าดิบแล้งที่มีดินระบาย น้ำดี มีใบดกแตกยอดจำนวนมากมีดอกสีสดใส
ระยะออกดอก---เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง

สวาด/Caesalpinia bonduc


ชื่อวิทยาศาตร์---Caesalpinia bonduc (L.) Roxb.
ชื่อพ้อง---Basionym: Guilandina bonduc L.
---Caesalpinia bonducella (L.) Fleming
ชื่อสามัญ---Nickernut ,Grey Nickers, Physic-Nut, Physic nut, Fever Nut, Fever-Nut, Bonduc nut
ชื่ออื่น---สวาด หวาด
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE -CAESALPINIODEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---กระจายกว้างขวางทั่วเขตร้อน ทวีปเอเซียพบทั่วเนปาล สิกขิม อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนใต้จีน และหมู่เกาะใกล้เคียง

ไม้เถาเลื้อยมีหนาม พาดเลื้อย ยาว5-15 เมตร ลำต้นกิ่งและแกนช่อใบ มีขนสั้นนุ่มและหนามงองุ้มรูปตะขอสั้น คล้ายหนามกุหลาบปกคลุม
ใบ ประกอบแบบขนนก2ชั้นปลายคู่ มี6-11คู่ เรียงเวียนสลับ แผ่นใบย่อยรูปรีขนาด1-2ซม.ยาว2-4ซม. ขอบใบเรียบเป็นขนครุย ปลายใบเป็นติ่งหนามสั้น
ดอก แบบช่อเชิงลดออกเหนือง่ามใบ แกนช่อดอกยาวถึง50ซม.มีหนาม ดอกไม่สมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ5กลีบเรียงซ้อนเหลื่อมสลับกันกลีบเลี้ยงมีขน สนิมปกคลุม กลีบดอกสีเหลืองมีสีแดงเรื่อแต้มเป็นจุดหรือแถบ
ผล แบบฝักถั่ว รูปขอบขนานขนาด3-5ซม.ยาว5-7ซม. โคนฝักสอบเข้าหากัน ปลายฝักมนกลม และมีก้านเกสรเมียติดอยู่ ผิวฝักมีหนามแหลมและขนแข็งปกคลุม ฝักแก่จัดแตกตามรอยตะเข็บ มีเมล็ดเกลี้ยงสีเทามัน1-2เมล็ด
พบขึ้นตามชายหาดหรือแนวหลังป่าชายเลน
ระยะออกดอกเดือน---กรกฎาคม-ตุลาคม


สะแกวัลย์/Calycopteris floribunda


ชื่อวิทยาศาตร์---Calycopteris floribunda Lamk.
ชื่อพ้อง---
---Calycopteris floribunda (Roxb.) Lam. ex Poir.
---Calycopteris nutans (Roxb.) Kurz
---Calycopteris nutans var. glabriuscula Kurz
---Calycopteris nutans var. roxburghii Kurz
---Combretum sericeum (Walp.) Wall. ex C.B. Clarke
---Getonia floribunda Roxb.
---Getonia nitida Roth
---Getonia nutans Roxb.
---Poivrea sericea Walp.
ชื่อสามัญ---Paper Flower Climber.
ชื่ออื่น---ข้าวตอกแตก งวงชุม งวงสุ่มเมี่ยง ชนวนไฟ สังขยาขาว
ชื่อวงศ์---COMBRETACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย จีนตอนใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เลื้อยขนาดใหญ่ในประเทศไทยพบทุกภาค ตามป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ลักษณะเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ๆรูปรีไข่ โคนใบมนปลายใบแหลม ขนาดใบกว้าง6-8ซม.ยาว8-12ซม.ด้านล่างใบมีขนสีน้ำตาลเหลืองหนาแน่น
ดอก ออกเป็นดอกช่อ มีดอกย่อยจำนวนมาก ขนาดดอกย่อย2-3ซม.ดอกสีเขียวอมเหลืองออกเป็นช่อกระจายที่ปลายยอด มีขน กลีบเลี้ยงปลายแยกเป็น5แฉกไม่มีกลีบดอก เกสรตัวผู้10อัน เมื่อดอกบานแล้ว กลีบดอกจะหลุดร่วงไป คงเหลือแต่กลีบเลี้ยง ทำให้ดูเหมือนดอกบานทนนานมาก
เราเรียกลักษณะนี้ว่ากลีบเลี้ยงที่คงอยู่จนเป็นผล(persistant calyx)
ผล รูปรีมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ภายในมี1เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง หรือตอน กิ่ง


