สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

สารพัดต้นไม้จัดสวน

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 14/12/2017
สถิติผู้เข้าชม 7,876,255
Page Views 12,426,170
 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

ยังไงดี จะปลูกต้นอะไรดี??

ยังไงดี จะปลูกต้นอะไรดี??

 

จะปลูกต้นอะไรดีหนา...........?


ต้นไม้ขนาดเส้นผ่านศุนย์กลาง 6"

  คำถามง่ายๆ แต่ตอบยาก สารพัดสารเพที่คนแนะนำกันมา แต่ก็เลือกไม่ได้ซักที เพราะคำถามที่ได้ไม่ตรงกับความต้องการลึกๆ ของตัวเอง จะอธิบายยังไงก็บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าที่แนะนำกันมานั้น มักไม่ชอบ คุณสมบัติบางสิ่งบางอย่างของต้นไม้ต้นนั้นอยู่ร่ำไป

ต้นประดู่ป่า ยกมาเป็นกอ
   ก่อนอื่น ต้องถามตัวเองก่อนว่าต้นไม้ที่จะนำมาปลูกนั้น เรามีวัตถุประสงค์อย่างไร เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็มาดูว่าต้นไม้ต้นไหนพันธุ์อะไรที่ตอบสนองต่อความต้อง การของเราได้มากที่สุด มีกี่ชนิด และแต่ละชนิดมีการดูแลรักษาอย่างไรอยู่ในสภาพล้อมของเราได้ไหม จะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่เราจะปลูกหรือไม่ มีการถามไถ่กันไปเรื่อยๆ จากเพื่อนฝูงบ้าง ผู้มีประสบการณ์บ้าง  จากสื่อต่างๆบ้าง ยิ่งฟังมากรู้มากยิ่งยากเข้าไปใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ได้ซักที บางท่านตัดปัญหา ปลูกๆไป ต้นไม้ที่อยากได้ไม่ได้ปลูก ปลูกแต่ต้นที่ไม่อยากได้ ยังงี้ก็มี
ต้นไม้หรือพันธุ์ไม้ที่อยู่ในข่ายของการพิจารณาเพื่อนำมาปลูกนั้นมีมากมาย เป็นหมื่นเป็นแสน จะหาซักต้นทำไมช่างยากเย็น
              ก็ เพราะต้นไม้ต้นหนึ่งๆจะหาคุณสมบัติที่จะตอบสนองความต้องการของเราได้ครบถ้วน กระบวนความมันไม่มีไง ดังนั้นต้องถามตัวเองอีกครั้งว่าเราต้องการอะไรจากต้นไม้เราจะได้เลือกมา แล้วไม่ผิดหวัง

จะลองรวบรวมง่ายๆสั้นๆเป็นข้อๆเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการเลือกดังนี้

1พันธุ์ไม้ที่ให้ร่มเงา บังแสงแดดจากดวงอาทิตย์

1.1 บ้านและอาคาร

โดยเฉพาะห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตก ตอนบ่ายได้แดดเต็มๆ ต้องการไม้ใหญ่เพื่อบังร่มแน่นอน  ควรพิจารณาขนาดของต้นไม้ที่จะนำมาปลูกด้วย ต้องให้ดูได้สัดส่วนกับตัวบ้าน และอาคาร เช่นบ้านเล็กแต่เอาต้นไม้ต้นใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มมาปลูกซะชิด ยิ่งจะข่มตัวบ้านให้ดูเล็กลงไปอีก แถมกิ่งหักใบร่วงใส่หลังคาน่ารำคาญ

การปลูกต้นไม้ใกล้บ้านมันมีเหตุอยู่ว่าต้องการร่มเงาเวลาเที่ยง นั่นก็พอมีเหตุและผลอยู่ แก้โดยการหาต้นไม้ที่แก่เต็มที่ไม่เจริญเติบโตแล้วมาปลูกก็แล้วกัน

      พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกไม่ควรมีใบดกรกทึบแสงแดดส่องถึงพื้นได้น้อย ใบร่วงง่ายแม้ไม่ใช่ฤดูผลัดใบ และกิ่งก้านไม่เปราะหักง่ายควรหาต้นไม้พวกมีใบโปร่ง ระบบรากไม่รุนแรง

1.2 ร่มเงากับสวนนั่งเล่นพักผ่อน นี่ก็สำคัญถ้าร่มแล้วใต้ต้นไม้หญ้าตายหรือสนามไม่สวยล่ะ

