|
ไม้พุ่มและไม้คลุมดิน
|
| ช้องนาง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thunbergia erecta (Benth.) Anderson วงศ์ : ACANTHACEAE ถิ่นกำเนิด : Africa |
![]() |
![]() |
ไม้ พุ่มสูง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ออกดอกตลอดปี เป็นต้นไม้สีม่วงที่งดงามสดุดตามากชนิดหนึ่งขยายพันธุ์ด้วยวิธีตัดกิ่ง ปักชำหรือตอน เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ทั้งในที่กลางแจ้งและร่มรำไร ชอบดินร่วนซุยที่มีความชื้นสม่ำเสมอ ชอบปุ๋ยหมักมากกว่าปุ๋ยคอก ลักษณะแปลกอยู่อย่างของช้องนางคือชอบคว่ำดอกลงหาดิน เพราะมีก้านดอกเล็กมาก ทำให้รับน้ำหนักทรงดอกอยู่ไม่ได้ ช้องนางมีอยู่ 2 พันธุ์คือ Thunbergia affinis พันธุ์ดอกใหญ่ และพันธุ์ดอกเล็ก Thunbergiaerecta |
| ช้องแมว |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gmelina philippinsis Cham ชื่อสามัญ: Wild Sage ถิ่นกำเนิด : Philippins |
![]() |
![]() |
ไม้พุ่มรอเลื้อยมีเนื้อไม้แข็ง พาดพันต้นไม้อื่นสูงได้ถึง 8 เมตร ทุกส่วนมีขนขาวนุ่มปกคลุม แตกกิ่งก้านใบเป็นพุ่มแน่น ใบเดี่ยวรูปรีแกมรูปไข่เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนใบโค้งมนเล็กน้อย มักมีหนามแหลมยาวเป็นคู่แต่ละคู่ตั้งฉากกันบริเวณโคนกิ่งและง่ามใบ ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง หรือง่ามใบ ขนาดดอกย่อย2-5ซม.โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายเป็นติ่งเล็กๆ5อัน ด้านนอกมีขนสีขาวคลุม ด้านในเกลี้ยง โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆปลายแยกเป็น2ปาก ผลสดรูปค่อนข้างกลม ขนาด2-3.5ซม.เมื่อสุกสีเหลืองมีเมล็ดเดียว ออก ดอกเดือน มีนาคม-พฤษภาคม ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและการตอนกิ่ง ชอบขึ้นในที่ร่มจนถึงแดดจัด นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งหรือเลื้อยขึ้นซุ้ม |
| ผกากรอง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lantana spp. and hybrid ชื่อสามัญ : Lantana ถิ่นกำเนิด : America |
![]() |
||
|
เป็นไม้พุ่มต้นสูง2เมตรและชนิดเลื้อยคลุมดินอายุหลายปี ยอดเลื้อยได้ไกล3-5เมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลอมเขียว เมื่ออายุมากมีเนื้อไม้ ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักซี่ถี่ผิวใบสากมีขนคายมือ สีเขียว ใต้ใบมีขนอ่อนสีขาวขนาดใบกว้าง3-5ซม.ยาว4-6ซม. ดอก ออกเป็นช่อกระจุกแน่นตามซอกใบและปลายยอด ขนาดดอก2-3ซม. ดอกย่อย15-20ดอก ดอกย่อยรูปแตรมีหลายสี ขาว เหลือง ส้ม แดง ชมพู ขนาดดอกย่อย5-8มม. ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปกลมขนาด5-8มม.สีเขียว แก่สีดำมีเนื้อนุ่ม มีเมล็ด1เมล็ด ต้น นี้อย่าไปโดนดอกหรือใบ จะมีกลิ่นฉุน บางคนจะไม่ชอบ แต่เป็นไม้ที่ออกดอกตลอดปี ดูแลง่ายไม่ค่อยมีศัตรูพืชมีการนำไปเสียบยอดกับตอป่า สวยไปอีกแบบ ถ้าชอบสีสันก็ไม่ผิดหวัง มีหลายสีนิยมปลูกรวมกันเป็นกลุ่มใช้ในงานจัดสวนขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ |
| บานบุรี |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์: Allamanda carthartica Linn. ชื่อสามัญ : Allamanda วงศ์ : APOCYNACEAE ถิ่นกำเนิด : America |
![]() |
|
ไม้กึ่งพุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นแข็งและเหนียว ถ้าปล่อยเลื้อยจะเลื้อยไปได้ไกล สามารถตัดแต่งเลี้ยงเป็นพุ่มได้ โดยเฉพาะพันธุ์ใบเล็กนิยมนำมาปลูกเลี้ยงเป็นไม้พุ่มประดับสวน ดอกบานบุรีออกเป็นช่อสั้นๆตามข้อบริเวณใกล้ยอด ดอกเป็นรูปกรวยสีเหลืองมี5กลีบ กลีบดอกเวียนซ้อนทับกัน มีทั้งชนิดดอกลาและดอกซ้อน และมีชนิดสีม่วง ที่มีชื่อสามัญว่า "Purple Allamanda" ลักษณะ ต้นใบและดอกเหมือนบานบุรีเหลือง เพียงแต่เล็กกว่า ลำต้นแข็งเหนียวเหมือนกัน แต่ใบมีขนคายมือ ดอกออกเป็นช่อสั้นๆเป็นรูปกรวยปากบาน สีม่วงแดง ต้นนี้จะโตช้ากว่าและเลี้ยงดูยากกว่าชนิดต้นสีเหลืองบานบุรีชนิดอื่นๆ |
| บานเช้าสีนวล |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Turnera subulata G.E. Smith วงศ์ : TURNERACEAE ชื่อสามัญ : Sage Rose ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อน และ หมู่เกาะ อินดิส ตะวันตก |
|
![]() |
ชื่อ ก็บอกแล้วว่าบานตอนเช้า พอใกล้เที่ยงก็จะหุบ แต่บานแค่นี้ก็คุ้มค่าดอกยังกะดาว พราวไปหมด เลี้ยงง่ายด้วยออกดอกทุกวันตลอดปี เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก แต่มักนำมาใช้คลุมดิน สูงประมาณ 30-50เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ปลายแหลม ขอบใบจัก ผิวใบสาก ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีเหลืองนวล โคนกลีบจะเป็นสีม่วงอมแดงเข้ม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือปักชำยอด |
| บานเช้าสีเหลือง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Turner ulmifolla., Linn. วงศ์ : TURNERACEAE ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อน และ หมู่เกาะ อินดิส ตะวันตก |
![]() |
![]() |
บาน เช้าสีเหลือง เป็นไม้เนื้ออ่อนยืนต้นพุ่มสูงกว่าบานเช้าสีนวล สูงได้ถึง 60-100 ซม.ใบเดี่ยวรูปหอกสีเขียวเข้มและยาวกว่าบาน เช้าสีนวล ออกเรียงคู่สลับขวางทิศทางกัน ปลายใบแหลม ขอบใบจัก ผิวใบหยาบ ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองเข้มออกตรงปลายกิ่งส่วนยอด มี5กลีบ เป็นไม้ที่มีทรง พุ่มแน่นถึงกิ่งก้านดูชลูด เพรียวลมก็ตาม ดอกไม่ดกมากแต่ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำก็ขึ้น ปลูกง่ายขึ้นดีในดินร่วนซุยเกือบทุกสภาพ |
|
บานเช้าสีส้ม |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Turnera aurantiaca Benth. ชื่อสามัญ : Orange Turnera วงศ์ : TURNERACEAE |
![]() |
|
ไม้ พุ่มสูง 2เมตร แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับกว้าง3-4ซม.ยาว6.5-8.5ซม.รูปรี ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อยถี่ ผิวใบด้านล่างหยาบ มีขน มีต่อม1คู่ที่ด้านข้างของก้านใบรูปกึ่งทรงกลม ดอกสีส้มออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง มีใบประดับ1คู่กลีบเลี้ยง5กลีบ กลีบดอก5กลีบ ผลแห้งแตกได้ออกดอกและติดผลตลอดปี |
| บานเย็น |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mirabilis jalapa. ชื่อสามัญ : Four-o'-clock , Marvel of Peru |
![]() |
![]() |
พูดถึงบานเช้าแล้วก็ต้องพูดถึงบานเย็นด้วย บานพร้อมๆกันทุกดอกทุกดอกตอนเย็น มีหลายสี สีแดง ชมพูแก่ ชมพูอ่อน สีเหลืองก็มี ท่านว่า (หมาย ถึงคนสมัยก่อน) เมล็ดบานเย็น สาวๆสมัยนั้นนำมาใช้เป็นเครื่องสำอางโดยใช้แป้งในเมล็ด มาทาแก้สิวแก้ฝ้าทำให้หน้าผุดผ่องเป็นยองใย ใครอยากทดลอง ตามสบาย ผลเป็นอย่างไรส่งข่าวด้วย ไม่สำเร็จห้ามว่ากัน บานเย็นอยู่กลางแจ้งหรือในที่ร่มรำไรได้ออกดอกเหมือนกัน เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ก็ง่าย เพาะเมล็ด ปักกิ่ง หรือชำกิ่งอ่อน ยอดอ่อนได้ |