สะบ้า/Entada rheedii


ชื่อวิทยาศาตร์---Entada rheedii Spreng.
ชื่อพ้อง---
---Adenanthera gogo Blanco
---Entada gogo (Blanco) I.M.Johnst.
---Entada monostachya DC.
---Entada pursaetha DC.
---Entada pusaetha DC. [Spelling var.]
---Entada rheedei Spreng. [Sp. variant]
---Entada rheedii subsp. rheedii Entada scheffleri Ridl.
---Mimosa entada L
ชื่อสามัญ---African dream herb, Snuff box sea bean, Cacoon vine
ชื่ออื่น---มะนิม หมากหงิม สะบ้ามอญ สะบ้าช้าง มะบ้า มะบ้าหลวง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เขตร้อนของทวีปแอฟริกา ทวีปเอเซียและอินโดนีเซีย

ไม้ เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ในประเทศไทยพบทุกภาค ขึ้นพันไม้อื่นริมลำธารบริเวณป่าดงดิบหรือป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูง900เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก2ชั้น ใบย่อยรูปไข่กลับ กว้าง 1.3-3.5ซม. ยาว2.5-7ซม. ปลายใบแหลมถึงทู่เล็กน้อย และมักมีติ่งแหลม
ดอกสีขาวนวลแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกเป็นช่อแกน ยาว13-25ซม.ดอกย่อยขนาดเล็กมีเป็นจำนวนมาก กลีบรองดอกรูปถ้วยปากกว้าง กลีบดอก 5 กลีบ รูปรีแคบ ถึงรูปหอก รังไข่เกลี้ยง
 ผลเป็นฝักรูปขอบขนานตรงหรือโค้ง กว้าง 7-15 ซม. ยาวได้ถึง 2 เมตร เปลือกผลแข็งเหมือนเนื้อไม้แต่ละข้อมี1เมล็ด เมื่อแก่ข้อจะหักเป็นข้อๆ เมล็ดสีน้ำตาลกึ่งกลมแบน แข็งผิวมันเรียบ กว้าง3.5-4ซม.
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-พฤษภาคม  

 
สะบ้าลาย/Mucuna interrupta


ชื่อวิทยาศาตร์---Mucuna interrupta Gagnep.
ชื่อพ้อง---Mucuna nigricans var. cordata Craib    
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะบ้าลาย เครือบ้าลาย
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินโดจีน

ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออก ตามป่าดิบ ที่ระดับความสูง 75-800 เมตร
เลื้อยได้ไกล10-15เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบมีใบย่อย3ใบ รูปไข่แกมรี กว้าง 4-9 ซม.ยาว9-16ซม.
ดอก สีเหลืองนวลแกมเขียวอ่อน ออกเป็นช่อกระจุกห้อยลงตามซอกใบ ยาว10-14ซม.ดอกย่อยรูปดอกถั่ว ยาวประมาณ4ซม.กลีบรองดอกรูปถ้วยปากกว้าง ผิวด้านนอกมีขนคลุม  กลีบดอก5กลีบเกสรผู้ยื่นยาว10อัน ผลเป็นฝักค่อนข้างแบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่นผิวขรุขระเป็นลายเส้นหยาบ เมล็ดรูปกลมแบนมีประสีน้ำตาลมี2-3เมล็ด
    

สะพลี/Cyathostemma


ชื่อวิทยาศาตร์---Cyathostemma wrayi  King
ชื่อพ้อง---
No synonyms are recorded for this name.                                                                                         ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สะพลี
ชื่อวงศ์---ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้เถาเนื้อแข็ง พบในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าละเมาะ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ที่ระดับความสูง 50-200เมตร ขึ้นเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกล 6-15 เมตร กิ่งอ่อนมีขน กิ่งแก่เปลือกเรียบสีน้ำตาลอมดำ  มีลายสีขาวบิดเวียนตามยาว ใบรูปขอบขนาน กว้าง 7-10ซม.ยาว 22-30ซม.โคนใบมน หยักเว้าตื้น ปลายใบเรียวแหลม มีติ่งแหลมยาว 2-2.5ซม.ใบบางเหนียว ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อยผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน
ดอก ออกเป็นช่อนอกซอกใบ2-4ดอก กลีบดอกหนาสีเหลืองใส บานงองุ้มเข้าหากลางดอก ขนาดดอกเมื่อบาน 1.5-2ซม.
ผลกลุ่ม มีผลย่อย 30-50ผล รูปกลมรี เปลือกเรียบ ยาว1-1.5ซม.เมื่อแก่สีแดง

สาลีแก่นใจ/Capparis zeylanica


ชื่อวิทยาศาตร์---Capparis zeylanica Linn.
ชื่อพ้อง---
---Capparis swinhoei Hance    
---Capparis hastigera Hance    
---Capparis hastigera var. obcordata Merr. & F.P. Metcalf    
ชื่อสามัญ---Ceylon Caper, Indian caper
ชื่ออื่น---สาลีแก่นใจ สะแอะ ลานผีป้าย ฮ้านผีป้าย เถาหลั่งหมาเก็บ ค้อนก้องเครือ เกี่ยวไก่ สายชูใหญ่
ชื่อวงศ์---CAPPARACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อนุทวีปอินเดีย อินโดจีน จีน มาเลเซีย