ให้ดูว่าปลูกแล้วต้องการร่มตอนไหน ถ้าต้องการให้ร่มตอนเช้า แดดไม่แรงใช้ต้นไม้ขนาดเล็กพุ่มโปร่งปลูกทางทิศตะวันออกของบริเวณต้องการร่ม ถ้าต้องการร่มตอนเที่ยงวัน ตอนนี้แดดอยู่ตรงศรีษะพอดีร้อนต่่างหาก  ให้ใช้ต้นไม้ขนาดกลางหรือ ใหญ่อย่าให้พุ่มกว้างเกินไป ปลูกเป็นกลุ่ม 2-3ต้น และอีกกลุ่ม 1-2 ต้น เพื่อให้เวลาแสงแดดเคลื่อนไปแสงแดดจะได้สาดถึงบริเวณที่เคยร่ม

หญ้าจะไม่เสียหายแต่ได้ร่มเงาในพื้นที่ที่ต้องการ สำหรับร่มเงาที่ต้องการเวลาบ่ายควรใช้ต้นไม้ขนาดกลางที่มีใบดกทึบปลูกบังแสงแดดเยื้องไปทางทิศตะวันตกของพื้นที่ที่ต้องการร่มเงา

1.3 เพื่อให้ร่มเงากับพันธุ์ไม้ที่ปลูกประดับกับพื้นดิน

เช่น พวกเฟิน กล้วยไม้ดิน กระดาษ คล้า อโกลนีมา ขิงแดง อะไรเทือกนี้อีกไปยาลใหญ่ ก็ควรเป็นต้นไม้ที่ใบไม่ทึบไม่ร่วงมาก พวกสนนี่ไม่ได้ หางนกยูงนี่ไม่ได้ ใบเล็กๆร่วงระเบิด ดูแลรักษาใต้ต้นให้สะอาดอยู่เสมอยาก

ควรปลูกพวกลำต้นที่มีเปลือกต้นขรุขระเพื่อให้พันธุ์ไม้เลื้อยเกาะยึดได้ด้วย  มะม่วงนี่ได้ ทองหลางได้ ประดู่ได้ ตะแบกได้

1.4 เพื่อให้ร่มเงากับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

ปลา เอย นกเอย ฯลฯ สัตว์พวกนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของสวน การใช้ต้นไม้บังร่มทำให้เขาอยู่สุขสบายและมีที่พักผ่อนเหมือนกัน ต้นไม้ที่นำมาปลูกจะเป็นไม้ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ก็ได้แต่ที่สำคัญคือความ เป็นพิษ ไม่ว่าจะเป็น เกษร ดอก ผล เมล็ดใบ หรือยางห้ามเป็นต้นไม้พิษ ตัวเล็กตัวน้อยที่เลี้ยงไว้ เผลอกินเข้าไปเสร็จ

1.5 ร่มเงากับถนนและทางเดิน

ต้อง ระวังอย่าใช้ต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านแขนงต่ำ เดินไประหัว ระตา มองไม่เห็นทาง ไม่ใช้ต้นไม้ที่มีผลใหญ่ตกใส่คนได้เช่นมะพร้าว หรือปาล์มขวดที่มีทางใบใหญ่น้ำหนักเยอะใบร่วงทีเงี้ยะ อันตราย

1.6 ต้องการร่มเงาปิดบังสิ่งแข็งหรือมีแสงสะท้อน

เช่น พื้นคอนกรีต ลานจอดรถ ใช้ต้นไม้ที่มีพุ่มโปร่งไม่ร่มทึบมาก เงาของต้นไม้ที่ทาบพื้นจะดูอ่อนเบา ลดการระคายตา ถ้าใช้ต้นไม้ที่มีใบดกหนาทึบจะทำให้ร่มเกิน เวลาเกิดความชื้นหรือฝนตก พื้นเปียกจะแห้งยากทำให้พื้นเป็นตะไคร่ เวลาเดินจะลื่นล้มง่าย
2 พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกเป็นกรอบภาพของสายตา
การจัดสวนเพื่อให้กิดความสวยงามนั้น  ภาพที่ปรากฏจากสายตาจะช่วยให้ภาพนั้นสวยงามหรือชี้ให้เห็นจุดที่สายตาเห็น ภาพนั้นชัดเจนขึ้น การวาดภาพหรือที่เรียกว่ามโนภาพนั้น จะช่วยวางโครงของสวนขึ้นมาในความคิดหรือที่เรียกว่ามโนภาพ แต่เมื่อต้องจัดจริง มุมมองของภาพที่ปรากฏตามตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับความสูง ช่องไฟ การเว้นระยะ จำเป็นต้องใช้สายตาและมุมมองเข้ามามีส่วนร่วมอย่างยิ่ง พื้นสนามที่ว่างเหมือนผืนผ้าใบที่ยังไม่ได้วาดภาพลงไป  ต้องมีเรื่องราวอยู่ในความคิด แล้วก็ร่างภาพให้เกิดขึ้นตามความคิดนั้น เน้นในจุดที่ต้องการเน้น ไม่ใช่วาดไปเรื่อยเปื่อยเปะปะ ก็เหมือนปลูกต้นไม้เรื่อยเปื่อย ยังไงยังงั้น

