สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

หน้าแรก

รวมรูปภาพ

เว็บบอร์ด

สนทนาคนรักต้นไม้

 

บทความ

หิน-หินเทียม

ปลูกต้นไม้มงคล

เกี่ยวกับเรา

ไม้ประดับเพื่อการจัดสวน

ต้นนี้อยู่บทไหน ดูที่นี่

ค้นหาต้นไม้ได้ตรงนี้

สวนสไตล์ต่างๆ

มหัศจรรย์โลกพฤกษา

ต้นไม้ประจำจังหวัด ภูมิสัญญลักษณ์ของเมือง

ว่าด้วยเรื่อง.....ดิน....และ..ปุ๋ย

พืชจัดสวนมีพิษที่ควรระมัดระวัง

สัตว์ในสวน- ศัตรูพืช และโรคพืช- สารฉีดพ่นปลอดภัย

เปลี่ยนสวนเก่าให้เป็นสวนใหม่

จัดสวนพื้นที่ขนาดใหญ่

จัดสวนด้วยตัวเอง

ต้นไม้ชื่อนี้มีระดับ

การทำบ่อเลี้ยงปลา และระบบกรองรักษาคุณภาพน้ำอย่างง่าย

มุมสวนสวยสำหรับคุณ

ในนี้มีอะไรเยอะแยะ

เลือกปลูกต้นไหนดีหนา ?

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/02/2008
ปรับปรุง 28/09/2016
สถิติผู้เข้าชม 7,231,123
Page Views 11,679,808
 
« September 2016»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

พรรณไม้เลื้อย1

พรรณไม้เลื้อย1



พรรณไม้เลื้อย 1




 



เสาวรส

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora laurifolia L.

วงศ์ : PASSIFLORACEAE
ชื่ออื่น :  สุคนธรส

ชื่อสามัญ : Passion Flower, Jamaica Honeysuckle


    ........ถึงสวนหลวงหลวงห้ามเหมือนความรัก

         เหลือจักหักจับต้องเป็นของหลวง

         แต่รวยรินกลิ่นผกาบุปผาพวง

         จะรื่นร่วงเรณูฟูขจร

         โอ้ไม้ต้นคนเฝ้าเสาวรส

          ยังปรากฏกลิ่นกล่อมหอมเกสร

         แต่โกสุมภุมรินมาบินวอน

         ไม่ดับร้อนร่วงกลิ่นให้ดิ้นโดย.......


       สุนทรภู่ จากนิราศพระประธม พระโทณ


  เจออะไรก็จะเก็บๆมาถือว่าเล่าสู่กันฟัง   เพราะพริ้งเหลือจะประมาณ ลอกมาให้อ่าน กัน  ต้นเสาวรสนี้สมัยก่อนเจ้าของคงหวงน่าดู มีคนเฝ้าด้วย ชื่อคล้ายชื่อเว็บนี้เลยนะ

                 พวกพ้องเผ่าพันธุ์ของเสาวรสมีอยู่ด้วยกันประมาณ400 ชนิดเป็นไม้เลื้อยทั้งสิ้น ต้นนี้เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยยืนต้น ไม่ใช่พืชล้มลุก  ดอกมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ ( แปลเอาจากคำว่า Passion ) ผลของเสาวรสมีรสหวานหอมอมเปรี้ยวมักใช้เป็นเชื้อปนในน้ำหวาน

   พืชตระกูลเสาวรสที่คนไทยรู้จักดีอีกต้นคือ “สุคนธรส “หรือ Passiflora quadrangularis  มีดอกซ้อนสองชั้นและมีเกสรตัวผู้สีม่วงแดงมากกว่าและใบจะมีเพียงสี่ แฉก

เสาวรสมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนพื้นที่สูงในอเมริกา เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้ออ่อนอายุ หลายปี มีขนอ่อนปกคลุมทั่วต้น ใบออกเรียงสลับ ฐานใบโค้งรูปหัวใจ ปลายใบแหลมแยกเป็น3แฉก ขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อยและมีขนสั้นๆ ขนาดของใบยาวประมาณ5-13ซม.กว้าง4-12ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยว สมบูรณ์เพศเกิดที่ข้อบริเวณโคนก้านใบของเถาใหม่พร้อมกับการเจริญของเถา

ดอกเป็นสีขาวส่วน ตรงกลางของดอกจะมีส่วนยื่นสังเกตุเห็นได้ชัด กลีบดอกที่อยู่ใต้กลีบเลี้ยงจะเป็นฝอยสีเขียวส่วนนี้จะอยู่นานจนกระทั่งเป็น ผล เกสรเพศผู้มีอยู่5อันส่วนยอดเกสรเพศเมียจะแยกออกเป็น3เส้นตรงปลายตุ้ม

ผลแก่สีเหลืองมีเนื้อหุ้มเมล็ดจะลื่นและรสหวาน โดยต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะออกดอกติดผลเมื่ออายุประมาณ4-5เดือน แต่ถ้าเป็นต้นเสียบยอดหรือต้นที่ปักชำจะสามารถออกดอกติดผลได้เร็วขึ้น ผลเสาวรสสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ50-70วันหลังติดผล เปลือกผลและเนื้อส่วนนอกแข็งรับประทานไม่ได้ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลหรือดำจำนวนมาก แต่ละเมล็ดจะถูกหุ้มด้วยรกซึ่งบรรจุน้ำสีเหลืองมีลักษณะเหนียวข้นอยู่ภายใน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีความเป็นกรดสูง และส่วนที่นำไปบริโภคก็คือส่วนที่เป็นน้ำสีเหลืองนี่เอง   

กระทกรกฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Passiflora edulis Sims

ชื่ออื่น : เสาวรส

ชื่อสามัญ : Passion Fruit

วงศ์ : PASSIFLORACEAE

ส่วนพันธุ์ที่เอาไว้กินผล สามารถแบ่งออกเป็น2ชนิด คือ Passiflora edulis เป็นพันธุ์ที่ให้ ผลสึม่วง และ Deneger P.edulis Forma.F.flavicarpaให้ผลสีเหลือง มีลักษณะแตกต่างกันคือ

1ชนิดผลสีม่วง (Passiflora edulis) ผิวผลเป็นสีม่วงรูปกลมหรือรูปไข่ ดอกสามารถผสมตัวเองได้ดี ดอกจะบานในตอนเช้า ผลสุกมีรสหวานและกลิ่นหอมกว่าพันธุ์สีเหลืองแต่ผลมักจะเล็กกว่าคือเส้นผ่า ศูนย์กลางผลประมาณ4-5ซม.หนัก50-60กรัม

2ชนิดผลสีเหลือง(Deneger P.edulis Forma.F.flavicarpa) ผล จะมีขนาดใหญ่กว่าชนิดพันธุ์สีม่วงมีเส้นผ่าศูนย์กลางผล6ซม.น้ำหนัก80-120 กรัมต่อผล ผิวผลเป็นสีเหลือง เนื้อในจะมีความเป็นกรดสูงกว่าชนิดสีม่วงมีรสเปรี้ยวมากและใช้แปรรูปเป็น หลัก ดอกจะบานในตอนเที่ยง ส่วนใหญ่ผสมตัวเองไม่ติดต้องผสมข้ามต้น แต่พันธุ์สีเหลืองนี้จะมีความทนทานต่อโรคต้นเน่า เถาเหี่ยว โรคไวรัสและทนต่อไส้เดือนฝอยมากกว่าพันธุ์สีม่วง จึงนิยมใช้เป็นต้นตอในการเสียบกิ่งพันธุ์สีม่วง

ผล สุกรับประทานได้เลย กินเป็นประจำจะดีต่อสุขภาพตาทำให้การมองเห็นดีขึ้น ช่วยบำรุงตับไตที่อ่อนแอ รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยกำจัดสารพิษในเลือด ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับและบำรุงผิวพรรณด้วย สวยแล้วมีของแถมอย่างนี้น่าปลูก

                       การ ปลูกเสาวรส ต้องปลูกในที่มีแสงแดดส่องถึง และลมไม่แรงมากนัก ดินที่ใช้ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ไม้เลื้อยประเภทนี้ไม่ชอบดินเหนียว  ตรวจสอบและแก้ไขดินก่อน  ปลูกในดินเหนียว นะ่ ถึงตายเลยถ้าเป็นช่วงอากาศร้อนมากๆ ก็อาบน้ำให้หน่อย คือฉีดน้ำรดให้ทั่วทั้งต้น1ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าอยากให้งามก็หมั่นให้ปุ๋ยหน่อย ให้ปุ๋ยที่มีตัว N สูงในช่วงฤดูฝน และให้ปุ๋ยน้ำพวกซัลเฟตแอมโมเนีย เดือนละครั้ง

   พืชตระกูลเสาวรสที่คนไทยรู้จักดีอีกต้นคือ “สุคนธรส “หรือ Passiflora quadrangularis  มีดอกซ้อนสองชั้นและมีเกสรตัวผู้สีม่วงแดงมากกว่าและใบจะมีเพียงสี่ แฉก          


รูปภาพผลกระทกรกฝรั่งจาก : หนังสือ ไม้เลื้อยประดับ โดย ผศ.จิรายุพิน จันทรประสงค์ ทีปรึกษา อฤชร พงษ์สไว เรียบเรียง

      ในตระกูลนี้มี “ สร้อยฟ้า ”  หรือ Passiflora hybrid (P.alata x P.coerulea)และ “ศรีมาลา” หรือ Passiflora vitifolia HBK มีรูปให้ดูด้วยสองต้นหลังชื่อมันเหมือนสองศรีภรรยาจมื่นไวยวรนาถลูกชายเชื้อ ไม่ทิ้งแถวของขุนแผนเมืองสุพรรณเลยออกนอกเรื่อง                     

ลำ ต้นเลื้อยได้ไกล3-5 เมตร อายุหลายปี ตามยอดมีขนมาก ยอดยืดยาวไม่ค่อยแตกกิ่งแขนง ใบเดี่ยวรูปไข่เว้าลึกเป็น3แฉก ผิวใบด้านบนเป็นมันมีมือเกาะยึดลำต้น 

ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบสีม่วงมีกลิ่นหอม เมื่อบานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก 4 ซม.กลางดอกเป็นวงสีขาวและมีเกสรยื่นออกมา มีวงกลีบเลี้ยงและกลีบดอกล้อมรอบ ขอบดอกเป็นเส้นพลิ้วคดงอ

ดอกทยอยบานจากโคนต้นไปหาปลายยอด บานอยู่ได้1-2วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆตลอดวัน นิยมปลูกเป็นไม้ริมรั้ว ออกดอกตลอดทั้งปี             


                                       ศรีมาลา

  ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora coccinea Auld.

