สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

สวนสไตล์ต่างๆ

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 28/05/2024
สถิติผู้เข้าชม 17,372,216
Page Views 23,557,105
 
« May 2024»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

ปาล์ม 8

ปาล์ม 8

                

                                                                            

ปาล์ม 8

For information only-the plant is not for sale.

1 Acrocomia aculeata/ Macaw Palm 45 Itaya amicorum/Easter Palm
2 Acrocomia crispa/ Cuban belly palm 46 Juania australis/ Chonta palm
3 Ammandra decasperma/ Ivory Palm 47 Jubaea chilensis/Chilean Wine Palm
4 Aphandra natalia/ Fiber palm 48 Lemurophoenix halleuxii/ Red Lemur Palm
5 Attalea butyracea/ Yagua Palm 49 Lepidorrhachis mooreana/ Little Mountain Palm.
6 Attalea crassispatha/Corossie Palm 50 Leucothrinax morrissii/ Brittle Thatch Palm
7 Attalea funifera/Piassava Fiber Palm 51 Lytocaryum weddellianum/ Miniature Coconut Palm
8 Attalea phalerata/ Urucuri Palm 52 Marojejya darianii/Big leaf Palm
9 Attalea speciosa/ Babassu palm 53 Marojejya insignis/Menamoso
10 Borassodendron borneense/Borneo Giant Fan
54 Medemia argun/Nubian Desert Palm
11 Brahea aculeata/ Sinaloa Hesper Palm 55 Nephrosperma vanhoutteanum/ Latanier Millepattes
12 Brahea armata/ Mexican Blue Palm 56 Oraniopsis appendiculata/ Bronze Palm
13 Brahea calcarea/ White Rock Palm 57 Parajubaea cocoides/ Mountain Coconut
14 Brahea clara/ Blue Sonora Hesper Palm 58 Parajubaea sunkha/ Sunkha Palm
15 Brahea decumbens/ Mexican Dwarf Blue Palm 59 Parajubaea torallyi/ Bolivian mountain coconut
16 Brahea dulcis/ Sombrero Palm 60 Plectocomia elongata/ Giant Rattan Palm
17 Brahea edulis/ Guadalupe palm 61 Pseudophoenix ekmanii/ Dominican Cherry palm
18 Brahea moorei/ Dwarf Rock Palm 62 Pseudophoenix lediniana/ Palmiste Marron
19 Brahea pimo/ Furry Hesper Palm 63 Raphia australis/ Kosi Palm
20 Brahea salvadorensis/ Salvadorian Rock Palm  64 Raphia farinifera/Madagascar raphia palm
21 Brahea sarukhanii/ Sarukhan's Hesper Palm 65 Raphia taedigera/Yolillo palm
22 Butia paraguayensis/Dwarf Yatay Palm. 66 Ravenea albicans/ White Majesty Palm
23 Butia yatay/ Yatay palm 67 Ravenea hildebrandtii/Dwarf Majesty Palm
24 Calamus australis/Wait-a-While 68 Ravenea julietiae Beentje/Ravenea julietiae 
25 Calamus erectus/Viagra Palm 69 Ravenea lakatra/Ironwood Palm
26 Chamaerops humilis/ European Fan Palm 70 Ravenea xerophila/Anivona Palm.
27 Copernicia cowellii/ Dwarf Jata Palm 71 Rhapidophyllum hystrix/Needle Palm
28 Copernicia curbeloi/ yarei macho 72 Rhopaloblaste augusta/Nicobar Majestic Palm
29 Copernicia ekmanii/ Ekman's Silver Palm 73 Rhopaloblaste ceramica/Majestic Palm
30 Copernicia gigas/ Giant copernicia 74 Rhopaloblaste singaporensis/ Walking Stick Palm
31 Copernicia rigida/ Jata Palm. 75 Sabinaria magnifica/Girasol Palm
32 Copernicia tectorum/ Venezuelan wax palm  76 Satranala decussilvae/Satranabe Palm
33 Dictyocaryum lamarckianum/Andean Royal
77 Schippia concolor/ Silver Pimento.
34 Dransfieldia micrantha/ Mini Pink Lipstick Palm. 78 Socratea exorrhiza/ Walking Palm
35 Gaussia gomez-pompae/palma barril 79 Synechanthus fibrosus/ Jelly Bean Palm
36 Gaussia maya/Maya Palm 80 Tahina spectabilis/Tahina Palm
37 Guihaia argyrata/ Guilin Dwarf Palm. 81 Tectiphiala ferox/ Curly palm
38 Hedyscepe canterburyana/Big Mountain Palm 82 Thrinax radiata/Florida thatch palm
39 Hemithrinax ekmaniana/ Jamagua palm 83 Trachycarpus nanus/ Dragonhead Palm
40 Howea belmoreana/ Belmore sentry palm 84 Trachycarpus princeps/Stone Gate Palm
41 Hyphaene dichotoma/Hoka Tree 85 Trithrinax acanthocoma/Carandá
42 Hyphaene petersiana 86 Trithrinax brasiliensis/ Brazilian needle palm
43 Hyphaene reptans/ au daroro 87 Trithrinax campestris/ Blue Needle Palm
44 Iriartea deltoidea/Copa Palm 88 Trithrinax schizophylla/ The Carandilla Palm


---EPPO code---รหัส EPPO คือรหัสคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับพืช แมลงศัตรูพืช (รวมถึงเชื้อโรค) ซึ่งมีความสำคัญในการเกษตรและการปกป้องพืช รหัสEPPOเป็นระบบการเข้ารหัสที่กลมกลืนกันซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการชื่อพืชและศัตรูพืชในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบไอที
EPPO (2021) EPPO Global Database (พร้อมใช้งานออนไลน์) https://gd.eppo.int
---Phonetic spelling of Latin names by edric https://www.palmpedia.net/wiki/


สกุล Acrocomia (ak-roh-koh-MEE-ah) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Macaw palm หรือ macaúba เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองใน Neotropics (ดินแดนหนึ่งในแปดอาณาจักรชีวภูมิศาสตร์) ตั้งแต่เม็กซิโกในภาคเหนือผ่านอเมริกากลางและแคริบเบียนและผ่านอเมริกาใต้ไปยังอาร์เจนตินา ต้นปาล์มในสกุลนี้ มีความสำคัญเนื่องจากมีบทบาทในระบบนิเวศและเศรษฐกิจท้องถิ่นและมีศักยภาพสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและน้ำมันพืช ชื่อสายพันธุ์ที่ยอมรับ มี 8 สายพันธุ์ (ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)
1 Acrocomia aculeata ( Jacq. ) Lodd ตัวอย่าง R.Keith - เม็กซิโก, อเมริกากลาง, West Indies, อเมริกาใต้ตอนเหนือ
2 Acrocomia aculeata subsp totai Mart - โบลิเวียปารากวัยทางเหนือของอาร์เจนตินาทางตอนใต้ของบราซิล
3 Acrocomia crispa ( Kunth ) C. Baker อดีต BECC - คิวบา
4 Acrocomia emensis (Toledo) Lorenzi - บราซิล
5 Acrocomia glaucescens Lorenzi - บราซิล
6 Acrocomia hassleri ( Barb.Rodr. ) WJHahn - Mato Grosso do Sul, ปารากวัย
7 Acrocomia intumescens Drude - บราซิล
8 Acrocomia media O.F.Cook - เปอร์โตริโก, หมู่เกาะเวอร์จิน

Macaw Palm /Acrocomia aculeata

[ak-roh-koh-MEE-ah] [ah-koo-leh-AH-tah]

 

Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net
Picture 2---Guavaberry Country Club, Dominican Republic. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_aculeata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Acrocomia aculeata (Jacq.) Lodd ex Mart.(1845)
ชื่อพ้อง---Has 45 Synonyms.
---Acrocomia sclerocarpa Mart.(1824), nom. superfl.
---Cocos aculeata Jacq.(1763)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:663914-1#synonyms
---See all synonyms of Acrocomia aculeata (พืชที่แปรปรวนมากมักมีคำพ้องความหมายเหลือเฟือ)
ชื่อสามัญ---Gru-gru Palm, Macaw Palm, Macaúba Palm, Grugru Palm, Ruffle palm, Paraguay palm, Mucuja palm, Coyol palm
ชื่ออื่น--- [BOLIVIA: Eotai.];[BRAZIL: Bocaiúva, Coco-baboso, Coco-catarro, Coco-de-espinho, Macaiba, Macajuba, Macauba, Macauva, Mucaja, Mucajuba.];[CHINESE: Pi ci ge lu zong ; Ge lu ye zi (Hong Kong, Taiwan).];[COLOMBIA: Corozo, Tamaco.];[COSTA RICA: Coyol.];[DUTCH: Coyolpalm.];[FRENCH: Acrocome, Coyol, Noix de coyol, Glouglou, Grougrou, Dendé (Guadeloupe).];[GERMAN: Macauba-Palme, Macoyapalme.];[HAITI: Corosse.];[ITALIAN: Bocaiuva.];[JAPANESE: Akurokomiya, Akurokomia yashi, Akurokomia.];[MEXICO: Voyol.];[PORTUGUESE: Coco-baboso, Coco-de-espinho, Coqueiro-baboso, Coqueiro-de-espinhos, Macaúba, Macaúva, Palmeira-do Paraguai, Palmeira-grugru, Palmeira-oioli.];[SPAINISH: Grugru, Macauba, Mbocayá, Nuez del Paraguay, Palma de vino.];[VENEZUELA: Corozo.].   
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AARSC (Preferred name: Acrocomia aculeata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---S. Americca - บราซิลโคลัมเบีย เวเนซูเอลา ; C. America - ปานามาไปยังเม็กซิโก; แคริบเบียน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของพืชมาจากองค์ประกอบของชื่อกรีก "akros" = ด้านบนยอดและ "kome" = กระจุกผม โดยมีการอ้างอิงถึงกระจุกหนาที่ด้านบนของลำต้น ; ชื่อสายพันธุ์ 'aculeata' เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน ''aculeatus, a, um'' = aculeated ซึ่งมาจาก aculei เนื่องจากมีทางใบยาว
- ชื่อของปาล์มนี้ (karukerana) หมายถึง "Karukera" ชื่ออินเดียโบราณของ Guadeloupe
Acrocomia aculeata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยNikolaus Joseph von Jacquin (1727-1817) นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาการแพทย์ , เคมีและพฤกษศาสตร์ ชาวเนเธอร์แลนด์และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Conrad Loddiges (1738–1826) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2388


Picture---Cuba, photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_aculeata

ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มที่แพร่หลายอย่างมากจากอเมริกาเขตร้อน ส่วนใหญ่กระจายอยู่ใน ตรินิแดด เวสต์อินดีส ช่วงเริ่มต้น ในบราซิลตะวันออกและขยายไปทางเหนือผ่านเวเนซุเอลา โคลัมเบียและอเมริกากลาง คิวบาและหมู่เกาะแคริบเบียน มักพบได้ในป่ากึ่งผลัดใบและป่าเปิด ป่าดิบเขาสูง ป่าเต็งรัง ในทุ่งหญ้าสะวันนา พื้นที่รกร้าง และทุ่งหญ้า ที่ระดับความสูง 0–1,200 เมตร ในเทือกเขาแอนดีสของโคลอมเบีย
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 10-15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25-40 ซม.รอยวงแผลที่เกิดจากใบปูดเป็นเส้น มีหนามแหลมสีดำ ยาว 10 ซม.ปกคลุมลำต้น ความหนาแน่นของหนามบนลำต้นด้านบนทำให้ต้นไม้มีลักษณะที่ผิดปกติ นอกจากหนามแล้ว ยังมีลักษณะคล้าย Queen palm ( Syagrus romanzoffianum ) บางครั้งลำต้นก็ปกคลุมไปด้วยเศษฐานใบเก่า ก้านใบยาว 10-30 ซม. มีก้านและโคนใบหุ้มก้านใบเพียงบางส่วน มีหนามยาวหลาย ๆ แฉกและชี้ไปคนละทิศละทาง ใบรูปขนนก (pinnate) ยาวถึง 3 เมตร โดยมีใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น กระจายเป็นหลายระนาบ ผิวใบด้านบนสีเขียวอมเทาหรือสีน้ำเงินด้านล่างสีขาวหรือสีเงิน ช่อดอกมีหนามยาวไม่เกิน 2 เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (Interfoliar) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียออกในช่อเดียวกัน (Monoecious diclinous)โดยดอกเพศผู้อยู่ที่ส่วนปลายของ ดอกเพศเมียออกเป็นสามชุดใกล้ฐาน ดอกไม้มีกลิ่นเคมีแรงเกือบชัดเจนซึ่งเห็นได้ไกลถึง 6 เมตรจากต้นไม้ ผลทรงกลม ขนาด2.5-5 ซม.สีเหลืองสีเขียวถึงสีน้ำตาลเมื่อสุก มีเมล็ดเดียวสีน้ำตาลเข้มขนาด 1-2 ซม.ด้านในของเมล็ดหรือที่เรียกว่าเอ็นโดสเปิร์มเป็นไส้สีขาวแห้งที่มีรสคล้ายมะพร้าว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับในเขตภูมิอากาศแบบเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่นเล็กน้อย [USDA Zones (9b-)10A – 11.] ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ไม่สามารถเติบโตในที่ร่มหรือแสงน้อย ทนแล้งทนต่อลมแรงและต้านทานพายุเฮอริเคนได้ดี ปรับตัวได้ในดินทุกสภาพเช่น ดินเหนียวชายฝั่งทะเล ทราย ดินจากภูเขาไฟ ทั้งเป็นกรดเล็กน้อยถึงด่างเล็กน้อย  pH ในช่วง 5.5 - 6.5 สามารถทนได้ตั้งแต่ 5 - 7.5 การเจริญเติบโตรวดเร็ว ความสูง 10 เมตร ใช้เวลา5-10 ปี แต่ช้าลงมากในภูมิอากาศเมดิเตอร์เรเนียนเช่นแคลิฟอร์เนียตอนใต้
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป อาจต้านทานช่วงฤดูแล้ง แต่ได้ประโยชน์จากการรดน้ำเป็นประจำโดยเฉพาะในช่วงที่อากาศอบอุ่นที่สุด
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดใบออกถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงธาตุอาหารรองและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างมีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช
รู้จักอ้นตราย---แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังกับต้นไม้ชนิดนี้เนื่องจากลำต้นเต็มไปด้วยหนามที่เป็นอันตราย

Picture---Dominican Republic. photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_aculeata

การใช้ประโยชน์---ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าใช้เป็นแหล่งอาหารและวัสดุต่าง ๆของคนในท้องถิ่น บางครั้งมีการเพาะปลูก ผลไม้บางครั้งมีวางขายในตลาดท้องถิ่นและบางครั้งก็ปลูกเป็นไม้ประดับ
ใช้กิน---ผลของมันกินสดหรือดองและเอนโดสเปิร์มของมันยังบดและชงกับนม
- ผลไม้สุก อุดมไปด้วยน้ำมันมันค่อนข้างขม เนื้อสีเหลืองมีลักษณะเป็นเส้นเมือกและมีรสหวานเล็กน้อย
- สามารถหาแป้งได้จากแก่นของลำต้นและจากราก
- ใน Panamá ผลจะถูกปอกเปลือกและทุบและผสมกับน้ำตาลทรายแดงและน้ำแล้วหมักไว้ จนได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่รู้จักกันในชื่อ "chicha" ซึ่งเป็นเหล้าประเภทหนึ่ง
- นอกจากนี้ชาวคอสตาริกาโดยเฉพาะในจังหวัด Guanacaste ยังใช้ "Coyol Palm" เพื่อทำ "Coyol Wine" ไวน์นี้ทำจากน้ำยางที่มี oozes จากลำต้นหลังจากตัดต้นปาล์มลง
- เมล็ดคั่ว สามารถหาน้ำมันคุณภาพสูงจากเมล็ด เมื่อกลั่นแล้วสามารถนำมาใช้ทำอาหารได้
- ใบอ่อน และตายอด (หัวใจปาล์ม) ปรุงและกินเป็นผัก
ใช้เป็นยา---เนื้อผลไม้มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาความเจ็บป่วยต่าง ๆ
ในวนเกษตร---เมื่อปลูกป่า พืชจะถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้ของดินที่ดีและอุดมสมบูรณ์
ใช้ปลูกประดับ--- การใช้ในงานภูมิทัศน์และงานจัดสวน ปลูกเป็นกลุ่มในสวนขนาดใหญ่ มีความงดงามจากระยะไกลเนื่องจากขนาดและรูปร่างที่น่าดึงดูด ตำแหน่งที่ปลูกควรหลีกเลี่ยงเส้นทางสัญจร อาจเกิดอันตรายจากหนามอันแหลมคมซึ่งถูกปกคลุมอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การขุดล้อมง่ายทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ ทนต่อการเคลื่อนย้ายไปปลูกในที่ใหม่ การเติบโตช้าและทนแล้งจะเป็นที่ชื่นชมของทีมงานบำรุงรักษา
อื่น ๆ---ไม้ชั้นนอก มีน้ำหนักปานกลางแข็งและทนทานมาก มันถูกใช้ในท้องถิ่นเป็นคานและระแนงในการก่อสร้างในชนบท
- ไฟเบอร์คุณภาพดีที่ได้จากใบ แข็งแรงมากใช้ทำเชือกและสายระโยงระยาง  
- น้ำมันที่ได้จากเมล็ดและที่ได้จากเนื้อของผลไม้คุณภาพสูง ใช้ทำสบู่
- เอ็นโดคาร์ที่แข็งมากซึ่งล้อมรอบเมล็ดสามารถถูกตัดเป็นแหวนหรือแกะสลักและเจาะเพื่อใช้เป็นลูกปัดลูกประคำและทำเครื่องประดับ
- ในคอสตาริกา ผลจะถูกใช้เลี้ยงปศุสัตว์ในที่ราบ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์นี้ได้รับการบันทึกจากพื้นที่คุ้มครอง ดังนั้นคาดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาในการอยู่รอด ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern Version 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species.(2022)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Acrocomia aculeata. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T201622A2709063. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T201622A2709063.en. Accessed on 26 June 2023.
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ต้องเพาะเมล็ดทันทีหลังจากร่วงหล่นจากต้น (หลังจากลอกผิวหนังและเยื่อเนื้อออกแล้ว) เมล็ดอาจใช้เวลาในการงอก 4-6 เดือน ที่อุณหภูมิ 24°-30°C และรักษาความชื้นอยู่เสมอ

Picture by---www.palmasenresistencia.blogspot.com

*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation!.นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรากสไตล์แซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามในระดับสูงสุดเหนือระดับดิน* (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_crisp


    Cuban belly palm /Acrocomia crispa

[ak-roh-koh-MEE-ah] [KRIS-pah]


Picture 1---Acrocomia crispa specimen at hotel in Cayo Coco, Cuba. Photo by Paul Craft.
Picture 2---Acrocomia crispa, Sancti Spíritus, Cuba. Photo by Duanny Suárez. https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_crispa
ชื่อวิทยาศาสตร์---Acrocomia crispa (Kunth) C.F.Baker ex Becc.(1912)

.ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:3544-2#synonyms
---Basionym: Cocos crispa Kunth (1816).https://www.gbif.org/species/2739199
---Acrocomia armentalis (Morales) L.H.Bailey & E.Z.Bailey (1866).
---Astrocaryum crispum (Kunth) M.Gómez (1893).
---Gastrococos armentalis Morales (1866).
---Gastrococos crispa (Kunth) H.E.Moore (1968).
ชื่อสามัญ---Cuban belly palm, Corojo Palm.
ชื่ออื่น---Local name;[SPANISH (Español): Corojo (Cuba).];[FRENCH: Corojopalme.];[GERMAN: Kubanische Bauchpalme.];[RUSSIAN: Kubinskaya ladon' zhivota, Kubinskaya puzataya
pal'ma.].
ชื่อวงศ์---A
RECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---GCCCR (Preferred name: Acrocomia crispa.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์-
--ชื่อของพืชมาจากองค์ประกอบของชื่อกรีก "akros" = ด้านบนยอดและ "kome" = กระจุกผม โดยมีการอ้างอิงถึงกระจุกหนาที่ด้านบนของลำต้น; ชื่อของสายพันธุ์ 'crispa' มาจากภาษาละติน 'crispus' ซึ่งแปลว่า "ขด" หรือ "หยัก" คำภาษาละตินมาจากรากศัพท์ภาษาอินโด-ยูโรเปียน "sker-" ซึ่งบ่งบอกถึงแนวคิดของการโค้งงอ หรือดัดผม ในทางพฤกษศาสตร์ใช้เพื่ออธิบายใบไม้ที่มีขอบเป็นคลื่น
Acrocomia crispa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Sigismund Kunth (1788–1850) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจากCharles Fuller Baker (1872 - 1927) นักกีฏวิทยาและนักพฤกษศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา จากอดีต Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีในปี พ.ศ.2455
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของคิวบา กระจายไปทั่วเกาะ พบในป่าเปิดบนดินหินปูน ก่อนหน้านี้ ถูกวางไว้ในสกุล Gastrococos มีชื่อเดิมว่า Gastrocococ crispa รายงานล่าสุดพบว่าประเภทที่ซ้อนอยู่ใน Acrocomia
ลักษณะ---
เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงได้ถึง 10 เมตร (ปกติสูง 5-7 เมตร) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-45 ซม ลำต้นเพรียวที่ฐานแต่มีอาการบวมทั่วไปในส่วนกลางลำต้น ทำให้มันมีชื่อว่า "Cuban belly palm"ปกคลุมด้วยหนามสีดำแข็ง เว้นในส่วนโคนต้นที่ค่อนข้างบาง มีใบ 10-20 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว2.5-3 เมตร กว้าง1.5 เมตร ใบย่อยสีเขียวเข้มที่ด้านบนและสีเขียวแกมน้ำเงินอ่อนที่ด้านล่าง มีหนามจำนวนมากยาวประมาณ 20 มม.ในช่อดอกมีหนาม ออกระหว่างกาบใบ (Interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น มีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียเติบโตในช่อดอกเดียวกัน (Monoecious diclinous) ดอกสีเหลืองทั้งสองเพศ ผลกลมขนาด 2.5 ซม.สีเหลืองส้มเมื่อสุก เอ็นโดสเปิร์มสีขาว แข็ง รสชาติเดียวกับเนื้อมะพร้าวแห้ง นิ่มกว่านิดหน่อย
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับในเขตภูมิอากาศแบบเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่เอื้ออำนวยในภูมิภาคที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง (USDA zones, 9B-11.) ปาล์มชนิดนี้ทนความเย็นได้บ้างสามารถทนต่อสภาวะที่ใกล้กับจุดเยือกแข็งได้ ทนต่ออุณหภูมิที่ต่ำถึง –2ºC และแม้แต่หิมะเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้นๆ ต้องการพื้นที่โล่งกว้างแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี แต่จะปรับตัวได้ค่อนข้างดีกับดินที่หลากหลาย และทนได้กับดินที่เป็นด่าง อัตราการเจริญเติบโต ช้าถึงปานกลาง การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไปจนน้ำขังตลอดเวลา ทนความแห้งแล้งได้เป็นเวลานาน    การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดใบออกถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ให้ใส่ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดี ที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างมีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามมากใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---เป็นปาล์มดิบที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหาร ยา และวัตถุดิบในท้องถิ่น
ใช้กิน---เมล็ดใช้ผลิตน้ำมันคุณภาพดี ใช้บริโภค ภายในประเทศ
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ ถึงจะมีหนามตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ก็จัดเป็นเป็นไม้ประดับที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการนำไปใช้กลางแจ้งในพื้นที่กว้างและกลางแดดจัด ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม นี่คือสายพันธุ์ที่สวยงามโดดเด่น รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตทำให้เหมาะที่จะอยู่ใกล้ทางหลวงและใช้เพื่อเน้นภูมิทัศน์ที่อยู่อาศัย ปาล์มนี้มีราคาแพง แต่คุ้มค่า สามารถเพาะเลี้ยงในภาชนะบรรจุได้แม้ว่าอัตราการเติบโตจะช้าลง
- ระบบรากของสายพันธุ์นี้ไว การขุดย้ายถ่ายโอน เป็นเรื่องยากมาก
อื่น ๆ---มันสร้างริบบิ้นที่เรียวยาวคล้ายเส้นใยที่เรียกว่า pita de corojo ที่ได้จากใบของต้นปาล์ม corojo บางครั้งสกัดด้วยมือและจูนด้วย ทอเป็นเส้นด้ายทอเป็นผืนผ้า เส้นใยโคโรโจแบบแบนซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไป ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในแปรงกำจัดแมลงที่เรียกว่า Plumeros de pita ไฟเบอร์ยังใช้ทำเกลียว เชือก และเชือกห้อยคอที่ทำด้วยมือ
การออกดอก/ติดผล---พืชมักออกดอกและผลปีละสองครั้งในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด งอกยากใช้เวลาในการงอกหลายเดือนถึงหนึ่งปี

Picture by---www.palmasenresistencia.blogspot.com
*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation!.นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรากสไตล์แซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามในระดับสูงสุดเหนือระดับดิน* (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Acrocomia_crisp


สกุล Ammandra (aham-MAHN-drah) เป็น Monotypic genus มีสายพันธุ์เดียวคือ Ammandra decasperma พบในโคลัมเบียและเอกวาดอร์ มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ ชื่อพืชสกุลแปลจากภาษากรีก "sand man"เนื่องจาก เกสรเพศผู้มีลักษณะของเม็ดทรายกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นผิวของภาชนะ และ ฉายามาจากภาษาละติน หมายถึง "ten" และ "seed" อธิบายจำนวนเมล็ดสูงสุดของผลไม้

Ivory Palm /Ammandra decasperma

[aham-MAHN-drah)] [deh-kahs-PEHR-mah]

 

Picture---Magdalena River Valley ประเทศโคลัมเบีย ภาพถ่ายโดย Dr. Rodrigo Bernal
https://www.palmpedia.net/wiki/Ammandra_decasperma

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ammandra decasperma O.F.Cook ( 1927)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:11322-2#synonyms
---Bassipnym: Phytelephas decasperma (O.F.Cook) Dahlgren (1936).http://legacy.tropicos.org/Name/2401101
---Ammandra dasyneura (Burret) Barfod (1991)
---Phytelephas dasyneura Burret  (1930)
ชื่อสามัญ---Ivory Palm
ชื่ออื่น---[ARAB: Nakhl rajul alraml.];[CHINESE: Shā ruǐ xiàngyá yē shǔ.];[COLOMBIA: Anta, Antá, Nume, Tagua.];[EQUADOR: Anta, Antá, Nume, Chili muyo, Yarina blanco.];[FRENCH: Ammandra.];[PROTUGUESE: Ammandra.];[SPANISH: Cofán.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---PJPSS (Preferred name: Phytelephas sp.)
Taxonomy ID: 131251 (for references in articles please use NCBI:txid131251)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โคลัมเบีย เอกวาดอร์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลแปลจากภาษากรีก = "sand man" เนื่องจาก เกสรเพศผู้มีขนาดเล็กและมีลักษณะเป็นเม็ดทรายเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่บนพื้นผิวของภาชนะบรรจุ ; ชื่อสายพันธุ์ 'decasperma' มาจากคำภาษาละตินสองคำที่มีความหมายว่า "สิบ "และ" เมล็ดพันธุ์ "อธิบายจำนวนเมล็ดสูงสุดต่อผล
Ammandra decasperma เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Orator Fuller Cook (1867–1949) นักพฤกษศาสตร์และนักกีฏวิทยาชาวสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2479


Picture---อุทยานแห่งชาติ Yasuni, Orellana, เอกวาดอร์ เกสรเพศเมียช่อดอก (ซ้าย) และดอกเพศเมียใน 2 Views. ภาพถ่ายโดย Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew / Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Ammandra_decasperma
Picture---อุทยานแห่งชาติ Yasuni, Orellana, เอกวาดอร์ ภาพถ่ายโดย Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew / Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Ammandra_decasperma

ที่อยู่อาศัย---เติบโตในเชิงเขาของเทือกเขาแอนดีสตามแนวชายฝั่งตะวันตกของโคลัมเบียจากหุบเขาเดลเกาคาถึงโชโคและโอเควียและในเอกวาดอร์พบในป่าปิดของลุ่มแม่น้ำอเมซอนในโคลอมเบียและเอกวาดอร์ ที่อยู่ในระดับความสูงไม่เกิน 200-450 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ที่ไม่มีลำต้นหรือมีลำต้นสั้นมีเหง้าอยู่ใต้ดิน สร้างกลุ่มได้มากถึง 6 ลำต้น  มีลำต้นสั้นและยาว subterranean หรือ prostratea สูงถึง 1.5 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ยาว 25-35 ซม.ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบ 8-20 ใบ ใบตั้งตรง ก้านใบรูปทรงกระบอกยาว 1.5-2.5 เมตร ทางใบยาว 2-3 เมตรใบย่อย 40-62 ใบ ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ในพืชเพศผู้ ช่อดอกแตกออกเป็นช่อยาว 1.4 เมตร ดอกสีเหลือง ในช่อดอกเพศเมียยาว 30 ซม. ดอกสีครีมขนาดกระทัดรัด ผลรูปกลมแบนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง10-12 ซม เป็นผลกลุ่มมี 3-6 ผลย่อย ผิวผลนูนเป็นหูดแหลม เมล็ด 6-10 เมล็ด รูปลิ่ม มี 2 ด้านแบน ส่วนปลายนูน ยาว 4.5-5 ซม. กว้าง 3-4 ซม. ขอบด้านสัมผัส 2.2-3 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10a) พบไม่บ่อยในการเพาะปลูกนอกเขตธรรมชาติ แต่เมื่อปลูกต้องมีสภาพชื้นและอบอุ่นคล้ายป่าฝน แสงที่ผ่านการกรองและจะไม่ทนแดดเต็มที่เมื่อยังป็นต้นเล็ก นอกจากนี้ยังชอบดินที่มีการระบายน้ำดีและมีอินทรีย์วัตถุสูง
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
การใช้ประโยชน์--- ใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและแหล่งของเส้นใย
ใช้กิน---เนื้อผลแก่ และ เนื้อผลอ่อน ที่ยังอยู่ในสภาพของเหลวคล้ายวุ้น กินได้
ใช้เป็นยา---ผลอ่อนกินเพื่อแก้อาการท้องเสียและปวดท้อง
ใช้อื่น ๆ---ใบนำมาสาน ใช้สำหรับมุง ใช้ทำกระเช้าชั่วคราว เส้นใยจากโคนใบของต้นอ่อนใช้ทำไม้กวาด  เส้นใยที่แข็งแรงมากที่ได้มาจากก้านใบ ใช้สำหรับทอผ้า
- เมล็ดสีขาวขนาดใหญ่ที่เรียกกันทั่วไปว่า "Vegetable ivory" ถูกแกะสลักเป็นกระดุมและเครื่องประดับเล็ก ๆ
ภัยคุกตาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - National - IUCN Red List of Threatened Species (2001)
IUCN. 2001. IUCN Red List Categ. Crit. v. 3.1 ii, 1–30. IUCN, Gland. http://legacy.tropicos.org/Name/2401101
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Aphandra (Ahf-AHN-drah) เป็นสกุล Monotypic มีสายพันธุ์เดียว คือ Aphandra natalia
ชื่อพืชสกุลคือการรวมกันของ Ammandra และ Phytelephas สองสกุล ปาล์มที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และฉายา " natalia " ตั้งเป็นเกียรติแก่ Natalie Uhl Palm taxonomist  

    Fiber palm /Aphandra natalia

[ahf-AHN-drah] [nah-tah-LEE-ah]

   

Picture 1---Yasuni National Park, Orellana, Ecuador.http://www.palmpedia.net/wiki/Aphandra_natalia
Picture 2---Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.http://www.palmpedia.net/wiki/Aphandra_natalia

ชื่อวิทยาศาสตร์---Aphandra natalia (Balslev & A.J.Hend.) Barfod.(1991)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all https://www.gbif.org/species/2738044
---Basionym: Ammandra natalia Balslev & A.J.Hend.(1987)
ชื่อสามัญ---Mastodon palm, Fiber palm, Piassaba fiber palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Piaçaba, Piabassa.]; [ECUADOR: Wamowe, Tagua, Chilimoyo.]; [FRENCH: Palmier aphandra, Fibre d' aphandra (product).]; [PORTUGUESE: Palmeira-piaçava, Piaçava-acreana.];[SPANISH : Palma de fibra ; Fibra (product).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---AQRNA (Preferred name: Aphandra natalia)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล, เปรู, เอกวาดอร์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลนี้เป็นการรวมกันของ 'Ammandra' และ 'Phytelephas' ซึ่งเป็นสกุลปาล์มสองชนิดที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ; ชื่อสายพันธุ์ " natalia "ตั้งเป็นเกียรติแก่ Natalie Whitford Uhl (1919–2017) นักพฤกษศาสตร์ นักอนุกรมวิธานปาล์มสมัยใหม่ ชาวอเมริกัน
Aphandra natalia เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Henrik Balslev (2494–) นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก และ A.J.Hend.และ Andrew James Henderson (เกิดปี 1950) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ - อเมริกัน ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันจาก Anders Sánchez Barfod (เกิดปี 1957) นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ในปี พ.ศ.2534
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ในป่าดงดิบอเมซอนที่ทอดยาวไปถึงเชิงเขาของที่ราบลุ่มเทือกเขาแอนดีสจากทางใต้ของRío Napo ในเอกวาดอร์ตะวันออก ผ่านทางตอนเหนือของอะเมซอน เปรูและเอเคอร์ทางตะวันตกของบราซิล เติบโตในป่าฝน พื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วมตามฤดูกาล ที่ระดับความสูง 800-1,000 เมตร

        

Picture 1---Ecuador. ช่อดอกแบบ Capitate Pistillate.Photo by Dr. F. Borchsenius./Palmweb.
Picture 2---Ecuador. Staminate inflorescence.Photo by Dr. Andrew J. Henderson/Palmweb.
http://www.palmpedia.net/wiki/Aphandra_natalia

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 3 -11 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 - 30 ซม.ลำต้นไม่มีหนาม มักจะถูกปกคลุมอยู่ในทางใบเก่า ทำให้ดูเหมือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเกือบ 1 เมตร ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบ 10-15 ใบในยอดมงกุฎ  ก้านใบยาวประมาณ 2.5 เมตร ใบยาวประมาณ4.5เมตร ความยาวรวมของใบ 7-8 เมตร บางครั้งมีการบิดแกนและส่วนปลายของใบจัดขึ้นในแนวตั้ง มีเส้นใยสีน้ำตาลเข้มจำนวนมากที่โคนก้านใบ แกนใบมีเกล็ดสีดำจำนวนมากโดยเฉพาะด้านล่าง ใบย่อย 90-120 ใบในแต่ละด้านจัดเป็นระนาบเดียวกัน ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ต้นเพศผู้มีช่อดอกยาวผิดปกติ 2.75 เมตร โดยมีกิ่งก้านดอกสีเหลืองหลายกิ่ง ส่วนต้นเพศเมียมีดอกสีเหลืองเป็นกระจุกสั้นๆ ล้อมรอบด้วยกาบสีเขียวถึงสีน้ำตาล ดอกบานเต็มที่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30-45 ซม กลิ่นของดอกไม้รุนแรง ไม่เป็นที่พึงใจของมนุษย์ แต่ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการดึงดูดสายพันธุ์ผสมเกสร จะผลิตช่อดอก และออกดอก ได้หลายครั้งอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผลสีน้ำตาลติดผลต่อช่อประมาณ 30-50 ผล
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะกับเขตร้อนในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง (USDA Zone: 10-12) ตำแหน่งที่มีแสงแดดระหว่างวันบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) และในร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกในที่ร่มใบจะมีสีเขียวเข้ม การออกดอกครั้งแรกเกิดขึ้นห้าปีหลังจากการงอก การเติบโตช้า
การรดน้ำ---ต้องการน้ำมากมาย ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง และอย่ามากเกินไปจนท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---เล็มใบเก่าออกเป็นครั้งคราวเท่านั้น
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า ใส่ปุ๋ยปีละ 3 ครั้ง ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง และหากปลูกปาล์มกลางแดด ให้ใส่ปุ๋ยบ่อยขึ้น ในที่ที่มีแสงแดดจัด ใบมักจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมะนาวหรือสีเหลือง ดังนั้นการใส่ปุ๋ยเพิ่มเติมจึงช่วยป้องกันการเปลี่ยนสีนี้ได้
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาโรคพืชหรือศัตรูร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---เป็นปาล์มอเนกประสงค์ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และเพื่อการยังชีพ มีการใช้งานในท้องถิ่นหลายอย่าง เป็นอาหารและแหล่งที่มาของวัสดุ
ใช้กิน---เอนโดสเปิร์มสามารถกินได้เมื่อยังอ่อนในสภาพของเหลวหรือคล้ายวุ้น ใช้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสหวานและสดชื่น และเมโซคาร์ปที่ยังไม่แก่จะถูกคนในท้องถิ่นกิน
- หัวใจปาล์มกินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---ไม่ค่อยมีใครรู้จักในการเพาะปลูกนอกถิ่น สามารถใช้ในงานภูมิทัศน์ จัดสวน ปลูกลงแปลงหรือปลูกเดี่ยว ๆ ริมทางเดิน ต้นเล็กเหมาะเป็นไม้กระถางในที่ร่ม
อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุง เส้นใยสีน้ำตาลถูกนำมาใช้สำหรับการทำคบเพลิงและ น้ำยาทำความสะอาดปืนลูกซอง
- กาบใบและก้านใบใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ เป็นแหล่งวัสดุที่ให้เส้นใยที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเรียกว่า piassava ใช้ในการทำไม้กวาดและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นการค้าระดับชาติในเปรูและเอกวาดอร์
- ลำต้นใช้ทำเสาบ้านและคานพื้น
การออกดอก/ติดผล---ดูเหมือนจะไม่มีฤดูดอกบานที่แยกออกจากกัน มักออกช่อดอกและดอกหลายช่อต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี แม้ว่าจะมีความเข้มต่างกันและบานสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด

สกุล Attalea (at-tahl-EH-ah) สกุลนี้มีประวัติอนุกรมวิธานที่ซับซ้อนและมักถูกแบ่งออกเป็นสี่หรือห้าสกุลตามความแตกต่างของดอกตัวผู้ เนื่องจากสกุลสามารถแยกแยะได้บนพื้นฐานของดอกเพศผู้เท่านั้นการดำรงอยู่ของประเภทดอกไม้และการดำรงอยู่ของลูกผสมระหว่างสกุลต่าง ๆ จึงถูกใช้เป็นข้อโต้แย้งในการทำให้พวกมันทั้งหมดอยู่ในสกุลเดียวกัน สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยวิวัฒนาการทางโมเลกุลล่าสุด พบเป็นครั้งแรก โดย  Carl Sigismund Kunth ในปี 1816 ได้รับการตั้งชื่อตามชื่อ  Attalus III Philometor กษัตริย์ของ Pergamon ที่รู้จักกันสำหรับความสนใจของเขาในพืชสมุนไพร
ชื่อสายพันธุ์ที่ยอมรับ 72 สายพันธุ์จาก 260 (ในหน้านี้แสดง 6 สายพันธุ์)
- Attalea butyracea (Mutis ex L.f.) Wess.Boer.(1988)
- Attalea crassispatha (Mart.) Burret (1929)
- Attalea funifera Mart.(1826)
- Attalea maripa (Aubl.) Mart.(1844)
- Attalea phalerata Mart ex Spreng.(1825)
- Attalea speciosa Mart.(1825)

Yagua Palm /Attalea butyracea

[at-tahl-EH-ah] [boo-tih-rah-SEH-ah]


Picture---Costa Rica. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture---Photo by J. Tucker. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_butyracea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Attalea butyracea (Mutis ex L.f.) Wess.Boer.(1988)
ชื่อพ้อง---Has 52 Synonyms.
---Basionym: Cocos butyracea Mutis ex L.f.(1782).https://www.gbif.org/species/2732721
---Scheelea butyracea (Mutis ex L.f.) H.Karst.(1878).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:1172851-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Yagua Palm, Amazon palm, Rooster-tail palm, American oil palm, Kuakish
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Aricuri.];[BOLIVIA: Palla.];[BRAZIL: Jaci , Aricuri.];[COLOMBIA: Palma de vino.];[GUAM: Coquito.];[MEXICO: Coyol Real.];[PERU: Shapaja, Shapajilla.];[PORTUGUESE: Jací, Palmeira-jaci.];[SPANIH: Palma de puerco, Cuesco, Cuma, Coyoles, Curumuta, Cohune.];[VENEZUELA: Palma yagua, Palma de yagua.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ATTBU (Preferred name: Attalea butyracea.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา; แคริบเบียน - ตรินิแดด; อเมริกากลาง - ปานามา เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Àttalos III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล - 133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่ง Pergamon นักวิชาการด้านการแพทย์และพฤกษศาสตร์ ; ชื่อของสปีชีส์ 'butyracea' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน“ butyraceous, a, um” = เนย, มัน  จาก "butyrum" = เนย, โดยอ้างอิงถึงเมล็ดที่มีน้ำมัน
Attalea butyracea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย José Celestino Mutis (1732–1808) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปนจากอดีต Carolus Linnaeus the Younger (1741–1783) นักธรรมชาติวิทยาชาวสวีเดนลูกชายของCarolus Linnaeus และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Jan Gerard Wessels Boer (เกิดปี 1936) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปี พ.ศ.2531
ที่อยู่อาศัย---พบในประเทศโบลิเวีย โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และแพร่กระจายในอเมริกากลางและอเมริกาใต้จากเม็กซิโกไปจนถึงโบลิเวีย พบได้ทั่วไปในป่าชั้นรอง  มักจะเป็นต้นไม้เดียวที่เหลืออยู่ในทุ่งหญ้ากว้างขวางในพื้นที่ที่มีการรบกวน ในพื้นที่ราบข้างลำธาร จากที่ราบชายฝั่งไปจนถึงระดับความสูง300- 1,000 เมตร


Picture---Photo by Michael Calonje. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_butyracea
Picture---Photo by J. Tucker. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_butyracea

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ลำต้นตั้งตรงและโค้งงอเล็กน้อย สูง20-30 เมตร (บางครั้งสูงถึง 45 เมตร) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 35-50 (-75) ซม เปลือกต้นสีเทามีการหดตัวในแนวนอนเล็กน้อยมักปกคลุมด้วยฐานใบถาวร ในมงกุฎมีใบ 15-40 ใบ เป็นใบรูปขนนก (pinnate) มีขนาดใหญ่มาก ยาว 3-12 เมตร ก้านใบมีเส้นใยหนาและแข็ง ใบโค้งโดยมีแกนใบบิดเพื่อให้ส่วนปลายของใบมีดอยู่ในระนาบแนวตั้ง pinnae (ใบย่อย) ถึง 200 ในแต่ละด้านสม่ำเสมอในระนาบเดียว ส่วนกลางยาว 120-160 ซม. และกว้าง 6-7 ซม. มีเส้นขวางหยักที่โดดเด่น ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกมีหลายแขนงที่เกิดระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกตั้งตรง ยาว 1 เมตร. มีกิ่งย่อย 100-300 กิ่ง ยาวถึง 30 ซม.ดอกเพศผู้สีครีมอ่อน ดอกรูปดอกจิก มีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ ยาวประมาณ 1.5 ซม.เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวเท่ากันกับกลีบดอก ดอกเพศเมีย 5-25 ดอกต่อกิ่ง ดอกยาวประมาณ 2 ซม.ดอกมีสีครีมเข้มมีกลิ่นหอม ผลยาว 8 ซม.ขึ้นไปและกว้าง 6 ซม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกสีส้ม มีเมล็ด 1-3 เมล็ด เมล็ดมีความยาว 3-4.5 ซม. กว้าง 2.5-3 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะกับเขตร้อนในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง (USDA Zone10-12) เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งที่ร้อนและมีแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงถึง –2ºC ในบางครั้ง ชอบดินทราย แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปนทราย ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย ชอบดินที่ชื้นและไม่สนใจการระบายน้ำที่ไม่ดี อัตราการเจริญเติบโตปานกลางถึงโตเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาร้ายแรง/ การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ต้นไม้ที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นมีการใช้งานที่หลากหลาย ผลที่กินได้ เมล็ดมีน้ำมันและใบไม้รวมทั้งวัสดุการก่อสร้าง
ใช้กิน---ตายอด (หัวใจปาล์ม) กินเป็นผัก ผลไม้กินได้ เนื้อเป็นเส้นรสชาติดีมีความหนาเกือบจะแห้ง
- Sap หมักเพื่อให้ได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  
- เมล็ดอุดมไปด้วยน้ำมัน มีปริมาณน้ำมันสูงสุดถึง 60% บริโภคได้
ใช้เป็นยา---รากใช้สกัดรักษาโรคตับอักเสบ
วนเกษตรใช้---เป็นสายพันธุ์บุกเบิกใช้ฟื้นฟูป่าดั้งเดิมและได้รับประโยชน์จากการใช้งานที่หลากหลายทำให้มีประโยชน์มากเมื่อสร้างสวนป่า
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มนี่เป็นสายพันธุ์ที่สวยงามอย่างน่าทึ่ง รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตของมันทำให้มันสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับงานสร้างทัศนียภาพ ริมทางหลวง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และการเน้นทิวทัศน์ของที่อยู่อาศัย อาจมีไม่กี่คนที่รู้ว่าปาล์มนี้มีขนาดใหญ่แค่ไหนและมักไม่เห็นว่าในตำแหน่งที่ปลูกอาจทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงในภายหลัง
อื่น ๆ---ไม้ใช้สำหรับการก่อสร้าง ใช้น้ำมันที่ได้จากเมล็ดในการทำสบู่ เส้นใยที่ได้จากใบสามารถนำมาทำเชือกและผ้าหยาบได้ ใบถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางสำหรับมุงหลังคา หลังคาที่ทำจากวัสดุนี้สามารถอยู่ได้นานสี่ปีหรือมากกว่า
- ผลไม้สำหรับใช้เลี้ยงวัวและสุกร
การใช้ในพิธีกรรม---ใบอ่อนถูกใช้โดยชาวคาทอลิกในขบวนแห่ศาสนาในวันปาล์มซันเดย์
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2001)
source: IUCN. 2001. IUCN Red List Categ. Crit. v. 3.1 ii, 1–30. IUCN, Gland. http://legacy.tropicos.org/Name/2401432
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดงอกเร็วและต้นกล้าสวยงาม ใช้เวลาในการงอก4-6 เดือนที่อุณหภูมิ 26-28 °Cต้นปาล์มอ่อนมักพบใต้ต้นปาล์มที่ออกผล


Corossie Palm /Attalea crassispatha

[at-tahl-EH-ah] [krahs-see-SPAH-tah]


Picture 1--Attalea crassispatha เติบโตในคอลเล็กชั่น exitu ที่ Fairchild Tropical Botanic Garden, Miami, Florida ภาพถ่ายโดย ดร. Scott Zona / Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_crassispatha   
Picture 2--ศูนย์พฤกษศาสตร์มอนต์โกเมอรี่ในไมอามีฟลอริดา ภาพถ่ายโดย Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_crassispatha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Attalea crassispatha (Mart.) Burret (1929)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.See all https://www.monaconatureencyclopedia.com/attalea-crassispatha-2/?lang=en
---Basionym: Maximiliana crassispatha Mart.(1844). https://www.gbif.org/species/2732721
---Bornoa crassispatha (Mart.) O.F.Cook.(1939).
---Orbignya crassispatha (Mart.) Glassman.(1999).
ชื่อสามัญ---Carossier oil palm, Corossie Palm
ชื่ออื่น---; [HAITI: Carossier, Carroussier, Côrossié, Petit coco, Kawosie, Ti koko, Kowos, Kokowos.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ATTSS (Preferred name: Attalea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เฮติ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Attalus III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล-133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่งเพอร์กามอน นักวิชาการด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'crassispatha' คือการรวมกันของคำคุณศัพท์ภาษาละติน "crassus, a, um" = ใหญ่ หนา และมีความหมายว่า "spatha, ae" = ดาบ โดยอ้างอิงถึงกาบที่หุ้มช่อดอก
Attalea crassispatha เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2472

 

ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเฮติ พบบนเนินเขาและหุบเหวในพื้นที่ชื้น ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติคือป่าชื้นกึ่งเขตร้อน ถูกจำกัดไว้ที่สี่เมืองภายในแหล่งต้นน้ำใหญ่สองแห่งคือ Cavaillonและ Côtes-de-Fer ที่ระดับความสูง 50-500 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวไม่มีหนามที่โคนขยายเล็กน้อย สูงประมาณ 20-24 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30-40 ซม. สีเทา มีรอยแผลเป็น รูปวงแหวน ที่เกิดจากใบร่วง.ลักษณะโดยรวมแล้วคล้ายกับต้นมะพร้าวที่แข็งแกร่ง ใบรูปขนนก (pinnate) กาบใบเปิดไม่พันรอบต้น ทางใบยาว 4.5-5.4 เมตร ก้านใบยาวประมาณ 70 ซม. glaucous มีใบย่อย 130-160 คู่จัดเรียงในระนาบเดียวกันสีเขียวซีด ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกตามซอกใบ (interfoliar) ประกอบด้วยแกนหลัก - ก้านช่อดอกและช่อดอก - และชุดของกิ่งก้านเล็กๆ ยาว 60-90 ซม. ช่อดอกเริ่มแรกอยู่ในกาบไม้หนาทึบ ยาวมากกว่า 1 เมตร โดยมีการแตกกิ่งก้านสาขาที่หนึ่งโดยมีเฉพาะดอกเพศผู้หรือเพศเมียที่ฐานและดอกเพศผู้ตลอดความยาว ดอกเพศผู้มีรูปใบหอกอิสระ 3 กลีบ เกสรเพศผู้ 8-9 อัน อับเรณูบิดเป็นเกลียว ผลรูปทรงรีรูปไข่ยาว 3-4 ซม.สีส้มแดงเมื่อสุก มีเมล็ดกลม1เมล็ดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 10b) เติบโตได้ดีที่สุดในตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดครึ่งวันได้ (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ชอบดินทรายแต่ขึ้นกับดินเหนียวและดินร่วนได้ทั้งที่เป็นด่างเล็กน้อยและเป็นกรดที่ต้องมีการระบายน้ำได้ดี ไม่ทนน้ำขัง สายพันธุ์นี้มีอายุยืนยาวและกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ใช้เวลาประมาณ 40 ปี ภายใน 20 ปีแต่ละต้นจะมีดอกเพศผู้เท่านั้น และจะไม่ผลิตดอกไม้เพศเมียจนกว่าจะอายุ 30-40 ปี
การรดน้ำ---เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาร้ายแรง/ การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ชาวอะเมซอนบางเผ่ากินผลสุก เด็กๆชอบกินเอนโดสเปิร์มที่อ่อนนุ่มและยังไม่สมบูรณ์ของเมล็ดที่มีรสชาติคล้ายมะพร้าว แต่มีไขมันหนาแน่นกว่า เมล็ด (และผลไม้ ) เป็นแหล่งไขมันที่ดี มันถูกสกัดและใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร
ใช้ปลูกประดับ---เป็นหนึ่งในปาล์มที่หายากที่สุดในปัจจุบันแต่มีลักษณะเป็นไม้ประดับเหมาะสำหรับงานภูมิทัศน์ที่น่าสนใจ ได้รับการปลูกฝังเล็กน้อยนอกเขตกำเนิดของมัน เกือบจะมีอยู่เฉพาะในสวนพฤกษศาสตร์และในคอลเล็กชันเฉพาะของนักสะสม
อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุงและทอผ้า แต่เฉพาะเมื่อต้นปาล์มทั่วไป Sabal causiarum และ Coccothrinax argentea ไม่สามารถใช้ได้
- นอกจากนี้ยังใช้เป็นแหล่งไม้ซุงและปลูกเพื่อเป็นเครื่องหมายแบ่งเขตระหว่างไร่นาของเกษตรกร เนื่องจากมีอายุยืนยาวและสามารถเอาตัวรอดจากพายุเฮอริเคนได้
- กาบใช้เป็นชามสำหรับเลี้ยงสุกร 

Picture---ภาพถ่ายโดย Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_crassispatha

สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ในคาบสมุทรทางตอนใต้ของเฮติ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---ได้รับการเรียกว่าเป็นหนึ่งในปาล์มที่หายากที่สุดในอเมริกา เนื่องจากมีการขึ้นกระจายเป็นกลุ่มๆ และจำนวนประชากรกำลังลดลง ประชากรส่วนใหญ่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ มีประมาณ30-40 ต้น ในต้นไม้ที่โตเต็มที่ และแต่ละกลุ่มย่อยประกอบด้วย 1-6 ต้น สายพันธุ์นี้ถูกพายุเฮอริเคนจอร์ช  พัดโค่นล้มในปี 2541และมีการแปลงที่ดินเพื่อการเกษตร ถูกประเมินไว้ล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท " ใกล้สูญพันธุ์วิกฤตอย่างยิ่ง " (มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED C2a (i); D -  IUCN Red List of Threatened Species (2018)
source: Timyan, J. & Cinea, W. 2018. Attalea crassispatha. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T38198A2868173. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T38198A2868173.en. เข้าถึงเมื่อ28 มิถุนายน 2566
มาตรการอนุรักษ์ในปัจจุบัน
- ประชากรขนาดใหญ่ในถิ่น Attalea crassispatha ได้รับการดูแลรักษาที่สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อน Fairchild, Miami, Florida, USA อาจเป็นคอลเล็คชันที่ใหญ่ที่สุดของสายพันธุ์ในโลก ต้นปาล์มส่วนใหญ่ยังเด็กเกินไปที่จะออกดอกหรือผลไม้ เมล็ดถูกแจกจ่ายไปยังสวนพฤกษศาสตร์อื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา อเมริกากลาง และที่อื่น ๆ 20 แห่ง
- ในเฮติต้นกล้าของAttalea crassispathaถูกปลูกบนพื้นที่ของอาคารสาธารณะและบ้านพักส่วนตัวในปี 2533 เพื่อพัฒนาคอลเล็กชั่นนอกประเทศและในประเทศ นอกจากนี้ครอบครัวที่มีAttalea crassispatha ที่เติบโตบนที่ดินของพวกเขาจะได้รับเงินเพื่อรักษาต้นปาล์ม ไม่ทราบว่าการจ่ายเงินนั้นยั่งยืนหรือไม่
- องค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น Fondation Botanique d ' เฮติกำลังดำเนินโครงการสองปีเพื่อตรวจสอบสถานะการกระจายนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ของ Attalea crassispatha โดยได้รับการสนับสนุนจาก Flora & Fauna International โครงการจะดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะเผยแพร่และแจกจ่ายต้นกล้าเพื่อนำไปปลูก (cmsdata.iucn.org)
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ดซึ่งงอกภายใน 2-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 24-28 °C.
- ต้นอ่อนสวยงาม ต้นปาล์มอ่อนมักพบใต้ต้นปาล์มที่ออกผล


Piassava Fiber Palm /Attalea funifera

[at-tahl-EH-ah] [foo-nih-FEHR-ah]


Picture---Photo by Gilenao Machado. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_funifera
Picture---Bahia, Brazil. Photo by Alex Popovkin. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_funifera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Attalea funifera Mart. (1826)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-17793
---Attalea acaulis Burret. (1933)
---Lithocarpos cocciformis O.Targ.Tozz. ex Steud.(1841)
---Sarinia funifera (Mart.) O.F.Cook. (1942).
ชื่อสามัญ---Piassava Fiber Palm, Pissaba palm, Piassava palm, Bahia piassaba palm, Conquilla Nut.
ชื่ออื่น---;[FRENCH: Attalée à cordes, Piassave.];[GERMAN: Bahia-Piassavapalme.];[PORTUGUESE: Piacava, Coquilho, Piasaba.];[RUSSIAN: Attaleya verevochnaya, Kanatnaya pal'ma.];[SPANISH: Coquillo.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ATTFU (Preferred name: Attalea funifera.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Attalus III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล-133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่งเพอร์กามอน นักวิชาการด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'funifera' มาจากภาษาละติน funis = " rope " และ fero = "I bear" หมายถึง "ผู้ถือ (ผู้ให้บริการ) ของเชือก" โดยอ้างอิงถึงเส้นใยที่แข็งแรงของพืชซึ่งอาจใช้เพื่อจุดประสงค์นี้
Attalea funifera เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2369
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชถิ่นของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของบราซิล ใน Bahia แต่ก็เกิดขึ้นเหนือไปยัง Sergipe และ  Alagoas ส่วนใหญ่พบในป่าดิบแล้งตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล เนินทรายที่มีความเสถียรริมทะเลและป่าชายฝั่งแอตแลนติก ที่ระดับความสูงไม่เกิน 400 เมตร


Picture 1---La Habana Botanical Garden, Cuba. Photo by Jason Schoneman
Picture 2---Farm São Miguel -Itacaré - BA - Brazil. Photo: Mauricio Caixeta. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_funifera

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่สูงถึง12-15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 - 30 ซม.ต้นกล้าที่เติบโตลงไปในดินเป็นเวลา 3 - 4 ปีทำให้เกิดลำต้นใต้พื้นดินที่ระดับความลึก 100 - 150 ซม.หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปีลำต้นอาจเริ่มก่อตัวในระดับพื้นดิน ใบรูปขนนก(pinnate) มงกุฎคล้ายลูกขนไก่ขนาดใหญ่ตั้งขึ้น  มีใบ 20-30 ใบ แต่ละใบยาวสูงสุด 12 เมตร มีก้านใบยาวมาก กาบใบและก้านใบมีเส้นใยยาว ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอก สีขาว-เหลืองยาวประมาณ 1 เมตร เป็นดอกแบบแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกเพศผู้มีกลีบดอกแบน เกสรเพศผู้ 6 อัน โดยทั่วไปแล้วพืชเล็กมักผลิตช่อดอกด้วยดอกเพศผู้ในขณะที่ต้นโตสูงจะมีแนวโน้มที่จะผลิตช่อดอกเพศเมีย ผลรูปคล้ายสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 3-9  ซม. ยาว 10-15 ซม. มี 1-3 เมล็ด สีน้ำตาลแดง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะกับเขตร้อนในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง (USDA Zones 10-12) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไป) แต่จะทนแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) เติบโตได้ดีที่สุดในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิตอนกลางวันอยู่ในช่วง 22-25ºC แต่สามารถทนได้ 18 - 30ºC ทนต่ออุณหภูมิเป็นครั้งคราวได้ถึง –2ºC ไม่ชอบลมร้อนแห้ง ชอบดินทราย แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินเหนียวและดินร่วนปนทราย ทั้งที่เป็นด่างและเป็นกรดเล็กน้อย  ค่า pH ในช่วง 5 - 5.5 ซึ่งทนได้ถึง 4.5 - 6.5 อัตราการเจริญเติบโตปานกลางถึงโตเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาร้ายแรง/ การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวมาจากป่าเป็นแหล่งของวัตถุดิบที่ใช้ในท้องถิ่นและเพื่อการส่งออก
ใช้ปลูกประดับ---การนำมาใช้ในงานภูมิทัศน์ เป็นไม้ประดับไม่ว่าจะปลูกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม นี่เป็นสายพันธุ์ที่สวยงามอย่างน่าทึ่ง รูปลักษณ์และความสูงที่ประณีตทำให้มันสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับงานใกล้ทางหลวง และใช้ในการเน้นทิวทัศน์ของที่อยู่อาศัย ลานในที่ร่มจะให้สภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมสำหรับต้นเล็ก ๆ
อืน ๆ---ใบใช้สำหรับมุง เมล็ดแข็งใช้เป็น Ivory nut สามารถใช้สำหรับแกะสลักกระดุมและลูกปัดสำหรับลูกประคำ ฯลฯ ผลไม้ถูกนำมาใช้ทำถ่านคุณภาพดี พืชให้เส้นใยที่มีคุณภาพสูงมาก เพื่อใช้ในท้องถิ่น และเพื่อการส่งออก เส้นใยที่ได้จากฐานที่ขยายออกของก้านใบซึ่งแยกออกเป็นขอบที่ยาวและหยาบจะถูกรวบรวมโดยการตัดด้วยขวานขนาดเล็ก เส้นใยมีความแข็งแกร่ง มีสีช็อกโกแลตที่สดใส เป็นวัสดุในการผลิตแปรง ส่วนใหญ่จะใช้กับเครื่องกวาดถนนโดยเฉพาะในลอนดอน เส้นใยสามารถบิดเป็นสายหยาบซึ่งมีน้ำหนักเบาทนทานและลอยในน้ำ


Picture 1---Bundles of recently harvested Piassava leaf base fiber. Bahia, Brazil.Photo by Dennis Johnson
Picture 2---Farm São Miguel -Itacaré - BA - Brazil.Photo: Mauricio Caixeta. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_funifera

ไฟเบอร์จากพืชที่ยังไม่ได้พัฒนาซึ่งรู้จักกันในชื่อ 'bananeiras' มีสีสดใสและยืดหยุ่นกว่า เส้นใยจากพืชจะถูกแยกออกเป็นสามคุณสมบัติ: -
(1) เส้นใยสามัญซึ่งพบได้ในหมู่ใบที่แตกและส่วนบนของลำต้น
(2) บอลลูนเกิดจากเส้นใยเก่าที่ตกลงสู่พื้นรอบฐานลำต้น
(3) Piassava d'olho หรือ 'eye piassava' ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตครั้งล่าสุดและมีความคล้ายคลึงกับที่ได้รับจาก 'bananeiras' เนื่องจากความยืดหยุ่นและสีของมันส่วนใหญ่จะใช้ในการมัดก้อน
ในช่วงที่ผ่านมามีการใช้ใบ ผลไม้ และเส้นใยจากปาล์ม Piassava เพิ่มมากขึ้น ในบราซิลมีต้น piassava ปาล์ม3 ชนิดได้แก่  
- Leopoldinia piassaba และ Aphandra natalia มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมซอนตะวันตก  
- Attalea funifera นั้นมาจากป่าแอตแลนติก เส้นใย Attalea funifera Mart สามารถยาวได้ถึง 5 เมตรมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม. และกันน้ำได้ (Aquino, D´Almeida และ Monteiro, 2001, Voecks และ Vinha, 1988) เส้นใยได้รับการอธิบายว่าหนักกว่าเส้นใย lignocelulosic อื่น ๆ ปาล์ม Piassava มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและมักจะไม่ถูกทำลาย การเพาะปลูก piassava บริหารโดยเกษตรกรรายย่อยและครอบครัวประมาณ 2,000 คน พวกเขาเป็นตัวแทนของส่วนสำคัญของเศรษฐกิจการส่งออกในระดับภูมิภาค เช่นในสมัยของสายเคเบิล สมอเรือ และต่อมาในการผลิตไม้กวาดและแปรง ในศตวรรษที่ 20 การส่งออกเส้นใย Piassava ลดลงอย่างน่าทึ่งเนื่องจากการแข่งขันกับเส้นใย เส้นด้ายสังเคราะห์ สารทดแทนพลาสติก ทุกวันนี้จะถูกใช้เป็นวัสดุอุดเบาะรถยนต์และเสริมแรงในพอลิเมอร์เมทริกซ์ สารตกค้างจากเส้นใยที่รู้จักกันในชื่อชานอ้อยริบบิ้นหรือกากถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเป็นฉนวนกันความร้อนหลังคา ปัจจุบันมีการสกัดวัตถุดิบเหล่านี้มากกว่า 60,000 ตัน จากป่าแอตแลนติก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก ปัจจุบันไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species (2013)
source: Loftus, C. 2013. Attalea funifera. The IUCN Red List of Threatened Species 2013: e.T44393022A44425002. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2013-1.RLTS.T44393022A44425002.en. เข้าถึงเมื่อ28 มิถุนายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---สายพันธุ์นี้มีอยู่ใน Reserva Biológica do Mico-leao (IBAMA) — Ilhéus และ Discovery Coast Atlantic Forest Reserve-Ilhéus นอกจากนี้ยังมีอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์หลายแห่ง (รวมถึงริโอเดจาเนโร) ไม่มีรายชื่ออยู่ใน CITES และเมล็ดพันธุ์จากสายพันธุ์นี้ไม่มีอยู่ใน Millennium Seed Bank สหราชอาณาจักร https://www.iucnredlist.org/species/44393022/44425002
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ดสด งอกเร็ว ต้นอ่อนสวยงาม ต้นปาล์มอ่อนมักพบใต้ต้นปาล์มที่ออกผล


Maripa Palm /Attalea maripa 

[at-tahl-EH-ah] [mah-REEP-ah]


Picture---Brazil. Photo by Evandro Ferreira. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_maripa

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Attalea maripa (Aubl.) Mart.(1844)
ชื่อพ้อง---Has 20 Synonyms.  
---Basionym: Palma maripa Aubl.(1775).
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664452-1#synonyms
ชื่อสามัญ---American oil palm, Inaja Palm, Maripa Palm, Cucurite palm, Kokerit-palm
ชื่ออื่น---;[AMERINDIAN: Alitsi, Bohono, Buno.];[BOLIVIA: Almendrilla, Casi cusi.];[BRAZIL: Anaja, Anaja brava.];[CHINESE: Mǎlǐ pà zhí yè yēzi, Yà dá lǐ zōng.];[COLOMBIA: Anaya, Cucurita.];[DUTCH: Koheri palm.];[GERMAN: Königspalme.];[PERU: Inayuga, Incham.];[PORTUGUESE: Anaja, Inajá, Maripa.];[RUSSIAN: Pal'ma maripa.];[TAIWAN: Mǎlǐ pà zōnglǘ.];[VRNEZUELA: Anaja, Cucurito.];[Vernacular names: Gaibawe (adult), Wencayapa, Namba (juvenile plant), Gaibamo (fruit).].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---MXMRE (Preferred name: Attalea maripa.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล, โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, กีอานา แคริบเบียน  ตรินิแดด
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Attalus III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล-133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่งเพอร์กามอน นักวิชาการด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'maripa' หมายถึงเมืองหลวงของรัฐโบลิวาร์ ในเวเนซุเอลา
Attalea maripa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย (Aubl.) และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2387
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกาใต้และตรินิแดดและโตเบโก การกระจายมีอาณาเขตตั้งแต่ตรินิแดดและโตเบโกทางตอนเหนือไปจนถึงโบลิเวียทางตอนใต้ มีอยู่ในโคลอมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาเม เฟรนช์เกียนา เอกวาดอร์ เปรู และบราซิล พบขึ้นใน ป่าดิบแล้งและพื้นที่เปิดโล่ง หนองน้ำและชายฝั่ง ป่าดิบชื้นและป่าชั้นรอง มักพบในที่ดินที่น้ำไม่ท่วมตามฤดูกาล ที่ระดับความสูงถึง 500 เมตร


Picture---ภาพถ่ายถูกถ่ายในเดือนตุลาคม 2011 ในเฟรนช์เกียนาระหว่างการเยี่ยมชมสถานีวิจัย Nouragues (CNRS) ภาพถ่ายโดย jardin lautaret.https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_maripa
Picture---Photo-Bioversity International, edric. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_maripa

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 7-24 เมตรเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-40 ซม. ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) มีใบ10-22 ใบ ทางใบยาว 7 เมตร ใบย่อย 230-260 ใบในแต่ละด้านเรียงเป็นกลุ่ม 2-6 กระจัดกระจายในระนาบหลาย ๆ ใบและทำให้ใบมีลักษณะเป็นพุ่มอ่อน ใบตรงกลางยาว 130-150 ซม. และกว้าง 6-8 ซม.ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) โค้ง ความยาว 1.5-2 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้สีครีมเกสรเพศผู้ไม่เด่นมีเกสรเพศผู้คล้ายเข็ม 6 อันยาว 6-8 มม. ดอกเพศเมีย ยาว 20 มม. ผลกลมรีมีเนื้อกินได้ ขนาด5-6.5 ซม.เมื่อสุกสีส้มออกน้ำตาลเข้ม เมล็ดกลมรี มี 1-3 เมล็ด ขนาด4-6 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชในที่ลุ่มเขตร้อนชื้น พืชมีความไวต่อความเย็นจัด (USDA hardiness zone 10-12) ปลูกในตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ในธรรมชาติเมื่ออยู่ในป่าก็สามารถอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้อื่นได้ ขึ้นได้ในดินที่มีการระบายน้ำดีหลายประเภทตั้งแต่ ทราย ดินทรายไปจนถึงดินเหนียว และสามารถเจริญเติบโตได้ในดินเค็ม อัตราการเจริญเติบโตปานกลาง การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---เติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาร้ายแรง/ การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์--- ใช้กิน หัวใจปาล์ม (แกนในและตาที่กำลังเติบโตของพืช) กินเป็นผัก
- ผลดิบเนื้อฉ่ำหอมสีเหลืองหรือสีครีมไม่มีเส้นใยมีรสหวานน่ากิน ผลสุกใช้ทำเครื่องดื่ม น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดใช้สำหรับทำอาหาร
ใช้เป็นยา---น้ำมันจากเมล็ดใช้ถูทาบรรเทาอาการไขข้ออักเสบ
ใช้ปลูกประดับ---นำมาปลูกเป็นไม้ประดับใช้ในการจัดสวน  ปลูกลงแปลงการแจ้ง ช่วงประดับที่สวยงาม 1-5 เมตร
ใช้ในวนเกษตร---เป็นปาล์มที่มีลักษณะของผู้บุกเบิก จะงอกใหม่อย่างรวดเร็วหลังถูกตัดลง เมล็ดที่อยู่เฉยๆงอกขึ้นหลังจากไฟป่าหรือการล้างพื้นที่ป่าลักษณะเหล่านี้ทำให้เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในฐานะผู้บุกเบิกสายพันธุ์เพื่อฟื้นฟูป่า เพื่อสร้างสวนป่า
อื่น ๆ---ไม้มีน้ำหนักปานกลาง, แข็ง, แต่มีความทนทานต่ำ ลำต้นทั้งหมดจะใช้ในท้องถิ่นสำหรับการก่อสร้างในชนบท ใบใช้สำหรับมุง เมล็ดที่แข็งใช้สำหรับทำเครื่องประดับ ใบอ่อนถูกทำเป็นเสื่อและตะกร้าใช้เป็นวัสดุทอที่ใช้งานหนัก ผลไม้เป็นแหล่งน้ำมัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเหมาะสมในการผลิตไบโอดีเซล
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ประเมินไว้ล่าสูดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species (2021)
source: Barker, A. 2021. Attalea maripa. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T66829050A66836478. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T66829050A66836478.en. เข้าถึงเมื่อ 28 มิถุนายน 2566 .
การดำเนินการอนุรักษ์---สปีชีส์นี้ได้รับการบันทึกจากพื้นที่คุ้มครองจำนวนมากตลอดช่วงของมัน และยังมี การรวบรวม จากถิ่นที่อยู่ (BGCI 2020, IUCN และ UNEP-WCMC 2020)
ขยายพันธุ์---เมล็ด  เพาะเมล็ดสดทันทีเมื่อสุก ใช้เวลาในการงอก 3-4 เดือน


Urucuri Palm /Attalea phalerata

[at-tahl-EH-ah] [fall-ehr-AH-tah]


Picture---Parque Nacional Madidi, Rurrenabaque, Bolivia. Photo by By Christian Defferrard. Photo-palmnutpages.com
https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_phalerata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Attalea phalerata Mart ex Spreng. (1825)
ชื่อพ้อง---Has 30 Synonyms.
---Other names for this basionym: Scheelea phalerata (Mart. ex Spreng.) Burret (1929).http://legacy.tropicos.org/Name/50065600
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:26580-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Urucuri Palm, Acuri Palm
ชื่ออื่น---;[BRAZIL: Urucurí.];[BOLIVIA: Motacú.];[PORTUGUESE: Uricurí vermelho, Urucurizeiro, Aricuri, Bacuri.];[SPANISH: Shapaja, Motacu.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ATTPH (Preferred name: Attalea phalerata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล โบลิเวีย ปารากวัยเปรู โคลัมเบีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Attalus III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล-133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่งเพอร์กามอน นักวิชาการด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'phalerata' จากภาษาละติน  = การสวมใส่เครื่องนุ่งห่ม/เครื่องประดับAttalea phalerata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Kurt Sprengel (1766–1833) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2368
ที่อยู่อาศัย---พบในอเมริกาใต้-ประเทศโบลิเวีย, บราซิลเหนือ, บราซิลตะวันออกเฉียงเหนือ, บราซิลตะวันออกเฉียงใต้, บราซิลตะวันตก - อเมริกากลาง-โคลัมเบีย ปารากวัยและเปรู เติบโตไปตามทางตอนใต้และตะวันตกของ Amazonia ในป่าฝน สะวันนา ป่าดิบแล้งและพื้นที่เปิดโล่ง พบได้เกือบเฉพาะในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ที่ระดับความสูง 100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 4-7 เมตรขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30 - 40 ซม. มงกุฎขนาดใหญ่หนาทึบมีใบถึง 30 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว 2 - 3 เมตรและตั้งขึ้น ก้านใบมักจะถูกปกคลุมไปด้วยฐานใบเก่า ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลออกเป็นพวงขนาดใหญ่สีส้มสดใส ผลมีขนาดความยาวไม่เกิน 11 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ (80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ) เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียวที่เป็นด่างเล็กน้อย มีอินทรีย์วัตถุที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ทนน้ำท่วม อัตราการเจริญเติบโตทั่วไปปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ


Picture---สวนพฤกษศาสตร์รีโอเดจาเนโร ภาพถ่ายโดย Brandt Maxwell. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_phalerata

การรดน้ำ---เติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---Rhodinus stali แมลงซึ่งเป็นพาหะของโรค Chagas อาจเข้าทำลายต้นไม้นี้ได้ ; Pachymerus cardo (ด้วงงวง) นักล่าเมล็ดพันธุ์ในสายพันธุ์นี้
รู้จักอ้นตราย---N/A (ไม่สามารถให้คำตอบที่เกี่ยวข้องสำหรับคำถาม)
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้มักถูกนำมาจากป่าเพื่อผลไม้และเมล็ดที่กินได้ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในท้องถิ่น เป็นแหล่งสำคัญที่สุดของวัสดุมุง มันเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ปาล์มที่มี ความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโบลิเวีย ซึ่งรู้จักกันในชื่อmotacú
ใช้กิน---ใบอ่อนและผล กินได้ ตายอดสุก กินเป็นผัก น้ำมันจากเมล็ดใช้ประกอบอาหารและอาหารทอด
ใช้เป็นยา---เมล็ดใช้สำหรับการติดเชื้อและการแพร่กระจายใช้ในการเผาผลาญและโภชนาการ ใช้ในระบบทางเดินหายใจ
- น้ำมันจากเมล็ดถูกถูลงบนหนังศีรษะเพื่อเป็นการรักษาศีรษะล้านและใช้ถูทาสำหรับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- รากใช้สำหรับระบบสืบพันธุ์และสุขภาพทางเพศ รากและเมล็ดยังใช้ในการรักษาระบบย่อยอาหาร
ใข้ในวนเกษตร---พืชพบได้ในป่าเกือบเฉพาะในดินเหนียวที่อุดมสมบูรณ์มากจนถึงขนาดที่ถือว่าเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีเยี่ยมของสภาพดินและพืชจะถูกปล่อยให้เติบโตในทุ่งหญ้าเพื่อเพิ่มมูลค่าของที่ดินเมื่อขาย
- เนื่องจากกาบใบกักเก็บน้ำไว้ในปริมาณมากพืชจึงมักจะกลายเป็นที่อยู่ของพืชจำพวกเอพิไฟต์และต้นมะเดื่อป่า
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ เป็นปาล์มที่มีลักษณะน่าดึงดูดสำหรับสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่เหมาะสำหรับทั้งสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน เป็นปาล์มประดับที่ที่ใช้ในการจัดสวนเป็นที่นิยมกันมากในบราซิล
อื่น ๆ---ใบใช้สำหรับมุงหลังคา ลำต้นสำหรับเสาเพื่อสร้างบ้าน น้ำมันเมล็ดใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง ผลไม้ใช้เลี้ยงสัตว์
ภัยคุกคาม---เนื่องจากนี่เป็นสายพันธุ์ที่แพร่หลายซึ่งสามารถทนต่อการรบกวนได้และไม่มีภัยคุกคามโดยตรง แม้ว่าการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดจากการขยายตัวทางการเกษตรจะเกิดขึ้นตลอดช่วงของสายพันธุ์นี้ แต่เนื่องจากประโยชน์ของมัน สายพันธุ์นี้จึงมักได้รับการช่วยเหลือจากเกษตรกรในระหว่างการกวาดล้างที่ดิน และโดยทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้ปลูกในสวนภายในบ้านหรือในเขตเมือง (Smith 2015) อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ป่าแบบสะวันนาซึ่งมีแรงกดดันจากปศุสัตว์สูง การเล็มหญ้าของหน่อส่งผลเสียต่อการฟื้นฟูสายพันธุ์ การขยายฟาร์มปศุสัตว์และความหนาแน่นของโคที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลเสียต่อการจัดหาต้นอ่อนในพื้นที่เหล่านี้ (Hordijk 2017) ประเมินไว้ล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species (2021)
source: Barker, A. 2021. Attalea phalerata. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T67532499A67532502. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T67532499A67532502.en.  เข้าถึงเมื่อ29 มิถุนายน 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---สายพันธุ์นี้ได้รับการบันทึกจากพื้นที่คุ้มครองหลายแห่งตลอดช่วงของมัน และยังมีคอลเล็กชันนอกถิ่นกำเนิดอีกด้วย
ระยะออกดอก/ติดผล---ออกดอกตลอดทั้งปี/ติดผลสองครั้งต่อปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 60 วัน แต่ที่ดีที่สุดคือใช้เมล็ดสดปลูกทันทีที่สุก
- การงอกของเมล็ดช้ามากโดยเมล็ดใช้เวลาเกือบหนึ่งปีในการงอก ต้นอ่อนเติบโตช้า ไม่ทนแสงแดดโดยตรง เริ่มออกดอกและผลิตผลในขณะที่มีขนาดเล็กมากและก่อนที่ลำต้นจะเริ่มพัฒนา เจริญพันธุ์เมื่ออายุ 7-10 ปี (สูง 1 เมตร)


Babassu palm /Attalea speciosa

[at-tahl-EH-ah] [speh-see-OH-sah]


Picture 1---South Florida. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens,Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_speciosa
Picture 2---Coral Bay, Miami, FL. Photo by Kyle Wicomb. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_speciosa