ไม้ พุ่มรอเลื้อยสูง2-5เมตร ลำต้นมีหนาม กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรูปหอก ขนาดกว้าง4-8.5ซม.ยาว5-17ซม.ปลายใบมนหรือเรียวแหลม แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนังก้านใบยาว0.5-2ซม.
ดอกสีขาวออกเป็นกลุ่มบนก้านช่อดอก มีกลุ่มละ2-6ดอก ก้านดอกยาว0.4-2ซม.กลีบรองดอกรูปมนหนาคล้ายแผ่นหนัง  กลีบดอกรูปขอบขนานปลายมนมีสีชมพูหรือแดงที่โคนกลีบ ผลรูปกลมรีขนาด4-5ซม. เปลือกหนาแข็ง ผิวเรียบเมื่อแก่ออกสีส้มหรือม่วง
สรรพคุณ ทั้งต้นรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ใบตำพอกฝี แผลบวม และทาแก้คัน
ระยะออกดอก---มีนาคม-เมษายน
ระยะผลแก่---ตุลาคม-ธันวาคม
ระยะออกดอก--- เดือนกรกฏาคม-เดือนกันยายน


สังวาลย์พระอินทร์/Cassytha filiformis


ชื่อวิทยาศาตร์---Cassytha filiformis Linn.
ชื่อพ้อง---
---Calodium cochinchinense Lour.
---Calodium cochinchinensis Lour.
---Cassytha americana Nees
---Cassytha americana var. brachystachya Meisn.
---Cassytha americana var. brasiliensis (Mart. ex Nees) Meisn.
---Cassytha americana var. puberula Meisn.
---Cassytha aphylla Raeusch.
---Cassytha archboldiana C.K.Allen
---Cassytha brasiliensis Mart. ex Nees
---Cassytha corniculata Burm.f.
---Cuscuta reflexa Roxb.
---Cassytha cuscutiformis F. Muell.
---Cassytha dissitiflora Meisn.
---Cassytha filiformis var. pseudopubescens Domin
---Cassytha filiformis f. pycnantha Domin
---Cassytha guineensis Schumach. & Thonn.
---Cassytha lifuensis Guillaumin
---Cassytha macrocarpa Guillaumin
---Cassytha novoguineensis Kaneh. & Hatus.
---Cassytha paradoxae Proctor
---Cassytha senegalensis A.Chev.
---Cassytha timoriensis Gand.
---Cassytha zeylanica Gaertn.
---Rumputris fasciculata Raf.
---Spironema aphylla Raf.
---Volutella aphylla Forssk.
ชื่อสามัญ--- Love-Vine,  Air creeper, Devil's gut, Dodder-laurel, Green thread creeper, Moss creeper, Princess hair
ชื่ออื่น---สังวาลย์พระอินทร์ เขียงคำ เขืองคำโคก ผักปลัว รังกะสา รังนกกะสา
ชื่อวงศ์---CASSYTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง อเมริกาใต้ อินโดมาลายา ออสตราเซีย โพลีนีเซีย แอฟริกา

ไม้ กาฝากลำต้นเป็นเส้นกลมยาวสีเขียวแกมเหลืองเลื้อยพันบนต้นไม้อื่น ส่วนที่อ่อนอยู่มีขนสีเหลือง ไม่มีใบหรือลดรูปเป็นเกล็ดขนาดเล็ก ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กรูปทรงกลมสีเขียวแกมเหลือง ผลสดรูปไข่กลับหรือทรงกลมขนาด 4-6 มม.เมื่อสุกสีขาว
ระยะออกดอก---กรกฏาคม-ตุลาคม


สังวาลย์พระอินทร์/Hoya ovalifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Hoya ovalifolia Wight & Arn.
ชื่อพ้อง---Hoya hainanensis Merr.
ชื่อสามัญ---Wax Plant
ชื่ออื่น---นมตำเลีย, ต้าง
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย

ไม้ เลื้อยอิงอาศัย ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณทั่วไปลักษณะ มีน้ำยางขาว มีรากออกตามข้อต้น ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้าม แผ่นใบหนาอวบน้ำ รูปรีหรือรูปไข่ โคนใบมนปลายใบแหลม กว้าง 4-10 ซม.ยาว 5-12 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ดอกสีขาวตรงกลางสีแดง ออกเป็นช่อค่อนข้างกลมคล้ายซี่ร่ม ตามซอกใบ ดอกย่อยขนาด0.6-0.8 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ อวบมัน เป็นฝักเรียว ยาว 14-15 ซม. กว้างประาณ 0.5ซม. เมล็ดเล็ก แบน รูปไข่ มีขนเป็นพู่ที่ปลาย
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