ชื่อสามัญ : Red Passin Flower, Red Granadilla

วงศ์ : PASSIFLORACEAE

                             นิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยประดับกันมากเพราะสีสันที่สดใส ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมแดง กลีบดอกสีแดงดอกขนาด10-12ซม. ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธุ์


ส่วนพันธุ์ที่เอาไว้กินผลคือ Passiflora edulis เป็นพันธุ์ที่ให้ผลสึเหลืองและม่วง

ผล สุกรับประทานได้เลย กินเป็นประจำจะดีต่อสุขภาพตาทำให้การมองเห็นดีขึ้น ช่วยบำรุงตับไตที่อ่อนแอ รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยกำจัดสารพิษในเลือด ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับและบำรุงผิวพรรณด้วย สวยแล้วมีของแถมอย่างนี้น่าปลูก

                       การ ปลูกเสาวรส ต้องปลูกในที่มีแสงแดดส่องถึง และลมไม่แรงมากนัก ดินที่ใช้ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ไม้เลื้อยประเภทนี้ไม่ชอบดินเหนียว  ตรวจสอบและแก้ไขดินก่อน  ปลูกในดินเหนียว นะ่ ถึงตายเลยถ้าเป็นช่วงอากาศร้อนมากๆ ก็อาบน้ำให้หน่อย คือฉีดน้ำรดให้ทั่วทั้งต้น1ครั้งต่อสัปดาห์  ถ้าอยากให้งามก็หมั่นให้ปุ๋ยหน่อย ให้ปุ๋ยที่มีตัว N สูงในช่วงฤดูฝน และให้ปุ๋ยน้ำพวกซัลเฟตแอมโมเนีย เดือนละครั้ง

สร้อยฟ้าฮาวาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora'Blue-eyed Susan'

ชื่ออื่น : แพสชั่นไจแอนท์

วงศ์ : PASSIFLORACEAE

ดอก เดี่ยว ขนาด8-15ซม. กลีบเลี้ยงสีเขียว5กลีบลู่ไปข้างหลัง กลีบดอกสีครีม ปลายกลีบสีขาว รูปขอบขนาน มีรยางค์เป็นเส้นสีม่วง โคนสีม่วงเข้มและปลายหยักสีขาวเรยงเป็นวงในสุด ดอกมีกลิ่นหอม ชอบแสงแดดจัดจนถึงรำไร

เลดี้มาร์กาเร็ต

ชื่อวิทยาศาสตร ์: Passiflora 'Lady Margaret'

วงศ์ : PASSIFLORACEAE

เลื้อย ได้ไกล5-10เมตร ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ กลีบดอกสีแดงเข้ม โคนและปลายกลีบสีขาว รยางค์ชั้นในเป็นเส้นสีขาวเรียงเป็นวงในสุด ดอกขนาด7-10ซม. ชอบแสงแดดจัด



ปิดท้ายด้วย เสาวรสอีกต้น ที่เป็นเรื่องที่ต้องรู้


เสาวรสสยาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora siamica Craib.

วงศ์ : PASSIFLORACEAE

เลื้อยได้ไกลถึง7เมตร

เป็น พรรณไม้ถิ่นเดียวที่สำรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย บนดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ที่ระดับความสูง660เมตร โดยหมอคาร์นายแพทย์ชาวไอริช มีรายงานการตั้งชื่อในปีพ.ศ.2554 มีสถานภาพหายากและใกล้สูญพันธุ์ในถิ่นกำเนิด

ลักษณะ ดอกแตกต่างจากชนิดอื่นอย่างชัดเจน รวมทั้งเป็นพรรณไม้ที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในขณะที่วงการไม้ประดับของโลกมีความนิยมปลูกพืชพันธุ์เสาวรสเป็นไม้ประดับ เนื่องจากดอกมีรูปร่างสีสันสวยงาม จึงมีความต้องการเสาวรสสยามไปผสมพันธุ์ เพื่อที่ให้ได้ลูกผสมที่แตกต่างออกไป สำหรับป้อนตลาดที่กำลังได้รับควมนิยมสูงอยู่ในขณะนี้ในขณะเดียวกันก็จำเป็น ต้องปลูกเสาวรสต้นแม่พันธุ์ เพื่อรักษาพันธุกรรมให้คงที่ สำหรับใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ในอนาคต

เสาวรส สยาม เป็นไม้เถาเนื้ออ่อนขนาดกลาง ทุกส่วนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น ใบเดี่ยวเรียงเวียนรูปรีแกมรูปไข่ กว้าง3-6ซม.ยาว5-20ซม.มีดอกย่อย2-15ดอก กลีบดอกสีขาว มีเส้นผ่านศูนย์กลางของดอก2.5-3ซม. ผลทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง2ซม.เมื่อสุกสีเหลืองส้มเมล็ดมีเมือกแข็งหุ้ม ออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ผลแก่ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

เรื่องรูปภาพจาก : หนังสือ เทคโนโลยี การอนุรักษ์พรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย โดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น

สายน้ำผึ้ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lonicera Japonica Thunb.
วงศ์ :CAPRIFOLIACEAE
ชื่อสามัญ : Japanese Honey suckle Gold - and -silver Flower
ชื่ออื่น : สายน้ำผึ้ง

              สาย น้ำผึ้ง เป็นไม้ที่ปลูกง่ายทนทั้งลมและแดด แต่ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นมากๆ ชอบปุ๋ยทุกชนิด ออกดอกตลอดปี หอมทั้งกลางวันกลางคืน แต่จะกระจายกลิ่นหอมจัดในเวลากลางคืน แต่ในเวลากลางวัน เข้าไปใกล้ๆถึงจะได้กลิ่น ดอกสายน้ำผึ้งเมื่อ ดอกออกใหม่จะเป็นสีขาวนวลเมื่อดอกแก่จะค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และเหลืองแก่เมื่อใกล้โรย สายน้ำผึ้งเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็งอายุหลายปี

ขยายพันธุ์  ด้วยการตอน และตัดกิ่งปักชำ เวลาปักชำ เลือกกิ่งที่แก่จัดจริงๆ ตัดให้ยาว 6 นิ้วขึ้นไป เวลาปักชำจำเป็นต้องให้ข้อจมอยู่ในดิน หนึ่งข้อไม่งั้นไม่ออกราก

สายน้ำผึ้งจีน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lonicera japonica Thunb. var. chinensis.

ชื่อสามัญ : Chinese Honey Suckle

ชื่ออื่น : สายน้ำผึ้งจีน
วงศ์ : CAPRIFOLIACEAE

เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2-3 เมตร ใบมีขนปกคลุมหนาแน่น ช่อดอกยาว มีดอกย่อย 10-20 ดอก ปลายกลีบดอก แยกเป็น 5 กลีบคล้ายสายน้ำผึ้ง แตกต่างกันที่ผิวนอกของกลีบดอกมีขนปกคลุมสีแดง ด้านในของกลีบมีสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมเหมือนกัน

เล็บมือนาง
 ชื่อวิทยาศาสตร์ : Quisqualis indica  L.

วงศ์ : COBRETACEAE
ชื่อสามัญ : Rangoon Creeper
ชื่ออื่น : เล็บมือนาง ,ไท้หม่อง, จะมั่ง

เล็บ มือนางเป็นไม้เลื้อยเถาใหญ่แข็งแรง สามารถเลื้อยพันได้ถึง 8-10 เมตร  ดอกเล็บมือนางมีกลิ่นหอมมากในเวลากลางคืน ดอกมีลักษณะคล้ายพวกดอกเข็มคือมีก้านดอกยาว แต่ของดอกเข็มเป็นกรวยดอกไม่ใช่ก้านดอก เมื่อแรกบานเป็นสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นชมพูอ่อน เมื่อดอกแก่จัดจะกลายเป็นสีชมพูเข้มและสีแดง  ในช่อหนึ่งจึงมีสีขาว ชมพู แดงสอดสลับกันไป                              

             เล็บมือนางเป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเมล็ด ทาบกิ่งและปักชำ ขึ้นง่ายทุกวิธี
             สรรพคุณทางเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันมานานคือ รากต้มน้ำ กินเป็นยาถ่ายพยาธิ ใช้ใบตำเป็นยาทาแผล รักษาบาดแผล และฝี ได้เป็นอย่างดี



ชำมะนาด
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Vallaris glabra ktze.