ชื่อวิทยาศาสตร์---Attalea speciosa Mart.(1825)
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms.
---Orbignya barbosiana Burret. (1932)
---Orbignya speciosa (Mart.) Barb. Rodr.(1903).
---More. See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-17840
ชื่อสามัญ--Babassu, Babassu palm, Cusi Palm
ชื่ออื่น---;[BOLIVIA: Cusí.];[BRAZIL: Babaçú, Babassu.];[CHINESE: Ba la su ao bi ni ya zong (as Orbignya barbosiana).];[FRENCH: Babassou.];[GERMAN: Babassupalme.];[JAPANESE: Babasu.];[NORWEGIAN: Babassuolje.];[PORTUGUESE: Babaçú, Cusí, Baguaçu, Auaçu, Aguaçu, Guaguaçu, Uauaçu, Coco-de-macaco, Coco-de-palmeira, Coco-naiá, Coco-pindoba, Palha-branca.];[SPANISH: Babassupalmu babasú, Palma babasu.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ORBMA (Preferred name: Attalea speciosa.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล, โบลิเวีย, กายอานา, ซูรินัม
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Attalea' ระลึกถึงกษัตริย์ Attalus III (ประมาณ 170 ปีก่อนคริสตกาล-133 ปีก่อนคริสตกาล) กษัตริย์แห่งเพอร์กามอน นักวิชาการด้านพฤกษศาสตร์และการแพทย์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'speciosa' เป็นคำเฉพาะที่หมายถึง 'showy'= 'ฉูดฉาด'
Attalea speciosa เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2368
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในบราซิล กายอานา ซูรินาเม และโบลิเวีย ( USDA, 2010 ) ตอนนี้แพร่หลายในเม็กซิโก พบได้ทั่วไปในสภาพอากาศร้อนชื้น ตามแม่น้ำ และพื้นหุบเขา เกิดขึ้นที่ระดับความสูงต่ำตั้งแต่ 0–800 เมตร


Picture 1---Brazil. Photo by André Cardoso. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_speciosa
Picture 2---Photo by Michael Pascall. https://www.palmpedia.net/wiki/Attalea_speciosa

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง15 -30 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 - 50 ซม. มงกุฎกลมหนาทึบขนาดกว้าง 8 เมตร มีใบ 15 - 20 ใบ ใบรูปขนนก แต่ละใบยาว 5 - 8 เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกห้อยลง สีขาว-เหลืองยาวประมาณ 1-1.5 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลรูปคล้ายสีเหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 5-9 ซม. ยาว 8-15 ซม. มี 3-8 เมล็ด เมล็ดรูปไข่มีขนาด กว้าง 1-2 ซม.ยาว 6 ซม.เมล็ดหุ้มด้วยเปลือกไม้เนื้อแข็งคล้ายกับกะลามะพร้าว ให้ผลผลิตจำนวนมาก (แต่ละพวงมีตั้งแต่ 100 - 600 ผล เฉลี่ย 200 ผล)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) อุณหภูมิเฉลี่ย 25°C-30°C ชอบดินอุดมสมบูรณ์ที่ระบายน้ำได้ดี สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ เริ่มให้ผลผลิตหลังจาก 8 ปี และให้ผลผลิตเต็มที่ภายใน 15-20 ปี  
การรดน้ำ---เติบโตได้ดีในดินที่ชื้นสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ และยังทนต่อการระบายน้ำที่ไม่ดี ไม่ชอบที่จะอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนตลอดเวลา ไม่ทนต่อน้ำขังและน้ำท่วม แต่สามารถทนต่อฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ ได้
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาร้ายแรง/ การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
รู้จักอ้นตราย---ผลึกซิลิเกตละเอียดที่ร่วงหล่นจากผลอาจทำให้ดวงตาเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้เก็บ
ใช้ประโยชน์---Babassu เป็นต้นไม้เอนกประสงค์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ใช้ผลิตอาหารยาและวัสดุอื่น ๆ ที่หลากหลายสำหรับประชากรในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นพืชน้ำมันเชิงพาณิชย์ที่สำคัญมากในอเมริกาใต้ เมล็ดให้น้ำมันชนิดหนึ่งที่รู้จักกันในทางการค้าว่า น้ำมันบาบาสซู (Babassu oil) 60% ถึง 70% สกัดโดยผ่านกรรมวิธีทางเคมี มีลักษณะโปร่งใสมีกลิ่นเหมือนวอลนัทและเป็นครีม เปลี่ยนเป็นของเหลวที่อุณหภูมิ 20-30 ° C
ใช้กิน--- เนื้อของเมล็ด ใช้ในการผลิตแป้ง ตายอด ถูกสกัดจากต้นเพื่อทำน้ำผลไม้
- น้ำมันจากเมล็ดใช้ในการปรุงอาหาร
- ลำต้นให้ผลผลิตน้ำนมซึ่งหมักเป็นไวน์ปาล์ม  
- mesocarp เป็นแหล่งที่มีศักยภาพของแป้งอุตสาหกรรมกลูโคสหรือแอลกอฮอล์
- ขี้เถ้าจากลำต้นที่ถูกเผาใช้แทนเกลือ
ใช้เป็นยา--- ใบและเอนโดสเปิร์มเหลวใช้ในยาท้องถิ่น
- เมล็ดนำมาใช้เป็นยาทาเส้นและเพื่อรักษาโรคไขข้อ
- เมล็ดบดเป็นผงและรวมกับน้ำตาลและน้ำทำให้สดฃื่น แก้ไข้
วนเกษตรใช้--- เป็นสายพันธุ์บุกเบิกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการฟื้นฟูป่าไม้พื้นเมืองและใช้เมื่อสร้างสวนป่า มักจะปลูกในพื้นที่ดั้งเดิม และยังเป็นตัวบ่งชี้ของดินที่อุดมสมบูรณ์
ใช้ปลูกประดับ--- ความสวยงามของใบและทรงต้น นำมาใช้ เพื่อเป็นไม้ประดับตามถนน สวนสาธารณะ และ งานภูมิทัศน์ในพื้นที่ขนาดใหญ่
อื่น ๆ--- ไม้มีน้ำหนักปานกลางอ่อนนุ่มและมีความทนทานต่ำ ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างในอาคารชนบท
- ใบและก้านของปาล์มใช้ทำตะกร้าและหัตถกรรมอื่น ๆที่ทำจากเส้นใยของใบสามารถนำมาทอเป็นเสื่อสำหรับทำผนังบ้าน
- น้ำมันปาล์มใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นสารหล่อลื่น และใช้ในสบู่และเครื่องสำอาง
- นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการปลูกพืชไร้ดิน
- เปลือกเมล็ดที่แข็งคล้ายกะลาสามารถใช้ในการทำถ่านไร้ควัน
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างมาก มีประชากรจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่กว้างขวางที่มีต้นปาล์มปกคลุม (คาดว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์นี้เป็นหลัก) ซึ่งบ่งชี้ว่า สายพันธุ์นี้ยังคงอยู่ สายพันธุ์นี้ยังถูกเก็บเกี่ยว หัวใจของปาล์ม กระบวนการที่ส่งผลให้ต้นไม้ทั้งต้นถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของสายพันธุ์นี้และความสามารถในการงอกใหม่ในพื้นที่ที่ถูกรบกวน การเก็บเกี่ยวจึงไม่คาดว่าจะทำให้ขนาดประชากรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Ribeiro Araújo และอื่น ๆ 2559). มีรายงานว่าแนวทางปฏิบัตินี้กำลังลดลงในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species.(2021)
source: Barker, A. 2021. Attalea speciosa. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T111454030A158506703. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T111454030A158506703.en. Accessed on 01 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์---พืชชนิดนี้ได้รับการบันทึกจากพื้นที่คุ้มครองอย่างน้อยหนึ่งแห่ง (IUCN และ UNEP-WCMC 2020) แม้ว่าบันทึกส่วนใหญ่จะมาจากนอกพื้นที่คุ้มครอง เนื่องจากสปีชีส์นี้ชอบพื้นที่ที่ถูกรบกวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่เคยประสบกับวงจรการทำลายและเผาเกษตรกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงอาจคาดได้ว่าเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกพื้นที่คุ้มครอง กฎหมายของรัฐและเทศบาลในรัฐ Maranhão, Piauí, Pará และ Tocantins ของบราซิลป้องกันการตัดไม้ชนิดนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นทรัพยากรสำหรับผู้เก็บเกี่ยวในท้องถิ่น (Hanazaki et al. 2018) https://www.iucnredlist.org/species/111454030/158506703
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดทั้งปี/ติดผลสองครั้งต่อปี
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมื่อเก็บไว้ในเปลือก เมล็ดอาจมีชีวิตยาวนานหลายปี
- เมล็ดที่งอกใหม่ แข็งแรงมากในพื้นที่เปิดโล่ง สามารถกลายเป็นวัชพืชได้ในบางสภาวะ เป็นคู่แข่งที่ก้าวร้าวซึ่งควบคุมได้ยาก


สกุล Brahea (brah-HEH-ah) มีถิ่นกำเนิด ในเม็กซิโก และอเมริกากลาง มักถูกเรียกว่า Hesper Palm มีทั้งหมด14 สายพันธุ์ Hesper Palms ทั้งหมดมีใบขนาดใหญ่รูปพัด มี11สายพันธุ์ที่ยอมรับได้
ต่อไปนี้จะเป็นชื่อสายพันธุ์และเขตกระจายพันธุ์ (แสดงในหน้านี้ 11 สายพันธุ์)
1 Brahea aculeata (Brandegee) H.E.Moore               ---Sonora, Sinaloa, Durango
2 Brahea armata S.Watson                                     ---Baja California, Sonora (ดูที่ 21 ปาล์ม 6)
3 Brahea brandegeei (Purpus) H.E.Moore                ---Baja California Sur, Sonora
4 Brahea calcarea Liebm.                                       ---western Mexico, Guatemala
5 Brahea clara (L.H.Bailey) Espejo & López-Ferr       ---Baja California, México
6 Brahea decumbens Rzed.                                    ---Tamaulipas, San Luis Potosí
7 Brahea dulcis (Kunth) Mart.                                 ---Belize, Guatemala, Honduras, El Salvador
8 Brahea edulis H.Wendl. ex S.Watson                    ---Guadalupe Island in State of Baja California
9 Brahea moorei L.H.Bailey ex H.E.Moore                ---Hidalgo, Querétaro, San Luis Potosí, Tamaulipas
10 Brahea pimo Becc.                                            ---Nayarit, Jalisco, Guerrero, México State, Michoacán
11 Brahea salvadorensis H.Wendl. ex Becc.              ---El Salvador, Honduras, Nicaragua
12 Brahea sarukhanii H.J.Quero                              ---Nayarit, Jalisco
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล Brahea เพื่อเป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก


                                    Sinaloa Hesper Palm /Brahea aculeata

[brah-HEH-ah] [ah-koo-leh-AH-tah]

                           

Picture 1,2---Photo by Colin wilson. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_aculeata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea aculeata (Brandegee) HEMoore. (1980)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:36057-2#synonyms
---Basionym: Erythea aculeata Brandegee. (1905). https://www.gbif.org/species/169205923
---Glaucothea aculeata (Brandegee) I.M.Johnst. (1924)
ชื่อสามัญ---Sinaloa Hesper Palm, Aculeata Fan Palm
ชื่ออื่น---;[MEXICO: Palmilla, Ta’aco, tajcù.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' เพื่อเป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'aculeata' เป็นคำคุณศัพท์ภาษาละติน ''aculeatus, a, um'' = aculeated ซึ่งมาจาก aculei อ้างอิงจากพืชมีทางใบยาว
Brahea aculeata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยTownshend Stith Brandegee (1843–1925) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2523
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโกซึ่งมีถิ่นกำเนิดใน รัฐดูรังโก รัฐซีนาโลอา และรัฐ โซโนรา (Sonora, Sinaloa, Durango) พบในดินที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยหิน

                               

Picture 1---Photo by Fred.https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_aculeata
Picture 2---Photo:https://www.palmpedia.net. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_aculeata

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก สูง 2-9 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-25 ซม. สีน้ำตาลดำ กาบใบมักติดแน่นไม่หลุดร่วงบางครั้งลำต้นด้านบนปกคลุมด้วยกระโปรงของใบไม้ที่ตายแล้วหนาแน่น แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะหลุดร่วงไปเองและทิ้งร่องรอยแผล เป็นวงแหวนรอบลำต้น ใบรูปพัด (costapalmate) สีเขียวอมเหลือง ยาว 50-90 ซม.กว้าง 0.6-1 เมตร ด้านล่างของใบค่อนข้าง glaucous (สีเงิน) เช่นเดียวกับก้านใบ ก้านใบยาว0.5-1 เมตร ขอบก้านใบมีหนามเรียงไม่เป็นระเบียบ ยาว1-5 มม.ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)โค้งจากภายในมงกุฎและบางครั้งก็ขยายออกไปไกลกว่านั้น กิ่งก้านเล็ก ๆ มากมาย ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ดอกขนาดเล็กสีขาวมีกลิ่นหอมแรง ผลกลมสีเขียวมะกอกเมื่อสุกมีสีดำมันวาวขนาด 2-2.5 ซม.มีเมล็ด1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนเขตกึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่น ต้องการแสงแดดจัด 80-100 % (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ทนอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ.23°F (-5°C) เป็นระยะเวลาสั้นๆ ดินต้องมีการระบายน้ำที่ดีมาก เติบโตได้ดีที่สุดในดินทราย แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับดินที่ไม่ดีหรือเป็นด่าง ทนต่อความแห้งแล้งเป็นเวลานาน ทนแดดร้อน สภาวะลมแรง และค่อนข้างทนทานต่อมลภาวะในเมือง อัตราการเจริญเติบโตช้า สามารถคาดหวังได้ว่ามันจะมีอายุถึง 150 ปีหรือมากกว่านั้น คิดว่านี่เป็นต้นไม้มรดกสำหรับคนรุ่นอนาคต  
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำ รดน้ำปกติ เพื่อให้ดูดีในฤดูร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้นเท่าที่จำเป็น อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือศัตรูพืชร้ายแลง ระวังไรแดง (Red spider mites) และแมลงเกล็ด (Scale insects)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การขุดย้าย--- ไม่ใช่ต้นปาล์มที่ง่ายต่อการปลูกถ่าย การขุดและเคลื่อนย้ายต้นปาล์มที่โตเต็มวัยโดยไม่ฆ่ามันเป็นงานที่ยากมาก แม้ว่าจะสามารถทำได้ก็ตาม เมื่อปลูก Brahea ให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ เนื่องจากการพยายามย้ายในภายหลังอาจทำให้อายุขัยของมันสิ้นสุดลงได้
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นพืชที่มีลักษณะเป็นไม้ประดับ เหมาะสำหรับการจัดสวนในภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลทรายแต่ไม่ค่อยเห็นในการเพาะปลูก
อื่น ๆ---ใบถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางโดยประชากรในท้องถิ่นเป็นที่อยู่อาศัย ทำเชือกเครื่องจักสานและมุงหลังคา ในฐานะที่เป็นวัสดุมุงหลังคาพวกเขาให้การป้องกันที่ยอดเยี่ยมจากความร้อนและเงียบในช่วงฝนตกหนัก หลังคามีอายุการใช้งานประมาณ25 ปี
- ผลไม้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์ในท้องถิ่น
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของเม็กซิโก [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากขอบเขตของเหตุการณ์ปัจจุบัน (EOO) คือ 57,709.906 กม. มีแนวโน้มว่า EOO และ AOO จะสูงกว่าที่คำนวณไว้ ภัยคุกคามเดียวที่เป็นไปได้สำหรับสายพันธุ์นี้คือไฟป่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคตสำหรับการจัดหมวดหมู่ ประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท "กังวลน้อยที่สุด" (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC- Least Concern - ver 3.1 -  IUCN. Red List of Threatened Species (2022)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Brahea aculeata. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38454A55948592. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-2.RLTS.T38454A55948592.en. เข้าถึงเมื่อ 1 กรกฎาคม 2566 .
การดำเนินการอนุรักษ์---มี 22 คอลเลคชัน นอกแหล่งกำเนิด (BGCI 2022) ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (V) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 (VU) โดย IUCN Red List ชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010) สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองพืชและสัตว์ "Sierra de Álamos-Río Cuchujaqui" (Sonora)
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 1-3 เดือน


      San José hesper palm /Brahea brandegeei

[brah-HEH-ah] [bran-deh-JEH-ee]

   

Picture 1---Naples Botanical Gardens. Photo by Angelo Porcelli. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_brandegeei
Picture 2---The Huntington Botanical Gardens, San Marino, CA. Photo by Dr. Axel kratel. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_brandegeei

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea brandegeei (Purpus) H.E.Moore (1975)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:36061-2#synonyms
---Basionym: Erythea brandegeei Purpus. (1903). https://www.gbif.org/species/2736835
---Glaucothea brandegeei (Purpus) I.M.Johnst. (1924).
---Centaurium brandegeei (Purpus) Druce. (1917)
---Erythea brandegeei var. spiralis M.E.Jones. (1933).
ชื่อสามัญ--- Brandegee palm, San José hesper palm
ชื่ออื่น---;[FRENCH: Palmier de Brandegee, Palmier de San José .];[GERMAN: San-Jose-Herperidenpalme.];[MEXICO: Palma de taco, Palma negra, Palmilla.];[SPANISH: Palma de Tlaco.];
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQBR (Preferred name: Brahea brandegeei.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์--ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'brandegeei' เพื่อเป็นเกียรติแก่ Townshend Stith Brandegee (1843-1925)วิศวกรและนักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน
Brahea brandegeei เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Albert Purpus (1851–1941 ) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2518
ที่อยู่อาศัย---ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตกึ่งแห้งแล้งของเม็กซิโกตะวันตกเฉียงเหนือ (บาฮาแคลิฟอร์เนียและโซโนรา) เติบโตขึ้นอยู่บนเนินเขาและในหุบเขาในระดับความสูงปานกลาง
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึงประมาณ 15 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30-40 ซม.ลำต้นสีน้ำตาลอมเทา เมื่อต้นเล็กลำต้นถูกปกคลุมบางส่วนโดยใบไม้แห้งที่ติดแน่น เมื่อต้นโตขึ้นใบจะหลุดร่วงไปเองโดยทิ้งรอยแผลเป็นรอบต้นถี่ๆ ก้านใบแข็ง ยาว 1-1.30 เมตร ขอบก้านใบมีหนามแข็งสีเหลืองอ่อนเป็นซี่ๆยาว 6 ซม.ใบมี 40-70ใบ ใบรูปพัด (costapalmate) ขอบใบจักลึกครึ่งใบ สีเขียวแกมน้ำเงินทั้งสองด้าน ด้านบนสะดือมีขอบสีม่วงนูนเด่น ข่อดอกออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) มีก้านดอกสั้นๆ ที่ไม่ยื่นออกไปนอกใบ ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ดอกสีขาวครีม ติดผลจำนวนมาก ผลรียาวรูปขอบขนาน ยาว1.5-2.2 ซม. เมื่อสุกสีน้ำตาลเป็นมัน มีลายสีจางๆ


Picture 1---Fairchild. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_brandegee
Picture 2---Seed, Huntington Gardens. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_brandegee

* เป็นพันธุ์ที่โตเร็วและสูงที่สุดในบรรดา Braheas มีลำต้นประดับสวยงามมากพร้อมโคนใบที่คงรูปไว้ ถ้าไม่มีฐานใบเหล่านี้ ก็จะดูเหมือนต้น Washingtonia ผอมๆ ความแข็งแกร่งที่เย็นอาจไม่เท่ากัน สำหรับ Braheas อื่น ๆ บางส่วน แต่สำหรับใน So Cal มันค่อนข้างแข็งแกร่งพอ อย่างไรก็ตาม Brahea นี้มีความแข็งแกร่งต่อความชื้นมากที่สุดและเป็นสายพันธุ์เดียวที่ปลูกได้อย่างน่าเชื่อถือในฟลอริดา (ตัวอื่น ๆ ทั้งหมดต้องทนทุกข์ทรมาน)" (Geoff Stein)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่น (9a-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) และดินมีการระบายน้ำที่ดีมาก ทนอุณหภูมิที่ต่ำถึง -8 °C ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ สามารถอยู่รอดได้โดยมีความเสียหายรุนแรงต่อใบ สามารถปรับตัวให้เข้ากับดินที่ไม่ดีและเป็นด่าง เมื่อโตเต็มวัยสามารถทนแล้งได้นาน อัตราการเจริญเติบโตในระดับปานกลางประมาณ 7-9 นิ้วต่อปี การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำ รดน้ำปกติ เพื่อให้ดูดีในฤดูร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้นเท่าที่จำเป็น อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือศัตรูพืชร้ายแลง ระวังไรแดง (Red spider mites) และแมลงเกล็ด (Scale insects)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีขอบก้านใบมีหนามแข็ง ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลกินได้เมื่อยังไม่สุกเต็มที่ตอนกำลังเป็นสีเหลือง รสชาติคล้ายอินทผลัม คนในท้องถิ่น เรียกว่า " ทาโก้ " (tacos)
ใช้ปลูกประดับ---ถือได้ว่าเป็นไม้ประดับที่มีการเติบโตค่อนข้างเร็ว แต่ก็ยังมีการเพาะปลูกเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับ Washingtonia robusta ซึ่งเติบโตเร็วกว่าและหาได้ง่ายกว่า สามารถปลูกเป็นไม้กระถางขนาดใหญ่ หรือปลูกลงแปลงกลางแจ้ง
ภัยคุกคาม---เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญ การใช้งานเป็นแบบเฉพาะที่และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถุกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern ver 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species (2015)
source: Quero, H. & López-Toledo, L. 2015. Brahea brandegeei. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T55948714A55948834. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55948714A55948834.en.  เข้าถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---ไม่ทราบว่าสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองหรือไม่ https://www.iucnredlist.org/species/55948714/55948834
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 3-6 เดือน


                                    Blue Sonora Hesper Palm /Brahea clara

                       

Picture 1,2---Photo:https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_clara

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea clara (L.H.Bailey) Espejo & López-Ferr.(1993)
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Brahea armata S.Watson.(1876).
See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:975969-1
ชื่อสามัญ---Blue Sonora Hesper Palm, Gray-goddess
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---EYHAR (Preferred name: Brahea armata)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา เม็กซิโกตะวันตก
Brahea clara เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Liberty Hyde Bailey (1858-1954) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Mario Adolfo Espejo Serna ( 1951 ) เป็นนักธรรมชาติวิทยา นักพฤกษศาสตร์และนักนิเวศวิทยาชาวเม็กซิกันและ Ana Rosa López Ferrari (1957-) นักพฤกษศาสตร์ชาวเม็กซิกัน ในปี พ.ศ.2536
แม้ว่าปาล์มนี้จะได้รับการรับรองว่าเป็นหมวดหมู่ของตัวเองแต่เชื่อกันว่าเป็นลูกผสมธรรมชาติระหว่าง B.armata และ B. brandegeei ในทางพฤกษศาสตร์อาจมีความหมายเหมือนกันกับ B. armata เป็นที่รู้จักทั่วอ่าวซานคาร์ลอสในโซโนรา


                                                  
Brahea clara 'Icy Blue'
Picture---Brahea clara 'Icy Blue' Photo:https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_clara

อธิบายภายใต้ Brahea armata ที่อยู่อาศัย----มีถิ่นกำเนิดทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก (บาจา รัฐโซโนราและ แคลิฟอร์เนีย) เติบโตในหุบเขา ป่าแห้งแล้งและพบเห็นการเติบโตในรอยแยกของหินที่ระดับความสูงที่สูงขึ้น มักอยู่บนดินหินปูน ที่ระดับความสูง 0- 1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงประมาณ 8-12 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30-50 ซม.ก้านใบมีหนาม ใบรูพัด (Costapalmate) ขอบใบจักเว้าลึกเกือบถึงสะดือสีของใบมีตั้งแต่สีเขียวมะกอก สีเขียวอมน้ำเงิน ไปจนถึงสีฟ้าน้ำแข็ง 'Icy Blue' ปลายใบที่ห้อยลู่ลง เหมือนปาล์มจีน (Livistona chinensis) ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---มีการกล่าวถึงอย่างเด่นชัดจากโซโนราประเทศเม็กซิโก รายงานว่าแข็งแรงกว่าเติบโตเร็วกว่าและปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นได้ดีกว่าชนิดอื่น เป็น Brahea ที่เติบโตเร็วที่สุด (RPS.com.)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นหนึ่งในปาล์มที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและปลูกในสวนทั่วไปและสวนสาธารณะ มันถูกปรับให้เข้ากับภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีฤดูหนาวที่เย็นชื้นและฤดูร้อนที่แห้งแล้ง สามารถใช้ได้ทั้งในร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) และแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) จะทำให้สีของใบเข้มขึ้น ทนต่อสภาพดินที่ไม่ดีแต่มีการระบายน้ำที่ดี สามารถเติบโตได้ในดินที่มีความเป็นด่างสูง ทนแล้งและทนความร้อน ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -10 °C (14 °F) แต่บางครั้งก็น้อยกว่าด้วยความเสียหายเล็กน้อยที่ใบ อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ทนต่อระดับความชื้นต่ำและความแห้งแล้งในฤดูร้อน แม้ว่ามันจะชอบความชื้นที่สม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบดินที่เปียกชื้นแฉะตลอดเวลาเพราะมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า การเติบโตที่ดีที่สุดโดยการให้น้ำชุ่มลึกเป็นครั้งคราว
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยยอดนิยมสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงต้องกำจัดออก
การใส่ปุ๋ย---ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีมาก และต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม เช่นเดียวกับปาล์มอื่นๆ การขาดโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอาจเกิดขึ้นได้ และควรให้อาหารเสริมแร่ธาตุในปริมาณที่แนะนำเพื่อป้องกันหรือรักษาการขาดธาตุดังกล่าว
ศัตรูพืช/โรคพืช--- แมลงและโรคที่อาจเกิดได้ Aleurotrachelus atratus (แมลงหวี่ขาว), Paysandisia archon (หนอนเจาะปาล์มในอเมริกาใต้)และ Rhynchophorus ferrugineus (มอดปาล์มแดง)/โดยทั่วไปปลอดโรค ค่อนข้างมีความต้านทานต่อโรคเหลืองตาย [Lethal yellowing disease (LY).]
รู้จักอ้นตราย---พืชมีก้านใบมีหนาม ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้ที่กินได้บางครั้งจะถูกรวบรวมจากป่าและใช้ในท้องถิ่น
- ชาว Cocopah (เป็นชนพื้นเมืองอเมริกันที่อาศัยอยู่ใน Baja California, Mexico และArizona, United States) กินเมล็ดพืชหลังจากคั่วแล้ว
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ--ปลูกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มเป็นแถว เมื่ออายุยังน้อยมีรูปลักษณ์ที่สวยงามนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางขนาดใหญ๋ได้
- ย้ายปลูกได้ง่าย มีความแข็งแกร่งและทนต่อการถูกทอดทิ้ง
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ถุกจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2015)
ขยายพันธุ์---เมล็ด


White Rock Palm /Brahea calcarea

[brah-HEH-ah] [kal-kah-REH-ah]

                           

Picture 1---Photo by Angelo Porcelli. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_calcarea
Picture 2---Photo by Justen Dobbs. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_calcarea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea calcarea Liebm.(1853).
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/664895-1#synonyms
---Brahea nitida André (1887)
---Brahea prominens L.H.Bailey (1943)
ชื่อสามัญ---White Rock Palm, Rock Palm, Oaxaca Palm, White Rock Palm
ชื่ออื่น---[CHINESE: Shí zōng shǔ, Yán lǘ shǔ (Zhōngwén).];[FINNISH: Braheapalmut (suomi).];[JAPANESE: Buraea (Nihongo).];[POLISH: Eryteja (Polski).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---กัวเตมาลา เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'calcarea' เป็นคำศัพท์ภาษาละตินที่แปลว่า ''ของหินปูน'' อ้างอิงถึงที่อยู่อาศัยที่เติบโต
Brahea calcarea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยFrederik Michael Liebmann (1813–1856) นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ในปี พ.ศ.2396
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดพบในกัวเตมาลา, เม็กซิโกตะวันตกเฉียงเหนือ, เม็กซิโกตะวันออกเฉียงใต้, เม็กซิโกตะวันตกเฉียงใต้ (ซีนาโลอา โออาซา กาเกร์เรโร) เติบโตบนเนินเขาหินปูนที่แห้งแล้งท่ามกลางต้นสนและต้นโอ๊กที่ระดับความสูงระหว่าง 900 - 2,,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางที่หายากและสวยงามเป็นสายพันธุ์เดียวของ Brahea ที่ก้านใบไม่มีหนาม ต้นสูงประมาณ 12 เมตร มีใบ20-30 ใบ ใบรูปพัด (Costapalmate) ขอบใบจักลึกครึ่งใบ ตอนเล็กใบสีเขียวสดใสเมื่อโตเต็มที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเทาช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกยาวมากโค้งจากภายในมงกุฎและบางครั้งก็ขยายออกไปไกลกว่านั้น ยาวประมาณ 2.5-3.5 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามากแต่ไม่เป็นระเบียบและสมมาตรเหมือนของ Brahea armata ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร)ผลมีลักษณะทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Hardness 9-11) การเจริญเติบโตช้า ช่วงชีวิตยืนยาว ทนลม ทนแล้งได้ดี ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือมีร่มเงาบางส่วน ดินมีการระบายน้ำดี ไม่ชอบความชื้นสูง อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำน้อย เพื่อให้ดูดีในฤดูร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้นเท่าที่จำเป็น อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือศัตรูพืชร้ายแลง ระวังไรแดง (Red spider mites) และแมลงเกล็ด (Scale insects)
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ความต้องการน้ำน้อยและทนแล้ง เหมาะกับสวน Xeriscape (Xeriscaping ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง) ต้นอ่อนของปาล์มชนิดนี้นี้เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่งามที่สุดในบรรดา Braheas ทั้งหมด
- B. calcareaเป็นปาล์มที่มีลักษณะเฉพาะที่ไม่ค่อยพบเห็นในการเพาะปลูก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามหลักของสายพันธุ์นี้คือการสูญเสียที่อยู่อาศัย การตัดไม้ทำลายป่าเพื่ออุตสาหกรรมไม้ ไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species (2015)
source: Quero, H. & López-Toledo, L. 2015. Brahea calcarea. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T56758344A56758516. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T56758344A56758516.en. เข้าถึงเมื่อ03 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตสงวน Alamos.https://www.iucnredlist.org/species/56758344/56758516
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


                                 Mexican Dwarf Blue Palm /Brahea decumbens

[brah-HEH-ah] [deh-KUHM-benz]

                 

Picture 1---The Huntington Botanical Gardens, San Marino, CA. Photo: https://www.palmpedia.net
Picture 2---Brahea decumbens in blue, CA. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_decumbens

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea decumbens Rzed (1955)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.net/tpl/record/kew-24013
ชื่อสามัญ---Mexican Dwarf Blue Palm, Sierra Madre Palm.
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่ Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'decumbens' เป็นคำภาษาละติน "decumbo" =  "นอนราบ, นอนลง" อ้างอิงถึง ลักษณะลำต้นที่ราบลงเมื่ออายุมากขึ้น
Brahea decumbens เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Jerzy Rzedowski (2469–) นักพฤกษศาสตร์ชาวเม็กซิกัน ในปี พ.ศ.2498
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก (Tamaulipas, San Luis Potosí, Querétaro) เทือกเขา Sierra Madre Orientale ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโก เติบโตในป่าโอ๊กและในบริเวณที่โล่งกว้างมากบนเนินเขาหินปูน ที่ระดับความสูง 1,000-2,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นเป็นเหง้ายาวอยู่ใต้ดิน ความสูง 0-1.8 เมตร ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น จะพัฒนาลำต้นที่เลื้อยราบลงกับพื้นโดยยกยอดขึ้น 1-2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15 ซม. ลำต้นเกือบจะปกคลุมด้วยฐานใบที่ติดแน่น มีใบ 8-12 ใบ ต่อต้น ที่ก้านใบมีหนามขนาดเล็กมากตามขอบ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ตั้งตรงยาวเหนือใบ ยาว 0.60 เมตรแตกแขนงมาก ดอกกะเทยดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ดอกไม้สีเหลืองอ่อน ผลไม่ค่อยเห็น (ไม่มีข้อมูล) ลักษณะที่พิเศษที่สุดของตัวอย่างที่สมบูรณ์ของปาล์มนี้คือ ใบรูปพัดสีฟ้า และอาจมีปรากฎการณ์ที่ใบปาล์มอาจจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม สีของใบเกิดจากแว็กซ์ที่ครอบคลุมทั้งบนและล่างของแผ่นใบ และลบออกได้ง่ายด้วยการสัมผัส ต้นอ่อนจะมีใบสีเขียว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 8-11) เติบโตได้ดีที่สุดในแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ) แต่จะทนต่อร่มเงาได้ (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ถึงจะเป็นดินที่ไม่ดี pH 6.6-8.5 แต่การระบายน้ำต้องดีที่สุด มีความทนทานต่อความแห้งแล้งและน้ำค้างแข็งสูง การเติบโตช้ามากแต่ต่อเนื่อง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำน้อย เพื่อให้ดูดี ในฤดูร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้นเท่าที่จำเป็น อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือศัตรูพืชร้ายแลง ระวังไรแดง (Red spider mites) และแมลงเกล็ด (Scale insects)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีก้านใบที่มีหนามตามขอบก้าน ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ B. decumbens เป็นหนึ่งใน Braheas อยู่ในอันดับต้น ๆ ของต้นปาล์มที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด เนื่องจากความหายากที่สุดในสกุล Brahea และความงาม เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบปาล์มทั่วโลก
ภัยคุกคาม---เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามต่อสายพันธุ์นี้ ได้รับการประเมินล่าสุดในบัญชีแดงของ IUCN ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในปี 2014 Brahea decumbens ถูกระบุว่าเป็นความกังวลน้อยที่สุด
สถานะการอนุรักษ์---EN - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2015)
source: Quero, H. & López-Toledo, L. 2015. Brahea decumbens . IUCN Red List of Threatated Species 2015: e.T55948894A55948898. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55948894A55948898.en . เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/55948894/55948898
- ชนิดนี้นี้เกิดขึ้นในเขตสงวนรัฐ Real de Guadalcázar
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดพันธุ์หายากมากไม่เคยได้ในแหล่งเพาะปลูก ปาล์มต้นใหม่ได้จากการเพาะเมล็ดป่าที่มาจากถิ่นกำเนิด Sierra Madre เท่านั้น


                                                 Sombrero Palm /Brahea dulcis

[brah-HEH-ah] [DOOL-siss]

                            

Picture 1---Green form in habitat, Mexico. Photo by Richard Travis. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_dulcis
Picture 2---Huntington Botanical Gardens. Photo by Fred. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_dulcis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea dulcis (Kunth) Mart.(1837)
ชื่อพ้อง---Has 14 Synonyms.
---Basionym: Corypha dulcis Kunth (1816). https://www.gbif.org/species/2736812
---Brahea bella L.H.Bailey.(1943)
---Brahea berlandieri Bartlett.(1935)---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664900-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Sombrero Palm, Blue Rock Palm, Palmito Serrano Norteño, Apak palm, Rock palm, Sweet Hesper palm.
ชื่ออื่น---;[CHINESE: Tian shi zong.];[GERMAN: Felsenpalme, Steinpalme.];[MEXICO: Acercamiento, Palma sombrero, Soyate.];[PORTUGUESE: Palmeira-doce.];[RUSSIAN: Pal'ma sombrero.];[SPANISH: Capulín, Parmilla, Palma dulce, Soyate, Suyate.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---EYHSA (Preferred name: Brahea dulcis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อของสปีชีส์ 'dulcis' มาจากภาษาละติน ความหมาย = อ่อนหวาน                                                                                                                                                     Brahea dulcis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Sigismund Kunth (1788–1850) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2380
ที่อยู่อาศัย----มีถิ่นกำเนิด อยู่ในSouthern N. America - Reo Grande Valley of Texas,พบทั่วไปบนหน้าผาเนินเขาในพื้นที่แห้งแล้ง ป่าเปิด ป่าโอ๊ค มักอยู่บนดินหินปูน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโกและทางใต้สู่กัวเตมาลาและนิการากัวไปยังเม็กซิโก ที่ระดับความสูง 300 -1,700 เมตร
- * ลำต้นอาจสั้นหรือสูง หนาหรือบาง เดี่ยวหรือดูด (suckering) ได้ และใบ มีตั้งแต่ สีเขียวไปจนถึง สีฟ้าหม่น ควบคู่ไปกับความหลากหลายนี้ ตั้งแต่เม็กซิโกตอนใต้จนถึงกัวเตมาลา โดยมีรูปแบบต่างๆ มากมายตลอดทาง (RPS.com)https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_dulcis
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวหรือแตกกอ สูง 2 - 7.5 เมตรไม่ค่อยผลิตหน่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 12 - 20 ซม.ใบรูปพัด (costapalmate) แผ่นใบจักลึกครึ่งใบ มีใบ10 - 15 บนยอดมงกุฏ ใบมีทั้งสีฟ้า น้ำเงิน และสีเขียว ก้านใบมีหนาม ใบมีอายุสั้นซึ่งเป็นลักษณะที่ผิดปกติสำหรับต้นปาล์ม ข่อดอกออกระหว่างใบใกล้ปลายยอด (interfoliar) ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน(Hermaphrodite Flowersพืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร)ผลรูปไข่สีเขียวอมน้ำตาล1-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกง่ายสำหรับสภาพอากาศในเขตอบอุ่นและกึ่งเขตร้อน ( USDA Zones 8B-11) อยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ) แต่จะทนต่อร่มเงาได้ (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี สามารถปรับให้เข้ากับดินที่ระบายน้ำได้ดีหลายชนิด: ดินเหนียว; ทราย; ดินร่วน; เป็นกรดเป็นด่าง มันยังสามารถเติบโตได้ในดินที่เป็นด่างมากถึง pH 9.2 ทนแล้งไม่ชอบความชื้นสูง ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง (-3°C) อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำน้อย น้ำเท่าที่จำเป็นขั้นต่ำ อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขังมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีมาก และต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม เช่นเดียวกับปาล์มอื่นๆ การขาดโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอาจเกิดขึ้นได้ และควรให้อาหารเสริมแร่ธาตุในปริมาณที่แนะนำเพื่อป้องกันหรือรักษาการขาดดังกล่าว
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างมีความต้านทานต่อศัตรูพืช/โรคพืช 
รู้จักอ้นตราย---พืชมีก้านใบมีหนาม ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---พืชที่รวบรวมมาจากป่าและใช้ในท้องถิ่นเพื่อเป็นอาหารและวัสดุ
ใช้กิน---ผล ดิบหรือสุก กินได้ รสหวาน
ใช้ปลูกประดับ---เหมาะปลูกลงแปลงกลางแจ้ง ในพื้นที่ขนาดใหญ่                                                                                                    การขุดย้าย---ถึงจะมีระบบรากที่หยั่งลึก ก็สามารถขุดย้ายได้หลายครั้งแม้จะมีขนาดใหญ่มาก และรากเนื้อหนาจะเสียหายได้ง่ายก็ไม่เป็นไร
อื่น ๆ---การใช้ในท้องถิ่นสำหรับเป็นอาหารและแหล่งวัสดุ  ใบใช้สำหรับมุง ที่พักอาศัย เส้นใยจากใบทอเป็นเชือก ลำต้นใช้เป็นโครงสร้างบ้านของชาวพื้นเมืองใบอ่อนใช้ทำ หมวกปาล์มเม็กซิโก ที่เรียกว่า Sombrero ที่ผลิตโดยนักบวชฟรานซิส และได้กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักในศตวรรษที่ 19 และ 20 ในรัฐ เกร์เรโร
ภัยคุกคาม---เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญสำหรับสายพันธุ์นี้ แม้ว่าสายพันธุ์นี้จะถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ผู้คนก็ดูแลทรัพยากรนี้และการใช้ไม่ถือเป็นภัยคุกคาม และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species. (2015)
source: Quero, H. & López-Toledo, L. 2015. Brahea dulcis. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T55948562A55948580. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55948562A55948580.en. Accessed on 03 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์----สายพันธุ์นี้อยู่ภายใน Alamos Reserve และ Nevado de Colima และ Volcán de Fuego Reserves
- ชื่อพ้องBrahea berlandieriได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามรายชื่อชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในประเภท "ภายใต้การคุ้มครองพิเศษ" (Pr; SEMARNAT 2010) https://www.iucnredlist.org/species/55948562/55948580
การขยายพันธุ์---เมล็ด แยกหน่อ -การเพาะเมล็ด ควรเพาะเมล็ดสด ใช้เวลาในการงอก 3-4 เดือน ที่อุณหภูมิ 23-27°C


                                                    Guadalupe palm /Brahea edulis

[brah-HEH-ah] [eh-DOO-liss]

                             

Picture 1,2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_edulis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea edulis H.Wendl. ex S.Watson (1876)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664901-1#synonyms
---Erythea edulis (H.Wendl. ex S.Watson) S.Watson (1880)
ชื่อสามัญ---Guadalupe palm, Guadalupe Fan Palm
ชื่ออื่น---;[CHINESE: Da guo chang sui lü, Ke shi ai ta zong .];[FRENCH: Palmier de la Guadeloupe.];[GERMAN: Guadalupe Braheapalme, Guadalupe-Palme.];[ITALIAN: Palma di Guadalupe.];[JAPANESE: Mekishiko-hakusen'ya.];[MEXICO: Palma de Guadalupe.];[PORTUGUESE: Palmeira-de-Guadalupe, Palmeira-doce.];[RUSSIAN: Gvadelupskaya pal'ma.];[SPANISH: Palmera de Guadalupe.];[SWEDISH: Guadalupepalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---EYHSA (Preferred name: Brahea edulis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อของสปีชีส์ 'edulis' มาจากภาษาละติน "edo" ซึ่งแปลว่ากินและหมายถึงเมล็ดซึ่งถือว่ากินได้
Brahea edulis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน. จากอดีต Sereno Watson (1826–1892) นักพฤกษศาสตร์ชาวสหรัฐฯ และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยSereno Watson (1826–1892) นักพฤกษศาสตร์ชาวสหรัฐฯ ในปี พ.ศ.2419
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) มีถิ่นกำเนิด บนเนินหินภูเขาไฟและหน้าผา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกัวดาลูเป้ของเม็กซิโกเท่านั้น พบที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล ระหว่าง 400 -1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นเป็นปาล์มต้นเดี่ยว ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10 - 12 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นได้สูงสุด 40 ซม. ลำต้นสีน้ำตาลเทา ฐานใบยังคงอยู่เป็นเวลาหลายปี ใบรูปพัด (costapalmate) ใบสีเขียวอ่อนกว้าง1-1.5เมตร ก้านใบยาว1-1.5เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) เป็นสปีชีส์เดียวของ Brahea ที่มีดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ออกดอกเป็นลำดับสองคำสั่ง ยาวได้ถึง 1.2 เมตร ช่อดอกสั้นกว่าใบและมองไม่เห็นทางใบ ทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียมีสีเหลือง ผลทรงกลมกว้างประมาณ 3.5 ซม.สีเขียวมะกอกเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีดำ

                                                       

Picture 1,2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_edulis

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ในเขตภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เขตร้อนไปจนถึงเขตอบอุ่น มันสามารถทนต่อน้ำค้างแข็งได้ถึง -7 °C อยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี เติบโตได้ดีบนดินทุกประเภท แต่บางครั้งอาจต้องการปุ๋ยแมกนีเซียมเสริมในพื้นที่ที่มีดินที่เป็นด่างมากเกินไป ทนต่อลมและสภาวะเค็ม ทนต่อความร้อนและความแห้งแล้ง อัตราการเติบโต 7"-9"ต่อปี อายุยืนยาว 50 ถึง 150 ปี ต้องการการดูแลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
การรดน้ำ---ต้องการน้ำน้อย น้ำเท่าที่จำเป็นขั้นต่ำ อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขังมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
- เป็นที่ทราบกันดีว่าใบไม้ที่ตายแล้วเป็นอันตรายจากไฟไหม้และเป็นที่พักอาศัยสำหรับสัตว์ฟันแทะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องกำจัดออก ให้ตัดแต่งกิ่งปาล์ม เมื่อใบแก่ตาย ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีมาก และต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม เช่นเดียวกับปาล์มอื่นๆ การขาดโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอาจเกิดขึ้นได้ และควรให้อาหารเสริมแร่ธาตุในปริมาณที่แนะนำเพื่อป้องกันหรือรักษาอาการขาดดังกล่าว
ศัตรูพืช/โรคพืช---Rhynchophorus ferrugineus (ด้วงงวงปาล์มสีแดง), Ilyonectria palmarum ; Paysandisia archon (หนอนเจาะปาล์มอเมริกาใต้)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีก้านใบมีหนาม ใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การขุดย้าย---ถึงจะมีระบบรากที่หยั่งลึก ก็สามารถขุดย้ายได้หลายครั้งแม้จะมีขนาดใหญ่มาก แม้ว่ารากเนื้อหนาจะแตกออกและแห้งในระหว่างการย้ายปลูก แต่พืชก็จะออกรากใหม่อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือต้องใช้ไม้ค้ำยันที่มั่นคง
ใช้ประโยชน์---ใช้เป็นอาหารในท้องถิ่น
ใช้กิน---ผลไม้เนื้อหวานกินสดหรือใช้ทำแยมได้ ยอดอ่อน - สุกใช้กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับทั่วโลกในสภาพกึ่งร้อนชื้น ใช้ในการจัดสวนในงานภูมิทัศน์ ค่อนข้างเป็นที่นิยมในแคลิฟอร์เนียและพื้นที่ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของเม็กซิโก [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการลดลงของประชากรดั้งเดิม เมล็ดและต้นอ่อนถูกเหยียบย่ำและถูกกินโดยแพะ ภัยคุกคามหลักคือการนำแพะเข้ามาซึ่งทำให้พืชในท้องถิ่นเสื่อมสภาพและสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2547 ได้มีการดำเนินโครงการกำจัด (Garcillán 2008) ดังนั้นจึงไม่มีภัยคุกคามต่อสายพันธุ์ในปัจจุบัน ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท "ความกังวลน้อยที่สุด"
สถานะการอนุรักษ์---LC- Least Concern - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2022)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E. & Samain, M.-S. 2022. Brahea edulis. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38455A55948952. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T38455A55948952.en. เข้าถึงเมื่อ 4 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---มี 61 คอลเลคชัน นอกแหล่งกำเนิด (BGCI 2021) ชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในประเภท "อยู่ภายใต้การคุ้มครองพิเศษ" (Pr; SEMARNAT 2010) ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (E) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 (EN) โดย IUCN Red List ชนิดนี้พบได้ทั้งหมดในเขตสงวนชีวมณฑล "Isla Guadalupe" (Baja California) ขอแนะนำให้กำหนดกิจกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ทางเลือกในการดำรงชีวิตแทนการทำลายป่า ข้อบังคับทางกฎหมาย และการชำระเงินเพื่อการอนุรักษ์ ในทำนองเดียวกัน การติดตามแนวโน้มที่อยู่อาศัยก็จะเป็นประโยชน์
การขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด การงอกของเมล็ดสดใช้เวลา 3-6 เดือน ที่อุณหภูมิ 25°C จำเป็นต้องแช่เมล็ดในน้ำอุ่นเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งการงอก เมล็ดสร้างรากแก้วยาวก่อนแตกใบ ต้องปลูกในกระถางลึกหรือปลูกโดยตรง อัตราการเจริญเติบโตของต้นกล้าจะช้า


        Dwarf Rock Palm /Brahea moorei

[brah-HEH-ah] [moor'-ee]

                  

Picture 1---Algarve/Portugal. Photo by Charles Wychgel.https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_moorei
Picture 2---At Gary's place. South Escondido, CA. Photo by Gary T. Le Vine.https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_moorei

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea moorei L.H.Bailey ex H.E.Moore (1951)  
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-24025
ชื่อสามัญ---Dwarf Rock Palm, Spearmint Rock Palm
ชื่ออื่น---[MEXICAN: Palmilla enana azul;]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- สหรัฐอเมริกา , เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่ Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อของสปีชีส์ 'moorei' ตั้งชื่อตาม Charles Moore (1820 –1905) ผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์ในศตวรรษที่ 19
- ความหมายอื่น:ตั้งชื่อตาม David Moore (1933 – 2013) น้องชายของ Charles Moore และผู้ดูแลสวน Glasnevin ประเทศสกอตแลนด์
Brahea moorei เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Liberty Hyde Bailey (1858-1954) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน จากอดีต Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2494
ที่อยู่อาศัย---พบใน Sierra Madre Oriental ในเม็กซิโกตะวันออกเฉียงเหนือ (Tamaulipas, San Luis Potosí, Querétaro, Hidalgo) พบอยู่ในป่าโอ๊กที่สูงและแห้งบนเนินเขาหินปูน ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลระหว่าง 1500 -2,000 เมตร

                                             

Picture 1---Brahea moorei shining in the woodland on a slightly more open and drier slope. This really is a beautifully elegant palm, holding it's heavily waxy glaucous leaves upright for inspection with long inflorescences drooping over the whole plant. A trunked Brahea dulcis lurks behind. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_moorei
Picture 2---Photo-Adventures in Mexico. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_moorei

ลักษณะ---Brahea นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สับสนกับ Brahea ตัวอื่น เป็นปาล์มขนาดเล็กที่มีลำต้นใต้ดินแนวนอน สูง 0.90-1.2 เมตร เป็นปาล์มแคระทางพันธุกรรม มีก้านใบไม่มีหนาม (คิดว่ามีเพียง Brahea ชนิดอื่นที่มีก้านใบไม่มีหนามคือ B.calcarea) ใบสีเขียวมันวาวด้านใต้ใบสีขาว ใบจริงใบแรกจะปรากฏขึ้นเมื่ออายุประมาณสามถึงสี่ปีและมีความกว้างประมาณ 15- 22.5 ซม.ใช้เวลาประมาณสิบปีในการเจริญเติบโตเต็มที่และสร้างการเคลือบขี้ผึ้งบนสต็อกดอกไม้และใบไม้ที่เพิ่งเกิดใหม่ ช่อดอก(monoecious) ออกที่ปลายยอดไม่สมบูรณ์เพศ ผลสุกสีม่วงดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ในการเพาะปลูก เหมาะสำหรับภูมิอากาศเขตอบอุ่นและกึ่งเขตร้อน และสามารถทนต่อน้ำค้างแข็งรุนแรงได้ถึง -10°C (14°F) โดยไม่มีความเสียหาย (USDA Hardiness Zone: 8a- 10b) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) มีแสงแดดเป็นบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) มีร่มเป็นบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ชอบดินร่วนปนทราย pH 6.6 - 7.5 (เป็นกลางถึงเป็นด่างเล็กน้อย) ทนต่อความแห้งแล้ง อัตราการเติบโต ช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง พืชดังกล่าวต้องการให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขังมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า
การตัดแต่งกิ่ง---ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีมาก และต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม เช่นเดียวกับปาล์มอื่นๆ การขาดโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอาจเกิดขึ้นได้ และควรให้อาหารเสริมแร่ธาตุในปริมาณที่แนะนำเพื่อป้องกันหรือรักษาอาการขาดดังกล่าว
ศัตรูพืช/โรคพืช--- Palmetto weevils (มอดต้นปาล์มชนิดเล็ก)/ โรครากเน่าและโคนเน่าจากเชื้อรา Phytophthora
รู้จักอ้นตราย--- None reported
ใช้ประโยชน์---เป็นปาล์มหายากมักพบในผู้ที่ชื่นชอบและในคอลเลคชั่นของนักสะสม
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามหลักของสายพันธุ์นี้คือการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสำหรับการก่อสร้างถนน ชนิดนี้ขึ้นตามขอบถนนบนพื้นที่สูงซึ่งมักถูกฝนชะล้างหรือพังทลายได้ง่าย อีกทั้งประชากรได้รับผลกระทบจากการขยายถนน และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern  - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2015)
source: Quero, H. & López-Toledo, L. 2015. Brahea moorei. The IUCN Red List of Threatened Species 2015: e.T55949043A55949106. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2015-2.RLTS.T55949043A55949106.en.  เข้าถึงเมื่อ 4 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล Sierra Gorda  
ขยายพันธุ์---เมล็ด อัตราการงอกดีเยี่ยมแม้ว่าอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งปี ไม่มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ในช่วงฤดูแล้ง (Palm Society, Northern California)


                                                 Furry Hesper Palm /Brahea pimo

[brah-HEH-ah] [PEE-moh]

                        

Picture 1---In habitat. Photo-Rare Palm Seeds.com. https://www.rarepalmseeds.com/brahea-pimo
Picture 1---The Huntington Botanical Gardens. Photo by Growin. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_pimo

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea pimo Becc (1907)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-24028
---Acoelorrhaphe pimo (Becc.) Bartlett (1935)
---Erythea pimo (Becc.) H.E.Moore (1951)
ชื่อสามัญ---Furry Hesper Palm
ชื่ออื่น--Unknown (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์--- เม็กซิโกและอเมริกากลาง
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่ Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อของสปีชีส์ 'pimo'
Brahea pimo เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีในปี พ.ศ.2450
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ขึ้นอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก (Jalisco, México State, Guerrero, Michoacán) บราเฮียที่หายากนี้ถูกจำกัด ให้อยู่ในป่าผลัดใบเขตร้อน ป่าสน ป่าโอ๊ก ในพื้นที่ใกล้ลำธารและบนเนินเขาหินปูนที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล ระหว่าง 400 - 2,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงประมาณ 2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 ซม.ปกคลุมด้วยฐานใบเก่า Crownshaft ไม่มี ใบรูปพัด (Costapalmate) แผ่นใบเกือบเป็นวงกลม ขอบใบจักลึก มี 8-12 ใบบนมงกุฎ สีเขียวอ่อนถึงสีเขียวอมน้ำเงิน ใบดูเหมือนมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับก้านใบที่ค่อนข้างบางก้านใบ มีไคลสีชมพู-ขาวปกคลุมบนพื้นผิวทั้งสองชั้นค่อนข้างหนาแน่น มีหนามเล็กผิดปกติแต่คมลักษณะคล้ายใบเลื่อยตามขอบที่มีเส้นสีดำตามขอบของก้านใบ ลักษณะก้านใบโทโมโลสและขนด้านล่างที่มีขนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีก้านใบที่มีสีสันสวยงาม (สีชมพู ส้ม และสีเขียวอ่อนหลายเฉด) และใบกลมที่สมบูรณ์แบบ ถือว่าเป็นดาวแคระตามมาตรฐานส่วนใหญ่ ช่อดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกยาว 1.5 เมตร ผลเมื่อสุกสีเหลืองขนาด 1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 9a) ต้องการแสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) หรือกรองแสงบางส่วนขณะต้นยังเล็ก ปรับให้เข้ากับดินได้ทุกชนิดถึงแม้ว่าชอบดินที่เป็นด่างเล็กน้อย และดินต้องมีการระบายน้ำที่รวดเร็ว ทนร้อนและความแห้งแล้ง การเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำน้อย รดน้ำเท่าที่จำเป็น อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขังมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า
การตัดแต่งกิ่ง---ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช--- Palmetto weevils (มอดต้นปาล์มชนิดเล็ก)/ โรครากเน่าและโคนเน่าจากเชื้อรา Phytophthora
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามตามก้านใบที่เล็กและคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์----ใช้ปลูกประดับ ความต้องการน้ำน้อยและทนแล้ง เหมาะกับสวน Xeriscape (Xeriscaping ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง) พบยากมากในป่าและหายากมากในการเพาะโดยมีพืชเพียงไม่กี่ต้นที่ปรากฏในคอลเลกชันนักสะสม
อื่น ๆ---เส้นใยจากใบไม้ชนิดนี้มีการซื้อขายในตลาดท้องถิ่นและใช้ในท้องถิ่นในงานหัตถกรรม (Henderson et al . 1995)
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของเม็กซิโก [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากในบางส่วนของช่วงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสำหรับการเกษตรและฟาร์มปศุสัตว์ ต้นอ่อนและต้นกล้าทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไป อย่างไรก็ตามในพื้นที่อื่น ๆ มีประชากรจำนวนมากและมั่นคง และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2021)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Brahea pimo. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38457A56800527. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T38457A56800527.en. เข้าถึงเมื่อ 4 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---มี 4 คอลเลคชัน นอกสถานที่ (BGCI 2021) ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (V) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 (VU) โดย IUCN Red List (Quero 1998) สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติ "Insurgente José María Morelos" (Michoacán) และ "Grutas de Cacahuamilpa" (Guerrero) https://www.iucnredlist.org/species/38457/56800527
ขยายพันธุ์---เมล็ด


                                 Salvadorian Rock Palm /Brahea salvadorensis

[brah-HEH-ah] [sal-vah-dor-EN-sis]

                                    

Picture 1---SoCal. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_salvadorensis
Picture 2---Huntington Botanical Gardens, CA. Photo by Growin. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_salvadorensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea salvadorensis H.Wendl. ex Becc.(1951)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:36076-2#synonyms
---Erythea salvadorensis (H.Wendl. ex Becc.) H.E.Moore (1951)
---Acoelorraphe salvadorensis (H.Wendl. ex Becc.) Bartlett (1935)
---Acoelorraphe cookii Bartlett (1935).
---Erythea cookii (Bartlett) H.E.Moore  (1951).
ชื่อสามัญ--- Salvadorian Rock Palm, Elsalvardor Brahea Palm
ชื่ออื่น---[SPANISH: Brahea d'Elsalvardor.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, เบลีซ, ฮอนดูรัส, นิการากัว, เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'salvadorensis' คำคุณศัพท์ที่หมายถึง ภูมิศาสตร์สถานที่ในเอลซัลวาดอร์
Brahea salvadorensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2451
ที่อยู่อาศัย---พบทางภาคกลางตอนเหนือในเอลซัลวาดอร์และนิการากัว เติบโตบนเนินหินแห้ง บางครั้งในป่าสนและป่าเต็งรัง (แห้ง) หรือป่ากึ่งผลัดใบจากความสูงที่ระดับ 800 - 1,200 เมตร บนดินที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาไฟ

                        

Picture 1---Huntington Botanical Gardens, CA. Photo by Growin. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_salvadorensis
Picture 2---Trunk Detail.SoCal. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_salvadorensis

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ขนาดกลาง สูงประมาณ 6 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 12 - 20 ซม.มีกาบใบเก่าและก้านใบเก่าติดแน่นถาวรเกือบตลอดความยาวลำต้น มีใบรูปพัดที่ใหญ่ (Costapalmate) แผ่นใบจักลึกเกือบครึ่งใบ ประกอบด้วยแฉกที่แยกจากสะดือ 70 แฉก ยาว 85 ซม.กว้าง1-2ซม. ก้านใบยาวมีหนามขอบคมชัดซี่เล็ก ๆ เลยขึ้นมาเกือบถึงฐานใบ ช่อดอกออกจากซอกใบ (interfoliar) ตั้งตรงแยกแขนง ยาว 1-1.5 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกสีเหลืองอ่อน ผลกลมรี สุกสีดำเนื้อผลมักจะติดอยู่กับเมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- (Cold Hardiness Zone: 9a) ต้องการแสงแดดจัด 80-100 % (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน)) และดินมีการระบายน้ำที่ดี สามารถปรับตัวให้เข้ากับดินที่ไม่ดีและดินที่เป็นด่าง ทนต่อความแห้งแล้งและน้ำค้างแข็งได้
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง พืชดังกล่าวต้องการให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไปไม่ทนต่อน้ำท่วมขังมักจะทำให้ลำต้นหรือรากเน่า
การตัดแต่งกิ่ง---ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช--- Palmetto weevils (มอดต้นปาล์มชนิดเล็ก)/ โรครากเน่าและโคนเน่าจากเชื้อรา Phytophthora
รู้จักอ้นตราย--- พืชมีหนามตามก้านใบที่เล็กและคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ซึ่งหายากมากมักพบในผู้ที่ชื่นชอบและในคอลเลคชั่นของนักสะสม เหมาะสำหรับสวน Xeriscape [Xeriscaping (ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง).]
ภ้ยคุกคาม---เนื่องจาก ไม่มีการศึกษาใด ๆ แต่เป็นไปได้ว่าการกระจายของมันถูกจำกัดอย่างมากเนื่องจากความเฉพาะเจาะจงที่ดูเหมือนจะมีในแง่ของที่อยู่อาศัย เฉพาะพื้นที่ของเอลซัลวาดอร์เท่านั้นที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการป้องกันในระดับหนึ่ง แต่โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่าสายพันธุ์นี้กำลังลดลงอย่างชัดเจน ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท "ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต"
สถานะการอนุรักษ์---CR - CRITICALLY ENDANGERED A4c - ver 3.1 -  IUCN Red List of Threatened Species (2020)
source: Linares, J. 2021. Brahea salvadorensis. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T55949351A154368759. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-1.RLTS.T55949351A154368759.es.  เข้าถึงเมื่อ 4 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---จำเป็นต้องมีการศึกษาประชากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังพบได้ในท้องถิ่นของฮอนดูรัสและนิการากัว https://www.iucnredlist.org/species/55949351/154368759
ระยะออกดอก---เดือนสิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาการงอก 2-4 เดือน


                                   Sarukhan's Hesper Palm /Brahea sarukhanii

[brah-HEH-ah] [sah-rook-HAN-ee]

                               

Picture 1---The Huntington Botanical Garden, CA.Photo by Ken Greby. https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_sarukhanii
Picture 2---Huntington Botanical Gardens. CA. Photo by Fred.  https://www.palmpedia.net/wiki/Brahea_sarukhanii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Brahea sarukhanii H.J.Quero (2000)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-24034
ชื่อสามัญ---Sarukhan's Hesper Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BHQSS (Preferred name: Brahea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Brahea' ให้เป็นเกียรติแก่Tycho Brahe (1546-1601) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ; ชื่อสายพันธุ์ 'sarukhanii'
Brahea sarukhanii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Dr. Hermilo Jorge Quero Rico ในปี พ.ศ.2543
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกตะวันตกเฉียงใต้ ชายฝั่งตะวันตก ตอนกลาง และพื้นที่โดยรอบของเม็กซิโก กวาดาลา ปาล์มนี้เพิ่งได้รับการอธิบายเมื่อไม่นานมานี้จากถิ่นที่อยู่ของมันซึ่งครอบครองพื้นที่เล็ก ๆ บนพรมแดนระหว่างรัฐ Nayarit และ Jalisco ของเม็กซิโก ซึ่งมันเติบโตในเขตร้อนชื้นและป่าสนโอ๊ก อยู่บนภูเขาที่ระดับความสูงระหว่าง 1,100 ถึง 1,650 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงประมาณ  5เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น10-15ซม มีกาบใบเก่าและก้านใบเก่าติดแน่นถาวรเกือบตลอดความยาวลำต้น.ใบมี12-18 ใบในมงกุฎ ใบรูปพัด (palmate) จักลึกถึงครึ่งใบ ปลายใบแผ่นพับมีสองส่วนที่แยกอิสระแต่ละส่วนมีปลายยอดปราณีตโดดเด่น  ความยาวของใบ1.6 เมตร ก้านใบยาว 45-90 ซม.มีหนามซี่เล็กยาว 1.2 มม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณเดียวกับใบ ยาว 1.2-1.5 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเดี่ยวสีขาวครีม ผลรูปไข่ถึงเกือบเป็นรูปขอบขนาน ขนาด 18-20 x 12-16 มม.เมล็ด รูปขอบขนาน เรียบ ขนาด 14-16 x 12-13 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 8b-10b) ต้องการแสงแดดเต็มที่ ดินระบายน้ำได้เร็ว ทนแล้งทนต่อความเย็นจัด อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
ใช้ประโยชน์---เป็นพืชพื้นเมืองที่อยู่ในระยะที่ยังคงหายากมากในการเพาะปลูก
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก แท็กซอนอาจถูกคุกคามจากการตัดไม้ทำลายป่าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสำหรับกิจกรรมการเกษตรและการเลี้ยงปศุสัตว์ ต้นไม้ที่โตเต็มวัยจะถูกทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ต้นกล้าและต้นอ่อนจะถูกกำจัดออกเมื่อมีการเคลียร์พื้นที่ ป้องกันการเกิดใหม่ ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท "ใกล้สูญพันธุ์" มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่า (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii) - IUCN Red List of Threatened Species.(2021)
source: Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Brahea sarukhanii.The IUCN Red List of Threatened Species 2022:e.T55949194A55949200.https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T55949194A55949200.en. เข้าถึงเมื่อ  4 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์---* มี 5 คอลเลคชัน นอกสถานที่ (BGCI 2021) สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ "CADNR 043 Estado de Nayarit" (Aguascalientes, Durango, Jalisco, Nayarit, Zacatecas) ขอแนะนำให้เพิ่มความพยายามในการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจขนาดประชากร การกระจายตัว และแนวโน้มของBrahea sarukhaniiให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมแผนปฏิบัติการ/ฟื้นฟูสายพันธุ์ที่เป็นไปได้ และจำเป็นต้องพิจารณาธนาคารทรัพยากรจีโนมเป็นตัวชี้วัดจากแหล่งกำเนิดการอนุรักษ์ นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ดำเนินกิจกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ทางเลือกในการดำรงชีวิตแทนการทำลายป่า ข้อบังคับทางกฎหมาย และการชำระเงินเพื่อการอนุรักษ์ ในทำนองเดียวกัน การติดตามแนวโน้มที่อยู่อาศัยก็จะเป็นประโยชน์ ดูที่ https://www.iucnredlist.org/species/55949194/55949200
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Borassodendron (bor-ras-oh-DEN-dron) มีสองสายพันธุ์ เป็นปาล์มพื้นเมืองในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่  (ในหน้านี้แสดง 1 สายพันธุ์)
1 Borassodendron borneense J.Dransf -เกาะบอร์เนียว
2 Borassodendron machadonis ( Ridl. ) Becc. - ภาคใต้ของประเทศไทย (ชื่อไทยคือ ช้างร้องไห้ ดูที่ ปาล์ม 5) คาบสมุทรมาเลเซีย

 Borneo Giant Fan Palm /Borassodendron borneense

[bor-ras-oh-DEN-dron] [bohr-neh-EN-seh]


Picture 1,2---Brunei Darussalam, Malaysia.Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
https://www.palmpedia.net/wiki/Borassodendron_borneense

ชื่อวิทยาศาสตร์---Borassodendron borneense J. Dransf. (1972)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name. See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl/record/kew-22997
ชื่อสามัญ---Borneo Giant Fan Palm
ชื่ออื่น---Local name; [INDONESIA: Bidang (solitary – Borneo).]; [MALAYSIA:  Medang (East Kalimantan).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BDXSS (Preferred name: Borassodendron sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย อินโดนีเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Borassodendron' ชื่อสกุลคือการรวมกันของชื่อสกุล Borassus และชื่อเรียกในภาษากรีกว่า "déndron" = ต้นไม้ โดยอ้างอิงถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างสกุลทั้งสอง ; ชื่อสายพันธุ์ 'borneense' ความหมาย จากเกาะบอร์เนียวอ้างอิงถึงแหล่งกำเนิด
Borassodendron borneense เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2515
ที่อยู่อาศัย---พบในเเกาะบอร์เนียวและขึ้นกระจายในป่าดิบชื้นกึ่งทึบของ มาเลเซียและอินโดนีเซีย
ลักษณะ---แตกต่างจากB.machadonis (ช้างร้องไห้) คือมีลำต้นที่เรียวบางกว่าและมีใบร่วงเล็กน้อย เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ขนาดกลาง สูงประมาณ 12 เมตร ลำต้นหนาใบรูปพัด(Costapalmate) ขอบใบจักลึกเกือบถึงสะดือ ใบสีเขียวเข้มและมันวาว ด้านล่างของใบไม้เป็นสีขาวที่โดดเด่น ช่อดอกออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลขนาดใหญ่ ขนาด 10 ซม เมื่อสุกสีเขียวอมน้ำตาล.มี 3 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 11) เติบโตได้ในตำแหน่งแสงแดดจัด (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) หรือมีร่มเงาเล็กน้อยและกำบังลมแรงซึ่งอาจทำให้ใบไม้เสียหาย ไม่เฉพาะเจาะจงกับดิน หากเป็นดินลึก ระบายน้ำดี และชื้น ปรับตัวได้อย่างกว้างขวางและยังสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่ไม่ดี อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช แต่อาจต้องใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันใบเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---ต้องระวังเป็นพิเศษที่คมตัดของก้านใบซึ่งอาจทำให้เป็นแผลลึกได้
ใช้ประโยชน์---พืชที่เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและแหล่งที่มาของไม้
ใช้กิน---ใบอ่อนปรุงสุก เมล็ดอ่อน ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ--- เป็นปาล์มที่สวยงาม แต่หายากมากในการเพาะปลูก
อื่น ๆ---ลำต้นถูกเลื่อยให้เป็นแผ่นและใช้สำหรับการก่อสร้างบ้าน
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ระยะเวลางอก 2-4 เดือนที่อุณหภูมิ 24-26°C


สกุล Butia (boo-TEE-ah) เป็นสกุลปาล์มพื้นเมืองในอเมริกาใต้ประเทศบราซิล ,ปารากวัย ,อุรุกวัยและอาร์เจนตินา หลายชนิด ผลิตผลไม้ที่บริโภคได้ ซึ่งบางครั้งใช้ทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารอื่น ๆ สายพันธุ์ที่ยอมรับ 20 สายพันธุ์ ดังต่อไปนี้ (ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)
1 Butia archeri (Glassman) Glassman - Goiás , Brasília , Minas Gerais ,เซาเปาโล
2 Butia arenicola (Barb.Rodr.) Burret - Mato Grosso do Sul , ปารากวัย
3 Butia campicola (Barb.Rodr.) Noblick - Mato Grosso do Sul, ปารากวัย
4 Butia capitata (Mart.) Becc. - Minas Gerais, Goiás, Bahia
5 Butia catarinensis Noblick & Lorenzi - Rio Grande do Sul ,ซานตากาตารีนา
6 Butia eriospatha (Mart. ex Drude) Becc - ปาล์ม butia  - Paraná , Rio Grande do Sul, Santa Catarina
7 Butia exilata Deble & Marchiori - Rio Grande do Sul
8 Butia exospadix Noblick - Mato Grosso do Sul, ปารากวัย
9 Butia lallemantii Deble & Marchiori - Rio Grande do Sul, อุรุกวัย
10 Butia lepidotispatha Noblick - Mato Grosso do Sul, ปารากวัย
11 Butia leptospatha (Burret) Noblick - Mato Grosso do Sul, ปารากวัย
12 Butia marmorii Noblick - Alto Paranáในปารากวัย
13 Butia matogrossensis Noblick & Lorenzi - Mato Grosso do Sul
14 Butia microspadix Burret - Paraná, São Paulo
15 Butia odorata (Barb.Rodr.) Noblick - ปาล์มเยลลี่อเมริกาใต้, วุ้นปาล์ม,ปาล์ม pindo  - Rio Grande do Sul, อุรุกวัย
16 Butia paraguayensis (Barb.Rodr.) LH Bailey - Dwarf yatay palm- บราซิล, อาร์เจนตินา, ปารากวัย, อุรุกวัย
17 Butia pubispatha Noblick & Lorenzi - Paraná
18 Butia purpurascens Glassman - Goiás, Minas Gerais
19 Butia witeckii K.Soares & S. Longhi - Rio Grande do Sul
20 Butia yatay (Mart.) Becc - วุ้นปาล์ม, yatay palm - Rio Grande do Sul, อุรุกวัย, อาร์เจนตินา

  Dwarf Yatay Palm /Butia paraguayensis

[boo-TEE-ah] [par-ah-gway-EN-sis]


Picture 1---Extreme N.W. Uruguay. Photo by Gaston Torres Vera. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_paraguayensis
Picture 2---Los Angeles arboretum, CA. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_paraguayensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Butia paraguayensis (Barb.Rodr.) L.H.Bailey (1936)
ชื่อพ้อง---Has 14 Synonyms.
---Basionym: Cocos paraguayensis Barb.Rodr. (1899).http://legacy.tropicos.org/Name/2401534
---Butia yatay subsp. paraguayensis (Barb.Rodr.) Xifreda & Sanso.(1996)
---Syagrus paraguayensis (Barb. Rodr.) Glassman.(1970)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:38722-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Dwarf yatay, Arrastradiza palm, Dwarf Yatay Palm, Bitter coconut, Butia from Paraguay.
ชื่ออื่น---;[ARGENTINA: Yatay poñi, Yatay enano.];[BRAZIL: Coco amargoso (Sao Paulo).];[FRENCH: Palmier yatay nain.];[GERMAN: Zwerg-Yataypalme.];[PARAGUAY: Yatay guazu, yata'i.];[PORTUGUESE: Butia-do-cerrado, Coco-amargoso.];[SPANISH: Yatay poñi.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BUJPA (Preferred name: Butia paraguayensis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล ปารากวัย อาร์เจนตินา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Butia' มาจากภาษาโปรตุเกสของชื่อพื้นเมือง, ความหมาย “thorny”, “dentate”, หมายถึงหนามที่มีอยู่บนก้านใบ ; ชื่อของสายพันธุ์จาก neo - Latin 'paraguayensis' = ที่มาจากปารากวัย
Butia paraguayensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Jo?o Barbosa Rodrigues (1842-1909) นักพฤกษศาสตร์ชาวบราซิลและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Liberty Hyde Bailey (1858-1954) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2479


ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศบราซิล, ปารากวัย, อุรุกวัยและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาร์เจนตินา เติบโตใน Cerrado (ประเภทของทุ่งหญ้าสะวันนา) เกิดขึ้นในดินที่มีการระบายน้ำได้ดีและมักเป็นดินทราย ใน Rio Grande do Sul ประเทศบราซิลพบเฉพาะที่เติบโตบนดินเหนียว (อาจเป็นดินลูกรัง) ที่ระดับความสูง 100 ถึง 300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีความแปรปรวนมากในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นลำต้นแบบ Acaulescent (ขาดลำต้นที่มองเห็นได้) อยู่ในดิน สั้นมาก หรืออาจไปได้ ถึง3-4เมตร ในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ หรือ เป็นต้นเดี่ยวสูง 1-3 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นตั้งแต่ 10-20 ซม.ลำต้นปกคลุมด้วยเศษซากของใบที่ตาย ใบรูปขนนก (pinnate) สีฟ้า-เขียว ใบย่อย 6-20  คู่ รูปขอบขนานเชิงเส้นขนาด 45-50 ซม. x 0.8-1.5 ซม. มีปลายใบแหลมและไม่สมมาตรกระจายอย่างสม่ำเสมอ ใบย่อยงอโค้งมาก ทางใบยาว 2.5 เมตร ก้านใบรูปตัวV ขอบก้านใบมีหนาม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกออกเป็นช่อสั้นแยกแขนง ยาว 30-40 ซม. ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศเมียอยู่ด้านบน ขนาด0.6-0.9 ซม.ดอกเพศผู้อยู่ต่ำกว่าขนาด 0.4-0.7 ซม. ผลไม้มีลักษณะแปรปรวนและอาจมีรูปร่างเป็นทรงกรวยหรือทรงรี รวมทั้งมีสีเขียว ม่วง แดง ส้ม หรือเหลืองเมื่อแก่ ผลไม้มีขนาด 3-4 x 2-3 ซม. ฉ่ำน้ำ มีเส้นใยเล็กน้อย มีรสหวานอมเปรี้ยว มีฐาน perianth ถาวรและเมล็ดขนาดใหญ่ 1-3 เม็ดที่มีเอนโดสเปิร์ม เป็นเนื้อ เดียวกัน  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA hardiness zones: 8-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดครึ่งวันได้ เมื่อปลูกในที่ที่มีแสงแดดมากจะมีขนาดเล็กลงและมีสีของใบที่ลึกกว่า ทนต่ออุณหภูมิต่ำได้ดี (สูงถึง -11 ° C) ปรับตัวเข้ากับดินทุกสภาพที่มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ทนแล้งได้ดีในสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งและร้อน แต่ชอบสภาพอากาศที่มีฝนตกชุกและพิสูจน์แล้วว่าทนต่อสภาวะต่างๆ ได้หลากหลาย ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกในฤดูร้อน ดูเหมือนว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ แต่มันไม่ต้องการอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างสามารถเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปลดปล่อยช้า การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---ทนทานต่อศัตรูพืช/โรค
รู้จักอ้นตราย--- None reported


Picture 1---Extreme N.W. Uruguay. Photo by Gaston Torres Vera. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_paraguayensis
Picture 2---SoCal. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_paraguayensis

ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้กินได้ฉ่ำเล็กน้อยรสหวานอมเปรี้ยว ตายอดหรือ หัวใจปาล์ม กินเป็นผัก
- ในปารากวัย ผลไม้และแก่นปาล์มถูกกินโดยชุมชนชนเผ่าท้องถิ่น (Ava Chiripá, Aché และอื่นๆ)
- ในอาร์เจนตินา ผลไม้นี้ไม่ถือว่ากินได้
ใช้เป็นยา---เชื่อกันว่าผลดิบสีเขียวใช้ประโยชน์ในการต่อสู้กับหนอนในลำไส้
ใช้ปลูกประดับ---ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะเป็นปาล์มประดับ แต่การปลูกเลี้ยงยังไม่แพร่หลายนักแต่ก็สามารถปลูกได้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน
อื่น ๆ---ใบใช้ทำหมวกและงานหัตถกรรม
- ในปารากวัย ผลไม้เป็นอาหารโปรดของหมาป่าซึ่งอาจเป็นตัวกระจายเมล็ดพืชที่สำคัญ นกแก้วและนกมาคอร์ใช้ประโยชน์จากผลสุกด้วย
การอนุรักษ์---ในปี 2560 Butia ทั้งสี่สายพันธุ์ ที่มีถิ่นกำเนิดในอุรุกวัยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามโค่นหรือเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล
- B. paraguayensis อยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด เนื่องจากการสูญเสียที่อยู่อาศัยจากกิจกรรมทางการเกษตรเช่นการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำป่าไม้  แกะและวัวควายกินต้นกล้า เกิดปัญหาการงอกใหม่ที่ร้ายแรงซึ่งเป็นอันตรายต่อความต่อเนื่องของพวกมันในอนาคตอันใกล้โดยมีการกระจายที่จำกัด ประชากรที่มีเพียง175 ต้นบนเนินเขาลูกเดียว
ขยายพันธุ์---เมล็ด เปอร์เซ็นต์ในการงอกต่ำ ใช้ระยะเวลาในการงอก 3-4 เดือน ต้นปาล์มอ่อนมักพบใต้ต้นปาล์มที่สามารถให้ผล


Yatay palm /Butia yatay

[boo-TEE-ah] [YAH-teh]


Picture 1---Brazil. Photo by Dr. Kelen Soares. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_yatay
Picture 2---Corrientes, Argentina. Photo by Jose A. Grassia. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_yatay

ชื่อวิทยาศาสตร์---Butia yatay (Mart.) Becc.(1916)
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms.
---Basionym: Cocos yatay Mart.(1844). https://www.gbif.org/species/2736247  
---Butia capitata subsp. yatay (Mart.) Herter.(1940)
---Calappa yatay (Mart.) Kuntze.(1891)
---Syagrus yatay (Mart.) Glassman. (1970)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:38727-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Yatay palm, Cocos-Yatay, Jelly palm.
ชื่ออื่น---[ARGENTINA: Butiá, Coco, Palma yatay, Yatay.];[BRAZIL: Butiá, Butiá-yataí, Coquiero jataí, Yataí.];[DUTCH: Yataypalm.];[FRENCH: Butia argentin.];[GERMAN: Yatay-Geleepalme.];[PORTUGUESE: Butiá-jataí.];[RUSSIAN: Butyya yatay.];[SPANISH: Yatay.];[URUGUAY: Palma yatay.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---BUJYA (Preferred name: Butia yatay.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อาร์เจนตินา, บราซิล, อุรุกวัย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Butia' มาจากภาษาโปรตุเกสในภาษาบราซิลของต้นปาล์ม = “spiny”, “toothed” แปลว่า "หนาม", "ฟัน" โดยอ้างอิงถึงหนามที่อยู่บนก้านใบ ; ชื่อเฉพาะ 'yatay' คือชื่อที่ชาวบ้านนำมาใช้จากคำภาษา Guaraní สำหรับระบุพันธุ์ปาล์มดังกล่าว yata'i ซึ่งหมายถึงผลไม้ลูกเล็กที่แข็ง
Butia yatay เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยOdoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2459
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินาในจังหวัด Misiones, Santa Fe, Corrientes และ Entre Rios ขึ้นเป็นป่าผืนใหญ่ในพื้นที่ทราย ในอุรุกวัยพบใน  Paysandli และ Rio Negro ที่ระดับความสูง 0-500 เมตร