| บานชื่น |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zinnia elegans.,Jacq วงศ์ : COMPOSITAE ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก |
![]() |
![]() |
บาน ชื่นเป็นพืชล้มลุกพื้นเมืองของเม็กซิโก ปัจจุบันนักผสมพันธุ์บานชื่น ได้ผสมพันธุ์บานชื่นจากพันธุ์เดิมหรือพันธุ์ Zinnia elegans จนได้ดอกสีสวยมากมายหลายพันธุ์ จึงเรียกพันธุ์ผสมชนิดต่างๆเหล่านั้นว่า บานชื่นสวนหรือ Garden Zinniaและ จัดไว้เป็นพวกดอกไม้แต่งสวนประจำฤดู บานชื่นเป็นไม้ดอกล้มลุก ต้นสูงได้ถึง60ซม. ต้น ใบ กิ่งก้านมีขนอ่อนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวรูปมนปลายแหลม ดอกมีทั้งชนิดดอกลาและดอกซ้อน สำหรับ เมืองไทยสามารถปลูกบานชื่นได้ตลอดเวลาเพราะเป็นดอกไม้ที่ปลูกง่าย ขึ้นง่าย ไม่เรื่องมากเลือกที่อยู่ที่กินเหมือนดอกไม้ศักดินาบางอย่าง เพียงขยี้เมล็ดจาก "ดอกบนฐาน"แห้งๆโรยลงบนพื้นดิน ก็ขึ้นแล้ว เอื้อเฟื้อน้ำให้บ้างก็พอ ถ้าไม่รังเกียจว่าเป็นพันธุ์ไม้ข้างถนนละก็ (กทม เคยนำเมล็ดดาวเรือง ดาวกระจาย บานชื่นหว่านปลูกสองข้างถนนหลายสาย คงเห็นผ่านตากันบ้าง )หลากสีสันอันสดใสของบานชื่นก็สามารถทำให้ที่นั้นๆสดใสได้ |
| บานทน |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Strophanthus gratus., Franch วงศ์ : APOCYNACEAE ชื่อสามัญ : Petals-Tips Flower ชื่ออื่น: บานทน,แย้มปีนัง,หอมปีนัง ถิ่นกำเนิด : ทวีปอาฟริกา |
![]() |
![]() |
เห็นชื่อคงจะทำให้ไขว้เขว เข้าใจได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ของเกาะปีนัง แต่ความเป็นจริงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอาฟริกา และแพร่พันธุ์อยู่เฉพาะท้องที่เพียงบางแห่งเท่านั้นเช่นที่เทือกเขาคีรีมัน จาโร,ภูเขาตูมโม่และภูเขาติเบสตี้ เพียงเท่านั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับปีนังตรงไหน น่าจะเรียกตามที่เรียกกันมาก่อนว่า"บานทน"มากกว่า ต้นไม้ต้นนี้เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เป็นไม้ครึ่งต้นครึ่งเลื้อยแบบชมนาด ต้นสูง1.5-3เมตร ไม่น่าจะอยู่ในเรื่องไม้พุ่ม แต่ก็เลยตามเลย เพราะนิยมนำมาใช้จัดสวนมากอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยว หนาผิวใบมัน รูปมนรีปลายแหลม ขนาดของใบกว้างประมาณ5ซม.ยาว10-12.5ซม. ดอกออกตามโคนก้านใบหรือปลายกิ่งส่วนยอด ช่อหนึ่งมี5-10ดอก กลีบหนาสีชมพูอมม่วง ดอกตูมและหลอดดอกสีม่วแดงเข้ม ออกดอกดกเป็นระยะตลอดปี แต่ที่ออกเยอะมากตอนใกล้หนาวอากาศเย็นลมโยก แถมมีกลิ่นหอมนำไปสกัดทำน้ำหอมได้อีกด้วย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือตอนกิ่ง ปลูกได้กลางแจ้งและที่ร่มรำไร |
| บานเที่ยง | ||||
|
||||
| บานดึก |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Spathoglottis eburnea Gagnep. ชื่ออื่น : ไส้ปลาข้อ หัวข้าวเหนียว วงศ์ : ORCHIDACEAE |
|
![]() |
ไม่ได้เป็นไม้พุ่มแต่ชื่อนำหน้าด้วยคำว่า "บาน"เหมือนกันเลยแถม จะได้บานครบทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันดึก กล้วย ไม้ดินล้มลุก อายุหลายปีมีหัวใต้ดินใบเรียงสลับรูปดาบปลายใบเรียวแหลมโคนปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบพับจีบตามยาวกลีบเลี้ยงและกลีบดอก สีขาวนวลถึงเหลืองอ่อน กลีบปากเว้าเป็น3พูสีขาวนวลมีสันตามยาวและมีแผ่นเนื้อเยื่อรูปกลมแบนหนึ่ง คู่สีเหลือง ผลแห้งแตกเมล็ดจำนวนมาก |
| ชบา |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus rosa-sinensis Linn. วงศ์ : MALVACEAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศจีน |
![]() |
![]() |
ไม้พุ่มขนาด 1-3 เมตร อาจสูงได้มากกว่านี้ ออกดอกตลอดปีขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ รากของชบาใช้เป็นสมุนไพร รักษาฝี หรือถอนพิษได้อีกด้วย ชื่อของชบาแปลว่ากุหลาบแห่งเมืองจีน ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกุหลาบสักนิด(อีกแล้ว) เหมาะจะปลูกเป็นไม้แถวริมรั้ว ชอบอยู่แต่กับพวกเดียวกันแบบ ชอบแบ่งพรรคแบ่งพวก อะไรยังงั้น เพราะ ฉนั้นอย่าได้เอาไปปลูกรวมกับไม้อื่นเพราะชบาไม่ชอบสมาคมกับใคร ปลูกโดดเดี่ยวอยู่ต้นเดียวก็ไม่งามต้องมีพวก การตัดแต่งหลังฤดูหนาวของทุกปีประมาณ1ใน3 จะทำให้ชบาทรงพุ่มโปร่งขึ้น กระตุ้นการออกดอกอีกด้วย |
| พุดซ้อน |
| ชื่อสามัญ : Gardenia, Cape-Jasmine
วงศ์ : RUBIACEAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศจีน |
![]() |
![]() |
เป็นไม้ยืนต้น พุ่มเตี้ย สูง 1-2 เมตร มีใบหนาแน่นทรงพุ่มทึบ ใบรูปมนรีสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ขนาดใบยาว5-6ซม.ดอกมักออกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก7-8ซม.ออกตามง่ามกิ่งใกล้ๆบริเวณยอด ดอกมักมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอดปี พุดซ้อนยังมีพันธุ์แคระ ใบเล็กดอกเล็ก พันธุ์ด่างหรือพุดซ้อนด่าง ขยายพันธุ์ด้วยการตอน ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความชื้นอยู่โดยสม่ำเสมอ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายออกดอกง่ายชนิดหนึ่ง แต่ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น |
| พุดจีบ |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ervatamia coronaria., Stapt ชื่อสามัญ : East Indian Rosebay วงศ์ : APOCYNACEAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดีย |
|
![]() |
ขาวสุดพุดจีบจีน
เจ้ามีศีล พี่มีศักดิ์ ทั้งวังเขาชังนัก แต่พี่รักเจ้าคนเดียว พระนิพนธ์ เจ้าฟ้า ธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ทุก ครั้งที่เห็นพุดจีบจะจำร้อยกรองบทนี้ขึ้นใจทุกที จำมาจากหนังสือท่านอาจารย์ วิชัย อภัยสุวรรณ ที่เขียนไว้ในหนังสือของท่านพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2535 และจิตใจนะ อยากให้ท่านพิมพ์ ออกมาจำหน่ายอีก เพราะเสียดาย ที่รุ่นหลังจะหาอ่านยาก เป็นหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่มีคุณค่ามากในความรู้สึก พุดจีบเป็นไม้พุ่มเตี้ยออกใบหนาทึบ ทรงพุ่มแน่น ใบเขียวเข้ม ลำต้นเหนียว เมื่อเด็ดใบและลำต้นจะมีน้ำยางไหลซึมออกมา ออกดอกเป็นพวงห้อยตามยอด หรือตามง่ามกิ่ง ใกล้ๆกับยอด เป็นพันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี มีดอกดก และมีกลิ่นหอมอ่อน ปลูกง่ายไม่เรื่องมาก ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและร่มรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการตอน หรือเพาะเมล็ด |
| พุทธชาด |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum auriculatum., Vahl. ชื่อสามัญ : Jasmine Vine ชื่ออื่น : บุหงาประหงัน วงศ์ : Oleaceae |
![]() |
|