วงศ์ : APOCYNACEAE
ชื่อสามัญ : Bread Flower

ชื่ออื่น : ชมนาด ,ชำมะนาด ดอกข้าวใหม่  

ชมนาด เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยขนาดย่อม มีต้นหรือเถาค่อนข้างเหนียว ปกติต้องอาศัยต้นไม้อื่นขึ้นทอดพาดพัน อาจเลื้อยได้ไกลถึง 6-8 เมตร  แต่ถ้าปลูกนานๆอาจแผ่เป็นพุ่มกว้างใหญ่ได้เหมือนกัน
                                ดอกชมนาดมีกลิ่นหอมรัญจวนใจ กลิ่นคล้ายข้าวใหม่ผสมใบเตย หอมมากๆ  ออกดอกปีละครั้งเดียว ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน จะมีดอกมากเป็นพิเศาช่วงเดือน เมษายน เมื่อดอกหมดรีบจัดคัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ออกกิ่งใหม่มากๆ เพื่อปีต่อไปจะได้ออกดอกได้มากขึ้น
                                           ขยายพันธุ์ได้ด้วยการตัดกิ่งปักชำ ตอน หรือเพาะเมล็ด  แต่ปักชำจะออกรากค่อนข้างยาก ควรปลูกในที่ร่วนซุย ไม่ชื้นแฉะ ชอบแสงแดดตลอดวัน


พวงคราม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Petrea volubilis Linn.

วงศ์ : VERBENACEAE
ชื่อสามัญ : Purple Wreath

    ถิ่นกำเนิด : อเมริกาเขตร้อ

 

สำหรับคนชอบดอกไม้สีม่วงนะต้นนี้เลยจะออกดอกมากในช่วงหนาวจัดและแล้งจัด จะทิ้งใบหมด ขยายพันธุ์์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

ต้นนี้ออกดอกในกระถางเลยไม่อลังการ ถ้าปลูกลงดินขึ้นซุ้มเวลาออกดอกจะแสดงศักยภาพเต็มที่ ช่อดอกจะยาวกว่านี้

พวงครามเป็นไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง เถาขนาดใหญ่ อายุหลายปี กิ่งก้านเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านค่อนข้างเหนียว สามารถเลื้อยไปได้ไกลกว่า 10เมตร ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตามข้อต้น รูปมนรีปลายแหลม ขนาดของใบกว้าง5-7ซม.ยาว8-11ซม.ใบสากคายมือ แผ่นใบค่อนข้างหนาและแข็ง 

ดอก ออกเป็นช่อกระจะยาวตามซอกใบและปลายกิ่งช่อยาวประมาณ20-25ซม.ดอกมีลักษณะเป็น กลีบรูปหลอดปลายแยกเป็น5แฉก ดอกสีม่วงหรือม่วงคราม มีดอกเล็กๆอยู่ตรงกลาง  สีม่วงสว่างสดใสมากมักจะบานพร้อมกันหมดทั้งช่อ ขนาดดอกรวมกลีบประดับ2-3ซม.

ขยายพันธุ์์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

 พวงแส
   ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jacquemontia pentantha.,G.Don.

วงศ์ : CONVOLVULACEAE
ชื่อสามัญ : Little Blue Hat
ชื่ออื่น : แส , แสเถา

   ถิ่นกำเนิด: เม็กซิโก ,อาฟริกา และประเทศอเมริกาเขตร้อน

ไม้ เถาเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นหรือเถามีลักษณะคล้ายเถาวัลย์เล็กๆเป็นสีน้ำตาลเข้ม อาจเลื้อยได้ไกลตั้งแต่3-5เมตร ใบเล็กแผ่นใบบางรูปคล้ายใบโพธิ์ ขนาดของใบยาวประมาณ5ซม.ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ3-5ดอกขนาดดอกกว้างประมาณ 5ซม. ดอกคล้ายปากแตรบานสีน้ำเงินอมม่วง

ดอกไม้ ที่มีสีน้ำเงิน มีอยู่ในโลกไม่มากชนิดนัก จึงมักเป็นดอกไม้ที่หายากและมักมีผู้นิยมปลูกมากกว่าดอกไม้สีอื่นๆ

จำได้ว่าเมื่อประมาณปี 2541มีลูกค้าท่านหนึ่งเกษียณอายุแล้วเป็นสตรี ท่านต้องการต้นแสมาเป็นไม้เลื้อยหลังคาซุ้ม เล่นเอาเหงื่อตกหาแทบพลิกตลาดต้นไม้ไม่เจอเลยซักต้น แม่ค้าไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ตนเองรึก็ไม่เคยเห็นต้นจริงซักที เผอิญมีคุณป้าที่ขายต้นไม้คนหนึ่งบอกว่าที่บ้านปลูกไว้จะตอนมาให้อีกเดือน ครึ่งค่อยมา  ตั้งแต่นั้นมาก็ค่อยๆเห็น แส เป็นไม้ที่มีขายในตลาดต้นไม้ทั่วไปเพราะขายดี ด้วยว่า แสขยายพันธุ์ง่าย ดอกดกพรั่งพรูตลอดปี ชอบแดดจัด น้ำจัด เติบโตได้ดีในดินทุกชนิด  และสวยมากจริงๆ ขอเชียร์

   พวงชมพู

ชื่อวิทยาศาสตร์ : antigonon leptopus.,Hook.

ชื่อสามัญ : Chain of love

ชื่ออื่น : พวงชมพู

วงศ์ : POLYGONACE


พันธุ์ไม้นี้เป็นพันธุ์ไม้พื้นบ้านของเม็กซิโก ซึ่งชาวพื้นเมืองของเขาเรียกพวงชมพูว่า Chain of Love

    คนอังกฤษหรืออเมริกันจะเรียกว่าCoral vine หรือ Mexican Creeper ส่วนfiji จะเรียกว่า Corallita

  พวง ชมพูเป็นพืชล้มลุก ชอบแดดจัดขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธีเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง เจริญเติบโตในสภาพดินเกือบทุกๆรูปแบบ ถ้าเจ้าของหมั่นให้น้ำให้ปุ๋ยเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็จะออกดอกได้ทั้งปี แต่จะดกมากในเดือนฤดูร้อนคือระหว่าง เดือนมีนาคม และเดือนเมษายน ถ้าขาดน้ำหรือให้เทวดาเลี้ยงจะแห้งตาย แต่จะมีหัวพักฟื้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งจะงอกเป็นพวงชมพูต้นใหม่ได้ในฤดูฝนหน้า

  พวง ชมพูเป็นพืชล้มลุกลำต้นหรือเถาเป็นสีน้ำตาลเข้มมีขนาดค่อนข้างเล็ก มีมือจับ สามารถเลื้อยพาดพันสิ่งเกาะยึดได้ไกล6-12เมตร 

ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับทิศทางกันไปตามข้อต้น ใบสากสีเขียว รูปหัวใจ หรือรูปสามเหลี่ยมปลายใบแหลม โคนใบมนเว้าเข้าหากันจนชิด ขอบใบเรียบเกลี้ยงแลเห็นเส้นแขนงใบชัดเจน ขนาดใบยาว5-7ซม. 

 ดอก ออกเป็นช่อรวมกันเป็นกลุ่ม ตามง่ามกิ่งส่วนยอด มีทั้งสีชมพูและสีขาวแต่ส่วนใหญ่จะพบแต่สีชมพูมากกว่า ดอกขนาดเล็กประมาณ1ซม.ช่ออาจชูตั้งขึ้นหรือห้อยเป็นพวงระย้าลง ช่อดอกยาวตั้งแต่9-15ซม.ติดดอกช่อละประมาณ25-55ดอก 

พวงประดิษฐ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Congea tomentosa Roxb

ชื่อสามัญ : Shower Orchid

ชื่ออื่น : พวงประดิษฐ์, เครือออน

วงศ์ : SYMPHOREMATACEAE

ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย พม่า มาเลเซีย

เป็น ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ เลื้อยได้ไกลถึง 10-15 เมตร สามารถแตกกิ่งก้านทอดยอดแผ่คลุมต้นไม้ใหญ่ มีอายุยืนหลายปี ผลัดใบ ตามกิ่งก้านและยอดอ่อนมีขนนุ่ม กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ แต่ละคู่สลับทิศทางกันขนาดของใบยาว8-13ซม.รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลมและมีติ่งยาว

ดอก ช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาว30-50ซม. ดอกย่อยออกเป็นกระจุกตรงข้ามกันกระจุกละ5ดอก มีกลีบประดับสีชมพูอมม่วงหรือสีเงิน มีขนนุ่มปกคลุม มี3กลีบ เมื่อบานมีขนาด2-2.5ซม. ผลแห้งรูปไข่กลับมี1เมล็ด

                ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งและปักชำ

  ช่วงธันวาคม-เมษายน จะเป็นช่วงออกดอกถ้าขับรถขึ้นเหนือตอนนั้น อย่าลืมมองสองข้างทางช่วง เถิน ลำปาง จะมองเห็น ดอกยิบๆสีชมพูอมม่วงหรือเงิน ตามยอดต้นไม้ใหญ่  สวย....สวย  ดอกดกมาก ปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยไต่ซุ้มให้ร่มเงา ถ่ายรูปนี้ไว้ จากบ้านเพื่อนบ้าน ตอนนี้ตัดทิ้งไปแล้ว ให้เสียดายยิ่งนัก เขาว่า รก..จบเลย

            

พวงเงิน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum thomsonae., Balf.f.