Picture 1---Photo by Rudolf. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_yatay
Picture 2---Fruit Close-up. https://www.palmpedia.net/wiki/Butia_yatay

ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีความสูงที่สุดของทุกชนิดในสกุลButia เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 3-16 (-18) เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 35-40 ซม.ลำต้นปกคลุมด้วยฐานใบเก่าเป็นเวลานาน ในมงกุฏมีใบ 30 ใบหรือมากกว่า ใบรูปขนนก (pinnate) สีเทาอมน้ำเงินความยาวรวม 2.2-2.4 เมตร  ทางใบยาว 1.7-2 เมตร ก้านใบยาว 50-70 ซม.มีหนามหยาบที่ขอบโคนก้านใบยาวประมาณ 3 ซม. และเล็กลงเรื่อยๆ ก้านใบเริ่มต้นจากการตั้งตรง แต่โค้งอย่างรวดเร็ว ดังนั้นยอดของใบเกือบจะถึงพื้นหรือลำตัว ช่อดอกจะออกตามซอกใบ (Interfoliar) ออกเป็นแบบช่อแยกแขนงมีก้านดอกยาว 40–75 ซม.กว้าง 1.5-2.2 ซม. ราชิสของช่อดอกยาว 40–72 ซม. และมี 68-155 ราชิแล (แขนง) ซึ่งยาว 16–72 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (Monoecious) ดอกเดี่ยวสีเหลืองเรียงเป็นสามดอก (ดอกเพศเมียหนึ่งดอกระหว่างเพศผู้สองดอก) ยกเว้นส่วนปลายจะมีเฉพาะดอกเพศผู้ ดอกเพศเมียยาว 1-1.6 ซม.มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6-1 ซม.ดอกใหญ่ที่สุดในสกุล Butia ทั้งหมด ช่อดอกแสดงถึงปรากฏการณ์ของ proterandry (ดอกเพศผู้สุกก่อนดอกเพศเมีย) ที่เอื้อให้เกิดการผสมข้ามพันธุ์ ผลรูปไข่เมื่อสุกมียอดแหลมเด่น ยาว 3.5-4.8 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.2-2.8 ซม. มีเนื้อไม้ เป็นผลไม้ที่มีขนาดใหญ๋ที่สุดในสกุล ผลไม้อาจมีสีเหลือง ส้ม แดง หรือม่วง ในขณะที่เนื้อมีสีเหลือง หวาน ฉ่ำ และมีเส้นใยเล็กน้อย เอนโดคาร์ปแข็งรูปไข่ มี "จงอยปาก"หรือส่วนที่ยื่นออกมาที่ปลาย ยาว 2.2-3 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1.3 ซม.และมีเอนโดสเปิร์มที่เป็นเนื้อเดียวกัน มีเมล็ดตั้งแต่ 1 ถึง 3 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตตามธรรมชาติในสภาพอากาศที่มีฤดูแล้งเด่นชัด แต่สามารถประสบความสำเร็จในเขตกึ่งร้อนชื้น และเขตอบอุ่น (USDA hardiness zones: 9a) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ทนแดดครึ่งวันได้สามารถทนน้ำค้างแข็งในระยะสั้นที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -12 °C ชอบดินอินทรีย์ปนทราย แต่อาจเติบโตบนหินปูนและดินเหนียว เป็นกรดถึงเป็นด่างเล็กน้อย หากดินลึกและมีการระบายน้ำดี Butia yatay มีอายุอยู่ได้ถึงประมาณ 250 ปี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ทนแล้งได้ดีในสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งและร้อน แต่ชอบสภาพอากาศที่มีฝนตกชุกและพิสูจน์แล้วว่าทนต่อสภาวะต่างๆ ได้หลากหลาย ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกในฤดูร้อน ดูเหมือนว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยน้ำที่เพียงพอ แต่มันไม่ต้องการอยู่ในดินที่เปียกและเป็นโคลนอย่างต่อเนื่อง รากและลำต้นส่วนล่างสามารถเน่าได้หากดินมีความชื้นมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง อาจตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้ากิ่งยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปลดปล่อยช้า การขาดธาตุอาหารรองเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หากได้รับ Mn และ Fe ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลืองซึ่งค่อนข้างไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดธาตุอาหารรองจะปรากฏบนดินที่มีค่า pH สูงเท่านั้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---ทนทานต่อศัตรูพืช อาจไวต่อไรเดอร์ (spider mite) และแลงเกล็ด ( scale insects) /ไม่มีโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---อันตรายเล็กน้อยจากฟันบนก้านใบจำนวนมากแต่ไม่แหลมคม
การใช้ประโยชน์---ในท้องถิ่นใช้เป็นอาหารและยารักษาโรค
ใช้กิน---ผลดิบทำเป็นน้ำผลไม้ ทำบรั่นดี ผลสุกเนื้อเป็นเยื่อหนานุ่มมีรสหวานกินเป็นผลไม้  
ใช้เป็นยา---เนื้อเมล็ดเป็นยาแก้พยาธิ
ใช้ปลูกประดับ---นิยมปลูกและขายในญี่ปุ่นเป็นไม้ประดับสนามหญ้า
อื่น ๆ---เส้นใยที่ทนได้จากใบใช้ในการทำงานศิลปะและงานฝีมือต่างๆ ผลเป็นแหล่งอาหารสัตว์
- น้ำมันของเมล็ด มีลักษณะที่ดีสำหรับเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ
สถานะการอนุรักษ์ในท้องถิ่น---ในปี 2008 ในบราซิลถูกจัดให้อยู่ในประเภท 'ข้อมูลขาด' (DD) โดย Ministério do Meio Ambiente ของรัฐบาลกลาง
-ในปี 2012 สถานะการอนุรักษ์ในบราซิลได้รับการประเมินว่า 'อ่อนแอ' (VU) โดยCentro Nacional de Conservação da Flora แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง แต่ทั้งขนาดและคุณภาพของที่อยู่อาศัยที่เหลืออยู่ก็ถูกคุกคามเนื่องจากการขยายตัวของกิจกรรมป่าไม้และการเกษตร
การอนุรักษ์---Butia yatayได้รับการปลูกฝังนอกถิ่นกำเนิดในบราซิลในสวนพฤกษศาสตร์ Botanical Garden of Rio de Janeiro และสวนพฤกษศาสตร์ Inhotim Botanical Garden.
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดของพันธุ์นี้มักใช้เวลาถึงสิบเดือนในการงอก


สกุล Calamus (KAL-ah-muhs) เป็นสกุลที่รู้จักกันมากที่สุดในตระกูลปาล์มทั้งหมดที่มีประมาณ 400 ชนิด ในสกุลนี้ทั้งหมดเป็นปาล์มพื้นเมืองเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเซีย แอฟริกา และออสเตรเลีย ส่วนใหญ่มีลักษณะลำต้นเป็นเถามีมือจับ บางชนิดมีการพัฒนาเป็นตะขอ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 200 เมตร
คาลามัสไม่ใช่เถาวัลย์ที่แท้จริง เพราะไม่มีต้นกำเนิดที่ทำให้ลำต้นหรือใบเลื้อยเหมือน Ipomea (รุ่งอรุณ) แต่เลื้อยปีนขึ้นไปด้วยโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า cirri ( rachii leaf modified ) และflagella (ช่อดอกที่ถูกดัดแปลง) Calamus มีมากในคอลเล็กชั่นสมุนไพรมากกว่าในสวนพฤกษศาสตร์ส่วนใหญ่ อาจเป็นเพราะขนาด และการเติบโตที่รวดเร็วหรือทั้งสองอย่างทำให้เป็นงานท้าทายที่สำคัญสำหรับการจัดการ (ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)

Wait-a-While /Calamus australis

[KAL-ah-muhs] [aw-STRAH-liss]

 

Picture---Queensland. Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Calamus_australis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Calamus australis Mart.(1838)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:664978-1#synonyms
---Calamus amischus Burret (1943).
---Calamus jaboolum F.M.Bailey (1896).
---Calamus obstruens F.Muell.(1865).
---Palmijuncus australis (Mart.) Kuntze (1891).
ชื่อสามัญ---Hairy Mary, Large Lawyer Cane, Wait-a-While, Lawyer's Cane
ชื่ออื่น---; [AUSTRALIA: Wait-a-While, Lawyer's Cane, Hairy Mary, Cane Lawyer, Lawyer Vine.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CLUAU (Preferred name: Calamus australis.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---รัฐควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Calamus' จากภาษากรีก kalamos หมายถึง กก (Reed) ; ชื่อสายพันธุ์ 'australis' เป็นคำตุณศัพท์ภาษาละติน ''australis, e'' = astral, ภาคใต้
- ชื่อสามัญ "Wait-a-While" เกิดจากการที่มันมีตะขอเกี่ยวบนกาบใบเช่นเดียวกับฐานของใบและช่อดอกดัดแปลงสีขาวยาวถึง 2.7 เมตร ตะขอที่มีหนามจำนวนมากซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกี่ยวติดกับเสื้อผ้าหรือผิวหนังได้ทำให้ต้องถอดตะขอหรือหนามออกก่อนที่จะดำเนินการต่อและให้รอสักครู่ก่อนที่จะเดินต่อไป
Calamus australis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) สกุลหวาย 'Calamus' ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2381
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในรัฐควีนส์แลนด์ พบใน CYP, NEQ และทางใต้ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ระดับความสูงทางตอนเหนือของออสเตรเลียจากระดับใกล้น้ำทะเลถึง 1,600 เมตร เติบโตในป่าแกลเลอรี่และป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ ที่ดอน และบนภูเขาที่มีการพัฒนาดีบนหินหลากหลายชนิด

 

Picture---Queensland. Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Calamus_australis

ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอเลื้อยขนาดกลาง เถาเรียวยาวเลื้อยได้ไกล 35 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1-2.5 ซม.ระยะห่างระหว่างข้อปล้อง 30 ซม.สีเขียวถึงเหลืองน้ำตาล ใบประกอบรูปขนนกเรียงสลับ (pinnatisect) ปลายใบแหลม ทางใบยาว1.8-2 เมตร มีใบย่อย 34-40  ใบในแต่ละด้าน ใบย่อยรูปไข่แคบแผ่นใบสีเขียวเป็นมัน ขนาด 6-30 x 1-3 ซม.ปลายใบแหลม ก้านกลางใบด้านบนปกคลุมด้วยหนามตรง ด้านล่างเป็นเงี่ยงโค้งคล้ายตะขอ กาบใบมีขนหนาแน่น มือจับออกจากกาบใบลักษณะเหมือนแส้มีหนาม ยาว 3 เมตร ช่อดอกออกระหว่างกาบใบ (interfoliar) แยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ดอกเพศผู้: ดอกดกหนาแน่นขนาดดอกละประมาณ 3 มม. เกสรเพศผู้ 6 อัน สีเหลือง ดอกเพศเมีย: ดอกไม่ดกแน่น ช่อดอกอ่อนประกอบด้วยดอกเพศเมียและดอกเพศผู้ที่เป็นหมัน ดอกเพศผู้ที่เป็นหมันจะถูกยกเลิกเพื่อให้ช่อดอกที่ดอกโตเต็มที่มีเฉพาะดอกเพศเมีย ผลกลมสีขาวหรือสีครีมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8 - 1.4 ซม.มีเกล็ดเรียงซ้อนเกยกัน เมื่อสุกสีน้ำตาล มีเมล็ดกลมๆ ขนาด 0.8-1 ซม.เมล็ดเดียวซึ่งล้อมรอบด้วยชั้นบางๆ ของเนื้อนุ่มที่กินได้
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA hardiness zones: 9b) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) หรือกรองแสงประมาณ 40 - 50% สามารถทนอุณหภูมิได้ถึง -5°C โดยไม่ทำให้ใบเสียหายมากเกินไป ชอบดินอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับได้อย่างกว้างขวางรวมถึงดินที่เป็นกลาง เป็นกรด ดินเหนียว และเป็นด่างเล็กน้อย หากมีการระบายน้ำดี ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง เป็นดินลูกรังมาก เป็นหินมาก หรือเป็นดินเลน อัตราการเจริญเติบโต ช้าในช่วง 2-3 ปีแรก ต่อจากนั้น รวดเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ต้องการให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ต้องกำจัดวัชพืชบริเวณรอบๆ ต้นกล้าเป็นครั้งคราวจนกว่าต้นไม้จะสูงเกิน 2 เมตร สามารถตัดแต่งให้มีความสูงที่จัดการได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาศัตรูพืชหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน หน่ออ่อน และผลไม้ กินได้
- ในประเทศลาวหน่อถือเป็นอาหารอันโอชะและมากกว่าครึ่งของสายพันธุ์ที่เติบโตที่นั่นกล่าวกันว่าปรุงและกินเป็นผัก ใช้ส่วนบนสุด 100 ซม. ของต้นไม้ ถ้าเหลือกาบใบไว้จนสุกก่อน หน่อจะคงความสดได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์
ใช้เป็นยา---ใบและลำต้นของพืชชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นยาคุมกำเนิด
อื่น ๆ---มีความเกี่ยวข้องกับต้นหวายเอเชียที่ใช้ทำเครื่องเรือน ลำต้นบางครั้งใช้ในการทำตะกร้า
สถานะการอนุรักษ์---พระราชบัญญัติการอนุรักษ์ธรรมชาติ พ.ศ. 2535 (NCA: National Communication Association)- Least Concern (กังวลน้อยที่สุด)
- ในปี พ.ศ.2565 ชนิดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์แห่งรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland Department of Environment and Science)- Least Concern (กังวลน้อยที่สุด)  
- NE -Not Evaluated ยังไม่ได้รับการประเมินโดย IUCN (สหภาพ นานาชาติ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ) 
ขยายพันธุ์---แยกหน่อ เพาะเมล็ดหรือตอน.

Viagra Palm /Calamus erectus

[KAL-ah-muhs] [eh-REHK-tuhs]


Picture 1---Floribunda Nursery, Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Calamus_erectus
Picture 2---J.D. Andersen Nursery, Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Calamus_erectus
ชื่อวิทยาศาสตร์---Calamus erectus Roxb (1832)
ชื่อพ้อง---Has 12 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.com/tpl1.1/record/kew-29492
ชื่อสามัญ---Viagra Palm, Upright Rattan, Cane fruit, Tara Tree
ชื่ออื่น---หวายขม, ขี้เสี้ยน ;[ASSAMESE: Jeng-bet, Raidang bet, Bet guti.];[CHINESE: Zhi li sheng teng.];[INDIA: Arotong, Azotong, Tara.];[LAOS: Wai nam sai, Wai namsay, Wai nam lorm.];[MYANMAR: Thaing, Thaing kyein.];[NEPAL: Tokri bet.];[THAI: Wai khom, Khi sian.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CLUSS (Preferred name: Calamus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีนตอนใต้ตอนกลาง, ตะวันออกหิมาลัย, ลาว, พม่า, เนปาล, ไทย, อินเดีย บังคลาเทศ พม่า
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Calamus' จากภาษากรีก kalamos หมายถึง กก (Reed) ; ชื่อสายพันธุ์ 'erectus' เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงนิสัยการเจริญเติบโตของพืชที่ตั้งตรง มากกว่าคืบคลานหรือปีนไต่เหมือนหลายสายพันธุ์ของ Calamus
Calamus erectus เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย William Roxburgh (1751-1815) ศัลยแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวสก็อตในปี พ.ศ. 2375


Picture---Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Calamus_erectus
ที่อยู่อาศัย--- พบขึ้นกระจายใน ยูนนาน บังคลาเทศ ภูฏาน อินเดีย ลาว พม่า เนปาล ไทย เกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าฝนชื้นหรือป่าเปียกตามฤดูกาล ป่าเขาตอนล่างโดยเฉพาะบนเนินเขาที่แห้ง บ่อยครั้งพบในหุบเขา Tista และ Rangit ของ สิกขิมและเบงกอลตะวันตก ที่ระดับความสูงต่ำกว่า1,400 เมตร ในประเทศไทย พบในภาคเหนือ ที่ระดับความสูง 1,300-1,550 เมตร  - การเพาะปลูกเชิงทดลองมีอยู่ใน North Silviculture, Division, Jalpaiguri, West Bengal นอกจากนี้ยังปลูกในสวนพฤกษศาสตร์อินเดีย ฮาวราห์ ซึ่งมีกอเพศผู้อยู่สองสามกอ การเพาะปลูกแบบทดลองยังมีอยู่ในสถาบันวิจัยป่าไม้ เมืองจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ (J. Dransfield & WJ Baker. 1992)/Palmweb
ลักษณะ---เป็นCalamus ในไม่กี่ชนิดที่มีลำต้นตั้งตรงไม่เลื้อย มีการจัดกลุ่มแบบสั้น ๆ ที่อ่อนแอเกิดขึ้นที่ 1 เมตร สูงประมาณ 3 - 5  เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 3.5-4 ซม เรียบสีเขียว ไม่มีรอยแผลเป็นจากใบที่เห็นได้ชัด ระยะห่างข้อปล้องยาว 10-12 ซม. มีหนามแบนยาว 2.5-3.5 ซม เรียงกันเป็นเส้นมีขนแปรงสีดำขนาดเล็กอยู่สองข้าง ใบประกอบรูปขนนกเรียงสลับ (pinnatisect) ปลายใบแหลม ใบย่อย 40 ใบต่อด้านเรียงระนาบเดียวสม่ำเสมอ ก้านใบสีน้ำตาลแดงมีหนาม ทางใบยาวถึง 3-3.5 เมตร มีหนามแบนสีดำยาว1-3 ซม.สีเขียวมันวาวด้านบนมีขนด้านล่าง ช่อดอกออกในซอกใบ (interfoliar) ตั้งตรงยาวถึง 0.5-1 เมตร ก้านช่อดอกมีหนาม มีสันครีบดำคล้ายหวีแบน ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ผลไม้มีเกล็ดเป็นร่อง สีเขียวแกมน้ำตาลหรือแดงเมื่อสุก รูปไข่ ขนาด 3-5 x 2-2.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA hardiness zones: 9b) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) หรือกรองแสงประมาณ 40 - 50% สามารถทนอุณหภูมิได้ถึง -5°C โดยไม่ทำให้ใบเสียหายมากเกินไป ชอบดินอุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุอินทรีย์ แต่สามารถปรับได้อย่างกว้างขวางรวมถึงดินที่เป็นกลาง เป็นกรด ดินเหนียว และเป็นด่างเล็กน้อย หากมีการระบายน้ำดี ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง เป็นดินลูกรังมาก เป็นหินมาก หรือเป็นดินเลน อัตราการเจริญเติบโต ช้าในช่วง 2-3 ปีแรก ต่อจากนั้น รวดเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ต้องการให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ต้องกำจัดวัชพืชบริเวณรอบๆ ต้นกล้าเป็นครั้งคราวจนกว่าต้นไม้จะสูงเกิน 2 เมตร สามารถตัดแต่งให้มีความสูงที่จัดการได้
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ค่อยมีปัญหาศัตรูพืชหรือโรคร้ายแรง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมคม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์-- มักเก็บเกี่ยวจากป่า เพื่อใช้เป็นอาหารและแหล่งวัสดุ
ใช้กิน---ผลไม้หรือหน่อกินได้ ยอดอ่อนและใบกินเป็นผัก มีรสขมเมื่อกินดิบ ใน Sylhet บังคลาเทศผู้คนเคี้ยวเมล็ดของ C.erectus แทนหมาก (Areca catechu)
ใช้เป็นยา---บางครั้งใช้ในการแพทย์พื้นบ้านเนื่องจากมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านโรคเบาหวาน
ใช้ปลูกประดับ---พืชเติบโตได้ดีในกระถางและสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ในอากาศอบอุ่นถึงเขตร้อนชื้น อากาศหนาวจัดถึงโซน 9b ของสหรัฐอเมริกา (25-30 F หรือ -3 ถึง -6 C) แต่มักไม่เป็นที่รู้จักในการเพาะปลูกทั่วไป มักพบในสวนพฤกษศาสตร์ และในหมู่นักสะสม
อื่น ๆ---ลำต้นไม่ยืดหยุ่น สั้น หนา ใช้ในการก่อสร้างเนื่องจากปล้องสั้นจึงไม่ได้มีประโยชน์สำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้ใบสำหรับมุง
ความเชื่อ/พิธีกรรม---ใช้ในพิธีกรรมเฉลิมฉลอง ปีใหม่ทางจันทรคติที่รู้จักในฐานะCheiraoba เพื่อบูชาเทพซานามาฮีในศาสนาSanamahism (ศาสนาพื้นบ้านที่พบในคน Meiteiในรัฐมณีปุระรัฐของอินเดีย)
ระยะออกดอก/ติดผล---ธันวาคม - กุมภาพันธ์ /เมษายน - พฤษภาคม (หรือตลอดทั้งปี)
ขยายพันธุ์---แยกหน่อ เมล็ด


สกุล Chamaerops (kahm-EH-ropes) เป็นประเภทของปาล์ม เป็น monotypic มีสายพันธุ์เดียว ในปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ ได้แก่ Chamaerops humilis เป็นหนึ่งในปาล์มที่แข็งแกร่งที่สุดที่ใช้ในการจัดภูมิทัศน์ในภูมิอากาศเย็น นอกเหนือจากการได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่แล้ว Chamaerops humilis ยังมีTaxaไม่กี่สถานะที่ยังไม่ได้แก้ไขรวมหลายชนิด synonymised ภายใต้ Chamaerops humilis เผ่าพันธุ์ Chamaerops humilis นั้นมีสองชนิดย่อยที่เป็นที่ยอมรับ  Includes 2 Accepted Infraspecifics https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:665917-1#children   1 Chamaerops humilis var. argentea André (syn. C. h. var. cerifera ) - "Atlas Mountain Palm" (syn. Chamaerops humilis var. cerifera ) พบใน แอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือในเทือกเขาแอตลาสโมร็อกโกในระดับความสูงไม่เกิน 2,000 ม.  C. humilis var. argentea มักปรากฏภายใต้ชื่อ C. humilis var cerifera อย่างไรก็ตามชื่อนี้เป็นสิ่งพิมพ์ในภายหลัง (1920, 1885 เทียบกับรายการตรวจสอบ Kew Palms )ดังนั้นจึงไม่ใช่ชื่อที่ถูกต้องสำหรับความหลากหลาย
2 Chamaerops humilis var. humilis - พบในยุโรปตะวันตกเฉียงใต้รวมถึงโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศสตอนใต้สุด และอิตาลีตะวันตกรวมถึงหมู่เกาะเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกหลายแห่งที่ระดับความสูงต่ำ ปาล์มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติทางเหนือสุดในโลกที่ 43 ° 07 'N ที่ Hyères-les-Palmiers บนชายฝั่งทางใต้ของฝรั่งเศส
- นอกจากนี้ยังมีอย่างน้อยสามสายพันธุ์ย่อย (Subspecies) ;- (C. humilis var. humilis 'nana', C. humilis 'Vulcano', C. humilis 'Stella')
สกุลที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดอยู่ในเอเซียคือสกุลTrachycarpus ซึ่งเป็นปาล์มต้นเดี่ยวไม่มีลักษณะลำต้นแบบจัดกลุ่ม ใบหนามไม่มี midribs และแตกต่างในรายละเอียดกายวิภาคของดอกไม้

European Fan Palm /Chamaerops humilis

[kahm-EH-ropes] [hoo-MIHL-iss]

 

Picture 1---Mallorca. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaerops_humilis
Picture 2---Asni Cemetery, High Atlas, Morocco. Photo by Dr. H. Sanderson, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaerops_humilis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Chamaerops humilis L. (1753).
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:665917-1#synonyms
---Corypha humilis (L.) Pynaert. (1793).
---Phoenix humilis (L.) Cav. (1893).
ชื่อสามัญ---European Fan Palm, Mediterranean Fan Palm, Moroccan Fan Palm, African hair plant, Mediterranean dwarf palm, Dwarf fan palm
ชื่ออื่น---[ALBANIAN: Kamerops.];[CHINESE: Cóng lú.];[CROATIAN: Zumara niska.];[CZECH: Žumara nízká.];[DUTCH: Europese dwergpalm.];[FRENCH: Chamérops humble, Palmite nain, Palmite, Palmier éventail.]:[GERMAN: Niedrige Zwergpalme, Zwergpalme];[ITALIAN: Palma nana, Ciafagghiuni ; (Germoglio commestibile - Sicilia); Palma di San Pietro, Palma femmina.];[PORTUGUESE: Palmeira anã, Palmeira das vasouras, Palmeira vassoureira.];[RUSSIAN: Khamerops prizemistyy.];[SPANISH: Palmito, Palmitera, Palmera enana, Palma enana, Palma de palmitos, Palma de escobas.];[SWEDISH: Europeisk dvärgpalm.];[TURKISH: Bodur palmiye.];[UKRAINIAN: Khamerops nyzʹkyy.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CMEHU (Preferred name: Chamaerops humilis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปยุโรป
เขตกระจายพันธุ์---แอลจีเรีย, แบลีแอร, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ลิเบีย, โมร็อกโก, โปรตุเกส Sardegna, ซิซิเลีย, สเปนและตูนิเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Chamaerops' มาจากคำภาษากรีก 'chamai' หมายถึง คนแคระ และ 'rhops' หมายถึง พุ่มไม้ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'humilis' = การเติบโตต่ำ
- นี่คือสกุล monotypic มีเพียงสายพันธุ์เดียวในสกุลคือ Chamaerops humilis
Chamaerops humilis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Linnaeus (1707–1778) นักชีววิทยาและนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดนใน ปี พ.ศ.2396


Picture 1---In habitat, Morrocco. Photo by Antonius Verhoeven, edric.https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaerops_humilis
Picture 2---At Len's place. Vista, CA. Photo by Troy Donovan, edric.https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaerops_humilis

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน แอลจีเรีย บาเลเรส ฝรั่งเศส อิตาลี ลิเบีย โมร็อกโก โปรตุเกส ซาร์เดญญา ซิซิเลีย สเปน และตูนิเซีย ที่ระดับความสูง 0- 2,300 เมตร
ลักษณะ---เป็นกลุ่มปาล์มเล็กๆที่มีความสูง 1-4 เมตรและอาจถึง 6 เมตร ลำต้นถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ที่ตายแล้วและเส้นใยถาวร เมื่อโตเต็มที่จะพัฒนาลำต้นหลาย ๆ ต้นรอบลำต้นหลักและมีแนวโน้มที่จะสร้างหน่อตลอดแนวลำต้นซึ่งจะทำให้ดูใหญ่มากและสามารถทำให้ดูแผ่กว้างได้ถึง 4.5 เมตร ใบรูปพัด (palmate) ยาว1-1.5เมตร ก้านใบยาวประมาณ 40 ซม.มีหนามเป็นเงี่ยงตั้งขึ้น  ใบใน C. humilis var. humilisเป็นสีเขียวในขณะที่ C. humilis var argentea มีความเหนียวมากเคลือบด้วยแว็กซ์หนาสีน้ำเงินซึ่งมีสีคล้ายกับใบของ Brahea armata ช่อดอกสั้นสีเหลืองขนาดเล็กจะเกิดจากพืชที่โตเต็มที่เท่านั้น ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)อาจเป็นdioecious เป็นต้นเพศผู้ ต้นเพศเมียหรืออาจเป็น ทั้งสองเพศไม่แน่นอนยาวประมาณ 15 ซม.แยกเป็น2 กิ่ง ผลรูปขอบขนานคล้ายผลอินทผลัมสีเหลืองส้มหรือน้ำตาลเมื่อสุก ขนาด 1-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตอบอุ่นไปจนถึงเขตร้อน(Cold Hardiness Zone: 8a-11b) เติบโตได้ดีที่สุดในภูมิอากาศเมดิเตอร์เรเนียนเช่น อิตาลี, แคลิฟอร์เนียตอนใต้, ชิลี, ออสเตรเลียตะวันตกและเคปทาวน์, แอฟริกาใต้ ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (-15°C) แสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) แต่ทนร่มเงาได้บางส่วน(แสงแดดส่องโดยตรงเพียงบางส่วนของวัน 2-6 ชม.) สามารถอยู่รอดได้ในฤดูแล้ง ทนความร้อน ลมแรง ลมหนาว และการถูกทอดทิ้งเป็นเวลานาน การเติบโตจะช้ามากถ้าปลูกในที่ร่ม ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์มีวัตถุอินทรีย์สูงปรับตัวได้ดีทั้งในดินที่เป็นด่างและที่เป็นกรดที่มีการระบายน้ำดี pH 6.0-8.0 อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ ต้นปาล์มใช้เวลาถึง 20-50 ปีจึงจะเติบโตเต็มที่และต้นปาล์มบางต้นอาจมีอายุมากกว่า 100 ปี


Picture 1,2---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Chamaerops_humilis

การรดน้ำ---ต้องการน้ำค่อนข้างน้อย ในฤดูหนาวรดน้ำเท่าที่จำเป็น
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยหมัก ให้อาหารด้วยปุ๋ยที่สมดุลเดือนละครั้ง
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคร้ายแรง ระวังเพลี้ยแป้ง (Mealy bugs), เพลี้ยไฟ (Thrips), แมลงเกล็ด (Scale insects) และไรเดอร์ (Cpider mites)
รู้จักอ้นตราย---ก้านใบมีหนามแหลมคล้ายเข็มจำนวนมาก ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ น่าจะเป็นปาล์มที่ดีที่สุดในการปลูกในกระภางหรือในภาชนะขนาดใหญ่เป็น Houseplant การใช้ในงานภูมิทัศน์ ใช้ในการจัดสวนในหลายส่วนของโลก เป็นปาล์มที่สวยงามเหมาะสมสำหรับทุกภูมิทัศน์  นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับสวนใกล้ทะเลและสามารถทนต่อความเค็มได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมีการกระจายอย่างกว้างขวางพบได้ทั่วภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกและตอนกลาง และมีแนวโน้มที่จะแสดงในพื้นที่คุ้มครองหลายแห่ง ประชากรกำลังลดลงในบางส่วนของพื้นที่อันเป็นผลมาจากการขยายตัวของเมือง แต่การลดลงนั้นไม่ได้คิดว่าถึงเกณฑ์สำหรับประเภทที่ถูกคุกคาม และไม่มีการระบุถึงภัยคุกคามที่สำคัญในอนาคต สายพันธุ์นี้จึงได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species.(2016)
source: Gardiner, L.M. & Véla, E. 2017. Chamaerops humilis. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T13164373A95532812. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T13164373A95532812.en. เข้าถึงเมื่อ 8 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
สายพันธุ์นี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่คุ้มครองในบางส่วนของช่วงของมัน ได้รับการประเมินว่าน่าเป็นห่วงน้อยที่สุดในสเปน แต่มีคำแนะนำในการอนุรักษ์ อาจจำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์รวมถึงที่อยู่อาศัยและการตรวจสอบประชากรในบางส่วนของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แห้งแล้ง https://www.iucnredlist.org/species/13164373/95532812
ระยะออกดอก---ฤดูใบไม้ผลิ
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด แยกหน่อ เมล็ดใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


สกุล COPERNICIA (koh-pehr-nee-SEE-ah) ชื่อสกุลนั้นตั้งตามชื่อนักดาราศาสตร์นิโคลัสโคเปอร์นิคัส  Nicolaus Copernicus.(1473-1543).เป็นปาล์มพื้นเมืองของอเมริกาใต้ และเกรทเตอร์ แอนทิลิส ในสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักและ nothospecies (ลูกผสม ) ชื่อไทยที่ห้อยท้าย เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในเมืองไทยและมีชื่อไทยต่างๆกัน มีทั้งหมด 22 สายพันธุ์
---Copernicia alba Morong - โบลิเวีย, อาร์เจนตินา, ปารากวัย, Mato Grosso, Mato Grosso Su l-ปาล์มหมีขาว
---Copernicia baileyana León - คิวบา - ปาล์มหงส์เหิน
---Copernicia berteroana Becc - Hispaniola - ปาล์มฉัตรโสภา
---Copernicia brittonorum León - ประเทศคิวบา
---Copernicia cowellii Britton & P.Wilson - Camagüeyในคิวบา
---Copernicia curbeloi León - คิวบา
---Copernicia curtissii Becc - คิวบา- ปาล์มอ้ายหมี
---Copernicia ekmanii Burret - เฮติ
---Copernicia fallaensis León - คิวบา-ปาล์มหมีฟ้า
---Copernicia gigas Ekman ex Burret - Cuba
---Copernicia glabrescens H.Wendl ex Becc - คิวบา-ปาล์มขนเม่น
---Copernicia hospita Mart - คิวบา- ปาล์มหมีเทา
---Copernicia macroglossa Schaedtler - Cuba- อ้ายหมี
---Copernicia prunifera (Mill.) H.E.Moore - northeastern Brazil- ปาล์มแว็กซ์
---Copernicia rigida Britton & P.Wilson - Cuba
---Copernicia roigii León - Cuba
---Copernicia tectorum (Kunth) Mart. - Colombia, Venezuela
---Copernicia yarey Burret - Cuba
ที่นำมาต่อไปนี้จะเป็นสายพันธุ์ที่น่าสนใจ สำหรับ สายพันธุ์ปาล์มที่ปลูกในประเทศไทย ซึ่งลงไปแล้ว ดูได้ที่ ปาล์ม 6 ส่วนชื่อที่หายไปข้อมูลไม่เพียงพอ
(ในหน้านี้แสดง 6 สายพันธุ์)

                                        Dwarf Jata Palm /Copernicia cowellii

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [cow-ell'-ee]

                                      

Picture 1---Cuba. Photo by Catherine Presley.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_cowellii
Picture 2---Cuba. Photo by Scott.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_cowellii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia cowellii Britton & P.Wilson (1914)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.com/tpl/record/kew-46691
ชื่อสามัญ---Dwarf Jata Palm
ชื่ออื่น--None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDSS (Preferred name: Copernicia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---แคริบเบียน คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Copernicia' ตั้งเป็นเกียรติแก่ Nicolaus Copernicus (1473 – 1543) นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์  ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'cowellii' ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาสตร์ John Francis Cowell (1852-1915)
Copernicia cowellii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Nathaniel Lord Britton และ Percy Wilson (1879–1944) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2457
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic)ในจังหวัด Camagüey ในคิวบาตะวันออก เติบโตในทุ่งหญ้าสะวันนา
ลักษณะ---เป็นปาล์มแคระสีฟ้าที่โดดเด่นหายาก เป็นปาล์มที่เล็กที่สุดจากสกุล Copernicia ต้นเดี่ยว สูง 1.2 - 2 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นสูงสุด 17 ซม. มงกุฎเล็กกระทัดรัด ก้านใบสั้นมากจนแยกใบแต่ละใบออกจากกันได้ยาก ใบใหญ่หนาเหนียว แข็ง แบน รูปพัด (Costapalmate) เกือบกลม คลุมด้วยแว็กซ์แข็ง บนแผ่นใบด้านบนสีเขียวอมเหลืองและด้านล่างเป็นสีขาวคล้ายขี้ผึ้ง ไม่ทิ้งใบ ใบตายกลายเป็นกระโปรง (skirt) คลุมลำต้น ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) โค้งและแตกแขนงยาวยื่นออกมาเหนือยอด ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) สีเหลืองและมีกลิ่นหอม ยาวได้ถึง 6 มม.จัดเรียงบน rachillae เป็นกลุ่ม 2 กลุ่มโดยเว้นระยะห่างจากกัน 2/3 มม.ดอกไม้แต่ละดอกถูกห่อด้วยกาบเล็กๆ แหลมๆ งอไปข้างหลังและมีกลีบดอกปกคลุมอยู่ด้านนอกอย่างหนา ผลมีจำนวนมากและเป็นรูปวงรี ยาว 15 มม. และกว้าง 13 มม. เมื่อสุกจะมีสีดำ มีเมล็ดรูปไข่ยาวประมาณ 12 มม. เพียงเมล็ดเดียว
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะที่สุดสำหรับสภาพอากาศในเขตร้อนชื้น แต่ก็ทำได้ดีภายใต้สภาพอากาศที่อบอุ่นเป็นส่วนใหญ่ (USDA Zones 9-12) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่จะทนต่อแสงน้อยได้ ดินต้องมีการระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุมาก แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่แห้งและไม่ดี pH 6.1 - 7.8 ทนแล้ง อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันเว้นวันในฤดูร้อน และทุก 4-5 วันในช่วงที่เหลือของปี  
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีภาวะขาดแมงกานีส (Mn) และได้รับแมกนีเซียม (Mg)ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมที่ขอบก้านใบ ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ชาวพื้นเมืองจะเก็บใบจากป่า เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับทอผ้า และใช้จักสานสิ่งของต่าง ๆ
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว(endemic) ของประเทศคิวบา [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานะการอนุรักษ์---Copernicia cowelliiจัดอยู่ในประเภท "ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต" (CR- CRITICALLY ENDANGERED )ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่ตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต โดย International Union for Conservation of Nature (IUCN) เนื่องจากการกระจายพันธุ์กระจุกตัว อยู่ในดินแดน ที่ปัจจุบันถูกแยกออกโดยการขยายพื้นที่เพาะปลูกและจากไฟที่มักเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง
https://www.monaconatureencyclopedia.com/copernicia-cowellii/
ขยายพันธุ์---เมล็ดงอกง่าย ใช้ระยะเวลาในการงอกภายใน 1-3 เดือน ที่อุณหภูมิ 20-25ºC


                                                   Yarei macho /Copernicia curbeloi

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [coor-beh-LOH-ee]

                             

Picture 1---Jardin Botanico Nacional in Havana, Cuba. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_curbeloi
Picture 2---Cuba.Photo https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_curbeloi.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia curbeloi León  (1931)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.com/tpl/record/kew-46692
---Copernicia molineti var. cuneata León (1936)
---Copernicia × sueroana var. semiorbicularis León (1936)
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---Local names---CUBA: Yarei de tejer, Yarei macho.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDSS (Preferred name: Copernicia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลนั้นได้รับเกียรติจากนักดาราศาสตร์ Nicolaus Copernicus (1473-1543) ; ชื่อสายพันธุ์ 'curbeloi ' อุทิศให้กับนักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา Maximiliano Curbelo (1886-1938)
Copernicia curbeloi เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermano León (1871 -1955)  นักพฤกษศาสตร์ชาวคิวบา-ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2474
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่น (endemic)ในภาคกลางและภาคตะวันออกของคิวบาซึ่งส่วนใหญ่เติบโตใน savannas
ลักษณะ---เป็นต้นปาล์มต้นเดี่ยว ในถิ่นกำเนิด สูงถึง 15 เมตรแต่ถ้าปลูกเลี้ยงจะสูงน้อยกว่านี้ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30-40 ซม. ก้านใบ ยาวได้ถึง 80 ซม. มีหนามที่ขอบก้านใบ ใบรูปพัด (Costapalmate) เกือบจะกลม แผ่นใบสีเขียวที่ด้านบน และมีสีเงินเล็กน้อยที่ด้านล่าง  ยาว 1.3 เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)โค้งยาว 3 เมตร แผ่ขึ้นด้านบน ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) สีขาว ออกเป็นพวง 2 ถึง 3 ผล ผลเป็นรูปทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8ซม.สีดำเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Hardiness: USDA zone: 10a) ต้องการแสงแดดจัด  80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (1-2 ° C) แต่จะทนต่อแสงน้อยได้ ดินต้องมีการระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุมาก pH 6.1 - 7.8 ทนแล้ง อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันเว้นวันในฤดูร้อน และทุก 4-5 วันในช่วงที่เหลือของปี  
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีภาวะขาดแมงกานีส (Mn) และได้รับแมกนีเซียม (Mg)ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมที่ขอบก้านใบ ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สายพันธุ์นี้เติบโตช้าไม่แพร่หลายนักนอกถิ่นกำเนิด
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศคิวบา [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ขยายพันธุ์---เมล็ด


                                      Ekman's Silver Palm /Copernicia ekmani

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [ek-mahn'-ee]

                                        

Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_ekmanii
Picture 2---IPS Biennial in South Florida. Photo by Gileno Machado. https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_ekmanii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia ekmanii Burret (1929)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.com/tpl/record/kew-46695
ชื่อสามัญ---Ekman's Silver Palm, Straw man.
ชื่ออื่น---;[FRENCH: Homme paille.];[HAITI: Om de Pay, Jamm de Pay.];[SPANISH: Homme de paille.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDEK (Preferred name: Copernicia ekmanii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เฮติ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Copernicia' นี้ได้รับเกียรติจากนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ Nicolaus Copernicus (1473-1543) ; ชื่อสายพันธุ์ 'ekmanii' ตั้งชื่อตามนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน Erik Leonard Ekman (1883-1931)
Copernicia ekmanii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2472
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชถิ่นเดียวของเฮติ (endemic) ทางตอนเหนือของเฮติเท่านั้น พบได้ตามชายฝั่งหินใกล้ทะเลที่ระดับความสูง 10-50 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดกลาง สูงประมาณ 4-5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15 - 20 ซม ลำต้นหนาสีเทา มีใบจัดกลุ่มอย่างแน่นหนา ใบรูปพัด (Costapalmate) เกือบกลม แข็ง สีฟ้าอ่อนจำนวนมากขนาด เส้นผ่านศูนย์กลางใบ 1เมตร ก้านใบมีหนาม ใบไม้ที่ตายแล้วจะก่อให้เกิดกระโปรงหนา ๆ ด้านล่างของมงกุฎหากไม่ถูกตัดออก ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)โค้งยาว 0.80-1 เมตร ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) โดดเดี่ยว ยาว 3 มม สีขาวครีม ผลสีดำมันวาวเมื่อสุก ขนาด ยาว 2 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง1.6 ซม. มี เมล็ด1เมล็ด เส้นผ่านศูนย์กลาง1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในดินที่มีความชื้น มีการระบายน้ำดี เป็นกรดเล็กน้อย ในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกันโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย)สามารถรับแรงลมและไอเกลือได้ดี ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (-1° C)อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันเว้นวันในฤดูร้อน และทุก 4-5 วันในช่วงที่เหลือของปี  
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีภาวะขาดแมงกานีส (Mn) และได้รับแมกนีเซียม (Mg)ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมที่ขอบก้านใบ ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ  
การใช้ประโยชน์--ใบเป็นวัสดุมุงที่ทนมากได้จากการเก็บเกี่ยวโดยทั่วไปจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่น มีการใช้ลำต้นในการก่อสร้าง
ใช้ปลูกประดับ--- แม้ว่าจะเติบโตได้ง่ายในเขตร้อนและในภูมิอากาศที่อบอุ่น แต่ในการเพาะปลูกพบได้ในคอลเล็กชั่นที่มีน้อยมาก เป็นหนึ่งใน Copernicia ที่สวยที่สุดและหายากมากที่สุด เหมาะสำหรับใช้จัดสวนริมทะเล
อื่น ๆ---ลำต้นใช้ในการก่อสร้าง ใบไม้แห้งซึ่งทนทานเป็นพิเศษและมีอายุยืนยาว ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอดีตเพื่อใช้เป็นเครื่องกำบังบ้านในชนบทและสำหรับทำสิ่งของต่างๆ ที่ใช้กันทั่วไป
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศเฮติ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามที่สำคัญต่อสายพันธุ์นี้คือการนำต้นไม้ไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง ภัยคุกคามรวมถึงการแทะเล็มหญ้าอย่างอิสระ กิจกรรมทำถ่าน และไฟ (Timyan et al. 1997) การเปลี่ยนที่ดินเป็นเกษตรกรรมก็ส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์นี้เช่นกัน ได้รับการประเมินล่าสุดในบัญชีแดงของ IUCN ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในปี 2017 Copernicia ekmanii ถูกระบุว่า ใกล้สูญพันธุ์ภายใต้เกณฑ์ B2ab(iii,v)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B2ab(iii,v) - IUCN Red List of Threatened Species (2018)
source: Théogène, P.A. & Timyan, J. 2018. Copernicia ekmanii. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T38488A121363808. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T38488A121363808.en.  เข้าถึงเมื่อ 8 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38488/121363808
- มี คอลเล็กชัน นอกแหล่งกำเนิด ที่บันทึกไว้ (BGCI 2018) 5 แห่ง รวมถึงที่ Fairchild Tropical Gardens และ Jardin Botanico Santo Domingo - - นอกจากนี้ยังพบในที่พักอาศัยส่วนตัวในพื้นที่Port-au-Prince และ Petionville จำเป็นต้องมีการสำรวจจำนวนประชากร การอนุรักษ์ ชนิดพันธุ์ทั้งใน  ถิ่นกำเนิด และในถิ่นกำเนิดฟื้นฟูแหล่ง ที่อยู่อาศัยและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของชนิดพันธุ์
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด ก่อนหน้านี้แช่เมล็ดไว้ในน้ำเป็นเวลา 2-3 วัน รักษาความชื้นไว้ที่อุณหภูมิ 26-28 °C โดยมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ


Giant copernicia /Copernicia gigas

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [Jee-gahs]

                             

Picture 1---Copernicia gigas growing in habitat, Cuba. Photo by Mike Harris, Caribbean Palms Nursery.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_gigas
Picture 2---Cuba. Photo by Rolf Kyburz.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_gigas

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia gigas Ekman ex Burret (1929)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:64975-2#synonyms
---Copernicia excelsa León (1931)
ชื่อสามัญ---Giant copernicia, Giant wax palm, Giant Yarey Palm
ชื่ออื่น---(Local names);[CHINESE: Ju la zong.];[CUBA: Barrrigon, Hediondo, Palmeta, Elsewehere.];[FRENCH: Geant copernicia.];[PORTUGUESE: Carnuba gigante, Carnuba-de-morcego.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDSS (Preferred name: Copernicia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---แคริบเบียน - คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลนี้ได้รับเกียรติจากนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ Nicolaus Copernicus (1473-1543) ; ชื่อสายพันธุ์มาจากภาษาละติน 'gigas' = ยักษ์ โดยอ้างอิงถึงขนาดของพืช
Copernicia gigas เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Erik Leonard Ekman (1883-1931) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน จากอดีต Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2472
ที่อยู่อาศัย--- พืชเฉพาะถิ่น (endemic) มีถิ่นกำเนิดทางตะวันออกเฉียงใต้ของคิวบา พบในพื้นที่ป่าและพื้นที่โล่ง ป่าไม้ที่ถูกน้ำท่วมตามฤดูกาลและสะวันนา
ลักษณะ--- เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในปาล์มที่สวยที่สุดของคิวบา สูงถึง 20 เมตร ลำต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 ซม. มีซากใบเก่าที่ติดแน่นปกคลุมเมื่ออายุยังน้อย เมื่อต้นแก่ขึ้นซากใบจะหลุดร่วงไปเห็นลำต้นเป็นสีเทา ก้านใบยาวมีหนามที่ขอบก้านใบ แผ่นใบด้านบนปกคลุมด้วคราบสีเทาคล้ายขี้ผึ้ง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)โค้งและแตกแขนงยาวยื่นออกมาเหนือยอด ดอกกะเทยมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย (Seed = ละอองเรณู) และอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (stigma)ในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร)  สีขาว ผลกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ซม. สีดำเมื่อสุก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดี ในพื้นที่กว้างที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA hardiness zones 10b) ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง ( -2°C) และอยู่ในตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินที่มีการระบยน้ำดี pH 6.1 - 7.8
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันเว้นวันในฤดูร้อน และทุก 4-5 วันในช่วงที่เหลือของปี  
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีภาวะขาดแมงกานีส (Mn) และได้รับแมกนีเซียม (Mg)ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมที่ขอบก้านใบ ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ และถือเป็นปาล์มที่มีค่าทางภูมิทัศน์มหาศาลเนื่องจากรูปร่าง ขนาด และสีของลำต้นและยอด
อื่น ๆ--- ใบไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งวัสดุมุงที่อยู่อาศัย
- ค้างคาวใช้ 'กระโปรง' ของใบไม้ที่ตายแล้วบนลำต้นเป็นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และใช้ก้านใบเว้าเป็นแหล่งทำรัง ปล่อยมูลขี้ค้างคาวไว้ที่โคนต้นปาล์ม ซึ่งช่วยให้ต้นไม้อุดมสมบูรณ์
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียวของคิวบา [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์จากไม้และใบไม้ในท้องถิ่นมากเกินไป ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท "มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ" (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1+2e ver 2.3 -  IUCN Red List of Threatened Species  (1998)
Moya, C. 1998. Copernicia gigas. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38489A10116913. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38489A10116913.en. เข้าถึงเมื่อ 9 กรกฎาคม 2566
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 60 วัน


                                                    Jata Palm /Copernicia rigida

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [rih-GEE-dah]

                                     

Picture 1---La Habana Botanical Garden, Cuba. Photo by Jason Schoneman.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_rigida
Picture 2---Palmarium JB Bayamo, Botanical Garden of Bayamo, Cuba.https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_rigida

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia rigida Britton & P.Wilson (1914)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:64992-2#synonyms
---Copernicia rigida f. fissilingua León (1936).
ชื่อสามัญ---Jata Palm.
ชื่ออื่น---; [CUBA: Jata, Jata guatacuda .]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDRI (Preferred name: Copernicia rigida.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลอุทิศให้กับนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ Nicolaus Copernicus (1473-1543) ; ชื่อสายพันธุ์ 'rigida'คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน“ rigidus, a, um” = ที่มีการอ้างอิงถึงส่วนทางใบ
Copernicia rigida เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Nathaniel Lord Britton (1859–1934) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน และ Percy Wilson (1879–1944) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2457
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของประเทศคิวบา เติบโตในป่าเปิดและทุ่งหญ้าสะวันนาใกล้กับชายฝั่งที่ระดับความสูงต่ำ
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงประมาณ 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-35 ซม.ลำต้นสีเทาอยู่ใต้มวลใบแห้งที่ติดอยู่เป็นเวลานาน ใบรูปพัด (costapalmate) ไม่มีก้านใบเกือบทั้งหมด แผ่นใบสีเขียวด้านบน, มีคราบขี้ผึ้งบางสีเทาด้านล่าง ช่อดอกออกระหว่างซอกใบ (interfoliar) ยาว2-2.5เมตร มี 6 ช่อย่อย ก้านช่อย่อยยาว 4-9ซม.ก้านช่อย่อยและดอกมีขนสั้นหนาปกคลุม ดอกกะเทย (hermaphrodite flower) สีขาวอยู่ในกลุ่มใกล้ ๆกัน 2-4 ดอก ยาว2.5-3 มม ผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.8 ซม. สีดำเมื่อสุก มีหนึ่งเมล็ด รูปกลมเส้นผ่าบศูนย์กลางประมาณ 1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับชนิดของดินแต่ต้องเป็นดินที่มีการระบายน้ำดี ทนแล้ง ทนไอเกลือ ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (0° C)ในช่วงสั้น ๆ อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันเว้นวันในฤดูร้อน และทุก 4-5 วันในช่วงที่เหลือของปี  
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กทั้งหมดและธาตุอาหารรองหรือปุ๋ยที่ปล่อยช้า
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีภาวะขาดแมงกานีส (Mn) และได้รับแมกนีเซียม (Mg)ไม่เพียงพอ ใบไม้จะมีสีเหลือง
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามแหลมที่ขอบก้านใบ ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์--- เป็นแหล่งวัตถุดิบในการทำผ้าทอ ใบใช้สำหรับมุง ลำต้นถูกตัดและใช้เป็นเสารั้ว
ใช้ปลูกประดับ--- เหมาะสำหรับใช้จัดสวนริมทะเล
อื่น ๆ--- *เป็นพืชที่เติบโตช้าอย่างไม่น่าเชื่อเป็นปาล์มที่เป็นหนึ่งในปาล์มที่แปลกประหลาดที่สุดเนื่องจากรูปลักษณ์ที่สันนิษฐานในช่วงชีวิตต่าง ๆ ยาวและเอนตัว และเนื่องจากการที่ไม่มีก้านใบเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเด็ก เมื่อใบเจริญให้เห็นออกมาจากดิน นักพฤกษศาสตร์บางคนกำลังเพิ่มความเป็นไปได้ที่พืชชนิดนี้จะกินเนื้อเป็นอาหาร ใบของมันเป็นกับดักที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับสัตว์เล็กซึ่งตายและเน่าที่นั่น และให้สารอาหารแก่พืช สิ่งนี้อาจพัฒนาไปหลังจากยุคน้ำแข็งสุดท้ายเมื่อถิ่นที่อยู่ของมันเป็นทะเลทราย* http://www.pacsoa.org.au/wiki/Main_Page
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียวของคิวบา [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ถุกจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC-Lower Risk/least concern ver 2.3 - National - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Moya, C. 1998. Copernicia rigida. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38490A10118049. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38490A10118049.en.  เข้าถึงเมื่อ 9 กรกฎาคม 2566
ANNOTATIONS---Needs updating
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


                                   Venezuelan wax palm /Copernicia tectorum

[koh-pehr-nee-SEE-ah] [tek-TOHR-uhm]

                                   

Picture 1---VENEZUELA. photo: https://www.palmpedia.net
Picture 2--- photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Copernicia_tectorum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Copernicia tectorum (Kunth) Mart.(1838)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666287-1#synonyms
---Basionym: Corypha tectorum Kunth (1816).https://www.gbif.org/species/2738252
---Copernicia sanctae-martae Becc (1908)
ชื่อสามัญ---Venezuelan wax palm.
ชื่ออื่น--; [COLOMBIA: Palma zarare, Palmiche, Sara.]; [VENEZUELA: Palma llanera, Palma redonda, Palma de abanico, Palma de cana, Palma de cabija, Palma de sombrero.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CPDSS (Preferred name: Copernicia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลอุทิศให้กับนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ Nicolaus Copernicus (1473-1543) ; ชื่อสายพันธุ์ 'tectorum' จากภาษาละติน 'tectorum, i' = หลังคาโดยอ้างอิงถึงการใช้ใบไม้มุงที่อยู่อาศัยในชนบท
Copernicia tectorum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Sigismund Kunth (1788–1850) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2381
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในโคลัมเบีย (Atlántico, Cesar, La Guajiray Magdalena) และเวเนซุเอลา (Bolívar, Cojedes, Guárico, Portuguesa และ Zulia) เติบโตเฉพาะในทุ่งหญ้าสะวันนาทางตอนเหนือของโคลัมเบียและเวเนซูเอลาซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งรุนแรงในช่วงฤดูแล้งและน้ำท่วมถาวรในฤดูฝน ในโคลัมเบียสายพันธุ์นี้เติบโตในที่ลุ่มในทะเลแคริบเบียนเท่านั้น พบที่ระดับความสูง 0-1100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวลำต้นตั้งตรงสูง 8-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-30 ซม. เมื่อยังเล็กลำต้นสีเทา ปกคลุมด้วยโคนใบและทางใบ เมื่อโตเต็มวัยจะมีรากพิเศษที่เรียกว่า adventitious roots.เป็นกลุ่มงอกออกมาที่โคนต้น ซึ่งได้รับการพิจารณาว่าเป็นการปรับตัวเพื่อรองรับน้ำท่วมที่ยาวนาน มีใบรูปพัด (palmate) 15-25 ใบ สีเขียวขอบใบจักลึกถึงครึ่งใบ ยาวถึง 1 เมตรโดยมีก้านใบยาว ถึง 1.6 ม. มีหนามยึดติดอยู่ตามขอบก้าน ช่อดอกออกระหว่างซอกใบ (interfoliar) ยาว1เมตร แตกแขนงเป็น 6 กิ่ง มีดอกเป็นช่อปกคลุมไปด้วยขนสั้นและหนา ยาวไม่เกิน 17 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (Monoecious diclinous) ดอกกะเทย (hermaphrodite)โดดเดี่ยวสีขาวอมเขียว ยาวประมาณ 3.5 มม กว้าง 2.5 มม  ผลรูปรี ขนาดความยาว 2.6-3 ซม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8-2 ซม. มีสีน้ำตาลดำมันวาวเมื่อสุก มีเมล็ด1เมล็ดขนาดยาว1.5ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง1.2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในที่ราบตอนกลางของเวเนซุเอลา ในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศแบบสะวันนา (Aw in the Köppen climate type) บางครั้งก็มีฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติ ซึ่งมักจะมากกว่าหกเดือน ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินเป็นกลางถึงเป็นด่าง สามารถทนน้ำท่วมตามฤดูกาล เช่นเดียวกับทนแล้งในช่วงฤดูแล้งที่ยาวนานและทนไฟที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในทุ่งหญ้าสะวันนา ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (0° C) ปาล์มชนิดนี้แทบจะไม่เป็นที่รู้จักนอกถิ่นกำเนิดเนื่องจาก ปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศและดินที่รุนแรง
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้กินได้แต้รสชาดค่อนข้างไม่พึงประสงค์ถูกนำไปใช้เลี้ยงโค
ใช้ปลูกประดับ---จะพบเฉพาะในสวนพฤกษศาสตร์และในคอลเล็กชันของผู้เชี่ยวชาญเป็นส่วนใหญ่
อื่น ๆ---ลำต้นทนทานอายุการใช้งานยืนยาวนำมาใช้ในการก่อสร้าง ใบแห้งใช้มุงที่อยู่อาศัย เส้นใยใช้สานเสื่อ หมวก ตะกร้าและงานหัตถกรรมซึ่งเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับประชากรในท้องถิ่น
- ส่วนที่ใช้มากที่สุดของต้นปาล์มชนิดนี้คือใบอ่อนซึ่งนำมาสกัดเป็นเส้นใยซึ่งนำมาทำเป็น หมวก กระบังหน้า หมวกแก๊ป กระเป๋าถือ เป้ และพรมเช็ดเท้า ปัจจุบัน งานฝีมือจากต้นปาล์มนี้กระจุกตัวอยู่ในเขตเทศบาล Magangué (โบลิวาร์) ซึ่งเป็นสถานที่ที่การค้านี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลังจากถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน และปัจจุบันมีช่างฝีมือประมาณ 215 คนกำลังเร่ขายสินค้าของตน ดอกตูมจะตัดจากต้นและตากแดดให้แห้งเป็นเวลา 8 วัน จากนั้นจึงทำดอกตูมเป็นร้อยเป็นห่อขายในราคาที่แตกต่างกันตามคุณภาพและอุปทาน
ภัยคุกคาม---ปัจจุบันไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์นี้ ถุกจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Bachman, S. 2013. Copernicia tectorum. The IUCN Red List of Threatened Species 2013: e.T44392691A44535306. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2013-1.RLTS.T44392691A44535306.en. เข้าถึงเมื่อ10 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
สายพันธุ์นี้เคยถูกจัดอยู่ในประเภท Near Threatened (Galeano and Bernal 2005) สายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักจากพื้นที่คุ้มครอง เช่น Parque Nacional Isla de Salamanca (Galeano and Bernal 2010), Sierra Nevada de Santa Marta Natural National Park (โคลอมเบีย) และ Aquaro-Guariquito (เวเนซุเอลา) ไม่ทราบว่ามีการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ จากแหล่งกำเนิดแต่ตัวอย่างที่ปลูกสามารถพบได้ในสวนพฤกษศาสตร์ https://www.iucnredlist.org/species/44392691/44535306
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอกตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป


สกุล Dictyocaryum (dihk-tee-oh-CAR-yuhm) พบในอเมริกาใต้ เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับสกุล Iriartea พวกเขาจะเรียกกันว่า Araqueหรือ Palma Real มีการอธิบายสายพันธุ์มากถึง 11สายพันธุ์แต่จำนวนนี้ลดลงเหลือ 3 สายพันธุ์ ที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่  (ในหน้านี้แสดง1สายพันธุ์)
- Dictyocaryum fuscum (H.Karst.) H.Wendl.(1863.)
- Dictyocaryum lamarckianum (Mart.) H.Wendl.(1863.)
- Dictyocaryum ptarianum (Steyerm.) H.E.Moore & Steyerm.(1967)
ปาล์มในสกุลนี้จะพบในภูเขาและภูเขาป่าฝนภูมิภาคของปานามา , เอกวาดอร์ , บราซิล , เปรู , โบลิเวีย , กายอานาและเวเนซูเอลาจากระดับต่ำถึง 1,800 เมตร พวกมันมักจะตั้งรกรากในป่าละเมาะขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดบนทางลาดชันได้รับฝนที่ตกลงมาอย่างมาก


Andean Royal Palm /Dictyocaryum lamarckianum

[dihk-tee-oh-CAR-yuhm] [lah-mark-kee-AHN-uhm]


Picture---Hawaii. Photo by Bo-Göran Lundkvist.https://www.palmpedia.net/wiki/Dictyocaryum_lamarckianum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dictyocaryum lamarckianum (Mart.) H.Wendl.(1863)
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms.
---Basionym: Iriartea lamarckiana Mart.(1838). https://www.gbif.org/species/2731988
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:666671-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Andean Royal Palm, Barrigona Palm, Blue Crown Palm, Blue Sapphire, Palma real
ชื่ออื่น---[COLOMBIA: Barrigona, Barrigona blanca, Palma bombona.];[ECUADOR: Palma real.];[GERMAN:Anden-Königspalme.];[PANAMA: Palma barrigona.];[PERU: Basanco, Pona.];[RUSSIAN: Andskaya korolevskaya pal'ma.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---DKKLA (Preferred name: Dictyocaryum lamarckianum.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์, ปานามา, เปรู, เวเนซุเอลา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Dictyocaryum' แปลมาจากภาษากรีกสองคำความหมาย "net" และ "nut" อธิบายเครือข่ายหนา สันและ 'raphe' = เส้นใยรอบเมล็ด ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'lamarckianum' ตั้งชื่อตามทฤษฎีวิวัฒนาการ (Lamarckian) = 'มรดกของลักษณะที่ได้มา' ของนักสัตววิทยาชาว ฝรั่งเศส Jean-Baptiste Lamarck (ค.ศ. 1744–1829)
Dictyocaryum lamarckianum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2406
ที่อยู่อาศัย---พบได้ทางตะวันออกของปานามาตอนใต้ผ่านเทือกเขาแอนดีส โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ เปรู และโบลิเวีย ในป่าดิบเขาสูงระหว่าง 1,000 ถึง 2,000 เมตร กระจายเป็นหย่อม ๆ จากปานามาถึงโบลิเวียตามแนวเทือกเขาแอนดีส ในป่าดิบชื้นถึงเปียกชื้นก่อนขึ้นเขา มักอุดมสมบูรณ์มากในบางระดับความสูง (แปรผัน) ในเอกวาดอร์พบได้ทั้งสองด้านของเทือกเขาแอนดีส

 

Picture 1---Photo.https://www.palmpedia.net/wiki/Dictyocaryum_lamarckianum
Picture 2---Andes, Ecuador. Photo by Dr. H. B. Pedersen/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Dictyocaryum_lamarckianum

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงถึง 25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 12- 40 ซม.ตรงโคนต้นบวมเล็กน้อย ล้อมรอบอย่างสวยงามด้วย รากค้ำยัน (stilt roots ) 0.60-0.90 เมตร (ลำต้นไม่แตะพื้น) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-7ซม.มีเกล็ดเป็นขุยสีน้ำตาลในตอนแรกแล้วเปลี่ยนเป็นสีเทาดำมีหนามทื่อตามยาว ลำต้นตรงขึ้นไปประมาณกึ่งกลางแล้วจู่ๆก็คอดลง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ซม.และเรียวถึง 2.5-6 ซม สีส้มหรือเหลือง crownshaft หรือ คอยอดสีฟ้ามีแว็กซ์สีขาวคลุม ใบในมงกุฎมี 3-6ใบ รูปขนนก (pinnate) สีเขียวอมเงินด้านล่าง ทางใบยาว 5 เมตร ก้านใบยาว 75 ซม. เมื่อเทียบกับปาล์มชนิดอื่น ช่อดอกในสกุลนี้มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ก้านช่อดอกตรงยาว 35-80 ซม.แตกกิ่งครั้งเดียว ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียมีสีขาวถึงเหลือง มีกลีบเลี้ยง 3 กลีบและกลีบดอก 3 กลีบ ผลไม้พัฒนาจาก carpel ผลกลมหนาถึง 4 มม สีเหลืองส้มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อสุก ขนาด 2.5-2.8 x 2.3-3 ซม.มีเมล็ดทรงกลมติดอยู่ที่ฐานขนาด 1.7-2.5 x 1.6-2.2 ซม. มี 2 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เจริญเติบโตได้ดีใน เขตร้อน กึ่งเขตร้อน หรือเขตอบอุ่น สภาพอากาศชื้นที่เย็นจัด (Cold Hardiness Zone: 9b) เป็นหนึ่งในปาล์มที่สวยที่สุดที่มีอยู่แต่ก็เป็นหนึ่งในพืชที่เติบโตได้ยากที่สุดเว้นแต่จะอยู่ในสภาพอากาศที่เป็นต้นกำเนิด ต้องการตำแหน่งที่ชื้นและร่มรื่น ขึ้นชื่อในเรื่องยากแล้วเงื่อนไขอิ่นที่ต้องการคือดินที่อุดมด้วยซากพืชมีความชื้นสูงเป็นกรดและไม่มีแคลเซียม  
การรดน้ำ---ต้องการน้ำในปริมาณมากตลอดทั้งปี
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งถึงไม่มีเลย
การใส่ปุ๋ย---ใส่ปุ๋ยละลายช้าทุก3 เดือน เว้นการใส่ปุ๋ยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---ส่วนใหญ่แล้ว พืชค่อนข้างไม่มีปัญหา ระวังแมลงเกล็ด (Scale insects) และไรเดอร์ (Spider mite)
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้เป็นอาหารและเป็นแหล่งไม้ในท้องถิ่น
ใช้กิน---ผลไม้กินได้และทำเป็นไวน์หรือเยลลี่ ในโบลิเวียหัวใจของปาล์มจะถูกกินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---เป็นหนึ่งในปาล์มที่สวยที่สุดแต่เพาะปลูกยากนอกถิ่นกำเนิด
อื่น ๆ---ในโคลัมเบียใบใช้สำหรับมุงหลังคา
- ในปานามาและโคลอมเบีย ชาวพื้นเมือง Embera Indiansใช้ลำต้นที่มีเนื้อไม้แข็งและทนทานใช้เป็นโลงศพ
- ในเปรูไม้ใช้ในการก่อสร้าง
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ถุกจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern Version 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species (2001)
IUCN Red List Categories and Criteria: Version 3.1. http://legacy.tropicos.org/Name/2401323
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Dransfieldia เป็น monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์

  Mini Pink Lipstick Palm /Dransfieldia micrantha

[dranz-FEEL-dee-ah] [mih-KRAHN-tah]

                    

Picture 1---Hawaii. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Dransfieldia_micrantha
Picture 2---Dr. John Dransfield standing next to his namesake palm in the widows to the tropics conservatory, Royal Botanic Gardens, Kew. https://www.palmpedia.net/wiki/Dransfieldia_micrantha

ชื่อวิทยาศาสตร์---Dransfieldia micrantha (Becc.) W.J.Baker & Zona (2006)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:60441732-2#synonyms
---Basionym: Ptychosperma micranthum Becc.(1877). https://www.gbif.org/species/2735126
---Heterospathe micrantha (Becc.) H.E.Moore (1970).
---Rhopaloblaste micrantha (Becc.) Hook.f. ex B.D.Jacks. (1895)
ชื่อสามัญ--- Mini Pink Lipstick Palm.
ชื่ออื่น---Local names; [NEW GUINEA: Ititohoho (Jamur), Kapis (Biak-Raja Ampat), Tama’e (Wondama).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---PPMSS (Preferred name: Ptychosperma sp.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวกินี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Dransfieldia' ถูกตั้งชื่อตาม Dr. John Dransfield (เกิดปี 1945) อดีตหัวหน้าฝ่ายวิจัยปาล์มที่ Royal Botanic Gardens, Kew และเพื่อนและผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้เขียนบทความนี้ทั้งหมดเพื่อรับรู้ถึงการมีส่วนร่วมอันยิ่งใหญ่ของเขาทั้งในระบบปาล์ม Malesian และความรู้ทั่วโลก ของชีววิทยาปาล์มโดยรวม [(WJ Baker, S. Zona, Ch.D. Heatubun, K. Lewis, K. Lewis, RA Maturbongs และ MV Norup. 2006) / Palmweb] ; ชื่อสายพันธุ์ 'micrantha'
Dransfieldia micrantha เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ค้นพบในปี พ.ศ. 2415 เป็นระยะเวลา 134 ปีก่อนที่ การตรวจ ดีเอ็นเอจะระบุตำแหน่งที่เหมาะสม ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย William John Baker (เกิดปี 1972) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ และ Scott Zona.(เกิดปี 1959) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2549

                                  

Picture 1,2---Miami FL. Photo by Kyle Wicomb, edric.https://www.palmpedia.net/wiki/Dransfieldia_micrantha

ที่อยู่อาศัย---จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดปาปัว ทางตะวันตก ของอินโดนีเซีย ในนิวกินี รู้จักกันจากเกาะ Waigeo ในหมู่เกาะราชาอัมพัต, Kepala Burung (อ่าว Sorong และ Bintuni Bay), เนินเขาล่างของเทือกเขา Wondiwoi และบริเวณอ่าว Etna พบใน ป่าที่ลุ่ม ป่าบนเนินเขา และสันเขา ที่ระดับความสูง 10–180 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอ หรือต้นเดี่ยว ลำต้นสูงถึง 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2-5 ซม. ผิวต้นเรียบเนียนมักมีสีแดงเมื่ออายุน้อยแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ปลายประกอบด้วยกาบใบม้วนแน่น ใบประกอบรูปขนนก (pinnate) มี 4-7 ใบ ใบใหม่จะมีสีแดง แต่ไม่นานก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ความยาว 1-2 เมตร รวมถึงก้านใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกออกใต้ crownshaft (infrafoliar) ช่อดอกยาว 34-60 ซม.รวมถึงก้านช่อดอกและดอกทั้งหมด ดอกออกเป็นกลุ่มสีม่วงเล็กๆ 3 ดอกโดยมีดอกเพศเมียอยู่ตรงกลางและดอกเพศผู้อยู่ด้านข้างสองดอก ตลอดความยาวของกิ่งก้านของช่อดอก ผลสีดำเมื่อสุก ขนาด 15.0–15.9 x 7.6–9.5 มม.เหลือปลายยอด มีเมล็ดรูปไข่ ฐานแบน 1 เมล็ด สีดำ ขนาด 8.9–11.0 x 6.1–7.0 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพอากาศในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน (USDA Zones 10-12) เติบโตได้ดีในที่ร่ม (แสงแดดโดยตรงน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่ศูนย์ชั่วโมง ควรใช้เวลาอย่างน้อยสองสามชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด) ชอบดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุเป็นกรดและลึกที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี แต่เจริญเติบโตได้ดีในดินเขตร้อนที่หลากหลาย ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีน้ำขัง ดินลูกรังมาก ทรายมาก หินหรือดินเลน โดยทั่วไปไม่ชอบแสงแดดที่ร้อนจัด ลมแรง เกลือหรือน้ำที่ไม่ดี
การรดน้ำ---ในการเพาะปลูกไม่ชอบความชื้นต่ำ ในช่วงฤดูร้อน ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---ค่อนข้างไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์และสัตว์เลี้ยง
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเป็นไม้ประดับในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย แต่ยังไม่แพร่หลายในการค้าพืชสวน ใบใหม่ที่มีสีสัน ช่อดอก กับลำต้นที่เรียวทำให้ปาล์มนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสมปาล์ม เหมาะสำหรับสวนที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการการแตกกอขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเป็นปาล์มกระถางที่ยอดเยี่ยม
อื่น ๆ---ลำต้นใช้ทำฉมวก ใบใช้สำหรับมุง ชิ้นส่วนที่ไม่ได้ระบุใช้สำหรับการเย็บมุงหลังคา
ภัยคุกคาม---เนื่องจากขอบเขตของการเกิดขึ้นน้อยกว่า 20,000 ตารางกิโลเมตร แต่ไม่มีคุณสมบัติสำหรับเกณฑ์ที่จำเป็นสองในสามเกณฑ์ที่ตามมา อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของการตัดไม้อย่างกว้างขวางทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย บ่งชี้ว่า D. micrantha อาจเป็นไปตามข้อกำหนดของเกณฑ์ B1a และ B1bในอนาคตอันใกล้นี้(WJ Baker, S. Zona,Ch.D. Heatubun, K. Lewis, K. Lewis, RA Maturbongs และ MV Norup. 2006)/Palmweb
สถานะการอนุรักษ์---NT - Near Threatened - National - IUCN Red List of Threatened Species.
https://www.palmpedia.net/wiki/Dransfieldia_micrantha
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ดหรือแยกเป็นกอขนาดใหญ่


สกุล Gaussia (GAWS-see-ah) เป็นสกุลในครอบครัวปาล์มพื้นเมืองเม็กซิโก อเมริกากลาง, Great Antilles มี 5 สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ
1 Gaussia attenuata (O.F.Cook) Becc.-สาธารณรัฐโดมินิกันและเปอร์โตริโก
2 Gaussia gomez-pompae (H.J.Quero) H.J.Quero-รัฐเชียปัส , เม็กซิโก , โออาซากาและเวราครูซ
3 Gaussia maya (O.F.Cook) H.J.Quero & Read-เม็กซิโก, เบลีซและกัวเตมาลา    
4 Gaussia princeps H.Wendl.-คิวบาตะวันตก    
5 Gaussia spirituana Moya & Leiva-เซียร์ราเดอจาติโบนิโกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคิวบา
(ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)

Palma barril /Gaussia gomez-pompae

[GAWS-see-ah] [(goh-mez)-(pom'-peh).]


Picture 1---Cooper City FL. Photo by Kyle Wicomb.https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_gomez-pompae
Picture 2---National Botanical gardens in Havana, Cuba. Photo by Scott.https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_gomez-pompae

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gaussia gomez-pompae (H.J.Quero) H.J.Quero (1986)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:31245-1#synonyms
---Basionym: Opsiandra gomez-pompae H.J.Quero (1982). https://www.gbif.org/species/5293088
ชื่อสามัญ--Caribbean Bottle Palm
ชื่ออื่น---; [CHINESE: Lu mei zong (as Gaussia).];[MEXICO: Gausia de monte, Palma barril.];
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---GSISS (Preferred name: Gaussia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล'Gaussia'อุทิศให้กับนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน Johann Friedrich Gauss (1777-1855) ; ชื่อสายพันธุ์ 'gomez-pompae' เป็นเกียรติแก่ นักนิเวศวิทยาและนักชาติพันธุ์วิทยาชาวเม็กซิกัน Arturo Gómez-Pompa (1934)
Gaussia gomez-pompae เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermilo J. Quero (เขามีบทบาทมากที่สุดในปี1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวเม็กซิกันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Hermilo J. Quero ( มีบทบาทมากที่สุดในปี1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวเม็กซิกันในปี พ.ศ.2529
ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มสายพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic) ของเม็กซิโก เติบโตบนโขดหินที่สึกกร่อนอย่างรุนแรง สูงชัน และขรุขระ พบในรัฐโออาซากา ตาบาสโก และเวรากรูซของเม็กซิโก ที่ระดับความสูง 50-350 เมตร

 

Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_gomez-pompae
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_gomez-pompae

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวไม่มีหนาม สูง 10 -14 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30 ซม.สีเทา มีร่องรรอยวงแผลเป็นเห็นชัด ระยะห่างสูงสุด 10ซม. หลังจากเมล็ดงอก ช่วงปีแรกจะสร้างลำต้นทรงกลม จากนั้นจะเป็นรูปทรงขวด ก่อนจะพัฒนาเป็นลำต้นทรงกระบอก ขยายเล็กน้อยที่ฐาน ใบในมงกุฎ 8-10 ใบ ทางใบยาว 2-3 เมตร ใบประกอบแบบขนนก (pinnate)ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น มีมากถึง 100 คู่ปลายใบแหลม เรียงเป็นระยะสม่ำเสมอ ขนาดใบยาว 70-75 ซม.กว้าง 4-6 ซม. สีเขียวเข้มมันวาว เส้นกลางใบสีเหลือง ใบแห้งยังคงติดอยู่บนต้นระยะหนึ่งก่อนหลุดร่วงไป ช่อดอกเริ่มแรกออกระหว่างใบ (interfoliar) ต่อมาอยู่ใต้ใบเมื่อสุกยาว1เมตร ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกเล็กๆสีขาวครีมจัดเรียงเกือบชิดกันเป็นสามดอก (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) มักมีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยว ดอกเพศผู้จะเปิดออกและร่วงตามลำด้บเมื่อร่วงหมดแล้วดอกเพศเมียจะเปิดออก ผลกลมสีเหลืองหรือส้มแดงขนาด 1.5- 1.6 ซม มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 1.3-1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สายพันธุ์ที่ค่อนข้างหายากในธรรมชาติและเกือบจะไม่รู้จักในการเพาะปลูก ชอบสภาพอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (Cold hardiness zones10a - 10b.) ทนต่ออุณหภูมิที่ลดลงได้ถึง (0° C) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) หรือร่มเงาเล็กน้อย ดินมีการระบายน้ำดี ค่อนข้างเป็นด่าง pH 6.6 - 9 อัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ทนแล้งได้ในช่วงสั้น ๆรดน้ำปกติในสภาพอากาศที่มีความร้อนแห้งเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด                                                             ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในงานภูมิทัศน์ แบบปลูกแยกแบบเดี่ยวๆหรือ ปลูกเป็นกลุ่ม ในขณะที่ต้นยังเล็กลำต้นเป็นรูปทรงกลม นำมาปลูกประดับเป็นไม้กระถางได้อย่างหรู
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียวของเม็กซิโก [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร และอาจได้รับผลกระทบจากไฟป่า ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ'
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1 -  IUCN. Red List of Threatened Species (2021)
Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Gaussia gomez-pompae. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T30974A2799588. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T30974A2799588.en. เข้าถึงเมื่อ 12 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
มี 12 คอลเลคชัน นอกสถานที่ (BGCI 2021) ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (E) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 Vulnerable (VU) โดย IUCN Red List (Quero 1998) ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010) สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในสวนสาธารณะ "Agua Blanca" และในสวนพฤกษศาสตร์ El Jardín de Dios. https://www.iucnredlist.org/species/30974/2799588
การขยายพันธุ์---เมล็ดพันธุ์


                                                               Maya Palm /Gaussia maya

[GAWS-see-ah] [MIGH-ah]

                                     

Picture---Todos Santos, Baja, Mexico. Photo by Oscar Moreno. https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_maya

ชื่อวิทยาศาสตร์---Gaussia maya (O.F.Cook) H.J.Quero & Read (1986)
ชื่อพ้อง---Has 1 synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:277352-2#synonyms
---Basionym: Opsiandra maya O.F.Cook (1923).See https://www.gbif.org/species/5293087
ชื่อสามัญ---Maya Palm
ชื่ออื่น---; [BELIZE: Cambo, K’ambó, Palmasito.];[CHINESE: Lu mei zong (as Gaussia).];[MEXICO: Gausia cimarrona, Palma cambo, Palma cimarrona.];[SPANISH: Cambo, La palma, Palma cimarrona, Palmasito, Kambo.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---GSISS (Preferred name: Gaussia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ, กัวเตมาลา, เม็กซิโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล'Gaussia'อุทิศให้กับนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน Johann Friedrich Gauss (1777-1855) ; ชื่อสายพันธุ์ 'maya' หมายถึงตัวอย่างชิ้นแรกที่พบใกล้ซากปรักหักพังของวัดของชาวมายัน
Gaussia maya เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Orator Fuller Cook (1867–1949) นักพฤกษศาสตร์และนักกีฏวิทยาชาวอเมริกัน ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Hermilo J. Quero ( มีบทบาทมากที่สุดในปี1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวเม็กซิกันและRobert William Read (1931–2003) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันในปี พ.ศ.2529
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ทางตอนใต้ของคาบสมุทร Yucatan ในเบลีซ กัวเตมาลา และเม็กซิโก ซึ่งพบในกัมเปเชและกินตานาโร กระจายอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าดิบชื้นบนดินหินปูนที่เป็นหิน ที่ระดับความสูง 50-350 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 5-20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10 - 15 (-30) ซม.โคนต้นบวม พุ่งขึ้นแล้วหดตัวที่ฐานของลำต้นมีมวลทรงกรวยของรากที่แข็งแรงเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 ซม.ลำต้นสีเทา มีวงแหวนที่เด่นชัด ระยะ 8-15 ซม. มีใบบนยอดมงกุฎ 3-8 ใบ เป็นใบรูปขนนก (pinnate) แต่ละใบยาว 2-3 เมตร ไม่เป็นระเบียบ ใบย่อยสีเขียวถูกจัดเรียงในระนาบต่างๆ ซึ่งช่วยชดเชยจำนวนใบที่น้อย (ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีใบครั้งละ 3-4 ใบ) คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือนิสัยการออกดอกของปาล์มชนิดนี้จะออกดอกได้อย่างอิสระมากซึ่งอาจส่งผลให้เกิดช่อดอกที่เกิดพร้อมกันมากถึงหนึ่งโหลอยู่บนต้นในเวลาใดก็ได้ ช่อดอกของปาล์มมายาในระยะแรกยังคงอยู่ใน ตา เป็นเวลาหลายปี ขณะที่ต้นโตไปเรื่อยๆ ตาที่อายุมากว่า ก็จะเปิดตามลำดับ จากแก่ที่สุด ไปหาน้อยที่สุด ผลลัพธ์คือปาล์มมายา จะพกพาดอกและผลไปด้วยในเวลาเดียวกันและในทุกช่วงของการพัฒนา ช่อดอกเริ่มแรกออกระหว่างใบ (interfoliar) ต่อมาอยู่ใต้ใบเมื่อสุกยาว 70-80 ซม. ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกเล็กๆสีขาวครีมจัดเรียงเกือบชิดกันเป็นสามดอก (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) มักมีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยว ดอกเพศผู้จะเปิดออกและร่วงตามลำด้บเมื่อร่วงหมดแล้วดอกเพศเมียจะเปิดออก สิ่งนี้จะทำให้เอื้อต่อการผสมข้ามพันธุ์ ผลรูปกลมผลอ่อนสีเขียวอมเหลือง สีแดงสดเมื่อสุกขนาด 1-1.5 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 1 ซม.