พุทธชาด เป็นไม้ต้นกึ่งเลื้อยหรือรอเลื้อย คืออยากให้เป็นไม้ต้นก็เป็นได้คือ คอยตัดแต่งทรงพุ่มไว้อยากให้เป็นไม้เลื้อยก็ทำซุ้มให้เลื้อยซะก็เป็นไม้ เลื้อยได้ดอกมีกลิ่นหอมแรงมาก พูดถึงความ หอมของพุทธชาดแล้ว บอกไม่ถูก ว่าหอมยังไง แล้วแต่ชอบ ชอบก็ว่าหอม ไม่ชอบก็ว่ากันไปบอกไม่ถูกตามแต่รสนิยมเรื่องความหอม หอมใครหอมมัน พุทธชาดเป็นต้นไม้ที่ ออกดอกดกแถมออกทั้งปีเสียด้วย คงถูกใจใครหลายคน การขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธี ทับกิ่ง,ตอน,ปักชำ และเพาะเมล็ด เมล็ดของพุทธชาดมีลักษณะกลมดำและแข็งมาก เป็นต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ในวรรณคดีไทยมีการกล่าวถึงไว้อย่างมากมาย เช่นในนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) เคยกล่าวถึงพรรณไม้นี้เอาไว้ว่า " พุทธชาดดวงน้อยน้อย เจ้าคิดร้อยพวงมาไลย...." |
| พุดแสงอุษา |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia taitensis DC ชื่อสามัญ : Tahitian Gardenia ชื่ออื่น: พุดเวียตนาม วงศ์ : RUBIACEAE |
![]() |
| ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ออกดอกตลอดปี ออกดอกดกในช่วงฤดูฝน ดอกบาน 2 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ เหมาะปลูกกลางแจ้งให้ห่างต้นไม้อื่น ประมาณ 2 เมตร อาจปลูกเป็นไม้กระถางได้ หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง ดอกจะน้อยและให้ทรงพุ่มหนาแน่นทึบ ก็เลือกได้ว่าจะเอาดอกหรือจะเอาใบ |
| พุดแตรงอน |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euclinia longiflora Salisb. ชื่อสามัญ : African Angel Trumpet, Tree Gardenia วงศ์ : RUBIACEAE |
|
|
ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้พุ่มเตี้ยทรงทึบ กิ่งเปราะ ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีขาว ออกที่ฅอกใบใกล้ปลายยอด ออกดอกประมาณ เดือน ตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ทยอยออกดอกตลอดปีดอกจะเอียงห้อยลงเพราะก้านดอกยาวมากรับน้ำหนักดอกไม่ไหว ดอกบานอยู่ได้ 2วัน เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ดอกหอมอ่อนตลอดวัน
เมื่อ สิบกว่าปีก่อน ตอนยุคล่าไม้ไทยกำลังเฟื่องฟู พุดแตรงอนนี่ขนาดกระถาง 16" ขายกันราคาตั้งแต่ 1500-2000บาทเดี๋ยวนี้ไม่รู้ราคา คงถูกลงนะเพราะเป็นพรรณไม้ที่ขยายพันธุ์ง่ายและเลี้ยงง่าย ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดี จับผูกหลักยึด แต่งทรงพุ่มให้สวย |
| พู่ชมพู |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calliandra haematocephala Hassk. วงศ์ :LEGUMINOCAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศบราซิล |
|
![]() |
ดอก สวยแต่ไม่หอม มีสองต้นคือต้นดอกสีชมพู กับต้นดอกสีแดง ต้นดอกสีแดงนี่แหละที่เรียกว่าพู่จอมพล ปลูกในบ้านดูขลังและสง่าไม่เบา (อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะ) เป็นไม้พุ่มโปร่ง สูงประมาณ 1-3 เมตรทรงพุ่มแผ่กว้าง กิ่งก้านอ่อนลู่ เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม มีรอยด่างเป็นวงสีขาวทั่วทั้งต้น ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเล็กมากมี5-10คู่ ช่อดอกเป็นช่อกระจุกแน่นคล้ายดอกกระถิน มักบานพร้อมกันทั้งช่อ ขนาดดอกประมาณ4-7ซม. ดอกสีขาวหรือสีชมพู ผลแห้งเป็นฝักแบนกว้าง1.5ซม.ยาว4-6ซม.เมื่อแก่แตกทางด้านข้างเมล็ดสีน้ำตาล มี4-5เมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและเพาะเมล็ดมีดอกให้ดูตลอดปี แต่ดอกจะดกมากช่วงเดือนธันวาคม |
| พุทธชาดสามสี |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brunfelsia hopeana., Benth. วงศ์ : SOLANACEA ถิ่นกำเนิด : ประเทศอเมริกาเขตร้อนและหมู่เกาะอินดีส |
![]() |
![]() |
เห็นชื่อสามัญ แล้วคิดว่าคนตั้งนี่สุดยอดจริงๆ เพราะพุดสามสีหรือพุทธชาดสามสีนี้ เวลาดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีม่วงเข้ม พอรุ่งขึ้นจึงกลายเป็นสีม่วงอ่อน และรุ่งขึ้นอีกวันดอกจะกลายเป็นสีขาว พอถึงวันที่สี่ดอกจะโรย ออกดอกดกมากเวลาออกดอกจะมองเห็นดอกสพรั่งไปทั้งต้นเป็นดอกไม้สามสีทีเดียว สวยยังกะดาว ปลูกก็ง่ายมาก เป็นไม้พุ่มทึบตัดแต่งเป้นทรงพุ่มได้ตามต้องการ ชอบแดด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำหรือตอน แต่การตอนจะได้ผลดีกว่า |
| แพงพวย |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Catharanthus roseus., G.Don. วงศ์ : APOCYNACEAE ชื่อสามัญ: West Indian Periwinkle ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง |
![]() |
| ต้นไม้ชนิดนี้มีสารชนิดหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบนำไปสกัดทำยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดได้
ชื่อ Alkaloid VLB แพงพวยฝรั่ง เป็นไม้เนื้ออ่อนพุ่มเตี้ยสูงประมาณ 3ฟุตสามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด แม้แต่ตามหาดทรายชายทะเล ก็ขึ้นได้ตามปกติ แตะจะให้งามก็ต้องกลางแจ้ง แดดจัดดินร่วนซุยมีปุ๋ยธรรมชาติบ้างพอสมควรปลูกเป็นไม้กระถางแขวนก็ได้นะ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด แต่ต้นใบมันเหม็นเขียวมาก พวกแมลงพวกหนอนไม่อยากกิน เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคที่เกิดจากแมลงเท่าไหร่ |
|
พวงทอง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thryallis glauca.,Ktrz.ชื่อสามัญ : Galphimia |
|
|
พวง ทองต้นเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีกิ่งก้านแตกพุ่มมาก ออกดอกดกมากตลอดปีขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ดหรือตอน เวลาทรงพุ่มยาวเก้งก้าง ให้รีบตัด แต่งใหม่อัด น้ำอัดปุ๋ย ก็จะออกดอกเร็วขึ้น พวงทองมักมีมดเข้าไปกัดกินรากเพราะรากหวานอร่อย เลยทำให้ต้นเหี่ยวเฉาได้ง่าย ควรหมั่นตรวจตราดูแลกำจัดมดแมลงให้ดี |
| พวงแสดต้น |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tecoma capensis (Thunb.) Lindley ชื่อพ้อง : [Tecoma capensis (Thunb.) Spach.)] ชื่อสามัญ : Cape Honeysukle วงศ์ : BIGNONIACEAE ถิ่นกำเนิด : อเมริกาใต้ |
![]() |
| พวงแสดต้นเป็นไม้พุ่มอายุหลายปีสูงได้ถึง 1.5 เมตร แต่ตัดแต่งให้เป็นพุ่มเตี้ยปลูกคลุมดินได้ เหมาะสำหรับปลูกกลางแจ้ง เพราะใบจะดกแน่น และออกดอกดีกว่าปลูกในที่ร่ม ยังมีต้นที่มีสีเหลือง แดง และชมพูอีกด้วย ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ |
| พุดน้ำบุศย์ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gardenia carinata Wall. ชื่อสามัญ : Golden Gardenia วงศ์ : RUBIACEAE |
|
|
ไม้ พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ออกดอกตลอดปีดอกจะดกมากตอนช่วงต้นฝน ดอกเริ่มบานมีสีขาวและจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆทั้งวัน เป็นพรรณไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอมและโตเร็ว สามารถปลูกเป็นไม้กระถางก็ได้การปลูกลงดินกลางแจ้งต้องผูกติดกับหลักยึดให้ แน่น ตรวจตราดินใส่ฟูราดาน ทำลายพวกไส้เดือนฝอยและหนอนในดินกินราก ก่อนด้วย |
| ราชาวดี |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Buddleja paniculata Wall. วงศ์ : BUDDLEJACEAE ถิ่นกำเนิด : เอเซียเขตร้อน |