      ลองคิดถึงรูปที่ใส่กรอบกับรูปที่ไม่ใส่กรอบละกันว่าต่างกันอย่างไร จัดสวนเหมือนกัน สนามเปรียบเหมือนภาพภาพหนึ่งที่ต้องมีเขตล้อมรอบ กรอบล่างคือพื้นดินสนามหญ้า กรอบข้างทั้งสองใช้พันธุ์ไม้สูงยืนต้น ใบไม้หรือกิ่งก้านที่ห้อยย้อยเป็นกรอบด้านบน

      ตรงไหนที่ไม่ รื่นรมย์กับสายตาก็เอาอะไรมาปลูกบังซะเช่น ข้างบ้านชอบเอาผ้ามาตาก ประจำก็ปลูกต้นไม้พรางตาซะ เน้นคำว่าพรางตา เพราะถ้าบังมิดตรงนั้นจะมีต้นไม้อยู่เป็นกระจุก ไม่สมดุลย์ ตรงไหนที่เห็นวิวทิวทัศน์สวยงามห้ามปลูกต้นไม้บังเด็ดขาด เช่นบ้านริมน้ำเห็นแนวลำน้ำเป็นเส้นสวยแต่ ปลูกต้นไม้ซะทึบมองไม่เห็นแม่น้ำเลย อันนี้ผิดร้ายแรง

3 พันธุ์ไม้ที่ปลูกเป็นฉากหลัง (Background)

อัน นี้ต้องคำนึงถึงความกว้างและความสูงของบ้านหรืออาคารถ้าอาคารเตี้ยสร้างบน พื้นราบมองไปแล้วเท่าระดับสายตาหรือต่ำกว่า ควรเลือกต้นไม้ขนาดกลางปลูกเยื้องไปด้านใดด้านหนึ่งทางด้านข้างในแนวหลังชิด กับตัวบ้าน ถ้าเป็นบ้านสองชั้นบนที่ราบปลูกไม้ทรงสูงอยู่ใกล้บ้านเยื้องไปทางด้านหลัง

การใช้พันธุ์ไม้ปลูกเป็นฉากหลังนั้นต้องพิจารณาถึงลักษณะทึบหรือโปร่งของ พันธุ์ไม้ จะต้องการฉากหลังทึบหรือโปร่งก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่พันธุ์ไม้ที่นิยมนำมาใช้เป็นฉากหลัง ถ้าเป็นไม้ใหญ่ก็พวก สนทะเล ปาล์ม ไผ่ โสกอินเดีย หลิว แปรงล้างขวด ประดู่แดง ประดู่เหลือง ซิลค์โอ๊ค