สังวาลย์พระอุมา/Hoya diversifolia


ชื่อวิทยาศาตร์---Hoya diversifolia Blume
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---ลิ้นควาย, ต้าง, กล้วยปิ้ง,สลิท
ชื่อวงศ์---ASCLEPIADACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า อินโดจีน และมาเลเซีย

ไม้ เถาอิงอาศัย ขึ้นกระจายบนต้นไม้ในป่าดิบชื้น ตามสวนผลไม้ ป่าโปร่ง ป่าพรุ ตลอดจนป่าชายเลน ลักษณะ มีน้ำยางขาว มีรากออกตามข้อ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ แผ่นใบหนา รูปรีหรือรูปไข่กลับ โคนและปลายมน กว้าง 3-6 ซม.ยาว6-10ซม. ก้านใบยาว0.5-1.5ซม.  
ดอก สีแดงอมชมพูเป็นช่อรูปครึ่งวงกลม มี12-20ดอก ออกตามง่ามใบ ก้านดอกย่อยยาว 1-2.5ซม. เรียงแบบซี่ร่ม ก้านช่อยาว 4-8ซม. กลีบดอกมี5กลีบ แผ่เชื่อมปลายแยกกันเป็น5แฉก ขอบแหลมม้วนลง ดอกมีเส้าเกสรเป็นรยางค์5แฉก เกสรผู้ 5 อัน ผลเป็นฝักรูปกระบอกแคบ ยาว10-13ซม.เมล็ดมีขนเป็นพู่สีขาวที่ปลายด้านหนึ่ง
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ปักชำ


สามพันตา/Bridelia tomentosa


ชื่อวิทยาศาตร์---Bridelia tomentosa Blume
ชื่อพ้อง---
---Amanoa tomentosa Baill.
---Bridelia glabrifolia Merr.
---Bridelia lancifolia Roxb.
---Bridelia nayarii P.Basu
---Bridelia phyllanthoides W.Fitzg.
---Bridelia rhamnoides Griff.
---Bridelia urticoides Griff.
---Phyllanthus loureiroi Müll.Arg.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---สามพันตา, ไอ, ขนหนอน, สีฟันกระบือ มะแก, สะเหล่า
ชื่อวงศ์---PHYLLANTHACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือถึงตอนใต้ของจีน อินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย

ไม้ เลื้อยหรือไม้รอเลื้อยพบขึ้นตามพื้นที่เปิดโล่ง ป่าเสื่อมโทรม และป่าเกือบทุกชนิด ต้นสูง 3-5(-10) เมตร กิ่งก้านมีรูอากาศกระจายทั่วไป ปลายกิ่งมักงันกลายเป็นหนามแข็ง เปลือกเรียบสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว ขนาดและรูปร่างใบไม่แน่นอน ใบอ่อนสีน้ำตาลอมชมพูดอกแบบช่อเชิงลดกระจุก ดอกย่อย10-20ดอกออกตามง่ามใบ ดอกแยกเพศอยู่่ร่วมต้นเดียวกัน ผลคล้ายผลเมล็ดเดียวแข็ง รูปทรงกลมมี2พูปลายผลเป็นติ่งแหลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดำเนื้อนุ่ม มี2เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-สิงหาคม


เสี้ยวแก้ว/Bauhinia nervosa


ชื่อวิทยาศาตร์--- Bauhinia nervosa (Wall. ex Benth.) Baker
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Phanera nervosa Benth.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวแก้ว
ชื่อวงศ์--- FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้ เลื้อยมีมือเกาะ พบตามชายป่าในป่าดิบแล้ง ใบเดี่ยวรูปเกือบกลม โคนใบเว้าปลายใบแยกเป็นสองแฉกลึก1/3ของใบ ปลายมนกลม ผิวใบด้านล่างมีขนนุ่มสีน้ำตาล หูใบรูปไข่ ดอกสีขาวแกมเหลือง มีขนนุ่มสีน้ำตาลแดงทั่วไป ออกเป็นช่อโปร่ง ดอกย่อยขนาด4-6ซม. ผลเป็นฝักแบนยาว15ซม.ฝักอ่อนมีเส้นแขนงบนผิวชัดเจน เป็นไม้ป่าของไทยที่นำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้
ระยะออกดอกผล---เดือนมิถุนายน-กันยายน


เสี้ยวเครือ/Bauhinia harmsiana


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia harmsiana Hosseus
ชื่อพ้อง---This is a synonym of Lasiobema harmsianum (Hosseus) de Wit
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวเครือ ชงโคขี้ไก่
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ไทย กัมพูชา