![]() |
![]() |
เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-3 เมตรแตกกิ่งขนาดเล็กและยืดยาวสามารถนำขึ้นโครงซุ้มรอเลื้อยได้ ออกดอกเดือน เมษายน - เดือน กรกฏาคม ถ้าปลูกเลี้ยงให้น้ำดีก็จะออกดอกทยอยตลอดปีส่งกลิ่นหอมตลอดวัน กลิ่นจะแรงในช่วงดึกและเช้าตรู่ ต้นราชาวดีนี้สมัยเด็กๆที่บ้านที่บ้านนอกปลูกราชาวดีขึ้นซุ้มบันไดทางขึ้น บ้าน ตื่นขึ้นมารู้แต่ว่าหอมมาก ถามคุณยายว่านี่ต้นอะไร คุณยายบอกว่า ชื่อ "ราชาวดี" เป็นยอดมาลี ของพระราชา สีขาว สวยสด งามงด โสภา ใครเห็น พึงตา และต้องพึงใจ จำขึ้นใจตั้งแต่นั้นและรู้สึกได้กลิ่นหอมทีไร คิดถึงบ้านเกิดทุกที |
| ราชาวดีสีม่วง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Buddleja davidii.,Franch ชื่อสามัญ : Summer Lilac วงศ์ : BUDDLEJACEAE ถิ่นกำเนิด : น่าจะเกิดในประเทศอินเดีย |
|
![]() |
ราชาวดีเป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศที่ มีผู้นำพันธุ์เข้ามาปลูกและขยายพันธุ์จำหน่ายในตลาดต้นไม้ประเทศไทยเมื่อ 2516 นี้เองคือให้รู้ว่าไม่ใช่ต้นไม้โบราณของไทยเหมือนราชาวดีสีขาวเรื่องถิ่น กำเนิดเป็นการสันนิษฐานว่ามาจากประเทศจีน แต่มีนักพฤกษศาสตร์บางกลุ่มบอกว่าน่าจะมาจากอินเดียมากกว่าในถิ่นอื่นเพราะ มีลักษณะที่คล้ายพันธุ์ไม้ที่เกิดในอินเดียอยู่หลายชนิด
ราชาวดี สีม่วง เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พุ่มโปร่งดอกไม่หอมแต่สวยดีเหมือนกัน ดอกจะออกติดกันแน่นเป็นช่อตั้ง ตามยอดหรือตามง่ามกิ่ง ดอกมีสีม่วง แต่วงในดอกจะเป็นสีแดงหรือส้มเข้มๆ เวลาดูรวมๆ ก็จะเป็นสีม่วงอมแดง ออกดอกได้ตลอดปี ชอบแดดจัด หนาวจัด ปลูกในกรุงเทพฯก็งามเท่าที่จะงามได้ในกรุงเทพฯ ถ้าไม่เทียบกับปลูกทางภาคเหนือก็ถือว่าโอ นะ การขยายพันธุ์ ง่ายมากๆ เร็วด้วย แค่หักกิ่งปักชำไว้อาทิตย์เดียว ก็งอกรากโตเอา..โตเอา มันจึงเป็นเหตุที่บอกได้ว่า ราคาไม่แพง |
| มะลิลา-มะลิซ้อน |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum sambac (Linn.) Ait ชื่อสามัญ : Arabian Jasmine วงศ์ : OLEACEAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศอินเดีย |
|
||
|
ใกล้ วันแม่ ต้นไม้ต้นนี้ต้องพูดถึงในคติของคนไทย ถือกันว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ
นอกจากนี้นักเล่นพระสมเด็จฯก็มักนิยมอบพระ(เครื่อง)สมเด็จ โดยเชื่อกันว่าทำให้เนื้อของพระเครื่องดียอดเยี่ยมยิ่งขึ้น มะลิยังอยู่ในความเชื่อของคนไทยโบราณที่ปลูกมะลิว่า จะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน เก็บมะลิหรือเฉียดเข้าใกล้ต้นมะลิอย่างเด็ดขาด ด้วยเชื่อกันว่าจะทำให้ดอกมะลิเหี่ยวเฉา หรือเกิดด้วงเกิดแมลงในสวนมะลิของตน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่ามะลิคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์มากนั่นเอง มะลิ เป็นไม้พุ่มขนาดปานกลางมีพุ่มต้นสูงเต็มที่ประมาณ 5 ฟุต มีชนิดดอกซ้อนและดอกลา ชนิดดอกซ้อนเรียกว่า มะลิซ้อน และดอกลา เรียกมะลิลา ดอกลาหรือมะลิลาจะมีกลิ่นหอมกว่าชนิดดอกซ้อน และเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาร้อยมาลัยบุชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น มะลิเป็นพืชที่ดอกมีน้ำมันหอมระเหยมาก จึงนิยมนำดอกมะลิไปกลั่นเอาน้ำมันหอมเพื่อทำน้ำหอม และมีประโยชน์ทางสมุนไพร เช่นนำดอกมะลิที่ตากแห้งเป็นยาต้มรับประทาน หรือป่นเป็นผงเข้ายาต่างๆ หรือใช้ดอกมะลิตำสดๆใส่พิมเสนสุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด มะลิเป็นพืชที่ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดปีหอมตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ |
| เข็มพวงขาว |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ixora finlaysoniana Wall. ex G.Don.
วงศ์ : RUBIACEAE ถิ่นกำเนิด : อเมริกาใต้ |
![]() |
![]() |
ไม้ พุ่มสูง 5-6 เมตร ลำต้นเกลี้ยงมีหูใบระหว่างก้านใบเข็มเป็นดอกไม้ดอกช่อ ออกดอกตลอดปี และเป็นพันธุ์เดียวที่ดอกมีกลิ่นหอมจัด รากก็มีกลิ่นหอมและรสหวาน แพทย์แผนโบราณใช้รากเข็มพวงขาว ต้มกินแก้โรคตา และกินเป็นยาเจริญอาหาร ผลเข็มเป็นเม็ดกลม อ่อนเป็นสีเขียว ห่ามเป็นสีแดงและแก่เป็นสีดำ เมล็ดข้างในแข็งใช้เพาะพันธุ์ได้ |
| หนุมานนั่งแท่น |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jatropha podagrima., Hook.
วงศ์ : EUPHORBIACEAE ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง |
|
![]() |
หนุมานนั่งแท่นเป็นพันธุ์ไม้พุ่มเตี้ยเติบโตช้า ลักษณะลำต้นของไม้นี้มีลักษณะแปลกกว่าไม้อื่นคือ มีรูปร่างคล้ายขวดทรงป้อม ลำต้นอ่อน และมีเปลือกเป็นสะเก็ดแผ่นบางๆลอกออกได้เอง ใบของหนุมานนั่งแท่นเป็นไปตามแบบของใบมะละกอ ถ้าปลูกไว้นานๆอาจสูงได้ถึง 2 เมตร หรือสูงกว่านั้นแบบต้นนี้ ดอกเป็นสีแดงสดใสออกตลอดปี ขึ้นง่ายในที่ชุ่มชื้น และสภาพดินร่วนซุย ขยายพันธุ์ได้วิธีเดียวคือเพาะเมล็ด ความเชื่อเมื่อขุดหัวว่านนี้มาใช้ ให้สวดด้วยคาถาสัพพาสีจนจบภาณามเหสามหรือเจ็ดจบรดน้ำรอบต้นแล้วขุด ขณะที่ขุดให้ว่าคาถา "หะนุมานะ โสธาระ"ซึ่งเป็นคาถาผูกอีก3หรือ7จบ จึงเก็บหัวว่านเวลาใช้ไม่ว่าจะกินหรือฝนทาตัวก็ตามต้องเสกด้วย "นะโมพุทธายะ"อีก3จบก่อนทุกครั้งจะมีอาณุภาพ ฟันแทงไม่เข้า แม้ถูกตีด้วยพะเนินเหล็กหรือถูกสุมไฟก็ไม่เป็นอันตรายอย่างใด |
| เอื้องหมายนา |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Costus speciosus, Smith.
ชื่อสามัญ : Crape Ginger, Spiral Flag, Malay Ginger ชื่ออื่น : เอื้องหมายนา วงศ์ : COSTACEAE |
|
|
ที่พบอยู่ในป่าลำต้นมักอวบและตั้งตรง ใบใหญ่ประมาณขนาด กว้าง5-8ซม.ยาว15-40ซม. |
เอื้อง หมายนาเป็นพืชล้มลุก ขึ้นเป็นต้นเดี่ยว รวมกลุ่มเป็นกอไม่มีกิ่งก้านสูงประมาณ 1.5 เมตรหรือกว่านั้น ลักษณะใบมนขอบใบเรียบเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อตรง ยอดดอกตูมจะมีกาบสีแดงคล้ำเกาะติดกันแน่นเป็นกระจุก แต่จะผลัดกันบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกสีขาว เกสรสีเหลืองอ่อน เอื้องหมายนาขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือขุดหัวไปปลูก มีการกระจายพันธุ์ขึ้นอยู่ตามชายป่าในที่ดินชุ่มชื้นทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากเลี้ยงง่ายจึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันทั่วไป |
| ทิวา |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum diurnum Linn. ชื่อสามัญ : Day Cestrum, Chinese Inkberry ชื่ออื่น : ทิวาราตรี |
|
|
ไม้ พุ่มสูง 2-3 เมตร ใบรูปหอกใบแคบขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้านดอกออกเป็นช่อกระจาย สีขาว มีกลิ่นหอมในเวลากลางวันบานอยู่ได้2-3วันแล้วจึงโรย ออกดอกประมาณเดือนละครั้งตลอดปีขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือปลูกลงสนามกลางแจ้ง |
| ราตรี |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum Nocturnum Linn.