พุ่มเตี้ยก็มีโมก แก้ว ยี่โถ ยี่เข่ง จั๋ง สิบสองปันนา ข่อย ชาดัด พุด

4 พันธุ์ไม้ที่ปลูกเป็นขอบเขตพื้นที่
พันธุ์ ไม้พวกนี้มักใช้ปลูกเพื่อแบ่งอณาเขตให้ชัดเจนเช่นตามแนวถนน ทางเดิน มองในสวนแล้วจะเหมือนเส้นต่างๆนำสายตา ควรใช้พันธุ์ไม้ที่มีอายุยืนซักหน่อยจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ โตเร็วจะได้ตัดแต่งให้เห็นเส้นต่างๆได้ชัดเจนขึ้นจะทำเส้นหนาเส้นบางยังไงก็ ได้ และควรเป็นพันธุ์ไม้ที่มีการเจริญเติบโตรอบทิศทางไม่ใช่ทางสูงอย่างเดียว เช่น ชาปัตตาเวีย ชบาสี แก้ว หูปลาช่อน ขาไก่ด่าง เข็ม อีกเยอะ
5 พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกเป็นฉากบังหรือแบ่งพื้นที่
จะ ปลูกเพื่อบังหรือแบ่งพื้นที่เช่นบังพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้ใครเห็น เวลาพักผ่อน ใช้ปิดบังสิ่งที่ไม่น่าดูเช่นที่ทิ้งขยะ ใช้กันมลภาวะเป็นพิษเช่นเสียง ฝุ่นละอองการ ปลูกเป็นฉากบังสิ่งเหล่านี้ให้คำนึงถึงทิศทางลมด้วยความสูงของพันธุ์ไม้อยู่ ในระยะปิดบังสายตาได้พอเพียงหรือไม่ หรือปิดบังลมไปด้วยทำให้อับทึบไม่ปลอดโปร่ง หากต้องการให้ฉากนี้ถาวรอาจต้องใช้ตัวช่วย สร้างเป็นรั้วถาวรแล้วปลูกไม้เลื้อยคลุม 
6พันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อต้องการความหอม
 ความหอมของดอกไม้ที่ถูกรสนิยมนี่ มันชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก สวนสวยแล้วไม่หอมนี่ อาภัพจริงๆ สวนจะเกิดคุณค่าอย่างยิ่งยวดถ้ามีสิ่งที่ทำให้เราอยู่ในสวนนี้แล้วรู้สึกว่า ...อยู่แล้วไม่อยากจาก...

     การเลือกไม้หอมนี่ต้องคำนึงถึงความรุนแรงของกลิ่น ดอกไม้แต่ละชนิดมีความรุนแรงของกลิ่นต่างกัน บางชนิดหอมอ่อนๆโชยมากับลมแล้วสดชื่น บางชนิดฉุนขาดต้องปลูกไว้ไกลมากให้ลมพัดมาแล้วหอมพอดี รู้เวลา หอมตอนไหน หอมเช้า หอมสาย หอมบ่าย หอมค่ำ หอมไม่บันยะบันยัง หอมทั้งวัน หอมตลอด บางทีหอมนานไปกลายเป็นเหม็นก็มี แล้วก็ควรปลูกห่างๆกันไว้ เกิดหอมพร้อมกันไม่รู้กลิ่นอะไรเป็นกลิ่นอะไร ทางที่ดี สมมุติปลูกจำปีไว้หน้าบ้าน ควรปลูกราตรีไว้หลังบ้าน ห่างๆกันไว้ปลอดภัยกว่า

7 พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกคลุมดิน
 เป็น พันธุ์ไม้ที่มีลักษณะการเจริญเติบโตทางด้านข้างแผ่โดยรอบ ไม่มีรากลึกแย่งอาหารต้นไม้อื่นไม่เป็นสื่อนำแมลงหรือศัตรูพืชเข้าสวน ขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำง่ายๆมีอายุยืนสักหน่อยจะได้ไม่เปลือง งบรื้อถอนบ่อยๆต้นอะไรบ้างดูได้ในบทไม้คลุมดิน

8 สัญญลักษณ์ แห่งฤดูกาล

 เป็น การบ่งบอกถึงการแปรเปลี่ยนสวนไม่ให้เกิดความซ้าซาก  สวนที่นิ่งๆเฉยๆอยู่ยังไงอยู่ยังงั้นมันไม่น่าตื่นเต้น ไม่เร้าใจ วิธีที่จะทำให้สวนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้คือการเลือกพันธุ์ไม้ ที่มีฤดูกาลออกดอกในรอบปี ดอกสะพรั่งเป็นระยะๆ สีสันสดใสของพันธุ์ไม้เหล่านี้ทำให้สวนมีวิญญานขึ้น เลือกปลูกตามตำแหน่งต่างๆ ให้สีสันตัดกัน หรือเลือกพันธุ์ไม้ที่ผลัดกันออกดอกเป็นระยะตลอดปี ในเวลาไม่ซ้ำกัน เช่น สุพรรณิการ์ ประดู่ กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ แคแสด ศรีตรัง ทองกวาว แคฝรั่ง ตะแบก อินทนิล เสลา แต้ว พี้จั่น นนทรี พลวง เหลืองอินเดีย  เหลืองปรีดิยาธร ชมพูพันธุ์ทิพย์ ชงโคฯลฯ

        ส่วนใหญ่ พันธุ์ไม้เหล่านี้ก่อนออกดอกมักผลัดใบ ทิ้งใบร่วงก่อน บางคนกลัวใบไม้ร่วงมากกว่าอยากจะเห็นดอก ทั้งที่แต่ละต้นก็แค่ร่วงปีละหน

9พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกเพื่อเป็นจุดเด่นในสวน

  ควรเป็นพันธุ์ไม้ที่มีรูปทรงสวยงามโดดเด่นเป็นพิเศษ หรือมีสีสดสดุดตา หรือมีดอกดกเต็มต้น ปลูกในที่ที่เด่นเป็นจุดสนใจ ปาล์มชนิดต่างๆที่มีความสวยงามโดยรอบปลูกเดี่ยวๆโชว์ฟอร์ม หรือพวกต้นไม้ Dramatic Form ที่มีลีลาเส้นสายลายต้น โครงสร้างกิ่งก้านสาขางดงาม พันธุ์ไม้ประเภทนี้จะร่ำร้องให้คนสนใจสวน เพิ่มคุณค่าให้สวนได้มากมายทีเดียวเชียว

10 พันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของครอบครัว

ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม

ไชโย โห่ฮิ้ว......

       แล้วก็  มะม่วง มะปราง สาเก ลิ้นจี่ ชมพู่ มะกอกน้ำ มะกอกฝรั่ง ขบวนไม้ผลยกโขยงมารอปลูก รวมถึงผักสวนครัว พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกระเพรา โหระพา แมงลัก ผักชี ยี่หร่า ก็รอสมทบด้วย ปลูกไว้ ประหยัดไม่ต้องซื้อผลไม้รับทาน แถมแจกญาติสนิท มิตรสหาย สบายใจ แล้วก็ภูมิใจกับฝีมือตัวเองด้วยปลูกมากับมือ ยังไงก็อร่อยกว่าซื้อเป็นไหนๆ เลือกพันธุ์ที่ดีแน่ใจแล้วค่อยปลูก ไม่ใช่ "กว่าจะรู้ตัวเองก็สาย" รอมาแทบตาย มีลูกให้ชิมทั้งทีไม่อร่อยเลย ยังงี้ช้ำใจแย่

หัวข้อ จาก หนังสือ วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ๒๕๒๕ สมโภชน์รัตนโกสินทร์๒๐๐ปี ผู้เขียนบทความคืออาจารย์ ปิฎฐะ บุนนาคและอาจารย์ สุวิทย์ ทองแสงพราว นานเนกาเล แต่ทรงคุณค่า ผ่านไปแล้ว ๓๕ปี จนกลายเป็น>>เรื่องนี้ต้องขยาย......By Tipvipa..V
 พันธุ์ ไม้ทั้ง10หัวข้อเป็นลักษณะพันธุ์ไม้ที่ได้แบ่งแยกวัตถุประสงค์เพื่อการเลือก หา อาจมีเกร็ดอื่นๆอีกที่ไม่ได้กล่าวถึง   เช่นพันธุ์ไม้ที่ทำให้เกิดอารมณ์ เกิดมโนภาพต่างๆ หรือเกิดจินตนาการไม่รู้จบ แบบอาร์ตติ๊สตัวแม่ทำนองนั้นก็แล้วแต่จะสรรสร้างเสาะหามาสนองความต้องการและ จะสมเจตนารมย์ของผู้ปลูกได้ หรือไม่ ก็แล้วแต่ความเพียรพยายามของผู้ปลูกที่จะเรียนและรู้ว่าตนจะอยู่ร่วมกับ ต้นไม้ต้นนั้นอย่างมีความสุขได้อย่างไร
  พรรรณไม้แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ตามความสูงและความยาวของลำต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ต้น มีการแบ่งออกเป็น3ขนาด ตามความสูงของทรงพุ่มที่ประกอบด้วย ทรงพุ่มและเรือนยอดได้แก่

    - ไม้ต้นขนาดเล็ก มีความสูงไม่เกิน15เมตร

    - ไม้ต้นขนาดกลาง มีความสูง 15-25เมตร

    - ไม้ต้นขนาดใหญ่ มีความสูงมากกว่า25เมตร

การขุดล้อมย้ายปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่

23.07น

28/05/2010

โดยทั่วไปแล้ว คำว่าไม้ยืนต้น (Tree) หมายถึงพืชซึ่งเมื่อโตพอสมควรจะมีลำต้นเดี่ยวเห็นได้ชัดเจน มีกิ่งใหญ่อยู่สูงจากพื้นดินอย่างได้สัดส่วนกับลำต้น มีเนื้อไม้ มีอายุหลายปีและเมื่อโตเต็มที่สูงไม่ต่ำกว่า10เมตร แต่อาจมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายอย่างที่มีอิทธิพลทำให้ไม้ชนิดเดียวกันเป็นไม้ ยืนต้นในที่หนึ่งแต่กลับมีลักษณะคล้ายไม้พุ่มอีกที่หนึ่งได้เช่น อากาศ ภูมิประเทศ ดิน และมนุษย์ตัดแต่งกิ่งให้