ชื่อสามัญ : White Bleeding Heart

ชื่ออื่น : พวงแก้ว, มังกรคาบแก้ว

วงศ์ : Verbenaceae

ถิ่นกำเนิด : แอฟริกาตะวันตก

ไม้พุ่มกึ่งไม้เถา เป็นไม้ดอกดกมีดอกตลอดปี เมื่อดอกโรยรีบตัดกิ่งทิ้งจะแตกกิ่งออกดอกใหม่ได้เร็วขึ้นพวงเงินเรียกอีก อย่างว่ามังกรคาบแก้ว เพราะดอกที่โผล่พ้นจากใบประดับจะเป็นสีแดงจัดคล้ายดอกเข็มและมีเกสรสีขาวมอง เหมือนเส้นด้ายยาวยื่นออกมาจากตาดอก ดอกจะบานอยู่ราว2วัน จึงจะหลุดจากใบประดับที่มีสีขาวสะอาดตา  เคยได้ยินใครบางคนเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็นมังกรแลบลิ้น ฟังแล้วผวาไปหลายวันเหมือนกันถ้าใครเคยได้ยินคนเรียกอย่างนี้ละก็ห้ามจำนะ

        ไม้ชนิดนี้อยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม หากปลูกกลางแจ้งควรมีซุ้มให้เลื้อย จะสวยงามกว่าไม่มีที่ให้เกาะจับ และควรปลูกไว้หลุมละ 2-3 ต้นจะได้ร่มไม้ใบบังเป็นอย่างดี

การขยายพันธุ์ พวงเงินเป็นไม้ติดเมล็ดยากเพราะฉะนั้นจึงนิยมใช้การขยายพันธุ์ด้วยการตอนและตัดกิ่งปักชำมากกว่าการเพาะเมล็ด

พวงนาก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Clerodendrum x speciosum Dombr.

ชื่อสามัญ: Java Glory Bean

ชื่ออื่น: พวงแก้วแดง

วงศ์:   VERBENACEAE

แพรวพราวเชียว ขนาดดอกโรยแล้วยังดูดีอยู่ (ขวาสุด)

ไม้พุ่มกึ่งไม้เถาเล็กรอเลื้อยเหมือนกัน นิสัยคล้ายพวงเงิน ดูแลง่ายเหมือนกัน เรื่องไม่มาก กินง่ายอยู่ง่ายแดดยิ่งดีสียิ่งจัด

 พวงนากมีอายุอยู่ได้หลายปี เลื้อยได้ไกลประมาณ4 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีม่วงแดง

ใบ เดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปไข่ ขนาดกว้าง10ซม.ยาว17ซม.ปลายใบแหลมโคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว2-2.5ซม.แผ่นใบสีเขียวเข้ม

ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีแดงเรื่อ รูปหัวใจกลับ5กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันปลายแยกเป็นแฉก กลีบดอกสีแดงเข้ม โคนกลีบเชื่อมเป็นหลอด ยาว2ซม.ปลายแยกเป็น5กลีบ เกสรเพศผู้สีชมพูเป็นเส้นยาว ขนาดดอก1ซม. ออกดอกตลอดปี

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำชอบแสงแดดเต็มที่และดินที่มีการระบาย น้ำดี

พวงแสด
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pyrostergia venusta (Ker-Gawl) Miers.
ชื่อสามัญ : Flame Flower,Fire Cracker Vine,Orange Trumpet
ชื่ออื่น : พวงแสดเถา
ถิ่นกำเนิด : อเมริกาใต้

                                                                          ไม้ เถาเลื้อยมีเนื้อไม้ ขนาดใหญ่ มีใบที่กลายเป็นมือพันยึดเกาะ สามารถเลื้อยได้ไกลถึง10-12เมตรใบสีเขียวเข้ม

ก้านใบสั้นเกือบชิดออกสลับทิศทางกันขนาดใบ6-8.5ซม. ดอกสีแดงแสดออกเป็นช่อแน่นปลายกิ่งส่วนยอดดอก ดกมากก้านส่งดอกค่อนข้างยาว กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยหรือกระดิ่งหงาย รูปดอกเป็นทรงกรวยเรียวยาว ปลายดอกบานออกเป็น4กลีบดอกมีขนาดยาว6-8ซม.

พวง แสดโตเร็วชอบแดดจัดแรงกล้าอากาศเย็น อดทนต่อความแห้งแล้งได้ดีพอควร ปลูกภาคกลางดอกจะไม่ดกเท่ากับทางภาคเหนือ ทางนั้นจะนิยมปลูกเป็นไม้เลื้อยประดับรั้วกัน ดอกสีส้มแป๊ด ร้อนแรงดี ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม

มธุรดา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Campsis grandiflora

วงศ์: BIGNONIACEAE

ไม้ พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดกลาง เลื้อยได้ไกลถึง6เมตร ปลูกประดับเป็นซุ้มไม้เลื้อย เลื้อยพันโดยอาศัยรากที่ออกเป็นกระจุกรอบข้อ ตัดข้อที่มีรากติด2-3ข้อ นำไปปักชำขยายพันธุ์ได้เลย ติดง่ายมาก

           ดอกสีส้มอมแดงปรี๊ด  ออกดอกดกตลอด อายุยาวหลายปี แถมชื่อก็เพราะซะ ใตรเห็นดอกแล้วไม่รักได้ยินชื่อแล้วไม่หลงก็ไม่รู้จะว่าไง

บานบุรีสีม่วง,ม่วงมณีรัตน์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saritaea Magnifica (Sprangue ex Steens) Dugand

วงศ์ : BIGNONIACEAE

ชื่อสามัญ : Purple Bignonia

ม่วงมณีรัตน์ บานบุรีสีม่วง


ม่วงมณีรัตน์ ต้น นี้เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดเล็กเลื้อยได้ไม่ไกล มีอีกต้นที่เรียกว่า บานบุรีม่วงต้นนั้นจะอยู่วงศ์ Apocynaceae ชื่อสามัญ Purple Allamanda คนละต้นกันนะแต่ชื่อเรียกคล้ายกัน

บานบุรี ม่วงกับบานบุรีเหลืองจะอยู่วงศ์เดียวกัน ส่วนต้นนี้พอเรียกว่าบานบุรีสีม่วงก็เลยคิดกันว่าเป็นเผ่าเดียวกันหมด น่าจะเรียกม่วงมณีรัตน์อย่างเดียวจะดีกว่า ใช้ปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย กลางแดดจัด ซุ้มต้องแข็งแรงพอควรเพราะเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดใหญ่ อายุยืนพอควร เลื้อยได้ไกลได้ถึง5-7เมตร ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง เพาะเมล็ด และปักชำ

ต้นนี้ก็ไต่ซุ้มเร็วมากดอกยังกับดาว

ชะลูดช้าง
ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Marsdenia floribunda (Brongn.)Schitr.
ชื่ออื่น : :ซ่อนกลิ่นเถา
วงศ์ : ASCLEPIADACEAE


เป็น ไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 2- 4 เมตรมีน้ำยางสีขาวอยู่ในทุกส่วนของลำต้น ดอกจะมีลักษณะกลีบดอกแข็งหนาสีขาวคล้ายขี้ผึ้งออกดอกตลอดปีมีดอกดกช่วงฤดู แล้ง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆในตอนกลางวันและหอมแรงในเวลากลางคืน ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง โน้มกิ่ง
ปลูก เป็นไม้เลื้อยขึ้นซุ้มโค้งหลังคาทางเดิน จะเลื้อยได้ไกลและออกดอกได้มากขึ้นหมั่นตัดแต่งให้โปร่ง ได้แสงแดดเต็มที่จะช่วยให้ออกดอกดกได้ทั่วทั้งซุ้ม สามารถนำมาปลูกเป็นไม้กระถางได้โดยทำซุ้มไม้ไผ่เล็กๆ คอยจับให้เลื้อยไต่เป็นระเบียบสวยงาม

ต้นที่ถ่ายมานี้เป็นพันธุ์ใบด่าง มีขอบใบเป็นสีขาว บ้างก็ทั่วขอบใบ บ้างก็ไม่ทั่วขอบใบ สีใบจะออกเขียวซีดกว่าต้นเดิม



ตีนตุ๊กแก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus pumila L

วงศ์ : MORACEAE

ชื่อสามัญ : Climbing Fig, Creeping Fig,Creeping Rubber Fig

ชื่ออื่น : ตีนตุ๊กแก ,มะเดื่อเถา

  ถิ่นกำเนิด : ตอนเหนือของเวียตนาม และตอนใต้ของจีน

เอาต้นนี้มาคั่นไม้เลื้อยมีดอกไว้ก่อน มีคนขอเรื่องนี้มา เลยเอามาแทรกไว้ในนี้ เปลี่ยนบรรยากาศ

 

        ถ้าต้องการไม้โตเร็วที่ใช้คลุมพื้นที่กว้าง เช่นผนัง หรือรั้วที่ไม่น่าดู ให้ปลูกไม้เลื้อยชนิดเดียวกัน 2-3ต้น ห่างกัน 0. 60-1 เมตร แล้วค่อยจัดแต่งกิ่งก้านที่ทอด ออกให้คลุมพื้นผิวบริเวณนั้น หากใครต้องการผนังสีเขียว ธรรมชาติ  ก็ปลูกต้นตีนตุ๊กแก แล้วตัดแต่งก้านใบให้อยู่ระนาบเดียวกัน เหมือนงานตัวอย่าง ที่  FIX รูปหล่องานลอยตัวติดกับกำแพง เป็นตัวเสริมประกอบงานที่ให้ความรู้สึกเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องทาสี แล้วก็ ไม่ต้องคิดรื้อทิ้งภายหลัง บอกเลย ว่ายาก ให้ทำใจว่า ไม่มีอะไรดีหมดหรือเลวหมด ชอบ ก็ทำเลย แค่นั้น