                        

Picture 1---Homestead, FL. Photo by Jody Haynes. https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_maya
Picture 2---Sherman Oaks CA. https://www.palmpedia.net/wiki/Gaussia_maya

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบสภาพอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (Cold hardiness zones10a - 10b.) ทนน้ำค้างแข็งอายุสั้น ๆ เป็นครั้งคราวที่อุณหภูมิประมาณ -2 °C ต้องการความส่องสว่างสูง (แสงแดดทางอ้อมหรือกรองแสง) ถึงโดนแสงแดดโดยตรง (6-8ชั่วโมงต่อวัน) หรือตำแหน่งที่ร่มรื่น ปรับตัวเข้ากับดินได้หลากหลายประเภท แม้กับดินที่ไม่ดี แต่ระบายน้ำได้ดีและรักษาความชื้นเกือบตลอดเวลา เมื่อยังเล็กต้องการแสงบางส่วน และต้องการแสงแดดมากขึ้นเมื่อโต อัตราการเจริญเติบโตปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำสม่ำเสมอ คลุมดินด้วยวัสดุคลุมดินหนา (เช่นหญ้าแห้ง) รักษาความชื้นเกือบตลอดเวลา ทนแล้งได้ในช่วงสั้น ๆรดน้ำบ่อยขึ้นในสภาพอากาศที่มีความร้อนแห้งเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในงานภูมิทัศน์ แบบปลูกแยกแบบเดี่ยวๆหรือ ปลูกเป็นกลุ่ม ในขณะที่ต้นยังเล็กเป็นรูปทรงกลม นำมาปลูกประดับเป็นไม้กระถางได้
อื่นๆ---ประชากรในท้องถิ่นไม่ใช้ประโยชน์อะไรเป็นพิเศษ ยกเว้นลำต้นที่มีอายุยืนยาว บางครั้งใช้ในการก่อสร้างอาคารในชนบท
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ทางตอนใต้ของคาบสมุทร Yucatan ในเบลีซ กัวเตมาลา และเม็กซิโก [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นพืชหายากภัยคุกคามด้านที่อยู่อาศัย (การตัดไม้ทำลายป่า จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสำหรับกิจกรรมการเกษตร ปศุสัตว์ และไฟป่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้แสดงถึงความเสี่ยงต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ สันนิษฐานว่าแนวโน้มประชากรของสายพันธุ์นี้กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ'
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2021)
Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Gaussia maya. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38571A2880125. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T38571A2880125.en. เข้าถึงเมื่อ 12 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
มี 35 คอลเลคชัน นอกสถานที่ (BGCI 2021) ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (V) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 (VU) โดย IUCN Red List (Quero 1998)
- ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อ ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010)
- ในเบลีซ สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตอนุรักษ์ Rio Bravo
- ในกัวเตมาลาเกิดขึ้นใน Biotope ที่ได้รับการคุ้มครอง
- ในเม็กซิโกพบได้ในเขตสงวนชีวมณฑล "Calakmul" (Campeche)
ข้อแนะนำให้กำหนดกิจกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ทางเลือกในการดำรงชีวิตแทนการทำลายป่า ข้อบังคับทางกฎหมาย และการชำระเงินเพื่อการอนุรักษ์ ในทำนองเดียวกัน การติดตามแนวโน้มที่อยู่อาศัยก็จะเป็นประโยชน์ https://www.iucnredlist.org/species/38571/2880125
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดงอกง่ายเมื่อสด ที่อุณหภูมิ 26-28°C ใช้เวลา 2 เดือนในการงอก


สกุล Guihaia (gwee-hah-EE-ah) เป็นประเภทของ 3 สายพันธุ์ของต้นปาล์มที่พบในประเทศจีนและเวียดนาม บางทีลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมันคือมันเป็นปาล์มชนิดเดียวที่มีใบรูปแบบ reduplicate (รูปตัว A) ซึ่งใบในต้นปาล์มอื่น ๆ ทั้งหมดมีใบรูปแบบตัว V
1 Guihaia argyrata (SKLee & FNWei) SKLee, FNWei & J.Dransf - จีน:กุ้ยโจว ,กวางสี ,กวางตุ้งและเวียดนาม
2 Guihaia grossefibrosa (Gagnep.) J.Dransf., SKLee & FNWei - จีน: กวางตุ้งกวางสีและเวียดนาม
3 Guihaia lancifolia K. W. Luo และ FW Xing -จีน: กวางสี (มีใบไม่มีการแบ่งแยก)
(ในหน้านี้แสดง 1 สายพันธุ์)

Guilin Dwarf Palm /Guihaia argyrata
[gwee-hah-EE-ah] [ahrj-ee-RAH-tha]


Picture 1---Fairchild Tropical Gardens, Florida. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture 2---http://www.palmpedia.net/wiki/Guihaia_argyrata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Guihaia argyrata (S.K.Lee & F.N.Wei) S.K.Lee, F.N.Wei & J.Dransf.(1985)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:915058-1#synonyms
---Basionym: Trachycarpus argyratus S.K.Lee & F.N.Wei (1982).See https://www.gbif.org/species/2736891
ชื่อสามัญ---Guilin Dwarf Palm, Silver Back Fan Palm, Dainty Lady Palm.
ชื่ออื่น---ปาล์มแคระกุ้ยหลิน (ทั่วไป) ;[CHINESE: Shi shan zong, Shi shan zong shu.];[ THAI: Pam khrae kui lin (General).];
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TRRSS (Preferred name: Trachycarpus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---จีน เวียตนาม
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Guihaia' เป็นชื่อโบราณของภูมิภาคกุ้ยหลินในมณฑลกวางสีของประเทศจีน ; ชื่อสายพันธุ์ เป็นคำคุณศัพท์ละติน "argyratus, a, um" = สีเงิน ที่มาจากภาษากรีก "argyrus" โดยมีการอ้างอิงถึง สีด้านล่างของใบไม้
Guihaia argyrata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Shu Kang Lee (1915– )นักพฤกษศาสตร์ชาวจีนและ F.N.Wei (เกิดปี 1941) นักพฤกษศาสตร์ชาวจีน ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Shu Kang Lee (เกิดปี 1915– ), Fa Nan Wei (เกิดปี 1941) นักพฤกษศาสตร์ชาวจีน และ John Dransfield (เกิดปี 1945-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2528

 

Picture 1---Fairchild Tropical Gardens, Florida. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture 2---http://www.palmpedia.net/wiki/Guihaia_argyrata

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน (กวางตุ้ง กวางสี และกุ้ยโจว) และเวียดนามตะวันออกเฉียงเหนือ ในป่าเปิดบนเนินเขาสูงชันและในรอยแยกของหน้าผาหินปูนที่ระดับความสูง 1,000-2,200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายไม้พุ่ม มีหลายลำต้นแต่จะเห็นเฉพาะตรงกลาง ส่วนที่เหลือแทบจะมองไม่เห็น ที่ฐานของพืชมีหนามชี้ขึ้นด้านบนจำนวนมากในลักษณะหมุนวน ใบไม้เกือบจะออกมาจากพื้นดิน สูง 0.50 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 3-5ซม. ลำต้นปกคลุมด้วยฐานใบถาวรและ เส้นใยใบ สีน้ำตาลเข้ม ตั้งตรงยาวบางและแยกเป็นหนามไม่แข็ง ลำต้นมักจะถูกกาบใบเก่าบดบังอย่างสมบูรณ์ ไม่มี Crownshaft ใบออกปลายยอดแผ่กระจัดกระจาย มีใบประมาณ 15-20 ใบ ใบรูปพัด (costapalmate) ขอบใบจักลึกเกือบถึงสะดือ ก้านใบไม่มีหนาม ยาว 0.9-1.2 เมตร  ด้านบนใบสีเขียวมันวาว ด้านล่างสีขาวปนสีบรอนซ์อ่อน ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดก็คือเป็นปาล์มชนิดเดียวที่มีใบมีรูปแบบ reduplicate (รูปตัว A โดยส่วนของส่วนที่มีรูปร่างเหมือนVกลับหัว คุณสมบัตินี้ช่วยให้น้ำไหลออกได้ง่ายขึ้น) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียคล้ายกันออกระหว่างโคนใบ (interfoliar) ตั้งตรง ยาว 30-80 ซม.แตกแขนงเป็น 4 ช่อย่อย มี 2-5 ช่อ ดอกเล็กสีเขียวเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 มม ดอกเพศเมียขนาด 0.5 มม.ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 6 อันสั้นและเรียวกว่า เรียงกันเป็นเกลียว ผลกลมสีฟ้าจางขนาด 0.4- 0,6 ซม.สุกสีม่วงดำ กินได้ มีเมล็ดทรงกลม 1 เมล็ด ขนาด 0.4-0.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---มาจากพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนชื้นโดยไม่มีฤดูแล้งอย่างชัดเจน แต่ปรับให้เข้ากับสภาพอากาศที่หลากหลายตั้งแต่เขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น ทนความหนาวเย็นได้ถึง -8°C (Cold Hardiness Zone: 9a) ทนแสงแดดได้เต็มที่ ในตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่ใบไม้จะเป็นสีเหลือง ในตำแหน่งแสงกรอง หรือร่มเงาบางส่วน ใบไม้จะมีสีเขียวเข้มสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด ชอบดินที่เป็นด่าง แต่ก็สามารถปรับได้กับดินทุกชนิดที่มีการระบายน้ำได้ดี ทนความร้อนและแห้งแล้ง อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำเล็กน้อย รดน้ำสม่ำเสมอทุก 2-3 สัปดาห์/ครั้ง
การตัดแต่งกิ่ง---สามารถทำได้ตลอดเวลาถ้าพบ ใบที่ตายแล้ว ใบที่เสียหายและเป็นโรค
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสูตรสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามจำนวนมากที่โคนต้น ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถาง และสวนขนาดเล็ก
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤษภาคม-มิถุนายน/ ผลไม้สุกในช่วงปลายตุลาคม-พฤศจิกายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 3-4 เดือน หรือมากกว่า ที่อุณหภูมิ 26-28°C


สกุล Hedyscepe (hed-ih-SEH-peh) เป็น monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Hedyscepe canterburyana

  Big Mountain Palm /Hedyscepe canterburyana

[hed-ih-SEH-peh] [kahn-teh'-buhr-ee-AHN-ah]

                                            

Picture  1---Mt. Gower, Lord Howe Island. https://www.palmpedia.net/wiki/Hedyscepe_canterburyana
Picture  2---Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Hedyscepe_canterburyana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hedyscepe canterburyana (C. Moore & F.Muell.) H. Wendl. & Drude.(1875)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667392-1#synonyms
---Basionym: Kentia canterburyana C.Moore & F.Muell.(1870).See https://www.gbif.org/species/2738747
---Veitchia canterburyana (C.Moore & F.Muell.) H.Wendl. (1872)
ชื่อสามัญ---Big Mountain Palm, Umbrella Palm, Canterbury Umbrella Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HDZCA (Preferred name: Hedyscepe canterburyana.)
ถิ่นกำเนิด--- ทวีปออสเตรเลีย : โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ออสเตรเลีย (Lord Howe Is.)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Hedyscepe' จากภาษากรีก แปลว่าเสื้อคลุม หรือผ้าคลุม; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'canterburyana' ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่      Sir John Henry Thomas Manners-Sutton ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรียในศตวรรษที่ 19 ภายหลังได้รับการขนานนามว่า " Viscount Canterbury ที่ 3 "
Hedyscepe canterburyana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Charles Moore (1820–1905) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียและ Sir Ferdinand Jacob Heinrich von Mueller (1825-1896) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน-ออสเตรเลีย ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและCarl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2418
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่น (Endemic) ของ Lord Howe บนเนินเขา Mt. Glower และ Mt. Lidgbird ในป่าบนภูเขา หน้าผา และสันเขา ที่ระดับความสูง 400 - 750 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางที่สวยสง่างาม ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 10 เมตร ลำต้นเป็นสีเขียวอมฟ้าเมื่ออายุน้อยและเติบโตเป็นสีเขียวโดยมีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบคล้ายวงแหวนห่างกันอย่างสม่ำเสมอและใกล้ชิดกัน สีเงิน Crownshaft รูปทรงกระบอกสีเขียวอมฟ้าอ่อน ใบรูปขนนก(pinnate) สั้น โค้ง แข็งชี้ขึ้น คล้ายใบของ  Howea belmoreana ใบไม้สีเงินปนเขียวน้ำเงิน ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น(monoecious) ดอกเพศผู้สีงาช้างและดอกเพศเมียสีม่วง ผลรูปไข่ขนาดใหญ่ 3.8-4.2 ซม.มี 1 เมล็ด ขนาด 2.7- 3.7 ซม * ผลค่อย ๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเมื่อสุก ในการติดผลหนึ่งครั้ง เมล็ดจะสุกในอัตราที่แตกต่างกันไป และอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการตั้งแต่ดอกบานจนถึงเมล็ดสุก  (willowbrooknursery.com)



Picture---ภูเขา โกเวอร์ เกาะลอร์ดฮาว ภาพถ่ายโดย Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Hedyscepe_canterburyana

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้ดีที่สุดในสวนในเขตอบอุ่นหรือกึ่งเขตร้อนชื้นในสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น (USDA Zone 9b-10b) ต้องการตำแหน่งที่ชื้น ดินมีอินทรีย์วัตถุที่อุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี pH 5.6-7.5 ชอบร่มเงาหรือแดดครึ่งวันเช้า เมื่อต้นยังเล็กหลบแสงแดดโดยตรงเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีแรก ในพื้นที่ชายฝั่งสามารถรับแสงแดดได้เต็มที่ ทนต่อไอเกลือและสภาวะชายฝั่ง อัตราการเจริญเติบโต ช้า ความสูง 10 เมตร ใช้เวลา 40-50 ปี การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำปกติต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำและอย่าให้น้ำมากจนเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---สามารถทำได้ตลอดเวลาถ้าพบ ใบที่ตายแล้ว ใบที่เสียหายและเป็นโรค
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสูตรสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---None reported
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้งานในภูมิทัศน์ปลูกเดี่ยวหรือจัดกลุ่ม สร้างจุดเด่นในสวน นอกจากนี้ยังทำได้ดีในภาชนะบรรจุหรือเป็นพืชในร่มที่มีแสงสว่างส่องถึง
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว ของ Lord Howe Is. [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ' (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE D2 ver 2.3 -  IUCN. Red List of Threatened Species (1998)
Johnson, D. 1998. Hedyscepe canterburyana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38575A10124169. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38575A10124169.en. เข้าถึงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2566
- VULNERABLE (VU D2) หมายความว่าไม่ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤตหรือใกล้สูญพันธุ์ แต่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ในป่าในอนาคตระยะกลาง แต่ ประชากรมีลักษณะเป็นข้อจำกัดอย่างเฉียบพลันในพื้นที่ครอบครอง ดังนั้นจึงสามารถกลายเป็นใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤตหรือถึงขั้นสูญพันธุ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น (sungrowers.com)
การดำเนินการอนุรักษ์
- เกาะลอร์ดฮาวเป็นมรดกโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตอนุรักษ์ถาวร https://www.iucnredlist.org/species/38575/10124169
ขยายพันธุ์---เมล็ด งอกช้าและไม่แน่นอนโดยต้นกล้าจะปรากฏตั้งแต่ 5-18 เดือนหลังจากการหว่าน

สกุล Hemithrinax (heh-mee-TRIH-nahks) เป็นประเภทปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ทางตะวันออกคิวบา ประกอบด้วย 3 สายพันธุ์และเป็นหนึ่งในหลากหลาย ก่อนหน้านี้ถูกรวมอยู่ในสกุลThrinax
1 Hemithrinax compacta (Griseb. & H.Wendl.) M.G?mez - Sierra de Nipe ในจังหวัด Holguin
2 Hemithrinax ekmaniana Burret - Las Villas ในจังหวัด Granma
3 Hemithrinax rivularis Le?n - Sierra de Moa ในจังหวัด Holguin
-Hemithrinax rivularis var. savannarum (เลออน) O.Muniz - Oriente และเซียร์เดอ Moa ใน Holguin Province  
-Hemithrinax rivularis var. rivularis

(ในหน้านี้แสดง 1 สายพันธุ์)

  Jumagua Palm /Hemithrinax ekmaniana

 [heh-mee-TRIH-nahks] [ehk-MAHN-ee-ahn-ah]

    

Picture 1, 2---Hemithrinax ekmaniana, Mogotes de Jumagua, Villa Clara, Cuba.Photo by Duanny Suárez. https://www.palmpedia.net/wiki/Hemithrinax_ekmaniana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hemithrinax ekmaniana Burret (1929)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:278108-2#synonyms
---Thrinax ekmaniana (Burret) Borhidi & O.Muniz (1985)
ชื่อสามัญ---Jumagua Palm, Lollipop Palm
ชื่ออื่น---[CUBA: Palmita de jumagua.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HTXSS (Preferred name: Hemithrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---คิวบา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Hemithrinax' มาจากคำนำหน้าภาษากรีก "hemi-" = ครึ่ง และจากชื่อของสกุลThrinax ; ชื่อสายพันธุ์ 'ekmaniana' ได้รับเกียรติจากนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน  Erik Leonard Ekman (1883-1931)
Hemithrinax ekmaniana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2472
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ของ Mogotes de Jumagua ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคิวบาในจังหวัด Villa Clara เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนเนินเขาหินปูนเพียงสามแห่งตามแนวชายฝั่งทะเล เปรียบเป็น Jewel of the Cuban Palms


Picture 1, 2---Hemithrinax ekmaniana, Mogotes de Jumagua, วิลล่าคลารา, คิวบา ภาพถ่ายโดย Duanny Suárez. https://www.palmpedia.net/wiki/Hemithrinax_ekmaniana

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 4เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5 ซม.ลำต้นสีเทา ปกคลุมด้วยใบตายถาวรเป็นเวลานาน ใบรูปพัด(palmate) มีใบหนาแน่นมากจัดกลุ่มเหมือนลูกบอลยักษ์หนามกะทัดรัด ก้านใบสั้นมากยาวไม่เกิน 10 ซม.ใบสีเขียวเข้มด้านบน ด้านล่างสีเทาเงิน ปลายใบมีหนามแหลมคม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ความยาวเกินใบเล็กน้อยแตกออกที่ปลายยอด มีดอกกะเทย (hermaphrodite) สีขาว ผลกลมสีเหลืองซีดขนาด 0.8 ซม.มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้นและเขตอบอุ่น อยู่ในตำแหน่งแสงแดดส่องถึง ในถิ่นกำเนิดเติบโตบนก้อนหินที่มีรูพรุนซึ่งมีสารอินทรีย์น้อยมาก จะหยั่งรากลงไปเพื่อหาที่ที่มีความชื้นสูง ปลูกลงดินต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดีมาก นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสกับชายฝั่งได้ดี ทนไอเกลือ อัตราการเจริญเติบโตช้า กว่าจะเห็นลำต้นใช้เวลาประมาณกว่า 6 ปี                                                                                          การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ในปี 2550 เป็นครั้งแรกที่มีการเก็บเมล็ดพันธุ์จากป่าเข้าสู่การค้าเมล็ดพันธุ์ในเชิงพาณิชย์และไปถึงผู้ปลูกจำนวนมากในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก มีศักยภาพการเป็นไม้ประดับที่มีเอฟเฟ็กต์อันยิ่งใหญ่ เนื่องจากมันเป็นปาล์มจิ๋วที่โดดเด่น จึงเหมาะสำหรับสวนที่มีขอบเขตจำกัด อาจตั้งเป็นจุดโฟกัส ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพืชที่ปลูกในที่โล่งนอกเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าการเพาะปลูกในการเปิดของสายพันธุ์ อาจจำกัดอยู่เฉพาะที่เท่านั้น อาจเป็นหนึ่งในปาล์มที่หายากที่สุดในโลก
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของคิวบา [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) [พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่หายากที่สุดในโลกในป่าปัจจุบัน (2013) ประชากรลดลงเหลือประมาณ100 ต้น สำหรับต้นเจริญพันธุ์ที่เติบโตในพื้นที่ที่ถูกจำกัดบนเกาะใกล้กับเมือง Sagua La Grande ขึ้นบนหินที่มีความลาดชันสูง เรียกว่า "Mogotes de Jumagua" (ภูเขาหินปูนที่สึกกร่อนอย่างหนัก ถูกประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโดยทางการคิวบา ปกป้องพื้นที่ 4.79 ตารางกิโลเมตร.)
- ในลาสวิลล่าส์มีประชากรอาศัยอยู่เพียงต้นเดียวที่มีอายุมากกว่า100 ปีที่เหลืออยู่ และไม่มีการฟื้นฟู ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต' (มีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญพันธุ์ในป่าในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED B1+2e -  IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Moya, C. 1998. Hemithrinax ekmaniana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998:e.T38707A10143890. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38707A10143890.en. เข้าถึงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2566.
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Howea (how'-eh-ah) เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของออสเตรเลีย โดยเฉพาะ H. forsteriana ปลูกทั่วไปในฐานะพืชในร่มในซีกโลกเหนือและทั้งสองชนิดเป็นแกนนำของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ปาล์มของเกาะและที่สำคัญกว่านั้นคือการค้าขายในกล้าไม้งอกใหม่ ต้นปาล์มยังได้รับการปลูกเลี้ยง บนเกาะนอร์ฟอล์กซึ่งผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อการส่งออก (ในหน้านี้แสดง 1 สายพันธุ์)
 มี 2สายพันธุ์ คือ
1 Howea belmoreana (C. Moore & F.Muell.) Becc.
2 Howea forsteriana Becc.(ดูที่ปาล์ม 6)

Belmore sentry palm /Howea belmoreana 

[how'-eh-ah] [bell-mor'-eh-AHN-ah]

                                     

Picture 1---Ventura county, California. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Howea_belmoreana
Picture 2---In cultivation, at the University of Auckland, New Zealand. Photo by Kahuroa. https://www.palmpedia.net/wiki/Howea_belmoreana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Howea belmoreana (C. Moore & F.Muell.) Becc.(1877)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667432-1#synonyms
---Basionym: Kentia belmoreana C.Moore & F.Muell.(1870). See https://www.gbif.org/species/7783777
---Grisebachia belmoreana (C.Moore & F.Muell.) H.Wendl. & Drude (1875)
ชื่อสามัญ---Paradise palm, Curly palm, Belmore sentry palm, Belmore palm, Kentia palm
ชื่ออื่น---[CHINESE: Bai mo er he wei zong, Gong ye zong.];[FRENCH: Kentia frisé, Howea frisé, Palmier sentinelle.];[GERMAN: Curly-Palme, Bogige Kentiapalme, Lord-Howe-Palme.];[JAPANESE: Hauea berumoreana,  Kencha berumoreana.];[RUSSIAN : Khoveia Bel'mora.];[SPANISH: Palmera rizada, Kentia, Palmera centinela.];[SWEDISH: Liten förmakspalm.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HOWBE (Preferred name: Howea belmoreana.)
ถิ่นกำเนิด---ออสเตรเลีย: โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---เกาะ ลอร์ดฮาว ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Howea' หมายถึงแหล่งกำเนิด เกาะลอร์ดฮาว (ออสเตรเลีย) ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'belmoreana' ตั้งชื่อตาม Earl แห่ง Belmore ผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ในศตวรรษที่ 19
Howea belmoreana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Charles Moore (1820–1905) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียและ Sir Ferdinand Jacob Heinrich von Mueller (1825-1896) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันออสเตรเลีย ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2420
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) อยู่ในหมู่เกาะนอร์โฟล์คโดยเฉพาะเกาะลอร์ดฮาว ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย 600 กม.(เกาะลอร์ดฮาวเป็นมรดกโลกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตสงวนถาวร) พบในป่าฝนที่เป็นเนินเขา ที่ระดับความสูง100-300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง10-12เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม.โป่งที่โคน ลำต้นอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเทาตามอายุ รอยแผลที่เกิดจากใบเก่าร่วงเป็นวงนั้นโดดเด่นยกและเป็นคลื่น ทางใบยาวยาว 2–3 (-5) เมตร คอยอดไม่มี ใบรูปขนนก (pinnate) มีสีเขียวเข้ม มี12-36 ใบ จัดเรียงแบบวีเชป (V shape) ประมาณ 45° มีใบ recurved อย่างเด่นชัด คือเกือบโค้งกลับไปที่ลำต้นในบางครั้ง ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกยาว 1–1.8 เมตร ห้อยลงไม่มีการแตกกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้สีน้ำตาลอ่อน ดอกเพศเมียสีเขียวขาว ผลรูปไข่รีสีเขียวมะกอก ขนาด 4-5 ซม.เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง เมล็ดใช้เวลา 2 ปีกว่าจะสุกเต็มที่และมีไม่บ่อย
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้ดีที่สุดในเขตกึ่งร้อนหรือเขตอบอุ่น (USDA Zone 9b-11) ต้องการตำแหน่งที่มีร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ทนแสงแดดเต็มที่ได้ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) เมื่ออายุประมาณ 5 ปีแล้วเท่านั้น สามารถเติบโตในสถานการณ์ที่มีแสงน้อยและสามารถทนต่อการละเลย ไม่มีปัญหาเรื่องประเภทของดิน สามารถปรับตัวเข้ากับดินทุกชนิดที่ระบายน้ำดี pH 5.6-7.5 ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 15 - 18 ° C และที่อุณหภูมิต่ำกว่า 12 ° C ปลายใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล อัตราเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ควรรดน้ำก่อนที่ดินจะแห้งสนิท และระวังอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---นำใบแห้งออก
การใส่ปุ๋ย---ต้องการปุ๋ยที่มีการปลดปล่อยธาตุอาหารต่ำ (เช่น 18-18-18) ที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อแมลงศัตรูพืชแต่อาจอ่อนแอต่อ ไร (mites) และเพลี้ยแป้ง (mealy bug)/ไวต่อโรคเน่า (rot)  
รู้จักอ้นตราย---N/A
ช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นไม้ประดับและปาล์มที่ปลูกกันทั่วไปในแคลิฟอร์เนีย ความนิยมไม่เท่า H. forsteriana ที่แพร่หลายในฐานะไม้ประดับในร่มที่ทนอยู่ในร่มได้นานมาก
ได้รับรางวัล---AGM-The Royal Horticultural Society's Award of Garden Merit.(2013)
- AGM Plants © RHS – ORNAMENTAL (2017)
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ในหมู่เกาะนอร์โฟล์ค [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) [พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น ๆ.] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท ' มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ' (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE D2 - ver 2.3 - National - IUCN Red List of Threatened Species.(1998)
Johnson, D. 1998. Howea belmoreana. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38576A10125688. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38576A10125688.en.  เข้าถึงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ไม้ประดับที่มีคุณค่า เมล็ดของต้นไม้ป่าจะถูกรวบรวมและงอก และต้นกล้าจะถูกส่งออกไป อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์มีการควบคุมอย่างเข้มงวด เกาะลอร์ดฮาวเป็นมรดกโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตอนุรักษ์ถาวร https://www.iucnredlist.org/species/38576/10125688
ระยะออกดอก---พฤศจิกายน - มกราคม
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด งอกแบบไม่แน่นอน โดยต้นกล้าปรากฏเร็ว 80 วันหลังปลูก และงอกเป็นช่วงๆ 1-3 ปี


สกุล Hyophorbe (hy-oh-FOR-beh) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองในหมู่เกาะ Mascareneในมหาสมุทรอินเดีย มี 5 สายพันธุ์ มี สองสายพันธุ์ที่สามารถพัฒนาลำต้นบวม และทำให้เป็นที่นิยมในฐานะไม้ประดับ  (ในหน้านี้แสดง 1 สายพันธุ์)
1 Hyophorbe amaricaulis Mart -มอริเชียสเหลือ 1 ต้น (Loneliest palm)
2 Hyophorbe indica Gaertn (Palmiste Poison) -เรอูนียง
3 Hyophorbe lagenicaulis (LHBailey) HEMoore (Bottle Palm) ปาล์มแชมเป็ญ (ดูที่ปาล์ม 5) -มอริเชียส
4 Hyophorbe vaughanii L.H.Bailey -มอริเชียส
5 Hyophorbe verschaffeltii H.Wendl (Palmiste Marron)ปาล์มสปินเดิ้ล (ดูที่ปาล์ม 5)-เกาะรอดริกเวส

Loneliest PalmHyophorbe amaricaulis

[hy-oh-FOR-beh] [ah-mahr-ih-CAWL-iss]


Picture---Last Known Specimen.Photo-(Société Palmophile Francophone). https://www.palmpedia.net/wiki/Hyophorbe_amaricaulis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hyophorbe amaricaulis Mart.(1849)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667448-1#synonyms
---Hyospathe amaricaulis (Mart.) Hook.f. (1884).
---Sublimia aevidaps Comm. ex Mart. (1838), not validly publ.
---Sublimia amaricaulis Comm. ex Mart. (1849), not validly publ.
---Areca speciosa Verschaff. (1861).
ชื่อสามัญ---Loneliest Palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HFBAM (Preferred name: Hyophorbe amaricaulis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มอริเชียส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Hyophorbe' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก "hys, hyos" = หมู และ "phorbe" = อาหาร อ้างอิงถึงผลไม้ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'amaricaulis' 
Hyophorbe amaricaulis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ถูกรวบรวมครั้งแรกโดย Philibert Commerson (1727 – 1773) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ซึ่งไปเยือนมอริเชียสระหว่างปี 1768-1773 แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจเพราะมันสับสนกับสายพันธุ์อื่นที่เกี่ยวข้องกันคือ Hyophorbe lagenicaulis หรือที่เรียกว่า Bottle Palm (ปาล์มแชมเป็ญ) มากกว่า มีการกล่าวกันว่าคล้ายกับพันธุ์สีเขียวของ Hyophorbe indica ซึ่งเป็นพันธุ์ปาล์มอีกชนิดหนึ่งของ Hyophorbe ซึ่งยังไม่พัฒนาลำต้นบวม ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794–1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2392


Picture 1---ช่อดอกของ HYOPHORBE AMARICAULIS @ C.BAIDER (Société Palmophile Francophone).https://www.palmpedia.net/wiki/Hyophorbe_amaricaulis
Picture 2---Mauritius. Photo-(Société Palmophile Francophone). https://www.palmpedia.net/wiki/Hyophorbe_amaricaulis

ที่อยู่อาศัย---พบเฉพาะในป่าเสื่อมโทรม ของมอริเชียส [(หรือชื่อทางการคือสาธารณรัฐมอริเชียสเป็นประเทศที่เป็นเกาะอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียห่างจากชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาประมาณ 2,000 กิโลเมตร (ทางตะวันออกของมาดากัสการ์).]
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว เติบโตอยู่ในกรง (ตามรูป) สูงประมาณ 12 เมตร ลำต้นค่อนข้างเป็นสีเทามีก้านมงกุฎปกคลุมด้วยแว็กซ์ ใบรูปขนนก ช่อดอกแยกแขนงเป็น 3 กิ่ง ดอกสีขาวหรือครีม ผลสีแดงคล้ำขนาด 3.8 ซม.
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นปาล์มที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก มีเหลืออยู่ต้นเดียวและต้นสุดท้ายที่มีอยู่ เฉพาะบุคคลที่มีอยู่ในป่า ดังนั้นจึงอ่อนแอต่อโรคและพายุไซโคลน มีแนวโน้มที่จะผสมพันธุ์ โดยไม่มีการผสมเกสรตามธรรมชาติเนื่องจากปัจจัยภายใน ได้รับการบันทึกไว้ในสวนพฤกษศาสตร์ Curepipe ดังนั้นมันจึงเป็นสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามหนักหนาที่สุด ด้วยเหตุนี้ความเสี่ยงของการสูญพันธุ์สูงมาก ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED B1+2abde, C1+2b, D - ver 2.3 -  IUCN Red List of Threatened Species (2000)
Bachraz, V. (TPTNC) & Strahm, W. 2000. Hyophorbe amaricaulis. The IUCN Red List of Threatened Species 2000: e.T38578A10125958. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2000.RLTS.T38578A10125958.en.  เข้าถึงเมื่อ 14 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ปาล์มต้นนี้ไม่สามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้อีกต่อไป เพราะมันผลิตดอกเพศผู้และดอกเพศเมียในเวลาที่ต่างกัน การขยายพันธุ์ในหลอดทดลอง ได้รับการทดลองในมอริเชียสในปลายปี 1990 / ต้นปี 2000 มันไม่ผ่านขั้นตอน อย่างไรก็ตามความพยายามที่วิทยาลัยไวย์ (ไอร์แลนด์) ในปี 1980 ( Douglas 1987 ) และอีกครั้งที่ Royal Botanic Gardens, Kew (UK) ในปี 2008 ( Sarasan 2010 ) ต้นอ่อนถูกผลิต แต่เสียชีวิตหลังการปลูก แต่ไม่มีการทดลองใหม่เนื่องจากไม่มีการส่งวัสดุไปยังสถาบันต่างประเทศ ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการบันทึกสายพันธุ์จากการสูญพันธุ์ดูเหมือนจะอยู่ในการโคลนนิ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่ขาดบุคลากร สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ครบครันภายในประเทศ การร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถาบันต่างประเทศจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างยิ่งและดูเหมือนจะเป็นความหวังเดียวของการอยู่รอดสำหรับสายพันธุ์นี้ ( Florens 2015 ) https://www.iucnredlist.org/species/38578/10125958
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เพาะเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนของพืชหายาก Hyophorbe amaricaulis https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0176161787803036
- ตัวอย่างเดียวของHyophorbe amaricaulisมีชีวิตรอดในมอริเชียส แต่ไม่สามารถขยายพันธุ์ด้วยพืชหรือเพาะเมล็ดได้ แยกตัวอ่อนจากผลไม้ 51 ชนิดและเพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง จากนี้ไป 15 ต้น เป็นเวลาสี่เดือน ออกรากสามผล และออกหน่อสองยอด หนึ่งเอ็มบริโอที่งอกสร้างใบจริง ไม่สามารถพัฒนาต่อหรือย้ายลงดินได้
- เอ็มบริโอ ส่วนขยายของผนังผลไม้หรือเนื้อเยื่อเอนโดสเปิร์มไม่สามารถเติบโตได้เมื่อเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับการสร้างแคลลัสร่วมกับปาล์มสายพันธุ์อื่น

สกุล Hyphaene (high-FEHN-eh) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมือง แอฟริกา มาดากัสการ์ ตะวันออกกลาง และอนุทวีปอินเดีย มี 8 สายพันธุ์ สกุลนี้ รวมถึง Doum ปาล์ม ( H. thebaica ) ที่มีความผิดปกติในหมู่ต้นปาล์ม มีลำต้นที่แตกกิ่งเป็นธรรมชาติ ต้นปาล์มอื่น ๆ ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดเดี่ยวจากพื้นดิน
1 Hyphaene compressa H.Wendl - แอฟริกาตะวันออกจากเอธิโอเปียไปโมซัมบิก
2 Hyphaene coriacea Gaertn - แอฟริกาตะวันออกจากแอฟริกาใต้ มาดากัสการ์; เกาะฮวนเดโนวา (ดูที่ปาล์ม7-ตาลกิ่ง)
Hyphaene dichotoma (D.White bis ex Nimmo) Furtado - อินเดีย, ศรีลังกา
4 Hyphaene guineensis Schumach & ทิน - แอฟริกาตะวันตกและตอนกลางจากไลบีเรียถึงแองโกลา
5 Hyphaene macrosperma H.Wendl - เบนิน
6 Hyphaene petersiana Klotzsch ex Mart - แอฟริกาตอนใต้และตะวันออกจากแอฟริกาใต้ถึงแทนซาเนีย
7 Hyphaene reptans Becc - โซมาเลียเคนยาเยเมน
8 Hyphaene thebaica (L. ) Mart - ตะวันออกเฉียงเหนือ, แอฟริกากลางและตะวันตกจากอียิปต์ถึงโซมาเลียและตะวันตกไปยังเซเนกัลและมอริเตเนีย; ตะวันออกกลาง (ปาเลสไตน์, อิสราเอล, ซาอุดิอาระเบีย, เยเมน)
(ดูที่ปาล์ม7-ตาลกิ่ง)
(แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)

Hoka Tree /Hyphaene dichotoma

[high-FEHN-eh] [dih-koh-TOH-mah]

                           

Picture 1---Fairchild Tropical Botanic Garden, Coral Gables, FL. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_dichotoma
Picture 2---Florida Institute of technology, Melbourne FL. Photo by Keith-Winter Haven. https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_dichotoma

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hyphaene dichotoma (D.White bis ex Nimmo) Furtado (1970)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667499-1#synonyms
---Basionym: Borassus dichotomus D.White bis ex Nimmo (1839). https://www.gbif.org/species/7892463
---Hyphaene indica Becc.(1908)
---Hyphaene taprobanica Furtado (1970).
ชื่อสามัญ---Hoka Tree, Indian doum palm, Branching Palm.
ชื่ออื่น--;[CHINESE: Jiang bing zong.];[FRENCH:Palmier doum à stipe dichotomique.];[MALAYSIA: Palma doum India (Malay).];[GUJARATI; Ravan-maad, Sat-taad.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HHYDI (Preferred name: Hyphaene dichotoma.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์ ตะวันออกกลาง อินเดีย ศรีลังกา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Hyphaene' มาจากคำภาษากรีก “hyphaino” = เพื่อถักเป็นเส้นใหญ่โดยมีการอ้างอิงถึงการผสมผสานของเส้นใยในเยื่อของผลไม้ ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'dichotoma' ความหมาย แบ่งหรือแยกเป็นคู่
Hyphaene dichotoma เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Donald White (เขามีบทบาทมากที่สุดในปี 1892) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ จากอดีต Joseph Nimmo (? –1854) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Caetano Xavier Furtado  (1897–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวสิงคโปร์ ในปี พ.ศ.2513


Picture---ผลของHyphaene dichotomaในอินเดีย (ภาพ Dr. Sreekumar, VB, Kerala Forest Research Institute, India). https://www.hyphaene.org/index.php/species-and-synonyms/hyphaene-dichotoma

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา มาดากัสการ์ ตะวันออกกลาง และอนุทวีปอินเดีย ขึ้นกระจายไปตามสายน้ำหาดทรายชายฝั่ง พบบน สันทรายและพื้นที่ราบ ของรัฐคุชราต, ดินแดนสหภาพของ Dadra, Diu, Daman, Goa, Maharashtra  และบางส่วนของศรีลังกา พบมากใน ดินแดนสหภาพของ Diu และ Daman ระหว่างทาง จาก Diu ถึง Okha และจาก Daman ถึง Khambhat ในปัจจุบันไม่มีบันทึกที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติหรือป่ายังมีเก็บรักษาไว้ในสวนพฤกษศาสตร์อินเดียเมืองกัลกัตตา
ลักษณะ---เป็นปาล์มแตกกอ ต้นสูง 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-30 ซม.ลำต้นสีดำคล้ำมีรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าหลุดร่วง บางครั้งหุ้มด้วยกาบใบเก่า ลำต้นที่แสดงการแตกกิ่ง 2-3 ครั้ง (สังเกตได้ 2 ครั้งในต้นเพศเมียและ 3ครั้ง ในต้นเพศผู้) ระยะ 90 องศาระหว่างการแตกกิ่งต่อเนื่อง มีใบในมงกุฎ 14-15 (สังเกตได้จากต้นเพศผู้), หรือ 25-30 (ต้นเพศเมีย), สีเขียวมะกอก ใบรูปพัด (Costapalmate) ขอบใบจักลึกมากกว่าครึ่งความยาว ก้านใบยาว 80 ซม.มีหนามมักมีสีดำชี้ขึ้นด้านบน ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar)  ช่อดอกเพศผู้มีลักษณะเป็นกระดองยาว 40 ซม.ช่อดอกเพศเมียมีกาบก้านช่อดอกอย่างน้อย 2 อัน รูปคล้ายกระดอง แต่ละอันยาว 15-30 ซม.แตกแขนงประมาณ 6 ช่อมีดอกย่อยแตกแขนงประมาณ 6 ดอกจัดเรียงกัน ผลรูปลูกแพร์สีน้ำตาลคล้ำ ขนาด 6-7 x 4-5 ซม มี 1 เมล็ด ขนาด 4 x 3 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินมีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ อาจมีอันตรายจากหนามหรือขอบแหลม ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลกินได้และกินในท้องถิ่น
อื่น ๆ---ใบไม้ช้สำหรับทำหมวก เสื่อ กระเป๋าและกระเช้า
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกคุกคามจากการตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น การเกิดขึ้นของสายพันธุ์ได้ลดลง ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ใกล้ถูกคุกคาม'
สถานะการอนุรักษ์---NT - Lower Risk/near threatened - ver 2.3 - National - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Johnson, D. 1998. Hyphaene dichotoma. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38583A10126889. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38583A10126889.en. เข้าถึงเมื่อ 14 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์ จำเป็นต้องมีการวิจัย https://www.iucnredlist.org/species/38583/10126889
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด


Vegetable Ivory /Hyphaene petersiana 

[high-FEHN-eh] [peters'-ee-AHN-ah]

                                         
Picture 1---Northern Namibia.https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_petersiana
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_petersiana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hyphaene petersiana Klotzsch ex Mart (1845)
ชื่อพ้อง---Has 23 Synonyms.
---Hyphaene ventricosa subsp. petersiana (Klotzsch ex Mart.) Becc. (1924)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667526-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Real fan palm, Vegetable Ivory, Vegetable Ivory Palm, Makalani Palm, African Ivory Nut Palm, African Wine Palm, Doum, Dum palm, Northern Ilala (Lala) Palm, Also known locally: Omulunga, Epokola, Mbare
ชื่ออื่น---[ANKOLA: Omulunga.];[BOTSWANA: Mbare, Mokola.];[FRENCH: Palmier ? Ivoire D?afrique.];[MALAWI: Ka koma, Ka puku.];[NAMIBIA: Eembale, Ervare, Hee, Kakoma, Lallo, Murunga, Ndunga, Ngone, Nombare,  Oluvale, Omulunga, Omurunga, Ondunga, Oshaale, Oshivale, Tjanni.];[SOUTH AFRICA: Evare, Noordelike lalapalm, Omurungu, Opregte waaierpalm.];[TANZANIA: Hangwe, Ilala, Mlala, Mulala, Thati.];[ZAMBIA: Ka pukupuku, Lu bali.];[ZIMBABWE: Ilala, Kwangali, Murara, Muzira, Ngumba.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HHYPE (Preferred name: Hyphaene petersiana.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---คองโก, บุรุนดี, รวันดา, แทนซาเนีย, แองโกลา, แซมเบีย, มาลาวี, โมซัมบิก, นามิเบีย, บอตสวานา, ซิมบับเว, แอฟริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของพืชสกุล 'Hyphaene' มาจากคำภาษากรีก hyphaino = เพื่อถักเป็นเส้นใหญ่โดยมีการอ้างอิงถึงผลไม้ที่มีเส้นใย ; ชื่อสายพันธุ์ 'petersiana' เป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ Wilhelm Peters (1815-1883) นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน ผู้รวบรวมพืชในประเทศโมซัมบิกในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
- ชื่อสามัญ 'Vegetable Ivory' มาจากเมล็ดสีขาวแข็ง
Hyphaene petersiana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Johann Friedrich Klotzsch (1805-1860) เป็นเภสัชกรและนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ. 2388
ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มพื้นเมืองมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกากลางตอนใต้ กระจายอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลทรายซาฮารา เติบโตในทุ่งหญ้าสะวันนาหรือในป่าทุติยภูมิ พื้นที่ทรายแห้งมักอยู่ห่างจากแม่น้ำ ตามแนวกระแสน้ำ พบได้บ่อยตามชายฝั่ง ในแอฟริกาตะวันออกมักจะจำกัดอยู่ในดินที่เป็นด่างและมีระดับน้ำค่อนข้างสูง ยังพบได้ทั่วไปในแม่น้ำและในโอชานา ซึ่งเป็นแอ่งน้ำตื้นทางตอนเหนือของนามิเบีย นอกจากนี้ยังพบเติบโตเป็นกลุ่มบนเกาะเล็ก ๆ ใน Okavango Delta ของบอตสวานา พื้นที่เหล่านี้เป็นดินทรายด้านบนที่มีดินเค็มและมีความสม่ำเสมอคล้ายดินเหนียวด้านล่างพื้นผิว พบที่ระดับความสูง 0-1,300 เมตร

                               

Picture 1---H. Petersiana male flowers, 15 yrs fm 5 gal Palm Springs, Ca. https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_petersiana
Picture 1---North-West, Botswana. https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_petersiana

ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดใหญ่ที่เป็นสายพันธุ์ที่แปรปรวนมาก ปกติแล้วจะเติบโตบนลำต้นเดี่ยวที่ไม่มีลำต้น บางครั้งมีเหง้าและมีสองลำต้น  แต่บางครั้งจะเห็น ฐานลำต้นถูกยกขึ้นบนกลุ่มของราก สูงประมาณ 15-20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 35-50 ซม ตรงหรือบวมเล็กน้อยยาว1 - 2 เมตร ใต้มงกุฎ ใบ 20-26ใบ รูปพัด (costa palmate) สีเทาเขียว ความยาว 1.5-2 เมตร. กว้างประมาณ 1.3 เมตร. ก้านใบยาว 1-1.5 เมตร ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเล็ก ๆ และคราบแว็กซ์ และมีหนามแข็งเป็นเงี่ยงสีดำอยู่บนขอบ ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกมีลักษณะคล้ายกัน ช่อดอกเพศผู้ยาว 1–1.7 เมตร มีมากถึง 10 ช่อดอกย่อย ดอกเพศผู้มีมากถึง 5 ดอกในแต่ละช่อย่อยและในระยะต่างกันของการพัฒนา ก้านช่อดอกย่อยยาว 30-40 ซม.แต่ละกิ่งมีการสืบพันธุ์ 5 กิ่ง ช่อดอกเพศเมียมีก้านช่อดอกยาว 50 ซม.มี 12 ช่อย่อย ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยงค่อนข้างแคบ ผลมีรูปร่างที่แตกต่างกันมากแม้จะอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน รูปไข่ รูปไข่รี หรือกลม ขนาด 5-7 ซม.ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีน้ำตาลแดงถึงน้ำตาลเข้มมันเงา มีเมล็ด1 เมล็ด สีขาวมีความแข็งมาก พืชจะผลิตผลจำนวนมากใช้เวลา 2 ปีถึงจะแก่และร่วง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกได้ในเขตร้อน ภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่นที่อุ่นขึ้นเล็กน้อย เติบโตได้ดีในสภาพอากาศแบบทะเลทราย อย่างน้อยที่สุด ต้องมีภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ทนต่ออุณหภูมิได้ต่ำกว่า 0 °C ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) มีความทนทานต่อความแห้งแล้งอย่างมาก สามารถปรับตัวเข้ากับทุกสภาพดินแม้แต่ดินที่แย่และดินเค็มแต่มีการระบายน้ำดี pH 6.6-7.5 อัตราการเจริญเติบโต ช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---พืชทนแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping ในการเพาะปลูก ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอในสภาพอากาศที่มีลักษณะร้อนจัดและแห้งยาวนาน เพื่อการเจริญเติบโตที่เร็วขึ้นและลักษณะที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น
รู้จักอ้นตราย---ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ อาจมีอันตรายจากหนามหรือขอบแหลม ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---เป็นต้นไม้อเนกประสงค์อย่างแท้จริง ถูกใช้อย่างกว้างขวางโดยคนในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารและวัสดุสำหรับทำตะกร้าและสิ่งของอื่น ผลิตภัณฑ์จากต้นไม้มักจะขายในตลาดท้องถิ่น
ใช้กิน---ตายอดปรุงสุกกินเป็นผัก เนื้อผลไม้สีเหลืองส้มมีกลิ่นหอมกินได้แต่มีเส้นใยมาก มีการบริโภคดิบหรือหมักและกลั่นเพื่อให้ได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- *เป็นแหล่งหลักของเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วพื้นที่ต้นกำเนิด บางครั้งกลั่นเพื่อให้ได้ปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้น ได้จากการตัดยอดพืชโดยทั่วไปของต้นอ่อนและเก็บสะสม น้ำนมไหลออกมา การผ่าตัดจะต้องทำซ้ำทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อให้การไหลคงที่จนกว่าจะหมด การดำเนินการนี้ยังเกี่ยวข้องกับการตายของพืช https://www.monaconatureencyclopedia.com/hyphaene-petersiana/
- เมล็ดดิบ เมล็ดงอกกินได้
ใช้เป็นยา---เนื้อจากผลไม้ใช้ในการรักษาอาการปวดท้องและกำจัดพยาธิในลำไส้
อื่น ๆ--- ใบใช้ทอตะกร้า เส้นใยจากใบไม้ทำเป็นเชือกและใช้ทำสายเครื่องดนตรี
- ลำต้นใช้ก่อสร้าง ก้านใบจะใช้สำหรับการก่อสร้างกระท่อม รั้ว ใบแห้งใช้มุงหลังคา
- ก้านใบและก้านดอกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการปรุงอาหาร
- ใบอ่อนและผลใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้งเมื่อขาดแหล่งอาหารอื่น ๆ
- ผลไม้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์โดยเฉพาะลิงบาบูนและช้าง ทำให้เกิดการกระจายของเมล็ด
ภัยคุกคาม---ไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญต่อ H. petersiana ซึ่งมีช่วงการกระจายที่ใหญ่มากอย่างไรก็ตามสายพันธุ์นี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามในท้องถิ่นในบางประเทศ เช่นแอฟริกาใต้ ซิมบับเวและบอตสวานา ทางตอนใต้ของซิมบับเวมีรายงานว่าต้นปาล์มถูกคุกคามโดยการเก็บเกี่ยวใบสำหรับการทอตะกร้า (Dijkman 1999) อย่างเข้มข้น ในทางตะวันตกเฉียงเหนือของบอตสวานาการหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ของใบไม้เพื่อสานตะกร้าเห็นได้ชัดว่าทำลายต้นปาล์มย่อยในพื้นที่รอบหมู่บ้านหลายแห่งในช่วงปี 1970 และ 1980 (Cunningham and Milton 1987) ตาม Kgathiและคณะ (2005) ต้นปาล์มเหล่านี้หายากกว่าที่เคยเป็นในยุค 80 เนื่องจากไม่มีมาตรการป้องกันปาล์มประชากรย่อยจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List  ประเภท 'กังวลน้อยที่สุด'
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species (2017)
Cosiaux, A., Gardiner, L.M. & Couvreur, T.L.P. 2017. Hyphaene petersiana. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T95317629A95317637. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T95317629A95317637.en. เข้าถึงเมื่อ 14 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ปาล์มชนิดนี้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง 17 แห่ง และพบใน 11 แหล่งอนุรักษ์ นอกถิ่นกำเนิด (BGCI 2016) https://www.iucnredlist.org/species/95317629/95317637
ระยะเวลาออกดอก/ติดผล---กันยายน-เมษายน/เริ่มพัฒนาตั้งแต่เดือนธันวาคม-พฤษภาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด เปอร์เซ็นต์ของการงอกมักจะต่ำ เมล็ดจะเริ่มงอกหลังจาก 4 เดือนไปแล้ว
- ผลใช้เวลา 2 ปีในการโตเต็มที่บนต้นไม้ 2 ปีจึงจะร่วง และอีก 2 ปีจึงจะงอก ผลที่ตามมาคือหากไม่เก็บเกี่ยวก็สามารถหาเมล็ดได้ตลอดทั้งปี


Au daroro /Hyphaene reptans

[high-FEHN-eh] [REHP-tahns]


Picture---Photo Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew / Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_reptans

ชื่อวิทยาศาสตร์---Hyphaene reptans Becc.(1986)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667531-1#synonyms
---Hyphaene migiurtina Chiov.(1929)
ชื่อสามัญ---None (Not recorded)
ชื่ออื่น---;[SOMALIA: Adu, Au daroro, Doum.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---HHYSS (Preferred name: Hyphaene sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---โซมาเลีย เยเมน เคนยา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของพืชสกุล 'Hyphaene' มาจากคำภาษากรีก hyphaino = เพื่อถักเป็นเส้นใหญ่โดยมีการอ้างอิงถึงผลไม้ที่มีเส้นใย ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'reptans' คำภาษาละตินมาจาก 'repo' = คลาน อ้างอิงถึงลักษณะนิสัยของพืช
Hyphaene reptans เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยOdoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2529
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน เคนยา โซมาเลีย เยเมน และมีรายงานยืนยันว่ามีอยู่ใน อาระเบีย ปาล์มนี้เติบโตในสภาพที่แห้งแล้งอย่างรุนแรง ในสภาพทะเลทรายและเกี่ยวข้องกับชั้นน้ำที่เกาะอยู่
ลักษณะ---ลำต้นแบน มีแนวโน้มที่จะนอนอยู่บนพื้นดิน เป็นลักษณะนิสัยเหมือนการเลื้อย กิ่งก้านแผ่ออกไปจากจุดศูนย์กลางเท่าๆกัน ก้านใบมีหนามสีดำชี้ขึ้นสูง ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างจาก Hyphaene อื่น ๆ ทั้งหมด*นี่เป็นแท็กซอนศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเกือบเท่าจากคำอธิบายดั้งเดิมเท่านั้น (cf. Beccari, 1908) เนื้อหาเพิ่มเติมมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเกี่ยวกับแท็กซอนนี้  https://www.palmpedia.net/wiki/Hyphaene_reptans
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---มีรายงานว่าสายพันธุ์นี้เติบโตในพื้นที่ทรายในสภาพแห้งแล้งมาก กึ่งทะเลทรายที่มีระดับน้ำสูง (Dransfield 1986, Stauffer และ Ouattara 2017)
การใช้ประโยชน์---ไม่มีรายงานการใช้งานกับสายพันธุ์นี้ ไม่มีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปแล้วมันยังคงเป็นปาล์มที่รู้จักกันได้ไม่ดีซึ่งต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก Hyphaene reptans เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักซึ่งรายงานจากเคนยา โซมาเลีย และคาบสมุทรอาหรับ ไม่ทราบขอบเขตโดยรวมของการเกิดขึ้น (EOO) จำเป็นต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบถึงการกระจายตัวแนวโน้มประชากรในปัจจุบันและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการกระจายทางภูมิศาสตร์ ภารกิจภาคสนามทางตอนเหนือของเคนยาในปี 2018 (เขตทะเลสาบ Turkana) จะมุ่งเน้นไปที่การกำหนดลักษณะของประชากรย่อยของสายพันธุ์นี้ (F. Stauffer pers. comm. 2017) ขณะนี้สายพันธุ์นี้ได้รับการประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ไม่มีข้อมูล'
สถานะการอนุรักษ์---DD - Data Deficient - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2017)
Cosiaux, A., Gardiner, L.M. & Couvreur, T.L.P. 2017. Hyphaene reptans. The IUCN Red List of Threatened Species 2017: e.T95317653A95317656. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T95317653A95317656.en. เข้าถึงเมื่อ 15 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นที่รู้จักสำหรับปาล์มนี้ https://www.iucnredlist.org/species/95317653/95317656
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Iriartea (ihr-ee-ahr-TEH-ah) เป็น Monotypic genus.มีเพียง 1 สายพันธุ์ในสกุล คือ Iriartea deltoidea เป็นปาล์มพื้นเมืองของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เกือบทุกชนิดที่ครั้งหนึ่งเคยถูกวางอยู่ใน Iriartea ขณะนี้ได้ย้ายไปสกุลอื่นหรือวางไว้ในคำพ้องความหมายกับ I. deltoidea 

Copa Palm /Iriartea deltoidea

[ihr-ee-ahr-TEH-ah] [del-toh-ee-DEH-ah]


Picture 1---Floribunda Palms, Hawaii, photo by BGL. Image credit: https://www.palmpedia.net/wiki/Iriartea_deltoidea
Picture 2---Reserva Ecológica Catarata Río Fortuna, Costa Rica. Image credit: Photo by Christian Defferrard. https://www.palmpedia.net/wiki/Iriartea_deltoidea

ชื่อวิทยาศาสตร์---Iriartea deltoidea Ruiz & Pav.(1798).
ชื่อพ้อง---Has 11 synonyms.
---Deckeria corneto H.Karst.(1857)
---Deckeria phaeocarpa (Mart.) H.Karst.(1857)
---Iriartea megalocarpa Burret.(1930)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667594-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Bombona Palm, Stilt Palm, Copa Palm, Barrigona Palm
ชื่ออื่น---[COLOMBIA: Jɨagɨna, Jɨaìgɨna (Murui Huitoto).];[ECUADOR: Pambil (W.Ecuador).];[PERU: Pona palm.]; [PANAMA: Huacrapona, Pico de negro, Pico de chombo, Pene de chombo, Palmito dulce, Corneto.];[PORTUGUESE: Palmeira-barriguda, Paxiubão, Paxiúba, Paxiúba-barriguda.];[SWEDISH: Stöttpalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---IRTDE (Preferred name: Iriartea deltoidea.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกาใต้: โบลิเวีย, เปรู, เอกวาดอร์, โคลอมเบีย, เวเนซุเอลา; อเมริกากลาง: ปานามา คอสตาริกา นิการากัว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Iriartea' ยกย่องผู้มีอุปการะคุณในการเรียนรู้ภาษาสเปนแห่งศตวรรษที่ 18 Bernardo de Yriarte (1735–1814) นักการเมืองและนักการทูตชาวสเปน ; ชื่อสปีซี่ส์ 'deltoidea ' หมายถึงรูปสามเหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมเดลต้า อ้างอิงถึงรูปร่างของใบ
Iriartea deltoidea เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hipólito Ruiz López (1754–1815) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปน และ José Antonio Pavón (1754–1844) นักพฤกษศาสตร์ชาวสเปน ในปี พ.ศ.2341


Picture 1---Arenal Hanging Bridges, Costa Rica. Photo by Christian Defferrard.https://www.palmpedia.net/wiki/Iriartea_deltoidea
Picture 2---Ecuador. Photo by: RuB (Ruddy BENEZET).https://www.palmpedia.net/wiki/Iriartea_deltoidea

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แพร่กระจายจากนิการากัวไปยังปานามาและที่อื่น ๆ ในอเมริกาใต้ เช่น โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และบราซิล โบลิเวีย คอสตาริกา นิการากัว ปานามา เปรู และเวเนซุเอลา จากอเมริกากลางถึงเอกวาดอร์ ตะวันตกของเทือกเขาแอนดีส และในส่วนตะวันตกของภูมิภาค Amazon จากเวเนซุเอลาถึงโบลิเวีย เติบโตในป่าดงดิบตามลำธารและเนินเขาที่ระดับความสูง 150 - 1,300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 10-25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-30 ซม. มักจะบวมตรงกลาง ลำต้นมีสีเทาเรียบและบางครั้งเต็มไปด้วยพืชอิงอาศัย (bromeliads, กล้วยไม้, เฟิร์น) โคนต้นมีรากพิเศษเป็นรากค้ำยันรูปกรวยสูง 1-2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 ซม.(บางครั้งแตกแขนง) ค้ำพยุงรอบลำต้น ใบรูปขนนก (pinnate) ใบ 4-6 ใบ ยาว 3-5 เมตร มีใบย่อยมากมายจัดอย่างประณีตในสี่ระนาบ ใบมีสีเขียวทั้งสองด้าน มีการผลิตใบใหม่ในแต่ละเดือน ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) เป็นสีเหลืองหรือสีครีมออกมาจากกาบสีเขียวขนาดใหญ่ ช่อดอกตูมสีเขียว ยาวโค้งลงคล้ายเขาวัว ยาวประมาณ1-3 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ก้านช่อดอกมีความยาว 15 ถึง 25 ซม.โค้งและมีช่อประดับ 8 ถึง 15 อันเรียงเวียน ดอกไม้โดดเดี่ยวหรือจับคู่ ดอกเพศเมีย สีขาว เรียงเป็นวงเป็นเกลียวสามกิ่ง ดอกเพศผู้มีความยาว 5.5 ถึง 6.0 มม.เกสรเพศผู้มี 10 ถึง 17 อัน ผลทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 ซม.ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีดำแกมน้ำเงิน  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (Cold Hardiness Zone: 10a) สามารถทนต่อสภาวะที่ใกล้เคียงกับจุดเยือกแข็งได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงอุณหภูมิต่ำ เป็นปาล์มที่เติบโตตามธรรมชาติในป่า ต้องการตำแหน่งที่อบอุ่นร่มรื่นและชื้น ดินที่มีการระบายน้ำดี pH 6.6-7.5
การรดน้ำ---ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่ง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาสำหรับต้นปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---มักจะมีปลายใบเป็นสีน้ำตาลเพราะขาดความชื้นบ้าง คุณภาพน้ำไม่ดี หรืออะไรก็ตามที่ไม่เหมาะสม
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของชาวพื้นเมืองเป็นแผล่งอาหารและวัสดุ
ใช้กิน---ผลไม้กินได้ ตายอดที่เรียกว่า 'หัวใจปาล์ม' กินได้แต่ไม่อร่อย ปรุงสุกและกินเป็นผัก [การกินตานี้จะทำให้ต้นไม้ตายในที่สุดเพราะมันไม่สามารถแยกกิ่ง (ตาข้าง)ได้]
- เถ้าที่ได้จากดอกไม้ใช้แทนเกลือ
ใช้ปลูกประดับ---*สำหรับผู้ชื่นชอบจำนวนมาก Iriartea เป็นปาล์มที่น่าทึ่งที่สุดในอเมริกาใต้ ต้นไม้สูงและสง่างามนี้มีลำต้นสีเทาหรือสีขาวบวมเล็กน้อย ใบขนนกพร้อมแผ่นพับจัดเรียงอย่างประณีตในระนาบสี่ระนาบ และกาบช่อดอกรูปแตรขนาดยักษ์ซึ่งระบุได้ง่าย พบได้ทั่วไปในถิ่นกำเนิด แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักในการเพาะปลูกและควรปลูกให้แพร่หลายมากกว่านี้เหมาะสำหรับพื้นที่กึ่งเขตร้อนและเขตร้อนที่อบอุ่น (RPS.com)
อื่น ๆ---เป็นไม้ที่ดีที่สุดสำหรับปูพื้น ลำต้นที่หนาและหนักจะถูกแยกเปิดและไส้กลางในลำต้นจะถูกเอาออกทำให้ลำต้นด้านนอกแข็งและทนทาน มักจะขายหรือแลกเปลี่ยนในหมู่คนในท้องถิ่น
- ลำต้นที่บวมถูกใช้เป็นโลงศพและทำเรือแคนูซี่งเรือแคนูมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งเป็นความต้องการใช้แบบชั่วคราว
- มีรายงานว่าในโคลอมเบีย Embera Indians ของ Choco ผูกลำต้นเข้าด้วยกันและใช้เป็นแพ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีน้ำหนักมากจึงใช้สำหรับการเดินทางล่องเท่านั้น (Henderson, A.1990) /Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Iriartea_deltoidea
- ใบใช้สำหรับมุงและเครื่องจักสาน
- ผลไม้เป็นอาหารของสัตว์อย่างนกทูแคน สมเสร็จ ลิง หมู และสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู
ภัยคุกคาม--เนื่องจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง ประชากรจึงมีขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพ ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วงจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - National - IUCN Red List of Threatened Species.(2013)
IUCN. 2001. IUCN Red List Categ. Crit. v. 3.1 ii, 1–30. IUCN, Gland.http://legacy.tropicos.org/Name/2400562
ระยะออกดอก/ติดผล---ผลิตช่อดอกเดือนละครั้ง/ผลสุก ตุลาคม-เมษายน
ขยายพันธุ์---เมล็ด


 สกุล Itaya (ih-TAH-yah) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Itaya amicorum สายพันธุ์นี้ถูกรวบรวมครั้งแรกในปี 1972 ตามแม่น้ำ Rio Itaya ในเปรู

Easter Palm /Itaya amicorum

[ih-TAH-yah] [ahm-ih-KOR-uhm]

                     

Picture 1---In habitat. Photo by Dr. Andrew J. Henderson/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Itaya_amicorum
Picture 2---Fairchild Tropical Botanic Garden, Florida. Photo by Dr. Carl E. Lewis/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Itaya_amicorum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Itaya amicorum H.E.Moore (1972)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:130738-2
ชื่อสามัญ---Easter Palm (Trade name), Mirana, Xila
ชื่ออื่น---[SPANISH: Bombonaje, Falso bombonaje, Sacha bombonaje.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล เปรู เอกวาดอร์ โคลอมเบีย
นิรุกติศาสตร์--- ชื่อสกุล 'Itaya' ตั้งชื่อตามแม่น้ำ Itaya ในเปรู แหล่งที่ค้นพบปาล์ม ; ชื่อสายพันธุ์ 'amicorum' มาจากภาษาละติน แปลว่า 'ของเพื่อน' อ้างอิงถึงจิตวิญญาณของโปรแกรมที่ H.E.Moore และเพื่อนร่วมงานของเขาที่ค้นพบโปรแกรมนี้ในเปรู
Itaya amicorum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2515
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดใน อเมซอน (Amazonas) ทางตะวันตก ในโคลอมเบีย เปรู (Loreto) ตอนเหนือของบราซิลและพื้นที่ใกล้เคียงของบราซิล ในป่าดงดิบที่ราบลุ่ม ขึ้นทั้งในพื้นที่น้ำไม่ท่วมและในที่ชื้นแฉะริมแม่น้ำ ที่ระดับความสูง 0- 300 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงได้ถึง3- 4 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 9 - 10 ซม.ก้านใบบาง ยาวประมาณ 4 เมตร ใบรูปพัด (palmate)มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร ด้านบนใบมีสีเขียวและมีสีเทาเงินด้านล่างใบ แบ่งออกเป็น เซ็กเมนต์กว้างมาก 10 ถึง 16 ส่วน มันเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ Chelyocarpus ซึ่งมีคุณสมบัติทางพฤกษศาสตร์ที่ค่อนข้างไม่ได้กำหนด ดอกมีสองเพศทั้งเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ดอกสีขาว ผลสีเขียวอมเหลืองและมีขนาดยาวประมาณ 2-2.5 ซม.และกว้าง 1.5-2 ซม.

                                  

Picture 1---Fairchild Tropical Botanic Garden, Florida. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Itaya_amicorum
Picture 2---Nong Nooch Botanical Gardens, Pattaya Thailand. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Itaya_amicorum

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบภูมิอากาศแบบเขตร้อน / กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b-11) ต้องการตำแหน่งที่แสงแดดเเต็มถึงเงาบางส่วน มีที่กำบังและได้รับการปกป้องอย่างดีจากลมที่พัดแรง ชอบดินร่วนซุยที่ชื้นอย่างสม่ำเสมอ ในการเพาะปลูกมักไม่ค่อยเห็น
การรดน้ำ---ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งเกลือและวัสดุสำหรับมุงจาก
ใช้กิน---ผลไม้บริโภคผลสุกเป็นบางครั้ง ลำต้นหลังจากการเผาไหม้ ขี้เถ้าที่ได้ ใช้แทนเกลือสำหรับปรุงอาหาร  
อื่น ๆ---มีการใช้ใบเพื่อมุงหลังคาเพิงพักชั่วคราว สารสกัดจากพืชกรองใช้สำหรับการเตรียม Ambil (ยาสูบเข้มข้น)
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามทั่วไปต่อถิ่นที่อยู่ได้แก่ การตัดไม้ ฟาร์มปศุสัตว์ เกษตรกรรมขนาดใหญ่ การผลิตโคคา ( Erythroxylum coca ) และการพัฒนาอุตสาหกรรม ภัยคุกคามเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายให้กับผืนดินขนาดใหญ่ และเมื่อเร็วๆ นี้กำลังคืบหน้าไปสู่ ecoregions ที่ค่อนข้างเสถียร/สมบูรณ์ เช่น ป่าดิบชื้น Solimoes-Japurá (WWF 2001) พืชชนิดนี้เคยถูกพิจารณาว่าเป็น ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์' แต่การค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ได้ขยายขอบเขตออกไปบ้าง ในปี ใน IUCN Red List จำแนกเป็นประเภท 'ขาดข้อมูล' DD -Data Deficient-IUCN Red List of Threatened Species (2011) แต่หลังจากนั้นพบว่า เนื่องจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง ประชากรจึงมีขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพ ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วงประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern ver 3.1- National - IUCN Red List of Threatened Species.(2013)
Loftus, C. & Chadburn, H. 2014. Itaya amicorum. The IUCN Red List of Threatened Species 2014: e.T38584A44446376. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2014-1.RLTS.T38584A44446376.en. เข้าถึงเมื่อ16 กรกฎาคม 2566.
การดำเนินการอนุรักษ์
สถานะการอนุรักษ์ของพืชชนิดนี้ได้รับการประเมินในบัญชีแดงของพืชที่ถูกคุกคามว่าเป็น พันธุ์หายาก ใกล้สูญพันธุ์ และหายากในปี พ.ศ. 2540 ตามลำดับ
- ในบราซิล โคลอมเบีย และเปรู (Walter and Gillett 1998) ได้รับการประเมินในWorld List of Threatened เป็นประเภทขาดข้อมูล (DD) Trees as Data Deficient (Bernal 1998)
- ต่อมาได้รับการประเมินในโคลอมเบียว่า น่าเป็นห่วงน้อยที่สุด (Galeano and Bernal 2005) ได้รับการคุ้มครองในโคลอมเบียเนื่องจากเป็นที่รู้จักจากพื้นที่ห่างไกลในอุทยานแห่งชาติ (Bernal 1998) ไม่มีรายชื่ออยู่ใน CITES และเมล็ดพันธุ์จากสายพันธุ์นี้ไม่เป็นที่รู้จักว่ามีการเก็บจากถิ่นกำเนิดการอนุรักษ์ แม้ว่าจะพบตัวอย่างที่ปลูกได้ที่สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแฟร์ไชลด์
- การสำรวจในปี พ.ศ. 2550 ไม่พบต้นปาล์มในพื้นที่ประเภทดังกล่าว ใกล้กับแม่น้ำอิตายาในเปรู และการเยี่ยมชมภูมิภาคอีกครั้งในปี พ.ศ. 2552 แสดงให้เห็นว่าปาล์มยังคงเป็นปาล์มที่ค่อนข้างยากต่อการสังเกต ประชากรจำนวนน้อยที่สังเกตเห็นต้นปาล์มชนิดนี้ในเปรู ถูกพบในป่าที่ถูกคุกคามสูงตามถนน Iquitos-Nauta ในแผนก Loreto ประชากรย่อยของเปรูจึงถูกพิจารณาว่ามีความเสี่ยง (F. Stauffer pers. comm. 2011)
- แม้ว่าจะไม่มีแผนเฉพาะในการอนุรักษ์สายพันธุ์นี้ แต่ก็มีโครงการขององค์การไม้เขตร้อนระหว่างประเทศ (ITTO) ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์จากป่าที่ไม่ใช่ไม้ในอเมซอน มีโครงการชื่อ "Non-timber Production and Sustainable Development in the Amazon" และมีงบประมาณ 387,185 เหรียญสหรัฐ และหน่วยงานดำเนินการคือมหาวิทยาลัยบราซิเลีย ภารกิจของ ITTO คือ "อำนวยความสะดวกในการอภิปราย การปรึกษาหารือ และความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศและการใช้ประโยชน์จากไม้เขตร้อน และการจัดการฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืน" (Hwan 2002) การติดตามประชากรควรได้รับการสนับสนุนให้เข้าใจสถานะของสปีชีส์นี้ในแต่ละประชากรย่อย https://www.iucnredlist.org/species/38584/44446376
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Juania (wahn-EE-ah) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ  Juania australis หรือที่เรียกกันว่า  Chonta palm เป็นพืชเฉพาะถิ่น ของ Juan Fernández Islands archipelago หมู่เกาะในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกของประเทศชิลี                                      

Chonta Palm / Juania australis

[wahn-EE-ah] [aw-STRAHL-iss]

 

Picture 1---Jardin Botanico Nacional, Vina del Mar, Juan Fernandez Islands, in the Pacific Ocean, off the coast of Chile.https://www.palmpedia.net/wiki/Juania_australis
Picture 2---Juania australis "Palma Chonta" en Valparaíso Province, Concón, Chile. Photo by Oscar Fernández C. https://www.palmpedia.net/wiki/Juania_australis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Juania australis (Mart.) Drude ex Hook.f.(1884)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667636-1#synonyms
---Basionym: Ceroxylon australe Mart.(1849).See https://www.gbif.org/species/5294719
---Morenia chonta Phil.(1856)
---Nunnezharia chonta (Phil.) Kuntze.(1891)
ชื่อสามัญ--- Chile chonta, Chonta palm
ชื่ออื่น---; [CHINESE: Huang zong.];[Common Synonymy: Robinson Crusoe Wax Palm]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---JUAAU (Preferred name: Juania australis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เกาะ Juan Fernández ประเทศ ชิลี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Juania' อ้างอิงถึงเกาะ Juan Fernandez ซึ่งเป็นสถานที่กำเนิด ;ชื่อสายพันธุ์ 'australis'จากภาษาละตินหมายถึง "ภาคใต้"
Juania australis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในชื่อ Ceroxylon australe ในปี พ. ศ. 2392 ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ในสกุล Juania และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Joseph Dalton Hooker (1817-1911) นักพฤกษศาสตร์นักชีววิทยาและศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2427
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ในเกาะ Juan Fernández (The group is part of Insular Chile.) เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งชิลี 670 กม.เกิดขึ้นบนเนินเขาสูงชันและหุบเหวในป่าฝนที่ระดับความสูง 190-900 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนนกขนาดใหญ่สูงถึง 10 - 15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25 - 30 ซม.ลำต้นสีเขียวและวงแหวนสีเทาใบรูปขนนก มี14-20 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate)ยาว 3-5 เมตร ใบย่อยแข็งมีสีเขียวมันวาวด้านบนและด้านล่างเป็นสีเทา โคนใบที่แออัดแตกลึกตรงข้ามก้านใบมีการทับซ้อนกันอย่างหลวม ๆ ไม่ก่อให้เกิดกระจังหน้าและเหมือนก้านใบถูกปกคลุมด้วยสีเทาสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลสนิม ดอกแยกเพศแยกต้นเป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย (Dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกไม้เพศผู้สีขาวเหลืองมีกลิ่นหอมมาก ดอกเพศเมียสีขาวไม่มีกลิ่นหอม ผลรูปทรงกลมสีส้มสดใส ขนาด1.6-1.8 ซม. มีเมล็ดรูปไข่รีสีน้ำตาล 1 เมล็ด ขนาด 12 x 10 มม.