ชื่อสามัญ : Night Cestrum , Night-Blooming Jasmine, Queen Of The Night |
![]() |
| ราตรี เป็นไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดต้นสูง 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนา ต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียว ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ตามยอดและตามข้อต้นโคนก้านใบ ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมาย ดอกราตรีจะมีกลิ่นหอมจัดและหอมไกลในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะร่วงหมด และดอกตูมจะบานใหม่ในคืนต่อๆไป ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งและปักชำ หากนำเอาต้นและดอกราตรีเข้าไปให้คนในท้องถิ่นของอำเภอกุดชุม หรือ ในเขตลุ่มน้ำลำห้วยแกว ( ลำห้วยแบ่งเขตอุบลราชธานีกับร้อยเอ็ด)คนเฒ่าคนแก่แถบนั้นจะบอกทันทีว่า ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ "หอมดึก" เป็นพันธุ์ไม้ป่าในท้องถิ่นและหาง่าย ชาวบ้านแถวนั้น นิยมใช้เป็นดอกไม้ในประเพณี " แห่ดอกไม้"เป็นประจำอยู่ทุกปีนานแล้ว |
| ราตรีสีทอง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum aurantiacum., Lindl.
ชื่อสามัญ : Yellow Jasmine |
![]() |
| ราตรีสีทองเป็นไม้จำพวกเดียวกับราตรีและอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเขือเทศ ชื่อของไม้วงศ์นี้นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ เรียกอีกแบบหนึ่งว่า The Nightshade Family เป็น ไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง ดอกออกเป็นช่อตามยอดหรือง่ามใบเรียงติดกันเป็นกลุ่มหนาแน่นตามก้านช่อ ลักษณะดอกสีเหลืองเป็นกรวยยาว ปลายดอกแตกออกเป็นปากแตร ออกดอกเป็นระยะตลอดปีกลิ่นหอมอ่อนๆ ราตรีสีทองขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง และปักชำ เป็นไม้ชอบอยู่กลางแจ้ง แต่ต้องอยู่ในสภาพดินที่ชุ่มชื้นพอประมาณ ไม่แฉะและไม่แล้งจนเกินไปเพราะรากของราตรีสีทองบอบบางไม่แข็งแรงเหมือนราก ต้นไม้อื่น ถ้าแฉะนานเกินควรรากจะเน่าและถ้าแล้งนานเกินไปรากก็จะแห้งตาย เหมือนกัน |
| ราตรีสวรรค์ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum calamitosum L.
ชื่อสามัญ :White Butterfly |
![]() |
![]() |
เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร แตกกิ่งมากทรงพุ่มแน่น เปลือกต้นสีเทาอมม่วง ออกดอกตลอดปี ดอกบาน 1-2 วันแล้วโรยมีกลิ่นหอมอ่อนๆในช่วงกลางวัน และหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ เวลาปลูกควรปลูกเป็นกลุ่มจะออกดอกพร้อมกันสวยงาม ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้สม่ำเสมอหากต้นเริ่ม โทรมหรือเิริ่่มออกดอกน้อยลงให้พรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก การขยายพันธุ์ ปักชำ โน้มกิ่ง ตอนกิ่ง |
| จำปีแขก |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Magnolia figo (Lour.) DC. Var. figo. ชื่อสามัญ : Port Wine Magnolia |
|
|||
|
เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2.50 เมตร ปลายกิ่งมีขนสีน้ำตาลอ่อนคลุมแน่น แตกกิ่งจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่น ดอกออกที่ซอกใบ สีขาวนวลหรือสีเหลืองนวล มักไม่ติดผลและเมล็ด ดอกออกทยอยเกือบตลอดปี ส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงใกล้พลบค่ำ และ มีกลิ่นหอมแรงตลอดวัน
จำปีแขกชอบอยู่กลางแจ้ง หมั่นแต่งกิ่งให้ออกกิ่งใหม่จะออกดอกได้ทุกกิ่ง ถ้าปลูกในกระถางต้องใช้กระถางขนาดใหญ่และหมั่นแต่งกิ่งควบคุมทรงพุ่มให้ดี การขยายพันธุ์ ใช้วิธีตอนกิ่งหรือทาบกิ่ง โดยใช้จำปาเป็นต้นตอ บ้างเลยเรียกว่า จำปาแขก |
| นางแย้ม |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum philippinum Schauer ชื่อสามัญ : Burma Conehead ชื่ออื่น : นางแย้ม วงศ์ : LABIATAE (LAMIACEAE) |
|
![]() |
ไม้ พุ่มเนื้ออ่อนสูงประมาณ 1-1.5 เมตร แตกลำต้นใกล้ผิวดินจำนวนมาก แยกไปปลูกได้ เป็นวิธีขยายพันธุ์วิธีหนึ่ง นอกจากปักชำและตอนกิ่ง เป็นไม้ที่ต้องการแสงค่อนข้างมาก ต้องปลูกกลางแจ้งและต้องตัดแต่งทรงพุ่มเสมอเพื่อไม่ให้ใหญ่เกินไปจนรกทึบ
สามารถปลูกเป็นไม้ดอกหอมในกระถางได้ หากตัดแต่งอยู่เสมอจะมีอายุยืนอยู่ได้ 2-3ปี ดอก ของนางแย้มจะออกตามปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงอัดกันแน่น กลีบเลี้ยงสีม่วงแดงกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น และไม่ติดผล ดอกทนบานอยู่ได้หลายวัน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆช่วงกลางวันและหอมแรงขึ้นช่วงพลบค่ำ |
| คัดเค้า |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oxyceros horidus Lour
วงศ์ : RUBIACEAE ชื่อสามัญ : Siamese Randa ชื่ออื่น : คัดค้าว หนามลิดเค้า คัดเค้าเครือ คัดเค้าหนาม พญาเท้าเอว(กาญจนบุรี) |
![]() |
||
|
" ดอกโสนบานเช้า ดอกคัดเค้าบานเย็น "
ดอก โสน คงจะรู้จักกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ดอกคัดเค้าลางคนคงเคยได้ยินแต่ชื่อและไม่รู้จักกันส่วนใหญ่ คัดเค้าต้นนี้เป็นไฉน ค่าที่เป็นไม้โบราณ พันธุ์ไทยแท้ และมีหนามแหลมคมมาก คนสมัยนี้ไม่อยากเอาเข้าบ้านถึงจะเล่าลือว่าดอกหอมมากก็เถอะ คัดเค้า เป็นไม้ เถาเนื้อแข็ง รอเลื้อย ลำต้นมีข้อ ใบงอกออกเป็นคู่ๆ และมีหนามแหลมโค้งออกจากโคนใบคล้ายเขาควายข้อละหนึ่งคู่ เป็นเอกลักษณ์ที่จำง่าย ใบเดี่ยวรูปยาวรีปลายใบและโคนใบเรียวแหลมสีเขียวสด ดอกออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ออกเป็นช่อ ดอกย่อยคล้ายดอกเข็มแต่กลีบดอกกว้างกว่า สีขาว กลิ่นในช่วงเย็นหอมมาก ออกดอกระหว่างเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ และการ ที่คัดเค้าเป็นไม้พุ่มที่สามารถเลื้อยได้จึงเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ สมัยก่อนตามบ้านนอกมักนิยมปลูกไว้ใช้ทำรั้วให้ยอดสะกันไปมา เพราะหนามแหลมคม ของคัดเค้าจะป้องกันการบุกรุกได้ อีกอย่างเป็นการป้องกันกระสือได้ระดับหนึ่ง(ขำ ขำ) เพราะถ้ากระสือตัวไหนไม่ดูตาม้าตาเรือหนามคัดเค้าก็จะเกี่ยวไส้กระสือเอาไว้ ให้หนีไม่ได้ เป็นอันจบชีวิตการเป็นกระสือทันที |