ไม้ เลื้อยขนาดใหญ่มีมือเกาะ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ใบรูปไข่ ปลายใบเว้าตื้นเป็น2แฉก ปลายแฉกกลมมน โคนใบรูปหัวใจ ใต้ใบมีขนบนเส้นใบ ช่อดอกขนาดใหญ่ แตกกิ่ง ดอกตูมมีขนนุ่มสีเทา กลีบเลี้ยง2-3แฉก กลีบดอก5กลีบ รูปช้อนสีเขียวอมเหลือง ขอบกลีบย่น ยาว2-3มม. เกสรผู้3อัน เกสรผู้ที่ลดรูป7อัน รังไข่มีขนสีน้ำตาล จานรองดอกมีขน ฝักขนาดกว้าง2.5ซม.ยาว11ซม.
พบตามชายป่าทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ เขตกระจายพันธุ์ กัมพูชา


เสี้ยวเครือยอดแดง/Bauhinia glauca ssp. tenuiflora


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia glauca ssp. tenuiflora K. & S.S Larsen
ชื่อพ้อง---
---Bauhinia caterviflora L.Chen    
---Bauhinia polysperma Gagnep.    
---Bauhinia tenuiflora C.B.Clarke    
---Phanera tenuiflora (C.B.Clarke) de Wit
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวเครือยอดแดง เสี้ยวเครือ เสี้ยวป่า แสลงพัน คางโค พาซิว
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง มีมือเกาะปลายแยกเป็นคู่ม้วนงอ กิ่งอ่อนและใบอ่อนสีแดงใบรูปกลมโคนและปลายเว้าคล้ายใบแฝดติดกันขนาดใบ10-12 ซม. เส้นใบ7-11เส้น ปลายใบมน ผิวใบด้านบนเกลี้ยงใต้ใบมีขนประปราย ก้านใบยาว1-2ซม.
ดอก ออกเป็นช่อเชิงหลั่นขนาดใหญ่5-25ดอกกลีบดอกสีขาว5กลีบผลเป็นฝักแบนยาว18-25 ซม.กว้าง3-5.5ซม.ปลายเป็นติ่ง เมล็ดรูปไข่แบนมีเมล็ด10-15เมล็ดต่อฝัก


เสี้ยวตัน/Jasminum calcicola Kerr


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum calcicola Kerr
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวตัน
ชื่อวงศ์---OLEACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พรรณไม้ถิ่นเดียวประเทศไทย

ไม้ เถาในสกุลมะลิ เลื้อยได้ไกล 4-6เ มตร ใบประกอบ3ใบ เนื้อใบค่อนข้างหนา รูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม.ยาว 4-8 ซม. ช่อดอกมีดอกย่อย 12 ดอก ถึงจำนวนมาก ดอกสีขาว มี 5-6 กลีบ ยาว 6-10 มม.หลอดกลีบดอกยาว 8-12 มม.มีแต้มสีน้ำตาลอ่อน ผลรูปรียาว 9 มม
เป็นมะลิที่มีกลิ่นหอมแรงและเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากชนิดอื่นเป็นมะลิถิ่น เดียวที่หายากของไทย ขึ้นอยู่บนภูเขาหินปูน เฉพาะในจังหวัดลำปาง กาญจนบุรี สระบุรีและลพบุรี ทนแล้งได้ดี
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์


เสี้ยวผี/ Jasminum scandens


ชื่อวิทยาศาตร์---Jasminum scandens (Retz.)Vahl
ชื่อพ้อง---
---Jasminum laetum Wall. ex G.Don
---Mogorium scandens (Retz.) Lam.
---Nyctanthes scandens Retz.
ชื่อสามัญ---เสี้ยวผี ไก่น้อย ไส้ไก่
ชื่ออื่น---OLEACEAE
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย อินเดีย อัสสัม บังคลาเทศพม่า ไทย กัมพูชา

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกลถึง10เมตร แตกกิ่งออกเป็นหลายยอด กิ่งอ่อนมีขนเมื่อกิ่งแก่จะมีขนน้อยลง ใบรูปไข่จนถึงรูปหอกยาว4-9ซม.โคนใบมนปลายใบแหลมขอบใบเป็นคลื่น ช่อดอกออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ออกเป็นช่อเล็กๆจำนวนมาก ดอกบานพร้อมกันเกือบทั้งต้น กลีบดอกสีขาวมี7-9กลีบ ส่งกลิ่นหอมทั้งวันทั้งคืน ผลกลมรีขนาด1ซม.เมื่อแก่สีแดงและจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
ต้นที่อยู่กลางแจ้งจะออกดอกดกและติดผลจำนวนมาก เป็นไม้เลื้อยประดับที่มีดอกหอมใช้ดอกผสมในยาสมุนไพร