         ข้อควรระวังก็คือ ต้นไม้ข้างเคียงหากคุณไม่ควบคุมให้ดีปล่อยให้เจ้าตีนตุ๊กแกเข้ายึดครองไม้ เจ้าบ้าน มันอาจเลื้อยรัดจนใบหมดต้น ต้องคอยตัดยอดตีนตุ๊กแกอย่าให้มีโอกาสทำแย่ๆอย่างนี้ได้


ตีนตุ๊กแกด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus pumila L

ชื่อสามัญ : Tokyo Snow, Climbing Fig

วงศ์ : MORACEAE



ตีนตุ๊กแกด่างนี่การระราน ไม่โหดเท่าตีนตุ๊กแกธรรมดา สวยกว่า โตช้ากว่ามาก ชอบดินร่วนปนทราย แดดรำไร หรือแดดครึ่งวัน ความด่างนี่มีทั้งด่างขาวเขียว หรือมีสีแดง ขมพูแทรก สวยแบบคลาสสิคเลยล่ะ จะปลูกเป็นไม้แขวนก็ได้ สวยอีกแบบ

ตีนตุ๊กแกด่างมีลำต้นทอดเลื้อยขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์เดียวกันในตระกูลไทร รากแตกออกตามข้อ เอาไว้ยึดเกาะและดูดอาหารจากต้นอื่น ถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย และประเทศแถบเอเซีย

สายหยุด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Desmos chinensis.,Lour.

วงศ์ : Annonaceae

ชื่อสามัญ : Desmos

ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย

        

                                    สายหยุด หยุด          กลิ่นฟุ้ง ยามสาย              

สายบ่ หยุดเสน่หาย         ห่างเศร้า

     กี่คืนกี่วันวาย                      วางเทวศ ฤาแม่

 ถวิลทุกขวบค่ำเช้า                 หยุดได้ ฉันใด

        จากพระนิพนธ์ในลิลิตตะเลงพ่าย

 ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

 คิด ถึงไม้ต้นนี้ทีไรอารมณ์ติ๊ส ขึ้นทุกที จำโคลงสี่ ท่อนนี้ได้ตั้งแต่อยู่ ป.7 คุณครูท่องให้ฟัง แล้วก็ว่ามัน

เพราะนักหนา แล้วก็จำว่าต้นไม้ต้นนี้นะมันหยุดหอมตอนสาย แล้วก็หอมซะจนเวลาสาวเดินผ่านต้องหยุด ถึงมีชื่อเรียกพื้นบ้านอีกชื่อว่า "สาวหยุด"

สายหยุด เป็นไม้เลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาหรือต้นใหญ่แข็งแรงสามารถเลื้อยพันหรือเกาะสิ่งอื่นไปได้ไกล 5-8 เมตร มักแตกกิ่งก้านสาขามากบริเวณยอด และแผ่สาขาออกไปเป็นบริเวณกว้าง

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวตามข้อต้น โคนก้านใบ และตามตาติดกับกิ่งและลำต้น ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกระดังงาไทย เมื่ออ่อนดอกเป็นสีเขียว เมื่อบานเต็มที่ดอกจะเป็นสีเหลือง ดอกไม้ดอกนี้จะส่งกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่ พอสายดอกจะลดกลิ่นหอมลงและหมดกลิ่นเมื่อใกล้เที่ยง

พันธุ์ ไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ดหรือตอน แต่ก็เป็นต้นไม้ที่ตอนแล้วออกรากยาก และตายง่ายมากกว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ด

เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งควรปลูกในที่น้ำท่วมไม่ถึง ปลูกด้วยการเพาะเมล็ดบำรุงต็มที่ 3 -4 ปี ถึงจะได้เห็นดอก

รสสุคนธ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tetracera loureiri (Finet & Gagnep.) Pierre ex Craib.

ชื่ออื่น : รสสุคนธ์ขาว  เสาวคนธ์  มะตาดเครือ

วงศ์ : DILLENIACEAE

ถิ่นกำเนิด : ไม้ป่าของไทย

เป็น ไม้เถาเนื้อแข็งขนาดกลาง ขึ้นทั่วไปในป่าละเมาะและป่าผลัดใบ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ความที่รสสุคนธ์มีใบหนาและระคาย คนอุบลและคนปราจีนจะเรียกไม้นี้ว่า “ลิ้นแรด”

ดอก ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือตามโคนก้านใบ ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมแรงมากในเวลากลางคืน และหอมอ่อนๆในเวลากลางวัน ดอกเป็นดอกขนาดเล็กทรงกลมเพราะมีเกสรตัวผู้เป็นพู่ฝอยละเอียดรอบดอก ออกดอกเป็นระยะตลอดปี และดอกของรสสุคนธ์ยังเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนผสมในยาหอมแก้ลมบำรุง หัวใจอีกด้วยและมักใช้คู่กับเถาอรคนธ์

รสสุคนธ์เป็นไม้ที่ขึ้นได้ทั้งในที่กลางแจ้งและที่ร่ม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด ตอน หรือสกัดรากไปปลูก

อรคนธ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tetracera indica (Christm. & Panz.) Merr.

ชื่ออื่น : รสสุคนธ์แดง  เถาอรคนธ์

ถิ่นกำเนิด : Thailand

วงศ์ : DILLENIACEAE

ไม้ เถาเนื้อแข็ง ดอกเป็นช่อ แบบช่อแยกแขนง  ออกที่ปลายยอด ไม่หอม แต่เป็นไม้เลื้อยทรงพุ่มสวยสมัยก่อนตอนคนเริ่มนิยมสะสมไม้ไทยจำได้ว่า รสสุคนธ์แดงแพงมากๆ เดี๋ยวนี้หาง่ายไม่ค่อยแพงแล้วคุณสมบัติ ทางสมุนไพรตำรายาไทยใช้ดอกเข้ายาหอมบำรุงหัวใจแก้ลม มักใช้คู่กับรสสุคนธ์  ส่วนทางภาคใต้ใช้เป็นยาพื้นบ้านใช้รากต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ

โมกเครือ
ชื่ออื่น : โมกเครือ ไส้ตัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aganosma marginata (Roxb.) G. Don
วงศ์ : APOCYNACEAE

       ไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยได้ไกล5-10 เมตร ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางสีขาว เปลือกเถาเหนียวและแยกจากแกนกลางเถาได้ง่าย เปลือกต้นเมื่อแก่สีเทา มีรูระบายอากาศเป็นจุดขาวอยู่ทั่วไป ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบหยักเป็นคลื่น
ดอกช่อสีขาวออกที่ปลายยอด หรือซอกใบมีดอกย่อยจำนวนมากและทยอยบาน

ไก่ฟ้าพญาลอ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aristolochia grandiflora.,Swartz.

ชื่อสามัญ : Pellican Flower

ชื่ออื่น : ไก่ฟ้า, นกกระทุง

วงศ์ : ARISTOLOCHIACEAE

ถิ่นกำเนิด : บราซิล อเมริกากลาง อินดิสตะวันตก

ไก้ ฟ้าเป็นไม้เลื้อยเถาขนาดกลาง ต้นและใบเป็นสีเขียวอ่อน ต้นเหนียว สามารถเลื้อยพันไม้อื่นได้ไกลถึง 10ฟุต  ดอกมีลวดลายต่างๆสลับกันหลายสี ทรงดอกมีรูปร่างคล้ายไก่หรือนกกระทุง ขนาดดอกยาวระหว่าง 10-12 นิ้ว ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามข้อต้น  ทรงดอกเป็นรูปงอ คล้าย หัว คอ  ลำตัว ของสัตว์ปีกจำพวกนก หรือไก่ ลำตัวเป็นสีเขียวอ่อน มีลายเป็นทางยาวและทางขวางสลับกันสีม่วงเข้ม สวยมาก แปลกด้วย มันเหมือนจริงๆ เหมือนนกเหมือนไก่ ธรรมชาตินี่สุดยอดนักปั้นจริงๆคุณว่าเหมือนไหมละ่ สังเกตุให้ดีมีลูกกะตาด้วย

  ไก่ฟ้าเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายชนิดหนึ่ง โตเร็วชอบดินร่วนซุยที่มีสภาพชุ่มชื้นและเป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ หรือเพาะเมล็ด  ออกดอกตลอดปี

โนรา(มโนราห์)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hiptage benghalensis., Kurg

ชื่ออื่น : โนรา, มโนราห์

วงศ์ : MALPHIGHIACEAE

มโนราห์ เป็นพันธุ์ไม้ป่าของไทยอีกชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะดอกแปลกสวยงามน่าดู และมีกลิ่นหอม ดอกมีสีซึ่งผิดกับไม้ดอกหอมชนิดอื่นซึ่งมักมีสีขาวปลอด

           มโนราห์  เป็นไม้เลื้อยยืนต้น หรือรอเลื้อย คือสามารถตัดแต่งเป็นพุ่มได้  จะแตกกิ่งก้านเป็นไม้พุ่มได้เหมือนกัน กิ่งก้านเรียวเล็กห้อยลง เปลือกนอกบางสีเทา มีรูระบายอากาศทั่วไป เปลือกในสีขาว
ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง และมันจะออกเกือบทุกข้อต้นตามแนวกิ่ง

                   ดอกหอมมาก กลิ่นของดอกมโนราห์ คล้ายกลิ่นดอกส้ม  บ้างว่าคล้ายส่าเหล้า ออกดอกปีละครั้งในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์

ผลแยกออกเป็น3เสี้ยว แต่ละเสี้ยวมีปีกซึ่งมีขน ปีกกลางจะใหญ่ที่สุด ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำหรือตอน  เป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ชอบแดดจัดมากนัก ควรเลือกปลูกที่ได้แดดในตอนเช้าและพ้นแดดในตอนบ่าย หรือใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่มีแดดส่องถึง

เขตกระจายพันธุ์ อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ คาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมาลายู อินโดนีเซีย
ในประเทศไทยพบตามป่าดิบชื้นทางภาคใต้และภาคเหนือ

หิรัญญิการ์

 ชื่อสามัญ : Nepal Trumpet

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Beaumonontia grandiflora., Wall.