          การ จะขุดล้อมย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกอีกที่หนึ่งนั้น จะเรียกว่าประสพความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อ  ต้นไม้ต้นที่ขุดขนย้ายไปปลูกนั้น ไม่ตายและเจริญเติบโตต่อไปได้

ขั้นตอนการย้ายปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มีขั้นตอนสำคัญอยู่4ขั้นตอนซึ่งเป็น ขั้นตอนที่มีความต่อเนื่องกันคือ

          1 การตรวจสอบ                 

          2 การขุดราก

          3 การขนย้าย

          4 การปลูกในที่ใหม่
1 ขั้นตอนการตรวจสอบ

ดูความเป็นไปได้ของต้นไม้นั้นว่าสามารถขุดย้ายล้อมไปได้หรือไม่ เช่น ชนิด อายุ ความแข็งแรง ความเป็นไปได้ในการปลูกในที่ใหม่ มีความเหมาะสมหรือไม่  

ผู้ตรวจสอบต้องเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์และความชำนาญ  ไม้ใหญ่บางชนิดทำได้ไม่ยาก เช่น ไทร กร่าง แต่ไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะเอาเสียเลยเช่น มะขาม มะม่วง เพราะไม้เหล่านี้มักไม่รอดถ้าระบบรากได้รับความเสียหายไม้ที่ใกล้หมดอายุไข แก่เกินไปก็ไม่ควรย้ายหรือทรุดโทรม เป็นโพรง มีโรคระบาด หรือมีขนาดใหญ่โตมากเกินไปเช่นขนาด3คนโอบไม่รอบ ก็ผ่านไปซะ(ผ่านในที่นี้คือใช้ไม่ได้)

2 การขุดราก

เมื่อ ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและพบไม้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการแล้วขั้นต่อ ไปคือการขุดราก  โดยทำเครื่องหมายอาณาบริเวณที่จะขุดซึ่งคาดว่ารากส่วนใหญ่ทางด้านข้างของลำ ต้นจะไปถึง ตัดแต่งกิ่งให้เหลือเรือนยอดสมดุลย์กับเรือนรากที่จะขุดขึ้นมา จะทำให้ต้นไม่ล้มเมื่อนำไปปลูกในที่ใหม่ ไม้บางชนิดตัดเรือนยอดออกมากๆจนเหลือแต่ลำต้นก็ได้เช่นประดู่ เพราะสามารถแตกกิ่งใหม่ได้ง่ายและเร็ว และเพื่อเป็นการลดการคายน้ำของใบด้วย การแต่งกิ่งควรทำพุ่มให้โปร่งแต่งกิ่งรุ่งริ่งออกและกิ่งแก่ที่หมดกำลังการ ผลิตแล้ว

จากนั้นป้องกันอันตรายจากเชื้อราและเห็ดราต่างๆโดย ใช้ยากันเชื้อราหรือปูนกินกับหมากทาสมานรอยแผลก่อน ต่อไปขุดรากตามรอยเครื่องหมายที่ทำเอาไว้

 การขุดรากอาจทำได้ 2 แบบ  คือ ขุดแบบเร่งด่วน วิธีนี้ต้นไม้จะไม่มีดินหุ้มรากหรือเรียกว่าล้างราก  ขึ้นอยู่กับความพยายามที่จะขุดรากให้ได้มากที่สุด เสียหายน้อยที่สุด เสร็จให้เร็วที่สุดและขนย้ายไปปลูกให้เร็วสุด ถ้าทำดังกล่าวได้โอกาสที่ต้นไม้จะรอดตายมีสูงเมื่อนำไปปลูกในที่ใหม่ การขุดรากแบบเร่งด่วนนี้ใช้เวลาสั้นและรากจะได้รับความกระทบกระเทือนครั้ง เดียว