                                      
Picture 1---Jardin Botanico Nacional, Vina del Mar, Chile. Photo by jamesuc.https://www.palmpedia.net/wiki/Juania_australis
Picture 2---Golden Gate Park, San Fransisco, CA. Photo by Kyle Wicomb.https://www.palmpedia.net/wiki/Juania_australis

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 9b) เติบโตได้เฉพาะในสภาพอากาศอบอุ่น (-5° ถึง 25°C) เป็นการยากที่จะปลูกต้นปาล์มชนิดนี้เนื่องจากต้องมีเงื่อนไขที่พบได้ในป่าเท่านั้น เพื่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตที่ดี ต้องจัดเตรียมสภาพที่เหมาะสำหรับปาล์มนั่นคือสภาพเหมือนที่เกาะนั่นคืออุณหภูมิปานกลางความชื้นสูงการรดน้ำบ่อยและลม รวมทั้งหมดนี้ไว้ในสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนกึ่งแห้งแล้ง ปาล์มชนิดนี้จะทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -6°C และจะไม่เติบโตที่อุณหภูมิสูงกว่า 25°C อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากมากและมีนิสัยที่น่ารำคาญในการตายโดยธรรมชาติในการเพาะปลูก แม้ว่าดูเหมือนว่าจะปรับตัวได้มากที่สุด อาจเป็นเพราะมันไม่ได้เติบโตในสภาพเดียวกันกับต้นปาล์มอื่นๆในถิ่นที่อยู่ของมันเอง และมีบางสิ่งที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับความต้องการของปาล์มนี้
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---"For anyone trying to grow this palm, remember to use gypsum. Turns out that higher calcium availability inhibits root rot in avocados, it would be worthwhile to do this for this palm as well. Gypsum is the only way to add calcium without raising the pH." (Dr. Axel Kratel)
* "สำหรับใครก็ตามที่พยายามจะปลูกปาล์มชนิดนี้ อย่าลืมใช้ยิปซั่ม ปรากฎว่าปริมาณแคลเซียมที่สูงขึ้นไปยับยั้งการเน่าของรากในอะโวคาโด มันก็คุ้มค่าที่จะทำเช่นนี้กับปาล์มนี้เช่นกัน ยิปซั่มเป็นวิธีเดียวที่จะเพิ่มแคลเซียมโดยไม่ต้องเพิ่ม พีเอช" (Dr. Axel Kratel) *แปลโดยกูเกิ้ล
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---เป็นปาล์มที่หายากใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากการทำลายที่อยู่อาศัย การส่งออกเมล็ดพันธุ์จากเกาะ Juan Fernandez ถูกห้ามโดยรัฐบาลชิลีและมีพืชที่โตเต็มที่เพียงต้นเดียวนอกเกาะ ซึ่งหมายความว่าเมล็ดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้มา จำนวนที่เหลือมีชีวิตเติบโตอยู่ในที่ต่างๆที่เกิดจากการเพาะปลูกดังนี้
- ในสวนพฤกษศาสตร์ซานฟรานซิสโกมีเหลืออยู่เพียงต้นเดียวหลังจากที่หลายต้นตาย เป็นการตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มี 5 ต้น เป็นกลุ่มที่ Lakeside Palmetum ในโอ๊คแลนด์แคลิฟอร์เนีย
- มี1ต้นขนาดใหญ่ที่ Earlscliffe ในดับลินไอร์แลนด์  
- มีต้นเพศผู้ในนิวซีแลนด์ที่ออกดอกเป็นครั้งแรกในปี 2009
- ในคอร์นวอลล์สหราชอาณาจักรมีต้นขนาดใหญ่ 2 ต้นที่ Tremenheere
Juania australis หายากมากในการเพาะปลูกและถือเป็นต้นปาล์มที่ต้องการมากที่สุดของนักสะสมปาล์ม
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของเกาะ Juan Fernández ประเทศชิลี [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขา
หินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากการทำลายที่อยู่อาศัยกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง หมู่เกาะ Juan Fernandez ถูกกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติและเขตสงวนชีวมณฑลซึ่ง CONAF ดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์พืชเฉพาะถิ่น รัฐบาลชิลีสั่งห้ามการส่งออกเมล็ดพันธุ์ออกจากเกาะ ถูกจัดอยู่ใน IUCN Red List ประเภท ' มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ' (เกิดจากมนุษย์)
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ' (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE D2 - ver 2.3 - IUCN. Red List of Threatened Species.(1998)
การดำเนินการอนุรักษ์
มีการห้ามโค่นต้นไม้ หมู่เกาะ Juan Fernandez ถูกกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติและเขตสงวนชีวมณฑล และ CONAF กำลังดำเนินการเพื่ออนุรักษ์พืชพื้นเมือง https://www.iucnredlist.org/species/38585/10127144
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Jubaea (yoo-BEH-ah) เป็น Monotypic genus มี 1 สายพันธุ์ คือ Jubaea chilensis หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "Chilean wine palm" หรือ "Chile cocopalm" ชื่อสกุล Jubaea ได้รับการตั้งชื่อตามกษัตริย์ยุคโรมัน Juba II ซึ่งปกครองอาณาจักรโบราณชื่อ Mauretania ในแอฟริกาเหนือตั้งแต่ประมาณ 25 ปีก่อนคริสตกาลถึง 23 AD เป็นนักธรรมชาติวิทยาที่มีการศึกษาดีและเป็นลูกเขยของ Antony และ Cleopatra ชื่อ Juba ยังใช้เป็นชื่อของสายพันธุ์ Euphorbia (E. regisjubae) และเป็นชื่อเมืองJubaในซูดาน แอฟริกา

Chilean Wine Palm /Jubaea chilensis

[yoo-BEH-ah] [chill-EN-sis]

                                    

Picture---Huntington Botanical Gardens, CA. Photo by Kyle Wicomb.https://www.palmpedia.net/wiki/Jubaea_chilensis
Picture---Lotusland, California.https://www.palmpedia.net/wiki/Jubaea_chilensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Jubaea chilensis (Molina) Baill.(1895)
ชื่อพ้อง---Has 6 Synonyms.
---Basionym: Palma chilensis Molina.(1808).See https://www.gbif.org/species/2735138
---Cocos chilensis (Molina) Molina.(1815)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:131713-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Chilean Wine Palm, Chilean coco palm, Chile cocopalm, Coquito palm, Little cokernut, Honey palm, Syrup palm
ชื่ออื่น---[CHINESE: Zhi li mi zong, Zhi li zong.];[DUTCH: Honingpalm.];[FRENCH: Cocotier du Chili, Palmier du Chili, Palmier coquito.];[GERMAN: Honigpalme, Mähnenpalme, Chilenische Honigpalme, Coquitopalme.];[ITALIAN: Jubea, Piede di elefante.];[JAPANESE: Chirisake yashi.];[PORTUGUESE: Palmeira-do-chile, Palmeira-do-mel.];[RUSSIAN: Vinnaya pal'ma, Slonovaya pal'ma, Yubeya velichavaya.];[SPANISH: Palma chilena, Coco de Chile, Coquito de miel, Palmera coquito, Palmera de Chile, Palmera de la miel, Palmera del vino.];[SWEDISH: Honungspalm, Chilensk vinpalm, Väderkvarnspalm.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---IUBCH (Preferred name: Jubaea chilensis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---ชิลี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Jubaea'  ;ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'chilensis' จากภาษาละติน หมายถึง ประเทศต้นกำเนิดตามธรรมชาติ
Jubaea chilensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Juan Ignacio Molina (1740–1829) นักธรรมชาติวิทยาชาวสเปน - ชิลี และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยHenri Ernest Baillon (1827–1895) นักพฤกษศาสตร์และแพทย์ชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2438
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดจากชิลี  (Coquimbo, Maule, O'Higgins, Valparaíso) เกิดขึ้นที่ระดับต่ำระหว่างหุบเขาและแม่น้ำ หรือเนินเขาที่เปิดอยู่ ในภูมิภาคที่แห้งแล้งตามฤดูกาล ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูงได้ถึง 25-30 เมตร จุดเด่นของมันคือลำต้นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1เมตร หรือมากกว่าอาจถึง1.3 เมตรในส่วนที่กว้างที่สุดของต้น ไม่มี Crownshaft ใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้มหรือเทาฟ้า ยาว 3-5 เมตร ก้านใบไม่มีหนาม ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันเป็นช่อแต่อยู่บนต้นเดียวกัน (monoecious) ซึ่งหมายความว่าต้นไม้ต้นหนึ่งมีทั้งดอกเพศผู้และเพศเมียและสามารถสร้างเมล็ดที่อุดมสมบูรณ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยต้นไม้อื่นในบริเวณใกล้เคียง ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ยาวและแตกแขนงซึ่งเกิดระหว่างกาบของใบล่าง (interfoliar) ยาว1.2 เมตร ดอกออกเป็นกลุ่ม ๆ มีดอกขนาดเล็กสีม่วงจำนวนมาก ดอกออกเป็นช่อ ดอกเพศผู้ 2 ดอก เพศเมีย 1 ดอก ก้านดอกออกตามซอกใบ ยาว 4 ฟุต ผล (drupes) ทรงกลม  มีเปลือกเรียบเป็นเส้นๆ สีส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 ซม.mesocarp เป็นเนื้อและกินได้ มี 1เมล็ดกลม ขนาด 2.5 ซม.ปกคลุมด้วย endocarp เนื้อไม้ และมีน้ำหนักประมาณ 2.6 กรัม เมล็ด มี 'ตา'สามอันซึ่งรากจะออกมาเมื่องอก

                       

Picture---Mission Bay Park, San Diego. Photo by Ken.https://www.palmpedia.net/wiki/Jubaea_chilensis
Picture---Royal Tasmanian Botanical Gardens, Hobart, Tasmania.https://www.palmpedia.net/wiki/Jubaea_chilensis
 
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ตามกฎแล้วสายพันธุ์นี้เติบโตได้ดีในสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น เชื่อกันว่าทนทานต่ออุณหภูมิ -12°C แม้ว่ามันจะรอดพ้นจากฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -22°C ในเมืองแปร์ปิยอง ประเทศฝรั่งเศส แต่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีฤดูหนาวที่เปียกชื้นและฤดูร้อนที่แห้งแล้ง และทำงานได้ดีที่สุดในสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกันในที่อื่นๆ ในโลก ( Janick and Paull, 2008 ; Guzmán et al., 2017 ) นี่คือหนึ่งใน 20 อันดับต้น ๆ ของปาล์มที่ทนความหนาวเย็นได้และเป็นพันธุ์ที่ทนต่อความเย็นได้มากที่สุดในบรรดาปาล์ม pinnate ทั้งหมด เงื่อนไขอย่างหนึ่งของปาล์มชนิดนี้คือไม่ชอบภูมิอากาศร้อนและชื้นซึ่งปาล์มส่วนใหญ่ชอบกัน ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ชอบดินที่ลึกและอุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุที่ระบายน้ำได้ดี ทนต่อดินส่วนใหญ่ได้ดีมากและทำได้ดีในดินเหนียวหนัก อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก ต้องใช้เวลา 10-20 ปี เพื่อให้ได้พืชที่แสดงลำต้น และอาจต้องใช้เวลามากถึง 60 ปีก่อนที่จะออกดอกและออกผล อายุยืนยาวอยู่ได้ 100-150 ปี
การรดน้ำ---ต้องการ น้ำปานกลาง
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งกิ่งให้น้อยที่สุด รอเพื่อกำจัดใบที่กำลังจะตายออกจนกว่าพวกมันจะมีสีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากส่วนที่ยังเป็นสีเขียวยังคงมีบทบาทในการสังเคราะห์แสงได้ ให้ตัดแต่งบริเวณโคนใบ
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่จะช่วยปรับปรุงการพัฒนาของราก ควรใช้ปุ๋ยหมัก
ศัตรูพืช/โรคพืช---ในฝรั่งเศส J.chilensis ถูกหนอนผีเสื้อ Paysandisia archon (หนอนเจาะผลปาล์มในอเมริกาใต้) โจมตี ขณะที่ในอิตาลี  มีรายงานความเสียหายจาก Rhynchophorus ferrugineus  (ด้วงปาล์มแดง) ( Guzmán et al., 2017 ) ต้นอ่อนได้รับผลกระทบจากการกินของกระต่ายและแมลงเฉพาะถิ่น ( Octodon degus ) ( Fleury et al., 2015 ) / ในนิวซีแลนด์ มีการติดเชื้อ Colletotrichum acutatum (จุดดำของสตรอเบอร์รี่) และ Glomerella cingulata (โรคแอนแทรกโนส) บันทึกไว้ ( Braithwaite et al., 2006 )
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน เนื้อผลกินได้  ถั่ว (เอนโดคาร์ปและเอนโดสเปิร์ม) ที่เรียกว่าโคค็อส ("มะพร้าวน้อย") coquitos ("little coconuts") ในภาษาสเปน ก็กินได้ หลังจากกระเทาะเปลือกแข็งออก เนื้อสัมผัสและรสชาติคล้ายกับมะพร้าว ใช้กินสดหรือใช้ทำขนมต่างๆ
- น้ำนม (Sap) สามารถนำไปหมักเป็นไวน์ปาล์มที่เป็นที่นิยมกันทั่วไป ในปัจจุบันเน้นไปที่น้ำเชื่อมหวาน (น้ำผึ้งปาล์ม) สำหรับทำอาหาร
ใช้ปลูกประดับ---เป็นหนึ่งในปาล์มภูมิทัศน์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการเพาะปลูก เป็นปาล์มที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเป็นพืชเก่าแก่สามารถพบได้ในหลาย ๆ ทวีป ได้รับการปลูกเลี้ยงอย่างกว้างขวางในเขตอบอุ่นของโลกในฐานะไม้ประดับที่งดงาม น่าจะเป็นเพราะ ความง่ายในการเติบโตและมีความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจเมื่อเผชิญกับความหนาวเย็นสามารถพบได้ในแถบยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และแม้แต่แคนาดา (ราคาที่ซื้อขายสำหรับต้นไม้ที่แสดงลำต้น $ 4,000- $ 30,000) ต้นอ่อนเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูง เนื่องจากไม่ค่อยพบในการค้าเรือนเพาะชำ
- J. chilensis สามารถปลูกย้ายได้แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่มากก็ตาม แม้ว่ารากที่มีเนื้อหนาจะถูกทำลายได้ง่ายและ/หรือถูกทำให้แห้ง แต่โดยทั่วไปแล้วรากใหม่จะผลิตได้อย่างรวดเร็ว
อื่น ๆ---ใบใช้ในการทำตะกร้า แปรง และมุง เส้นใยของพืชใช้เป็นวัสดุบรรจุที่นอน ฯลฯ กระดาษทำจากเส้นใยในลำต้น
- การใช้ต้นปาล์มแบบดั้งเดิมที่สำคัญคือการกรีดลำต้นเพื่อเก็บน้ำนมเป็นแหล่งน้ำตาลและหมักเป็นแหล่งไวน์ปาล์ม ( Janick and Paull, 2008 ) เพื่อที่จะได้น้ำนมลำต้นจะถูกโค่นและตัดมงกุฎจากยอดของลำต้น จากนั้นน้ำนมจะระบายออกมาเป็นเวลานานหลายเดือนบางครั้ง ให้ผลผลิตมากกว่า 400 ลิตรที่ผลิตความเข้มข้น 40 กิโลกรัม Gonzalez et al. (2009)
ได้รับรางวัล---AGM (Award of Garden Merit) จาก RHS (Royal Horticultural Society)
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเป็นปาล์มพื้นเมืองเพียงแห่งเดียวของชิลี มีการกระจายพันธุ์แบบแคบในหุบเขาใกล้ทะเล โดยการกระจายของมันถูกแยกส่วนอย่างมากตามการกระทำของมนุษย์ เนื่องจากต้นไม้ถูกตัดเพื่อดึงน้ำนมในอดีต แม้ว่าตอนนี้ภัยคุกคามนี้จะถูกควบคุมแล้ว ในปัจจุบันภัยคุกคามมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ความเสี่ยงจากไฟไหม้ที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง สายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน และการสกัดเมล็ดพืชเพื่อการบริโภคของมนุษย์ เนื่องจากบริบททั้งหมดนี้ สปีชีส์นี้จึงถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์' (EN)  'มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่า' (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต) ภายใต้เกณฑ์ A2c ปัจจุบันมีประชากรเต็มวัยประมาณ 120,000 คาดว่าขนาดประชากรลดลง 50% ในช่วงสามชั่วอายุคนที่ผ่านมา (300 ปี) อันเนื่องมาจากการลดลงของพื้นที่การครอบครอง  
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED A2c - IUCN Red List of Threatened Species.(2021)
การดำเนินการอนุรักษ์
ความพยายามในการรักษา Jubaea chilensis จะต้องมุ่งเน้นไปที่การควบคุมภัยคุกคามและอนุรักษ์ประชากรย่อยที่เหลืออยู่
ระยะออกดอก/ติดผล---เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ (พฤษภาคม-มิถุนายนในซีกโลกเหนือ)/ผลสุกในเดือนมกราคม (กรกฎาคมในซีกโลกเหนือ)
ขยายพันธุ์---เมล็ด การงอกและการตั้งตัวทำได้ช้าแต่สำเร็จได้ง่าย เพาะเมล็ดสดดีที่สุด ควรแช่เมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้เป็นเวลา 12 - 24 ชั่วโมงในน้ำอุ่นทันทีที่ได้รับ
- เอนโดคาร์ปที่เป็นเนื้อไม้ไม่ขัดขวางการงอกแม้ว่ามันจะขัดขวางความชุ่มชื้นของเมล็ดได้ การงอกสามารถเร่งได้โดยการแช่เมล็ดใน * Ethephon และการงอกเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียง 20 วัน ควรเพาะเมล็ดในราใบไม้ 70% และหินแกรนิตผุ 30% ในสภาพแสงแดดจัด (Guzmán et al., 2017)
* Ethephon หรือที่รู้จักในชื่อ Chlorethephon และ 2-CEPA เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป http://sitem.herts.ac.uk/aeru/ppdb/en/Reports/274.htm
*- ภายใต้สภาพธรรมชาติ เมล็ดของ J. chilensis อาจใช้เวลาระหว่าง 6 เดือนถึง 4 ปีในการงอก
- ภายใต้สภาวะเรือนเพาะชำ การงอกอาจใช้เวลา 4 เดือนที่อุณหภูมิ 12°C และใช้ระยะเวลาในการงอกถึง 21 เดือนที่อุณหภูมิ 30°C.
https://www.cabidigitallibrary.org/doi/10.1079/cabicompendium.29269

สกุล Lemurophoenix (leh-moor-oh-FEE-niks) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Lemurophoenix halleuxii พบในมาดากัสการ์เท่านั้น  มันถูกคุกคามจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย การเก็บสะสมมากเกินไปและการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้าพืชสวนระหว่างประเทศ คาดว่าจะมีต้นไม้ที่โตเต็มที่ประมาณ 300 ต้นในพื้นที่ที่เป็นที่รู้จักสามแห่งซึ่งเกิดขึ้นในบริเวณอ่าว Antongil คาบสมุทร Masoala และ Mananara Avaratraและจำนวนประชากรกำลังลดลง

Red Lemur Palm /Lemurophoenix halleuxii

[leh-moor-oh-FEE-niks] [hahl-LOOKS-ee]

                                     

Picture 1---Suchin Marcus for scale at Floribunda Palms.Photo: Jeff Marcus - Floribunda Palms.https://www.palmpedia.net/wiki/Lemurophoenix_halleuxii
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Lemurophoenix_halleuxii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lemurophoenix halleuxii J.Dransf.(1991)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:958597-1
ชื่อสามัญ---Hovitra vari mena, Red Lemur Palm
ชื่ออื่น---; [CHINESE: Hú hóu kuí, Hóngyè lǎn hóu kuí.];[MALAGASY: Hovitra vari mena.];[SPANISH: Palma roja lémur.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---LMXHA (Preferred name: Lemurophoenix halleuxii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Lemurophoenix' มาจากคำภาษากรีกสองคำ: lemur = 'lemur' และ 'phoenix' = "ชื่อทั่วไปของต้นปาล์ม" ; ชื่อสายพันธุ์ 'halleuxii' ; ตามชื่อภาษาท้องถิ่นในภาษามาลากาซีคือ hovitra vari mena = Red Lemur Palm
Lemurophoenix halleuxii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2534
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ โดยพบในบริเวณอ่าวAntongil คาบสมุทรMasoala และMananara Avaratra เกิดขึ้นในหุบเขาป่าดงดิบที่สูงชันต่ำกว่าความยาวแนวสันเขาที่ทอดยาวไปทางทิศตะวันออกจากหมู่บ้านของ Sahavary พบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 200 - 450 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20 เมตรโดยที่ฐานเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่สูงขึ้นไปประมาณ 50 ซม. สีน้ำตาลอ่อน มีร่องรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบระยะห่าง10 ซม.มงกุฏขนาดใหญ่เรียบเนียนสีเทาอมชมพู ยาว 1.5เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 ซม. กาบใบสีชมพูเทามีเกล็ดสีน้ำตาลเข้มและแว็กซ์สีขาวมากมาย ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบยาว 4.5 เมตรก้านใบยาว 25 ซม. มีใบย่อยรูปใบหอกเชิงเส้นประมาณ 60 ใบในแต่ละด้านสีเขียวเข้ม ใบอ่อนที่เกิดใหม่เป็นสีแดง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกแข็งแรงยาวประมาณ 2 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลกลมสีน้ำตาลเมือสุก ขนาด 0.5 ซม.mesocarp หนาประมาณ 8 มม.สีขาว

                                  

Picture 1---Stan Walkley's Garden, Queensland, Australia.Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture 2---Photo: Jeff Marcus - Floribunda Palms.https://www.palmpedia.net/wiki/Lemurophoenix_halleuxii

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้นอกเขตร้อน/ กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ทำได้ดีในฮาวาย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเติบโตนอกแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน) ถึงร่มเงาเต็ม (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) และดินที่มีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ มีศักยภาพที่จะเป็นไม้ประดับ ปัจจุบันจึงแพร่หลายในการเพาะปลูกเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักสะสมปาล์มตัวยงทั่วโลก และทุกๆ ปีจะมีการเก็บเกี่ยวและส่งออกเมล็ดปาล์มจำนวนมากจากประชากรที่รู้จักเพียงกลุ่มเดียว การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์หากยังคงดำเนินต่อไปในอัตรานี้ ในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อการงอกใหม่ของปาล์มและเป็นอันตรายต่อการอยู่รอดของปาล์ม (J. Dransfield. 1991)/Palmweb.
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของมาดากัสการ์ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ]* http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามหลักของพืชชนิดนี้คือการสูญเสียที่อยู่อาศัยผ่านการกวาดล้างเพื่อการเกษตรแบบเลื่อนลอยและการตัดไม้ ต้นปาล์มนี้ยังถูกโค่นเพื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดสำหรับการค้าพืชสวนระหว่างประเทศ ประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii,v)+2ab(iii,v) - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Lemurophoenix halleuxii. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38592A2880539. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38592A2880539.en. เข้าถึงเมื่อ18 กรกฎาคม 2566
- CITES Appendix II - ควบคุมการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ที่ไม่เข้ากันกับการอยู่รอดของสายพันธุ์ - ทั่วโลก (13/2/ 2003)
* การดำเนินการอนุรักษ์
- ได้รับการคุ้มครองในอุทยานแห่งชาติ Masoalaสายพันธุ์นี้อยู่ในCITES Appendix IIการเก็บและการค้าเมล็ดพันธุ์จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ
- ไม่มีมาตรการอนุรักษ์เฉพาะสำหรับสายพันธุ์นี้ https://www.iucnredlist.org/species/38592/2880539
ขยายพันธุ์---เมล็ด
- Lemurophoenix หายากมากและเกิดขึ้นเฉพาะในหุบเขาแห่งเดียวทางตอนเหนือของเกาะ  Beentje และ Dransfield ใน "Palms of Madagascar" ของพวกเขาถือว่า "อาจเป็นปาล์มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งเกาะ" เมล็ดพืชค่อนข้างไม่แน่นอนในการงอก แต่ต้นอ่อนจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายใต้สภาพอากาศชื้น อบอุ่น กึ่งเขตร้อนหรือเขตร้อนชื้น (RPS.com) https://www.palmpedia.net/wiki/Lemurophoenix_halleuxii


สกุล Leucothrinax (loo-koh-TREE-naks) เป็น Monotypic genus มี 1 สายพันธุ์คือ Leucothrinax morrissii หรือที่เรียกว่า Key thatch palm เป็นเวลานานที่ Leucothrinax morrissii รู้จักกันในชื่อThrinax morrisii (สกุลเดียวกันกับปาล์มสะดือเขียวบ้านเรา -Thrinax parviflora) จนกระทั่งเมื่อมีการใช้เครื่องมือระดับโมเลกุลที่ไม่สามารถใช้ได้กับนักอนุกรมวิธานก่อนหน้านี้เราสามารถแสดงความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง Leucothrinax และปาล์ม ที่เกี่ยวข้อง (CE Lewis และ S. Zona. 2008) / Palmweb

Brittle Thatch Palm /Leucothrinax morrissii

[loo-koh-TREE-naks] [more'-riss-ee]

                                         

Picture 1---Florida Keys. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Leucothrinax_morrissii
Picture 2---Big Pine Key, Florida. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Leucothrinax_morrissii

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Leucothrinax morrissii (H.Wendl.) C.Lewis & Zona (2008)
ชื่อพ้อง---Has 11 Synonyms.
---Basionym: Thrinax morrisii H.Wendl.(1892). See https://www.gbif.org/species/2731966
---Thrinax drudei Becc.(1908)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:60448302-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Brittle Thatch Palm, Buffalo Thatch Palm, Key Thatch Palm, Silvertop-palmetto, White thatch palm.
ชื่ออื่น---[BAHAMAS: Buffalo-top.];[BRAZIL: Palmeira vassoura.];[CUBA: Miraguano.];[GERMAN: Westindische Schilfpalme.];[HAITI: Latanier de mer.];[PUETO RICO: Palma de escoba.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---THXMO (Preferred name: Leucothrinax morrissii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บาฮามาส, คิวบา, ฟลอริด้า, เฮติ, Leeward Is., เปอร์โตริโก, Turks-Caicos Is, ตรินิแดดและโตเบโก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Leucothrinax' คือการรวมกันของคำคุณศัพท์ภาษากรีก "Leuco" = สีขาว และ ชื่อสกุล "Thrinax" ในการอ้างอิงถึงสีขาวของก้านดอกและด้านล่างของใบ ; ชื่อสายพันธุ์ 'morrissii' เพื่อเป็นเกียรติแก่ Sir Daniel Morris (1844-1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการต้นศตวรรษที่ 20 ที่ Royal Botanic Gardens, Kew  
Leucothrinax morrissii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl E. Lewis ผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแฟร์ไชลด์ (2551 ถึงปัจจุบัน) และ Scott Zona.(เกิดปี 1959-) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2551
- * สปีชีส์ที่กระจายอยู่อย่างมากมายในพื้นที่แคริบเบียนทั้งในธรรมชาติและในการเพาะปลูก ซึ่งรู้จักกันมานานในชื่อThrinax morrisiiจนกระทั่งเมื่อการวิเคราะห์ระดับโมเลกุลยังไม่ยืนยันว่าเป็นของสกุลอื่น โดยตั้งสมมติฐานบนพื้นฐานของความแตกต่างทางสัณฐานวิทยา ซึ่งได้แก่ เห็นได้ชัดที่สุดคือสีของหน้าใบด้านล่างเป็นสีเทาแทนที่จะเป็นสีเขียว https://www.monaconatureencyclopedia.com/leucothrinax-morrisii/?lang=en
ที่อยู่อาศัย---พบในบาฮามาส, คิวบา, ฟลอริด้า, เฮติ, Leeward Is., เปอร์โตริโก, Turks-Caicos Is, ตรินิแดดและโตเบโก เติบโตในป่าเปิดและพื้นที่ชายฝั่ง ที่ระดับความสูง 5-350 เมตร


Picture---Florida Keys. Photo by Paul Craft.Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Leucothrinax_morrissii

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง7-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-30 ซม. ลำต้นสีน้ำตาลหรือสีเทา มีวงแผลเป็นเกิดจากร่องรอยของใบไม้ที่ร่วงหล่น ใบรูปพัด จักลึกเกือบถึงสะดือ ก้านใบยาว 0.9-1.3 เมตร เคลือบด้วยแว้กซ์สีขาว แผ่นใบด้านบนสีเขียวเขียวอมน้ำเงิน หรือสีเหลืองแล้วแต่สภาพแวดล้อม ด้านล่างปกคลุมด้วยเกล็ดแวกซ์สีขาว ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 1-1.5 เมตร กาบหุ้มด้วยเกล็ดสีขาวนวลเนียนตั้งตรงแล้วโค้งเกินใบ มีช่อย่อย 6-20 ช่อ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกย่อยเกิดบนก้านดอกสั้นมากความยาวน้อยกว่า 1 มม.ผลรูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 มม. ผลอ่อนสีขาว เป็นสีเหลืองเมื่อสุก มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 2.5-3 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นหนึ่งในปาล์มที่คุ้นเคยมากที่สุดในภูมิภาคแคริบเบียน และยังพบได้ในสวนเขตร้อนและเรือนกระจกทั่วโลก (USDA Zone 10a-11) เติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน(แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือมีร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินร่วนปนทรายและเป็นด่าง pH 7.6-9.1 แต่ปรับตัวได้ในดินทุกสภาพที่มีการระบายน้ำดี ทนแล้ง ทนลม ทนเค็ม ทนความเย็นได้ถึง 3°C ถึง 0°C โดยไม่มีความเสียหายใดๆ อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ การใช้ในงานภูมิทัศน์ด้วยความแตกต่างของสีด้านบนและด้านล่างแผ่นใบจะใช้ปลูกเป็นกลุ่มหรือแยกปลูกเดี่ยว ในสวนขนาดใหญ่หรือพื้นที่สวนขนาดเล็กก็ได้ เพื่อสร้างจุดเด่นได้อย่างน่าสนใจ สามารถปลูกในกระถางและภาชนะขนาดใหญ่
อื่น ๆ--- ในถิ่นกำเนิดลำต้นถูกใช้เป็นเสา ใบไม้ใช้มุงเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น ใช้ทอเสื่อ ทำตะกร้า ไม้กวาด และงานฝีมือ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง ประชากรมีขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพ ไม่พบภัยคุกคามที่สำคัญในทุกช่วง ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - National - IUCN Red List of Threatened Species.(2020)
Carrero, C. 2021. Leucothrinax morrisii. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T201643A2710659. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-1.RLTS.T201643A2710659.en. เข้าถึงเมื่อ18 กรกฎาคม 2566
การอนุรักษ์
- ในคิวบา สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง "Viñales", "Escaleras de Jaruco" และ "Sierra del Pesquero-Mesa-Sumidero" ไม่ทราบแผนการจัดการ/การกู้คืน Leucothrinax morrisii  ถูกรวบรวมในอย่างน้อย 11 คอลเลกชันจากแหล่งกำเนิดตามการค้นหาพืชของ BGCI (2020). https://www.iucnredlist.org/species/201643/2710659
- มีสถานะการอนุรักษ์เป็น "กังวลน้อยที่สุด" (Zona et al. 2007) ภายใต้เกณฑ์ของสหภาพอนุรักษ์โลก (IUCN 2006) อย่างไรก็ตาม มันแสดงถึงความหลากหลายที่คาดไม่ถึงในพืชตระกูลปาล์มในทะเลแคริบเบียน และชี้ให้เห็นว่าการวิจัยสายวิวัฒนาการต่อไปอาจค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจเพิ่มเติม การวิจัยนี้ต้องทำโดยเร็ว เนื่องจากต้นปาล์มในทะเลแคริบเบียนจำนวนมากกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่ถูกคุกคาม (Zona et al. 2007) (CE Lewis and S. Zona. 2008)/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Leucothrinax_morrissii
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 1-3 เดือน ที่อุณหภูมิ 26-28 °C

สกุล Lepidorrhachis (lehp-ih-doh-RAH-kiss) เป็น monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ คือ Lepidorrhachis mooreana มีถิ่นกำเนิดในนิวเซาท์เวลส์ พบได้เฉพาะบนเกาะ Lord Howe

Little Mountain Palm /Lepidorrhachis mooreana

[lehp-ih-doh-RAH-kiss] [mohr-eh-AHN-ah]

                                           

Picture---Mt Grower, Lord Howe Island.https://www.palmpedia.net/wiki/Lepidorrhachis_mooreana
Picture---Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Lepidorrhachis_mooreana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lepidorrhachis mooreana (F.Muell.) O.F.Cook (1927)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:667817-1#synonyms
---Basionym: Kentia mooreana F.Muell.(1870). https://www.gbif.org/species/2733596
---Clinostigma mooreanum (F.Muell.) H.Wendl. & Drude (1875)
---Kentia moorei W.Bull. (1874)
ชื่อสามัญ---Little Mountain Palm.
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด--- โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะนอร์โฟล์ค
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Lepidorrhachis' มาจากภาษากรีก หมายถึง "scale" (มาตราส่วน) และ "rachis" (แกนกลางของใบไม้); ชื่อสายพันธุ์ 'mooreana' เป็นเกียรติแก่ Charles Moore (1820-1905) ผู้อำนวยการคนแรกของสวนพฤกษศาสตร์ซิดนีย์
Lepidorrhachis mooreana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Sir Ferdinand Jacob Heinrich von Mueller (1825-1896) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันออสเตรเลียและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Orator Fuller Cook (1867–1949) นักพฤกษศาสตร์และนักกีฏวิทยาชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2470
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ที่มีถิ่นกำเนิดถูกจำกัดในวงแคบอยู่ในนิวเซาธ์เวลส์ พบได้ที่เกาะ ลอร์ดฮาวบนภูเขา Gower (875 ม.) และ ภูเขา Lidgbird (777 ม.)ในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งของออสเตรเลีย เกิดขึ้นที่ระดับความสูง 750 เมตรเท่านั้น
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงถึง 3.5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15 ซม. มีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบที่เด่นชัด ห่างกัน 1-2 ซม  มี crownshaft ยาว 15-20 ซม สีเขียวเข้ม มีขี้ไคลสีน้ำตาล ใบรูปขนนก (pinnate) โค้งหรือบิดเล็กน้อยยาว1-1.5เมตร ก้านใบยาว 20-30 ซม ใบย่อยรูปหอกยาว 25-40 ซม. ทางใบ ก้านใบปกคลุมด้วยขนหนาแน่น ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกยาว 30-50 ซม แผ่กิ่งก้านสาขาเรียวยาว 100 กิ่งขึ้นไป ดอกกระเทย (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ดอกสีขาวครีม ดอกเพศผู้จะพัฒนาก่อน ผลกลมสีเขียวขนาด 1.2 ซม.สุกแล้วสีแดง มีเมล็ดกลม 1 เมล็ด

                                          

Picture---Mt Grower, Lord Howe Island.https://www.palmpedia.net/wiki/Lepidorrhachis_mooreana
Picture---Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Lepidorrhachis_mooreana

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เติบโตได้เฉพาะในสภาพอากาศหนาวเย็น แต่ไม่หนาวจัด เช่น ตามชายฝั่งที่เย็นกว่าทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย หรือทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย นิวซีแลนด์ หรืออังกฤษ (USDA Zone 9b-10b) ในตำแหน่งแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงบ่าย) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้า) อุณหภูมิไม่สูงเกิน 29°C หรือต่ำกว่า 1.6°C มีชื่อเสียงในเรื่องความยากในการปลูกเลี้ยง ส่วนใหญ่เป็นเพราะเติบโตช้า การปรับตัวอาจเป็นไปตามเงื่อนไขที่รุนแรงยากที่จะสร้างสภาพแวดล้อมใหม่
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ
อื่น ๆ---ผลไม้เป็นที่ชื่นชอบของหนู
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของเกาะลอร์ดฮาว - ออสเตรเลีย [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากตามความเห็นของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์มันมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในนิวเซาธ์เวลส์ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และหนูดำBlack Rat (Rattus rattus) มีผลกระทบต่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ และกินใบในต้นอ่อน ถูกระบุว่าเป็นกระบวนการคุกคามที่สำคัญภายใต้พระราชบัญญัติการอนุรักษ์พันธุ์ป่าที่ถูกคุกคาม 2538 [Threatened Species Conservation Regulation 2010] อยู่ในรายการใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) - อยู่ในสภาวะวิกฤตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายพันธุ์ที่ถูกคุกคามด้วยการสูญพันธุ์ทั่วโลก
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED - (Biodiversity Conservation Act 2016 (New South Wales): April 2023 list) http://www.environment.gov.au/cgi-bin/sprat/public/publicspecies.pl?taxon_id=6388
* มาตรการอนุรักษ์ในปัจจุบัน
- การกระจายตัวของLepidorrhachis ทั้งหมด อยู่ภายในเขตอนุรักษ์ถาวรของอุทยาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกาะ Lord Howe Island ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชมที่ราบสูงได้ก็ต่อเมื่อมาพร้อมกับไกด์ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น
- คณะกรรมการเกาะลอร์ดฮาวใช้มาตรการควบคุมหนูอย่างแข็งขันในบางส่วนของที่ราบสูงบนยอดเขา Mt. Gower ในพื้นที่เหล่านี้Lepidorrhachisออกผลและงอกใหม่ได้ดี อย่างไรก็ตาม การควบคุมหนูขยายไปยังส่วนเล็กๆ ของการกระจายที่จำกัดของต้นปาล์มเท่านั้น
- ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาคณะกรรมการLHIได้พัฒนากลยุทธ์การกำจัดวัชพืชอย่างครอบคลุมและมีแผนที่จะขยายกลยุทธ์นี้ไปยังภูเขาทางตอนใต้ของเกาะ
- Lepidorrhachis ได้กลายเป็นจุดสนใจของโครงการวิจัยด้านการอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องหลายโครงการ ขณะนี้มีการศึกษาด้านประชากรศาสตร์ (Hutton & Auld) เพื่อประเมินผลกระทบของหนูที่มีต่อการงอกใหม่ การสำรวจสำมะโนประชากรโดยละเอียด การทำแผนที่ประชากร และการสำรวจทางฟีโนโลยีจะดำเนินการในปี 2550 (Shapcott, Hutton & Auld) เพื่อกำหนดขนาดประชากรที่มีประสิทธิภาพและประเมินความมีชีวิตของประชากร ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศต่อระยะเวลาการเจริญพันธุ์จะได้รับการตรวจสอบเบื้องต้นโดยการประเมินความสอดคล้องของกิจกรรมทางฟีโนโลยีภายในและระหว่างกลุ่มประชากร
การดำเนินการอนุรักษ์ที่จำเป็นเพิ่มเติม
ขณะนี้โครงการกำจัดหนูทั้งหมดกำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการเกาะลอร์ดฮาว แม้ว่าจะมีความซับซ้อนในการ ดำเนินการ แต่แผนทะเยอทะยานนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับ Lepidorrhachis. http://www.virtualherbarium.org/psg/flagship/Lepidorrhachis-mooreana.html
ระยะออกดอก/ติดผล---สิงหาคม-ธันวาคม/ผลไม้จะสุกในปีต่อไป
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Lytocaryum (lye-toe-CARRY-um) เดิมเรียกว่า Microcoelum weddellianum หรือ Cocos weddelliana เป็นประเภทที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ Syagrus มี 4 สายพันธุ์ที่ยอมรับ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Lytocaryum hoehnei (Burret) Toledo - เซาเปาโล
2 Lytocaryum insigne (Rob.) Toledo - Espírito Santo, รีโอเดจาเนโร
3 Lytocaryum itapebiense Noblick & Lorenzi - Bahia
4 Lytocaryum weddellianum (H.Wendl.) Toledo - รีโอเดจาเนโร

Miniature Coconut Palm /Lytocaryum weddellianum

[ligh-toh-KAR-yuhm] [wehd-del-LEE-ahn-uhm]

                                         

Picture 1---Corupá, Santa Catarina, Brazil. Photo by Gilio Giacomozzi. https://www.palmpedia.net/wiki/Lytocaryum_weddellianum
Picture 2---Hawaii. Photo by Paul Craft. https://www.palmpedia.net/wiki/Lytocaryum_weddellianum

ชื่อวิทยาศาสตร์---Lytocaryum weddellianum (H.Wendl.) Toledo.(1944)
ชื่อพ้อง---This name is a synonym of Syagrus weddelliana (H.Wendl.) Becc.(1916). https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:246979-2
ชื่อสามัญ---Miniature Coconut Palm, Weddell's Palm, Wedding Palm, Victorian Parlor Palm.
ชื่ออื่น---[FRENCH: Cocotier Miniature, Palmier de Weddel, Palmier du mariage.];[GERMAN: Kokospälmchen, Miniatur Kokosnusspalme, Zimmer-Kokosplame.];[JAPANESE: Burajiru-himeyashi, Himeyashi.];[PORTUGUESE: Palmeira-de-Petrópolis, Coqueiro-miniatura, Palmeira-wedeliana.];[SPANISH: Coco enano, Palmerita de Petropolis; Agué, Icá, Toledo (Local).];[SWEDISH: Weddellpalm.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---MCCMA (Preferred name: Syagrus weddelliana.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล [Espírito Santo, Rio de Janeiro]
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุลคือการรวมกันของคำภาษากรีก "lyton" =  "loose" (แยก แบ่ง) และ "karyon" = "nut" (เมล็ด) โดยมีการอ้างอิงถึงลักษณะของ exocarp และ mesocarp ที่จะผ่าและเปิดเมื่อสุก ; ชื่อของสายพันธุ์ 'weddellianum' เพื่อเป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ Hugh Algernon Weddell (1819-1877)
Lytocaryum weddellianum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Joaquim Franco de Toledo (1905 – 1952) นักอนุกรมวิธานและนักพฤกษศาสตร์ชาวบราซิล ในปี พ.ศ.2387
- ในขั้นต้นปาล์มต้นนี้ถูกวางไว้ในสายพันธุ์เดียวกับต้นมะพร้าวภายใต้ชื่อ Cocos weddelliana ก่อนที่จะย้ายไปยังสกุล Syagrus (สกุลเดียวกับปาล์มควีน,มะพร้าวแคระที่ปลูกกันในบ้านเรา) และในที่สุดก็ย้ายไปอยู่ในสกุลของตัวเอง Lytocaryum จากหลักฐานทางสัณฐานวิทยาและระดับโมเลกุล Larry Noblick และAlan Meerow ได้รวม Lytocaryum กลับเข้าไปใน Syagrus ในปี 2015
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ของบราซิล มีถิ่นกำเนิด ในรัฐ ริโอเดอจาเนโร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เติบโตตามธรรมชาติในป่าฝนอาศัยอยู่ในชั้นล่างของป่าชื้นที่ระดับความสูง 50- 800 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงได้ถึง 5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 8-10 ซม. คลุมด้วยเส้นใยและส่วนของก้านใบเก่า ใบรูปขนนก (pinnate) ยาวประมาณ 0.90-1 เมตร ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้นเรียงกันในแนวก้างปลา เรียงขิดและสม่ำเสมอตามระนาบเดียวกัน ใบสีเขียวเข้มด้านบนเป็นมันเงาด้านล่างสีเขียวปนเทา ก้านใบและใบปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเทา ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกมีลักษณะแตกกิ่งก้านสาขาและมีขนสีน้ำตาลเป็นช่อเดี่ยว ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศเมียมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของดอกเพศผู้ ทั้งสองมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบและกลีบดอก 3 กลีบ ผลเป็นรูปไข่วงรียาว 2 ซม. สีน้ำตาลเมื่อสุก มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะกับสภาพอากาศที่หลากหลายตั้งแต่เขตอบอุ่นไปจนถึงเขตร้อนชื้นและทนต่อน้ำค้างแข็งได้ (USDA Zone 9b-11) ตำแหน่งที่ร่มรื่นชุ่มชื้น (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) อุณหภูมิระหว่าง 15°C ถึง 27°C ดินที่อุดมสมบูรณ์ร่วนซุยและระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเป็นกรดอ่อน ๆมีความชื้นในดินสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงดินเหนียวและดินเป็นด่าง ทนอุณหภูทิต่ำสุดได้ถึง ได้ถึง (-2°C) ถึง (-4°C) ในช่วงเวลาสั้นๆ อัตราการเติบโตช้า ดูแลง่ายการบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ไวต่อคลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรรดน้ำด้วยน้ำที่ปราศจากคลอรีนเท่านั้น ต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำพอประมาณตลอดเวลาให้พอ ให้ส่วนผสมชุ่มชื้นปล่อยให้ส่วนด้านบนประมาณ 1 ซม.(0.4 นิ้ว) แห้งก่อนที่จะรดน้ำอีกครั้ง เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 15°C (59°F) ให้ปล่อยให้ส่วนผสมส่วนบน 2-3 ซม. (0.8-1 นิ้ว) แห้งระหว่างการรดน้ำ ไม่ทนต่อความแห้งแล้ง ชอบดินที่มีความชื้นต่อเนื่องแต่ไม่ขังแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าตายได้
การตัดแต่งกิ่ง---สามารถทำได้ตลอดเวลาถ้าพบใบที่ตายแล้ว หรือใบที่เสียหายและเป็นโรค ในกรณีที่ต้องใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ให้ปล่อยให้ผลสุกและหล่น จากนั้นตัดก้านดอกที่ใช้แล้วออก
- ในกรณีที่ไม่ต้องการเมล็ดปาล์ม ให้ตัดก้านดอกทันทีที่มันเริ่มก่อตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ปาล์มเสียพลังงานในการพัฒนาดอกและเมล็ด
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยน้ำสูตรสมดุลเดือนละ 1 ครั้ง
ศัตรูพืช/โรคพืช--- แมลงศัตรูพืชที่สำคัญคือแมลงเกล็ดและเพลี้ยแป้ง/โรคส่วนใหญ่ของพืชชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อรดน้ำมากเกินไปหรือไม่รดน้ำเลยและเมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลที่มีลักษณะและรสชาดคล้ายมะพร้าวมีรายงานว่าน้ำมันที่สกัดจากเนื่อเมล็ดนั้นมีความสำคัญในเชิงพาณิชย์
ใช้ปลูกประดับ---ลักษณะใบที่โค้งละเอียดประณีตมีความงามที่หาตัวจับยากแทบจะไม่มีใครเทียบได้ นิยมปลูกเป็นไม้กระถางในร่มยอดเยี่ยมในฐานะพืชบ้านเนื่องจากต้องการสภาพแสงน้อยการเติบโตที่ช้าและขนาดที่กะทัดรัด ปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อใช้ตกแต่งภายในตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ที่พบได้ทั่วไปในยุโรปซึ่งอาจช่วยให้ไม่สูญพันธุ์
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของบราซิล [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการทำลายป่าและการใช้ประโยชน์มากเกินไปโดยนักสะสมเมล็ดพันธุ์ ปัจจุบันถือว่าหายากในถิ่นกำเนิด
ขยายพันธุ์---เมล็ด
- * นี่เป็นกระบวนการที่ช้ามาก ดังนั้นจึงไม่แนะนำสำหรับผู้ปลูกมือใหม่ โดยปกติจะมีจำหน่ายตลอดทั้งปีจาก garden centres และเรือนเพาะชำ https://www.plantsrescue.com/posts/lytocaryum-weddellianum


สกุล Marojejya (mahr-oh-jeh-JEE-yah) เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) มาดากัสการ์ มี 2 สายพันธุ์ที่เป็นที่ยอมรับ (ในหน้านี้แสดง 2 สายพันธุ์)
1 Marojejya darianii J.Dransf & N.W.Uhl
2 Marojejya insignis Humbert

 Big leaf Palm /Marojejya darianii

      


Picture 1---Analanjirofo, Toamasina, MG, AF, Madagascar. Photo by Dr. Mijoro Rakotoarinivo.https://www.palmpedia.net/wiki/Marojejya_darianii
Picture 2---Bill Langer giving scale. Hawaii.https://www.palmpedia.net/wiki/Marojejya_darianii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Marojejya darianii J. Dransf. & N. W. Uhl (1984)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl/record/kew-120772
ชื่อสามัญ---Darian palm, Big leaf Palm, Madagascar Big-Leaved Palm.
ชื่ออื่น--- [AFRIKAANS: Ravimbe ("big leaf", Betsimisaraka).];[CHINESE: Dá shì xiān máo zōng,];[KOREAN: Malojejasog.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---MJJDA (Preferred name: Marojejya darianii.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์ ---ชื่อสกุล 'Marojejya'มาจากชื่อของ Marojejy Massif ที่ปกคลุมไปด้วยป่าฝนและมรดกโลกขององค์การยูเนสโกตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ซึ่งเป็นสายพันธุ์ถิ่น ; ชื่อสายพันธุ์ 'darianii' ได้รับการตั้งชื่อตามนักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน "Indiana Jones of plants" Dr Mardy E. Darian (1933 -) ผู้ค้นพบต้นปาล์มในมาดากัสการ์ครั้งแรก
Marojejya darianii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและ Natalie Whitford Uhl (1919–2017) เธอเป็นนักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2527
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ถิ่นที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง Ampasimanolotra และคาบสมุทร Masoala เติบโตในหนองน้ำบนพื้นที่ก้นหุบเขาที่ระดับความสูง 200-600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางสูง 8-15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-35 ซม. ด้านล่างสะอาดแต่โคนใบบนมักเก็บโคนใบไว้ ไม่มี Crownshaft มี 12-15 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) ขนาดใหญ่โคนใบไม่แตกแยกเรียงแป็นแนวตั้งตรงถึง 45 องศาจากแนวนอน ตั้งซ้อนอย่างแน่นหนาสูงขึ้นจากพื้นดินเหมือนลูกขนไก่ยักษ์ มีขนาดใหญ่มาก ยาว 4- 5 เมตร โดยทั่วไปไม่มีก้านใบ เริ่มที่ลำต้นฐานใบใหญ่และไม่แตก มีหูใบกลมขนาดใหญ่ 2 อันเด่นชัดกว้าง 10–12 ซม. และกาบใบที่ออกแบบมาเพื่อจับเศษใบไม้ร่วง ใบใหม่มีสีแดงเข้มและสีส้มจำนวนมาก ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งเกิดจากตำแหน่งเดียวกันใกล้ด้านล่างของฐานใบของใบที่ต่ำที่สุด (interfoliar) ดอกไม้ในโทนสีเหลืองสีขาวครีมและสีน้ำตาล ผลมีเนื้อแบบผลกลุ่มสีชมพูเมื่ออ่อน เป็นสีเขียวและสีแดงเข้มเมื่อผลสุกขนาด20 x15มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ในสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน / กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) เจริญเติบโตช้าและค่อนข้างยากกว่าปาล์มอื่น ๆ ต้องการแสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้า) ดินร่วนที่อุดมไปด้วยสารอินทรีย์ pH 5.1-7.5 มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำจำนวนมาก อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และมีการพ่นหมอกบาง ๆ เป็นประจำในช่วงฤดูร้อน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดใบออกถ้ายังมีสีเขียวอยู่ ถ้าพบใบที่ตายแล้ว ใบที่เสียหายและเป็นโรคสามารถทำได้ตลอดเวลา
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสูตรสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---ไม่มี
การใช้ประโยชน์---มีการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้าพืชสวนระหว่างประเทศ
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากเกิดจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่เพื่อการเกษตร การตัดไม้ และ จากการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพการฟื้นฟูตามธรรมชาติของสายพันธุ์นี้ ประชากรของสายพันธุ์นี้มีขนาดเล็กเพียงประมาณ 80 ต้นที่โตเต็มที่โดยประมาณในห้าพื้นที่ที่เกิดขึ้นและมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์' ก่อนหน้านี้ถูกระบุว่าเป็นประเภท CR - 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต' (1998) แต่การเปลี่ยนแปลงสถานะเป็นผลมาจากข้อมูลที่ดีขึ้นเกี่ยวกับขนาดของประชากร
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B2ab(iii); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Marojejya darianii. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38605A2880647. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38605A2880647.en. เข้าถึงเมื่อ19 กรกฎาคม 2566
- CITES Appendix II - ควบคุมการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ที่ไม่เข้ากันกับการอยู่รอดของสายพันธุ์ - ทั่วโลก
การดำเนินการอนุรักษ์
สปีชีส์นี้มีรายชื่ออยู่ในภาคผนวก II ของ CITES และพบในพื้นที่คุ้มครองบางแห่ง แม้ว่าจะมีมาตรการควบคุมการเก็บเกี่ยวและการค้าของพืชชนิดนี้ แต่การบังคับใช้ที่ดีกว่านี้อาจจำเป็นนอกเหนือจากการตรวจสอบปกติ https://www.iucnredlist.org/species/38605/2880647
ขยายพันธุ์---เมล็ด


Menamoso /Marojejya insignis

[mahr-oh-JEH-jah] [in-SIG-niss]

                                  

Picture 1---Habitat - Photo by Phil Arrowsmith.https://www.palmpedia.net/wiki/Marojejya_insignis
Picture 2---Tanna Botanical Garden, Photo Phil Arrowsmith.https://www.palmpedia.net/wiki/Marojejya_insignis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Marojejya insignis Humbert (1955)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668122-1/general-information
ชื่อสามัญ---Menamoso Palm, Mandanzezika Palm
ชื่ออื่น---[AFRIKAANS: Menamoso, Beondroka (Tsimihety); Betefoka, Besofina, Hovotralanana, Mandanzezika (Betsimisaraka); Fohitanana, kona (Tanala): Beondroka, Besofina, Betefoka, Fohitanana, Hovotralanana, Mandanzezika, Maroalavehivavy, Menamoso (Malagasy).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---MJJIN (Preferred name: Marojejya insignis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Marojejya'มาจากชื่อของ Marojejy Massif ที่ปกคลุมไปด้วยป่าฝนและมรดกโลกขององค์การยูเนสโกตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ซึ่งเป็นสายพันธุ์ถิ่น ; ชื่อสายพันธุ์ 'insignis' มาจากภาษาละติน = "โดดเด่น" หรือ "น่าทึ่ง"
Marojejya insignis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJean-Henri Humbert (1887–1967) นักพฤกษศาสตร์และนักสำรวจชาวฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2498
ที่อยู่อาศัย---ถิ่นที่อยู่ มาดากัสการ์แพร่แพร่กระจายทางตะวันออกของเกาะ จาก Andohahela ถึง Daraina ขึ้นอยู่ในที่ลุ่ม ในป่าดิบชื้นบนสันเขาหรือพื้นที่ลาดชันที่ระดับความสูงตั้งแต่  (70-) 350-1150 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวค่อนข้างใหญ่ สูง 2-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 14-40 ซม.ส่วนปลาย (ประมาณ 1 เมตร) ของลำต้นปกคลุมไปด้วยเศษเปลือกก้านใบ มักจะมีรากคดเคี้ยวไปมาของพืชอื่น ๆ ที่มองเห็นได้ ใบรูปขนนก(pinnate)ขนาดใหญ่ ใบในมงกุฎ 15-20 ใบ จัดเรียงเป็นเกลียว ยาว 4-5 ม. กาบใบยาว 40-95 ซม  ช่อดอกซ่อนอยู่ในหมู่ฐานใบ(interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน(monoecious) ผลสีแดงถึงสีเข้มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มหรือดำปนแดง ขนาด 11-14 x 10-15 x 9-10 มม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ในสภาพภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน/เขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ต้องการแสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้า) ดินร่วนที่ชุ่มชื้น มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชุ่มชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไปจนท่วมขัง
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดใบออกถ้ายังมีสีเขียวอยู่ ถ้าพบใบที่ตายแล้ว ใบที่เสียหายและเป็นโรคสามารถทำได้ตลอดเวลา
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด ใช้ปุ๋ยสูตรสำหรับปาล์มโดยเฉพาะ
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---ไม่มี
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลปาล์ม, ตายอดหรือ หัวใจปาล์ม กินเป็นผัก โดยคนในท้องถิ่น.
ใช้ปลูกประดับ---ปาล์ม/ไม้ประดับเขตร้อนที่สวยงามนี้พบได้ทั่วไปในบ้านและสวน เหมาะสำหรับการตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร  
ภัยคุกคาม---ภัยคุกคามต่อสายพันธุ์นี้ไม่ได้ทำให้เกิดการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปัจจุบัน และขอบเขตของเหตุการณ์และพื้นที่การครอบครองนั้นสูงกว่าเกณฑ์สำหรับรายชื่อที่ถูกคุกคาม สายพันธุ์นี้จึงถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด'
- ก่อนหน้านี้ได้รับการประเมินว่าอ่อนแอ (VU) แต่ตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะเพราะหากระดับการเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นหรือมีการสูญเสียที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ สายพันธุ์นี้อาจหลุดกลับไปสู่ประเภทที่ถูกคุกคามอีกครั้งได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าช่วงการกระจายจะใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยพบ ที่มันเกิดขึ้น มันอาจจะมีอยู่มากมายในท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่ของระยะของมัน ดูเหมือนจะไม่อยู่ ประชากรทั้งหมดคาดว่าจะประกอบด้วยบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ประมาณ 1,700 คน ในไซต์ที่รู้จักประมาณ 15 แห่ง จำนวนประชากรค่อนข้างคงที่ในปัจจุบัน(Dr. Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012.) https://www.palmpedia.net/wiki/Marojejya_insignis
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Marojejya insignis. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38606A2880766. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38606A2880766.en. Accessed on 21 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
พบในพื้นที่คุ้มครองต่อไปนี้: Marojejy, Masoala, Mananara Avaratra, Ambatovaky, Mantadia Betampona และ Andohahela จำเป็นต้องมีการตรวจสอบชนิดพันธุ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มการเก็บเกี่ยวเป็นครั้งคราว https://www.iucnredlist.org/species/38606/2880766
ขยายพันธฺุ์---เพาะเมล็ด อัตราการงอก สูง
    

สกุล Medemia (meh-deh-MEE-ah) เป็น Monotypic genus มี 1สายพันธุ์ คือ Medemia argun
พบในอียิปต์และซูดาน ประชากรกระจัดกระจายในโอเอซิสของทะเลทรายนูเบีย ทะเลทรายทางตอนใต้ของอียิปต์และซูดานตอนเหนือ อธิบายครั้งแรกเป็น Areca passalacquae จากผลไม้ที่เก็บรวบรวมโดยนักโบราณคดีจากสุสานอียิปต์ย้อนหลังไปถึง 2500 ปีก่อนคริสตกาล (Kunth 1826) ผลของ Medemia argun จะถูกนำเข้าจากซูดานและถูกพบในสุสานของอียิปต์ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของพวกเขาซึ่งเคยเชื่อกันว่าต้นไม้นี้สูญพันธุ์และเป็นที่รู้จักจากบันทึกซากฟอสซิลเท่านั้น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2424 ต้นปาล์มที่ถูกอธิบายจากวัสดุที่มีชีวิตที่เก็บรวบรวมในซูดาน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีการเก็บ Medemia argun น้อยมาก ไม่ถูกค้นพบในฐานะสมาชิกที่มีชีวิตของพืชในอียิปต์จนกระทั่งปี พ.ศ. 2506 (Boulos 1968) ต่อมาปาล์มได้รับการพิจารณาว่าสูญพันธุ์ไปแล้วในป่าจนกระทั่งมีการค้นพบใหม่ในซูดานในปี 2538 (Langlois 1976, Gibbons & Spanner 1996) มีประชากรในอียิปต์หลักประกอบด้วยต้นเพศผู้ 4 ต้น และต้นเพศเมียวัยเจริญพันธุ์ 3 ต้นรวมทั้งต้นกล้าและต้นไม้เล็กบางส่วนโดยมีสถานที่อื่น ๆ อีกสองสามแห่งที่ประกอบด้วยพืชเพียงต้นเดียว ในซูดาน มีประชากรขนาดใหญ่ขึ้น ประกอบด้วยพืชหลายร้อยต้นแต่ท้องถิ่นเหล่านี้ถูกข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์

Nubian Desert Palm /Medemia argun

[meh-deh-MEE-ah] [AHR-guhn]

                                          

Picture 1---Dungul Oasis, Egypt. Photo by Haitham Ibrahim.https://www.palmpedia.net/wiki/Medemia_argun
Picture 2---Dungul Oasis, Egypt. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Medemia_argun

ชื่อวิทยาศาสตร์---Medemia argun (Mart.) Wurttenb. ex H.Wendl.(1881)
ชื่อพ้อง---Has 3 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668220-1#synonyms
---Basionym: Hyphaene argun Mart.(1845) https://www.gbif.org/species/2739123
---Areca passalacquae Kunth (1826)
---Medemia abiadensis H.Wendl.(1881)
ชื่อสามัญ---Nubian Desert Palm, Argun palm, Medemia palm, Argoun palm
ชื่ออื่น---None (Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---MDMAR (Preferred name: Medemia argun.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---อียิปต์ [อียิปต์ (ส่วนแอฟริกา).]; ซูดาน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Medemia' อาจมาจากคำคุณศัพท์กรีกสรรพนาม“ μηδείς, μηδεμία, μηδέν” (medeís, medemía, medén) = ไม่มีใคร อ้างอิงถึงสภาพแวดล้อมของทะเลทรายที่อาศัยอยู่ ; ชื่อของสายพันธุ์ 'argun' เป็นหนึ่งในท้องถิ่นที่ใช้โดยชนเผ่าเบดูอิน Ababda และ Bisharin
Medemia argun เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Wurttenb จากอดีต Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2424
ที่อยู่อาศัย---เป็นพันธุ์ปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) ที่เกิดขึ้นในทะเลทรายนูเบียนของอียิปต์และซูดาน พบได้เฉพาะในโอเอซิสในทะเลทรายนูเบียนทางตอนใต้ของอียิปต์และทางตอนเหนือของซูดาน เติบโตในสภาพทะเลทราย ที่รุนแรง โดยทั่วไปจะพบในแม่น้ำที่แห้งซึ่งมีโอกาสเกิดน้ำใต้ดิน
ลักษณะ---เป็นต้นปาล์มที่แข็งแกร่ง สวยงามและโอฬาร สูงประมาณ 15 เมตร ลำต้นมีวงรอยแผลเป็นและกระโปรงที่เกิดจากใบแห้งและช่อดอกแห้งติดถาวรอยู่ใต้มงกุฎ ใบรูปพัด (costapalmate)เหมือน Bismarckia (ตาลฟ้า) ที่มีใบสีเขียวอมฟ้าเคลือบด้วยแว็กซ์ขาว เส้นกลางใบสีเหลือง มีก้านใบยาว 0.8-1 เมตรสีเหลืองถึงเหลืองอมเขียวมีสีม่วงอมดำใกล้โคนใบ มีหนามประปรายสีดำแหลมคม บ่อยครั้งที่กระโปรงของใบไม้ที่ตายแล้วเก็บไว้สองสามปีก่อนที่พวกมันจะร่วงหล่น ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) แตกกิ่งเป็นลำดับแรก ช่อดอกเพศผู้ ยาว 2-2.5 ม. มีปลายยอดถึง 7 แฉก เรียงเป็นรูปครึ่งวงกลม ปกคลุมหนาแน่นด้วยกาบที่ปกคลุมหนาแน่น เรียงเป็นเกลียว รูปกรวย ด้านข้างรวมกันเป็นรูปกระเป๋าที่มีดอก 3 ดอก ยื่นออกมาทีละดอกต่อเนื่องกัน มีเกสรเพศผู้ 6 อัน ช่อดอกเพศเมียยาวประมาณ 1 เมตร ออกที่ปลายยอดของกิ่งเพียง 1 กิ่ง คล้ายดอกเพศผู้มีดอกเดี่ยว ก้านดอกมีขนสั้น มีกลีบเลี้ยงรูปกลม 3 กลีบ และมีปานสั้นโค้ง 3 อัน ผลมักเกิดจากคาร์เพลเพียงอันเดียว รูปรีสีม่วงดำเป็นมัน ยาว 4-5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. มีเมล็ดรูปรีเพียงเมล็ดเดียว ยาวประมาณ 3 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ซม.


ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปาล์มอากัน เป็นปาล์มในพื้นที่แห้งแล้งของเขตร้อน ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง ( -2 °C ) แต่นี่จะเป็นกรณีในภูมิอากาศแห้ง ดินแห้งที่มีการระบายน้ำดีและแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) แม้จะมาจากพื้นที่แห้งแล้งมากและมีสภาพอากาศร้อนจัดทุกวัน แต่ก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับตัวได้กับภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนชื้น เช่น ทางตอนใต้ของฟลอริดาและของประเทศไทย บนดินที่ระบายน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำนิ่งที่เป็นอันตราย ในขณะที่มันทนได้ไม่ดีเป็นเวลานานด้วยความชื้นสูงและอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ เช่นที่พบในสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ที่ต้องการได้รับการปกป้องจากฝนในฤดูหนาว ติบโตช้ามาก จะเติบโตภายใต้เงื่อนไขเดียวกันและในภูมิภาคเดียวกันกับสายพันธุ์ใกล้เคียง Hyphaene และ Bismarckia ในเขตร้อน /กึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่นบางเขต (USDA Zone : 10-11)  
การรดน้ำ---รดน้ำเมื่อจำเป็น ทนความร้อนและแห้งแล้งอย่างมาก
- สายพันธุ์นี้หายากมาก (ปรากฏให้เห็นในรายการเมล็ดพันธุ์เป็นครั้งคราวเท่านั้น และพบได้ยากในเรือนเพาะชำพิเศษเฉพาะปาล์ม) เ
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
การใส่ปุ๋ย---ให้ปุ๋ยเฉพาะปาล์มละลายน้ำสัปดาห์ละสองครั้ง
ศัตรูพืช/โรคพืช---อาจมีเพลี้ยแป้งและแมลงตัวนิ่มเข้าทำลายเป็นครั้งคราวเมื่อปลูกในเรือนกระจก
รู้จักอ้นตราย---ก้านใบมีหนามคม ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ให้ผลที่กินได้ เป็นแหล่งวัสดุใช้สำหรับการทอผ้าและสานเสื่อ
ใช้กิน---ผลดิบจะกินไม่ได้ทันทีต้องฝังเก็บไว้ในดินก่อนสักพักเพื่อให้เมล็ดงอกรสค่อนข้างหวานคล้ายมะพร้าว ผลแห้งจะส่งกลิ่นหอมและกินได้
อื่น ๆ---ลำต้นปาล์มถูกใช้โดยช่างฝีมือในซูดานเป็นฟืนและทำที่พัก นอกจากนี้ใบยังนำไปใช้ก่อสร้างและทอเสื่อ
- ชาวเบดูอินในอียิปต์นิยมนำเข้าใบไม้จากซูดานเพื่อใช้ทำเสื่อ ผ้าผูกเชือก สายรัดสำหรับอูฐและสิ่งของในชีวิตประจำวันอื่น ๆ
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ที่เกิดขึ้นในทะเลทรายนูเบียนของอียิปต์และซูดาน [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก ในประชากรย่อย ๆ อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย มีการแยกส่วนเล็ก ๆ ที่มีสัญญาณของการฟื้นฟู อย่างไรก็ตามพืชมีแรงกดดันอย่างมาก บันทึกจากปลายศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาบ่งชี้ว่าการใช้ประโยชน์จากใบเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมานานหลายปีและหลักฐานการเก็บเกี่ยวใบทำลายปาล์มก็ยังสามารถพบได้ในทุกวันนี้
- ได้รับการจัดประเภทเป็น 'ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง' (CR) ใน IUCN Red List of Threatened Species (2009)
- ปัจจุบัน พื้นที่เกือบทั้งหมดที่เกิดปาล์มได้รับการแบ่งเขตและให้เช่าโดยรัฐบาลเพื่อเป็นสัมปทานสำหรับบริษัททองคำในประเทศและต่างประเทศ (Ali 2016, H. Ibrahim. pers. comm. 2017) กิจกรรมการขุดภายในการกระจายของMedemia argunส่งผลให้เกิดการรบกวนภูมิทัศน์ครั้งใหญ่เนื่องจากการขุดค้นและการขุดอุโมงค์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทเหมืองแร่ยังแสวงหาน้ำใต้ดินโดยการขุดเจาะหลุมและขุดคูสำรวจ ซึ่งทำให้ทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยเสื่อมโทรมและทำลายล้างเผ่าพันธุ์อย่างรุนแรง นอกจากนี้สารปรอทและไซยาไนด์ใช้ในการขุดทองซึ่งนำไปสู่มลพิษของน้ำใต้ดิน พืชเพิ่งได้รับการประเมินสำหรับ The IUCN Red List of Threatened Species (2020) ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงภายใต้เกณฑ์ B2ab(iii)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B2ab(iii) - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2020)
Cosiaux, A., Ibrahim, H. & Baker, W.J. 2020. Medemia argun. The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T30401A2793256. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2020-1.RLTS.T30401A2793256.en. Accessed on 22 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
- ในอียิปต์ สปีชีส์นี้เกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล Wadi Allaqi ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของ Wadi El Quleib, Wadi Umm Gir, Wadi Neigit, Wadi Difeit และ Mishbih มีอยู่ใน พื้นที่อนุรักษ์ นอกถิ่นกำเนิด เก้าแห่ง (BGCI 2017) ในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการทดลองการอนุรักษ์ นอกถิ่นกำเนิดในมหาวิทยาลัยอัสวาน ประเทศอียิปต์ โดยมีการย้ายกล้าไม้จำนวน 21 ต้นไปยังสวนทะเลทรายของมหาวิทยาลัย บางส่วนของพวกเขากำลังออกผล Medemia argunได้รับการแนะนำให้รู้จักกับการเพาะปลูกนอกทวีปแอฟริกา
- การประเมินก่อนหน้านี้ (Johnson 1998) ประเมินว่า Medemia argunอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) ซึ่งเป็นการกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากขาดข้อมูลจำนวนประชากรที่ถูกต้อง https://www.iucnredlist.org/species/30401/2793256
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ใช้เวลาในการงอก 1-3 เดือน ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 18˚Cถึง 21˚C
* Medemia argun เป็นปาล์มที่ปรับให้เข้ากับหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดในโลก ฝนอาจไม่ตกนานหลายปี และฤดูร้อนอุณหภูมิอาจสูงเกิน 40°C อย่างไรก็ตาม Medemia สามารถอยู่รอดได้เฉพาะในที่ที่สามารถเข้าถึงน้ำใต้ดินได้ เมื่องอกแล้ว เมล็ดจะสร้างรากที่ยาวมากถึง 3 เมตรเพื่อค้นหาน้ำ เมล็ดพืชจำนวนมากกองอยู่ใต้กระหม่อมของตัวเมียที่โตเต็มวัย ตากแดดแต่ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ มีข้อเสนอแนะว่าปาล์มจะกระจายไปตามน้ำท่วมหลังฝนตก (virtualherbarium.org) https://www.palmpedia.net/wiki/Medemia_argun

สกุล Nephrosperma (nehf-roh-SPERM-ah) เป็น Monotypic genus มี 1 สายพันธุ์ คือ Nephrosperma vanhoutteanum พืชเฉพาะถิ่น หมู่เกาะเซเชลส์

Latanier Millepattes /Nephrosperma vanhoutteanum

[nehf-roh-SPERM-ah] [van-hoot'-teh-ahn-uhm]

                                        

Picture 1---Ho'omaluhia Botanical Garden, Oahu, Hawaii. Photo by Drew Avery. https://www.palmpedia.net/wiki/Nephrosperma_van-houtteanum
Picture 2---Kebun Raya Bogor, Java, Indonesia. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Nephrosperma_van-houtteanum

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Nephrosperma van-houtteanum (H.Wendl. ex Van Houtte) Balf.f (1877)
ชื่อพ้อง---Has2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668408-1#synonyms
---Basionym: Oncosperma vanhoutteanum H.Wendl. ex Van Houtte (1868).See https://www.gbif.org/species/2736775
---Areca nobilis Van Houtte (1878-1879 publ. 1878), nom. superfl.
ชื่อสามัญ---Latanier Mille-pattes, Van Houtten's Palm, Millipede Palm, Latanier milpat, Latanier millepattes
ชื่ออื่น---[CHINESE: Shen Zi cì ye, Sai she er cì ye, Sai she er zong];[FRENCH: Latanier milpat, Latanier millepattes ; Lantanyen Millepat (Creoles and pidgins, French-based (Other).];[SPANISH: Nephrosperma van-houtteana.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ONPSS (Preferred name: Oncosperma sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เกาะเซเชลส์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Nephrosperma' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก 'nephros' = ''ไต'' และ 'sperma' =  "เมล็ดพันธุ์" โดยมีการอ้างอิงถึงรูปร่างของเมล็ด ; ชื่อสายพันธุ์ 'van-houtteanum' ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Louis Benoit van Houtte (1810-1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวเบลเยียม
- ชื่อที่เรียกว่า 'Millepattes' (แปลว่า 1,000 ขา ซึ่งหมายถึง diplopodas ในภาษาฝรั่งเศส) เนื่องจากลักษณะทางของแผ่นพับที่เรียงกันทั้งสองด้านของกิ่ง
Nephrosperma vanhoutteanum เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันจากอดีต Louis Benoit van Houtte (1810-1876) นักพฤกษศาสตร์ชาวเบลเยียม และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Isaac Bayley Balfour (1853–1922) นักพฤกษศาสตร์ชาวสก็อต ในปี พ.ศ.2420
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) พบในหมู่เกาะเซเชลส์เท่านั้น ขึ้นอยู่บนเกาะอย่างน้อย 10 เกาะ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักจาก Mahé, Silhouette, Praslin, La Digue, Curieuse, St. Anne, Cerf, Moyenne พบในพื้นที่ที่เปิดโล่งและเนินหินในป่าเปิด ข้างลำธารร่มรื่น และในป่าที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร

                                     

Picture 1---Vallée de Mai, Island of Praslin, Seychelles. Entire leaf palm is Lodoicea maldivica. Photo by Philippe.
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Nephrosperma_van-houtteanum

ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง ลำต้นเรียวยาว สูง 5-13 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 18 ซม. มีรอยแผลเป็นที่ลำต้นเป็นวงถึ่ มงกุฎประกอบด้วยกลุ่มใบไม้สีเขียวเข้มที่สง่างาม ใบประกอบแบบขนนก(pinnate) ก้านใบยาวคล้ายใบมะพร้าว ใบมีสีเขียว ขอบใบขนานยาวเรียวปลายใบแหลมมีความกว้างและความยาวผันแปรได้สูงถึงประมาณ 80 ซม.โคนใบและก้านใบสีเทามีหนาม (ต้นที่ยังเล็กก้านใบมีหนามสีดำจำนวนมาก แต่จะน้อยลงเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ตั้งตรงมีกิ่งก้านแข็งและยาวมาก มีความยาว 3 เมตรขึ้นไป มียอดแหลมประมาณ 80 ซม.มีหนามแหลม ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้นอยู่ในช่อเดียวกัน (monoecious) มีดอกกะเทย 3 ดอก ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียขนาดเล็ก 40–50 อัน ดอกเพศเมียมีเกสรเพศผู้ 6 อันรังไข่ 1 อัน ผลมีรูพรุนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1–1.5 ซม. สีส้มแดง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปาล์มชนิดนี้สามารถเพาะปลูกได้อย่างประสบความสำเร็จในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้นเท่านั้น (USDA Zone 11) มีความไวต่อความเย็นมาก จะเดิบโตดีที่สุดในสถานที่ ที่อบอุ่นชื้นและมีที่กำบังลม ในที่มีแสงกรองหรือในร่ม (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ดินมีการระบายน้ำได้ดี ความชื้นในดินสม่ำเสมอ อัตราการเจริญเติบโตช้า
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ดินแห้งแข็ง
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---โคนใบและก้่านใบมีหนามแหลม ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ครั้งหนึ่งในยุโรปเคยใช้ปลูกประดับกันอย่างแพร่หลายในฐานะเป็นปาล์มในร่ม
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของหมู่เกาะเซเชลส์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากคุณภาพของที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบอย่างมากจากสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกรานและการพัฒนาเพื่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ แต่ไม่เป็นภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วง ประเมินไว้ล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - Ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2007)
Ismail, S., Huber, M.J. & Mougal, J. 2011. Nephrosperma van-houtteanum. The IUCN Red List of Threatened Species 2011: e.T38614A10138718. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2011-2.RLTS.T38614A10138718.en. (YEAR PUBLISHED 2011) เข้าถึงเมื่อ 22 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
สายพันธุ์นี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย (Laws of Seychelles 1991) และเกิดขึ้นใน Morne Seychellois และอุทยานแห่งชาติ Praslin และอุทยานแห่งชาติ St Anne และ Curieuse Marine National Park (iucnredlist.org) https://www.iucnredlist.org/species/38614/10138718
ขยายพันธุ์---โดยการเพาะเมล็ด เมล็ดงอกใน 4-5 สัปดาห์

สกุล Oraniopsis (ohr-rahn-ee-OP-sis) เป็นMonotypic genus มีเพียง 1สายพันธุ์ คือ                             Oraniopsis appendiculata  จากรัฐควีนส์แลนด์ ,ออสเตรเลีย

Bronze Palm /Oraniopsis appendiculata

[ohr-rahn-ee-OP-sis] [ap-pen-dih-koo-LAH-tah]

                                             

Picture 1---Mt Lewis, Queensland, Australia. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.   https://www.palmpedia.net/wiki/Oraniopsis_appendiculata
Picture 2---Photo by https://www.palmpedia.net/wiki/Oraniopsis_appendiculata

ชื่อวิทยาศสาตร์---Oraniopsis appendiculata (F.M.Bailey) J.Dransf., A.K.Irvine & N.W.Uhl (1985)
ชื่อพ้อง---Has 3 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:915329-1#synonyms
---Basionym: Areca appendiculata F.M.Bailey (1891). https://www.gbif.org/uk/species/2731876
---Orania appendiculata (F.M.Bailey) Domin  (1915)
---Orania beccarii F.M.Bailey (1909)
ชื่อสามัญ---Bronze Palm.
ชื่ออื่น--- [AUSTRALIAN: Grey Palm, Orania Palm.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---OANAP (Preferred name: Oraniopsis appendiculata.)
ถิ่นกำเนิด---โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลนี้ 'Oraniopsis' แปลว่า "คล้ายกับ Orania'' ; ชื่อสายพันธุ์ ' appendiculata' เป็นภาษาละตินแปลว่า "ต่อท้าย"
Oraniopsis appendiculata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Frederick Manson Bailey (1827–1915) นักพฤกษศาสตร์ที่เกิดในอังกฤษและทำงานในออสเตรเลีย ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยJohn Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ, Anthony Kyle Irvine (เกิดปี 1937) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียและNatalie Whitford Uhl (1919–2017) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2528

                                         

Picture 1---Kauri Creek. Beside Kauri Creek, Danbulla National Park, Atherton Tableland, Queensland, Australia. On Mt. Lewis. These are on the banks of a creek part way up the mountain. Photo by tanetahi.https://www.palmpedia.net/wiki/Oraniopsis_appendiculata
Picture 2---Mt. Lewis, Danbulla National Park, Atherton Tableland, Queensland, Australia. Photo by Garry Daly.https://www.palmpedia.net/wiki/Oraniopsis_appendiculata