ชื่ออื่น : หิรัญญิการ์

วงศ์ : APOCYNACEAE

รูปภาพ: สวนสวรส

หิรัญญิการ์ เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ เลื้อยพันต้นไม้อื่นสูงตั้งแค่ 3-15 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มแน่นเฉพาะตรงส่วนยอดที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ ดอกมีขนาดใหญ่สีขาว ออกเป็นช่อคามปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมตลอดวัน  ออกดอกระหว่างเดือน ธันวาคม-เมษายน ช่วงออดอกต็มต้นจะสวยมาก  การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง เป็นไม้ที่แตกยอดเร็วมาก อาจเลี้ยงในกระถางได้ระยะหนึ่ง ต้องย้ายปลูกลงดิน และทำซุ้มให้เลื้อย คอยตัดแต่งให้ทรงพุ่มได้รับแสงแดดทั่วถึง จะออกดอกพึ่บพั่บ เป็นไม้เลื้อยอีกต้นที่ต้องทำซุ้มแข็งแรง มากๆ ในรูปนี่เสาหน้า4 เธอรัดซะแน่นเชียว ต้องแบบนี้เลย

หัวใจทศกัณฑ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hoya kerrii Craib
ชื่ออื่น : ต้าง, เทียนโขมย
วงศ์ : ASCLEPIADACEAE

รูปภาพ : สวนสวรส

มีรูปให้ดูแบบเหงาๆ พืช ชนิดนี้เป็นไม้เถาอิงอาศัย ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว มีอายุยืนนานหลายปี เถาเหนียวเลื้อยได้ไกล 1-4 เมตรดอกออกเป็นช่อแบบครึ่งวงกลมซี่ร่ม มีดอกย่อย10-15ดอก กลีบดอกสีชมพูอมเขียว มีขนฟูเป็นกำมะหยี่เมื่อบานกลีบดอกจะพลิกกลับไปด้านหลัง ชอบเกาะอยู่ตามต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่อยู่กลางแจ้งจะนำมาปลูกก็ตัดแยกเอาส่วน เถามาผูกติดกับต้นไม้อื่นรดน้ำปกติก็ออกราก และจะยึดติดต้นไม้นั้นไปเอง


กระเทียมเถา
ชื่อสามัญ :  Garlic Vine

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pachyptera hymenaea., A. Gentry.

ชื่ออื่น : กระเทียมเถา

ถิ่นกำเนิด : บราซิลและเปรู

วงศ์ : BIGNONIACEAE


ต้นไม้ ชนิดนี้ นิยมเรียกทับศัพท์ชื่อสามัญว่า “กาลิคไวน์” แต่ก็มีคนจำนวนมากเรียกเพี้ยนเป็น “กาหลิบไวน์” กลายเป็นต้นไม้อาหรับไป  ก็น่าจะเรียกกันให้ถูกต้อง หรือไม่ก็เรียกชื่อภาษาไทยไปเลยว่า กระเทียมเถา ซึ่งชื่อนี้ หลวงบุเรศร บำรุงกาลตั้งไว้เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔

           กระเทียม เถาเป็นไม้เลื้อยขนาดกลาง ลำต้นเป็นเถาใหญ่ แข็งแรงสามารถเลื้อยไปได้ไกลกว่า10เมตรลองขยี้ใบแล้วเอามาดมดูจะได้กลิ่นเหมือนกลิ่นกระเทียม ดอกออกเป็นช่อตามข้อ ต้น เมื่อออกดอกใหม่จะเป็นสีม่วง แล้วกลายเป็นชมพูและขาวเมื่อแก่จัด

ออกดอกปีละครั้งในเดือน มกราคม-เดือนกุมภาพันธ์

               กระเทียมเถาเป็นต้นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดมาก ขยายพันธุ์ด้วยวิธีตอนกิ่งหรือปักชำ หรือทับกิ่ง ควรปลูกในดินปนทราย หรือในดินที่ร่วนซุย ไม่ชอบดินเหนียว ถ้าต้องการให้กระเทียมเถาออกดอกดกกว่าปกติ ให้พรวนดินรอบโคนต้น แล้วใส่ปุ๋ยปีละครั้งเมื่อก่อนจะถึงวันขึ้นปีใหม่ หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยไนโตรเจนโรยไว้อีกสัปดาห์ละครั้ง จนกว่าจะถึงเวลาใบร่วงจึงหยุดใส่ปุ๋ย แต่ต้องรดน้ำไว้ตามปกติ นี่ก็ใกล้ฤดูกาลออกดอกแล้วเตรียมตัวไว้ได้

อัญชัน
ชื่อสามัญ : Butterfly Pea

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clitoria ternatea.,Linn.

ชื่ออื่น : อัญชัน

วงศ์ : PAPILIONACEAE

ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย, เอเซียเขตร้อน


         อัญชัน เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยขนาดเล็ก มีเถาเล็กและอ่อน เลื้อยได้ไกลถึง 7-8เมตรมีใบเล็กค่อนข้างบาง ดอกออกเป็นช่อตามปลายยอด สีน้ำเงินอมม่วง ดอกคล้ายดอกถั่ว มีฝักคล้ายถั่วฝักยาว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด คนสมัยก่อนนิยมใช้ดอกอัญชันขยี้ที่หัวเด็กให้ผมดก หรือขยี้ฝนที่คิ้วให้คิ้วดก ดังกาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ จากนิราศธารโศก ซึ่งแสดงไว้

  อัญชันคิดอัญชัน                  ทาคิ้วมันกันเฉิดปลาย

ชำเลืองเยื้องตาชาย             ชายชมนักมักแลตาม

อัญชันคะนึงอ่าเจ้า        โฉมฉาย

คิ้วเคลือบมันกันปลาย      เฉิดช้อย

ชำเลืองเยื้องตาชาย        เนืองนั่ง

ชมเพลินเดินคล้ายคล้อย             บ่ายหน้า แลตาม

ปกติ อัญชัน มีดอก 2 สี คือสีน้ำเงินอมม่วง และสีขาว แต่ก็มีอีกชนิด(variety) หนึ่ง เป็นอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม แต่มีกลีบดอกซ้อนกันหลายชั้น เรียกว่า “อัญชันซ้อน” ชนิดนี้น่าปลูกมาก เพราะมีลีลาดอกสวยกว่า

ใบระบาด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Argyreia nervosa (Burm f.) Bojer
ชื่อสามัญ : Silver Morning Glory,Elephant Creeper
วงศ์ : CONVOLVULACEAE
ถิ่นกำเนิด : อินเดีย ,บังคลาเทศ

ไม้ เถาเลื้อยอายุหลายปีสามารถเลื้อยได้ไกล10เมตรทุกส่วนมียางสีขาวและขนคลุม หนาแน่นโดยเฉพาะกิ่งอ่อน ดอกสีม่วงอมชมพูรูปแตรออกดอกดกทั้งกะปี ใบรูปหัวใจขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง ชอบดินร่วนซุยมีอินทรียวัตถุเยอะชอบแสงแดดจัด น้ำและความชื้นปานกลาง
 ฟัง แต่ชื่อเหมือนต้นไม้ต้นนี้ราคาถูกมาก ใบละบาทเดียว ลองนับจริงๆคงจ่ายหนักน่าดูถ้านับจำนวนใบขาย แต่ก็มีความเชื่อว่าหากปลูกต้นนี้แล้วเจริญงอกงามมีจำนวนใบมากๆและใบมีความ สวยงามก็จะมีเงินมากขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้คนอยู่อาศัยภายในบ้านร่ำรวย

ใบไม้สีทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bauhinia aureifolia K.&s.s.Larsen
ชื่ออื่น : ย่านดาโอ๊ะ
วงศ์ : CAESALPINOIDEAE

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็ง ขนาดใหญ่  มีมือเกาะสำหรับเลื้อยพัน มือเกาะม้วนงอเป็นรูปตะขอคู่ สามารถเลื้อยได้ไกลถึง30เมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปใบค่อนข้างกลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายและโคนใบเว้าลึก ใบแก่สีเขียวเข้มใบอ่อนสีทอง มีขนกำมะหยี่สีแดงปกคลุม เมื่อใบโตเต็มที่จะเห็นชัด แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีบรอนซ์เงินสวยงามมากใบดกหนาให้ร่มเงาได้ดี ขนาดใบกว้าง10-17ซม.ยาว8-12ซม.