      อีกวิธีคือการขุดรากเพื่อย้ายปลูกแบบไม่เร่งด่วน เรียกว่าสักรากหรือ บอน ไม้ การสักรากหรือบอนไม้ทิ้งไว้จะช่วยให้ทำให้เกิดรากใหม่ก่อนขนย้ายไปปลูก เมื่อปลูกในที่ใหม่โอกาสที่ต้นไม้จะรอดมีมากกว่าวิธีแรก การขุดล้อมโดยรอบต้นบริเวณขอบพุ่มใบเพื่อตัดรากแขนงก่อนแล้วปล่อยทิ้งไว้ เป็นเดือนหรือเป็นปีรอให้รากแตกแขนงใหม่มากพอจึงจะขุดลงข้างใต้เพื่อตัดราก แก้วแล้วขนย้ายไปปลูก สำหรับไม้ยืนต้นที่มีขนาดโตมากๆมักจะไม่ค่อยปรากฏรากแก้ว มีแต่รากแขนง การขุดรากเพื่อย้ายปลูกอาจทำได้ทั้ง2วิธีคือแบบเร่งด่วนและไม่เร่งด่วน แต่การที่จะให้มีดินหุ้มรากคงทำได้ลำบากเพราะไม้ต้นใหย๋โตจะกินพื้นที่ บริเวณกว้างตามปริมาณราก หนักมาก เกะกะขนย้ายยาก อาจทำได้แค่มีดินหุ้มรากบางส่วนเท่านั้น

3การขนย้าย

รูปภาพ : สวนสวรส
มาถึงขั้นตอนของการขนย้าย เมื่อขุดรากสำเร็จแล้วก็ยกต้นไม้ขึ้นมา ต้องใช้รถปั้นจั่นติดรอกดึงขึ้นแล้วขนย้ายไปปลูกยังที่ที่ต้องการ  ถ้าปลูกในที่ใกล้คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าที่ที่จะนำต้นไม้ไปปลูกอยู่ไกล ควรทำตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรหรือ ญาติๆบนถนน จากแสงแดดจากความร้อน อาจต้องใช้รถบรรทุกน้ำวิ่งตามคอยฉีดรากและเรือนยอดเป็นระยะไม่ให้แห้ง  หลุมต้อง

        เตรียมไว้ก่อนแล้วให้นานพอสมควรเพื่อตากดิน และมีลักษณะเดียวกันกับเรือนราก ไม่ใช่พอต้นไม้มาถึงแล้วค่อยขุด เสียเวลา หรือเตรียมหลุมไม่ดี ตื้นเกิน แคบเกิน ก็เสียเวลาเหมือนกัน  พยายามอย่าให้ทุกส่วนบอบช้ำทุกขั้นตอน

รูปภาพ : สวนสวรส
4 การปลูกในที่ใหม่
รูปภาพ : สวนสวรส
การ ปลูกในที่ใหม่เมื่อต้นไม้มาถึงก็ยกลงหลุมจัดลำต้นให้ตรงและสมดุลย์ เพื่อไม่ให้ล้มง่าย ใช้ดินใส่ระหว่างลำต้นและราก กลบให้แน่น ใช้สิ่งยึดหรือค้ำยันลำต้นให้มั่นคงไม่โยกคลอน หรือล้มเวลาลมแรงหรือมีพายุ  เมื่อต้นไม้ฟื้นตัวและแข็งแรงพอจึงค่อยปลด สลิง หรือค้ำยันออก ต้นไม้ที่ย้ายมาปลูกใหม่ๆมักโทรมหรือชงักงันเป็นเวลานานพอสมควรถ้ารากฟื้น ตัวเร็วลำต้นก็มักฟื้นตัวเร็วด้วยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง  อย่าปลูกทิ้งขว้าง
รูปภาพ : สวนสวรส

ขั้น ตอนทั้งหมดนี้ สามารถทำได้ผลดีในบางฤดูกาลและบางท้องที่  คือทำได้ผลดีในฤดูกาลที่ไม้ยืนต้นอยู่ในช่วงพักตัวหรือช่วงใกล้จะพักตัว และในที่ที่มีความชุ่มชื้นเป็นเวลานานหลายเดือนและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

สูง  จึงนิยมทำการขุดล้อมย้ายปลูกต้นไม้ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ในกรณีที่ต้องมีการย้ายต้นไม้ปลูกแบบเร่งด่วนนั้น ถ้าอยู่ในฤดูกาลที่ไม่เหมาะสมก็จะมีผลเสียคืออยู่ในช่วงผลิใบหรือกำลังเจริญ เติบโต จะทำให้ต้นไม้นั้นมีโอกาสตายสูงมาก

หรือถ้าต้องปลูกในปลายฤดูหนาว (อันนี้โดนมาแล้ว) และต่อมากระทบฤดูร้อนซึ่งนานหลายเดือน ความชุ่มชื้นน้อย ปริมาณน้ำฝนน้อย ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ความชื้นในดินต่ำ อุณหภูมิของอากาศและดินค่อนข้างสูง จึงต้องคอยดูแลควบคุมการให้น้ำอย่างพอเพียงและเอาใจใส่มากกว่าปกติ ไม่งั้นยืนซับน้ำตาได้

สรุปแล้วไง
อะไร ก็ไม่พ้นความพยายามของมนุษย์ไปได้ อยากได้ร่มเงา ทันใจ อยากได้ต้นไม้ใหญ่ขนาดไหน ก็ไปฉุดไปดึงมาได้ทั้งนั้น  แต่ธรรมชาติมนุษย์ เมื่อได้แล้วมักไม่เห็นคุณค่า อยากได้สิ่งใหม่อยู่ร่ำไป ย้ายมารอดก็เป็นบุญ ถ้าตายล่ะ เสียดายมั๊ย

20.28 น.