ที่อยู่อาศัย---พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรัฐควีนส์แลนด์ เกิดขึ้นในเทือกเขาระหว่างพื้นที่ทัลลีริเวอร์ ทางเหนือไปถึงที่ราบสูง พบได้บนเนินเขาหินและหาดทรายชายฝั่ง แต่พบมากที่สุดในป่าฝนที่มีเมฆมาก ที่ระดับความสูง 400 ถึง 1,440 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ที่หายากและสวยงาม ในการปลูกเลี้ยงต้นปาล์มเหล่านี้มีความสูงไม่เกิน 5-6 เมตร แต่ในถิ่นที่อยู่สูงได้ถึง 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-45 ซม มีรอยแผลเป็นจากใบไม่สม่ำเสมอ ไม่มี Crownshaft ใบรูปขนนก (pinnate) เรียงตรงตั้งขึ้นคล้ายขนแปรง ใบมี 8-15ใบ ยาว 3-8 เมตร สีเขียวเข้มด้านบน สีเทาสีขาวด้านล่าง แต่งแต้มด้วยเกล็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก ใบไม้ที่ตายติดแน่นก่อตัวเป็นกระโปรงรอบตัว ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกยาว 80-120 ซม. ก้านช่อดอกยาวได้ถึงประมาณ 75 ซม. ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น (dioecious) ข่อดอกดอกเพศผู้แยกแขนงประมาณ70ช่อย่อยยาว 3-5 x 0.15 ซม.ในช่อดอกเพศเมียเรียงกันเป็นเกลียว 30-40ช่อย่อย ยาว 4-10 x 0.2 ซม.ดอกสีครีม ผลกลมสีเขียวขนาด 3.4 ซม.สีเหลืองส้มเมื่อสุก มี1เมล็ด เมล็ดกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.2 ซม. ผิวดำหนาประมาณ 0.5 มม. เอนโดสเปิร์มมีโพรงตรงกลางขนาดเล็กกว้างประมาณ 2 มม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(Cold Hardiness Zone: 9b-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือในร่มเงาได้บางส่วน (แสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ดินอุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี ความชื้นปกติ ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 0 องศาC อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก จะไม่เริ่มสร้างลำต้นเป็นเวลายี่สิบปีหรือนานกว่านั้น ต้นที่เห็นสูงๆ อาจมีอายุเป็นร้อยปี
การรดน้ำ---ต้องการน้ำมาก ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง ต้นปาล์มบางต้นจะเก็บเฉพาะใบที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทิ้งไปในไม่ช้า บางครั้งขึ้นอยู่กับสภาพของความชื้นและความแรงของลมที่พวกมันอาศัยอยู่ อาจเก็บใบที่ตายแล้วหรือโคนก้านใบไว้บนลำต้นเป็นเวลาหลายปี
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์--ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มที่มีความสวยงามมาก น่าเสียดายที่ต้นปาล์มนี้เติบโตช้าอย่างเจ็บปวดซึ่งขัดขวางการเป็นพืชสวนอย่างมาก แม้ว่าผลผลิตของเมล็ดจะมีค่อนข้างมาก แต่การงอกและการเจริญเติบโตของต้นช้ามากจนไม่คุ้มค่าที่จะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ในฐานะพืชสวน นอกออสเตรเลียอาจมีไม่มากนัก
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น(endemic)ของออสเตรเลีย [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ขยายพันธุ์---เมล็ด การงอกของเมล็ดเป็นกระบวนการที่มีความยาวถึงหนึ่งปีขึ้นไปโดยมีบางเมล็ดที่ต้านทานการงอกถึงสี่ปี


สกุล Parajubaea (pahr-ah-joo-BEH-ah) เป็นสกุลปาล์มพื้นเมือง ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอนดีภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้  มี 3 สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ
1 Parajubaea cocoides Burret        -โคลอมเบีย , เอกวาดอร์ , เปรู
2 Parajubaea sunkha M.Moraes     -โบลิเวีย
3 Parajubaea torallyi (Mart.) Burret-โบลิเวีย
(แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)

Mountain Coconut /Parajubaea cocoides

[pahr-ah-joo-BEH-ah] [koh-koh-EE-dehz]


Picture 1---New Cathedral of Cuenca, Ecuador. Photo by Francesco Bailo. https://www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_cocoides
Picture 2---Quito, the capital of Ecuador. https://www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_cocoides

ชื่อวิทยาศาสตร์---Parajubaea cocoides Burret.(1930)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-147489
ชื่อสามัญ---Mountain Coconut, Quito Coconut, Quito Palm.
ชื่ออื่น---[GERMAN: Anden-Kokosnuss, Cocumbe-Palme.]; [JAPANESE: Kokoidesu yashi.]; [SPANISH: Coco cumbe, Coquito.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---PBJCO (Preferred name: Parajubaea cocoides.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เปรู เอกวาดอร์ โคลัมเบีย โบลิเวีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Parajubaea' จากภาษากรีก 'para' (เคียงข้าง, ใกล้) และ 'Jubaea' (สกุลที่ตั้งชื่อตาม King Juba of Numidia ในปัจจุบันคือแอลจีเรีย (ครองราชย์ 60–46 ปีก่อนคริสตกาล) แสดงให้เห็นความใกล้ชิดกับสกุล'Jubaea'; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'cocoides' หมายถึงต้นปาล์มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับต้นมะพร้าว
Parajubaea cocoides เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2373
ที่อยู่อาศัย---ชนิดนี้ไม่เป็นที่รู้จักในป่า มีอยู่ในการเพาะปลูกเท่านั้น * ยกเว้นในปี 2010 มันถูกค้นพบว่าเติบโตในป่าในเปรู ในภูมิภาค Andean ของเปรู ในเขต Tabacons (1900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล บางคนคาดเดาว่า Parajubaea cocoides เป็นเพียงอีกรูปแบบหนึ่งของ Parajubaea torallyi แต่จนถึงตอนนี้ ทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน* (terrain.net.nz) พบปลูกเป็นปาล์มประดับต้นไม้ริมถนนในหุบเขาแอนเดียนทางตอนใต้ของโคลัมเบียและเอกวาดอร์ที่ระดับความสูงระหว่าง 1,500 -3,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงได้ถึง 16 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 27(-45) ซม. แต่โคนต้นกว้างกว่า ลำต้นเรียบสีเทา หยั่งรากลึก ใบรูปขนนก (pinnate) ยอดมงกุฎมีใบ 20 - 30 ใบ ใบยาว 3-4 เมตร มีใบย่อย 60-70 คู่ แพร่กระจายในระนาบเดียว ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอมเทา โคนใบไม่ปริติดอยู่กับลำต้นนานนับปี ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว 1-2 เมตร แตกกิ่งเป็นช่อดอกย่อย 50-70 กิ่ง ยาว 10-30 ซม.ผลรูปรีสีเขียวอมน้ำตาลเรียบขนาด 4-5.5 ซม. กว้าง 3-4 ซม.มีจงอยยาว ผลแก่สีน้ำตาล มีเมล็ด 1 เมล็ด ยาวประมาณ 3 ซม ดูเหมือนมะพร้าวลูกเล็กๆ รวมถึงตาด้วย
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--พืชในพื้นที่เขตอบอุ่นและเขตกึ่งร้อนชื้น (USDA Zone 9a-10b) ตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100 % (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ชอบสภาพอากาศที่เย็นจัดและหนาวจัด *ทนความเย็นได้ถึง -5°C (24°F) ในสวนในลอนดอน อย่างไรก็ตาม มันรอดชีวิตจากอุณหภูมิ -8°C (18°F) ทั้งในอิตาลีและทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย แต่ร่วงโรยหมดแล้ว ดังนั้นบางทีความทนทานต่ำสุดของมันอาจอยู่ระหว่างสองระดับนี้* (palmsociety.org) ดินปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ความชื้นสม่ำเสมอ ระบายน้ำดี สายพันธุ์นี้มีระบบรากที่เจาะลึกและโดยทั่วไปมีการเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว สามารถผลิตผลในเวลา 4 ปีจากการเพาะเมล็ด และเติบโตเต็มที่ใน 10 - 20 ปีหลังจากการงอก
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ไม่พักตัวในฤดูหนาว
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ทนต่ออากาศร้อนชื้น มีแนวโน้มที่จะพัฒนาตายอดเน่าได้ง่าย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรดน้ำจากด้านบน)
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลกินได้ เมล็ด ดิบหรือสุก รสหวานมัน เป็นอาหารที่นิยมมากในท้องถิ่นโดยเฉพาะเด็ก น้ำมันที่บริโภคได้นั้นมาจากเมล็ด
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มที่ทนทานและแข็งแรงมาก ได้รับการปลูกเลี้ยง เป็นสวนปาล์มและสวนสาธารณะนอกพื้นที่ถิ่นกำเนิด พบในการเพาะปลูกในซานฟรานซิส, ซิดนีย์, คอสตาเดลโซลและทางตอนเหนือของประเทศนิวซีแลนด์เหมาะสำหรับสร้างความรู้สึกแบบสวนเขตร้อนในพื้นที่ที่เย็นกว่า ดีที่สุดเมื่อปลูกในระยะที่ต้นยังเล็ก ไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกในภาชนะ
- สายพันธุ์นี้ไม่เป็นที่รู้จักในป่าและอาจเป็นพันธุ์หนึ่งของ Parajubaeas อื่น ๆ แต่เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในการเพาะปลูกในขณะนี้ สายพันธุ์อื่น ๆ ที่พบมากที่สุดอีกสายพันธุ์หนึ่งคือ P torralyi แม้จะเติบโตเร็วและดีกว่า แต่ก็หายากกว่ามากในการเพาะปลูก
ใช้อื่น ๆ--- บางครั้งเอนโดคาร์ปที่แข็งถูกแกะสลักเป็นกระดุม
ขยายพันธุ์---เมล็ดพันธุ์ ดีที่สุดถ้าเมล็ดแห้งเป็นเวลาหลายเดือนก่อนหยอดเมล็ด วางบนผิวดิน หรือไม่ฝังไว้เกินครึ่ง มักจะงอกได้อย่างอิสระ การงอกสามารถเริ่มได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ เมื่อแตกหน่อ มันจะเติบโตอย่างรวดเร็ว
- หากเมล็ดไม่งอกภายใน 2-3 เดือน ให้เก็บเมล็ดแห้งอีกครั้งเป็นเวลา 2-3 เดือนในที่แห้งและเย็น จากนั้นแช่ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 7 วันแล้วหว่านใหม่[
* สำหรับเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมของต้นปาล์มที่น่าทึ่งนี้ โปรดดูที่ PRINCIPES Vol. 31, pages172-176. เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่เขตอบอุ่นและเขตกึ่งร้อนชื้น! (RPS.com) https://www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_cocoides


Sunkha Palm /Parajubaea sunkha

[pahr-ah-joo-BEH-ah] [SOON-khah]


Picture 1---At Gary Le Vines place. Escondito, CA. Has experienced -3 c here. Photo by Troy Donovan.http://www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_sunkha
Picture 2---Bolivia. Photo by Dr. Germaine A. Parada.http://www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_sunkha

ชื่อวิทยาศาตร์---Parajubaea sunkha M.Moraes.(1996)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-147490
ชื่อสามัญ---Bolivian fiber palm, Sunkha Palm, Zunca Palm, Palma de sunkha, Corozo.
ชื่ออื่น---[BOLIVIA: Sunkha, Palma De Zunkha, Palma sunkha, Corozo.];[JAPANESE: Zunka yashi.];[SPANISH: Palma de Bolivia, Palma de la sunkha.];
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---PBJSU (Preferred name: Parajubaea sunkha.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Parajubaea' จากภาษากรีก 'para' (เคียงข้าง, ใกล้) และ 'Jubaea' สกุลที่ตั้งชื่อตาม King Juba of Numidia ในปัจจุบันคือแอลจีเรีย (ครองราชย์ 60–46 ปีก่อนคริสตกาล)) แสดงให้เห็นความใกล้ชิดกับสกุล 'Jubaea' ; ชื่อสายพันธุ์ 'sunkha' เป็นภาษาพื้นเมืองของ คำภาษาเคชัว (Quechua) ในภาษาพื้นเมืองของโบลิเวีย ซึ่งหมายถึงความหนาแน่นของเส้นใย
Parajubaea sunkha เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Monica Moraes Ramírez เธอเป็นนักพฤกษศาสตร์ นักชีววิทยาและศาสตราจารย์ ชาวโบลิเวีย ในปี พ.ศ.2539
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของโบลิเวีย พบได้เฉพาะในจังหวัดของVallegrande เติบโตในหุบเขาที่ระดับความสูง1,700-2,500เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 4-10  เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น25-35 ซม.ปกคลุมด้วยเส้นใยสานในส่วนบนของลำต้นสีน้ำตาลแดง Crownshaftไม่มี มีใบในมงกุฎ 20-30 ใบรูปขนนก (pinnate) ยาว2- 3 เมตร ตั้งตรง ก้านใบไม่มีหนาม ยาว0.30-1 เมตร โค้ง, แบน, บางครั้งมีการบิดเล็กน้อย ใบสีเขียวสด ด้านบน ด้านล่างสีเงิน ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น(monoecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) มีมากถึง 6 ช่อต่อต้น ก้านช่อดอกยาว 60-80 ซม.ผลรูปไข่ ยาว 3.5 ซม.อีปิคาร์ปสีเขียวอ่อน, สีส้มที่ปลายยอด มีโซคาร์ปเป็นเส้นใยมาก เอนโดคาร์ปแข็งมากสีน้ำตาล มี 3 สันที่ไม่เด่น มีเมล็ด 1 เมล็ดยาว 2-2.5 ซม. เอนโดสเปิร์มเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในพื้นที่เขตอบอุ่นและเขตกึ่งร้อนชื้น (USDA Zone 9a-10b) ต้องการแสงแดดจัด 80-100 % (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวันจนถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -3 °C ปรับตัวได้กับดินทุกสภาพ แต่ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ pH 6.6 to 7.5 ทนทานต่อความแห้งแล้ง ความร้อน ความเย็นจัดและสภาวะที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ อัตราการเจริญเติบโตปานกลางถึงโตเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ไม่พักตัวในฤดูหนาว
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---P.sunkha มีประโยชน์มากมายสำหรับคนในท้องถิ่น
ใช้กิน---ผลไม้เพื่อการบริโภคของมนุษย์ หัวใจปาล์มและใบอ่อนปรุงเป็นอาหาร ผลไม้ถูกขายในตลาด Vallegrande เมล็ดกินได้และมีรสชาติที่น่าพึงพอใจ ใช้ทำคัพเค้ก
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ เป็นหนึ่งในปาล์มภูมิทัศน์ที่ดีที่สุดของแคลิฟอร์เนีย ทนแล้ง เหมาะสำหรับสวน xeriscape (xeriscaping: ภูมิทัศน์อนุรักษ์น้ำ แตกต่างจากการจัดสวนแบบธรรมชาติเพราะการเน้นในการทำ Xeriscaping นั้นเป็นการเลือกพืชเพื่อการอนุรักษ์น้ำไม่จำเป็นต้องเลือกพืชพื้นเมือง)
ใช้อื่น ๆ---เส้นใยสีแดงที่ด้านบนของลำตันที่เรียกว่า "Sunkha "ถูกนำมาใช้ในการผลิตที่นอน หมอน เชือก และอานม้าสำหรับม้า
- ใบ ใช้สำหรับทำตะกร้า และกระเช้า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้เพื่อการยังชีพและหาซื้อได้ประปรายในตลาดท้องถิ่น
- ใบและผลใช้เป็นอาหารสัตว์
- นอกจากนี้ยังมีการค้าระหว่างประเทศในฐานะไม้ประดับ
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของโบลิเวีย *สถานที่ที่สำคัญที่สุดสำหรับสายพันธุ์นี้อยู่รอบ ๆ หมู่บ้าน "Matarlcito" และ "El Palmar" ที่ไซต์ทั้งสองนี้จะมีประชากรที่บรรลุนิติภาวะมากถึง 17,000 คน อย่างไรก็ตาม ในไซต์อื่นๆ ประชากรมีขนาดเล็กมาก (บุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ 1-100 คน) https://www.iucnredlist.org/species/61421/12479273
ภัยคุกคาม---เนื่องจากมันถูกคุกคามอย่างมากกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ต้นปาล์มนี้พบได้ทั่วไปน้อยกว่าเมื่อ 50 กว่าปีก่อน แม้ว่าในท้องถิ่นจะมีจำนวนมากซึ่งหากไม่ถูกรบกวน มันจะงอกใหม่อย่างมากมายในหุบเขา ถึงแม้จะได้รับการปกป้อง แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็ยังคงลดลง เพื่อพื้นที่สำหรับการเกษตร การถูกเผาไหม้ และการใช้เส้นใยปาล์ม ประเเมินไว้ใน IUCN Red List เป็นประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'  
สถานะการอนุรักษ์--EN-ENDANGERED B1ab(iii)c(iv)+2ab(iii)c(iv)-ver 3.1-IUCN Red List of Threatened Species (2006)
Enssle, J. 2006. Parajubaea sunkha. The IUCN Red List of Threatened Species 2006: e.T61421A12479273. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2006.RLTS.T61421A12479273.en. เข้าถึงเมื่อ25 กรกฎาคม 2566
* การดำเนินการอนุรักษ์
- ยังไม่มีกิจกรรมอนุรักษ์ในพื้นที่ ที่อยู่อาศัยของต้นปาล์มไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยพื้นที่คุ้มครองใดๆ
- การอนุรักษ์ นอกถิ่นจัดทำโดยองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งโบลิเวีย “FAN-Bolivia” ซึ่งได้พยายามขยายพันธุ์ในหลอดทดลอง นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อเมล็ดพันธุ์ปาล์มได้ทางอินเทอร์เน็ตจากตัวแทนจำหน่ายปาล์มประดับต่างๆ อย่างไรก็ตาม การค้าประเภทนี้ไม่ได้รับการอนุมัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายแห่งชาติโบลิเวีย มาตรา 15 ของ CBD (อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ) และมติ 391 ของสนธิสัญญาการ์ตาเฮนา (ในโบลิเวีย: Decreto supremo 24676, Art. 3)
- ข้อเสนอโครงการสำหรับในแหล่งกำเนิดการอนุรักษ์พร้อมแล้ว (FAN-Bolivia 2003) แต่การขาดเงินทุนและการดำเนินการตามกฎหมายของประเทศเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการ
- ในปี พ.ศ. 2551 จะมีการจัดทำบัญชีรายการที่สองเพื่อประเมินสถานะการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ใหม่อีกครั้ง* https://www.iucnredlist.org/species/61421/12479273
ขยายพันธุ์---เมล็ดเก็บไว้ให้แห้งสนิท 2-3 เดือนก่อนนำมาเพาะการงอกสามารถเริ่มได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ในสภาพธรรมชาติเมล็ดใช้เวลาในการงอก 17 เดือน ผลกว่าจะสุกใช้เวลา 20 เดือน


Bolivian Mountain Coconut /Parajubaea torallyi
[pahr-ah-joo-BEH-ah] [tohr-ALL-ee]


Picture 1---Cordoba, Argentina. Photo by Gaston Torres Vera. https:///www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_torallyi
Picture 2---Westminster, Orange County, CA. Photo by Geoff Stein. https:///www.palmpedia.net/wiki/Parajubaea_torallyi

ชื่อวิทยาศาสตร์---Parajubaea torallyi (Mart.) Burret (1930)
ชื่อพ้อง---Has 4 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668852-1#synonyms
---Basionym: Diplothemium torallyi Mart.(1844).https://www.gbif.org/species/2732153
---Allagoptera torallyi (Mart.) Kuntze (1891)
---Jubaea torallyi (Mart.) H.Wendl.(1878)
---Polyandrococos torallyi (Mart.) Barb.Rodr.(1901)
ชื่อสามัญ---Bolivian Mountain Coconut, Janchi coco, Palma chico, Janchicoco palm, Palma De Pasobaya.
ชื่ออื่น-[CHINESE: Tuo lei lì ji guo yezi.];[JAPANESE: Torari torari yashi.];[SPANISH:Janchi coco con fruto grande, Palma De Pasbaya].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code--- PBJTO (Preferred name: Parajubaea torallyi.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย อาร์เจนตินา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Parajubaea' จากภาษากรีก 'para' (เคียงข้าง, ใกล้) และ 'Jubaea' สกุลที่ตั้งชื่อตาม King Juba of Numidia ในปัจจุบันคือแอลจีเรีย (ครองราชย์ 60–46 ปีก่อนคริสตกาล)) แสดงให้เห็นความใกล้ชิดกับสกุล 'Jubaea' ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'torallyi'
- ชื่อในภาษาสเปน Palma De Pasobaya หมายถึง "โกโก้หยาบ" (coco áspero)  
Parajubaea torallyi เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2473
Accepted Infraspecifics.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:668852-1#synonyms
Includes 2 Accepted Infraspecifics
---Parajubaea torallyi var. microcarpa M.Moraes..(1996)
---Parajubaea torallyi var. torallyi
ที่อยู่อาศัย---เฉพาะในหุบเขาหินทรายของภูเขาทางตอนกลางของโบลิเวีย ในหุบเขาที่มีทางเดินระหว่างกันสองแห่ง "palmar" และ "palmarcito" ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14 กม.และอื่น ๆ ที่เล็กกว่า ทั้งคู่อยู่ ที่ระดับความสูงระหว่าง 2,000-3,400 เมตร นับเป็นปาล์มที่ปลูกได้ในระดับความสูงที่สุดในโลก
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง20-26 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-50 ซม.ปกคลุมด้วยชั้นเส้นใยและฐานใบเก่าในต้นอายุน้อย เมื่อเจริญขึ้นลำต้นจะเกลี้ยงเป็นสีเทาอมน้ำตาล ไม่มี Crownshaft มีใบในมงกุฎประมาณ 15-18 ใบ ใบรูปขนนก(pinnate) ทางใบโค้งยาว 5 เมตร ใบบิดเน้นในแนวตั้งด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีสีเงินเล็กน้อย ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอก ยาว 0.90-1.20 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลกลมรี สีน้ำตาล ขนาด 5-10 ซม.ออกเป็นพวง หนักถึง15 ก.ก
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบสภาพอากาศที่เย็นสบายอุณหภูมิไม่สูง และแห้งเป็นพิเศษ (USDA Zone 9a-10b) แสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เติบโตได้ดีที่สุดในดินหลากหลายสภาพที่มีการระบายน้ำดี ทนต่อดินที่เป็นกรด pH 6.1-7.5 ทนทานต่อความแห้งแล้ง ไม่ทนน้ำท่วม ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -13 °C เป็น Parajubaea ที่ทนความหนาวเย็นได้ดีที่สุด แข็งแกร่ง และเติบโตเร็วที่สุด
การรดน้ำ---ต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
ใช้ประโยชน์----ต้นไม้ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อเมล็ดที่กินได้ เป็นที่นิยมมากมักจะวางขายในตลาดท้องถิ่น
ใช้กิน---ตายอดหรือหัวใจปาล็มกินเป็นผัก เมล็ด - ดิบรสหวาน น้ำมันที่ใช้บริโภคได้จากเมล็ด
ใช้ปลูกประดับ---ถูกปลูกเลี้ยงเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นปาล์มประดับที่สวยงามและเป็นหนึ่งในปาล์มภูมิทัศน์ที่ดีที่สุด มักจะปลูกในสวนสาธารณะและบนทางเท้า ในเอกวาดอร์และโคลัมเบียตอนใต้
- *ปาล์มที่น่าประทับใจซึ่งหาดูได้ยาก มีเพียงไม่กี่ต้นที่เติบโตในการเพาะปลูกใกล้กับที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่ในสวนสาธารณะ การทดลองย้ายปลูกใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยล้มเหลวหลายครั้ง มันอาจมีประโยชน์เป็นพืชสวนในประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังหายากมาก http://pacsoa.org.au/wiki/Parajubaea_torallyi
อื่น ๆ---ใบไม้ถูกทอเพื่อทำตะกร้าและพัด ไฟเบอร์สามารถหาได้จากลำต้นใช้สานเชือกจากเส้นใย เมล็ดใช้เป็นอาหารสัตว์
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของโบลิเวีย
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการทำลายที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งที่มาของทรัพยากรหลายอย่าง จากการขาดแคลนต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ ที่ถูกเก็บกินและซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่นเกือบสมบูรณ์ ถูกประเมินใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1- IUCN Red List of Threatened Species (2021)
Moraes R., M. 2022. Parajubaea torallyi. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38626A212047377. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-2.RLTS.T38626A212047377.en.เข้าถึงเมื่อ25 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38626/212047377
- สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาแนวทางที่กล่าวถึงการอนุรักษ์และแม้กระทั่งการปกป้อง Janchicoco Palm อย่างเข้มงวด พื้นที่คุ้มครอง El Palmar ถูกสร้างขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งหมายความว่ามีการจัดการเพียง 24 ปีเท่านั้น (ตรงกันข้ามกับพื้นที่คุ้มครองที่เก่าแก่ที่สุดในโบลิเวียซึ่งมีอายุ 61 ปี) หมวดหมู่การจัดการรวมถึงชุมชนมนุษย์ที่ตั้งรกราก: 2,500 คนใน 400 ครอบครัว ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโบลิเวียจึงถูกกระตุ้นให้จัดการควบคู่ไปกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่น
- หน่วยอนุรักษ์นี้คิดเป็น 77% (1,619 เฮกตาร์) ของพื้นที่ทั้งหมดที่ถูกครอบครองโดยปาล์มเฉพาะถิ่นนี้ อย่างไรก็ตาม ไฟและการดึงทรัพยากรยังคงเกิดขึ้น
- เนื่องจากโดยทั่วไประบบพื้นที่คุ้มครองของโบลิเวียอ่อนแอลงในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ที่มีประโยชน์ที่สุดคือการใช้การกำหนดพื้นที่คุ้มครองของเทศบาล (เพื่อกระจายอำนาจการจัดการ) คำขอจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองใน Lajas (Potosí) และ Ruditayoj (Chuquisaca) จะต้องทำซ้ำเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการที่ลดผลกระทบโดยตรง ในขณะที่ยังคงรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้องกับการดูแลสวนปาล์มเหล่านี้
- โชคดีที่เจตจำนงทางการเมืองของหน่วยงานเทศบาลสอดคล้องกับมุมมองเหล่านี้ ซึ่งสามารถลดผลกระทบด้านลบได้ อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่มีเพียง 4 ปี ซึ่งทำให้การติดตามระยะยาวทำได้ยาก องค์ประกอบสำคัญที่เรียกร้องให้ชาติให้ความสนใจในการอนุรักษ์สัตว์เฉพาะถิ่นและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์คือข้อเท็จจริงที่ว่าสัตว์ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติและพบอยู่บนเสื้อคลุมแขนของโบลิเวีย
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 4 เดือน บางครั้งถึง 1-2 ปี อัตราการงอกเกือบ 100% แค่อดทนรอ เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับปาล์มและสามารถผลิตผลใน 7 - 9 ปีจากเมล็ด


สกุล Plectocomia (plehk-toh-chom-EE-ah) เป็นสกุล ปาล์มพื้นเมืองของจีน ที่เทือกเขาหิมาลัยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ช่อดอกของ Plectocomia โดดเด่นและสวยงาม กิ่งก้านสาขาที่ยาวเหยียดที่มีใบประดับรูปเรือขนาดใหญ่แตกต่างจากต้นปาล์มอื่น ๆ  มี15 สายพันธุ์ที่เป็นที่ยอมรับ (accepted species names.) (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Plectocomia assamica Griff - ภูฏานอัสสัมอรุณาจัลประเทศยูนนานพม่า
2 Plectocomia billitonensis Becc - เบลิตุง
3 Plectocomia bractealis Becc - อัสสัม
4 Plectocomia dransfieldiana Madulid - รัฐเประ
5 Plectocomia elmeri Becc - ปาลาวันมินดาเนา
6 Plectocomia elongata Mart ex Blume - อินโดจีนบอร์เนียวชวาสุมาตราฟิลิปปินส์
7 Plectocomia himalayana Griff - เนปาล, สิกขิม, ภูฏาน, อัสสัม, อรุณาจัลประเทศ, ยูนนาน, ลาว, ไทย
8 Plectocomia khasyana Griff - อัสสัม
9 Plectocomia longistigma Madulid - Java
10 Plectocomia lorzingii Madulid - เกาะสุมาตรา
11 Plectocomia macrostachya Kurz - เมียนมาร์
12 Plectocomia microstachys Burret - ไหหลำ
13 Plectocomia mulleri Blume - บอร์เนียว, มาเลเซีย
14 Plectocomia pierreana Becc - เวียดนามกัมพูชาลาวไทยกวางตุ้งกวางสียูนนาน
15 Plectocomia pygmaea Madulid - กาลิมันตัน

Giant Rattan Palm /Plectocomia elongata

[plehk-toh-cohm-EE-ah] [eh-lohn-GAH-tah]


Picture 1---Central Catchment, Singapore. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb https://www.palmpedia.net/wiki/Plectocomia_elongata
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Plectocomia_elongata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Plectocomia elongata Mart. ex Blume (1830)
ชื่อพ้อง---Has 9 Synonyms.
---Calamus maximus Reinw. ex Schult.f. (1830)
---Plectocomia maxima Kuntze.(1891), nom. nud.
---More.See all https://search.yahoo.com/search?fr=mcafee&type=E211US1289G91370&p=Plectocomia+elongata
ชื่อสามัญ---Giant Rattan Palm
ชื่ออื่น---;[CAMBODIA: Phdao dambang, Phdao reussey.];[INDONESIA: Rotan badak, Rotan dahan, Bubuay, Menjalin warak (Jawa); Bubuai, Bubuai Rattan; Hoe bubuai (Sunda); Buar-buar (Sumatra).];[MALAYSIA: Rotan tikus, Rotang unar,  Kyein-ban, Rotan, Rotan dahan.];[PHILIPPINES: Alas, Kalaanan, Paang dalaga, Palasan, Parasan, Yantok.];[THAI: Wai kam phot, Wai pu chao, Wai tong plong.];[VIETNAM: Cây mây tuong, Song voi.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---QKOEL (Preferred name: Plectocomia elongata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---อินเดีย (รัฐอัสสัม) พม่า ไทย กัมพูชา เวียดนาม คาบสมุทรมาเลเซีย, อินโดนีเซีย (ชวา, บอร์เนียว) ฟิลิปปินส์
นิรุกติศาสตร์--ชื่อของสกุล 'Plectocomia' คือการรวมกันของคำคุณศัพท์กรีก "πλεκτός" (plectós) = 'ถัก, บิด'และ "κόμη" (kome) = 'กระจุกผม' มีการอ้างอิงถึงช่อดอก; ชื่อของสายพันธุ์คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน“ elongatus, a, um” = elongated 'ยาว'
Plectocomia elongata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868)นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันจากอดีตCarl Ludwig von Blume. (1789–1862) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน - เนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ.2373
Includes 2 Accepted Infraspecifics. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669191-1#children
1) Plectocomia elongata var. elongata - พบมากในคาบสมุทรมาเลเซีย สุมาตรา และชวา ความหลากหลายที่รู้จักในปาลาวัน
2) Plectocomia elongata var. philippinensis Madulid - ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- เป็นสายพันธุ์ monocarpic เติบโตได้หลายปีโดยไม่ออกดอก แต่เมื่ออกดอก ติดผลมีเมล็ดแล้วจะะตาย


Picture 1---MacRitchie Reservoir Trails, Singapore. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Plectocomia_elongata
Picture 2---Singapore. Photo: floraofsingapore.wordpress.com.https://www.palmpedia.net/wiki/Plectocomia_elongata

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียตะวันออก กระจายในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตตามธรรมชาติในป่าดิบชื้น ในที่ราบลุ่ม และภูเขาที่ระดับความสูงถึง 1,500- 2,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มเลื้อยขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกลถึง 30-50 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-18 ซม. ระยะระหว่างข้อปล้องห่างกันประมาณ 30ซม.มีหนามสีน้ำตาลทองโค้งยาวเมือนตะขอ เปลือกทางใบสีเขียวเข้มและปกคลุมด้วยขนสีขาวมีหนามเรียงเป็นแถวเฉียงยาว3-4ซม.สีน้ำตาลทอง ใบประกอบแบบขนนก(pinnate) ยาว 3-6 เมตร ก้านใบยาว 20-30 ซม.ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น แผ่นใบด้านบนสีเขียวมันวาว ด้านล่างสีเทาขาว ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวสูงสุด 2 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียคล้ายคลึงกัน ดอกเพศผู้มีมากถึง 20 ดอกภายในแต่ละกาบ ดอกเพศเมีย 3-9 ดอกในแต่ละกาบซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์ ดอกสีขาวครีม ผลมีประมาณ 8 ผลภายในแต่ละกาบ (ถ้าน้อยกว่าผลจะมีขนาดใหญ่กว่า) ผลกลมขนาด1.5-2 วม. ปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงแนวตั้งประมาณ 50 แถว ปลายผลมีจงอยแหลม มีเมล็ดกลม 1 เมล็ดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 10b-11) ตำแหน่ง แสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน); แสงแดดรำไร (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน); หรือแสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ทนอุณหภูมิต่ำสุด 4.4 °C ดินร่วนปนทรายอุกมสมบูรณ์และมีระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโตปานกลางถึงโตเร็ว การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---ควรตัดแต่งกิ่งเป็นประจำ และแบ่งกลุ่มที่กำลังเติบโตก่อนที่มันจะใหญ่เกินไป
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามคมจำนวนมาก ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ลำต้นถูกรวบรวมจากป่าและใช้ในเครื่องจักสาน บางครั้งมีการซื้อขายกันในประเทศ
ใช้ปลูกประดับ---เป็นหนึ่งในปาล์มเลื้อยที่น่าประทับใจที่สุดที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ หวาย แต่คนละสกุลกับหวาย (Calamus) มีช่อดอกที่แปลกตาและน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่การปลูกนั้นเนื่องจากขนาดที่ใหญ่และมีหนามคม ระยะการเข้าถึงเลื้อยได้ไกลและมีอันตรายสูง ควรต้องเว้นห่างจากที่จอดรถ ทางสัญจร และพื้นที่ขนส่ง
ใช้เป็นยา---ถูกนำมาใช้ในยาแผนโบราณของประชากรบางกลุ่มสำหรับโรคต่างๆ
อื่น ๆ--- ลำต้นมีความทนทานและความยืดหยุ่นต่ำ ลำต้นแตกง่ายเกินกว่าจะใช้ประโยชน์ได้มาก ใช้ในสินค้าราคาถูกกว่าแทนหวาย (Calamus) ใช้ทำเครื่องจักสาน ทำขาเก้าอี้ โครงโต๊ะ เตียง ตะกร้า และงานหัตถกรรม
ขยายพันธุ์---เมล็ด  
- พืชมักจะสร้างตาใกล้กับโคนของลำต้น ตาเหล่านี้สามารถเติบโตและผลิตต้นใหม่ได้หลังจากที่ลำต้นหลักออกดอกและตาย

สกุล Pseudophoenix (soo-doh-FEH-niks) เป็นปาล์มพื้นเมืองในทะเลแคริบเบียน 3 สายพันธุ์ของ 4 สายพันธุ์เป็นพืชเฉพาะถิ่นของ Hispaniolaในขณะที่อีกหนึ่งสายพันธุ์ คือ P. sargentii มีการกระจายอย่างกว้างขวางในภาคเหนือของแคริบเบียน (Great Antilles, Windward Islands, บาฮามาส ), ฟลอริดาและคาบสมุทรYucatán (เบลีซและทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโก) (แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)

Dominican Cherry palm /Pseudophoenix ekmanii

[soo-doh-FEH-niks] [ehk-mahn'-ee]

                                   

Picture 1---Photo: https://www.palmpedia.net/wiki/Pseudophoenix_ekmanii
Picture 2---Photo by Jack Sayers.https://www.palmpedia.net/wiki/Pseudophoenix_ekmanii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseudophoenix ekmanii Burret.(1929)
ชื่อพ้อง---No synonyms are record for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:211502-2
ชื่อสามัญ---Dominican Cherry palm.
ชื่ออื่น--- [DOMINICAN REPUBLIC: Cacheo, Cacheo de Oviedo.];[SPANISH: Cacheo de Oviedo.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---QDPSS (Preferred name: Pseudophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
ขตกระจายพันธุ์---สาธารณรัฐโดมินิกัน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Pseudophoenix' คือการรวมกันของคำนำหน้ากรีก 'Pseudo-' (หลอก -) = ปลอมและของสกุล'phoenix' เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันระหว่างสองสกุลนี้ ; ชื่อสายพันธุ์ 'ekmanii' ได้รับเกียรติจาก Leonard Erik Ekman (1883-1931) นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 20 ซึ่งทำงานอย่างกว้างขวางในพื้นที่แคริบเบียน
Pseudophoenix ekmanii เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2472
ที่อยู่อาศัย---ปาล์มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดและเป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของสาธารณรัฐโดมินิกัน (คาบสมุทร Barahona และด้านหน้าของเกาะ Beata) เติบโตในป่าที่แห้งแล้งบนดินปูนที่ไม่ดีในระดับต่ำ
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ไม่มีหนาม สกุลเดียวกับปาล์มขุนหมากรุก (Pseudophoenix vinifera) ที่เรารู้จักกัน ต้นสูงประมาณ 5-6 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 20ซม.แล้วค่อยบวมออกตรงกลาง ขนาด 60-80 ซม.ไปทางยอดแล้วลดลงทันที ลำต้นสีเทาคลุมด้วยแว็กซ์สีขาวหนา มีวงรอยแผลใบร่วงรอบต้นสีดำโดดเด่น ลักษณะเป็นลายทางม้าลาย ใบรูปขนนก (pinnate) แผ่นใบแข็งหนาคล้ายหนังสีเขียวอมฟ้าโค้งงอ ยาว 2.5 เมตร ไม่มีก้านใบที่เห็นได้ชัด ช่อดอกออกที่ซอกใบ (interfoliar) ตั้งตรงขึ้นหรือโค้งแยกแขนงเป็น 3 กิ่งยาว 1.5 เมตร ก้านช่อดอกไม่ยื่นออกไปไกลเกินกาบใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกกะเทย (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) เรียงเป็นเกลียวบนช่อย่อย ในส่วนปลายช่อมีดอกเพศผู้ไม่กี่ดอก ดอกมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก 3 กลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ผลยาว 11.8–14.3 มม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 11.7–13.2 มม.มีเมล็ด 1 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชในlสภาพภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนดินหินปูน  pH 6.1-8.5 ทนต่อความแห้งแล้ง ความเค็ม และลมแรง ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง 0° C แต่ในการเพาะปลูกกลับพบได้เล็กน้อย อาจเป็นเพราะโตช้ามาก อาจเป็นหนึ่งในปาล์มที่โตช้าที่สุดในโลกในช่วง 15 ปีแรก แต่ในอีก 15 ปีต่อมา ปาล์มนี้จะระเบิดโตเร็วขึ้นจริงๆ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ใช้กิน ในท้องถิ่น มีการเก็บรวบรวมน้ำหวานจากต้นตรงโซนบวม นำไปทำเครื่องดื่มหวาน (mabí de cacheo) โดยการหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นิยมมาก ที่เป็นอีกสาเหตุที่ถูกคุกคาม จนทำให้ไปสู่การตายของต้นปาล์มจำนวนมาก
ใช้ปลูกประดับ---อาจจะสวยที่สุดในบรรดา Pseudophoenix เมื่ออายุยังน้อย ในงานภูมิทัศน์ ถือได้ว่าเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามมากที่สุดต้นหนึ่ง เนื่องจากมีรูปร่างเฉพาะของลำต้นและวงรอบข้อที่ชัดเจนเคลือบแว็กซ์สีขาวหนา สวยมาก สามารถนำไปใช้ในสวนประเภทสวนทะเลทราย ปลูกรวมกับ cacti และพืช xerophytic อื่น ๆ
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของสาธารณรัฐโดมินิกัน *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพื้นที่กำเนิดที่ถูกจำกัด ประชากรได้ลดลงอย่างมากจากการตัดโค่นต้นไม้ก่อนหน้านี้สำหรับการผลิตไวน์ปาล์ม นอกจากนี้การแปลงที่ดินเป็นเกษตรกรรมยังเป็นการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย ทำให้สายพันธุ์ได้ถูกแทรกเข้าไปในบัญชีแดงของ IUCN (สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ) ประเภท“ ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต” (มีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---CR - CRITICALLY ENDANGERED B1+2c - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Johnson, D. 1998. Pseudophoenix ekmanii. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38659A10142264. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38659A10142264.en.  เข้าถึงเมื่อ26 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์                                                                                                                                                                     ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการในอุทยานแห่งชาติ มีการเสนอกลยุทธ์การอนุรักษ์นอกแหล่งกำเนิดและในแหล่งกำเนิด
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด
- ก่อนเพาะเมล็ด แช่เมล็ดพันธุ์ไว้ในน้ำเป็นเวลา 3 วัน ในดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นเล็กน้อยที่อุณหภูมิ 26-28° C ใช้ระยะเวลาในการงอก 3-4 เดือน


Palmiste Marron /Pseudophoenix lediniana

[soo-doh-FEH-niks] [leh-dee-nee-AHN-ah]

                                         

Picture 1---Tropical Research and Education Center. Photo by George Fitzpatrick.https://www.palmpedia.net/wiki/Pseudophoenix_lediniana
Picture 2---Fairchild Tropical Garden, Miami, FL. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Pseudophoenix_lediniana

ชื่อวิทยาศาสตร์---Pseudophoenix lediniana Read.(1968)
ชื่อพ้อง--No synonyms are record for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669304-1/general-information
ชื่อสามัญ---Palmiste Marron
ชื่ออื่น---; [HAITI: Pal, Palmis maron, Ti palmis maron.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---QDPSS (Preferred name: Pseudophoenix sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เฮติ
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุลคือการรวมกันของคำนำหน้ากรีก“ ψευδο-” (หลอก) และสกุลฟีนิกซ์เนื่องจากความคล้ายคลึงกันระหว่างสองจำพวกนั้น ; ชื่อสายพันธุ์ 'lediniana'ได้รับเกียรติจาก R. Bruce Ledin นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันและนักปราชญ์แห่งต้นศตวรรษที่ 20
Pseudophoenix lediniana เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Robert William Read (1931–2003) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2511
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของคาบสมุทร Tiburon ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเฮติ พบในป่าดิบชื้นบนหน้าผาหินปูนตามหุบเขาเล็ก ๆ รอบ ๆ Riv Levange ที่ระดับความสูง 60-100 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้นรูปกระสวย สูงถึง 5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นตรงกลางที่บวม 25-30 ซม. ส่วนฐานโคนต้นขยายออกเล็กน้อย ลำต้นสีเทาขาว มีร่องรอยแผลเป็นเป็นวงรอบต้น ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) มีใบในมงกุฏ 15-17ใบแผ่กระจาย กาบใบยาว35-40 ซม. ทางใบยาว2.7-3 เมตร สีเขียวมีเกล็ดเทาเงินอยู่ใกล้ยอด ก้านใบยาว 25-60 ซม.มักมีเกล็ดสีน้ำตาลตามขอบ ช่อดอกออกที่ซอกใบ (interfoliar) ช่อดอกจะโค้งเป็นห้อยเป็นช่อ แตกกิ่งเป็น 3 กิ่ง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 95 ซม.และเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.0 ซม.เกลี้ยงเกลา ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ผลกลม ขนาด1.5-2.2 ซม. สีแดงหรือสีน้ำตาลแดง มีแว็กซ์ขาวมี 1-3 เมล็ด ขนาด 1.2-1.4 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นปาล์มที่เติบโตในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี ในการเพาะปลูก P. lediniana ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น Pseudophoenix ที่เติบโตเร็วที่สุด
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
รู้จักอ้นตราย---None
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มประดับที่น่ารักใน 4 สายพันธุ์ แต่ก็ไม่ค่อยมีการนำเสนอในสวนพฤกษศาสตร์ และคอลเล็คชั่นของนักสะสมปาล์มเท่าไร สามารถนำมาใช้ในการจัดสวนประเภทสวนทะเลทรายพร้อมกับ Cacti และสายพันธุ์ Xerophytic อื่น ๆ
ใช้อื่น ๆ---ผลไม้ใช้เป็นอาหารให้กับปศุสัตว์
สถานภาพ--เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของเฮติ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจาก P. ledinianaถูก จำกัดให้อยู่ในประชากรกลุ่มเดียวที่พบตามหน้าผาหินปูนที่แทบไม่สามารถเข้าถึงได้และไม่เสถียรตามหุบเหวทางตอนใต้ของเฮติใกล้กับ Jacmel ในจังหวัด Ouest ประชากรประกอบด้วยหกส่วนที่โตเต็มที่ประมาณ 71 ต้นและต้นไม้เล็ก 2 ต้น ไม่มีต้นกล้าและประชากร ในปี 1989 พบต้นไม้ในป่าเพียง 30 ต้น (บัญชีแดงของ ICUN) อยู่ภายใต้การคุกคามอย่างรุนแรงเนื่องจากดินถล่มในช่วงฤดูฝนการแผ้วถางป่าจำนวนมากและการเผาเพื่อสกัดถ่านและการปลูกพืชหลักเพื่อยังชีพ ปาล์มชนิดนี้ไม่ได้ให้คุณค่ากับการทำไวน์ และพื้นที่ไม่ถูกคุกคามจากกิจกรรมของมนุษย์ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเพราะไม่มีการป้องกัน ถูกจัดไว้ในIUCN Red List ประเภท“ ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต”
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED B1ab(iii,v)+2ab(iii,v); C2a(ii) - ver 3.1 -  IUCN Red List of Threatened Species (2017)
Timyan, J. & Cinea, W. 2018. Pseudophoenix lediniana. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T38660A2881771. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T38660A2881771.fr. เข้าถึงเมื่อ 26 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
- ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการในอุทยานแห่งชาติ มีการเสนอกลยุทธ์การอนุรักษ์นอกแหล่งกำเนิดและในแหล่งกำเนิด
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด
- ก่อนเพาะเมล็ด แช่เมล็ดพันธุ์ไว้ในน้ำเป็นเวลา 3 วัน ในดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นเล็กน้อยที่อุณหภูมิ 26-28° C ใช้ระยะเวลาในการงอก 3-4 เดือน


สกุล Raphia  (rahf-EE-ah) เป็นสกุลของปาล์มพื้นเมืองที่มีมีความโดดเด่นที่ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) ซึ่งยาวที่สุดในอาณาจักรพืช (ยาวถึง 25 เมตร.) มีประมาณ 20 สายพันธุ์ส่วนใหญ่มาจากแอฟริกาเขตร้อนและนอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในภาคกลางและอเมริกาใต้ คือ R. taedigera เป็นที่มาของเส้นใย raffia ซึ่งเป็นเส้นของใบไม้และสายพันธุ์นี้ ผลิตผล ที่เรียกว่า "brazilia pod", "uxi nuts" หรือ "uxi pods" เป็นพวก monocarpic คือออกดอกครั้งเดียวแล้วตายหลังจากเมล็ดโตเต็มที่ บางชนิดมีลำต้นเดี่ยวที่ตายหลังจากติดผล แต่มีระบบรากที่ยังมีชีวิตอยู่และส่งผลให้เกิดลำต้นใหม่ (แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)
1.Raphia africana Otedoh---ไนจีเรีย แคเมอรูน
2.Raphia australis Oberm. & Strey---โมซัมบิก แอฟริกาใต้
3.Raphia farinifera (Gaertn.) Hyl.---แอฟริกา จากเซเนกัลถึงแทนซาเนีย ทางใต้สู่โมซัมบิกและซิมบับเว
4.Raphia gentiliana De Wild.---สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
5.Raphia hookeri G.Mann & H.Wendl.---แอฟริกาตะวันตกและกลางจากไลบีเรียถึงแองโกลา
6.Raphia laurentii De Wild.---แองโกลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
7.Raphia longiflora G.Mann & H.Wendl.---จากไนจีเรียสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
8.Raphia mambillensis Otedoh---ไนจีเรีย แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ซูดาน
9.Raphia mannii Becc.---ไนจีเรีย, Bioko
10.Raphia matombe De Wild.---คาบินดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
11.Raphia monbuttorum Drude ---ไนจีเรีย แคเมอรูน ชาด สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ซูดานใต้
12.Raphia palma-pinus (Gaertn.) Hutch.---แอฟริกาตะวันตกจากไลบีเรียถึงคาบินดา
13.Raphia regalis Becc.---แอฟริกากลางจากไนจีเรียไปแองโกลา
14.Raphia rostrata Burret ---คาบินดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
15.Raphia ruwenzorica Otedoh ---สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตะวันออก รวันดา บุรุนดี
16.Raphia sese De Wild.---สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
17.Raphia sudanica A. Chev. ---แอฟริกาตะวันตกจากเซเนกัลถึงแคเมอรูน
18.Raphia taedigera (Mart.) Mart.---ไนจีเรีย แคเมอรูน อเมริกากลาง (คอสตาริกา นิการากัว ปานามา) อเมริกาใต้
(โคลอมเบีย รัฐปาราของบราซิล)    
19.Raphia textilis Welw.---คาบินดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กาบอง แองโกลา
20.Raphia vinifera P. Beauv.---แอฟริกาตะวันตกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกถึงเบนิน

                                           Kosi Palm /Raphia australis

[rahf-EE-ah] [aw-STRAHL-iss]

                          

Picture---"Growing in Kirstenbosch in chilly Cape Town. Giant, look at people for scale. Its flowering at top." Photo by Kyle Wicomb.https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_australis
Picture---Photo: https://www.palmpedia.net https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_australis                                                                                     

ชื่อวิทยาศาสตร์---Raphia australis Oberm & Strey (1969)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669499-1
ชื่อสามัญ---Kosi palm (Eng. & Afr.), Kosi Bay Giant Raffia Palm.
ชื่ออื่น---[AFRIKAANS: UmVuma (Zulu); iMali (Ronga).];[FRENCH: Raphia d'Afrique du sud.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RAJAU (Preferred name: Raphia australis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---โมซัมบิกตอนใต้, แอฟริกาใต้
นิรุกติศาสตร์---ชิ่อสกุล 'Raphia' Jackson (1990) ให้คำสองคำที่มีความเป็นไปได้เท่ากัน
- คือคำ Malagasy สำหรับเส้นใยที่ได้มาจากใบของ R. ruffia คือ 'rafia' หรือในภาษาอังกฤษ 'raffia' ซึ่งอาจก่อให้เกิดชื่อสามัญได้
- และชื่อที่อาจได้มาจากภาษากรีก 'rafis' เข็มหมายถึงปลายแหลม Smith & Stearn (1972) อ้างอิงถึงจงอยผลไม้ ; ส่วนชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'australis ' หมายถึง จากทางใต้

Raphia australis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Anna Amelia Obermeyer (1907–2001) เธอเป็นนักพฤกษศาสตร์ชาวแอฟริกาใต้และRudolf Georg Strey (1907–1988) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2512
- เป็นสายพันธุ์ Monocarpic เติบโตได้หลายปีโดยไม่ออกดอก แต่เมื่ออกดอก ติดผลมีเมล็ดแล้วจะะตาย
ที่อยู่อาศัย---ในธรรมชาติ พบได้ทั่วโคสิเบย์ (Kosi Bay)ในประเทศโมซัมบิกและแอฟริกาใต้ การกระจายพันธุ์ของปาล์มโคชิ จำกัดไว้ที่พื้นที่เล็ก ๆ ที่ทอดยาวจากทางใต้ของอ่าวโคชิ ไปทางเหนือของมาปูโต พบได้ในป่าโกงกาง เนินทรายที่มีน้ำท่วมตามฤดูกาล
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงประมาณ 16 เมตร มีรากเฉพาะที่รู้จักกันในชื่อ pneumatophores (รากหายใจ) เพื่อช่วยในการปรับตัวสำหรับพื้นดินที่เป็นแอ่งน้ำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก (pinnate) ก้านใบมีหนาม ใบยาวตั้งตรงมีขนาดใหญ่มาก เป็นต้นปาล์มที่มีใบใหญ่ที่สุดใหญ่กว่าปาล์มทุกชนิดและใหญ่กว่าต้นไม้อื่นๆทั้งหมดจากบันทึกใบไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยวัดมาและปาล์มชนิดนี้มีโครงสร้างใบที่ยาวที่สุดในโลก วัดได้ยาวที่สุด 25 เมตร ทางใบสีน้ำตาล ด้านบนใบสีเขียวมันเงา ด้านล่างมีสีเขียวอมน้ำและมีขี้ผึ้ง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกตั้งขึ้น ก้านดอกหุ้มด้วยฝักขนาดมหึมายาวได้ถึง 3 เมตรซึ่งร่วงหล่นไปปล่อยให้ช่อดอกพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกเพศเมียใกล้ฐาน ดอกเพศผู้อยู่ส่วนบน ผลมีขนาด 60-90 x 30-50 มม. ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาล ปลายผลแหลมเป็นจงอย จัดเรียวเป็นแถวแนวตั้งมีก้านตรงกลาง  
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นปาล์มที่อยู่ในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ต้องการแสงแดดเต็มที่(แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวันไม่มีขอบเขตบน) และการระบายน้ำที่ไม่ดี เช่น หนองน้ำ เงื่อนไขเหล่านี้จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในปาล์มที่โตเร็วที่สุด ถ้าไม่มีหนองน้ำต้องให้น้ำจำนวนมาก ดินอุดมสมบูรณ์ปานกลาง อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง และต้องการความชื้นในฤดูร้อนที่สูงขึ้น บรรยากาศที่แห้งอาจเป็นอันตรายได้
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช ระวังไรเดอร์อาจเป็นปัญหา/ต้องมีการใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันสีเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---เป็นแหล่งของวัสดุเพื่อใช้ในท้องถิ่น
ใช้ปลูกประดับ---เหมาะสำหรับบึงและสวนน้ำ
ใช้อื่น ๆ---ก้านใบขนาดใหญ่และ midribs โครงสร้างภายในของใบเป็นเมือนฟองน้ำ ถูกนำมาใช้ทำเป็นเรือกรรเชียงสำหรับเรือแคนู ทำแพข้ามสำหรับรถบัส เมล็ดจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับที่ดี
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร แนวโน้มประชากรในปัจจุบัน (5,550-7,000) กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท " มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ " (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE A3c+4c; B1ab(iii,v)+2ab(iii,v); C1 - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2015)
Matimele, H.A., Massingue, A.O., Raimondo, D., Bandeira, S., Burrows, J.E., Darbyshire, I. & Timberlake, J. 2016. Raphia australis. The IUCN Red List of Threatened Species 2016: e.T30359A85955288. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2016-3.RLTS.T30359A85955288.en. Accessed on 26 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
- พืชที่อ่าว Kosi ไม่ได้ถูกคุกคามและอยู่ในเขตอนุรักษ์ แม้ว่าจะอนุญาตให้ใช้พืชในท้องถิ่นได้ เขตอนุรักษ์พิเศษ Bobole ขนาด 12 เฮกตาร์ ซึ่งอยู่ห่างจากมาปูโตไปทางเหนือ 40 กม. ได้รับการประกาศให้ปกป้องสัตว์ชนิดนี้ แต่การทำฟาร์มเพื่อยังชีพยังคงเกิดขึ้นที่นี่ ประชากรย่อยอื่นๆ ทั้งหมดในโมซัมบิกไม่ได้รับการคุ้มครอง https://www.iucnredlist.org/species/30359/85955288
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดสดงอกง่ายถ้านำเปลือกออก ; การขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออาจมีศักยภาพสำหรับ Raphia
- ปาล์ม Kosi จะมีอายุการเจริญจากเมล็ดจนถึงออกดอกประมาณ 20-40 ปี

 Madagascar raphia palm /Raphia farinifera

[rahf-EE-ah] [fahr-ih-nih-FEHR-ah]


Picture 1---Hawaii. Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_farinifera
Picture 2---Sainte marie, Madagascar. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_farinifera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Raphia farinifera (Gaertn) Hyl.(1952)
ชื่อพ้อง---Has 12 Synonyms.
---Basionym: Sagus farinifera Gaertn.(1791).https://www.gbif.org/species/5293210
---Metroxylon ruffia (Jacq.) Spreng.(1825)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669503-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Madagascar raphia palm, Bamenda raphia, East African wine palm, Raffia palm
ชื่ออื่น---[AFRIKAANS: Luganda, Runyankore, Runyoro, Rutoro (Swahili).];[CHINESE: La jiu zong.];[DANISH: Raffiapalme.];[FRENCH: Palmier à raphia, Palmier de Mayotte.];[GERMAN: Bastpalme, Raffiapalme, Raffiaweinpalme.];[ITALIAN: Raffia, Palma raffia.];[JAPANESE: Rafia yashi.];[SPANISH: Rafia.];[PORTUGUESE: Palmeira-da-ráfia, Palmeira ráfia.];[TURKISH: Rafya.];[UKRAINE: Krohmalenosna raffia.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RAJFA (Preferred name: Raphia farinifera.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---คองโก, เซเนกัล, แคเมอรูน; ยูกันดา, เคนยา, แทนซาเนีย, แองโกลา, แซมเบีย, มาลาวี, ซิมบับเว, โมซัมบิก, มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชิ่อสกุล 'Raphia' Jackson (1990) ให้คำสองคำที่มีความเป็นไปได้เท่ากัน
- คือคำ Malagasy สำหรับเส้นใยที่ได้มาจากใบของ R. ruffia คือ 'rafia' หรือในภาษาอังกฤษ 'raffia' ซึ่งอาจก่อให้เกิดชื่อสามัญได้
- และชื่อที่อาจได้มาจากภาษากรีก 'rafis' เข็มหมายถึงปลายแหลม Smith & Stearn (1972) อ้างอิงถึงจงอยผลไม้ ; ชื่อสายพันธุ์ 'farinifera' หมายถึงแป้งชนิดหนึ่งที่ได้จากส่วนต้นซึ่งมีแป้งอยู่มาก– farina = 'starch', fera = 'bearing'
Raphia farinifera เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยJoseph Gaertner (1732- 1791) นักพฤกษศาสตร์และนักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Nils Hylander (1904-1970) พฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน ในปี พ.ศ.2495
- เป็นสายพันธุ์ Monocarpic เติบโตได้หลายปีโดยไม่ออกดอก แต่เมื่ออกดอก ติดผลมีเมล็ดแล้วจะะตาย
ที่อยู่อาศัย--- ต้นปาล์มที่เติบโตในแอฟริกาเขตร้อนทางตะวันออกและทางใต้ แพร่กระจายในป่าแม่น้ำและน้ำจืด ป่าพรุ ตามสถานที่ที่มีน้ำขังต่ำและตามริมฝั่งแม่น้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำ มีการเพาะปลูกบ่อยครั้ง ที่ระดับความสูง 50-1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มหรือเดี่ยวมีรากเฉพาะที่รู้จักกันในชื่อ pneumatophores (รากหายใจ) สูงได้ถึง 25 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 60 ซม.หุ้มด้วยกาบใบแบบถาวร ใบประกอบรูปขนนก (pinnate) ยาว 8 เมตร ก้านใบตั้งตรงรูปทรงกระบอกยาว 1.5 เมตรและเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ซม ที่ฐานก้านใบแคบลงจนถึง 12 ซม.แข็งแรงมากสีน้ำตาลอมส้มถึงสีแดงเข้มเมื่ออายุน้อย ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้นเกิดขึ้น 150 คู่หรือมากกว่าใน 2 ระนาบ ยาว 1 เมตร กว้าง 8 ซม. ขอบ มีหนามเล็กน้อยค่อนข้างแข็ง ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกยาว 3 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ดอกเพศผู้จัดเรียงกันอยู่ที่ปลายกิ่งมีขนาดใหญ่ถึง 12x 2 มม.ช่อดอกแยกเดี่ยวแต่ละช่อตั้งที่แกนของกาบใบ ส่วนดอกเพศเมียอยู่หลังกาบที่โคนยาวสูงสุด 8 มม ผลรูปรีเมื่อสุกสีส้มหรือน้ำตาลแดง ใหญ่เท่ากับไข่ไก่ ขนาด 4.5-11x 3-6 ซม.มีเกล็ดนูน เมล็ดรูปไข่มี 1 เมล็ดขนาด 3-6. x 3-4.5 ซม.ด้านในของเมล็ดแข็งมาก


Picture 1---Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_farinifera
Picture 2---Photo by Geoff Stein.https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_farinifera

ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นปาล์มร้อนที่อยู่ในภูมิอากาศแบบเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) และประสบความสำเร็จในสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้นที่อุณหภูมิไม่เคยต่ำกว่า 10°C ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันไม่มีขอบเขตบน) หรือมีร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้าหรือบ่าย) อุณหภูมิต่ำสุดที่ทนได้คือประมาณ 1° C ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำที่ไม่ดีนักดี ทนความร้อนที่ร้อนอบอ้าวและสภาพอากาศที่มีลมแรงปานกลางได้
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น ให้รดน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ดินแห้ง และต้องการความชื้นในฤดูร้อนที่สูงขึ้น บรรยากาศที่แห้งอาจเป็นอันตรายได้
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช ระวัง ด้วงแรด (Oryctes rhinoceros) /ต้องมีการใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันสีเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์---ส่วนใหญ่มาจากป่ามีการใช้งานที่หลากหลายและมีความสำคัญต่อคนในท้องถิ่นที่เติบโตในแอฟริกา พืชชนิดนี้มีการเพาะปลูกในไนจีเรีย มาดากัสการ์และอินเดีย
ใช้กิน---ผลไม้ ต้มและกิน เนื้อผลไม้ที่ต้มจะให้ไขมันสีเหลืองที่เรียกว่า 'เนย raphia' มีรสชาติดีเมื่อสด นำผลมาบดแล้วเติมน้ำแล้วต้มทิ้งไว้ให้เย็น น้ำมันที่ลอยแล้วจะถูกคัดออกนำมาใช้ในการปรุงอาหาร เนื้อผลไม้จะถูกหมักทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แป้งที่บริโภคได้นั้นได้มาจากลำต้นซึ่งมีแป้งในปริมาณมากจะถูกบริโภคเหมือนสาคู
ใช้เป็นยา---ในมาดากัสการ์ รากจะใช้กับอาการปวดฟัน เส้นใยจากเปลือกใบใช้สำหรับการรักษาโรคทางเดินอาหาร เหล้าที่ได้จากช่อดอกเป็นเครื่องดื่มเช่นเดียวกับยาระบาย
- ในมอริเชียส มีการใช้ยาต้มผลไม้ที่มีฤทธิ์ต้านบิดและมีการกล่าวถึงผลไม้ที่ห้ามเลือดทำให้เลือดหยุดไหล (PROTA)
ใช้ปลูกประดับ---ใช้ประโยชน์ในงานภูมิทัศน์ มีลักษณะและศักยภาพในการเป็นไม้ประดับ ใช้ปลูกข้างทาง สวนขนาดใหญ่ สวนสาธารณะ
ใช้อื่น ๆ---ไม้ใช้สำหรับการก่อสร้าง เส้นใยจากใบสำหรับเชือกและตะกร้า ก้านใบใช้ทำ เฟอร์นิเจอร์ ใบใช้สำหรับการมุงและทอตะกร้าเสื่อและหมวก การเตรียมต้นปาล์มเพื่อเป็นวัสดุ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กว้างขวางที่สุดในมาดากัสการ์ ผู้ชายจะตัดใบปาล์มในป่าและนำกลับบ้านเพื่อให้ผู้หญิงทำงานให้เสร็จ ในวันเดียวกับที่เก็บมา
- ขี้ผึ้ง Raphia ซึ่งได้มาจากพื้นผิวด้านล่างของใบใช้เป็นยาขัดสำหรับเรือและพื้น หรือใช้สำหรับการผลิตเทียน
- น้ำมันที่สกัดจากเนื้อผลไม้ต้มและเมล็ดของผลไม้ใช้สำหรับการผลิตสบู่และสเตียริน เปลือกแข็งด้านนอกของผลใช้ทำยานัตถุ์และกระดุม หรือเพียงเพื่อการตกแต่ง
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของแอฟริกาแผ่นดินใหญ่ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม--เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามที่สำคัญต่อสายพันธุ์นี้ในช่วงการกระจายที่กว้างมาก อย่างไรก็ตาม ท้องถิ่นกำลังเผชิญกับการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากป่าพรุถูกเปลี่ยนไปสู่เกษตรกรรมหรือการขยายตัวของเมือง เช่นเดียวกับในยูกันดา (Omagor 1999) ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species.(2016)
Cosiaux, A., Gardiner, L.M. & Couvreur, T.L.P. 2018. Raphia farinifera. The IUCN Red List of Threatened Species 2018: e.T95366641A95366645. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2018-2.RLTS.T95366641A95366645.en. เข้าถึงเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ต้นปาล์มราเฟียนี้มีอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง 15 แห่ง และสามารถพบได้ใน 25 แหล่งอนุรักษ์ นอกถิ่นกำเนิด (BGCI 2016) https://www.iucnredlist.org/species/95366641/95366645
ขยายพันธุ์---เมล็ดหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เมล็ดมีขนาดใหญ่สามารถเก็บได้ใต้ต้นไม้ และเก็บไว้ได้ถึงสองปี เมื่อนำมาเพาะใช้เวลา 4-5 เดือนหรือหลายเดือนกว่าจะงอก
- อายุการเจริญจากเมล็ดจนถึงออกดอกประมาณ 20-50 ปี และและใช้เวลา 5-6 ปี ตั้งแต่ดอกถึงผลสุก โดยผลทั้งหมดจะสุกในปีเดียวกัน
- *การขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออาจมีศักยภาพสำหรับ Raphia http://www.llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/Family/Arecaceae/28662/Raphia_farinifera


Yolillo palm /Raphia taedigera

[rahf-EE-ah] [teh-dee-JEHR-ah]


Picture 1---Los Charcos de Osa, Osa Peninsula, Costa Rica. Oct 2005. Photo by Dr. Reinaldo F. Aguilar. https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_taedigera
Picture 2---Osa Peninsula, Costa Rica. Photo by Dr. Reinaldo F. Aguilar. https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_taedigera

ชื่อวิทยาศาสตร์---Raphia taedigera (Mart.) Mart.(1838)
ชื่อพ้อง---Has 6 synonyms.
---Basionym: Sagus taedigera Mart.(1824) https://www.gbif.org/species/5293226
---Metroxylon taedigerum (Mart.) Spreng.(1825)
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669539-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Yolillo palm, American raffiapalm, Pine cone palm, Swamp palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Jupatí, Jurubati.];[COSTA RICA: Tagua.];[CZECH: Ságovník, Rafie,];[DEUTSCH: Bastpalme, Raffiapalme.];[FRENCH: Raphia d’Amazonie, Raphia d’Amérique, Raphia du Brésil.];[SPANISH: Holillo, Jolilo, Matomba, Palma pangana, Targuà, Yolillo.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RAJSS (Preferred name: Raphia sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---ไนจีเรีย แคเมอรูน บราซิล โคลัมเบีย ปานามา คอสตาริกา นิการากัว
นิรุกติศาสตร์---ชิ่อสกุล 'Raphia' Jackson (1990) ให้คำสองคำที่มีความเป็นไปได้เท่ากัน
- คือคำ Malagasy สำหรับเส้นใยที่ได้มาจากใบของ R. ruffia คือ 'rafia' หรือในภาษาอังกฤษ 'raffia' ซึ่งอาจก่อให้เกิดชื่อสามัญได้
- และชื่อที่อาจได้มาจากภาษากรีก 'rafis' เข็มหมายถึงปลายแหลม Smith & Stearn (1972) อ้างอิงถึงจงอยผลไม้ ; ชื่อของสปีชีส์ 'taedigera' คือการรวมกันของคำนามละติน "taeda" = flambeau และคำกริยา "gero" = พกพา, ดำเนินการ โดยอ้างอิงกับลำต้นที่ติดไฟได้ง่าย                       
Raphia taedigera เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2481

 

Picture 1, 2---Osa Peninsula, Costa Rica. Photo by Dr. Reinaldo F. Aguilar.https://www.palmpedia.net/wiki/Raphia_taedigera

ที่อยู่อาศัย---พบขึ้นกระจายอยู่ใน แคเมอรูนและไนจีเรียและในอเมริกา: บราซิล (เอเคอร์, Amazonas, Amapá, Pará, Roraima, Rondôniaและ Tocantins), โคลัมเบีย, คอสตาริกา, นิการากัว และปานามา เติบโตในป่าชื้นตามแนว ลำธารน้ำบนดินลุ่มน้ำที่ถูกน้ำท่วมเป็นระยะ ๆ มักจะอยู่ใกล้กับทะเล ที่ระดับความสูง 30-100เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีลักษณะเป็นเอกเทศ ต้นสูง 2-9 (-15) เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 25-30 ซม.ปกคลุมด้วยฐานทางใบถาวรและที่โคนต้นล้อมรอบด้วยราก เหนือพื้นดินเป็นรากหายใจ (pnematophores root) ใบรูปขนนก (pinnate) ในยอดมงกุฎมีใบ 5 - 15 ใบ ขนาดใหญ่แต่ละใบยาว 5-10 เมตร ก้านใบที่ไม่มีหนามยาว 1.5 เมตร ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น 95-205 คู่ยาว 1.2 เมตร กว้าง 0.8 ถึง 6 ซม จัดเรียงในมุมที่แตกต่างกันที่ขอบใบและเส้นกลางใบมีหนามเล็ก ๆ  ช่อดอกออกระหว่างซอกใบ (interfoliar) ยาว 1-3 เมตร แตกกิ่งก้านได้ถึง 3 กิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกเพศผู้อยู่ที่ปลายช่อ ดอกเพศเมียอยู่ที่โคน ดอกเพศผู้มีความยาว 7-10 มม.มีกลีบเลี้ยงผสม 3 กลีบและกลีบเลี้ยงขนาดใหญ่ 3 กลีบซึ่งหลอมรวมกันที่ด้านล่าง เกสรเพศผู้ 8-11; ดอกเพศเมียมีความยาว 7-9 มม. กลีบเลี้ยงถูกเชื่อมเข้าด้วยกันและมีลักษณะเป็นไทรโลบัลไม่สม่ำเสมอ ผลรูปไข่รียาว 5-7 ซม.มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 ซม. ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาลแดงเป็นมันเรียงซ้อนกันเป็นแถวเรียงตามแนวตั้ง 9-11 แถว มีเมล็ด 1 เมล็ด ขนาด 4.5–8 x 2.7–4.5 ซม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถเพาะปลูกได้ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b-11) ที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน)ในพื้นที่ชื้นตลอดเวลา  
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก ในช่วงฤดูร้อนหรือเดือนที่อากาศอบอุ่น รดน้ำบ่อย ๆเพื่อไม่ให้ดินแห้งและดินที่มีความชื้นสูงมากอย่างต่อเนื่อง
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดกิ่งที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงสารอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด
ศัตรูพืช/โรคพืช---ค่อนข้างต้านทานต่อศัตรูพืช /ต้องมีการใส่ปุ๋ยเป็นประจำเพื่อป้องกันสีเหลืองที่เกิดจากการขาดโพแทสเซียม
รู้จักอ้นตราย---None
การใช้ประโยชน์--- ถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นแหล่งของวัสดุ อาหารและยา
ใช้เป็นยา---น้ำมันที่ได้จากเนื้อผลไม้นั้นใช้ในการนวดเพื่อรักษาโรคเกาต์โรคไขข้อและอัมพาต
ใช้ปลูกประดับ---มีการใช้ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในที่อื่นทั้งๆที่มีลักษณะของไม้ประดับ เมื่อพิจารณาถึงขนาด การเติบโตอย่างรวดเร็วเหมาะสำหรับสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่ ต้องการความชื้นสูงมาก เหมาะสำหรับบึงและสวนน้ำ ทนไอเค็ม สามารถใช้จัดสวนใกล้กับทะเล
อื่น ๆ---เส้นใยที่ได้จากใบใช้สำหรับสินค้าถักประณีต, หมวก, เสื่อสำหรับครอบคลุม lloors และสำหรับห่อสินค้า ทอเป็นผ้าปูอย่างดีมีสีสัน ใช้แทนพรม และใช้สำหรับงานตกแเต่งภายใน ในการใช้งานแบบดั้งเดิมใช้ทำสายระโยงระยางและอวนจับปลา
- การเตรียมต้นปาล์ม เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กว้างขวางที่สุดในมาดากัสการ์ โดยผู้ชายตัดใบปาล์มในป่าและนำกลับบ้านเพื่อให้ผู้หญิงทำงานให้เสร็จในวันเดียวกับที่เก็บมา
- ผลไม้ ใช้สำหรับเลี้ยงสุกร เมล็ดที่ทำความสะอาดและขัดเงาจะใช้ในเครื่องประดับเครื่องแต่งกายสำหรับทำวัตถุศิลปะขนาดเล็ก
- มีรายงานความเป็นไปได้ของการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันของ Raphia taedigera
ระยะออกดอก---ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอกอาจถึง 1 ปี ที่อุณหภูมิ 24-26°C

สกุล Ravenea (rah-vehn-EH-ah) ชื่อสามัญทั่วไปเรียกว่า Majesty Palm เป็นประเภทปาล์มพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์และหมู่เกาะโคโมโร สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับ18 สายพันธุ์และ มี1สายพันธุ์ที่ได้รับการปลูกเลี้ยงทั่วไปเป็น houseplant และปลูกในบ้านทั่วทุกมุมโลก คือ Ravenea rivularis (ดูที่ ปาล์ม 6 ปาล์มราวีเนีย) ถือว่าเป็นประเภทที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นที่อยู่ซึ่งมีน้อยกว่า 900 ต้นที่เติบโตในป่าตามธรรมชาติ  (แสดงในหน้านี้ 5 สายพันธุ์)   
1. Ravenea albicans (Jum.) Beentje มาดากัสการ์ตะวันออกเฉียงเหนือ (EN)
2. Ravenea delicatula Rakotoarin.    มาดากัสการ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือ (CR)
3. Ravenea dransfieldii Beentje    มาดากัสการ์. (EN)
4. Ravenea glauca Jum. & H.Perrier มาดากัสการ์. (VU)
5. Ravenea hildebrandtii H.Wendl. ex C.D.Bouché    คอโมโรส (EN)
6. Ravenea julietiae Beentje (ดูที่ปาล์ม 7)   มาดากัสการ์. (EN)
7. Ravenea krociana Beentje    มาดากัสการ์.(EN )
8. Ravenea lakatra (Jum.) Beentje    มาดากัสการ์.(CR)
9. Ravenea latisecta Jum.    ภาคกลางตะวันออกของมาดากัสการ์ (CR)
10. Ravenea louvelii Beentje    มาดากัสการ์. (CR)
11. Ravenea madagascariensis Becc.    มาดากัสการ์. (LC)
12. Ravenea moorei J.Dransf. & N.W.Uhl    คอโมโรส (CR)
13. Ravenea musicalis Beentje    มาดากัสการ์. (CR)
14. Ravenea nana Beentje    มาดากัสการ์. (EN)
15. Ravenea rivularis Jum. & H.Perrier   มาดากัสการ์ (VU)
16. Ravenea robustior Jum. & H.Perrier    มาดากัสการ์ (NT)
17. Ravenea sambiranensis Jum. & H.Perrier   มาดากัสการ์ (LC)
18. Ravenea xerophila Jum.   มาดากัสการ์ (VU)

White Majesty Palm /Ravenea albicans

[rah-vehn-EH-ah] [AL-bih-kanz]

 

Picture 1---Antanambe, Madagascar. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.
Picture 2---Floribunda Nursery, Hawaii. Photo by Geoff Stein.