| ยี่หุบ |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Talauma mutabilis.,Bt ชื่อสามัญ : Talauma วงศ์ : MAGNOLIACEAE |
|
||
![]() |
ยี่หุบ เป็นพันธุ์ไม้ป่าชนิดหนึ่งของไทย เป็นไม้พุ่มเตี้ย มีลำต้นสูงชะลูด แตกกิ่งและใบน้อย มักแตกใบเป็นช่อตรงส่วนยอดและปลายกิ่งเท่านั้น ใบสีเขียวสดและกระด้าง ดอกสีขาวนวล กลีบดอกหนาแข็ง หอม..หอม..หอม บานวันเดียวแล้วโรย ออกดอกตลอดปี ยี่หุบ เป็นไม้ที่ไม่ชอบแดดจัด ชอบอากาศชื้นและเย็นต้องอิงร่มเงาไม้ใหญ่ ถ้าไปปลูกผิดที่โดนแดดแรงมากๆ ประท้วงไม่ยอมโตเฉยเลย ออกอาการแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด คือใบจะไหม้ โตช้า ออกดอกให้เห็นนิดๆหน่อยๆ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และตอนกิ่ง |
| มณฑา |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Magnolia liliifera (L.) Baill. var. liliifera วงศ์ : MAGNOLIACEAE |
|
| มณฑา เป็นต้นไม้พุ่มขนาดเล็ก แต่สามารถเจริญเติบโตเป็นต้นไม้สูงได้ถึง 6 เมตร มีลักษณะนิสัยคล้ายกันกับยี่หุบ ถ้ายื่หุบจะหาแนวร่วมก็คงเป็นมณฑานี่แหละ อยู่ไหนอยู่ด้วย แต่กวนอารมณ์กว่าตรงที่กว่าตรงที่เวลาออกดอก กว่าจะถึงเวลาบานนานมาก แล้วแถมเวลาบานไม่คลี่เต็มดอก เลยไม่รู้ว่าบานแล้ว เฝ้ารอหลายเพลาเชียว มาเห็นอีกที ดอกร่วงตุ้บไปซะแล้ว ได้แต่หยิบกลีบร่วงแล้ว มาดม ดูแล้วเป็นที่น่าสงสารคนรอยิ่งนัก |
| หอมเจ็ดชั้น |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
ชื่ออื่น : หอมเจ็ดชั้น,จันทนาใบเล็ก วงศ์ : RUBIACEAE |
|
||
| เป็น ไม้พุ่มขนาดเล็กสุงได้ถึง 3เมตร ดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกดอกประมาณ เดือนตุลาคมขเดือนกุมภาพันธ์ ดอกบานอยู่ได้ 2-3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน หากได้รับความชื้นพอสามารถออกดอกได้ในช่วงอื่นอีก ชอบที่ที่มีแสงแดดหรือแสงแดดครึ่งวันหรือปลูกในที่ร่มรำไรได้ |
| หอมหมื่นลี้ |
| ชื่อสามัญ : Fragrant Olive, Sweet Olive, Tea Olive. ชื่อพฤกษศาสตร์ : Osmanthus fragrans Lour. ชื่ออื่น : หอมหมื่นลี้ วงศ์ : OLEACEAE |
|
|
|
หอม หมื่นลี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 8 เมตร ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ดอกจะบานพร้อมกันทั้งช่อหากดอกออกเต็มต้นจะสวยงามมากส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ในธรรมชาติพบในดอยสูงทางภาคเหนือ แสดงว่าชอบอากาศเย็น แต่ก็สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ หรือในที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่ดอกจะน้อยและช่อดอกเล็ก |
| ข้าวตอกพระร่วง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Serissa Foetida (L.f.) Lam
วงศ์ : RUBIACEAE ถิ่นกำเนิด : เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ |
|
| เป็น ได้ทั้งไม้พุ่มเล็กและไม้คลุมดิน ต้นสูง ประมาณ 60 เซนติเมตร เป็นไม้พุ่มทึบแตกกิ่งก้านสาขาได้มากต้นนี้เป็นต้นพันธุ์ใบด่าง โตช้าขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง สวยดี ราคาสูงกว่าไม้คลุมดินทั่วไปในขนาดเดียวกัน |
| เข็มอินเดีย |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pentas lanceolata ( Forssk.) Deflers ชื่อสามัญ : Egyptian Star Cluster ชื่ออื่น : เข็มอินเดีย, เข็มชวา ถิ่นกำเนิด : แอฟริกาเขตร้อน |
|
||
|
เป็น ไม้พุ่มสูงได้ถึง 4 เมตร ช่อดอกออกที่ปลายยอด ดอกคล้ายดอกเข็มโคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีหลายสี ทั้งสีขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม แดงและม่วง หรือขลิบสีขาวที่ขอบกลีบ ออกดอกตลอดปี ชอบแสงแดดขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง เป็นไม้พุ่มเล็กที่นำมาจัดสวนสวย ปลูกในที่มีแสงแดดครึ่งวันก็ได้อยู่ |
| เข็มพญาอินทร |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eranthemum nervosum., R.Br. ชื่อ: เข็มพญาอินทร, เข็มม่วง วงศ์ : ACANTHACEAE |
|
||
| เข็ม พญาอินทรเป็นไม้พุ่มเตี้ยไม่ชอบแสงแดดมากนัก ลำต้นสูงประมาณ 4ฟุต เป็นไม้เนื้อเปราะ ลำต้นเล็ก เนื้อใบสากคาย ดอกเป็นสีม่วงออกเป็นช่อตามยอด ลักษณะดอกคล้านดอกเข็ม ดอกผลัดกันบาน บานทนมีกลิ่นหอมอ่อนๆออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ และตอนกิ่ง ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก เป็นพันธุ์ไม้ค่อนข้างปลูกยากกว่าเข็มชนิดอื่นๆ |
| พยับเมฆ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Orthosiphon aristatus (BI,) Miq
ชื่ออื่น : หญ้าหนวดแมว วงศ์ : LABITAE |
![]() |
| พยับ เมฆ หรือหญ้าหนวดแมวไม้พุ่มขนาดเล็ก .เป็นพืชล้มลุกลักษณะต้นใบคล้ายพืชพวกกระเพรา โหระพา แต่ยาวเก้งก้างกว่าอาจสูงได้ประมาณ 1-1.5 เมตร โดยปกติกิ่งยาวมากๆมักลู่ลงกับพื้นดินและแตกรากตามข้อกลายเป็นต้นใหม่ขึ้น กันเป็นดงเลย พันธุ์ไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและตอนกิ่งปัก ชำ เป็นต้นไม้ที่ชอบอยู่ตามที่ลุ่มซึ่งมีพื้นดินเย็นอยู่ตลอดเวลา ต้นและใบจะมีกลิ่นเหม็นเขียวเผ็ดรุนแรงกว่ากระเพรา เป็นพันธุ์ไม้พวกเดียวกับ Mint พืชที่นำมาใช้สกัดเอาเมนทอล เรารู้จัก สรรพคุณของหญ้าหนวดแมวหรือพยับเมฆในด้านเป็นสมุนไพรคือแก้โรคเบา หวาน กล่าวคือ นำเอาต้นใบรากทุกส่วน นำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปย่างไฟอ่อนๆจนกรอบ ใช้ชงน้ำร้อนดื่มประจำแทนน้ำดื่ม จะช่วยบรรเทา หรืออาจหยขาดจากโรคนี้เลยได้ สำหรับเป็นยาขับปัสสาวะ ใช้ใบ 1กอบมือ (สด 90-120กรัม แห้ง 40-50 กรัม) ต้มกับน้ำรับประทานวันละ 3ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา(75 cc) สำหรับแก้โรคผิวหนัง โรคเรื้อนให้ใช้ผสมกับสารส้มต้มกับน้ำใช้อาบเป็นประจำ ปลูกเป็นไม้ประดับจัดสวนก็สวยเพราะดอกสวยออกเป็นช่อตั้งตามกิ่งสีขาวอมสีม่วงอ่อน แถมมีประโยชน์หลายอย่าง มีเอาไว้สักหน่อยก็จะดี |
| พยับหมอก |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plumbago auriculata Lam.