เสี้ยวฟ่อม/Bauhinia viridescens Desv. var. viridescens


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhinia viridescens Desv. var. viridescens
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Bauhinia viridescens Desv.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---เสี้ยวฟ่อม  ส้มเสี้ยวน้อย ส้มเสี้ยวใบบาง
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIACEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถึงอินโดนีเซีย

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งเลื้อยพันได้ไกล5-10เมตร ยอดอ่อนเกลี้ยง กิ่งอ่อนหักพับรูปฟันปลา ใบเดี่ยวรูปไข่กว้างค่อนข้างกลม ปลายเว้าลึกโคนเว้าตื้น คล้ายใบแฝดติดกัน ขนาดใบกว้าง4-6ซม.ยาว8-12ซม. ดอกออกเป็นช่อกระจะ ดอกย่อยสีขาวมี5กลีบซ้อนเหลื่อมกันเป็นรูปกลมผลเป็นฝักแบน ผิวเรียบแก่แล้วแตกเมล็ดแบน6-10เมล็ด
ระยะออกดอก---เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ด


แสลงพันกระดูก/Bauhnia similis


ชื่อวิทยาศาตร์---Bauhnia similis  Craib
ชื่อพ้อง---Phanera similis (Craib) de Wit
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสลงพันกระดูก เสี้ยวป่า
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า ลาว

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่พบขึ้นตามป่าผลัดใบและเขาหินปูนทั่วประเทศ เลื้อยได้ไกล 8-10เมตรมีมือเกาะเลื้อยพัน กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลเทา ใบรูปไข่หรือค่อนข้างกลมปลายและโคนเว้าลึกคล้ายใบแฝด ท้องใบมีขนนุ่ม
ดอกออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอก ตูมมีขนสีน้ำตาล ดอก สีเหลืองอม เขียวโคนกลีบสีชมพู กลีบดอกซ้อนกัน5กลีบมีก้านเกสรเพศผู้เป็นก้านยาวสีแดง เกสรเพศผู้มี10อัน สมบูรณ์3อันและเป็นหมัน7อัน
ฝักแข็งยาวประมาณ 12 ซม.
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-ธันวาคม
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ


แสลงพันเถา/Bauhinia pulla


ชื่อวิทยาศาตร์---Lasiobema pulla (Craib) A.Schmitz
ชื่อพ้อง---Bauhinia pulla Craib.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---แสลงพันเถา แสลงพัน
ชื่อวงศ์---FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---พม่า กัมพูชาไทย

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งมีมือพัน ขึ้นตามชายป่าหรือเขาหินปูนเตี้ย ๆ ความสูงถึงประมาณ 500 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมเล็กน้อยบริเวณกิ่งอ่อน ใบเดี่ยวรูปไข่ออกเรียงเวียนสลับกัน แผ่นใบสีเขียว โคนใบเว้าแคบเป็นแฉกลึก ขนาดใบกว้าง5-12ซม.ยาว8-15ซม.  
ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามซอกใบและปลายกิ่ง รูปคล้ายปิรามิด ดอกย่อยสีเหลืองอมเขียว ผลเป็นฝักแบน รูปแถบมีขนปกคลุม ภายในมีเมล็ดเรียงกันหลายเมล็ด  
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด


หนามแน่ขาว/Thunbergia fragrans


ชื่อวิทยาศาตร์---Thunbergia fragrans Roxb.
ชื่อพ้อง---
---Thunbergia convolvuloides Baker
---Thunbergia laevis Nees.
---Thunbergia volubilis Pers
ชื่อสามัญ---Angel Wings, Fragrant Thunbergia, Sweet Clock Vine, White Clock Vine, White Lady
ชื่ออื่น---หนามแน่ขาว จิงจ้อ จิงจ้อเขาตาแป้น หูปากกา ทองหูปากกา ช่องหูปากกา
ชื่อวงศ์---THUNBERGIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย เอเซียใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เถาขนาดเล็ก พบได้ทั่วไปในป่าค่อนข้างโปร่ง ที่ความสูง 700-1,500เมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยมมีขนหนาแน่นมักทอดเลื้อยและเลื้อยพันไม้อื่น ในระดับต่ำใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรีหรือรูปหอก กว้าง 1-3.5 ซม.ยาว 2.5-7 ซม. แผ่นใบบางคล้ายกระดาษผิวใบมีขนทั้ง 2 ด้าน
ดอก สีขาวออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ที่ซอกใบขนาดของดอก 4 ซม. ที่โคนกลีบมีกลีบรองดอกแผ่เป็นประกับสีเขียวอ่อน กลีบดอกบาง โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยก 5 กลีบ                                                                                             ผลเกลี้ยงสีดำทรงกลม มีจงอยที่ปลาย 1 คู่ภายในมี 4 เมล็ด
นำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดีมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ระยะออกดอกติดผล---เดือนกันยายน-ธันวาคม