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ravenea albicans (Jum.) Beentje (1994)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://www.gbif.org/species/176760649
---Basionym: Louvelia albicans Jum.(1933)
ชื่อสามัญ---White Palm, White Majesty Palm
ชื่ออื่น---[MALAGASY: Hoza-tsiketra.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RVNSS (Preferred name: Ravenea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Ravenea' นั้นอุทิศให้กับผู้ประกอบการชาวเยอรมันและหุ้นส่วน Louis Frederic Jacques Raven? (1823-1879) ศตวรรษที่ 19 ผู้สืบทอดตระกูล Huguenots ที่เคยลี้ภัยในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 1685  ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'albicans' = สีขาว อ้างอิงถึง ด้านล่างใบสีเงินขาวของพืชชนิดนี้
Ravenea albicans เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Henri Lucien Jumelle (1866-1935) นักพฤกษศาสตร์ขาวฝรั่งเศส และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Henk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปีพ.ศ.2537
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากสถานที่ 7 แห่งระหว่าง Ampsimanolotra และ Antalaha เติบโตในป่าชื้น บนเนินเขากลางที่สูงชันหรือพื้นราบลุ่ม บนดิน ultramafic ที่ระดับความสูง 100-400 เมตร และบางครั้งสูงถึง 1,000 เมตร  
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวสูง 3-6 เมตร  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 11 ซม.มีใบในยอดมงกุฏขนาดใหญ่ประมาณ 8 ใบ ใบรูปขนนก ยาว 3-4 เมตร ใบย่อยแข็งระนาบเดียว มี 45-47 ใบ ในแต่ละข้างของแกนกลาง ด้านล่างใบสีเงินขาวและมีแถบม้าลายบนใบ ช่อดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ก้านช่อดอกเพศผู้ออกระหว่างใบ (Interfoliar) มีขนสีขาวหนาแน่น ช่อดอกเพศเมียมีสีม่วงเข้มมีขั้วเดี่ยวตั้งตรง 126-150 ซม.ผลไม่เป็นที่รู้จัก * [เราเชื่อว่าสายพันธุ์นี้มีเพียงดอกไม้และผลไม้เป็นระยะ ๆ นั่นคือไม่ใช่ทุกปีเนื่องจากต้นไม้ทั้งหมดที่เราตรวจสอบในเขตสงวนชีวมณฑล Mananara ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเป็นหมัน มีเพียงช่อดอกโบราณเท่านั้น (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995)/Palmweb] (แปลโดยกูเกิ้ล)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ต้องการตำแหน่งที่อบอุ่นชื้น (USDA Zone 10a-10) ชอบแสงผสมเปิดโล่งในร่มเงามากกว่า (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรง) ดินอุดมสมบูรณ์มีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ได้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้แห้งระหว่างการรดน้ำและอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---จำกัดเพียงแค่การเด็ดใบที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลืองออกเท่านั้น
การใส่ปุ๋ย---ปุ๋ยละลายน้ำเจือจาง หนึ่งหรือสองครั้งในช่วงฤดูปลูกและไม่ใช้เลยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---มีความเสี่ยงต่อศัตรูพืช เช่นเพลี้ย ( aphids), แมลงเกล็ด (scale insect) และแมลงหวี่ขาว (whitefly)/ระดับความชื้นต่ำ
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์--- พืชถูกเก็บจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหาร
ใช้กิน---ตายอดซึ่งเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มที่หายากในการเพาะปลูก แต่ยังมีศักยภาพที่ดีเช่นเดียวกับปาล์มที่ใช้ในการจัดสวนและปลูกเลี้ยงเป็นไม้ประดับ
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพื้นที่การกระจายมีจำกัดมาก ล่าสุดมีเพียงรู้จักจากสองพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในนั้นนับต้นไม้ได้ 40 ต้น ที่มีลำต้นแล้ว อีกประมาณหนึ่งร้อยต้น เป็นต้นอ่อนที่ไม่มีลำต้นและต้นกล้าหลายต้น ส่วนสถานที่ที่สองกำลังเริ่มสำรวจ ภัยคุกคามหลักของสายพันธุ์นี้คือการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการทำไม้ ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Ravenea albicans. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38664A2881883. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38664A2881883.en. เข้าถึงเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์
ได้รับการคุ้มครองใน Masoala, Makira, Mananara Avaratra, Zahamena และ Mangerivola https://www.iucnredlist.org/species/38664/2881883


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน!*(แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_hildebrandtii                                                                                               ขยายพันธุ์---เมล็ด

Dwarf Majesty Palm /Ravenea hildebrandti

[rah-vehn-EH-ah] [hill-deh-brand'-tee]

 

Picture 1---J.D. Andersens Nursery, Hawaii. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_hildebrandtii
Picture 2---Bill Austin's Garden, Hawaii. Photo by Jack Sayers.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_hildebrandtii

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ravenea hildebrandtii H.Wendl. ex C.D.Bouché. (1878)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all The Plant List http://theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-177011
---Ranevea hildebrandtii (H.Wendl. ex CDBouché) LHBailey. (1902).
ชื่อสามัญ---Dwarf Majesty Palm
ชื่ออื่น--- [Inazi (fide St John) which sounds suspiciously like Mnazi.] the Swahili name for coconut.
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RVNSS (Preferred name: Ravenea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---เกาะโคโมโรส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลRaveneaนั้นอุทิศให้กับผู้ประกอบการชาวเยอรมันและหุ้นส่วน Louis Frederic Jacques Ravené (1823-1879) ศตวรรษที่ 19 ผู้สืบทอดตระกูล Huguenots ที่เคยลี้ภัยในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 1685 ; ชื่อสายพันธุ์ 'hildebrandtii' ได้รับเกียรติจากนักสำรวจและนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน Johann Maria Hildebrandt (1847-1881) นักสะสมสายพันธุ์
Ravenea hildebrandti เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน จากอดีต Carl David Bouché (1809–1881) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2421
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะโคโมโรส อยู่บนเกาะแกรนด์โคโมโร Moheli และ Anjouan นอกชายฝั่งของมาดากัสการ์เท่านั้น เติบโตในป่าชื้นบนดินที่เป็นด่าง ที่ระดับความสูง 600-900 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็ก ไม่มีหนาม มีลำต้นตั้งตรงสูง 5-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5-8 ซม. มีใบในมงกุฎ 18-22 ใบ รูปขนนก  (pinnate) ทางใบยาว0.6-1.8 เมตร ก้านใบยาว 40ซม. ใบย่อยรูปใบหอกเชิงเส้น 20-50 คู่ จัดเรียงกันในระนาบเดียวกัน ช่อดอกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกเพศผู้ยาวประมาณ 50 ซม.สีขาวหม่นมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ช่อดอกเพศเมียมีความยาวมากกว่า 1 เมตร ผลรูปไข่ยาวประมาณ 1 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 ซม.สีเหลืองเมื่อสุก มีเมล็ดรูปกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม.1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน/กึ่งเขตร้อน(USDA Zone 9b-11) ชอบบริเวณที่มีร่มเงาและมีความชื้นสูง ดินมีความเป็นกรดเล็กน้อยถึงเป็นด่างเล็กน้อย pH 6.6 to 7.5 เติบโตได้ดีมากในพื้นที่ที่อบอุ่น เช่นใน Central Florida อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษา ต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ได้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป สามารถทนต่อความแห้งแล้งระยะสั้น
การตัดแต่งกิ่ง---จำกัดเพียงแค่การเด็ดใบที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลืองออกเท่านั้น
การใส่ปุ๋ย---ปุ๋ยละลายน้ำเจือจาง หนึ่งหรือสองครั้งในช่วงฤดูปลูกและไม่ใช้เลยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---เพลี้ยกระโดดHaplaxius (SYN. Myndus ) crudus Haplaxius sp.เป็นพาหะที่น่าสงสัยว่าเป็นพาหะของไฟโตพลาสมาที่มีสีเหลืองถึงตาย (LY)
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นปาล์มขนาดเล็กที่น่ารักซึ่งมีค่าเป็นไม้ประดับและมีศักยภาพในการจัดสวนมาก ดีเยี่ยมสำหรับสวนขนาดเล็กหรือในสนามหญ้าที่ได้รับการดูแล เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ Ravenea ที่เล็กที่สุด ในสมัยวิคตอเรียนี่เป็นสายพันธุ์ที่นิยมสำหรับการปลูกเป็นไม้ในร่มในยุโรป
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถิ่นที่อยู่ถูกจำกัดไม่มีการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลานาน ป่าไม้ทั้งหมดในหมู่เกาะคอโมโรสถูกคุกคามอย่างรุนแรง ถูกประเมินล่าสุดไว้ในIUCN Red List ประเภท ''ใกล้สูญพันธุ์'  (มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ในธรรมชาติ)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED A1c -ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Dransfield, J. & Beentje, H.J. 1998. Ravenea hildebrandtii. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38667A10137124. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38667A10137124.en. เข้าถึงเมื่อ 27 กรกฎาคม 2566


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน*(แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_hildebrandtii
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในกางอก3 เดือน  

Julietiae Palm /Ravenea julietiae

[rah-vehn-EH-ah] [jool-ee-eh-TEE-eh]


Picture 1---Madagascar. Photo by Phil Arrowsmith.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_julietiae
Picture 2---Madagascar. Photo by Dr. Henk Beentje, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_julietiae

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ravenea julietiae Beentje (1994).
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-177012
ชื่อสามัญ--- Julietiae Palm, Majesty Palm
ชื่ออื่น--- [AFRIKAANS: Sindro madiniky (Betsimisaraka, Antanambe); Saroroira (Betsimisaraka, Ampasimanolotra); Vakapasy, Anive, Anivona (Tanala / Antaisaka).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RVNSS (Preferred name:Ravenea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์ตะวันออก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล ' Ravenea' นั้นอุทิศให้กับผู้ประกอบการชาวเยอรมันและหุ้นส่วน Louis Frederic Jacques Ravené (1823-1879) ศตวรรษที่ 19 ผู้สืบทอดตระกูล Huguenots ที่เคยลี้ภัยในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 1685 ; ชื่อสายพันธุ์ 'julietiae' ตั้งชื่อตามจูเลียตภรรยาของ Henk Jaap Beentje ซึ่งเป็นคนแรกที่ชี้ให้เห็นในสนาม
Ravenea julietiae เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการค้นพบและอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Henk Jaap Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปี พ.ศ.2537
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) พบเพียงไม่กี่ท้องที่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของมาดากัสการ์ ระหว่าง Mananara Avaratra และ Vangaindrano ซึ่งเติบโตในป่าฝนที่ลุ่มบนพื้นที่ลาดชันถึงชันเล็กน้อย ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลระหว่าง 50-900 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มขนาดกลาง สูงได้ถึง 3-10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 10-15 ซม.ลำต้นสีน้ำตาลเทา เนื้อไม้แข็งมากมีเส้นใยสีดำอยู่ใต้เปลือกไม้ มีใบในมงกุฎ 9-23 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate)โค้งอย่างสวยงามยาว 1.10 - 2.8 เมตร ก้านใบยาว 30-80 ซม.ใบยาว1.1-2.8เมตร ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) แยกเพศอยู่ต่างต้น ( dioecious) ช่อดอกเพศเมียมีลักษณะเฉพาะที่ตั้งขึ้นและยาวกว่าใบ เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีดอกเพศเมียโดดเดี่ยว แต่มีเกสรเพศผู้หลายดอก โดยช่อดอกเพศเมียที่ยาวเป็นพิเศษ แต่ละช่อยาวประมาณ 0.90 เมตร ผลรูปรี ขนาด 22-27 x 17-20 มม. มีเมล็ด 1 เมล็ดขนาด 19-20 x 14-17 มม.เปลือกเมล็ดหนาสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน/กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10-11) ต้องการตำแหน่งที่ร่มชื้น (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินมีการระบายน้ำดี
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ได้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้แห้งระหว่างการรดน้ำและอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---จำกัดเพียงแค่การเด็ดใบที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลืองออกเท่านั้น
การใส่ปุ๋ย---ปุ๋ยละลายน้ำเจือจาง หนึ่งหรือสองครั้งในช่วงฤดูปลูกและไม่ใช้เลยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---มีความเสี่ยงต่อศัตรูพืช เช่นเพลี้ย ( aphids), แมลงเกล็ด (scale insect) และแมลงหวี่ขาว (whitefly)/ระดับความชื้นต่ำ
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---พืชนี้เก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ประโยชน์จากไม้เนื้อแข็งในท้องถิ่น ลำต้นใช้ในการก่อสร้างบ้านและใช้เป็นท่อกลวงสำหรับท่อชลประทาน
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มที่หายาก ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั่วไป ตามบ้าน ที่พักอาศัย สวนสาธารณะ และสวนทั่วไป เหมาะสำหรับการตกแต่งในที่ร่มและกลางแจ้ง
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามโดยการสูญเสียที่อยู่อาศัย ภัยคุกคามหลักของปาล์มชนิดนี้คือการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการตัดโค่นต้นปาล์มเพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง และอาจมีเพียง 50 ต้นที่เหลืออยู่ในป่า ถูกประเมินล่าสุดในIUCN Red List 'ประเภทใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B2ab(iii,v); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species  (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Ravenea julietiae. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38668A2882196. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38668A2882196.en. Accessed on 29 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
ด้รับการคุ้มครองใน Mananara Avaratra, Ambatovaky และ Manombo https://www.iucnredlist.org/species/38668/2882196


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน(มีส้นเท้า)รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน!(แปลโดยกูเกิ้ล)* https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_julietiae
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Ironwood Palm /Ravenea lakatra

[rah-vehn-EH-ah] [lah-KAHT-rah]

 

Picture 1---ฮาวาย. ภาพถ่ายโดย BGLhttps://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_lakatra
Picture 2---Manombo, Madagascar. Photo by Dr. Henk Beentje, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_lakatra

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ravenea lakatra (Jum.) Beentje (1994)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:980045-1#synonyms
---Basionym: Louvelia lakatra Jum (1927).http://legacy.tropicos.org/Name/50005510
ชื่อสามัญ---Ironwood Palm
ชื่ออื่น--- [MADAGASCAR: Tsilanitafika ; Lakatra, Mangarana, Manara (Malagasy, Madagascar).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RVNSS (Preferred name:Ravenea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์ตะวันออก
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Ravenea'นั้นอุทิศให้กับผู้ประกอบการชาวเยอรมันและหุ้นส่วน Louis Frederic Jacques Ravené (1823-1879) ศตวรรษที่ 19 ผู้สืบทอดตระกูล Huguenots ที่เคยลี้ภัยในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 1685 ; ชื่อสายพันธุ์ 'lakatra' นำมาจากชื่อท้องถิ่น
- ในมาดากัสการ์ต้นปาล์มนี้มีชื่อพื้นเมืองว่า 'Tsilanitafika' ซึ่งในภาษาอังกฤษแปลว่า "กองทัพไม่สามารถถูกตัดลงได้" เนื่องจากลำต้นของต้นปาล์มนี้มีความทนทานเป็นพิเศษ
Ravenea lakatra เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Henri Lucien Jumelle (1866-1935) นักพฤกษศาสตร์ขาวฝรั่งเศสและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Henk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์ ในปี พ.ศ.2537
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) มาดากัสการ์ตะวันออกระหว่าง Masoala และ Vangaindrano เติบโตในป่าดงดิบชื้นบนเนินลาดกลางหรือยอดสันเขาเล็กน้อย ที่ระดับความสูง 50 - 1,200 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง15 - 30 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 30 - 50 ซม ร่องรอยซากของกาบใบลักษณะเป็นขั้นระยะห่าง 7 ซม.สีน้ำตาลอ่อน ไม้แข็งมาก ใบรูปขนนก (pinnate) มีใบในมงกุฏขนาดใหญ่ 8 - 10 ใบ มีความยาวสูงสุด 3.5 เมตร ก้านใบยาว0.8-1.5เมตร ขนาดใบ ยาว1.5-2เมตร กว้าง1.2-1.5เมตร  ด้านบนสีน้ำเงินเขียว ด้านล่างสีฟ้าเขึยว ใบกับก้านใบมีหนาม ช่อดอกแบบเพศเดียว เดี่ยว ออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ 2 เมตร แตกแขนงออกเป็น 1 กิ่ง  ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกเพศเมียออกเดี่ยวระหว่างใบก้านช่อยาว 82–130 ซม. ช่อดอกเพศผู้ ความยาว 92 ซม. ผลรูปกลมขนาด 15-20 x 18-21 มม. เมื่อสุกสีดำ เมล็ด 1-3 เมล็ดขนาด 9–10 × 5–10 มม.ส่วนปลายแหลมยาว 1.5 มม.มีเปลือกหนาสีดำ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ชอบสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน / กึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-10) ต้องการตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน) ชอบดินอุดมสมบูรณ์ที่มีการระบายน้ำดี สามารถปรับตัวเข้ากับดินประเภทต่างๆได้ดี การเจริญเติบโตช้ามากในการพัฒนาลำต้น
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย ได้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้แห้งระหว่างการรดน้ำและอย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---พืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเพื่อใช้ในท้องถิ่นเป็นอาหารและเป็นแหล่งของวัสดุทอ
ใช้กิน---ตายอดซึ่งมักเรียกกันว่า 'หัวใจปาล์ม' กินเป็นผัก
อื่น ๆ---ไม้เนื้อแข็งมาก เนื้อไม้มีสีขาวนวลมีชั้นเส้นใยสีดำ ใบใช้สำหรับทอหมวก, ทอผ้าคุณภาพสูง และหัตถกรรมอื่น ๆ
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือพืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพบได้ในปริมาณน้อยประชากรคาดว่าจะมีต้นไม้ที่โตเต็มที่เพียง 30 ต้นเท่านั้นในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งหลายแห่งถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามหลักของสายพันธุ์นี้คือการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการตัดไม้และเก็บเกี่ยวใบเพื่อใช้ในการทอผ้า การเก็บเกี่ยวมากเกินไปกระทบต่อผลผลิตของสายพันธุ์ ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED D - ver 3.1 -  IUCN Red List of Threatened Species (2010)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Ravenea lakatra. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38670A2882408. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38670A2882408.en. Accessed on 29 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
ได้รับการคุ้มครองใน Masoala, Makira และ Andasibe อาจจำเป็นต้องมีการควบคุมและติดตามการเก็บเกี่ยว https://www.iucnredlist.org/species/38670/2882408


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน! (แปลโดยกูเกิ้ล)* https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_lakatra
ระยะออกดอก/ติดผล---กรกฎาคม - กันยายน/ตุลาคม - กุมภาพันธ์
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Anivona Palm /Ravenea xerophila

[rah-vehn-EH-ah] [zehr-oh-FILL-ah]


Picture 1---Antanimora, Madagascar.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_xerophila
Picture 2---Photo by Dr. Henk Beentje, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_xerophila

ชื่อวิทยาศาสตร์---Ravenea xerophila Jum. (1933)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.info/tpl/record/kew-177026
ชื่อสามัญ---Anivona Palm.
ชื่ออื่น--- [MADAGASCAR: Ahaza, Anivo, Anivona (Malagasy).].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RVNSS (Preferred name:Ravenea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Ravenea'นั้นอุทิศให้กับผู้ประกอบการชาวเยอรมันและหุ้นส่วน Louis Frederic Jacques Ravené (1823-1879) ศตวรรษที่ 19 ผู้สืบทอดตระกูล Huguenots ที่เคยลี้ภัยในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 1685 ; ชื่อของสายพันธุ์ 'xerophila'คือการรวมกันของคำคุณศัพท์กรีก“ ξηρός” (xerós) = แห้งและของคำสำคัญ“ φίλος” (philos) = เพื่อน หมายถึง "รักที่แห้งแล้ง" (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995)
Ravenea xerophila เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Henri Lucien Jumelle (1866-1935) นักพฤกษศาสตร์ขาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2476
ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มเฉพาะถิ่น (endemic) อยู่ในพื้นที่แห้งแล้งทางใต้ของมาดากัสการ์ระหว่าง Ampanihy และ Ampingaratra Mts เกิดขึ้นในป่าดิบแล้งบนดินทรายและหิน ที่ระดับความสูง 200 -700 เมตร
ลักษณะ---เป็นสายพันธุ์ Ravenea ที่แปลกประหลาดที่สุดและหายากที่สุดของต้นปาล์มทั้งหมดของสายพันธุ์นี้ ซึ่งมีการพัฒนาระบบรากที่มีเนื้อสีขาว ขนาดใหญ่และแข็งแรง เป็นที่เก็บน้ำ เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลางไม่มีหนาม สูง 1.5-8 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 13-30 ซม. ที่โคนต้นขยายกว้าง ปลายครึ่งบนของลำต้น (หรือในต้นไม้ขนาดเล็กทั่วทั้งลำต้น) ปกคลุมด้วยเศษกาบใบที่อัดแน่น ถึงใกล้มงกุฎ เปลือกต้นสีน้ำตาล รอยแผลเป็นระยะห่าง 2.5-8 ซม รอยแผลเป็นที่ปม 0.5-1 ซม. บางครั้งมีเศษเปลือกที่ขาดรุ่งริ่งปรากฏเป็นเกลียวไม้เนื้อแข็ง ลำต้นบางครั้งผลิตสารที่มีลักษณะคล้ายน้ำยางสีเหลืองเมื่อเฉือน มีใบ (11-) 18-22 ในมงกุฏ ใบรูปขนนก (pinnate) ทางใบเป็นซุ้มโค้งคันศรอย่างสง่างามยาว1.6-2 เมตร ก้านใบยาว 22-60 ซม.ใบย่อย 47-55ใบเรียงสลับในแต่ละด้าน ด้านบนสีเขียวอ่อน ด้านล่างสีเทาเงิน ใบเก่าเหี่ยวแห้งติดคาต้น ผลัดใบใหม่ได้รวดเร็ว ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้นเป็นต้นไม้เพศผู้ และต้นไม้เพศเมีย (dioecious) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกเพศผู้สีขาว ยาว 55-58 ซม.ช่อดอกเพศเมียยาว 60-80 ซม.ผลรูปกลมเมื่อสุกสีเหลือง ขนาด 2-2.5 ซม. มี 1-3 เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 9b-11) สายพันธุ์ Ravenea ที่หายาก นี่อาจจะเป็นสายพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเพาะปลูกเพราะมันเติบโตในที่แห้งแล้งและเป็นปาล์มที่สวยงามเป็นพิเศษ เจริญเติบโตช้าต้องการตำแหน่งแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) สามารถปรับตัวเข้ากับดินประเภทต่างๆได้ดี ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง -4°C มีความทนทานต่อความร้อนและความแห้งแล้งได้ดี พืชชนิดนี้พัฒนาระบบรากเนื้อสีขาวที่แข็งแรงมาก ซึ่งมันกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ได้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้แห้งระหว่างการรดน้ำและอย่าให้น้ำมากเกินไปจนขังแฉะ
การตัดแต่งกิ่ง---จำกัดเพียงแค่การเด็ดใบที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลืองออกเท่านั้น
การใส่ปุ๋ย---ปุ๋ยละลายน้ำเจือจาง หนึ่งหรือสองครั้งในช่วงฤดูปลูกและไม่ใช้เลยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---มีความเสี่ยงต่อศัตรูพืช เช่นเพลี้ย ( aphids), แมลงเกล็ด (scale insect) และแมลงหวี่ขาว (whitefly)/ระดับความชื้นต่ำ
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์--- คนในท้องถิ่นรวบรวมใบย่อยปาล์มด้วยมือเพื่อสานเสื่อ ถาด หมวกและตะกร้า
ใช้ปลูกประดับ---ใช้ในงานจัดสวน เหมาะสำหรับสวนแบบทะเลทรายเนื่องจากมีความต้านทานต่อความแห้งแล้งสูง
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) ของมาดากัสการ์ *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามที่อยู่อาศัยซึ่งกำลังลดลง จากการการผลิตถ่านและปศุสัตว์ และถูกคุกคามโดยความถี่ที่เพิ่มขึ้นของไฟในพื้นที่ มีต้นไม้ที่เหลือ 65 ต้นที่เห็นลำต้น และต้นกล้า 80 ต้น ถูกจัดอยู่ใน  IUCN Red List ประเภท 'อ่อนแอ' (ความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE - B1ab(iii)+2ab(iii); D1 - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2010 )
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Ravenea xerophila. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38680A2883257. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38680A2883257.en. Accessed on 29 July 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์
ได้รับการคุ้มครองใน Andohahela จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38680/2883257


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอมันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของรากของแซกโซโฟน (มีส้นเท้า) รักษาส้นที่สามบนเหนือระดับดิน! (แปลโดยกูเกิ้ล)* https://www.palmpedia.net/wiki/Ravenea_xerophila
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 1-3 เดือน


สกุล Rhapidophyllum [rahp-ih-DOH-fee-luhm] เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์เ คือ Rhapidophyllum hystrix หรือ Needle Palm พบตามชายฝั่งของอ่าวตะวันออกค่อนข้างร้อนและรัฐมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา พืชเฉพาะถิ่นพบได้จากทางตะวันออกเฉียงใต้ชายฝั่งเซาท์แคโรไลนา , ใต้ฟลอริด้าและทางทิศตะวันตกข้ามที่ราบชายฝั่งของแม่น้ำมิสซิสซิปปีและภาคใต้ของอลาบามา เป็นหนึ่งในปาล์มที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ที่มีภูมิอากาศในเขตอบอุ่น และเขตร้อน

Needle Palm/Rhapidophyllum hystrix

[rahp-ih-DOH-fee-luhm] [HISS-triks]


Picture 1---"A multiheaded Rhapidophyllum hystrix" Photo by H.P. Leu Gardens Botonist Eric S. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhapidophyllum_hystrix
Picture 2---Laurens Co., GA. Oconee River Floodplain, River Bend Wildlife Management Area. Close-up of a staminate inflorescence. Photo by Cressler, Alan. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhapidophyllum_hystrix

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhapidophyllum hystrix (Fraser ex Thouin) H.Wendl. & Drude (1876)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/669569-1#synonyms
---Basionym: Corypha hystrix Fraser ex Thouin.(1803). https://www.gbif.org/species/5293826
---Chamaerops hystrix (Fraser ex Thouin) Pursh.(1813)
---Rhapis caroliniana Kunt. (1841)
---Sabal hystrix (Fraser ex Thouin) Nutt.(1822)
ชื่อสามัญ---Needle Palm, Porcupine palm, Blue Palmetto, Creeping Palmetto
ชื่ออื่น---[FRENCH: Palmier a aiguilles, Palmier porc-épic.];[GERMWN: Nadelpalme.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RPMHY (Preferred name: Rhapidophyllum hystrix.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---สหรัฐอเมริกา (เซาท์แคโรไลนา , ฟลอริด้า, อลาบามา มิสซิสซิปปี)
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhapidophyllum' มาจากภาษากรีก 'rhaphis' แปลว่า เข็ม และ 'phyllon' หมายถึง ใบไม้ สำหรับอวัยวะที่คล้ายเข็มของแผ่่นใบ ; ชื่อสายพันธุ์ 'hystrix' จากภาษากรีก หมายถึง 'เม่น' อ้างอิงถึงเงี่ยงเหมือนเข็มที่ผลิตที่ฐานก้านใบ ด้วยเหตุผลที่คล้ายกันบางครั้งเรียกว่า Porcupine palm
Rhapidophyllum hystrix เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Fraser (1750-1811) นักพฤกษศาสตร์ชาวสก็อต จากอดีต Andre Thouin ( 1747-1824 ) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยHermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและCarl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2419


Picture 1---H.P. Leu Gardens, Orlando, FL. 2004. Photo by Frank.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhapidophyllum_hystrix
Picture 2---Houston, TX. Photo by Wasowski, Sally and Andy.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhapidophyllum_hystrix

ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในป่าชื้น ในหุบเขาและลำธาร ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา (เซาท์แคโรไลนา จอร์เจีย  อลาบามา และมิสซิสซิปปี)
ลักษณะ---เป็นปาล์มที่มีลักษณะคล้ายไม้พุ่ม เจริญเป็นกอๆ สูงได้ถึง 2-3 เมตร ลำต้นเกิดจากฐานเดียว (เหง้า) ขนาด8-10ซม.และแตกแน่นเข้าด้วยกันในที่สุดกลายเป็นฐานที่หนาแน่นขนาด 1-1.2เมตร มีหนามแหลมคล้ายเข็มจำนวนมาก ที่ผลิตระหว่างกาบใบ หนามยาวถึง 10-15 ซม.เพื่อป้องกันสัตว์ป่าส่วนใหญ่ให้เข้าไปไม่ถึง ใบเป็นรูปพัด (palmate) ก้านใบยาว 1.2-1.4 เมตร แต่ละใบยาวไม่เกิน 2 เมตร ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอมเทาหรือสีเขียวอมฟ้า ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ออกดอกเป็นกระจุกสั้นหนาแน่นตามกาบใบ (Interfoliar) ดอกสีเหลืองน้ำตาลดอกไม้มักจะซ่อนอยู่ตามใบไม้ ผลมีเนื้อ สีน้ำตาลแดงเมื่อสุกขนาด 2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการภูมิอากาศแบบฤดูร้อนที่ร้อนจัดและมีอุณหภูมิสูงกว่า 30°C เป็นเวลานาน ทนต่ออุณหภูมิฤดูหนาวได้ถึง -20°C (USDA Zone 6b-11) ตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน)ไปถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) หรือแม้แต่ในที่ร่มทั้งหมด (แสงแดดโดยตรงน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่ศูนย์ชั่วโมง ควรใช้เวลาอย่างน้อยสองสามชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด) ชอบดินร่วนซุย อุดมด้วยสารอินทรีย์ที่ยังคงความชื้นเกือบตลอดเวลาไว้ที่อุณหภูมิ 26-28 °C เติบโตได้ในดินหลากหลายสภาพ (ดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย) pH 6.1-7.8 อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ--- ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ยอย่างสม่ำเสมอ
การตัดแต่งกิ่ง---ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยสำหรับปาล์มโดยเฉพาะที่มีแมกนีเซียมเพิ่มเติมและสารปรับปรุงธาตุอาหารรอง ปีละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เติบโตเร็วขึ้น
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหรือศัตรูพืชร้ายแรง
รู้จักอันตราย---พืชมีหนามหรือขอบแหลมคม ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบปาล์ม และนักสะสม ในสหรัฐอเมริกามีการปลูกต้นปาล์มเข็มขึ้นเหนือไปตามชายฝั่งตะวันออกไปจนถึงลองไอส์แลนด์ซาวด์และตามชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาไปทางเหนือจนถึงซีแอตเทิลวอชิงตัน ตัวอย่างขนาดใหญ่ที่ดีมีการเติบโตในรัฐเทนเนสซี , ภาคใต้หุบเขาโอไฮโอและวอชิงตันดีซีในสหรัฐอเมริกาสวนรุกขชาติแห่งชาติตั้งแต่ปี 1960 และเมื่อเร็ว ๆ นี้ในชายฝั่งนิวยอร์คที่ Brooklyn Botanic Gardens และใน Boothbay Harbor Maine และได้กลายเป็นหนึ่งในปาล์มจัดสวนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในพื้นที่ Chesapeake Bay ของรัฐแมรี่แลนด์.
ระยะออกดอก---มิถุนายน-กรกฏาคม
ขยายพันธุ์---จากหน่อหรือเมล็ด เมล็ดใช้ระยะเวลาในการงอก 6-12 เดือน


สกุล Rhopaloblaste (roh-pah-loh-BLAHS-teh) เป็นประเภทปาล์มพื้นเมือง ในหมู่เกาะนิโคบาร์ คาบสมุทรมลายูและสิงคโปร์ หมู่เกาะโมลุกกะนิวกีนี และหมู่เกาะโซโลมอน สกุลที่ใกล้ชิด Dictyosperma (สกุล Princess palm.) มี 6 สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับดังต่อไปนี้ (แสดงในหน้านี้ 3 สายพันธุ์)
1 Rhopaloblaste augusta (Kurz) HEMoore - หมู่เกาะนิโคบาร์
2 Rhopaloblaste ceramica (Miq.) Burret - New Guinea, Maluku
3 Rhopaloblaste elegans H.E.Moore - หมู่เกาะโซโลมอน
4 Rhopaloblaste gideonii Banka - ไอร์แลนด์ (Ireland Baru)
5 Rhopaloblaste ledermanniana Becc. - นิวกินี
6 Rhopaloblaste singaporensis (Becc.) Hook.f. - สิงคโปร์และคาบสมุทรมาเลเซีย

Nicobar Majestic Palm /Rhopaloblaste augusta

roh-pah-loh-BLAHS-teh


Picture 1---Singapore Botanic Gardens. Photo by Paul Craft.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_augusta
Picture 2---Sri Lanka. Photo by Philippe.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_augusta

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhopaloblaste augusta (Kurz) H.E. Moore (1970)
ชื่อพ้อง---Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669594-1#synonyms
---Basionym: Areca augusta Kurz (1875).https://www.gbif.org/species/2739231
---Ptychoraphis augusta (Kurz) Becc.(1885)
ชื่อสามัญ---Nicobar Majestic Palm.
ชื่ออื่น---None.(Not recorded)
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RPBAU (Preferred name: Rhopaloblaste augusta.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---หมู่เกาะนิโคบาร์ คาบสมุทรมาเลเซีย สิงคโปร์ โมลุกกะ นิวกินี และหมู่เกาะโซโลมอน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhopaloblaste' เป็นการรวมกันของคำภาษากรีก"ρόπαλον" (rhopalon) = กระบองและ "βλαστός" (blastos) = ตัวอ่อน อ้างอิงถึงตัวอ่อนขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนกระบอง ; ชื่อสายพันธุ์คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน = ''augustus, a, um'' = สูงส่งตระหง่าน
Rhopaloblaste augusta เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Wilhelm Sulpiz Kurz (1834-1878) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ. 2513

 

Picture 1---Hilo Hatties in Hilo, Hawaii. Photo by Dr. George M. Peavy.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_augusta
Picture 2---Sri Lanka. Photo by Philippe.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_augusta

ที่อยู่อาศัย--- มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะนิโคบาร์ (เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียตะวันออก ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากอาเจะห์บนเกาะสุมาตราไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 150 กิโลเมตร) นอกจากนี้ยังพบใน คาบสมุทรมาเลเซีย สิงคโปร์ โมลุกกะ นิวกินี และหมู่เกาะโซโลมอน ในป่าดิบชื้นที่ลุ่ม
ลักษณะ---เป็นปาล์ม ต้นเดี่ยว สายพันธุ์เดียวที่ไม่มีหนาม ลำต้นสูงถึง 15-25 เมตรเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20-30 ซม. ผิวลำต้นสีน้ำตาลเมื่ออายุยังน้อย และกลายเป็นสีเทาเมื่อต้นอายุมากขึ้น สามารถมองเห็นรอยแผลเป็นวงแหวนจากใบที่หลุดร่วง
คอใบยาว 50-60 ซม. ก้านใบสั้น ยาว8-10ซม.ปกคลุมด้วยเกล็ดสนิมเล็ก ๆ ใบประกอบแบบขนนก (pinnate) ยาว3-4เมตร ใบย่อย90-100ใบในแต่ละด้าน กระจายในระนาบเดียว ช่อดอกออกใต้ใบใกล้คอยอด (infrafoliar) ช่อดอกยาว 40-60 ซม. ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นกลุ่มๆละ 3 ดอก (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) สีเขียว ผลรูปไข่ยาว 2.4-2.6 ซม.  เส้นผ่านศูนย์กลางผล 1.2 - 1.5 ซม. สีส้มถึงแดงเมื่อสุก มีเมล็ดรูปรี 1 เมล็ด ขนาด ยาว 5 ซม.เส้นผ่านศูนย์กลาง1 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ต้องการสภาพอากาศเขตร้อนชื้นกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10b-11) ตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึง แสงแดดครึ่งวัน (แสงแดดโดยตรง 4-6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันในช่วงเช้าหรือบ่าย) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน หากดินมีการระบายน้ำดีและมีความชื้นตลอดเวลา เหมาะปลูกลงแปลงกลางแจ้งตามพื้นลาดเอียงเพื่อให้มีการระบายน้ำดี เป็นสายพันธุ์ที่ทนทานต่อความเย็นที่สุดของ Rhopaloblaste อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดเพื่อการประดับของ Rhopaloblaste นิยมนำมาใช้จัดสวนในเขตร้อนชื้นและเขตกึ่งร้อน ใช้ในงานตกแต่งภูมิทัศน์ มักปลูกเป็นกลุมในระดับความสูงที่แตกต่างกันตามสวนสาธารณะและสวนขนาดใหญ่ หรือตามแนวริมถนน
อื่น ๆ---ลำต้นถูกนำมาใช้ สร้างโครงสร้างของหลังคาของบ้านโดยประชากรในท้องถิ่น
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'เปราะบาง' (มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE A1c - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Johnson, D. 1998. Rhopaloblaste augusta. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38681A10137691. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38681A10137691.en. Accessed on 30 July 2023.
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 6 เดือนหรือมากกว่านั้น

Majestic Palm /Rhopaloblaste ceramica

[roh-pah-loh-BLAHS-teh] [seh-rah-MEE-kah]


Picture 1---Singapore. Photo by zqqyjml.http://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_ceramica
Picture 2---Lae International Hotel, Morobe, Papua New Guinea. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. http://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_ceramica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhopaloblaste ceramica (Miq.) Burret (1928)
ชื่อพ้อง---Has 5 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669596-1#synonyms
---Bassionym: Bentinckia ceramica Miq.(1868 ) https://www.gbif.org/species/2739224  
---Cyrtostachys ceramica (Miq.) H.Wendl.(1878)    
---Rhopaloblaste dyscrita H.E.Moore (1970)    
---Rhopaloblaste hexandra Scheff.(1876)    
---Rhopaloblaste micrantha Burret (1940)
ชื่อสามัญ---Majestic Palm, Ceram Palm.
ชื่ออื่น--- [CHINESE: Ni bing lang .];[INDONESIA: Ahad (Buru dialect), Henahena (Ternate dialect), Ogulubenge (Tobaro dialect), Akelamo Oba (Maluku).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RPBCE (Preferred name: Rhopaloblaste ceramica.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย:โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---นิวกินี โมลุกกะ อินโดนีเซีย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhopaloblaste' เป็นการรวมกันของคำภาษากรีก"rhopalon" = 'กระบอง' และ "blastos" = 'เอ็มบริโอ' อ้างอิงถึงเอ็มบริโอขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนกระบอง ; ชื่อสายพันธุ์ 'ceramica' บ่งบอกถึงที่มาจากเกาะ Ceramใน Moluccas ซึ่งถูกค้นพบในขั้นต้น
Rhopaloblaste ceramica เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Friedrich Anton Wilhelm Miquel (1811–1871) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2471

 

Picture 1,2---Putrajaya Botanical Gardens, Putrajaya, Malaysia. (Taman Botani Putrajaya). Photo by Ahmad Fuad Morad. http://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_ceramica

ที่อยู่อาศัย---เติบโตบนเกาะ Ceram ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย พบในพื้นที่ลุ่มมีการระบายน้ำดีสู่ป่าดิบเขาชั้นต้น ในพื้นที่บนแนวปะการังที่แตกหักจนถึงดินภูเขาไฟสีดำที่ระดับความสูง 35 - 900 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงได้ถึง 35 เมตร ขนาดเส้นผ่านศุนย์กลางลำต้น 15-35 ซม.ลำต้นหยาบสีเทามีร่องรอยวงแผลเป็นสีน้ำตาลระยะห่าง12-14ซม. crownshaft ยาว 1.3 - 1.5เมตร กว้าง 25 - 40 ซม. มีใบในมงกุฎ 15-17 ใบ กาบใบยาว 1.2 - 1.5 เมตร.ใบรูปขนนก(pinnate) ก้านใบสั้น ทางใบมีความยาว 3 - 4 เมตร สีขาวอมน้ำตาล ใบย่อยรูปขอบขนานเชิงเส้น 100-120 คู่ เรียงในระนาบเดียวไม่เป็นระเบียบ พื้นผิวด้านข้างไปยังด้านบนของก้านใบสีเขียวเข้มมีเกล็ดสีน้ำตาลเข้มคล้ำอยู่ใกล้กับฐานของใบย่อย ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) ช่อดอกขนาดใหญ่ออกใต้ใบ (infrafoliar) ล้อมรอบด้วยกาบสีเทาหยาบ หลังจากเปิดแล้ว ช่อดอกจะยาวได้ถึง 1.30 เมตร และกว้างถึง 1.50 เมตร. บนก้านดอกที่แข็งแรงยาว 8 -10 ซม. และกว้าง 10 ซม.ช่อดอกมีรูปร่างซับซ้อน แตกกิ่งเป็น 3 กิ่ง กระจายไปคนละทิศละทาง ยาวสูงสุด 75 ซม. และกว้างสูงสุด 7 ซม.ดอกจมอยู่ในหลุมเล็กๆ เรียงกันเป็น 3 ดอก เกิดจากดอกเพศเมีย 1 ดอกและเพศผู้ 2 ดอก ผลรีรูปไข่ ผลอ่อนสีเหลืองเมื่อสุกสีแดง ขนาด 3 - 3.5 ซม. มีเมล็ด 1 เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม ยาว 3.1 ซม.กว้าง 1.6 ซม.
- Rhopaloblaste ceramica เป็นปาล์มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุลนี้และสามารถแยกแยะได้ง่ายด้วยผลขนาดใหญ่ที่ไม่สมมาตร
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้เฉพาะในสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนและอบอุ่น (USDA Zone 10b) เนื่องจากไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 °C เป็นเวลานานได้ พืชที่อายุน้อยชอบตำแหน่งที่ร่มรื่น มีที่กำบังจากลม แต่พืชที่โตเต็มวัยจะเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดเต็มว้น (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงตำแหน่งแสงแดดโดยตรงส่องถึง (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย) ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับชนิดของดินแต่ชอบดินชื้นสม่ำเสมอและระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโตเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน หัวใจปาล์มสามารถกินได้เป็นผัก ไม้ใช้สำหรับหัวลูกศรและกระดานสำหรับบ้าน
ใช้ปลูกประดับ--- เป็นที่นิยมเพาะปลูกและใช้เป็นไม้ประดับในเอเชียใต้
ขยายพันธุ์---เมล็ด

Malaysian walking Stick Palm /Rhopaloblaste singaporensis

[roh-pah-loh-BLAHS-teh] [sing-ah-por-EN-sis]


Picture 1---Kepong, Selangor, Malaysia.Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_singaporensis
Picture 2---Singapore. Photo by Dr. Scott Zona.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_singaporensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Rhopaloblaste singaporensis (Becc.) Benth. & Hook.f.(1883)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:669608-1#synonyms
---Basionym: Ptychosperma singaporensis Becc.(1877) https://www.gbif.org/species/2739234
---Drymophloeus singaporensis (Becc.) Hook.f.(1884)
---Ptychoraphis longiflora Ridl.(1904)
---Ptychoraphis singaporensis (Becc.) Becc.(1885)
ชื่อสามัญ---Malaysian walking stick palm, Singapore Walking Stick Palm, Kerinting palm  
ชื่ออื่น---[INDONESIA: Kerintin.];[JAPANESE: Himenikoparuyashi, Shingapôruyashi.];[MALAYSIA: Kerinting, Rinting.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---RPBSI (Preferred name: Rhopaloblaste singaporensis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---มาเลเซีย สิงคโปร์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Rhopaloblaste' เป็นการรวมกันของคำภาษากรีก"ρόπαλον" (rhopalon) = กระบองและ "βλαστός" (blastos) = ตัวอ่อน อ้างอิงถึงตัวอ่อนขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนกระบอง ; ชื่อสายพันธุ์ 'singaporensis' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน หมายถึง 'ของสิงคโปร์'
Rhopaloblaste singaporensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลีได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย George Bentham (1800-1884) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษและ Sir Joseph Dalton Hooker (1817-1911) นักพฤกษศาสตร์นักชีววิทยาและศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2426


Picture 1---Singapore. Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb. https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_singaporensis
Picture 2---Singapore. Photo by Chow Khoon Yeo.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_singaporensis

ที่อยู่อาศัย---ถิ่นกำเนิดที่อยู่จำกัดเฉพาะสิงคโปร์และมาเลเซีย ในมาเลเซียพบบ่อยที่สุดในยะโฮร์ จากปะหัง เประ และพื้นที่ใกล้อีโปะห์ พบในป่าเต็งรังที่ระดับความสูง 180 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ลักษณะ---เป็นสายพันธุ์เดียวของ Rhopaloblaste ที่มีการจัดกลุ่มลำต้น ลักษณะลำต้นตั้งตรง สเลนเดอร์ มีไม่กี่ลำต้น สูงถึง 3-5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 2 - 4 ซม.สีเทาหรือน้ำตาล มีวงรอยแผลเป็นของใบที่ร่วง เด่นชัด ระยะห่าง 3 - 5 ซม. ในมงกุฎมี 5-8ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) มีการแบ่งละเอียดมากสีเขียวมันวาว  ทางใบยาว 60-70 ซม. คลุมด้วยเกล็ดสีน้ำตาล ฐานทางใบยังคงแห้งเป็นเวลานานหลังจากใบตายทับซ้อนกัน และครอบคลุมส่วนปลายของลำต้นยาวเหยียด ช่อดอกออกใต้คอยอด (infrafoliar) ยาว 20-35 ซม.ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน (monoecious) ดอกจัดเรียงเป็นกลุ่มๆละ 3 ดอก (ดอกเพศเมียอยู่ระหว่างดอกเพศผู้สองดอก) ยกเว้นในส่วนขั้วของ rachillae (การแตกกิ่งรองของช่อดอก) ที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ ผล ยาว 1-1.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8ซม.สีส้มเหลืองถึงแดงเมื่อสุก มี1เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลเหลืองยาว 6 - 7 มม.เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 - 0.7 มม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกเลี้ยงได้เฉพาะในเขตภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น (USDA Zone 10b-11) ในตำแหน่งแสงแดดจัดที่มีที่กำบังลม หรือร่มเงาบางส่วน ต้องการดินร่วนที่ชื้นสม่ำเสมอมีการระบายน้ำดี และมีความชื้นในอากาศสูง อัตราการเจริญเติบโตเร็วปานกลาง การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นตลอดเวลาแต่ไม่มากเกินไปอาจทำให้รากเน่า และอย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ ในที่ที่มีอากาศแห้งมาก ให้พ่นละอองด้วยน้ำที่ไม่เป็นด่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดจุดที่ไม่สวยงามบนใบไม้ เว้นระยะการรดน้ำในฤดูหนาวแต่อย่าให้แห้งสนิท
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน บางครั้งผลไม้นั้นใช้เคี้ยว กินแบบ หมากพลู (Areca catechu)
ใช้ปลูกประดับ--- เหมาะสำหรับสวนขนาดเล็กเนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่โตมาก สวยกระทัดรัด ตอนเป็นปาล์มต้นน้อยปลูกเป็นไม้กระถางตกแต่งภายในได้ดี (ปลูกในกระถางสำหรับตกแต่งพื้นที่ภายในที่ส่องสว่าง โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวไม่ต่ำกว่า 18 °C )
อื่น ๆ--- ลำต้นใช้สำหรับทำที่จับและทำไม้เท้ามากที่สุด เลยได้ชื่อสามัญ Walking Stick Palm ตามนั้น
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการกระจายที่ค่อนข้างกว้าง R. singaporensis ไม่อาจถูกคุกคามในระดับโลกภายใต้เกณฑ์ของ IUCN ถูกวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความเสี่ยงต่ำกว่า/ขึ้นอยู่กับการอนุรักษ์ '
สถานะการอนุรักษ์---Lower Risk/conservation dependent  - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Saw, LG 1998. Rhopaloblaste singaporensis. IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38683A10137950 https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38683A10137950.en. เข้าถึงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2566 .
การดำเนินการอนุรักษ์---* ในขณะที่ประชากรมาเลเซียบางส่วนเกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครอง แต่ช่วงของสายพันธุ์ก็ลดลงอย่างมาก ปัจจุบันมีการแพร่กระจายอย่างเบาบางในสิงคโปร์ (Loo, pers. comm.) และประชากร Perak ถูกคุกคามอย่างสูง (Saw, pers. comm.) (R. Banka และ WJ Baker. 2004)/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Rhopaloblaste_singaporensis
ขยายพันธุ์---*การเพาะเมล็ด ทำความสะอาดเยื่อกระดาษก่อนหน้านี้และแช่ไว้ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 2 วัน ในดินร่วนโปร่งระบายน้ำและอากาศได้ดี รักษาความชื้นที่อุณหภูมิ 26-28 °C ใช้ระยะเวลาในการงอก 3-4 เดือน https://www.monaconatureencyclopedia.com/rhopaloblaste-singaporensis-2/?lang=en


สกุล Sabinaria (Sah-bih-nah-REE-ah) เป็นปาล์มสกุลใหม่ (Cryosophileae, Coryphoideae, Arecaceae) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธุ์ในสกุล คือ Sabinaria magnifica หรือเรียกว่า Girasol Palm มีถิ่นกำเนิดใน Darién Gap ที่ชายแดนระหว่างโคลัมเบียและปานามา แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนขับล่อในท้องถิ่น แต่สายพันธุ์นี้ได้รับการเก็บรวบรวมเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน 2013 โดย Saúl Hoyos และอธิบายทางวิทยาศาสตร์โดยผู้เชี่ยวชาญปาล์มโคลอมเบีย Gloria Galeano และ  Rodrigo Bernal ที่ตั้งชื่อสกุล Sabinaria ตามชื่อลูกสาวของพวกเขา Sabina Bernal Galeano มันได้รับการอธิบายว่าเป็น "ต้นปาล์มโคลัมเบียที่สวยที่สุด" สกุลที่มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิดคือสกุลItaya

Girasol Palm /Sabinaria magnifica

[Sah-bih-nah-REE-ah] [mag-nih-FEE-kah]


Picture 1, 2---Capurganá, โคลัมเบีย ภาพถ่ายโดย Ibguomeva. https://www.palmpedia.net/wiki/Sabinaria_magnifica

ชื่อวิทยาศาสตร์---Sabinaria magnifica Galeano & R.Bernal (2013)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77134378-1
ชื่อสามัญ---Girasol Palm
ชื่ออื่น---[SPANISH: Sabinaria.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โคลัมเบีย ปานามา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Sabinaria' ตั้งชื่อตามลูกสาวของผู้ค้นพบ Gloria Galeano และ Rodrigo Bernal; Sabina Bernal Galeano (1995-) ที่มีคำต่อท้าย –ria ถูกเลือกโดยพลการ ตามศิลปะ 20 แห่งประมวลกฎหมายการตั้งชื่อสากล (McNeill et al.2012) ; ชื่อสายพันธุ์จากภาษาละติน 'magnifica' หมายถึงลักษณะที่สวยงามโดดเด่นของปาล์ม
- ชื่อสามัญ ในภาษาสเปน 'girasol' แปลว่า ดอกทานตะวัน
Sabinaria magnifica เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Gloria Amparo Galeano Garcés (1958–2016) นักพฤกษศาสตร์และนักปฐพีวิทยาชาวโคลอมเบีย และ Rodrigo Bernal González (เกิด1959 )นักพฤกษศาสตร์ชาวโคลอมเบีย ในปี พ.ศ.2556

 

Picture 1---Capurganá, โคลัมเบีย ภาพถ่ายโดย Ibguomeva.https://www.palmpedia.net/wiki/Sabinaria_magnifica -S. magnifica  
Picture 2---ช่อดอก Photo:http://www.pacsoa.org.au.

ที่อยู่อาศัย---เป็นที่รู้จักเฉพาะในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ฐานของ Serranía del Darién ใน Department of Chocó ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย ระดับความสูงระหว่าง 100 ถึง 250 เมตร.พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากชายแดนโคลอมเบีย-ปานามาไม่ถึง 1 กิโลเมตร พื้นที่นี้ถูกปกคลุมด้วยการเปลี่ยนผ่านของป่าดิบชื้นก่อนภูเขา (BMh-PM) ในระบบโซนชีวิตของโฮลริดจ์ (IGAC 1977) โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 3000 มม.
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 1-6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 9–12 ซม. สีน้ำตาลอ่อนผิวเรียบมีแผลเป็นจากใบไม่เด่น มีใบในมงกุฎ 20-35 ใบ ใบรูปพัด (palmate) ความยาวรวมของกาบใบและก้านใบประมาณ 3.2 เมตร ความกว้างของแผ่นใบ 1.4-1.6 เมตร ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนลึกลงไปจนถึงโคนใบมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ ด้านบนใบสีเขียวมันวาว ด้านล่างใบสีขาวเงิน ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ 30 ซม.ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ผลิตดอกไม้ทั้งเพศผู้และเพศเมียสีขาว ดอกเพศผู้อยู่ที่ปลายช่อดอก ในขณะที่ ดอกเพศเมีย อยู่ใกล้กับฐานและล้อมรอบไปด้วยกาบขนาดใหญ่ ผลไม้อัดแน่นและซ่อนอยู่ตามโคนใบ มักมีเศษขยะปกคลุม ผลอ่อนสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง และสีดำเมื่อสุก ขนาด กว้าง 3-3.6 ซม. ยาว 3.6-4.4 ซม.มีเมล็ด 1เมล็ด ขนาดกว้าง 2.2-2.3 ซม.ยาว2.4-2.7ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---มีแนวโน้มว่าจะทำได้ดีในสภาพอากาศแบบเขตร้อนชื้น อาศัยอยู่ในความชื้นที่ร่มรื่น
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ไม่ค่อยมีใครรู้จักปาล์มนี้มากนักเนื่องจากเพิ่งอธิบายครั้งแรกในปี พ.ศ.2556
ใช้ปลูกประดับ--- * S.magnifica นั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้ต้นปาล์มประดับที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดชนิดหนึ่งของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย (RPS.com) https://www.palmpedia.net/wiki/Sabinaria_magnifica -S. magnifica
อื่น ๆ---ใบไม้ถูกใช้อย่างไม่ตั้งใจเหมือนร่ม
ภัยคุกคาม---* มีข้อมูลน้อยเกินไปเกี่ยวกับการกระจายของSabinaria magnificaและการประเมินสถานะการอนุรักษ์ตามพารามิเตอร์ของ IUCN จึงไม่สามารถทำได้ในปัจจุบัน พื้นที่ที่ต้นปาล์มเติบโตมีป่ากว้างยาวหลายกิโลเมตรทั้งสองฝั่งของชายแดนโคลอมเบีย-ปานามา และต้นปาล์มก็อุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่น โดยมีต้นโตเต็มวัยหลายร้อยต้นในทุกขนาด ดูเหมือนว่าไม่มีภัยคุกคามร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นี้ แม้ว่าจะมีการตัดไม้แบบเลือกปฏิบัติ และโซนนี้อยู่ใกล้กับภูมิภาคอูราบา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกทำลายป่าอย่างรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโคลอมเบีย ด้วยเหตุนี้ การคุ้มครองพื้นที่นี้จึงควรได้รับการจัดลำดับความสำคัญสูง โดยพิจารณาจากความเกี่ยวข้องทางชีวภูมิศาสตร์ที่สำคัญ การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองของรัฐและเอกชนในเขตนี้ควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง http://pacsoa.org.au/wiki/Sabinaria_magnifica
สถานะการอนุรักษ์---NE -Not Evaluated (ไม่ได้รับประเมิน) - IUCN Red List of Threatened Species.
สถานะการอนุรักษ์ในท้องถิ่น---National Red List of Colombia (2021): VU B1ab(iii).
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล saribus (sahr-EE-buhs) เป็นประเภทของปาล์มพื้นเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ , Papuasia และ หมู่เกาะแปซิฟิก เป็นปาล์มพัด (costapalmate) ทีมีใบกับก้านใบมีหนาม Livistona มีความสัมพันธ์กับสกุล Saribus และ Saribus ถูกรวมอยู่ใน Livistona อย่างไรก็ตามการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้สนับสนุนการแยกของทั้งสองกลุ่มในเดือนกันยายน 2554 หลังจากการวิจัยดีเอ็นเอการจัดประเภทใหม่จากLivistona สู่การฟื้นคืนชีพของ Saribus เป็นทางการ ชื่อสายพันธุ์ที่ยอมรับได้ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Saribus brevifolius (Dowe & Mogea) Bacon & W.J.Baker -  เกาะราชาอัมพัตในอินโดนีเซีย
2 Saribus chocolatinus (Dowe) Bacon & W.J.Baker - ปาปัวนิวกินี
3 Saribus jeanneneyi (Becc.) Bacon & W.J.Baker -นิวแคลิโดเนีย
4 Saribus merrillii (Becc.) Bacon & W.J.Baker - ฟิลิปปินส์
5 Saribus papuanus (Becc.) Kuntze - นิวกินี
6 Saribus rotundifolius (Lam.) Mart. – An?haw - ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี โมลุกุ  (ดูที่ปาล์ม 5 ปาล์มยะวา Livistona )
7 Saribus surru (Dowe & Barfod) Bacon & W.J.Baker - ปาปัวนิวกินี
8 Saribus tothur (Dowe & Barfod) Bacon & W.J.Baker -นิวกินี
9 Saribus woodfordii (Ridl.) Bacon & W.J.Baker - นิวกินี, หมู่เกาะโซโลมอน

Tothur Palm /Saribus tothur

[sahr-EE-buhs] [TOH-toor]


Picture 1---Nong Nooch Tropical Botanical Gardens. Photo by Michael Merritt.https://www.palmpedia.net/wiki/Saribus_tothur
Picture 2---Niau, Papua New Guinea. "Inflorescence Branched to 5 Orders". Photo by Dr. William J. Baker, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.https://www.palmpedia.net/wiki/Saribus_tothur

ชื่อวิทยาศาสตร์---Saribus tothur (Dowe & Barfod) Bacon & W.J.Baker (2011)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-468462
---Basionym: Livistona tothur Dowe & Barfod (2001).https://www.gbif.org/species/8307991
ชื่อสามัญ---Tothur Palm
ชื่ออื่น---[INDONESIA/PHILLIPPINES:Tot-hur, Yu Bbraal (Bewani language).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---LIVSS (Preferred name: Livistona sp.)
---Livistonaมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับสกุล Saribusและในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ครึ่งหนึ่งของ Saribusก็รวมอยู่ใน Livistona อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดได้สนับสนุนให้แยกทั้งสองกลุ่มออกจากกัน
ถิ่นกำเนิด---ทวีปออสเตรเลีย: โอเชียเนีย
เขตกระจายพันธุ์---ออสเตรเลีย: รัฐควีนส์แลนด์ตอนเหนือ, ปาปัวนิวกินี
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Saribus' มาจากชื่อท้องถิ่นในภาษา Maluku คือ 'sariboe' ตามที่ชาวดัตช์บันทึกไว้ ; ชื่อสปีชีส์ 'tothur' มาจากภาษาพื้นเมืองว่า tot-hur ใช้ในพื้นที่ Bewani, West Sepik Prov.,ปาปัวนิวกินี
Saribus tothur เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Leslie Dowe (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2536) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียและ Anders Sánchez Barfod (เกิดปี 1957) นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Christine D. Bacon (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2554) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน และ William John Baker (1972– ) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2554
ที่อยู่อาศัย--- ปาปัวนิวกินี.ในเทือกเขา Oenake ของ West Sepik Prov เติบโตในป่าฝนบนสันเขาหินปูนและหินแปรที่ระดับความสูง 400-600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 20 แมตร.ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-20 ซม. ร่องรอยแผลเป็นเกิดจากใบนูนเล็กน้อย แคบ สีเทาเข้ม ใบรูปพัด (costapalmate) มีใบในมงกุฏ 20-40 ใบ ก้านใบยาว 1.5-2 เมตร ขนาดใบ ยาว 1.5-2 เมตร กว้าง 1.2-1.5 เมตร ขอบใบจักลึกหนึ่งในสามส่วนของใบ ด้านบนสีน้ำเงินเขียว ด้านล่างสีฟ้าเขึยว ใบกับก้านใบมีหนาม ช่อดอกออกใต้ใบ (infrafoliar) ช่อดอกแยกออกเป็นสามส่วน กิ่งแยกเป็น 3 ลำดับ แต่ละแกนยาว ยาวประมาณ 2 เมตร ไม่เกินขอบมงกุฎ มีช่อดอก 5-6 ช่อ กาบมีปลอกหลวม ดอกแยกเพศอยู่่ร่วมต้น (monoecious) ดอกไม้ (กลีบเลี้ยง กลีบดอก และ carpels)เป็นสีแดง ผลกลม ก้นแบน เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-4.3 ซม. เมื่อสุกสีส้มเป็นมันเงา
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ในการเพาะปลูกยังคงหายากมาก แต่จะประสบความสำเร็จในภูมิอากาศเขตร้อน และเขตอบอุ่นที่หลากหลาย (Cold Hardiness Zone: 10b) ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินชื้นมีการระบายน้ำดี สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนามที่ใบและก้านใบ ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ใช้เป็นพืชสวนทั่วไปในภูมิภาค
ใช้อื่น ๆ---ใบไม้ใช้ทำหลังคาและร่ม ลำต้นทำคันธนู
- เกลือได้มาจากเถ้าของก้านใบที่ถูกเผา
ภัยคุกคาม---เนื่องจากอาจถูกคุกคามจากการใช้ทางชีวภาพและอาจเสี่ยงต่อการทำลายป่าจากการตัดไม้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List เป็นประเภท "ใกล้สูญพันธุ์"  มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในป่า (ความเสี่ยงสูงมากต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคต)
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species. (2020)
Jimbo, T. & Kipiro, W. 2021. Saribus tothur. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T189126177A189758757. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-3.RLTS.T189126177A189758757.en. Accessed on 01 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/189126177/189758757
ขอแนะนำให้มีการพัฒนาการอนุรักษ์สำหรับสายพันธุ์ นอกจากนี้ จำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับชนิดพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับท้องที่และจำนวนประชากร
ระยะออกดอก/ติดผล---พฤศจิกายน-มกราคม/ กุมภาพันธ์-มีนาคม
ขยายพันธุ์---เมล็ด


สกุล Satranala (sah-trah-NAH-lah) เป็น Monotypic genus มีเพียงสายพันธุ์เดียวคือ Satranala decussilvae ประเภทปาล์มที่มีถิ่นที่อยู่ในมาดากัสการ์และถูกคุกคามโดยการสูยเสียที่อยู่อาศัย  ต้นปาล์มที่ผิดปกตินี้ถูกค้นพบครั้งแรกโดย Royal Botanic Gardens, Kew ในปี 1991 และมีความโดดเด่นพอที่จะวางไว้ในสกุลของตัวเอง ใบเป็นรูปพัด สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของต้นปาล์มนี้คือขนชั้นในเมล็ดซึ่งมีสันครีบและหน้าแปลนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในหมู่ต้นปาล์มในภูมิภาคซึ่งโดยทั่วไปแล้วเมล็ดจะเรียบ ในความเป็นจริงเมล็ดเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่คล้ายคลึงกันกับปาล์มอื่น ๆเพียงไม่กี่ชนิดบนเกาะที่ห่างไกลของนิวกีนี (eol.org)

Satranabe Palm /Satranala decussilvae

[sah-trah-NAH-lah] [deh-koos-SIHL-veh]


Picture 1, 2---เขตสงวน Ambodiriana - Manompana มาดากัสการ์ "ภาพถ่ายโดย Olivier Reilhes".https://www.palmpedia.net/wiki/Satranala_decussilvae

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Satranala decussilvae Beentje & J.Dransf.(1995)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.com/tpl/record/kew-185419
ชื่อสามัญ---Satranabe (Betsimisaraka). ; Satranabe Palm, Forest Bismarckia.
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Satranabe (Betsimisaraka).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ZATDE (Preferred name: Satranala decussilvae.)
ถิ่นกำเนิด--- ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุลตามชื่อภาษามาลากาซี satranala— forest fan palm. (Dransfield, J., Uhl, N., Asmussen, C., Baker, W.J., Harley, M. & Lewis, C. 2008: Genera Palmarum. The evolution and classification of palms) ; ชื่อสายพันธุ์ 'decussilvae' มาจากภาษาละตินความหมาย; 'อัญมณีแห่งป่า'
Satranala decussilvae เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยHenk Beentje (เกิดปี 2494) นักพฤกษศาสตร์ชาวดัตช์และ John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ.2538


Picture 1---1988-Habitat Photo: Phil Arrowsmith.https://www.palmpedia.net/wiki/Satranala_decussilvae
Picture 2---Ambodiriana reserve - Manompana, Madagascar. "Photo by Olivier Reilhes". https://www.palmpedia.net/wiki/Satranala_decussilvae

ที่อยู่อาศัย---เฉพาะถิ่น (endemic) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจาก 5 แห่งที่กระจัดกระจายระหว่าง Soanierana Ivongo และคาบสมุทร Masoala เกิดขึ้นในป่าที่ลุ่มชื้นบนดินตื้น ๆที่วางตัวอยู่เหนือหิน ultramafic หรือควอตไซต์ ที่ระดับความสูง 10- 600 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูง 8-15 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 15-18 ซม. ลำต้นแข็งเแกร่งค่อนข้างบวมที่โคนมีรากอากาศอยู่เหนือโคนลำต้น ลำต้นมีรอยแผลเป็นจากใบไม่สม่ำเสมอ ระยะห่าง 8-10 ซม.รอยแผลเป็นที่แผลกว้าง 1.5 ซม.มีใบ 20-24 ใบในมงกุฎ คอยอดยาว 45-60 ซม.ใบรูปพัด (costapalmate) ก้านใบ 1.4-1.5 เมตร  จาก hastula ถึงยอด 110-180 ซม., กว้าง 240-260 ซม. ตามแนวแกนมีไขสีขาวเด่นชัด ผิวทั้งสองมีเกล็ดขนาดใหญ่จำนวนมากใกล้โคน ปลายมีเกล็ดสีน้ำตาลเล็กๆ เล็กน้อย ช่อดอกเพศผู้ออกระหว่างใบ (interfoliar)โค้งและแผ่ ยาว 2.3 เมตร ช่อดอกเพศผู้ โค้งขยาย ยาว 230 ซม. ก้านช่อดอกยาวประมาณ 45 ซม ช่อดอกเพศเมียคล้ายเพศผู้ยาว 28-30 ซม.ผลรูปไข่เกือบกลมเมื่อสุกสีม่วงดำมันวาว ขนาด 5.6x5 ซม. ผลมีเนื้อค่อนข้างแห้งหนา 1 ซม.พื้นผิวด้านนอกเป็นสันครีบ 6 สันเห็นได้ชัดเจน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---พืชในเขตร้อน/กึ่งร้อนชื้น (Cold Hardiness Zone: 10a ) ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) หรือร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ต้องการดินลึกที่มีการระบายน้ำดี อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์--- เมล็ดพันธุ์นี้จะถูกเก็บเกี่ยวและส่งออกเพื่อตลาดพืชสวนระหว่างประเทศ ใบจะถูกเก็บเกี่ยวเพื่อใช้สำหรับมุง
สถานภาพ---เป็นพืชเฉพาะถิ่นของมาดากัสการ์ [พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ผ่านการกวาดล้างเพื่อการทำไร่หมุนเวียนและการทำไม้ การเก็บเกี่ยวใบสำหรับมุงและเมล็ดเพื่อการค้าระหว่างประเทศ มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในขอบเขตและคุณภาพของที่อยู่อาศัย มีจำนวนประชากรวัยเจริญพันธุ์เหลืออยู่ประมาณ 200 ต้นในป่า ไม่ทราบแนวโน้มประชากรในปัจจุบัน ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED B1ab(iii)+2ab(iii); D - ver 3.1 -  IUCN Red List of Threatened Species (2012)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Satranala decussilvae . IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T38696A2883367 https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T38696A2883367.en . เข้าถึงเมื่อ 02 สิงหาคม 2566 .
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38696/2883367
สายพันธุ์นี้ได้รับการคุ้มครองภายในอุทยานแห่งชาติ Mananaraและอุทยานแห่งชาติ Masoala จำเป็นต้องมีการควบคุมและติดตามการเก็บเกี่ยวและการค้า
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน                                                                                                                         - - เมื่อเมล็ดงอกก้านใบเลี้ยงยื่นออกมาจากเอนโดคาร์ปซึ่งอ้าค้างเล็กน้อยตามยอดหลัก เอนโดคาร์ปจึงดูเหมือนวอลนัทที่มีสองลิ้น ไม่มีปาล์มชนิดอื่นที่เรารู้จักงอกด้วยวิธีนี้ (J. Dransfield และ H. Beentje. 1995)/Palmweb https://www.palmpedia.net/wiki/Satranala_decussilvae


สกุล Schippia (skip-EE-ah) เป็น Monotypic genus  มีเพียงสายพันธุ์เดียว คือ Schippia concolor มีถิ่นกำเนิดในประเทศเบลีซและกัวเตมาลา สายพันธุ์นี้ถูกค้นพบโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียWilliam A. Schippในปี 1932และอธิบายโดยMax Burretนักอนุกรมวิธานชาวเยอรมันในปี 1933 Burret ตั้งชื่อสกุลเพื่อเป็นเกียรติแก่ Schipp โฮโลไทป์ที่เป็นพื้นฐานของสปีชีส์ (และสกุล) คือคอลเล็กชันของสคิปป์ กำหนดหมายเลขคอลเล็กชัน S367 ตัวอย่างนี้ถูกทำลายเมื่อ Berlin Herbarium ถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

Silver Pimento /Schippia concolor

[skip-EE-ah] [kohn-kohl'-ohr]

                                     

Picture 1---Stuart, FL. Photo by Chris. https://www.palmpedia.net/wiki/Schippia_concolor
Picture 2---Fairchild Tropical Botanic Garden, Coral Gables, Florida. Photo by Arielle Simon                          .https://www.palmpedia.net/wiki/Schippia_concolor

ชื่อวิทยาศาสตร์---Schippia concolor Burret (1933)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl/record/kew-187845
ชื่อสามัญ---Mountain Pimento, Mountain pimento palm, Silver Pimento, Silver pimento palm
ชื่ออื่น---Unknown
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---ZHICO (Preferred name: Schippia concolor.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เบลีซ, กัวเตมาลา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Schippia' ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ William Augustus Schipp (1891-2510) นักสำรวจทางพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ผู้ค้นพบสายพันธุ์ในเบลีซ ; ชื่อเฉพาะ 'concolor' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน“ cóncolor, oris” = มีสีเดียวกันสีสม่ำเสมอโดยอ้างอิงกับสีเกือบเท่ากันทั้งสองด้านของใบไม้
Schippia concolor เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Ewald Maximilian Burret (1883–1964) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2476
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในเบลีซและกัวเตมาลา จำกัดพื้นที่อยู่เฉพาะ Mountain Pine Ridge และ Cayo District พบบริเวณสันเขาและยอดเขา กระจัดกระจายในป่าดิบชื้น ที่เปิดและปิด ที่ระดับความสูง 500 เมตร
ลักษณะ---ดูทั่วไปจะคล้าย Coccothrinax ซึ่งใบมีสีเงินอยู่ด้านล่าง แต่ Schippia ใบจะมีสีเขียวทั้งสองด้าน เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5-10ซม.ลำต้นมีวงรอยแผลเป็นที่เกิดจากใบเก่าที่หลุดร่วงมักถูกปกคลุมไปด้วยซากของใบไม้ที่แห้งและตาย ใบรูปพัด (palmate) มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร.ขอบใบจักลึก มี 6-15 ใบ ก้านใบยาว 2 เมตร มีสีเขียวทั้งสองด้านของแผ่นใบ ข่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาวประมาณ 60 ซม.แตกแขนงออกเป็น 2-3 กิ่งและช่อดอกย่อยมีหลายดอกที่มีก้่นดอกเดี่ยวเรียงเป็นเกลียว ดอกกระเทย (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) อยู่ที่โคน 6 ดอกและดอกเพศผู้อยู่ที่ปลาย ผลกลมสีเขียวอ่อน เมื่อสุกสีขาวนวล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม.มีเมล็ดกลม 1 เมล็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปาล์มชนิดนี้ปลูกได้ง่ายในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 9b-10b) ต้องการแสงแดดบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงบ่าย) หรือ ร่มบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) เติบโตได้ในดินทุกชนิดแต่ดินต้องมีการระบายน้ำดี ชอบดินที่เป็นกรดเล็กน้อยหรือเป็รด้างเล๋กน้อย ทนอุณหภูทิต่ำสุดถึง (-2°C) - (-3°C) ได้ยาวนาน สามารถรับแสงแดดโดยตรงได้ตั้งแต่อายุยังน้อย อัตราการเจริญเติบโต ช้ามาก เวลา10 ปี จะสูง 30-60 ซม.เท่านั้น
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสม ในฟลอริดานิยมใช้ในงานแลนด์สเคป นอกจากนี้ยังเหมาะปลูกเป็นไม้กระถางเพื่อประดับพื้นที่ภายในได้ดีโดยปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่แสงไม่จ้าเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 16 °C
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามจากกิจกรรมการตัดไม้และการเพิ่มการตั้งถิ่นฐานและการเกษตร ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ถูกจัดวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท "เประบาง" มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE B1ab(iii)+2ab(iii) - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species (2021)
Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E. & Samain, M.-S. 2022. Schippia concolor. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T38697A204727600. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T38697A204727600.en. เข้าถึงเมื่อ 03 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38697/204727600
มี 19 คอลเลคชัน นอกแหล่งกำเนิด (BGCI 2021)ชนิดนี้ได้รับการประเมินว่าถูกคุกคาม (E) ในปี 1997 (Walter and Gillett 1998) และ 1998 (VU) โดย IUCN Red List (Johnson 1998) สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นใน Victoria Park; และป่าสงวนลุ่มแม่น้ำลึกและสันเขาไพน์ ขอแนะนำให้กำหนดกิจกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ทางเลือกในการดำรงชีวิตแทนการทำลายป่า ข้อบังคับทางกฎหมาย และการชำระเงินเพื่อการอนุรักษ์ ในทำนองเดียวกัน การติดตามแนวโน้มที่อยู่อาศัยก็จะเป็นประโยชน์
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด งอกง่าย ระยะเวลางอกเริ่มตั้งแต่ 1-3 เดือน ก่อนหน้านี้เก็บไว้ในน้ำเป็นเวลา 3 วัน ในดินร่วนระบายน้ำที่มีความชื้น ที่อุณหภูมิ 28-30 °C
* Schippia concolor แสดงกลยุทธ์ที่ผิดปกติในการถ่ายโอนทรัพยากรที่เก็บไว้ทั้งหมดจากเมล็ดไปยังต้นกล้าก่อนที่จะมีการเจริญเติบโตเกิดขึ้น
- ในพืชส่วนใหญ่ ต้นกล้ายังคงติดอยู่กับเมล็ด ค่อยๆ ใช้ทรัพยากรที่เก็บไว้เพื่อการเจริญเติบโต จนกว่าทรัพยากรเหล่านั้นจะหมดลง เมื่อถึงจุดนั้น ความสัมพันธ์ก็เหี่ยวเฉาและแยกส่วนที่ยังเหลือของเมล็ดออก (Pinheiro, Claudio Urbano B. (2001). "กลยุทธ์การงอกของปาล์ม: กรณีของ Schippia concolor Burret ในเบลีซ". Brittonia. 53 (4): 519–527.)
- 8 ถึง 9 วันหลังจากที่เมล็ดได้รับน้ำ ใบเลี้ยงจะขยาย ดันออกจากเมล็ด และเติบโตลงไปในดิน ประมาณ 20 วันหลังการงอก ใบเลี้ยงจะมีความยาวประมาณ 15 ซม.และเริ่มบวม เมื่อถึงวันที่ 30 ส่วนล่าง 3 หรือ 4 ซม.จะบวม และมีการระดมสำรองประมาณครึ่งหนึ่งในเมล็ด ในเวลานี้รากอ่อน (ราก) จะปรากฏขึ้น 60 วันหลังจากเมล็ดงอกเสร็จสิ้นการย้ายจองจากเมล็ด แต่หลังจาก 80 หรือ 90 วันที่หน่ออ่อน (ขนนก) โผล่ออกมาจากใบเลี้ยง (Pinheiro, Claudio Urbano B. (2001). "กลยุทธ์การงอกของปาล์ม: กรณีของ Schippia concolor Burret ในเบลีซ". Brittonia. 53 (4): 519–527.) https://www.palmpedia.net/wiki/Schippia_concolor


สกุล Socratea (sohc-rah-TEH-ah) เป็นสกุลปาล์ม ที่พบในเขตร้อนอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่า Socratea สามารถย้ายออกไปจากจุดที่มันงอกโดยการเติบโตของรากในด้านหนึ่งและละทิ้งมันไปอีกด้านหนึ่ง ความพยายามตรวจสอบพฤติกรรมนี้ล้มเหลว มี 5 สายพันธุ์ที่ยอมรับ ได้แก่
1 Socratea exorrhiza (Mart.) H.Wendl - คอสตาริกา, นิการากัว, ปานามา, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, Guianas, เปรู, เอกวาดอร์, โบลิเวีย, บราซิล (สหรัฐอเมริกา Amazonas, Amapá, Mato Grosso, Pará, Rondônia, Roraima)
2 Socratea hecatonandra (Dugand) R.Bernal - โคลัมเบีย, เอกวาดอร์
3 Socratea montana R.Bernal & AJHend - โคลัมเบียเอกวาดอร์
4 Socratea rostrata Burret - เปรู, โคลัมเบีย, เอกวาดอร์
5 Socratea salazarii H.E. เพิ่มเติม - เปรู, โบลิเวีย, บราซิลตะวันตก (State of Acre)
(แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)

Walking Palm /Socratea exorrhiza

[sohc-rah-TEH-ah] [eks-ohr-REE-saw]

                                       

Picture 1---Jeff Anderson giving scale. Wilson Botanical Garden in Costa Rica.Photo by Jeff Anderson.https://www.palmpedia.net/wiki/Socratea_exorrhiza
Picture 2---Hawaii. Photo by BGL. https://www.palmpedia.net/wiki/Socratea_exorrhiza

ชื่อวิทยาศาสตร์---Socratea exorrhiza (Mart.) H.Wendl.(1860)
ชื่อพ้อง---Has 14 Synonyms.
---Basionym: Iriartea exorrhiza Mart.(1824).https://www.gbif.org/species/2732453
---More.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:1200702-2#synonyms
ชื่อสามัญ---Walking Palm, Rasp palm, Cashapona
ชื่ออื่น---[PORTUGUESE: Castiçal, Paxiubinha, Paxiúba.];[SPANISH: Huacrapona, Zancona, Jira, Palma de Zancos, Cashapona, Pona.] ; [SWEDISH: Paxiubapalm.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---SOQEX (Preferred name: Socratea exorrhiza.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย, เปรู, บราซิล, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, กายอานา, นิคารากัว
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Socratea' ตั้งชื่อตามนักปรัชญาชาวกรีก Socrates ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'exorrhiza' = ข้างนอก หรือภายนอก อ้างอิงถึงรากของต้นไม้
Socratea exorrhiza เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2403
ที่อยู่อาศัย---พบได้ทั่วไปในโบลิเวีย, เปรู, บราซิล, เอกวาดอร์, โคลัมเบีย, เวเนซุเอลา, Guyanas และทิศเหนือผ่านอเมริกากลางไปยังนิคารากัว พบได้มากในป่าที่ราบลุ่มของภูมิภาคอเมซอน เนื่องจากมีการปรับระบบรากให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีน้ำท่วมขัง เติบโตตามทุ่งนา ที่ลุ่มป่าฝน ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,000 เมตร

                   

Picture 1--Plants growing in native habitat. Photograph by: Dr. Reinaldo Aguilar.https://www.palmpedia.net/wiki/Socratea_exorrhiza
Picture 2---Just north of Hilo, Hawaii. Photo by Timothy Brian. https://www.palmpedia.net/wiki/Socratea_exorrhiza

ลักษณะ---เป็นปาล์มลำต้นเดี่ยว สูง 8-25 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 15-20 ซม.มีรากไม้ค้ำยัน ที่ผิดปกติ พบ epiphyte หลายชนิด ที่เติบโตบน S. exorrhiza พบว่าต้นไม้ที่มี epiphytes มีขนาดใหญ่กว่าต้นไม้ที่ไม่มี สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าต้นปาล์มต้องมีอายุถึงเกณฑ์หนึ่งก่อนที่จะถูกยึดครอง ตัวอย่างเช่น ประมาณว่าต้นปาล์มจะต้องมีอายุ 20 ปี ก่อนที่มันจะถูกยึดครองโดย vascular epiphytes ยอดมงกุฎมีใบประมาณ 7 ใบ ใบรูปขนนก (pinnate) สีเขียวเข้มแกมน้ำเงิน ยาว 1.5-3.5 เมตร ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น (monoecious) แกนช่อดอกยาว 30-60 ซม. กิ่ง 5-20 กิ่ง ยาวถึง 40 ซม.ดอกเพศผู้ยาวประมาณ 1 ซม. มีเกสรเพศผู้ 17-65 อัน ดอกเพศเมียยาวประมาณ 5 มม.ผลสีเหลืองเมื่อสุกขนาด 1.5-2.5 ซม.เมล็ดมีน้ำหนักประมาณ 3.5 กรัมมีความยาวประมาณ 2 ซม. และกว้าง 1.5 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อนที่มีฝนตกชุกเหมาะสมที่สุด (USDA zones 10b-11) ในตำแหน่งที่แสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ถึงร่มเงาบางส่วนภายใต้ร่มเงา 25% ตลอดทั้งปี มีที่กำบังลมและมีความชื้นมาก ใบของ S. exorrhiza ที่เติบโตกลางแดดจะมีใบหนากว่า มีต่อมและปากใบมากกว่าใบที่เติบโตในที่ร่ม
- เป็นปาล์มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีรากค้ำยันที่ผิดปกติ โดยมีรากจากพื้นดินสูงถึง 2-3 เมตร รากมีหนามเล็กสีขาว รากมีลักษณะคล้ายเสาสูงและหยั่งรากในดินรอบ ๆ ทำให้มีลักษณะของขาหลายขา หากแสงดีกว่าด้านหนึ่งของต้นรากจะงอกขึ้นสู่บริเวณที่มีแสงสว่างและรากที่อยู่ด้านแสงน้อยมักจะตาย ดังนั้นต้นไม้จึงขยับเข้าหาแสงมากขึ้น ลักษณะนี้ทำให้ถูกเรียกว่า Walking Palm บางคนบอกว่ากระบวนการนี้ใช้เวลา 2-3 ปี ในขณะที่นักบรรพชีวินวิทยาคนหนึ่งแนะนำว่า ต้นไม้จะเคลื่อนที่ 2-3 ซม.ต่อวัน หรือ 20 เมตรต่อปี (http://www.odditycentral.com/news/these-walking-ต้นไม้ในเอกวาดอร์สามารถเคลื่อนย้ายได้ถึง 20 เมตรต่อปี.html)
- *ในวารสารของ The Association for Tropical Biology and Conservation ดร. Bodley รายงานว่าต้นปาล์มใช้รากของมันในการ "เดินหนี" จากจุดงอกของมัน หากต้นไม้ต้นอื่นตกลงมาทับต้นกล้าและล้มทับ ด้วยวิธีนี้ ต้นไม้สามารถเคลื่อนออกจากสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตรายต่อต้นปาล์มที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ https://www.natureandculture.org/directory/walking-palm/
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์--- ในท้องถิ่นเก็บจากป่าเพื่อเป็นอาหารวัสดุก่อสร้างและยารักษาโรค
ใช้กิน---ผลกินได้ ตายอด (หัวใจปาล์ม) ปรุงสุกกินเป็นผัก มีรสชาดดี (การกินยอดอ่อนจะทำให้ต้นไม้ตายเพราะไม่สามารถงอกยอดใหม่หรืองอกกิ่งด้านข้างได้)
ใช้เป็นยา---ส่วนด้านในของรากไม้ค้ำยันถูกใช้เป็นยาโป๊ว ยาต้มของใบ และยาต้มเมล็ด ใช้ล้างอวัยวะเพศเพื่อรักษาโรคหนองใน ควันจากผลที่ถูกเผาใช้สำหรับรักษาโรคหนองในและโรคทางเดินปัสสาวะ ลำต้นใช้สำหรับทำพลาสเตอร์เพื่อห่อหุ้มสายสะดือของทารกแรกเกิด
วนเกษตร---ใช้เป็นพืชบุกเบิกโตเร็ว ขนาดที่เล็ก ทำให้แสงส่องผ่านได้และพัฒนาได้ดี จากเมล็ดที่ถูกทิ้งหรือถูกโยนทิ้ง การบำรุงรักษาน้อยและเติบโตได้ดีกับพืชเกือบทุกชนิด
อื่น ๆ--- มีบทบาทสำคัญในท้องถิ่นในการก่อสร้าง ลำต้นถูกใช้ในการสร้างบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เช่น เสา, รั้ว โดยปกติจะแบ่งตามยาวก่อนใช้งาน แต่ก็สามารถเจาะออกและใช้เป็นท่อได้  
- เมล็ดถูกใช้เป็นลูกปัดสำหรับทำสร้อยคอ
- และอื่น ๆ ใช้สำหรับสัตว์: สุนัขที่เป็นโรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการถูส่วนที่ได้รับผลกระทบด้วยรากอ่อนที่ถูกทุบ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากสายพันธุ์นี้ถูกคุกคามจากความเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัย การแสวงหาผลประโยชน์มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแพร่กระจายและการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ภัยคุกคามจึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประชากรทั้งหมด ถูกประเมินล่าสุดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2020)
Canteiro, C. 2021. Socratea exorrhiza. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T67557265A67557268. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-2.RLTS.T67557265A67557268.en. Accessed on 03 August 2023.
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ใช้เมล็ดสดจะงอกเร็ว ที่อุณหภูมิ (24°C) ใช้เวลาการงอก 45-60 วัน (เมล็ดงอกประมาณ 45% และตายประมาณหนึ่งในสี่)
- พัฒนาได้ดีจากเมล็ดที่กระจายทิ้งหรือโยนทิ้งตามธรรมชาติ
- เพกคารีปากขาว (White-lipped peccaries: มีลักษณะคล้ายกับหมูแต่มีขนสีเข้มปกคลุม) กินเมล็ดของ S. exorrhiza ในสัดส่วนที่มาก และมีบทบาทสำคัญในการจำกัดประชากรของพวกมัน