ชื่อสามัญ : Cape Leadwort |
|
||
![]() |
ทั้ง ใบและดอกให้สีที่เย็นตาถ้าปลูกเป็นกลุ่มใหญ่จะสวยมาก ปลูกเลี้ยงง่ายตัดแต่งเป็นพุ่มได้ หน้าหนาวจะออกดอกมากกว่าหน้าอื่นแต่จะออกดอกตลอดปีและอายุหลายปี ดอกสีม่วงอ่อนอมฟ้า กลีบดอกบอบบาง ชอบอยู่ในที่แสงแดดรำไรถึงเต็มวัน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำหรือตอน กิ่งก็ได้ |
| หัวใจม่วง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Setcreasea purpurea., Boom. ชื่อ สามัญ: Purple Heart วงศ์ : COMMELINACEAE ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก |
![]() |
| หัวใจ ม่วงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “หัวใจราหู” เป็นไม้เลื้อยคลุมดินเนื้ออ่อน ลำต้นมีข้อปล้อง เนื้อในมียาง อาจเลื้อยตามดินได้ไกล 1-2 เมตร
หัวใจม่วงมีต้นใบสีม่วงเข้มมีดอกน่ารักๆสีม่วงอ่อน หรือสีชมพูเล็กๆ นิยม เป็นไม้เพิ่มสีสันให้กับสวนเพราะสีของมันตัดกับความเขียวของสนาม หรือปลูกคลุมดินตกแต่งตามรอบต้นไม้ใหญ่ นับเป็นไม้คลุมดินยอดนิยมอมตะนิรันดร์กาลต้นหนึ่งที่ไม่เคยห่างหายจากวงการ เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ชอบแดด แต่ถ้าอยู่ในที่ร่มรำไรก็งามดีสีสวยเหมือนกัน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำกิ่งในพื้นดินทุกสภาพที่มีความชื้นพอควร |
| ยี่เข่ง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia indica., Linn. ชื่อสามัญ : Queen’s Crape., Indian Lilac, Crape Myrtle ชื่ออื่น : คำฮ่อ วงศ์ : LYTHRACEAE ถิ่นกำเนิด : อินเดีย |
![]() |
|
|
ไม้ พุ่มหรือไม้ต้นผลัดใบ สูง 5-7 เมตร ทรงต้นโปร่งออกใบไม่มาก สูงชะลูดค่อนข้างเก้งก้าง ยี่เข่งออกดอกเป็นช่อมีลักษณะคล้ายดอกตะแบก ดอกบางและยับย่น ยี่เข่งมีชนิดสีชมพู
สี ม่วง และสีขาว ออกดอกระหว่างเดือน มิถุนายน-เดือนตุลาคม ในฤดูแล้งยี่เข่งผลัดใบ จนใบร่วงหมดต้นแล้วจะผลิใบอ่อนช่วงฤดูฝน เมื่อถึงเวลาออกดอกยี่เข่งจึงจะสวยงามมาก ยี่เข่งขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง หรือปักชำ เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งไม่ชอบดินแฉะหรือที่ลุ่มมีน้ำขัง การปลูกให้ได้ผลควรใช้ดินลูกรังผสมลงในหลุมดินที่จะปลูกด้วย จะเจริญงามดีกว่าปลูกในดินเหนียว ยี่เข่งเป็นต้นไม้ที่ไม่เกี่ยงปุ๋ย ให้ปุ๋ยก่อนฝนปีละครั้งเดียวของทุกปีก็พอ |
| ดาดตะกั่ว |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hemigraphis alternate., T.Anders. ชื่อสามัญ : Red Ivy วงศ์ : ACANTHACEAE |
![]() |
![]() |
ดาดตะกั่วเป็นไม้คลุมดินอีกต้นที่นักจัดสวนนิยมใช้เพิ่มสีสันให้กับสนามและ เป็นพันธุ์ไม้ที่มักต้องใช้มากในธุรกิจจัดสวน ดาดตะกั่วมีลำต้นใบเป็นสีม่วงเขียวอมสีบรอนซ์เงิน ใต้ใบเป็นสีแดงเลือดหมู ดอกขนาดเล็กสีขาวออกดอกตลอดปี
ดาดตะกั่วเป็นไม้เลื้อยผิวดินขยายพันธุ์ง่ายโดยวิธีปักชำ เป็นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นได้ดีในที่ร่มและกลางแจ้ง หากปลูกในร่มใบจะออกสีเงินมากกว่าสีเขียวม่วง ขึ้นได้ดีในดินทรายและดินร่วนซุย ทุกชนิด ดาด ตะกั่ว คนจีนเรียก “โฮ่งจี๊ อั๊ง” และใช้เป็นสมุนไพรเป็นยาขับปัสสาวะ หรือแก้โรคนิ่วให้ทุเลาได้ นอกจากนี้ยังใช้ใบดาดตะกั่วเข้าเครื่องยาแก้โรคบิด และรักษาโรคริดสีดวงทวารอีกด้วย นอจากนี้ยังมีอีกพันธุ์เรียกว่า ดาดทับทิมลักษณะคล้ายกันแต่มีใบย่นมากกว่า |
| กาบหอยแครง |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tradescantia spathacea Sw ชื่อสามัญ :Candle Lily, Oyster Lily ชื่ออื่น : กาบหอยแครง, ว่านกาบหอย วงศ์ : COMMELINACEAE ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก กัวเตมาลา คิวบา |
![]() |
| กาบหอยแครงเป็นไม้คลุมดินนิยมใช้จัดสวน ลำต้นทอดเลื้อยอวบน้ำใต้ใบสีม่วงแดง ดอกออกตามซอกใบประดับ ดอกเล็กสีขาว ปัจจุบันมีพันธุ์ใบด่าง และใบเล็กกว่า เรียก กาบหอยแครงแคระ พันธุ์ใบใหญ่กว่า เรียก กาบหอยแครงยักษ์ ขยายพันธุ์ด้วยการชำยอด |
| กระดุมทองเลื้อย |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wedelia trilobata (L) Hitchc. ชื่อสามัญ : Climber Wedelia วงศ์ : COMPOSITAE ถิ่นกำเนิด : เขตร้อนทวีปอเมริกา |
![]() |
![]() |
เป็นไม้ผิวดินลำต้นทอดเลื้อย แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก ทุกส่วนของต้นมีผิวสาก ช่อดอกออกตามข้อสีเหลืองสด ชอบแสงแดดจัด ปลุกได้ดีในทุกพื้นที่ป้องกันดินพังได้ดีมากแต่ควรตัดแต่งไว้เสมอ ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำกิ่ง |
| กระดุมหยก |
|
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centratherum punctatum Cass. ชื่อสามัญ : Creeping Daisy วงศ์ : COMPOSITAE ถิ่นกำเนิด : ทวีปอเมริกาเขตร้อน |
|
เป็น ไม้พุ่มเตี้ย สูง 25-50 เซนติเมตร ทุกส่วนมีขนสั้นปกคลุม สาก ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นข่อกระจุกแน่นสีม่วง ชอบแสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง |
| ช้อนทอง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pseudomussaenda flava Verc.
ชื่อสามัญ : Yellow Mussaenda |
|
| เป็น ไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ช่อดอกออกที่ปลายยอดมีใบประดับ ดอกสีเหลืองโคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ออกดอกตลอดปี ชอบแสงแดดรำไรถึงตลอดวัน เป็นราง่ายถ้าปลูกในที่ที่แสงแดดไม่พอ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง |
| ประทัดฟิลิปปินส์ |
| ชื่อสามัญ : Scarlet Bush ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hamelia patens Jacq ชื่ออื่น : ประทัดฟิลิปปินส์, ประทัดไต้หวัน วงศ์ : RUBIACEAE ถิ่นกำเนิด : ปารากวัย |
![]() |
| เป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง 4 เมตร ดอกสีส้มอมแดง ผลกลมสีดำมีเนื้อนุ่ม ออกดอกตลอดปี ชอบแสงแดดตลอดวันขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ชำยอด ตัดแต่งทรงพุ่มเป็นรูปทรงต่างๆได้ดี เลี้ยงง่าย |
| เดือนฉาย |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gaillardia pulchella Foug.
ชื่อสามัญ : Gaillardia , Blanket Flower |
![]() |
|
ไม้ ล้มลุกฤดูเดียว หรืออาจอยู่ได้หลายฤดูแต่ต้นจะไม่งาม ดอกจะไม่ดก ลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ย แตกกิ่งก้านสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร ใบเดี่ยวไม่มีก้านใบ ดอกออกเป็นช่อกลมดูคล้ายดอกเดี่ยวก้านช่อดอกกลมยาวและแข็ง ช่อดอกมีดอก 2 แบบคือ ดอกที่อยู่วงนอกจะมีชั้นเดียว กลีบดอกเป็นแผ่นแบนบาง หรือเป็นหลอดเล็กๆ ดอกที่อยู่กลางช่อมีเป็นจำนวนมาก กลีบดอกเชื่อมกันเป็นท่อสั้นๆ ดอกมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ท ขาว แดง ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ดอย่างเดียว เป็นไม้ล้มลุกที่ทนทาน ไม่เลือกชนิดของดินและต้องการน้ำน้อย.......ถูกใจจัง |
| เพ็ญทิวา |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asystasia intrusa blume
ชื่ออื่น : ย่าหยา |
![]() |
| เป็น ไม้พุ่มสูงได้ถึง 1 เมตร กิ่งก้านมักทอดยอดเลื้อย ดอกสีม่วงเข้ม หรือม่วงแดงขลิบขาว ออกดอกตลอดปี แสงแดดครึ่งวันหรือรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ให้ดอกดก โตเร็ว ตรงสเป็ค |
| ต้อยติ่งฝรั่ง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ruellia squarrosa (Fenzi) Cufod. วงศ์ : ACANTHACEAE |
![]() |
![]() |
เป็น ไม้พุ่ม สูงประมาณ 50 เซนติเมตร อายุหลายปี ใบแคบเรียวซึ่งต่างจากต้อยติ่งที่เห็นทั่วไปมี ดอกสีม่วง สีขาว สีชมพู เลี้ยงง่ายออกดอกตลอดปี ชอบแดดจัด และร่มรำไรก็ปลูกได้ ดินแฉะหน่อยก็ชอบ ปลูกเป็นไม้ริมน้ำได้ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด |
| ต้อยติ่ง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ruellia tuberosa.,Linn.