หนามแน่แดง/Thunbergia coccinea


ชื่อวิทยาศาตร์---Thunbergia coccinea Wall.
ชื่อพ้อง---
---Flemingia coccinea (Wall.) Buch.-Ham. ex Nees
---Hexacentris acuminata Nees
---Hexacentris coccinea Nees
---Hexacentris dentata Nees
---Thunbergia pendula Hassk.
---Thunbergia quinquenervis Buch.-Ham. ex Nees
ชื่อสามัญ---Scarlet Clock Vine
ชื่ออื่น---หนามแน่แดง น้ำปู้  ปังกะล่ะกวอ
ชื่อวงศ์---THUNBERGIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---เทือกเขาหิมาลัย เนปาล อินเดีย พม่า ไทย

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็ก อายุหลายปี พบขึ้นกระจายในป่าดิบชื้น บริเวณที่โล่งหรือชายป่า ที่ความสูง 100-800เ มตร เลื้อยได้ไกล 4-8เมตร กิ่งก้านสีเขียวใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรี กว้าง3-4ซม.ยาว6-8ซม.ปลายใบและโคนใบมน แผ่นใบสีเขียวขอบใบจักซี่ฟัน เส้นใบหลัก3-5เส้น แตกออกจากโคนใบเห็นได้ชัดเจน
ดอก ออกเป็นช่อกระจะห้อยลง ยาวประมาณ 15-50 ซม. ดอกย่อยมีใบประดับสีเขียวเข้มอมม่วงขนาดใหญ่2อันประกบกัน กลีบเลี้ยงขนาดเล็กเชื่อมติดกันคล้ายวงแหวน กลีบดอกสีแดงเชื่อมติดกันเป็นหลอดค่อนข้างแบน ปลายแยกเป็น5กลีบ สีแดงแกมชมพูหรือส้มปูนขนาดดอก2ซม.
ผลค่อนข้างกลมมีจงอยขนาดใหญ่เมื่อแก่จะแตกตามยาว แต่ติดผลค่อนข้างยาก
ระยะออกดอก---เดือนมีนาคม-ตุลาคม

หยีคลาน/Derris heptaphylla


ชื่อวิทยาศาตร์---Derris heptaphylla (L.) Merr.
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Aganope heptaphylla (L.) Polhill.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หยีคลาน
ชื่อวงศ์---FABACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ พบขึ้นตามฝั่งแม่น้ำลำคลอง และตามขอบแนวหลังป่าชายเลนที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว ลักษณะเปลือกเรียบสีน้ำตาลเข้ม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ก้านช่อใบยาว 3-6ซม. ประกอบด้วยใบย่อย3-5-7ใบ แผ่นใบย่อยรูปไข่ รูปไข่แกมรูปรีถึงรูปรี ขนาด4-10x6-15ซม.เรียงจากเล็กไปใหญ่สุด โคนใบกลมมน ขอบใบเรียบ ปลายใบมนถึงแหลม ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ด้านล่างสีซีดกว่า เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง
ดอก แบบช่อเชิงลด มีก้านแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามง่ามใบและปลายยอด แต่ละช่อยาวถึง40ซม. ดอกย่อยรูปถั่ว ขนาดเล็กสีขาวอมเขียว ผลแบบฝักถั่ว โค้งบวม คอดเป็นข้อระหว่างเมล็ด มี1-4ข้อ ผิวเกลี้ยงและมีเส้นลายฝักเป็นร่างแห ตะเข็บฝักด้านบนเป็นปีกแคบๆเชื่อมระหว่างเมล็ด


หวายลิง/Flagellaria indica


ชื่อวิทยาศาตร์---Flagellaria indica L.
ชื่อพ้อง---
---Flagellaria angustifolia Wall.
---Flagellaria catenata Lour. ex B.A.Gomes
---Flagellaria loureiroi Steud.
---Flagellaria minor Blume
---Flagellaria philippinensis Elmer
ชื่อสามัญ---Whip vine, Hell tail, Supplejack, False rattan, Bush cane.
ชื่ออื่น---หวายลิง หวายเย็บจาก หวายลี
ชื่อวงศ์---FLAGELLARIACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย ศรีลังกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