ดอกออกเป็น ช่อกระจุกที่ปลายยอดสีขาว ช่อละ3-5ดอก เมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีครีม ดอกมี5กลีบรูปไข่ ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น โคนกลีบสอบเรียว ดอกมีกลิ่นหอมเย็น ผลเป็นฝักแบนมีเมล็ดด้านใน ชอบแดดจัด อากาศค่อนข้างชื้น ออกดอกเกือบตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดปักชำ ตอนกิ่ง

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับซุ้ม

เป็นไม้ประจำถิ่นของไทย พบครั้งแรกที่อุทยานบูโด-สุไหงปาดี เมื่อพ.ศ.2531 โดยศ.ดร.ไค ลาร์เซ็นและคณะ

อมรเบิกฟ้า

ชื่อสามัญ : Rose Dipladenia
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mandevilla cv. Alice Du
ชื่ออื่น : อรุณเบิกฟ้า
วงศ์ : APOCYNACEAE

ไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง ขนาดกลางอายุยืนยาวหลายปี  เลื้อยได้ไกลถึง5เมตร ทุกส่วนภายในต้นมีน้ำยางสีขาว

ใบ เดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมรูปไข่ ขนาดกว้าง3-5ซม.ยาว6-10ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน แผ่นใบหนาเหนียวคล้ายแผ่นหนังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ค่อนข้างโปร่ง ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ รูปแตรกลีบดอกสีชมพูอ่อนถึงเข้ม โคนกลีบสีชมพูหรือเหลืองเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยก5กลีบ เรียงเวียนคล้ายกังหัน ขนาดดอก7-9ซม. ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ

ชอบแสงแดดจัด และดินร่วนซุยระบายน้ำดี


จันทร์กระจ่างฟ้า


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mendevilla sp.
วงศ์ : APOCYNACEAE

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลาง อายุหลายปี กิ่งอ่อนสีเขียวอมแดงเรื่อ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้าง4-6ซม.ยาว7-9ซม.ปลายใบและโคนใบมน แผ่นใบสีเขียวสดเป็นมัน

ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง รูปแตรสีเหลืองสด โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยก5กลีบ รูปกลมซ้อนเกยกัน ขนาดดอก4-5ซม.ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งและปักชำ ปลูกง่าย

ชอบแสงแดดจัดทนต่อสภาพอากาศได้ดี

แพนโดเรีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Pandorea jasminoides (Lindl.) K.Schum

ชื่อสามัญ : Bower Of Beauty, Bower Plant, Bower Vine

ชื่ออื่น : จัสมินออสเตรเลีย, พิ้งค์เลิฟ

วงศ์ :BIGNONIACEAE

ไม้ เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล2-5เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย5-9ใบ เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมรูปใบหอก ขนาด1-2 x4-8ซม. ปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันหรือด่างสีเหลืองครีม

ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกรูปกรวย ดอกสีชมพู โคนกลีบสีชมพูเข้ม หรือกลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีเหลือง ( Pandorea jasminoides 'Lady Di') หรือกลีบดอกสีขาว โคนกลีบสีแดง( Pandorea jasminoides 'Variegata') ขนาดดอกบาน 5-8ซม. ผลเป็นฝักแบนเมื่อแก่แตกได้ มีเมล็ดจำนวนมาก

ออกดอกตลอดปี ดอกดกช่วงฤดูหนาว

              ชอบอากาศค่อนข้างเย็น แสงแดดจัดจนถึงรำไร ดินร่วนปนทราย ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง

ถ้วยทอง


ต้นนี้มีที่ไป

      ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solandra grandiflora Swazrtz
วงศ์ : SOLANACEAE

           ดอก ใหญ่มาก ออกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบกลีบเลี้ยงสีเขียว โคนกลีบเชื่อมติดเป็นหลอดแคบยาว แล้วพองออกเป็นถ้วย ปลายแยก5แฉก ขอบกลีบบิดเป็นเส้นริ้ว ภายในดอกมีแถบสีม่วงแดง10เส้น ดอกขนาด8-11ซม.ดอกหอมส่งกลิ่นแรงในตอนเย็น บานนาน3-4วัน ออกดอกช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคม
ผลรูปกลมขนาด4-5ซม.เมล็ดรูปไต สีน้ำตาลอ่อน มีเมล็ดจำนวนมากชอบแสงแดดจัด แต่รำไรก็ปลูกได้ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง

ต้นนี้ดอกใหญ่สวยมาก

            ต้นนี้ไม่มีที่ไป ไม่รู้จะไปไหนเลยนอนกองกันซะ
เหลืองชัชวาลย์
             
               

ชื่อสามัญ :Cat's claw
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Macfadyena unguiscati (L.) A gentry
วงศ์ : BIGNONIACEAE

เป็น ไม้เลื้อยเนื้อแข็งขนาดเล็กมีมือเกาะ มักเลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ เลื้อยเกาะโดยใช้มือพันเลื้อยได้ไกล ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่แคบ ขนาด2-6ซม.ยาว5-16ซม.

ใบย่อยตรงกลางเปลี่ยนรูปเป็นมือจับที่ปลายแยกเป็น3แฉกคล้ายเล็บแมว ปลายใบแหลมเป็นติ่ง แผ่นใบบาง ขอบใบหยักเป็นคลื่นใต้ใบหยาบ 

ดอกออกเป็นกระจุก 1-15ดอกที่ปลายยอด ดอกรูปแตร กลีบดอกสีเหลือง เส้นดอกบริเวณโคนกลีบสีส้ม โคนกลีบเชื่อมเป็นหลอดปลายแยก5กลีบ ขนาดดอก6-8ซม.ผลแห้งรูปขอบขนานสีน้ำตาล เมื่อแก่แตกเป็น2ซีก

  เป็นไม้ประดับซุ้ม รั้ว ชอบแดดจัด ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง

มอร์นิ่งกลอรี่

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ipomoea purpurea (L.) Roth
ชื่อสามัญ : Morning Glory
วงศ์ : CONVOULACEAE

เป็น เถาไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุฤดูเดียว ไม่มีมือเกาะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ โคนใบเว้ารูปหัวใจ ปลายใบเป็นติ่งแหลม ทุกส่วนมียางสีขาว ดอกรูปแตรออกเป็นช่อ ตามซอกใบและปลายยอด

ดอก ย่อยขนาด12-14ซม.รูปแตรมีสีให้เลือกหลายสีแล้วแต่ชอบ กลีบอ่อนบางสีหวานแหววมีสีฟ้า สีน้ำเงินอมม่วง แดง ชมพู ดอกบานเพียง1วันผลกลมเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดสีดำหรือนวล

โตเร็ว ชอบแดดจัด ปลูกประดับรั้วหรือซุ้มจะขึ้นเร็วแต่อายุไม่ยืนขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ลดาวัลย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Porana volubilis Burm.f.
ชื่อสามัญ : Bridal Creeper,Snow Creeper
วงศ์ : CONVOLVULACEAE

                             ลดาวัลย์เป็นพืชเถาเลื้อยยืนต้นอายุยืนนาน มีเถาขนาดเล็กแต่เหนียวนักพุ่มแน่น ยิ่งปลูกนานก็ยิ่งเพิ่มสง่าราศรีแก่บ้านเรือนสามารถเลื้อยคลุมไม้ใหญ่ได้มิด ทั้งต้น  ใบมีลักษณะมนกลมปลายใบแหลมเนื้อเนียนบาง ออกดอกเป็นช่อแน่นระย้าตามปลายกิ่งเป็นดอกสีขาวเล็กๆ แต่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจทั้งยังส่งกลิ่นหอมไปได้ไกลมากกว่าดอกไม้หอมชนิดใดๆ อีกด้วย(ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความหอมของดอกไม้บอกมา)ช่อดอกช่อหนึ่งยาวเกิน กว่า 50ซม.ขึ้นไปเกือบทุกช่อ ดอกสีขาวเล็กมากมี5กลีบดอกกว้างประมาณ 1.5ซม.
                       ดอกลดาวัลย์จะบานพร้อมสะพรั่งงามเพียงปีละวันเดียวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
วัน ที่ดอกลดาวัลย์บานนั้นฝูงแมลงจะพากันมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงทำให้ เกิดภาพที่สวยงามจริงๆเป็นต้นไม้ที่ควรหามาปลูกไว้เพราะปลูกง่าย ขึ้นง่ายชอบดินชุ่มชื้นร่วนซุยจะใช้ปุ๋ยอะไรก็รับได้หมดไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์  ตอนช่วงปลูกใหม่ก็ดูแลให้น้ำหน่อยต่อไปก็ปล่อยไปตามธรรมชาติได้ขยายพันธุ์ ด้วยการเพาะเมล็ดหรือแยกต้นเล็กๆงอกจากไหล ไปปลูกเลี้ยงในกระถางราว45วันก็นำไปปล่อยลงดินได้


ม่านบาหลี

วิทยาศาสตร์ : Centella asiatica Urban

วงศ์ : Umbeliferae

พันธุ์ ไม้เลื้อยต้นนี้ก่อนเทรนด์บาหลีจะมาแรงถือกันเป็นพันธุ์ไม้รก เนื่องจากเป็นไม้เลื้อยโตเร็วเลื้อยได้ไกลเป็นสิบๆเมตรขยายพันธุ์ง่ายๆชำ กิ่งทิ้งก็ขึ้นมักจะขึ้นเองมากกว่าจะตั้งใจปลูก แต่หลังจากสวนบาหลีได้รับความนิยมไม้ต้นนี้ก็ได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย เพราะนำไปขึ้นซุ้มไม้ระแนงก็ได้ร่มเงาทันใจในเวลาไม่นานเหมาะเจาะเข้ากันได้ ดีกับอารมณ์บาหลีเพราะความหนาแน่นของใบและรากที่ห้อยย้อยพริ้วไปมา เอารากมาผูกโบว์ถักเปียกันเก๋ไก๋ไปเลย ก่อนหน้ารู้จักไม้ต้นนี้เขาเรียกกันว่าม่านพระอินทร์