ชื่อสามัญ : Primrose |
![]() |
![]() |
ประชัน โฉมกันเลย ต้นนี้เป็นต้อยติ่งที่เราเคยเอาเม็ดมาอมเล่น แล้วแตกแป๊ะ ในปากนั่นแหละ เป็นต้อยติ่งบ้านที่มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร ที่นิยมใช้เมล็ดแช่น้ำนำมาพอกฝีดูดหนอง และใช้เป็นยาสมานแผลที่คนสมัยก่อนรู้จักกันดี เป็นต้นไม้เนื้ออ่อนพุ่มเตี้ยขึ้นอยู่ทั่วไป สันนิษฐานกันว่าเป็นต้นไม้ พื้นเมืองของประเทศจีน แต่เข้ามาในเมืองไทยนานแล้วโดยซินแสจีนนำเมล็ดมาเผยแพร่ เป็นยารักษาแผลอย่างที่บอก เมื่อใช้เสร็จก็แกะเมล็ดทิ้ง จึงเกิดการกระจายพันธุ์ทั่วไปในเมืองไทย |
| ว่านมหากาฬ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura pseudo-china(L.)DC.var.hispida Thwaites. ชื่ออื่น : ว่านมหากาฬ,หนาดแห้ง,ผักกาดกบ วงศ์ : COMPOSITAE |
![]() |
![]() |
เป็น ไม้พุ่มเตี้ยใบสีเขียวเข้มปนน้ำตาลอมม่วง และมีขนละเอียดปกคลุมทั่วใบ ชอบแสงแดดไม่ชอบดินแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่งและชำยอดมีสรรพคุณที่เด็ดมากเรื่องถอนพิษฝี ใช้ใบตำกับเหล้าขาวพอกหัวฝี ถอนพิษแผลหนองอักเสบ ชงัดนักแล |
| ดัสตี้มิลเลอร์ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senecio cineraria DC.cv.Dusty Miller วงศ์ : COMPOSITAE ถิ่นกำเนิด : เมดิเตอร์เรเนียน |
|
| เป็น ไม้พุ่มเตี้น 40-60เซนติเมตร ดอกเหลืองแต่ไม่ค่อยออกดอก ทุกส่วนมีขนสีขาวปกคลุม ชอบอากาศเย็น แสงแดดตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการชำยอด |
| แอหนัง |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crossostephium chinense (L.)Mak. วงศ์ : COMPOSITAE ถิ่นกำเนิด : ประเทศจีน |
|
|
คน จีนเรียกว่า เล่านั่งฮวย หรือ ปากหลาน เป็นไม้สมุนไพรพุ่มคลุมดินขนาดเล็ก ช่อดอกเป็นกระจุกกลมเล็กสีเหลือง ชอบอากาศเย็นแสงแดดจัด เลี้ยงยาก มักเกิดเชื้อราและทิ้งใบขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง |
| แดงกำมะหยี่ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura aurantiaca (Blume) DC.cv.Purple Passion (Sarmentosa) ชื่อสามัญ : Purple Passion Vine,Purple Velvet Plant วงศ์ : COMPOSITAE |
![]() |
| เป็น ไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 15-25เซนติเมตร กิ่งก้านและใต้ใบมีขนสีม่วงแดง ช่อดอกออกที่ปลายยอด ดอกสีเหลือง ชอบแสงแดดตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง เป็นไม้เก่านะ เมื่อก่อนเห็นเขาปักชำใส่ดินเหนียวห่อกระดาษมาขาย ที่จตุจักรสมัยที่เพิ่งย้ายมาน่ะ ตอนนี้ไม่ค่อยเห็น |
| บัวดิน |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zephyranthes rosea Lindl. ชื่ออื่น : บัวสวรรค์, ว่านแสนพันล้อม |
|
||
| ไม้ ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดิน ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดตลอดวันหรือครึ่งวัน ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัวหรือเพาะเมล็ด ปลูกเป็นไม้ประดับ สรรพคุณในเชิงว่านเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมและปลูกไว้จะช่วยป้องกันภัยต่างๆ ตามความเชื่อ |
| ชาฮกเกี้ยน |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ethretia microphylla Lam. วงศ์ : BORAGINACEAE |
|
|
เรียก ว่าชาดัดใบมันหรือชาฮกเกี้ยนเป็นไม้คลุมดินใบสีเขียวเข้มเป็นมันดอกสีขาวผล กลมเล็กขนาดเม็ดพริกไทยเมื่อสุกสีเหลือง เป็นไม้พุ่มไม่ค่อยทิ้งใบนิยมดัดตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ เป็นแนวรั้ว เป็นพุ่มขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและการตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง |
| ราชาไข่มุก |
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Callicarpa americana ชื่อสามัญ : American Beauty Berry ชื่ออื่น : สร้อยระย้าวงศ์ VERBENACEAE |
|
||
|
ไม้ พุ่มสูงประมาณ 2เมตร มาใหม่มาแรงมีดอกเกาะตามลำต้นกิ่งใบเมื่อติดเมล็ดเป็นพวงดูแปลกสวยดี ดอกออกเป็นช่อสีชมพูอ่อนมีกลิ่นหอมออกดอกทั้งปี ผลกลมคล้ายไข่ปลาสีชมพูและเปลี่ยนเป็นสีแดง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและปักชำกิ่ง ในรูปนี้สวยน้อยไปหน่อย เพราะเมล็ดร่วงไปเยอะมาเห็นช้าไปซื้อมา กระถาง12"ประมาณ 200บาท ไม่รู้แพงหรือเปล่าเพราะตอนนั้นเห็นว่าแปลกสวยดีก็เลยซื้อมา ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าราคาซื้อขายกันที่เท่าไหร่ ยังไม่เคยใช้จัดสวน แต่เท่าที่ดูมาก็เลี้ยงไม่ยากนะไม่ค่อยให้ปุ๋ยให้ยาเท่าไหร่ ก็มีดอกมีเมล็ดติดอยู่เรื่อยๆเป็นระยะ |
| เทียนหยด |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Duranta repens.,Linn.
ชื่อสามัญ : Golden dewdrop, Sky Flower |
|
![]() |
เป็น ต้นไม้ปลูกง่ายขึ้นง่ายโตเร็ว ดอกสวยให้ดอกตลอดเป็นดอกไม้ดอกช่อออกดอกเป็นกลุ่มก้อนห้อยลงสีม่วงออกตาม ส่วนยอดหรือปลายกิ่ง เมื่อดอกโรยแล้วจะติดผลสีส้ม ผลกลมเป็นพวงเล็กๆ รูปที่เห็นนี้เรียกว่าเทียนหยดญี่ปุ่น สีเข้มกว่ามาก สวยกว่า เหมาะปลูกกลางแจ้งเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นไม้ขอบแปลงหรือปลูกเป็นไม้กระถาง ไม่ชอบน้ำท่วมขัง |
| ประยงค์ |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglalia odorata., Lour. ชื่ออื่น : หอมไกล., พะยงค์ , ขะยง วงศ์ : MELIACEAE |
![]() |
![]() |
ประยงค์ เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ เดียวกับลางสาด ลองกอง คอแลน ฯลฯ มีอยู่3ชนิดคือ ประยงค์ ประยงค์ป่า((A. odoratissima) และประยงค์ใบใหญ่(A.chaudocensis) |
| พุดเศรษฐีสยาม |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabernaemontana pachysiphon Stapf ชื่อสามัญ : Giant Pinwheel Flower วงศ์ : APOCYNACEAE |
![]() |
| ไม้ พุ่มขนาดกลาง สูง 5-15 เมตร ทรงพุ่มแน่นทึบ ทุกส่วนมียางสีขาวดอกแยกเป็นห้ากลีบบิดเวียนเหมือนกังหันออกดอกตลอดปีหอม อ่อนตลอดวัน ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยใช้พุดกุหลาบเป็นต้นตอเสียบยอด ชอบแสงแดดตลอดวัน ตัดแต่งทรงพุ่มไว้ให้แต่ละกิ่งได้รับแสงแดดทั่วถึงจะออกดอกดกทั้งทรงพุ่ม |
http://www.facebook.com/suansavarose
www.suansavarose.com
4/08/2008
หน้าแรก
บทความ
รวมรูปภาพ
เว็บบอร์ด
สนทนาคนรักต้นไม้





































































