สกุล Synechanthus (sihn-eh-KAHN-tuhs) เป็นประเภทหนึ่งของปาล์ม ที่พบในเม็กซิโก ,กลางและอเมริกาใต้ เรียกกันว่า Bola , Palmilla หรือ วุ้นถั่วปาล์ม ( jelly bean palm, ) เป็นสปีชีส์ที่ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (Monoecious) พวกเขามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสมาชิกของ Chamaedoreaโดดเด่นด้วยดอกไม้และผลไม้รูปแบบของพวกเขาเท่านั้น มี 2 สายพันธุ์เป็นที่ยอมรับ (accepted species names.) (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
1 Synechanthus fibrosus (H.Wendl.) H.Wendl.        
2 Synechanthus warscewiczianus H.Wendl

Jelly Bean Palm /Synechanthus fibrosus

[sihn-eh-KAHN-tuhs] [fihb-ROH-suhs]

 

Picture---Reserva Ecológica Gavilán Blanco. San Ramón, La Virgen, Costa Rica.Photo by Dr. Eric Castro. https://www.palmpedia.net/wiki/Synechanthus_fibrosus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Synechanthus fibrosus (H.Wendl.) H.Wendl.(1858)
ชื่อพ้อง---Has 4 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670089-1#synonyms
---Basionym: Chamaedorea fibrosa H.Wendl. (1854). https://www.gbif.org/species/2736139
---Collinia fibrosa (H.Wendl.) Oerst. (1859)
---Rathea fibrosa (H.Wendl.) H.Karst.(1858)
---Synechanthus mexicanus L.H.Bailey ex H.E.Moore (1949)
ชื่อสามัญ---Palmilla, Jelly Bean Palm, Monkey Tail Palm
ชื่ออื่น---;[CHINESE: He sheng hua zong.];[SOUTH AMERICA: Bola.];[SPANISH: Palmilla.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---CMDSS (Preferred name: Chamaedorea sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---เม็กซิโก, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, นิการากัว, เบลิซ, คอสตาริกา, ปานามา, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Synechanthus' ที่เกิดขึ้นจากคำภาษากรีก synechos = "ต่อเนื่อง" และ anthos = "ดอกไม้" ในการอ้างอิงถึงการจัดเรียงเชิงเส้นของดอกไม้ (acérvulo) ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'fibrosus' = Fibrous
Synechanthus fibrosus เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดย Hermann Wendland (1825–1903) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2401

 

Picture 1---Synechanthus warscewiczianus.https://www.palmpedia.net/wiki/Synechanthus_warscewiczianus
Picture 2---La Selva, OET; STR; De la intersección de STR y CES, Osa Peninsula, Costa Rica. Photo by Dr. O. Vargas. https://www.palmpedia.net/wiki/Synechanthus_warscewiczianus

ที่อยู่อาศัย---กระจายจากเม็กซิโกตอนใต้ (Tabasco, Chiapas) ถึงคอสตาริก้า เติบโตในป่าฝนที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึงประมาณ 0- (1,000-1,200 เมตร)
ลักษณะ---S.fibrosus เป็นปาล์มต้นเดี่ยวส่วน S. warscewiczianus เป็นแบบกลุ่ม มักจะมีลำต้นหลักที่โดดเด่นมีหน่วยขนาดเล็กรอบตัว ลำต้นเรียวยาว สูงประมาณ 4.5 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ไม่เกิน 2-3 ซม. ลำต้นสีเขียวมีวงรอยแผลเป็นสีขาวที่เกิดจากจากใบเก่าที่หลุดร่วง ใบรูปขนนก (pinnate) ยาวมากกว่า 1 เมตร 10-23 ในแต่ละด้านของ rachis จัดเรียงอย่างไม่ค่อยสม่ำเสมอ ก้านใบยาว 30ซม. ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน (monoecious) ผลกลมหรือรีเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4-2.1 ซม. ยาว 1.0-1.4 ซม.เปลี่ยนจากสีเขียวอมเหลืองเป็นสีส้มเหลือง และสุดท้ายเป็นสีแดงเข้ม ผลมีเนื้อมากเมื่อสุกเต็มที่นุ่มลื่น เมล็ดรีถึงทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2-1.4 ซม. ยาว 0.7-1.2 ซม.เอนโดสเปิร์มเกือบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สำหรับเขตกึ่งร้อนถึงเขตร้อน (USDA Zone 9b-11) ต้องการสภาพเหมือนป่าดิบชื้นในการเจริญเติบโต อยู่ใต้ร่มเงาหรือแสงกรอง ดินร่วนซุยที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรีย์วัตถุ และปริมาณน้ำที่ระบายออกอย่างรวดเร็ว ไม่ทนทานต่อความเย็น
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง ดินที่ชื้นสม่ำเสมอ ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ และอย่าให้น้ำมากเกินไป ลดการให้น้ำในฤดูหนาว
การตัดแต่งกิ่ง---ให้ตัดแต่งใบที่เป็นสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบที่ยังมีสีเขียวอยู่
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าทุก 1-2 เดือน หรือตามฉลากของบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม งดใส่ปุ๋ยในฤดูหนาว
ศัตรูพืช/โรคพืช---ปัญหาที่พบบ่อยคือปลายใบเป็นสีน้ำตาลเกิดขึ้นเนื่องจากความชื้นต่ำและลมแห้ง และปัญหาการขาดธาตุอาหารบางอย่าง
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ ทั้งสองชนิดได้รับการปลูกเลี้ยงในรูปแบบของไม้ประดับในสวนและสวนสาธารณะ ต้นปาล์มขนาดค่อนข้างเล็กคล้าย Chamaedorea จากอเมริกากลาง ทำให้เป็นพืชในร่มที่ยอดเยี่ยม
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามด้านที่อยู่อาศัย (การตัดไม้ทำลายป่าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) จึงสันนิษฐานว่าแนวโน้มประชากรของสายพันธุ์นี้กำลังลดลง นอกจากนี้ยังสงสัยว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรลดลง 49% และจะลดลงเรื่อยๆ ถูกประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์โดยผิดธรรมชาติ (เกิดจากมนุษย์)
สถานะการอนุรักษ์---VU- VULNERABLE A2ac - ver 3.1 - IUCN. Red List of Threatened Species.(2021)
Machuca Machuca, K., Martínez Salas, E., Quero, H. & Samain, M.-S. 2022. Synechanthus fibrosus. The IUCN Red List of Threatened Species 2022: e.T56360939A56361029. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2022-1.RLTS.T56360939A56361029.en. เข้าถึงเมื่อ 4 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/56360939/56361029
- มี 29  คอลเลคชัน นอกแหล่งกำเนิด (BGCI 2021) ชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามบัญชีรายชื่อสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในประเภท "ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" (P; SEMARNAT 2010)
- ในฮอนดูรัส สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเทซิกัว
- ในคอสตาริกาเกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติ Braulio Carrillo เขตสงวนทางชีวภาพ Hitoy-Cerere และอุทยานแห่งชาติ La Amistad
- ในเม็กซิโกเกิดขึ้นในเขตสงวนชีวมณฑล "Los Chimalapas"
- ขอแนะนำให้กำหนดกิจกรรมการผลิตที่ยั่งยืน ทางเลือกในการดำรงชีวิตแทนการทำลายป่า ข้อบังคับทางกฎหมาย และการชำระเงินเพื่อการอนุรักษ์ ในทำนองเดียวกัน การติดตามแนวโน้มที่อยู่อาศัยก็จะเป็นประโยชน์
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด
- เริ่มออกดอกติดผลครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 10 ปี และอายุอยู่ได้ประมาณ 70 ปี


สกุลTahina (tah-HEE-nah) เป็น Monotypic genus (สกุลที่มีเพียง 1 สายพันธุ์)ได้แก่ Tahina spectabilis เป็นปาล์มยักษ์ ที่พบเฉพาะใน Analalava เขตตะวันตกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ และเป็นประเภท Monocarpic (ออกดอกติดผลแล้วตาย) สกุลใหม่นี้ไม่สัมพันธ์กับสกุลอื่นๆ ของปาล์มมาดากัสการ์ 170 สกุล และมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ 3 สกุลในเผ่า Chuniophoeniceae สมาชิกอื่นๆแต่ละสกุลที่พบในอัฟกานิสถานและส่วนใกล้เคียงของเอเชีย ภาคใต้ของประเทศไทย; เวียดนามและจีนตอนใต้
* มาดากัสการ์เป็นที่อยู่ของพืชมากกว่า 10,000 สายพันธุ์ และ 90% ของพืชในมาดากัสการ์ไม่มีที่ใดในโลก ประเทศนี้มีต้นปาล์มที่มีความหลากหลายสูงซึ่งมีมากกว่า 170 สายพันธุ์ที่รู้จัก โดยทั้งหมดมี 6 สายพันธุ์ที่เป็นพืชเฉพาะถิ่น นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่ามีต้นปาล์มนี้น้อยกว่า 100 ต้นในมาดากัสการ์ พืชพรรณพื้นเมืองของมาดากัสการ์เพียง 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และหนึ่งในสามของพืชดั้งเดิมของมาดากัสการ์ได้หายไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เป็นผลโดยตรงจากไฟไหม้ การตัดไม้ และการแผ้วถางที่ดินเพื่อการเกษตร (Dr. Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J.) https://news.mongabay.com/2008/01/giant-exploding-palm-tree-discovered-in-madagascar/

Tahina Palm /Tahina spectabilis

[tah-HEE-nah] [spec-TAH-bill-iss]

                                                

Picture 1, 2---Madagascar. Photo by Dr. John Dransfield, Royal Botanic Gardens, Kew/Palmweb.http://www.palmpedia.net/wiki/Tahina_spectabilis

ชื่อวิทยาศาสตร์--- Tahina spectabilis J. Dransf. & Rakotoarinivo (2008)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-351389
ชื่อสามัญ---Tahina Palm, Suicide Palm. Blessed Palm
ชื่ออื่น---[MADAGASCAR: Dimaka (Malagasy).];[VIETNAM: Cọ tự tử.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มาดากัสการ์
นิรุกติศาสตร์---ถูกค้นพบในปี 2550 โดย Xavier Metz เจ้าของสวนในมาดากัสการ์ทางตอนเหนือ ชื่อสกุล 'Tahina' เป็นชื่อที่ได้รับจาก Anne-Tahina Metz ลูกสาวของผู้ค้นพบต้นปาล์ม ความหมายคำตามภาษามาลากาซี่ แปลว่า "ได้รับการคุ้มครอง" หรือ "มีความสุข" ; ชื่อสายพันธุ์ในภาษาละติน  "spectabilis" หมายถึงความโดดเด่นตระการตา
Tahina spectabilis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย John Dransfield (เกิดปี 1945) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ และ Mijoro Rakotoarinivo (เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ. 2550) นักพฤกษศาสตร์ชาวมาลากาซีในปี พ.ศ.2551
- เป็นหนึ่งในพืชดอกที่ใหญ่ที่สุดที่รู้จัก นี่คือปาล์มขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในมาดากัสการ์
- ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของการค้นพบสายพันธุ์ในปี 2551 โดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการสำรวจชนิดพันธุ์

                                 

Picture 1, 2---Madagascar. Photo by Dr. Xavier Metz.http://www.palmpedia.net/wiki/Tahina_spectabilis

ที่อยู่อาศัย---เป็นปาล์มที่รู้จักเฉพาะในท้องที่เดียวในเขต Analalava ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ เกิดขึ้นในเนินเขาที่ราบเรียบและพื้นราบของภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า anthropogenic มีโผล่ขึ้นมาเล็กน้อยของ 'tsingy' (karst Tertiary limestone) หินปูนตติยภูมิ ความยาวประมาณ 250 เมตร ถือเป็นพืชพรรณกึ่งธรรมชาติ เติบโตในดินแดนที่ถูกน้ำท่วมตามฤดูกาลที่เชิงเขาหินปูน ที่ระดับความสูง 10 -20 เมตร
ลักษณะ---Tahina Palm เป็นปาล์มหายากขนาดยักษ์ มีขนาดใหญ่พอที่จะมองเห็นได้ในภาพถ่ายดาวเทียม เป็นปาล์มที่ใหญ่ที่สุดใน 170 สายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'dimaka' ต้นสูงถึง 18 เมตร มีฐานบวม ลำต้นถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นวงแหวนที่ทิ้งร่องรอยใบไม้ร่วงไว้ มงกุฎสูง 4-10 เมตร ใบรูปพัด (palmate) ขนาดใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 5 เมตร มีชีวิตอยู่ได้นานถึง 30-50 ปีก่อนที่ปลายของลำต้นจะขยายช่อดอกขนาดใหญ่ ลักษณะช่อดอกเหมือนพีระมิดหรือเชิงเทียนที่น่าประทับใจ สูงประมาณ 4-5 เมตร ดอกสีเหลืองเล็กๆออกเป็นหลายร้อยดอก หลังจากที่ติดผลต้นจะตายและยุบลง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) เติบโตได้ดีที่สุดในเขตร้อนที่แห้งแล้ง
การใช้ประโยชน์---ไม่เป็นที่รู้จัก ในฐานะที่เป็นสายพันธุ์ที่หายากแต่ก็มีแนวโน้มที่จะปลูกเป็นไม้ประดับในการเพาะปลูก มันจะเป็นไม้ประดับที่งดงามตระการตาสำหรับสวนขนาดใหญ่หรือสวนสาธารณะ หรือคอลเล็คชั่นของนักสะสม
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---Unknown
ภัยคุกคาม--เนื่องจากพื้นที่การครอบครองและขอบเขตของการเกิดขึ้นคาดว่าจะน้อยกว่า 4 กม. และถูกคุกคามโดยความถี่ของไฟป่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจลดคุณภาพของที่อยู่อาศัย ประชากรไม่มีการฟื้นฟูใด ๆ มีการนับต้นไม้ที่โตเต็มที่ประมาณ 30 ต้นและต้นอ่อน 100 ต้นในพื้นที่นี้ ประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED B1ab(iii); D - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2010)
Rakotoarinivo, M. & Dransfield, J. 2012. Tahina spectabilis. The IUCN Red List of Threatened Species 2012: e.T195893A2430024. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2012.RLTS.T195893A2430024.en. Accessed on 04 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/195893/2430024
- มีความพยายามที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์นี้ผ่านการกระจายของเมล็ดพันธุ์และการเพาะเลี้ยงในสวนและในสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์นอกถิ่นฐาน
- Site ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบประชากรอย่างสม่ำเสมอ
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด ใช้เวลาการงอกหลังจาก 2 เดือน


*This is a tillering palm, it exhibits saxophone style root growth (it has a heel), keep top third of heel above soil elevation! นี่คือต้นปาล์มที่แตกกอ แสดงให้เห็นการเจริญเติบโตของรากแบบแซกโซโฟน (มีส้น) ให้ส้นเท้าที่สามอยู่เหนือระดับความสูงของดิน! (แปลโดยกูเกิ้ล) https://www.palmpedia.net/wiki/Tahina_spectabilis


สกุลTectiphiala (tehk-tih-fee-AHL-lah) เป็น Monotypic genus มีเพียง 1 สายพันธฺุในสกุล คือ Tectiphiala ferox เป็นปาล์มเฉพาะถิ่นในมอริเชียส ในมหาสมุทรอินเดียทวีปแอฟริกา

Palmiste Bouclé /Tectiphiala ferox

[tehk-tih-fee-AHL-lah] [FEH-rohks]

                                    

Picture 1---Mauritius. Photo-(Société Palmophile Francophone).https://www.palmpedia.net/wiki/Tectiphiala_ferox
Picture 2---Mauritius. Photo by Phillip Arrowsmith.https://www.palmpedia.net/wiki/Tectiphiala_ferox

ชื่อวิทยาศาสตร์---Tectiphiala ferox H. E. Moore (1978)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name.See all The Plant List http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-202016
ชื่อสามัญ---Palmiste Bouclé
ชื่ออื่น---[MAURITIUS: Palmiste bouclé (Fr).]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
รหัสอนุกรมวิธาน: 154492 (สำหรับการอ้างอิงในบทความ โปรดใช้ NCBI:txid154492) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/Taxonomy/Browser/wwwtax.cgi?name=Tectiphiala+ferox
ถิ่นกำเนิด---ทวีปแอฟริกา
เขตกระจายพันธุ์---มอริเชียส
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Tectiphiala' มาจากภาษาละติน 'tectus' = ปิดบังซ่อนเร้น และ 'phiala' = ภาชนะสำหรับดื่มก้นแบน,จานรอง โดยอ้างอิงจากมุมมองด้านข้างของดอกไม้ ซึ่งตอนแรกถูกบดบังด้วย ตาที่ทับซ้อนกัน ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ 'ferox' = รุนแรง, ดุร้าย อ้างอิงถึง หนามบนลำต้น
Tectiphiala ferox เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae)ค้นพบในปี 1969 โดย Marc D'Unienville ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Harold Emery Moore (1917–1980) นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2521
ที่อยู่อาศัย---พืชเฉพาะถิ่นของมอริเชียส มาดากัสการ์ พบในสองท้องที่บนที่ราบสูงตอนกลาง ได้แก่: Crown Land Declerc ใกล้ Mare Longue และ Bois Sec ซึ่งเป็นเขตสงวนคุ้มครอง เติบโตในสครับแบบสัมพัทธ์ ส่วนใหญ่เปียก ที่ระดับความสูงระหว่าง 570 - 650 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวหรือจัดกลุ่มเป็นกระจุกส่วนใหญ่มีสองลำต้น ต้นหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอีกต้นหนึ่ง ต้นสูงสุดประมาณ 3 เมตร ตอนเล็กจะมีกาบใบเก่าห่อหุ้มลำต้นและมีหนามยาว 1.5 ซม.และขนสั้นสีดำปกคลุมหนาแน่น ซี่งเมื่อปาล์มโตขึ้นจะหลุดไป มีรอยวงแผลเป็นที่เกิดจากใบร่วง คอยอดเป็นกระเปาะ สีน้ำตาลแดง มีขนสั้นสีดำและหนามยาว ปกคลุมหนาแน่นมากมาย รวมทั้งใบรูปขนนก (pinnate) และก้านใบที่ค่อนข้างสั้นด้วย ช่อดอกเดี่ยว (infrafoliar) ตั้งขึ้น ดอกแยกเพศอยู่ในช่อดอกเดียวกัน (monoecious) ดอกสีส้มเหลืองจัดเป็นกลุ่มของเพศเมียสองและเพศผู้หนึ่ง เรียงหกแถวแนวตั้งตลอดก้านช่อยกเว้นที่ปลายสุดที่จัดดอกไม้เดี่ยวหรือคู่ มีใบประดับคล้ายจานรองที่โดดเด่น ผลรูปไข่สีดำน้ำเงินยาว 11x 6 มม. มีกลิ่นเหมือนผลเบอร์รี่สุก มีเมล็ดรูปไข่1เมล็ด ไม่พบเมล็ดพืชในบริเวณใกล้เคียงกับต้นไม้ที่โตเต็มวัย แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมล็ดเหล่านี้อาจกระจัดกระจายโดยนกที่กินผลปาล์ม
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน) และร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) พบว่าในถิ่นที่เดิบโตเป็นดินเหนียวที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมและเป็นกรดไม่มากก็น้อย ดูเหมือนว่าข้อกำหนดของ Tectiphiala ferox นั้นจำเพาะเจาะจงอย่างผิดปกติและการเพาะปลูกนั้นยากมาก อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก
การรดน้ำ---Unknown
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---Unknown
รู้จักอ้นตราย---การจัดการพืชอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดอาการแพ้ได้ พืชมีหนามมาก ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลปาล์มกินได้ ยอดอ่อนกินเป็นผัก
สถานภาพ---พืชเฉพาะถิ่นของมอริเชียส มาดากัสการ์ [*พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants)  คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---เนื่องจากการฟื้นฟูถูกขัดขวางโดยการบุกรุกของวัชพืช (Alien species) และการปล้นสะดมภ์เมล็ด ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต'
สถานะการอนุรักษ์---CR- CRITICALLY ENDANGERED - A1ac+2ce, B1+2e, C1+2ab, D - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Strahm, W. 1998. Tectiphiala ferox. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38706A10143781. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38706A10143781.en. Accessed on 04 August 2023.
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/38706/10143781
จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์ จำเป็นต้องมีการวิจัย
ขยายพันธุ์---เมล็ด

สกุล Thrinax (TREE-nahks) เป็นสกุลในตระกูลปาล์มมีถิ่นกำเนิดในทะเลแคริบเบียน มันเกี่ยวข้องอย่าง ใกล้ชิดกับสกุล Coccothrinax , Hemithrinax และ Zombia ประกอบด้วยสามสายพันธุ์ (แสดงในหน้านี้ 1 สายพันธุ์)
- Thrinax excelsa Lodd. ex Mart.- มีเฉพาะถิ่น (endemic) ในจาไมกา
- Thrinax parviflora (Burret) Borhidi & Muniz - มีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Blue Mountainsของ จาไมกา
- Thrinax radiata Thrinax radiata Lodd. ex Schult. & Schult.f. - Greater Antilles บาฮามาส เซาท์ฟลอริดา เม็กซิโกและอเมริกากลาง

Thrinax radiata/ Florida thatch palm

[TREE-nahks] [rah-dee-AH-tah]


Picture 1---Private garden in the Florida Keys. Photo by Paul Craft.http://www.palmpedia.net/wiki/Thrinax_radiata
Picture 2---Naples Botanical Garden, Naples, Florida. Photo by Dr. Scott Zona.http://www.palmpedia.net/wiki/Thrinax_radiata

ชื่อวิทยาศาสตร์---Thrinax radiata Lodd. ex Schult. & Schult.f.(1830)
ชื่อพ้อง---Has 15 synonyms.
---Coccothrinax radiata (Lodd. ex Schult. & Schult.f.) Sarg. ex K.Schum.(1901)
---More. See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670162-1#synonyms
ชื่อสามัญ---Florida Thatch Palm, Silk-top thatch palm, Sea thatch palm, Caribbean thatch palm, Broad Thatch Palm.
ชื่ออื่น---[CUBA: Guano campeche, Guano de costa, Miraguano de lana.];[DOMINICAN REPUBLIC: Guanillo.];[FRENCH: Palmier à balai, Latanier de mer, Latanier, Palmier-éventai de Floride.];[GERMAN: Florida-Schilfpalme.];[HAITI: Latanier-la-mer.];[JAMAICA: Thatch.];[PORTUGUESE: Palmeira leque brilhante.];[MEXICO: Chit, Chi-it.];[SPANISH: Palma chit.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---THXRA (Preferred name: Thrinax radiata.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อเมริกากลาง - นิการากัว, ฮอนดูรัส, เบลีซ, เม็กซิโกตอนใต้ ; แคริบเบียน - โดมินิกัน, เฮติ, คิวบา, บาฮามาส ; ฟลอริดา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อของสกุล 'Thrinax' มาจากภาษากรีก “thrinax”  =“โกยสามขา” แต่ยังมี “พลั่วตักดินเพื่อการร่อน” ด้วยการอ้างอิงถึงใบปาล์ม ; ชื่อของสายพันธุ์ 'radiata' คือคำคุณศัพท์ภาษาละติน "radiatus, a, um" = ล้อมรอบด้วยรังสีโดยอ้างอิงกับส่วนของใบไม้
Thrinax radiata เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Conrad Loddiges (1738–1826) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันจากอดีต Josef August Schultes (1773–1831) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียและJulius Hermann Schultes (1804–1840) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียในปี พ.ศ.2473
ที่อยู่อาศัย---มีถิ่นกำเนิดในฟลอริดาและหมู่เกาะแคริบเบียน พบในนิคารากัว, ฮอนดูรัส, เบลีซ, เม็กซิโกตอนใต้ (Quintana Roo และ Yucatán) ; แคริบเบียน - สาธารณรัฐโดมินิกัน, เฮติ, คิวบา, บาฮามาส; ตะวันออกเฉียงใต้อเมริกา (ฟลอริดา) ในพื้นที่ชายฝั่งบนหินปูนหรือดินทรายใกล้กับทะเล
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว รูปร่างเพรียวบาง สูงประมาณ 1.5 - 12 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 6-13 ซม. มีแผ่นใยสีน้ำตาลปกคลุมลำต้น ใบรูปพัด (palmate) มี 12–20 ใบ แผ่นใบจักลึกเกือบถึงสะดือ กว้าง1-1.5เมตร ปลายใบลู่ลง สะดือนูนเด่นสีม่วงเข้ม ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวหม่น ใต้ใบผิวสีอ่อนกว่า สีเขียวอมเหลือง ก้านใบโค้งอ่อนยาว 1.5 เมตร ไม่มีหนาม ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ยาว1-1.2 เมตร แยกโค้งและแตกแขนงออกเป็นสองส่วน ดอกกระเทยสีขาว ผลกลมสีขาว ขนาด 7-8 มม.มีเมล็ดสีน้ำตาล 1 เมล็ดขนาด 6-7 มม.(ผลกินไม่ได้)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---ปลูกในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน (USDA Zone 10a-11) ในตำแหน่งที่มีแสงแดดเต็มวัน (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) หรือในร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 - 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) เติบโตได้ดีในค่า pH สูงของวัสดุประเภทปูนและทราย (วัสดุนี้มักใช้สำหรับสร้างถนนและที่อยู่อาศัย) pH 7.6-9.1 แต่สามารถปรับให้เข้ากับดินที่มีการระบายน้ำดีได้หลายชนิด ทนอุณหภูมิที่ลดลงถึง (-2°C ) อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก ค่าเฉลี่ยการเติบโตไม่เกิน 18 ซม.ต่อปี อายุปาล์มอยู่ได้ถึง 150 ปี
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำโดยเฉลี่ย น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป ต้องการดินที่ชื้นสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้แห้งระหว่างการรดน้ำ
การตัดแต่งกิ่ง---ให้ตัดแต่งใบที่เป็นสีน้ำตาลเหลือง ใบที่เป็นโรค เสียหาย หรือแห้งออก แต่อย่าลิดถ้าใบที่ยังมีสีเขียวอยู่ ทุกวันนี้เป็นที่นิยมในการถอนหน่อออกทั้งหมดยกเว้นหน่อบางส่วนและตัดแต่งใบเพื่อสร้างกระจุกปาล์ม "มินิ" ที่มีลำต้นชัดเจน
การใส่ปุ๋ย---ต้องใช้ปุ๋ยเพียงเล็กน้อยในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช---ระวังเพลี้ย (Aphids) และแมลงเกล็ด (Scales)
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ การนำมาใช้ในงานภูมิทัศน์ พืชมีความยืดหยุ่นต่อลมพายุโซนร้อน ทนไอเกลือและภัยแล้งทำให้เหมาะสำหรับ สวน Oceanside , Xeriscape และ สวนทะเลทราย ใช้ปลูกประดับในบ้านพักอาศัยทั่วไป เหมาะเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง และด้วยความทนทานต่อความแห้งแล้งและความทนทานต่อความร้อน จึงสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพเมืองที่สมบุกสมบัน
การใช้อื่น ๆ---ใบมักจะเก็บเกี่ยวมาจากป่าซึ่งมักถูกใช้เพื่อมุงหลังคา ใบเป็นส่วนที่ใช้มากที่สุดของปาล์มใช้ ใช้ในการทำไม้กวาด, งานฝีมือ ถักหมวกและสิ่งของอื่น ๆใช้ห่ออาหาร ส่วนลำต้นเพิ่งถูกใช้เพื่อสร้างกับดักกุ้งมังกรโดยชาวประมงในคาบสมุทรYucatán
ภัยคุกคาม---เนื่องจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง ประชากรจึงมีขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพ ไม่มีภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วงจัดไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ความกังวลน้อยที่สุด' (ไม่น่าจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้)
สถานะการอนุรักษ์---LC - Least Concern - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species. (2021)
Carrero, C. 2021. Thrinax radiata. The IUCN Red List of Threatened Species 2021: e.T201645A2710831. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2021-1.RLTS.T201645A2710831.en.เข้าถึงเมื่อ 6 สิงหาคม 2566
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/201645/2710831
- Thrinax radiata  ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในเม็กซิโกตามรายชื่อชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แห่งชาติ NOM-059-SEMARNAT-2010 ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ "ถูกคุกคาม" (A; SEMARNAT 2010) มันถูกกระจายอยู่ภายในพื้นที่คุ้มครองตามธรรมชาติ Ria Lagratos, Sian Ka'an และ Yum Blam ในเม็กซิโก
- สถานที่ที่สายพันธุ์นี้เติบโตในคิวบานั้นรวมอยู่ในพื้นที่คุ้มครองหลายแห่ง
- ไม่มีแผนการจัดการ/การกู้คืนที่ทราบสำหรับThrinax  radiata
- Thrinax radiata  อยู่ใน 57 ex situ collections ทั่วโลกตาม PlantSearch (2020) ของ BGCI
สถานะการอนุรักษ์ในท้องถิ่น---สายพันธุ์นี้ถูกระบุว่าใกล้สูญพันธุ์โดยรัฐฟลอริดา https://www.palmpedia.net/wiki/Thrinax_radiata
ระยะออกดอก/ติดผล---ตลอดปี
ขยายพันธุ์ ---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 2-3 เดือน


สกุลTrachycarpus (trahk-ee-KAHR-puhs)  เป็นประเภทปาล์มพื้นเมืองของทวึปเอเชีย จากเทือกเขาหิมาลัยตะวันออกไปทางทิศตะวันออกของประเทศจีน เป็นประเภท ปาล์มพัด costapalmate (อนุวงศ์ Coryphoideae) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ชนิดที่พบมากที่สุดในการเพาะปลูกคือTrachycarpus fortunei (ปาล์ม Chusan หรือปาล์มกังหันลม)  ซึ่งเป็นสายพันธุ์ปาล์มที่ปลูกทางเหนือสุดในโลก สกุลนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบปาล์มเพราะสามารถทนต่อความหนาวได้โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีอากาศชื้นและเย็นในฤดูหนาว ปาล์มเหล่านี้มักจะทนหิมะในที่อยู่อาศัยดั้งเดิมและเป็นปาล์มที่หายากที่สุด มี 9 สายพันธุ์ที่ยอมรับได้แก่
1 Trachycarpus fortunei (Hook.) H.Wendl.(ดูที่ปาล์ม6 ปาล์ม Chusan)    
2 Trachycarpus geminisectus Spanner & al.    
3 Trachycarpus latisectus Spanner, Noltie & Gibbons    
4 Trachycarpus martianus (Wall. ex Mart.) H.Wendl.    
5 Trachycarpus nanus Becc.    
6 Trachycarpus oreophilus Gibbons & Spanner    
7 Trachycarpus princeps Gibbons, Spanner & San Y.Chen    
8 Trachycarpus takil Becc.    
9 Trachycarpus ukhrulensis M.Lorek & K.C.Pradhan
(แสดงในหน้านี้ 2 สายพันธุ์)

Dragonhead Palm/Trachycarpus nanus

[trahk-ee-KAHR-puhs] [NAH-nuhs]


Picture 1---Photo-Martin Gibbons & Tobias Spanner.https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_nanus
Picture 2---Western Yunnan Provence, China. Photo by Tobias Spanner.https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_nanus

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trachycarpus nanus Becc (1910)
ชื่อพ้อง---Has 2 synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670186-1#synonyms
---Chamaerops nana (Becc.).(1915)
---Trachycarpus dracocephalus Ching & YCHsu (1955)
ชื่อสามัญ---Dragonhead Palm, Yunnan Dwarf Palm
ชื่ออื่น---[CHINESE: Long zong.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TRRSS (Preferred name: Trachycarpus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศจีน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trachycarpus' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก "trachys" = ขรุขระ และ "karpόs" = ผลไม้  ; ชื่อสายพันธุ์จากภาษาละติน 'nanus ' = "เล็ก" หรือ "แคระ" อย่างแท้จริง
Trachycarpus nanus เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) เป็นสมาชิกที่เล็กที่สุดของสกุล Trachycarpus และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Odoardo Beccari (1843–1920) นักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี ในปี พ.ศ.2453


Picture---Augusta, GA. 15 yrs. old. Photo by Joe Le Vert.https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_nanus

ที่อยู่อาศัย---มณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เติบโตในทุ่งหญ้าหรือชุมชนป่าไม้ของเทือกเขาหิมาลัยตอนกลาง ที่ระดับความสูง 1,750 - 2,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ลักษณะ---เป็นปาล์มแคระที่มีลำต้นอยู่ใต้ดินลึกและบิดตัวเหมือนมังกร  สามารถยาวได้ถึง 1.8-2 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5ซม. แต่ไม่ค่อยสูงจากพื้นดินส่วนใหญ่มองไม่เห็นหรือเห็นเพียงลำต้นสั้น ๆ ตามกฎแล้วเฉพาะมงกุฎใบไม้เท่านั้น ที่สามารถมองเห็นได้ ปลายยอดของลำต้นถูกปกคลุมด้วยเส้นใยสั้นที่มีความหนาแน่นซึ่งแตกตัวมาจากกาบใบ ในมงกุฎมีใบ 5-20 ใบ เป็นใบรูปพัด (palmate) ด้านล่างพื้นผิวใบเป็นสีเขียวอมฟ้า ด้านบนสีเงินสีฟ้าบางครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหลังแดดจัด ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ช่อดอกตั้งตรงหรือเอียงเล็กน้อย สีขาวเหลือง ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ดอกรูปทรงกลม ขนาด2.5ซม.ซึ่งอาจเป็นเพศหญิงเพศชายหรือกระเทย ผลรูปไตผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียวเหลือง ต่อมากลายเป็นสีน้ำตาลดำและผิวมีรอยย่นในสภาพแห้ง มีเมล็ดรูปไต1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เป็นพืชเมืองร้อนที่ทนทานต่อความเย็น (USDA Zone 8b-11) ต้องการตำแหน่งแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ทนความแห้งแล้ง และทนความหนาวเย็นได้ถึง -4°C ในช่วงสั้น ๆเติบโตได้ในสภาพดินส่วนใหญ่ที่มีการระบายน้ำดี pH 5.5-7.5 อัตราการเจริญเติบโตช้ามาก การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ความต้องการน้ำปานกลาง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้น้ำมากเกินไป
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งเมื่อใบแก่ตาย เสียหาย หรือเป็นโรค ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ต้องการอาหารปุ๋ยที่สมบูรณ์แบบรวมถึงธาตุอาหารขนาดเล็กและธาตุอาหารรองทั้งหมด หรือปุ๋ยที่ปล่อยช้าปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นอีกครั้งในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง งดใส่ปุ๋ยในฤดูหนาว โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช---มักไม่ได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชหรือแมลง/ โรคหายากแม้ว่าบางครั้งโรคใบจุดและใบเหลืองจะเกิดขึ้น หากดินระบายน้ำไม่ดี รากเน่าอาจเป็นปัญหาได้
รู้จักอ้นตราย---N/A
การใช้ประโยชน์---พืชที่เก็บเกี่ยวมาจากป่าเพื่อใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น บางครั้งก็ปลูกเป็นไม้ประดับ
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มที่หายากมาก เนื่องจากความขาดแคลนทางพฤกษศาสตร์ที่แท้จริงและถูกคุกคามด้วยการสูญพันธุ์ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ช่อดอกที่ถูกแพะกินก่อนที่มันจะบานเต็มที่ ทำให้เสียโอกาสในการผลิตเมล็ด จนกระทั่งในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมาเมื่อมีเมล็ดมากขึ้นโดยเนิสเซอรี่ย์สถานเพาะเลี้ยงที่มีความสามารถพิเศษหลายแห่งที่มีสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์แคระที่แท้จริง
การใช้งานอื่น ๆ---พู่กันทำจากใบไม้เป็นกำ
ภัยคุกคาม---เนื่องจากถูกคุกคามด้วยการลดลงของพื้นที่ ขอบเขต และ/หรือคุณภาพของที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง การสูญพันธุ์ในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ โดยช่อดอกจะถูกกินโดยแพะก่อนที่มันจะบานเต็มที่ จึงมีพืชตั้งเมล็ดน้อยมาก ได้รับการประเมินล่าสุดใน IUCN Red List ประเภท 'ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ'
สถานะการอนุรักษ์---EN - ENDANGERED A2c - ver 3.1 - IUCN Red List of Threatened Species (2004)
China Plant Specialist Group. 2004. Trachycarpus nana. The IUCN Red List of Threatened Species 2004: e.T46601A11068443. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.2004.RLTS.T46601A11068443.en. Accessed on 05 August 2023
การดำเนินการอนุรักษ์ https://www.iucnredlist.org/species/46601/11068443
เกิดขึ้นในพื้นที่คุ้มครองอย่างน้อยหนึ่งแห่ง จำเป็นต้องมีการดำเนินการอนุรักษ์ จำเป็นต้องมีการวิจัย
ขยายพันธุ์---เมล็ด ใช้เวลาในการงอก 1-2 เดือน
- * ปลูกต้นไม้ตัวผู้ถ้าคุณไม่ต้องการจัดการกับผลไม้ที่ร่วงหล่น ในบางกรณีที่หาได้ยาก ต้นไม้ตัวผู้จะผลิตดอกที่มีลักษณะเป็น "กระเทย" ซึ่งมีทั้งส่วนของเพศผู้และตัวเมีย ซึ่งผลิตเมล็ดที่มีชีวิตได้ https://www.thespruce.com/windmill-palm-in-the-home-garden-3269332

Stone Gate Palm/Trachycarpus princeps

[trahk-ee-KAHR-puhs] [PRIHN-sehps]


Picture 1---Photo-exoten-forun.de.https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_princeps
Picture 2---Inverleith, Edinburgh, Scotland. Photo by Christopher. https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_princeps
 
ชื่อวิทยาศาสตร์---Trachycarpus princeps Gibbons, Spanner & San Y.Chen (1995)
ชื่อพ้อง---No synonyms are recorded for this name. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:983111-1
ชื่อสามัญ---Stone Gate Palm
ชื่ออื่น--- [CHINESE:  Gong shan zong lü.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TRRSS (Preferred name: Trachycarpus sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปเอเซีย
เขตกระจายพันธุ์---ประเทศจีน
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trachycarpus' มาจากการรวมกันของคำภาษากรีก "trachys" = ขรุขระ และ "karpόs" = ผลไม้ ; ชื่อสายพันธุ์ 'princeps' = a prince (เจ้าชาย) หมายถึง ความสง่างามของปาล์มนี้ และลักษณะที่สง่างามเมื่อมองลงมาจากตำแหน่งที่สูงตระหง่านบนหน้าผาสูงชัน
Trachycarpus princeps เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Martin Gibbons ( เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2538) นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ, Tobias Walter Spanner (1967–) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน และ San Yang Chen ( เขามีบทบาทมากที่สุดในปีพ.ศ.2538) นักพฤกษศาสตร์ชาวจีนในปี พ.ศ.2538


Picture---Border of China, Tibet and Burma. Photo by James Verhaegen.https://www.palmpedia.net/wiki/Trachycarpus_princeps

ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชประจำถิ่นของจีน พบในภาคใต้ของจีน  ยูนนาน, เขตหนานเจียง เติบโตบนหน้าผาหินปูนสูงชันไปตามแม่น้ำสาละวินหรือในภาษาจีน "หู่เจียง" (แม่น้ำพิโรธ)ในหุบเขาที่เข้าถึงได้ยากในจังหวัดยูนนานทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนใกล้กับหมู่บ้านที่เรียกว่า Bingzhongluo ที่ระดับความสูง 1,500-1,900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในพื้นที่ รู้จักกันในชื่อประตูหิน (Stone Gate) เมื่อถูกค้นพบครั้งแรก แต่ในความเป็นจริงปาล์มนี้ไม่เพียงแต่จะเติบโตบนหน้าผาเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ที่ใหญ่กว่าและเติบโตได้จริงในพื้นที่ "Nu Jiang" บนหน้าผาเกือบทั้งแนวดิ่งและแนวราบของ Shi Shi Guanและด้านล่างของหน้าผาในป่าฝนมรสุมที่เขียวชอุ่มตลอดปี มีประชากรขนาดเล็กหลายแห่ง Stone Gate เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่นั้น
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว สูงถึง 10 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 13-20 ซม ถูกปกคลุมด้วยเส้นใยหนาแน่นในทุกส่วนยกเว้นในส่วนที่เก่าแก่ที่สุด มีใบ 18-26 ใบ บางครั้งสร้างกระโปรงเล็กๆใต้มงกุฎ (ใบที่แห้งติดอยู่บนต้นเป็นเวลานาน) กาบใบมีเปลือกค่อนข้างหยาบแข็งแรงยาวประมาณ 45 ซม. มีขนปกคลุมหนาแน่นสีน้ำตาลอ่อน ก้านใบโค้งยาวประมาณ 80 ซม.ใบรูปพัดเกือบงกลม ขอบใบจักลึกครึ่งใบ  มี 45-48 ส่วนเชิงเส้น สีเขียวเข้มด้านบนและ สีฟ้าขาวด้านล่าง ( glaucous) ช่อดอกออกระหว่างใบ (interfoliar) ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น (dioecious) ช่อดอกเพศผู้ยาวประมาณ 50 ซม.แยกเป็น 4 กิ่ง มีดอกสีซีดคล้ายขี้ผึ้ง ช่อดอกเพศเมียยาวประมาณ 75 ซม.แยกเป็น 3 กิ่ง ดอกมองไม่เห็น ผลสีเหลืองสดใสเมื่อสุก ขนาดยาว 0.8 ซม., กว้าง 1.0 ซม (ส่วนกว้างมากกว่าส่วนยาว)
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---(USDA Zone 8a) ต้องการแสงแดดเต็มที่ (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มเงาบางส่วน (แสงแดดโดยตรง 4 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ชั่วโมงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกัน แต่จะทำงานได้ดีที่สุดโดยมีบางชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในช่วงเช้า) ดินที่อุดมด้วยฮิวมัสและเป็นด่าง (pH 7.5 - 8) ทนทานต่อดินประเภทต่างๆที่มีการระบายน้ำดี ทนต่อความร้อนของแสงแดดที่ร้อนจัด และทนต่อความเย็นได้ถึง -15 ° C อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมาก แต่ไม่ชื้นแฉะตลอดเวลาเป็นเวลานาน
การตัดแต่งกิ่ง---ตัดแต่งเมื่อใบแก่ตาย เสียหาย หรือเป็นโรค ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย---ใช้ปุ๋ยที่ปล่อยช้าในช่วงฤดูปลูก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเฉพาะสำหรับปาล์ม
ศัตรูพืช/โรคพืช---มักไม่ได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชหรือแมลง
รู้จักอ้นตราย---N/A
ใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ T.princeps นั้นถูกปกคลุมไปด้วยแว็กซ์สีขาวบริสุทธิ์ซึ่งแตกต่างและแยกจากสายพันธุ์อื่นอย่างง่ายดาย ส่วนบนของใบมีสีเขียวพิเศษพร้อมบลัชออนสีฟ้า สวยงามที่สุดเหมาะสำหรับภายนอก สายพันธุ์นี้หายากและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบปาล์ม
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดดั้งเดิมนั้นหายากและยากต่อการงอก


สกุลTrithrinax ได้รับการตั้งชื่อในปี 1837 โดย Carl Friedrich Philipp von Martius นักพฤกษศาสตร์และนักสำรวจชาวเยอรมัน ปาล์มสกุลTrithrinax มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ชนิดต่อไปนี้ได้รับการยอมรับในรายการตรวจสอบทั่วโลกของตระกูลพืชที่ได้รับการคัดเลือกจากสวนพฤกษศาสตร์ Royal Kew (แสดงในหน้านี้ 4 สายพันธุ์)
1 Trithrinax acanthocoma Drude
2 Trithrinax brasiliensis Mart. : บราซิลตอนใต้, ปารากวัยและอุรุกวัย
ในสองสายพันธุ์ Includes 2 Accepted Infraspecifics
---Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma (Drude) Mattos.Basionym: Trithrinax acanthocoma Drude
---Trithrinax brasiliensis var. Brasiliensis
3 Trithrinax campestris (Burmeist.) Drude & Griseb. : อาร์เจนตินาและอุรุกวัยตอนเหนือ
4 Trithrinax schizophylla Drude : โบลิเวียตะวันออก, บราซิล, ปารากวัยและอาร์เจนตินาตอนเหนือ
ในสองสายพันธุ์ Includes 2 Accepted Infraspecifics
--- Trithrinax schizophylla var. biflabellata (Barb.Rodr.) Án.Cano & F.W.Stauffer
--- Trithrinax schizophylla  var. Schizophylla


Brazilian Needle Palm./Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma

[tree-TREE-naks] [brah-zihl-ee-EN-sis] var [ah-kahn-toh-COH-mah]


Picture 1---Jill Menzel Garden in Brazil. Photo by Paul Craft. http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_acanthocoma
Picture 2---UCLA Botanic Garden, CA. Photo by Peter Griffith. http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_acanthocoma

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma (Drude) Mattos.(1977)
ชื่อพ้อง--Has 2 Synonyms.See all https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77151468-1#synonyms
---Basionym: Trithrinax acanthocoma Drude.(1878). https://www.gbif.org/species/206585882
---Chamaethrinax hookeriana H.Wendl. ex R.Pfister.(1892)
ชื่อสามัญ---Buriti palm, Carandá, Saho Palm, Spiny Fibre Palm, Brazilian Needle Palm.
ชื่ออื่น---[BRAZIL: Carandá.];[PORTUGUESE: Butiti, Carandaí.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TTXSS (Preferred name: Trithrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---โบลิเวีย, บราซิล, ปารากวัย, อุรุกวัย, อาร์เจนตินา
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trithrinax' มาจาก "tri" = สาม และ "thrinax" ปาล์มสกุลแคริบเบียนโดยอ้างอิงถึงรูปร่างของกลีบเลี้ยง และแอนโดรเซียม รวมถึงจำนวนสามเท่าของคาร์เพล ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ "brasiliensis" = ของบราซิล หมายถึงหนึ่งในเขตกำเนิดของมัน ; ความหลากหลาย (variety) 'acanthocoma' มาจากคำภาษากรีก 'ákantha' ซึ่งแปลว่า "กระดูกสันหลัง" และ 'coma' ที่แปลว่า "ขน" "ใบประดับ" หรือ "กระจุก" โดยอ้างอิงถึงหนามที่ฐานใบ
Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma เป็นความหลากหลาย (variety) ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) สกุล Trithrinax ได้รับการอธิบายครั้งแรกในชื่อ Trithrinax acanthocoma ในปี พ.ศ. 2421 โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน Carl Georg Oscar Drude และในปี พ.ศ.2520 ได้ระบุเป็นสปีชีส์ที่ถูกต้องหรือหลากหลายหรือสปีชีส์ย่อยของ Trithrinax braziliensis โดย João Rodrigues de Mattos (born 1926) นักพฤกษศาสตร์ชาวบราซิล ขณะนี้มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานเป็น Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma (Drude) Mattos. https://www.smgrowers.com/products/plants/plantdisplay.asp?plant_id=1189 เข้าถึงเมื่อ 6 สิงหาคม 2566
ที่อยู่อาศัย---กระจายไปทั่วเขตร้อนของอเมริกาใต้ ในบราซิลพบบนพื้นที่ภูเขาทางใต้ ในป่าเปิด ในภาคกลางและภาคเหนือของ Rio Grande do Sul และทั่วทั้ง Santa Caterina และ Parana เติบโตในดินทรายในเนินเขาหินที่ระดับความสูง 700- 1,000 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดกลาง สูงถึง 4 เมตร หรือสูงกว่านั้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 20 ซม.มีเส้นใยทอที่ห่อหุ้มลำต้นปกคลุมไปด้วยหนามจากเปลือกใบที่มีความหนาแน่นถาวรที่เป็นลักษณะเฉพาะ มงกุฎขนาดใหญ่ ใบรูปพัด (palmate) ขอบใบจักลึกถึงครึ่งใบ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกชี้แหลม แผ่นใบ (glaucous) ด้านบนสีเขียวด้านล่างคลุมด้วยแว็กซ์สีขาว ก้านใบขอบคมมีหนามแข็ง ดอกออกเป็นช่อสีขาว ออกผลเป็นพวงใหญ่ ผลรูปไข่ สีขาว/เขียวซีด มีเนื้อสีขาวเหลือง ขนาด1.5 ซม.เมล็ดมีขนาดเล็กและเรียบ
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---เหมาะสำหรับเขตกึ่งร้อนไปจนถึงสวนเขตอบอุ่น ต้องการตำแหน่งที่มีแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ดินมีความชื้นสม่ำเสมอ เป็นด่างเล็กน้อย มีการระบายน้ำได้ดี ทนอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง (-10°C) อัตราการเจริญเติบโตอยู่ในระดับปานกลางถึงช้า ประมาณ 10-15 ซม.ต่อปี การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ--- ต้องการน้ำปริมาณมากในฤดูร้อน ทนแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ชอบสภาพอากาศที่ชื้นมากเกินไป เนื่องจากอุณหภูมิต่ำสามารถเอื้อต่อการโจมตีของเชื้อราได้
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ ไม่มีรายงานผลกระทบที่เป็นพิษ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลไม้ บางครั้งใช้หมักเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ใช้ปลูกประดับ---การใช้ในงานภูมิทัศน์ เป็นปาล์มที่ทนต่อความแห้งแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping ทนต่อความร้อนความเย็นและแสงแดดได้อย่างเต็มที่
การใช้อื่น ๆ---ในท้องถิ่น เส้นใยใบจะถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับสิ่งทอ เสื้อผ้าที่เรียบง่าย และงานหัตถกรรม น้ำมันสกัดได้จากเมล็ด
ขยายพันธุ์---เมล็ด เมล็ดงอกเร็ว แต่การเจริญเติบโตช้า (ต้นกล้าออกใบภายใน 2 ปี)


Spiny fiber palm /Trithrinax brasiliensis

[tree-TREE-naks] [brah-zihl-ee-EN-sis]


Picture 1---Trithrinax brasiliensis Lotusland, Santa Barbara, California. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_brasiliensis
Picture 2---California. Photo by Geoff Stein. https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_brasiliensis

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trithrinax brasiliensis Mart.(1837)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonymshttps.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670197-1#synonyms
---Thrinax brasiliensis (Mart.) Mart.(1853)
ชื่อสามัญ---Brazilian needle palm, Carana palm, Saho palm, Spiny fiber palm
ชื่ออื่น---[GERMAN: Brasilianische Nadelpalme.];[PORTUGUESS-BRAZIL: Buriti, Buriti-palito, Caraná, Carandá, Carandá-moroti, Carandá-piranga, Carandaí, Caran- daùba, Palmeira-leque, Ibitiriá.]; [SPANISH: Carandai, Caranday, Caranday brasileño, Palmera de buruti, Palmera espinosa.].
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO Code---TTXBR (Preferred name: Trithrinax brasiliensis.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trithrinax' จากภาษากรีก tri = "สาม" และ thrinax ปาล์มสกุลแคริบเบียนโดยอ้างอิงถึงรูปร่างของกลีบเลี้ยง และแอนโดรเซียม รวมถึงจำนวนสามเท่าของคาร์เพล ; ชื่อเฉพาะสายพันธุ์ "brasiliensis" = ของบราซิล หมายถึงหนึ่งในเขตกำเนิดของมัน
Trithrinax brasiliensis เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดยCarl Friedrich Philipp von Martius (1794-1868) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ.2480
Accepted Infraspecifics https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77151468-1
Includes 2 Accepted Infraspecifics ;-
- Trithrinax brasiliensis var. acanthocoma (Drude) Mattos. (1977)
- Trithrinax brasiliensis var. brasiliensis
ที่อยู่อาศัย---เป็นพืชเฉพาะถิ่น (endemic) และพืชหายาก ที่เกิดขึ้นในอาร์เจนตินาและบราซิลตอนใต้ ( Rio Grande do Sul และพื้นที่ที่ จำกัดใน Paraná และ Santa Catarina) และ Uruguay พบอยู่ตามลำธารน้ำ และพื้นที่กึ่งแห้งแล้ง ที่ระดับความสูงมากกว่า 500 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 15 เมตร ในการปลูกเลี้ยงอาจสูงไม่ถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 12-30 ซม มีเส้นใยห่อหุ้มลำต้นปกคลุมไปด้วยหนามจากเปลือกใบที่มีความหนาแน่นถาวรที่เป็นลักษณะเฉพาะ  หนามยาวประมาณ10-18 ซม.ตามแนวขึ้นลงของลำต้น ใบรูปพัด (palmate) ขอบใบจักลึกถึงตรึ่งใบ ขนาดกว้าง 1-1.5 เมตร ยาว 0.80-1 เมตร ปลายใบสีเขียวเข้มแยกเป็น2แฉก ส่วนปลายของใบลดลงเป็นหนามแหลม ฐานใบถึงกลางใบสีเทาเขียวมีแว็กซืสีขาวคลุม ดอกออกเป็นช่อสั้น ยาว 60-70 ซม.สีขาว ผลรูปกลมถึงรียาว 2.2 ซม.มีเมล็ด 1เมล็ด
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---สามารถปลูกได้ในเขตภูมิอากาศเขตร้อน กึ่งเขตร้อน และเขตอบอุ่น ต้องการแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ทนอุณหภูมิอุณหภูมิต่ำถึง (-7 °C) ในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับดิน แม้กระทั่งดินที่ขาดธาตุอาหารหากดินนั้นระบายน้ำได้ดี อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ--- ต้องการน้ำปริมาณมากในฤดูร้อน ทนแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ชอบสภาพอากาศที่ชื้นมากเกินไป เนื่องจากอุณหภูมิต่ำสามารถเอื้อต่อการโจมตีของเชื้อราได้
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ ไม่มีรายงานผลกระทบที่เป็นพิษ
การใช้ประโยชน์---ใช้ปลูกประดับ การใช้งานในภูมิทัศน์  เป็นปาล์มที่ทนต่อความแห้งแล้ง ทนต่อความร้อนความเย็นและแสงแดดได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับสวนในเขตกึ่งร้อน ตลอดจนถึงสวนเมืองหนาว เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการเพาะปลูกค่อนข้างน้อย แต่มีค่าประดับ การปลูกในสถานที่เปิด เช่นสวนสาธารณะ ตำแหน่งที่จัดวาง ควรปลูกให้พ้นทางสัญจรอาจเกิดอันตรายจากหนาม
การใช้อื่น ๆ--- ใบไม้ถูกนำไปใช้ในการทำหมวกและหัตถกรรมอื่น ๆ
สถานภาพ---เป็นพืชถิ่นเดียว *[พืชถิ่นเดียวหรือพืชเฉพาะถิ่น (endemic plants) คือ พืชชนิดที่พบขึ้นและแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณเขตภูมิศาสตร์เขตใดเขตหนึ่งของโลก และเป็นพืชที่มีเขตกระจายพันธุ์ทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางนัก มักจะพบพืชถิ่นเดียวบนพื้นที่ที่มีลักษณะจำกัดทางระบบนิเวศ เช่น บนเกาะ ยอดเขา หน้าผาของภูเขาหินปูน แอ่งพรุ ฯลฯ  ถิ่นที่อยู่ดังกล่าวมีสภาพจำกัดของสิ่งแวดล้อมหรือมีสภาพดินฟ้าอากาศเฉพาะที่ (microclimate).] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
สถานภาพ---เป็นพืชหายาก (rare plant) *[พืชหายาก (rare plants) คือ พืชชนิดที่มีประชากรขนาดเล็กซึ่งยังไม่อยู่ในสถานภาพใกล้จะสูญพันธุ์ (endangered) แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ได้ พืชหายากเป็นพืชที่เราทราบจำนวนประชากรที่มีอยู่ตามแหล่งต่างๆ และส่วนใหญ่มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ] http://www.rspg.or.th/plants_data/rare_plants/definition.htm
ภัยคุกคาม---ถูกวางไว้ใน IUCN Red List ประเภท 'ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการประเมินความเสี่ยงของการสูญพันธุ์'
สถานะการอนุรักษ์---DD - Data Deficient - ver 2.3 - IUCN Red List of Threatened Species (1998)
Noblick, L. 1998. Trithrinax brasiliensis. The IUCN Red List of Threatened Species 1998: e.T38710A10144208. https://dx.doi.org/10.2305/IUCN.UK.1998.RLTS.T38710A10144208.en. Accessed on 06 August 2023.
สถานะการอนุรักษ์ในท้องถิ่น--หายากมากขึ้นเรื่อย ๆ ในป่าปัจจุบันถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ "ใกล้สูญพันธุ์"ในรายชื่อสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามของรัฐ Rio Grande do Sul ทางตอนใต้ของบราซิล https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_brasiliensis
ขยายพันธุ์---เพาะเมล็ด เมล็ดสดใช้ระยะเวลาในการงอก 1-5 เดือน แต่อาจใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี
- ต้นกล้าเติบโตช้าในการเพาะปลูกอาจใช้เวลา 3 ปีในการสร้างใบปาล์มใบแรก


Blue Needle Palm /Trithrinax campestris

[tree-TREE-naks] [kahm-PEHS-trihs]

  

Picture 1, 2---Photo: https://www.palmpedia.net. https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_campestris

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trithrinax campestris (Burmeist.) Drude & Griseb.(1879)
ชื่อพ้อง---Has 1 Synonyms.See https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:670198-1#synonyms
---Basionym: Copernicia campestris Burmeist.(1861). https://www.gbif.org/species/2735184
ชื่อสามัญ---Blue Needle Palm, Caranday palm, Thatch Palm, Campestre palm, Spiny fiber palm.
ชื่ออื่น---; [ARGENTINA: Saro.];[CHINESE:  San shan zong.];[CROATIA: Kampestre palma.];[FRENCH: Palmier trident, Trithrinax d’Argentine, Palmier épineux à fibre du Brésil.];[GERMAN: Blaue Nadelpalme, Savannen-Nadelpalme];[SPANISH: Caranday, Palmera de Argentina, Palmera del Uruguay];[URUGUAY: Caranday.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TTXCA (Preferred name: Trithrinax campestris.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อาร์เจนติน่า อุรุกวัย
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trithrinax' จากภาษากรีก " tri " = สาม และ thrinax ปาล์มสกุลแคริบเบียนโดยอ้างอิงถึงรูปร่างของกลีบเลี้ยง และแอนโดรเซียม รวมถึงจำนวนสามเท่าของคาร์เพล ; ชื่อของสายพันธุ์มาจากภาษาละติน "campestris" = "ของทุ่งกว้าง" โดยอ้างอิงถึงที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติบางส่วน
- ชื่อสามัญ 'Blue Needle Palm' หมายถึงใบที่มีปลายแหลม
Trithrinax campestris เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Hermann Conrad Burmeister (1807–1892) นักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน-อาร์เจนตินา และได้รับชื่อที่แน่นอนในปัจจุบันโดยCarl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันและAugust Heinrich Rudolf Grisebach (1814-1879) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2422

                   
Picture 1---Jardín Botánico de La Concepción, Spain. Photo by José A. Conde. https://www.palmpedia.net
Picture 2---https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_campestris

ที่อยู่อาศัย---พบในอาร์เจนตินา ใน Perugorria และ อุรุกวัย ขยายไปถึง ยอดของเทือกเขา Sierras de Córdoba และ Sierras de San Luis ส่วนใหญ่มักเติบโตตามพื้นแม่น้ำที่แห้งแล้งในทุ่งหญ้าสะวันนา ที่ระดับความสูงประมาณ 900-1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ลักษณะ---โดยทั่วไป สปีชีส์นี้มีการเติบโตช้ามาก ซึ่งหลังจากผ่านไป 40 ปีอาจมีลำต้นหลายลำต้นสูงถึง 3 เมตรและสูงถึงเกือบ 6 เมตรในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ขนาดเส้นผ่านศูนยฺกลางลำต้น  20-25 ซม.ลำต้นของมันถูกปกคลุมด้วยเครือข่ายที่ซับซ้อนของฐานใบเก่า ใบรูปพัด (palmate) จักลึกกว่าครึ่งใบ ยาวประมาณ 1 เมตร.มีก้านใบแข็งและมีหนามแข็งมาก ใบค่อนข้างแข็งและแข็งเหมือนแผ่นโลหะ สีเขียวเข้มถึงสีน้ำเงินเข้ม ด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน ใบไม้เหล่านี้อาจเป็นใบไม้ที่แข็งที่สุดในบรรดา Arecaceae เมื่อระดับความสูงของที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นใบไม้จะกลายเป็นสีเทามากขึ้น ช่อดอกประกอบด้วยช่อดอกย่อยที่สั้นแตกแขนงสูงตั้ง ออกที่โคนใบล่าง (Infrafoliar) แตกกิ่งก้านสีน้ำตาลอมเหลือง ดอกกระเทยสีขาว (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ประมาณ100 ดอก ขนาดกว้าง 10-12 มม ผลกลมสีเหลือง มีเนื้อบาง ขนาด 1.5-2 ซม.
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม---* เติบโตในสภาพอากาศที่หลากหลาย ทนต่อทั้งความร้อนในทะเลทรายและความหนาวเย็นที่รุนแรง อาจเป็นปาล์มที่ทนทานที่สุดในโลก! (RPS.com) https://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_campestris
- (USDA Zone 8b -10b) ต้องการตำแหน่งแสงแดดจัด 80-100% (แสงแดดโดยตรง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน) ปรับตัวให้เหมาะกับดินที่มีสภาพแย่และมีหินแต่มีการระบายน้ำดีได้เป็นอย่างดี pH 6.6 ถึง 7.5 ได้รับการชื่นชมและเติบโตไปทั่วโลกในฐานะที่ทนต่อความแห้งแล้งและสภาพอากาศหนาวเย็นได้ถึง (-9 °C) - (15 °C) อัตราการเจริญเติบโตช้า การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมากในฤดูร้อน ทนแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping * แม้ว่าพวกมันจะทนทานต่อความแห้งแล้งมาก แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สายพันธุ์ทุกชนิดควรได้รับการรดน้ำอย่างดีในฤดูร้อนและไม่ควรใส่ปุ๋ยมากเกินไป ในฤดูหนาว พืชโดยเฉพาะที่อยู่ในภาชนะควรเก็บไว้ค่อนข้างแห้ง Trithrinax ต้องการอากาศบริสุทธิ์และไม่ชอบสภาพอากาศชื้นในฤดูหนาว เมื่อปลูกในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวที่หนาวเย็นและชื้น พืชอาจต้องการการปกป้องจากฝนตกหนักหรือหิมะตก http://www.palmsociety.org/members/english/chamaerops/008/008-15.shtml
การตัดแต่งกิ่ง---การตัดแต่งกิ่งน้อยมาก ตัดแต่งเมื่อใบแก่ตาย เสียหาย หรือเป็นโรค ควรตัดแต่งออกและปล่อยให้โคนใบแห้ง แต่อย่าลิดถ้าใบยังมีสีเขียวอยู่บ้าง
การใส่ปุ๋ย--- เพื่อป้องกันการขาดธาตุอาหาร ให้ใส่ ปุ๋ยปาล์มคุณภาพดี ที่มีสูตรปลดปล่อยอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้งในช่วงฤดูปลูก
ศัตรูพืช/โรคพืช---Paysandisia archon (หนอนเจาะปาล์มอเมริกาใต้)
รู้จักอ้นตราย---พืชมีหนาม ควรใช้ความระมัดระวังในการจัดการ ไม่มีรายงานผลกระทบที่เป็นพิษ
การใช้ประโยชน์---ใช้กิน ผลมีเนื้อบางและมีเส้นใยมากจะไม่ได้ถูกกิน อย่างไรก็ตามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกเตรียมในท้องถิ่นผ่านการหมัก
ใช้ปลูกประดับ---เป็นปาล์มเรียบง่าย มีเอกลักษณ์และความงามเฉพาะตัว ปลูกเลี้ยงกันอย่างกว้างขวางในประเทศภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนและยังนิยมปลูกกันทั่วโลก เนื่องจากเป็นปาล์มขนาดเล็กที่ง่ายต่อการดูแลรักษา ทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็น และทนแล้ง ในงานภูมิทัศน์ใช้กันอย่างมากในสวนขนาดใหญ่โดยปลูกในตำแหน่งที่ห่างทางสัญจรและจุดที่ต้องแวะเวียนไปมา หลีกเลี่ยงอันตรายจากหนามและปลายใบที่แหลมคม
การใช้อื่น ๆ---ใบมีเส้นใยที่แข็งแรง ทนต่อแรงตึงได้มาก ใช้ในการผลิตงานฝีมือเช่น หมวก รองเท้า และพัด
ภัยคุกคาม---เนื่องจากภัยคุกคามที่สำคัญคือการตัดไม้ทำลายป่าหรือไฟธรรมชาติ เนื่องจากลำต้นถูกคลุมด้วยก้านแห้งหนาและใบของ caranday ติดไฟได้ง่าย
ระยะออกดอก/ติดผล---ออกดอกในฤดูใบไม้ร่วง ผลไม้จะสุกในช่วงปลายฤดูร้อนหน้า
การขยายพันธุ์---ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ใช้ระยะเวลาในการงอก 3-4 เดือน


The Carandilla Palm /Trithrinax schizophylla


Picture 1---T. schizophylla var schizophylla Photo by Paul Craft.http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_schizophylla
Picture 2---Trithrinax schizophylla var schizophylla Photo by Gaston Torres Vera. http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_schizophylla

ชื่อวิทยาศาสตร์---Trithrinax schizophylla Drude.(1882)
ชื่อพ้อง--No synonyms are recorded for this name. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77133453-1
ชื่อสามัญ---Carandilla Palm, Brazilian needle palm, Mosquito palm.
ชื่ออื่น---[ARGENTINA: Saho, Saro.]; [GERMAN : Brasilianische Nadelpalme.]
ชื่อวงศ์---ARECACEAE (PALMAE)
EPPO code---TTXSS (Preferred name: Trithrinax sp.)
ถิ่นกำเนิด---ทวีปอเมริกา
เขตกระจายพันธุ์---อาร์เจนตินา, ปารากวัย, โบลิเวีย, บราซิล
นิรุกติศาสตร์---ชื่อสกุล 'Trithrinax' จากภาษากรีก " tri " = สาม และ thrinax ปาล์มสกุลแคริบเบียนโดยอ้างอิงถึงรูปร่างของกลีบเลี้ยง และแอนโดรเซียม รวมถึงจำนวนสามเท่าของคาร์เพล ; ชื่อสายพันธุ์ 'schizophylla' เป็นภาษาละติน 'schizophylla' =  "ใบแตก"
Trithrinax schizophylla เป็นสายพันธุ์ของพืชดอกในครอบครัวปาล์ม (Arecaceae) ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกโดย Carl Georg Oscar Drude (1852–1933) นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี พ.ศ.2425
Accepted Infraspecifics. https://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:77133453-1
Includes 2 Accepted Infraspecifics ;-
- Trithrinax schizophylla var. biflabellata (Barb.Rodr.) Án.Cano & F.W.Stauffer. (2013)
- Trithrinax schizophylla var. schizophylla

 

Picture 1---Trithrinax schizophylla var. biflabellata. Image by Jose A. Grassia.http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_schizophylla
Picture 2---Central area of the Province of Formosa in the North of Argentina. Trithrinax schizophylla var. biflabellata Photo by Juan Pech.http://www.palmpedia.net/wiki/Trithrinax_schizophylla

ที่อยู่อาศัย---พบขึ้นกระจายอยู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา โบลิเวีย และ ปารากวัย ในบราซิลพบในภูมิภาค Chaco ของ Mato Grosso do Sul เติบโตใกล้ลำธารในป่าดิบแล้ง ใกล้แม่น้ำในดินปนทราย ที่ระดับความสูง 400 เมตร
ลักษณะ---เป็นปาล์มต้นเดี่ยว หรือหลายลำต้น สูง 2- 6 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 7-12 ซม.ปกคลุมด้วยเส้นใยและใบเก่ารวมทั้ง มีหนามแข็งยาว 5 - 15 ซม โดยทั่วไป สำหรับผู้ที่ไม่ชอบปาล์มที่มีหนามน่าจะข้ามไปเลยเพราะหนามเหล่านี้อาจมีความยาวได้ถึง 45 ซม. (18 นิ้ว) หนามเหล่านี้จะเติบโตรอบต้นในรูปแบบที่ซับซ้อน ในยอดมงกุฎมี 10-25 ใบ ใบรูปพัด (palmate) ขอบใบจักลึกเกือบถึงสะดือ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉก ใบเล็กแข็งและเป็นสีเทาเงิน ดอกกระเทยสีขาว (Hermaphrodite Flowers พืชเหล่านี้สามารถผสมเกสรได้เองและไม่ต้องพึ่งแมลงผสมเกสร) ผลมีขนาดเล็ก ขนาด 0.8 ซม. สีเขียวเหลือง
ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม--- ต้องการแสงแดดเต็ม (แสงแดดโดยตรง 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน ไม่มีขอบเขตบน) ถึงร่มรำไร (ตำแหน่งที่มีแสงสว่างและมีแสงแดดส่องถึงไม่ใช่แสงแดดโดยตรงบางชั่วโมงต่อวัน) ชอบดินที่ชื้นและเป็นทราย ทนต่ออุณหภูมิที่เย็นจัด (-5°C) และทนความร้อนได้ถึง 45 °C  อัตราการเติบโตค่อนข้างเร็ว การบำรุงรักษาต่ำ
การรดน้ำ---ต้องการน้ำปริมาณมากในฤดูร้อน ทนแล้ง เหมาะสำหรับการ xeriscaping * แม้ว่าพวกมันจะทนทานต่อความแห้งแล้งมาก แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สายพันธุ์ทุกชนิดควรได้รับการรดน้ำอย่างดีในฤดูร้อนและไม่ควรใส่ปุ๋ยมากเกินไป ในฤดูหนาว พืชโดยเฉพาะที่อยู่ในภาชนะควรเก็บไว้ค่อนข้างแห้ง Trithrinax ต้องการอากาศบริสุทธิ์และไม่ชอบสภาพอากาศชื้นในฤดูหนาว เมื่อปลูกในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวที่หนาวเย็นและชื้น พืชอาจต้องการการปกป้องจากฝนตกหนักหรือหิมะตก http://www.palmsociety.org/members/english/chamaerops/008/008-15.shtml
การตัดแต่งกิ่ง---Unknown
การใส่ปุ๋ย---Unknown
ศัตรูพืช/โรคพืช---ไม่ชอบสภาพอากาศที่ชื้นมากเกินไป เนื่องจากอุณหภูมิต่ำสามารถเอื้อต่อการโจมตีของเชื้อราได้
รู้จักอ้นตราย---ปลายใบแหลมและมีหนามแหลมยาวและบางมากบนยอดลำต้นระหว่างโคนใบ/ยอด ควรต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการจัดการ
การใช้ประโยชน์---บางครั้งพืชถูกเก็บเกี่ยวจากป่าเป็นแหล่งวัตถุดิบในท้องถิ่น
ใช้ปลูกประดับ--- เป็นที่ต้องการอย่างมากของนักนิยมปาล์มทั่วโลก ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับการปลูกเลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นไม้ประดับที่ใช้ในงานภูมิทัศน์ได้สวยงามมากชนิดหนึ่ง
อื่น ๆ--- ใบสำหรับทำตะกร้าและหมวก ใช้มุงหลังคา ลำต้นใช้ในการสร้างบ้านแบบดั้งเดิม
ขยายพันธุ์---เมล็ด งอกยาก เฉพาะในเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง ต้องการความเย็นในตอนกลางคืนเพื่อการงอกที่ดี


อ้างอิง แหล่งที่มา

REFERENCES
General Bibliography
+
REFERENCES
General & specific on-line
+
REFERENCES
Complementary / Specific

อ้างอิง, แหล่งที่มา


ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น
---หนังสือพรรณไม้ในสวนหลวง ร.๙ เล่ม1,เล่ม 2,เล่ม 3 2554 .  
---หนังสือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม1,เล่ม2,เล่ม3, เล่ม4 2548
---หนังสือ ต้นไม้เมืองเหนือ คู่มือศึกษาต้นไม้ยืนต้น ในป่าภาคเหนือ ประเทศไทยโดย ไซมอน การ์ดเนอร์,พินดา สิทธิสุนธร,วิไลวรรณ อนุสารสุนทร หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2549
---ไม้ต้นในสวน Trees in the Gardenโดย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี The Botanical Garden Organization Office of the Prime Minister พิมพ์ครั้งที่1 พฤษภาคม 2542 จัดพิมพ์โดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี
---คู่มือดูพรรณไม้ป่าสะแกราช เล่ม1, เล่ม2 โดย ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น,จิรพันธ์ ศรีทองกุล,อนันต์ พิริยะภัทรกิจ
---หนังสือ พรรณไม้วงศ์กระดังงา ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ภาพ: อภิชัย อิงควุฒิ                                                      
---อ้างอิง,ภาพประกอบการศึกษา-หนังสือป่าเชายเลน นิเวศวิทยาและพรรณไม้ โดย สรายุทธ บุญยะเวชชีวิน (ผู้แต่งและภาพ) รุ่งสุริยา บัวสาลี พิมพ์ครั้งที่1 เมษายน 2554
---หนังสือ ดอกไม้ และประวัติไม้ดอกเมืองไทย จาก ชุดธรรมชาติศึกษา โดย วิชัย อภัยสุวรรณ 2532
---ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์  BGO Plant Databases, The Botanical Garden Organization http://www.qsbg.org/database/
---สำนักงานหอพรรณไม้. (2557). ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันท์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช http://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.aspx
---The International Plant Names Index and World Checklist of Selected Plant Families 2017. Published on the Internet at http://www.ipni.org and http://apps.kew.org/wcsp/
---The Plant List (TPL) was a working list of all known plant species  http://www.theplantlist.org/
---Useful Tropical Plants. http://tropical.theferns.info/viewtropical.                       
---India Biodiversity Portal. http://indiabiodiversity.org/species/show/                    
---Plants of the World Online Kew Science.www.plantsoftheworldonline.org/taxon/urn:lsid:ipni.org
---GBIF.the Global Biodiversity Information Facility.https://www.gbif.org/species/
---PALMS & CYCADS https://www.llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/
---IUCN. Red List of Threatened Species.https://www.iucnredlist.org/
---https://www.nparks.gov.sg/florafaunaweb/who-we-are
---http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Winitia0cauliflora0(Scheff.)0Chaowasku
---http://www.asianplant.net/Annonaceae/Stelechocarpus_cauliflorus.htm
---http://khaophrathaew.org/Biodiversity_Flora2.htm
---https://whatflower.net/about/
---IPNI , 2003, ดัชนีชื่อพืชสากล. ฐานข้อมูลออนไลน์ < http://www.ipni.org/ >
---https://gd.eppo.int/search
---http://www.worldfloraonline.org
---https://llifle.com/Encyclopedia/PALMS_AND_CYCADS/Family/Arecaceae/
---https://www.cabidigitallibrary.org/
---การออกเสียงสะกดชื่อละตินโดย edric https://www.palmpedia.net/wiki/
REFERENCES ---General Bibliography
REFERENCES ---Specific & complementary
แหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปาล์มมีดังนี้ https://thaipalm.myspecies.info/
---www.palmweb.org – แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้จำนวนมากเกี่ยวกับอนุกรมวิธานปาล์มและระบบการตั้งชื่อ
---Govaerts, R. และ J. Dransfield 2005. รายการตรวจสอบปาล์มโลก. สำนักพิมพ์ว่าว. รายการตรวจสอบได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและสามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ที่http://apps.kew.org/wcsp/home.do
---Dransfield, J., NW Uhl, C. Asmussen, WJ Baker, MM Harley และ C. Lewis 2551. สกุล Palmarum. วิวัฒนาการและการจำแนกประเภทของปาล์ม (Genera Palmarum ed. 2.) สำนักพิมพ์คิว.
---http://eunops.org/content/glossary-palm-terms อภิธานศัพท์แบบอินเทอร์แอกทีฟของคำศัพท์ทางปาล์มตามอภิธานศัพท์ที่ตีพิมพ์ใน Genera Palmarum ed. 2

ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับ Geoff Stein (Palmbob) สำหรับภาพถ่ายนับร้อยของเขา
ขอขอบคุณเป็นพิเศษกับPalmweb.org ดร. จอห์นดรานสฟิลด์ ดร. บิลเบเกอร์และทีมสำหรับข้อมูลและภาพถ่ายของพวกเขา

Search images using Google | CalPhotos | Wikimedia
Search on internet using Google
Search using Tropicos | Plants of the World | IPNI | PlantList
Search using BHL | EOL | GBIF | ITIS | Wikipedia

Check for more information on the species:         

---Plants Database    Names, synonymy and distribution    The Garden.org Plants Database    https://garden.org/plants/
---Global Plant Initiative    Digitized type specimens, descriptions and use    หอพรรณไม้ - กรมอุทยานแห่งชาติ    www.dnp.go.th/botany/Herbarium/GPI.html
---Tropicos    Nomenclature, literature, distribution and collections    Tropicos - Home    www.tropicos.org/
---GBIF    Global Biodiversity Information Facility    Free and open access to biodiversity data    https://www.gbif.org/
---IPNI    International Plant Names Index    The International Plant Names Index - home page    http://www.ipni.org/
---EOL    Descriptions, photos, distribution and literature    Global access to knowledge about life on Earth    Encyclopedia of Life eol.org/
---PROTA       Uses    The Plant Resources of Tropical Africa  
---Prelude    Medicinal uses    Prelude Medicinal Plants Database    http://www.africamuseum.be/collections/external/prelude
รวบรวมและเรียบเรียงโดย Tipvipa..V
บริษัท สวนสวรส การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด
สวนเทวา  เชียงใหม่
www.suansavarose.com

2/2/2020- 21/5/2020

UP DATE 18/6/2022, 8/8/2023

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view