 ไม้เถาเลื้อยพบขึ้นตามแนวหลังป่าชายเลนที่เป็นดินเลนแข็งและพื้นที่เปิดโล่งริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นครั้งคราว ลักษณะแตกกิ่งเป็นง่ามห่างๆลำต้นแข็งคล้ายลำหวาย สีเขียวเข้มเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อแก่                  ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปใบหอกแคบขนาด0.5-2ซม.ยาว7-20ซม.โคนใบกลมมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวยาวแข็งและม้วนเป็นมือพัน กาบใบเรียงซ้อนทับกันหุ้มลำต้นยาวถึง 7ซม. มีสันตามยาวและมีติ่งกาบ2ติ่งอยู่ที่ปลายกาบ
ดอก แบบช่อเชิงลดออกตามปลายยอด ก้านช่อมักแตกเป็น2กิ่ง ยาว20-30ซม. มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกเดี่ยวหรือเป็นกระจุก มีใบประดับคล้ายเกล็ดล้อมรอบผลรูปกลมขนาด2ซม.ผิวเกลี้ยงเป็นมัน สีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นเหลือง แก่จัดสีชมพูอมแดงมีเมล็ด1เมล็ด
ระยะออกดอกและผล---ตลอดปี


หัวลิง/Sarcolobus globosus


ชื่อวิทยาศาตร์--- Sarcolobus globosus Wall
ชื่อพ้อง---
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---หัวลิง บาตูบือแลกาเม็ง(มาลายู-นราธิวาส)
ชื่อวงศ์---APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดียตะวันออก พม่า ไทย หมู่เกาะมาลายู บอร์เนียว

ไม้เถาเลื้อยเกาะพันไม้อื่น ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาล ยาวถึง 5 เมตรส่วนต่างๆของเถามีน้ำยางสีขาว
ใบ เดี่ยวเรียงตรงข้ามแผ่นใบรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ขนาดกว้าง3-6ซม.ยาว8-14ซม.โคนใบกลมมนถึงเว้าเป็นรูปหัวใจตื้น ขอบใบเรียบปลายใบแหลมเนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนังกึ่งอวบน้ำ ด้านบนสีเขียวคล้ำด้านล่างใบสีซีดกว่า
ดอก แแบช่อเชิงลดมีก้านคล้ายช่อซี่ร่ม ออกตามง่ามใบก้านช่อยาว1-3ซมง ประกอบด้วยดอกย่อยหลายดอกรูปกงล้อ สีเหลืองนวลหรือเหลืองแกมน้ำตาล มีจุดประสีน้ำตาลหรือม่วงบนแถบกลีบ ดอกบานขนาด0.8-1ซม.กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบ
ผล แบบผลแตกแนวเดียว รูปค่อนข้างกลมคล้ายหัวลิงแหลม ขนาด8-10ซม.เปลือกผลสีน้ำตาลหนา ผิวเรียบถึงหยาบเป็นลายร่างแห มีสันตามยาว1สัน เมล็ดแบนมีปีกและมีขอบหนาสีน้ำตาลเข้ม
พบทั่วไปตามริมฝั่งแม่น้ำ และพื้นที่เปิดโล่งที่น้ำทะเลท่วมถึง
ระยะออกดอก---เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์


อ้อยสามสวน/Myriopteron extensum


ชื่อวิทยาศาตร์---Myriopteron extensum (Wight) K.Schum.
ชื่อพ้อง---
---Myriopteron horsfieldii (Miq.) Hook.f.
---Myriopteron paniculatum Griff.
---Streptocaulon extensum Wight
---Streptocaulon horsfieldii Miq.
ชื่อสามัญ---
ชื่ออื่น---อ้อยสามสวน, ชะเอมไทย, กอน, ขมเหลือง, เครือเขาขมหลวง
ชื่อวงศ์---PERIPLOCACEAE
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---

ไม้เถาขนาดกลางมีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรีหรือค่อนข้างกลม กว้าง5-6.5ซม.ยาว8-9ซม.ก้านใบเรียวยาว1.5-4ซม.
ดอก ออกเป็นช่อหลวมๆตามซอกใบยาว7-18ซม. ดอกย่อยมีขนาดเล็กกลีบรองดอกเล็กมาก กลีบดอกรูปหอกขนาด0.8ซม. ผลรูปกระสวย เป็นพูทรงกลมปลายแหลมมน เปลือกนอกบางเมื่อแก่จะแตกตามรอยตะเข็บเพียงด้านเดียว กว้าง2ซม.ยาว7ซม.เมล็ดรูปรียาว0.8ซม. เถามีรสหวาน ตัดเป็นท่อนเคี้ยวทำให้ชุ่มคอและแก้เจ็บคอ
ระยะออกดอก---ธันวาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---ด้วยการเพาะเมล็ด


Check for more information on the species:

Plants Database    ---Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
Global Plant Initiative    ---Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
Tropicos    ---Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
GBIF    ---Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
IPNI    ---International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
EOL    ---Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
PROTA       ---Uses    The Plant Resources of Tropical Africa    https://books.google.co.th/books?isbn=9057822040
Prelude    ---Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
Google Images    ---Images                    

Online Resources
---JSON (data interchange format)
---GBIF
---Encyclopaedia of Life
---Biodiversity Heritage Library
---ALA occurrences
---Google search

รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com
www.suan-theva.com


  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view