ม่าน บาหลีเป็นไม้เลื้อยขนาดกลาง อายุหลายปี กิ่งก้านทอดเลื้อยได้ไกล 2-6เมตร ลำต้นมีรากพิเศษแตกออกตามข้อเป็นเส้นยาวห้อยลงมายาวได้3-8เมตร เมื่ออายุมากขึ้นลำต้นและรากมีเนื้อไม้ ใบเดี่ยวออกสลับรูปไข่ ขนาด4-7x7-8ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบหยักมนเล็กน้อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม

ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกย่อยสีขาวครีม ออกดอกเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการชำกิ่ง

 

มาลัยทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Petreovitex bambusetorum
วงศ์: VERBENACEAE


มาลัย ทอง เป็นไม้เลื้อยพัน ไม่มีมือเกาะ ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปไข่  ปลายใบแหลม ผิวใบไม่เรียบ นูนขึ้นระหว่างเส้นใบ ดอก ออก ดอกเป็นดอกช่อแบบรวงข้าว ดอกย่อยมีใบประดับสีเหลือง รองรับ ดอกที่แท้จริงมีขนาดเล็ก อยู่ภายในอีกชั้นหนึ่ง  กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด สีเหลืองทั้งหมด

ปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย  ชอบแสงแดดจัดถึงรำไร ดินร่วนระบายน้ำดี  ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง

ออกดอกตลอดปี ดอกของมาลัยทองจะบานทน อยู่นานมาก

4/5/2008 www.suansavarose.com

Tipvipa..V update 28/8/2016

ความคิดเห็น

  1. 1
    miki
    miki mikitar.g@gmail.com 22/09/2016 12:55

    ไม้เลื้อยสวยมากเลยชอบพันธุ์ไม้เลี้อยมากแถวบ้านจะปลูกมันหวานญี่ปุ่นแล้วก็มีไม้เลื้อยเกาะตามรั้วไร่ น่าเอามาปลูกประดับเป็นกำแพงไร่คงจะต้องสวยแน่ครับ

  2. 2
    09/03/2015 13:45

    กำลังหาไม้เลื้อยอยุ่พอดีชอบมากๆเลย

  3. 3
    06/08/2014 21:48

    โดนแม่ค้าหลอก. ชมนาด. ออกดอกทั้งปี



    ลานไม้โคกกรวด### แอบเจ็บใจ

  4. 4
    PA
    PA zeer.pa_love-gun@hotmail.com 29/09/2013 22:03

    Clematis  ใครมีต้นนี้บ้างอ่า  ชนิด Ville de Lyon       ไม้เลื้อยเหมือนกันดอกสวยมากหาซื้อไม่ได้  ใครมีติดต่อมาทีนะค่ะอยากได้มากกกที่สุด




    0832526551 

  5. 5
    ไม่ระบุ
    ไม่ระบุ 23/08/2013 16:55

    ไม่ลงอะไรเลย

  6. 6
    03/01/2013 08:38
  7. 7
    อิงค์วรา  แก้วแกมทอง
    อิงค์วรา แก้วแกมทอง kaewkamthong@hotmail.co.th 28/12/2012 13:16

    ขอบคุณมาก  ชอบมากคะได้ความรู้เรื่องต้นไม้ขึ้นตั้งเยอะ

  8. 8
    23/11/2012 15:22

    สวยมากๆเลย

  9. 9
    มุก
    มุก mikky_ni@yahoo.com 18/11/2012 11:17

    ดีจัง ชอบมากคะ ขออนุญาตแบ่งปันนะคะ ขอบคุณมากคะ


  10. 10
    Pari
    Pari pari_11@hotmail.com 18/11/2012 08:39
    Very thanks. ชอบมากเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆทำให้รู้จักต้นไม้อีกเยอะแยะ และที่สงสัยๆว่าต้นอะรไๆ ค่ะ
  11. 11
    09/10/2012 16:05

    ขอบคุณที่นำมาเสนอให้ชม เรียกว่าสวยงาม+ความรู้

  12. 12
    ภาณุพงศ์
    ภาณุพงศ์ Panupong_num_8@hotmail.com 19/09/2012 13:06

    ขอบคุณมาก ได้ความรู้เยอะดี จะได้นำไปปรับปรุงที่วัดให้สวยงาม


    ทำให้มานั่งพักผ่อนแล้วสบายกายเย็นใจกับพรรณไม้นานา

  13. 13
    ืืnong
    ืืnong 25/04/2012 19:30

    4319

  14. 14
    pooky
    pooky mumushisu@yahoo.co.th 05/11/2011 12:39
    ต้นชมนาดเหี่ยวตาย ทำไงดี ปลูก2ครั้งแล้ว เลื้อยเต็มร้านแล้วตายออกดอกหอม รากเน่า ใบเหี่ยวเฉาตายเลยเสียดายมากๆๆว่าจะไม่ปลูกแล้ว
  15. 15
    05/11/2011 06:22
    ถ้วยทอง ทนมากเหมือนกัน ขยายพันธุ์ง่าย ดอกใหญ่เบ้อเริ่ม เลี้ยงไว้ไม่ผิดหวัง
  16. 16
    tonped
    tonped tonpedsef@hotmail.com 04/11/2011 10:36

    ที่บ้านปลูกพวงแสด 20 ปีแล้ว ทนมาก น้ำปุ๋ยไม่ยุ่ง หากินเองไปต่างจังหวัดเป็นเดือนกลับบ้านมาก็มีดอกสีส้มให้ดูสวยมาก แต่ตอนนี้กำลังอยากเลี้ยงถ้วยทองใครมีประสบการณ์ ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณคะ

  17. 17
    หลิว
    หลิว 13/09/2011 11:27

    ปลูกดูเล่น

  18. 18
    รัชหไบพร
    รัชหไบพร nonggift@hotmail.com 10/09/2011 14:19

    ^_^ ปลูกไว้เยอะๆไว้ทำee  อิอิ

  19. 19
    สา
    สา 28/08/2011 20:29

    ชอบมากๆค่ะ มีความสุขที่สูด

  20. 20
    สดใส
    สดใส kjanjarup@yahoo.com 28/08/2011 06:42

    ว่าง ๆ จะแวะไปที่สวนหาพันธ์ไม้เลื้อยมาปลูกค่ะ ได้ความรู้มากมายเลย

  21. 21
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 27/08/2011 02:07
    ค่ะคุณAod แก้ไขแล้วเรียบร้อย ขอบคุณมากๆที่ช่วยท้วงติง
    เจอตรงไหนไม่ชอบมาพากล ก็ส่งข่าวกัน ตรงนี้คงผิดมานานแล้ว ขออภัยๆ
  22. 22
    Aod
    Aod aod_litongjia@hotmail.com 26/08/2011 10:35
    ข้อมูลของ กระเทียมเถา ผิดนะครับ
    ดอกแรกบาน จะม่วงสด พอผ่านไป จะค่อยๆเปลี่ยนสี อ่อนลงๆ จนเป็นสีม่วงอ่อนเกือบขาวในที่สุด
  23. 23
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 22/08/2011 20:10
    คนชอบก็อยากได้เหมือนกัน ยังไม่รู้ที่ซื้อเลย เพื่อนๆใครรู้บ้างช่วยหน่อยนะ
  24. 24
    สิริมา
    สิริมา kojinaka@hotmail.com 22/08/2011 13:28

    ช่วยแนะนำสถานที่ซื้อต้นสุวรรณพฤกษ์ด้วยค่ะ ชอบมากๆ

  25. 25
    อังคณา
    อังคณา aungkana@codi.or.th 10/08/2011 14:18
  26. 26
    tomiang
    tomiang 02/08/2011 22:46
    ชำมะนาด หอมมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    แต่ที่บ้านไม่รู้ยังไงมันตายไปแล้ว เสียดายคะ 
  27. 27
    บุญวดี
    บุญวดี boonvadee.p@psu.ac.th 19/07/2011 10:18
    เยี่ยมมาก ขอบคุณจริง ๆ ทำให้ได้รู้จักไม้เลื้อยสวย ๆ แบบนี้
  28. 28
    Yada
    Yada blueorchid_th@hotmail.com 17/05/2011 18:37

    Thanks a lot for sharing this...I love it so much!!

  29. 29
    อภิสิทธิ์
    อภิสิทธิ์ vimanon1@HOTMAIL.CO.TH 24/02/2011 10:35

    ไม้เลื้อยนี้เป็นไม้ที่สวยงามเป็นที่รู้จะกันมากถ้าใครสนใจที่จะปลูกต้องศึกษาเรื่องนี่ก่อน

  30. 30
    Tipvipa..V
    Tipvipa..V 15/02/2011 18:02
    การเวก กระดังงาจีน สายหยุด รสสุคนธ์ขาว หิรัญญิการ์ ถ้วยทอง ฯลฯ และอื่นๆอีกมากมายมาก
 1  2  3 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

  Copyright 2005-2009 suansavarose All rights reserved.
view