4/6/2010
ต่อเติมเพิ่ม หลังจาก 2 ปี ผ่านไป

เป็นเรื่องที่มักมีคนถามเสมอว่าทำไมปลูกต้นไม้แล้วต้นไม้ตาย มือเย็น มือร้อน เกี่ยวไหม

พิจารณากันเองแล้วกัน

เหตุที่ทำให้ต้นไม้ตาย

1  ขาดน้ำ ตายแน่ไม่รดเลย

2  รักมาก ให้น้ำจนท่วมขัง โคนไม่เคยแห้งแฉะตลอด

3  รักสุดๆใส่ปุ๋ยจะให้งามแบบไม่บันยะบันยัง

4  ไม่มีเวลา ปุ๋ยไม่เคยให้เลย ยิ่งปลูกในกระถางด้วยแล้ว ดินงี้แข็งขาดธาตุอาหาร ไม่เคยเปลี่ยนดินใหม่ให้ นาน...................มาก

5  ใส่ปุ๋ยที่ยังไม่สลายตัว เช่นขี้วัวสดๆรองก้นหลุมก่อนปลูก (เอามาจากไหนไม่รู้)

6  รากกระเทือน ตุ้มดินแตกตอนปลูก

7  ไม่แกะพลาสติกที่รอยต่อของกิ่งทาบออก ต้นไม้โต พลาสติกรัดที่รอยจนคอดขาด ตายคาที่แบบไม่รู้ตัวนะนั่น อยู่ๆต้นไม้ล้ม หักเฉยๆ บางที่เจ้าของไมู่้รู้สาเหตุด้วยซ้ำ งงๆ

8  ปลูกซะลึก เหยียบโคนซะแน่นเกิน กลัวต้นไม้ล้ม ทำอย่างนั้น เท่ากับส่งไปสวรรค์อย่างเดียว ไม่รอด

9  ต้นโยกคลอนเพราะไม่ปักหลักยึดให้ต้นนิ่งอยู่กับที่ โดนลมไหว คนโยก(เผลอจับ)

ต้นไหว รากก็ไหวด้วย ไม่ต้องโตกันมีแต่ตายอย่างเดียว

10 น้ำท่วม ไฟไหม้ อันนี้แล้วแต่ฟ้าลิขิต มันช่วยไม่ได้จริงๆ

11 แดดเผา ต้นยังอ่อน หรือล้อมมาใหม่ แดดจัดคายน้ำมาก คายจนเพลีย รากก็ยังไม่แข็งแรงดูดน้ำขึ้นมาไม่ทันกิน ก็ตาย

12 มีโรคเข้าทำลาย หนอนเจาะลำต้น เชื้อราเข้า

13 ได้รับแสงแดดน้อย อยู่ในที่ร่มเกินไปเป็นเวลานาน

14 สภาพแวดล้อมไม่เหมาะ ดินฟ้าอากาศไม่อำนวย ถิ่นกำเนิดอยู่คนละโลก

15 เจ้าของไม่รัก ตายดีกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมาเกี่ยวกับมือร้อน มือเย็นไหม ! ท่าน

12/9/2012

Tipvipa..V

www.suansavarose.com


ความคิดเห็น

  1. 1
    msconfig
    msconfig msconfig 16/02/2015 00:22

    พูดได้ดีครับ














    สรุปแล้วไง
    อะไร ก็ไม่พ้นความพยายามของมนุษย์ไปได้ อยากได้ร่มเงา ทันใจ อยากได้ต้นไม้ใหญ่ขนาดไหน ก็ไปฉุดไปดึงมาได้ทั้งนั้น  แต่ธรรมชาติมนุษย์ เมื่อได้แล้วมักไม่เห็นคุณค่า อยากได้สิ่งใหม่อยู่ร่ำไป ย้ายมารอดก็เป็นบุญ ถ้าตายล่ะ เสียดายมั๊ย

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view